Honda-N-Box

Honda เปิดตัว N-Box ใหม่ ลุยตลาดแล้วในญี่ปุ่น มีทั้งรุ่นธรรมดา และรุ่น Custom

Honda-N-Box-Custom

รถยอดนิยมสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านของญี่ปุ่น สำหรับ Honda N-Box 2017 รุ่นที่ 2 เจเนอเรชั่นล่าสุด เปิดตัวแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 31 สิงหาคม เป็นรถยนต์กลุ่ม K-Car ขนาดเล็ก สำหรับชื่อรุ่น “N” นั้นหมายถึง “New”, “Next”, “Nippon” (ญี่ปุ่น) และ “Norimono” (พาหนะ) รุ่นแรกได้ออกจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 แถมเคยได้รับรางวัลรถยนต์ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมากที่สุด 2 ปีซ้อน โดยทั้งสองรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมตัวถังที่น้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมถึง 150 กิโลกรัม

Honda-N-Box

Honda-N-Box-Custom

ดีไซน์ด้านหน้าแบบใหม่ มาพร้อมไฟหน้าทรงเหลี่ยมดวงโต พร้อมไฟแบบโปรเจคเตอร์และไฟ LED ทรงกลม มีจุดเด่นอยู่ที่แผ่นป้ายทะเบียนติดตั้งเยื้องไปทางขวาเล็กน้อยเช่นเดียวกับรุ่นปัจจุบัน รวมถึงในรุ่น Custom เอาใจวัยรุ่นวัยมันส์ ที่มาพร้อมความสปอร์ต หน้าตาดูน่าเกรงขาม ด้วยชุดไฟหน้า LED รูปตัว C และไฟท้ายทรงสูงแบบ LED คู่กับสปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว แบบรมดำ และชุดกุญแจรีโมท ที่มีสีเดียวกับตัวรถ

Honda-N-Box-Design

มาพร้อมมิติตัวถังยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,790 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สูง 1,815 มม.) และระยะฐานล้อ 2,520 มม.

Honda-N-Box-Design

ดีสำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยกระจกกรองแสง UV ได้มากถึง 99% รวมถึงตัดแสง IR (Infrared) ได้มากถึง 70-80%

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบตามหลัก “Ease of use” ชูจุดเด่นด้วยความยาว (ตั้งแต่แผงคอนโซล ถึงเบาะหลัง) ที่มากถึง 224 ซม. และเมื่อเปิดประตูบานท้าย ให้ความกว้างถึง 112 ซม. ระบบปรับอากาศพร้อมระบบ Plasmacluster

Honda-N-Box-Design

พัฒนาเบาะนั่งใหม่แบบ ULTR Seat ปรับได้หลายรูปแบบตามการใช้งาน โดยเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสาร สามารถเลื่อนไปด้านหน้าได้มากสุดถึง 57 ซม. พร้อมคอนโซลหน้าใหม่ มาตรวัดดีไซน์ทันสมัย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน และคันเกียร์อยู่ในชุดแผงคอนโซล เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น รวมถึงระบบวิทยุแบบจอสัมผัส

Honda-N-Box-Design

Honda-N-Box-Design

Honda-N-Box-Design

Honda N-Box มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส S07B แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 658 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 58 แรงม้า (PS) ที่ 7,300 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.6 กก.-ม. (65 นิวตันเมตร) ที่ 4,800 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันมากๆ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 27.0 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 25.4 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-N-Box-Engine

และสำหรับ N-Box Custom มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส S07B แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ขนาด 658 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 10.6 กก.-ม. (104 นิวตันเมตร) ที่ 2,600 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 25.6 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 23.4 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-N-Box-Interior

ด้านระบบความปลอดภัย ฮอนด้าได้ชูจุดเด่นอย่างระบบ “Honda SENSING” ที่มีใช้อยู่ในหลายรุ่นขณะนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน – Adaptive Cruise Control (ACC), ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก- Collision Mitigation Braking System (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist System (LKAS) รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ – Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) เป็นต้น

Honda-N-Box-Custom

มีสีให้เลือกทั้งหมด 14 สี (แบ่งเป็นสีโมโนโทน 10 สี และสีทูโทน 4 สี) สำหรับรุ่น N-BOX และ 12 สี (แบ่งเป็นสีโมโนโทน 7 สี และสีทูโทน 5สี) สำหรับรุ่น N-BOX Custom ในราคาเริ่มต้นที่ 1,385,640 เยน ไปจนถึง 2,026,080 เยน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.honda.co.jp

Mini-EV

BMW ยืนยัน พร้อมจำหน่าย Mini EV แน่นอนในปี 2019

บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของมินิ ยืนยันผลิต Mini EV (Electric Vehicle) เวอร์ชั่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในปี 2019 นี้ โดย BMW เตรียมเผยโฉม Mini “Electric Concept” ครั้งแรกของโลกที่งาน Frankfurt Motor Show 2017 เดือนหน้านี้

สำหรับ Mini EV มาพร้อมรูปแบบแฮทช์แบค 3 ประตู พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ต่างจากรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ที่มักพัฒนาบนพื้นฐานเฉพาะ

Mini-Electric-Concept

Mini-Electric-Concept

รูปทรงภายนอก สะดุดตาในสไตล์มินิ ไฟหน้าแบบ LED ทรง Retro คู่กับกระจังหน้าดีไซน์ให้กลมกลืนกับตัวรถ พร้อมสัญลักษณ์รูปที่ชาร์จไฟ กระจกมองข้างสีเหลือง มาพร้อมกับล้อแม็กขนาดใหญ่ หลังคาสีเทาพร้อมสาดด้วยสีเหลืองบริเวณด้านหลัง ส่วนไฟท้าย เลนส์ภายในเป็นรูปลายธงชาติอังกฤษ “Union Jack” และชุด Diffuser หลังทำจากไฟเบอร์กลาส

