Carro
taladrod-banner
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7) มือสอง

รถ BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7) มือสอง
รถ BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7) มือสอง

BMW Series 7 มือสอง (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 มือสอง)

รถในฝันของใครหลายๆ คน อย่าง BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7) รถที่ดีไซน์ทันสมัย และดูโฉบเฉียว ที่บรรดาผู้บริหารหลายๆ คน ชื่นชอบ และอยากได้มาเป็นเจ้าของ

สำหรับ BMW Series 7 จัดเป็นรถธงที่มีตำนานอันยาวนานอยู่พอสมควร ออกจำหน่ายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น โดยในไทยเอง รุ่นนี้มีทั้งแบบนำเข้า และแบบประกอบในประเทศ สำหรับ BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7) มือสอง ถ้าเป็นรุ่นเก่าๆ หน่อย ราคาถือว่าถูกมากๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาค่าน้ำมัน และราคาอะไหล่ที่สูงมากด้วยเช่นกัน แต่นั่งด้านหลังแล้วเท่!

BMW Series 7 ปี 1977 - 1986

BMW Series 7

BMW Series 7 มือสอง รุ่นแรก หรือรหัส E23 โฉมปี 1977-1986 ทุกคัน ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาดระหว่าง 2,500-3,500 ซีซี เป็นรุ่นที่นำเข้ามาในบ้านเราน้อย และมีราคาที่แพงมากๆ ในยุคนั้น เท่าที่เห็นก็จะเป็นรุ่น 728i หรือ 733i

E23 มีเอกลักษณ์เด่นในเรื่องความล้ำยุค ล้ำสมัยมากแม้เมื่อเทียบกับรถระดับหรูอีกหลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของ 7 ซีรีส์ มาจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างความทันสมัยของ E23 ที่ BMW นำมาใช้ เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น เช่น เครื่องยนต์แบบหัวฉีด, ระบบเบรกแบบ ABS, ถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ, ระบบกระจกไฟฟ้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด เป็นต้น

ราคามือสองในบ้านเรา เริ่มต้นอยู่ที่หลักหมื่นปลายๆ ขึ้นอยู่กับสภาพ และเนื่องจากรถรุ่นนี้หายาก

BMW Series 7 ปี 1987 - 1994

BMW Series 7

BMW Series 7 มือสอง รหัส E32 รุ่นปี 1986-1994 เปิดตัวในบ้านเราเมื่อต้นปี 2531 มีการติดตั้งเทคโนโลยีรถใหม่ล่าสุดของยุคนั้น ลงไปในรถอีกจำนวนหนึ่ง เช่น โทรศัพท์ เครื่องแฟ็กซ์ ตู้แช่ไวน์ และยังมีการใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ระบบจำกัดความเร็วอิเล็คโทรนิคส์ และอีกมากมาย และราคาที่สูงมากๆ

ส่วนเครื่องยนต์ของ E32 เริ่มต้นตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ 12 วาล์ว 188 แรงม้า, ขนาด 3.0 ลิตร 8 สูบ 32 วาล์ว 218 แรงม้า, ขนาด 4.0 ลิตร 8 สูบ 32 วาล์ว 286 แรงม้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ 5.0 ลิตร 12 สูบ 24 วาล์ว 300 แรงม้า มียอดการผลิตรวมทั้งสิ้น 311,068 คัน

ส่วนในบ้านเรา ราคามือสอง มีราคาประมาณ 1-3 แสนบาท

BMW Series 7 ปี 1994 - 2001

BMW Series 7

BMW Series 7 มือสอง รหัส E38 รุ่นปี 1994-2001 เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2537 มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้าไปอีกเช่นเคย ในคราวนี้คือ ไฟหน้าแบบ HID โดยจะสว่างกว่าหลอดไฟหน้าแบบฮาโลเจนทั่วไป และสีของแสงใกล้เคียงกับแสงดวงอาทิตย์มากกว่า ทำให้แยกแยะวัตถุได้ดีกว่า อีกทั้งไม่แยงตาผู้ขับขี่ที่แล่นสวนทางมาด้วย และสามารถมองได้ไกลขึ้น 30-40% ในบ้านเราจะมีรุ่นให้เลือก เช่น 730i, 730iL, 740i, 740iL, 750i และ 750iL

เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร และ 4.0 ลิตร รายละเอียดยังคงคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตร แรงม้าปรับขึ้นมาเป็น 326 แรงม้า

นอกจากนี้ E38 ยังมีระบบนำทาง Navigation, ระบบเครื่องเสียงในรถแบบ Surround ด้วยลำโพง 14 ตัวรอบคัน พร้อมซับวูฟเฟอร์อีก 4 ตัว เพิ่มความหนักแน่นของเสียง, เครื่องเล่น CD 6 แผ่น เก็บแผ่นในเครื่องได้ รวมทั้งหลังคาแบบมีมูนรูฟด้วย

รวมระยะเวลาตลอด 7 ปีที่ผลิต E38 ทำยอดขายได้ทั้งสิ้น 340,242 คัน ในบ้านเรามีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2 แสนกว่าบาท

BMW Series 7 ปี 2001 - 2008

BMW Series 7

BMW Series 7 มือสอง รหัส E65 รุ่นปี 2001-2008 เปิดตัวในไทยเมื่อต้นปี 2546 และเปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ในปี 2548 มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ถูกติดตั้งลงใน E65 คือระบบ iDrive ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากระบบ Navigation โดย iDrive เป็นคล้ายๆ กับระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องยนต์ แสดงผลโดยจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูง สามารถใช้ปุ่มควบคุมที่อยู่ใกล้คันเกียร์ปรับแต่งค่าต่างๆ ภายในรถได้ ตั้งแต่การปรับแต่งระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ เครื่องเล่น DVD ระบบโทรศัพท์ ไปจนถึงระบบการตอบสนองของช่วงล่าง ปรับระบบการทรงตัว ปรับโหมดการขับขี่ ฯลฯ

BMW Series 7

นอกจากเป็นตัวรับคำสั่งจากผู้ขับขี่แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุหรือขัดข้องจนไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ ระบบ iDrive จะส่งสัญญาณแจ้งอุบัติเหตุไปยัง BMW CallCenter โดยอัตโนมัติ พร้อมบอกพิกัดที่เกิดเหตุ หรือเมื่อมีอุปกรณ์ใดๆ ชำรุดเล็กน้อย ก็จะบันทึกข้อมูลไว้ เมื่อเจ้าของนำรถเข้าศูนย์บริการ เจ้าหน้าที่ศูนย์จะนำระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์มาเชื่อมกับระบบ iDrive แล้วระบบ iDrive จะรายงานในทันทีว่ามีความผิดปกติใดที่เกิดขึ้นกับรถ ตั้งแต่การชำรุดของอะไหล่ที่ซับซ้อนไปจนถึงเรื่องยางแบน ทำให้สามารถหาต้นเหตุและซ่อมได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นของการผลิต E65 ผู้ใช้รถไม่คุ้นชินกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนของ iDrive และตัวระบบ iDrive เองก็มีปัญหารวนอยู่บ่อยๆ ทำให้ชื่อเสียงของซีรีส์ 7 ในช่วงนี้ตกต่ำลงไปมาก จน BMW ต้องไปปรับปรุงระบบ iDrive ครั้งใหญ่ จนกระทั่งเมื่อระบบเข้าที่เข้าทางแล้ว BMW เริ่มการประชาสัมพันธ์กับลูกค้าอีกครั้ง รวมทั้งปรับโฉมของรถเล็กน้อยให้เข้ากับยุคสมัย โดยใช้พื้นฐานของตัวถังแบบเดิม

BMW Series 7

โฉมนี้ในบ้านเรา มีให้เลือกทั้งแบบ 730Li SE, 735i, 745i, 750Li และ 760Li (สำหรับตัวไมเนอร์เชนจ์ จะมีแต่ตัว "Li" ซึ่งเป็นรุ่นฐานล้อยาว) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 213 แรงม้า ในรุ่น 730 Li, ขนาด 3.6 ลิตร 272 แรงม้า ในรุ่น 735i และ 4.4 ลิตร แบบ V8 333 แรงม้า ในรุ่น 745i และขนาด 3.0 ลิตร 367 แรงม้า ในรุ่น 750Li กับรุ่น Top สุดอย่าง 760Li ขนาด 6.0 ลิตร 445 แรงม้า ทั้งหมดส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Steptronic และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

