Carro-Honda-Civic-3-Door-EG

ถ้าจะย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังบูมสุดๆ ยุคฟองสบู่กำลังเบิกบาน ทุนต่างชาติกำลังเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมหาศาล ส่งผลกระทบให้คนไทยที่อยู่ในวัยทำงาน มีเงินใช้มือเติบกันเป็นแถว กล้าตัดสินใจซื้อรถใหม่ โดยไม่หวั่นแม้ดอกเบี้ยรถยนต์จะสูงมากก็ตาม

และอีกหนึ่งในรถยนต์ที่ยอดฮิตตลอดกาล ของ Honda ผมก็คงจะต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้ Honda Civic 3 ประตู (EG) (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งเป็น Civic รุ่นแรก และรุ่นเดียวของไทย ที่บริษัท ฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตขายในไทย เป็นรถที่สร้างชื่อด้วยราคาสุดเซอร์ไพรส์ ที่มาพร้อมยอดจองถล่มทลาย 10,000 คัน ใน 7 วัน! รวมถึงการซื้อขายใบจองรถ และคำครหาในเรื่องของคุณภาพการผลิต เรื่องวัสดุซับเสียงในหลังคา ว่ามาจากลังกระดาษ …

ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 20 กว่าปี แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ก็ยังมีการซื้อ-ขาย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิยมเอามาแต่งซึ่งของวัยรุ่น หรือจิ๊กโก๋ในไทย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic 3 ประตู (EG) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ …

โฆษณา Honda Civic (EG) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จ้าง Jodie Foster มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมใช้เพลงดัง “She Drives Me Crazy” ในปี 1988 จากวง Fine Young Cannibals มาเป็นเพลงประกอบโฆษณา

Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ทีมวิศวกรของ Honda R&D เริ่มต้นวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 1988 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Civic (EF) ของ Honda ที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอยู่ โดยทาง Honda มุ่งหมายให้รถรุ่นนี้ ต้องออกมาเป็น “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่ง” (“New Benchmark Car”) ที่ชนะใจคนทั่วโลกให้ได้! คือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นอันดับ 1 ในบรรดารถยนต์นั่งขนาด Compact ด้วยกัน

Honda-Civic-JDM

ทีมวิศวกรของ Honda เริ่มคิดว่าคนหนุ่มสาวในยุค 2000 จะใช้ชีวิตกันแบบไหน? ที่ต้องออกแบบรถมาให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายนี้ที่สุด จึงถูกส่งไปศึกษาความต้องการของลูกค้า หรือพฤติกรรมในการใช้รถ หรือใช้ชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หรือเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี ที่สหรัฐอเมริกา (ใน West Coast และ Florida) หรือที่บราซิล

เพื่อพัฒนา Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ออกมาให้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด และต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เตะตา กว้างขวาง และต้องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

Honda-Civic-JDM

Honda Civic SIR-II รุ่นพลังแรง

Honda เปิดตัว Honda Civic EG ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1991 ซึ่ง Honda Civic รุ่นนี้ จะเป็น Civic รุ่นสุดท้าย ที่ Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนด้า) ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda Motor ได้เห็นในขั้นตอนการพัฒนา แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1991 ก่อนที่ Honda Civic รุ่นนี้จะเปิดตัวเพียง 1 เดือน

พอรถรุ่นนี้เปิดตัวมาไม่นานนัก ก็คว้ารางวัล “Car of the Year Japan 1991-1992” ไปในทันที!

Honda-Civic-Ferio-EG

Honda Civic Ferio

Honda-Civic-Coupe-EG

Honda Civic Coupe นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไปขายในญี่ปุ่น

โดยโฉมนี้ ทาง Honda ที่ญี่ปุ่น ก็ยังได้ตั้งชื่อเล่นประจำรถรุ่นนี้ด้วย ในชื่อ “Sport Civic” ซึ่งมาพร้อม 3 แบบให้เลือก นั่นคือ แบบ 3 ประตู Hatchback, 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan ที่มีพ่วงชื่อต่อท้ายด้วย “Ferio” (เฟริโอ้) เป็นครั้งแรก ก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2005 ในโฉม ES

Honda-Civic-JDM-Aero

รูปทรงภายนอก เน้นความเรียบ หรู หลังคาเตี้ยกว่ารุ่นเดิม และในส่วนของรุ่น Hatchback 3 ประตู ตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจาก ทีมออกแบบ ที่ได้ไปดูการเต้นรำสไตล์แซมบ้า ในเทศกาลคาร์นิวัล ณ เมือง Rio De Janeiro ประเทศบราซิล

Honda-Civic-JDM

ทั้งยังชูจุดเด่นด้วยกระจกบานท้าย แบบฝาท้ายแบบเปิดแยกส่วนได้ ทำให้งานหยิบสัมภาระต่างๆ ทำได้ง่ายและสบายมาก

Honda-Civic-JDM

ห้องโดยสารภายใน มาในรูปแบบ “Space Design Concept” ด้วยแนวคิดของคนหนุ่มสาวในโลกกว้าง ต้องชมก่อนเลยว่าแผงคอนโซลออกแบบมาได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกัน มีส่วนโค้งนูน ดูทันสมัย และหรูหรา ปุ่มต่างๆ จัดวางในระดับที่้ใช้งานง่าย ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปคลำหากันด้านล่างเลย อีกทั้งยังมีกระจกบานหน้าที่ใหญ่มาก รับกับรูปทรงรถที่เตี้ยๆ แบนๆ หน่อย ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดีทีเดียว

Honda Civic รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี Civic (1972-1992) ในไทยมีโผล่มาแว๊บๆ อยู่ 1 คัน …

Honda Civic 3 ประตู เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ 85 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 100 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.8 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC-E เน้นความประหยัด จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 94 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรงอย่าง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที

Honda-Civic-JDM

มิติตัวรถของ Civic (EG) 3 ประตู ยาว 4,070 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,345-1,350 มม. และระยะฐานล้อ 2,570 มม.

Honda-Civic-EG-TH

ย้อนกลับมาดูในเวอร์ชั่นไทยบ้างดีกว่า สำหรับ Honda Civic (EG) 3 ประตูโฉมนี้ ในไทยเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2536 มาใน Slogan “Drive Your City Life” พร้อมบุกตลาดรถซิตี้คาร์! ตามหลังจากการเปิดตัว Civic รุ่น 4 ประตู Sedan 1 ปีกว่า (ตัว Sedan เปิดตัวเมื่อเมษายน 2535)

ด้วยราคาที่ถูกเหลือเชื่อ! จึงได้รับการต้อนรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามเพียงระยะเวลาแค่ 7 วัน มียอดสั่งจองถึง 10,000 คัน แม้ว่าจะต้องรอคิวรับรถกันไปถึงต้นปี 2537 เลยก็ตาม จน บริษัท ฮอนด้าคาร์ส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ชื่อบริษัทในตอนนั้น) ต้องออกมาประกาศหยุดรับจองลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าจะผลิต และส่งมอบให้กับลูกค้าไม่ทันตามกำหนด ทำยอดขายในปี 2536 – 2537 ของ Honda นั้น พุ่งกระฉูด!

Honda-Civic-EG-TH

สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 361,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 396,000 บาท (สำหรับรุ่นปี 1994 เกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 398,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 433,000 บาท)

ด้านเต็นท์รถมือสอง ต่างเรียกรุ่นนี้ว่า “ซีวิคสามดอ” หรือไม่ก็ “ซีวิคเตารีด” (ซึ่งเจ้า Civic “เตารีด” นี่ เรียกกันว่าตั้งแต่ช่วยโฉม EF แล้ว!)

Honda-Civic-EG-TH

เวอร์ชั่นบ้านเรามีให้เลือกแค่รุ่นย่อย LX และ EX ซึ่งต่างจากในญี่ปุ่นลิบลับ พร้อมกับออพชั่นที่มีแค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะต้องทำราคาสู้กับรถค่ายคู่แข่ง มีอะไรบ้าง ก็มีเบาะหนังไวนิล, พวงมาลัยเพาเวอร์ (เฉพาะรุ่น EX), กระจกไฟฟ้า (อันนี้ถือว่าแจ๋ว ที่มีมาให้ในรถยุค 90 เวลานั้น), เข็มขัดนิรภัยหน้า-หลัง (นี่ก็ใช้ได้ แม้ว่าด้านหลังจะเป็นแบบ 2 จุด 2 ตำแหน่งก็เถอะ แต่รถหลายๆ ค่าย ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัยหลังให้ด้วยซ้ำไปนะ) แล้วก็มีปัดน้ำฝนหลังให้ด้วย!

รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง 4 ล้อ และระบบยางรองรับแท่นเครื่องยนต์ 5 ตำแหน่ง อีกทั้งยังติดตั้งระบบกรองไอเสียจากเครื่องยนต์ (Catalytic Converter)

Honda-Civic-EG-TH

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 989 กิโลกรัม และ 1,029 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สีรถที่มีให้เลือก รุ่นปี 1993 มีเฉพาะสีขาว Frost White, สีเงิน Frosty Silver, สีแดง Milano Red และน้ำเงิน Harvard Blue

พอรุ่นปี 1994 มีการเพิ่มคิ้วกันกระแทกด้านข้างตัวรถ มีเหล็กกันโคลงหลัง เพิ่มคานนิรภัยในประตู และปรับเปลี่ยนสีรถใหม่ เปลี่ยนสีน้ำเงินของเดิมเป็น สีน้ำเงิน Atlantic Blue, สีเงินเดิมเปลี่ยนเป็นสีเงิน Sky Silver และเพิ่มสีเหลือง Daisy Yellow เข้ามา …

ต่อมาในช่วงปี 2538 Honda ตัดสินใจปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ให้รุ่น 3 ประตู กันอีกครั้ง เพิ่มสีเขียว และสีส้ม ในรุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาขึ้นมาเป็น 418,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 453,000 บาท

พร้อมปรับปรุงภายในใหม่ ใช้เบาะนั่งแบบกึ่งหนังกึ่งผ้า ลายตาราง และใส่ล้อแม็กขนาด 13 นิ้ว ของ Enkai ติดมาให้ด้วย ก่อนที่จะจากลาไปช่วงประมาณต้นปี 2539 ซึ่งก็ได้ Honda City 4 ประตูรุ่นแรก ลงมาเล่นในตลาดนี้แทน Civic 3 ประตูตลอดไป …

Mugen Civic

บทสรุป

Honda Civic 3 ประตู รหัสตัวถัง EG โฉมนี้ จัดเป็นรถที่ขายดีไปทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับ Civic รุ่นอื่นๆ จนกระทั่งปี 1992 Honda ต้องฉลองครบรอบ 10 ล้านคันเลยทีเดียว แม้ว่าบ้านเราจะเปิดมาด้วยราคาถูก ออพชั่นน้อยก็ตาม แต่ไปๆ มาๆ ก็ครองใจคนใช้รถได้สำเร็จ กลายเป็นรถยอดนิยมของคนชอบรถแต่งซิ่งในยุค 90 ไปอีกรุ่นเช่นกัน …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ แต่หายากหน่อย หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 3 ประตู (EG) เครื่องเดิมๆ มา ซึ่งทนทานก็จริง แต่อาจไม่ทันใจนักในเรื่องของขุมพลังเรี่ยวแรงตกไปตามอายุ และความประหยัด กับแอร์ไม่ค่อยเย็นนัก และชอบมีสนิมขึ้นบริเวณเบ้าไฟหน้า-ไฟท้าย (ยอดฮิต เป็นทุกคัน) ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า กับมุมเสาเอ และตรงซุ้มล้อหลัง กับเบ้ายางอะไหล่ ซึ่งถ้ารถคันไหนยังไม่เคยทำสี สีเดิมๆ เลย หรือทำสีมาแล้วทำมาไม่ดี มีสนิมปูดขึ้นมาทักทายแน่นอน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดีจะมาก แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ถ้าเจอรถที่ช้ำมามาก ก็ต้องซ่อมกันค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ มีของใหม่ให้เบิกอยู่ด้วย แม้ว่าอะไหล่ช่วงล่างจะแพงหน่อยก็ตาม (เพราะใช้บูชยางเยอะด้วย) ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 30,000-70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Honda-Accord-CB

ยุคที่ “Honda” (ฮอนด้า) เริ่มเข้ามารุกตลาดรถยนต์ในบ้านเราเมื่อปี 2526 นั้น หลายคนยังงงๆ อยู่ ว่า Honda มีผลิตรถยนต์ด้วยรึ? เพราะ “ฮอนด้า” ในเวลานั้นที่เป็นรู้จักกันดี เฉพาะแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ หรือแบรนด์สินค้าอย่าง รถตัดหญ้า ที่ฮอนด้าผลิตขายมานมนานแล้ว

Honda เวลานั้น ได้ตัดสินใจผลิตและเปิดตัว Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ในปี 2527 และตามมาติดๆ ด้วย Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) แต่นั่นก็ยังทำให้คนไทย ยังไม่รู้จัก Honda เป็นที่มากพอ …

จนกระทั่งการเปิดตัว “Honda Accord (CB)” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2533 นับถึงวันนี้ก็ครบ 30 ปี พอดี! นี่ล่ะ นับเป็นรถรุ่นที่คนไทยเริ่มรู้จัก Honda กันอย่างกว้างขวาง และธุรกิจการขายใบจองรถยนต์ ใบละ 10,000 บาท ที่หลายคนยังจำได้ไม่ลืม

MR.CARRO จะมานำเสนอข้อมูลรถมือสองของ “Honda Accord ตาเพชร” กันครับ ว่าจะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง สำหรับคนที่กำลังมองหารถรุ่นนี้มาใช้อยู่

Honda-Accord-CB-JDM

Honda Accord เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

Honda-Ascot-CB

Honda Ascot เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในวันที่ 13 กันยายน 1989 Honda ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ในตระกูล “Accord” พร้อมกันถึง 4 รุ่นเลยทีเดียว โดยแย่งออกได้เป็น Accord รุ่น 4 ประตู Sedan, Ascot (ชื่อรุ่นมาจาก เมืองเล็กๆ ใน East Berkshire ประเทศอังกฤษ ที่มีการจัดการแข่งม้าสุดยิ่งใหญ่ มีมายาวนานกว่า 300 ปี) 4 ประตู Sedan

Honda-Accord-Inspire-CB

Honda Accord Inspire เวอร์ชั่นญี่ปุ่น (ในไทย รถรุ่นนี้ก็มีของจริงให้เห็นอยู่ 1 คัน)

Honda-Vigor-CB

Honda Vigor เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

และรุ่นเวอร์ชั่น Hardtop ที่วางคลาสให้สูงกว่า Accord ชูความโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แต่ใช้เครื่องยนต์แบบวางตามแนวยาว 5 สูบ แบบเดียวกับรถขับเคลื่อนล้อหลัง (ซึ่งน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากรถ Audi ในยุคนั้น) ได้แก่รุ่น Accord Inspire ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโฉมนี้ และ Vigor (ชื่อรุ่นแปลว่า พลัง) เจเนอเรชั่นที่ 3 วางขายผ่านเครือข่ายจำหน่าย Honda Verno

ก่อนที่ Honda จะนำพาเจ้า Accord ตาเพชร คันนี้ ไปเปิดตัวที่งาน Frankfurt Motor Show หรือ IAA ช่วงปลายปี 1989

รูปโฉมภายนอกของ Accord ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความสปอร์ต … นำทีมออกแบบโดย Mr.Tateomi Miyoshi หัวหน้าวิศวกรผู้ออกแบบจาก Honda R&D ด้วยรูปทรงโค้งมนกลมกลืน ชุดไฟหน้าแบบ Diamond Eye แบบมัลติรีเฟล็คเตอร์ ที่เวลาต่อมาค่ารถทุกค่ายจึงใช้กันจนเป็นของธรรมดาไปแล้วในยุคปัจจุบัน ฝากระโปรงหน้าลาดต่ำ กระจกบานกว้าง ให้ทัศนวิสัยดี

Honda-Accord-Interior

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ชุดมาตรวัดต่างๆ ออกแบบให้ใช้งานง่าย นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมกับเก็บเสียงได้เงียบ ด้วยโครงสร้างประตูที่ออกแบบเป็นพิเศษ และอุปกรณ์มาตรฐานเพียบ

ชุดช่วงล่างระบบดับเบิลวิชโบน อิสระทั้ง 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวล เกาะถนน มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อนแบบเลี้ยว 4 ล้อ 4WS

และครั้งแรกของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบ PGM-Fi ในการจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดติดตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ บนเครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ตระกูล “F” ผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอยด์ ลูกสูบเป็นแบบ Under-Square ช่วงชักยาวขึ้น เพื่อให้กำลังที่ราบเรียบ และแรงบิดที่รอบต่ำ บวกกับใช้วาล์วไอดี/ไอเสีย ขนาดโตขึ้น ให้เครื่องยนต์หายใจสะดวกขึ้น แรงม้าจึงมากขึ้นตามไปด้วย

มีให้เลือกทั้งขนาด 1.8 ลิตร รหัส F18A 105 แรงม้า ขนาด 2.0 ลิตร F20A ในแบบ SOHC คาร์บูเรเตอร์ 110 แรงม้า หัวฉีด 130 แรงม้า และแบบ DOHC 150 แรงม้า รวมไปถึงเครื่องยนต์ตัวใหญ่สุดอย่างขนาด 2.2 ลิตร รหัส F22A 140 แรงม้า

Honda-Accord-CB-TH

และเครื่องยนต์ตระกูล F นี้ ยังได้พัฒนาระบบแกนบาลานเซอร์ใหม่ เพื่อลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ เมื่อใช้รอบปานกลาง และรอบสูง ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบตลอดเวลาของการขับขี่ แต่ถ้ารอบต่ำ ฮอนด้าจะเลือกออกแบบใช้ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น

เรียกได้ว่า การออกแบบของ Honda Accord ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงออพชั่นต่างๆ ทิ้งขาดคู่แข่งในรุ่นเดียวกันอย่าง Toyota Corona, Nissan Bluebird, Mazda 626 หรือ Mitsubishi Galant เป็นต้น และก็ยังมีราคาแพงเป็นหมายเลข 1 อีกด้วย …..