Mini-Electric-Concept

Mini-Electric-Concept

Mini E

รถพลังงานไฟฟ้า Mini E ที่ทาง Mini ผลิตออกมาเมื่อปี 2009 จำนวนจำกัด

ทาง BMW อาจจะพัฒนาจากขุมพลังของ Mini E ที่ทีมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 35 กิโลวัตต์/ชม. เมื่อชาร์จเต็มความจุ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ถึง 240 กิโลเมตร โดยผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน และส่งไปในหลายๆ ประเทศ อาทิเช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เยอรมนี จีน และญี่ปุ่น เช่าใช้งานช่วงปี 2009-2010 รวมทั้งให้บริการนักกีฬาระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “ลอนดอนเกมส์” ที่อังกฤษ เมื่อปี 2012

Mini-Electric-Concept

โดย บีเอ็มดับเบิลยู จะผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่โรงงานของบีเอ็มฯ ในประเทศเยอรมนี ก่อนส่งไปประกอบยังโรงงานของมินิ ในอังกฤษ ก่อนวางจำหน่ายในยุโรปปลายปี 2019

Suzuki-Jimny-2018

เผยภาพหลุด Suzuki Jimny รุ่นใหม่ ดีไซน์แบบ Retro แต่แฝงด้วยความทันสมัย

หลังจากที่โลกออนไลน์ได้เห็นภาพหลุดเจ้า Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) ใหม่ ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากในหลายๆ ประเทศ ที่ยังคงชื่นชอบและติดใจรถยนต์ออฟโรดขนาดเล็กจากทาง ซูซูกิ ซึ่งถือเป็นการดีไซน์ที่ย้อนยุคกลับไปแบบในรุ่น LJ10/20 หรือรุ่น SJ410 แต่เพิ่มเติมเรื่องออพชั่นที่ทันสมัยแบบในปัจจุบัน คาดอาจจะเปิดตัวในงาน Tokyo Motor Show 2017 นี้

Suzuki-Jimny-2017 Suzuki-Jimny-2017

Suzuki Jimny รุ่นที่จำหน่ายอยู่ในญี่ปุ่นปัจจุบัน (ภาพจาก suzuki.co.jp)

นับตั้งแต่ Suzuki Jimny เปิดตัวในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1970 ปัจจุบันออกจำหน่ายกันมาถึง 3 เจเนอเรชั่นหลักๆ (โดยโฉมปัจจุบัน เปิดตัวจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 1998 ถือว่านานมาก ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว) และประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ในฐานะรถออฟโรดขนาดเล็ก ที่มีสมรรถนะในการลุยป่าฝ่าดงเข้าไปได้ดีกว่ารถออฟโรดคันใหญ่ๆ หลายรุ่น! รวมถึงความทนทานที่พิสูจน์ได้

อดีตจำหน่ายในบ้านเราชื่อ Suzuki Caribian (ซูซูกิ คาริเบียน) โดยมีทั้งรุ่น SJ410 และ SJ413 ซึ่ง บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผลิตและจำหน่ายออกมาอยู่หลายเวอร์ชั่นมาก ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผลิตขายในบ้านเรา ก่อนที่ซูซูกิ มอเตอร์ จะเข้ามาทำตลาดในไทยและยุติการจำหน่ายเจ้า Caribian ไป

Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny

Suzuki Jimny ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน (ภาพจาก Motor1.com)

โดยโฉมใหม่ที่ปรากฏออกมา นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่ย้อนยุค กระจังหน้าแบบ 5 ช่อง ไฟหน้าและไฟเลี้ยวทรงกลม กันชนหน้าสีดำพร้อมซุ้มล้อสีดำ ติดตั้งยางอะไหล่พร้อมฝาครอบรูป “แรด” บริเวณประตูท้าย และไฟท้ายแนวนอนบริเวณกันชน เป็นต้น

2018-Suzuki-Jimny-Leaked-Official-Image

ในการนำเสนอ อันนี้คาดว่าน่าจะเป็นสีของตัวรถ ที่จะมีให้ลูกค้าเลือก

2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo

ภาพ Spy Shot ขณะกำลังทดสอบอยู่ในยุโรป (ภาพจาก Motor1.com)

ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดด้านเครื่องยนต์ของ Suzuki Jimny ใหม่ออกมา แต่ในรุ่นปัจจุบัน มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K6A ขนาด 660 ซีซี Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (เฉพาะเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ตามคุณสมบัติของรถ K-Car)

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส M13A เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า (อยู่ใน Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่น และในเวอร์ชั่นต่างประเทศ) ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Drive Action 4X4

Suzuki-Jimny-660

ดูดีๆ สิครับ เส้นสายของ Suzuki Jimny โฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 ดูคล้ายกับรุ่นใหม่ที่กำลังจะออกจำหน่ายมาก

ส่วนในไทย คาดว่าคงไม่มีทำตลาดเช่นเคย นอกจากซูซูกิ ประเทศไทย จะใจกล้าลงทุนประกอบขาย!