และด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ยอดเยี่ยม ชื่อเสียงของซีรีส์ 7 จึงเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง จนสามารถขายได้อย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลัง และทำยอดขายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของซีรีส์ 7 ส่วนราคามือสองในบ้านเรา มีตั้งแต่ 4 แสนปลายๆ ไปจนถึงเกือบ 1 ล้านบาท

BMW Series 7 ปี 2009 - 2015

BMW Series 7

BMW Series 7 มือสอง รหัส F01 และ F02 รุ่นปี 2009-2015 เปิดตัวในไทยเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2552 ครั้งนี้มีทั้งรุ่นที่นำเข้ามาขาย และประกอบขายในประเทศ รวมไปถึงเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซล เข้ามาให้ผู้บริหารได้เลือกซื้อกันด้วย

ตัวรถภายนอก บอกได้เลยว่าดูโฉบเฉี่ยว และหรูหรามากๆ มีไฟหน้าแบบ Bi-Xenon พร้อมเซนเซอร์กะระยะจอดรถหน้า-หลัง ผ่านมอนิเตอร์ ระบบ BMW Night Vision ช่วยจับภาพคนและวัตถุข้างหน้าได้ และระบบประตูดูด ปิดอัตโนมัติ และยางรถยนต์แบบ Run Flat ที่ไม่จำเป็นต้องมียางอะไหล่ เป็นต้น

BMW Series 7

ส่วนภายในหรูหราอลังการ มีแอร์ทุกที่นั่ง เบาะปรับไฟฟ้า มีฮาร์ดดิสก์ขนาด 80 GB พร้อมจอดูหนังฟังเพลง ระบบเสียงแบบ Home Theatre ที่ออกจากลำโพง 16 ตัว ขนาด 600 วัตต์ ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย ระบบ Navigator

สำหรับรถหรู BMW 740 Li มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร Twin Turbo 326 แรงม้า กินน้ำมัน 10 กม./ลิตร ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม. ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ และมีระบบขับขี่แบบ DDC (Dynamic Driving Control) 4 แบบ

และ 750 Li มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 4.4 ลิตร V8 Twin Turbo 407 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที กินน้ำมัน 8.8 กม./ลิตร

ช่วงปลายปี 2552 จึงมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 730Ld ตามออกมาให้เลือกด้วย มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ Variable Turbo 218 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 233 กม./ชม. กินน้ำมันเพียง 13.7 ลิตร/กม.

BMW Series 7

โดยได้มีการ Minorchange เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 การเปลี่ยนแปลงที่เห็นคือ กระจังใหญ่ขึ้น มีทั้งหมด 9 ซี่ (จากเดิม 12 ซี่ ในรุ่นก่อนปรับโฉม) ไฟหน้า LED ใหม่ ส่วนภายในเบาะหนังแท้คู่หน้าออกแบบใหม่

BMW Series 7

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เปิดตัว BMW ActiveHybrid 7 L, BMW ActiveHybrid 7 L M Sport, BMW ActiveHybrid 7 L High Line ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 4 กิโลเมตร ด้วยความเร็วที่ต่ำกว่า 60 กม./ชม.

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าสั่งงานฟังก์ชั่น Boost เมื่อต้องการพลังงานสำหรับการออกตัว หรือเมื่อต้องการเร่งแซง ซึ่งสามารถให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.7 วินาที พร้อมระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ (Brake Energy Regeneration), ระบบ Hybrid Start/Stop และโหมดการขับขี่แบบ ECO PRO ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง กินน้ำมันเฉลี่ยที่ 14.7 กม./ลิตร

ราคาในประเทศไทยระหว่าง 7.6 - 15.7 ล้านบาท ส่วนราคามือสองในปัจจุบัน อยู่ที่ 1-3 ล้านบาท

BMW Series 7 ปี 2015 - ปัจจุบัน

BMW Series 7

BMW Series 7 รหัส G11 และ G12 เจเนอเรชั่นที่ 6 เปิดตัว 740Li Pure Excellence ในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 นับเป็นครั้งแรกที่ Concept Carbon Core นำมาใช้ใน BMW ซีรีส์ 7 โฉมนี้ การผสมผสานที่ก้าวล้ำของการใช้วัสดุต่างๆ ดูทรงพลังสูงสุดและน้ำหนักเบาที่สุด แต่ยังคงความเป็นรถซีดานที่หรูหราและทรงประสิทธิภาพที่สุด

