อยากขายรถติดไฟแนนซ์

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ผู้ขายรถส่วนใหญ่อยากรู้ สำหรับเศรษฐกิจยุคนี้ เสียงส่วนใหญ่ของคนใช้รถคือ “ผ่อนรถไม่ไหว” และโทรมาปรึกษากันบ่อยมากๆ ถ้าหากคุณผ่อนรถต่อไม่ไหว และรถคันนั้นยังอยู่ในไฟแนนซ์ จะขายเป็นรถมือสองได้ไหม? ในบทความนี้ CARRO มีคำตอบ

อันดับแรก สิ่งที่ผู้ขายทุกคนควรทราบเอาไว้ ว่าถ้าหากคุณได้ทำการกู้สินเชื่อรถยนต์ผ่านไฟแนนซ์ และอยากจะทำการขายรถ โดยที่คุณยังผ่อนไม่ครบงวด ชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์คันนั้น ยังเป็นชื่อของไฟแนนซ์อยู่ นั่นเท่ากับว่าคุณมีฐานะเป็นแค่ “ผู้เช่าซื้อรถยนต์” เท่านั้น

ซึ่งถ้าหากคุณตัดสินใจแล้วว่าต้องการขายรถยนต์ เราขอแนะนำให้ปฎิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

Know-10-Thai-Words-About-Used-Car

1. สิ่งที่ควรทำก่อนการซื้อขายรถยนต์

หลังจากที่มีคนสนใจมาซื้อรถคุณแล้ว หรือตกลงกับทางดีลเลอร์รถมือสองเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ

1.1 นำเงินไปปิดไฟแนนซ์

วิธีแรก คือ การนำเงินไปปิดไฟแนนซ์ที่เหลือให้หมด ซึ่งวิธีการนี้ผู้ซื้อและผู้ขาย ควรตกลงกันก่อน ว่าจะนำเงินของฝ่ายใดไปปิดไฟแนนซ์ เพราะหลังจากที่คุณนำเงินไปปิดไฟแนนซ์เรียบร้อยแล้ว สมุดคู่มือทะเบียนรถ รวมถึงกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถ จะถูกโอนมาเป็นของผู้ขาย จากนั้นผู้ขาย จึงทำการโอนให้ผู้ซื้ออีกทีหนึง

TIPS: ส่วนใหญ่ถ้านำเงินไปปิดไฟแนนซ์ จะมีข้อดี ตรงที่ได้ส่วนลดค่าดอกเบี้ย จากทางบริษัทไฟแนนซ์

1.2 เปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อ (คนผ่อนรถ) ให้เป็นชื่อผู้ซื้อ

ถ้าหากผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะใช้เงินใครไปปิดไฟแนนซ์ แนะนำว่าให้ไปที่บริษัทไฟแนนซ์ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถคันนั้น และให้โอนชื่อจากผู้ขาย ไปเป็นชื่อผู้ซื้อ ให้ผู้ซื้อเป็นคนจ่ายค่างวดผ่อนรถต่อแทน แต่อาจจะต้องมีการจ่ายค่ารถด้วยในกรณีที่ผู้ขาย ต้องการค่ารถทั้งหมดที่เคยผ่อนมา ผู้ขายย่อมไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ จีงเป็นที่มาของคำว่า “ขายดาวน์”

TIPS: ข้อดีของการโอนชื่อผู้เช่าซื้อ คือคุณไม่ต้องกังวล ในกรณีที่ไม่มีการส่งค่างวดไฟแนนซ์ต่อ เพราะถือว่าผู้ขายได้โอนกรรมสิทธิ์ผู้เช่าซื้อให้ผู้ซื้อที่ซื้อรถต่อจากคุณเรียบร้อยแล้ว

Toyota-Vios-Carro-Express

2. เลือกว่าจะขายรถให้ใคร

2.1 ขายให้ดีลเลอร์รถมือสอง (เต็นท์รถมือสอง)