ใบขับขี่

กรมการขนส่งทางบก เตรียมออกใบขับขี่โฉมใหม่รูปแบบ Smart card
ยกระดับสู่มาตราฐานสากล มีความไฉไลอย่างไรบ้างมาดูกัน

 

ใบอนุญาตขับรถแบบใหม่ จะเป็นบัตรพลาสติกที่มีความทนทานกว่าแบบเดิม มีความปลอดภัยน่าเชื่อถือมากขึ้น ด้วยจัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อย่าง แทบข้อมูลแม่เหล็ก และเทคโนโลยี QR Code ซึ่งรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking เป็นเครื่องมือในการใช้บันทึกข้อมูลการขับรถทุกประเภทตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศบังคับใช้แล้ว

 

 

นอกจากนี้ ใบขับขี่ยังปรากฏข้อมูลของเจ้าของบัตร ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน สามารถนำไปใช้ขับขี่ได้ในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา โดยไม่ต้องทำใบอนุญาตขับรถสากลตามความตกลงร่วมกัน

 

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเตรียมปรับรูปแบบใบขับขี่สู่มาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 60 เป็นต้นไป โดยประชาชนจะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท

ดังนั้น กรณีที่ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว จากอัตราเดิมคือ 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล จากอัตราเดิมคือ 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 505 บาท

ซึ่งตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกจะเริ่มดำเนินการออกใบขับขี่ Smart card รูปแบบใหม่ ที่มีเทคโนโลยี QR Code ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยกรมการขนส่งทางบก เพียงรูปแบบเดียว

ทั้งนี้ ใบขับขี่ทั้งรูปแบบกระดาษและสมาร์ทการ์ดที่ออกก่อนวันที่ 4 กันยายน 2560 จะยังคงสามารถใช้งานได้ตามกำหนดอายุการใช้งานของใบอนุญาตนั้น แต่หากชำรุด สูญหาย หรือขอออกบัตรใหม่ หลังวันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป จะได้รับใบอนุญาตขับขี่รูปแบบใหม่ที่มี QR Code เท่านั้น

 

 

Source : thairath.co.th

10 อันดับ-ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย-2561

ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย ประจำปี 2018

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2018 โดยเจ.ดี. พาวเวอร์ เผย 10 อันดับค่ายรถยนต์ Mass ที่มีบริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ปีนี้ “อีซูซุ” ได้อันดับ 1 ไปครอง ด้วยคะแนน 847 คะแนน โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 19 ของการศึกษาวิจัยโดย เจ.ดี. พาวเวอร์

Toyota-Service-2

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2018 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2018 Thailand Customer Service Index (CSI) StudySM) ระบุว่า เจ้าของรถยนต์ในกลุ่มที่ชำระค่าบริการสูงกว่าที่คาดหวังไว้ (17%) มีความพึงพอใจ ต่ำกว่ากลุ่มเจ้าของรถยนต์ที่ชำระค่าบริการตรงตามที่คาดไว้หรือค่าบริการต่ำกว่าที่คาดไว้ (83%) (คะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 751 และ 847 ตามลำดับ จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

ส่วนความแม่นยำในการประเมินค่าบริการ มีผลอย่างมากต่อความพึงพอใจของลูกค้า โดยลูกค้าที่ได้รับแจ้งราคาประเมินที่ถูกต้อง มีความพึงพอใจสูงกว่ามาก เมื่อเทียบกับลูกค้าที่มีค่าใช้จ่ายจริง ในใบเสร็จสูงกว่าที่ประเมินไว้ (839 คะแนน และ 714 คะแนน ตามลำดับ)

ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมที่ได้จากการสำรวจ:

  • การเข้าถึงลูกค้าแบบเชิงรุก: ลูกค้าจำนวนมากขึ้นได้รับการแจ้งเตือนจากศูนย์บริการ เมื่อรถยนต์ของพวกเขาครบกำหนดรับบริการ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (80% ในปี 2561 และ 38% ในปี 2560)
  • ลูกค้าพึงพอใจเพิ่มขึ้น เมื่อสามารถนัดหมายผ่านช่องทางดิจิทัลได้: แม้ว่าจะยังมีลูกค้าจำนวนไม่มากที่ทำการนัดหมายก่อนเข้ารับบริการผ่านช่องทางดิจิทัล (2% ทำการนัดหมายผ่านเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชันของผู้ผลิตรถยนต์) แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ กลับพึงพอใจสูงกว่าลูกค้าที่ทำการนัดหมายผ่านช่องทางออฟไลน์ (848 คะแนน และ 826 คะแนน ตามลำดับ) ทั้งนี้ สำหรับการเข้ารับบริการครั้งถัดไป พบว่า มีลูกค้าทั้งหมด 9% ต้องการทำการนัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้ผลิตรถยนต์ แบ่งเป็นช่องทางเว็บไซต์ 2% และแอปพลิเคชัน 7%
  • การชำระค่าบริการด้วยเงินสดได้รับความนิยมสูงสุด แต่ลูกค้าคาดหวังให้มีทางเลือกช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต: มีลูกค้าเพียง 13% เท่านั้นที่ชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิต และน้อยกว่า 1% ชำระผ่านโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล อย่างไรก็ดี ลูกค้าคาดหวังให้ศูนย์บริการเพิ่มช่องทางการชำระค่าบริการ โดย 39% กล่าวว่า พวกเขาต้องการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และ 15% ต้องการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล

Toyota-Service

โดยการวิจัยดังกล่าวประกอบด้วย 5 ปัจจัยหลัก (เรียงลำดับตามความสำคัญ) ได้แก่

– คุณภาพงานบริการ (27%)
– การรับรถคืน (20%)
– สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ (18%)
– การเริ่มต้นให้บริการ (18%)
– ที่ปรึกษาด้านบริการ (18%)

Honda-Service

ปีนี้นับเป็นปีที่ 19 ของการศึกษาวิจัย ซึ่งประเมินจากคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 2,658 ราย ที่ซื้อรถยนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถึงเดือนกรกฎาคม 2560 และนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ถึงเดือนกรกฎาคม 2561 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม 2561

JD-Power-2018-Thailand-Customer-Service-Index

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2561 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. อีซูซุ – 847 คะแนน
2. มิตซูบิชิ – 840 คะแนน
3. ซูซูกิ – 837 คะแนน
4. นิสสัน – 827 คะแนน
5. โตโยต้า – 826 คะแนน
6. ฟอร์ด – 823 คะแนน
7. เชฟโรเลต – 818 คะแนน
8. ฮอนด้า – 806 คะแนน
9. มาสด้า – 803 คะแนน
10. เอ็มจี – 794 คะแนน

