Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ H1 (เอชวัน) มือสอง

2016 ผลการค้นหาจำนวน 6 คัน
2015 ผลการค้นหาจำนวน 18 คัน
รถ H1 (เอชวัน) มือสอง
รถ H1 (เอชวัน) มือสอง

Hyundai H-1 มือสอง (ฮุนได เอชวัน มือสอง)

หลายๆ คน มีโครงการซื้อรถ Hyundai H-1 (ฮุนได เอชวัน) เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว หรือมองหารถที่มากด้วยประโยชน์ใช้สอย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รูปร่างที่ทันสมัย ความเร็วแรงในการขับขี่ และราคาไม่แพงมากนัก

Hyundai เป็นรถยนต์สัญชาติเกาหลีที่กลับเข้ามาทำตลาดบ้านเราอีกครั้ง หลังจากที่หายไปนานเกือบสิบปี โดย Hyundai มองว่าหากจะเล่นทำตลาดขายรถเก๋งเป็นหลักแบบแต่ก่อน คงยากแน่ จึงต้องรถรุ่นที่ คุ้มค่า คุ้มราคา มีจุดเด่น ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ หรือผู้บริหาร และคู่แข่งในตลาดมีน้อย มาทำตลาด หวยจึงออกมาที่ Hyundai H-1 ... ซึ่งประสบความสำเร็จด้านยอดขายแบบเกินคาด

Hyundai H-1 ปี 2007 - 2009

Hyundai H-1

Hyundai H-1 ถูกเปิดตัวเมื่อปี 2550 โดยนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นรถรุ่นขายดีของฮุนไดในบ้านเรา ด้วยจุดเด่นที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุด 11 ที่นั่ง

ตัวรถภายนอก เล่นเส้นสายบริเวณเหนือซุ้มล้อหน้า-หลัง ดูคล้ายโป่งล้อ ประตูข้างซ้าย-ขวาแบบสไลด์ด้วยมือ รางประตูซ่อนอยู่ใต้กระจกคู่หลังสุด มีไฟเลี้ยวแบบ LED ขอบล่างของตัวถังรอบคันเป็นสีทูโทน ล้อแม็ก 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/70 R16 ที่เน้นความนุ่มนวล ส่วนประตูด้านท้ายบานใหญ่ เหนือกระจกหลัง มีสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3

Hyundai H-1

จุดเด่นของ H-1 คือ เบาะนั่งโดยสารมีมากถึง 12 ที่นั่ง สามารถปรับได้หลายรูปแบบ เช่น ที่นั่งหลังสุดสามารถเลื่อนเข้าออก พร้อมกับพับที่นั่งได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ตั้งแต่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ จนถึงถุงกอล์ฟ ได้คราวละหลายๆ ใบ หรือไม่ก็ถอดเบาะออกเพื่อจัดพื้นที่โดยสารให้ดูโปร่งๆ นั่งกันสบายๆ ได้มากขึ้น (เพราะเบาะกลางของทุกแถวจะมีขนาดเล็ก ผู้ใหญ่นั่งอาจจะอึดอัดหน่อย) สำหรับเป็นรถตู้ส่วนบุคคลยังได้

Hyundai H-1

อุปกรณ์มาตรฐานถือว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป เช่น กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อก ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับสูง-ต่ำ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า สัญญาณเตือนถอยหลัง พร้อมกล้องมองหลัง แสดงผลบนจอสัมผัสที่คอนโซลกลาง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ชุดเครื่องเสียงพร้อมเล่น DVD และจอ LCD บนเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งทดลองกางจอลงมาแล้ว พบว่าไม่บังกระจกมองหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร แบบดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูล VGT CRDi ให้แรงม้าสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 392 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบ/นาที เกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมโหมดทิปทรอนิก

