Promotion-3-2018-MotorShow

โปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Show 2018 และในเดือนมีนาคม 2561

สวัสดีในเดือนมีนาคม คนรักรถเตรียมพบกับงาน Motor Show 2018 ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งภายในงานมีรถยนต์เปิดตัวใหม่หลายรุ่น อีกทั้งการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ พร้อมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ก็มีให้เลือกซิ้อเลือกหากัน รวมไปถึงโปรโมชั่นเด็ดๆ แคมเปญโดนๆ ที่คนอยากซื้อรถใหม่ไม่ควรพลาด …

แต่อยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

โดยโปรโมชั่นในงาน Motor Show 2018 นั้น เกือบทุกค่ายยังคงใช้โปรโมชั่นต่อเนื่อง กันไปจนถึงวันสุดท้ายของงาน (8 เม.ย. 2561) เลยทีเดียว

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Show 2018 และในเดือนมีนาคม 2561 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Promotion-3-4-2018

โปรโมชั่น Toyota Live More Pay Less เป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า ได้ง่ายๆ

หมายเหตุ

1. ข้อเสนอของรถยนต์ Yaris และ Yaris ATIV

  • ดาวน์เริ่มต้น 8,500 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 15,450 บาท ที่ดาวน์ 5% รุ่น Yaris ATIV 1.2J ECO CVT มูลค่า 479,000 บาท)
  • ผ่อนสบาย 3,500 บาท คำนวณจากโปรแกรมสบายดี รุ่น Yaris ATIV 1.2J ECO CVT ราคา 479,000 บาท ดาวน์ 161,300 บาท (ดาวน์ 33.7%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ย (3.55%) ผ่อน 3,500 บาท งวดที่ 1 – 59 และ 167,650 บาท งวดที่ 60
  • อัตราดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป สำหรับรุ่น Yaris และ Yaris ATIV กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

2. ข้อเสนอของรถยนต์ Vios และ Revo Rocco

  • ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care บริษัท ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย จำกัด โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3

3. ข้อเสนอของรถยนต์ Altis และ Camry

  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care บริษัท ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย จำกัด โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3

4. สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์โตโยต้า

  • เจ้าของรถยนต์โตโยต้าเลือกรับบัตรกำนัลโตโยต้ามูลค่า 10,000 บาท หรือ ส่วนลดดอกเบี้ย 0.40%
  • เจ้าของรถยนต์โตโยต้า หมายถึง ผู้ที่ครอบครองรถยนต์โตโยต้าในปัจจุบัน และต้องทำการแสดงสมุดจดทะเบียนรถยนต์ที่ระบุหมายเลขตัวถัง 17 หลัก และชื่อ-สกุล ตรงกับผู้ที่ใช้สิทธิ์
  • ส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สำหรับผู้ซื้อที่ทำการเช่าซื้อ และผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บ. โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ
  • บัตรกำนัลโตโยต้า สามารถแลกเปลี่ยนเป็นส่วนลดผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือส่วนลด/ของแถมอื่นๆ ตามที่บริษัทฯ กำหนด

5. สิทธิ์ซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง TRD ของรถยนต์ Yaris ATIV

  • ชุดอุปกรณ์แต่ง TRD มูลค่า 16,000 บาท (ไม่รวมค่าแรงติดตั้งและภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ประกอบด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง (ซ้ายและขวา) สปอยเลอร์หลัง สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Yaris ATIV ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 30 เม.ย. 61
  • รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีอาร์ดี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

  • เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
  • เงื่อนไขดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 30 เม.ย. 2561
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าใกล้บ้านท่าน หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 02-386-2000 หรือโทรฟรีต่างจังหวัด เฉพาะหมายเลขที่ใช้รหัสทางไกลที่หมายเลข 1800-238-444 ให้บริการลูกค้า 24 ชม. ทุกวัน บริการข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต www.toyota.co.th

Toyota-C-HR-Promotion-3-2018

C-HR Perfect Deal ครั้งแรก กับข้อเสนอที่สมบูรณ์แบบ

– พิเศษ ดอกเบี้ย 1.89%
– Hybrid Worry Free รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
– Toyots Sure GFV รับประมูลค่ารถในอนาคต
– ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี
– ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี

หมายเหตุ
– ดอกเบี้ย 1.89% นาน 4 ปี เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไปกรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายใน 30 เม.ย. 61
– รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4-5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ C-HR รุ่น Hybrid
– รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กม./ปี หรือไม่เกิน 150,000 กม. ภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com/
– รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
– สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม. หรือภายในระยะเวลา 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของ บ. โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
– รางวัลและข้อเสนอทั้งหมดไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
– ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Nissan

Nissan-Range

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 30 เมษายน 2561

nissan note

Note 

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

บัตรน้ำมัน มูลค่า 12,000 บาท**
**สำหรับรุ่น 1.2VL CVT

“Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,150 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 30% (170,400 บาท), ดอกเบี้ย 3.89% และงวดที่ 61 (227,200 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2V CVT ราคา 568,000 บาท]

NISSAN ALMERA

Almera

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 30% (161,100 บาท),ดอกเบี้ย 2.13% และงวดที่ 61 (177,210 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท]
หรือ
(2) ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 33,701 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท) และ คูปองน้ำมัน มูลค่า 8,000 บาท

Almera Nismo

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 32% (174,720 บาท), ดอกเบี้ย 2.56% และงวดที่ 61 (180,180 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2E NISMO ราคา 546,000บาท]
หรือ
(2) ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 34,601 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E NISMO ราคา 546,000 บาท)

NISSAN X-TRAIL

X-Trail

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
ราคาพิเศษ 1,159,000 บาท**
หรือ
อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* (เงินดาวน์ 30% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
** สำหรับรุ่น 2.0S 2WD CVT

NISSAN NP300 NAVARA

Navara

Single Cab

ราคาพิเศษ 499,000 บาท*
*สำหรับ S/Cab S 6MT

King Cab

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ:*
(1) ดาวน์ต่ำ 9,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 53,501 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น K/Cab 18MY S 6MT ราคา 635,000 บาท)
หรือ
(2) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,500 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 25% (158,750 บาท), ดอกเบี้ย 1.97% และงวดที่ 61 (254,000 บาท), คำนวณจากรุ่น K/Cab 18MY S 6MT ราคา 635,000 บาท]

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Double Cab

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระ24-48 เดือน)
บัตรน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Navara Sportech

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ24-48 เดือน)
บัตรน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท**
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Navara Black Edition

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ24-48 เดือน)
บัตรน้ำมัน มูลค่า 18,000 บาท**
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

NISSAN SYLPHY

Sylphy

MY2018

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0% (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

NISSAN TEANA

Teana

อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
ฟรี สปอยเลอร์หลัง มูลค่ากว่า 19,200 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

NISSAN MARCH

March 

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
“Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,330 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 23% (92,400 บาท), ดอกเบี้ย 1.15% และงวดที่ 61 (147,000 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท]
หรือ
ดาวน์ต่ำสุด 4,999 บาท** (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 37,001 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
** เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ

Honda

Honda-Promotion-2-3-4-2018

ออกรถวันนี้ ลุ้นรับ รถยนต์ฮอนด้าและอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท วันนี้ – 10 เม.ย. 2561

ในการลุ้นรางวัล ผู้ร่วมรายการจะได้รับสิทธิ์การลุ้นรางวัลต่อการซื้อรถยนต์ฮอนด้า 1 คัน ดังนี้ บริโอ้ / บริโอ้ อเมซ รับ 1 สิทธิ์ ซิติ้ / แจ๊ซ / โมบิลิโอ / บีอาร์-วี รับ 2 สิทธิ์ ซีวิค / เอซอาร์-วี รับ 3 สิทธิ์ ซีอาร์-วี / แอคคอร์ด รับ 4 สิทธิ์ แอคคอร์ด ไฮบริด รับ 5 สิทธิ์

Honda-Promotion-2-3-4-2018

เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายๆ กับฮอนด้าช่วยผ่อนสูงสุด 10,000 บาท และบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 3,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ หรือฟรีประกันภัย ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 10 เม.ย. 2561 เท่านั้น

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ผ่อนวันละไม่เกิน 285 บาท
– พร้อมฟรีประกัน 1 ปี
– ฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน

Honda City
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือฟรีประกันภัย 1 ปี
– ฮอนด้า ช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
– หรือประกันภัย 1 ปี
– ฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือผ่อนเริ่มเดือนละ 9,186 บาท

Honda Accord
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.19% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี
– ดาวน์ 0% ดอกเบี้ย 2.69% ผ่อน 48 เดือน สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มอาชีพพิเศษ
– ฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 5,000 บาท นาน 12 เดือน

Honda Accord Hybrid
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.19% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี
– ดาวน์ 0% ดอกเบี้ย 2.69% ผ่อน 48 เดือน สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มอาชีพพิเศษ

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อน 1,000 บาท นาน 12 เดือน
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี (Super Pack)

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน
– ดาวน์ 0% ฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน

Honda CR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน
– ฮอนด้าสไมล์เพย์เริ่มต้นเดือนละ 13,611 บาท

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ย 1.99%
– หรือฟรีประกันภัย 1 ปี
– ฮอนด้า ช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท

Mazda

Mazda2-MY2018

โปรโมชั่น Mazda

ซีซั่นแห่งความโชคดี สุขกับทุกข้อเสนอ วันนี้ – 31 มี.ค. 2561 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

Mazda2

ดอกเบี้ย 2.15% ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และ Mazda Care Program 3 ปี

(เฉพาะมาสด้า2 รุ่นปี 2017 เท่านั้น)

Mazda3

ดอกเบี้ย 0.33% ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (ยกเว้น รุ่น 2.0E และ 2.0E Sports ราคา 847,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0.66% (ยกเว้น รุ่น 2.0E ราคา 835,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ผ่อนเริ่มต้น 5,900 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

Mitsubishi-Promotion-1-2018

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับมิตซูบิชิทุกรุ่น ด้วยแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ซื้อรุ่นไหน ก็ดูแลดีถึงใจ

ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี [1]
ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี [2]
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี [3]
พร้อมรับประกันคุณภาพ และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี [4]

เงื่อนไข: *สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น Triton S/Cab 4WD 2.5D HP GL 5AT (SWB)) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2561

[1] ฟรีค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็คระยะ มูลค่าสูงสุด 23,442 บาท สำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 23,703 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 18,464 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ รุ่นมิราจ ตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบริการที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[2] บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 5 ปี ตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบริการที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[3] เบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท สำหรับรุ่นปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 21,864 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 16,223 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ มูลค่าสูงสุด 15,746 บาท สำหรับรุ่นมิราจ ตามเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[4] การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ และรายการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่า 8,150 บาท สำหรับรุ่นปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 8,100 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 7,650 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ รุ่นมิราจ อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็คระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็คระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

[5] สามารถตรวจสอบรายละเอียดการให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th/

Suzuki

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก
บริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด
ระยะเวลา 3 ปี สำหรับลูกค้า All New Suzuki SWIFT ทุกรุ่น
รับส่วนลดมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท** (1)
พิเศษ รับบัตรชมภาพยนต์ 2 ที่นั่ง
เมื่อทดลองขับ All New Suzuki SWIFT****

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน* (รุ่น GA/MT ไม่ร่วมรายการ)
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Carry ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 30,000 บาท*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**

หมายเหตุ
*ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ
คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
**เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นเงินสดหรือเช่าซื้อกับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
(1) ส่วนลดมูลค่า 20,000 บาท ใช้สำหรับอุปกรณ์ตกแต่ง เป็นรายการส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้า Suzuki Swift ทุกรุ่น เมื่อซื้อ All New Suzuki Swift โดยนำรถยนต์เก่ามาแลกซื้อคันใหม่ (สำหรับรถยนต์รุ่นอื่นๆ รับส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท)
***เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
****รับบัตรชมภาพยนตร์ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่า 400 บาท เฉพาะโรงภาพยนตร์ที่ร่วมรายการ / ทดลองขับ 1
ครั้งถือเป็น 1 สิทธิ์ / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัลและเงื่อนไข โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า (บัตรชมภาพยนตร์มีจำนวนจำกัด)

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Subaru

Subaru-Forester-Promotion-3-4-2018

โปรโมชั่น Subaru Forester ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน ฟรีประกันชั้นหนึ่ง วันนี้ – 30 เม.ย. 2561

Subaru-Levorg-Promotion-3-4-2018

Subaru Levorg ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน ฟรีประกันชั้นหนึ่ง วันนี้ – 30 เม.ย. 2561

Isuzu

Isuzu-D-Max-Promotion-3-4-2018

โปรโมชั่น Isuzu ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ซื้อง่ายได้ใจ รับลมร้อน ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59%

(*) เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน มีนาคม-เมายน 2561 / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัลโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ
(**) ทดสอบขับรถ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2561 / จับรางวัล 2 ครั้ง ณ โชว์รูมอีซูซุคาร์แกลเลอรี่ สาขารังสิต-นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จับรางวัลในวันที่ 10 เมษายน 2561 และ 9 พฤษภาคม 2561 เวลา 11.00 น. ประกาศผลในวันที่ 24 เมษายน 2561 และ 18 พฤษภาคม 2561 ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ / รางวัลบัตรกำนัลนี้ใช้สำหรับเป็นส่วนลดในการซื้อรถ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ คันใหม่เท่านั้น / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Promotion-3-4-2018

