Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

2017 ผลการค้นหาจำนวน 26 คัน
รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง
รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

Isuzu D-Max มือสอง (อีซูซุ ดีแมคซ์ มือสอง)

Isuzu (อีซูซุ) ค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างชื่อเสียงในประเทศไทย นานกว่า 60 ปี ที่อีซูซุได้รับความนิยมในไทย และสามารถครองใจคนไทยได้เป็นระยะเวลานาน เนื่องด้วยเพราะรถยนต์ของค่ายนี้นั้นมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและตรงกับความต้องการใช้งานของผู้บริโภค ทำให้กระแสของ Isuzu ไม่เคยตกลงเลย จากยอดขายเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปีของอีซูซุ ก็เป็นวันเฉลิมฉลองที่อีซูซุสามารถผลิต และจำหน่ายครบทุกรุ่นมากกว่า 4,000,000 คัน นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าอีซูซุ สามารถครองใจคนไทยได้มากเพียงไหน

ในระยะเวลา 60 ปี อีซูซุได้มีการผลิตรถออกมาหลายต่อหลายรุ่น แต่ที่ได้รับความสนใจจากชาวไทยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น รถกระบะ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่ประหยัดและทนทาน มาพร้อมกระบะหลังพร้อมที่จะใช้งานหนักหรือเบาได้ตามสะดวก ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบสนองความต้องการได้หลากหลาย ทำให้ Isuzu D-Max ถูกจัดว่าเป็นรถที่มีคนสนใจและมียอดขายที่ดีมากเรียกได้ว่าขายดีทุกรุ่นกันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานหนัก งานเบา ทั้งหลาย ก็อย่าลืมให้ Isuzu D-Max เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกด้วย เพราะคุณจะไม่มีทางผิดหวังเลย แต่หากคุณต้องการรถสำหรับใช้งาน ด้วยงบประมาณที่จำกัด ก็ให้ Isuzu D-Max มือสอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคุณ ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาในการเลือกซื้อรถกระบะ Isuzu D-Max มือสอง สามารถคลิกเข้ามาที่ Carro เพื่อจะช่วยให้คุณเลือกซื้อรถ Isuzu D-Max มือสอง ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ และราคาประหยัดมากที่สุด

ปัจจุบันรถ Isuzu D-Max ที่ผลิตออกมา มีด้วยกันทั้งหมด 2 Generation หลักๆ ได้แก่ ...

Isuzu D-Max ปี 2002 - 2004

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max รุ่นแรก ปี 2545 - 2547 เป็นรถกระบะที่พัฒนามาจากรุ่นมังกรทอง (Dragon Eye) เปิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 เรียกได้ว่าเป็นรถกระบะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของอีซูซุเท่าที่เคยมีมา ชื่อรุ่น "D" มาจากภาษาไทย หมายถึง "ดี" ส่วน "Max" มาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่า "ที่สุด" เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และได้สร้างกระแส "ดีแมคซ์ ฟีเวอร์" ด้วยยอดจองสูงกว่า 10,000 คัน ภายใน 10 วันแรกของการออกสู่ตลาด และยอดจองกว่า 22,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเศษๆ พร้อมทำยอดขายสูงถึง 100,000 คัน ในเวลาเพียง 1 ปี

มีให้เลือกทั้งกระบะตอนเดียว Spark EX, กระบะมีแค็บ Space Cab และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Rodeo

Isuzu D-Max

ภายนอกมีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ภายในมีห้องโดยสารที่กว้าง มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 120 แรงม้า เป็นรถเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และรถเกียร์ออโต้ 4 สปีด และเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 79 แรงม้า

Isuzu D-Max มือสองรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ดูกระชับ ไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเทอะทะ เน้นความประหยัด ทนทาน และดูแลง่าย

พอช่วงปลายๆ ปี 2545 Isuzu จึงส่งรุ่น "Cab4" และรุ่น "Rodeo" แบบ 4 ประตู รวมไปถึง "Hi-Lander" ขับ 2 ยกสูง ออกมาล่ายอดขายในตลาด

