Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Benz E-Class (เบนซ์ อี-คลาส) มือสอง

2016 ผลการค้นหาจำนวน 8 คัน
2015 ผลการค้นหาจำนวน 18 คัน
รถ Benz E-Class (เบนซ์ อี-คลาส) มือสอง
รถ Benz E-Class (เบนซ์ อี-คลาส) มือสอง

Benz C-Class มือสอง (เบนซ์ ซี-คลาส มือสอง)

Carro จะมาแนะนำ Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) มือสอง เป็นรถเก๋งขนาด Compact Car Executive Car ซึ่งมีผลิตออกมาหลายเจเนอเรชั่น นับตั้งแต่รุ่น W202, W203, W204 และ W205 ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบัน

เหตุผลที่จะทำให้ผู้คนนิยมรถ Mercedes-Benz C-Class มาก เนื่องจากเป็นรถค่ายยุโรปที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป อีกทั้งราคายังไม่แพงเกินไป ในการซื้อรถมือสอง และเป็นรถยนต์ที่มีจุดเด่นในตัวเอง นั่นคือมีรูปทรงสปอร์ต

หากว่ายังไม่พอใจในความดุดัน ผู้ที่สนใจยังสามารถหาชุดแต่ง AMG ของแท้ หรือรุ่นที่ใส่ชุดแต่งจาก AMG จากโรงงาน มาใช้ได้ด้วย จึงเป็นสาเหตุให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นที่นิยมของคนไทย ที่ชอบใช้รถยุโรปอย่างมีสไตล์

Mercedes-Benz C-Class ปี 1993 - 2000

Mercedes-Benz C-Class รุ่นแรก รหัส W202 เริ่มจำหน่ายในเยอรมนีเมื่อปี 1993 ในฐานะตัวตายตัวแทนของ Mercedes-Benz 190 โดยเริ่มจำหน่ายในไทยประมาณปี 2537 (แต่ก่อนหน้านั้น ก็มีผู้จำหน่ายอิสระ นำเข้ามาขายกันเพียบแล้ว)

มีให้เลือกทั้งรุ่น C 180, C 200, C 220, C 230, C 240 และ C 280 เป็นต้น แต่รุ่นยอดนิยมจะเป็น C 180 และ C 220 ส่วนรุ่นย่อยลงไปอีก ก็จะมีให้เลือกทั้งแบบ Classic, Esprit, Sport และ Elegance

ด้านเครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz C-Class ตระกูลนี้ เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ใน C 180 ขนาด 1.8 ลิตร 122 แรงม้า, ใน C 200 ขนาด 2.0 ลิตร 136 แรงม้า, ใน C 220 ขนาด 2.2 ลิตร 150 แรงม้า, C 230 Kompressor 190 แรงม้า และ C 280 ขนาด 2.8 ลิตร 197 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด เน้นความทนทาน ดูแลรักษาง่าย ซ่อมบำรุงไม่ยาก และอะไหล่ใช้กันได้หลายรุ่น

ส่วนรุ่นพลังแรงอย่าง C36 AMG มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.6 ลิตร 280 แรงม้า นำเข้ามาเพียงไม่กี่คัน

พร้อมกับปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในปี 2540 เพิ่มรุ่น C 230 Compressor และ C 240 V6

Mercedes-Benz C-Class ปี 2000 - 2007

 

Mercedes-Benz C-Class รุ่นที่สอง รหัส W203 หรือในฉายา "ตาถั่ว" เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2543 มีตัวถังให้เลือก คือ 2 ประตู Sports Coupe, 4 ประตู Sedan และแบบแวกอน (หรือ T-Modelle ในเวอร์ชั่นเยอรมนี) ส่วนรุ่น Coupe และ Cabriolet แยกออกไปเป็นรุ่น CLK

มีให้เลือกทั้งรุ่น C 180 Kompressor, C 200 Kompressor, C 200 K (แวกอน), C 220 CDI, C 230 Kompressor, C 230 2.5 และ C 280 เป็นต้น แต่รุ่นยอดนิยมจะเป็น C 180 และ C 230 Kompressor ส่วนรุ่นย่อยลงไปอีก ก็จะมีให้เลือกทั้งแบบ Classic, Elegance และ Avantgarde หรือเป็นรุ่นพิเศษต่างๆ เช่น Sport Edition

Mercedes-Benz C-Class มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องยนต์ 4 สูบ และ 6 สูบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินที่มีขนาด 1.8 ลิตร 129 แรงม้า และแบบ Kompressor 143 แรงม้า, ขนาด 2.0 ลิตร Kompressor 163 แรงม้า และขนาด 2.3 ลิตร Kompressor 192 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล CDI ที่มากับความแรงขนาด 2.2 ลิตร 170 แรงม้า

นอกจากนี้ยังมีรุ่น C 230 2.5 ที่เป็นเครื่องยนต์ V6 ให้แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ 2,900-5,500 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม. ภายใน 8.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 238 กม/ชม.

