5-Ways-To-Try-Car-Installments

ช่วงนี้เชื่อได้เลยว่า หลายต่อหลายคน มีปัญหาทางการเงินอยู่ ในยุคที่เงินฝืด เงินหายาก ทำมาหากินลำบาก พอคิดจะทำอาชีพ หรือค้าขายอะไรก็ตาม ก็ต้องมีคนทำอยู่ก่อนหน้าแล้ว หรือไม่ก็ต้องเจอคู่แข่ง ที่พร้อมจะทำธุรกิจเหมือนเราตลอด …..

หลายคนที่ทำงานอาชีพอิสระ หรือเป็นคนค้าขาย ถ้าต้องผ่อนรถอยู่ในเวลานี้ รถที่คุณรัก คงกลายเป็นตัวภาระไปเสียแล้ว บางคนมักคิดว่าเดือนนี้จะผ่อนไหวหรือไม่ไหว แล้วถ้าขาดส่งเกิน 3 งวดล่ะ จะโดนยึดรถไปหรือเปล่า! เพราะตามกฎหมายอนุโลมให้ผู้เช่าซื้อ สามารถค้างค่างวดได้เป็นจำนวน 3 งวด หากเกินกว่านั้น บริษัทไฟแนนซ์มีสิทธิ์ยึดรถได้ในทันที

Carro หาคำตอบมาให้ทุกท่าน 5 ข้อ ได้พิจารณาทางออกในตอนนี้แล้วครับ ลองไปอ่านดูกันได้เลย …

5-Ways-To-Try-Car-Installments

1. การขายให้บุคคลอื่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนสัญญา

คุณเคยเข้าไปดูตามกลุ่ม Facebook ไหมล่ะ? จะมีประกาศขายรถ หาคนผ่อนต่อ ของคนร้อนเงินอยู่เรื่อยๆ บางคันมีราคาที่ถูกเป็นพิเศษ หรือให้เปล่าเลยก็มี กรณีที่ผู้ขายเพิ่งผ่อนไปได้ไม่กี่งวด แต่จงจำไว้ด้วยว่า การขายรถให้บุคคลอื่นโดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนสัญญา ชื่อผู้เช่าซื้อยังเป็นคนเดิมอยู่ ค่อนข้างเสี่ยงพอสมควร

กรณีที่คนซื้อรถคุณไปแล้ว เอาไปขายให้คนอื่นต่อ หรือรถหาย ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบเต็มๆ หรือเอารถไปจำนำในบ่อน หรือเอาไปขายให้เต็นท์ต่อ เจ้าของหรือผู้เช่าซื้อรถ ต้องรับปัญหากันไปเต็มๆ! เจ้าของรถอาจจะถูกดำเนินคดีอาญา ในข้อหายักยอกทรัพย์ได้ เพราะกรรมสิทธิ์รถเป็นของไฟแนนซ์ ดังนั้น เจ้าของรถไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาไปขาย

2. การขายให้บุคคลอื่นโดยเปลี่ยนสัญญา

อันนี้เป็นการขายรถโดยผู้ซื้อ และผู้ขาย ไปเปลี่ยนสัญญาใหม่ และนำเงินที่ได้ไปปิดจ่ายไฟแนนซ์ วิธีนี้ปลอดภัยสุด ทั้งคนค้ำประกัน ทั้งผู้เช่าซื้อ เพราะถือว่าเป็นการตัดปัญหาทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง แต่คุณก็อาจจะต้องยอมขายรถถูกมากเป็นพิเศษ หรือให้เปล่าไปก็มี กรณีที่ผู้ขายเพิ่งผ่อนไปได้ไม่กี่งวด

5-Ways-To-Try-Car-Installments

3. ปรับโครงสร้างหนี้

หลายๆ ไฟแนนซ์ในตอนนี้ มีบริการ “ปรับโครงสร้างหนี้” หรือ “รีไฟแนนซ์” สำหรับคนที่ผ่อนรถไม่ไหว โดยขยายเวลาจ่ายค่าเช่าซื้อออกไปอีก ซึ่งโดยมากจะเพิ่มได้สูงสุดอยู่ที่ 48 เดือน เมื่อรวมกับสัญญาเดิมจะต้องไม่เกิน 96 เดือน (เงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบันการเงิน)

แต่เงื่อนไขนี้ จะต้องผ่อนจ่ายค่างวดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และต้องจ่ายค่างวดที่ยังค้างอยู่ก่อน รถต้องมีประกันภัยชั้น 1 รวมไปถึงมีผู้ค้ำประกันทุกกรณี และดอกเบี้ยต่องวด ที่อาจจะต้องจ่ายมากขึ้น เป็นต้น

4. ผ่อนดอกเบี้ยไปก่อน

ถ้าผ่อนรถด้วยเงินต้นไม่ไหวจริงๆ ก็ลองคุยกับทางไฟแนนซ์ดู ว่าผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยไปก่อนได้หรือไม่

5-Ways-To-Try-Car-Installments

5. คืนรถ

กรณีผ่อนไม่ไหวจริงๆ ติดค้างหลายงวดมาก และรถก็ยังขายเปลี่ยนสัญญาไม่ได้ ก็ควรนำรถไปคืนไฟแนนซ์ดีกว่า เพราะการคืนรถ คือการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งไฟแนนซ์ก็จะนำรถคุณไปขายทอดตลาด แต่คุณก็อาจจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ทางไฟแนนซ์อาจเรียกกับคุณในภายหลังได้ ในกรณีที่รถขายทอดตลาดแล้ว โปะหนี้ของคุณไม่หมด

แต่ถ้ายังหลบๆ ซ่อนๆ เอาเก็บไว้ใช้ต่อ หมายศาลอาจส่งมาถึงบ้านได้ ต้องไปชำระค่าเสียหาย ค่าขาดประโยชน์ อื่นๆ รวมถึงเป็นคดีแพ่ง ฐานผิดสัญญาเช่าซื้ออีก

ก็ลองหาทางออกกันดูนะครับ ใครเหมาะสมกับข้อไหน ก็ลองพิจารณาเอา เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ เรื่องเงินๆ ทองๆ บอกได้เลยว่า ตัวใครตัวมัน!

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาของภาพ:

  • Fast Auto Show 2019

“ปัญหา” ของคนไทยส่วนใหญ่ในเวลานี้ คือ “รายจ่าย” มากกว่า “รายได้” เนื่องจากค่าเงินที่เฟ้อขึ้นทุกปี ทำให้รายได้ในแต่ละปี ค่าแรง หรือโบนัสต่างๆ ขึ้นตามกันไปไม่ทัน จนหลายคน “ติดกับดักทางการเงิน” กันเป็นแถว ซึ่งส่วนหนึ่งก็ขาดการวางแผนทางการเงินด้วยล่ะครับ

ยิ่งโควิด-19 มา เศรษฐกิจแทบทุกสาขาอาชีพถูกทำลายกันถ้วนหน้า คนถูกลดเงินเดือน ถูก Leave Without Pay ถูกเลิกจ้างชั่วคราว ถูกเลิกจ้างถาวรเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาผ่อนรถได้ทัน ก็อาจจะโดนยึด หรือต้องปล่อยไฟแนนซ์ยึดไป เป็นที่ทราบกันดีว่า หากคุณค้างค่างวดเกิน 3 เดือนติดต่อกัน มีผลให้สัญญาเช่าซื้อรถสิ้นสุดลง ไฟแนนซ์มีสิทธิ์ยึดรถเราได้โดยชอบตามกฎหมาย แล้วก็จะเอารถของเราไปขายทอดตลาด

หลายๆ ไฟแนนซ์ เลยให้โอกาสกับคนผ่อนรถ ด้วยการ “ปรับโครงสร้างหนี้” เพื่อให้คนที่ผ่อนรถไม่ไหว หรือจะเหตุสุดวิสัยอะไรก็แล้วแต่ MR.CARRO จะมาอธิบายให้ฟัง ว่าการปรับโครงสร้างหนี้ คืออะไร ถ้าทำแล้วจะได้ประโยชน์อะไร มีข้อดี ข้อเสียตรงไหนบ้าง และดอกเบี้ยคุณต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่ มาดูกัน …

Debt-Restructuring-Your-Car

ข้อดีของการปรับโครงสร้างหนี้ คือ ช่วยยืดเวลาให้คุณ ในการหาเงินมาชำระหนี้ออกไปได้ในกรณีที่คุณใช้หนี้ไม่ทันตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้