ข้อดีของการขายรถให้ “ดีลเลอร์รถมือสอง” คือ สะดวก รวดเร็ว ได้เงินทันใจ เพราะถ้าหากคุณรีบใช้เงินจริง ทางเต็นท์รถอาจจะสามารถนำเงินไปปิดไฟแนนซ์ให้คุณได้เลย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตกลง ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมไปถึงราคารับซื้อ ที่อาจไม่ถูกใจคุณนัก

2.2 ขายให้กับ CARRO (คาร์โร)

ข้อดีจะคล้ายกับขายให้ดีลเลอร์รถมือสอง (เต็นท์รถมือสอง) แต่ข้อแตกต่างคือ มีความรวดเร็วกว่า และสะดวกกว่าต้องที่ไม่ต้องออกเดินทางไปโชว์รูมเอง แค่กรอกข้อมูล กับจำนวนเงินที่ต้องการ หลังจากนั้น คาร์โร จะดำเนินการให้ จนสามารถขายรถได้ในระยะเวลาอันสั้น และได้ราคาที่ดีที่สุดแน่นอน

TIPS: ซึ่งถ้าหากคุณอยากขายรถแบบด่วนๆ สามารถใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express (หรือคลิกที่รูปก็ได้) หรือโทร. 02-508-8425

Carro-Express

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ แล้วเราจะติดต่อกลับโดยด่วนที่สุด—> เพิ่มเพื่อน

วิธีการขายก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้ รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ของรถคุณ พร้อมราคารถที่คุณต้องการขาย และอย่าลืม! รูปภาพรถหลายๆ มุม ทั้งภายนอกและภายใน

พอเจ้าหน้าที่ของ CARRO ตรวจสอบข้อมูลเสร็จ ก็จะติดต่อกลับมาหาคุณภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าข้อมูลมีไม่เพียงพอ แต่ถ้ามีข้อมูลครบถ้วน ก็จะนัดตกลงราคา ตรวจสภาพรถของคุณ พร้อมเซ็นสัญญาซื้อขาย และปิดการขายได้ทันที รับเงินสดกลับบ้านได้เลยจ้า

Carro-Express-Instruction

2.3 ขายรถเองไม่ผ่านคนกลาง

หรือถ้าหากใครไม่รีบร้อน ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ โดยการไปประกาศขายรถด้วยตัวเอง แบบไม่ผ่านคนกลาง แต่ก็จะมีข้อเสียคือ อาจจะต้องรอจนกว่าจะมีผู้ซื้อสนใจมาดูรถ ซึ่งอาจจะช้าหรือเร็วก็ได้ แต่การขายด้วยวิธีนี้ คุณจะต้องมั่นใจว่า คนที่ซื้อต่อรถคุณไป เขาจะไปเปลี่ยนสัญญาผ่อนต่อ หรือไปปิดไฟแนนซ์จริงๆ ไม่อย่างนั้นก็จะมีคดีแพ่งที่คุณต้องมาตามล้างตามเช็ด จ่ายหนี้แบบไม่ได้ใช้รถต่ออีก

และต้องระวังเรื่อง “สัญญาซื้อขาย” เพราะจะเป็นหลักฐานในกรณีที่คุณนำรถไปขายเอง เพราะคุณต้องรู้ว่า รถติดไฟแนนซ์ เป็นทรัพย์สินในสัญญาเงินกู้ คุณยังไม่ได้เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ หากคนซื้อเกิดเบี้ยวขึ้นมา ทางไฟแนนซ์สามารถฟ้องได้ทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา (ฐานยักยอกทรัพย์) นะครับ

TIPS: ซึ่งถ้าหากคุณอยากขายรถแบบไม่รีบร้อน สามารถไปโพสต์ประกาศขาย “โพสต์ขายออนไลน์” ได้ฟรี! บนเว็บไซต์ของ CARRO เพียงแค่คุณลงทะเบียนเบอร์ OTP สำเร็จ ก็สามารถใช้งานได้ทันที!

