Drive-In-Winter-Season

ฤดูหนาว ก็ถือว่าสำคัญ สำหรับการเตรียมรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

Suzuki-Swift

หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาประกาศแล้วว่า ประเทศไทยเราเข้าสู่หน้าหนาวแล้วเมื่อหลายวันก่อน (แม้ว่าบางจังหวัด น้ำยังท่วมหนักอยู่เลย รวมไปถึงภาคใต้ที่กำลังอยู่ในฤดูมรสุม) แต่ก็เชื่อได้ว่า หลายๆ ท่านตอนนี้ เริ่มจะได้สัมผัสอากาศเย็นๆ ในช่วงกลางคืนและช่วงเช้ามืดกันแล้ว …

Carro ขอแนะนำวิธีการดูแลรักษารถยนต์และการขับรถยนต์ เพื่อเตรียมพร้อมไว้ใช้งานในฤดูหนาวครับ.

นอกเหนือจากการดูแลรักษารถยนต์ส่วนต่างๆ ระดับของเหลวจุดต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่สำคัญและควรปฏิบัติในหน้าหนาว มีอาทิเช่นนอกเหนือจากการดูแลรักษารถยนต์ส่วนต่างๆ ระดับของเหลวจุดต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่สำคัญและควรปฏิบัติในหน้าหนาว มีอาทิเช่น …

เมื่อหมอกลง

Drive-In-Winter-Season

ช่วงฤดูหนาว จะมีหมอกปกคลุมมากกว่าปกติ และพื้นถนนอาจลื่นได้ ควรขับรถด้วยความระวัง เปิดไฟใหญ่ หรือไฟต่ำทุกครั้ง เพื่อให้สามารถมองเห็นสภาพเส้นทางได้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ควรใช้ไฟสูง เพราะไฟสูงจะยิ่งทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า เพราะแสงไฟจะสะท้อนกับหมอกจนเกิดการฟุ้ง และทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดน้อยลง … แต่ถ้าหมอกหนามากจริงๆ แนะนำให้หาที่จอดพักริมทางในที่ปลอดภัย ไม่จอดข้างทางหรือบนไหล่ทาง ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดีกว่าครับ

หรือในกรณีที่หมอกลงจัดมาก ควรขับขี่ที่ความเร็ว 40-50 กม./ชม. เพื่อกะระยะรอบด้านและเบรกได้ทัน เมื่อเห็นสิ่งกีดขวางในระยะใกล้อยู่ตรงหน้า

ไฟตัดหมอก หน้า-หลัง

Toyota-Crown

การใช้ไฟตัดหมอกอย่างปลอดภัยคือ ช่วงที่มีฝนตกปรอยๆ หรือฝนตกหนัก หรือหมอกลงมาก เพื่อให้รถที่ขับสวนมามองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ การขับรถขึ้นภูเขาสูงในช่วงฤดูหนาว ที่มีหมอกหนามากกว่าปกติ ไฟตัดหมอกจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น

รถบางรุ่น (โดยเฉพาะรถยุโรป) มีติดไฟตัดหมอกหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย ซึ่งออกแบบไว้ใช้เฉพาะในยามหมอกลงจัดเท่านั้น แต่หลายคนก็ใช้งานแบบไม่ต้องถูกต้อง เปิดไฟตัดหมอกหลังอย่างพร่ำเพรื่อยามถนนแห้ง ทำให้แยงตาผู้ที่ขับขี่ที่ตามหลัง เพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดอุบัติเหตุได้

ระบบไล่ฝ้า

Defogger

การขับรถในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่ไม่สมดุลระหว่างด้านในและด้านนอกรถ ทำให้ไอน้ำจับตัวเป็นละอองฝ้าเกาะกระจกรถ ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง กรณีเกิดฝ้าที่กระจกข้างและกระจกหน้าด้านในรถ ให้เพิ่มความเย็นเครื่องปรับอากาศ โดยเลื่อนหรือกดสวิตซ์ระบบปรับอากาศไปที่สัญลักษณ์ไล่ฝ้าที่กระจกหน้า หรือลดกระจกรถลงเล็กน้อย เพื่อปรับอุณหภูมิในและนอกห้องโดยสารรถให้สมดุลกัน จะช่วยให้ละอองฝ้าจางหายได้

กรณีเกิดฝ้าที่กระจกด้านหน้าภายนอกรถ ให้เปิดใช้อุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝน และฉีดน้ำเช็ดกระจกควบคู่ไปด้วย จะช่วยไล่ละอองฝ้าและขจัดคราบสกปรกบนกระจก กรณีเกิดฝ้าที่กระจกหลังรถ ให้เปิดปุ่มไล่ฝ้า เพื่อให้ขดลวดความร้อนบริเวณกระจกหลังรถทำงาน พอเมื่อละอองฝ้าจางหายไป ให้ปิดปุ่มไล่ฝ้า เพราะความร้อนจะทำให้กระจกรถและฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ปิดแอร์ขับรถ

Driving

การปิดแอร์ขับรถนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ดี (เฉพาะในหน้าหนาว) โดยหากคุณขับรถบนถนนที่ออกนอกเมือง รถไม่ติด ตอนเช้าๆ อากาศเย็นๆ คุณก็ปิดระบบปรับอากาศ ลดกระจกด้านข้างลง เพื่อรับลมและความเย็นสบายจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ต้องหมุน “คอมเพรสเซอร์” และช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นถึง 5-10% เลยทีเดียว

การปิดแอร์ขับรถในหนาว ควรทำในนอกเมือง เพราะในเมืองมีแต่ควันพิษ ถ้าหากคุณไม่ชอบลมปะทะหน้า อาจจะปิด A/C (Air Compressor) ของระบบแอร์ เพื่อตัดการทำงานของชุดคอมเพรสเซอร์แอร์ แล้วเปิดแต่พัดลมแอร์ พร้อมกันนี้ปรับสวิทช์การหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร สลับเป็นรับอากาศจากภายนอกเข้าสู่ห้องโดยสาร ที่สามารถรับลมจากภายนอก และช่วยให้กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสาร ลดลงตามไปด้วยก็ได้

หวังว่าเคล็ดลับดีๆ ที่ทาง Carro นำมาฝาก เหมาะสำหรับเอาไว้เตรียมตัว และปฏิบัติตอนขับรถในหน้าหนาวนะครับ

Daihatsu-Hijet-Cargo

ขวัญใจคนรักรถกระป๊อ คนรักรถตู้เล็ก ของ ไดฮัทสุ …

Daihatsu-Hijet-Cargo

หนึ่งในไฮไลท์ของบูธ Daihatsu ในงาน Tokyo Motor Show 2017 นอกจากที่ไดฮัทสุจะนำรถต้นแบบ และรถ K-Car ที่ใส่ชุดแต่งแบบต่างๆ มาโชว์ให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจกันแล้ว แต่ในอีกมุมเล็กๆ มุมหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่สนใจกันมากนัก นั่นคือ “Daihatsu Hijet Cargo” (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท คาร์โก้) ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ขวัญใจคนชอบรถตู้เล็ก ก็นำมาเปิดตัวในงานนี้ด้วย

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu-Hijet-Cargo

กันชนหน้าแบ่งออกเป็น 3 สะดวกในการเปลี่ยนเมื่อเสียหายเฉพาะจุด

สำหรับ “Daihatsu Hijet Cargo” (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท คาร์โก้) เจเนอเรชั่นที่ 10 นี้ แม้ว่าจะผลิตขายกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2004 แล้ว ถึงเวลาพลิกโฉมครั้งใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ด้วยหน้าตาที่ดูคล้ายกับหุ่นยนต์ ชุดไฟหน้าพร้อมไฟแบบ LED คู่ไปกันชุดกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่เป็น 3 ส่วน เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนเวลาชนถูกเฉพาะจุด และไฟตัดหมอกขนาดเล็กติดตั้งด้านล่าง พร้อมชุดไฟท้ายปรับรูปแบบใหม่เล็กน้อย

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu-Hijet-Cargo

ภายใน ดีไซน์ใหม่ ส่วนด้านหลังเบาะนั่งขนาดเล็ก เน้นการใข้งานเป็นหลัก

ห้องโดยสารภายใน ปรับปรุงแผงคอนโซลหน้าให้ดูเหลี่ยมขึ้น ปรับปรุงจุดเก็บของต่างๆ ให้ดูอเนกประสงค์และสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านหลังไม่เน้นการตกแต่ง เน้นการใช้งานเป็นหลัก