ซึ่งหลังจากเปิดตัวและจำหน่ายไปในหลายประเทศทั่วโลก Honda Accord รุ่นนี้ ก็คว้ารางวัลมาได้มากมายเลย อาทิ รางวัลพวงมาลัยทองคำจากนิตยสาร Bild Am Sonntag จากประเทศเยอรมนีตะวันตก และติดอันดับ 3 ใน 10 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 1989 จากนิตยสาร Car & Driver ประเทศสหรัฐอเมริกา และคว้ารางวัล 1 ใน 5 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2533 ของยุโรป!

Honda-Accord-Coupe-CB

1 เมษายน 1990 Honda เปิดตัว Accord Coupe ซึ่งเป็นโฉมเดียวกันกับที่ขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเข้ามาขายในประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส F20A ซึ่งในไทยก็เคยมีคนนำเข้ามาใช้งาน

Honda-Accord-Wagon-CB

4 เมษายน 1991 Honda เปิดตัว Accord Wagon ก็เป็นรุ่นที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาขายในญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส F22A เท่านั้น

ก่อนจะปรับโฉม Minorchange เป็นตัวไฟท้ายสั้น ในเดือนกรกฎาคม 1991 ปรับปรุงชุดกันชนใหม่ ไฟท้ายใหม่ พร้อมติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเพิ่มระบบ Navigator ให้เลือกเป็นออพชั่นอีกด้วย

Honda-Ascot-Innova

Honda Ascot Innova ผู้มีพื้นฐานร่วมกับ Accord ตาเพชร แต่เน้นบุกคลาดยุโรปมากกว่า

เดือนมิถุนายน 1992 นำเข้า Accord เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร จาก USA เข้าไปขายในญี่ปุ่น

Honda-Accord-CB-TH

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทยนั้น Honda Accord ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2533 ในยุคที่ยังเป็น บริษัท ฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บ้านเรามีเฉพาะแบบ 4 ประตู ซีดาน

Honda-Accord-CB-TH

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 5,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi (Programed Fuel Injection) ให้แรงม้าสูงสุด 135 แรงม้า ที่ 5,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที มีให้เฉพาะทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (ตามมาในปีถัดมา)

ซึ่งระบบการจ่ายน้ำมันแบบนี้ เป็นระบบเดียวกับที่ฮอนด้าใช้ในการแข่งขันรถสูตร 1 ฟอร์มูล่า วัน ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างงดงาม

Honda-Accord-CB-TH

Honda Accord 1990 มีทั้งหมดด้วยกัน 3 รุ่น

1. Honda Accord รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด LX เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ราคา 798,000 บาท พร้อมแอร์ พวงมาลัยเพาเวอร์ เบาะหนังแบบไวนิล กระจกไฟฟ้า 4 บาน เซ็ลทรัลล็อค เสาอากาศไฟฟ้า วิทยุ-เทป พร้อมลำโพง 2 ตัว และฝาครอบล้อขนาด 14 นิ้ว

2. Honda Accord รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด EX เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ราคา 838,000 บาท เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น LX ได้แก่ ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ที่มาตรวัดความเร็ว และกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

3. Honda Accord รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด LXi เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi ราคา 898,000 บาท เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น EX ได้แก่ ไฟเบรกดวงที่ 3 พวงมาลัยหนังแท้ เบาะนั่งแบบผ้าสักหลาด วิทยุ-เทป Hi-Power พร้อมลำโพง 4 ตัว และล้อแม็กขอบ 15 นิ้ว

Honda-Accord-CB-TH

ในเดือนเมษายน 2534 จึงเพิ่มรุ่น Top สุด เกียร์อัตโนมัติ

Honda-Accord-CB-JDM-MC

ในเดือนเมษายน 2535 ปรับโฉม Minorchange เป็นรุ่น “ไฟท้ายสั้น” หรือ “แอคคอร์ด 92-24” โฉมนี้ได้รับอานิสงส์จากการปรับลดกำแพงภาษีรถยนต์ ราคาขายจึงถูกลงกว่าเดิม โดยรุ่น LX ราคา 672,000 บาท, รุ่น EX ราคา 707,000 บาท, รุ่น LXi ราคา 757,000 บาท และรุ่น Top สุด ราคา 797,000 บาท!

หลังจากนั้นก็ขายกันไปแบบเรื่อยๆ จนถึงประมาณปลายปี 2537 จึงต้องหลีกทางให้กับ Accord เจเนอเรชั่นที่ 5 ไป …

Honda-Accord-MotorShow-1990

Honda Accord ในงาน Motor Show 1990 (ภาพจาก Grand Prix Photolike)

บทสรุป

Honda Accord รหัสตัวถัง CB โฉมนี้ในอดีต ตั้งใจออกมาเพื่อให้เป็นได้ทั้งรถครอบครัว และรถหรู เราจึงเห็นรถรุ่นนี้จำนวนมาก ที่ผู้ใช้มักจะเป็นคนทำงานระดับบริหาร หรือเจ้าของบริษัท ซื้อไว้ใช้งานกับครอบครัว แม้ว่าในปัจจุบัน จะกลายเป็นรถยอดนิยมของคนชอบรถแต่งซิ่งในยุค 90 ไปอีกรุ่นก็ตาม

Honda-Accord-MotorShow-1992

Honda Accord ในงาน Motor Show 1992 (ภาพจาก Grand Prix Photolike)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

แม้ว่าจะเป็นรถแนวครอบครัว และรถหรูสำหรับผู้จัดการบริษัท หรือผู้บริหารขับ แต่จะหารถรุ่นนี้แบบสภาพเดิมๆ ก็ถือว่าไม่ง่ายนัก ถ้าเป็นรถแต่งซิ่ง ส่วนใหญ่สภาพจะช้ำเยอะ หลายคันเปลี่ยนเครื่องมาแล้ว ควรเลือกบอดี้รถที่ยังสวยๆ ภายในเดิมๆ ระบบไฟ ระบบความร้อนต้องดี ไม่งั้นจ่ายกันเยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ช่วงล่างดีอีกหนึ่งรุ่น วิ่งนิ่ม นุ่ม เกาะถนน แต่ช่วงล่างต้องดี หลายคันนิยมไปเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ VTEC เพราะได้แรงม้าที่มากขึ้น และการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น ถ้าจะเอาประหยัดก็ติดแก๊ส LPG ได้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานใช้ได้ แต่ก็มีจุกจิกเหมือนกัน (โดยเฉพาะช่วงล่าง) ต้องซ่อมแบบลงทุนใหญ่ หรือเปลี่ยนอะไหล่ให้จบทั้งหมด เพราะถ้ารอใกล้พังค่อยเปลี่ยน ก็จะซ่อมกันแบบไม่จบ หาที่ซ่อมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอู่ซ่อมรถที่เคยมีช่างจาก Honda ในยุค 90 ออกมาเปิดอู่เอง เตรียมงบไว้ดูแลปีละ 10,000 – 20,000 บาท ส่วนอะไหล่เก่าของรุ่นนี้ ตามเชียงกงยังพอมี แต่ราคาก็ปั่นขึ้นไปสูงพอสมควร

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 25,000-60,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10-Best-Selling-Cars-In-Japan

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยเช่นกัน รวมถึงในประเทศตัวเอง ญี่ปุ่นก็ยังนับได้ว่ามียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน! ซึ่งถ้าจะนับแค่ Toyota เจ้าเดียว ก็ปาเข้าไป 1,547,173 คันแล้ว!)

เนื่องจากรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Prius-2020

1. Toyota Prius จำนวน 125,587 คัน

Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) พูดไปแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่า Prius จะสามารถครองแชมป์รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2019 ได้ ซึ่งสวนทางกับยอดขายทั่วโลกที่ร่วงลง จน Toyota แทบจะคิดว่าเลิกผลิตไปเลยดีมั้ย? นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ด้วยรูปทรงที่สุดแหวกแนว มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid AWD-i ขับสี่ล้อไฟฟ้า E-four ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่

ติดตั้งเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร

Nissan-Note-2020

2. Nissan Note จำนวน 118,472 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในบ้านเรามากนัก แต่ในญี่ปุ่น รถรุ่นนี้ถือว่าขายดีมากเป็นอันดับต้นๆ ของทางนิสสันเลยทีเดียว สำหรับ Note รุ่นนี้ ยังมีตัวรุ่น e-Power พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้การชาร์จด้วยเครื่องยนต์ ที่ในบ้านเราก็จะมีโอกาสได้ใช้กันด้วย และยังมีตัวแต่งจัดเต็มอย่าง NISMO และ Autech ให้เลือกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนรุ่น NISMO (ที่ไม่ใช่ตัวขุมพลัง e-Power) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส HR16DE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที โดยจะจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 254 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-Sienta-2020

3. Toyota Sienta จำนวน 110,880 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2

เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Corolla-2020

4. Toyota Corolla จำนวน 104,406 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan และ Sport มีให้เลือก 2 รุ่นตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Aqua-2020

5. Toyota Aqua จำนวน 103,803 คัน

Toyota Aqua (โตโยต้า อควา) เคยนำเข้ามาขายในไทยในชื่อ Prius C (พรีอุสซี) เมื่อปี 2555 แต่ด้วยราคาที่สูงลิบ (1.33 ล้านบาท) จึงขายแทบไม่ได้จนต้องเลิกขายไป แต่ Aqua เป็นรถที่เคยขายดีที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อปี 2014 แม้ว่าในปัจจุบันจะตกลงมาเป็นอันดับ 5 ก็ตาม โดยโฉมปัจจุบันเป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ตั้งแต่ในปี 2017

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan-Serena-2020

6. Nissan Serena จำนวน 92,956 คัน

Nissan Serena (นิสสัน เซเรนา) รถ MPV ยอดนิยมสุดๆ ของคนญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น เพราะเคยติดอันดับรถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา กับการไมเนอร์เชนจ์ไปในช่วงปี 2019 มีให้เลือกทั้งแบบกึ่ง Hybrid และแบบ e-Power ที่นำเทคโนโลยีจาก Note มาใช้ และยังมีระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติ (ProPilot) เป็นรุ่นแรกในญี่ปุ่น

เครื่องยนต์ยังคงเป็นแบบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้ารหัส SM24 ขนาด 2.6 แรงม้า ในแบบกึ่งไฮบริด เป็นระบบชดเชยกำลัง (Idling Stop) และชาร์จไฟกลับเมื่อยกคันเร่งออก รวมถึงช่วยเพิ่มแรงบิด ให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลงบางเวลา อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.2 กม./ลิตร

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 84 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 26.2 กม./ลิตร

Toyota-Roomy-2020

7. Toyota Roomy จำนวน 91,650 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Toyota Tank อีกด้วย เปิดตัวในปี 2016 เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Toyota-Voxy-2020

8. Toyota Voxy จำนวน 88,012 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda-Freed-2020

9. Honda Freed จำนวน 85,596 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota-Vitz-2020

10. Toyota Vitz จำนวน 81,554 คัน

Toyota Vitz (โตโยต้า วิซ) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 10 ถือว่าน่าพอใจมากสำหรับรถเปิดตัวใหม่หมาดๆ เพราะในปี 2020 นี้ ยอดขายอันดับต้องพุ่งสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

New-Cars-In-Thailand-2020

เป็นธรรมดาของปีใหม่ทุกปีที่บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แทบทุกเดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อรถกันเยอะๆ เศรษฐกิจไทยจะได้คึกคัก ในปี 2563 นี้ ก็มีรถหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งแบบ All-New ใหม่หมดจรด หรือจะเป็นแบบ Minorchange ปรับโฉมแต่งหน้าทาปากหน่อย โดยเฉพาะ “รถ SUV” ปีนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

โดย CARRO ขอคาดการณ์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเตรียมเปิดตัวกันในปีนี้ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยังถือว่าย่ำแย่ก็ตามที MR.CARRO ขอพาไปดูกันเลยว่า ปีนี้ตลาดรถยนต์ไทย จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้ตื่นเต้นกันบ้าง …

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

แม้ว่าการเปิดตัวของ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ ทำให้หลายฝ่ายต้องมาลุ้นกันต่อว่า Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เปิดตัวไปในเมื่อปีที่ผ่านมา และจะวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธุ์นี้ จะมาขายในบ้านเราหรือไม่? จากรูปโฉมที่ดูอ้วนป่องน่ารัก มากกว่าความเป็นสปอร์ตแบบโฉมที่ผ่านมา จึงยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนัก

บางแห่งข่าวบอกด้วยซ้ำว่าทาง Honda จัดสินใจจะผลิต Honda City Hatchback มาจำหน่ายแทน …

ซึ่งถ้าหากทาง Honda คิดผลิต Jazz โฉมใหม่นี้ขายในบ้านเราจริง เครื่องยนต์ Hybrid คงไม่มาแน่นอน แต่อาจจะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับ Honda City นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร VTEC Turbo 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda (มาสด้า) ยังคงเดินหน้ากวาดยอดขายรถอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายรถของ Mazda ในปีที่แล้ว อาจจะร่วงลงไปบ้างก็ตามหากเทียบกับยอดในปี 2561 ที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วก็ยังดูสูงอยู่ดี โดยรถ Crossover ยอดฮิตที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นอย่าง Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) ที่มีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ต้องสะเทือนกันอย่างแน่นอน

โดย Mazda CX-30 2020 มีหน้าตาและรูปร่างคล้าย Mazda3 โฉมใหม่ล่าสุด ในแบบยกสูง ภายใต้เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ เบนซินขนาด 1.5 ลิตร, 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร และแบบดีเซลขนาด 1.8 ลิตร แต่เครื่องยนต์ที่จะขายในไทยคงเป็นตัวเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และดีเซลขนาด 1.8 ลิตร 116 แรงม้า

Nissan-Kicks-2020

3. Nissan Kicks

ปีนี้อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Nissan (นิสสัน) ที่หวนกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่เกือบๆ 10 ปีที่ผ่านมา โดย Nissan Almera 2020 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ในเดือนเมษายน 2563 นี้ Nissan มีแพลนที่จะเปิดตัว Nissan Kicks 2020 (นิสสัน คิกส์) ใหม่ เอามาขายแทน Nissan Juke ในราคาเริ่มต้นประมาณ 895,000 บาท

โดย Nissan Kicks คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 124 แรงม้า และอาจได้เห็นรุ่น e-Power มาอีกด้วย Nissan Ju

Nissan-Sylphy-2020

4. Nissan Sylphy

ต้องยอมรับว่า รถยนต์แบบ Compact Car ของ Nissan อย่าง Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) เป็นรถที่ดูเงียบมากๆ ของนิสสันในช่วงหลายปีมาผ่าน ซึ่งหลายต่อหลายฝ่ายต่างคิดว่า Nissan บ้านเราคงถอดใจกับการขายรถรุ่นนี้ไปแล้ว

แต่ Nissan Sylphy โฉมใหม่ล่าสุด ก็เปิดตัวไปแล้วในจีน และสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 139 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 149 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่า รถรุ่นนี้ผลิตขายและจำหน่ายในบ้านเราเวลาใด

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) โฉมใหม่หมดจด นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรุ่นนี้ แม้ว่าในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและยุโรป จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กับรูปทรงที่สวยสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด แถมมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid ให้ได้เลือกสรรกันด้วย

พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.0 ลิตร พร้อมระบบไฮบริด รวมถึงยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่เน้นไปที่เรื่องของความปลอดภัย ในบ้านเราก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่ารุ่นนี้จะมาเข้าโครงการ Eco-Car เฟส 2 ด้วยหรือเปล่า

Toyota-Rush-2020

6. Toyota Rush

มาแน่แต่ไม่รู้มาเดือนไหน? สำหรับ Toyota Rush (โตโยต้า รัช) เป็นรถแบบ Crossover SUV ที่ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไปแล้วในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โอกาสที่จะเข้ามาไทย (แทนที่ Avanza) นี้ ก็ถือว่ามีสูงมากเลยทีเดียว พร้อมท้าชนกับเจ้า Honda BR-V หรือ Mitsubishi Xpander แน่นอน

Toyota Rush ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR 104 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

Suzuki-Ciaz-2020

7. Suzuki Ciaz

สำหรับค่าย Suzuki (ซูซูกิ) หลังจากที่สร้างความตื่นเต้นไปในปีที่ผ่านมา กับรถใหม่ๆ หลายรุ่นแล้ว ในปีนี้ก็ถึงเวลาที่ Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รุ่นปรับโฉมมามาแทนที่รุ่นเดิม

Mercedes-Benz-GLB-Class-2020

และสำหรับแบรนด์อื่นๆ เช่น Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ช่วงต้นปีนี้ก็เตรียมพบกับ Mercedes-Benz GLA รุ่นใหม่ล่าสุด และ Mercedes-Benz GLB รถ SUV รุ่นใหม่ที่คั่นกลางระหว่าง GLA และ GLC ที่มาพร้อม 7 ที่นั่ง! และ New A-Class ใหม่ ในเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ ที่ต้องรอติดตามดูกันว่าจะมาหรือไม่

ส่วน BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ก็ต้องรอลุ้นกับ Series-3 รุ่นเพิ่มเติมที่มาเอาใจแฟนๆ Bimmer อย่างแน่นอน รวมไปถึง BMW New X6 และรถธงอย่าง BMW Series-7 โฉมใหม่ล่าสุด รุ่นประกอบในประเทศ เปิดตัวกันไปแล้วในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท และ 745Le xDrive M Sport ในราคา 6,439,000 บาท

เป็นอันว่า หากใครที่อยากได้รถรุ่นใหม่ๆ ดังกล่าว ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้เลย แต่วิธีการที่จะช่วยให้คุณดาวน์รถใหม่ หรือผ่อนรถใหม่ได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้คุณนำรถคันเดิมมาขายกับทาง CARRO ได้ตาม Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

CEO-Honda-Confident-Hybrid-Popular-More-EV-Car

แม้ว่าในโลกยุคปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” นับได้ว่าเป็นเทรนด์ของโลกที่มาพร้อมๆ กับยุค Disruption ของอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่หลายรูปแบบ หนึ่งในผู้ที่สร้างความโดดเด่นที่สุดในวงการรถยนต์ไฟฟ้า คงต้องยกให้กับเขา “Elon Musk (อีลอน มัสก์)” ที่เมื่อวานที่ผ่านมา ก็เพิ่งถอดสูท เต้นระบำส่ายเอว ในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla (เทสล่า) ที่ประเทศจีน!