ส่วนคะแนนค่าเฉลี่ยตลาดยอดนิยม อยู่ที่ 826 คะแนน

Mazda-Service

และในส่วนของด้านล่างนี้ เป็นผลการสำรวจอันดับของปี 2017 ครับ …

ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย ประจำปี 2017

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2017 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ เผย 10 อันดับค่ายรถยนต์ Mass ที่มีบริการหลังการขายดีที่สุดในไทย “โตโยต้า” ยังคงครองอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 10 ปี โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 18 ของการศึกษาวิจัยโดย เจ.ดี. พาวเวอร์

ผลการสำรวจ J.D. Power 2017 Thailand Customer Service Index (CSI) Study เผยให้เห็นว่า “โตโยต้า” ครองอันดับสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยคะแนน 879 คะแนน จากคะแนนเต็มทั้งหมด 1,000 คะแนน ทั้งนี้ คะแนนความพึงพอใจต่อการบริการโดยรวมของตลาดรถยนต์เฉลี่ยอยู่ที่ 866 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) ลดลงจากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 873 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ระดับความพึงพอใจของรถยนต์ทุกค่าย ยกเว้นซูซูกิ และเชฟโรเลต ลดต่ำลงเมื่อเทียบกับปี 2559

โดยการวิจัยดังกล่าวประกอบด้วย 5 ปัจจัยหลัก (เรียงลำดับตามความสำคัญ) ได้แก่

– คุณภาพงานบริการ (29%)
– การเริ่มต้นให้บริการ (26%)
– การรับรถคืน (18%)
– ที่ปรึกษาด้านบริการ (15%)
– สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ (12%)

จากการสำรวจ ได้สอบถามข้อมูลจากเจ้าของรถจำนวน 2,770 ราย ที่ซื้อรถยนต์ระหว่างเดือนมกราคม 2558 ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2559 และเข้าศูนย์บริการในช่วงเดือน กรกฎาคม 2559 ถึงเดือนพฤษภาคม 2560

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2560 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. โตโยต้า – 879 คะแนน
2. ฮอนด้า – 864 คะแนน
3. มิตซูบิชิ – 863 คะแนน
4. อีซูซุ – 862 คะแนน
5. มาสด้า – 860 คะแนน
6. ซูซูกิ – 859 คะแนน
7. เอ็มจี – 853 คะแนน
8. นิสสัน – 852 คะแนน
9. เชฟโรเลต – 846 คะแนน
10. ฟอร์ด – 840 คะแนน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก J.D. Power

ขับรถหน้าฝน อย่าลืมใส่ใจปัดน้ำฝน

ขับรถหน้าฝน อย่าลืมใส่ใจปัดน้ำฝน

             ในช่วงที่ฝนตกกันเป็นประจำอยู่แทบทุกวันนั้น สิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งและช่วยให้การขับรถตอนฝนตกของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นนั่นคือ “ใบปัดน้ำฝน” อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ แต่มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของรถยนต์ ทาง Carro ขอแนะนำเคล็ดลับ ในการใช้งานและเลือกใช้ใบปัดน้ำฝนครับ

Wiper-ปัดน้ำฝนขอขอบคุณภาพจาก Gazoo

การเลือกซื้อใบปัดน้ำฝน

การเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนที่ดี ควรเลือกขนาดตามแบบมาตรฐานที่ติดรถยนต์มาจึงจะดีที่สุด เพราะตรงตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์เลือกใช้ หากนำใบปัดน้ำฝนขนาดเล็กกว่าที่ติดอยู่เดิม อาจทำให้รัศมีในการ
ปัดน้ำฝนบนหน้ากระจกน้อยลง หากใบปัดน้ำฝนมีขนาดใหญ่มากไป ใบปัดจะเลยขอบกระจก ทำให้มีอายุการใช้งานสั้นลง

Wiper-ปัดน้ำฝน

ที่สำคัญ ยางใบปัดน้ำฝนต้องผลิตจากวัสดุและเนื้อยาง (หรือซิลิโคน) ที่มีคุณภาพ ทนทานต่อสภาพอากาศร้อน โครงของใบปัดน้ำฝนทำจากโลหะ เพื่อป้องกันการกระพือจากแรงลมในขณะขับรถด้วยความเร็วสูง และช่วยเพิ่มน้ำหนักในการรีดน้ำจากกระจก แนบสนิทกับกระบังลมหน้า-หลัง

Wiper-ปัดน้ำฝน

เช็คใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ

ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพแล้วเป็นอย่างไร? สังเกตได้จาก เนื้อยางเริ่มแข็งกรอบและมีรอยแตกฉีกขาด เวลาปัด มีเสียงปัดน้ำฝนเสียดสีกับกระจกเสียงดังครืดคราด ปัดแล้วรีดน้ำออกจากกระจกไม่หมด มีคราบน้ำ ละอองน้ำ เป็นม่านบนกระจก

Wiper-ปัดน้ำฝน

วิธีดูแลใบปัดน้ำฝน

วิธีดูแลใบปัดน้ำฝน หากเป็นไปได้ หมั่นจอดรถในที่ร่ม เพื่อป้องกันแสงแดด ที่ทำให้ยางใบปัดน้ำฝนแข็งกรอบ เพราะยางต้องแนบกับกระจกที่รับความร้อน ควรยกก้านใบปัดน้ำฝนขึ้น และ
ใช้ผ้าชุบน้ำ เช็ดตามแนวยาวของใบปัดน้ำฝน ถ้าเป็นไปได้ ควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกให้ลื่นและเงา เพื่อเสริมให้ปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Wiper-ปัดน้ำฝน