Daihatsu-Hijet-Cargo

กล้องคู่หน้าแบบ 3 มิติ หรือ Stereo Camera

ในส่วนของระบบความปลอดภัย ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ ไดฮัทสุ ได้เพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Smart Assist III เข้ามาใน Hijet Cargo ประกอบไปด้วย ระบบ Autonomous Emergency Braking หยุดรถอัตโนมัติในกรณีที่อาจเกิดการชน ทำงานร่วมกับระบบ Pedestrian Detection ตรวจจับคนเดินถนนโดยอาศัยกล้องหน้าแบบ 3 มิติหรือ Stereo Camera เข้ามาช่วย, ระบบ Lane Departure Warning เตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, ระบบ False Start Suppression Control ป้องกันการเข้าเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง ผิด ขณะออกตัว, ระบบ Automatic High Beam ลดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบ Vehicle Start Warning ส่งสัญญาณเตือนผู้ขับเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหลังจากได้รับสัญญาณไฟเขียวโดยเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงการชนคนเดินเท้า เป็นต้น

ในส่วนของเครื่องยนต์ … คาดว่ายังคงใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมขนาด 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 53 แรงม้า (PS) ที่ 7,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.1 กก.-ม. (60 นิวตันเมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันมากๆ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) สูงสุด 17.2 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ในส่วนของรุ่น Cruise เครื่องยนต์เป็นแบบ 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 9.3 กก.-ม. (91 นิวตันเมตร) ที่ 2,800 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 17.2 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 16.6 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Daihatsu-Hijet-Cargo

มีให้เลือกใน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ “Special” “Deluxe” และ “Cruise”

Daihatsu-Hijet-Cargo

โดย ไดฮัทสุ เตรียมเปิดตัวจำหน่ายเจ้า Hijet Cargo กันอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ที่ญี่ปุ่น ส่วนในไทย โอกาสที่จะนำเข้ามาขายนั้น คงบอกได้แต่เพียงว่า ถ้านำเข้ามาก็คงไม่มีใครซื้อ เพราะรวมภาษีแล้ว คงเกือบถึงหนึ่งล้านบาท …

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://car.watch.impress.co.jp/

2018-Isuzu-D-Max-Minorchange

อีซูซุ ฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในไทย ด้วย “D-Max” Blue Power โฉมใหม่!

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

อีซูซุ เผยโฉม “Isuzu D-Max 1.9 – 3.0 Ddi Blue Power” (อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์) ส่งท้ายปีทองด้วยความยิ่งใหญ่ ฉลองครบรอบ 60 ปี อีซูซุในประเทศไทย สานต่อความแรงของ “ปรากฏการณ์ อีซูซุบลูเพาเวอร์” ให้กระหึ่มต่อเนื่อง พร้อมปรับราคาเพิ่มขึ้น 3,000 – 30,000 บาท

พร้อมจัดงานใหญ่ 60 ปีของอีซูซุที่อยู่เคียงคู่สังคมไทย และเปิดตัวรถปิคอัพรุ่นใหม่ล่าสุด ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้ และรอบสาธารณชนในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน ศกนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี

Isuzu-D-Max-Blue-Power

อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ เป็นรถปิกอัพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2558 ด้วยความโดดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่นล่าสุด ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Power of Less” มาใช้ในรถปิกอัพครั้งแรกในโลก อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นรถที่มีการออกแบบที่ล้ำสมัยและลงตัว

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

ในปี 2560 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุพร้อมแล้วที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถปิกอัพเมืองไทยอีกครั้งด้วย “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ที่พัฒนาให้สมบูรณ์แบบขึ้นในทุกๆ ด้าน ภายใต้แนวคิด Sharp/ Aggressive/ Solid หรูหราและสง่างามยิ่งขึ้น ผสานความสปอร์ตและล้ำสมัย รวมทั้งบรรยากาศใหม่ภายในห้องโดยสารแต่ละรุ่นที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัว

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

ควบคู่กับการติดตั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้รถ อาทิ ครั้งแรกในวงการปิกอัพกับไฟหน้าใหม่แบบ Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight อีกทั้งยังปรับระดับสูง-ต่ำของไฟหน้าได้ถึง 4 ระดับ ความบันเทิงเหนือระดับกับ ใหม่! Isuzu iConnect พร้อม Built-in Navigator และใหม่ล่าสุด “อีซูซุอินไซท์” ที่โหลดข้อมูลผ่าน Smartphone ได้ ต่อยอดความสะดวกสบายสูงสุดตามแบบฉบับอีซูซุ

Isuzu-D-Max-Blue-Power

นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสมรรถนะการบรรทุกใหม่ให้กับ “Isuzu D-Max Blue Power Spark” (อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ สปาร์ค) โดยมีเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมเกียร์โอเวอร์ไดร์ฟถึง 2 ตำแหน่ง คือ เกียร์ 5 และ 6 ให้เลือกในรุ่นเครื่องยนต์ อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ด้วยอัตราทดใหม่ ทรงพลัง ให้กำลังฉุดลากสูงยิ่งขึ้น ออกตัวดีแม้บรรทุกหนัก

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ แต่ละรุ่นได้รับการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบสู่ขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก อาทิ

– ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross MAX 4×4 สปอร์ตออฟโรด ดีไซน์ภายนอกใหม่! ผสานความแกร่งและสปอร์ตเป็นหนึ่งเดียว ดุดัน บึกบึนเต็มขั้น ด้วยโทนสีเทาดำ ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight กระจังหน้าใหม่พร้อม Engine Hood Garnish พร้อมชุดแต่งรอบคัน MAX 4X4 ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบทูโทน ขนาด 18 นิ้ว ห้องโดยสารบรรยากาศใหม่! เพิ่มความสะดวกสบาย หรูหรา พร้อมสัญลักษณ์ V-Cross ที่เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ทูโทนสีน้ำตาลเทาเดินด้ายสีส้ม

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

– ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ รุ่น Hi-Lander สะดุดตากับกระจังหน้าโครเมี่ยม และชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน พร้อมทำหน้าที่เป็นไฟหรี่เวลากลางคืน ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารใหม่ กว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีน้ำตาล

– ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ รุ่น Cab 4 และ Spacecab ปรับลุคใหม่ สปอร์ต ทรงพลัง โฉบเฉี่ยวขั้นสุดในทุกมิติ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight และกระจังหน้าโครเมี่ยมดีไซน์ใหม่ บรรยากาศห้องโดยสารใหม่! โทนสีเทาเข้ม เท่ ลงตัว

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

นอกจากนี้ยังเพิ่มฟังก์ชั่นล้ำสมัย เติมเต็มความสุนทรีย์ให้ทุกการเดินทางด้วยระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบ ใหม่! ISUZU iConnect พร้อม Built-in Navigator หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อม Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อแบบ ไร้สายกับ Smartphone สะดวกสบายเพื่อไลฟ์สไตล์เหนือระดับ และ ใหม่ล่าสุด “อีซูซุอินไซท์” ที่พัฒนาไปอีกขั้นผ่านแอพพลิเคชั่นใหม่ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลรายงานการขับขี่อีซูซุอินไซท์ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ ทั้งด้านความปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน

Isuzu-D-Max-Blue-Power

“ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” มีหลายรุ่นให้เลือกตามความต้องการ โดยมี 8 สีให้เลือก พร้อม 3 สีใหม่ล่าสุด สำหรับราคาปรับเพิ่มขึ้น 3,000 – 30,000 บาท

แต่ถ้าติดเรื่องงบประมาณ แนะนำให้ลองดูรถกระบะ Isuzu D-Max มือสองสภาพดีๆ สักคัน ในราคาที่ถูกกว่ารถป้ายแดง ก็ลองเข้าไปเลือกค้นหาได้ที่ https://th.carro.co/buycar/isuzu-dmax ครับผม!