แต่เนื่องด้วยจากอุตสาหกรรมน้ำมัน และส่วนประกอบเกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ ยังคงเป็นผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน และบรรดา Supplier ทั่วโลก

จึงให้บรรดาค่ายรถยนต์หลายค่าย ที่แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่น และนำแสดงออกมาในรูปแบบรถ Concept Car (เรียกแบบไทยๆ ก็ รถต้นแบบ หรือ รถแนวคิด) ออกมาบ่อยๆ แต่ตัวเองก็ต้องพยายามปกป้องและผลักดัน ให้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปด้วยเชื้อเพลิง อยู่ในตลาดรถยนต์ไปให้นานที่สุด

ถ้าเบื่อรถคันเดิม อยากเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า มาขายรถคันเดิม กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และทำไมล่ะ CEO Honda อย่าง Takahiro Hachigo (ทาคาฮิโระ ฮาจิโกะ) ถึงมองเทรนด์รถใหม่ คนนิยมรถไฮบริด มากกว่ารถ EV? MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกัน …

https://s3-prod-europe.autonews.com/s3fs-public/styles/width_792/public/Honda%20CEO%20Takahiro%20Hachigo%20web.jpg

Takahiro Hachigo

ทาง Takahiro Hachigo CEO ของ Honda Motor Co. ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Auto News Europe ยังคงวางเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ไฮบริด และขายรถยนต์ไฮบริดให้มากขึ้น และปรัชญาสำคัญของ Honda ก็ยังคงตั้งใจผลิตรถที่ประหยัดน้ำมันที่สุด ออกมาจำหน่ายเช่นเคย

แม้ว่าในปี 2030 นี้ Honda จะคาดหวังว่า ยอดขายรถยนต์ 2 ใน 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ไปตามวิสัยทัศน์ปี 2030 “Honda e:TECHNOLOGY” แล้วก็ตาม

แต่ CEO Honda ยังเชื่อว่ารถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ยังคงเป็นเทรนด์ของรถใหม่อยู่ในเวลานี้ ไม่คิดว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นกระแสหลักของวงการรถยนต์โลกในตอนนี้ และยังไม่เชื่อด้วยซ้ำไปว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เวลานี้จะต้องการรถยนต์ EV จริงๆ หรือ?

เพราะบรรดาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในหลายๆ ประเทศ รวมไปถึงกฎหมายบางอย่าง ยังคงไม่พร้อมรองรับต่อรถยนต์ไฟฟ้านัก รถยนต์ไฟฟ้า จึงอาจไม่ใช่รถที่ผู้คนส่วนใหญ่ในเวลานี้ต้องการ และทาง Honda เองคิดว่า เราก็ยังคงต้องพัฒนารถยนต์ EV กันต่อไป

ซึ่งทาง Honda เราพยายามเน้นปรับปรุงรถยนต์ไฮบริด ให้เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน และใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้สภาวะแวดล้อมของโลกอยู่ในภาวะที่มลพิษน้อยที่สุด พร้อมกับผ่านมาตรฐานไอเสียอันเข้มงวดให้ได้อีกด้วย

พอมองในส่วนของระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยไร้คนขับ (Autonomous Driving) ทาง CEO Honda เอง กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยบอกว่าเรามีการลงทุนไปถึงเรื่องนี้เช่นกัน รวมไปถึงการผลิตรถยนต์ที่ทำให้ผู้ขับขี่ เกิดอุบัติเหตุได้น้อยที่สุด หรือไม่เกิดขึ้นเลย

Honda-Accord-2019

หนึ่งในสิ่งที่ Honda ภูมิใจนำเสนอในรถหลายๆ รุ่น ที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน อาทิเช่น ระบบ “Honda Sensing” ที่ติดตั้งในรถยนต์รุ่น Civic และ Accord ซึ่งก็มีการใช้เรดาร์ ในการตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้า เพื่อช่วยผู้ขับขี่รถให้อยู่ในเลน รวมไปถึงการเบรกโดยอัตโนมัติ หากเข้าไปวัตถุด้านหน้ามากเกินไป เป็นต้น

แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง แต่ทาง Honda ก็จะพยายามพัฒนาฟังก์ชั่นเหล่านี้ ให้มีราคาที่ย่อมเยาว์ เพื่อจะได้ติดตั้งในรถทุกระดับได้ในอนาคต

https://www.synopsys.com/content/dam/synopsys/solutions/images/cs327718450-automotive-levels-infographic-v4.jpg.imgw.850.x.jpg

Levels of Driving Automation (แหล่งที่มา Synopsys.com)

เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปถึงระดับ 3 ทาง Honda ก็คงต้องใช้ระบบ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งทางเรายังคงคิดอยู่ว่า จะตัดสินใจนำระบบนี้ไปติดตั้งในรถรุ่นใดเป็นรุ่นแรก สำหรับระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยอัตโนมัตินี้

สำหรับรถยนต์ EV ในปี 2020 Honda จะเริ่มจำหน่าย Honda e ในญี่ปุ่น (เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีรูปทรงคล้ายกับ Honda Civic รุ่นแรก) และจะดำเนินธุรกิจโดยมีวิสัยทัศน์ 2030 เป็นแนวทาง เพื่อตอบสนองผู้คนทั่วโลก นอกจากจะส่งมอบความสุขแล้ว ยังเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนอีกด้วย

แหล่งที่มาจาก:

Price-List-Promotion-In-Motor-Expo-2019

อยากรู้ราคารถใหม่ในงาน Motor Expo 2019 มียอดดาวน์ ยอดจัด ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่

รวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ Carro ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Ford, Mercedes-Benz, BMW และ MG เป็นต้น

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ลองดูงบประมาณที่ตัวเองมี Promotion แจ๋วๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ CARRO คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Expo 2019 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan

ดูตารางราคา Nissan Almera 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda

ดูตารางราคา Honda City 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford 

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

BMW

BMW-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

โปรดฟังอีกครั้ง! ใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Honda-City-Turbo-2020

Honda เปิดตัว All-New City (ฮอนด้า ซิตี้) ในไทย เป็นประเทศแรกของโลก ใช้เครื่องยนต์ VTEC Turbo 1.0 ลิตร 122 แรงม้า

พิเศษครั้งแรกกับรุ่น RS ที่พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน อีกทั้งนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เจเนอเรชันล่าสุด พร้อมเผยโฉมในงาน Motor Expo 2019 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562

สำหรับลูกค้าที่จอง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท

ถ้าหากใครสนใจที่จะขายรถคันเดิม เพื่อรับเงินก้อนไปดาวน์หรือซื้อ Honda City Turbo คันใหม่ออกมาใช้ สามารถนำรถคันเดิมมาขายกับ Carro ได้ ง่ายๆ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ พร้อมรับเงินไว ภายใน 24 ชั่วโมง! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Honda-City-2020-Main

Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) นับเป็นรถที่สำคัญของฮอนด้า ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี 2539 และได้กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึง เจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลก กว่า 4 ล้านคัน!

ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของฮอนด้า ซิตี้ เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขายฮอนด้า ซิตี้ ทั่วโลก

All-New-Honda-City-2020-Lineup

และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ ฮอนด้า ซิตี้ เป็นตลาดที่ขายดี ขายได้เยอะ และเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของฮอนด้าในภูมิภาคอีกด้วย Honda จึงเลือกเปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นครั้งแรกในโลก ที่เมืองไทย และมาพร้อมราคาที่ปรับ “ลดลง” ในทุกรุ่นย่อย!

