Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง

2015 ผลการค้นหาจำนวน 7 คัน
2011 ผลการค้นหาจำนวน 5 คัน
2010 ผลการค้นหาจำนวน 5 คัน
รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง
รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง

Benz S-Class มือสอง (เบนซ์ เอส-คลาส มือสอง) | Carro


Mercedes-Benz S-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส) จัดเป็นรถซีดานรุ่นใหญ่ที่สุด ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผลิตขายแบบ Mass และถือเป็นรถธง ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกหนึ่งรุ่น (แม้ว่าภายหลัง จะมี Maybach-Mercedes ออกมาก็ตาม) โดยเริ่มการผลิตเมื่อปี 2494 จนถึงปัจจุบัน เป็นรถซีดานระดับหรูหราที่ขายดีที่สุดในโลก
นับตั้งแต่แรกเริ่มในรุ่น W187, W180-W128 "Ponton", W111-W112 "Fintail" (หรือเบนซ์ หางปลา ที่รู้จักในบ้านเรา), W108, W116, W126, W140, W220, W221 และรุ่นปัจจุบัน W222/V222
ในรุ่น W116 เป็นโฉมแรก ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งชื่อว่า S-Class (โฉมก่อนหน้านี้จะเรียกกันว่า Ponton และ Fintail หรือเรียกรหัสโฉม (W108) แต่ไม่ได้ใช้ชื่อ S-Class อย่างเป็นทางการ) ซึ่งย่อมาจาก "Special Class"
คราวนี้เราลองมาดูรายละเอียดกันว่า ถ้าจะเลือกซื้อ Benz S-Class มือสองนั้น มีรุ่นไหนที่น่าสนใจ น่าตัดสินใจซื้อบ้าง
1. Mercedes-Benz S 320 CDI ปี 2006
เมอร์เซเดส-เบนซ์ S320 CDI ก็ถือเป็นรุ่นที่น่าสนใจ เพราะราคาตัวรถมือสองประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ไปจนถึง 2 ล้านบาท (เมื่อเทียบกับราคาตอนออกใหม่ๆ อยู่ที่ 7.29 ล้านบาท) ก็สามารถหาซื้อมาเป็นเจ้าของได้แล้ว รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ CDI ขนาด 3.0 ลิตร แบบ V6 ให้แรงม้าสูงสุดถึง 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 7.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. ที่สำคัญ รถรุ่นนี้ยังประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ระดับ 15.15–15.63 กม./ลิตร
2. Mercedes-Benz S 300 BlueTEC HYBRID AMG Premium ปี 2011
สำหรับ S-Class รุ่นนี้ เป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ที่มาพร้อมชุดแต่ง AMG เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูง หรือเจ้าของกิจการ ที่ยังชื่นชอบรถยนต์ที่คันใหญ่ หรูหราสุดๆ แต่ก็มีกลิ่มอายของความเป็นรถสปอร์ต อีกทั้งยังเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ห้องโดยสารภายในหรูหรา กว้างขวาง อุปกรณ์คุณภาพสูงภายในรถที่สามารถใช้งานได้ง่าย เน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูง และการออกแบบที่เน้นการใช้งานได้จริงเป็นหลัก
โดย S 300 BlueTEC HYBRID AMG Premium มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2,143 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-1,800 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 20 กิโลวัตต์ (27 แรงม้า) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และความโดดเด่น คือ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 23 กม./ ลิตร
3. S 400 Hybrid AMG Premium ปี 2013
