Hyundai-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Hyundai (ฮุนได) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Hyundai (ฮุนได) Update 27/12/2018

Hyundai-H1

H-1

  • Touring ราคา 1,329,000 บาท
  • Elite ราคา 1,529,000 บาท
  • Deluxe ราคา 1,729,000 บาท

Hyundai-Grand-Starex

Grand Starex

  • Premium ราคา 2,349,000 บาท
  • VIP ราคา 2,399,000 บาท

Hyundai-Ioniq

ioniq

  • Electric ราคา 1,749,000 บาท

ดูราคา Hyundai ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.hyundai.co.th/th/shopping-tools/payment-estimator/

ดูโปรโมชั่น Hyundai ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/hyundai-new-car-promotion/

MG-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ MG (เอ็มจี) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ MG (เอ็มจี) Update 27/12/2018

MG3-Limited-Edition

MG3

  • 1.5 C ราคา 519,000 บาท
  • 1.5 D ราคา 549,000 บาท
  • 1.5 X ราคา 589,000 บาท
  • 1.5 X Limited Edition ราคา 599,000 บาท
  • 1.5 V ราคา 629,000 บาท

*รุ่น D, X และ V ตัวถังสีทูโทน เพิ่มเงิน 5,000 บาท
**ราคารุ่น X Limited Edition เป็นราคารวมของ ราคารถมาตรฐาน 594,000 บาท และราคาอุปกรณ์ตกแต่ง 5,000 บาท

MG5

MG5

  • 1.5 D ราคา 649,000 บาท
  • 1.5 X Sunroof ราคา 699,000 บาท
  • 1.5 T D ราคา 719,000 บาท
  • 1.5T X Sunroof ราคา 759,000 บาท

MG6

MG6

รุ่น Sedan และ Hatchback ราคาเท่ากัน

  • Turbo 1.8 C ราคา 898,000 บาท
  • Turbo 1.8 D ราคา 988,000 บาท
  • Turbo 1.8 D Sunroof ราคา 1,018,000 บาท
  • Turbo 1.8 X ราคา 1,098,000 บาท
  • Turbo 1.8 X Sunroof ราคา 1,128,000 บาท

*สี Arctic White – Black Top เพิ่มเงิน 10,000 บาท

MG-ZS

MG ZS

  • 1.5 C ราคา 679,000 บาท
  • 1.5 D ราคา 729,000 บาท
  • 1.5 X ราคา 789,000 บาท

MG-GS

MG GS

  • 1.5 T D ราคา 890,000 บาท
  • 1.5 T X ราคา 990,000 บาท
  • 2.0 T D ราคา 1,210,000 บาท
  • 2.0 T X ราคา 1,310,000 บาท

สี Brick Orange / Black Top และ Arctic White / Black Top เพิ่มเงิน 7,000 บาท

ดูราคา MG ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://mgcars.com/

ดูโปรโมชั่น MG ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/mg-new-car-promotion/

ส่วนลดประวัติดีของประกันรถยนต์-คืออะไร-ทำไมต้องรู้

รู้ไว้ไม่เสียหาย อะไรคือ ส่วนลดประวัติดีของประกันรถยนต์

พูดถึงประกันรถยนต์ แน่นอนว่าการรู้จริง รู้รอบ รู้ลึก โดยเฉพาะส่วนลดประวัติดี หรือ No Claim Bonus ย่อสั้น ๆ ว่า NCB ซึ่งเป็นส่วนลดที่มอบให้กับผู้ซื้อประกันที่ไม่มีแจ้งเคลม และขับขี่ปลอดภัยมาตลอด เอาจริง ๆ ส่วนลดประวัติดีนั้นเหมือนกับการให้รางวัลคนทำดีล่ะครับ ขับดีก็ต้องได้ส่วนลดดี ๆ ถูกไหม ?

 

ทำอย่างไรถึงจะได้ส่วนลดประวัติดี ?

พูดง่าย ๆ เพียงแค่คุณขับดีไม่มีเคลม ไม่มีประวัติการเคลมว่าเป็นฝ่ายผิด หรือเกิดอุบัติเหตุจากการกระทำของคู่กรณีหรือบุคคลภายนอกที่ขับมาชนคุณ ซึ่งคุณจะต้องแจ้งบริษัทฯ ได้ว่า “ผู้ก่อเหตุคือใคร” เพื่อให้บริษัทเรียกร้องค่าเสียหายได้นั้นเอง

และการที่จะรับส่วนลดประวัติดีได้อย่างต่อเนื่องคุณจะต้องซื้อประกันรถยนต์กับบริษัทฯ ที่เดิมเท่านั้นนะครับ หรือตามภาษากฎหมายที่ว่าความคุ้มครองต่ออายุเท่านั้น ถึงจะได้รับส่วนลดนี้ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้มากโขเลยล่ะค่ะ

 

คำนวณค่าเบี้ยส่วนลดประวัติดียังไง?

สำหรับส่วนลดประวัติดีจะคำนวณจากเบี้ยประกันภัยของปีที่ผ่านมา เช่น

  • เบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ปีที่ผ่านมาเป็นเงิน 13,000 บาท แต่เบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุเป็นเงิน 10,000 บาท
  • กรณีที่ผู้ซื้อประกันได้ส่วนลดประวัติดี 20% ก็จะได้ส่วนลดเท่ากับ 2,000 บาท ซึ่งคำนวณส่วนลดประวัติดี 20% ของ 10,000 บาท ไม่ใช่คำนวณจากเบี้ยประกันของปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ส่วนลดประวัติดีของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามปีที่คุณใช้ประกันภัย ซึ่งมีส่วนลดสูงสุด 50% แต่มีข้อแม้ว่าคุณจะต้องซื้อประกันจากบริษัทฯ จากที่เดิมอย่างต่อเนื่องนะคะ

 

อธิบายกันอีกทีว่าส่วนลดประวัติดีแบ่งออกเป็น ดังนี้

  • ขั้นที่ 1 ลด 20% เมื่อไม่มีการเคลมรถยนต์ในปีแรก
  • ขั้นที่ 2 ลดเพิ่มอีก10% จากปีที่แล้วเป็น 30% เมื่อไม่มีการเคลมใน 2 ปีติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 3 ลดเพิ่มอีก10% จากปีที่แล้วเป็น 40% เมื่อไม่มีการเคลมใน 3 ปีติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 4 ลดเพิ่มอีก10% จากปีที่แล้วเป็น 50% เมื่อไม่มีการเคลมใน 4 ปีติดต่อกัน หรือมากกว่านั้น

ทั้งนี้ในการให้ส่วนลดประวัติดีนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละบริษัทฯ ประกันด้วยล่ะครับ เป็นไงบ้างค่ะ เข้าใจส่วนลดประวัติดีมากขึ้นใช่ไหมครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th

รถสตาร์ทไม่ติด

รถสตาร์ทไม่ติด พยายามบิดกุญแจยังไงก็สตาร์ทไม่ได้

หลาย ๆ คนที่มีรถอาจเคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง และถ้าหากเป็นเวลาเร่งรีบด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หงุดหงิดใจแน่นอน สำหรับปัญหาหลักของอาการสตาร์ทไม่ติด ส่วนมากจะมาจาก 4 สาเหตุ นั่นก็คือ

