Ferrari เปิดตัว Ferrari Portofino M ม้าลำพองซูเปอร์คาร์เปิดประทุน GT

ที่สุดแห่งความเร้าใจกับผลงานชิ้นเอกส่งตรงจากมาราเนลโล มาพร้อมนวัตกรรมระบบขับเคลื่อน ซึ่ง คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้าเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยโฉมวิวัฒนาการล่าสุดของม้าลำพองสายพันธุ์ใหม่ Ferrari Portofino M (เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน เอ็ม) ซูเปอร์คาร์เปิดประทุน GT แบบ 2+ ที่นั่ง ที่จะมอบอรรถรสและความเพลิดเพลินในการขับขี่แบบดื่มด่ำไปกับสายลมขึ้นไปอีกขั้น โดยแฟนม้าลำพองสามารถรับชมยนตกรรมรุ่นล่าสุดนี้ในรูปแบบ Live Streaming

Ferrari Portofino M

Ferrari Portofino M เป็นเฟอร์รารี่รุ่นแรกที่ได้ทำการเปิดตัวในรูปแบบออนไลน์ให้แฟนๆ ม้าลำพองได้ยลโฉมพร้อมกันทั่วโลกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 นับเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์กว่า 70 ปี ของแบรนด์จากมาราเนลโล รถรุ่นนี้จึงเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการเดินทางเพื่อการค้นพบครั้งใหม่ เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหม่ของรถเปิดประทุนรุ่นขายดี โดยอักษร “M” ต่อท้ายย่อมาจาก “Modificata” หมายถึง รถยนต์ที่ผ่านการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะขึ้นจากเดิม

Ferrari Portofino M

วิวัฒนาการล่าสุดของ Ferrari Portofino M ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์สปอร์ตเปิดประทุนแนว GT แบบ 2+ ที่นั่งมาพร้อมพลังขับเคลื่อนเครื่องยนต์ความจุ 3,855 ซีซี ซึ่งอยู่ในตระกูลของขุมพลัง V8 Turbo ที่ได้รับรางวัล “International Engine of the Year” ถึง 4 ปีซ้อน ได้รับการปรับแต่งให้ปลดปล่อยพละกำลังได้ถึง 620 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที รวมทั้งจัดองค์ประกอบทางเทคนิคใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ V8 Turbo, ปุ่ม Manettino แบบ 5 โหมด รวมถึงโหมด Race และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด

Ferrari Portofino M

ซึ่งผลลัพธ์จากฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ Ferrari Portofino M มีสมรรถนะที่ครบเครื่องตามแบบฉบับของรถ GT ขนานแท้ทั้งในด้านของอัตราเร่ง, การทรงตัว, ความเร้าใจในการขับขี่, ความคล่องตัว สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทุกวันตามที่ต้องการ

Ferrari Portofino M

Ferrari Portofino M มาพร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.45 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ภายใน 9.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. ขณะที่ชุดหลังคาแข็งควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (RHT – Retractable Hard Top) สัญลักษณ์สำคัญของรถเปิดประทุนจากม้าลำพอง และด้วยขนาดกะทัดรัดของ Ferrari Portofino M ทำให้สามารถใช้งานได้ในทุกโอกาส

Ferrari Portofino M

ราคาของ Ferrari Portofino M เริ่มต้นที่ 21,840,000 บาท โดยมี Warranty การรับประกันฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทางสามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปี และการดูแลบำรุงรักษาฟรี 7 ปีโดยบริการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ต้องการรักษาประสิทธิภาพและความเป็นเลิศ อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ทุกคันที่สร้างขึ้นจากโรงงานในมาราเนลโล ประเทศอิตาลี

และสำหรับใครที่อยากได้ซูเปอร์คาร์ไว้ใช้สักคัน อยากขายรถคันเดิม เอาเงินไปซื้อซูเปอร์คาร์มาขับเท่ๆ บ้าง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

Ferrari SF90 Spider ม้าลำพองเปิดประทุน Plug-In Hybrid

ถึงเมืองไทยแล้ว! Ferrari SF90 Spider (เฟอร์รารี่ เอสเอฟ 90 สไปเดอร์) ที่สุดแห่งซูเปอร์คาร์ทรงพลังส่งตรงจาก Maranello (มาราเนลโล) สุดยอดสปอร์ตคาร์เปิดประทุน Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) คันแรกของเฟอร์รารี่ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่อย่างที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ผ่านการเปิดตัวรูปแบบดิจิทัล ในราคา 44,900,000 บาท!!!