S 400 Hybrid AMG Premium รุ่นล่าสุดที่เปิดไปเมื่อช่วงปี 2013 รหัสตัวถัง V222 มาพร้อมกับภาพลักษณ์ใหม่ของการออกแบบบ่งบอกถึงความเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมหรูหราและสปอร์ต ภายใต้แนวคิด Vision Accomplished ด้วยความเป็นเลิศแห่งวิศวกรรมยานยนต์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ระบบการขับขี่แบบอัจฉริยะ (Intelligent Drive) เทคโนโลยีประหยัดพลังงานใหม่ล่าสุด (Efficient Technology) และความหรูหราสง่างามในทุกองค์ประกอบ (Essence of Luxury) โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่หมดที่คงความหรูหรา น่าหลงใหล ล่าสุดได้รับรางวัลด้านดีไซน์ระดับโลกจาก Red Dot Award 2013 และ Automotive Brand Contest 2013
การออกแบบภายนอก ใช้ไฟ LED ส่องสว่างทั่วทั้งคันรถ ทั้งภายนอกและภายใน นับเป็นรถยนต์คันแรกที่ใช้ระบบนี้ โดยมีหลอดไฟทั้งสิ้นกว่า 500 ดวง ติดตั้งระบบปรับความสูงไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปรับความเข้มของแสงไฟท้ายอัตโนมัติ
ภายในของรุ่นนี้ จัดว่างดงามเหนือระดับ หรูหรา นั่งสบาย ผสมสานกับอุปกรณ์สมัยใหม่ที่อำนวยความสะดวกได้อย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่ลายไม้สุดหรูหรา พวงมาลัยหุ้มหนังสลับลายไม้แบบมัลติฟังก์ชั่น เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa ที่ตัดเย็บด้วยรูปทรงเพชรดูหรูหรา พร้อมผ้าหลังคาและแผงบังแดดหุ้มด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ และจุดเด่นที่สุดของการออกแบบภายในคือ ไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสารที่ปรับเฉดได้ถึง 7 สี และมาตรวัดจอแสดงผลแบบ TFT 2 จอ โดยจอหนึ่งอยู่ตรงกลางรถ ส่วนอีกจอหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นมาตรวัดแสดงผลการขับขี่ พร้อมกับระบบนวดแบบผ่อนคลาย ENERGIZING Massage เบาะนั่งแบบนวดสบายๆ ตลอดการเดินทาง
และฟังเพลงเพราะๆ ไปกับระบบเสียงจาก Burmester Surround Sound System พร้อมลำโพง 13 ตัว ซึ่งให้ระดับเสียงคมชัดเซอร์ราวซาว์รอบทิศทางแบบ "Feel-Good Sound"
มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดแบบ V6 ขนาด 3.5 ลิตร 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 3,500-5,250 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 20 กิโลวัตต์ หรือ 27 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-Tronic Plus พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ Direct Select
Benz S-Class เพราะรถรุ่นนี้มีความพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ ตรงที่ เหมาะสมสำหรับเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูง เพราะรถรุ่นนี้มีการออกแบบที่หรูหรา เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่ารถรุ่นอื่นๆ ราคาไม่ใช่น้อยๆ สำหรับสาวกรถมือสองนั้น ก็ต้องอดใจรออีกหน่อย เพราะเมื่อไรที่รถรุ่นใหม่ถูกออกจำหน่าย คุณก็จะได้รุ่นนี้มาครอบครองในราคาที่สบายกระเป๋า
ในการเลือกซื้อรถยนต์ ในตลาดรถมือสองนั้น โดยเฉพาะรถ Benz S-Class จะมีข้อดีอยู่ที่ แน่นอนเรื่องราคา เพราะรถมือสองนั้น ราคาจะถูกกว่ารถมือหนึ่ง ถึง 40-50% ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแต่ละปีของรถ แต่ก็จะมีบางตัว ของ Benz ที่เป็นรุ่นหายาก ปีเก่าๆ อันนั้นจะไปจัดอยู่ในประเภทรถเก่าสะสม ราคาก็จะแพงหน่อย ในเรื่องของเอกสาร บอกเลยว่าง่ายกว่าการซื้อรถมือหนึ่งมาก เพราะไม่ต้องยุ่งยากอะไร ไม่ต้องมีเยอะ และอีกข้อดีคือ ยิ่งรถหรูๆ อย่างนี้การซื้อมือสองจะคุ้มมาก ดังนั้นหากเรารู้รายละเอียด อีกข้อหนึ่งที่อยากอย่าละเลยคือเรื่องประกันภัยรถยนต์ รถหรู มีราคา ควรจะทำประกันไว้ด้วยเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ ข้อดีข้อเสียแล้ว การซื้อรถ Benz S-Class มือสองของคุณก็จะง่ายขึ้นแน่นอน และท่านสามารถเลือกซื้อ Benz S-Class ได้ที่ Carro ที่มีรถมือสองของ Benz ทั้ง C-Class, E-Class, SLK หรือรุ่นอื่นอีกมากมาย