ในส่วนของหัวฉีดปัดน้ำฝนก็สำคัญ หากเกิดการอุดตัน ให้นำเข็มหมุดแหย่บริเวณรูฉีดน้ำ เพราะอาจจะเศษฝุ่นอุดตันอยู่ ทำให้น้ำไม่พุ่งออกมาเต็มที่ อีกทั้งหมั่นเติมน้ำแชมพูสำหรับไว้ฉีดล้างกระจกให้พร้อม เพื่อขจัดคราบสกปรกเวลาใช้งานปัดน้ำฝน

ถือเป็นเคล็ดลับที่คุณควรรู้ไว้ สำหรับในการดูแลรักษารถยนต์ของคุณ Carro ขอแนะนำให้คุณควรเปลี่ยนปัดน้ำฝน ทุกๆ 1 ปี เพื่อให้คุณขับขี่รถลุยฝนได้อย่างมั่นใจครับ

ขับรถอย่าเล่นมือถือ

ขับรถอย่าเล่นมือถือ !!

     เชื่อเถอะว่า หลายๆโครงการในประเทศไทยพยายามรณรงค์เรื่องนี้ และพูดอะไรทำนองมานานแล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เล่นมือถือไปขับรถไป เพราะประมาท และย่ามใจว่าคงไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับตัวเองแน่ๆ Carro ไม่ขอพูดอะไรซ้ำซาก แต่จะขอหยิบยก 5 กรณีตัวอย่างนี้ เพื่อให้เหตุผล 5 ข้อกับคุณ มาเริ่มกันเลย

 

เล่นมือถือ ขับรถ ผิดกฎหมาย

1. Selfie อาจเปลี่ยนชีวิต!
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่รัฐเท็กซัส ขณะที่สาวน้อยวัย 19 ปีกำลัง Selfie เพื่อส่งรูปถ่าย Sexy ของตัวเองให้แฟนหนุ่ม รถของเธอก็ชนท้ายรถตำรวจเข้าอย่างจัง!

ความพีคของเรื่องนี้คือขณะที่เกิดอุบัติเหตุ เธอกำลัง Selfie แบบ Topless (เปลือยท่อนบน) อยู่!

หลังจากตำรวจ (ซึ่งเป็นคู่กรณี) ลงจากรถมาสอบถามก็ต้องตะลึงกับสภาพเปลือยครึ่งท่อนของสาวคนขับ แถมยังพบว่าเบาะข้างคนขับมีไวน์ที่เปิดขวดแล้ววางอยู่ โดยสาวคนขับได้ให้การว่า เธอกำลัง Selfie และส่งรูปถ่ายลับๆ ให้กับหนุ่มคนรักขณะที่ีรถติดไฟแดง แต่พลาดอย่างไรก็ไม่ทราบ รถได้เลื่อนไปชนท้ายรถตำรวจซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ข้างหน้าอย่างเต็มเปา!

สุดท้ายสาวน้อยนางนี้ก็ถูกปรับด้วยข้อหาเมาแล้วขับ เป็นเงินจำนวน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราว 70,000 บาท) แถมยังเป็นที่กล่าวขานในสังคมออนไลน์ไปอีกนาน

 

เล่นมือถือ ขับรถ ผิดกฎหมาย

2. เปลี่ยนเพลง 1 ที ฆ่า 4 ศพ!
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อคนขับรถบรรทุกก้มมองสมาร์ทโฟนของตัวเองเป็นเวลา 45 วินาทีเพื่อเลื่อนเปลี่ยนเพลง จากนั้นรถของเขาก็ชนเข้ากับรถ SUV ของคุณแม่ลูกสามอย่างรุนแรง!

อุบัติเหตุนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เทรซี่ คุณแม่ซึ่งกำลังขับรถเสียชีวิตทันทีเท่านั้น แต่ยังทำให้อีธาน จอช และเอมี่ ลูกทั้ง 3 ของเทรซี่เสียชีวิตหมดทุกคน!

ภาพจากกล้องวงจรปิดและกล้องที่ติดตั้งอยู่หน้ารถได้แสดงให้เห็นว่า ชายขับรถบรรทุกทำความผิดจริงด้วยการก้มหน้าก้มตาเลือกเพลงจากสมาร์ทโฟน จนต้องละสายตาจากถนนนานเกือบหนึ่งนาที และ 0.75 วินาทีหลังจากการชนเกิดขึ้น กล้องได้จับสีหน้าตื่นตกใจสุดชีวิตของเขาเอาไว้ได้ แต่ขณะนั้นมันสายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

ล่าสุดคนขับรถบรรทุกถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ส่วนสามีของคุณแม่ที่เสียชีวิต (คุณพ่อของเด็กๆ) ต้องจัดงานศพให้กับสมาชิกครอบครัวที่จากไปพร้อมกันถึง 4 คน

 

เล่นมือถือ-ขับรถ-ผิดกฎหมาย

3. รถพังยับเพราะรีบกดรับอั่งเปา
ถือเป็นเรื่องซวยรับวันตรุษจีนเลยทีเดียว เมื่อหนุ่มชาวจีนมัวแต่รีบกดชิงอั่งเปาจากแอพฯ Wechat รู้ตัวอีกทีรถก็วิ่งเลยไปถึงสี่แยกและประสานงาเข้ากับรถอีกคันอย่างจัง!

