Carro
taladrod-banner
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Benz C-Class (เบนซ์ ซี-คลาส) มือสอง

2017 ผลการค้นหาจำนวน 6 คัน
2016 ผลการค้นหาจำนวน 20 คัน
ads
รถ Benz C-Class (เบนซ์ ซี-คลาส) มือสอง
รถ Benz C-Class (เบนซ์ ซี-คลาส) มือสอง

Benz C-Class มือสอง (เบนซ์ ซี-คลาส มือสอง)

Carro จะมาแนะนำ Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) มือสอง เป็นรถเก๋งขนาด Compact Car Executive Car ซึ่งมีผลิตออกมาหลายเจเนอเรชั่น นับตั้งแต่รุ่น W202, W203, W204 และ W205 ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบัน

เหตุผลที่จะทำให้ผู้คนนิยมรถ Mercedes-Benz C-Class มาก เนื่องจากเป็นรถค่ายยุโรปที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป อีกทั้งราคายังไม่แพงเกินไป ในการซื้อรถมือสอง และเป็นรถยนต์ที่มีจุดเด่นในตัวเอง นั่นคือมีรูปทรงสปอร์ต

หากว่ายังไม่พอใจในความดุดัน ผู้ที่สนใจยังสามารถหาชุดแต่ง AMG ของแท้ หรือรุ่นที่ใส่ชุดแต่งจาก AMG จากโรงงาน มาใช้ได้ด้วย จึงเป็นสาเหตุให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นที่นิยมของคนไทย ที่ชอบใช้รถยุโรปอย่างมีสไตล์

Mercedes-Benz C-Class ปี 1993 - 2000

Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class รุ่นแรก รหัส W202 เริ่มจำหน่ายในเยอรมนีเมื่อปี 1993 ในฐานะตัวตายตัวแทนของ Mercedes-Benz 190 โดยเริ่มจำหน่ายในไทยประมาณปี 2537 (แต่ก่อนหน้านั้น ก็มีผู้จำหน่ายอิสระ นำเข้ามาขายกันเพียบแล้ว)

มีให้เลือกทั้งรุ่น C 180, C 200, C 220, C 230, C 240 และ C 280 เป็นต้น แต่รุ่นยอดนิยมจะเป็น C 180 และ C 220 ส่วนรุ่นย่อยลงไปอีก ก็จะมีให้เลือกทั้งแบบ Classic, Esprit, Sport และ Elegance

ด้านเครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz C-Class ตระกูลนี้ เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ใน C 180 ขนาด 1.8 ลิตร 122 แรงม้า, ใน C 200 ขนาด 2.0 ลิตร 136 แรงม้า, ใน C 220 ขนาด 2.2 ลิตร 150 แรงม้า, C 230 Kompressor 190 แรงม้า และ C 280 ขนาด 2.8 ลิตร 197 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด เน้นความทนทาน ดูแลรักษาง่าย ซ่อมบำรุงไม่ยาก และอะไหล่ใช้กันได้หลายรุ่น

ส่วนรุ่นพลังแรงอย่าง C36 AMG มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.6 ลิตร 280 แรงม้า นำเข้ามาเพียงไม่กี่คัน

Mercedes-Benz C-Class

พร้อมกับปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในปี 2540 เพิ่มรุ่น C 230 Compressor และ C 240 V6

Mercedes-Benz C-Class ปี 2000 - 2007

Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class รุ่นที่สอง รหัส W203 หรือในฉายา "ตาถั่ว" เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2543 มีตัวถังให้เลือก คือ 2 ประตู Sports Coupe, 4 ประตู Sedan และแบบแวกอน (หรือ T-Modelle ในเวอร์ชั่นเยอรมนี) ส่วนรุ่น Coupe และ Cabriolet แยกออกไปเป็นรุ่น CLK

มีให้เลือกทั้งรุ่น C 180 Kompressor, C 200 Kompressor, C 200 K (แวกอน), C 220 CDI, C 230 Kompressor, C 230 2.5 และ C 280 เป็นต้น แต่รุ่นยอดนิยมจะเป็น C 180 และ C 230 Kompressor ส่วนรุ่นย่อยลงไปอีก ก็จะมีให้เลือกทั้งแบบ Classic, Elegance และ Avantgarde หรือเป็นรุ่นพิเศษต่างๆ เช่น Sport Edition

Mercedes-Benz C-Class Coupe

Mercedes-Benz C-Class มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องยนต์ 4 สูบ และ 6 สูบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินที่มีขนาด 1.8 ลิตร 129 แรงม้า และแบบ Kompressor 143 แรงม้า, ขนาด 2.0 ลิตร Kompressor 163 แรงม้า และขนาด 2.3 ลิตร Kompressor 192 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล CDI ที่มากับความแรงขนาด 2.2 ลิตร 170 แรงม้านอกจากนี้ยังมีรุ่น C 230 2.5 ที่เป็นเครื่องยนต์ V6 ให้แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ 2,900-5,500 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม. ภายใน 8.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 238 กม./ชม.

