Carro-Honda-CR-V-RD

ถ้าจะให้พูดถึง รถ SUV ที่มาจากค่ายฮอนด้า ไม่ว่าจะถามคุณผู้ชาย หรือถามคุณผู้หญิง ส่วนมากมักจะนึกถึง “Honda CR-V” (ฮอนด้า ซีอาร์วี) กันมาเป็นอันดับแรก ในฐานรถยนต์แบบ Compact SUV (SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle) ช่วงที่ตลาดรถยนต์ประเภท SUV กำลังเริ่มบูม จนทำให้ Honda ต้องพัฒนารถ SUV รุ่นแรกของค่ายออกมาขายกับเขาบ้าง

ซึ่ง Honda CR-V ได้เปิดตัวสู่ชาวโลกเป็นครั้งแรกในปี 1995 และเป็นที่นิยมไปทั่วโลกจวบจนปัจจุบัน …

และในวันนี้ MR.CARRO จะมาแนะนำถึง Honda CR-V มือสองรุ่นแรก แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานาน 20 กว่าปีแล้ว แต่ CR-V โฉมนี้ก็ยังเป็นที่นิยมของคนรักฮอนด้า แต่ว่ารุ่นนี้ จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ในยุคปี 2020 ยังน่าใช้หรือไม่? เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

Honda-CR-V-1996

Honda CR-V รุ่นแรก ออกแบบโดยแผนกดีไซน์ของ Honda ภายใต้การนำของ Mr.Hiroyuki Kawase และ Mr.Ishibashi โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก “รองเท้าเดินป่า” หรือ “Trekking Shoes” รวมเอาความสะดวกสบายของรถยนต์แบบ Cross Country Off-Road และความเป็น Runabout ของรถซีดาน จนเกิดความมีเสน่ห์ ที่รถรุ่นอื่นไม่มี ซึ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยหลักในการพัฒนาแบบ Think “Right”, Make “Light”

Honda-CR-V-1996

ขั้นตอนในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นแรก

สำหรับคำว่า CR-V เป็นอักษรที่ย่อมาจากคำว่า “Comfortable Runabout-Vehicle” (ยกเว้นในอังกฤษ Honda UK ใช้คำย่อว่า “Compact Recreational-Vehicle”)

Honda-CR-V-1996

แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 9 ตุลาคม 1995 (ปี 2538) แค่เปิดตัวมาเพียงไม่กี่เดือน ก็ได้รับรางวัล Golden My Car Thophy จากงาน Japan Car Design Award ’95-’96 ในเดือนมกราคม 1996 และรางวัล Best Styling Award จากหนังสือพิมพ์ Sport Nippon ไปครองทันทีในเดือนเดียวกัน!

Honda-CR-V-1996

Honda-CR-V-1996

ส่วนในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2539 มาพร้อมกับจุดเด่นที่หลายคนชอบมาก อาทิ ฝาปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย สามารถกางออกมาเป็นโต๊ะปิกนิกได้ เบาะปรับเอนราบได้หมด ใช้แทนเตียงนอนได้ และพื้นห้องโดยสารเรียบ สามารถเดินไปมาระหว่างเบาหน้า-เบาะหลังได้! เพราะมีความกว้างถึง 260 มม.

รุ่นแรกเริ่ม เปิดราคามาที่ 988,000 บาท พร้อมกับ 3 สี ให้เลือก ได้แก่ สีแดง Spanish Rose, สีเงิน Zinc และสีน้ำเงิน Adriatic

Honda-CR-V-1996

มิติตัวรถยาว 4,470 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,705 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. น้ำหนักรถ (เวอร์ชั่นไทย) 1,380 กิโลกรัม

ความสูงจากใต้ท้องรถ 205 มม. มีมุมระยะ Approach ด้านหน้า 31 องศา, มุม Brakeover ใต้ท้องรถ 23 องศา และมุม Departure ด้านท้าย 29 องศา

โดยรุ่นนี้มีการผลิตจำหน่ายในหลายที่ทั่วโลก อาทิ อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และในอังกฤษ

Honda-CR-V-1996

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส B20B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.0 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เวอร์ชั่นต่างประเทศ) และเกียร์อัตโนมัติตรงคอพวงมาลัย 4 สปีด ให้เลือก

Honda ชูจุดเด่นให้กับ CR-V ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Real Time 4WD ติดตั้งปั๊มไฮดรอลิก 2 ตัวที่เพลาขับด้านหน้าและด้านหลัง ปรับการขับเคลื่อนระหว่างขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อให้เอง โดยที่ผู้ขับไม่ต้องสั่งการหรือควบคุมใดๆ

Honda CR-V รุ่นนี้ได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยในช่วงแรก จุดสังเกตง่ายๆ คือมีรูน็อตล้อเพียง 4 รู

Honda-CR-V-50th-Anniversary-1998

ในปี 2542 Honda CR-V ออกรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ Honda 50th Anniversary Edition ด้วยสีดำมุก Starlight กับชุดแต่งทั้งคัน อาทิ สปอยเลอร์หลัง กรอบป้ายทะเบียนหลัง ขอบบังโคลนโครเมียม และปลายท่อไอเสียโครเมียม ในราคา 1,053,000 บาท

Honda-CR-V-1999

ในเดือนธันวาคม 1998 Honda CR-V เวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็ปรับโฉม Minorchange ในญี่ปุ่น พร้อมเปลี่ยนเครื่องยนต์จากรหัส B20B3 เป็น B20Z1 ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 150 แรงม้า (เวอร์ชั่นไทย 147 แรงม้า) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.8 กก.-ม. (เวอร์ชั่นไทย 18.2 กก.-ม.) ที่ 4,500 รอบ/นาที

ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติตรงคอพวงมาลัย 4 สปีด พร้อมระบบ Grade Logic Control ให้เลือก

โดยในโฉม Minorchange ในไทยเปิดตัวในปี 2542 เป็นรุ่นที่ประกอบในไทยแล้ว จุดสังเกตจะมีรูน็อตล้อ 5 รู คอนโซลลายไม้ ที่วางแขนด้านคนขับ และเบาะผ้าลายใหม่ ในราคา 1,073,500 บาท

Honda-CR-V-Limited-Version-2000

เดือนกรกฎาคม 2543 Honda ได้แนะนำ CR-V Limited Version ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษชุดกันชนสปอร์ต สเกิร์ตรอบคัน คิ้วกันสาด ไฟเลี้ยวข้างแบบใส และแผ่นสัญลักษณ์ Limited Version มีให้เลือก 3 สี ในราคา 1,135,000 บาท

Honda-CR-V-Sports-2001

15 มีนาคม 2544 Honda ได้ปรับโฉม Honda CR-V ทุกรุ่นย่อยเล็กน้อย พร้อมแนะนำ CR-V Sports และรุ่นเบาะหนังเพิ่มเติม มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังและไฟเบรก กระจกส่องหลัง บันไดข้างสแตนเลส ฝาครอบกระจกมองข้าง กรอบป้ายโครเมียม คิ้วขอบบังโคลนโครเมียม ปลอกท่อไอเสียโครเมียม และแผ่นป้ายสัญลักษณ์ Sports ในราคา 1,139,000 บาท

และเพิ่มความหรูหราด้วยรุ่นเบาะหนัง และแผงข้างประตูหุ้มหนัง กันชนหน้าหลัง คิ้วกันกระแทกด้านข้าง กระจกมองข้าง กรอบมือจับเปิดประตู และกรอบป้ายทะเบียนมีสีเดียวกับตัวรถ วิทยุเทปแบบ 2DIN พร้อมเครื่องเล่น CD แบบ 6 แผ่นในตัว และฝาครอบล้ออะไหล่พร้อมสติกเกอร์ดีไซน์ใหม่ ในราคา 1,162,000 บาท

ในส่วนของ CR-V รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับล้ออัลลอยลายใหม่ ในราคา 1,115,000 บาท

Honda-CR-V-Limited-2001

และรุ่นทิ้งทวน … ในเดือนพฤศจิกายน 2544 Honda ได้แนะนำ CR-V Limited (อีกครั้ง) โดดเด่นกับชุดกันชนสปอร์ตพร้อมแผงใต้กันชน และชุดไฟตัดหมอกฮาโลเจนรุ่นเลนส์ใส บันไดข้างสแตนเลส สติกเกอร์ลายใหม่ และแผ่นป้ายสัญลักษณ์ Limited ในราคา 1,182,000 บาท มีจำหน่ายเพียง 400 คัน มีเฉพาะรุ่นเบาะหนังเท่านั้น

แล้วขายมาจนถึงปี 2545 … Honda CR-V โฉมนี้ กวาดยอดขายทั่วโลกได้มากถึง 1 ล้านคัน!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถแนวๆ Off-Road ที่พอจะลุยๆ ได้ และก็วิ่งใช้งานในเมืองได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้ เวลาฝนตก ถนนลื่น ก็มั่นใจกับระบบ 4WD ที่ทำงานเองอัตโนมัติ ด้วยความอเนกประสงค์ของตัวรถนี้เอง ทำให้ขายดีมากนับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2539 และก็ยังเป็นรถที่น่าใช้ในเวลานี้ เหมาะยิ่งสำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกเล็กๆ 1-2 คน กับงบประมาณไม่ถึงแสน ก็ถอยออกมาขับได้แล้ว แต่ว่าจะหาสภาพดีๆ ยากหน่อยเท่านั้นเอง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ด้วยการออกแบบที่เน้นให้ใช้งานในเมือง และออกไปลุยๆ ได้บ้างในวันหยุด รวมถึงผู้หญิงก็ขับได้ง่าย ตัวยางอะไหล่ด้านหลัง ติดตั้งให้ต่ำกว่ากระจก ช่วยให้การมองด้านหลังนั้นง่ายขึ้น ไม่บังสายตาแบบรถ Off-Road ทั่วไป และการดีไซน์ภายใน คล้ายกับรถเก๋ง ส่วนชุดคอนโซลเมื่อใช้งานไปนานๆ จะมีความเหลือง หรือด่าง ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรจอดรถตากแดด เพื่อรักษาสภาพให้เดิมๆ ได้นานขึ้น

ส่วนช่วงล่างก็ถือว่าเกาะถนนได้ดีในแบบดับเบิลวิชโบน อิสระ 4 ล้อ เช่นเดียวกับใน Honda รุ่นอื่นๆ แต่จะกระด้างหน่อย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งดี วิ่งด้วยความเร็วสูงแล้วไม่ร่อน (แต่สภาพช่วงล่างก็ต้องดีด้วย!) ประหยัดน้ำมันในระดับหนึ่ง และยังสามารถติดแก๊ส LPG ได้ด้วย บวกกับหมั่นตั้งวาล์วหน่อย และยังมีของแต่งทำขายให้ใส่อีกเพียบ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบเทียบหรือของเทียม ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้ เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 15,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 70,000-120,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

  • Catalogue Honda CR-V
  • นิตยสาร “ฮอนด้าคาร์ส”
  • ย้อนประวัติ Honda CR-V : 22 ปี แห่งความสำเร็จ
  • Honda Factbook
  • LIM-Catalogue

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*