All-New-Honda-City-2020

All-New-Honda-City-2020

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตและสง่างาม ด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว

All-New-Honda-City-2020

ภายในห้องโดยสาร ออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ เพื่อความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง หรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำ หรือเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

All-New-Honda-City-2020

All-New-Honda-City-2020

และฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

All-New-Honda-City-RS-2020

ครั้งแรกกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รุ่น RS ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้า-กระจังหน้า สไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว

All-New-Honda-City-RS-2020

สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

All-New-Honda-City-RS-2020

ภายในห้องโดยสารสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS

All-New-Honda-City-RS-2020

โดดเด่นด้วยขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbocharger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราเร่ง และประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 23.8 กม./ลิตร และมี Paddle Shifts เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แถมผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้อีกด้วย

เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทางด้วยถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

All-New-Honda-City-2020

และมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีขาว Platinum (มุก) เฉพาะรุ่น RS และรุ่น SV สีดำ Crystal (มุก) สีเงิน Lunar (เมทัลลิก) สีเทา Modern Steel (เมทัลลิก) และสีขาว Taffata เฉพาะรุ่น V และรุ่น S

ราคาจำหน่าย All-New Honda City มีดังนี้ครับ

  • รุ่น S ราคา 579,500 บาท
  • รุ่น V ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น SV ราคา 665,000 บาท
  • รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

All-New-Honda-City-2020-Modulo

เสริมความสปอร์ตในสไตล์คุณไปอีกขั้น ด้วยชุดแต่ง Modulo (โมดูโล) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 8,150 บาท แป้นคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต ราคา 1,300 บาท คิ้วบันได LED ราคา 4,400 บาท ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต ราคา 3,600 บาท (ราคาต่อ 1 วง ไม่รวมยาง) ไฟตัดหมอกแบบ LED ราคา 5,500 บาท และกล้องหน้ารถ ราคา 3,850 บาท

นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก

พบกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้ที่งาน Motor Expo 2019 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

หมายเหตุ:
– อุปกรณ์มาตรฐาน อาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และ สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
– ราคาแพ็กเกจชุดแต่งโมดูโล ไม่รวม VAT 7%
– ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

New-Car-Promotion-MotorExpo

โปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Expo 2019 จะมีแคมเปญไหน โดนใจคุณบ้าง!

ปลายเดือนพฤศจิกายนทุกปี กลับมาพบกับงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) กันอีกครั้ง ในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่ แต่ชีวิตก็ยังเดินหน้ากันต่อไป โดยงาน Motor Expo 2019 เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

ภายในงาน มีรถใหม่รอเปิดตัวกันหลายรุ่น รวมไปถึงรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ก็มีให้เลือกซื้อกันสารพัด รวมไปถึงโปรโมชั่นเด็ดๆ แคมเปญจัดหนัก ที่คนอยากเปลี่ยนรถใหม่ห้ามพลาด …

แต่ถ้าอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ นำรถมาขายที่ CARRO สิ เรารับซื้อรถของคุณ “ขายรถกับ Carro Thailand ง่ายๆ ได้ราคาดี” นะครับ

ที่สำคัญ หากใครต้องการไปงาน Motor Expo 2019 เรายังมีบัตรฟรี มาแจกกันด้วยนะครับ ท่านละ 3 ใบ ดูกติกาและรายละเอียดได้ที่นี่ —> บัตรฟรี งาน Motor Expo 2019

โดยโปรโมชั่นในงาน Motor Expo 2019 นั้น เกือบทุกค่ายยังคงใช้โปรโมชั่นต่อเนื่อง กันไปจนถึงในวันสิ้นปี (31 ธ.ค. 2562) เลยทีเดียว

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox ขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Expo 2019 และในเดือนธันวาคม 2562 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Avanza-Promotion-6-2019

New AVANZA Start Your New Dimension

เงื่อนไข

  1. ส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถอแวนซ่า รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% ทุกเกรด
  2. แนะนำเพื่อนออกรถโตโยต้า ผู้แนะนำรับคะแนนสะสม T-MEx 3,000 แต้ม ต่อการแนะนำ 1 ครั้ง (สามารถแลกรับส่วนลดศูนย์บริการ, ส่วนลดซื้อรถใหม่ มูลค่า 3,000 บาท หรือคูปองอื่นๆ ตามโปรแกรม T-MEx) สงวนสิทธิ์ สำหรับพนักงานขายไม่สามารถร่วมกิจกรรมเป็นผู้แนะนำได้
  • เงื่อนไขอื่นๆ สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Corolla-Altis-Promotion-11-2019

โปรโมชั่น Corolla Altis ใหม่

พิเศษสำหรับลูกค้า All-New Corolla Altis ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน

หมายเหตุ

  • *อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป สำหรับ โคโรลล่า อัลติส รุ่นโฉมใหม่ ปี 2562
  • **ผ่อนสบายเริ่มต้น 9,000 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น Corolla Altis HV Entry ราคา 939,000 บาท ดาวน์ 234,750 บาท (ดาวน์ 25%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ย 4.35% ผ่อน 9,000 บาท งวดที่ 1 – 59 และ 328,650 บาท งวดที่ 60
  • ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (ทุกๆ 10,000 กม. รวม 10 ครั้ง) หรือภายในระยะเวลา 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดภายในปีที่ 1-10 และรับประกันการใช้งานระบบไฮบริดภายในปีที่ 1-5 (นับตั้งแต่วันส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ารายแรกตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่)
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า

  • รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ทุกเกรด
  • สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถโตโยต้าในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องลงทะเบียนและแสดงหลักฐานในการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น TOYOTA Privilege More เพื่อแสดงรหัสที่ได้รับต่อพนักงานขายรถโตโยต้า
  • ยกเว้นรถ โคโรลล่า อัลติส ที่ขายภายใต้เงื่อนไขการขาย Fleet
  • รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิพิเศษหรือสอบถามเงื่อนไขได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า

เงื่อนไขการลุ้นรับรางวัล

    • ***ผู้มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลคือผู้ที่ร่วมกิจกรรมและลงทะเบียนถูกต้องตามกติกาที่กำหนด ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่ทดลองขับรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า อัลติสใหม่ จะต้องลงทะเบียนร่วมกิจกรรม MAKE A NEW HIGH ผ่านการสแกน QR code พิมพ์ ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ให้เรียบร้อยเพื่อรับสิทธ์ลุ้นบัตรกำนัลช้อปปิ้ง 10,000 บาท
    • ขอสงวนสิทธิ์ในการร่วมกิจกรรม 1 ท่าน ต่อ 1 สิทธิ์ ในการลุ้นรับรางวัล
    • คณะกรรมการจะทำการพิมพ์ ชื่อ-นามสกุล ของผู้ร่วมรายการทั้งหมดเพื่อจับฉลากรางวัล บัตรกำนัลช้อปปิ้ง ราคา 10,000 บาท จำนวน 100 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท
    • จับรางวัลในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (สนง.กรุงเทพฯ) 87/2 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ทาง www.toyota.co.th
    • ผู้โชดดีสามารถติดต่อยืนยันการรับรางวัลที่ ฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (วันและเวลาทำการ 08.00 – 17.00 น.) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2562 – 15 มกราคม 2563 เท่านั้น มิฉะนั้นถือว่าผู้โชคดีสละสิทธิ์รับของรางวัล (สอบถามรายละเอียดโทร. 02-305-2287) และผู้โชคดีต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล
    • คณะกรรมการจะพิจารณามอบของรางวัลให้กับรายชื่อสำรอง และหากไม่มีผู้รับรางวัลตามที่กำหนดอีกจะมอบรางวัลให้กับองค์กรการกุศลต่อไป
    • รางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือสิ่งของอย่างอื่นได้ และไม่มีการจ่ายเงินเป็นส่วนประกอบ
    • กรณีมีข้อพิพาทเกิดขึ้นให้ถือว่าหลักฐานและคำตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สุด

Toyota-Sienta-Promotion-10-12-2019

New Sienta Chic Clicks คลิกให้ชีวิตสุดชิค

หมายเหตุ

  • อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

ส่วนลดดอกเบี้ย 0.4%

  • สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถเซียนต้า รับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่ม 0.4% ทุกเกรด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-C-HR-Promotion-11-12-2019

Toyota C-HR มากกว่าทุกอย่างที่เคยเชื่อ

(1)
*สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อผ่าน บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
**คำนวนจากลูกค้าที่ใช้โปรแกรม Toyota Privilege More โดยใช้ดอกเบี้ยเช่าซื้อผ่าน บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯกำหนด
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4-5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ C-HR รุ่นHYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น(เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

(2)
***ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring จำนวนจำกัดเพียง 1,000 บาท ชุดเท่านั้น

  • ราคาพิเศษดังกล่าวเป็นราคาที่ รวมค่าทำสีและค่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring  มูลค่า 30,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง(ซ้าย-ขวา) สติกเกอร์ตกแต่งข้างรถ(ซ้าย-ขวา) และสติกเกอร์สัญลักษณ์นูร์เบอร์กริง(ซ้าย-ขวา)
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring  รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อนตามเงื่อนไขของบริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า
  • ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดจำหน่าย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด 311 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Camry-Promotion-11-12-2019

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไข

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด)  และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ เท่านั้น
  • ผ่อนสบายเริ่มต้น 13,888 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น 2.0G ราคา 1,455,000 บาท ดาวน์ 363,750 บาท (ดาวน์ 25%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ยพิเศษ 4.35% ผ่อน 13,888 บาท งวดที่ 1 – 59 และ 509,250 บาท งวดที่ 60 และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ เท่านั้น
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4-5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-11-12-2019