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max ปี 2547 - 2548 ปรับโฉมครั้งที่ 1 ของ Isuzu D-Max โดยการนำเอาเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร I-TEQ Super Commonrail  146 แรงม้า มาใช้กับโฉมนี้ มีการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบจ่ายน้ำมันแรงดันสูงสุด ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยว และโซ่ รวมถึงมีการเพิ่มอุปกรณ์เล็กน้อยอย่าง กระจกข้างที่มีไฟเลี้ยวในตัว

Isuzu D-Max

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 อีซูซู เสริมทัพดีแมคซ์ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ "I-TEQ 2500 Ddi" ขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์คอมมอนเรล รหัส 4JK1-TC ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า

Isuzu D-Max ปี 2005 - 2008

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max ปี 2548 - 2549 ในวันที่ 20 กันยายน 2548 แนะนำ อีซูซุ ดีแมคซ์ "Super Commonrail" การปรับโฉมครั้งนี้ มีการเปลี่ยนดีไซน์ตัวถังแทบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ กันชน ฝากระโปรง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แก้มข้าง ประตูกระบะ ฝากระบะ

และมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้มีขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์ ไฮเทค คอมมอลเรล ให้กำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า ซึ่ง Isuzu D-Max มือสองรุ่นนี้ มีให้เลือกแค่รุ่นขับเคลื่อนสองล้อเท่านั้น

Isuzu D-Max

ช่วงงาน Motor Show 2006 อีซูซุ ฉลองยอดขาย 500,000 คัน ของอีซูซุ ดีแมคซ์ พร้อมนำเสนอ อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่นพิเศษ "Limited" ทั้งแบบ Rodeo และ Hi-Lander มีจำหน่ายเพียงแค่รุ่นละ 90 คันเท่านั้น

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max ปี 2549 - 2550 อีซูซุมีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ในตระกูลไอ-เทคมาประมาณ 2 ปี จนมาถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2549 Isuzu จึงได้ฤกษ์ในการเปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ พร้อมกับ Isuzu MU-7 โดยเครื่องยนต์นั้นได้มี การพัฒนามาจากรุ่น 4JJ1-TCX  163 แรงม้า พัฒนาให้แรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนภายนอกนั้นได้มีการออกแบบใหม่หมด โดยมีแนวคิด Hexagon Design โดยการออกแบบที่มีความโค้งมนบวกกับความแข็งแกร่ง บึกบึน

Isuzu D-Max

สำหรับรุ่นเกียร์ออโต้ ได้เพิ่มเกียร์รุ่นใหม่ "Maxmatic III" 4 สปีด พร้อม Overdrive และระบบ 3rd Start Mode ป้องกันการลื่นไถล เมื่อออกรถบนทางลื่น ในรุ่นเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS Turbo และยังคงเกียร์รุ่น "Maxmatic II" 4 สปีด เอาไว้ในรุ่นเครื่องยนต์ 3000 Ddi เช่นเดิม ทั้งยังเพิ่มเครื่องยนต์ 2500 Ddi ใน D-Max Hi-Lander รุ่น 2 ประตู – 4 ประตู และ Rodeo 4WD อีกด้วย

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max ปี 2550 - 2551 ในเดือนมีนาคม 2550 เผยโฉม "Gold Series" เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีทอง การดำเนินกิจการอีซูซุในประเทศไทย และฉลองยอดผลิต และยอดจำหน่ายอีซูซุทุกรุ่นครบ 2,000,000 คัน รุ่นนี้มีการตกแต่งเพิ่มขึ้นและให้สื่อถึงความเป็น "ทอง" ด้วยสัญลักษณ์ Isuzu สีทองที่กระจังหน้า ฝากระบะท้ายและที่พวงมาลัย รูปลักษณ์ด้านหน้า ออกแบบพิเศษ Full Face Grille เป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่ล้ำหน้า หรูหรา เน้นรูปทรงด้านหน้าให้โดดเด่นขึ้น

Isuzu D-Max

ในเดือนพฤศจิกายน 2550 อีซูซุ ได้ออกรุ่นพิเศษอย่าง D-Max Gold Series "Speed" ขับ 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา ใส่ชุดแต่งทั้งคัน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์แบบ 2.5 ลิตร และขนาด 3.0 ลิตร และ D-Max Cab4 Gold Series "GT" ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่ชุดแต่งรอบคัน จำนวนจำกัด มีใเฉพาะเครื่องยนต์แบบ 3.0 ลิตร เท่านั้น

Isuzu D-Max ปี 2008 - 2011

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max ปี 2551 - 2552 ในวันที่ 9 ตุลาคม 2551 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max Platinum (แพลททินั่ม) จากความหรูหราระดับทอง สู่ความเหนือระดับแบบแพลตตินั่ม มีการตกแต่งใหม่ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้า ไฟหน้าแบบ Projector พร้อมเลนส์สีขาว เพิ่มความหรูหราด้วยกรอบโครเมี่ยมแวววาวทั้งภายนอกและภายใน มีเครื่องเล่นเพลงที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ เน้นลูกเล่นภายในรถให้ครบครันมากขึ้น

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max ปี 2552 - 2553 ในวันที่ 17 กันยายน 2552 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max Super Platinum ซึ่งได้รับการปรับโฉมเล็กน้อย อาทิ กันชนหน้า กระจังหน้า ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วย "ไอ-จินนี่" ระบบนำทางที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากผู้ผลิตครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย

Isuzu D-Max X-Series

Isuzu D-Max ปี 2553 - 2554 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max X-Series (อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์- ซีรี่ส์) ใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบรถกระบะแนวสปอร์ตโดยเฉพาะ ใส่ชุดแต่งทั้งภายนอกและภายใน เน้นสีดำ-แดง

Isuzu D-Max

23 กันยายน 2553 Isuzu เปิดตัว "Isuzu D-Max และ MU-7 "Super Titanium" (ซูเปอร์ ไททาเนียม) อีกแล้ว! และเป็นครั้งสุดท้ายที่มีปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ของรุ่นนี้ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในวงการรถปิคอัพในเมืองไทย ที่มีการติดตั้ง กล้องมองภาพด้านหน้า หรือที่ อีซูซุ เรียกว่า Titanium Vision ช่วยในการมองภาพในมุมอับเวลาถอยจอด โดยกล้องมองภาพด้านหน้า มีมุมมองด้านหน้า กว้าง 190 องศา ในขณะที่ด้านหลัง กว้าง 135 องศา

Isuzu D-Max ปี 2011 - 2015

Isuzu D-Max

Isuzu D-Max เจเนอเรชั่นที่ 2 โฉมใหม่หมด! เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อ 29 กันยายน 2554 ชูรูปลักษณ์สปอร์ตรอบคัน โฉบเฉี่ยวตั้งแต่หัวจดท้าย ดีไซน์ด้านหน้าแบบ 3 มิติ ชัดลึกในการมองเห็น ไฟหน้าขนาดใหญ่ พร้อมไฟท้ายแบบ LED ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในวงการปิกอัพ เพิ่มตัวถังแค็บเปิดได้ แบ่งเป็น 26 รุ่นย่อย

Isuzu D-Max

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ 2500 Ddi VGS Turbo หรือเทอร์โบแปรผัน ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที พร้อมปรับประสิทธิภาพเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS Turbo ให้แรงม้าได้สูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที

ส่วนเครื่องยนต์ 2500 Ddi TURBO ยังเป็น 116 แรงม้า เหมือนเดิม ระบบส่งกำลังใหม่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม "REV-Tronic" เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามใจ และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ "Sport-Shift"