Mercedes-Benz C-Class

โดยในเดือนสิงหาคม 2547 ได้ทำการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ กันชนใหม่ ช่องรับลมที่ใหญ่ขึ้นแบบสปอร์ต ในรุ่น C 230 Kompressor ติดตั้งระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง Cornering Light เข้าไปด้วย

Mercedes-Benz C-Class ปี 2007 - 2014

Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class รุ่นที่สาม รหัส W204 ได้ฤกษ์เปิดตัวในไทย 3 ตุลาคม 2550 ในบ้านเราเน้นขายเฉพาะรุ่น 4 ประตู Sedan รุ่นเดียวแล้ว โดยนำเข้ารุ่น C 200 Kompressor, C 230 Kompressorในรุ่น C 200 Kompressor ให้แรงม้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 163 แรงม้า เป็น 184 แรงม้า ซึ่งมากขึ้นถึง 13% และการเพิ่มขึ้นของแรงบิดกว่า 18% ทำให้เครื่องยนต์ของ C-Class ดูแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยังประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมอีกด้วย ดีขึ้น 0.5 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ได้แก่ C 200 Kompressor Elegance และ C 200 Kompressor Avantgarde พร้อมชูประเด็นเรื่องระบบความปลอดภัย PRE-SAFE ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และความปราดเปรียวในการขับขี่ Agillity Controlมาพร้อมกับขุมพลังขนาด 1.8 ลิตร 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตันเมตร ที่ 2,800-5,000 รอบ/นาที และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.8 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. สั่งงานด้วยระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 5 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์แบบวันทัช (One-touch Shift) ซึ่งสามารถเลือกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวของคุณเอง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุกกับการขับขี่มากยิ่งขึ้น

Mercedes-Benz CLC-Class

มาถึงช่วงเดือนกันยายน 2551 Merecedes-Benz เปิดตัว CLC-Class ซึ่งมีนำเข้ามาขายในไทยช่วงสั้นๆ ไม่นานนัก ที่แยกออกมาจากรุ่น Sports Coupe ในโฉมเดิม โดยรุ่นที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้นเป็นรุ่น CLC 200 Kompressor Sports Coupe

รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่ กระจังหน้ามีสัญลักษณ์รูปดาวสามแฉก กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวแบบ LED และโคมไฟหน้า Bi-xenon ในกรอบสีดำ พร้อมระบบเพิ่มการส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering Light) มีหลังคาเป็นซันรูฟแบบกระจก (Panoramic Sliding Sunroof) ที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนด้านท้าย ออกแบบใหม่เป็นแบบโคมดำ (Dark Meander Design) เพิ่มความดุดันสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟ LED

ห้องโดยสารภายใน เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต หนัง ARTICO สีทูโทนเทา-ดำ พร้อมรูระบายอากาศ พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้าน แบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ และตกแต่งด้วยลวดลายอลูมินั่ม คันเกียร์หุ้มหนัง ส่วนหัวเกียร์ตกแต่งสไตล์อลูมิเนียม คันเร่งและแป้นเบรคแบบสปอร์ต ผลิตจากสแตนเลส

ขุมพลังเบนซินขนาด 1.8 ลิตร Kompressor 184 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 231 กม./ชม. และให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.7 วินาที

เดือนกรกฎาคม 2553 เปิดตัว C 200 CGI และ C 250 CDI มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เทคโนโลยี CGI และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทคโนโลยี CDI

Mercedes-Benz C 250 CDI

ในเดือนกรกฎาคมปี 2554 เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ ประเดิมด้วย C 200 BlueEFFICIENCY 184 แรงม้า และ C 250 CDI BlueEFFICIENCY 204 แรงม้า ดูโดดเด่น มีดีไซน์มากขึ้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แผงหน้าปัดใหม่หรูหรา การตกแต่งภายในเน้นการตัดกันของพื้นผิว ดูสะดุดตามากขึ้น พร้อมระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่

Mercedes-Benz C 250 Coupe

และในเดือนกันยายน 2554 เปิดตัว C 250 BlueEFFICIENCY Coupe Edition 1 มาพร้อมชุดแต่งแอโรพาร์ทรอบคันจาก AMG bodystyling และใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร Turbo Intercooler 204 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด 7G-TRONIC PLUSอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจเช่นกัน นั่นคือ C300 4Matic ใช้ขุมพลังแบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร มีแรงม้าสูงสุด 228 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-TRONIC PLUS

Mercedes-Benz C-Class ปี 2014 - ปัจจุบัน

Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class รุ่นที่สี่ รหัส W205 ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งใหม่ของ Mercedes-Benz รูปลักษณ์โดดเด่น เร้าใจ และดูปราดเปรียวในทุกมิติ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2557 มีรุ่นเริ่มต้นให้เลือก 2 รุ่น คือ C 250 AMG Dynamic และ C 180 Exclusiveสำหรับรุ่น C 180 Exclusive กระจังหน้าแบบคลาสสิก ลาย 3 แถบเสริมโครเมียม พร้อมฟังก์ชั่น AIRPANEL เปิด-ปิดได้อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความลู่ลม และไฟหน้าแบบ LED High Performance

ส่วนในรุ่น C 250 AMG Dynamic กระจังหน้าเป็นแบบสปอร์ต โลโก้ Benz ใหญ่ๆ ตรงกลาง ชุดไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System มาพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ มีชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน หลังคาแบบ Panoramic Sunroof และภายในมีชุดคันเร่งกับแป้นเบรกแบบสปอร์ต

Mercedes-Benz C-Class

ห้องโดยสารภายในล้ำสมัย เน้นความหรูหรา และสปอร์ต พร้อมด้วย Touchpad ที่ติดตั้งบริเวณที่พักแขน ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องเสียง อาทิ วิทยุ ซีดี MB Audio 20 ที่บริเวณคอนโซลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo Intercooler 156 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร Turbo Intercooler 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 สปีด แบบ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Steering-wheel Gearshift Paddles

Mercedes-Benz C 350 e

เดือนมกราคม 2559 เปิดตัว Mercedes-Benz C 350 e และ C 350 e Estate AMG Dynamic เทคโนโลยี Plug-In Hybrid สามารถเลือกโหมดการทำงานของระบบได้ 4 แบบ ประกอบด้วย Hybrid, E-Mode, E-Save และ Charge

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 82 แรงม้า

Mercedes-Benz C 250 Coupe

เดือนมกราคม 2560 เปิดตัว The new C 250 Coupe AMG Dynamic และ The new C 250 Coupe Edition 1 ด้วยรูปโฉมใหม่ ขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ฐานล้อยาวขึ้น 80 มม. ส่งผลให้ตัวถังรถมีความยาวกว่ารุ่นเดิม 95 มม. และมีความกว้างกว่ารุ่นเดิม 40 มม.

Mercedes-Benz C-Class

ในเดือนกันยายน 2561 เปิดตัว Mercedes-Benz C-Class รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมจำหน่ายเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ C 220 d Avantgarde, C 220 d Exclusive และ C 220 d AMG Dynamic

รถในรุ่นใกล้เคียง

Mercedes-Benz C-Class สามารถเปรียบเทียบได้กับ BMW Series 3, Audi A4, Volvo S40 หรือ Lexus IS เป็นต้น

รถ Mercedes-Benz C-Class มือสอง ที่นิยมในตลาดรถมือสองนั้น จะมีเครื่องยนต์ตั้งแต่แบบ CGI (เบนซิน), CDI (ดีเซล), Kompressor (มีเครื่องอัดอากาศ) และ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) ดังนั้น หากจะซื้อรถที่มีราคาแพงซักคันหนึ่ง หากว่ามีงบที่จำกัด จะต้องพิจารณาเรื่องอะไหล่ที่คอย Support รถโฉมนั้นๆ ด้วย จึงต้องเลือกรถยนต์ที่ตลาดนิยม เนื่องจากจะยังมีการ Support อะไหล่ต่อไปในอนาคตด้วย

สุดท้ายนี้ ก่อนที่จะซื้อรถมือสอง ควรตรวจเช็คให้ครบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ หากไม่มั่นใจก็ไม่ควรจะตกลงซื้อรถคันนั้น ถ้าท่านอยากเพิ่มความมั่นใจในการซื้อรถคันนั้น Carro ที่จะช่วยท่านในการตรวจสอบสภาพรถเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ในการซื้อรถ ในตลาดรถมือสอง ของท่านให้มากที่สุด

ราคารถ รถ Benz C-Class (เบนซ์ ซี-คลาส) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿1,760,000
-
฿3,440,000
2017
฿1,640,000
-
฿3,280,000
2016
฿1,560,000
-
฿3,120,000
2015
฿1,056,000
-
฿2,160,000
2014
฿992,000
-
฿2,080,000
2013
฿928,000
-
฿2,000,000
2012
฿864,000
-
฿1,920,000
2011
฿752,000
-
฿1,840,000
2010
฿720,000
-
฿1,240,000
2009
฿672,000
-
฿896,000
2008
฿432,000
-
฿832,000
2007
฿408,000
-
฿624,000
2006
฿384,000
-
฿592,000
2005
฿360,000
-
฿528,000
2004
฿336,000
-
฿504,000
2003
฿304,000
-
฿464,000
2002
฿224,000
-
฿480,000
2001
฿216,000
-
฿448,000
2000
฿208,000
-
฿344,000
1999
฿200,000
-
฿248,000