BMW Series 7

ห้องโดยสารภายใน ต้อนรับในแบบ Executive ด้วย Light Carpet กับแนวไฟ 3 มิติ ที่ส่องทอดยาวจากแนวประตูด้านหน้าสู่พื้น Panorama Sky Lounge ด้วยแสงไฟจาก 15,000 ดวงภายใต้หลังคา เพื่อบรรยากาศในห้องโดยสารที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกสีของไฟได้ตามใจชอบ และยังรวมถึง BMW Touch Command ด้วยจอแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถควบคุมความบันเทิง และความสะดวกสบายต่างๆ

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียงรุ่นใหม่ แบบ BMW TwinPower Turbo 326 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.6 วินาที กินน้ำมันเพียง 14.3 กม./ลิตร

ในปี 2559 เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ โดยจำหน่ายในรุ่น 730Ld M Sport

BMW Series 7

พอถึงปี 2560 เปิดตัวรุ่นสมรรถนะสูง M760Li xDrive Model V12 Excellence มาพร้อมเครื่องยนต์ 12 สูบ ขนาด 6.6 ลิตร BMW TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุดถึง 610 แรงม้า กับเปิดตัว 740Le xDrive Pure Excellence Plug-in Hybrid รุ่นนำเข้าในช่วงแรก ต่อมาก็จำหน่ายรุ่นประกอบในประเทศในภายหลัง เพิ่มรุ่นย่อยเป็นรุ่น 730Ld Pure Excellence รุ่นประกอบในประเทศ และเปิดตัว M760Li xDrive Model M Sport พร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics ในเดือนพฤศจิกายน 2560

BMW Series 7

มาถึงปี 2561 ตัดรุ่น 730Ld M Sport และ 740Li Pure Excellence ทิ้งไป และกลับมาจำหน่ายรุ่น 730Ld M Sport อีกครั้ง พร้อมอัพเกรด Option ใหม่ เช่น ล้อขนาด 19 นิ้ว เพิ่มระบบช่วยนำรถจอดอัตโนมัติ, ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า, ระบบ Teleservices, ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call) และ ระบบ Connected Drive ส่วนรุ่นย่อยอื่นๆ จะมีการปรับอุปกรณ์ โดยจะเพิ่ม Option เหมือนกับตัว M Sport ทุกประการยกเว้นชุดแต่ง

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ BMW Series 7 สามารถเปรียบเทียบได้กับ Mercedes-Benz S-Class, Audi A8 หรือ Lexus LS เป็นต้น

ในส่วนของราคา BMW Series 7 มือสอง ทุกรุ่นนั้น มีราคาลดลงมาจากมือหนึ่งครึ่งนึงเลยทีเดียว ซึ่งราคาจะเป็นไปตามอายุการใช้งานของรถยนต์คันนั้นๆ แต่แน่นอนราคานี้ เป็นราคาที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ สามารถเอื้อมถึงและผ่อนไหว จึงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

และ BMW Series 7 มือสอง จริงๆ แล้วก็เหมาะกับทุกๆ ท่าน ที่ชอบความล้ำสมัย และดีไซน์ที่สวยงาม หรูหรา อีกทั้งยังเหมาะกับครอบครัวผู้บริหาร ที่ต้องนั่งโดยสารรถยนต์บ่อยครั้ง เพราะภายในรถยนต์มีพร้อมทุกความสะดวกสบาย และความบันเทิงแก่ผู้โดยสาร จึงเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

ราคารถ รถ BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿3,840,000
-
฿4,320,000
2017
฿2,760,000
-
฿4,560,000
2016
฿2,640,000
-
฿4,400,000
2015
฿2,400,000
-
฿3,840,000
2014
฿2,304,000
-
฿2,464,000
2013
฿2,208,000
-
฿2,368,000
2012
฿2,112,000
-
฿2,272,000
2011
฿2,016,000
-
฿2,176,000
2010
฿760,000
-
฿2,080,000
2009
฿720,000
-
฿1,984,000
2008
฿680,000
-
฿1,040,000
2007
฿640,000
-
฿1,000,000
2006
฿600,000
-
฿960,000
2005
฿544,000
-
฿920,000
2004
฿368,000
-
฿880,000
2003
฿320,000
-
฿480,000
2002
฿304,000
-
฿336,000
2001
฿288,000
-
฿320,000
2000
฿272,000
-
฿304,000
1999
฿256,000
-
฿288,000