ใหม่ อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L 2 ประตู ซื้อง่าย…เงื่อนไขเดียวกับมอเตอร์โชว์ 2018

(1) เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน และบริษัทประกันภัย ที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / ผ่อนเริ่มต้น 7,650 บาท ต่อเดือน คำนวณจากไฮแลนเดอร์ L 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา โดยคำนวณค่างวดต่อเดือนกรณีดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม-เมษายน 2561

(2) ไม่ต้องมีคนค้ำประกันในกรณีดาวน์ 25% ขึ้นไป / เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(3) พร้อมประกันภัยชั้น 1 มูลค่า 17,000-25,000 บาท / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ / ของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561

Isuzu-D-Max-X-Series-Promotion-3-4-2018

ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรงสุดขีด เต็มสปีดพันธุ์เอ็กซ์

(1) ผ่อนเริ่มต้น 8,974 บาท ต่อเดือน คำนวณจากรุ่นเอ็กซ์-ซีรี่ส์ สปีด แค็บโฟร์ 1,900 ซีซี สีขาวไซบีเรียน

(2) ผ่อนเริ่มต้น 7,965 บาท ต่อเดือน คำนวณจากรุ่นเอ็กซ์-ซีรี่ส์ สปีด สเปซแค็บ 1,900 ซีซี สีขาวไซบีเรียน / คำนวณค่างวดต่อเดือน สำหรับกรณีดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน/ อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม – เมษายน 2561

(3) ไม่ต้องมีคนค้ำประกันในกรณีดาวน์ 25% ขึ้นไป / เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561

Isuzu-D-Max-V-Cross-Promotion-3-4-2018

ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส แมคซ์ 4×4 ลุยเต็มพิกัด ดอกเบี้ยพิเศษ 1.30%

(*) เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน (บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด) ที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / สำหรับผู้ที่ซื้อรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่น /อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน มีนาคม – เมษายน 2561 / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ / ของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561

Isuzu-MU-X-Promotion-3-4-2018

อย่าช้า…กับเอกสิทธิ์พิเศษรับซัมเมอร์นี้! เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์สุดพิเศษดอกเบี้ย 0.99% และเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ

ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561

– อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อซื้อรถ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์
– เงื่อนไขไฟแนนซ์เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด อ้างอิงดอกเบี้ยเดือน มีนาคม – เมษายน 2561

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-3-4-2018

โปรโมชั่น Chevrolet Hot Deal! ข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์

ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนน้อย พร้อมฟรี ประกันภัย ชั้น 1 ตั้งแต่ 1 มี.ค. 61 – 8 เม.ย. 2561 ที่งานมอเตอร์โชว์ และโชว์รูมเชฟโรเลตทั่วประเทศ

Chevrolet Trailblazer
– ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนน้อย เริ่มต้นเพียง 9,999 บาท
– ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง
– ซื้อชุดแต่ง Perfect Edition ราคาพิเศษ เพียง 19,999 บาท

Chevrolet High Country Storm
– ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนน้อย เริ่มต้นเพียง 9,099 บาท
– ฟรีประกันภัยชั้น 1

Chevrolet Colorado X-Cab LTZ Z71
– ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนน้อย เริ่มต้นเพียง 4,999 บาท
– ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง

Chevrolet Colorado C-Cab 
– ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนน้อย เริ่มต้นเพียง 5,799 บาท
– ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง

Ford

Ford-Promotion-3-4-2018

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด ถึง 8 เม.ย. 2561

Hyundai

Hyundai-Promotion-2-3-4-2018

โปรโมชั่น Hyundai Big Thanks : ฉลอง 10 ปี ฮุนได เสกความสุขชุดใหญ่ แค่ซื้อรถฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2561- 30 เมษายน 2561

รางวัลที่ 1 ทองคำแท่ง หนัก 10 บาท มูลค่ารางวัลละ 206,200 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 2,062,000 บาท (อ้างอิงจากราคาทอง ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560)
รางวัลที่ 2 แพคเกจทัวร์ประเทศเกาหลีใต้ 5 วัน 3 คืน สำหรับ 2 ท่าน มูลค่ารางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 500,000 บาท
รางวัลที่ 3 โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 8 รุ่น 64GB มูลค่ารางวัลละ 33,900 บาท จำนวน 15 รางวัล รวมมูลค่า 508,500 บาท

ทั้งหมด จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,070,500 บาท

MG

MG3

โปรโมชั่น MG

MG3 ผ่อนเริ่มต้น 5,202 บาท/เดือน ฟรีชุดแต่งรอบคัน และกล้องมองหลัง วันนี้ – 8 เม.ย.นี้

Promotion-Feb-2018

ติดตามโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 กับ CARRO Blog ได้ที่นี่

สวัสดีในเดือนแห่งความรักเช่นนี้ ค่ายรถยนต์หลายค่าย ต่างเตรียมตัวเปิดตัวรถยนต์ใหม่ เพื่อดึงดูดเงินในกระเป๋าคุณกันเป็นแถว เริ่มต้นกันในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ Ford เปิดตัวรถกระบะ Ranger Raptor ใหม่ ส่วนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค่าย Suzuki เปิดตัว Swift ใหม่ และในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ Mercedes-Benz เตรียมเปิดตัว Mercedes-AMG C43 4-Matic Coupe เวอร์ชั่นประกอบในประเทศ

ทาง CARRO ก็ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นเด็ดๆ แคมเปญโดนๆ สำหรับคนอยากที่ซื้อรถใหม่ เฉกเช่นทุกเดือนครับ

ถ้าคุณอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Yaris-ATIV-Promotion-1-2018

เติมเต็ม Lifestyle ที่ใช่คุณแบบง่ายๆ

Yaris และ ATIV ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,399 บาท/เดือน ด้วยโปรแกรมสบายดี จาก โตโยต้า ลีสซิ่ง

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-2-2018

ใหม่! ไฮลักซ์ รีโว่ ตัวตน ของคนจริง

ซื้อวันนี้ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Exclusive Toyota Care มูลค่าสูงสุด 28,500 บาท วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2561

Nissan

Nissan-Range

ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 28 กุมพาพันธ์ 2561

Note 

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

“Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,150 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 30% (170,400 บาท), ดอกเบี้ย 3.89% และงวดที่ 61 (227,200 บาท),คำนวณจากรุ่น 1.2V CVT ราคา 568,000 บาท]

Almera

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 30% (161,100 บาท),ดอกเบี้ย 2.13% และงวดที่ 61 (177,210 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท]
หรือ
(2) ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 33,701 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท) และ คูปองน้ำมัน มูลค่า 8,000 บาท

Almera Nismo

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 32% (174,720 บาท), ดอกเบี้ย 2.56% และงวดที่ 61 (180,180 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2E NISMO ราคา 546,000บาท]
หรือ
(2) ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 34,601 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E NISMO ราคา 546,000 บาท)

X-Trail

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
ราคาพิเศษ 1,159,000 บาท**
หรือ
อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* (เงินดาวน์ 30% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
** สำหรับรุ่น 2.0S 2WD CVT

Navara

Single Cab

ราคาพิเศษ 499,000 บาท*
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
* สำหรับ S/Cab S 6MT

King Cab

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ:*
(1) ดาวน์ต่ำ 9,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 53,501 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น K/Cab 18MY S 6MT ราคา 635,000 บาท)
หรือ
(2) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,500 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 25% (158,750 บาท), ดอกเบี้ย 1.97% และงวดที่ 61 (254,000 บาท), คำนวณจากรุ่น K/Cab 18MY S 6MT ราคา 635,000 บาท]

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Double Cab

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Navara Sportech / Black Edition

บัตรกำนัล มูลค่า 10,000 บาท*
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade-in bonus) 10,000 บาท

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Sylphy

MY2018

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0% (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Teana

อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

March 

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
“Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,330 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 23% (92,400 บาท), ดอกเบี้ย 1.15% และงวดที่ 61 (147,000 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท]
หรือ
ดาวน์ต่ำสุด 4,999 บาท** (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 37,001 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
** เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ

Honda

Honda-Promotion-2-3-4-2018

ออกรถวันนี้ ลุ้นรับ รถยนต์ฮอนด้าและอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท วันนี้ – 10 เม.ย. 2561

ในการลุ้นรางวัล ผู้ร่วมรายการจะได้รับสิทธิ์การลุ้นรางวัลต่อการซื้อรถยนต์ฮอนด้า 1 คัน ดังนี้ บริโอ้ / บริโอ้ อเมซ รับ 1 สิทธิ์ ซิติ้ / แจ๊ซ / โมบิลิโอ / บีอาร์-วี รับ 2 สิทธิ์ ซีวิค / เอซอาร์-วี รับ 3 สิทธิ์ ซีอาร์-วี / แอคคอร์ด รับ 4 สิทธิ์ แอคคอร์ด ไฮบริด รับ 5 สิทธิ์

Honda-Promotion-2-3-4-2018

เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายๆ กับฮอนด้าช่วยผ่อนสูงสุด 10,000 บาท และบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 3,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ หรือฟรีประกันภัย ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 10 เม.ย. 2561 เท่านั้น

Mazda

Mazda-Promotion-2-2018

Mazda Promotion 

ซีซั่นแห่งความโชคดี สุขกับทุกข้อเสนอ จองรถ รับลำโพงพลูทูธ JBL GO+ รุ่นใหม่ล่าสุด 10-18 ก.พ. 2561 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

Mazda2

ดอกเบี้ย 1.69% ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (ยกเว้น รุ่น 1.3 Standard และ 1.3 Sports Standard ราคา 530,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และ Mazda Care Program 3 ปี

(เฉพาะมาสด้า2 รุ่นปี 2017 เท่านั้น)

Mazda3

ดอกเบี้ย 0.33% ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (ยกเว้น รุ่น 2.0E และ 2.0E Sports ราคา 847,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0.66% (ยกเว้น รุ่น 2.0E ราคา 835,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ดาวน์เริ่มต้น 35,000 บาท (เฉพาะรุ่น FSC 2.2S ราคา 630,000 บาท ตามโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และ Mazda Care Program 5 ปี

Mitsubishi

Mitsubishi-Promotion-1-2018

ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับมิตซูบิชิทุกรุ่น ด้วยแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ซื้อรุ่นไหน ก็ดูแลดีถึงใจ

ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี [1]
ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี [2]
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี [3]
พร้อมรับประกันคุณภาพ และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี [4]

เงื่อนไข: *สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น Triton S/Cab 4WD 2.5D HP GL 5AT (SWB)) ตั้งแต่วันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2561

[1] ฟรีค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็คระยะ มูลค่าสูงสุด 23,442 บาท สำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 23,703 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 18,464 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ รุ่นมิราจ ตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบริการที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[2] บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 5 ปี ตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบริการที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[3] เบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท สำหรับรุ่นปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 21,864 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 16,223 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ มูลค่าสูงสุด 15,746 บาท สำหรับรุ่นมิราจ ตามเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[4] การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ และรายการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่า 8,150 บาท สำหรับรุ่นปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 8,100 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 7,650 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ รุ่นมิราจ อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็คระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็คระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

[5] สามารถตรวจสอบรายละเอียดการให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th/

Suzuki

Suzuki-Ciaz

โปรร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
(รุ่น GA/MT ไม่ร่วมรายการ) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Carry ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 30,000 บาท*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**

หมายเหตุ
*เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นเงินสด หรือเช่าซื้อกับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
**ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
***บัตรน้ำมันจะถูกจัดส่งภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์ซูซูกิ สามารถติดต่อสอบถามการรับบัตรน้ำมันได้ที่ โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิที่ท่านทำการออกรถ
****เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Subaru

Subaru-Forester-Promotion-2-2018

Subaru Forester ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน ฟรีประกันชั้นหนึ่ง 3 ปี เฉพาะรุ่น 2.0i คันที่กำหนดเท่านั้น หรือรถเก่าแลกใหม่รับส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท

Isuzu

Isuzu-D-Max-Promotion-2-2018

เชิญสัมผัสและทดลองขับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ขีดสุด แห่ง นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59% หรือ รับบัตรกำนัลอีซูซุ มูลค่า 10,000 บาท

ตั้งแต่ 1 ก.พ. – 28 ก.พ. 2561

Isuzu-D-Max-V-Cross-Promotion-2-2018

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4X4 บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ 1.30%