Carro-Express

3. ทำการซื้อ-ขาย รถยนต์ และไปโอนกรรมสิทธิ์รถ

หลังจากที่คุณได้จัดการเรื่องไฟแนนซ์เรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถไปซื้อ-ขาย รถยนต์ และไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ได้

– ซึ่งถ้าหากคุณได้นำเงินไปปิดไฟแนนซ์แล้ว คุณจะได้เล่มสมุดคู่มือทะเบียนรถมา และสามารถไปโอนได้ที่กรมการขนส่ง *สามารถดูรายละเอียดการเตรียมเอกสารได้ ที่นี่

– แต่ถ้าหากคุณได้เลือกวิธีที่สอง คือการโอนชื่อผู้เช่าซื้อ สมุดคู่มือทะเบียนรถ และกรรมสิทธิ์รถคันนั้นจะยังเป็นของไฟแนนซ์ ซึ่งผู้ขายต้องจัดเตรียมเอกสารของรถคันนั้นทั้งหมด เพื่อส่งต่อให้ผู้ซื้อไปดำเนินการเอง เมื่อส่งค่างวดไฟแนนซ์ครบเรียบร้อย

Beware-While-Transfer-Car

ข้อควรระวัง: ถ้าหากคุณต้องการขายรถที่ติดไฟแนนซ์ ไม่แนะนำให้ขายรถไปทั้งๆ ที่ยังไม่ปิดไฟแนนซ์ หรือชื่อผู้เช่าซื้อรถยนต์ยังเป็นชื่อผู้ขายอยู่ เพราะตามกฎหมายแล้ว ผู้เช่าซื้อมีสิทธิครอบครองเท่านั้น ไม่มีสิทธินำไปขายต่อให้ผู้อื่น มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายอาญา ไม่ว่าจะเป็นการขายให้เต็นท์ หรือขายเอง

สรุปว่า หากคุณทำตามขั้นตอนในบทความนี้ รถที่ยังติดไฟแนนซ์ของคุณ ก็จะสามารถขายต่อได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย และยังเป็นการป้องกันการโดนโกงได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปเลือกใช้

และสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า ขายรถที่ไหนดี? หรือขายรถติดไฟแนนซ์ได้ที่ไหน ก็อย่าลืมนึกถึง CARRO นะครับ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ ที่ Facebook CARRO Thailand

Easy-Buy-Secondhand-Car

ทุกวันนี้ การตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสองสักคันของผู้บริโภค ย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกันไป เช่น งบประมาณที่มี ความชอบในรูปร่างหน้าตาของตัวรถ สมรรถนะเครื่องยนต์ ราคาขายต่อ วัตถุประสงค์การใช้งานต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจของผู้ซื้อ

มุมมองของคนที่ซื้อรถมือสอง มีความคิดเห็นว่า ตลาดรถมือสองยังตอบสนองผู้ที่ต้องการใช้รถได้ดี แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีขณะนี้ เพราะรถมือสองอายุไม่กี่ปีที่เป็นที่นิยมในท้องตลาด ยังมีคุณภาพดีและน่าใช้ไม่แพ้รถใหม่มือหนึ่ง และมีราคาถูกกว่ารถมือหนึ่งถึงหลายแสนบาทในบางรุ่น แถมสามารถลดภาระค่างวดได้อีกมาก เมื่อเทียบกับการผ่อนรถยนต์ใหม่ป้ายแดง

ถ้าจะบอกว่า อยู่ในกรุงเทพฯ หาดูรถมือสองได้ง่าย เพราะมีหลายย่านที่เป็นแหล่งรวมรถมือสองจำนวนมาก แต่ในต่างจังหวัดก็อาจจะหาดูรถมือสองลำบากหน่อย ในกรณีที่อยากดูรถคันจริงๆ ไม่ใช่ดูในออนไลน์ เพราะส่วนมากจะอยู่กระจายกัน ไม่ค่อยรวมกันเป็นย่านแบบในจังหวัดใหญ่ๆ หรือในกรุงเทพฯ

แล้วเขาทำธุรกิจกันอย่างไรล่ะ? ทั้งในมุมคนซื้อ และในมุมคนขาย MR.CARRO จะเล่าให้ฟัง

