Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) มือสอง

2019 ผลการค้นหาจำนวน 5 คัน
2018 ผลการค้นหาจำนวน 8 คัน
2017 ผลการค้นหาจำนวน 9 คัน
รถ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) มือสอง
รถ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) มือสอง

Toyota Fortuner มือสอง (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มือสอง)

รถยนต์อเนกประสงค์ที่ถือเป็นรถในฝันขวัญใจของหนุ่มนักขับรถทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) ติดทำเนียบอยู่แน่นอน นับตั้งแต่ Toyota Fortuner เปิดตัวครั้งแรก จวบจนถึงปัจจุบัน ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์อย่างล้นหลาม ยอดขายถล่มทลายรวมทั้งสิ้นกว่า 220,000 คัน (นับถึงเดือนกรกฏาคม 2558) กลายเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV ในประเทศไทย และยังเป็นรถยอดฮิตในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ชื่อเสียงของ Toyota Fortuner จัดเป็นรถประเภท PPV (= Pickup Passenger Vehicle หรือรถยนต์รูปแบบของ SUV บนโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ) ที่ได้รับการยอมรับทั้งเรื่องคุณภาพการผลิต สมรรถนะการขับขี่ การประหยัดน้ำมัน ประโยชน์ใช้สอยและความคุ้มค่าคุ้มราคา ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูภูมิฐาน โฉบเฉี่ยว งามสง่า ดุดัน ทรงพลัง และสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยม มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนสองล้อ และขับเคลื่อนสี่ล้อ

Toyota Fortuner ปี 2004 - 2008

 

Toyota Fortuner เปิดตัวครั้งแรก เป็นเจเนอเรชั่นที่ 1 ซึ่งเป็นรถในโครงการ IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 จัดเป็นรถที่มีรูปทรงสวยกว่าคู่แข่ง ภายในกว้างขวาง ประกอบกับเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในเวลานั้น จึงขายดีมากอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ช่วงเดือนมีนาคม 2548 Fortuner เพิ่มรุ่นพิเศษ Exclusive มาพร้อมกับสีขาวมุก ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2549 ปรับอุปกรณ์ใหม่ เช่น หัวเกียร์หุ้มหนัง แผงบังแดดกำมะหยื่ ระบบฟองอากาศในช่องแอร์ และที่วางแก้วด้านผู้โดยสารตอนหลัง (ในรุ่น V) เป็นต้น

ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2550 เพิ่มรุ่นพิเศษ Smart มาพร้อมกับชุดแต่งสไตล์สปอร์ต พอถึงปลายเดือนกันยายน 2550 มีการเปลี่ยนแปลงรุ่นย่อย 2.7V จากขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นขับเคลื่อน 2 ล้อ

Toyota Fortuner ปี 2008 - 2011

 

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ปรับโฉมบางส่วน (ไมเนอร์เชนจ์) ครั้งแรก ปรับปรุงภายนอกใหม่ เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ พร้อมกับไฟหน้าใหม่เป็นโปรเจกเตอร์ ออกแบบเลนส์ไฟท้ายใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ ขนาด 17 นิ้ว มีระบบ VSC และ TRC เปลี่ยนจานเบรกใหญ่ขึ้น เพิ่มระบบเสริมแรงเบรก BA, มีเครื่องเล่น DVD พร้อม Navigator ให้เลือก และเพิ่มรุ่นดีเซลขับเคลื่อน 2 ล้อ 2.5G

เดือนมีนาคมปี 2552 Toyota นำเสนอ Fortuner TRD Sportivo II ทั้งสิ้น 1,600 คัน และรุ่นพิเศษ Aperto ทั้งสิ้น 800 คัน

 

 