ตั้งแต่ 1 ก.พ. – 28 ก.พ. 2561

Testdrive-Isuzu-D-Max-1-2-2018

เชิญสัมผัสและทดลองขับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์

เงื่อนไขในการร่วมรายการ
1. ทดสอบขับรถ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ที่โชว์รูมอีซูซุหรือสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 28 ก.พ. 2561 โดยผู้ที่สนใจมีสิทธิ์ลงทะเบียนกรอกชื่อ-ที่อยู่ในแบบฟอร์มที่บริษัทฯจัดเตรียมไว้เพื่อลุ้นรางวัล รางวัลรวม 60 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000,000 บาท
2. จับรางวัล 2 ครั้ง ณ โชว์รูมอีซูซุคาร์แกลเลอรี่ สาขารังสิต-นครนายก เลขที่ 49 หมู่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จับรางวัลในวันที่ 8 ก.พ. 2561 และ 7 มี.ค. 2561 เวลา 11.00 น. ประกาศผลในวันที่ 19 ก.พ. 2561 และ 19 มี.ค. 2561 ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ และทางบริษัทฯ จะส่งจดหมายลงทะเบียนไปถึงผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้
3. รายละเอียดรางวัลสำหรับทั้ง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ตั้งแต่ 4-31 ม.ค. 2561 บัตรกำนัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท ครั้งที่ 2 ตั้งแต่ 1-28 ก.พ. 2561 บัตรกำนัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท
4. รางวัลบัตรกำนัลนี้ใช้สำหรับเป็นส่วนลดในการซื้อรถ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ คันใหม่เท่านั้น
5. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องออกรถระหว่างวันที่ 4 ม.ค. 2561-31 พ.ค. 2561 เท่านั้น หากไม่ใช้สิทธิ์ในการซื้อรถถือว่าสละสิทธิ์ บริษัทฯ จะให้ผู้โชคดีที่สำรองไว้ใช้สิทธิ์แทนต่อไป
6. ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
7. ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
8. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัลโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
9. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% หรือตามที่กฎหมายกำหนด
10. พนักงานและครอบครัวของพนักงาน บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และบริษัทในกลุ่มอีซูซุ/ ผู้จำหน่ายอีซูซุ/ บริษัทตัวแทนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง / คณะกรรมการดำเนินงานไม่มีสิทธิ์ร่วมรายการ
11. ผลของการจับรางวัลของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด และสิ้นสุด

Isuzu-MU-X-1-2-2018

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือ รับบัตรกำนัลอีซูซุ มูลค่า 10,000 บาท

ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 28 ก.พ. 2561

– อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อซื้อรถ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์
– เงื่อนไขไฟแนนซ์เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด อ้างอิงดอกเบี้ยเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2561

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-1-2-2018

ห้ามพลาด ข้อเสนอสุดพิเศษ ก้าวสู่ปีทองแห่งความสำเร็จ เชฟโรเลตให้คุณผ่อนน้อย นาน 12 เดือน ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ 1 ม.ค. 2561 – 28 ก.พ. 2561

Ford

Ford-Promotion-2-2018

ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด ถึง 28 ก.พ. 2561

Hyundai

Hyundai-Promotion-2-3-4-2018

Hyundai Big Thanks : ฉลอง 10 ปี ฮุนได เสกความสุขชุดใหญ่ แค่ซื้อรถฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2561- 30 เมษายน 2561

รางวัลที่ 1 ทองคำแท่ง หนัก 10 บาท มูลค่ารางวัลละ 206,200 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 2,062,000 บาท (อ้างอิงจากราคาทอง ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560)
รางวัลที่ 2 แพคเกจทัวร์ประเทศเกาหลีใต้ 5 วัน 3 คืน สำหรับ 2 ท่าน มูลค่ารางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 500,000 บาท
รางวัลที่ 3 โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 8 รุ่น 64GB มูลค่ารางวัลละ 33,900 บาท จำนวน 15 รางวัล รวมมูลค่า 508,500 บาท

ทั้งหมด จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,070,500 บาท

MG

MG3

MG3 ผ่อนเริ่มต้น 5,202 บาท/เดือน ฟรีชุดแต่งรอบคัน และกล้องมองหลัง วันนี้ – 28 ก.พ.นี้

Promotion-มกราคม-2561

ติดตามโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนมกราคม 2561 กับ CARRO Blog ได้ที่นี่

สวัสดีปีใหม่ 2561 หลายท่านได้ไปฉลองปีใหม่ เที่ยวพักผ่อน ทั้งในประเทศไทย หรือไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ สนุกสนามรื่นเริงกันเต็มที่ ก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ทำงานกันต่อ ทาง CARRO ก็ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นเด็ดๆ แคมเปญโดนๆ สำหรับคนอยากที่ซื้อรถใหม่ เฉกเช่นทุกเดือนครับ

ถ้าคุณอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

ในเดือนมกราคม เตรียมพบกับ Subaru XV ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง …

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนมกราคม 2561 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Yaris-ATIV-Promotion-1-2018

เติมเต็ม Lifestyle ที่ใช่คุณแบบง่ายๆ

Yaris และ ATIV ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,399 บาท/เดือน ด้วยโปรแกรมสบายดี จาก โตโยต้า ลีสซิ่ง

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-1-2018

ใหม่! ไฮลักซ์ รีโว่ ตัวตน ของคนจริง

ซื้อวันนี้ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Exclusive Toyota Care มูลค่าสูงสุด 28,500 บาท วันนี้ – 31 มกราคม 2561

Nissan

Nissan-Range

ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 มกราคม 2561

Note 

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

“Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,150 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 30% (170,400 บาท), ดอกเบี้ย 3.89% และงวดที่ 61 (227,200 บาท),คำนวณจากรุ่น 1.2V CVT ราคา 568,000 บาท]

Almera

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 30% (161,100 บาท),ดอกเบี้ย 2.13% และงวดที่ 61 (177,210 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท]
หรือ
(2) ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 33,701 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท) และ คูปองน้ำมัน มูลค่า 8,000 บาท

Almera Nismo

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
(1) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,990 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 32% (174,720 บาท), ดอกเบี้ย 2.56% และงวดที่ 61 (180,180 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2E NISMO ราคา 546,000บาท]
หรือ
(2) ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 34,601 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 E NISMO ราคา 546,000 บาท)

X-Trail

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
ราคาพิเศษ 1,159,000 บาท**
หรือ
อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* (เงินดาวน์ 30% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
** สำหรับรุ่น 2.0S 2WD CVT

Navara

Single Cab

ราคาพิเศษ 499,000 บาท*
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
* สำหรับ S/Cab S 6MT

King Cab

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ:*
(1) ดาวน์ต่ำ 9,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 53,501 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น K/Cab 18MY S 6MT ราคา 635,000 บาท)
หรือ
(2) “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,500 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 25% (158,750 บาท), ดอกเบี้ย 1.97% และงวดที่ 61 (254,000 บาท), คำนวณจากรุ่น K/Cab 18MY S 6MT ราคา 635,000 บาท]

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Double Cab

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Navara Sportech / Black Edition

บัตรกำนัล มูลค่า 10,000 บาท*
อัตราดอกเบี้ย 0* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade-in bonus) 10,000 บาท

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Sylphy

MY2018

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
อัตราดอกเบี้ย 0% (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Teana

อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-48 เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

March 

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*:
“Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,330 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), เงินดาวน์ 23% (92,400 บาท), ดอกเบี้ย 1.15% และงวดที่ 61 (147,000 บาท), คำนวณจากรุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท]
หรือ
ดาวน์ต่ำสุด 4,999 บาท** (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 37,001 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
** เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ

Honda

Honda-Promotion-1-2018

เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายๆ กับฮอนด้าช่วยผ่อน พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ หรือฟรีประกันภัย ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2561 เท่านั้น

Mazda

Mazda2

Mazda Promotion วันนี้ – 31 ม.ค. นี้ ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

Mazda2

ดอกเบี้ย 1.69% ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (ยกเว้น รุ่น 1.3 Standard และ 1.3 Sports Standard ราคา 530,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และ Mazda Care Program 3 ปี

(เฉพาะมาสด้า2 รุ่นปี 2017 เท่านั้น)

Mazda3

ดอกเบี้ย 1.33% ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (ยกเว้น รุ่น 2.0E และ 2.0E Sports ราคา 847,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0.66% (ยกเว้น รุ่น 2.0E ราคา 835,000 บาท)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ดาวน์เริ่มต้น 35,000 บาท (เฉพาะรุ่น FSC 2.2S ราคา 630,000 บาท ตามโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
และ Mazda Care Program 5 ปี

Mitsubishi

Mitsubishi-Promotion-1-2018

ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับมิตซูบิชิทุกรุ่น ด้วยแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ซื้อรุ่นไหน ก็ดูแลดีถึงใจ

ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี [1]
ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี [2]
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี [3]
พร้อมรับประกันคุณภาพ และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี [4]

เงื่อนไข: *สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น Triton S/Cab 4WD 2.5D HP GL 5AT (SWB)) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2561

[1] ฟรีค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็คระยะ มูลค่าสูงสุด 23,442 บาท สำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 23,703 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 18,464 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ รุ่นมิราจ ตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบริการที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[2] บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 5 ปี ตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของการบริการที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[3] เบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท สำหรับรุ่นปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 21,864 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 16,223 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ มูลค่าสูงสุด 15,746 บาท สำหรับรุ่นมิราจ ตามเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

[4] การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ และรายการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่า 8,150 บาท สำหรับรุ่นปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 8,100 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 7,650 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ และ รุ่นมิราจ อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็คระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็คระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

[5] สามารถตรวจสอบรายละเอียดการให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th/

Suzuki

Suzuki-Ciaz

โปรร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
(รุ่น GA/MT ไม่ร่วมรายการ) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Carry ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 30,000 บาท*,
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง**

หมายเหตุ
*เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นเงินสด หรือเช่าซื้อกับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
**ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
***บัตรน้ำมันจะถูกจัดส่งภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์ซูซูกิ สามารถติดต่อสอบถามการรับบัตรน้ำมันได้ที่ โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิที่ท่านทำการออกรถ
****เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Subaru

Subaru-Promotion-11-2017

Subaru Forester ประกันชั้นหนึ่งฟรี! 3 ปี เฉพาะรุ่น 2.0i คันที่กำหนดเท่านั้น

Isuzu

Promotion-Isuzu-D-Max-1-2018

เชิญสัมผัสและทดลองขับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ขีดสุด แห่ง นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ 1.59% หรือ รับบัตรกำนัลอีซูซุ มูลค่า 10,000 บาท

ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 31 ม.ค. 2561

Isuzu-D-Max-V-Cross-1-2018

 

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4X4 บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ 1.30%

ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 31 ม.ค. 2561

Testdrive-Isuzu-D-Max-1-2-2018

เชิญสัมผัสและทดลองขับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์

เงื่อนไขในการร่วมรายการ
1. ทดสอบขับรถ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ที่โชว์รูมอีซูซุหรือสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 28 ก.พ. 2561 โดยผู้ที่สนใจมีสิทธิ์ลงทะเบียนกรอกชื่อ-ที่อยู่ในแบบฟอร์มที่บริษัทฯจัดเตรียมไว้เพื่อลุ้นรางวัล รางวัลรวม 60 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000,000 บาท
2. จับรางวัล 2 ครั้ง ณ โชว์รูมอีซูซุคาร์แกลเลอรี่ สาขารังสิต-นครนายก เลขที่ 49 หมู่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จับรางวัลในวันที่ 8 ก.พ. 2561 และ 7 มี.ค. 2561 เวลา 11.00 น. ประกาศผลในวันที่ 19 ก.พ. 2561 และ 19 มี.ค. 2561 ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ และทางบริษัทฯ จะส่งจดหมายลงทะเบียนไปถึงผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้
3. รายละเอียดรางวัลสำหรับทั้ง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ตั้งแต่ 4-31 ม.ค. 2561 บัตรกำนัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท ครั้งที่ 2 ตั้งแต่ 1-28 ก.พ. 2561 บัตรกำนัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท
4. รางวัลบัตรกำนัลนี้ใช้สำหรับเป็นส่วนลดในการซื้อรถ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ คันใหม่เท่านั้น
5. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องออกรถระหว่างวันที่ 4 ม.ค. 2561-31 พ.ค. 2561 เท่านั้น หากไม่ใช้สิทธิ์ในการซื้อรถถือว่าสละสิทธิ์ บริษัทฯ จะให้ผู้โชคดีที่สำรองไว้ใช้สิทธิ์แทนต่อไป
6. ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
7. ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
8. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัลโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
9. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% หรือตามที่กฎหมายกำหนด
10. พนักงานและครอบครัวของพนักงาน บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และบริษัทในกลุ่มอีซูซุ/ ผู้จำหน่ายอีซูซุ/ บริษัทตัวแทนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง / คณะกรรมการดำเนินงานไม่มีสิทธิ์ร่วมรายการ
11. ผลของการจับรางวัลของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด และสิ้นสุด

Isuzu-MU-X-1-2-2018

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือ รับบัตรกำนัลอีซูซุ มูลค่า 10,000 บาท

ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 28 ก.พ. 2561

– อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อซื้อรถ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์
– เงื่อนไขไฟแนนซ์เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด อ้างอิงดอกเบี้ยเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2561

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-1-2-2018

ห้ามพลาด ข้อเสนอสุดพิเศษ ก้าวสู่ปีทองแห่งความสำเร็จ เชฟโรเลตให้คุณผ่อนน้อย นาน 12 เดือน ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ 1 ม.ค. 2561 – 28 ก.พ. 2561