Carro-Sell-Car-In-Hatyai

ตลาดรถยนต์มือสองหลักๆ ของรถเต็นท์ในต่างจังหวัด ประมาณ 80% ยังเป็นกลุ่มลูกค้าเกษตรกร ที่ใช้รถกระบะเพื่อบรรทุกสินค้าทางด้านเกษตร และการเดินทางที่เน้นประหยัดน้ำมัน เน้นขนคนนั่งได้เยอะๆ ส่วนตลาดรถเก๋ง 20% เป็นลูกค้ากลุ่มข้าราชการ และคนทำงานในบริษัทท้องถิ่นนั้น

รถมือสองในตลาดต่างจังหวัด โดยมากแล้วมักจะเป็นรถที่ตัดมาจากเต็นท์รถใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่อาจจะขายมานานแล้วแต่ขายไม่ได้สักที หรือว่าเป็นรถที่ทางเต็นท์ต่างจังหวัดต้องการ เลยมาขอตัดไป

อีกส่วนหนึ่ง เป็นรถที่มาจากลานประมูลต่างๆ หรือไฟแนนซ์ต่างๆ ขายทอดตลาดในกรุงเทพฯ อาจจะซื้อมาขายไปบวกกำไรต่อ

และรถรุ่นปีเก่าๆ หน่อย อาจจะซื้อมาจากรถบ้าน รถที่ลูกค้ามาเทิร์นที่เต็นท์ หรือผู้ใช้งานในจังหวัดนั้นๆ นำมาขาย และเป็นรถที่คนเมืองส่วนมากมักไม่นิยมกัน แต่ในต่างจังหวัดยังเป็นที่นิยม เนื่องจากมีราคาที่ย่อมเยาว์ ซื้อเงินสดได้เลยไม่ต้องผ่อน และบางผู้ประกอบการอาจใจดีให้ผ่อนเป็นกรณีพีเศษด้วย

รถแบบไหนที่ขาย? ส่วนมากก็จะเป็นรถราคาตามสภาพ บางเต็นท์ก็อาจจะมีเก็บงานให้นิดๆ หน่อยๆ หรือซ่อมเฉพาะในส่วนที่เสียหนักๆ ให้ใช้การได้ เพราะตลาดต่างจังหวัด ผู้คนส่วนมากรายได้อาจไม่สูงนัก ทำให้รถราคาหลักหมื่นยังเป็นที่ต้องการมาก แต่ด้วยราคาที่ถูก รถแทบทั้งหมดจึงเป็นรถตามสภาพ มีเสีย มีซ่อม เปลี่ยนนู่นนี่เป็นเรื่องปกติ ว่าแต่คุณรับได้หรือเปล่าล่ะ?

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ต่างจังหวัด ตามเต็นท์รถจะมีแต่รถเก่าเสมอไป รถมือสองราคาหลักแสน หลักล้าน ก็ขอบอกได้ว่า มีอยู่เยอะเช่นกันครับ

Easy-Buy-Secondhand-Car

เคล็ดลับควรรู้ ในการเลือกซื้อรถมือสอง

ควรดูรถในที่กลางแจ้ง มีแสงสว่างหรือแดดจ้า เส้นสายตัวถังตัวรถ กับทรงของรถต้องเรียบเดิม ไม่เบี้ยวหรือยับ หรือผุมาก สภาพสีต้องสม่ำเสมอกันทั้งคัน ดูรอยอาร์ค ตะเข็บตามจุดต่างๆ น็อตต่างๆ ต้องเรียบร้อย ไม่มีรอยบาก รอยงัด รอยถอดออกมา ควรตรวจเช็คระบบไฟทั้งภายนอกและภายในรถ ภายในเครื่องยนต์ ว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ ระบบสายพานต่างๆ ระบบแอร์ ท่อยาง วาล์ว หัวเทียน การทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น ทางที่ดี ควรเลือกรถที่เดิมๆ หรือสภาพใกล้เคียงที่สุดจากโรงงาน

ภายในห้องโดยสาร ตรวจดูสภาพขององค์ประกอบต่างๆ ภายในทั้งหมด ว่ามีจุดใดกรอบแตก หรือหมดสภาพแล้วหรือไม่ เบาะนั่งที่ดีควรแข็ง นิ่ม ไม่ยวบยาบหรือขาด ดูระบบทำงานภายในรถทั้งหมด ที่ปัดน้ำฝน ไฟสัญญาณต่างๆ กระจกไฟฟ้า วิทยุ ฯลฯ มีตรงไหนใช้ไม่ได้หรือเปล่า และมีกลิ่นเหม็นๆ กลิ่นอับ ภายในรถหรือไม่

