Carro-Toyota-Fortuner-G1

นับตั้งแต่ที่ Toyota ผลิตเจ้า Hilux Sport Rider (ไฮลักซ์ สปอร์ตไรเดอร์) ออกมาขายช่วงประมาณปี 2541 เป็นต้นมา ถือเป็นการเปิดตลาดรถยนต์ในรูปแบบของ รถ PPV (= Pickup Passenger Vehicle หรือรถยนต์รูปแบบของ SUV บนโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ) ให้เฟื่องฟูขึ้นมากๆ จนคู่แข่งก็อดรนทนดูไม่ได้ ต้องทำรถในแนวใกล้เคียงกันผลิตออกมาจำหน่ายบ้าง

หลังจากที่มีข่าวแพล่มๆ เรื่องรถยนต์ในโครงการ IMV (Innovative International Multi-Purpose Vehicle) ที่ Toyota ลงทุนเม็ดเงินไปนับ 3 หมื่นล้านบาท ย้ายฐานผลิตรถกระบะจากญี่ปุ่น มาไทยทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงหลายปีก่อนหน้าที่ Fortuner รุ่นนี้ จะเกิดขึ้น เพราะต้องทำออกมาให้พลิกโฉม เอาชนะคู่แข่งตัวฉกาจให้ได้ …

ต่อมา รถยนต์ที่มีรหัสโครงการพัฒนา 698N ของ “Fortuner” ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น …

และต่อไปนี้ MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) ให้คุณรู้จักมากกว่าใครๆ ครับ …

Toyota-Fortuner-2004

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เริ่มแนะนำรถในโครงการ IMV เมื่อ 25 สิงหาคม 2547 ภายใต้ชื่อ “Hilux Vigo” (ไฮลักซ์ วีโก้), “Innova” (อินโนว่า) และ “Fortuner” (ฟอร์จูนเนอร์) รถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ พลิกโฉมใหม่หมดจดทั้งคัน ก็ได้เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ไทย เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2547

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน

ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ยอดจองถล่มทลาย กลายเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV ในประเทศไทย และยังเป็นรถยอดฮิตในตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายของรุ่นนี้ เน้นกลุ่มคนในเมือง ไลฟ์สไตล์ชอบรถ SUV แนวหรูหรา เทคโนโลยีเด่นๆ คุ้มค่าคุ้มราคา

Toyota-Fortuner-2004

Fortuner เป็นรถที่นำคำว่า Fortune + er มาเชื่อมต่อกันเป็นคำใหม่ มาในสโลแกน “The World is Mine” ชูจุดเด่นหลากหลาย อาทิเช่น พัฒนาช่วงล่างมาจาก Land Cruiser Prado โดยด้านหน้า แบบคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบ 4 ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง

มิติตัวรถ ยาว 4,695 มม. กว้าง 1,840 มม. สูง 1,795 มม. และระยะฐานล้อ 2,750 มม.

ห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง นั่งสบายทุกที่นั่ง พร้อมมีแอร์ที่เบาะแถว 2 และเบาะแถว 3 ให้ และยังปรับพับได้ ตกแต่งภายในอย่างหรูหรา

โฉมแรก มีให้เลือก 3 รุ่น คือดีเซล 1KD-FTV เกียร์ธรรมดา / เกียร์ออโต้ และ เบนซิน 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE เกียร์ออโต้ มีสีให้เลือก 5 สี คือ เงิน Silver Mica M., เทา Dark Grey Mica M., ดำ Black Mica, ทอง Beige Mica M., น้ำเงิน Blue M. (M คือ สีเมทัลลิก)

Toyota-Fortuner-Exclusive-2005

เดือนมีนาคม 2548 เปิดตัวรุ่นพิเศษ Exclusive มีสีขาวมุกให้เลือก ภายในมาพร้อมชุดลายไม้ประดับแผงคอนโซล และพวงมาลัย

Toyota-Fortuner-Smart-2006

เดือนมีนาคม 2549 เพิ่มรุ่น Smart ใส่ชุดแต่ง TRD รอบคัน ล้อแม็ก 18 นิ้ว พร้อมชุดช่วงล่าง TRD ภายในตกแต่งลายเคฟลาร์ และเบาะหนัง Perforated

ในเดือนสิงหาคม 2549 ปรับออพชั่นใหม่ เช่น หัวเกียร์หุ้มหนัง แผงบังแดดกำมะหยี่ และที่วางแก้วด้านผู้โดยสารตอนหลัง (ในรุ่น V) เป็นต้น