Ford

Ford-Promotion-1-2018

ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด 26-28 ม.ค. 2561

Daihatsu-Hijet-Atrai-Wagon

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu-Atrai-Wagon

“Daihatsu Hijet Cargo” (ไดฮัทสุ ไฮเจ็ท คาร์โก้) และ “Daihatsu Atrai Wagon” (ไดฮัทสุ อาไตรย์ แวกอน) ถึงเวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ใหญ่ ขวัญใจคนรักรถตู้เล็ก โดยเปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่ญี่ปุ่น รวมไปถึงคู่แฝดอย่าง Toyota Pixis Van ก็ปรับโฉมตามไปด้วยเช่นกัน

Daihatsu-Hijet-Cargo

สำหรับ “Daihatsu Hijet Cargo” (S321/S331) เจเนอเรชั่นที่ 10 นี้ แม้ว่าจะผลิตขายกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2004 แล้ว ถึงเวลาพลิกโฉมครั้งใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น และ “Daihatsu Atrai Wagon” (S321G/S331G) เจเนอเรชั่นที่ 5 ก็พร้อมเปลี่ยนโฉมไปด้วยพร้อมกัน

Daihatsu-Hijet-Cargo

ภายนอกของรุ่น Hijet Cargo

Daihatsu-Atrai-Wagon

ภายนอกของรุ่น Atrai Wagon

Daihatsu-Hijet-Cargo

ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมบุคลิกหน้าตาที่ดูคล้ายกับหุ่นยนต์ ชุดไฟหน้าพร้อมไฟแบบ LED คู่ไปกันชุดกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่เป็น 3 ส่วน เพื่อสะดวกในการเปลี่ยนเวลาชนถูกเฉพาะจุด และไฟตัดหมอกขนาดเล็กติดตั้งด้านล่าง พร้อมชุดไฟท้ายปรับรูปแบบใหม่เล็กน้อย

Daihatsu-Hijet-Cargo

Daihatsu-Hijet-Cargo

ภายในของรุ่น Hijet Cargo

Daihatsu-Atrai-Wagon

Daihatsu-Atrai-Wagon

ภายในของรุ่น Atrai Wagon

ห้องโดยสารภายใน ปรับปรุงแผงคอนโซลหน้าให้ดูเหลี่ยมขึ้น ปรับปรุงจุดเก็บของต่างๆ ให้ดูอเนกประสงค์และสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ในรุ่น Hijet Cargo เน้นการใช้งานเป็นหลัก ส่วนในรุ่น Atrai มาพร้อมความหรูหราเต็มที่ เพิ่มระบบแอร์ดิจิตอล หน้าปัดแสดงผลแบบแพรวพราว

Daihatsu-Hijet-Cargo Daihatsu-Hijet-Cargo

ในส่วนของระบบความปลอดภัย ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ ไดฮัทสุ ได้เพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Smart Assist III เข้ามาใน Hijet Cargo และใน Atrai Wagon ประกอบไปด้วย ระบบ Autonomous Emergency Braking หยุดรถอัตโนมัติในกรณีที่อาจเกิดการชน ทำงานร่วมกับระบบ Pedestrian Detection ตรวจจับคนเดินถนนโดยอาศัยกล้องหน้าแบบ 3 มิติหรือ Stereo Camera เข้ามาช่วย, ระบบ Lane Departure Warning เตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, ระบบ False Start Suppression Control ป้องกันการเข้าเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง ผิด ขณะออกตัว, ระบบ Automatic High Beam ลดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบ Vehicle Start Warning ส่งสัญญาณเตือนผู้ขับเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหลังจากได้รับสัญญาณไฟเขียวโดยเพิ่มความสามารถในการหลีกเลี่ยงการชนคนเดินเท้า เป็นต้น

Daihatsu-Hijet-Cargo-Engine

สำหรับเครื่องยนต์ … มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 53 แรงม้า (PS) ที่ 7,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.1 กก.-ม. (60 นิวตันเมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) สูงสุด 18.8 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ในส่วนของแบบ Turbo เครื่องยนต์เป็นแบบ 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 9.3 กก.-ม. (91 นิวตันเมตร) ที่ 2,800 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 17.8 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 16.6 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และรุ่น Atrai เครื่องยนต์เป็นแบบ 660 ซีซี รหัส KF แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 9.3 กก.-ม. (91 นิวตันเมตร) ที่ 2,800 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 15.2 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เท่านั้น

Daihatsu-Hijet-Cargo

มีให้เลือกใน 10 รุ่นย่อย ได้แก่ Special, Special “SA III”, Special Clean, Special Clean “SA III”, Deluxe, Deluxe “SA III”, Cruise, Cruise “SA III”, Cruise Turbo และ Cruise Turbo “SA III” ในราคาตั้งแต่ 934,200 – 1,522,800 เยน

Daihatsu-Atrai-Wagon

และในส่วนของ Atrai มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Custom Turbo RS “Limited SA III” และ Custom Turbo RS “SA III” โดยมีให้เลือกทั้งในแบบรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ในราคาตั้งแต่ 1,533,600 – 1,814,400 เยน

Daihatsu-Atrai-Wagon

ส่วนในไทย โอกาสที่จะนำเข้ามาขายนั้น คงบอกได้แต่เพียงว่า ต้องพึ่งผู้นำเข้าอิสระอย่างเดียว แต่จะใครซื้อหรือไม่ อันนี้ไม่รู้ครับ เพราะราคารวมภาษีแล้ว คงเกือบหนึ่งล้านบาท ในรุ่น Hijet Cargo และราคาประมาณหนึ่งล้านกว่าบาท สำหรับในรุ่น Atrai …

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.daihatsu.co.jp/

Nissan-March-K13

Nissan-Cherry-E10

ในยุคตั้งแต่ 40 กว่าปีก่อน สำหรับคนที่มีอายุ 40+ ขึ้นไป ยังคงจำได้กับรถยนต์คันเล็กรูปทรงแหวกแนว จากค่าย Nissan (หรือ Datsun) ที่ผลิตขายโดยสยามกลการอย่างแน่นอน นั่นคือ “Datsun Cherry” (ดัทสัน เชอร์รี่) ในรหัส E10

สำหรับ Datsun Cherry เปิดตัวออกโชว์ครั้งแรกด้วยทรงสปอร์ตล้ำยุค ในชื่อ Datsun 270X ที่งาน Tokyo Motor Show เมื่อปี 1970 ก่อนจะผลิตออกขายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม 1970

ส่วนในบ้านเรา สยามกลการ ก็มีผลิตขายกับเขาด้วย ในรูปแบบ Sedan 4 ประตู (และมีรุ่น Coupe นำเข้ามาบ้างด้วย) แต่ก็เป็นรถที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านการขาย จนต้องเลิกขายไป

Nissan-NX-018

ต่อมา Nissan จึงคิดทำรถแนว Hatchback ขนาดเล็กขึ้นมาอีกรุ่น ด้วยรูปทรงทันสมัย ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ บำรุงรักษาง่าย ขับขี่ง่าย ราคาไม่แพง และประหยัดน้ำมัน นับตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนาในปี 2521 ในชื่อโครงการ The KX Plan (ซึ่งต่อมา ก็นำตัว “K” นี่ล่ะครับ ไปใช้เป็นรหัสรถ Nissan March และ Micra ทุกรุ่น)

ในปี 2524 นิสสันจึงเปิดตัวรถต้นแบบ Nissan NX-018 ในแบบ Hatchback 3 ประตู ที่งาน Tokyo Motor Show เมื่อเดือนตุลาคม 1981

แต่รถต้นแบบรุ่นนี้ ก็ยังขาดชื่อสำหรับในการจำหน่ายจริง Nissan จึงได้จัดประกวดตั้งชื่อรถรุ่นใหม่ขึ้น ได้รับผลตอบรับดีมากในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง มีผู้ส่งชื่อร่วมประกวดสูงถึง 5.65 ล้านคน แต่เมื่อประกาศผลโหวตออกไป ชื่อที่ได้รับการโหวตสูงสุดเป็นอันดับแรกๆ ได้แก่

  • Pony (118,820 คน) – ซ้ำกับชื่อของรถอีกรุ่นหนึ่งของยี่ห้อ Hyundai (ฮุนได)
  • Friend (54,152 คน) – เมื่อประกาศผลโหวตออกไป มีกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวางว่า ไม่ควรใช้เป็นชื่อรถ
  • Lovely (42,929 คน) – เมื่อประกาศผลโหวตออกไป มีกระแสวิจารณ์ว่าชื่อ Lovely ควรเป็นชื่อน้ำยาปรับผ้านุ่ม ไม่ใช่ชื่อรุ่นรถ
  • Shuttle (40,304 คน) – ซ้ำกับชื่อรถรุ่นหนึ่งของ Honda ที่มีขายในญี่ปุ่นขณะนั้น
  • Sneaker (30,328 คน) – ตามพจนานุกรมแล้ว Sneaker อาจมีหลายความหมาย แต่มีความหมายหนึ่งแปลว่า “รองเท้า”
  • Rainbow (22,497 คน) – แปลว่า “รุ้ง” ไม่เข้ากับ Concept ของรถ

คณะกรรมการการประกวดเห็นว่า ชื่อส่วนใหญ่ไม่เหมาะสมกับรถ แต่หลังจากได้อ่านชื่อที่ถูกส่งมาประกวดทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตัดสินใจใช้ชื่อในลำดับที่ 164 ของตาราง คือชื่อ March ซึ่งมีคนส่งชื่อนี้มาเพียง 4,065 คน (จาก 5.65 ล้านคน)

ซึ่งเมื่อดูความหมายตามพจนานุกรมแล้ว March นอกจากจะแปลว่า “เดือนมีนาคม” หรือ “การเดินสวนสนาม” แล้ว ยังแปลว่า “การมุ่งไปข้างหน้า” หรือ “กรีธาทัพ” ได้อีกด้วย

ในที่สุด Nissan March รุ่นแรก ก็ได้เปิดตัวขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อ 22 ตุลาคม 1982

Nissan-March-K10

ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ บริษัท สยามกลการ จำกัด ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ของ “นิสสัน” อยู่ จะเห็นได้ว่า เมื่อต้นปี 2528 สยามกลการ ได้เปิดตัว “Nissan March” รุ่นแรก (K10) ที่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบขายในประเทศไทยยุคนั้น และใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Toyota Starlet, Mitsubishi Mirage, Suzuki Cultus (SA413) และ Daihatsu Charade

แต่คนไทยในสมัยนั้น ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อรถท้ายตัด ด้วยเกรงว่าผู้โดยสารที่เบาะหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย เพราะไม่มีกระโปรงหลังคอยกั้น ทำให้ยอดขาย นิสสัน มาร์ช ในแต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 20 กว่าคันเท่านั้น ช่วงที่เรียกว่าบูมที่สุดก็ประมาณ 30 กว่าคันเท่านั้นเอง

ซึ่งก็ … ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะออพชั่นหลายสิ่งหลายอย่างของ March ในยุคนั้นถูกตัดออกเกือบหมดเมื่อขายเมืองไทย ซึ่งเทียบกับของยี่ห้ออื่นแล้ว แถมราคายังใกล้เคียงกับรถขนาด Compact ในยุคนั้นมาก ทำให้ยอดขายแทบไม่เดิน ก่อนจะเลิกขายไปในปี 2530 และทำให้ March รุ่นที่ 2 และ 3 ไม่ได้มาเกิดในไทย

และต่อจากนี้ไป MR.CARRO จะขอแนะนำ “Nissan March” (นิสสัน มาร์ช) มือสอง ในรหัส “K13” ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในตลาดรถ Eco-Car (รถอีโคคาร์) ก่อนใครเพื่อนในไทย ให้ท่านอ่านกันได้อย่างจุใจครับ.

เริ่มต้นใหม่ในยุค Eco-Car (อีโคคาร์)

Nissan-March-Drawing

พอหลังจากที่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาทำตลาดเองในบ้านเราแล้ว ช่วงหลายปีก่อน ทางภาครัฐมีโครงการเรื่อง Eco-Car พอดี Nissan เองก็พอมองเห็นช่องทางการตลาด เลยตัดสินใจผลิต Nissan March ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยใช้ชื่อในการโฆษณาว่า “Nissan Ecocar” (นิสสัน อีโคคาร์) ซึ่งจะใช้เครื่องยนต์ 1200 ซีซี 3 สูบ สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กม./ลิตร

เปิดตัวครั้งแรก … ในรูปแบบของภาพรถต้นแบบก่อน เมื่อปลายปี 2552

Nissan-March-Production-2010

ต่อมาในในวันที่ 12 มีนาคม 2553 บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองการเริ่มผลิตรถยนต์ Nissan March ใหม่ โดยนิสสัน มาร์ช รุ่นใหม่นี้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานข้อกำหนดรถประหยัดพลังงานสากล (อีโคคาร์) ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้

1. ประหยัดน้ำมันไม่ต่ำกว่า 20 กม./ลิตร
2. ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. และได้รับมาตรฐานไอเสียสะอาดระดับยูโร 4
3. มีความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรป
4. ใช้เครื่องยนต์ขนาดลูกสูบไม่เกิน 1300 ซีซี สำหรับเครื่องเบนซิน และไม่เกิน 1400 ซีซี สำหรับเครื่องดีเซล

รถที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอีโคคาร์ ในประเทศไทย จะได้รับผลประโยชน์ในการลดภาษีสรรพสามิตเหลือร้อยละ 17 (รถเก๋งที่ไม่ผ่านเกณฑ์อีโคคาร์ ต้องจ่ายภาษีร้อยละ 30-50)

Nissan-March-Ken

พร้อมกับดึงดาราดังอย่าง “เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” พระเอกสุดฮอต มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

Nissan-March-2010

นิสสัน มาร์ช ใหม่ ผลิตบนแพลตฟอร์มเอนกประสงค์ใหม่ ที่เรียกว่า V-Platform โดดเด่นด้วยสไตล์โฉบเฉี่ยว รูปทรงกะทัดรัด คล่องตัวแบบแฮทช์แบค สะดุดตาด้วยรูปทรงอ้วนกลม กระจังหน้าสองชั้น ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ มีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched Side Window) ที่โดดเด่น ให้พื้นที่กระจกกว้าง ดูโปร่ง สะดุดตา มีร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถ ช่วยลดการสั่นสะเทือน ด้านท้ายมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด และกระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ (เฉพาะรุ่น EL และ VL) เป็นต้น

Nissan-March-2010

มร. มาโกโตะ ยามาเน (Mr.Makoto Yamane) รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ ต้องมีสไตล์ และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” 

มิติตัวรถยาว 3,780 มม. กว้าง 1,665 มม. สูง 1,515 มม. ระยะฐานล้อ 2,450 มม.