1. รถสตาร์ทไม่ติด เพราะแบตเตอรี่เสื่อม

อาการแบตเตอรี่เสื่อมเพราะตัวแบตไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าไว้ได้นาน มีการรั่วไหลของแบตจนหมดในระยะเวลาอันสั้น อาการเสื่อมก็มีหลายระดับไม่เท่ากัน เสื่อมน้อยก็อาจจอดทิ้งเกิน 8 ชม. ขึ้นไปเริ่มสตาร์ทยาก ถ้าแบตเสื่อมมากเพียงแค่ 2-3 ชม. ก็อาจสตาร์ทรถไม่ติดเลย สัญญาณเตือนอาการแบตเสื่อมเบื้องต้นคือ รถเริ่มสตาร์ทยาก มีเสียงแชะ ๆ ลากยาวกว่าจะสตาร์ทติด หลังการจอดรถทิ้งไว้ แก้ปัญหาเบื้องต้นคือขอพ่วงแบตกับคันอื่น

2. รถสตาร์ทไม่ติด เพราะไดชาร์จเสื่อม

หากไดชาร์จเสื่อมไม่มาก เมื่อจอดทิ้งเอาไว้แล้วสตาร์ทรถไม่ติดเช่นกัน แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการพ่วงแบต แต่เราเช็กไดชาร์จเสื่อมได้ง่าย ๆ โดยให้รถสตาร์ททิ้งไว้สักครู่ แล้วถอดขั้วแบตออกสักหนึ่งข้าง หากรถดับทันทีหรือมีอาการไฟตก รถกระตุก ชัดเจนว่าสาเหตุจากไดชาร์จเสื่อม เพราะหน้าที่ของไดชาร์จคือปั่นกระแสไฟเลี้ยงรถยนต์และชาร์จเก็บเข้าแบตเตอรี่ หากถอดขั้วแบตออกไฟจากไดชาร์จก็ยังเลี้ยงระบบไฟรถได้คือยังปรกตินั่นเอง

รถสตาร์ทไม่ติด
3. รถสตาร์ทไม่ติด เพราะมอเตอร์สตาร์ทเสื่อม

หากสตาร์ทรถไม่ติดเลย ลองพ่วงแบต หรือนำแบตเตอรี่ลูกใหม่มาเปลี่ยนก็ไม่หาย แต่เข้าไปดูที่แผงหน้าปัดก็มีไฟติด สตาร์ทแล้วยังมีเสียงแชะ ๆ (หรือเงียบสนิทก็ได้) ให้พุ่งเป้าไปที่มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา เตรียมควักเงินในกระเป๋ามากกว่าปรกติแน่นอน เพราะต้องพึ่งรถลาก หรือบริการซ่อมนอกสถานที่

4. รถสตาร์ทไม่ติด เพราะระบบไฟฟ้ารถมีปัญหา

ความจริงแล้วระบบไฟฟ้ารถมีปัญหานั้นเกิดยากสักหน่อย แต่ก็เป็นไปได้ อาการก็ดูง่าย ๆ ว่าบิดกุญแจแล้วไฟที่แผงหน้าปัดไม่มีอะไรขึ้นเลย หากก่อนหน้านี้จอดทิ้งรถไว้นาน ๆ มีกรณีหนูเข้ามากัดสายไฟมาแล้ว
เมื่อเกิดปัญหารถสตาร์ทไม่ติดก็อย่าลืมตรวจเช็คปัญหาของรถยนต์ให้ครบถ้วนนะคะ และทางที่ดีอย่าลืมดูแลรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ถ้าหากว่าคุณไม่ต้องการเป็นกังวลในเรื่องของรถยนต์สตาร์ทไม่ติด สามารถใช้บริการเช่ารถยนต์กับ Drivemate ได้ทันทีเพราะเรามีรถยนต์คุณภาพไว้คอยให้บริการ

อ้างอิงข้อมูลจาก : car.kapook.com,

Shopping-Tire-For-Nation

ช็อปช่วยชาติ 2561 – 2562 เลือกยางรถยนต์แบบไหน ถึงจะได้ลดหย่อนภาษี

สินค้า-ช็อปช่วยชาติ

เป็นที่รู้กันละครับว่า เศรษฐกิจตอนนี้ มันช่างฝืดเคืองเสียยิ่งกะไร การจับจ่ายใช้สอยก็ไม่คล่องตัวเอาซะเลย รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง จึงต้องหามาตรการต่างๆ ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ หนึ่งในนั้นก็คือ “ช็อปช่วยชาติ” ที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายปี

โดยในปีนี้ เริ่มขึ้นในระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 2561 – 16 ม.ค. 2562 ซึ่งปีนี้เงื่อนไขการซื้อของ มีการเปลี่ยนแปลงต่างจากปีที่แล้วมากพอสมควร มีอะไรบ้าง เรามาดูกัน …

Tire

เงื่อนไขแรก การซื้อสินค้าตั้งแต่วันที่ 15 – 31 ธันวาคม 2561 ใช้ลดหย่อนภาษีปี 2561 เท่านั้น หากคุณซื้อสินค้าบริการตั้งแต่ 1 มกราคม – 16 มกราคม 2562 ใช้ลดหย่อนภาษีปี 2562 (สามารถใช้สิทธิ์เพียงปีใดปีหนึ่ง 15,000 บาท หรือเลือกใช้สิทธิทั้ง 2 ปีภาษีรวมกัน แต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท)

เงื่อนไขที่สอง ปีนี้กำหนดสินค้าเอาไว้แค่ 3 หมวด เท่านั้น ได้แก่ ยางรถยนต์, หนังสือ (รวม E-Book) และสินค้า OTOP (โอทอป) อย่างอื่นไม่ร่วมด้วยนะครับ

ทีนี้ เรามาดูกันว่า จะเลือกยางรถยนต์อย่างไร ให้ได้ลดหย่อนภาษีคืน และคุ้มค่าเงินคุณ …

ซื้อยางรถยนต์แบบไหน ถึงจะได้ลดหย่อนภาษี?

คูปองยาง-ช็อปช่วยชาติ

คูปองยาง สำคัญ! ถ้าไม่มี ลดหย่อนภาษีไม่ได้!

ต้องเป็นยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์, ยางจักรยาน หรือยางประเภทใดก็ได้ ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น และต้องเป็นยางที่มีส่วนผสมยางพาราภายในประเทศเท่านั้น และต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ซื้อวัตถุดิบยางจากการยางแห่งประเทศไทย

โดยยางที่เข้าข่ายลดหย่อนภาษีนั้น ต้องมีคูปองจากสรรพากรมาพร้อมกับยางด้วย จำไว้เลยนะครับว่า ถ้าไม่มีคูปอง คุณจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งคูปอง 1 ใบ ต่อล้อยาง 1 เส้น โดยค่าบริการเปลี่ยน หรือซ่อมยางรถยนต์ ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

สำหรับยางรถยนต์ และยางรถจักรยานยนต์ จริงๆ แล้ว เกือบทุกยี่ห้อผลิตในประเทศไทย แต่จะมีแค่ยี่ห้อ Otani, Maxxis, Deestone, ND Rubber และ IRC เท่านั้น ที่เข้าร่วมในโครงการ “ช็อปช่วยชาติ” นี้

ตารางลดหย่อนภาษี-ช็อปช่วยชาติ

เงินได้สุทธิ, อัตราภาษี และค่าลดหย่อน (ภาพจาก https://taxteller.blogspot.com/)

หลักฐานที่ใช้ยื่นลดหย่อนภาษี

คุณต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฏากร ซึ่งจะต้องมีการระบุข้อความดังนี้

1. คำว่า “ใบกำกับภาษี” ต้องเห็นได้เด่นชัด

2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี

3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)

5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ

6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือ ของบริการให้ชัดแจ้ง

7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

8. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด เช่น คำว่าเอกสารออกเป็นชุด สำเนาใบกำกับภาษี ฯลฯ