"Isuzu D-Max

ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่หมด ใหญ่ระดับ First-Class ดีไซน์แบบ Deluxe Capsule ผสานความลงตัวแบบ Universal Design ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้งานง่าย สะดวกสบาย เหมาะกับคนทุกสรีระ แผงหน้าปัดแบบ Super Vision พร้อมด้วย Multi-Information Display ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่หลากหลายรูปแบบ พร้อมโหมดภาษาไทย ปรับความสว่างอัตโนมัติ

Isuzu D-Max

มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Automatic Air Cooler เพิ่มระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Auto-Door Lock) เมื่อรถวิ่งถึงความเร็วประมาณ 20 - 25 กม./ชม. และระบบป้องกันกระจกหนีบ Window Jam Protection ด้านคนขับ เป็นต้น

Isuzu D-Max

ช่วงล่างใหม่ "i-Grip Platform" หรือ Isuzu Gravity Responsive Intelligent Platform ขยายขนาดฐานล้อ ความกว้างช่วงล้อ พร้อมจัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่ ให้อยู่เยื้องหลังล้อคู่หน้า ช่วยให้กระจายน้ำหนักสมดุลขึ้น แชสซีส์ Multi-piece Rip Rail พื้นที่หน้าตัดขนาด 90 x 173.6 มม. ขนาดใหญ่สุดในรถระดับเดียวกัน แข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 42%

ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ช่วงล่างหลังแบบแหนบขนาดยาวพิเศษ (Long Span) ทรงตัวเป็นเยี่ยมในทุกสภาวะ ทั้งรถเปล่าหรือบรรทุก

นอกจากนี้ อีซูซุยังจัดรุ่นสปอร์ตออฟโรด "D-Max V-Cross" (ดีแมคซ์ วี-ครอส) ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมลุยได้กับทุกสภาวะด้วย "Terrain Command" ปรับโหมดขับขี่ได้ตามใจสั่ง ทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ปฏิวัติช่วงล่างใหม่  ด้วยระยะยืดช่วงล้อที่สูงพิเศษ ลุยสะใจทุกสภาวะ แต่นุ่มนวล ด้วยช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ผสานช่วงล่างหลังแบบ Over Slung แหนบเหนือเพลาขนาดยาวพิเศษ (Long Span)

Isuzu D-Max X-Series

ในเดือนพฤศจิกายน 2555 Isuzu ฉลองยอดผลิตครบ 3 ล้านคันในประเทศไทย ด้วยการ เปิดตัว Isuzu D-MAX X-Series รุ่นพิเศษ ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยยังคงใช้ธีมแบบ X-Series รุ่นก่อนหน้า ใช้โทนสีแดง-ดำ พร้อมตราสัญลักษณ์ Isuzu สีแดงที่กระจังหน้ารถ ป้ายชื่อรุ่น Hi-Lander และ Speed ตราสัญลักษณ์ X-Series ที่กระบะท้าย พร้อมลายคาดคู่หน้า-หลัง

Isuzu D-Max

หลังจากนั้น ก็มีปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ทุกปี เช่น ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2556 เปิดตัว "D-MAX Super Daylight" มากับโคมไฟหน้ารมดำ พร้อมปรับเปลี่ยนลวดลายไฟหน้า-ไฟท้าย ใหม่ ช่องไฟตัดหมอก ติดตั้งไฟวิ่งกลางวัน Daytime Running Light ตามชื่อรุ่น นอกจากนี้ในโฉม X-Series ก็ติดตั้งชุดไฟ DRL ด้วยเช่นกัน

Isuzu D-Max 99 ปี Isuzu

Isuzu D-Max "Blue Power" ปี 2015 - ปัจจุบัน

Isuzu D-Max

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 Isuzu เปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ ใหม่ พัฒนาภายใต้แนวคิด "The Power of Less" มีเป้าหมายสำคัญสูงสุด 3 ด้าน คือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ซึ่งถือเป็นการใช้เครื่องยนต์ขนาดนี้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรกของโลก

Isuzu D-Max

ภายนอกออกแบบกระจังหน้าใหม่ มีแบบโครเมียมและสีเทา ชุดไฟตัดหมอกใหม่ โคมไฟโปรเจคเตอร์รมดำ เสาอากาศแบบ Shark Fin กระบะท้ายติดตั้ง Build-in Spoiler ส่วนล้ออัลลอยใหม่ขนาด 18 นิ้ว มีให้ในรุ่น V-Cross 4x4 และ Hi-Lander Z-Prestige ขณะที่ล้อ 16 นิ้วสองลายใหม่ แบ่งเป็นรุ่นสำหรับ Hi-Lander Z, Cab 4 และ Spacecab

Isuzu D-Max

ภายในติดตั้งมาตรวัดเรืองแสง Super Vision แบบใหม่ หน้าจอ Cloor Display MID ค้นหาโหมดต่างๆ ได้สะดวก และรุ่นเกียร์ธรรมดามีไฟเตือนเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Genius Sport Shift ชุดเบาะสีโทนใหม่ ชุดลำโพงมีการเพิ่ม Roof Speaker บนเพดานให้ด้วย

Isuzu D-Max

ความน่าสนใจอยู่ที่การยกเลิกเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร และหันมาวางบล็อกใหม่ขนาด 1.9 ลิตร ในชื่อ "1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์" 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการปิกอัพ พร้อมเคลมว่าให้พละกำลังดี ประหยัดน้ำมัน และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยสุดในรถระดับเดียวกัน มาพร้อมเกียร์ธรรมดาที่พัฒนาใหม่แบบ 6 สปีด (ช่วงแรกเครื่องยนต์บล็อกนี้ ยังมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 สปีด)

Isuzu D-Max

ทั้งนี้ อีซูซุยังคงทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร 177 แรงม้า เอาไว้ รวมถึงปรับรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย พร้อมออพชั่นอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารอย่างระบบความบันเทิง Isuzu Connect World ที่สามารถใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้

เครื่องยนต์ "อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์" รหัส RZ4E-TC ขนาด 1.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที

Isuzu D-Max V-Cross

เดือนตุลาคม 2560 อีซูซุ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 60 ปีการทำธุรกิจในไทย เปิดตัว D-Max โฉมไมเนอร์เชนจ์ ประกอบด้วยรุ่น 1.9 Ddi Blue Power และรุ่น 3.0 Ddi Blue Power ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ อาทิ ไฟหน้าใหม่แบบ Bi-LED พร้อมระบบ Multifunctional Daylight ปรับระดับสูง-ต่ำของไฟหน้าได้ 4 ระดับ ระบบความบันเทิง Isuzu iConnect ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายผ่านฟังก์ชั่น Air Mirroring ด้วย Wi-Fi Dongle พร้อม Built-in Navigator และอีซูซุ อินไซท์ ที่โหลดข้อมูลผ่าน Smartphone ได้

นอกจากนี้ยังมีเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมเกียร์ Overdrive 2 ตำแหน่ง คือ เกียร์ 5 และ 6 ให้เลือกในรุ่น 1.9 Ddi Blue Power ที่ใช้อัตราทดใหม่ ทรงพลัง ให้กำลังฉุดลากสูงยิ่งขึ้น ออกตัวดีแม้บรรทุกหนัก

Isuzu D-Max X-Series

ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2561 Isuzu เปิดตัว D-Max X-Series 1.9 Ddi Blue Power ใหม่ ประกอบด้วย X-Series Speed, X-Series Hi-Lander และใหม่ล่าสุด! อย่างรุ่นย่อย Speed Cab4 4 ประตู

ภายนอกตกแต่งด้วยกระจังหน้าใหม่ สเกิร์ตรอบคัน สติกเกอร์คาดหน้า-หลังพร้อมสัญลักษณ์ X และตราสัญลักษณ์ Isuzu สีแดง ไฟหน้าแบบ Bi-LED ปรับระดับสูง-ต่ำได้ 4 ระดับ ไฟ Multifunctional Daylight แบบ Built-in ใหม่สไตล์สปอร์ต รุ่น Speed Cab4 เพิ่มเสาข้างประตูสีดํา Blackout Film ล้ออัลลอยลายใหม่สีเทาดำ ขนาด 16 นิ้ว