Nissan-March-2010

ห้องโดยสารภายในที่กว้างขวาง ขนาดเท่ากับรถขนาด 1.5 ลิตร นั่งสบาย และมีที่เก็บของอเนกประสงค์มาให้อย่างจุใจ อัดออพชั่นเพียบทั้งวิทยุแบบ Built-In ระบบแอร์แบบดิจิตอล กุญแจอัจฉริยะพร้อมระบบกันขโมย Immobilizer และปุ่ม Push Start เป็นต้น และอุ่นใจกับระบบความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)

Nissan-March-2010

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.8 กก.-ม. (106 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT

หลังจากนั้น นิสสัน มาร์ช ก็สร้างกระแส Talk Of The Town ตั้งแต่ในวันเปิดตัว มี 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S, E, E CVT, EL, V และ VL แถมราคาในรุ่นเริ่มต้น (S) เพียง 375,000 บาท …

ด้วยข้อดีข้อเด่นต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้ นิสสัน มาร์ช สามารถกวาดยอดจองไปถึง 5,000 กว่าคัน หลังเปิดตัวเพียง 2 สัปดาห์ และตามมาด้วยยอดขายอีกหลายหมื่นคันในเวลาไม่นานนัก

Nissan-March-Sport-Version-2011

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2554 … Nissan ได้เปิดตัว March Sport Version นี้ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “มาร์ชที่ทำให้คุณแตกต่าง” และออกแบบโดย Autech Japan (ออเทค เจแปน) เพิ่มออพชั่นด้านหน้าด้วยกระจังหน้าสีดำ และกันชนสปอร์ตแบบใหม่ ด้านหลังติดสัญลักษณ์รุ่น “Sports Version” และโดดเด่นด้วยลายเบาะผ้าใหม่ สีทูโทน ดำสลับเทา

มีให้เลือกสองรุ่นคือ 1.2 EL Sports Version และ 1.2 VL Sports Version โดยทั้งสองรุ่นจะมีสีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวไวท์เพิร์ล สีดำแบล็ก สตาร์ และ สีเงินบริลเลียนท์ ซิลเวอร์

Nissan-March-2012

Nissan-March-2012

ในเดือนมีนาคม 2555 Nissan March ได้ปรับปรุงและเพิ่มอุปกรณ์อเนกประสงค์ให้มากขึ้น คือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า หมอนรองศรีษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 ส่วนในรุ่น Sports version ได้รับการติดตั้งสเกิร์ตข้าง และเบาะนั่งสีดำใหม่เพื่อเพิ่มอารมณ์เข้มสไตล์สปอร์ต

นอกจากนี้นิสสัน มาร์ช รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่ สีม่วง พลัม ให้เลือกด้วย

Nissan-Eco-Car-100000

โดยในเดือนสิงหาคม 2555 บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ประกาศความสำเร็จของยอดขายรถยนต์อีโคคาร์ อย่าง นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า ทะลุ 100,000 คัน โดยได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “หนึ่งแสนคัน หนึ่งแสนความมั่นใจ”

Nissan-March-2013

และในวันที่ 22 มีนาคม 2556 Nissan March ก็ได้มีปรับไมเนอร์เชนจ์ ให้ดูสปอร์ตขึ้น โดนเปลี่ยนรูปแบบกระจังหน้าโครเมียมแบบใหม่ ไฟหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมกับเพิ่ม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเขียว กรีน โอลีฟ และ สีชมพู สวีท พิงค์

ส่วนภายในเพิ่มโทนสีเบจ และแผงแสดงผลหน้าจอล้อมกรอบด้วยโครเมียม สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ช่องเชื่อมต่อ USB ไฟในห้องเก็บสัมภาระ และวัสดุเบาะที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมประดับแผงคอนโซลด้วยสีดำ Piano Black และเพิ่มระบบเบรก ABS, EBD และ BA ตั้งแต่ในรุ่น E เป็นต้นไป

Nissan-March-2014

มาถึงเดือนสิงหาคม 2557 นิสสัน ได้แนะนำ March สีใหม่อีกครั้ง คือ สีฟ้า คาปรี บลู เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้ากลุ่มอีโค คาร์ โดยสีฟ้า คาปรี บลู ใหม่ นี้ เป็นสีเมทาลิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแวววาวของน้ำทะเลเกาะคาปรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ในประเทศอิตาลี เป็นการเสริมความสดใสใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีก 1 สี

Nissan-March-Limited-Edition-2014

พอมาถึงเดือนตุลาคม 2557 นิสสัน ได้แนะนำ Nissan March Limited Edition หน้าตาแบบรุ่น Bolero ที่ส่งออกไปขายในญี่ปุ่น กระจังหน้าขนาดใหญ่ลายตาข่ายไขว้ พร้อมช่องดักลมด้านล่างดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยเส้นโครเมี่ยม มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย จำกัดจำนวนเพียง 600 คันเท่านั้น

พอมาถึงเดือนกรกฎาคม 2559 นิสสัน อีโคคาร์ ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำอีโคคาร์รายแรกของไทยที่ผลิตเพื่อจำหน่ายแล้วกว่า 500,000 คัน ทั้ง Nissan March และ Almera … ภายใต้แนวคิด “500,000 รอยยิ้มและความสุข กับครอบครัวนิสสัน อีโคคาร์”

Nissan-500000-Eco-Cars-Produced-In-Thailand-2016

พร้อมแนะนำ Nissan March Limited Edition (อีกครั้ง) โดยเพิ่มชุดคิ้วกันสาดข้างประตู และไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ชุดคิ้วบันไดสแตนเลสเรืองแสง และปลายท่อไอเสียรุ่นพิเศษ

แล้วหลังจากนี้ Nissan March ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมากระตุ้นตลาดในบ้านเรา ขายกันไปแบบเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับรุ่นย่อยที่ลดลงเหลือแค่เพียง 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.2 S MT, 1.2 E MT, 1.2 E CVT และ 1.2 EL CVT

Nissan-March-Advertorial

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Nissan March (K13) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม มีเพื่อนเยอะดี สำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง รูปทรงสวยน่ารัก แต่งสวย สมรรถนะพอเพียง คุณภาพแจ๋ว ประหยัดน้ำมัน ตัวรถเทคโนโลยีไม่ซับซ้อนนัก ราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง วงเลี้ยวแคบ หาที่จอดง่าย ภายในกว้างขวางพอประมาณ เบาะหน้าขนาดพอดี นั่งสบายๆ (สำหรับคนตัวไม่ใหญ่นัก) ส่วนด้านหลังตัวโฉมแรกๆ นั่งไม่ค่อยสบายนัก เนื่องจากเนื้อที่เบาะหลังไม่มีพนักพิงศีรษะมาให้ นั่งไกลๆ เมื่อยคอหน่อย

ส่วนข้อด้อยก็มี การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ยังไม่ดีนัก เครื่องยนต์ 3 สูบ ที่อาจจะเดินไม่นิ่ง หลายคนมักติ และการออกตัวเร่งแซงที่ไม่ทันใจนัก ใครที่มีนิสัยชอบขับรถเหยียบกระชาก หรือ Kick Down ไม่เหมาะอย่างแรง เพราะเกียร์พยายามจะทดรอบให้รอบต่ำ เพื่อประหยัดน้ำมัน ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขับใหม่

รวมไปถึงระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop ที่ไม่เหมาะกับการจราจรในบ้านเรา จนในเน็ตมีวิธีปิดระบบนี้กันว่อน รุ่นหลังปี 2011 ถึงต้องเอา Option นี้ออกไปเลยทีเดียว

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง ค่าบำรุงรักษาถูก ศูนย์บริการหาไม่ยาก แต่ถ้าหากเป็นรถปีเก่าๆ ต้องระวังเรื่องเกียร์ CVT ที่หลายคันเริ่มมีปัญหา (พัง) เข้าศูนย์ที เปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่เป็นแสน … ทางที่ดี ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ให้ไวขึ้น ทุกๆ 3-4 หมื่นกิโลเมตร เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีแน่นอน เพราะ March ที่ไทยส่งไปขายในญี่ปุ่น ก็เริ่มกลับมาเป็นอะไหล่ในบ้านเราพอสมควร …

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 120,000 – 350,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Nissan March รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Nissan-March ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Toyota-Hilux-Revo-2018

โตโยต้า แนะนำรถกระบะ “Hilux Revo” (ไฮลักซ์ รีโว่) ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi Purpose Vehicle” เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2558 บนนิยามใหม่แห่ง “ความแกร่ง” สะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิด “ยุคใหม่แห่งกระบะ ทุกตารางนิ้วต้องไฮลักซ์” จนเป็นที่มาของสโลแกน “ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต” จนประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม

Toyota-Hilux-Revo-2018

ด้วยยอดจำหน่ายสะสมภายในประเทศกว่า 1,900,000 คัน และส่งออกรถยนต์ภายใต้โครงการ IMV ไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 3,000,000 คัน

มาถึงวันนี้ … ได้เวลาตอกย้ำความแกร่งของผู้นำแห่งรถกระบะ…ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับโฉมใหม่

Toyota-Hilux-Revo-2018

“ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับโฉมใหม่” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ตัวตนของคนจริง” ซึ่งเปรียบรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ ที่มีดีไซน์อันแข็งแกร่งดุดัน เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม สามารถตอบสนองต่อทุกการใช้งาน

Toyota-Hilux-Revo-2018

Toyota-Hilux-Revo-2018 Toyota-Hilux-Revo-2018

ออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ เพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่ง ดุดัน เต็มพลัง ด้วยดีไซน์ใหม่ของกันชนหน้า กระจังหน้าแบบโครเมียมและสีดำเงา และกรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา รับกับสีภายในห้องโดยสารใหม่โทนสีดำ ตลอดจนอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ปรับเพิ่มให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ผสานกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมจากขุมกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นล่าสุด (GD Efficient Boost) ที่ให้แรงบิดสูงสุดในช่วงรอบกว้าง (Flat Torque) เต็มประสิทธิภาพทั้งการออกตัวและเร่งแซง แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบ ไอเสียต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแข็งแกร่งทนทาน มีอายุการใช้งานยืนยาว

Toyota-Hilux-Revo-2018

สู่อีกขั้นแห่งการขับขี่ ที่แกร่งดุจหินผา กับชีวิตท้าทายอีกขั้น … “Hilux Revo Rocco” (ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่) รุ่นตกแต่งพิเศษ…แกร่งเกินนิยาม

Toyota-Hilux-Revo-2018

พร้อมกันนี้ Toyota ขอแนะนำ Toyota Hilux Revo Rocco (ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่) รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “แกร่งเกินนิยาม” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับลูกค้าที่ชอบรถกระบะที่มีดีไซน์ที่แตกต่าง และโดดเด่นเหนือระดับ

โดย ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ (Rocco) มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดัน ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคันทั้งภายนอกและภายใน ที่แตกต่างจากรุ่นธรรมดา พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน

Toyota-Hilux-Revo-2018

Toyota-Hilux-Revo-2018

Toyota-Hilux-Revo-2018

Toyota-Hilux-Revo-2018

เชิญสัมผัสกับ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับโฉมใหม่ โดยจะเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ภายในงาน “Motor Expo 2017” ในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม ตลอดจนการจัดงานเปิดตัวที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม ศกนี้

และพร้อมส่งมอบรถไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับโฉมใหม่ ให้แก่ลูกค้าโตโยต้าได้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม นี้ เป็นต้นไป …

ราคา โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับโฉมใหม่ / Toyota Hilux Revo (Minorchange) Price. Shown in Thai Baht.