กรมสรรพากร-ช็อปช่วยชาติ

ถ้าหากใครที่กำลังจะเปลี่ยนยางรถยนต์ในช่วงนี้ ถือเป็นโอกาสอันดี แต่ก็ต้องเลือกยางรถยนต์ที่อยู่ในเงื่อนไขที่กำหนดด้วยนะครับ เดี๋ยวเลือกผิดไป หรือเลือกร้านที่ไม่ได้ร่วมกับทางช็อปช่วยชาติ ไม่ได้ลดหย่อนภาษีคืนนะครับ จะบอกให้ …

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 หรือที่ http://www.rd.go.th/ กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน

Subaru-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Subaru (ซูบารุ) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Subaru (ซูบารุ) Update 18/12/2018

Subaru-XV

XV

  • 2.0i ราคา 1,234,221 บาท
  • 2.0i-P ราคา 1,279,221 บาท

Subaru-WRX

WRX / WRX STi

  • 2.0 6MT ราคา 2,783,000 บาท
  • 2.0 Lineartronic ราคา 2,883,000 บาท
  • 2.5 6MT ราคา 3,453,000 บาท

Subaru-BRZ

BRZ

  • 2.0 6MT ราคา 2,266,000 บาท
  • 2.0 6AT ราคา 2,336,000 บาท

Subaru-Levorg

Levorg

  • 1.6 GT-S ราคา 2,229,000 บาท

Subaru-Outback

Outback

  • 2.5 i-S ราคา 2,511,600 บาท

Subaru-Forester-2018

Forester

  • 2.0 i-L ราคา 1,330,000 บาท
  • 2.0 i-S ราคา 1,380,000 บาท
  • 2.0 i-S (Eyesight) ราคา 1,450,000 บาท

(ราคาทั้งหมดเป็นราคาขายปลีก + Option Pack แล้ว)

ดูราคา Subaru ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.subaru.asia/th/th/home/

ดูโปรโมชั่น Subaru ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/subaru-new-car-promotion/

New-Year-Free-Travel-Expense

เดินทางปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่าย กับที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี

Highway

ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่แบบนี้ หลายๆ ท่าน เริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยว เดินทางกลับบ้าน พบปะสังสรรค์กับญาติพี่น้องเฉกเช่นทุกปี ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเดินทางกันจำนวนมาก ทำให้บรรดาหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ต้องออกมาหาทางบรรเทาความแออัดจากการเดินทาง อีกนัยหนึ่งคือมอบ “ของขวัญปีใหม่” ลดภาระค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ … ที่สำคัญ เมาไม่ขับ ระกว่างเดินทางกลับบ้านนะครับ

Carro ขอรวบรวมจุดพักรถ จุดช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี ในสถานที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ให้ทุกท่านได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และท่องเที่ยวปีใหม่กันอย่างมีความสุขครับ.

จุดพักรถ

Maintenance

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา และภาคเอกชน เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ดังนี้

“ตรวจเข้มรถโดยสารทุกสถานี” ดำเนินการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถก่อนออกเดินทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด จำนวน 196 แห่งทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการตรวจความพร้อมสูงสุด

“จุดบริการร่วม “อาชีวะอาสา” ทั่วไทย” กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ สอศ. ตั้งจุดให้บริการพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าในเส้นทางสายหลักจำนวน 189 จุดทั่วประเทศ

“ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ให้บริการเช็กความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับภาคีภาคเอกชนจำนวนรวมกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ

การตั้งจุดบริการร่วม “อาชีวะอาสา” ทั่วไทย กรมการขนส่งทางบกดำเนินการร่วมกับ สอศ. ตั้งจุดให้บริการจำนวน 189 แห่ง บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 เพื่อให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง

เดินทางด้วยรถไฟ

Railway

การรถไฟแห่งประเทศไทย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2561 – 4 มกราคม 2562 มีขบวนรถที่ให้บริการวันละ 244 ขบวน พร้อมพ่วงเพิ่มตู้โดยสารในทุกขบวน และเพิ่มขบวนพิเศษอีก 8 ขบวน รองรับผู้โดยสารได้วันละ 1 แสนคน มั่นใจให้บริการเพียงพอไม่มีผู้โดยสารตกค้าง พร้อมสั่งผนึกกำลังเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และตำรวจรถไฟ คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย และกวดขันการเดินรถให้ตรงเวลา

การรถไฟฯ จึงได้จัดแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2561 – 4 มกราคม 2562 ดังนี้

การให้บริการเดินรถเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เที่ยวไปวันที่ 28 – 31 ธันวาคม 2561 และเที่ยวกลับ วันที่ 1 – 4 มกราคม 2562 ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เฉลี่ยวันละ 1 – 1.1 แสนคน ซึ่งประกอบด้วย การจัดเดินขบวนรถประจำ จำนวน 244 ขบวนต่อวัน รองรับประชาชนได้ 90,638 คน แบ่งเป็นขบวนรถสายเหนือ 42 ขบวน รองรับได้ 17,294 คน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 58 ขบวน รองรับได้ 21,280 คน สายใต้ 76 ขบวน รองรับได้ 28,040 คน สายตะวันออก 26 ขบวน รองรับได้ 12,936 คน และสายแม่กลอง 42 ขบวน รองรับได้ 11,088 คน

อีกทั้ง ยังได้สั่งเพิ่มตู้โดยสารพ่วงเพิ่มเติมในขบวนประจำ โดยเฉพาะขบวนรถเร็วทุกสายอีกขบวนละ 1 – 2 ตู้ ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเติมประมาณ 10,000 คนต่อวัน ขณะเดียวกันยังได้เปิดเดินขบวนรถพิเศษเสริมช่วยการโดยสารในเส้นทางสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวไปช่วงวันที่ 28 – 29 ธันวาคม 2561 เพิ่มอีก 4 ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 5,200 คน และเที่ยวกลับช่วงวันที่ 1 – 2 มกราคม 2562 อีก 4 ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ 5,200 คน

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS / MRT

BTS

รถไฟฟ้า BTS ขยายเวลาให้บริการเดินรถในวันที่ 31 ธ.ค. 2561 จากเวลา 24.00 น. ไปจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2562

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขยายเวลาการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 2 สาย

รถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ขยายเวลาให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2561 ถึงเวลา 02.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 2562

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า Airport Link

Airport-Rail-Link

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ จัดเดินรถฟรีตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2562

เดินทางด้วยรถเมล์ ขสมก.