มาถึงเดือนสิงหาคม 2553 Toyota นำเสนอ Fortuner TRD Sportivo III ปรับสเกิร์ตรอบคันใหม่ สปอยเลอร์หลังใหม่ ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว สีเทาดำ ส่วนภายในห้องโดยสารแบบสปอร์ตทูโทน พวงมาลัยและแผงคอนโซลกลางลายเคฟล่าร์ และระบบ Navigator ใหม่ ตัวรถมีเฉพาะสีขาว Super White II อย่างเดียว

Toyota Fortuner ปี 2011 - 2015

 

ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2554 ปรับโฉมครั้งใหญ่ (บิ๊กไมเนอร์เชนจ์) พร้อมกับการเปิดตัว Toyota Hilux Vigo Champ (โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์) โดยภายนอกมีการเปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบซีนอน-โปรเจกเตอร์ พร้อมที่ฉีดน้ำไฟหน้า ออกแบบกระจังหน้า และไฟท้ายใหม่ กันชนหน้าใหม่ มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง กันชนท้ายใหม่ โดยมีคิ้วสแตนเลสเขียนว่า Fortuner เหนือกรอบทะเบียน ทับทิมที่กันชนทรงใหม่ กับย้ายตัวอักษรบอกรุ่นเครื่องยนต์ไว้ด้านท้าย

 

ในเดือนสิงหาคม 2555 ได้เปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ เฉพาะรุ่นดีเซลเปลี่ยนจาก 4 สปีด เป็น 5 สปีด เพิ่มรุ่นย่อย 2.5G เกียร์อัตโนมัติ และปรับกำลังรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เป็น 171 แรงม้า

หน้าตาภายนอกเหมือนเดิม ส่วนภายในเพิ่มระบบนำทาง Eco Navi พร้อมประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่แบบ Real Time ความบันเทิงระดับเครื่องเล่น DVD และจอแสดงผล LCD แบบสัมผัส ขนาด 6.1 นิ้ว เป็นต้น

 

อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี โตโยต้า ประเทศไทย อีกด้วย เป็นการนำรุ่น 3.0V 2WD มาตกแต่งพิเศษ ใส่สเกิร์ตหน้า-หลัง ล้อแม็กรมดำ ภายในมาโทนสีดำ เบาะหนังแท้ แผงคอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ เครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA + USB ใหม่ พวงมาลัยหุ้มหนัง ฐานเกียร์และหัวเกียร์ลายกราฟฟิคใหม่ และพรมปูพื้นลายพิเศษ เป็นต้น

 

2 กันยายน 2556 Toyota แนะนำ Toyota Fortuner รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2556 ปรับเปลี่ยนรุ่น 2.5G 5A/T เป็น 2.5V 5A/T เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพิ่มความหรูหรา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายในใหม่ เช่น แผงคอนโซลกลางลายไม้  จอ MID, แอร์ออโต้ และกล้องมองหลัง

อีกทั้งยังปรับโทนสีภายในเป็น ดำ/เบจ และ ดำ/ดำ, เครื่องเล่น DVD รองรับ G-Book พร้อม Navigator, มีระบบ Bluetooth และพวงมาลัย Multifunction ในทุกรุ่นย่อย ...

ส่วนในรุ่น TRD Sportivo ปรับด้วยเช่นกัน จากเดิมที่สีภายในห้องโดยสารแบบทูโทนสีดำและสีเบจ เป็นสีดำ และเครื่องเล่น DVD จากเดิมที่หน้าจอ 6.1 นิ้ว เป็น 7 นิ้ว รองรับ G-Book

 

25 สิงหาคม 2557 Toyota แนะนำ Toyota Fortuner Midnight Shine Edition (มิดไนท์ชายน์ เอดิชั่น) ดีไซน์ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยลุคไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำแบบ HID ไฟท้ายรมดำ พร้อมป้ายสัญลักษณ์รุ่น ไฟตัดหมอกกรอบโครเมียม ล้ออัลลอยรมดำ ขนาด 17 นิ้ว พร้อมกับสีภายนอกใหม่ สีเงิน (Silver Metallic), สีเทา (Dark Gray Mica Metallic) และสีดำ (Attitude Black Mica)