Toyota-Hilux-Revo-Standard-Cab-2018-Price Toyota-Hilux-Revo-Smart-Cab-2018-Price Toyota-Hilux-Revo-Double-Cab-2018-Price

New-MG-GS

มิติใหม่ของการดีไซน์ภายใต้แนวคิด “Brit Dynamic” และมาพร้อมระบบอัจฉริยะ “i-SMART”

MG-ZS-Blue

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “New MG ZS” รถเอสยูวีเพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีสมาร์ทคาร์ด้วยการติดตั้งระบบอัจฉริยะ i-SMART สามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลก รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่ให้ความหรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารเพียบพร้อมความสะดวกสบาย กว้างขวาง พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ ในราคา 679,000 – 789,000 บาท

MG-GS

เป้าหมายหลักของการพัฒนา New MG ZS คือการนำเสนอ ‘สมาร์ทคาร์’ หรือ ‘รถยนต์อัจฉริยะ’ สร้างมาตรฐานใหม่ในแบบที่ไม่เคยมีบริษัทรถยนต์รายใดเคยทำมาก่อน โดยคาดการว่า New MG ZS จะมียอดจำหน่ายมากกว่า 12,000 คัน/ปี

MG-ZS-Red

New MG ZS คือรถยนต์รุ่นแรกของเอ็มจี ที่มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบบสามารถควบคุมสั่งการได้ 3 วิธี คือ สั่งการผ่านระบบ Voice command ภาษาไทย สั่งการผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ และการสั่งการผ่านไอสมาร์ทแอปพลิเคชั่น (i-SMART application) จากสมาร์ทโฟนซึ่งผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ค้นหาจุดหมายอาทิสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม หรือร้านอาหาร ด้วยสมาร์ทเนวิเกเตอร์ รวมถึงตรวจสอบสภาพการจราจรได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ระบบยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่ และพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) สอดคล้องกับยุคอินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งหรือ IoT (Internet of Things)

นอกจากนี้ ระบบ i-SMART ยังรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา อาทิ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกับช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับ

MG-GS

รูปลักษณ์ของ New MG ZS ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่มีความทันสมัยมากขึ้นและสปอร์ตยิ่งกว่าเดิม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความคล่องตัวและยังคงเอกลักษณ์แบบอังกฤษของเอ็มจี

MG-ZS-Panoramic-Sunroof

โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่ ที่นำสายตาสู่เส้นสายบนฝากระโปรด้านท้าย ไฟท้ายแบบ LED Tube พร้อม Panoramic Sunroof ส่วนด้านข้างเน้นความปราดเปรียวกับเส้นสายชัดเจน และโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ แบบ Bi-Colour ขนาด 17 นิ้ว

มิติตัวถังยาว 4,314 มม. กว้าง 1,809 มม. สูง 1,624 มม. ระยะฐานล้อ 2,585 มม.

MG-ZS-Interior

MG-GS

ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหราและความสปอร์ตสไตล์รถยุโรป ตกแต่งด้วยสีทูโทน และวัสดุ Soft Touch ที่บริเวณแผงประตู และแผงคอนโซล มาพร้อมช่องแอร์ดีไซน์ Jet Turbine ที่ฝั่งซ้าย-ขวา แบบสปอร์ต มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงผล เบาะที่นั่งด้านหลังพับแบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายปรับได้สองระดับโดยปรับระดับเพิ่มขึ้นได้อีก 10 ซม. เพิ่มความอเนกประสงค์

MG-ZS-Trunk

นอกเหนือจากระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART ที่แสดงผลผ่านหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว New MG ZS ยังเพียบไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครันที่สุดในระดับเดียวกัน ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต ควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ปุ่มสตาร์ท และยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อม USB ช่องจ่ายไฟ 12V และกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง

Engine-MG-ZS

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

เอ็มจี ให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบความปลอดภัยเช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ด้วยระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) เทคโนโลยีปกป้องทุกชีวิตในห้องโดยสาร และระบบ Synchronized Protection System 9 ระบบ ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวมทั้งหมด 6 จุด รวมถึงกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์

New MG ZS มีสีให้เลือก ทั้งหมด 5 สี ได้แก่ …

– สีแดงสกาเลตต์เรด (Scarlet Red)
– สีฟ้ามารีน่าบลู (Marina Blue)
– สีเงินซิลเวอร์เมทัลลิก (Silver Metallic)
– สีขาวอาร์คติคไวท์ (Arctic White)
และ สีดำแบล็คไนท์ (Black Knight)

MG-GS

ราคา เอ็มจี แซดเอ็กซ์ ใหม่ / The All-New MG ZS Price. Shown in Thai Baht.

– รุ่น C ราคา 679,000 บาท
– รุ่น D ราคา 729,000 บาท
– รุ่น X ราคา 789,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-ZZE121-ZZE122

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ที่จำหน่ายในบ้านเราและได้รับความนิยมจากผู้ใช้ ก็มีอยู่นับสิบกว่าเจเนอเรชั่น ตั้งแต่รุ่นแรก (KE10) ที่เปิดตัวกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1966 ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่แข็งแรง ทนทาน อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย และมีการพัฒนามาตลอดอายุการผลิต 50 กว่าปี ทำให้ Toyota สามารถผงาดสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยยอดขาย Corolla ที่มากถึง 44.1 ล้านคัน (ยอดถึงปี 2016) ซึ่งมากพอที่จะเอารถที่ผลิตทุกคัน มาจอดเรียงกันวนรอบโลกได้ถึง 5 รอบ!

แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่ได้ชื่อว่า ยอดนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น รวมไปถึงยอดจำหน่ายที่มากพอสมควร และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก และยังเป็นขวัญใจแท็กซี่อีกด้วย คงต้องยกให้ “Toyota Corolla Altis” (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) โฉม “ZZE121 และ ZZE122” ครับผม

MR.CARRO วันนี้จะมาพูดถึง “อัลติสมือสอง” หรือ “อัลติสหน้าหมู” รถสุดยอดนิยมของคนไทยอีกหนึ่งรุ่น เผื่อจะได้ช่วยให้คนตัดสินใจหารถมือสองรุ่นนี้มาใช้ จะได้มีตัวเลือกในการพิจารณามากขึ้น

Toyota-Corolla-JDM

Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2000 ภายใต้แนวคิด “New Century Value” (NCV) มาพร้อมรูปทรงอ้วนป่อง พลิกโฉมการออกแบบจากรุ่นที่แล้วอย่างสิ้นเชิง โดย Corolla เวอร์ชั่นญี่ปุ่น จะใช้รูปทรงเดียวกับเวอร์ชั่นยุโรป แต่การออกแบบและตกแต่งหน้าตา ต่างกันไปตามรสนิยมของคนในภูมิภาคนั้นๆ

หลายคนอาจจะสงสัย ว่า? ทำไม Corolla รุ่นนี้ ถึงไม่มีรถคู่แฝดอย่าง “Sprinter” (สปริ้นเตอร์) และรถ 2 ประตู Coupe คู่แฝดอย่าง “Toyota Corolla Levin” (โตโยต้า โคโรลล่า เลวิน) และ “Toyota Sprinter Trueno” (โตโยต้า สปริ้นเตอร์ ทรูโน่) ออกมาขายด้วยในโฉมนี้? นั่นก็คือการตลาดที่ซ้ำซ้อนกัน ไม่คุ้มค่าในการทำตลาด ทำให้ Toyota ต้องเลือกยุบ Sprinter ไป

Toyota-Corolla-Fielder-JDM

Toyota Corolla Fielder (ZZE123) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

Toyota-Corolla-Runx-JDM

Toyota Corolla Runx เวอร์ชั่น Hatchback 5 ประตู

Toyota-Allex-JDM

Toyota Allex คู่แฝดของ Corolla Runx แต่เน้นหรูมากกว่า ในเวอร์ชั่น Hatchback 5 ประตู

Toyota-Corolla-Hatchback-EU

Toyota Corolla Hatchback เวอร์ชั่นที่ขายในยุโรป

โดย Corolla Wagon เปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ในชื่อ “Corolla Fielder” รวมไปถึงในรุ่นแฮทช์แบค 3 และ 5 ประตู ใช้ชื่อว่า “Allex” และ “Corolla RunX”

ส่วน “โคโรลล่า อัลติส” ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 9 แบบเวอร์ชั่นไทย มาภายใต้แนวคิด “Break Into Style” พัฒนาใหม่หมด ทั้งการออกแบบ เทคโนโลยี รวมถึงรูปโฉมของตัวรถภายนอก โดยเวอร์ชั่นไทย พัฒนาให้แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ใช้รูปโฉมแบบเดียวกันกับเวอร์ชั่นจีน, ไต้หวัน และอเมริกาเหนือ เป็นต้น

Brad-Pitt-Toyota-Corolla-Altis

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 – 20 พฤษภาคม 2544 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจ้างดาราฮอลลีวู้ด “Brad Pitt” (แบรด์ พิตต์) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตลอดระยะเวลา 1 ปี

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

การออกแบบภายนอก ผสานความเท่ สปอร์ต และงามหรูหราเข้าด้วยกัน กระจังหน้าขนาดใหญ่ มาคู่กับไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ขนาดใหญ่แบบ 4 ดวง ให้ความสว่างกว่าเดิมถึง 2 เท่า พร้อมระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ (Auto Light Control System) และชุดไฟท้าย เพิ่มไฟตัดหมอกหลัง ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรป (มารุ่นหลังๆ ก็เลิกติดมาให้แล้ว) ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) เพียง 0.30 เทียบเท่ารถสปอร์ตชั้นนำ

มิติตัวรถยาว 4,530 มม. กว้าง 1,705 มม. สูง 1,480 มม. ระยะฐานล้อ 2,600 มม.

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

ห้องโดยสารภายในของรุ่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบได้ดี เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารกว้างและโปร่งขึ้น ด้วยปริมาตรภายในห้องโดยสาร 3.37 ลบ.ม. (ใหญ่กว่าภายในของ Corona Exsior ซะอีก) กระจกบังลมหน้ามีขนาดใหญ่มากขึ้น คอนโซลหน้าขนาดใหญ่แบบบุนวม แพรวพราวด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ มาตรวัดเรืองแสง Optitron สามารถเปลี่ยนได้ถึง 3 เฉดสี ระบบเครื่องเสียงแบบ Full-Logic บรรจุ CD ได้ 6 แผ่น ด้านหน้าตัวเครื่อง แอร์แบบ Push Type ตกแต่งลายไม้ภายใน คันเกียร์อัตโนมัติแบบ Gate-Type หรูหรา กระจกไฟฟ้า แผงเสาอากาศวิทยุแบบฝังในกระจกหลัง พร้อมม่านบังแดดหลัง และกันขโมยแบบ Immobilizer

และห้องโดยสารภายใน ยังเลือกใช้วัสดุเส้นใยพิเศษใหม่ชื่อ “Kenaf” (ใยปอแก้ว) เป็นวัสดุในการบุหลังคาด้านในถึง 50% ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลก

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

ระบบความปลอดภัยมีมาให้ครบๆ ในยุคนั้น ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า เบาะนั่งแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ป้องกันการบาดเจ็บที่เบาะนั่งคู่หน้า เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง, Head Impact Protection Structure ระบบปกป้องการบาดเจ็บของศีรษะด้านข้าง ด้วยโครงสร้างแบบครีบ ระบบเบรก ABS (Anti-Lock Braking System), ระบบ EBD (Electronic Brake-Force Distribution) พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) และยังติดตั้งระบบ Vehicle Stability Control (VSC) ควบคุมการทรงตัว มาติดตั้งเป็นครั้งแรกอีกด้วย

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ต้อนรับศตวรรษที่ 21 ด้วยตระกูล “ZZ-FE” VVT-i ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ TCCS ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ 16 บิต และมีเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ Emission Standard Step 3 ซึ่งเป็นมาตรฐานมลพิษฯ ลำดับต่อไปของกระทรวงอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะประกาศใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า (ในเวลานั้น) โดยไอเสียที่ออกมาจาก โคโรลล่า อัลติส ต่ำกว่ามาตรฐานมลพิษฯ Emission Standard Step 2 ในปัจจุบันกว่า 80%

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

Toyota Corolla Altis ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3ZZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.3 กก.-ม. (150 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.4 กก.-ม. (171 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ระบบช่วงล่าง ปรับปรุงใหม่ ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบ ETA Beam พร้อมเหล็กกันโคลง

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

โฉมแรกมีให้เลือกหลายแบบ อาทิเช่น 1.6 J M/T และ A/T (ใช้ชื่อ Corolla อย่างเดียว), 1.6 E M/T – A/T, 1.8 E, 1.8 G VSC และรุ่นย่อย “Limo (ลิโม)” (ย่อมาจากคำว่า Limousine) ตัด Option ต่างๆ ออก มีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตัวรถกันชนหน้า-หลัง สีดำ ไฟหน้า-ไฟท้าย แบบโคมสึดำ ใช้ล้อกระทะเหล็กขนาด 14 นิ้ว ภายในเป็นเบาะหนังไวนิล ในราคาขณะนั้น 668,000 บาท สำหรับกลุ่มตลาดรถ Fleet และรถ Taxi ซื้อไปใช้เท่านั้น

หลังจากวางตลาด โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส โฉมนี้ ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับถล่มทลายจากผู้บริโภคในเวลานั้น โดยสามารถกวาดยอดจองหลังจาก 14 วัน ของการเปิดตัวได้มากถึง 6,495 คัน