อั่งเปาที่ว่านี้เป็นอั่งเปาออนไลน์ที่แจกกันในห้องสนทนากลุ่มของ Wechat ซึ่งอำนวยความสะดวกให้บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ต้องแจกอั่งเปาเป็นกระดาษในวันตรุษจีนอีกต่อไป แถมยังมีกติกา “มาก่อนได้ก่อน” ให้ลูกหลานได้สนุกสนานจากการแย่งชิงอั่งเปากันอีกด้วย

แต่การรีบกดรับอั่งเปาขณะขับรถก็ส่งผลน่ากลัวแบบนี้เอง แม้จะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่รถของหนุ่มชาวจีนผู้โชคร้ายก็ได้รับการประเมินค่าเสียหายราว 10,000 หยวน (ราวๆ 50,000 บาท) ซึ่งไม่รู้ว่าจะคุ้มกับเงินอั่งเปาที่ได้มาหรือไม่

 

เล่นมือถือ ขับรถ ผิดกฎหมาย

4. แค่คุยโทรศัพท์ทำรถชนยับ 10 คันรวด!
สาว 17 คุยโทรศัพท์ขณะขับรถแล้วเสียสมาธิจนเผลอขับรถฝ่าไฟแดง ส่งผลให้รถชนกัน 10 คันรวดบริเวณ 4 แยก!โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ใครต้องบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าเรื่องราวจะแสนอลหม่านและเลอะเทอะเปรอะเปื้อน เพราะรถของเด็กสาวไปตัดหน้ารถขนดิน ทำให้รถขนดินพลิกคว่ำจนดินกองท่วมถนน อีกทั้งยังทำให้การจราจรติดขัดยาวเหยียด!

ผลจากเหตุการณ์นี้ทำให้เด็กสาวที่คุยโทรศัพท์ขณะขับรถถูกปรับเป็นเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 17,500 บาท) ด้วยข้อหาฝ่าสัญญาณไฟจราจร และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

 

เล่นมือถือ ขับรถ ผิดกฎหมาย

5. เล่นมือถือมือซ้าย ขี่มอเตอร์ไซค์มือขวา ชนท้ายรถข้างหน้าเต็มๆ!
เหตุการณ์ท้ายสุดนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยของเรานี่เอง เมื่อหนุ่มเมืองนครศรีธรรมราชเล่นมือถือไปขับมอเตอร์ไซค์ไปจนลืมดูทาง แล้วชนเข้ากับรถปิคอัพซึ่งจอดอยู่ข้างทางอย่างจัง!

แม้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหนัก และไม่มีความเสียหายมากนัก แต่มันก็ทำให้ทั้งคนขับมอเตอร์ไซค์และเจ้าของรถปิคอัพเสียอารมณ์ไปตามๆ กัน!

 

นี่คือ 5 ตัวอย่างที่คุณไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง! และเป็น 5 เหตุผลที่ชัดเจนมากที่ควรจะเลิกเล่นมือถือขณะขับรถ จะเห็นได้ว่าไม่มีข้อไหนที่มีจุดจบอย่างสวยงามเลย แถมยังนำมาซึ่งการสูญเสีย ตั้งแต่ความรู้สึก ทรัพย์สินเงินทอง ไปจนถึงชีวิต

และอย่าลืมว่า การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะใดๆ โดยไม่มีอุปกรณ์เสริมช่วยในการสนทนา ตามกฎหมายถือว่ามีโทษปรับถึง 400 – 1,000 บาท ต่อให้ไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ มันก็ยังผิดกฎหมายอยู่ดี !

เอาเป็นว่าควรขับขี่อย่างไม่ประมาท ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ใดๆ ขณะขับรถ เชื่อ Carro เถอะ! เราจะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนานๆ

ดูดวง

ดูดวงก่อนถอยรถ ด้วยศาสตร์เลขทะเบียน

เชื่อว่า .. คนไทยหลายบ้านมีความเชื่อเรื่องดูดวงในศาสตร์ต่างๆ ก่อนที่จะลงมือทำการใหญ่อะไรสักอย่าง เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะดูดวงของฤกษ์งามยามดีแล้ว ยังต้องดูศาสตร์ของตัวเลขอีกด้วย ส่วนในวันนี้ที่ Carro จะมาพูดถึงคือ การดูดวงด้วยศาสตร์ของเลขทะเบียนรถ เพราะ รถ เป็นยานพาหนะที่ในทางโหราศาสตร์ก็คือ บริวารในรูปแบบหนึ่ง นั้นเอง ! 

เอาล่ะ !
ได้เวลามาคำนวณตัวเลขกันแล้ว

 

ตามตำราเลขศาสตร์

ดูดวง

ตัวเลขต่างๆเป็นตัวแทนดาวพระเคราะห์ และดาวพระเคราะห์แต่ละดวงก็จะส่งผลดี-ผลร้าย แก่เจ้าของชะตาแตกต่างกัน สำหรับดาวพระเคราะห์แทนตัวเลขต่างๆ มีดังนี้ 1 – อาทิตย์ , 2 – จันทร์ , 3 – อังคาร , 4 – พุธ , 5 – พฤหัส ,6 – ศุกร์ , 7 – เสาร์ , 8 – ราหู , 9 – พระเกตุ และ 0 – มฤตยู

ตำราดูดวงส่วนใหญ่ทั้งเลขศาสตร์และโหราศาสตร์เห็นพ้องต้องกันว่า เลข 3 – 7 – 0 เป็นเลขที่ร้าย เลข 3 จะหมายถึง การทะเลาะเบาะแว้ง เลข 7 คือ ความทุกข์ยาก และเลข 0 คือ อุบัติเหตุ และความสูญเสียต่างๆ ในบางตำรามองว่า เลข 8 เป็นเลขที่ร้ายเช่นเดียวกัน เพราะหมายถึง ราหู แต่ก็นับว่าความร้ายแรง ยังเป็นรอง เลข 3 – 7 – 0 อยู่มากทีเดียว

บางตำรากลับเชื่อว่า เลข 8 เป็นเลขแห่งความร่ำรวย เป็นเลขที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ โดยให้นิยามว่า ดาวราหู หมายถึง พระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ ผู้มั่งคั่งร่ำรวยไปด้วยอำนาจ และทรัพย์สิน

 

ตัวเลขที่คนไทยนิยม

ดูดวง

 

เลขทะเบียนรถที่ดีควรจะ อยู่ในกฎเหล่านี้ คือ

ดูดวง

 

