Terms and Conditions

หน้าหลัก > ข้อกำหนดและเงื่อนไข

เงื่อนไขการใช้บริการ
ผู้ใช้บริการยอมรับและตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้บริการและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่าง ๆ กับบริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด ('บริษัทฯ') ดังต่อไปนี้
1. การติดต่อ การให้บริการ และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการใด ๆ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านการใช้อีเมลของบริษัทฯ การประกาศขายรถยนต์มือสองทางอินเตอร์เน็ต และการเปลี่ยนรหัส Email Address เป็นต้น เป็นบริการของบริษัทฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการซื้อขายรถยนต์ของบริษัทฯ ซึ่งบริการดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร

2. ในการติดต่อ การรับการให้บริการ และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 1. ผู้ใช้บริการจะรับผิดชอบในการเก็บรักษารหัสประจำตัวผู้ใช้ (User ID) รหัสผ่าน (Password) และรหัสประจำตัวส่วนบุคคล (Pin Code) (ถ้ามี) ของบัญชีของผู้ใช้บริการ รวมถึงรหัส Email Address หรือรหัสการติดต่ออื่นใด ซึ่งเป็นการระบุตัวตนของผู้ใช้บริการที่ใช้ในการติดต่อ การรับการให้บริการ และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กับบริษัทฯ ไว้เป็นความลับ

3. การติดต่อ การใช้บริการ และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ ที่กระทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ โดยใช้รหัสประจำตัวของผู้ใช้บริการตามข้อ 2. ไม่ว่าการกระทำนั้นจะได้กระทำขึ้นโดยผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่นใด ผู้ใช้บริการตกลงให้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องสมบูรณ์ของผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการไม่จำต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นหลักฐานในการกระทำนั้นอีก และผู้ใช้บริการตกลงว่า บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดใด ๆ ในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว เว้นแต่ความเสียหายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากการกระทำโดยทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทฯ

4. ผู้ใช้บริการรับทราบและเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และเงื่อนไขในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมดังกล่าว เช่น การสูญหายของข้อมูลระหว่างทาง การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างล่าช้าอันเนื่องมาจากเครือข่ายการสื่อสาร การไม่สามารถส่งข้อมูลได้ รวมถึงการผิดพลาดคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่ได้รับ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียและ/หรือ ความเสียหายใด ๆ ที่ลูกค้าได้รับจากการทำธุรกรรมดังกล่าว หากความสูญเสียและ/หรือ ความเสียหายดังกล่าวมิได้มีเหตุมาจากการกระทำโดยทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้อยแรงของบริษัทฯ

5. ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
5.1. เนื้อหา – บริษัทฯไม่รับรองว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของบริษัทฯ จะมีความถูกต้อง สมบูรณ์เพียงพอ และทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แม้บริษัทฯ จะทำการตรวจทานเนื้อหาดังกล่าวและความสอดคล้องของเนื้อหาอยู่เป็นประจำก็ตาม ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่อาจรับผิดชอบ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม สำหรับความผิดพลาด และความล่าช้าของข้อมูล ไม่ว่าจะมีผู้ใดได้แจ้งหรือแนะนำบริษัทฯ เกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวก่อนหน้านี้แล้วหรือไม่ก็ตาม
5.2. ความเสียหาย - หากเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ขึ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม หรือเป็นผลสืบเนื่องจากการใช้บริการ เช่น การเขียนและเผยแพร่ข้อความที่ต้องห้าม เป็นต้น บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบในความสูญเสียหรือความเสียหายดังกล่าวต่อผู้ใช้บริการ และ/หรือบุคคลผู้ได้รับความสูญเสียและ/หรือ ความเสียหายดังกล่าว โดยผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบในความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการตกลงสละสิทธิ์เรียกร้องให้บริษัทฯ รับผิดชอบในความสูญเสียและ/หรือ ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการนี้ทั้งสิ้น เว้นแต่ความสูญเสียและ/หรือ ความเสียหายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากการกระทำโดยทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทฯ นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการจะปกป้องมิให้บริษัทฯ ต้องรับผิดชอบหรือถูกฟ้องร้องจากบุคคลอื่นอันเนื่องมาจากการใช้บริการ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นดังกล่าว
5.3. ระบบบริการ - ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงอย่างชัดแจ้งว่า บริษัทฯ ไม่รับรองว่า การเปิดเข้าสู่หรือการใช้เว็บไซต์ทั้งส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดจะสามารถกระทำได้ตลอดเวลา รวดเร็วทันใจ ปราศจากการรบกวนหรือข้อผิดพลาด และไม่รับรองว่าเว็บไซต์จะปราศจากไวรัส ระเบิดเวลา หรือสิ่งอื่นใดที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใดของผู้ใช้บริการที่ใช้ในการเข้าสู่เว็บไซต์
5.4. การรับรอง - บริษัทฯ ไม่รับรองว่าบริการและเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านบริการจะ
5.4.1. ถูกต้องสมบูรณ์ ไม่บกพร่อง หรือสมตามความประสงค์ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเทคนิคหรือด้านใดๆ ก็ตาม
5.4.2. มีความเหมาะสม (ไม่ว่าจะในด้านใดๆ ก็ตาม) สำหรับผู้ใช้บริการและบุคคลทั่วไป
5.4.3. ไม่ละเมิดสิทธิใด ๆ โดยผู้ใช้บริการจะต้องรับความเสี่ยงจากคุณภาพและผลจากการใช้บริการเองทั้งสิ้น หากการบริการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลใด ๆ ก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น เว้นแต่ความเสียหายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากการกระทำโดยทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทฯ

6. บริษัทฯ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในบรรดาข้อความ ภาพ เสียง เนื้อหา ส่วนประกอบใด ๆ ทั้งหมดของบริการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเครื่องหมายทางการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อ ชื่อทางการค้า สิทธิบัตร โนว์ฮาว (Know-how) และทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดของบริการ ที่ปรากฏในทุก ๆ หน้าของเว็บไซต์ ห้ามมิให้ผู้ใดหรือบริษัทฯ ใด ทำซ้ำ ดัดแปลง จัดเก็บในระบบที่สามารถนำมาใช้งานได้ ถ่ายโอน ลอกเลียนแบบ เผยแพร่ หรือ ใช้ข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อมูลดังกล่าว โดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดสิทธิดังกล่าวโดยทันที

7. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้บริการนี้เมื่อใดและอย่างใดก็ได้ตามความเหมาะสม และให้ถือว่าผู้ใช้บริการที่ยังคงใช้บริการต่อไปตกลงยอมรับที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นโดยปริยาย

8. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง แก้ไข และระงับบริการไว้ชั่วคราวหรือถาวรได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ทราบล่วงหน้า และไม่ต้องรับผิดชอบในความสูญหายหรือเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น

9. ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย

10. ผู้ใช้บริการอนุญาตให้บริษัทฯ เชื่อมโยงและนำข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเป็นเจ้าของและปรากฏในเว็บไซต์ใด ๆ เช่น บรรดาข้อความ ภาพ เสียง เนื้อหา หรือ ส่วนประกอบใด ๆ มาปรากฎในเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยไม่จำต้องแจ้งความประสงค์ให้ทางเว็บไซต์ต้นทางทราบถึงหรือให้ความยินยอมแก่การกระทำนี้ล่วงหน้า และบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการยังคงมีสิทธิโดยชอบธรรมต่อข้อมูลดังกล่าวที่ผู้ใช้บริการเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการไม่ต้องการให้บริษัทฯ เชื่อมโยงและนำข้อมูลดังกล่าวมาปรากฏในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ผู้ใช้บริการจะแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยทางบริษัทฯ มีสิทธิที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสม

11. ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการลงทะเบียนขายรถยนต์
ในการลงทะเบียนขายรถยนต์ ผู้ใช้บริการตกลงที่จะให้ข้อมูลที่เป็นความจริงและถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ขายและข้อมูลของรถยนต์

ผู้ขายยินยอมให้ทางบริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลของผู้ขาย และข้อมูลของรถยนต์ให้กับผู้ซื้อที่ทางบริษัทฯ จัดหามาให้ ในการลงทะเบียนขายรถยนต์ ผู้ขายอนุญาตให้ทางบริษัทดำเนินการจัดการหาผู้ซื้อภายใน 24 ชั่วโมง โดยจะไม่ทำการดำเนินการขายใด ๆ จนครบระยะเวลาที่ทางบริษัทกำหนด ผู้ขายจะไม่เพิ่มราคาขายรถยนต์ภายหลังจากที่ได้ตกลงราคาดังกล่าวไว้กับผู้ซื้อที่ทางบริษัทได้จัดหามาให้เรียบร้อยแล้ว แต่ผู้ซื้อยังคงสามารถที่จะต่อรองราคาขาย และยกเลิกการซื้อขายได้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการลงทะเบียนขายรถยนต์ที่ไม่มีสมุดทะเบียนที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งรถยนต์จดประกอบ รถอินวอยส์ รถสรรพสามิต (ที่ไม่มีหนังสือรับรอง) รวมไปถึงรถยนต์ที่นำเข้ามาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารไม่ครบ หรือรถหลุดจำนำที่ไม่มีสมุดทะเบียนที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก

หากบริษัทฯ พบหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ข้อใดข้อหนึ่ง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการลบประกาศ ระงับการแสดงประกาศ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ขาดและขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัท โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ผู้ขายทราบล่วงหน้า

ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า การเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ข้อกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ และมีผลบังคับโดยทันที

การที่ผู้ขายยินยอมลงทะเบียนขายรถยนต์กับทางบริษัท หรือการใช้บริการในเว็บไซต์ และ/หรือ แอปพลิเคชันของบริษัท ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวให้ความตกลงยินยอมโดยสมบูรณ์ที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมนั้น

12. นโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทจะดำเนินการตามวิธีการที่เหมาะสมหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากลูกค้า (ข้อมูลลูกค้า เช่น ชื่อ-นามสกุล ,เบอร์โทร ,ข้อมูลรถ ฯลฯ ) บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ นอกเหนือจากที่ลูกค้าได้ตกลงยอมรับไว้ก่อนหน้า (ไม่รวมถึงตามกฎหมายกำหนด) อาจมีการบันทึกบทสนทนาทางโทรศัพท์ของบริษัทเพื่อยืนยันเนื้อหาของบทสนทนา การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างเหมาะสมและมุ่งมั่นเพื่อป้องกันข้อมูลไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอก นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีมาตรการในการรักษาข้อมูลอย่างเหมาะสมและปลอดภัยเพื่อป้องกันการสูญหาย การทำลายและการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสำหรับการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่บริษัทต้องใช้บุคลากรจากภายนอก บริษัทจะดำเนินการและให้คำแนะนำบุคคลภายนอกดังกล่าวนั้นตามความเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของลูกค้ามีการส่งผ่านในสัญญาหรือวิธีการอื่นโดยเหมาะสม