แต่! เมื่อคุณขายรถล้างหนี้ ขายรถทอดตลาดแล้ว ยังไม่พอล้างหนี้ทั้งหมด (เนื่องจากราคารถที่ขายทอดตลาด ก็ค่อนข้างถูกมากจริงๆ) บวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าขาดประโยชน์, ค่าติดตามทวงถาม, ค่าครอบครองรถขณะรอขายทอดตลาด เป็นต้น คุณก็จะต้องจ่ายหนี้เพิ่ม! ถ้าไม่จ่ายก็โดนยื่นฟ้องร้อง บวกกับมีประวัติค้างชำระกับเครดิตบูโร และทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินไม่ได้ เป็นต้น

ส่วนข้อเสียก็จะมีตรงที่ว่า สถาบันการเงินจะรวมยอดหนี้คงค้างของคุณมาคิดใหม่ พร้อมกับบวกค่าปรับ ค่าเสียเวลาติดตาม และดอกเบี้ยเพิ่มเติมเข้าไป ตรงนี้ล่ะที่คุณต้องเตรียมเงินให้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม

Debt-Restructuring-Your-Car

เงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ มีดังนี้

(ซึ่งในแต่ละที่ อาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปบ้าง โปรดสอบถามไฟแนนซ์ หรือสถาบันการเงินของท่านอีกครั้ง)

1. รถยนต์ต้องจดทะเบียนรถยนต์ และต่อภาษีประจำปี จนถึงปีปัจจุบัน
2. มีการผ่อนชำระค่างวดมาไม่น้อยกว่า 12 งวด
3. ระยะเวลาขั้นต่ำที่สามารถขยายได้ คือ 48 งวด และสูงสุด โดยรวมกับสัญญาเดิม ไม่เกิน 96 งวด
4. อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับระยะเวลา ที่ต้องการขยาย ตามที่บริษัทฯ กำหนด
5. ต้องชำระค่างวดค้างและค่าเบี้ยปรับ รวมถึงค่าใช้จ่ายคงค้าง อื่นๆ ก่อนทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
6. มีผู้ค้ำประกันทุกกรณี
7. แนบสำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 (อายุกรมธรรม์คงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน)
8. นำรถมาถ่ายรูปตัวรถ ถ่ายรูปหมายเลขเครื่อง-หมายเลขตัวถัง

Debt-Restructuring-Your-Car

การปรับโครงสร้างหนี้ จะทำให้หนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ยังไม่เป็นหนี้เสีย ถือเป็นการให้โอกาสในการผ่อนชำระ ไฟแนนซ์เองก็ไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายฟ้องร้องคดีแพ่ง เสียเวลาเอารถมาจอดแช่จนโทรม เพื่อรอขายทอดตลาด แถมได้เก็บดอกเบี้ยจากคุณเพิ่มอีก

ส่วนฝ่ายคุณก็จะได้บริหารเงินให้ลงตัว ในการจ่ายหนี้ และมีเวลาผ่อนได้มากขึ้น (แต่ดอกเบี้ยก็สูงขึ้นไปด้วย) และไม่ต้องเสียรถที่คุณผ่อนไปมากแล้ว นับว่าเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย

ซึ่งมันก็อาจจะดีสำหรับคนที่กำลังถังแตก ในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่กันทั้งโลกครับ …

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในช่วงนี้ สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ รวดเร็ว! เรายินดีรับซื้อรถของคุณ พร้อมปิดการขายได้ทันที รถติดไฟแนนซ์เราก็รับซื้อ แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อนขาย สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่จ้า —> เพิ่มเพื่อน

รถมือสอง, เงินดาวน์, ดาวน์รถ

ใครที่กำลังอยากได้รถยนต์มือสอง คงรู้เรื่องการดาวน์รถมาก่อนบ้างอยู่แล้วแน่ๆ แต่อาจจะยังไม่ได้เข้าใจเรื่องหลักการวางเงินดาวน์ รวมถึงการผ่อนชำระเงินส่วนที่เหลือให้กับไฟแนนซ์อย่างลึกซึ้ง

วันนี้ CARRO จะมาเคลียร์ทุกข้อข้องใจ! เงินดาวน์ต้องเตรียมไว้เท่าไหร่? ดาวน์ต่ำจะออกรถได้ไหม? ฟรีดาวน์มีจริงหรือไม่? อ่านแล้วเคลียร์ทุกปัญหาแน่นอน!