จากนั้นก็ลองทดสอบขับ เสียงเครื่องยนต์เป็นอย่างไรเวลาเร่งเครื่อง ตอนเลี้ยวซ้าย-ขวา ถอยหลัง มีเสียงก๊อกๆ แก๊กๆ จากตัวรถหรือไม่ สภาพช่วงล่าง โช็คอัพ วิ่งแล้วมียวบยาบ สะดุด หรือมีเสียงดังหรือไม่ ก่อนจะตรวจดูใต้ท้องรถด้วย มีหยดน้ำมันหรือของเหลว รั่วออกมาจากส่วนต่างๆ หรือไม่

Easy-Buy-Secondhand-Car

การซื้อเลือกสักคันนั้น ควรเลือกให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง เช่น

รถอีโคคาร์ (Eco-Car) เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก มีเครื่องยนต์ประมาณ 1.0 – 1.2 ลิตร ประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับขับในเมือง เช่น Toyota Yaris, Nissan March, Mitsubishi Mirage หรือ Suzuki Swift เป็นต้น

รถเก๋ง 4 ประตู หรือที่เรียกว่ารถซีดาน มีในตลาดหลายแบบ เช่น แบบ Sub-Compact (เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร), แบบ Compact (เครื่องยนต์ 1.6 – 2.0 ลิตร) และแบบ Mid-Size (เครื่องยนต์ 2.0 – 2.5 ลิตร) เหมาะที่จะขับในเมืองหรือนอกเมือง ให้กำลังมาก เช่น Toyota Altis, Honda Civic, Mazda3 หรือ Nissan Sylphy เป็นต้น

รถ SUV หรือรถ PPV (แบบที่คนไทยเรียก Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, Chevrolet Trailblazer หรือ Mitsubishi Pajero Sport เป็นต้น) เป็นรถนั่งอเนกประสงค์ขนาด 7-8 ที่นั่ง มีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ใช้งานในเมืองก็ได้ หรือขับลุยทางลูกรังในต่างจังหวัดก็ได้

รถ MPV เป็นรถอเนกประสงค์ขนาด 7-13 ที่นั่ง เน้นกลุ่มครอบครัวใหญ่ สำหรับใช้งานหรือในเมือง หรือใช้งานในต่างจังหวัด พอลุยได้บ้างนิดหน่อย เช่น Toyota Innova, Honda Freed, Suzuki Ertiga หรือ Mitsubishi Space Wagon เป็นต้น

รถกระบะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้บรรทุกของจำนวนมาก ลุยป่าฝ่าดง หรือใช้ในกิจการขนส่งต่างๆ และธุรกิจต่างๆ เช่น Toyota Hilux, Nissan Navara, Mitsubishi Triton, Mazda BT-50, Isuzu D-Max หรือ Chevrolet Colorado เป็นต้น

Easy-Buy-Secondhand-Car

ความสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อรถมือสอง ถ้าคุณไม่ได้ซื้อรถมือสองด้วยเงินสด คุณจะต้องผ่อนรถทุกเดือนต่อเนื่องกันเป็นปี และยังต้องมีค่าซ่อมบำรุงรถต่างๆ (ที่จำเป็นต้องจ่ายประจำทุกปีอยู่แล้ว) อาทิ ค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ค่าเปลี่ยนผ้าเบรก ค่าช่วงล่าง ค่าปรับจูนเครื่องยนต์ ฯลฯ รวมถึงค่าน้ำมันในระหว่างเดือนอีกด้วย เพราะฉะนั้น วางแผนการเงินของคุณให้รอบคอบ ทั้งเงินดาวน์ ยอดผ่อน รวมถึงค่าจิปาถะต่างๆ และยังต้องกันงบไว้ส่วนนึงไว้ สำหรับซ่อมแซม หรือดูแลรักษารถ