โดยในเดือนสิงหาคม 2547 ได้ทำการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ กันชนใหม่ ช่องรับลมที่ใหญ่ขึ้นแบบสปอร์ต ในรุ่น C 230 Kompressor ติดตั้งระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง Cornering Light เข้าไปด้วย

Mercedes-Benz C-Class ปี 2007 - 2014

Mercedes-Benz C-Class รุ่นที่สาม รหัส W204 ได้ฤกษ์เปิดตัวในไทย 3 ตุลาคม 2550 ในบ้านเราเน้นขายเฉพาะรุ่น 4 ประตู Sedan รุ่นเดียวแล้ว โดยนำเข้ารุ่น C 200 Kompressor, C 230 Kompressor

ในรุ่น C 200 Kompressor ให้แรงม้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 163 แรงม้า เป็น 184 แรงม้า ซึ่งมากขึ้นถึง 13% และการเพิ่มขึ้นของแรงบิดกว่า 18% ทำให้เครื่องยนต์ของ C-Class ดูแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยังประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมอีกด้วย ดีขึ้น 0.5 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ 2 รุ่น ได้แก่ C 200 Kompressor Elegance และ C 200 Kompressor Avantgarde พร้อมชูประเด็นเรื่องระบบความปลอดภัย PRE-SAFE ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และความปราดเปรียวในการขับขี่ Agillity Control

มาพร้อมกับขุมพลังขนาด 1.8 ลิตร 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตันเมตร ที่ 2,800-5,000 รอบ/นาที และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.8 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. สั่งงานด้วยระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 5 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์แบบวันทัช (One-touch Shift) ซึ่งสามารถเลือกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวของคุณเอง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุกกับการขับขี่มากยิ่งขึ้น

มาถึงช่วงเดือนกันยายน 2551 Merecedes-Benz เปิดตัว CLC-Class ซึ่งมีนำเข้ามาขายในไทยช่วงสั้นๆ ไม่นานนัก ที่แยกออกมาจากรุ่น Sports Coupe ในโฉมเดิม โดยรุ่นที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้นเป็นรุ่น CLC 200 Kompressor Sports Coupe

รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่ กระจังหน้ามีสัญลักษณ์รูปดาวสามแฉก กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวแบบ LED และโคมไฟหน้า Bi-xenon ในกรอบสีดำ พร้อมระบบเพิ่มการส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering Light) มีหลังคาเป็นซันรูฟแบบกระจก (Panoramic Sliding Sunroof) ที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนด้านท้าย ออกแบบใหม่เป็นแบบโคมดำ (Dark Meander Design) เพิ่มความดุดันสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟ LED

ห้องโดยสารภายใน เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต หนัง ARTICO สีทูโทนเทา-ดำ พร้อมรูระบายอากาศ พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้าน แบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ และตกแต่งด้วยลวดลายอลูมินั่ม คันเกียร์หุ้มหนัง ส่วนหัวเกียร์ตกแต่งสไตล์อลูมิเนียม คันเร่งและแป้นเบรคแบบสปอร์ต ผลิตจากสแตนเลส

ขุมพลังเบนซินขนาด 1.8 ลิตร Kompressor 184 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 231 กม./ชม. และให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.7 วินาที

เดือนกรกฎาคม 2553 เปิดตัว C 200 CGI และ C 250 CDI มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เทคโนโลยี CGI และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทคโนโลยี CDI

ในเดือนกรกฎาคมปี 2554 เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ ประเดิมด้วย C 200 BlueEFFICIENCY 184 แรงม้า และ C 250 CDI BlueEFFICIENCY 204 แรงม้า ดูโดดเด่น มีดีไซน์มากขึ้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แผงหน้าปัดใหม่หรูหรา การตกแต่งภายในเน้นการตัดกันของพื้นผิว ดูสะดุดตามากขึ้น พร้อมระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่

และในเดือนกันยายน 2554 เปิดตัว C 250 BlueEFFICIENCY Coupe Edition 1 มาพร้อมชุดแต่งแอโรพาร์ทรอบคันจาก AMG bodystyling และใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร Turbo Intercooler 204 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด 7G-TRONIC PLUS

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจเช่นกัน นั่นคือ C300 4Matic ใช้ขุมพลังแบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร มีแรงม้าสูงสุด 228 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-TRONIC PLUS