Toyota-Fortuner-2007

Toyota-Fortuner-2007

ในเดือนสิงหาคม 2550 Toyota ได้ออก Fortuner รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 2.7V VVT-i และดึงตัว “แพนเค้ก” เขมนิจ จามิกรณ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ให้กับรถรุ่นนี้ เพราะ Toyota ได้เริ่มวางกลุ่มเป้าหมายหลัก ให้เป็นผู้หญิงทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป และใช้ชีวิตในเมือง ต้องการรถ SUV (หรือรถแบบใกล้เคียง) ที่มีความคล่องตัว เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้หญิงให้มากขึ้น

ปรับโฉมครั้งที่ 1 ปี 2551

Toyota-Fortuner-2008

วันที่ 5 สิงหาคม 2551 Fortuner ได้ปรับโฉมบางส่วน (ไมเนอร์เชนจ์) ครั้งแรก ปรับหน้าตาภายนอกใหม่ ใช้ชุดกระจังหน้าใหม่ พร้อมกับไฟหน้าใหม่เป็นโปรเจคเตอร์ ออกแบบเลนส์ไฟท้ายใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ ขนาด 17 นิ้ว มีระบบ VSC และ TRC เปลี่ยนจานเบรกใหญ่ขึ้น หม้อลมเบรกใหญ่ขึ้น เพิ่มแรงดันแม่ปั้มเบรกอีก 50%

Toyota-Fortuner-2008

เพิ่มระบบเสริมแรงเบรก BA รวมไปถึงระบบปรับอากาศ จากที่อยู่ด้านหลังขวา มาเป็นอยู่บนเพดานทุกที่นั่ง พร้อมเครื่องเล่น DVD และระบบ Navigator ให้เลือก (เฉพาะรุ่น 3.0V 4WD Navi) และเพิ่มรุ่นดีเซลขับเคลื่อน 2 ล้อ 3.0V เกียร์อัตโนมัติ

เพื่อตอกย้ำจุดขายที่แตกต่าง Fortuner โฉมนี้ ยังใช้ดาราดังอย่าง แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ภายใต้ Concept ของความหรูหราที่ดาราสาวนิยม

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2008

เดือนพฤศจิกายน 2551 เพิ่มรุ่นพิเศษ “TRD Sportivo” ผลิตจำนวนจำกัด มาพร้อมสเกิร์ตรอบคันของ TRD, สปอยเลอร์หลัง TRD, กระจกมองมุม, บันไดข้าง อลูมิเนียมอโนไดซ์, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส, ชุดคอยล์สปริงและโช๊คอัพของ TRD และภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยเคฟล่าร์ กับเบาะหนัง และหัวเกียร์หุ้มหนัง Perforated

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-II-2009

ในเดือนมีนาคม 2552 รุ่นพิเศษอย่าง “TRD Sportivo II” และ “Aperto” ก็ได้ตามออกมา

โดย TRD Sportivo เวอร์ชั่น 2 ผลิตจำนวนจำกัด 1,600 คัน มาพร้อมสเกิร์ตรอบคันของ TRD, สปอยเลอร์หลัง TRD, กระจกมองมุม, บันไดข้าง อลูมิเนียมอโนไดซ์, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส และล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60R18

ส่วนภายใน ตกแต่งด้วยโทนสีสไตล์สปอร์ตทูโทน Black & Sand Beige พร้อมประดับเคฟล่าร์บริเวณคอนโซลและแผงเกียร์ หัวเกียร์หุ้มหนัง, เบาะนั่งปั้มโลโก้ TRD Sportivo, เครื่องเล่น DVD ความละเอียด 1.15 ล้านพิกเซล CD/MP3/WMA และช่องต่อ USB/AUX, จอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว จาก Alpine, จอ LCD จาก ALlpine ขนาด 8.5 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง และโช้คอัพและคอยล์สปริง TRD Sportivo

Toyota-Fortuner-Aperto-2009

ส่วน Aperto ผลิตจำนวนจำกัด 800 คัน ตกแต่งด้วยโทนสีดำ, เครื่องเล่น DVD ความละเอียด 1.15 ล้านพิกเซล CD/MP3/WMA และช่องต่อ USB/AUX, จอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว จาก Alpine, จอ LCD จาก Alpine ขนาด 8.5 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

Toyota-Fortuner-25G-Turbo-2009

เดือนธันวาคม 2552 ปรับปรุงรุ่น G โดยตัดรุ่น 3.0G 4WD ออก แล้วแทนที่ด้วยรุ่น 2.5G Turbo แรงไปกับเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 144 แรงม้า มีจุดเด่นๆ อย่าง กระจังหน้าดีไซน์หรู พร้อมสัญลักษณ์ “VN Turbo”, ไฟหน้า Projector, ไฟท้ายแบบ Multi-Reflector, กระจกมองข้างและมือจับประตูข้างแบบโครเมียม และล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว ส่วนรายละเอียดภายใน ไม่ต่างจากรุ่นก่อนๆ