ในวันที่ 10 มีนาคม 2551 Hyundai เปิดตัว Hyundai H-1 โฉม MY2009 เพิ่มเติมฟังก์ชั่น ปรับไลน์รุ่นย่อยใหม่เป็น 3 รุ่น ตัว Top H-1 มาเอสโต เดอลุกซ์ (H-1 Maesto Deluxe), เอช-1 มาเอสโต เอ็กซ์คูซีฟ (H-1 Maesto Executive)

ออพชั่นหลายรายการ สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้บริหารหรือครอบครัวที่ชื่นชอบการเดินทางเป็นหมู่คณะ เช่น เบาะหนังแท้ พร้อมที่นั่งแถวสองสามารถเลื่อนได้ทั้ง 2 ตัว และสามารถปรับหมุนเบาะ 180 องศาได้ ประตูเปิดสไลด์ได้ทั้ง 2 ด้าน หมอนรองศรีษะที่เบาะนั่งทุกตำแหน่ง, เครื่องเล่น DVD จอ LCD, กล้องมองหลังพร้อมเซ็นเซอร์ขณะถอยจอด คอนโซลลายไม้ ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ล้ออัลลอย สปอยเลอร์บนขอบหลังคาและใบปัดน้ำฝนหลัง เป็นต้น

Hyundai H-1 ปี 2010 - 2016

Hyundai H-1

มาจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2553 ฮุนได ได้เปิดตัว "Grand Starex" (แกรนด์ สตาร์เร็กซ์) รถตู้ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ ชูการตกแต่งภายนอก-ภายในสุดหรู ออพชั่นครบครัน เป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าที่มองรถยนต์ "H-1" แต่ต้องการความสบายที่เหนือกว่า หรือไม่ก็ตอกย้ำความต้องการรถ 7 ที่นั่ง หรือ 12 ที่นั่ง แบบชัดเจน มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล คอมมอนเรลขนาด 2,500 ซีซี 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 392 นิวตัน-เมตร ประกบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

Hyundai H-1

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบซี่ตัดด้วยโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน เป็นแบบใหม่ LED ชนิดหลอด ล้อขนาด 17 นิ้ว ประกบยาง 235/60/17 ภายในเหนือกว่ารุ่น เอช1อย่างชัดเจนด้วยเบาะ Double VIP Seats ที่ปรับเอนนอน และปรับระดับที่วางขาด้วยไฟฟ้า บนรางเลื่อนที่สะดวกสบายและปลอดภัยภายใต้มาตรฐานโรงงาน ส่วนเบาะแถวหลังสุดเพิ่มความสบายด้วยรางเลื่อน พร้อมกลไกปรับเอนนอน และที่พักแขนกลาง ลงตัวสำหรับผู้โดยสาร และการขนสัมภาระ พร้อมระบบ Entertainment Dashboard

Hyundai H-1

คอนโซลออกแบบพิเศษเพื่อความทนทานและปลอดภัย ติดตั้งจอ LCD ขนาด 19 นิ้ว ที่เลื่อนขึ้นลงได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมเครื่องเล่น DVD จาก Alpine และลำโพง JBL นอกจากนี้ยังมีช่องต่อสายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นเกมส์ หรือเครื่องเล่นไฟล์เพลง

Hyundai H-1

เบาะนั่งสำหรับคนขับดีไซน์พิเศษ พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังแท้และระบบ Multi-Function ที่พวงมาลัยควบคุมเครื่องเสียงตอนหน้าได้ รวมถึงกล้องส่องหลังส่งภาพขึ้นจอ LCD บนจอเครื่องเสียงด้านหน้า ช่วยให้การจอดรถสะดวกสบาย ด้านกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้า