 

Q1: เงินดาวน์คืออะไร? ทำไมต้องดาวน์?

A: เงินดาวน์ ก็คือ เงินสด ส่วนที่คุณต้องชำระเมื่อทำสัญญากู้ยืม โดยมีการตกลงกับไฟแนนซ์ไว้ว่า คุณจะทำการผ่อนชำระส่วนที่เหลือเป็นงวดๆ ตามจำนวนงวดที่ตกลงกับไฟแนนซ์ไว้ เงินดาวน์จะถูกกำหนดไว้เป็นเปอร์เซ็นต์จากราคารถ เช่น 10% 15% หรือ 20% จากราคารถ เป็นต้น

 

Q2: สนใจรถมือสองราคา XXX,XXX ต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่?

A: ปกติแล้ว เงินดาวน์รถทั่วไป (รถตลาด) จะอยู่ที่ประมาณ 10% จากราคารถ แต่จำนวนมาก – น้อยของเงินดาวน์ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจากมุมมองของไฟแนนซ์ด้วย

รถมือสองประเภทที่ไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงก็ได้แก่ รถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7  ปีขึ้นไป รถยุโรปแพงๆ ที่นำเข้ามา รถที่คนเล่นน้อย รถติดแก๊ส ฯลฯ เป็นต้น

ซึ่งพอไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงปุ๊บ สิ่งที่บริษัทหรือสถาบันการเงินที่รับจัดไฟแนนซ์จะทำได้ก็มีอยู่ 2 ทาง คือ 1. ไม่อนุมัติสินเชื่อ หรือ 2. ให้วางเงินดาวน์สูงๆ และกำหนดจำนวนงวดในการผ่อนชำระไว้น้อยๆ (เพื่อจะได้มียอดจัดน้อยๆ และให้ลูกค้าผ่อนให้จบไปไวๆ เพื่อลดความเสี่ยงของไฟแนนซ์นั้นเอง)

เงินดาวน์

Q3: ฟรีดาวน์คืออะไร?

A: หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ฟรีดาวน์” จากเต้นท์ หรือจากบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์บางแห่งมาก่อน คำว่า “ฟรีดาวน์” ในที่นี้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ คุณไม่ต้องวางเงินดาวน์ให้ไฟแนนซ์ เพราะไฟแนนซ์ให้คุณกู้ได้เต็มวงเงิน

นั้นแปลว่า คุณไม่ต้องหาเงินสดไว้ให้ไฟแนนซ์ แต่คุณก็จะมีจำนวนงวด/ยอดผ่อนต่องวดสูงกว่าปกติ และเสียดอกเบี้ยให้ไฟแนนซ์มากกว่า (เงินต้นสูงกว่า/ผ่อนชำระนานกว่า ดอกเบี้ยก็ย่อมแพงกว่า)

ฟรีดาวน์ ถือว่าเป็นโปรโมชั่นที่ดีทีเดียวสำหรับคนที่ไม่พร้อมจ่ายเงินก้อน เพราะในบางกรณี คนซื้อสามารถไปตัวเปล่าแล้วขับรถกลับบ้านได้เลยด้วยซ้ำ แต่ถามว่าทุกกรณีหรือไม่ที่ไฟแนนซ์จะให้กู้เต็มวงเงิน? คำตอบคือ “ไม่” คนที่จะได้ฟรีดาวน์จริงๆ ก็คือคนที่มีประวัติทางการเงินดี และรถคันที่ซื้อก็ต้องไม่ใช่รถที่ไฟแนนซ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงดังที่อธิบายไว้ข้างต้นด้วย

Q4: มีเงินดาวน์น้อย / มีเงินเดือนน้อย จะจัดไฟแนนซ์ผ่านไหม?