เดือนมีนาคม 2553 เพิ่มรุ่นพิเศษ “Aperto II” “สนุกไร้ขีดจำกัด” มาพร้อมสเกิร์ตหน้า-หลัง, กระจกมองมุม, ล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว พร้อมบันไดข้างอะลูมีเนียมอะโนไดซ์ มีกล้องมองหลัง และสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ในราคา 1,349,000 บาท

ส่วนภายใน ตกแต่งด้วยโทนสีสไตล์สปอร์ตทูโทน Black & Sand Beige พร้อมลายไม้ สี Dark Walnut, เครื่องเล่น DVD ความละเอียด 1.15 ล้านพิกเซล CD/MP3/WMA และช่องต่อ USB/AUX, จอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว จาก Alpine, จอ LCD จาก Alpine ขนาด 8.5 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-III-2010

ช่วงเดือนสิงหาคม 2553 รุ่นพิเศษ TRD Sportivo III ผลิตจำนวนจำกัด ก็ได้ตามออกมาอีกครั้ง ตัวรถตกแต่งด้วยสเกิร์ตรอบคันของ TRD, สปอยเลอร์หลัง TRD, กระจกมองมุม, บันไดข้าง อลูมิเนียมอโนไดซ์, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส และล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว สีเทาดำ

ส่วนภายใน ตกแต่งด้วยโทนสีสไตล์สปอร์ตทูโทน Black & Sand Beige พร้อมประดับเคฟล่าร์บริเวณคอนโซลและแผงเกียร์ หัวเกียร์หุ้มหนัง Perforated พร้อมแป้นเกียร์ลายเคฟลาร์โทนดำ, เบาะนั่งปั้มโลโก้ TRD Sportivo, เครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA และช่องต่อ USB/AUX, จอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 6.1 นิ้ว, จอ LCD จาก ALlpine ขนาด 8.5 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง และโช้คอัพและคอยล์สปริง TRD Sportivo

ปรับโฉมครั้งที่ 2 ปี 2554

Toyota-Fortuner-2011

ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2554 ปรับโฉมครั้งใหญ่ (บิ๊กไมเนอร์เชนจ์) พร้อมกับการเปิดตัว Toyota Hilux Vigo Champ (โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์) โฉมนี้มาใน Concept “Above & Beyond” เหนือใครในทุกมุมมอง ในราคา 1,059,000 – 1,489,000 บาท

โดยภายนอกมีการเปลี่ยนไฟหน้าเป็น Projector แบบ HID ปรับระดับ สูง-ต่ำ อัตโนมัติ พร้อมที่ฉีดน้ำไฟหน้า ออกแบบกระจังหน้า และไฟท้ายใหม่ กันชนหน้าใหม่ มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง กันชนท้ายใหม่ โดยมีคิ้วสแตนเลสเขียนว่า Fortuner เหนือกรอบทะเบียน ทับทิมที่กันชนทรงใหม่ และย้ายตัวอักษรบอกรุ่นเครื่องยนต์ไว้ด้านท้าย

Toyota-Fortuner-2011

ภายใน ปรับปรุงหลายอย่าง เช่น พวงมาลัย 4 ก้าน พร้อมฟังก์ชันควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ ตกแต่งด้วยลายไม้ เครื่องเล่น DVD ขนาด 6.1 นิ้ว แบบจอสัมผัส รองรับ DVD/CD/MP3/WMA/Bluetooth พร้อมช่องต่อ USB และ AUX และมีกล้องมองหลังให้ (ยกเว้นรุ่น 2.5G M/T)

Toyota-Fortuner-2011

ส่วนเครื่องยนต์ยังคงเดิม … แบบดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV (I/C) VN Turbo 144 แรงม้า และขนาด 3.0 ลิตร รหัส 1KD-FTV (I/C) VN Turbo 163 แรงม้า และแบบเบนซิน ขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE VVT-i 160 แรงม้า

Toyota-Fortuner-50th-Anniversary-Toyota-Thailand-2012

เดือนมีนาคม 2555 Toyota ออก Fortuner รุ่นพิเศษ Limited Edition ฉลองครบรอบ 50 ปี Toyota ประเทศไทย ด้วยรุ่นย่อย 3.0 V A/T 2WD ในราคา 1,379,000 บาท