Ferrari SF90 Spider ม้าลำพองเปิดประทุน Plug-In Hybrid

Ferrari SF90 Spider คือ ซูเปอร์คาร์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด แบบเปิดประทุนรุ่นแรกจากม้าลำพอง ที่สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในส่วนของสมรรถนะ นวัตกรรม และความเร้าใจในการขับขี่ให้กับแบรนด์เฟอร์รารี่ ตลอดจนบรรดารถสปอร์ตในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย อีกทั้งยังมีสเปกและสมรรถนะระดับทำลายสถิติ เช่นเดียวกับที่สุดแห่งซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari SF90 Stradale (เฟอร์รารี่่ เอสเอฟ 90 สตราดาเล)

Ferrari SF90 Spider ม้าลำพองเปิดประทุน Plug-In Hybrid

ทั้งยังเพิ่มความน่าตื่นตาตื่นใจขึ้นไปอีกขั้น ด้วยหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเฟอร์รารี่ ซึ่งนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2011 กับ Berlinetta (เบอร์ลิเนตต้า) เครื่องวางกลางลำ SF90 Spider แสดงให้เห็นนิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ ที่เป็นรถในอุดมคติของผู้ที่ต้องการสุดยอดแห่งเทคโนโลยีจากเฟอร์รารี่ ทว่ายังคงหลงใหลความสุขแห่งการขับขี่รถยนต์แบบเปิดประทุน

นอกจากนี้ SF90 Spider ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษ และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเฉพาะพละกำลัง 780 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V8 Turbo เสริมทัพด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยใช้หนึ่งตัวที่ล้อคู่หลัง และอีกสองตัวสำหรับล้อหน้า นำมาซึ่งกำลังรวมสูงสุดมหาศาลถึง 1,000 แรงม้า

Ferrari SF90 Spider ม้าลำพองเปิดประทุน Plug-In Hybrid

Ferrari SF90 Spider มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เช่นเดียวกับ SF90 Stradale ช่วยยกระดับประสิทธิภาพขณะออกตัวขึ้นสู่ความเร็วอันน่าทึ่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.0 วินาทีเท่านั้น

ภาพลักษณ์และสัมผัสของห้องโดยสาร ได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่มาจากระบบ HMI (Human Machine Interface) ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ SF90 Spider พวงมาลัยแบบใหม่สั่งงานด้วยการสัมผัส ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้เกือบทุกฟังก์ชั่นโดยไม่ต้องละมือออกจากพวงมาลัย จอแสดงผลส่วนกลางระบบดิจิทัล ขนาด 16 นิ้ว เป็นแบบจอโค้งความคมชัดสูง สามารถตั้งค่าและควบคุมได้อย่างครบถ้วนผ่านพวงมาลัย

Ferrari SF90 Spider ม้าลำพองเปิดประทุน Plug-In Hybrid

ข้อมูลหลักๆ จะแสดงผลบนกระจกหน้ารถผ่านระบบ Head-up Display นั่นหมายถึง การมีสมาธิขณะขับขี่มากขึ้น ตรงตามปรัชญา “ตาอยู่บนถนน มืออยู่บนพวงมาลัย” ที่ผลักดันให้มีการพัฒนาระบบ HMI ขึ้นเพื่อใช้กับรถแข่ง Formula 1 ของเฟอร์รารี่ทุกคัน ก่อนที่จะถ่ายทอดมาสู่รถถนนของเฟอร์รารี่