BMTA-Bus

ขสมก.จัดแผนการเดินรถให้บริการประชาชน ช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลปีใหม่ 2562 เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. จัดเดินรถในเส้นทางปกติ จำนวน 118 เส้นทาง โดยจัดรถให้บริการเฉลี่ยวันละ 2,734 คัน/วัน และจัดรถโดยสารให้บริการตลอดคืน (กะสว่าง) เฉลี่ย 82 คัน/วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 61 – 2 ม.ค. 62
2. จัดรถเฉพาะกิจ Shuttle Bus จำนวน 2 เส้นทาง ให้บริการเฉพาะวันที่ 28 ธ.ค. 61 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. และวันที่ 2 ม.ค. 62 ตั้งแต่เวลา 05.00 – 08.00 น. ดังนี้
– เส้นทางที่ 1 อู่หมอชิต 2 – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร วันละ 3 คัน
– เส้นทางที่ 2 อู่หมอชิต 2 – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันละ 3 คัน
3. จัดเดินรถ AIRPORT BUS เชื่อมต่อท่าอากาศยาน จำนวน 6 เส้นทาง ดังนี้
– สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 21 คัน
– สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฉลี่ยวันละ 10 คัน
– สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 10 คัน
– สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 10 คัน
– สาย A5 ท่าอากาศยานดอนเมือง – ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เฉลี่ยวันละ 4 คัน
– สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 8 คัน
4. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ จำนวน 4 สถานี รวม 37 เส้นทาง ดังนี้
– สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 13 เส้นทาง ได้แก่ 3, 16, 26, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517, และ 536
– สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ 66, 79, 511, 515, 516, และ 556
– สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508, และ 511
– สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 10 เส้นทาง ได้แก่ 4, 7, 21, 25, 29, 34, 73, 73ก, 75, และ 501
5. จัดเดินรถปรับอากาศร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จำนวน 1 เส้นทาง คือ กรุงเทพ – สระบุรี ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 61 – 3 ม.ค. 62 รวม 9 วัน โดยจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราเดียวกับ บขส.
6. จัดเดินรถในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ในกรุงเทพมหานคร ช่วงคืนวันที่ 31 ธ.ค. 61
ได้ขยายเวลาการเดินรถ ในเส้นทางที่ผ่านสถานที่จัดงาน Count Down ได้แก่ บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมกาบางนา โรงแรมโนโวเทลสยามสแควร์ และเอเชียทีค ถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 62
7. จัดเดินรถโดยสารปรับอากาศให้บริการฟรีกิจกรรมไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล ที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้แก่ วัดพระเชตุพนฯ, วัดอรุณราชวรารามฯ, วัดราชโอรสาราม, วัดราชประดิษฐฯ, วัดเบญจมบพิตรฯ, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดราชบพิธฯ, วัดสุทัศนฯ, วัดพระราม 9ฯ และวัดวชิรธรรมสาธิตระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 61- 1 ม.ค. 62 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
8. จัดเดินรถงานสวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ วิถีธรรม พ.ศ. 2562 ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 61 – 1 ม.ค. 62 โดยขยายเวลาการเดินรถถึงเวลา 02.00 น. และจัดเดินรถให้บริการประชาชน เดินทางไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปที่สำคัญของต่างประเทศรวม 10 ประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 61 – 15 ม.ค. 62

เดินทางด้วยรถ บขส.

Transport-Bus

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จัดบริการรถตู้รับ–ส่งฟรี แก่ผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าของ บขส. (999) ระหว่างบริเวณ หน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) และ ขบ. ของวันที่ 27–29 ธ.ค. 2561 เวลา 17.30 – 20.00 น.

จอดรถฟรี

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จัดบริการที่จอดรถฟรีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณลานจอดรถระยะยาว โซน C รองรับ ได้กว่า 700 คัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2561– 2 ม.ค. 2562 และจัดเตรียมรถชัตเติ้ลบัส (Shuttle Bus) ให้บริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังอาคารต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเดินทางฟรี

กรมทางหลวง (ทล.) ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) จำนวน 2 เส้นทาง คือ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 (กรุงเทพ – ชลบุรี) และหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกช่วงบางปะอิน – บางพลี) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. 2561 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 2 ม.ค. 2562

ค่าทางด่วนฟรี

 

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้มีมติอนุมัติยกเว้นค่าผ่านทางด่วน บูรพาวิถี (สายบางนา-ชลบุรี) โดยมีจุดเริ่มต้นที่เขตบางนา กรุงเทพฯ และสิ้นสุดที่จังหวัดชลบุรี มีระยะทางรวมทั้งหมด 55 กิโลเมตร เป็นเส้นทางพิเศษเพียงสายเดียวที่มีการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

“ในปี 2562 นี้ ทาง กทพ. ได้อนุมัติในส่วนของการยกเว้นค่าผ่านทางด่วนบูรพาวิถี ทางยกระดับด้านทิศใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิที่เชื่อมกับทางพิเศษบูรพาวิถี และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) กับทางพิเศษบูรพาวิถี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ในปี 2562”

ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2561 – 3 ม.ค. 2562 ช่วงเวลา 00.01 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. 2561 ถึง 00.01 น. วันที่ 3 ม.ค. 2562 รวมเป็นระยะเวลา 8 วันด้วยกัน

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังได้จัดตั้งจุดให้บริการประชาชนทั่วไทย ทั้งทางถนนและทางน้ำ 714 แห่ง โดยให้บริการที่พักผ่อน น้ำดื่ม ห้องสุขา ผ้าเย็น และสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงบริการข้อมูลการเดินทาง และบริการตรวจ สภาพรถ เติมลมยาง น้ำ น้ำกลั่น และเปลี่ยนอะไหล่บางรายการฟรี

ขณะที่ในส่วนของ ตำรวจทางหลวง จะเปิดบริการห้องพักฟรีให้นอนฟรี 111 จุด ทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2561 – 2 ม.ค. 2562 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงปีใหม่ จะมีการเตรียมความพร้อมที่เพิ่มมากขึ้นของหลายหน่อวยงาน โดยยึดมาตราการ 7-7-7 นั่นคือ ช่วงก่อนปีใหม่ 7 วัน ระหว่างเทศกาลอีก 7 วัน และ หลังเทศกาล 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะเริ่มคุมเข้มทางด้านความปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุ

Free-Car-Check-New-Year-2019

เที่ยวปีใหม่ 2562 อย่าลืมตรวจเช็ครถยนต์ ก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

ช่วงเวลาปีใหม่ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย จนต่างชาติ ยกให้ถนนไทยความปลอดภัยน้อยสุดใน ASEAN แล้ว … เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง

Carro ขอรวบรวมข้อมูลตรวจเช็ครถฟรี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็คได้ตามความสะดวกเลยครับผม.

Honda

Honda-Car-Check-12-2018

จัดแคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจรถก่อนใช้กับฮอนด้า” ตรวจสภาพรถฟรี 25 รายการ พร้อมข้อเสนอแคมเปญผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ ส่วนลดอะไหล่ และโปรแกรมฮอนด้า อัลติเมท แคร์ โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพ ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 15 มกราคม 2562

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจรถก่อนใช้กับฮอนด้า”
รายการที่ 1        บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด)
รายการที่ 2        ส่วนลดอะไหล่ 15% ผ้าเบรกและจานเบรก
รายการที่ 3        ส่วนลดยางรถยนต์มูลค่าสูงสุด 800 บาท (200 บาท ต่อหนึ่งเส้น)
รายการที่ 4        ส่วนลด 20% โปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1,2,3)
รายการที่ 5        เลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% 3 เดือน หรือ 0% 6 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด*)

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

Toyota

ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 24 รายการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 31 มกราคม 2562

Nissan

Nissan-Year-End-Campaign-2018

Nissan ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 22 รายการ ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มกราคม 2562 และร่วมลุ้นรับรางวัลอีกมากมาย มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านบาท

โดยแคมเปญนี้ จะประกอบไปด้วยโปรโมชั่นพิเศษๆ เช่น ส่วนลด 300 บาท เมื่อซื้อแบตเตอรี่ ส่วนลด 20% เมื่อซื้อไส้กรองอากาศ และไส้กรองแอร์ในรถยนต์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังมีโอกาสลุ้นรับ รถยนต์นิสสัน เทอร์ร่า 2.3 VL ขับเคลื่อน 2 ล้อ 7AT สีขาว ไวท์ เพิร์ล มูลค่า 1.34 ล้านบาท และโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซัมซุง โน๊ต 9 สีน้ำเงิน โอเชี่ยนบลู มูลค่า 33,900 หรือบัตรกำนัลมูลค่า 15,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

ลูกค้าที่ใช้บริการมูลค่ามากกว่า 1,500 บาท จะได้รับคูปองเพื่อลุ้นรับรางวัล และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลากิจกรรม จะมีการจับรางวัลใน วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 ณ สำนักงาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ถ.บางนา-ตราด (กิโลเมตรที่ 22) จ.สมุทรปราการ รายชื่อของผู้ได้รับรางวัลจะประกาศผ่านเว็บไซต์ของนิสสันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 สิ้นสุดระยะเวลาในการรับรางวัลวันที่ 18 มีนาคม 2562