Mercedes-Benz C-Class ปี 2014 - ปัจจุบัน

Mercedes-Benz C-Class รุ่นที่สี่ รหัส W205 ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งใหม่ของ Mercedes-Benz รูปลักษณ์โดดเด่น เร้าใจ และดูปราดเปรียวในทุกมิติ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2557 มีรุ่นเริ่มต้นให้เลือก 2 รุ่น คือ C 250 AMG Dynamic และ C 180 Exclusive

สำหรับรุ่น C 180 Exclusive กระจังหน้าแบบคลาสสิก ลาย 3 แถบเสริมโครเมียม พร้อมฟังก์ชั่น AIRPANEL เปิด-ปิดได้อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความลู่ลม และไฟหน้าแบบ LED High Performance

ส่วนในรุ่น C 250 AMG Dynamic กระจังหน้าเป็นแบบสปอร์ต โลโก้ Benz ใหญ่ๆ ตรงกลาง ชุดไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System มาพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ มีชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMG พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน หลังคาแบบ Panoramic Sunroof และภายในมีชุดคันเร่งกับแป้นเบรกแบบสปอร์ต

ห้องโดยสารภายในล้ำสมัย เน้นความหรูหรา และสปอร์ต พร้อมด้วย Touchpad ที่ติดตั้งบริเวณที่พักแขน ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องเสียง อาทิ วิทยุ ซีดี MB Audio 20 ที่บริเวณคอนโซลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo Intercooler 156 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร Turbo Intercooler 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 สปีด แบบ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Steering-wheel Gearshift Paddles

เดือนมกราคม 2559 เปิดตัว Mercedes-Benz C 350 e และ C 350 e Estate AMG Dynamic เทคโนโลยี Plug-In Hybrid สามารถเลือกโหมดการทำงานของระบบได้ 4 แบบ ประกอบด้วย Hybrid, E-Mode, E-Save และ Charge

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 82 แรงม้า

เดือนมกราคม 2560 เปิดตัว The new C 250 Coupe AMG Dynamic และ The new C 250 Coupe Edition 1 ด้วยรูปโฉมใหม่ ขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ฐานล้อยาวขึ้น 80 มม. ส่งผลให้ตัวถังรถมีความยาวกว่ารุ่นเดิม 95 มม. และมีความกว้างกว่ารุ่นเดิม 40 มม.

ในเดือนกันยายน 2561 เปิดตัว Mercedes-Benz C-Class รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมจำหน่ายเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ C 220 d Avantgarde, C 220 d Exclusive และ C 220 d AMG Dynamic

 

รถในรุ่นใกล้เคียง

Mercedes-Benz C-Class สามารถเปรียบเทียบได้กับ BMW Series 3, Audi A4, Volvo S40 หรือ Lexus IS เป็นต้น

รถ Mercedes-Benz C-Class มือสอง ที่นิยมในตลาดรถมือสองนั้น จะมีเครื่องยนต์ตั้งแต่แบบ CGI (เบนซิน), CDI (ดีเซล), Kompressor (มีเครื่องอัดอากาศ) และ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) ดังนั้น หากจะซื้อรถที่มีราคาแพงซักคันหนึ่ง หากว่ามีงบที่จำกัด จะต้องพิจารณาเรื่องอะไหล่ที่คอย Support รถโฉมนั้นๆ ด้วย จึงต้องเลือกรถยนต์ที่ตลาดนิยม เนื่องจากจะยังมีการ Support อะไหล่ต่อไปในอนาคตด้วย

สุดท้ายนี้ ก่อนที่จะซื้อรถมือสอง ควรตรวจเช็คให้ครบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ หากไม่มั่นใจก็ไม่ควรจะตกลงซื้อรถคันนั้น ถ้าท่านอยากเพิ่มความมั่นใจในการซื้อรถคันนั้น Carro ที่จะช่วยท่านในการตรวจสอบสภาพรถเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ในการซื้อรถ ในตลาดรถมือสอง ของท่านให้มากที่สุด

ราคารถ รถ Benz E-Class (เบนซ์ อี-คลาส) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿2,440,000
-
฿3,520,000
2017
฿2,000,000
-
฿3,360,000
2016
฿1,880,000
-
฿2,960,000
2015
฿1,320,000
-
฿2,480,000
2014
฿1,240,000
-
฿2,200,000
2013
฿1,160,000
-
฿2,080,000
2012
฿800,000
-
฿1,960,000
2011
฿760,000
-
฿1,840,000
2010
฿720,000
-
฿1,720,000
2009
฿680,000
-
฿1,440,000
2008
฿640,000
-
฿840,000
2007
฿600,000
-
฿768,000
2006
฿560,000
-
฿704,000
2005
฿520,000
-
฿720,000
2004
฿392,000
-
฿680,000
2003
฿368,000
-
฿640,000
2002
฿328,000
-
฿480,000
2001
฿312,000
-
฿416,000
2000
฿296,000
-
฿384,000
1999
฿280,000
-
฿288,000