Honda-Odyssey-G1

หากเราย้อนกลับไปในช่วงประมาณปลายยุค 80 ในเวลานั้นตลาดรถยนต์ทั่วโลกเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง (ซึ่งก็ไม่ต่างกับในยุคปัจจุบัน ที่ค่ายรถทั่วโลกตื่นตัวกับรถยนต์ไฟฟ้านั่นล่ะครับ) นั่นคือ รถยนต์ในรูปแบบ Minivan หรือรถ MPV (Multi-Purpose Vehicle) เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีครอบครัวใหญ่ หรือแม่บ้าน ที่มีลูกหลายคน

ด้านค่ายรถญี่ปุ่นหลายแบรนด์ ซึ่งจากเดิมเน้นการนำรถแวกอน หรือรถตู้ในค่าย มาตกแต่งให้เป็นรถแนว RV (หรือ Recreational Vehicle) สำหรับใช้ในการท่องเที่ยว ผจญภัย มากไปกว่ารถที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือใช้งานในเมืองแบบรถ MPV ซึ่งแทบทุกค่ายก็เตรียมพัฒนารถยนต์รูปแบบ Minivan กันอย่างยกใหญ่

ไม่เว้นแม้แต่ Honda ยังต้องประกาศเปิดตัว Honda Odyssey (ฮอนด้า โอดีสซีย์) ซึ่งเป็น Minivan รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ ช่วงต้นยุค 90 ขึ้นมาขายกับเขาด้วย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Odyssey (RA) มือสองรุ่นแรก ที่คนไทยหลายคนชื่นชอบให้ฟัง ว่าในเวลานี้ ยังน่าใช้อยู่หรือไม่ …

Honda-Odyssey-Concept-RA

Honda ได้เริ่มต้นวางแผนในการพัฒนา Honda Odyssey รุ่นแรกนี้ในช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 1990 เกิดขึ้นจาก Koichi Amemiya ประธานของ American Honda Motor เวลานั้น อยากให้ทางทีมงานของ Honda R&D Center ที่โรงงาน Sayama ประเทศญี่ปุ่น พัฒนารถยนต์ Minivan ขึ้นมาสักหนึ่งรุ่น สำหรับตลาดอเมริกาเหนือเป็นพิเศษ ซึ่งต้องใช้พื้นฐานและเครื่องยนต์ V6 ของ Honda Legend ได้

Kunimichi Odagaki วิศวกรของ Honda R&D Center จึงถูกเรียกตัวไปเพื่อโครงการนี้ ก่อนจะถูกแต่งตั้งให้เป็น Chief Engineer (CE) พัฒนารถรุ่นใหม่ ก่อนจะเดินทางไปยัง USA ในเดือนกันยายน 1990 พร้อมกับสมาชิกในทีม 5-6 คน ไปดูศึกษาข้อมูลและตลาดของรถ Minivan ในตลาดสหรัฐฯ

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า รถ Minivan ในตลาดสหรัฐ มีราคาจำหน่ายอยู่ประมาณ 20,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่ถ้า Honda ผลิตรถแนวนี้ขาย ราคาอาจพุ่งไปที่ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ ด้วยต้นทุนของการต้องตั้งโรงงานใหม่ เพื่อติดตั้งเครื่องยนต์ V6 จากในรุ่น Legend ซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากเลือกเครื่องยนต์ 4 สูบ จาก Accord เป็นทางเลือกก็พอจะได้

แต่จู่ๆ ทางทีมผู้บริหาร Honda ก็ตัดสินใจยกเลิกโครงการนี้ทิ้งไปซะงั้น! ทำให้ทางทีมวิศวกรรู้สึกว่า Honda กำลังทิ้งบ่อน้ำบ่อทองเสียแล้ว เลยใช้ “อารยะขัดขืน” แอบพัฒนารถรุ่นนี้เป็นโปรเจค “ใต้ดิน” แบบไม่ต้องอยู่ใน Honda R&D Center ซะเลย!

แต่กว่าจะสรุปรูปแบบการพัฒนาตัวรถ พัฒนาภายในห้องโดยสาร ขายไอเดียให้ผู้บริหาร Honda รวมถึงสร้างแบบจำลองภายในห้องโดยสารจาก Styrofoam Mocl-Up ที่ทำจากโฟมยักษ์ เพื่อนำเสนอในบริษัทอีก …

จากการผลักดันจนสุดตัวของ Kunimichi Odagaki ในที่สุด จึงได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาอย่างเต็มตัว ในเดือนเมษายน 1991 ด้วยชื่อโปรเจค “PJ” ที่เปรียบเหมือน Odyssey รุ่นนี้ ราวกับเป็นเครื่องบินส่วนตัวติดล้อ (หรือ Personal Jet) โดยรถที่พัฒนาขึ้น ต้องมีลักษณะการใช้งานที่อเนกประสงค์แบบรถแวน และมีขุมพลัง ความปลอดภัย และขับง่ายแบบรถเก๋ง ด้วยต้นทุนที่ถูกสุดเท่าที่ทำได้ Honda Odyssey รุ่นนี้ จึงสามารถใช้อะไหล่ร่วมกันได้หลายอย่างกับ Honda Accord