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้ข้อมูลที่รวบรวมเกี่ยวกับลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:
12.1. เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายและแคมเปญต่างๆ กับลูกค้าทางออนไลน์
12.2. เพื่อยืนยันการซื้อขายผลิตภัณฑ์
12.3. เพื่อสอบถามลูกค้าให้ตอบคำถามต่อผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
12.4. เพื่อขอความเห็นของลูกค้าในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
12.5. เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับบริการพิเศษและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
12.6. เพื่อตอบคำถามจากลูกค้า
บริษัทจะทำการดูแลที่เหมาะสมเมื่อมีการใช้ข้อมูลของลูกค้าที่มีการรวบรวมไว้เพื่อปกป้องสิทธิของลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้นโดยไม่ได้รับอนุญาตของลูกค้า (ยกเว้นกรณีที่ลูกค้าให้ความยินยอมล่วงหน้าหรือตามกฎหมายกำหนด)

13. การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริษัทอาจจะแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าให้กับกลุ่มบริษัทภายในขอบเขตที่มีความจำเป็น บริษัทจะรับผิดชอบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคดังกล่าวสำหรับกรณีนี้

14. การใช้คุกกี้
คุกกี้จะมีการใช้บนบางหน้าของเว็บไซต์นี้ คุกกี้เป็นเทคโนโลยีสำหรับการสื่อสารระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์และเบราว์เซอร์ ผ่านคุกกี้ จะสามารถระบุเบราว์เซอร์ที่ลูกค้าใช้ได้ แต่จะไม่ระบุถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วยคุกกี้ จะมีการบันทึกประวัติการเข้าชมของเว็บไซต์ของบริษัทโดยผู้ใช้ ทำให้การใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประโยชน์มากขึ้น มีการใช้งานคุกกี้อย่างแพร่หลายโดยถือเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานของอินเตอร์เน็ต และมีการใช้งานในหลายๆ เว็บไซต์สำหรับปรับปรุงความสะดวกของลูกค้า แสดงโฆษณาไปยังลูกค้าและรวบรวมสถิติเมื่อมีการใช้บริการจากหุ้นส่วนของบริษัท ข้อมูลที่ได้รับจากการใช้งานคุกกี้จะถูกรายงานเป็นผลรวมไปยังบริษัทและหุ้นส่วนธุรกิจ รายงานรวมถึงข้อมูลการเข้าดูของลูกค้า และจากข้อมูลนี้ อาจมีการส่งโฆษณาของบริษัทให้กับเว็บไซต์อื่นๆ ที่ลูกค้าเข้าดู โดยการเปลี่ยนการตั้งค่าคุกกี้ด้วยตัวเอง ลูกค้าสามารถบล็อกคุกกี้ได้

ทั้งนี้ หากมีการบล็อคคุกกี้ ผู้ใช้อาจไม่สามารถใช้บริการบางอย่างในเว็บไซต์นั้นได้ นอกจากนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้สภาพแวดล้อมในการใช้งานของลูกค้า (การตั้งค่าเบราว์เซอร์ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต) อาจจะไม่สามารถบล็อคคุกกี้ได้ในบางกรณี

15. กรณีที่ลูกค้าลงข้อมูลรถเพื่อขายรถแบบด่วนบนเว็บไซต์คาร์โร และไม่สามารถจบการขายได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงข้อมูลรถครั้งแรก ข้อมูลรถของคุณจะขึ้นไปอยู่ในหน้าประกาศขายรถของ คาร์โร ตลาดรถ โดยอัตโนมัติทันที ซึ่งในระหว่าง 30 วันก่อนการประกาศขายในหน้า คาร์โร ตลาดรถ คุณสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลรถได้ และหลังจากข้อมูลรถได้ลงประกาศขายในหน้า คาร์โร ตลาดรถ คุณจะสามารถเข้าไปแก้ไข หรือลบข้อมูลรถได้ โดยเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนเท่านั้น

16. กรณีที่ลูกค้าทั่วไปลงข้อมูลรถเพื่อขายรถเป็นครั้งแรก และยินยอมให้ข้อมูลรถของลูกค้าขายผ่านช่องทาง CARRO Express และ CARRO SellCar บนเว็บไซต์คาร์โรทันที ในช่วง 5 วันแรก ชื่อ-นามสกุล และเบอร์ติดต่อ จะเป็นชื่อในนามบริษัท CARRO เพื่อให้ CARRO ช่วยขายรถของคุณให้จบแบบด่วนที่สุด แต่ถ้าทางคาร์โรไม่สามารถจบการขายได้ภายใน 5 วัน ชื่อ-นามสกุล และเบอร์ติดต่อ จะเปลี่ยนเป็นชื่อลูกค้าโดยอัตโนมัติ และคุณจะสามารถเข้าไปแก้ไข หรือลบข้อมูลรถได้ โดยเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนเท่านั้น


เงื่อนไขการซื้อรถ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันมีข้อความดังต่อไปนี้
1. บทนิยาม
1.1 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามสัญญานี้ คู่สัญญาตกลงใช้บทนิยามดังต่อไปนี้

สัญญา
หมายถึง สัญญาซื้อรถยนต์ฉบับนี้ และเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ทั้งหมด รวมถึงเอกสารใดๆ ที่คู่สัญญาได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งอ้างถึงสัญญานี้ หรือเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรและตกลงโดยคู่สัญญานี้



ตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ
หมายถึง บุคคลที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท


รถยนต์ที่ซื้อขาย
หมายถึงรถยนต์ที่คู่สัญญาตกลงซื้อตามรายละเอียดรถยนต์ที่ระบุไว้ใน ข้อ 2 ตามสัญญานี้

1.2 สัญญานี้ (ก) หัวข้อใส่ไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างถึงเท่านั้น และไม่มีผลต่อการตีความของสัญญานี้; (ข) คำอาจมีหลายความหมาย ยกเว้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น รวมทั้งความหมายโดยตรงและในทางกลับกัน; (ค) การอ้างถึงบทบัญญัติกฎหมายใด ถือว่าหมายรวมถึงกฎหมายที่แก้ไข ขยาย รวบรวม แทนที่กฎหมายเดิม หรือที่มีการแก้ไข ขยาย รวบรวม แทนที่โดยกฎหมายระดับเดียวกันหรือคำสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับลำดับรองที่ทำขึ้นข้างล่างนี้