A: ปกติแล้ว ไฟแนนซ์แต่ละแห่งก็จะมีเรทการวางเงินดาวน์ที่ตั้งไว้เป็นมาตรฐาน แต่ก็จะมีบางกรณีที่ไฟแนนซ์จะยอมอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ที่มีเงินดาวน์ไม่มาก และมีเงินเดือนน้อย เช่น

– ผู้ขอสินเชื่อมีเงินเดือนเป็น 2 เท่าของค่างวด เช่น ค่างวดเดือนละ 10,000 บาท ผู้ขอสินเชื่อมีเงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป เป็นต้น
แต่ หากผู้ขอสินเชื่อมีหนี้สินอื่นๆ เช่น ต้องผ่อนบ้านเดือนละ 8,000 ไฟแนนซ์จะเอาภาระการเงินส่วนนี้ไปหักลบเงินเดือนของผู้ขอสินเชื่อด้วย เช่น นาย A เงินเดือน 20,000 ต้องผ่อนบ้านเดือนละ 8,000 เงินเดือนที่แท้จริงของนาย A ก็คือ 12,000 บาท ซึ่งน้อยเกินไปมากๆ สำหรับการจ่ายค่างวดรถมือสองต่อเดือน

– กู้ร่วม การกู้ร่วมเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่มีรายรับต่อเดือนไม่มาก และไม่มีเงินก้อนใหญ่ไปวางดาวน์เยอะๆ
ตัวอย่าง นาย B เงินเดือน 15,000 บาท หากไปขอสินเชื่อรถมือสอง อาจขอได้ยากเพราะไฟแนนซ์มองว่าอาจรับภาระทางการเงินไม่ไหว แต่หากนาย B ยื่นกู้ร่วมกับ นาง D ผู้เป็นภรรยา ซึ่งมีเงินเดือน 20,000 บาท และมีประวัติทางการเงินดี โอกาสที่ไฟแนนซ์จะอนุมัติก็จะสูงขึ้นมาก

เงินดาวน์

Q5: มีรายได้ xx,xxx ต่อเดือนจะผ่อนรถราคา xxx,xxx ได้หรือ

ไม่?

A: นี่คือคำถามคลาสสิกของการจัดไฟแนนซ์เลยทีเดียว การผ่อนได้หรือไม่ได้ (อีกนัยหนึ่งคือไหวหรือไม่ไหว) นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดไฟแนนซ์ผ่าน หรือมีเงินพอสำหรับการวางดาวน์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณในการรับภาระในการจ่ายค่างวดแต่ละเดือนด้วย เล่าให้ฟังเฉยๆ อาจไม่เห็นภาพ TC จึงขอยกตัวอย่างดังนี้

ตัวอย่าง
นาย A เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง มีรายรับต่อเดือน 20,000 บาท นาย A สนใจอยากซื้อรถ Honda Civic มือสองซึ่งประกาศขายในราคา 500,000 บาท นาย A จึงวางเงินดาวน์ขั้นต่ำคือ 10% และตกลงจัดไฟแนนซ์ในส่วนที่เหลือ (450,000 บาท) เป็นจำนวน 60 งวด (5 ปี) ซึ่งในการขอสินเชื่อจัดไฟแนนซ์ของนาย A ทางบริษัทที่รับจัดไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ย 5% ต่อปี

Q6: จะซื้อรถมือสอง ต้องวางดาวน์เท่าไหร่จึงจะดีที่สุด?

A: การวางดาวน์ที่ดีที่สุดก็คือ วางดาวน์ด้วยเงินจำนวนสูงสุดที่จ่ายออกไปแล้วคุณไม่เดือดร้อน

ข้อดีของการวางดาวน์สูงที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ คุณจะขอจัดไฟแนนซ์ได้ง่ายกว่ามาก เพราะคุณจะกลายเป็นลูกค้าที่เครดิตดีในสายตาไฟแนนซ์ และข้อต่อมาที่จะเป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างยิ่งก็คือ ยิ่งวางดาวน์มากก็จะยิ่งผ่อนน้อย ยิ่งผ่อนน้อยและผ่อนระยะสั้น ก็จะเสียดอกเบี้ยและ VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) น้อย ดังที่จะเห็นจากการคำนวณค่างวดต่อเดือนข้างต้นไปแล้วว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถมือสองถูกหรือแพงก็คือ ระยะเวลาที่ผ่อน และจำนวนเงินต้นที่ขอกู้ หากสามารถทำให้ 2 ปัจจัยนี้ลดน้อยลงได้ การซื้อรถของคุณก็จะยิ่งคุ้มค่า

จบไปแล้วสำหรับความรู้เรื่องการดาวน์รถมือสอง หากอ่านแล้วมีข้อสงสัย หรืออยากทราบข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เพจ FB: carrothailand หรือที่ Line: carrothailand เลย!