Isuzu

Isuzu-Car-Check-12-2018

อีซูซุ และ กรมการขนส่งทางบก ตรวจเช็กรถฟรี สำหรับรถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2561

– ตรวจเช็กการสตาร์ทเครื่องยนต์
– ตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ
– ตรวจเช็กการทำงานของแตร
– ตรวจเช็กการทำงานของระบบปรับอากาศ
– ตรวจเช็กระบบปัดน้ำฝน
– ตรวจเช็กการทำงานของเข็มขัดนิรภัยทุกจุด
– ตรวจเช็กระยะและการทำงานของเบรกมือ
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาเบรกและการทำงานของเบรก
– ตรวจเช็กระยะฟรีขาคลัตช์และการทำงานของคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพยางและความดันลมยาง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเครื่อง
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันเบรก/น้ำมันคลัตช์
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำหล่อเย็นในถังน้ำพัก
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่
– ตรวจเช็กสภาพและระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
– ตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
– ตรวจเช็กสภาพและความตึงของสายพานเครื่องยนต์ทุกเส้น
– ตรวจเช็กระบบช่วงล่าง บูชยาง ยางกันฝุ่นและลูกหมากต่างๆ
– ตรวจเช็กสภาพและการรั่วซึมของโช้กอัพ

Hyundai

Hyundai-Car-Check-12-2018

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มาพร้อมกับ New Year Campaign “ปีใหม่นี้เดินทางอย่างอุ่นใจ” ให้ลูกค้าตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 40 รายการ พร้อมส่วนลดพิเศษค่าอะไหล่ อุปกรณ์ เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮุนไดทุกแห่งทั่วประเทศ วันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 12 มกราคม 2562 

รายการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 40 รายการ มีดังต่อไปนี้

1. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนแบตเตอรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
2. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนน้ำมันเครื่อง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
3. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนเครื่องยนต์ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
4. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือน ABS บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
5. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือน AIR BAG บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
6. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเตือนเบรคมือ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
7. ตรวจเช็คสัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
8. ตรวจเช็คสัญญาณไฟเลี้ยว บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
9. ตรวจเช็คสัญญาณไฟฉุกเฉิน บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
10. ตรวจเช็คสัญญาณไฟหรี่ บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
11. ตรวจเช็คสัญญาณไฟสูง บนแผงมาตรวัดเรือนไมล์
12. ตรวจเช็คสัญญาณแตร
13. ตรวจเช็คการทำงานปัดน้ำฝนและการฉีดน้ำล้างกระจก
14. ตรวจการทำงานของกระจกประตูไฟฟ้า
15. ตรวจการทำงานของระบบล็อคประตูไฟฟ้า
16. ตรวจการทำงานของกระจกมองข้างไฟฟ้า
17. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านคนขับ
18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ และกรองอากาศแอร์
19. ตรวจเช็คเบรคมือ จำนวนคลิก และระดับคันโยก
20. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย ด้านผู้โดยสาร
21. ตรวจเช็คแบตเตอรี่ (ที่ต้องเติมน้ำกลั่น), การหลวมของขั้วแบตเตอรี่
22. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ
23. ตรวจเติมระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก
24. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
25. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
26. ตรวจระดับน้ำมันเบรค
27. ตรวจระดับน้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้
28. ตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
29. ตรวจสภาพของสายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ (รอยแตก, ความตึง)
30. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
31. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟหน้า สูง,ต่ำ รอบตัวถังรถ
32. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟเลี้ยว ซ้าย,ขวา ไฟหรี่ รอบตัวถังรถ
33. ตรวจเช็คสัญญาณของไฟเบรค ไฟถอยหลัง รอบตัวถังรถ
34. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากเหล็กกันโคลง
35. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ลูกหมากคันชักคันส่ง
36. ตรวจเช็คการหลวมคลอนและเสียหายของ ปีกนกและบู๊ช
37. ตรวจเช็คการรั่วซึมของ โช๊คอัพ หน้าและหลัง
38. ตรวจเช็ครอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มเพลาขับใน, นอก
39. ตรวจเช็ครอยแตก ฉีกขาด ของยางหุ้มแร็คพวงมาลัย
40. ตรวจเช็คการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง,น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย,น้ำมันเพาเวอร์

MG

MG-Thanks-Giving

MG จัดแคมเปญ “ปีใหม่นี้ ขับขี่ปลอดภัย ให้เอ็มจีดูแลรถ ดูแลคุณ” ตรวจสภาพรถยนต์ ฟรี 37 รายการ และรับส่วนลด 10% สำหรับแบตเตอรี่ ผ้าเบรค และกล้องติดรถ ที่โชว์รูมรถยนต์ MG 90 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2561 สอบถามหรือจองคิวตรวจรถได้ที่เบอร์ 1267

ตรวจสภาพรถเอ็มจี ฟรี 37 รายการ ครอบคลุมหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้

ห้องเครื่องยนต์                                          

  • ความตึงและสภาพของสายพานขับ
  • ไส้กรองอากาศ
  • แบตเตอรี่/ไดร์ชาจ
  • อาการเสียงดังของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา
  • อาการสั่นของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา
  • ระดับน้ำมันเครื่องยนต์
  • ระดับน้ำมันเบรก และรอยรั่วซึม
  • ระดับน้ำมันเพาเวอร์ และรอยรั่วซึม
  • น้ำหล่อเย็นในถังพัก
  • น้ำฉีดกระจก

ภายในห้องโดยสาร                                                                          

  • ระยะฟรีของขาค้นเร่ง
  • ระยะฟรีขาเหยียบเบรค
  • ระบบกุญแจ และเซ็นทรัลล็อค
  • ที่เปิดฝากระโปรงหน้า/หลัง/ถังน้ำมัน
  • ปรับระดับคอพวงมาลัย
  • เข็มขัดนิรภัย
  • การทำงานเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะ
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า หรือเบรคมือธรรมดา
  • ไฟสัญญาณแผงหน้าปัด
  • ระบบปรับอากาศ
  • ปัดน้ำฝน/ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก
  • การทำงานเสียงแตร
  • การทำงานของระบบกระจกไฟฟ้า
  • การทำงานของกระจกมองข้าง และมองหลัง
  • ไฟสัญญาณ/ไฟเตือน
  • ไฟส่องสว่างภายในรถ
  • การทำงานของไล่ฟ้ากระจก

ระบบไฟส่องสว่างภายนอก                                                        

  • ไฟส่องสว่างไฟหน้า
  • ไฟตัดหมอกหน้า (เฉพาะรุ่น)
  • ไฟส่องสว่างไฟท้าย
  • ไฟตัดหมอกท้าย (เฉพาะรุ่น)

ระบบรองรับน้ำหนัก                                                                

  • ขันน็อตและโบล์ท ระบบรองรับทั้งหมด
  • รอยรั่วซึมระบบเบรค ท่อทางน้ำมันเบรค
  • ความหนาผ้าเบรค
  • ความหนาและสภาพจานเบรค
  • สภาพยางรถยนต์

ตรวจรหัสปัญหา                                                                     

  • ตรวจสอบรหัสปัญหาด้วยเครื่องมือ VDI
  • ส่วนลด 10 % สำหรับแบตเตอรี่  ผ้าเบรค และอุปกรณ์กล้องบันทึกการขับขี่
  • ส่วนลด 20%  สำหรับของที่ระลึกจากแบรนด์ MG

