Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถมือสองราคาไม่เกิน 100,000 บาท

รถมือสองราคาไม่เกิน 100,000 บาท
รถมือสองราคาไม่เกิน 100,000 บาท

รถถูก รถดี ทนทาน ประหยัด มีซ่อมบ้างตามอายุแต่ก็ถือว่าคุ้ม สำหรับคนมีงบไม่ถึง 1 แสนบาท

รวม 10 รถมือสองน่าใช้ ในงบประมาณไม่เกิน 1 แสนบาท เน้นแข็งแรงทนทาน บำรุงรักษาง่าย เสียขึ้นมาช่างทั่วไปสามารถซ่อมได้ อะไหล่มีเพียบทั้งของแท้ของเก่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถมือสองราคาประหยัดไว้ใช้งาน
สำหรับ 10 รถมือสองที่ทาง Carro นำมาแนะนำนั้น ทั้งหมดเป็นรถตลาดยอดนิยมในยุค 90 ที่กาลเวลาได้พิสูจน์มาแล้วว่าเป็นรถที่แข็งแรง ทนทาน แม้ว่า! จะมีเสียและต้องซ่อมตามกาลเวลา แต่อะไหล่ที่มีอยู่อย่างแพร่หลาย รวมไปถึงช่างซ่อมทั่วไปก็สามารถซ่อมได้ มีเทคนิคและกลไกไฟฟ้าต่างๆ ไม่สลับซับซ้อนมากนัก เรียกได้ว่า ถึงจะเป็นรถเก่า แต่ก็ยังน่าใช้ หากดูแลรักษาดีๆ ก็ใช้งานได้ทุกวันอย่างไม่ขวยเขิน
Carro ขอแนะนำ 10 รถมือสองในงบไม่เกิน 1 แสนบาท ตามรายการด้านล่างครับผม

1. Toyota Corolla (EE100/AE101) "สามห่วง" รุ่นปี 1992-1996

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo "Toyota" แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปี 2537) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE
เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงมากในขณะนั้น และแท็กซี่เองก็นิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก อะไหล่หาง่าย ของแท้ ของเทียบ ของมือสอง มีให้เลือกเพียบ เครื่องยนต์ทนทาน ระบบต่างๆ ไม่ซับซ้อน วิ่งได้นับล้านกิโลเมตร ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้หมด
 

2. Toyota Soluna (AL50) รุ่นปี 1997-2002

Toyota Soluna เป็นรถยนต์รุ่นเล็กสุดของค่ายโตโยต้าในสมัยนั้น เปิดตัวในเดือนมกราคม 2540 และสร้างยอดขายที่ถล่มทลายได้ในเพียงเวลาสั้นๆ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE ที่ยกมาจากใน Corolla
ในเดือนพฤษภาคม 2541 Soluna ยังมีรุ่นพิเศษที่สร้างความฮืฮฮาด้วย "Soluna Special Version" (โซลูน่า สเปเชี่ยล เวอร์ชั่น) มีชื่อเป็นภาษาไทยและเลขไทย ติดที่ฝากระโปรงหลัง เป็นรุ่นแรกในโลกของรถโตโยต้า ที่ติดชื่อรุ่นรถและตัวเลขเครื่องยนต์เป็นภาษาท้องถิ่น
หลังจากปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 ปรับหน้าตาใหม่ กันชนใหม่ ไฟท้ายใหม่ หรือที่บรรดาเต็นท์รถมือสองเรียกกันว่า "ไฟท้ายหยดน้ำ" เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงมากในขณะนั้น อะไหล่หาง่าย ของแท้ ของเทียบ ของมือสอง มีให้เลือกเพียบ เครื่องยนต์ทนทาน ระบบต่างๆ ไม่ซับซ้อน ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้หมด แต่ควรเลือกรุ่นที่เกรดสูงหน่อย เช่น 1.5 GLi หรือ 1.5E และ 1,5G ในโฉมไฟท้ายหยดน้ำ เพราะจะได้ออพชั่นเยอะกว่ารุ่นล่างๆ
 