Hyundai H-1

พอมาถึง 9 มีนาคม 2554 Hyundai เปิดตัว Hyundai H-1 Series โฉม MY2011 ปรับราคาแต่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น โดยยังคงรุ่นต่างๆ ไว้เช่นเดิม คือ รุ่น Touring รุ่น Executive และรุ่น Deluxe โดยทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมรางเลื่อนนิรภัยในเบาะแถวที่ 1, 2 และ 3 ของห้องโดยสาร ทำให้การปรับพื้นที่ใช้งานเหนือกว่าเดิม ซึ่งมีรางเลื่อนเพียงแถวที่ 1 และ 3 เท่านั้น

Hyundai H-1

ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 Hyundai เปิดตัว Hyundai H-1 Series โฉม MY2012 โดยในรุ่น Touring ปรับรายละเอียดของรถให้เหมาะสมกับการใช้งานหนักที่ประหยัดน้ำมันขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Hyundai H-1 Elite

ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 Hyundai เปิดตัว Hyundai H-1 Elite ใหม่ รวมเอาความโดดเด่นของอุปกรณ์ และสเปคมาตรฐานในรุ่น H-1 Deluxe ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด มาผสมผสานเป็นความคุ้มค่าที่ลงตัว ด้วย เบาะหนังแท้แบบ VIP หมุนได้ 180 องศา 1 คู่ ปรับเปลี่ยนห้องโดยสารเป็น ห้องนั่งเล่น หรือสำนักงานเคลื่อนที่ได้, คอนโซลกลางตกแต่งลายไม้, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว มีเครื่องเล่น DVD พร้อมจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว, ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ GPS, จอ LCD ติดเพดานขนาด 10.1 นิ้ว ในห้องโดยสาร และกล้องมองหลัง พร้อมสัญญาณกะระยะถอยหลัง

 

 

ต่อมา … Hyundai ออก H-1 Limited มาในเดือนกรกฏาคม 2558 รุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 400 คันเท่านั้น ตกเเต่งให้สปอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มสีภายในรถให้เป็นโทนสีเทา Two-Tone, พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแท้พร้อมปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย, เบาะหนังเเท้ที่ออกเเบบลายโดยเฉพาะ เบาะที่นั่งมีเเบบ VIP และแบบปกติ เบาะนั่งในห้องผู้โดยสารมี 11 ที่นั่งบนรางเลื่อนนิรภัย เบาะเเบบ VIP สามารถหมุนได้ 180 องศา เบาะจะเป็นสีเทา, พรมปูพื้นสีเทาเข้มทั้งคัน และ ยังเพิ่มลายไม้ที่คอนโซลกลางสีเทาเข้ม เป็นต้น

Hyundai H-1 ปี 2016 - 2018

Hyundai H-1

ในวันที่ 10 มีนาคม 2559 ฮุนได ได้เปิดตัว H-1 และ Grand Starex (อีกแล้ว) ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบใหม่ กระจังหน้าใหม่ หรูหรามากขึ้นด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน ไฟส่องพื้นใต้กระจกมองข้าง ล้ออัลลอยใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย

ภายในเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกออกแบบเพื่อมอบสะดวกสบายในการใช้งาน เบาะนั่งโดยสารทั้ง 11 ที่นั่งในรุ่น H-1 ได้รับการออกแบบเบาะหนังและพนักพิงศีรษะด้านข้างใหม่

Hyundai Grand Starex

ในขณะที่รุ่น แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ มาพร้อมเบาะนั่งโดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมการออกแบบที่วางเท้าใหม่ เพื่อความสะดวกสบายขณะนั่งโดยสาร นอกจากนี้ ยังได้มีการออกแบบคอนโซลหน้าใหม่ พร้อมติดตั้งจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียดสูง ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ สำหรับที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง ได้มีการติดตั้งจอ LCD ความละเอียดสูงบนเพดานขนาด 13.3 นิ้ว ขนาดใหญ่ขึ้นและให้ภาพคมชัดมากขึ้น เพื่อมอบความบันเทิง รวมถึงความสะดวกสบายสูงสุดขณะโดยสาร เสมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน และมีการติดตั้งระบบ Smart View System ด้วยภาพจากกล้องทั้ง 4 ตัว จะถูกแสดงผ่านจอขนาด 8 นิ้วในรูปแบบ 360 องศา