พิเศษเฉพาะรุ่นกับสีพิเศษ Light Purple Mica Metallic, ล้ออัลลอยรมดำ, ภายในโทนสีดำ มีพรมรองพื้น, Smart G-BOOK และสัญลักษณ์ 50 ปี บริเวณท้ายรถ

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2012

และในวันที่ 10 สิงหาคม 2555 Toyota ปรับปรุง Fortuner ใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ เฉพาะรุ่นดีเซล จากเดิม 4 สปีด เป็น 5 สปีด เพิ่มรุ่นย่อย 2.5G เกียร์อัตโนมัติ และปรับกำลังรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เป็น 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร แต่หน้าตาภายนอกเหมือนเดิม ในราคา 1,085,000 – 1,449,000 บาท

ส่วนภายในเพิ่มระบบนำทาง Eco Navi พร้อมประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่แบบ Real Time มีเครื่องเล่น DVD และจอแสดงผล LCD แบบสัมผัส ขนาด 6.1 นิ้ว

Toyota-Fortuner-2013

วันที่ 2 กันยายน 2556 Toyota ปรับปรุง ใหม่อีกรอบ (ปรับกันทุกปีจริงๆ) และในรุ่น Toyota Fortuner TRD Sportivo ภายในปรับโทนสีใหม่ เพิ่มความหรูหรา เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบครัน

Toyota-Fortuner-2013

ห้องโดยสารภายใน สีภายในแผงคอนโซลหน้า ใช้โทนสีดำ/เบจ และ ดำ/ดำ ส่วนเครื่องเสียง ปรับรูปแบบใหม่พร้อมรองรับระบบนำทางอัจฉริยะ Smart G-BOOK และระบบโทรออกด้วยเสียง อีกทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth Hands free) มีในทุกรุ่นย่อย

และปรับเปลี่ยนรุ่น 2.5G 5A/T เป็นรุ่น 2.5V 5A/T ปรับปรุงแผงคอนโซลกลางเป็นแบบมีลายไม้ แอร์แบบอัตโนมัติ มีกล้องมองหลัง พร้อมจอแสดงข้อมูลขับขี่ (MID) และเครื่องเล่น DVD กับระบบนำทาง และรองรับระบบนำทางอัจฉริยะ Smart G-BOOK

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2013

ส่วนในรุ่น TRD Sportivo ห้องโดยสารภายในปรับสีเป็นโทนสีดำ เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำแบบเจาะรู พร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo และเพิ่มระบบนำทางและเครื่องเล่น DVD หน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมรองรับระบบนำทางอัจฉริยะ Smart G-BOOK

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2014

ในเดือนมีนาคม 2557 ปรับโฉม Toyota Fortuner TRD Sportivo กันอีกรอบ เป็นเวอร์ชั่นที่ 5 แล้ว มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน สเกิร์ตหน้า-หลัง สปอยเลอร์หลัง กระจังหน้าสไตล์สปอร์ต และปลายท่อไอเสียสแตนเลส พร้อมสัญลักษณ์ TRD กับบันไดข้าง พร้อมโลโก้ TRD Sportivo ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60/R18 และระบบกันสะเทือนหน้าและหลัง แบบ TRD Sportivo

ห้องโดยสารภายในสีดำ ตกแต่งด้วยสีแดง เบาะนั่งหนังลายคาร์บอนเคฟลาร์ พร้อมตกแต่งคาร์บอนเคฟลาร์ตามจุดต่างๆ ในรถ พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีแดง พร้อมฐานเกียร์ลายคาร์บอนเคฟลาร์

มีเครื่องเล่น DVD หน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ บลูทูธ AUX, USB และระบบนำทางที่รองรับ Smart G-Book กับจอ LED ขนาด 10.2 นิ้วสำหรับผู้โดยสาร และรีโมทควบคุมเครื่องเสียง เป็นต้น

ในช่วงเดือนสิงหาคม 2557 โตโยต้า ได้เพิ่มรุ่นพิเศษ “Midnight Shine Edition” ที่เรียกว่าเป็นท้ายสุดแล้วจริงๆ ของ Fortuner รุ่นแรกนี้ … งวดนี้ใช้ ชาคริต แย้มนาม เป็นพรีเซนเตอร์เช่นเดิม ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา

จุดเด่น อาทิเช่น ไฟหน้ารมดำแบบ Projector โดยรุ่น 3.0V 4WD มาพร้อมหลอดแบบ HID ปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ และระบบทำความสะอาดไฟหน้าแบบเก็บได้ ไฟตัดหมอกตกแต่งกรอบโครเมียม ไฟท้ายกรอบใสด้านในรมดำ แบบ Multi-Reflector และล้อแม็กรมดำ ขนาด 17 นิ้ว