Isuzu D-Max X-Series

ห้องโดยสารมากับชุดเบาะทูโทน สีดำ/แดง แต่งด้วยลาย Honeycomb พร้อมสัญลักษณ์ X ที่เบาะคู่หน้า (ส่วนรุ่น Hi-Lander ตกแต่งด้วยเบาะกึ่งหนังแท้ เดินด้ายสีแดง) แผงแดชบอร์ดมีชุดตกแต่งสีดำ Piano Black Style ผิวสัมผัสแบบ Soft Touch เดินด้ายสีแดง ชุดโครเมียมประดับช่องแอร์และที่เปิดประตูด้านใน พร้อมสัญลักษณ์ X-Series บนแถบสีแดงบนคอนโซลหน้า ชุดตกแต่งแผงข้างประตูสีแดงลวดลาย Honeycomb เป็นต้น

Isuzu D-Max Stealth

ล่วงมาจนถึงเดือนตุลาคม 2561 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max Hi-Lander Stealth และ Isuzu V-Cross Max 4×4 ตกแต่งใหม่ ชื่อเดียวกับเครื่องบินรบชื่อดังในอดีตอย่าง F-117 Nighthawk "Stealth"

กับแพคเกจตกแต่งภายนอก Stealth Black Exterior กระจังหน้าใหม่ สเกิร์ตหน้าใหม่ ไฟตัดหมอกสีดำ ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว และกันชนท้ายใหม่ ภายในตกแต่งด้วยแพคเกจ Stealth Black Interior ใช้คู่สีแบบทูโทน เบาะกึ่งหนังแท้สีดำ และมีตราสัญลักษณ์ Stealth เพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่แผงข้างประตู

Isuzu D-Max V-Cross Max

อีกทั้งยังเผยโฉม Isuzu V-Cross Max 4×4 มากับการตกแต่งใหม่ด้วยชุดแต่ง Max 4×4 ประกอบด้วย Bumper Ganish โทนเทาดำ, กระจังหน้า, Front Bumper Guard แบบทูโทน, ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว สี Matt Black และกันชนท้ายโทนเทาดำ

ส่วนภายใน เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ทูโทน สีน้ำตาล-ดำ เดินด้ายสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักตราสัญลักษณ์ V-Cross, จอทัชสกรีนรุ่นใหม่ขนาด 8 นิ้ว, กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพด้านหน้าขณะขับ และมีระบบ Brake Override System (BOS) เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น

Isuzu D-Max Stealth

ยังไม่จบ ... ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 Isuzu ได้เปิดตัว D-Max Stealth เอาใจคนชอบปิกอัพพันธุ์ดุ ทั้งรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Isuzu D-Max เทียบกับรถกระบะรุ่นคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux Vigo, Toyota Hilux Revo, Nissan Navara, Mitsubishi Triton, Mazda BT-50, TATA Xenon หรือจะเป็น Ford Ranger, Chevrolet Colorado และ Foton Tunland ได้อย่างสบายๆ

บทสรุป ... สำหรับ Isuzu D-Max มือสอง ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถกระบะมือสองรุ่นยอดนิยมสุดๆ รูปทรงสวย ทนทาน อะไหล่หาง่าย คุณภาพคับแก้ว แข็งแกร่งและประหยัดตามสไตล์อีซูซุ แถมราคาขายต่อที่ตกน้อยอีกด้วย

ราคารถ รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2012
฿280,000
-
฿528,000
2011
฿264,000
-
฿512,000
2010
฿240,000
-
฿496,000
2009
฿200,000
-
฿456,000
2008
฿172,000
-
฿408,000
2007
฿156,000
-
฿368,000
2006
฿124,000
-
฿328,000
2005
฿112,000
-
฿264,000
2004
฿100,000
-
฿248,000
2003
฿88,000
-
฿224,000
2002
฿76,000
-
฿208,000