Hyundai H-1 Elite+

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 Hyundai ได้เปิดตัว Hyundai H-1 Elite+ (ฮุนได เอช-วัน อีลิทพลัส) รุ่นพิเศษนี้ ได้รับการพัฒนาและเพิ่มอุปกรณ์ด้านความบันเทิงและความปลอดภัยให้มากขึ้น นอกเหนือจากการปรับโฉมเมื่อช่วงต้นปี ภายใต้ Concept Luxury MPV โดยมีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ และได้ติดตั้ง LED Daytime Running Light เพื่อความหรูหรา และเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่เวลากลางวัน ภายในได้มีการตกแต่งคอนโซลใหม่ ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เบาะนั่งภายในห้องโดยสารด้านหลัง ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อความหรูหรา และความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Hyundai H-1 Limited

ในเดือนสิงหาคม 2560 Hyundai เปิดตัวรุ่นพิเศษ H-1 Limited II จำนวนจำกัด 200 คัน มาพร้อมตัวถังสีขาว Creamy White สีพิเศษ, กระจังหน้าโครเมียมรมดำ, คิ้วไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบโครเมียมดำ, คิ้วป้ายทะเบียนด้านหลังแบบโครเมียมรมดำ, ล้ออัลลอย สีพิเศษไฮเปอร์ แบล็ค ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/60 R17 โลโก้ Limited II พร้อมสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 10 ปี

Hyundai H-1 Limited

ภายในชูจุดเด่น ด้วยการตกแต่งด้วยลายไม้สีน้ำตาลเข้ม หลังคามูนรูฟ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมที่บังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และตอนหลัง มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ติดตั้งหลังหัวหมอนเบาะคู่หน้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และสามารถแยกเป็นแบบ Dual Zone  เบาะนั่งโดยสารสีเทาแบบ Perforated Leather ช่วยระบายความร้อนให้นั่งสบายขึ้น

Hyundai H-1 Black Series

ก้าวล่วงมาถึงในเดือนมีนาคม 2561 ฮุนได เผยโฉม "H-1 Black Series" (เอช-วัน แบล็กซีรีส์) เป็นรถยนต์รุ่นพิเศษ (อีกแล้ว) จากฮุนได ที่ตกแต่งให้มีความสปอร์ต และพรีเมี่ยม มากยิ่งขึ้น ภายนอกตกแต่งโดยเน้นใช้โทนสีดำ เริ่มตั้งแต่ ตัวถังรถสีดำ Timeless Black, กระจังหน้า และคิ้วไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบรมดำ,ล้ออัลลอยแบบ Y Spoke Design ขนาด 17 นิ้ว สี Hyper Black, คิ้วป้ายทะเบียนด้านหลังแบบรมดำ ตกแต่งให้ดูหรูหรา มีเอกลักษณ์ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ในแบบพรีเมียม

Hyundai H-1 Black Series

ภายในเน้นการตกแต่งแบบหรูหรา เบาะนั่งและแผงประตูคู่หน้าตกแต่งด้วยหนังสีเบจ ที่มีการเดินด้ายแบบตะเข็บคู่ และได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต บริเวณคอนโซลด้านหน้า ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

H-1 Black Series มาพร้อมระบบความบันเทิงครบครัน ด้วยหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่น DVD ที่รองรับระบบ Apple Car Play สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ติดตั้งจอขนาด 10.1 นิ้ว 2 ตำแหน่ง สามารถแยกการใช้งานระหว่างสองด้านได้อย่างอิสระแบบ Dual Zone ผ่านหูฟังระบบอินฟราเรด