Audi

Audi-Car-Check-12-2018

“Audi New year Service” ความพิเศษเพื่อการเดินทางที่แสนพิเศษของคุณ ตรวจเช็คฟรี 36 รายการ /ส่วนลดผ้าเบรค จานเบรค น้ำมันเบรค 10% ส่วนลดน้ำมันเครื่อง 10% และค่าใช้จ่าย 10,000 บาทขึ้นไป รับของที่ระลึกแก้ว Audi ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2561 – 31 ม.ค. 2562 เท่านั้น!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ Audi Centre Thailand 02-7658860, Audi New Petchburi 02-0234888 และ Audi Pattaya 038-197888

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

Dlt-Check-Car-Safety-Drive-2018-2019

“ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 27 หน่วยงาน รวม 2,300 จุดทั่วประเทศ ให้บริการดูแลตรวจเช็กรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ให้โดยไม่คิดค่าบริการ  ซึ่งระยะเวลาดำเนินการตามความเหมาะสมและแคมเปญของแต่ละที่ ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 31 มกราคม 2562 ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง และครอบคลุมถึงช่วงการเดินทางกลับเพื่อตรวจบำรุงรักษารถหลังจากใช้รถทางไกล

กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของรถให้ปลอดภัย จึงนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศ มาจัดสรรเป็นงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการร่วม “อาชีวะอาสา” ทั่วไทยจำนวน 189 จุดทั่วประเทศ โดยจะตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน บนถนนสายหลักๆ ที่การจราจรหนาแน่น สามารถเข้าไปใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 มีอาจารย์และนักศึกษาอาชีวะให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และสามารถเข้าไปพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก รณรงค์เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษเชิญชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ 6 ค่าย เข้าตรวจสอบ และแก้ไขชุดถุงลมเสริมความปลอดภัย ได้แก่ (BMW, Honda, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Toyota) สามารถเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการ ผู้แทนจำหน่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสังเกตป้ายที่มีกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” สามารถตรวจสอบหมายเลขตัวถังได้ที่ เว็บไซต์ www.checkairbag.com หรือศูนย์บริการ หรือ Call Center ของแต่ละบริษัท

วิริยะประกันภัย

Viriya-Insurance-Car-Check-12-2018

วิริยะประกันภัย อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัด ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ ฟรี 20 รายการ พร้อมมอบ “ชุดเครื่องมือช่างพกพา” เมื่อนำรถยนต์ทุกยี่ห้อมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย 34 แห่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2561

ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย 34 แห่ง

1.อู่ร่วมมิตรการาจ // 2.บจ.เคออโต้คัลเลอร์ // 3.บจ.นิวเพื่อนยนต์ // 4.บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด // 5.หจก.งามวงศ์วาน คาร์แคร์ // 6.บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ // 7.บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส // 8.บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ // 9.บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ // 10.บจ. คุงการาจ // 11.บจ.อู่นำชัย เตาปูน // 12.บจ. เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ // 13.บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ // 14.อู่บอส 888 การาจ // 15.หจก.รามอินทรา การาจ กม.2 // 16.บจ.ทรัพย์สิทธิ คาร์ อินเตอร์ // 17.บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ // 18.บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด // 19.บจ.อู่กังวานชัยการช่าง // 20.บจ.เซอร์กิตบริการ // 21.โสฬสธนบดี เซอร์วิส // 22.หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส // 23.หจก.เป้งการาจ // 24.บจ.เจ.เอส.อินเตอร์กรุ๊ป // 25.บจ.อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป // 26.บจ.รุ่งเจริญ บอดี้คลินิก // 27.บจ.สุขุมวิท เอที เซอร์วิส // 28.หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส // 29.บจ.เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส // 30.บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) // 31.บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด // 32.บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 // 33.บจ.อู่แม่กลอง จำกัด // 34.บจ. อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด

B-Quik

B-Quik-Car-Check-12-2018

บี-ควิก เอาใจเจ้าของรถทุกยี่ห้อ นำรถเข้าตรวจเช็กสุขภาพฟรี 30 รายการ ที่บี-ควิก ทุกสาขาทั่วไทย ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561 แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขาก่อนรับบริการได้เลย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1153

ศูนย์บริการ Auto Quiks

ศูนย์บริการ Auto Quiks ให้บริการตรวจเช็ก 50 รายการ ฟรีไม่เลือกค่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 มกราคม 2562 สนใจนำรถเข้าไปได้เลยที่สาขาแยกวัดเสด็จ (ปทุมธานี) และสาขาวิภาวดีรังสิต (ในปั๊มน้ำมันบางจาก) หรือสอบถาม สำนักงานใหญ่ โทร. 02-9613727 สาขาวัดเสด็จ โทร. 02-1011400 สาขาวิภาวดีรังสิต โทร. 02-5610838

Bankkin Xenon Concept Car

แบงก์คิ้น ซีนอน คอนเซ็ปต์ คาร์ ศูนย์บริการแก้ไขระบบไฟหน้ารถยนต์เฉพาะทาง มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับผู้ใช้รถยนต์ทุกรุ่น ด้วยแคมเปญ “ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คระบบไฟก่อนการเดินทาง” ฟรี 10 รายการ และเข้าอุโมงค์วัดแสง-วัดค่าความเข้มของแสง-วัดระดับไฟ ตามกรมการขนส่งทางบกกำหนด จองคิวเช็คไฟรถยนต์ที่ Call Center 086-6666437 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 ธันวาคม 2561 ทุกวันจันทร์ – เสาร์ ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น.

ตรอ.

สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย รวบรวมสถานตรวจสภาพรถ หรือ ตรอ. ทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562  ผู้สนใจนำรถเข้าตรวจความพร้อมก่อนเดินทางไกลกับ ตรอ. ให้สังเกตป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย”

ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยในการลดอุบัติเหตุ

Carro-Honda-Jazz-GE

สานต่อความสนุก ไปกับ Honda Jazz เจเนอเรชั่นที่ 2 อันยอดนิยม!

หากจะเล่าถึงเรื่องรถยอดนิยมของ Honda (กันอีกครั้ง) ต้องย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) เจเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายๆ คน แน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ดูน่ารัก กะทัดรัด ออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย เหมาะกับการใช้งานในเมืองใหญ่

สำหรับ Honda Jazz (หรือ Honda Fit ในญี่ปุ่น) เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2007 พัฒนาขึ้นตามหลักการ “Human FIT” ใช้แนวคิดหลักๆ 3 อย่าง นั่นคือ “Driving” – Evolution of Running, “Package” – Package Evolution และ “Utility” – Ease-of-use Evolution เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารและผู้ขับขี่มากขึ้น และลูกเล่นที่มากขึ้นกว่าเดิม

ทำให้ Honda Fit โฉมนี้คว้ารางวัล Car of the Year Japan 2007-2008 ไปแบบไม่ต้องสงสัย …

Honda-Fit-GE-Drawing

Honda Fit ขณะกำลังออกแบบ

Honda-Fit-GE-Japan

Honda Fit ที่ออกแบบเสร็จแล้ว

ด้วยภายนอกชูจุดเด่นที่มากขึ้น ทั้งไฟหน้าขนาดใหญ่ เส้นสายตัวถังดูคมขึ้น ตัวถังกว้างขึ้นถึง 20 มม. ส่วนฐานล้อขยายให้ยาว (จากหน้ารถถึงหลังรถ) อีก 50 มม. และเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหน้า (ซ้ายถึงขวา) อีก 35 มม. ส่วนล้อหลังเพิ่ม 30 มม. รวมถึงล้อถูกวางอยูในตำแหน่งมุมสุดทั้ง 4 ด้านของตัวถัง ขณะที่ความสูงเท่าเดิม

ทำให้ Jazz ตัวนี้ดูอวบขึ้น ประตูรถเปิดได้กว้างถึง 80 องศา ปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่เป็นแบบ i-VTEC ให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มรุ่นสปอร์ต “RS” (Road Sailing) ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น …