พระราชาในดวงใจ

น้อมรำลึกอีกครั้งผ่าน
ผลงานศิลปกรรมจากศิลปินชั้นนำของเมืองไทยในนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ”

     เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ผ่านมา ควันจากพระเมรุมาศที่ลอยขึ้นฟ้า คล้ายเป็นภาพที่ย้ำเตือนว่าพระองค์ทรงจากเราไปแล้วจริงๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ปวงชนชาวไทยต้องหัวใจสลายอีกครั้ง และเชื่อว่าหลายๆคนยังคงคิดถึงพ่อหลวงกันอยู่ คาร์โร จึงขอนำเสนอนิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” และได้เก็บภาพบรรยากาศบางส่วนมาให้ทุกคนได้ดูกัน
พระราชาในดวงใจ
     

     นิทรรศการ “พระราชาในดวงใจ” เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าหาชมยาก จากฝีมือศิลปินชั้นนำของไทยในหลายยุคสมัย ที่มีผลงานหลากหลายรูปแบบรวมทั้งหมดกว่า ๑๖๐ ผลงาน และมีห้องที่รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ รวมไปถึงวัตถุสะสมเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ห้องนี้ต้องต่อแถวเพื่อรับชม ซึ่งอยู่ชื่นชมได้ประมาณเพียง ๑๕ นาที เท่านั้น

 พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ
พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ
พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ พระราชาในดวงใจ

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • สถานที่ : ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น ๘ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คลิกดูแผนที่
  • ระยะเวลาจัดงาน : ตั้งแต่วันนี้ – ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
  • เวลาเปิด-ปิด : ๑๐:๐๐ – ๒๑:๐๐ น. (หยุดวันจันทร์)
  • เข้าชมฟรี

*หมายเหตุ*

  • ก่อนเข้าชมต้องฝากกล้องถ่ายรูป และกระเป๋าขนาดใหญ่กว่าขนาดกระดาษ A4 ในห้องล็อกเกอร์ ชั้น ๕
  • ภายในงานจะอนุญาตให้ถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

 

 

Tokyo-Motor-Show-2017

งานแสดงรถยนต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น “Tokyo Motor Show 2017”

Tokyo-Motor-Show-2017

ประมวลภาพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด รถต้นแบบ และอื่นๆ ในงานมหกรรมยานยนต์ “Tokyo Motor Show 2017” งานแสดงรถยนต์อีกหนึ่งงานในญี่ปุ่น จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1954 ถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 45

โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2560 ณ Tokyo Big Sight เมือง Tokyo ประเทศญี่ปุ่น … ทาง Carro ขอรวบรวมภาพบรรยากาศ พร้อมรถเปิดตัวใหม่มาให้ชมกันครับ

Toyota-Century

Toyota Century

Toyota-Tj-Cruiser

Toyota Tj Cruiser

Toyota-Auto-Body-LCV-D-Cargo-Concept

Toyota Auto Body LCV D Cargo Concept

Toyota-Auto-Body-Wonder-Capsule-Concept

Toyota Auto Body Wonder Capsule Concept

Nissan-1Mx

Nissan 1Mx

Nissan-Leaf-Nismo-Concept

Nissan Leaf Nismo Concept

Honda-Sports-EV-Concept

Honda Sports EV Concept

Honda-Urban-EV-Concept

Honda Urban EV Concept

Mazda-Kai-Concept

Mazda Kai Concept

Subaru-Viziv-Performance-Concept

Subaru Viziv Performance Concept

Subaru-WRX-STi-S208

Subaru WRX STi S208

Lexus-LS500h

Lexus LS500h

Daihatsu-DN-Compagno

Daihatsu DN Compagno

Daihatsu-DN-U-Space

Daihatsu DN U Space

Daihatsu-Thor

Daihatsu Thor

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu Hijet Cargo

Mitsubishi-e-Evolution-Concept

Mitsubishi e-Evolution Concept

Suzuki-Swift-Sport

Suzuki Swift Sport

Suzuki-XBEE

Suzuki XBEE

Suzuki-e-SURVIVOR

Suzuki e-SURVIVOR

Suzuki-Spacia-Custom-Concept

Suzuki Spacia Custom Concept

Isuzu-FD-SI

Isuzu FD-SI

Isuzu-Elf-EV

Isuzu Elf EV

Isuzu-6X6

Isuzu 6X6

Isola-Volta-Zagato-Vision-Gran-Turismo

Isola Volta Zagato Vision Gran Turismo

Renualt-Megane-RS

Renualt Megane RS

Volkswagen-I.D.-BUZZ

Volkswagen I.D. BUZZ

BMW-Concept-Z4

BMW Concept Z4

Mercedes-AMG-Project-ONE

Mercedes-AMG Project ONE

Mercedes-Benz-Concept-EQA

Mercedes-Benz Concept EQA

Smart-Vision-EQ-Fortwo

Smart Vision EQ Fortwo

Mitsubishi-E-Fuso-Vision-ONE

Mitsubishi E-Fuso Vision ONE

UD-Trucks-Quon

UD Trucks Quon

ขอบคุณภาพจาก http://car.watch.impress.co.jp/

Carro-แนะนำรถมือสอง-Isuzu-D-Max

รถกระบะยอดนิยมของคนไทย อึด ทนทาน ใช้ดี ราคาขายต่อก็ดีด้วย

Isuzu-Spark-EX

ถ้าพูดถึงรถกระบะที่ยอดนิยมที่สุด ใช้งานทนทาน แข็งแรง อดทน ทรหด ที่สุด คุณจะนึกถึงรถกระบะรุ่นไหน?

เชื่อได้ว่า หลายคนคงต้องนึกถึง “Isuzu D-Max” (อีซูซุ ดีแมคซ์) แน่นอน เพราะหลายคนใช้อยู่ ที่คงจะสามารถพิสูจน์ได้แล้ว ว่าดีหรือไม่

Carro ขอแนะนำรถมือสอง : Isuzu D-Max เจเนอเรชั่นที่ 1 โฉมนี้ มีการปรับปรุงเปลี่ยนโฉมกันอยู่หลายครั้ง เปลี่ยนทุกปีก็ว่าได้ มีรุ่นพิเศษที่ค่อนข้างเยอะมาก Carro ขอรวบรวมข้อมูลไว้แบบละเอียด แต่กระชับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

Isuzu-D-Max-Design

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 อีซูซุ ได้เปิดตัวรถกระบะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของอีซูซุเท่าที่เคยมีมา คือ “อีซูซุ ดีแมคซ์” (Isuzu D-Max) ส่วนชื่อรุ่น “D” มาจากภาษาไทย หมายถึง “ดี” ส่วน “Max” มาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ที่สุด” เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และได้สร้างกระแส “ดีแมคซ์ ฟีเวอร์” ด้วยยอดจองสูงกว่า 10,000 คัน ภายใน 10 วันแรกของการออกสู่ตลาด และยอดจองกว่า 22,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเศษๆ พร้อมทำยอดขายสูงถึง 100,000 คัน ในเวลาเพียง 1 ปี

คำว่า “D” นั้น อีซูซุ ให้นิยามไว้หลายความหมาย … ยอดแห่งความสมบูรณ์แบบ

D : Diesel………ยอดแห่งเครื่องยนต์ดีเซล
D : Direct Injection………ยอดแห่งเทคโนโลยีไดเร็คอินเจ็คชั่น
D : Design………ยอดแห่งการออกแบบ
D : Durability………ยอดแห่งความแข็งแกร่งทนทาน
D : Dragon………ยอดแห่งพลังอำนาจมังกรทอง

และคำว่า “Max” อีซูซุ ให้นิยามไว้หลายความหมายเช่นกัน … ยอดแห่งความยอดเยี่ยม

Max Design… ยอดแห่งการออกแบบ
Max Size… ยอดแห่งขนาดรถ
Max Comfort… ยอดแห่งความสะดวกสบาย
Max Technology… ยอดแห่งเทคโนโลยี
Max Performance… ยอดแห่งสมรรถนะ
Max Safety… ยอดแห่งระบบเพื่อความปลอดภัย
Max Durability… ยอดแห่งความทนทาน
Max Lineup… ยอดแห่งความหลากหลาย