2. บททั่วไป
2.1 บริษัทตกลงจะขาย และผู้ซื้อตกลงจะซื้อรถยนต์ตามรายละเอียดที่ระบุตามเงื่อนไขในสัญญาที่บริษัทได้มอบให้กับผู้ซื้อไว้ใช้ในเป็นข้อมูลอ้างอิง
2.2 บริษัทจะจัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist) สภาพรถยนต์ที่ซื้อขาย และผู้ซื้อจะตรวจความถูกต้อง และใช้รายการตรวจสอบเดียวกัน ทั้งนี้ พนักงาน หรือตัวแทนของบริษัทไม่มีอำนาจในการแสดงตนเป็นตัวแทนของบริษัท หรือให้คำรับรองใดๆ เกี่ยวกับรายการตรวจสอบ
2.3 คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะใดๆ โดยบริษัท หรือพนักงาน หรือตัวแทนของบริษัท ให้แก่ผู้ซื้อ หรือพนักงาน หรือตัวแทนของผู้ซื้อที่เกี่ยวเนื่องกับการเก็บรักษาหรือใช้งานรถยนต์ที่ซื้อขายนั้น ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้พิจารณาในการปฏิบัติ หรือทำตามคำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะนั้นๆ ด้วยความเสี่ยงของตนเอง และบริษัทไม่ต้องรับผิดใดๆ แก่คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะนั้น
2.4 ข้อผิดพลาดหรือความบกพร่องตกหล่นเกี่ยวกับการพิมพ์ในสัญญา ใบเสนอราคา ใบราคา คำสนองรับข้อเสนอ ใบแจ้งราคา เอกสารหรือข้อมูลใดๆ ที่ออกโดยบริษัท บริษัทมีสิทธิแก้ไขให้ถูกต้องได้โดยไม่ถือเป็นความรับผิดของบริษัท

3. ราคารถยนต์ที่ซื้อขาย
3.1 ราคาของรถยนต์ที่ซื้อขายเป็นไปตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 ตามสัญญาอ้างอิงที่ผู้ซื้อได้รับจากบริษัท
3.2 บริษัทสงวนสิทธิ์โดยการแจ้งไปยังผู้ซื้อ ณ เวลาใดก่อนส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขาย ถ้ามีการเพิ่มราคารถยนต์ที่ซื้อขายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการตลาดภายใต้กฎหมาย หรือราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาระราคาที่เพิ่มขึ้นโดยไม่อาจคาดหมายได้ของบริษัท (เช่น การเพิ่มราคาของสินค้า ภาษีบริการ ค่าธรรมเนียม หรือภาษีอื่นๆที่เรียกเก็บ) หรือความล่าช้าอันเนื่องมาจากฝ่ายผู้ซื้อหรือความผิดพลาดของฝ่ายผู้ซื้อ ฝ่ายผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบในราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่ตกลงกัน

4. เงื่อนไขการชำระราคา
4.1 ผู้ซื้อชำระเงินมัดจำแล้วในวันทำสัญญา และเงินมัดจำไม่สามารถโอนไปยังรถยนต์ที่ซื้อขายคันอื่นนอกจากที่ตกลงกันในสัญญาได้
4.2 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามสัญญา เงินมัดจำไม่สามารถขอคืนได้ ในกรณีที่มีการยกเลิกสัญญา โดยบริษัทมีสิทธิริบเงินมัดจำได้ และไม่เสียสิทธิที่จะเรียกค่าเสียหายจากผู้ซื้อ หากบริษัทได้รับความเสียหายเกินกว่าเงินมัดจำนั้น
4.3 ผู้ซื้อตกลงชำระราคารถยนต์ที่ซื้อขายก่อนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และการส่งมอบ
4.4 ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ชำระราคาครบถ้วน หรือก่อนระยะเวลาที่กำหนดในข้อ 2 ผู้ซื้อไม่สามารถอ้างสิทธิใดๆ หรือขอผ่อนผันการชำระราคาจากบริษัท และบริษัทมีสิทธิริบเงินมัดจำทั้งหมดได้ รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ หากมี

5. การนำรถยนต์เก่ามาแลกเปลี่ยน (Trade-In)
5.1 สัญญาข้อนี้จะนำมาใช้บังคับกรณีที่ผู้ซื้อต้องการนำรถยนต์ใดที่ตนมีกรรมสิทธิ์ มาแลกเปลี่ยนกับรถยนต์คันที่จะซื้อขายตามสัญญา (“รถยนต์ที่จะแลกเปลี่ยน”)
5.2 ผู้ซื้อยืนยัน และรับรองว่า รถยนต์ที่จะแลกเปลี่ยน นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของตน ปราศจากภาระผูกพันใดและปลอดจากการรอนสิทธิของบุคคลอื่น
5.3 บริษัทอาจประเมินมูลค่ารถยนต์ที่จะแลกเปลี่ยนเบื้องต้นจากข้อมูล และภาพถ่ายที่ได้รับจากผู้ซื้อก็ได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ต้องผูกพันในมูลค่าที่ประเมินนั้นจนกว่าบริษัทจะได้กำหนดมูลค่ารถยนต์ที่จะแลกเปลี่ยนที่แน่นอน เมื่อผู้ซื้อได้นำรถยนต์ที่จะแลกเปลี่ยนมาให้บริษัทตรวจสอบสภาพ และประเมินมูลค่าเรียบร้อยแล้ว
5.4 บริษัทจะยืนราคารถยนต์ที่แลกเปลี่ยนเป็นระยะเวลา 7 วัน หลังจากมีการตรวจสอบสภาพและเสนอราคา ซึ่งหลังจากผ่านกำหนดเวลาดังกล่าว บริษัทมีสิทธิที่จะขอประเมินสภาพรถอีกครั้ง และแก้ไขราคาหากสภาพรถมีการเปลี่ยนแปลงไป
5.5 ผู้ซื้อตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อปฏิบัติสำหรับการนำรถยนต์เก่ามาแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทแจ้ง

