Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) มือสอง

2017 ผลการค้นหาจำนวน 6 คัน
2016 ผลการค้นหาจำนวน 9 คัน
2015 ผลการค้นหาจำนวน 12 คัน
รถ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) มือสอง
รถ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) มือสอง

Ford Everest มือสอง (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มือสอง)

หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เป็นช่วงที่รถยนต์แนว SUV และ PPV เริ่มบูมในประเทศไทย ทำให้หลายยี่ห้อ ต่างเข็นรถแนวนี้ออกมาขายในตลาดเป็นแถว และยังเป็นรถประเภทที่เรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทย โดย Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) ก็ถือเป็นรถที่ Ford ประสบความสำเร็จในการขายมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่นในบ้านเรา

ในปัจจุบัน ผู้คนนิยมซื้อรถ-ขายรถ Ford Everest มือสองกันเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV มือสองดีๆ ซักคัน บทความนี้จะช่วยแนะนำ Ford Everest ให้ได้ทราบถึงประวัติและความเป็นมากันครับ

Ford Everest ปี 2003 - 2006

Ford Everest

Ford Everest รุ่นแรก เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่เมืองไทย ช่วงเดือนมีนาคม 2546 และได้รับความนิยมมาก เป็นเอสยูวีแบบ Body-on-Frame ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของปิกอัพ Ranger ในรหัสโครงการ U268 ภายใต้การดูแลของทีมวิศวกรจาก ฟอร์ด อเมริกา ซึ่งทางฟอร์ด ทุ่มงบประมาณมากถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 3 ปี ออกแบบโดยได้รับอิทธิพลจาก Ford Explorer รุ่นแรก ในปี 1990

สำหรับชื่อรุ่น "Everest" มีความหมายตรงตัว โดยนำมาจากชื่อยอดเขาที่สูงสุดในโลก บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล

Ford Everest

รูปลักษณ์ภายนอก ด้านหน้าแตกต่างจาก Ranger แค่ลายกระจังหน้าแบบซี่นอน 6 ซี่ และกันชนทรงใหม่ ฝาท้ายด้านหลัง แบบเปิดออกด้านข้าง (ต่างจากรถ SUV ทั่วไป ที่ฝาท้ายเปิดขึ้นด้านบน) มีโป่งข้างซุ้มล้อทั้ง 4 และแผงกันกระแทกด้านล่างของประตูทั้ง 4 บาน ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และยางขนาด 265/70R15

Ford Everest

ภายในห้องโดยสาร เน้นความโอ่โถงเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะและที่วางเท้ามากขึ้น โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ อยู่ที่ระบบแอร์ หน้า-หลัง จากโรงงาน เบาะนั่งแถวกลางแบบ Synchro-Seats พับได้ เพื่อให้ผู้ที่นั่งอยู่แถวที่ 3 สามารถออกจากห้องโดยสารได้ ส่วนเบาะแถวที่ 3 ถอดออกได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ

มาพร้อมขุมพลังขนาด 2.5 ลิตร รหัส WL-T แบบ 4 สูบ OHC 12 วาล์ว Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 121 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 27.5 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที เกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรืออัตโนมัติ 4 สปีด ที่ทีมวิศวกรของฟอร์ดร่วมพัฒนากับ Prodrive

Ford Everest

รุ่นที่จำหน่ายมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง คือ 2WD XLT และ Limited ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ตไทม์ คือ 4WD XLT และ Limited และเวลาต่อมา ยังมีรุ่นพิเศษออกมาเรื่อยๆ อาทิ รุ่นติดตั้งเครื่องเล่น DVD เป็นต้น

Ford Everest ปี 2006 - 2014

Ford Everest

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) เปิดตัว Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) โฉมใหม่ (บนพื้นฐานของ Ranger และ Everest รุ่นเก่า) มาพร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 5 สปีด แบบใหม่ ซึ่งมีทั้งเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อ ให้เลือกตามความต้องการ รุ่นนี้ขายในตลาดบ้านเรานานพอสมควร …

Ford Everest

ภายนอกของ Ford Everest มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ ขอบล้อขนาดใหญ่ ไฟเลี้ยวแบบ Built-In พร้อมไฟเลี้ยวและไฟส่องสว่างข้างรถแบบ LED ที่กระจกมองข้าง ยางอะไหล่ติดตั้งที่ประตูท้ายรถ และล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว

ภายในหรูหรา ตกแต่งด้วยสีทูโทน ตัดกับคอนโซลสีเมทัลลิค พร้อมถาดวางของบนคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง 2 ชั้น เก็บซีดีได้ 10 แผ่น ช่องวางแก้วน้ำทุกที่นั่ง ระบบปรับอากาศสามแถวแยกอิสระ ระบบเครื่องเสียพร้อมเครื่องเล่น CD 6 แผ่น ปรับความดังอัตโนมัติได้ 3 ระดับ ตามความเร็วของรถ

เบาะนั่งแถวที่ 2 พับเก็บได้ในจังหวะเดียว ให้ความสะดวกในการเข้าออกสู่แถวที่ 3 และเบาะแถวที่ 3 สามารถถอดออกได้ เพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระ

เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Duratorq แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Commonrail Di Variable Geometry Turbo Intercooler แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ที่ 1,800 รอบ/นาที ที่ให้แรงบิดสูงสุดในรถประเภทเดียวกัน (ตอนนั้น)

ส่วนรุ่นขนาด 3.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ควบคุมด้วยกล่องสมองกลอัจฉริยะ TCM (Transmission Control Module) ปรับการทำงานของเกียร์ให้เข้ากับคนขับ พร้อมอัตราทดระหว่างเกียร์ที่ชิดกันมากขึ้น

ชุดเกียร์ทรานเฟอร์ ใช้ของ Borg Warner พร้อมปุ่มปรับเลือกระบบส่งกำลังแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Active Shift-on-the-Fly ที่ช่วยให้การเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนระหว่าง 2 ล้อและ 4 ล้อ ได้ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.

Ford Everest

ในเดือนพฤษภาคม 2552 Ford ปรับโฉม Everest ให้สดใหม่ยิ่งขึ้น ภายนอกใช้กระจังหน้าโครเมี่ยมชุดใหม่ ด้านบนสุดเป็นแถบโครเมี่ยมสลักตัวอักษร EVEREST ฝากระโปรงหน้าทรงพาวเวอร์โดม ไฟหน้าทรงใหม่ชุบโครเมี่ยม แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ขนาดใหญ่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว

Ford Everest

ภายในเปลี่ยนสีไฟเรือนไมล์ จากเดิมสีเขียว กลายเป็นสีแดง ในรุ่น Navi พบกับจอสัมผัส ขนาด 6.5 นิ้ว เครื่องเล่น CD/DVD และ MP3 จาก Alpine พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม ส่วนท้ายรถยังมีกล้องมองหลังแบบมุมกว้างติดตั้งบริเวณกันชนท้ายพร้อมแสดงผล บนหน้าจอแบบอัตโนมัติ ใช้เครื่องยนต์เดิม ปรับรุ่นย่อยลงเหลือแค่ 4 รุ่น และทำรุ่น Navigator เป็นรุ่นหลัก

Ford Everest

ต่อมา ... ในช่วงปลายปี 2556 Ford ได้ปรับโฉมเจ้า Everest อีกครั้ง

Ford Everest ปี 2015 - ปัจจุบัน

Ford Everest

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ โฉมนี้ เรียกได้ว่า ลบภาพของรุ่นเดิมๆ ทิ้งไปจนหมดสิ้น กับการพัฒนาใหม่หมดจด (แต่ยังพัฒนาบนพื้นฐานของปิกอัพรุ่น Ranger เหมือนเคย) เผยโฉมครั้งแรกที่เมืองจีน ช่วงปลายปี 2557 แต่เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่ไทย ในช่วงเดือนมีนาคม 2558 แต่กว่าจะส่งมอบให้ลูกค้าได้ ก็ต้องรอถึงเดือนสิงหาคม 2558

Ford ตั้งใจสร้าง Everest รุ่นนี้ ให้เป็นที่หนึ่ง ในทุกๆ ด้าน อันสอดคล้องกับสโลแกน Engineered for Extraodinary ซึ่งในเมืองไทย ถูกวางตัวให้รถธง (Flagship Model) และเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุด ในโชว์รูมฟอร์ดขณะนี้

Ford Everest

มาพร้อมกับตัวถังดีไซน์ดุดัน ประณีต โครงสร้างแบบ Body-on-Frame ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ดิสก์เบรกสี่ล้อ และระบบการเลือกปรับอัตราทด (Terrain Management System) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคในทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ

Ford Everest

ภายในห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง กว้างขวางสะดวกสบาย การเลือกใช้วัสดุที่ดูหรูหราไฮโซ มีแอร์หน้า-หลัง ช่องเก็บของ-วางแก้วหลายจุด รวมถึงช่องต่ออุปกรณ์ AUX และ USB ให้มา 2 ช่อง ตรงคอนโซลกลาง และมากับเทคโนโลยีระดับพรีเมียมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบสื่อสาร SYNC2 ที่พัฒนาไปอีกขั้น พร้อมจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว

Ford Everest

และยังมาคุณสมบัติใหม่ที่มีให้ใช้งานในรถอเนกประสงค์ระดับนี้เป็นครั้งแรก เช่น ระบบควบคุมการเข้าโค้ง (Curve Control) ระบบรักษาเลน (Lane Keeping Aid) และระบบตรวจจับรถในจุดบอดพร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถอยหลังจากที่จอด (Blind Spot Information System with Cross Traffic Alert) และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (เทียบทางเท้า) (Active Park Assist for Hands-free Reverse Parallel Parking) สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ โฉมนี้ เป็นหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ล้ำสมัยที่สุดในตลาด

Ford Everest

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร Duratorq TDCi แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Commonrail Di Variable Geometry Turbo Intercooler แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 2,500 รอบ/นาที

ส่วนรุ่นขนาด 3.2 ลิตร (ซดน้ำมันหน่อย ตัวนี้) แบบ 5 สูบ DOHC 20 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Manual Mode

พอถึงช่วงเดือนสิงหาคม 2559 Ford ได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Ford Everest 2.2 Titanium+ 4x2 มีหลังคาแบบพาโนรามิคมูนรูฟขนาดใหญ่เปิดกว้างได้ถึงที่นั่งด้านหลัง ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ (Advanced-Driving Assist Technology) และระบบสั่งงานด้วยเสียงเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ซิงค์ 3 (SYNC 3)

Ford Everest

พอถึงช่วงเดือนกรกฏาคม 2561 ก็ถึงเวลาที่ Ford ได้เปิดตัว Everest โฉมไมเนอร์เชนจ์กันอีกครั้ง โดดเด่นด้วยขุมพลังใหม่ เกียร์ใหม่

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Bi-Turbo แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Ford Everest

รุ่นนี้มีหลากหลายจุดเด่น เริ่มต้นด้วย ระบบตรวจจับลมยาง ที่ติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก ระบบจะคอยตรวจวัดความดันลมยางทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อแรงดันลมยางตก ระบบประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดอัตโนมัติ มีกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ ให้ทุกรุ่นย่อย และระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะอื่นๆ รอบตัวรถ

ห้องโดยสารภายใน ได้รับการติดตั้งระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบ Navigator ซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับรถ SUV (หรือ PPV) ในกลุ่มเดียวกับ Ford Everest ก็จะมีอย่างเช่น Toyota Fortuner, Nissan Terra, Isuzu MU-X หรือ Chevrolet Trailblazer เป็นต้น และยังอาจเทียบกับตัว Thairung Transformer ที่ดัดแปลงมาจากรถกระบะได้อีกด้วย

โดย Ford Everest มือสอง มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณเกือบๆ 200,000 บาท ไปจนถึงราคาประมาณ 1 ล้านบาทนิดๆ ...

สุดท้ายนี้ ผู้อ่านคงได้รู้จัก Ford Everest มือสอง กันแล้ว ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะเลือกซื้อรถให้เหมาะกับการใช้งานของท่านมากที่สุด และต้องไม่ใจร้อน ขยันเปรียบเทียบ โดย Carro มีรถมือสองให้เลือกมากมาย เมื่อเลือกรถได้การดูสภาพรถก็สำคัญ แต่ถ้าคุณยังไม่มีประสบการณ์ ก็ให้ Carro ช่วยปรึกษาท่านได้ แล้วท่านจะได้รถดีในราคาที่เหมาะสม คุ้มค่าทุกบาทที่ท่านจ่ายไป

ราคารถ รถ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿880,000
-
฿1,240,000
2017
฿904,000
-
฿1,184,000
2016
฿864,000
-
฿1,120,000
2015
฿456,000
-
฿1,080,000
2014
฿432,000
-
฿592,000
2013
฿408,000
-
฿568,000
2012
฿384,000
-
฿536,000
2011
฿360,000
-
฿496,000
2010
฿336,000
-
฿472,000
2009
฿312,000
-
฿440,000
2008
฿288,000
-
฿384,000
2007
฿264,000
-
฿360,000
2006
฿192,000
-
฿320,000
2005
฿160,000
-
฿224,000
2004
฿144,000
-
฿208,000
2003
฿136,000
-
฿192,000