Isuzu-D-Max Isuzu-D-Max

รูปโฉมภายนอกถูกเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมโดยสิ้นเชิง ลู่ลมด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ต่ำสุดเพียง 0.43 ตัวถังใหญ่โตบึกบึน โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า ขณะที่กระจังหน้าและกันชนออกแบบดูทันสมัยมากขึ้น กระจกหลังแบบใหม่ไร้ขอบยาง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 รวมถึงชุดไฟท้ายใหม่แบบ 3 มิติ … ภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่สไตล์รถเก๋ง ตกแต่งแผงคอนโซลหน้าแบบ Mono Graphic Interior โดยเน้นโทนสีอ่อน พร้อมมาตรวัดระยะแบบดิจิตอล พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

ในเวลานั้น มีให้เลือกทั้งกระบะตอนเดียว Spark EX, กระบะมีแค็บ Space Cab และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Rodeo

Isuzu-D-Max-Engine

อย่างไรก็ตาม D-Max รุ่นนี้ยังใช้เครื่องยนต์ตัวเก่าขนาด 2.5 ลิตร รหัส 4JA1-T MAX แบบ 4 สูบ 8 วาล์ว OHV ไดเร็คอินเจคชั่น Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 3,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.9 กก.-ม. (176 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,800 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

และเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JH1-T MAX แบบ 4 สูบ OHV 8 วาล์ว ไดเร็คอินเจคชั่น Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.0 กก.-ม. (245 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรืออัตโนมัติ 4 สปีด

พอช่วงปลายๆ ปี 2545 Isuzu จึงส่งรุ่น “Cab4” และรุ่น “Rodeo” แบบ 4 ประตู รวมไปถึง “Hi-Lander” ขับ 2 ยกสูง ออกมาล่ายอดขายในตลาด …

Isuzu-D-Max-Hi-Lander

ในปี 2546 อีซูซุ ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมาไทยตามนโยบาย “ดีแมคซ์ เมด อิน ไทยแลนด์” เพื่อเตรียมส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกกว่า 100 ประเทศแล้ว อีซูซุยังนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น “ดีแมคซ์ สปาร์ค” ที่เครื่องยนต์แรงกว่าเดิม “ดีแมคซ์ สเปซแค็บ” หรูด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีครบครัน

โดยแยกอุปกรณ์พิเศษ ไฟหน้าซีนอน เบรก ABS พร้อม EBD และถุงลมนิรภัยคู่ พร้อมแนะนำ “D-Max Rodeo 4WD” ขับเคลื่อน 4ล้อ รวมถึง Isuzu D-Max Cab4 Flex-Plus และ “D-Max Hi-Lander” 4×2 ยกสูง มีให้เลือกทั้ง 2 ประตู และ 4 ประตู

Isuzu-D-Max-Spark-EX-2004 Isuzu-D-Max-Spacecab-2004 Isuzu-D-Max-Cab4-2004

Isuzu-D-Max-Cab4-Interior-2004

ช่วงกลางปี 2547 หลังจากที่ค่ายคู่แข่ง Toyota นำเสนอรถกระบะ Hilux Vigo ใหม่ พร้อมเครื่องยนต์คอมมอลเรลแบบใหม่หมดจด ในวันที่ 6 ตุลาคม 2547 อีซูซุ ก็สวนกลับด้วยการวางเครื่องยนต์คอมมอนเรลให้กับดีแมคซ์เช่นกัน พร้อมกับสโลแกนเด็ด “ซูเปอร์คอมมอนเรล สายพันธุ์แท้”

พร้อมทั้งแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ “I-TEQ 3000 Ddi” ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ1-TC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว Super Commonrail Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 146 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-3,400 รอบ/นาที ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาใหม่หมด

โดยนำข้อดีของระบบไดเร็คอินเจคชั่น ที่โดดเด่นด้านการประหยัดน้ำมัน ความทนทานและการบำรุงรักษา รวมกับข้อดีของระบบคอมมอนเรล ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะ และมีความเงียบ รวมถึงการสั่นสะเทือนที่น้อยกว่า ทั้งยังเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยอีกเช่นเคย

16 กุมภาพันธ์ 2548 อีซูซู เสริมทัพดีแมคซ์ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “I-TEQ 2500 Ddi” ขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์คอมมอนเรล รหัส 4JK1-TC ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที (แรงม้าเพิ่มขึ้น 47%) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,200 รอบ/นาที (แรงบิดเพิ่มขึ้น 59%) พร้อมปรับปรุงระบบส่งกำลังทั้ง อัตราทดเกียร์ อัตราทดเฟืองท้าย รวมถึงคลัตช์ใหม่ ขณะเดียวกันยังชูความประหยัดน้ำมันเหมือนเดิม โดยมีให้เลือกในรุ่น Spark EX, Space Cab SX และ SLX, Cab4 SX และ SLX

Isuzu-D-Max-Rodeo

20 กันยายน 2548 อีซูซุ แนะนำ “อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์คอมมอนเรล ใหม่สุด!” ที่ได้ปรับเปลี่ยนทุกรุ่น ทั้งในรุ่น Econovan รถปิกอัพตู้บรรทุก, Spark, Space Cab, Cab4, Hi-Lander และ Rodeo รวมทั้ง “Isuzu MU-7 ซูเปอร์ คอมมอนเรล โฉมใหม่”

เสริมรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เสริมไฟเลี้ยวแบบ LED ใหม่ ที่กระจกมองข้าง สปอยเลอร์ใต้กันชนหน้าใหม่ (Air Dam) (ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อทุกรุ่น ยกเว้น Hi-Lander) เครื่องเสียงใหม่แบบ Full Logic วิทยุ-เทป CD ขนาด 2 Din และกุญแจรีโมท พร้อมระบบ Immobilizer เป็นต้น พร้อมสีใหม่ให้เลือกมากขึ้นอีก 3 สี ได้แก่ สีฟ้าอ่อนเมทาลิค (Silky Blue Metallic) สีดำเมทาลิค (Starry Black Metallic) และสีเงินเมทาลิค (Sterling Silver Metallic)

ช่วงมอเตอร์โชว์ 2006 อีซูซุ ฉลองยอดขาย 500,000 คัน ของอีซูซุ ดีแมคซ์ พร้อมนำเสนอ อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่นพิเศษ “Limited” ทั้งแบบ Rodeo และ Hi-Lander มีจำหน่ายเพียงแค่รุ่นละ 90 คันเท่านั้น

Isuzu D-Max Hi-Lander Super Commonrail รุ่น “Limited” เกียร์ออโตเมติก สีบรอนซ์เงิน (Sterling Silver) ได้รับการตกแต่งด้วยชุดคิ้วกันสาดรอบคัน แถบกันกระแทกประตูข้าง, ล้ออัลลอยด์สีพิเศษ, คอนโซลลายไม้, เครื่องเล่น DVD พร้อมจอด้านหน้า และลำโพงทวีทเตอร์ซ้าย-ขวา ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 90 คันเท่านั้น

Isuzu D-Max Rodeo 4X4 Super Commonrail รุ่น “Limited” สีดำ ตกแต่งพิเศษด้วยชุดเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ คอนโซลลายไม้สีพิเศษ ชุดคิ้วกันสาดคู่หน้าดีไซน์แบบโค้งมนเข้ารูป แถบกันกระแทกประตูข้าง สวยงาม เข้ารูป และยางแบบ All Terrain พร้อมล้ออัลลอยด์สีเงาพิเศษ ติดตั้งฝาครอบกระจกมองข้างแบบโครเมี่ยมเข้าชุดกับมือจับที่เปิดประตูแบบโครเมี่ยม พร้อมสัญลักษณ์รุ่น “Limited” จำนวนจำกัดเพียง 90 คันเช่นกัน

Isuzu-D-Max-Space-Cab-2006

8 สิงหาคม 2549 อีซูซุ ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ D-Max ใหม่หมดทุกรุ่น พร้อมปรับเครื่องยนต์เป็นขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4 JJ1-TCX 3000 Ddi เทอร์โบแปรผัน VGS Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ใหญ่ขึ้น ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 38.9 กก.-ม. (360 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 34.0 กก.-ม. (333 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,600-3,200 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ออโตเมติก

สำหรับรุ่นเกียร์ออโต้ ได้เพิ่มเกียร์รุ่นใหม่ “Maxmatic III” 4 สปีด พร้อมโอเวอร์ไดรฟ์ ควบคุมด้วยกล่องสมองกลรุ่นล่าสุด พร้อมระบบ 3rd Start Mode ป้องกันการลื่นไถล เมื่อออกรถบนทางลื่น ในรุ่นเครื่องยนต์3000 Ddi VGS Turbo และยังคงเกียร์รุ่น “Maxmatic II” 4 สปีด เอาไว้ในรุ่นเครื่องยนต์ 3000 Ddi เช่นเดิม

อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ใหม่ VGS Turbo จะวางอยู่ใน ดีแมคซ์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Cab4 เท่านั้น (รวมถึง MU-7 ทั้ง 3 รุ่นย่อย) ทั้งยังเพิ่มเครื่องยนต์ 2500 Ddi ใน D-Max Hi-Lander รุ่น 2 ประตู – 4 ประตู และ Rodeo 4WD อีกด้วย

Isuzu-Spacecab-Gold-Series Isuzu-D-Max-Cab-4-Gold

ในเดือนมีนาคม 2550 เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีทอง การดำเนินกิจการอีซูซุในประเทศไทย และฉลองยอดผลิต และยอดจำหน่ายอีซูซุทุกรุ่นครบ 2,000,000 คัน แนะนำสุดยอดยนตรกรรมรุ่นพิเศษ “Isuzu D-Max Gold Seriesใหม่!” ที่สุดแห่งคุณค่าระดับทอง และ “Isuzu MU-7 Gold Series ใหม่!”

Isuzu-D-Max-Cab4-Gold-Interior

มาพร้อมโลโก้ Isuzu สีทองรอบคัน, กระจังหน้าแบบ Full Face Grille, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED, เสาอากาศแบบ Active Roof Antenna , ไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED และกุญแจแบบ Integrated Key เป็นต้น พร้อมคว้า 4 ศิลปินชื่อดัง “ก๊อท – จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ, โดม – ปกรณ์ ลัม, ปีเตอร์ – ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และ มอส – ปฏิภาณ ปฐวีกานต์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

อีกทั้งยังเพิ่มรุ่นย่อย “SLX Smart” โดยต่างจากรุ่น SLX ตรงที่ชุดไฟหน้าไม่ใช่แบบโปรเจคเตอร์ และไม่มีไฟตัดหมอกหน้า

ในระยะเวลาเพียง 5 ปีเศษ อีซูซุ ดีแมคซ์ สามารถสร้างยอดจำหน่ายมากกว่า 800,000 คัน!

ในเดือนพฤศจิกายน 2550 อีซูซุ ได้ออกรุ่นพิเศษอย่าง D-Max Gold Series “Speed” ขับ 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา ใส่ชุดแต่งทั้งคัน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์แบบ 2.5 ลิตร และขนาด 3.0 ลิตร และ D-Max Cab4 Gold Series “GT” ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่ชุดแต่งรอบคัน จำนวนจำกัด มีใเฉพาะเครื่องยนต์แบบ 3.0 ลิตร เท่านั้น

Isuzu-D-Max-Platinum

Isuzu D-Max Spacecab Super Platinum Speed

9 ตุลาคม 2551 “อีซูซุ” จัดงานเปิดตัว D-Max และ MU-7 “Platinum” (แพลททินั่ม) แต่งหน้านิดหน่อย เสริมออพชั่นเพิ่ม กระจังหน้า และโลโก้คำว่า อีซูซุ ทุกตำแหน่งที่เคยเป็นสีทอง เปลี่ยนไปเป็นสีเงินแบบ แพลททินั่ม

Isuzu-D-Max-Super-Platinum

17 กันยายน 2552 “อีซูซุ” เปิดตัว D-Max และ MU-7 “Super Platinum” (ซูเปอร์ แพลททินั่ม) ซึ่งได้รับการปรับโฉมเล็กน้อย อาทิ กันชนหน้า กระจังหน้า ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วย “ไอ-จินนี่” ระบบนำทางที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากผู้ผลิตครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย

ห้องโดยสารโทนสีเบจในรุ่น 4 ประตู และแผงคอนโซลสไตล์ “Black Modern Graphite” เพียบพร้อมด้วย Platinum Entertainment จาก Kenwood ด้วยเครื่องเล่น DVD จอ LCD ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไร้สาย Built-in Bluetooth และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์บันเทิงได้ทั้ง iPhone, iPod และ เครื่องเล่น MP3 พร้อมเมนูภาษาไทย ติดตั้ง กล้องมองภาพขณะถอยจอด Platinum Vision Camera จาก Kenwood รวมถึงระบบนำทาง “ไอ-จินนี่” ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากผู้ผลิตครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย

Isuzu D-Max Hi-Lander Super Platinum Modern Move

ในงาน Motor Expo 2009 อีซูซุ ส่งรุ่นพิเศษกระตุ้นตลาด “Isuzu D-Max Hi-Lander Super Platinum” รุ่น 4 ประตู Modern Move สี “Omega White Pearl” แต่งแบบ “Modern Move” รอบคัน ภายในเบาะหนังสีเบจ พร้อมลายไม้ “Black Blue Pearl” และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ จำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น

และรุ่นพิเศษ “Isuzu D-Max Space Cab Super Platinum Speed 2500 DDi” สีพิเศษ “Starry Black Mica” มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ภายในตกแต่งด้วยลายไม้ “Black Blue Pearl” ผลิตจำนวนจำกัด 1,200 คัน (เฉพาะสีดำ ผลิตเพียง 720 คัน)

Isuzu-X-Series-Speed

18 กุมภาพันธ์ 2553 อีซูซุ เปิดตัว “Isuzu D-Max X-Series” (อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์- ซีรี่ส์) ใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบรถกระบะแนวสปอร์ตโดยเฉพาะ ใส่ชุดแต่งทั้งภายนอกและภายใน เน้นสีดำ-แดง

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Super-Titanium

23 กันยายน 2553 อีซูซุ เปิดตัว “Isuzu D-Max” และ “MU-7 “Super Titanium” (ซูเปอร์ ไททาเนียม) อีกแล้ว! และเป็นครั้งสุดท้ายที่มีปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ของรุ่นนี้ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในวงการรถปิคอัพในเมืองไทย ที่มีการติดตั้ง กล้องมองภาพด้านหน้า หรือที่ อีซูซุ เรียกว่า Titanium Vision ช่วยในการมองภาพในมุมอับเวลาถอยจอด โดยกล้องมองภาพด้านหน้า มีมุมมองด้านหน้า กว้าง 190 องศา ในขณะที่ด้านหลัง กว้าง 135 องศา

และในส่วนของภายใน ใช้มาตรวัดเรืองแสงแบบ สีส้มแอมเบอร์ สไตล์สปอร์ต แบบ Super Vision พร้อมจอแสดงข้อมูลแบบ Multi-information Meter ส่วนระบบเนวิเกเตอร์ i-Genii มากับดีไซน์ ไอคอนเมนูใหม่ Scrolling 3D Icon และทำการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่, แผนที่ใหม่ แสดงผลแบบ 3 มิติ

มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ในรุ่น Speed, รุ่น Hi-Lander 2 ประตู และ 4 ประตู แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น Rodeo และรุ่น LS 4 ประตู …

Isuzu-D-Max-Rodeo-2007

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

สำหรับ Isuzu D-Max เจเนอเรชั่นแรก ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถกระบะมือสองรุ่นยอดนิยมสุดๆ รูปทรงสวย ทนทาน อะไหล่หาง่าย คุณภาพคับแก้ว ของแต่งเยอะ แข็งแกร่งและประหยัดตามสไตล์อีซูซุ และราคาขายต่อ ที่ตกน้อยกว่า

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถกระบะยอดอรรถประโยชน์ ทนทาน แข็งแกร่ง ไม่จุกจิก สำหรับไว้ใช้งาน ภายในกว้างขวาง จะบรรทุกขนของ ขับขี่ท่องเที่ยวก็ได้ ประหยัดน้ำมัน แต่ข้อด้อยก็อาจจะมี ตรงที่ปัญหาแหนบดัง กินน้ำมันเครื่อง (ในรุ่นที่ต่ำกว่าปี 2008) หรือเสียงเครื่องดีเซลดังเป็นเอกลักษณ์ เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล กระบะรุ่นนี้ทนทาน ยอดขายเยอะ อะไหล่ก็มีเยอะตามไปด้วย จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ ศูนย์บริการดี เคลมง่าย อันไหนพัง เปลี่ยนให้ใหม่เลย จบ … เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็พอแล้ว