Hyundai H-1

พอถึงเดือนพฤษภาคม 2561 Hyundai แนะนำรุ่นพิเศษ H-1 Touring สีใหม่ "Timeless Black" (อีกแล้ว) มาพร้อมชุดแต่งที่เน้นความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น ด้วยตัวรถสีดำ Timeless Black สีใหม่ และเป็นครั้งแรกของรุ่นทัวริ่ง ให้ลุคสปอร์ต ดุดันมากยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบ 12 ก้าน สี ไฮเปอร์ ซิลเวอร์

ภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังสีเบจ คุณภาพสูง ตัดเย็บอย่างประณีต ช่วยเพิ่มความหรูหรา มีระดับไปอีกขั้น พร้อมด้วยโลโก้โครเมี่ยม "10th Anniversary" (ครบรอบ 10 ปี ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์)) ด้านท้ายตัวรถ

Hyundai H-1 ปี 2018 - ปัจจุบัน

Hyundai H-1 Hyundai Grand Starex

ในเดือนสิงหาคม 2561 Hyundai H-1 และ Grand Starex ได้เปิดตัวโฉมใหม่กันอีกครั้ง ตามหลังจากเกาหลีเกือบๆ ปีได้ จัดเป็นการเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ออกแบบให้มีความทันสมัยและโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมใหม่แบบแนวนอน โคมไฟหน้าพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์เลนส์และไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ กระโปรงหน้าและกันชนใหม่ ช่วยให้ดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 และ 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวถูกออกแบบใหม่ให้มีความโค้งมนมากยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความหรูหรา มีระดับอย่างลงตัว       

Hyundai Grand Starex

ภายในห้องโดยสารของ Hyundai H-1 และ Grand Starex ใหม่ ออกแบบเบาะหนังลายใหม่และลายไม้แบบใหม่ นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบระบายอากาศสำหรับที่นั่งผู้ขับขี่ สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ, พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทางตามสรีระผู้ขับขี่ พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง, ระบบควบคุมการเปิด -ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (ESP) เป็นต้น

ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า สามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงผ่านหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 8 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi สำหรับห้องโดยสารตอนหลัง ติดตั้งจอ LCD แบบคมชัดขนาด 13.3 นิ้ว ติดเพดานแบบพับไฟฟ้า เรียกได้ว่า เดินทางกันอย่างสะดวกสบาย และบันเทิงสุดๆ

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Hyundai H-1 มือสอง เป็นรถตู้ที่มีคู่แข่งทั้งในคลาสเดียวกัน และรุ่นใหญ่กว่าอีกหลายรุ่น อาทิ Toyota Ventury, Toyota Alphard, Toyota Vellfire, Nissan Elgrand, Mitsubishi Delica Space Wagon, Honda Stepwgn Spada หรือเพื่อนร่วมชาติอย่าง KIA Grand Carnival หรือจะเป็นรถจากฝั่งยุโรปอย่าง Mercedes-Benz Vito ก็พอจะเทียบกันได้

สำหรับใครหลายคนที่กำลังต้องการรถครอบครัว หรือ รถส่วนตัว ฮุนได H-1 สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแน่นนอน ซึ่ง ราคารถก็ไม่เเพงมากเกินไปสามารถซื้อได้ ถ้าเเลกกับความคุ้มค่าในการขับขี่ ดังคำที่ว่า ฮุนไดเอชวัน โฉบเฉี่ยวหรูหรา คุ้มค่ามากๆ

ราคารถ รถ H1 (เอชวัน) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿840,000
-
฿1,120,000
2017
฿680,000
-
฿1,040,000
2016
฿640,000
-
฿1,000,000
2015
฿600,000
-
฿896,000
2014
฿560,000
-
฿824,000
2013
฿504,000
-
฿784,000
2012
฿464,000
-
฿680,000
2011
฿416,000
-
฿688,000
2010
฿392,000
-
฿664,000
2009
฿360,000
-
฿640,000
2008
฿336,000
-
฿520,000
2007
฿312,000
-
฿456,000