เช่นเดียวกับรถแบบสไปเดอร์รุ่นอื่นๆ ของม้าลำพอง หลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ของ SF90 Spider รับประกันได้ว่าจะมีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ปกป้องผู้โดยสารจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้เป็นอย่างดีเมื่อปิดหลังคา ทั้งยังให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและสะดวกสบายสำหรับทุกคน หลังคามีขนาดกะทัดรัด เรียบง่าย และน้ำหนักเบา สามารถเปิด-ปิด ในเวลาเพียง 14 วินาที และทำงานได้แม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่อีกด้วย

Ferrari SF90 Spider ม้าลำพองเปิดประทุน Plug-In Hybrid

สำหรับราคาของเฟอร์รารี่ SF90 Spider เริ่มต้นที่ 44,900,000 บาท โดย คาวาลลิโน มอเตอร์ มี Warranty การรับประกันฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปี และการดูแลบำรุงรักษาฟรี 7 ปี พร้อมบริการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ต้องการรักษาประสิทธิภาพและความเป็นเลิศ อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ทุกคันที่สร้างขึ้นจากโรงงานในมาราเนลโล ประเทศอิตาลี

และสำหรับใครที่อยากได้ซูเปอร์คาร์ไว้ใช้สักคัน อยากขายรถคันเดิม เอาเงินไปซื้อซูเปอร์คาร์มาขับเท่ๆ บ้าง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

5-Cabriolet-Cars-Price-Not-Over-700000-Baht

หนุ่มในวัยกลางคนหลายคน เมื่อทำงานทำงานจนคิดว่า “มั่นคง” ในระดับหนึ่งแล้ว ก็มีทุนทรัพย์พอที่อยากจะมีรถแบบที่เรียกว่า “Toy Boy” ไว้ขับเล่นในวันหยุด หนึ่งในตัวเลือกนั้นก็คือ “รถเปิดประทุน” ซึ่งก็มีให้เลือกกันหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และหลายระดับราคา

แต่ขึ้นชื่อว่า “รถเปิดประทุน” นี่ ราคาตัวรถก็แพงกันตั้งแต่ป้ายแดงยันไปถึงมือสองเลย ซึ่งราคาก็ไม่ค่อยตกนัก และการขับรถเปิดประทุนในเมืองร้อนอย่างบ้านเรา มันก็เหมาะแค่ช่วงหน้าหนาว หรือตอนเช้าๆ … แต่บางสถานการณ์ จะให้มาเปิดหลังคาขับตอนแดดเปรี้ยงๆ หรือตอนอยู่กลางเมือง ในดงรถติด จอดติดไฟแดงข้างรถเมล์ เจอคนบนรถเมล์ถุยน้ำลายลงมา! มันก็ไม่ไหวเท่าไหร่ …

แต่ชายหนุ่มทั้งหลาย ก็ยังชอบรถเปิดประทุนอยู่ดี แม้ว่าจะมีงบในจำกัด … มาดูกันครับว่า 5 รถเปิดประทุนที่น่าสนใจ ในราคาไม่เกิน “7 แสนบาท” จะมีรุ่นไหนให้เลือกได้บ้าง …

1. Mazda MX-5 Miata (NA)

Mazda-MX-5-Miata

Mazda MX-5 Miata (NA) (มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 มิอาตะ) หรือ Eunos Roadster ในตลาดญี่ปุ่น จัดเป็นรถเปิดประทุนที่ขายดีที่สุดในโลกของ Mazda ซึ่งได้เอกลักษณ์แบบคลาสสิกมาจากรถเปิดประทุนฟากยุโรปในยุค 60-70 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 และนำเข้ามาขายในไทย โดย กมลสุโกศล ประมาณปี 2535 มีให้เลือกทั้งหลังคาผ้าใบ และหลังคาแข็ง

ในไทยจะมีให้เลือกทั้งในรุ่น NA6 เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 118 แรงม้า และ NA8 เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร 128 แรงม้า ซึ่งมีทั้งแบบไม่มีระบบเบรก ABS และมีระบบเบรก ABS โดยทุกแบบ มีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