6. การส่งมอบและการรับคืนรถยนต์ที่ซื้อขาย
6.1 การรับมอบรถยนต์ที่ซื้อขาย ผู้ซื้อตกลงมารับรถยนต์ที่ซื้อขายตามวันเวลา และสถานที่ที่บริษัทกำหนด หากบริษัทดำเนินการล่าช้ากว่าที่กำหนด บริษัทจะต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบล่วงหน้าโดยเร็วถึงความล่าช้านั้น รวมทั้งแจ้งวันนัดรับรถยนต์ที่ซื้อขายใหม่ด้วย และหากผู้ซื้อประสงค์จะรับรถยนต์ที่ซื้อขายล่าช้า จะต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าพร้อมแจ้งวันนัดรับรถยนต์ที่ซื้อขายใหม่เช่นกัน
6.2 หากผู้ซื้อไม่สามารถรับมอบรถยนต์ที่ซื้อขายภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่แจ้งการเลื่อนนัดรับมอบรถยนต์ที่ซื้อขายให้บริษัททราบล่วงหน้า บริษัทฯมีสิทธิในการคิดค่าเก็บรักษารถยนต์ที่ซื้อขายเป็นรายวัน และเศษของวันให้คิดเป็นหนึ่งวัน โดยคิดวันละ 500 บาท จนกว่าผู้ซื้อจะมารับมอบรถยนต์ที่ซื้อขาย ทั้งนี้ บริษัทฯไม่มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในความสูญเสีย หรือสูญหายใดๆ สำหรับการเก็บรักษารถยนต์ที่ซื้อขายนั้น นอกจากนี้ หากผู้ซื้อไม่มารับมอบรถยนต์ที่ซื้อขายเกินกว่า 30 วัน บริษัทฯอาจย้ายไปยังสถานที่อื่นตามที่บริษัทกำหนด และคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นด้วยก็ได้
6.3 ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิขอคืนรถยนต์ที่ซื้อขายได้ ภายใน 5 วันนับแต่วันที่ส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขาย (ไม่รวมวันส่งมอบรถ) และภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
6.3.1 สภาพรถจะต้องอยู่ในสภาพเดียวกันกับขณะเวลาที่ส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยอ้างอิงตามเอกสารตรวจรับรถยนต์ที่ซื้อขาย ณ เวลาที่ส่งมอบ โดยบริษัทฯมีสิทธิที่จะตรวจสอบสภาพรถเป็นระยะเวลา 3 วันทำการ หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ไม่เป็นไปตามสภาพ ณ วันส่งมอบ ลูกค้าจะต้องแก้ไขให้กลับคืนสภาพเดิมภายในระยะเวลา 5 วัน หรือต้องแจ้งบริษัทให้แก้ไขให้กลับคืนสภาพเดิมภายในระยะเวลา 5 วัน โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะถูกหักออกจากจำนวนเงินคืนที่พึงได้โดยรวม ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกค้าต้องแก้ไขด้วยตนเอง ลูกค้าต้องแจ้งสถานที่เข้ารับบริการดังกล่าว เพื่อให้บริษัทยินยอมก่อนดำเนินการทุกครั้ง มิฉะนั้นบริษัทฯขอปฏิเสธสิทธิการคืนรถในทุกกรณี
6.3.2 บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการคืนรถในทุกกรณี หากรถได้มีการถูกปรับแต่งหรือแก้ไขให้มีสภาพแตกต่างไปจากสภาพเดิม ณ วันส่งมอบรถ ทั้งสภาพภายใน ภายนอก หรือเครื่องยนต์
6.3.3 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์รถยนต์ทั้งหมดจะต้องถูกนำกลับมาคืนพร้อมตัวรถ
6.3.4 ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลารับประกันคืนรถ ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งหมด
6.3.5 รถที่ต้องการคืนจะต้องมีเลขไมล์เพิ่มขึ้นไม่เกิน 150 กิโลเมตร นับตั้งแต่เลขไมล์สุดท้าย ณ วันส่งมอบรถ
6.3.6 ลูกค้าจะต้องเป็นผู้กรอกเอกสารการขอคืนรถ เพื่อเริ่มต้นกระบวนดังกล่าวและต้องจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยตนเอง
6.3.7 ลูกค้าจะต้องเป็นผู้นำรถมาคืนยังบริษัทฯด้วยตนเอง
6.3.8 ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ ค่าใช้จ่ายทางภาษี ค่าใช้จ่ายหรือค่าปรับจากบริษัทฯสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายในการปรับคืนสภาพรถ ฯลฯ จะถูกหักออกจากจำนวนเงินคืนที่พึงได้ทั้งหมด
6.3.9 การใช้สิทธิการคืนรถจะสามารถทำได้โดยผู้ซื้อ ที่ระบุลงในเอกสารกรรมสิทธิ์รถยนต์เท่านั้น
6.3.10 การใช้สิทธิในการคืนรถ จะไม่สามารถทำได้หากผู้ซื้อ และ/หรือ ครอบครัวของผู้ซื้อ (ภายใต้ทะเบียนบ้านเดียวกัน) ได้เคยใช้สิทธิในการคืนรถไปแล้วภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ได้ดำเนินการคืนรถสำเร็จครั้งล่าสุด
6.3.11 ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิการคืนรถได้เพียง 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่ได้ดำเนินการคืนรถสำเร็จครั้งล่าสุด
6.4 หากเกินกำหนดระยะเวลา หรือผิดเงื่อนไขตามข้อ 6.3 นี้ ผู้ซื้อไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์ที่ซื้อขายได้ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิในการพิจารณาตัดสินการรับคืนรถยนต์ที่ซื้อขายแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้ซื้อยอมรับ และไม่สามารถโต้แย้งในการตัดสินของบริษัทฯ