หากคุณสนใจที่จะขายรถมือสองในช่วงเวลานี้ แต่อาจจะพักอาศัย หรือทำงานในต่างจังหวัด CARRO เรามีบริการรับซื้อรถยนต์ของคุณถึงที่ โดยที่คุณจะไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการเรื่องขายรถยนต์ สามารถมาขายได้ที่ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ข้อควรเช็คก่อน-ซื้อ-ขาย

เคยสงสัยไหม? ทำไมรถบางรุ่นราคาแพงแสนแพง บางรุ่นราคาถูกจนงง รถบางคันเป็นรุ่นยอดนิยมที่เห็นขับกันเต็มถนน แต่ไม่รู้ทำไมขายออกยากเหลือเกิน เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เชื่อไหมว่าสิ่งที่ CARRO เกริ่นมานี้เป็นสิ่งที่คนขายรถมือสองหลายคนก็สงสัย คนซื้อรถมือสองจำนวนมากก็ยังงงงวย แต่ไม่ต้องกังวลไปจ้า!

ในบทความนี้ CARRO ได้รวบรวม 10 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถมีราคาถูก-แพงต่างกันมาให้คุณอย่างคร่าวๆ แล้ว! รับรองอ่านแล้วเก็ท เข้าใจตรงกันทั้งคนซื้อคนขายแน่นอน!

  1. รถตลาดมักขายง่ายและได้ราคาดี

ข้อนี้พูดถึงแบรนด์ล้วนๆ ขอให้ตัดเรื่อง สภาพ ราคา และปัจจัยอื่นๆ ออกไปก่อนเลย เป็นที่รู้กันดีว่า ในวงการรถยนต์มือสอง รถตลาด (อย่าง Toyota Honda) นั้นจะราคาตกน้อยกว่าหากเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ต่อให้เป็นแบรนด์ที่ดังระดับโลก แต่หากไม่ค่อยมีชื่อเสียงในไทย รถก็มีโอกาสที่จะราคาดิ่งลงเหว เพราะไม่ตรงกับความนิยมของผู้ซื้อส่วนใหญ่

  1. รถยิ่งใหม่ ยิ่งราคาสูง

อายุของรถมีผลต่อราคามาก ขึ้นชื่อว่าเป็นรถมือสองนั้นราคาก็ต้องถูกกว่าป้ายแดงอยู่แล้ว แต่จะถูกกว่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผ่านการใช้งานนานแค่ไหนด้วย หากเป็นรถที่ใช้มาไม่เท่าไหร่ แล้วเจ้าของนำมาขายต่อในสภาพสุดนิ้ง รถก็ย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา

นอกจากนี้ อายุของรถยังมีผลต่อการขอจัดไฟแนนซ์ ด้วยเพราะรถที่อายุเกิน 7 – 8 ปีขึ้นไปก็จะเริ่มขอจัดไฟแนนซ์ยากแล้ว อีกทั้งรถแต่ละคันก็ย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามเวลา ฉะนั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันที่รถอายุมากหน่อยมักจะมีราคาตก

  1. ยิ่งสภาพดี ยิ่งราคาดี

สภาพรถนั้นสำคัญมากสำหรับคนซื้อ เพราะไม่มีใครอยากได้รถที่ผ่านอุบัติเหตุหนักมา หรือเสียหายที่โครงสร้างสำคัญอยู่แล้ว ต่อให้เป็นรถที่เพิ่งถอยป้ายแดงออกมาใหม่ๆ ก็ตาม ในทางกลับกัน หากเป็นรถที่อายุการใช้งานมากหน่อย แต่เจ้าของเดิมดูแลอย่างดี มีประวัติการซ่อมบำรุงที่เชื่อถือได้ รถก็มีโอกาสที่จะได้ราคาดีตามไปด้วยหากอยากทราบรายละเอียดเรื่องราคารถต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 096-463-3298 หรือช่องทางการติดต่อ Facebook : Carrothailand / Line : Carrothailand