  1. เลขทุกตัวบวกรวมกันแล้วได้ตั้งแต่ 5 ขึ้นไป ยิ่งได้เลข 9 ถือว่าดีมาก เช่น 2223 รวมกัน = 9 เลขคู่หน้าและคู่หลัง บวกรวมกันได้ตั้งแต่ 5 ขึ้นไป ถ้าได้ 9 ถือว่าดีมาก เช่น 8127 คู่แรก 8 + 1 = 9 คู่หลัง 2+7 = 9 ถือว่าก้าวหน้าก้าวหลัง เจริญดี
  2. ตัวเลขตัวแรกบวกตัวสุดท้ายได้ 5 ขึ้นไป ถ้าได้ 9 ถือว่าดีมาก เช่น 8181 ถือว่าเป็นเลข ที่ดีมากๆ เพราะเข้าข่าย 2 ประเด็น คือได้ 9 ทุกทิศทาง ถือว่าก้าวหน้า ก้าวหลัง เจริญดี
  3. เลขทุกตัวต้องรวมกันแล้วไม่ได้ 13 เพราะถือเป็นเลขมรณะ เช่น 9400 เลขคู่หน้าและคู่หลังรวมกัน ไม่ควรเป็นเลข 13 เพราะถือว่ามรณะ เช่น 9476 คือ 9+4 = 13 และ 7+6 = 13 ถือว่ามรณะทั้งไปหน้าและกลับหลัง
  4. เลขตัวแรกและตัวสุดท้ายรวมกันไม่ควรเป็น 13 เพราะถือว่ามรณะ เช่น 4419 คือ 4+9=13 มรณะ ตัวเลขทั้งหมดไม่ควรถูกคร่อมด้วยเลข 1 เพราะเปรียบเหมือนเป็นโลงศพ เช่น 1771 หรือ 1001 หรือ 1641 เป็นต้น
  5. ตัวเลขคู่กันไม่ควรเป็นเลข 1 ทั้งคู่ เพราะเปรียบเป็นโลงศพ เช่น 1178 หรือ 4311

 

ทำไมเลขทะเบียนรถถึงมีความสำคัญ ?

เพราะป้ายทะเบียนเป็นเลขประจำตัว ที่บ่งบอกภาพรวมของชะตารถว่าเป็นอย่างไร มีความคล่องตัวหรือเกิดปัญหาเรื่องใดบ้าง ซึ่งมันจะส่งผลกับผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลโดยตรง และการดูดวงด้วยศาสตร์ของเลขทะเบียนรถผลรวมทุกเลขเป็นเลขดี แต่บางเลขอาจเหมาะสำหรับการใช้งานบางอย่าง ซึ่งอาจพิจารณาประกอบกับอาชีพของผู้ครอบครองเพิ่ม บวกกับลักษณะใช้งานเป็นหลัก เพื่อเกื้อหนุนกันให้ดีๆยิ่งขึ้นไปอีก

 

!! จบแล้วจ้า !!


ส่งท้าย : เร็วๆ นี้จะมีการประมูลป้ายทะเบียนรถหมวดอักษรพิเศษ 5 กก กรุงเทพมหานคร “5 กก 5 มหาสุข” จำนวน 301 หมายเลข เปิดประมูลวันที่ 9-10 กันยายน 2560 ณ อาคาร 6 ชั้น 7   กรมการขนส่งทางบก 

กรมการขนส่งทางบก

 

การดูดวงเป็นความเชื่อส่วนบุคคล อาจจะมีที่ไม่ตรงกันบ้าง
ซึ่งการดูดวงในศาสตร์ต่างๆ มันไม่มีผิดถูก
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของความสบายใจ
ว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองแล้ว

 

Source :
meemodel.com
กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News

AutoExc-Mazda-CX-3

AutoExe นำเสนอชุดแต่ง “DK-05” และ “DK-05S” สำหรับ Mazda CX-3 โดยเฉพาะ

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

สำนักแต่ง AutoExe สัญชาติญี่ปุ่น นำเสนอชุดแต่ง “DK-05” และ “DK-05S” ใน 2 แบบ 2 สไตล์ สำหรับ Mazda CX-3 มิติใหม่ของรถ Freestyle Crossover โดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ต แรงขึ้นด้วยชุดเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ ดีไซน์มาสำหรับ Mazda CX-3 โดยเฉพาะ ใน Concept “Tune COOL!” วางจำหน่ายแล้วในญี่ปุ่น

DK-05

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

โดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้าสปอร์ต พร้อมไฟ DRL แบบ LED

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ท่อไอเสียออกแบบกึ่งกลาง พร้อม Diffuser หลังสีเงิน

ชุดแต่ง “DK-05” ประกอบไปด้วย ชุดกันชนหน้าสปอร์ต และ Daytime Runnging Light แบบ LED พร้อมสปอยเลอร์ด้านล่าง กระจังหน้าแบบ Piano Black โดยกันชนหน้าของ AutoExe มีขนาดยาวกว่ากันชนของโรงงาน 20 มม. และสูงกว่ากันชนเดิมของตัวรถ 25 มม. ด้านข้างประตูรถ ติดตั้ง “Sports Side Vision” กันสาดข้างประตู ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์แบบ “Wing Type” ด้านหลังท่อไอเสียออกแบบให้อยู่กึ่งกลางแผ่น Diffuser หลังสีเงิน

DK-05S

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ส่วนของแบบ “DK-05S” ตกแต่งภายนอกให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ชุดกันชนหน้าแบบ Millimeter Wave Radar และไฟตัดหมอกดวงเล็ก และสปอยเลอร์ด้านล่าง กระจังหน้าถูกออกแบบใหม่ โดยกันชนหน้าของ AutoExe มีขนาดยาวกว่ากันชนของโรงงาน 20 มม. ด้านข้างประตูรถ ติดตั้ง “Sports Side Vision” กันสาดข้างประตู ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์แบบ “Wing Type” ติดตั้งท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวา พร้อม Diffuser หลังสีเงิน