7. การให้คำรับรองและความรับผิด
7.1 ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายของรถยนต์ที่ซื้อขายนับตั้งแต่เวลาที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ซื้อขายเรียบร้อยแล้ว
7.2 ผู้ซื้อให้คำรับรองว่า ตนมีสิทธิทำนิติกรรมในการจดทะเบียนรับโอนรถยนต์ที่ซื้อขาย และเข้าทำสัญญานี้กับบริษัทโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงไม่เป็นบุคคลวิกลจริต บุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย
7.3 ผู้ซื้อรับรองว่า ตนเข้าทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ที่ซื้อขายเพื่อประโยชน์ของตน และตรงตามเจตนารมณ์ของตนทุกประการ ไม่ได้เกิดจากการถูกฉ้อฉล และมิได้เข้าทำสัญญาในฐานะเป็นตัวแทนของบุคคลอื่น หรือเพื่อค้ำประกันให้บุคคลอื่น
7.4 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อผู้ซื้อในความเสียหาย สูญหาย อุบัติเหตุ การดำเนินการล่าช้า เหตุสุดวิสัย เหตุพ้นวิสัย หรือเหตุอื่นใดที่อยู่เหนือความควบคุมของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ ระเบิด น้ำท่วม ไฟ้ไหม้ สงครามหรือภัยสงคราม การก่อวินาศกรรม เหตุจลาจล การประท้วง ข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อบัญญัติ ข้อห้าม มาตรการของหน่วยงานที่มีอำนาจ การประท้วงหยุดงาน ข้อพิพาทในทางอุตสาหกรรมหรือทางการค้าทั้งที่เกี่ยวข้องกับพนักงานของบริษัทหรือของบุคคลอื่น เป็นต้น

8. การรับประกัน
8.1 ประเภทของการรับประกันขึ้นอยู่กับสภาพรถยนต์และข้อตกลงระหว่างบริษัทและลูกค้า
8.2 บริษัทให้การรับประกันชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่กำหนดเป็นระยะเวลา 30 วัน หรือเป็นระยะทางจำนวน 5,000 กิโลเมตร โดยเริ่มนับระยะเวลาและระยะทางตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อ และเมื่อระยะเวลา หรือระยะทางอย่างใดถึงกำหนดก่อน ก็เป็นอันสิ้นสุดการรับประกันตามสัญญานี้
8.3 การรับประกันซ่อมแซมรถยนต์ที่ซื้อขายข้างต้นนี้ เป็นการซ่อมแซมรายการที่นอกเหนือจากชิ้นส่วนสิ้นเปลือง ได้แก่ วิทยุเครื่องเสียง ยางรถยนต์ อุปกรณ์ประดับยนต์ สายพาน แบตเตอรี่ ผ้าเบรก คันขาเบรก จานเบรก ดุมเบรก หลอดไฟส่องสว่าง ฟิวส์ รีเลย์ ท่อน้ำมัน ท่อยางต่างๆ ซีนกันน้ำมันรั่วซึม ที่ปัดน้ำฝน แผงแอร์และคอมเพรสเซอร์แอร์

9. สินเชื่อ
9.1 สินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต์ตามสัญญานี้ ผู้ซื้ออาจขอให้บริษัทแนะนำผู้ให้บริการสินเชื่อ หรือจัดหาสินเชื่อด้วยตนเองก็ได้
9.2 กรณีที่ผู้ซื้อยื่นขอสินเชื่อจากผู้ให้บริการสินเชื่อที่บริษัทแนะนำ หากสินเชื่อนั้นไม่ได้รับอนุมัติและผู้ซื้อประสงค์จะยกเลิกสัญญานี้ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้ซื้อมีสิทธิยกเลิกสัญญานี้ได้โดยบริษัทตกลงคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมด
9.3 กรณีที่ผู้ซื้อยื่นขอสินเชื่อจากผู้ให้บริการสินเชื่อรายอื่นที่บริษัทไม่ได้แนะนำ หากสินเชื่อนั้นไม่ได้รับอนุมัติและผู้ซื้อประสงค์จะยกเลิกสัญญานี้ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้ซื้อมีสิทธิยกเลิกสัญญานี้ได้โดยแสดงหลักฐานการปฏิเสธสินเชื่อ และบริษัทตกลงคืนเงินมัดจำให้หลังหักค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้น

10. บทเบ็ดเตล็ด
10.1 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามสัญญานี้ การติดต่อสื่อสาร หรือการบอกกล่าวใดๆ ระหว่างคู่สัญญาภายใต้สัญญานี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาอีกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ด้วยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่นั้น ไม่ว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นได้รับการบอกกล่าวนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วตามวันที่ระบุในใบตอบรับ อย่างไรก็ตาม กรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำหรับการติดต่อ หรือการบอกกล่าว จะต้องแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมิชักช้า อย่างไรก็ตาม หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้แจ้งการติดต่อ หรือบอกกล่าวไปก่อนที่จะได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น ให้ถือว่าการติดต่อ หรือการบอกกล่าวที่ส่งไปนั้นเป็นอันสมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมาย
10.2 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญานี้ เอกสารแนบท้ายสัญญานี้ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องและผูกพันตามสัญญานี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย พร้อมตราประทับ (หากมี)
10.3 การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิหรือประวิงการใช้สิทธิหรืออำนาจในการบังคับคู่สัญญาอีกฝ่ายให้ปฏิบัติตามสัญญานี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง มิให้ถือเป็นการยินยอมสละสิทธินั้น ทั้งนี้ การยินยอมให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติการใดอันแตกต่างไปจากสัญญานี้ ให้ถือว่าเป็นการยินยอมเฉพาะคราวเท่านั้น มิให้ถือว่าเป็นการยินยอมโดยตลอด หรือเป็นการยินยอมในคราวถัดไปด้วย
10.4 เมื่อสัญญานี้มีผลบังคับใช้แล้ว คู่สัญญาตกลงให้ใช้และตีความสัญญานี้เป็นหลัก และตกลงยกเลิกสัญญา ข้อตกลง คำมั่น หรือคำเสนอที่เกิดขึ้นก่อนสัญญานี้ทั้งสิ้น
10.5 หากข้อหนึ่งข้อใดแห่งสัญญานี้ ถูกตีความว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดภายใต้กฎหมายของเขตอำนาจศาลใด ให้ถือว่าข้อสัญญานั้นสามารถแยกออกจากกัน และไม่กระทบต่อข้อสัญญาอื่น และข้อสัญญาอื่นนั้นยังคงมีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้
10.6 สัญญานี้ และเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ทั้งหมด รวมถึงเอกสารใดๆ ที่คู่สัญญาได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งอ้างถึงสัญญานี้ หรือเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยคู่สัญญานี้
10.7 สัญญานี้และการกระทำการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญานี้ ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย และเขตอำนาจศาลไทย

เงื่อนไขการขายรถ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันมีข้อความดังต่อไปนี้
1. บทนิยาม
1.1 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามสัญญานี้ คู่สัญญาตกลงใช้บทนิยามดังต่อไปนี้

สัญญา
หมายถึง สัญญาซื้อขายรถยนต์ฉบับนี้ และเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ทั้งหมด รวมถึงเอกสารใดๆ ที่คู่สัญญาได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งอ้างถึงสัญญานี้ หรือเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรและตกลงโดยคู่สัญญานี้



ตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ
หมายถึง บุคคลที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท


รถยนต์ที่ซื้อขาย
หมายถึง รถยนต์ที่คู่สัญญาตกลงซื้อขายตามรายละเอียดรถยนต์ที่ระบุไว้ใน ข้อ 2 ตามสัญญานี้

1.2 สัญญานี้ (ก) หัวข้อใส่ไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างถึงเท่านั้น และไม่มีผลต่อการตีความของสัญญานี้; (ข) คำอาจมีหลายความหมาย ยกเว้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น รวมทั้งความหมายโดยตรงและในทางกลับกัน; (ค) การอ้างถึงบทบัญญัติกฎหมายใด ถือว่าหมายรวมถึงกฎหมายที่แก้ไข ขยาย รวบรวม แทนที่กฎหมายเดิม หรือที่มีการแก้ไข ขยาย รวบรวม แทนที่โดยกฎหมายระดับเดียวกันหรือคำสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับลำดับรองที่ทำขึ้นข้างล่างนี้

2. บททั่วไป
2.1 บริษัทตกลงจะซื้อ และผู้ขายตกลงจะขายรถยนต์ที่ซื้อขายตามรายละเอียดที่ระบุในสัญญาฉบับย่อหน้างานและตามเงื่อนไขในสัญญานี้
2.2 บริษัทจะจัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist) สภาพรถยนต์ที่ซื้อขาย และผู้ขายจะตรวจความถูกต้อง และใช้รายการตรวจสอบเดียวกัน ทั้งนี้ พนักงาน หรือตัวแทนของบริษัทไม่มีอำนาจในการแสดงตนเป็นตัวแทนของบริษัท หรือให้คำรับรองใดๆ เกี่ยวกับรายการตรวจสอบ
2.3 คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะใดๆ โดยบริษัท หรือพนักงาน หรือตัวแทนของบริษัท ให้แก่ผู้ขาย หรือพนักงาน หรือตัวแทนของผู้ขายที่เกี่ยวเนื่องกับการเก็บรักษาหรือใช้งานรถยนต์ที่ซื้อขายนั้น ผู้ขายจะต้องเป็นผู้พิจารณาในการปฏิบัติ หรือทำตามคำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะนั้นๆ ด้วยความเสี่ยงของตนเอง และบริษัทไม่ต้องรับผิดใดๆ แก่คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะนั้น
2.4 ข้อผิดพลาดหรือความบกพร่องตกหล่นเกี่ยวกับการพิมพ์ในสัญญา ใบเสนอราคา ใบราคา คำสนองรับข้อเสนอ ใบแจ้งราคา เอกสารหรือข้อมูลใดๆ ที่ออกโดยบริษัท บริษัทมีสิทธิแก้ไขให้ถูกต้องได้โดยไม่ถือเป็นความรับผิดของบริษัท

3. ราคารถยนต์ที่ซื้อขาย
3.1 ราคาของรถยนต์ที่ซื้อขายเป็นไปตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 ตามสัญญานี้
3.2 บริษัทสงวนสิทธิ์โดยการแจ้งไปยังผู้ขาย ณ เวลาใดก่อนส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขาย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงราคารถยนต์ที่ซื้อขายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการตลาดภายใต้กฎหมาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพรถยนต์ที่ซื้อขายไปจากสภาพในวันที่ทำสัญญา หรือความล่าช้าอันเนื่องมาจากฝ่ายผู้ขายหรือความผิดพลาดของฝ่ายผู้ขาย ฝ่ายผู้ขายจะเป็นผู้รับผิดชอบในราคาที่เปลี่ยนแปลงจากราคาที่ตกลงกัน