Toyota-Corolla-Altis-TH-2002

หลังจากนั้น ก็มีรุ่นพิเศษออกมาเป็นระยะๆ เช่นในเดือนตุลาคม 2545 ออกรุ่น 1.8 G ฉลองครบรอบ 40 ปี บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มาพร้อมเบาะนวดหลังไฟฟ้าด้านคนขับ พรมปูพื้น พรมปูท้ายรถ เครื่องฟอกอากาศ และสัญลักษณ์พิเศษ ฉลอง 40 ปี Toyota ประเทศไทย

Toyota-Corolla-Altis-TH-2002

ต่อมาในเดือน พฤศจิกายน 2545 โตโยต้า ได้ทำการเพิ่มรุ่นย่อย 1.6 E เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ABS + Airbag ด้านคนขับ และรุ่นย่อย 1.8 S Sporty โดดเด่นด้วยชุดแต่งรอบคัน อาทิ ไฟหน้าโคมสีเทาเงิน สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกแบบ LED … ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก หัวเกียร์ทรงกลมชุบโครเมียม และเบาะหนังแท้สีดำ พร้อมกับสีดำ Black Mica มาให้เลือก

เดือนมีนาคม 2546 Toyota เปิดตัวรุ่นพิเศษ 1.6 E Limited ด้วยไฟตัดหมอกหน้า, เบาะหนังดีไซน์ใหม่, ชุดตกแต่งลายไม้, สัญญาณกันขโมย พร้อมกุญแจรีโมท TVSS และสัญลักษณ์ “Limited” ใต้ไฟเลี้ยวด้านข้างตัวถัง (สังเกตดีๆ เพราะส่วนใหญ่จะหายหมด)

Toyota-Corolla-Altis-TH-2003

ในเดือนสิงหาคม 2546 โตโยต้า เพิ่มรุ่นพิเศษ “1.6 E Premium” มีให้เลือกทั้งในแบบ 1.6 E เกียร์ธรรมดา, 1.6 E เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ 1.6 E เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ABS + Airbag … มาพร้อมสปอยเลอร์กันชนหน้า สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกแบบ LED ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก พร้อมกับเบาะหนังสีเบจดีไซน์ใหม่ และระบบกันขโมย TVSS พร้อมรีโมท จำนวนจำกัดเพียง 1,200 คัน

Toyota-Corolla-Altis-TH-2003

Toyota-Corolla-Altis-TH-2003

พอมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2546 ก็ถึงเวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ … มาพร้อมสโลแกนใหม่ “Sense the Movement” ปรับรูปแบบของกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนหน้าใหม่ ชุดไฟหน้าใหม่ แบบ HID ชุดไฟท้ายใหม่ ที่ใช้ไฟเบรกแบบ LED เป็นครั้งแรก และล้อแม็กลายใหม่ ในทุกรุ่น ส่วนภายใน เพิ่มเบาะไฟฟ้า (ด้านคนขับ) เป็นต้น

Toyota-Corolla-Altis-TH-2005

เดือนมีนาคม 2548 Toyota เปิดตัว Altis รุ่น Limited ทั้งในแบบ 1.6 E (ABS + Airbag) และ 1.8 G ด้วยภายในเบาะหนังแท้ มีไฟตัดหมอกหน้า ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ปัดเงา, สัญญาณกันขโมยพร้อมรีโมท TVSS สัญลักษณ์ “Limited” และเครื่องเล่น DVD พร้อมจอ 6.5 นิ้ว (ในรุ่น 1.8 G)

Toyota-Corolla-Altis-TH-2006

ในวันที่ 24 มีนาคม 2549 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์กันอีกรอบ ดูโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบซี่ตรง ไฟหน้าแบบ HID และคิ้วขอบป้ายทะเบียนหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมนำเสนออุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น อาทิ กล้องมองขณะถอยหลังเข้าจอด พร้อมจอ LCD ขนาด 6.5″ เครื่องเสียงแบบ Full-Logic พร้อมระบบ Touch Screen ระบบกันขโมย TVSS พร้อมรีโมท ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เบาะนั่งปรับไฟฟ้า (เฉพาะด้านคนขับ) ปรับระดับได้ 8 ทิศทาง เป็นต้น

แถมยังเพิ่มรุ่น 1.6 G เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้วยครับ

และในเดือนพฤศจิกายน 2549 ยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Toyota Corolla Altis 1.6 G G-Edition มาพร้อมไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง และสัญลักษณ์ “G-Edition”, สเกิร์ตรอบคันพร้อมสปอยเลอร์หลัง, เบาะหนังโทนสีเข้ม, แผงคอนโซลหน้าลายไม้, พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนังแบบเจาะรู กับเครื่องเสียงแบบ 2 DIN พร้อม CD 6 แผ่น และ MP3 มี 2 สี ให้เลือก นั่นคือ White Pearl Crystal และ Silver Metallic

Toyota-Corolla-Altis-TH-2007

ในเดือนพฤษภาคม 2550 เพิ่มรุ่นพิเศษ Limited (อีกรอบ) ทั้งในแบบ 1.6 E, 1.6 G และ 1.8 E ใส่ชุดแต่งสปอร์ตทั้งคัน (สเกิร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์หลัง) ไฟหน้า-ไฟท้าย โคมดำ, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว รมดำ (ล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว รมดำ ในรุ่น 1.8 E), สัญลักษณ์ “Limited”

ห้องโดยสารภายในตกแต่งแบบแบบสีทูโทน พวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ หัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ เบรกมือหุ้มหนังสีดำ และเครื่องเล่น DVD VCD CD MP3 1 แผ่น คู่ไปกับหน้าจอขนาด 7″ แบบ Touch Screen (เฉพาะรุ่น 1.8 E) ส่วนในรุ่น 1.6 E ใช้เบาะผ้าลายสปอร์ต ปั้มสัญลักษณ์ “Altis” ไว้ที่เบาะ และระบบกันขโมย TVSS พร้อมกุญแจรีโมท

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมมาก แท็กซี่ก็นิยมเช่นกัน รูปทรงสวย สมรรถนะดี คุณภาพคับแก้ว ทนทานและประหยัดตามสไตล์โตโยต้า อะไหล่หาง่าย อู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ ยังมีคนใช้งานกันอยู่เยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ตัวถังภายในกว้างขวาง ตำแหน่งเบาะนั่งสูง นั่งสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พื้นที่วางขาถือว่ากว้างใช้ได้ ในรุ่น Top มาพร้อมออพชั่นที่มากและโดดเด่นกว่ารถคู่แข่งในระดับเดียวกัน แอร์เย็น เครื่องยนต์ VVT-i ให้อัตราเร่งดี ทั้งในรุ่น 1.6 และ 1.8 ทนทาน ประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ค่อยทนแก๊ส ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT เป็นแบบฟันเฟือง ทนทาน

แต่ข้อเสียก็มี อาทิ ระบบเบรกไม่นุ่มนวลนัก หรือช่วงล่างที่นิ่มก็จริง แต่เวลาวิ่งเร็วๆ แล้ว ไม่ค่อยเกาะถนน เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นรถที่ทนทาน ขายได้เยอะ อะไหล่ก็มีเยอะตามไปด้วย จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ ระบบไม่ซับซ้อน ซ่อมได้ทุกจุด ค่าซ่อมถูก ซ่อมได้ทุกอู่ ของเก่าจากเซียงกงก็มีพร้อม เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็พอแล้ว

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 170,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ) และหากรถที่เคยเป็นแท็กซี่เก่ามาก่อน ราคาขายต่อก็จะถูกกว่านี้มาก (เริ่มต้นประมาณ 3-4 หมื่นบาท ก็สามารถซื้อได้แล้ว)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิ๊กเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Toyota-Altis ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

10 รถมือสอง ที่คุณสามารถซื้อได้ในราคาของ "iPhone X"

เป็นที่ทราบกันแล้วนะครับว่า สำหรับ iPhone 8 / iPhone 8 Plus และ iPhone X ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ไปใน USA ตั้งแต่เมื่อคืนของวันที่ 13 กันยายน 2560 (ตามเวลาในประเทศไทย) ซึ่งมีคุณสมบัติและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มมามากขึ้น (ซึ่งจะถูกใจคุณผู้อ่านหรือเปล่านั้น … ไม่แน่ใจ!)

อีกทั้งราคาของ iPhone 8 / iPhone 8 Plus และ iPhone X ที่ขยับเพิ่มขึ้นมามากขึ้นในทุกรุ่น ทำให้ผู้บริโภคต้องคิดหนักว่า ถ้าวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว เมื่อตีราคาออกมาเป็นเงินไทยแล้ว ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว (รุ่น Top ปาเข้าไปประมาณ 4 หมื่นบาทได้) จะคุ้มค่ากับการใช้งานหรือไม่ หรือนำเงินนี้ ไปซื้อสิ่งของอย่างอื่นดี?

Mazda-323-Astina

MR.CARRO ขอแนะนำ 10 รถมือสอง ที่คุณสามารถซื้อได้ในราคาของ “iPhone X” ซึ่งตามจริงแล้ว มีรถมือสองปีเก่าๆ (ตั้งแต่ยุค 60 เป็นต้นมา) ที่มีราคาถูกกว่า iPhone 8 / iPhone 8 Plus และ iPhone X อยู่มาก แต่เนื่องจากราคาที่ถูกมากๆ นั้น ก็ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมที่มาก และใช้เวลาหาอะไหล่กันลำบากหน่อย

MR.CARRO จึงขอนำเสนอรถยนต์มือสอง ในช่วงประมาณยุค 80-90 ที่มีราคาตั้งแต่ 2 – 4 หมื่นบาท ที่มีความทนทาน ดูแลง่าย อะไหล่พอหาได้เยอะหน่อย จะมีรุ่นใดบ้าง … เชิญอ่านได้เลยครับ

Toyota-Corolla-AE92

1. Toyota Corolla 1.3 XL, GL, 1.6 SE Limited (EE90/AE92)

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 2 หมื่นกว่าบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้แล้ว

Toyota-Corona-ST171

2. Toyota Corona 1.6 XL, GL / 2.0 GL, GLi (AT171/ST171)

Toyota Corona (โตโยต้า โคโรน่า) โฉมนี้เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2531 โดยโคโรน่ารุ่นนี้ ถือเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกในประเทศไทย (เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร) ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด EFI (Electronic Fuel Injection) แบบเดียวกับรถยุโรป

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-F คาร์บูเรเตอร์เดี่ยว 113 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE หัวฉีด EFi 128 แรงม้า

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 2 หมื่นกว่าบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้เช่นกัน

Honda-Civic-EF

3. Honda Civic 1.5 LX, LX-S / EX (EF)

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อต้นปี 2531 ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีการออกแบบรถให้เตี้ย แบน ลู่ลม และพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เหมือนรถแข่ง Formula 1 รวมถึงระบบช่วงล่างแบบปีกนกอิสระ 4 ล้อ และเครื่องยนต์ทวินแคม 16 วาล์ว

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 90 แรงม้า (และยังมีรุ่นพิเศษ LX-S เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร คาร์บูเรเตอร์คู่ 105 แรงม้า) มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 2 หมื่นบาทปลายๆ ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้เช่นกัน

Honda-Accord-CA

4. Honda Accord 2.0 LX / EX (CA)

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อปี 2530 ซึ่งก็เซอร์ไพรส์ด้วยการสร้างยอดจองจนฮอนด้าผลิตขายไม่ทัน ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีการออกแบบรถให้เตี้ย แบน ลู่ลม และพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ 12 วาล์ว พ่วงระบบ Cross Flow อันลือชื่อของฮอนด้า รวมถึงระบบช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระ 4 ล้อ … ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปรับปรุงหน้าตาใหม่ พร้อมเพิ่มล้อแม็กเข้ามาแทนที่กะทะล้อพร้อมฝาครอบล้อ

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 106 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 2 หมื่นบาทกลางๆ ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับเท่ๆ ได้

Nissan-Sunny-B11

5. Nissan Sunny 1.3 / 1.5 GL (B11)

Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) รถรุ่นยอดนิยมจากค่ายสยามกลการสมัยนั้น สำหรับ นิสสัน ซันนี่ FF เจเนอเรชั่นที่ 5 เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคม 2526 ขายกันมาอย่างยาวนานถึงสิบกว่าปี ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์กันก็หลายครั้ง เป็นรถยอดนิยมมากในยุคนั้น ในโฉมนี้มาพร้อมสโลแกน “รถที่ไว้ใจได้ตลอดกาล”

ยุคแรก มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส E13S 74 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส E15S ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประจำการทั้งในรุ่นซีดาน 4 ประตู และคูเป้ ภายหลังจึงตัดออกไป

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ ถ้าว่ากันตามตรง สภาพแบบต้องซ่อมทั้งคัน (แต่รถยังขับได้) เคยมีคนขายที่ราคา 9,500 บาท ก็ซื้อได้แล้ว แต่ตามสภาพแบบวิ่งได้ ใช้งานได้ปรกติ ราคา 1.5 – 4 หมื่นบาท ก็มีรถรุ่นนี้ให้เลือกซื้อเยอะแยะครับ