Honda-Fit-Test-in-Bangkok

Honda Fit ที่ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) นำเข้ามาจากญี่ปุ่นให้สื่อมวลชนวิ่งทดสอบในกรุงเทพฯ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2551 ก่อนที่ Honda Jazz จะเปิดตัว (ขอขอบคุณภาพจาก mgronline.com)

Honda-Jazz-Thai-2008

สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda Jazz โฉมนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อม Slogan โฆษณา “I’m So Jazz” ชูจุดเด่นด้วยสีฟ้า Cerulean Blue รองรับพลังงานทางเลือกใหม่ “แก๊สโซฮอล์ E20” ระบบเกียร์ชุดใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ของเดิมเป็นแบบ CVT 7 สปีด) ซึ่งเซ็ทมาเป็นพิเศษสำหรับเมืองไทย

Honda-Jazz-Thai-2008

โดย ฮอนด้า เลือกใช้พรีเซ็นเตอร์วัยใส (ในตอนนั้น) อย่าง มาริโอ เมาเร่อร์ และ มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน มาแทนที่ พอลล่า เทเลอร์ ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการเปิดตัว Jazz รุ่นแรก มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S, V และ SV ในราคา 550,000 – 695,000 บาท

Honda-Jazz-Thai-2008

ห้องโดยสารภายใน แผงคอนโซลหน้าปรับปรุงใหม่ แลดูคล้ายกับรถรุ่นพี่อย่าง Civic มากขึ้น พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาทง มีที่วางแก้วน้ำมีมากถึง 10 จุด พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย และระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัย

พื้นที่ด้านหลังสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 380 ลิตร (เวอร์ชั่นไทย ต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นของ Fit ไม่ได้ใช้ยางอะไหล่ แต่ใช้เป็น Tire Fix ชุดปะยางฉุกเฉิน จึงมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 427 ลิตร)

Honda-Fit-Ultr-Seat

เบาะนั่งยังคงอัตลักษณ์ของ “Ultr Seat” สุดอเนกประสงค์เอาไว้เช่นเดิม แบบ Utility Mode สามารถวางของได้ยาวถึง 1,720 มม. ในด้านคนนั่ง และ 1,425 มม. ในด้านคนขับ

ในส่วนของ Long Mode สามารถพับเบาะคนนั่งด้านหน้าลง วางของได้ยาวถึง 2,400 มม.

ส่วน Tall Mode เบาะหลังสามารถยกขึ้นได้ วางของได้สูงถึง 1,290 มม.

และ Refresh Mode ปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ พับเบาะลงทำเป็นที่นอนก็ได้

Honda-Fit-GE-Design

Honda Fit ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร และ 1.5 ลิตร ออกแบบให้ถังน้ำมันอยู่ใต้เบาะคู่หน้า

Honda-Fit-GE-Design

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น SV 3,920 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 1,050-1,115 กิโลกรัม

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก

Honda-Jazz-Thai-2008

ในเดือนมิถุนายน 2552 Honda ประเทศไทย ออกรุ่นพิเศษเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ด้วยรถสีขาว Brilliant White Pearl ภายใต้ชื่อรุ่น “Wise Edition” (ไวซ์ เอดิชั่น) ครอบคลุมทุกโมเดลของฮอนด้าในขณะนั้น รวมถึง Jazz ด้วย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 642,000 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 662,000 บาท

Honda-Jazz-Thai-2009

และในเดือนกรกฏาคม 2552 ฮอนด้า ตัดสินใจเพิ่มสีใหม่ “Helios Yellow” (Pearl) ให้กับ Honda Jazz เพิ่มเติม โดยตัดสีแดง Rallye Red ออก พร้อมกับเปลี่ยนสีเทาใหม่เป็น Polished Metal …

Honda-Jazz-Active-Plus

ในเดือนกรกฎาคม 2553 Honda ได้แนะนำ Jazz รุ่นพิเศษ “Active Plus” (แอคทีฟ พลัส) มาพร้อมชุดแต่งที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าและสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Active Plus” ส่วนด้านความปลอดภัย เพิ่มไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และสัญญาณกะระยะหลัง 4 จุด ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

Honda-Jazz-Active-Plus

มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 679,500 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 699,500 บาท และมี 3 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเหลืองเฮลิออส (มุก) และ สีฟ้าเซรูเลียน (เมทัลลิก)

Honda-Fit-Minorchange-2010

ในเดือนตุลาคม 2010 Honda ในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ปรับโฉม Minorchange Honda Fit ให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น พร้อมกับแนะนำ “Fit Hybrid” ใหม่ด้วย

Honda-Fit-Shuttle

โดย Honda Fit โฉมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก จน Honda ต้องผลิตรุ่นแวนออกมาในชื่อ “Fit Shuttle” (เหมือนตอนที่ Honda ผลิตรุ่น “Airwave” ช่วงก่อนหน้า) พร้อมทั้ง Fit Shuttle Hybrid และเปิดตัวในวันที่ 16 มิถุนายน 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น

Honda-Jazz-Minorchange-2011

สำหรับเวอร์ชั่นไทย เปิดตัว Honda Jazz Minorchange เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 โดยนับแต่เปิดตัว ฮอนด้า แจ๊ซ โฉมแรกในปี 2546 จนถึงปี 2554 ทำสถิติยอดขายในไทยไปแล้วมากกว่า 130,000 คัน … ชูจุดเด่นด้วยสีส้ม Brilliant Orange มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น S รุ่น V และรุ่นสูงสุด SV

ทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เฉพาะรุ่น S) และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ในราคา 590,000 – 715,000 บาท

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น SV 3,915 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 1,060-1,115 กิโลกรัม

เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาถึง โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย โดยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจำนวนรวม 1,055 คัน มี Honda Jazz จำนวน 213 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งทาง Honda เริ่มต้นทำลายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2554 …

Honda-Jazz-JP-2012

Honda จึงต้องนำรุ่นเฉพาะกิจช่วงน้ำท่วม “Honda Jazz JP” ส่งตรงจากญี่ปุ่น เข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 2554 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ชูการขายด้วยสีส้ม “Orange Sunset” (แตกต่างจากสีส้มเวอร์ชั่นไทย) เพียงรุ่นย่อยเดียว ในราคา 747,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างต่างจากเวอร์ชั่นไทย อาทิ โคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟหน้า HID ปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ i-SRS และม่านนิรภัยด้านข้าง เป็นต้น

Honda-Jazz-Hybrid-2012

ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 Honda แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz Hybrid IMA ถือเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่ม Sub-Compact ในไทย รับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ในราคา 768,000 บาท … แต่ผลการตอบรับ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก

Honda-Jazz-Hybrid-2012

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที

และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 21.3 กม./ลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.)