  1. ไมล์ยิ่งน้อยยิ่งดี

แม้ว่าไมล์จะกรอได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังชมชอบรถที่ไมล์น้อยๆ เพราะเชื่อว่ารถที่ไมล์น้อยกว่า แปลว่าผ่านการใช้งานมาน้อยกว่า การเสื่อมสภาพย่อมจะน้อยกว่า มาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์กันทั่วไปคือประมาณ 10,000 กม./ปี หากเกินกว่านี้คนซื้อบางคนก็จะรู้สึกไม่โอเคแล้ว

  1. รถที่มีประวัติจะขายยากและราคาตกมาก

ประวัติในที่นี้มีตั้งแต่ประวัติอาชญากรรม ไปจนถึงเรื่องหลอนๆ ลี้ลับ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนซื้อส่วนใหญ่เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เพราะฉะนั้นรถจึงขายยาก และราคาตกมาก

  1. รุ่นย่อยดี ราคาก็ดีตาม

คนซื้อมือสองมักไม่ค่อยมองหารถรุ่นพื้นฐาน เพราะรู้สึกว่าออพชั่นมาไม่ค่อยครบ และเพิ่มงบขึ้นมาอีกนิดก็ได้รถที่ดีกว่าแล้ว อีกทั้งรุ่นย่อยที่สูงๆ ขึ้นหน่อยมักมาพร้อมกับของสมนาคุณจากเซลส์ เป็นสิ่งที่คนซื้อบางคนนิยมชมชอบเช่นกัน

  1. รถแต่งมาดี ราคาขายต่ออาจไม่ดีตาม

หลายคนชื่นชอบการแต่งรถ และอาจลงทุนกับอุปกรณ์ตกแต่งไปจนถึงหลักแสนหลักล้าน แต่ CARRO ขอแนะนำว่ารถที่จะขายได้ราคาดีที่สุดก็คือรถที่ใกล้เคียงกับสภาพตอนถอยป้ายแดงออกมามากที่สุด ฉะนั้น หากใครอยากจะขายรถแต่ง แนะนำให้ควรถอดของแต่งออกแล้วใส่ชิ้นส่วนเดิมกลับคืน ส่วนพวกอุปกรณ์ตกแต่งนั้นเอาไปขายต่อให้ถูกแหล่งอาจจะทำเงินคุ้มค่ามากกว่า

  1. ติดแก๊สมา ราคาตกชัวร์

คนซื้อหลายคนมักมีความกลัวว่ารถที่ติดแก๊สมาจะทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็ว อีกทั้ง โดยมากแล้วรถที่ติดแก๊สมักจะผ่านการใช้งานมาค่อนข้างมาก ฉะนั้นหากคุณมีรถอยู่ และคิดว่าวันหนึ่งอาจส่งต่อ อย่าเพิ่งติดแก๊สมาจะดีกว่า เพราะรถจะได้ราคาดีกว่า

  1. สีพื้นๆ ปลอดภัยกว่า

สีรถยอดนิยมของคนไทย คือ ขาว ดำ บรอนซ์ และเทา หากจะขายต่อรถสีเหลือง แดง เขียว ชมพู ฯลฯ ทำใจไว้ก่อนเลยว่ารถจะขายต่อยาก และราคาจะตกลงอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าบังเอิญเจอคนรสนิยมเดียวกัน

  1. ประวัติการซ่อมบำรุง มีไว้อุ่นใจกว่า!

หลายคนให้ความสำคัญกับ Book Service เพราะแสดงถึงการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอของเจ้าของรถ ซึ่งเป็นข้อหนึ่งที่ส่งผลให้รถมีราคาสูงขึ้นเช่นกัน

วันที่ซื้อรถมา หลายคนอาจจะไม่ทันคิดว่าวันหนึ่งอาจจะต้องส่งต่อ หลายข้อที่ CARRO ลิสต์มานี้เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะซื้อหรือขายรถ เพราะเป็นปัจจัยที่จะช่วยบอกว่ารถที่คุณซื้อ/ขาย ควรจะมีราคาสูงต่ำได้แค่ไหน และหากรถคันนั้นราคาตกมาก เหตุผลคืออะไร? รู้ไว้ก่อนจะได้เข้าใจตรงกันทั้งคนซื้อและคนขาย และไม่ถูกใครเอาเปรียบด้วย!