ห้องโดยสารตกแต่งโทนสีดำ (ยกเว้นรุ่น 2.5 G เกียร์ธรรมดา) พวงมาลัย 4 ก้าน พร้อมฟังก์ชันควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ ส่วนหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ สลับลายไม้สีดำ

เบาะนั่งหุ้มหนัง และหนังสังเคราะห์สีดำ เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง และระบบแอร์แบบอัตโนมัติ (ยกเว้นรุ่น 2.5 G เกียร์ธรรมดา) เบาะแถวที่ 2 แบบแยกพับ/ปรับเอน 60:40 เบาะแถวที่ 3 แบบแยกพับ/ปรับเอน 50:50

มาตรวัดแบบ Optitron เครื่องเล่น DVD และจอแสดงผล LCD แบบสัมผัส ขนาด 6.1 นิ้ว พร้อมช่อง USB/AUX ระบบ Bluetooth และระบบนำทางแบบ 3 มิติ รองรับแอพพลิเคชัน Smart G-Book พร้อมกล้องมองหลัง (ยกเว้นรุ่น 2.5 G เกียร์ธรรมดา)

Toyota Fortuner มีเครื่องยนต์ให้เลือก ดังนี้

  • ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 1KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 – 3,200 รอบ/นาที (รุ่นปี 2554 ปรับแรงม้าขึ้นเป็น 171 แรงม้า)
  • ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที (มาในปลายปี 2552)
  • (รุ่นปี 2554 ขยับแรงบิดขึ้นเป็น 1,600 – 2,800 รอบ/นาที)
  • และเบนซินขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 241 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Fortuner นับได้ว่าเป็นรถมือสองยอดนิยมสุดๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่จากการซาวด์เสียงถึงผู้ใช้งานหลายๆ ท่าน ก็ล้วนแล้วมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งถ้าใครจะซื้อก็ต้องมาดูกันก่อนว่า รับได้หรือเปล่านะ

ข้อดี ก็อย่างที่ทราบกันว่า ราคามือสองดีกว่ารุ่นอื่นๆ อะไหล่หาง่าย ใช้กันได้กับ Hilux Vigo เยอะ รวมไปถึงศูนย์บริการมีเพียบ ไม่ลำบากเวลา Service รถ ยิ่งในรุ่นล๊อตหลังๆ ช่วงล่างและระบบเบรก หม้อลมเบรก และจานเบรก ปรับปรุงดีขึ้นกว่ารุ่นแรกๆ มาก และเบาะที่นั่งแถว 3 ผู้ใหญ่นั่งสบายกว่ารุ่นอื่นๆ หน่อย

ส่วนข้อเสียจะมีในเรื่องของไฟหน้าแยงตารถคันอื่น เอ๊ย ไม่ใช่! ข้อเสียอาจจะเป็นตัวรถที่สูง ขึ้น-ลง ลำบากนิดนึง แอร์ในเบาะแถวที่ 3 รุ่นแรกๆ จะอยู่ที่ด้านหลังขวา กระจายความเย็นไม่ทั่วนัก ส่วนช่วงล่างด้านหลังแบบ 4-Link พร้อมคอยล์สปริง พอนุ่มนวลในระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากให้นุ่มขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนโช๊คอัพ และคอยล์สปริงใหม่ได้ ส่วนระบบเบรกในตัวรุ่นแรกๆ อาจจะมีอาการยวบหย่อยหากเบรกขณะใช้ความเร็วสูง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้เน้นความกว้างสบาย หรูหรา นั่งขับสบาย ช่วงล่างที่ดีในระดับหนึ่ง ลุยน้ำได้ ใช้พาครอบครัว กับลูกๆ 1-2 คนไปเที่ยว ออกต่างจังหวัดได้สบาย ลุยได้กับระบบ 4WD แต่ใช้ความเร็วสูงมากๆ ก็ต้องลงทุนทำช่วงล่างหน่อยถึงจะน่าขับขึ้น ส่วนรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน ข้อดีอยู่ตรงที่เสียงเครื่องยนต์เงียบกว่า ไม่สั่นกว่า แต่ก็จะกินน้ำมันหน่อยนึง สามารถนำไปติดแก๊ส LPG ได้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่มีเพียบ ศูนย์บริการหายห่วง มีเยอะ ช่างส่วนใหญ่ซ่อมกันได้อยู่แล้ว เพราะเป็นรถยนต์พื้นฐานใช้งานร่วมกันกับ Hilux Vigo และ Innova เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 330,000 – 830,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*