4. เงื่อนไขการชำระราคา
4.1 ผู้ซื้อ (บริษัท) ชำระเงินมัดจำแล้วในวันทำสัญญานี้ และเงินมัดจำไม่สามารถโอนไปยังรถยนต์ที่ซื้อขายคันอื่นนอกจากที่ตกลงกันในสัญญานี้ได้
4.2 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามสัญญานี้ ผู้ขายจะต้องโอนเงินมัดจำคืนแก่บริษัท ในกรณีที่มีการยกเลิกสัญญา อาทิเช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพรถยนต์ที่ซื้อขายไปจากสภาพในวันที่ทำสัญญาซึ่งได้มีการตรวจสอบจากบริษัท หรือความล่าช้าอันเนื่องมาจากฝ่ายผู้ขายหรือความผิดพลาดของฝ่ายผู้ขาย หรืออื่นๆอันเป็นเหตุให้ยกเลิกสัญญา

5. การส่งมอบและการรับคืนรถยนต์ที่ซื้อขาย
5.1 การรับมอบรถยนต์ที่ซื้อขาย ผู้ขายตกลงส่งมอบรถยนต์ที่ซื้อขายตามวันเวลา และสถานที่ที่บริษัทกำหนด หากผู้ขายดำเนินการล่าช้ากว่าที่กำหนด ผู้ขายจะต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าโดยเร็วถึงความล่าช้านั้น รวมทั้งแจ้งวันนัดรับรถยนต์ที่ซื้อขายใหม่ด้วย

6. การให้คำรับรองและความรับผิด
6.1 บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายของรถยนต์ที่ซื้อขายนับตั้งแต่เวลาที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ซื้อขายเรียบร้อยแล้ว
6.2 ผู้ขายให้คำรับรองว่า ตนมีสิทธิทำนิติกรรมในการจดทะเบียนรับโอนรถยนต์ที่ซื้อขาย และเข้าทำสัญญานี้กับบริษัทโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงไม่เป็นบุคคลวิกลจริต บุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย
6.3 ผู้ขายรับรองว่า ตนเข้าทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ที่ซื้อขายเพื่อประโยชน์ของตน และตรงตามเจตนารมณ์ของตนทุกประการ ไม่ได้เกิดจากการถูกฉ้อฉล และมิได้เข้าทำสัญญาในฐานะเป็นตัวแทนของบุคคลอื่น หรือเพื่อค้ำประกันให้บุคคลอื่น
6.4 บริษัทไม่ต้องรับผิดต่อผู้ขายในความเสียหาย สูญหาย อุบัติเหตุ การดำเนินการล่าช้า เหตุสุดวิสัย เหตุพ้นวิสัย หรือเหตุอื่นใดที่อยู่เหนือความควบคุมของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ ระเบิด น้ำท่วม ไฟ้ไหม้ สงครามหรือภัยสงคราม การก่อวินาศกรรม เหตุจลาจล การประท้วง ข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อบัญญัติ ข้อห้าม มาตรการของหน่วยงานที่มีอำนาจ การประท้วงหยุดงาน ข้อพิพาทในทางอุตสาหกรรมหรือทางการค้าทั้งที่เกี่ยวข้องกับพนักงานของบริษัทหรือของบุคคลอื่น เป็นต้น

7. บทเบ็ดเตล็ด
7.1 เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามสัญญานี้ การติดต่อสื่อสาร หรือการบอกกล่าวใดๆ ระหว่างคู่สัญญาภายใต้สัญญานี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาอีกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ด้วยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่นั้น ไม่ว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นได้รับการบอกกล่าวนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วตามวันที่ระบุในใบตอบรับ อย่างไรก็ตาม กรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดประสงค์จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำหรับการติดต่อ หรือการบอกกล่าว จะต้องแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมิชักช้า อย่างไรก็ตาม หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้แจ้งการติดต่อ หรือบอกกล่าวไปก่อนที่จะได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น ให้ถือว่าการติดต่อ หรือการบอกกล่าวที่ส่งไปนั้นเป็นอันสมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมาย
7.2 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญานี้ เอกสารแนบท้ายสัญญานี้ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องและผูกพันตามสัญญานี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย พร้อมตราประทับ (หากมี)
7.3 การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิหรือประวิงการใช้สิทธิหรืออำนาจในการบังคับคู่สัญญาอีกฝ่ายให้ปฏิบัติตามสัญญานี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง มิให้ถือเป็นการยินยอมสละสิทธินั้น ทั้งนี้ การยินยอมให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติการใดอันแตกต่างไปจากสัญญานี้ ให้ถือว่าเป็นการยินยอมเฉพาะคราวเท่านั้น มิให้ถือว่าเป็นการยินยอมโดยตลอด หรือเป็นการยินยอมในคราวถัดไปด้วย
7.4 เมื่อสัญญานี้มีผลบังคับใช้แล้ว คู่สัญญาตกลงให้ใช้และตีความสัญญานี้เป็นหลัก และตกลงยกเลิกสัญญา ข้อตกลง คำมั่น หรือคำเสนอที่เกิดขึ้นก่อนสัญญานี้ทั้งสิ้น
7.5 หากข้อหนึ่งข้อใดแห่งสัญญานี้ ถูกตีความว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดภายใต้กฎหมายของเขตอำนาจศาลใด ให้ถือว่าข้อสัญญานั้นสามารถแยกออกจากกัน และไม่กระทบต่อข้อสัญญาอื่น และข้อสัญญาอื่นนั้นยังคงมีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้
7.6 สัญญานี้ และเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ทั้งหมด รวมถึงเอกสารใดๆ ที่คู่สัญญาได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งอ้างถึงสัญญานี้ หรือเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยคู่สัญญานี้
7.7 สัญญานี้และการกระทำการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญานี้ ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย และเขตอำนาจศาลไทย