ซื้อไฮลักซ์ รีโว่ วันนี้ ดาวน์ 0.-*

เงื่อนไข

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ Z Edition ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab 2.4J Plus Z Edition ราคา 595,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Z Edition 2.4J Plus ราคา 682,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab Prerunner 2.4J Plus  ราคา 672,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Prerunner 2.4J Plus ราคา 770,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ 4×4  : ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี

  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

เงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม

  • สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถตั้งแต่ 1 พ.ย. 62 – 31 ธ.ค. 62 และเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดไม่ได้
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 10 ธันวาคม 2562

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ*

หรือ

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท**
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ**

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL 2WD

** สำหรับรุ่น V 2WD เท่านั้น

Nissan-Note

Note

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 36 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,799 บาท*, คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.94%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น V CVT 19MY ราคา 609,000 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2V CVT 19MY เท่านั้น

Nissan-March

March 

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ราคาพิเศษ 359,000 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับ 1.2 S MT เท่านั้น

Nissan-Almera

Almera

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Nissan-Leaf

Leaf

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 1.79%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรีเครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 72,000 บาท
  • ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษาและฟรีค่าแรงเช็คระยะ 3 ปี/60,000 กม.
  • ฟรีรับประกันคุณภาพ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร
  • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และ บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)

New-Nissan-X-trail

X-Trail

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 48 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan-Sylphy

Sylphy

MY2018

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 48 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.6V CVT เท่านั้น

New-Nissan-Teana-2018

Teana

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 36 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่านิสสัน – ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษา 5ปี/100,000 กม. พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 25,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์นิสสัน และสมาชิกในครอบครัว เมื่อซื้อรถ New Nissan Teana ทุกรุ่น

เงื่อนไขแคมเปญ

1. แคมเปญพิเศษคือ “ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษา 5 ปี/100,000 กม. พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 25,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์นิสสัน และสมาชิกในครอบครัว เมื่อซื้อรถ New Nissan Teana ทุกรุ่น”

2. สิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้านิสสัน ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน โดยลูกค้าต้องแสดงสำเนาทะเบียนรถนิสสัน ในการรับสิทธิ์
  • สิทธิ์นี้สามารถโอนให้ บิดา-มารดา, ลูก, สามี-ภรรยา, พี่-น้อง และญาติในครอบครัว โดยต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์ประกอบการขออนุมัติ

3. ลูกค้าต้องจองและรับรถ นิสสันเทียน่า ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 เท่านั้น

Nissan-NP300-Navara

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition ใหม่ รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition ใหม่ รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara Double Cab Calibre E 6MT รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2018, 2018.1 และ 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 72 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)
  • บัตรน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018 และ 2019

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ราคาพิเศษ 499,000 บาท*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT 19MY เท่านั้น

Nissan-NV350-Urvan

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

Honda-Promotion-11-12-2019

รับฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562
และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 ข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์เอ็กซ์โป ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

  • เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ตั้งแต่วันที่  1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม  2562  และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562-31 ธันวาคม 2562 ผ่านทางผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
  • รับ Modulo Foldable Bicycle จักรยานพับโมดูโล มูลค่า 7,990 บาท ผ่านผู้จำหน่ายที่ลูกค้ารับรถยนต์
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Honda-Promotion-4-2019

ข้อเสนอสุดพิเศษ Double Smile

  • เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท
พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.39%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี
หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท
พิเศษสุด! ฟรีโต๊ะปิกนิกแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มูลค่า 1,590 บาท
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda City
– ดาวน์น้อย ผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 5,515 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
พิเศษ! รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 8,000 บาท
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนสบาย 4,500 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE**
ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE**
ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

All-new Honda Accord
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท
พิเศษ! ฟรีค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม.  พร้อมรับ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”

All-new Honda Accord Hybrid
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 2.39%* หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท 
รับสิทธิพิเศษ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรีค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กม. 
พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
หรือ รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.39 %* พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาทนาน  12 เดือน
หรือ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาทหรือผ่อนเริ่มต้น 8,000 บาท

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี 
หรือรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 %* พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน
รวมมูลค่า 36,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กม.
เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล รับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่ารวม 12,000 บาท
หรือข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Mazda

Mazda Festive Moment สตาร์ทความสุขก่อนใคร ก้บข้อเสนอ Motor Expo 2019

ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% 6 ปี พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1-27 พ.ย. 62 ที่ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 1.22%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0% 6 ปี
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ดาวน์เริ่มต้น 25,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอสุดพิเศษ 

Mitsubishi-Xpander-Promotion-11-12-2019

โปรแรงแห่งปี สำหรับ Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์)

• ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (1) หรือ เลือกรับแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (1.1) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (1.2)
• รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (2)
• รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)

สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

(1) เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวด (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) หรือ เลือกรับแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย

(1.1) ฟรีค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็คระยะ มูลค่า 26,810 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสมุดรับรถบริการและคู่มือการใช้รถ
(1.2) ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์

(2)  รับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิเอ็กซ์แพนเดอร์ ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันภัยกำหนด เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(3) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4)  รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 7,650 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง ซึ่งกำหนดโดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

Mitsubishi-Triton-Promotion-11-12-2019

โปรแรงแห่งปี สำหรับ Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน)

•   ดอกเบี้ยพิเศษ 0% และประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1) หรือ มิตซูบิชิช่วยออก มูลค่ารวมสูงสุด 88,000 บาท (2)
•   รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)

สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถยนต์มิตซูบิชิไทรทัน ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

(1) เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 0 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวด (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) พร้อมรับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,333 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันกำหนด และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย (2) หรือ เลือกรับมิตซูบิชิช่วยออก มูลค่า 88,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่น D/Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT (รุ่นปี 2019) ซึ่งประกอบไปด้วย ส่วนลดมูลค่า 65,667 บาท และฟรีค่าเบี้ยประกันภัยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,333 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันกำหนด และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(3) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4) รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 8,100 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิไทรทัน อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง ซึ่งกำหนดโดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

Mitsubishi-Pajero-Sport-Promotion-11-12-2019

โปรแรงแห่งปี สำหรับ Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) ใหม่

• รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
• รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (3)
• รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิทัล (HDMI WiFi Dongle) (4)
• ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (5) หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (6) พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี (6.1) และ แพ็กเกจ 5 ปีดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (6.2) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (6.3)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

(1) รับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันภัยกำหนด เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(2) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(3) รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 8,150 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง ซึ่งกำหนดโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4) เฉพาะลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) รุ่น 2WD 2.4D GT-Premium และ 4WD 2.4D GT-Premium ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 รับฟรี อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิทัล (HDMI WiFi Dongle) จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 1,690 บาท ในวันออกรถ ณ ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิที่ท่านออกรถ

(5) เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 0.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 30 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 36 งวดเท่านั้น (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ)

(6) หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวดเท่านั้น (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) สำหรับลูกค้าที่เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 รับเพิ่มทันที

(6.1) ค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 2 ปี มูลค่าสูงสุดปีละ 28,499 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันภัยกำหนด เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกัน

(6.2) ค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็กระยะ มูลค่าสูงสุด 26,376 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ

(6.3) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาทสำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทุกรุ่น

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
รับ SUZUKI AirPods SET**
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับ SUZUKI AirPods SET *
พร้อมเลือกรับข้อเสนอ
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 60,000 บาท*(2)
หรือเลือกผ่อนสบายๆเริ่มต้นเดือนละ 3,399 บาท*(3)
หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0%* (4) หรือเลือกรับดาวน์เริ่มต้น 5%*(5)
ทุกเงื่อนไข ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1),
พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท*(3) หรือ
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1),
พร้อม ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(6)
ประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก บริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Carry ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ Suzuki Ciaz รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 60,000บาท (เฉพาะรุ่น GA/MT รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 55,000 บาท) โดยเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการทั้ง 4 แห่งเท่านั้น
*(3) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 655,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท ดาวน์ 24.6% (เงินดาวน์161,300 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Ciaz GL PLUS ราคา 568,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,399 บาท ดาวน์ 25.9% (เงินดาวน์147,112 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท ดาวน์ 20% (เงินดาวน์ 63,600 บาท) ผ่อน 84 งวด
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz ดอกเบี้ย 0% ที่ดาวน์เริ่มต้น15% ผ่อนสูงสุด 60 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 6,050 บาท คำนวณจากรุ่น Ciaz GA MT ราคา484,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์121,000 บาท) ผ่อน 60 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนสูงสุด84 งวด กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด , ธนาคารทิสโก้ จำกัด(มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(6) บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้ได้เฉพาะกับสถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เท่านั้น จัดส่งโดยผู้จำหน่ายภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์
** หูฟังบลูทูธ Apple AirPods มูลค่า 8,000 บาท ฟรี สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิ Ciaz และ Swift ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