Honda-Jazz-2012

ในเดือนพถศจิกายน 2555 Honda Jazz สีแดง “Rallye Red” ก็กลับมา (อีกครั้ง) แล้วสีส้ม Brilliant Orange ก็หายไปแทน …

Honda-Jazz-Modulo-2013

มาถึงเดือนมกราคม 2556 Honda ได้เปิดตัว “Jazz Modulo” โฉบเฉี่ยวกับกระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือก 3 สี กับ สีแดง Rallye Red สีขาว Taffata White และ สีดำ Crystal Black (Pearl) จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น V AT ในราคา 682,500 บาท

Honda-Fit-EV
อันนี้แถมให้ …  ในวันที่ 31 สิงหาคม 2012 (ปี 2555) Honda ประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำ “Fit EV” รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Li-Ion ของ Toshiba ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 92 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 26.1 กก.-ม. ในการขับเคลื่อน โดยสามารถแล่นได้ระยะทางถึง 225 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว โดยใช้เวลาชาร์จ 12 ชม. ผ่านไฟฟ้าแบบ 120 โวลท์ ในราคา 4 ล้านเยน!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Jazz (GE) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมมากๆ ไปตรงไหนก็เจอ เหมาะสำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยรูปทรงสวยน่ารัก แต่งขึ้น คุณภาพแจ๋ว ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้อเนกประสงค์ ราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง วงเลี้ยวแคบ หาที่จอดง่าย ภายในกว้างขวาง อเนกประสงค์ พับเบาะขนของได้เยอะ พวงมาลัยไม่หนัก มุมมองด้านหน้าคนขับถือว่าดี (ยกเว้นบริเวณเสา A ที่ดูเป็นมุมอับอยู่บ้าง) นั่งขับได้สบายๆ ระบบความปลอดภัยมีพอสมควร ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยล่ะ …

ส่วนข้อด้อยก็มี ช่วงล่างแข็งกระด้าง ไม่นิ่ม ขนาดยางติดรถ ขนาด 175/65R15 ที่หน้าไม่กว้างพอ เวลาขับเร็วๆ แล้วจะรู้สึกหวิวๆ (แต่ปัญหานี้จะหายไป ถ้าเปลี่ยนยางรถที่มีหน้ายางกว้างขึ้น) และการเก็บเสียงในห้องโดยสารไม่ดีนัก

ถ้าเป็นรุ่นไฮบริด ต้องดูแบตเตอรี่ไฮบริด ที่อีกไม่กี่ปีก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว รวมถึงอะไหล่ต่างๆ ของตัวไฮบริด (เช่น Motor หรือ Inverter) จ่ายหนักแน่นอน …

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่ถูกไม่แพง ศูนย์บริการหาไม่ยาก เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีเยอะพอสมควร ทั้งจากศูนย์บริการ รถเก่าในบ้านเรา หรือจะเป็นของเก่าจากญี่ปุ่นก็ตาม

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2561 – 2562 อยู่ที่ประมาณ 278,000 – 550,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Jazz (GE) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Jazz ได้เลยครับผม

(สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Car-Pawn-For-Sale

รถหลุดจำนำ ราคาถู้กถูก แต่ขับแล้ว ไม่รู้จะโดนตำรวจจับเมื่อไหร่!!!

Car-Pawn-For-Sale

“รถหลุดจำนำ” ที่หลายต่อหลายคน เห็นมีการประกาศลงขายในกลุ่ม Facebook มากมายนั้น ราคามันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน! กับรถที่สภาพยังดูใหม่ บางคันมีเอกสารด้วย แต่ประกาศขาย ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ!!!

ใช่ครับ แต่ … เพราะถ้ารถโอนได้ปกติ ราคาขายคงไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ ขนาดรถย้อมแมว หรือรถอุบัติเหตุมาทำใหม่ ยังขายไม่ได้ราคาแบบนี้เลย

เรามารู้กันดีกว่าครับว่า รถหลุดจำนำ คือรถอะไร ประเภทไหน และถูกกฎหมายหรือไม่ …

Car-Pawn-For-Sale

รถหลุดจำนำ คือ รถที่เจ้าของรถมีปัญหาด้านการเงิน จึงเอารถไปจำนำกับคนที่รับจำนำ หรือปล่อยตามบ่อน โดยทำสัญญากันเพียงแค่โอนลอย และต้องจ่ายดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไถ่ถอนคืนได้ทั้งหมด เหมือนเราเอาของไปเข้าโรงรับจำนำนั่นล่ะครับ พอเจ้าของรถไม่มาไถ่ถอนตามเวลาที่กำหนด รถยนต์คันนั้นจะกลายเป็นรถหลุดจำนำทันที พ่อค้าที่จำนำรถไว้ก็เอารถมาขายทอดตลาดอีกที

หรือ รถหลุดจำนำชื่อบุคคล มีเอกสารหน้าเล่ม กับสัญญารับจำนำ หรือ รถที่ถูกขโมยมา

คนที่ซื้อรถหลุดจำนำมาใช้ จะเรียกได้ว่า เป็นรถที่ผิดกฎหมายก็ไม่เชิง คือสามารถซื้อได้ขายได้ แต่แทบจะร้อยทั้งร้อย ไม่สามารถโอนได้ แม้ว่าพ่อค้าจะรับจำนำรถที่มีเอกสารถูกต้อง

Car-Pawn-For-Sale

โดยหลักแล้ว รถหลุดจำนำ จะมีเอกสารดังกล่าวนี้

  • สำเนาหน้าเล่มทะเบียนรถยนต์
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของรถ
  • เอกสารโอนลอยรถยนต์ (เจ้าของรถเซ็นชื่อไว้เรียบร้อย)
  • เอกสารมอบอำนาจ (เจ้าของรถเซ็นชื่อไว้เรียบร้อย)

Car-Pawn-For-Sale

เพราะรถหลุดจำนำรถส่วนใหญ่ มัก “ติดไฟแนนซ์” ยังผ่อนไม่หมด กรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถ (ในเล่มทะเบียน) ก็ยังเป็นของไฟแนนซ์อยู่ การต่อ พ.ร.บ. หรือการทำประกันภัยต่างๆ ก็คงไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะมีแค่รถ และกุญแจที่เป็นของเราเท่านั้น โดยกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถและชื่อผู้ครอบครองยังเป็นของเจ้าของคนเดิมอยู่

บางคันแจ๊คพอต ดันเป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือนำซากรถมาสวมทะเบียน เพื่อให้ตามจับได้ยาก โดยใช้รถที่มีสี รุ่น และปีเดียวกัน มาสวมทะเบียน และมีการดัดแปลงเลขตัวถังให้ตรงกัน เอาทะเบียนรถคันอื่นมาสวม ดังที่เป็นข่าวเรื่อง “รถฝาแฝด” อยู่บ่อยๆ นั่นล่ะครับ

Car-Pawn-For-Sale

รถฝาแฝด รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน และทะเบียนเหมือนกัน!

คนที่ซื้อรถหลุดจำนำไป ก็ต้องรับความเสี่ยงให้ได้ครับ เพราะเหมือนเอาของที่ยังผ่อนไม่หมดไปขายต่อ ถ้าไฟแนนซ์และตำรวจตามรถจนเจอ ก็จะโดนยึดรถ ถ้ามีการฟ้องร้อง หรือมีคนแจ้งรถหายไว้ (ในกรณีที่เป็นรถถูกขโมยมา) คนที่ซื้อไป อาจจะโดนข้อหารับของโจรไปอีกกระทง

และยังเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นที่ขายรถพวกนี้ รู้กันกับคนมีสีไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว อาจถูกตำรวจไปตามยึดรถ หลังจากซื้อมาขับเพียงไม่กี่เดือน พร้อมข่มขู่เอาเงินคุณก็ได้ หากคุณไม่ยอมก็จะถูกจับดำเนินคดี จนต้องยอมจ่ายไป

Car-Pawn-For-Sale

รถฝาแฝด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเรื่องจริง!

ทางที่ดี อย่าไปเล่นเลยครับรถประเภทนี้ ถึงจะราคาถูกมากๆ ก็เถอะ ได้ไม่คุ้มเสียหรอกครับท่าน

ซื้อรถทั้งที เราควรจะวางแผนทางการเงินดีๆ มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อย เหลือเก็บใช้หนี้ (แบบที่คุณน้าวีระ ธีรภัทร ชอบพูดในรายการวิทยุบ่อยๆ นั่นละครับ) ซื้อรถที่มีเอกสาร มีเล่มทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง ก็ตาม …

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สวพ.91