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 110,000 – 600,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพรถ ปีรถ รุ่นย่อย แบบของตัวรถกระบะ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Isuzu D-Max รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิ๊กเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/isuzu-d-max ได้เลยครับผม

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก :
Press Kit Isuzu D-Max / ข้อมูลสื่อมวลชน หลากหลายรุ่น
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9480000128435
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9490000100762
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9490000042260
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9490000134584
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120489
https://mgronline.com/motoring/detail/9500000113799
https://mgronline.com/motoring/detail/9520000108867
https://mgronline.com/motoring/detail/9530000023903
http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2010/09/V9700262/V9700262.html

(สงวนลิขสิทธิ์)

นิทรรศการ

มาร่วมเรียนรู้กระบวนการออกแบบพระเมรุมาศ
อันสะท้อนคุณค่างานสถาปัตยกรรมไทย

คนรุ่นใหม่อาจคิดว่า ความรู้ที่เกี่ยวกับ ‘พระราชพิธีพระบรมศพและพระเมรุมาศ’ เป็นเรื่องที่ค่อยข้างเข้าใจยาก แต่ไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากอีกต่อไป เพราะนิทรรศการ“ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาล และการออกแบบ” เป็นนิทรรศการที่บอกเล่ารายละเอียดทุกส่วน ตั้งแต่เรื่องความเชื่อ การออกแบบ ขั้นตอนการลงมือทำ อีกทั้งยังมีเวิร์คช็อปให้สำหรับคนทั่วไปได้มีประสบการณ์ร่วม เสมือนเป็นส่วนหนึ่งเกี่ยวกับพระเมรุมาศ และหลังจากได้ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศแล้ว เราจะรู้จักความเป็น ‘สถาปัตยกรรมไทย’ ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นอีกด้วย

คาร์โร จึงถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมชมนิทรรศการ และเก็บภาพบรรยากาศบางส่วนมาให้ทุกคนได้ดูกัน แบ่งออกเป็น 4 โซน ดังนี้

โซนที่ 1 : คติจักรวาลและงานออกแบบสถาปัตยกรรมไทย

ในด้านของโซนนี้จะเป็นการปูความรู้ให้ก่อน ซึ่งจะเสนอเกี่ยวกับความเชื่อที่เป็นพื้นฐานในการจัดผังของสถาปัตยกรรมไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณ เช่น

แบบจำลองพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม

คติจักรวาลและงานออกแบบสถาปัตยกรรมไทย

พลแบก หรือ กองทัพอารักขาดาวรึงส์ไว้รอบปรางค์บริวาร มณฑปทิศ และปรางค์ประธาน
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หมายถึง กองทัพที่พระอินทร์โปรดให้มาคุ้มครองเขาพระสุเมรุนั่นเอง

 

โซนที่ 2 : โรงขยายแบบเท่าจริง ศิลปกรรม และศิลปสำหรับงานสถาปัตยกรรม

ส่วนในโซนที่ 2 นี้ เป็นการจำลองบรรยากาศโรงขยายแบบ พร้อมวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือในการออกแบบและขยายลาย รวมไปถึงจัดแสดงแบบร่างมือเท่าขนาดจริง (1:1) ในการสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ

โซนที่ 3 : จากครูสู่ครู

เนื้อหาของโซนนี้จะบอกเล่าแนวความคิด และวิถีการถ่ายทอดความรู้จากครูทางด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม มีวิดิโอจากลูกศิษย์ ของอาจารย์อาวุธ เงินชูกลิ่น (อดีตอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานคณะทำงานการออกแบบพระเมรุ ในงานก่อสร้างพระเมรุ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ) ได้บอกเล่าแนวคิด และแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ และเป็นสืบทอดงานศิลป์สู่คนรุ่นหลัง

จากครูสู่ครู จากครูสู่ครู

กลุ่มสถาปนิกที่อยู่เบื้องหลังการทำงานออกแบบและปฏิบัติการสร้างพระเมรุมาศ

 

โซนที่ 4 : เวิร์กช็อปตามรอยสถาปัตย์ไทย

ลำดับสุดท้าย โซนนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ลองทำด้านจิตรกรรม ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม ดังที่ได้เห็นตัวอย่างจากภายในนิทรรศการ

เวิร์กช็อปตามรอยสถาปัตย์ไทย

มีทั้งการฝึกเขียนแบบร่างลายไทยเบื้องต้น และการทำตบสี เพื่อให้เข้าใจความอดทนทุ่มเทฝึกมือ ฝึกตา ฝึกสมาธิของช่างไทย

เวิร์กช็อปตามรอยสถาปัตย์ไทย

การทำตบสี

เวิร์กช็อปตามรอยสถาปัตย์ไทย

การทำตบสี

เวิร์กช็อปตามรอยสถาปัตย์ไทย

บอร์ดโชว์ผลงาน

รายละเอียดเพิ่มเติม

นิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาล และการออกแบบ” (Insight | Thai | Architecture)

  • ระยะเวลา : ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 – 7 มกราคม 2561
  • เวลาเข้าชม : 10.30-21.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
  • สถานที่: ห้องแกลอรี ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง (Back Building) TCDC กรุงเทพฯ ไปรษณีย์กลางบางรัก
  • แผนที่ : https://goo.gl/maps/Ar3N28jELCy
  • โทร. : 02-105-7400 ต่อ 213, 214
  • ไม่เสียค่าใช้จ่าย

TCDC-Insight-Thai-Architecture-museum

ปิดเส้นทางการจราจร

แจ้งปิดเส้นทางการจราจร 3 ระดับ
บริเวณรอบพระราชพิธีฯ

สำหรับใครที่จะเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงในหลายเส้นทางพร้อมทั้งห้ามนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์และรถส่วนบุคคลเข้าจอดตลอดเวลาทั้ง 2 ฝั่ง โดยมีรายชื่อถนนที่ปิดเส้นทางทั้งหมดดังนี้

การปิดการจราจรพื้นที่ชั้นใน (ปิดล่วงหน้า 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2560)

  1. ปิดการจราจร ดังนี้

– ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย

– ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย

– ถนนราชดำเนินใน จากแยกผ่านพิภพ ถึงแยกป้อมเผด็จฯ

– ถนนสนามไชย จากแยกป้อมเผด็จ ถึงวงเวียน รด.

– ถนนหับเผย

– ถนนหลักเมือง

– ถนนกัลยาณไมตรี ถึงสะพานช้างโรงสี

– ซอยสราญรมย์

– ถนนพระจันทร์

– ถนนราชินี จากตัดถนนพระอาทิตย์ ถึงแยกผ่านพิภพ

– ถนนมหาราช ถึงแยกปากคลองตลาด

– ถนนท้ายวัง ตลอดสาย

– ถนนเชตุพน

– ถนนเศรษฐการ

– ถนนพระพิพิธ ตลอดสาย

– ถนนเจริญกรุง จากวงเวียน รด. ถึง แยกสะพานมอญ

2. จัดเดินรถทางเดียว 3 สาย ดังนี้

– ถนนจักรพงษ์ จากแยกบางลำพู ถึงถนนเจ้าฟ้า

– ถนนเจ้าฟ้า จากตัดถนนจักรพงษ์ ถึงตัดถนนพระอาทิตย์

– ถนนพระอาทิตย์ จากใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ถึงแยกบางลำพู

 

การปิดการจราจรระดับที่ 1 (ปิดล่วงหน้า 1 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 19.00 น.)

ปิดการจราจรชั้นใน 5 สาย ดังนี้

– ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากแยกอรุณอัมรินทร์ ถึงแยกผ่านพิภพ ทั้งสองฝั่ง

– ถนนราชดำเนินกลาง จากแยกผ่านพิภพ ถึงแยกผ่านฟ้าทั้งสองฝั่ง

– ถนนราชดำเนินนอก จากแยกผ่านฟ้า ถึงแยก จปร.

– ถนนหลานหลวง จากแยกหลานหลวง ถึงแยกผ่านฟ้า

– ถนนคู่ขนานลอยฟ้า (บรมราชชนนี) จากทางร่วมสะพานพระราม 8 ถึงทางขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ถนนที่พาดผ่าน ถนนราชดำเนินกลาง ดังนี้

– ถนนตะนาว จากแยกคอกวัว ถึงแยกถนนพระสุเมรุ ตัดถนนบวรนิเวศ

– ถนนดินสอ จากแยก กทม. ถึงแยกสะพานวันชาติ

– ถนนมหาไชย จากแยกสำราญราษฎร์ ถึงป้อมมหากาฬ

– ถนนพระสุเมรุ จากแยกป้อมมหากาฬ ถึงแยกสะพานวันชาติ

– ถนนราชินี จากแยกปากคลองตลาด ถึงแยกผ่านพิภพ

– ถนนอัษฎางค์ จากแยกพระพิทักษ์ ถึงแยกผ่านพิภพ

– ถนนมหาราช จากแยกพระจันทร์ ถึงแยกปากคลองตลาด

 

การปิดการจราจรระดับที่ 2 (ปิดวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.)

  1. การปิดการจราจรทางถนน ขยายการปิดการจราจรเพิ่มเติม ดังนี้

1.1 ขยายการปิดการจราจรในถนนหลานหลวงไปถึงแยกสะพานขาว และจัดเดินรถทางเดียวในถนนกรุงเกษม จากแยกสะพานขำวไปแยกกษัตริย์ศึก เพื่อระบายรถออกไปยังถนนพระราม 1 และถนนพระราม 4 ส่วนรถในถนนจักรพรรดิพงษ์ ตั้งแต่แยกแม้นศรีถึงแยกวิสุทธิกษัตริย์ยังสามารถวิ่งได้ โดยห้ามเลี้ยวเข้าถนนราชดำเนินนอก

1.2 ถนนราชดำเนินนอก จากลานพระราชวังดุสิตถึงแยก จปร. จะปิดการจราจรเป็นช่วงๆ ตามแยก โดยไม่ให้รถเข้าสู่ถนนราชดำเนิน แต่ให้วิ่งพาดผ่านสัญจรส่งประชาชน ไว้ดังนี้

– ปิด แยกพระลานพระราชวังดุสิต ถึงแยกสวนมิสกวัน โดยยังคงให้รถในถนนศรีอยุธยาวิ่งผ่านได้

– ปิด แยกสวนมิสกวัน ถึงแยกมัฆวาน โดยยังคงให้รถในถนนพิษณุโลก วิ่งผ่านได้

– ปิด แยกมัฆวาน ถึงแยก จปร. โดยยังคงให้รถในถนนกรุงเกษม วิ่งผ่านได้

– ปิด ถนนลูกหลวงตลอดสาย

  1. การปิดการจราจรทางน้ำ

ปิดการจราจรในแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – สะพานพระพุทธยอดฟ้า ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 06.00 – 14.00 น.

 

การปิดการจราจรระดับที่ 3

เมื่อประชาชนมาเต็มพื้นที่จะทำการปิดการจราจรเต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวของการจราจรรอบนอก คือ

– ถนนศรีอยุธยา จากแยกวัดเบญจฯ ถึงแยกหอประชุม ทบ. (พล.1)

– ถนนพิษณุโลก จากแยกพานิชยการ ถึงแยกวังแดง

– ถนนกรุงเกษม จากแยกเทวกรรม ถึงแยกประชาเกษม

– ถนนจักรพรรดิพงษ์ จากแยกแม้นศรี ถึงแยก จปร.

– ถนนวิสุทธิกษัตริย์ จากแยก จปร. ถึงแยกวิสุทธิกษัตริย์

– ถนนนครสวรรค์จากแยกผ่านฟ้ำ ถึงแยกนางเลิ้ง

โดยในถนนทั้ง 6 สาย ดังกล่าว ห้ามรถทุกชนิดจอด ก่อนถึงเวลาปิดการจราจร

 

Source www.pptvhd36.com

รถใหม่หลายหลายรุ่น เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2017

2018-BMW-X3

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34” หรือ The 34th Thailand International Motor Expo 2017 ภายใต้แนวคิด “ยานยนต์ยุคใหม่ ฝันไกลที่กลายเป็นจริง” หรือ “New Age Vehicles … A Distant Dream Come True” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2560 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี พร้อมนำรถรุ่นใหม่ๆ ทั้งที่เปิดตัวก่อนงานเริ่ม และภายในงานของปีนี้ มีมาให้ชมกันมากมายหลายรุ่น

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2017 โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันหลายค่าย Carro ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Toyota C-HR

Toyota-C-HR

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) รถ Crossover ในรูปแบบ 4 ประตู ที่ปีนี้มาแรงจริงๆ โดยในงาน Motor Expo 2017 มีความเป็นไปได้ว่า Toyota จะนำรถมาโชว์ก่อนขายจริงในปีหน้านี้ คาดว่าราคาเริ่มต้นต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท

Volvo XC60

Volvo-XC60-2018

หลังจากที่ Volvo (วอลโว่) ประสบความสำเร็จกับการขาย Volvo XC90 ใหม่ ไปทั่วโลกนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รวมถึงในไทยก็มียอดขายที่น่าพอใจ ในเดือนนี้ วอลโว่ เปิดตัว Volvo XC60 รุ่นใหม่ Crossover SUV ที่ดีไซน์และตกแต่งไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง XC90 ในวันที่ 8 พฤศจิกายน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน T8 Twin Engine แบบ Plug-In Hybrid และเครื่องยนต์ดีเซล D4 ให้เลือก … ในราคา 3,090,000 – 3,590,000 บาท

Mazda CX-5

Mazda-CX-5-2018

Mazda (มาสด้า) เปิดตัว Crossover SUV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Mazda CX-5” ใหม่ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน มาพร้อมเครื่องยนต์ SkyActiv-G ขนาด 2.0 ลิตร 175 แรงม้า แบบใหม่ และเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D ขนาด 2.2 ลิตร 165 แรงม้า ในราคา 1,290,000 – 1,770,000 บาท

MG ZS

MG-ZS-2018

MG (เอ็มจี) ประเทศไทย เปิดตัว MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ต่อจากตลาดจีนและอังกฤษที่เปิดตัวไปก่อนหน้า โดยในตลาดจีน ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ในราคา 679,000 – 789,000 บาท

BMW X3

BMW-X3-2018

BMW X3 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 3) ใหม่ (G01) เปิดตัวในไทย 16 พฤศจิกายน นี้ ถือว่ารวดเร็วมาก เพราะ BMW X3 ใหม่ เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกที่งานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์ โชว์ 2017 ไปเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา มาพร้อมดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่หมด แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ BMW เช่นเคย ในราคา 3,699,000 บาท

Lexus NX

Lexus-NX

Lexus NX (เลกซัส เอ็นเอ็กซ์) รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มาภายใต้แนวคิด “The urbaNXplorer” ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองยุคใหม่ ที่มีวิถีชีวิตไม่ซ้ำใคร ถือเป็นรถ Lexus รุ่นที่ขายดีที่สุดของเลกซัสในประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ด้วยยอดจำหน่ายรวมภายในประเทศกว่า 1,400 คัน พร้อมการันตีถึงความนิยมด้วยยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลก กว่า 400,000 คัน

มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร ในรุ่น NX300h เต็มสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบ Lexus Hybrid Drive อัจฉริยะ และขุมพลังเครื่องยนต์ Turbo 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ในรุ่น NX300 ให้สมรรถนะแรงเต็มพลังในทุกระดับความเร็ว

พร้อมเป็นเจ้าของ Lexus NX รุ่นปรับโฉมใหม่ ได้แล้ววันนี้

NX300
– รุ่น F Sport แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 4,450,000 บาท
– รุ่น Grand Luxury ราคา 3,440,000 บาท

NX300h
– รุ่น F Sport ราคา 4,050,000 บาท
– รุ่น Premium ราคา 3,550,000 บาท
– รุ่น Grand Luxury ราคา 3,140,000 บาท
– รุ่น Luxury ราคา 2,930,000 บาท

Lexus LS

Lexus-LS500

ถึงเวลาที่ Lexus จะเปิดตัวรถธงของค่ายอย่าง “Lexus LS” (เลกซัส แอลเอส) ใหม่ ที่พัฒนามาจากรถต้นแบบอย่าง “LF-FC” โดยมาพร้อมขุมพลังขนาด 3.5 ลิตร ในรูปแบบ V6 และ V6 ทวินเทอร์โบ พร้อมเครื่องยนต์ V6 ขุมพลังไฮบริด ที่คาดว่าราคาในบ้านเรา น่าจะอยู่ที่หลักสิบล้านบาทเลยทีเดียว … พบกันได้ในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้ …

Mercedes-AMG GT

Mercedes-AMG-GT-R

แม้ว่าทาง Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) จะเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Mercedes-AMG GT ในวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ที่ออกมาบอกว่า จะเปิดตัวรุ่นไหนบ้าง … ในตระกูล Mercedes-AMG GT

Mercedes-Benz S-Class / Maybach S-Class

Mercedes-Benz-S-Class-Sedan

Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ยังเตรียมเปิดตัวสุดยอดรถยนต์หรูแห่งยุค อย่าง รถยนต์ระดับเรือธง “The new S-Class” ที่สุดแห่งความสง่า มาพร้อมกับ ความหรูหรา ดีไซน์เหนือระดับ ความสะดวกสบายอันไร้ขีดจำกัด และระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

Mercedes-Benz-Maybach-S-Class

และ “The Maybach S-Class” (มายบัค เอส-คลาส) สุดยอดแห่งยนตรกรรมที่รวบรวมความเป็นที่สุดของสมรรถนะเหนือชั้นกับประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน ไว้อย่างครบครัน เหมาะสำหรับท่านผู้นำ … พบกันได้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน นี้ครับ

Mitsubishi Triton Athlete

Mitsubishi-Triton-Athlete

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) เตรียมเปิดตัว Triton รุ่นพิเศษ “Triton Athlete” (ไทนทัน แอทลีท) สปอร์ต พันธุ์เข้ม เร้าใจทุกมุมมองด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคันจากโรงงาน ในงาน Motor Expo 2017

Subaru XV

Subaru-XV-2018

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) รถ Crossover ที่เคยสร้างกระแสความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสร้างยอดขายให้กับ Motorimage ผู้นำเข้ารถยนต์ซูบารุในบ้านเราได้มากพอสมควร ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่ตามญี่ปุ่น พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มล่าสุด “Subaru Global Platform” ร่วมกันกับ Impreza ใหม่ คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT แบบ 7 สปีด เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2017 นี้

Toyota Hilux Revo (Minorchange)

Toyota-Hilux-Revo-2018

เป็นข่าวลือในวงในมานานหลายเดือนแล้วสำหรับ Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) กับยอดขายที่ดูเหมือนโตโยต้าจะไม่เป็นปลื้มนัก ในที่สุด เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน โตโยต้า จึงเผยโฉมไมเนอร์เชนจ์ของ Hilux Revo ปรับหน้าตาดูดุดันขึ้น เพิ่มออพชั่น กระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น และเสนอรุ่นแกร่งๆ อย่าง “Rocco” (ร็อคโค่) สำหรับคนพันธุ์ลุย … ในราคาตั้งแต่ 523,000 – 1,154,500 บาท

Isuzu D-Max (Minorchange)

2018-Isuzu-D-Max-Blue-Power

Isuzu (อีซูซุ) ฉลองครบรอบ 60 ปีในไทย พร้อมกับมีเซอร์ไพรส์ กับการเปิดตัว Isuzu D-Max Minorchange เล็กๆ ปรับเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ เพิ่มออพชั่นหลายอย่าง ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ส่วนราคาอย่างเป็นทางการ ต้องรอในงาน Motor Expo 2017 ครับ

KIA Stinger

KIA-Stinger

จากกระแสข่าวที่ว่า Kia Thailand วางแผนเปิดตัว Kia Stinger (เกีย สตริงเกอร์) รถ Mid-Size แบบ Liftback 5 ประตูสุดหรู ภายในปลายปีนี้ช่วงงาน Motor Expo 2017 นั้น จะเปิดตัวด้วยราคาหลักล้าน (เท่าไหร่) และมาพร้อมเครื่องยนต์แบบไหน (ในเวอร์ชั่นต่างประเทศ มีทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร Turbo, และ V6 ขนาด 3.3 ลิตร Turbo รวมไปถึงแบบดีเซลขนาด 2.2 ลิตร Turbo ที่ทุกแบบมาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด) ต้องติดตามกันเร็วๆ นี้ครับ

Audi A5 Sportback & Audi A4 Avant

Audi-Motor-Expo-2017

Audi (ออดี้) ในงาน Motor Expo ครั้งนี้ ส่งรุ่นใหม่มาโชว์ถึง 2 รุ่นทั้ง Audi A5 Sportback (ออดี้ เอ5 สปอร์ตแบ็ค) และ Audi A4 Avant Black Edition (ออดี้ เอ4 อาวอง แบล๊ค เอดิชั่น) โดยรถรุ่น Audi A5 Sportback เป็นรถยนต์นั่งแบบ 5 ประตู ตกแต่งแบบสปอร์ต ด้วยชุดแต่งภายนอกแบบ S line ในราคา 4,299,000 บาท และอีกรุ่นคือ Audi A4 Avant Black Edition รถแวนแบบสปอร์ตเหนือระดับ ในราคาเริ่มต้น 3,249,000 บาท

MINI John Cooper Works Countryman

MINI-JCW-Countryman

MINI (มินิ) ส่ง MINI John Cooper Works Countryman (มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คันทรีแมน) ใหม่ มาโชว์ในฐานะรถยนต์เอนกประสงค์ Premium Compact มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และห้องโดยสารที่กว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมความแรงของเครื่องยนต์ที่มีถึง 231 แรงม้า ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ และยังคงให้ความรู้สึกคลาสสิคของ “Go-Kart-Feeling” ซึ่งจะเปิดราคาในงาน Motor Expo 2017 นี้

Aston Martin DB11 V8

Aston-Martin-DB11-V8

Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) เตรียมเปิดตัว “Aston Martin DB11 V8” รถสปอร์ตหรูในรูปแบบ GT อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในอาเซียน ในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้

พวงมาลา

ก่อนตัดสินใจสั่งทำพวงมาลา หรือพวงหรีด
รู้ยัง ว่ามันต่างกันอย่างไร ?

พวงมาลา

มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Wreath หมายถึง ดอกไม้ที่จัดตกแต่งผูกเป็นวง ใช้สำหรับสักการะอนุสาวรีย์ หรือพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ในวันคล้ายวันสวรรคต ส่วนดอกไม้สดที่นิยมจัดตกแต่งนิยมควรเป็นดอกไม้ประจำวันเกิดของกษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์นั้นๆ เช่น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์นิยมใช้กุหลาบสีแดง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ใช้กุหลาบสีชมพู ฯลฯ

 

พวงหรีด

คือ ดอกไม้ที่จัดตกแต่งขึ้นตามรูปทรง เช่น รูปวงกลม วงรี  เป็นต้น ส่วนการจัดพวงหรีด จะนำดอกไม้ชนิดต่างๆ เช่น ดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่น ดอกกล้วยไม้ ดอกเยอบีร่า ดอกลิลลี่ ดอกเบญจมาศ เป็นต้น และใบไม้ต่างๆ เช่น ใบโปร่งฟ้า ใบหมากผู้หมากเมีย ใบเฟิร์น ใบหมากเหลือง เพื่อใช้ในการให้กำลังใจแสดงถึงความอาลัย และสำหรับนำไปเคารพศพตามธรรมเนียมประเพณี 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงชื่อที่เรียกไม่เหมือนกัน แต่ให้ความหมายเดียวกัน คือเราไว้อาลัยให้กับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนความรักครั้งสุดท้ายให้กับผู้เสียชีวิต และยังเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ที่สูญเสียลดความเศร้าโศกด้วยดอกไม้สีสันสดใสจากพวงหรีดอีกด้วย

 

เพิ่มเติม : ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน
พวงมาลา น. ดอกไม้ที่จัดแต่งขึ้นตามโครงรูปต่าง ๆ เช่น วงกลม วงรี มักมีใบไม้เป็นส่วนประกอบด้วย
สําหรับวางที่อนุสาวรีย์ พระบรมรูป หรือศพ เป็นต้น เพื่อเป็นเกียรติหรือแสดงความเคารพ.

 

 

ขอบคุณที่มาของข้อมูล : puangreed.blogspot.com , dictionary.sanook.com
เครดิตรูป : สำนักข่าวทีนิวส์