Nissan-Sentra-B13

6. Nissan Sentra 1.5 EX Saloon / 1.6 SuperSaloon e (B13)

Nissan Sentra (นิสสัน เซนทร้า) รุ่นที่ 2 ที่ขายในบ้านเรา เป็นรถยอดฮิตแท็กซี่ในยุคนั้นเลย เพราะสยามกลการ พยายามระบายรถล็อตใหญ่ ให้กับกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ ที่กำลังรีบหารถมาจดทะเบียนทำแท็กซี่มิเตอร์ (ป้ายทะเบียน 6ท) ในยุคแท็กซี่เปิดเสรีใหม่ๆ โดยในโฉมไมเนอร์เชนจ์ สังเกตได้จากชุดกระจังหน้าแบบใหม่ ชุดกันชนใหม่ และไฟท้ายเลนส์แบบใหม่ เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส GA15S 87 แรงม้า และขนาด 1.6 ลิตร รหัส GA16DE 110 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 3 หมื่นบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้เช่นกัน

Nissan-NV

Nissan-NV-Van

7. Nissan NV Pickup 1.6 / NV AD Resort 1.6 SLX, SGX (Y10)

Nissan NV (นิสสัน เอ็นวี) หลายคนจะรู้กันบ้างไหมว่า “NV” นี่ย่อมาจากคำว่า “National Vehicle” หรือ “รถยนต์แห่งชาติ” ที่ทางสยามกลการตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ที่จะเน้นการผลิตรถยนต์นั่งขนาดกลาง 1600 ซีซี แต่กลายมาเป็นรูปแบบของรถ Pickup และรถแวน Nissaan NV AD Resort ที่หยิบยืมพื้นฐานมาจาก Nissan AD Van (และ Sunny California เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) โดยเปิดตัวในเดือนกันยายน 2536

สำหรับ Nissan NV Pickup มีขายกันมาหลายโฉมมาก ทั้งแบบธรรมดาในยุคแรก หลังจากนั้นเป็น Queen Cab (ต่อมาคือ Q-Cab) ขยายพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น เบาะปรับเอนนอนได้ ต่อมาภายหลังจึงกลายเป็นกระบะ Nissan Wingroad ไป

ทั้งสองแบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส GA16DS 95 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส GA16DNE 110 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (เพิ่มมาภายหลัง ทั้งในรุ่นกระบะ และรุ่นแวน AD Resort)

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 3 หมื่นบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้เช่นกัน ส่วนรุ่นแวนราคาอาจจะแพงกว่านั้นหน่อย แต่ราคานี้ก็มี ถ้าสภาพรถเน่าจริงๆ

Mitsubishi-Lancer-E-Car

8. Mitsubishi Lancer 1.3 GL, EL, 1.5 GLX, GLXi, 1.6 GLX, GLXi (E-Car)

Mitsubishi Lancer (มิตซูบิชิ แลนเซอร์) เป็น Lancer อีกหนึ่งรุ่น ที่ขายดีมากในบ้านเรา ในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมจากคนชอบแต่งรถ และรถรุ่นนี้ยังถือเป็นต้นกำเนิดของรุ่น Evolution อีกด้วย (ช่วงล่างดี เครื่องทนทาน หลังคาชอบผุ อะไหล่แพงนิดๆ) เปิดตัวในปี 2535 ในรุ่น 1.3 GL, 1.5 GLX, 1.6 GLXi (นำเข้า) และ 1.8 GTi (นำเข้า)

ต่อมาเมื่อปี 2538 Lancer E-Car ได้ยกเลิกการจำหน่าย 1.3 และ 1.8 เปลื่ยนระบบจ่ายเชี้อเพลิงในรุ่น 1.5 จากคาร์บูเรเตอร์ เป็นระบบหัวฉีด ECi-MULTI และนำรุ่น 1.6 มาประกอบในประเทศ โดยคงเหลือรุ่นย่อย คือ 1.5 GLXi และ 1.6 GLXi

และในปี 2539 Lancer E-Car ได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปลื่ยนล้อแม็กลายใหม่ เปลื่ยนกันชนให้ยาวและหนาขึ้น รวมถึงเปลื่ยนกระจังหน้าใหม่ เปลื่ยนท่อร่วมไอดีในรุ่น 1.5 โดยตัวอักษรคำว่า ECi-MULTI จะเล็กลง และนำรุ่น 1.3 กลับมาเพื่อตอบสนองลูกค้าระดับล่าง โดยมีรุ่นย่อย อาทิ 1.3 EL, 1.5 GLXi และ 1.6 GLXi

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 3 หมื่นกว่าบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้แล้ว

Mazda-323

Mazda-323-Astina

9. Mazda 323 1.6 GLX (BG) / 323 Astina 1.8 GT (BG)

Mazda 323 (มาสด้า 323) และ Mazda 323 Astina (มาสด้า 323 แอสติน่า) รุ่นยอดนิยม เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2533 มีวิ่งเป็นแท็กซี่กันเพียบ รวมไปถึง มาสด้า 323 แอสติน่า 5 ประตูแฮทช์แบค ก็มีเป็นแท็กซี่หลายคันอยู่ ถือเป็นรถยอดนิยมสำหรับครอบครัว และวัยรุ่นสุดๆ โดยเฉพาะ มาสด้า 323 แอสติน่า ไฟป๊อปอัพ สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 200 กม./ชม. ในตอนนั้นถือว่าไม่ธรรมดา! และโดดเด่นด้วยช่วงล่างหลังแบบปีกนกคู่สัมพันธ์ TTL

มาสด้า 323 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส B6 87 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ส่วนในรุ่น Astina ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส BPD 140 แรงม้า (รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ลดแรงม้าลงมาเหลือ 125 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรรมดา 5 สปีด

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 2 หมื่นกว่าบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้เช่นกัน ส่วน Astina อาจจะต้องเพิ่มเงินมาหน่อย เพราะราคารถตลาดสภาพ ก็อยู่ที่ 3 หมื่นปลายๆ แล้วครับ

BMW-E30

10. อันสุดท้าย เผื่อคนอยากได้รถยุโรป … BMW 316 / 318i (E30)

BMW ซีรี่ส์ 3 ในยุคที่บริษัท ยนตรกิจ จำกัด เป็นผู้จำหน่าย เริ่มเผยโฉมในปี 2527 มีทั้งแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู ในรุ่น 316, 316i, 318i และ 318iA เกียร์อัตโนมัติ ในช่วงท้ายๆ อายุตลาด ตัวรถภายนอกสวยสปอร์ต เท่ ท้าทาย แน่นหนา ภายในโอ่อ่า หรูหรา ถูกใจวัยรุ่นวัยเฒ่าทั้งหลายที่โปรดปรานการขับอวดกันเพิ่มขึ้นอีก

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส M10 90 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 4 สปีด และ 5 สปีด, เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร รหัส M40 และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส M10 105 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 184 กม./ชม.

พอในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ จึงเพิ่มเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส M40 115 แรงม้า เข้ามา ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงิน 2 หมื่นกว่าบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้เช่นกัน แต่ก็ต้องเตรียมงบไว้ปั้นต่อบานอยู่!

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ สามารถขายคันเดิมกับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

Trick-Use-Car-Camera

เลือกกล้องติดหน้ารถ เลือกราคาเท่าไหร่ สเปคแบบไหน ต้องอ่าน

Car-Cameraภาพจาก ausdom

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ “กล้องติดรถยนต์” หรือ “กล้องติดหน้ารถ” นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีกล้องติดรถยนต์นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วจำเป็นไปแล้ว ทั้งสามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆ อาทิเช่น บันทึกภาพรถยนต์ที่ทำผิดกฎจราจร หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ตำรวจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ตัดสินได้ง่ายขึ้นว่าใครถูกใครผิด ทาง

Carro ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ให้ได้คุณภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ.

Car-Camera-2

ภาพจาก Youtube Nopparit Lee

1. ความคมชัดของกล้อง

ความคมชัดของกล้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ เพราะราคาที่ถูก กับ ราคาที่แพง ความคมชัดของภาพก็ย่อมต่างกัน แต่ถ้ายึดตามการใช้งานแล้ว ระดับ Full HD 1080P หรือ HD Ready (720P) ก็ถือว่าเหมาะสม ส่วนค่า FPS (Frame Per Second – อัดเฟรมภาพต่อวินาที) หากอยู่ที่ 20-30 FPS (หมายถึง ใน 1 วินาที จะบันทึกภาพต่อเนื่องได้ 20-30 ภาพ) ก็ถือว่าใช้ได้ เพราะให้ภาพที่คมชัดสมจริง และไม่กระตุก

ในส่วนของรูรับแสง หรือ Lens Aperture ของกล้องติดรถยนต์มีความหมายเดียวกับของกล้องถ่ายรูป ที่ช่างภาพมักนิยมเรียนว่า ค่า “F/Stop” ใช้ตัวเลขกำกับแสดงขนาดของรูรับแสง ค่าตัวเลข F น้อยๆ รูรับแสงกว้าง แสงเข้าได้มาก หรือชัดตื้น ภาพจะชัดแค่ช่วงจุดโฟกัส ส่วนที่ค่าตัวเลข F มากๆ รูรับแสงจะแคบลง แสงเข้าได้น้อย หรือชัดลึก ภาพจะคมชัดทั้งหมดของภาพ

สำหรับโหมดการบันทึกภาพแบบ WDR (Wide Dynamic Range) ในช่วงกลางคืน ควรเลือกกล้องที่มีรูรับแสงกว้าง หรือมีระบบอินฟราเรด เพื่อให้ถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือในสภาพที่มีแสงน้อยได้อย่างชัดเจน และมีระบบ G-Sensor บันทึกภาพฉุกเฉิน และระบบ Motion detect (ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว) ด้วยก็ดี

Toyota-Car-Camera

2. มุมมองของกล้อง

ควรเลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีมุมมองด้านหน้ากว้างและอยู่กึ่งกลาง เพื่อเห็นบริเวณหน้ารถให้มากที่สุด หรือเห็นทั้งมุม ซ้าย-ขวา ได้ บางรุ่นก็มีเลนส์ Fish Eye ให้เลือกด้วย

Car-Camera-4

ภาพจาก Aliexpress

3. ความคมชัด และ รองรับความจุเมมโมรี่

กล้องติดรถยนต์แต่ละตัวก็รองรับชนิดเมมโมรี่ขนาดความจุได้ไม่เท่ากัน ทางที่ดีควรเลือกแบบรองรับเมมโมรี่การ์ดได้ 64GB จะทำให้เก็บไฟล์ VDO ได้ต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่มักรองรับที่ 32GB และควรเลือกกล้องที่มีสามารถอัดทับได้ (หรือ Loop Recording) คือ การเลือกบันทึกวีดีโอความยาว 3-10 นาที และเริ่มบันทึกวีดีโอใหม่ไปเรื่อยๆ หากเมมโมรี่การ์ดเต็มความจุ ก็จะวนกลับไปบันทึกทับไฟล์วีดีโอของเก่าโดยอัตโนมัติ ทำให้เมมโมรี่การ์ดไม่เต็ม เพราะไฟล์วีดีโอเก่าจะถูกลบไปเรื่อยๆ

4. แบตเตอรี่

กล้องติดรถยนต์มีทั้งเป็นแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัว และแบบคือไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง โดยมีแค่เพียงตัวเก็บประจุไฟ หรือ คาปาซิเตอร์ (Capacitor) คล้ายกับแบตเตอรี่สำรองในตัวกล้อง แต่ก็ต้องต่อเชื่อมต่อไฟกับที่จุดบุหรี่ ก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ในตัวกล้องเสื่อม หรือความร้อนจากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งาน

Car-Camera-5

ภาพจาก Aliexpress

5. คุณภาพ ราคา และ การรับประกันหลังการขาย

ราคาของกล้องติดรถยนต์นั้น มีแต่ตั้งหลักหลายร้อยบาท ไปจนถึงราคาหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติความทนทาน และคุณภาพ โดยที่กล้องบางรุ่น บางยี่ห้อ ราคาถูกก็จริง แต่ใช้งานไปได้ไม่นานนักก็รวน หรือพัง บางชนิดก็ไม่สามารถทนแดดแรงๆ ในบ้านเราได้

ทางที่ดีเมื่อไม่ได้ใช้กล้องแล้ว ก็ควรที่จะถอดเก็บ เพื่อไม่ให้โดนแดด หรืออาจจะหาอะไรบังป้องกันแสงแดดไว้ไม่ให้โดนตัวกล้อง หรือชาร์จไฟเต็มแล้ว ให้ถอดแบตเตอรี่ออก

ทางที่ดีควรดูด้วยว่า ผู้แทนจำหน่าย มีระบุเงื่อนไขในการรับประกันหลังการขายด้วยหรือไม่ ทางที่ดีควรเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่มีในประเทศไทย มีราคาที่เหมาะสมต่อการใช้งานของคุณ และมีการรับประกันสินค้าให้ก็ดีครับ แม้ว่าราคาอาจจะแพงกว่า แต่ก็ดีกว่าเสียแล้วต้องโยนทิ้งเลย

Car-Camera-6

ภาพจาก ebay

หากใครที่กำลังมองหากล้องติดรถยนต์ในขณะนี้ ก็ลองนำข้อมูลจากทาง Carro ไปเปรียบเทียบและพิจารณาในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ได้เลยครับผม เพื่อความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