Isuzu-D-Max-Promotion-11-12-2019

ข้อเสนอพิเศษ กับ อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด

เงื่อนไขในการร่วมรายการ

  1. อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2562
  2. ดาวน์ต่ำ 30,250 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  3. ทดสอบขับรถ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ที่โชว์รูมอีซูซุ หรือสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ 19 ต.ค. 2562 – 30 พ.ย. 2562 โดยผู้ที่สนใจมีสิทธิ์ลงทะเบียน กรอกชื่อ-ที่อยู่ ในแบบฟอร์มที่บริษัทฯ จัดเตรียมไว้ และไปทดลองขับ (ทดลองขับ 1 ครั้ง คือ 1 สิทธิ์) เพื่อลุ้นรางวัลรวม 510 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 350,000 บาท ตั้งแต่ 19 ต.ค. 2562 – 30 พ.ย. 2562 จับรางวัลวันในวันที่ 12 ธ.ค. 2562 ณ โชว์รูมอีซูซุคาร์แกลเลอรี่ สาขารังสิต-นครนายก เลขที่ 49 หมู่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ประกาศผลในวันที่ 24 ธ.ค. 2562 ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ และทางบริษัทฯ จะส่งจดหมายลงทะเบียนไปถึงผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้ รายละเอียดของรางวัล : บัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 10,000 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท และบัตรกำนัล Tesco Lotus มูลค่า 500 บาท จำนวน 500 รางวัล รวมมูลค่า 250,000 บาท
    • ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องติดต่อขอรับรางวัลภายใน 30 วัน นับจากวันประกาศผล หากไม่มีผู้มาติดต่อขอรับรางวัล จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ บริษัทฯ จะให้ผู้โชคดีที่สำรองไว้ใช้สิทธิ์แทนต่อไป
    • ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
    • ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัลโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% หรือตามที่กฎหมายกำหนด
    • พนักงานและครอบครัวของพนักงาน บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และบริษัทในกลุ่มอีซูซุ / ผู้จำหน่ายอีซูซุ / บริษัทตัวแทนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง / คณะกรรมการดำเนินงานไม่มีสิทธิ์ร่วมรายการ
    • ผลของการจับรางวัลของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด และสิ้นสุด
  4. ท่านเจ้าของรถอีซูซุรุ่นใดก็ได้ สามารถร่วมรายการได้ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Isuzu-MU-X-Promotion-11-2019

จุดประกายความรู้สึกพิเศษแห่งปี ด้วยดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0% พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ฟรี! 3 ปี

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562
  2. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของอีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  3. ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

Subaru-XV-2019

Subaru XV ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ เอ็กซ์วี ฟรีค่าบำรุงรักษา 10 ปี !!! หรือ 100,000 กม. พร้อมดอกเบี้ย 0%*

Subaru Forester ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี !!! พร้อมดอกเบี้ย 1.85%*

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-11-12-2019

ที่สุด… ของข้อเสนอ Chevrolet

โปรเด็ดแห่งปี ยกนี้จัดหนัก! พบข้อเสนอจัดหนักจากเชฟโรเลต ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 พ.ย. 62 – 31 ธ.ค. 62

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1734

Ford

รับเลย ไม่ต้องลุ้น ฟอร์ดแจกส่วนลด 100,000 บาท

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 ธันวาคม 2562

กิจกรรม ฟอร์ด แฟลช เซลล์ จัดตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น. จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น. โดยจะมอบส่วนลด 100,000 บาท ให้กับผู้ลงทะเบียนผ่าน www.ford.co.th/flashsales2019 จำนวน 300 ท่านแรก

โดยสามารถใช้ส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท สำหรับซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLT, Limited, Wildtrak และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น ยกเว้น ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Standard, XL, XL+, XLS, FX4 และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต เฉพาะที่โชว์รูมที่ร่วมรายการและระบุไว้เมื่อลงทะเบียน โดยต้องออกรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น

MG

New-MG-HS-2019

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun วันนี้ – 31 ธ.ค. นี้

MG3 ราคาเริ่มต้นพิเศษ 469,000 บาท ดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG5 ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG6 ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG GS ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG ZS ราคาเริ่มต้นพิเศษ 641,000 บาท หรือผ่อนเพียง 6,790 บาทต่อเดือน และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG HS ราคาเริ่มต้นพิเศษ 885,000 บาท ดอกเบี้ย 1.89% และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG EXTENDER: พิเศษ! สำหรับรุ่น Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ ฟรีพื้นปูกระบะไลเนอร์แท้ จาก MG

MG V80 พิเศษส่วนลด หรือวงเงินตกแต่งกว่า 65,000 บาท

Hyundai

ผ่อนสบายกับดอกเบี้ย 0% เมื่อซื้อ Hyundai H-1 และ Grand Starex ทุกรุ่น

เงื่อนไขพิเศษ: เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 ทุกรุ่น หรือ Grand Starex ทุกรุ่น

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด หรือ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

(2) ฟรีคูปองค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการ ตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 36 เดือน หรือ 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 38,877 บาท สามารถตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่นี่

(3) ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และสูงสุด 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) เฉพาะ H-1 รุ่น Elite ฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว และระบบกล้องมองหลัง รวมมูลค่า 20,000 บาท (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ความบันเทิงเป็นเงินสดหรือสิ่งอื่นใดทดแทน)

*ราคาเริ่มต้นที่ 1,329,000 บาท สำหรับ H-1 รุ่น Touring

BMW

BMW-Series-3-2019

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Motor Expo ให้คุณเป็นเจ้าของรถ BMW รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม นี้

6 Years Extended Maintenance

  • บริการดูแลบำรุงรักษา (BSI) 6 ปี หรือ 120,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
  • สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถใหม่ แต่ยังหนักใจว่าจะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถยนต์กับ Carro Thailand ง่ายๆ ได้ราคาดี” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “Carro Thailand” ครับผม

Honda-Jazz-2020-Debut-In-Japan

สำหรับ Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากที่สุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักกันไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งทำให้หลายๆ คน อยากตัดสินใจขายรถ Honda Jazz คันเดิม เพื่อจะไปซื้อรถ Honda Jazz รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในไทยปีหน้านี้

(ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีข่าวคราวว่า Honda Jazz โฉมนี้ อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทนซะงั้น ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร)

สำหรับประวัติและรายละเอียดของ Honda Jazz โฉมที่ผ่านๆ มา นั้น มีอะไรบ้าง สามารถดูได้ใน Link นี้ :

สำหรับ Honda Fit ใหม่ มีรูปแบบที่ให้เลือกด้วยกันถึง 5 สไตล์ ได้แก่ …

Honda-Jazz-Fit-Basic

Fit Basic เป็นรุ่นเริ่มต้น ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปให้เป็นพื้นฐาน

Honda-Jazz-Fit-Home

Fit Home เน้นการตกแต่งภายในให้ดูอบอุ่น ด้วยเบาะผ้า พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ และแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุ Prime Smooth แบบรถครอบครัว พร้อมล้อแม็กสุดเท่

Honda-Jazz-Fit-Ness

Fit Ness เน้นสีสันของตัวรถทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมห้องโดยสาร เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกันน้ำ และแผงประตูที่ให้ความอ่อนนุ่ม เจาะกลุ่มวัยรุ่น หรือคนชอบออกกำลังกาย

Honda-Jazz-Fit-Crosstar

Fit Crosstar ตกแต่งตัวรถในสไตล์ลุยๆ หน่อย มีแร็คหลังคา พร้อมชุดซุ้มล้อสีดำรอบคัน เบาะนั่งภายในรถแบบกันน้ำได้

Honda-Jazz-Fit-Luxe

Fit Luxe ภายนอกตกแต่งด้วยโครเมียม ดูคล้ายแพลทินัม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ส่วนภายในเน้นความหรูหรา มาพร้อมกับเบาะหนังแท้

ด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มากกว่าโฉมที่ผ่านมาที่หนักไปในทางสปอร์ต ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ถูกใจนัก เพราะตัวรถดูกลมๆ ป่องๆ แต่ขอบอกว่า คนญี่ปุ่น นิยมรถในแนวๆ นี้มากพอสมควรครับ โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว

Honda-Jazz-Fit-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่่ยขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เป็นครั้งแรก ซึ่งมีฟังก์ชั่นช่วยโทรศัพท์ฉุกเฉินในกรณีประสบอุบัติเหตุ อีกด้วย

Honda-Jazz-Fit-Interior

แม้ว่าในส่วนของการเปิดตัว Honda Fit ในครั้งนี้ Honda แนะนำแค่เครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมระบบมอเตอร์ไฮบริด 2 ตัว แต่ในส่วนของเครื่องยนต์แบบธรรมดานั้น มีแน่นอนครับ เพราะนอกจากในตลาดญี่ปุ่นและตลาดยุโรปแล้ว เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ยังคงจำเป็นต้องมีไว้เพื่อจำหน่ายอยู่

สำหรับ Honda Fit ใหม่นี้ เตรียมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 นี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

แต่ในตอนนี้ ก็ยังมีกระแสข่าวคราวว่า Honda Fit (หรือ Jazz โฉมนี้) อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา! เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทน ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไรครับ ในปีหน้านี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน