Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) มือสอง

2019 ผลการค้นหาจำนวน 17 คัน
2018 ผลการค้นหาจำนวน 36 คัน
รถ Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) มือสอง
รถ Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) มือสอง

Ford Ranger มือสอง (ฟอร์ด เรนเจอร์ มือสอง)

รถกระบะสำหรับบรรทุก ขนาด 1 ตัน เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์กลุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทย มีมากมายหลายยี่ห้อ และก็มีการแข่งขันในตลาดที่ดุเดือด ซึ่งเราจะมาแนะนำกระบะสายพันธุ์อเมริกัน ที่เรียกได้ว่าเป็นกระบะที่พร้อมจะลุยได้ทุกสถานการณ์ นั่นคือ Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์)

Ford Ranger ยังมีคู่แฝดที่ใช้เครื่องยนต์เดียวกัน นั่นคือ Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เนื่องจากฟอร์ดมีหุ้นของมาสด้าในอดีต จึงร่วมกันลงทุนตั้งโรงงาน และในการผลิตจะใช้ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ร่วมกัน แต่จะแตกต่างกันที่รายละเอียดของตัวรถและเครื่องยนต์ ที่แต่งเติมเพื่อให้รถของตนเองมีเอกลักษณ์ต่างกันไป

และนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป ฟอร์ดได้ขายหุ้นคืนให้กับมาสด้าแล้ว ดังนั้นรถที่ผลิตหลังปี 2558 ของทั้งฟอร์ดและมาสด้า จะแยกทางการพัฒนารถของตัวเองกันไป

และในปัจจุบัน ผู้คนนิยมซื้อรถ-ขายรถ Ford Ranger มือสองกันเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะมือสองดีๆ ซักคัน บทความนี้จะช่วยให้ท่านรู้จัก Ford Ranger มากขึ้นครับ

Ford Ranger ปี 1998 - 2002

Ford Ranger

Ford Ranger เปิดตัวครั้งแรกในไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2541 ออกจากสายพานการผลิตของโรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ ภายใต้แนวคิด "กระบะนิรภัยคันแรกของไทย" ด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัย คานเหล็กนิรภัย และระบบเบรก ABS นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ชื่อ ฟอร์ด เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศในเรื่องความแข็งแกร่ง และระบบนิรภัย

ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน ตามสไตล์รถกระบะอเมริกัน ภายในตกแต่งอย่างมีระดับ เทียบเท่ารถเก๋ง เบาะนั่งกำมะหยี่เนื้อหนานุ่ม อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ครบครัน อาทิ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อค พวงมาลัยเพาเวอร์ เป็นต้น

รวมถึงการใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร 90 แรงม้า, ดีเซลเทอร์โบรหัส WL-T ขนาด 2.5 ลิตร 12 วาล์ว 116 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Mazda Fighter ที่แรงจัดทั้งต้นและปลาย และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส W9 ขนาด 2.9 ลิตร 12 วาล์ว 93 แรงม้า มีรถให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

มีให้เลือกทั้งในรุ่นกระบะ Standard Cab, Super Cab, Double Cab และ 4X4

Ford Ranger ปี 2002 - 2006

Ford Ranger

Ford ได้ฤกษ์เปิดตัว Ranger โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ในเดือนกรกฎาคม 2545 พัฒนาและออกแบบให้ดูสวยเข้มมากขึ้น แต่ยังเน้นความแกร่ง และดุดัน ไฟหน้ามีขนาดใหญ่มากที่สุดในรถระดับเดียวกัน กระจังหน้าลายใหม่ โครเมียมขนาดใหญ่ กันชนหน้า 2 ชิ้น พัฒนามาจาก F-350 Tonka สะท้อนความเป็นรถกระบะพันธุ์ดุ ในตระกูล ฟอร์ด ได้เป็นอย่างดี

Ford Ranger

ฟอร์ด ออกแบบโครงสร้างของรถกระบะในรุ่น Super Cab ด้วยระบบ RAS (Rear Access System) หรือ "แค็บเปิดได้" (หรือในชื่อรุ่นใหม่ว่า "Super Open Cab") เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งโครงสร้างตัวถังในระบบ RAS สามารถรับแรงบิดได้ดี แข็งแกร่งกว่ารุ่นธรรมดา ถึง 20% และจุดเด่นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ระบบล็อคและปลดล็อคจากด้านหน้า เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

Ford Ranger

ภายในห้องโดยสาร กว้างขวาง โดยเฉพาะในรุ่น Super Cab มีห้องโดยสารยาวมากที่สุด ของรถกระบะที่จำหน่ายในไทย (ตอนนั้น) แผงควบคุม ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ มีมาตรวัดระยะทางแบบ LCD เบาะนั่งปรับปรุงให้สูงขึ้น เหมาะกับสรีระของคนไทย วัสดุที่ใช้ทำเบาะเป็นสารติดไฟยาก ส่วนช่องลมแอร์ ออกแบบอยู่ในตำแหน่งที่สูง สามารถกระจายลมได้อย่างรวดเร็ว

Ford Ranger มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 12 วาล์ว ด้วยกันถึง 3 รุ่น

... เครื่องยนต์ WL ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร 90 แรงม้า, เครื่องยนต์ WLT Diesel Turbo Intercooler ขนาด 2.5 ลิตร ให้ความแรงถึง 121 แรงม้า และเครื่องยนต์ W9 ดีเซล ขนาด 2.9 ลิตร 102 แรงม้า  มีรถให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

จากนั้นมาก็มีรุ่นพิเศษออกมาเป็นระยะๆ เช่น รุ่น Herricane 4X4 ในปี 2546

Ford Ranger

ในเดือนกรกฎาคม 2547 ปรับโฉม Ford Ranger อีกครั้ง ตัวถังยังมีให้เลือก 4 รูปแบบเช่นเดิม ภายนอกมาในสไตล์สปอร์ต ถอดแบบมาจากรถต้นแบบอย่าง ฟอร์ด F-350 จึงให้ความแข็งแกร่ง ดุดัน และลงตัวทุกมุมมอง

ปรับโฉมใหม่กว่า 10 รายการ พร้อมมีสีใหม่ให้เลือกอีก 3 สี เริ่มจากไฟท้ายที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ 2 ลาย ในสไตล์สปอร์ต (เฉพาะรุ่น 4x2 และ 4x4) ไฟเลี้ยวด้านข้างสีขาว สติ๊กเกอร์ลายใหม่ (ทั้งในรุ่น 4x4, XL, และ XLT), ไฟเลี้ยวด้านข้างสีขาว มองเห็นง่าย เพิ่มความปลอดภัย และสไตล์เฉี่ยว, วิทยุพร้อม CD, เบาะผ้าและแผงประตู 2 ลายใหม่ (สำหรับรุ่น XL และ XLT), พวงมาลัย 4 ก้านลายใหม่, แผงคอนโซลหน้าสีโครเมียมด้าน พร้อมมาตรวัดสีขาวตัวเลขสีเขียว, สวิตช์ปรับช่องลมเข้า-ออกได้บริเวณแอร์

และสีใหม่ ให้เลือกอีกถึง 3 สี สไตล์อินเทรนด์ ได้แก่ ดำไมก้า (Black Mica) เทาเมทัลลิค (Titanium Gray) และ น้ำเงินเมทัลลิค (Medium Blue)

จากนั้นมาก็มีรุ่นพิเศษออกมาเหมือนเดิม เช่น รุ่น Hi-Rdier Active และ Active Limited ในปี 2548 ...

 

Ford Ranger ปี 2006 - 2011

Ford Ranger

7 มีนาคม 2549 ถึงเวลาที่ Ford Ranger ใหม่ เปิดตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นโฉมใหม่หมดจริงๆ ในเจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ วางเครื่องยนต์ใหม่ Duratoq 380 Commonrail ชูแรงบิดสูงกว่าทุกค่าย พร้อมคงไว้ด้วยความอเนกประสงค์ และระบบนิรภัยมากขึ้นกว่าเดิม

รูปลักษณ์โฉมใหม่ แข็งแกร่ง และทรงพลัง ตามสไตล์รถกระบะอเมริกัน ด้วยฝากระโปรงหน้าที่เป็นสันนูนบึกบึน กระจังหน้าลาย 3 แถบเป็นเอกลักษณ์ รับกับไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยม ซุ้มล้อตีโป่ง กระจกมองโครเมียมบนพื้นดำ พร้อมล้ออัลลอย 16 นิ้ว

Ford Ranger

ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีครีม และวัสดุคุณภาพสูง หรือโทนสีเทาเข้มก็มีให้เลือก สำหรับขอบแผงหน้าปัดเป็นโครเมียม และทันสมัยด้วยมาตรวัดทรงกลมแบบ 3 ช่อง รับกับช่องแอร์ทรงกลม พนักพิงศีรษะใหญ่ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังปรับปรุงใหม่ให้มีความโค้งเว้า รองรับแผ่นหลังได้ดีขึ้นใกล้เคียงกับรถเก๋ง พร้อมมีที่เท้าแขนให้ด้วย นอกจากนี้ยังปรับปรุงช่องเก็บของด้านหน้า ให้ดึงออกมาเป็นโต๊ะขนาดเล็กสำหรับวางของ หรือจัดเก็บเอกสารได้สะดวกขึ้น

พร้อมติดตั้งระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นรถกระบะรุ่นแรกในไทย พร้อมระบบเบรก ABS สำหรับเบรกหน้าแบบ 4x4 และ Piston Caliber ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเบรก ทั้งยังลดการสึกหรอของผ้าเบรก นอกจากนี้ยังติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างเป็นครั้งแรกในตลาด และถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Advanced Stage II Airbag System

Ford Ranger

Ford Ranger โฉมนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 2 แบบ นั่นคือ ... เครื่องยนต์ดูราทอร์ก TDCi ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่น Ranger เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร WLT Turbo ถึง 22%

ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดถึง 156 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร นอกจากนี้ยังประหยัดเชื้อเพลิงน้อยกว่ารุ่นเดิมถึง 15%

Ford Ranger

เดือนกุมภาพันธ์ 2551 เปิดตัว Ford Ranger Wildtrak (ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค) ใหม่ ครั้งแรก ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งดีไซน์ใหม่ 10 รายการ ได้แก่ ... กระจังหน้า 4 ช่องใหม่, ล้ออัลลอย 16 นิ้วลายใหม่, สัญลักษณ์พิเศษ "Ranger", กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED, บาร์เสริมขอบกระบะ, สปอร์ตบาร์, พื้นปูกระบะอย่างหนา, บันไดข้าง, แร็คหลังคา, สติ๊กเกอร์ WildTrak ข้างประตูซ้าย-ขวา และท้ายรถ

Ford Ranger

11 กุมภาพันธ์ 2552 เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย ของ Ranger โฉมนี้ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Ranger MAX ที่ทำขึ้นมาโชว์เมื่อปลายปี 2551 เปลี่ยนโฉมด้วยกระจังหน้าลาย 3 แถบที่ดูบึกบึน ไฟหน้าทรงเรียว ฝากระโปรงหน้าออกแบบใหม่ กันชนหน้าแบบทรงพาวเวอร์โดม พร้อมติดตั้งไฟเลี้ยวแบบ LED บนกระจกมองข้าง รับด้วยไฟท้ายแบบใหม่

ห้องโดยสารตกแต่งโทนสีเทา-ดำ สไตล์สปอร์ต เบาะและแผงประตูลายใหม่ ไฟเรืองแสงบนหน้าปัดและอุปกรณ์ภายในเป็นโทนสีแดง ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกรุ่น

Ford Ranger ปี 2011 - 2015

Ford Ranger

เดือนมีนาคม 2554 Ford เปิดตัว Ranger โฉมใหม่หมด เจเนอเรชั่นที่ 3 ในไทย มากับขนาดความยาวของตัวรถ 5,359 มม. กว้าง 1,850 มม. บึกบึนมากขึ้น ดูสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว แร็คหลังคา และโครงหลังคาด้านหลัง (Hoop) ยกขอบกระบะให้สูงขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บให้ลึกมากขึ้น

Ford Ranger

 

ในรุ่น Open Cab มีขนาดพื้นที่บรรทุกของด้านหลังใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ที่ 1.85 ลบ.ม. และ 1.45 ลบ.ม. ตามลำดับ ขณะที่รุ่น Double Cab มีขนาดความจุ 1.21 ลบ.ม. ซุ้มล้อของกระบะท้ายได้รับการขยายให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับการวางสิ่งของที่มีความยาวตลอดแนวกระบะ

Ford Ranger

ห้องโดยสารภายใน ช่องเก็บของต่างๆ มีให้ 23 จุดในรุ่น Double Cab กล่องเก็บของกลางคอนโซลกว้าง - ลึก จุได้ถึง 8.5 ลิตร เก็บกระป๋องน้ำได้ 6 กระป๋อง และบางรุ่นสามารถเก็บความเย็นได้ ด้วยการต่อท่อแอร์เข้าไปภายใน เบาะแถวที่ 2 ของรุ่น Open Cab ยังมีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งอีกด้วย พร้อมติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเพียบ อาทิเช่น ระบบควบคุมการสั่งการด้วยเสียง เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth, กล้องมองภาพด้านหลัง, ช่อง AUX-USB, แอร์อัตโนมัติ, ระบบ Cruise Control และจอสีขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม

Ford Ranger

Ford Ranger ใหม่ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล Duratorq TDCi

เครื่องยนต์ดีเซล มี 2 แบบ คือ Duratorq TDCi รหัส I4 ขนาด 2.2 ลิตร 4 สูบ แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.15 กม./ลิตร

อีกรุ่นคือ Duratorq TDCi รหัส I5 ขนาด 3.2 ลิตร 5 สูบ แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร โดยรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Sequential

ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน Duratec รหัส I4 ความจุ 2.5 ลิตร 4 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 166 แรงม้า แรงบิด 226 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.2 กม./ลิตร ดีขึ้น 24% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

ในรุ่นนี้จะแบ่งเป็นรุ่นย่อย มีทั้งแบบรุ่นกระบะ Standard Cab, Open Cab, Double Cab, รุ่นขับสองยกสูง Hi-Rider และรุ่น 4WD

Ford Ranger ปี 2015 - 2018

Ford Ranger

ในเดือนมีนาคม 2558 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวแบบ Global Reveal ในไทย ปรับปรุงหน้าตาใหม่ ดูดุดันขึ้น ก่อนจะขายจริงในเดือนกรกฎาคม 2558

ห้องโดยสารของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ดูหรูหรา ทันสมัย และยังไฮเทค มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ๆ เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS มีระบบอินโฟเทนเมนท์เจนเนอเรชั่นใหม่ SYNC2, ระบบสั่งการด้วยเสียง, เซ็นเซอร์ช่วยจอดหน้า-หลัง Front and Rear Park Assist, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Program, ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ Rollover Mitigation และระบบลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ Trailer Sway Control เป็นต้น

Ford Ranger

มากับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ Duratorq แบบ 4 สูบ ความจุ 2.2 ลิตร แบ่งย่อยได้เป็น 2 กำลังม้า นั่นคือ 125 แรงม้า และ 160 แรงม้า ซึ่งมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นราว 20% ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.2 ลิตร Duratorq TDCI แบบ 5 สูบ ติดตั้งระบบหมุนเวียนไอเสียแบบใหม่ ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้น 18% แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า

พร้อมติดตั้งระบบสตาร์ทและดับเครื่องอัตโนมัติ Automatic Start/Stop ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ราว 3.5% และปรับอัตราทดเฟืองท้ายใหม่ ระบบส่งกำลังจะมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรืออัตโนมัติ 6 สปีด

ให้น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,175 กก. ประสิทธิภาพในการลากจูงสูงสุด 3,500 กก. ลุยน้ำได้ลึกสุด 800 มม. พื้นรถสูง 230 มม. พร้อมรับมือกับเส้นทางวิบาก ด้วยมุมปะทะ 28 องศา มุมจาก 25 องศา

Ford Ranger ปี 2018 - ปัจจุบัน

Ford Ranger

ล่วงมาจนถึงในเดือนกรกฎาคม 2561 Ford Ranger ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนหน้าตาใหม่ ปรับแบบกระจังหน้า และกันชนล่าง ปรับให้ช่องนำอากาศกว้างขึ้น และรุ่น Limited มาพร้อมไฟเดย์ไลท์ LED - ไฟหน้า HID มีสปอร์ตบาร์และล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ใหม่ …

Ford Ranger

และอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ กุญแจอัจฉริยะ (PEPS), ปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ และระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation) ในรุ่น Wildtrak ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Upgrade ระบบซิงค์เป็น SYNC 3 รองรับ Apple Carplay และ Andriod Auto พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน Full-Color ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง

Ford Ranger

อีกจุดเด่นนั่นคือ เครื่องยนต์ Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ใช้ระบบ Sequential Turbocharging ที่ผสานการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ทั้ง 2 ตัว โดยเทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวแรก เป็นแบบเทอร์โบแปรผัน (Vartiable Turbocharger) ช่วยเร่งการตอบสนองของคันเร่ง และลดช่วงการรอรอบ ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดและแรงม้าสูง แม้ตอนใช้ความเร็วต่ำ ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวที่สอง ซึ่งเป็นระบบเทอร์โบ Fixed-Geometry จะรับหน้าที่ต่อเพื่อเพิ่มกำลังและความเรียบลื่นให้กับเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วสูง

ด้วยแรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมอัตราทดเกียร์ที่แคบลงของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่วน Ford Ranger และ Wildtrak ก็ใช้เครื่องยนต์ใหม่เช่นกัน ขนาด 2.0 ลิตร Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด สำหรับรุ่น Limited ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้เลือกอีกด้วย สามารถบรรทุกและลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัม

ส่วนรุ่น XLT XLS และ XL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ มอบกำลัง 160 แรงม้า และแรงบิด 385 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Ford Ranger

Ford Ranger ใหม่ ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีทั้งหมด 20 รุ่น ซึ่งรวมถึงรุ่น Wildtrak XLT, XLS, XL กระบะฐานล้อสั้น (Short Wheel Base) และรุ่นใหม่ "Limited" และยังรวมถึง Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ผลิตจากโรงงานรุ่นแรกและรุ่นเดียวของเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งได้เปิดตัวไปในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) ผสมผสาน DNA ของ Ford Performance เข้ากับนิยาม "เกิดมาแกร่ง" ของ Ford Ranger เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ด้วยช่วงล้อที่กว้างขึ้น ความสูงที่เพิ่มขึ้น แก้มข้างรถที่ขยายออก โช้คอัพของ FOX Racing Shox รวมถึงล้อและยางที่ใหญ่ขึ้น

Ford Ranger

สำหรับห้องโดยสารภายใน มาพร้อมความประณีตขั้นสูง รายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง ซึ่งรวมถึงแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะลอยอยู่ในอากาศ หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูง พร้อมแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่พวงมาลัย

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Ford Ranger สามารถเทียบได้กับรถกระบะในคลาสเดียวกันอย่าง Toyota Hilux Vigo, Toyota Hilux Revo, Nissan Navara, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton, Mazda BT-50 PRO, Chevrolet Colorado, TATA Xenon หรือ Foton Tunland เป็นต้น

สุดท้ายนี้ ผู้อ่านคงได้รู้จัก Ford Ranger มือสอง กันแล้ว (เขียนมาได้ยาวจริงๆ!) ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะเลือกซื้อรถให้เหมาะกับการใช้งานของท่านมากที่สุด และต้องไม่ใจร้อน ขยันเปรียบเทียบ โดยการซื้อรถมือสอง ที่นี่ Carro มีรถมือสองให้เลือกมากมาย เมื่อเลือกรถได้การดูสภาพรถก็สำคัญ แต่ถ้ายังไม่มีประสบการณ์ สามารถขอคำปรึกษากับทาง Carro ได้ แล้วท่านจะได้รถดีในราคาที่เหมาะสม คุ้มค่าทุกบาทที่ท่านจ่ายไป

ราคารถ รถ Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2013
฿288,000
-
฿288,000
2012
฿232,000
-
฿400,000
2011
฿216,000
-
฿384,000
2010
฿200,000
-
฿368,000
2009
฿168,000
-
฿352,000
2008
฿152,000
-
฿328,000
2007
฿136,000
-
฿312,000
2006
฿120,000
-
฿288,000
2005
฿120,000
-
฿204,000
2004
฿100,000
-
฿192,000
2003
฿92,000
-
฿180,000