Toyota Fortuner มีเครื่องยนต์ให้เลือก ดังนี้

ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 1KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 - 3,200 รอบ/นาที (รุ่นปี 2554 ขยับแรงม้าขึ้นเป็น 171 แรงม้า)

ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที (มาในปลายปี 2552)

(รุ่นปี 2553 ปรับแรงบิดขึ้นไปเป็น 1,600 - 2,800 รอบ/นาที)

และเบนซินขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 241 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที

Toyota Fortuner ปี 2015 - ปัจจุบัน

 

วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว "All New Fortuner" ภายใต้สโลแกน "New legend of the Pride" ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย พลิกโฉมจากเดิมไปอย่างไม่มีเหลือ ...

การออกแบบตัวรถมีความหรูหราทั้งภายในและภายนอก โดยการออกแบบภายนอกมีกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ดีไซน์ใหม่, ไฟหน้า LED โปรเจกต์เตอร์แบบ Bi-Beam, เสารับสัญญาณวิทยุแบบ Shark Fin, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง, สปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ,ล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่, ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding เป็นต้น

 

ห้องโดยสารภายใน มีฟังก์ชั่นเด่นๆ อย่าง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ระบบนำทาง (Navigator) พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ T-Connect และการเชื่อมต่อ Bluetooth, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติสามารถควบคุมแรงลมอัตโนมัติ, ช่องเสียบอุปกรณ์ USB, iPOD และ AUX เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift, ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift), กล้องมองหลังที่จะแสดงภาพบริเวณมุมมองด้านท้ายของรถ,ระบบควบคุมไฟหน้า เปิด-ปิด อัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control), ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า DC 12 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า AC 220 โวลต์, ช่องเก็บของแบบ Cool Box

ตัวรถขยายเฟรมให้ใหญ่ขึ้น และพัฒนาช่วงล่างแบบ 4 ลิงค์ เครื่องยนต์ใหม่ (GD Efficient Boost) เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ให้แรงบิดสูงในช่วงรอบกว้าง (Flat torque) แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ "Sigma 4" (ซิกม่าโฟว์) ที่ตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพถนน

 

ส่วนระบบความปลอดภัยก็ต้องได้คำเดียวว่า มาอย่างครบครัน เช่น มีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control), ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control), ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control), ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System), ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist), ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution), กล้องมองหลัง (ยกเว้นรุ่น 2.4G MT), เซ็นเซอร์กะระยะการถอยหลัง (เฉพาะรุ่น 2.4G MT), ใช้โครงสร้างนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทกเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสาร, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด, พวงมาลัยแบบยุบตัวได้, ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)

รุ่นย่อยที่มีให้เลือก ได้แก่ 2.4G MT 2WD, 2.4V 2WD, 2.7V 2WD, 2.8V 2WD, 2.4V 4WD AT และ 2.8V 4WD

 

ส่วนรุ่น TRD Sportivo ตามมาภายหลังในวันที่ 8 มีนาคม 2559 ดีไซน์เด่นๆ กับกระจังหน้าแบบรมดำพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอย TRD 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, หลังคาแบบสปอร์ต Black Top, สคัพเพลทพร้อมไฟเรืองแสงสัญลักษณ์ TRD, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ TRD Sportivo พร้อมแถบโครเมียมประตูท้ายรมดำ, ท่อไอเสียสเตนเลส TRD ดีไซน์สปอร์ต และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟสัญลักษณ์ TRD

ภายในสีดำแดงสไตล์สปอร์ต ด้วยวัสดุหนังสีดำสลับแดง พร้อมชุดแต่งลายเคฟลาร์ และแถบโครเมียมรมดำ
 เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายแดง มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ลายเคฟลาร์ และไฟแสดงผลสีแดง
, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง ระบบนำทาง (Navigator) รองรับ T-Connect พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth และกล้องมองหลัง
 ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ TRD,กุญแจ Smart Key พร้อมสัญลักษณ์ TRD และดิสก์เบรก 4 ล้อ ขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ 


มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เท่านั้น

 

พอถึงเดือนสิงหาคม 2560 Toyota แนะนำ Fortuner รุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าด้วย รุ่นย่อย 2.4V Sigma4 ขับ 4 ล้อ พร้อมปรับปรุงทุกรุ่นด้วยบันไดข้าง กระจกไฟเลี้ยว และไฟเบรค ออกแบบใหม่ ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED*, เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง* และดิสก์เบรค 4 ล้อ (หมายเหตุ * ยกเว้นรุ่น 2.4G MT)

 

Fortuner รุ่นที่ 2 มีเครื่องยนต์ให้เลือก ดังนี้

  • ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV (High) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบ/นาที
  • ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV (High) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,000 รอบ/นาที
  • และเบนซินขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (รุ่นดีเซล 2.4 ลิตร) และอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift

เป็นรถอเนกประสงค์ ที่ใช้งานได้สารพัด ทั้งขับไปทำงาน ขับไปท่องเที่ยว ลุยป่าฝ่าดง ขึ้นภูเขา ไปเที่ยวทะเล ก็สามารถตะลุยไปได้ทุกที่ ที่สำคัญ สามารถพาครอบครัว และขนข้าวขนของได้ชนิดจุใจมากๆ ด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ ทำให้ Toyota Fortuner เป็นรถยอดนิยม ขายดีติดอันดับ จนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะสียอดนิยม คือ สีขาว สีเทา สีดำ แต่ด้วยสนนราคา 1 ล้านกว่าบาทขึ้นไป บางรุ่นราคาแตะถึงล้านเจ็ดทีเดียว ก็ทำให้หลายคนได้แต่ฝัน

 

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Toyota Fortuner ก็จะมีรถคู่แข่งในคลาสเดียวกัน อย่างเช่น Nissan Terra, Mitsubishi G-Wagon, Mitsubishi Pajero Sport, Isuzu MU-7, Isuzu MU-X, Chevrolet Trailblazer หรือ Ford Everest เป็นต้น

สำหรับคนที่รัก Toyota Fortuner แต่ไม่มีเงินล้านก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราสามารถเป็นเจ้าของ Toyota Fortuner มือสองได้เช่นกัน ถึงรถจะไม่ใหม่จากโชว์รูม แต่ถ้าเราเลือก Toyota Fortuner มือสองที่สภาพยังดี ราคาจะถูกกว่ารถป้ายแดงมากมาย เรียกว่าคุ้มค่าทั้งราคาและการใช้งานทีเดียว

การได้เป็นเจ้าของรถยอดนิยม รถใช้งานได้ดี จ่ายถูกกว่าแต่ใช้งานได้คุ้มกว่าน่าจะเป็นความสุขของคนใช้รถ ที่สำคัญหากวันไหนคุณเบื่ออยากเปลี่ยนรถใหม่ รถ Toyota Fortuner มือสองของคุณ น่าจะซื้อง่ายขายคล่องเป็นที่ต้องการของตลาดรถยนต์มือสองแน่นอน

ราคารถ รถ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿936,000
-
฿1,320,000
2017
฿896,000
-
฿1,280,000
2016
฿720,000
-
฿1,208,000
2015
฿680,000
-
฿1,088,000
2014
฿640,000
-
฿960,000
2013
฿600,000
-
฿904,000
2012
฿560,000
-
฿840,000
2011
฿520,000
-
฿800,000
2010
฿480,000
-
฿680,000
2009
฿440,000
-
฿640,000
2008
฿440,000
-
฿600,000
2007
฿400,000
-
฿560,000
2006
฿360,000
-
฿480,000
2005
฿320,000
-
฿400,000
2004
฿280,000
-
฿360,000