3. Toyota Corona (AT190/AT191) "ท้ายโด่ง" รุ่นปี 1993-1996 (Exsior รุ่นปี 1996-1999)

Toyota Corona (โตโยต้า โคโรน่า) โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 โดยช่วงวันแถลงข่าวเปิดตัวนั้น เป็นรถรุ่นแรกที่ลงทุนถ่ายทอดสดออก TV ช่อง 3 ด้วย! มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง
ในปี 2539 จึงได้เพิ่มรุ่น Exsior (เอ็กซิเออร์) ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่ ที่ยกชุดมาจาก Corona Premio เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ติดตั้งระบบเบรก ABS และ Airbag ด้านคนขับเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น ซึ่งในเวลานั้น มีเพียงรถนำเข้าเท่านั้นที่จะมีความปลอดภัยดังกล่าวนี้ เหมาะสำหรับใครที่อยากได้รถคันใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่มีเครื่องยนต์ที่ทนทาน ห้องโดยสารกว้างขวาง
 

4. Honda Civic (EK) "ตาโต" รุ่นปี 1995-2000

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รหัสรุ่น EK ได้ฤกษ์เปิดตัวในบ้านเราเมื่อ 31 ตุลาคม 2538 ที่มีรูปโฉมสวยสะดุดตา ต่างจากคู่แข่ง ไฟหน้าทรงกลมโต จึงได้ฉายาจากพ่อค้ารถมือสองว่ารุ่น "ตาโต" มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 120 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร VTEC 127 แรงม้า แถมยังมีรุ่น 2 ประตู Coupe (EJ) ตามมาเสริมทัพอีกด้วย ซึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กันครับ
เมื่อปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 ฮอนด้าได้เพิ่มเทคโนโลยี "LEV" (Low Emission Vehicle) ลดปริมาณไอเสียให้ได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ในรุ่น VTEC พร้อมกับเพิ่มรุ่น 1.8 Si มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส B18B 145 แรงม้า (ตัวนี้รถหายากหน่อย)
หากใครสนใจ Civic รุ่นนี้ ขอแนะนำให้เลือกในรุ่นที่เป็นเครื่อง VTEC ครับ จะเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์อัตโนมัติก็ได้ เพราะมีออพชั่นที่มากหน่อย และถ้าได้รุ่นที่มีระบบเบรก ABS พร้อมถุงลมนิรภัยด้านคนขับด้วย ก็จะดีครับ 

5. Mitsubishi Lancer "ท้ายเบนซ์" รุ่นปี 1996-2001

Mitsubishi Lancer (มิตซูบิชิ แลนเซอร์) รุ่น "ท้ายเบนซ์" นี้ เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนกันยายน 2539 ด้วยการพลิกโฉมใหม่ทั้งคัน ดีไซน์ใหม่หมด ชูจุดเด่นด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Invecs-II มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4G15 และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 4G93 ให้เลือก ...
พอในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ จึงตัดรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ออก และเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4G92 113 แรงม้า เข้ามาแทน ชูจุดเด่นด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Invecs-II Sportronic เพิ่มระบบ + - เข้ามา เปลี่ยนเกียร์แบบเกียร์ธรรมดาได้ และในรุ่นท้ายสุด "F Style" เปิดตัวในปี 2543 ตกแต่งให้หรูหราขึ้น ชุดฝากระโปรงท้าย หยิบยืมมาจากรุ่น Mirage มาใส่ ...
หากใครสนใจ Lancer รุ่นนี้ ขอแนะนำให้เลือกในรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร หรือ 1.8 ลิตร ครับ เพราะได้ขุมพลังที่แรงกว่า มีออพชั่นมากกว่า แต่ถ้าชอบประหยัด ก็เลือกรุ่น 1.5 ลิตร ก็ได้เช่นกันครับ
 ข้อสำคัญ ... ก่อนจะเลือกซื้อรถมือสอง ควรดูสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน ทางที่ดีควรเป็นของเดิมๆ หรือสภาพไม่ช้ำ และควรเลี่ยงคันที่เคยทำเป็นรถแท็กซี่มาก่อน เพราะเป็นรถที่ใช้มาหนักกว่ารถบ้านทั่วไป แต่ถ้าหากต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพ ทาง Carro เราก็มีรถมือสองให้เลือกหลากหลาย สามารถเข้าไปเลือกชมได้ที่ ตลาดรถ ของคาร์โร