โดย Mazda MX-5 Miata (NA) ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท

2. Toyota MR-S (ZW30)

Toyota-MR-S

Toyota MR-S (ZW30) (โตโยต้า เอ็มอาร์-เอส) หรือ MR2 ในตลาดยุโรปและสหรัฐ เรียกได้ว่า เป็นรถเปิดประทุนยอดนิยมสุดๆ จากโตโยต้า ออกมาตั้งแต่ปี 1999 – 2007 ที่นำเข้ามาโดยผู้จำหน่ายอิสระเท่านั้น หลายคนนิยมไปแต่งเลียนแบบซูเปอร์คาร์รุ่นดังๆ กับบริษัทผลิตชุดแต่งที่ทำชุดแต่งแนวๆ Stylish Parts ออกมาให้เลือกสารพัด ที่มีให้เลือกแต่งกันได้อย่างจุใจ

เครื่องยนต์เป็นแบบวางกลางตัวรถ Mid-Ship Engine แบบรถซูเปอร์คาร์เลย ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE 140 แรงม้า เหมือนใน Corolla Altis นั่นแล ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด

โดย Toyota MR-S ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท

3. Peugeot 207 CC

Peugeot-207-CC

Peugeot 207 CC (เปอโยต์ 207 ซีซี) สุดยอดรถเปิดประทุนจากฝรั่งเศสอีกหนึ่งรุ่น ที่ราคาพอจะจับต้องได้ นำเข้าโดยยนตรกิจเมื่อต้นปี 2551 ซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์เปิดประทุนที่ขายดีที่สุดในไทยในเวลานั้น และเป็นรถที่กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก แต่ในเรื่องศูนย์บริการและอะไหล่ อาจจะหายากและราคาแพงไปหน่อย

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 120 แรงม้า ซึ่งเป็นผลงานพัฒนาร่วมกันระหว่า PSA Group อีกทั้งยังครบครันไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม จะบอกให้ว่า ตอนออกป้ายแดง ราคา 2,290,000 บาท!!!

โดย Peugeot 207 CC ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 590,000 บาท

4.Ford Capri XR2 Turbo

Ford-Capri-XR2-Turbo

Ford Capri XR2 Turbo (ฟอร์ด คาปรี เอ็กซ์อาร์ 2 เทอร์โบ) ในบ้านเราคนส่วนใหญ่อาจจะลืมเลือนกันไปแล้ว รุ่นนี้ นำเข้ามาจากออสเตรเลีย โดย “ยนตรกิจ” เปิดตัวเมื่อปี 1989 แต่กว่าจะเข้ามาในบ้านเรา ก็ประมาณปี 2534 – 2535 ตัวรถออกแบบโดยสถาบัน Ghia ส่วนภายในออกแบบโดย Italdesign

ถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะมีคนเล่นกันน้อย แต่ก็มีข้อดีตรงที่ราคามือสองที่ถูกกว่า 3 คันที่เรายกตัวอย่างมา และอะไหล่หลายอย่าง สามารถใช้ร่วมกับรถของ Mazda ได้ (เพราะรุ่นนี้ ใช้พื้นฐานของ Mazda 323) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร Turbo 134 แรงม้า ที่หยิบยืมมาจาก Mazda

โดย Ford Capri XR2 Turbo ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 280,000 บาท

5. Mercedes-Benz SLK-Class

Mercedes-Benz-SLK-Class

Mercedes-Benz SLK-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเค) ถือว่ามีดูมีราคาสุดๆ ในงบไม่เกิน 7 แสนบาท ด้วยภาพลักษร์ของ “ดาวสามห่วง” เอง และความภูมิฐานของ “SLK” รวมถึง “หลังคาเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า” แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาอะไหล่และค่าซ่อมแพง สไตล์เบนซ์ เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2539

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 136 แรงม้า ในรุ่น SLK 200, Kompressor 163 แรงม้า และขนาด 2.3 ลิตร Kompressor 193 แรงม้า และ 197 แรงม้า ในรุ่น SLK 230

โดย Mercedes-Benz SLK-Class ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 590,000 บาท

ใครที่ถูกใจรุ่นไหน แนวไหน ชอบค่ายญี่ปุ่น หรือค่ายยุโรป โปรดเก็บตังค์ซื้อเสียแต่เนิ่นๆ ได้เลยครับ!

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก

  • ผู้ขายรถใน Facebook Marketplace