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ด้านหน้ายกชุดด้วยกระจังหน้าทรงใหม่ พร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ชุดท่อไอเสียคู่ เพิ่มความโดดเด่น

ทั้ง 2 แบบ สามารถเลือกชุดแต่งช่วงล่างจัดเต็มได้ยกเซ็ต ในแบบ Street Sports Suspension Kit มีให้เลือกตามกำลังเงินของคุณ ว่าจะเปลี่ยนแค่บางอย่างหรือทั้งหมดก็ได้ ทั้งสปริงลดความสูงของรถ, ชุด Sport Damper, ชุด Stabilizer แบบ Sport ปรับระดับได้ และลูกหมากปลายแร็คแบบสปอร์ต ชุดจานเบรก และผ้าเบรกแบบสปอร์ต ส่วนเครื่องยนต์สามารถเลือกติดตั้งไส้กรองอากาศแบบสปอร์ต, หม้อกรองอากาศแบบสปอร์ต, ท่อร่วมไอดี และหม้อพักไอเสียที่ออกแบบเป็นพิเศษ

ขอบคุณข้อมูลจาก autoexe.co.jp

ขึ้นค่าทางด่วน

ผู้ใช้ทางด่วนร้องจ๊าก! การทางพิเศษฯ ยันปี 2561 ขึ้นค่าทางด่วน 5-10 บาท

ทราบกันหรือยังว่า … การทางพิเศษฯ เตรียมปรับค่าทางด่วนขึ้นเฉลี่ย 5-10 บาท ในเดือนกันยายน 2561 เผยถึงรอบคิวปรับทุก 5 ปี ตามสัมปทานที่ทำไว้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางด่วนขั้นที่ 2 ทางพิเศษศรีรัช ระยะเวลา 30 ปี

โดยในสัมปทาน สามารถพิจารณาปรับค่าผ่านทางได้เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ปี ตามดัชนีผู้บริโภค (CPI = Consumer Price Index) ตามสัญญาสัมปทานซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. 2561 โดยที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 5-10 บาท ทั้งนี้ ถือเป็นการปรับค่าทางด่วนรอบสุดท้าย เพราะสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในปี 2563

ทางด่วน

อัตราค่าผ่านทางปัจจุบันที่ปรับขึ้นล่าสุดตั้งแต่ 1 ก.ย. 2556 ได้แก่

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1)
    รถ 4 ล้อ, 50 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 75 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 110 บาท
  • ทางพิเศษศรีรัช ส่วน C (รัชดาภิเษก-แจ้งวัฒนะ)
    รถ 4 ล้อ, 15 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 20 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 35 บาท
  • ส่วน D (พระราม 9 – ศรีนครินทร์)
    รถ 4 ล้อ, 25 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 55 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 75 บาท

ทางด่วน

ขณะเดียวกันจะมีทางด่วนอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) ที่ BEM รับสัมปทานและมีรายได้ค่าผ่านทาง 100% จะครบกำหนดวันที่ 1 พ.ย. 2561 จากปัจจุบัน

  • ช่วงแจ้งวัฒนะ-เชียงราก
    รถ 4 ล้อ, 45 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 100 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 150 บาท
  • ช่วงเชียงราก-บางไทร
    รถ 4 ล้อ, 10 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 20 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 30 บาท

ทางด่วน

ปัจจุบัน กทพ. รับส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 60% และ BEM ได้รับอยู่ที่ 40% จนครบกำหนดอายุสัญญา ทั้งนี้หาก กทพ. ดำเนินการเอง จะทำให้มีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน กทพ.มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 17,193.29 ล้านบาท มีรายจ่าย 9,872.63 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,320.66 ล้านบาท โดยขณะนี้ กทพ. ต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ร้อยละ 7) ของประชาชนที่ใช้บริการ และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทางด่วน

ปริมาณการจราจรบนทางด่วนทั้งโครงข่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านเที่ยว ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่า ทางด่วน ในเวลาเช้า-เย็น นั้นไม่ด่วนอย่างเช่นในอดีตแล้ว ปริมาณพื้นที่จราจรไม่เพียงพอกับจำนวนรถที่ใช้ ณ ปัจจุบัน ที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องมีการสร้างทางด่วนขยายเพิ่มเติม ทดแทนพื้นที่ทางราบที่ไม่สามารถรับรถยนต์ในเวลาเร่งด่วนได้แล้ว

ทางด่วน

พลเอกวิวรรธน์ สุชาติ ประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาออกแบบทางด่วนชั้นที่ 2 ในเส้นทางทางพิเศษศรีรัชเป็นหลัก เพื่อปัดการจราจรไปด้านบนให้ได้ประมาณร้อยละ 30 ซึ่งเงินลงทุนจะสูงมาก และส่วนตัวอยากให้เพิ่มชั้นที่ 2 ตั้งแต่แจ้งวัฒนะ

ขณะเดียวกันหากมีการเพิ่มทางด่วน 2 ชั้น จะต้องปรับขึ้นค่าผ่านทางด้วย ในส่วนของการก่อสร้างทางเชื่อมจากทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ไปยังทางพิเศษศรีรัชด้านทิศเหนือ (มุ่งไปทางแจ้งวัฒนะ) ระยะทาง 360 เมตร ที่เพิ่งตอกเสาเข็ม มีกำหนดระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 18 เดือนนั้น ส่วนตัวอยากให้สร้างเสร็จภายใน 9 เดือน เพราะประชาชนจะได้ประโยชน์เร็วขึ้น และไม่มีการเก็บค่าผ่านทางบริเวณทางเชื่อม

ขอขอบคุณภาพจาก กทพ. หอกระจายข่าว