Honda-Odyssey

ตัวรถออกแบบโดย Motoaki Minowa ภายใต้แนวคิด “Creative Mover”

ชื่อรุ่นมีความหมายว่า “การเดินทางผจญภัยอันยาวนาน” มาจากบทประพันธ์มหากาพย์กรีกโบราณ หนึ่งในสองเรื่องของ Homer (โฮเมอร์) คาดว่าประพันธ์ขึ้นในราว 800 ปีก่อนคริสตกาล ในชื่อ “Odusseia” ว่าด้วยการเดินทางกลับบ้านที่อิธาคา ของวีรบุรุษกรีกชื่อ Odysseeus (โอดิซูส) (หรือ Ulysses (ยูลิซีส) ตามตำนานโรมัน) หลังจากการล่มสลายของทรอย

Honda Odyssey Video Catalogue

Honda Odyssey รหัส RA1-RA4 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นเมื่อ 20 ตุลาคม 1994 ด้วยโฆษณาในธีมครอบครัวสุดประหลาดแต่ดูฮา จากการ์ตูนชื่อดังอย่าง “The Addams Family” พร้อมทั้งส่งออกไปจำหน่ายยังอเมริกาเหนือด้วย

Honda-Odyssey-RA-1994-JDM

รูปลักษณ์ภายนอก ยังไม่ทิ้งความเป็นรถเก๋งนัก ดีไซน์ในแบบเรียบง่าย เน้นความลู่ลม ด้านข้างประตูบานใหญ่ทั้งหน้าและหลัง ขึ้นลงสะดวก ฝากระโปรงบ้านท้ายมีขนาดใหญ่ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ด้านบน

มิติตัวรถยาว 4,750 มม. กว้าง 1,790 มม. สูง 1,640 มม. ระยะฐานล้อ 2,830 มม.

Honda-Odyssey-RA-1994-JDM

ส่วนภายในห้องโดยสาร มีให้เลือกทั้งในรุ่นแบบ 6 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง ชูความโดดเด่นด้วยพื้นห้องโดยสารต่ำ (Low-Floor) ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งและสูงขึ้น ในลักษณะพื้นเล่นระดับ ด้วยมิติความยาว 2,810 มม. กว้าง 1,505 มม. และสูง 1,200 มม. สามารถเดินไปมาภายในได้สะดวก

เบาะนั่งแบบผ้าเล่นโทนสีเทา ปรับได้หลายรูปแบบ เบาะแถวกลางพับและหมุนได้ รวมไปถึงจุดเด่นอย่างเบาะนั่งในแถวที่สาม ที่สามารถพับเก็บเป็นแนวราบกับพื้นได้ หรือสามารถพลิกมายังด้านท้ายรถ เพื่อใช้นั่งชมวิวได้!

เย็นฉ่ำกับระบบแอร์แยกทั้งหน้าและหลัง อุ่นใจกับระบบความปลอดภัย กับเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และที่เก็บของมากมายจุใจ

Honda-Odyssey-RA-1994-JDM

ระบบช่วงล่างหน้า-หลัง เป็นแบบ ดับเบิลวิชโบน อิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโคลง ที่พัฒนาใหม่ ควบคู่กับระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม ABS และจัดวางถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ ขนาด 65 ลิตร ไว้ที่บริเวณใต้เบาะนั่งแถวที่สอง

Honda Odyssey เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือก ได้แก่ ….

2.2 ลิตร รหัส F22B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 145 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.0 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 10.2 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคอพวงมาลัย 4 สปีด PROSMATEC (Type II) บนระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD แบบ Real-time 4WD

แรกเริ่มมีให้เลือกด้วยกันเพียง 3 รุ่นย่อย ได้แก่ B (มีเฉพาะ 7 ที่นั่งเท่านั้น) กับ S และ L (มีทั้งแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ให้เลือก)

ในปี 1994 ก็ได้รางวัล Japan Car of The Year และรางวัล Automotive Researchers’ and Journalists’ Conference Car of the Year award (หรือ RJC Car of The Year) ไปครองถึง 2 รางวัลรวด

Isuzu-Oasis

Isuzu Oasis ที่ขายในสหรัฐอเมริกา

อีกทั้งยังมีส่งออกไปจำหน่ายในทั่วโลก ทั้งในอเมริกา (พร้อมผลิตรถแบบ OEM ส่งให้ Isuzu นำเข้าไปขายในชื่อ Isuzu Oasis ด้วย) ออสเตรเลีย รวมไปถึงในยุโรปด้วย (ในชื่อ Honda Shuttle)

Honda-Odyssey-Field-Deck-RA-1996-JDM

ในเดือนมกราคม 1996 เพิ่มรุ่นหรูอย่าง Exclusive และเพิ่ม Sunshine Roof หลังคากระจกในเบาะนั่งแถวที่สองและสาม ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เล็กๆ ในวันที่ 2 กันยายน 1996 ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่าง พร้อมเพิ่มรุ่น Field Deck ที่มี Fiberglass Reinforced Plastics หรือ (FRP) หรือ แผ่นหลังคาโปร่งแสงแบบพับเก็บได้ ทำเป็นที่นอนบนหลังคาได้ 2 คน เป็นต้น

ในเดือนสิงหาคม 1997 ไมเนอร์เชนจ์อีกรอบ ปรับขนาดเครื่องยนต์ใหม่เป็นขนาด 2.3 ลิตร รหัส F23A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.8 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 11.2 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น)

Honda-Odyssey-Prestige-RA-1997-JDM

และเริ่มขยับสู่ความหรูมากขึ้น ในเดือนตุลาคม 1997 กับ Odyssey Prestige (รหัสรุ่น RA5) ในรูปแบบ 5 ที่นั่ง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร ในรหัส J30A แบบ V6 สูบ SOHC 24 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 200 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 27.0 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 8.8 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น)

ส่วนตลาดอเมริกา ทาง Honda เห็นว่า Odyssey ที่ขายในญี่ปุ่นนั้นแลดูมีขนาดเล็กไปเมื่อเทียบกับไซส์ฝรั่งนั่งแล้ว จึงแยก Odyssey เจเนอเรชั่นต่อไป ออกไปเป็นพิเศษให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นปกติ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ หรือตลาดตะวันออกกลาง เป็นต้น

โดย Honda Odyssey เวอร์ชั่นต่อจากนี้ จึงผลิตขึ้นที่โรงงาน Honda Of Canada เมือง Ontario ประเทศแคนาดา ทำตลาดในชื่อ Honda Odyssey ในเดือนสิงหาคม 1998 ซึ่งก็ได้ยอดขายพุ่งพรวดสมใจอยาก! และยังมีส่งกลับมาขายในญี่ปุ่น ในชื่อ Honda Lagreat เปิดตัวเมื่อ 3 มิถุนายน 1999

และนี่ก็คือประวัติของเวอร์ชั่นญี่ปุ่น โดยสังเขปประมาณนี้ …

Honda-Odyssey-RA-1995-TH

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทย เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 26 เมษายน 2538 มีให้เลือกเพียงรุ่น 6 ที่นั่ง แบบเดียวเท่านั้น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร 140 แรงม้า มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดง Bordeaux Red Pearl และ สีน้ำเงิน Nocturne Blue Pearl ซึ่งก็ได้รับความนิยมพอสมควร

ในเวลานั้น บรรดาผู้จำหน่ายอิสระ ต่างก็มีนำเข้ารุ่น Spec ญี่ปุ่นมาขายด้วยเช่นกัน

Honda-Odyssey-RA-1997-TH

พอในเดือนมีนาคม 2540 Honda ได้นำเข้า Odyssey อีกล็อต เปลี่ยนล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่แบบในรุ่น Prestige พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ เพิ่มสีเงิน Sapphire Silver ใหม่ และสีน้ำเงิน Mystric Blue Pearl ใหม่ เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ Immobilizer เป็นต้น ก่อนจะหายไปจากท้องตลาดราวปี 2541

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถ Minivan ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ที่มีราคาหลักล้านบาทเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว พร้อมด้วยออพชั่นและความอเนกประสงค์ที่ดูน่าใช้มากๆ นั่งสบายทุกที่นั่ง มีแอร์แยกหน้าหลัง เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวใหญ่ หรือมีลูก 2-3 คน

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้แม้ว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตรและ 2.3 ลิตร ให้สมรรถนะพอตัว ทนทาน อะไหล่ส่วนใหญ่ (ยกเว้นตัวถัง) ใช้ร่วมกับ Civic, Accord หรือ CR-V ได้ อาจจะไม่สะใจขาซิ่งสักเท่าไหร่ แต่การปรับเซ็ตเกียร์มาให้เพิ่งแรงบิด ออกตัวได้เร็วขึ้น ก็น่าจะทดแทนกันได้ ผนวกกับช่วงล่างที่ค่อนข้างเกาะถนน เข้าโค้งขับสนุก และเบาะนั่งที่ปรับได้อเนกประสงค์ น่าจะถูกใจคุณหนูๆ ไม่น้อย

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ถ้าจะซื้อต้องหารถคันนี้สภาพไม่ช้ำมาก เครื่องยนต์ยังกำลังดี เกียร์ยังใช้งานได้ปกติ แต่ถ้ารถสภาพไม่ดีแล้ว ก็สามารถหาเครื่องในตระกูล Honda วางใหม่ได้ แถมด้านท้ายรถ ยังพอติดแก๊ส LPG ได้ สำหรับคนใช้รถเยอะ ตัวรถยังซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาทก็พอเพียง (แต่อะไหล่ตัวถัง หายากหน่อยนะ)

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 120,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก