Carro-Dealer-Promotion-2020

ช่วงนี้ใครที่เป็นดีลเลอร์ของ CARRO เรามีข่าวดีมาบอก! สำหรับดีลเลอร์ที่ขายรถยนต์ผ่าน Application CARRO Wholesale ซึ่งเป็นระบบการซื้อรถกับทาง CARRO เราได้จัดโปรโมชั่นตั้งแต่ 1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2563 เพื่อตอบแทนดีลเลอร์ที่สามารถขายรถยนต์ผ่านทาง CARRO Wholesale ได้ตามเป้า ก็จะได้รับคะแนนสะสม พร้อมแลกของรางวัลได้มากมาย!

หากท่านใดอยากร่วมเป็นดีลเลอร์กับเรา และยังไม่มี App นี้ สามารถดาวน์โหลด Application “CARRO Wholesale” มาใช้กันได้เลย ทั้งในระบบ iOS และ Android (สามารถคลิก Download ที่ Link นี้ได้เลย http://onelink.to/fjjn42)

ส่วนวิธีใช้งาน CARRO Wholesale Application สามารถดูได้ใน Link ด้านล่าง

สำหรับดีลเลอร์ใหม่ หรือดีลเลอร์ดั้งเดิม เพียงแค่ดาวน์โหลด Application หรือแค่เสนอราคา ก็ได้รับคะแนนสะสม เพื่อไว้สำหรับแลกของรางวัลได้ทันที!

รายละเอียดการได้คะแนน

ดีลเลอร์
คะแนน
ดีลเลอร์ใหม่ ดาวน์โหลดและเสนอราคาครั้งแรก (ภายใน 24 ชม.) 2,000
เสนอราคาคนแรกของการประมูล ต่อรถ 1 คันในรอบประมูล 50
เสนอราคาคนที่2ของการประมูล ต่อรถ 1 คันในรอบประมูล 20
จบรถ 1 คัน จ่ายค่าดำเนินการเต็มตามราคารถที่กำหนด 2,000
จ่ายค่าดำเนินการภายในวันที่มีการซื้อขาย 100

รายละเอียดของรางวัล

Tier 1 Reward – จบรถ 2 คัน ใช้ 5,000 Points

ของรางวัล

  • Xiaomi Deerma Mite Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่น และกำจัดไรฝุ่น
  • Smart Home เครื่องรีดถนอมผ้าไอน้ำ

Tier 2 Reward – จบรถ 3 คัน ใช้ 8,000 Points

ของรางวัล

  • @Home เตารีดถนอมผ้าไอน้ำแบบพกพา (1000 วัตต์)
  • Xiaomi 70mai กล้องติดรถยนต์ 1S ระบบ Wi-Fi

Tier 3 Reward – จบรถ 4 คัน ใช้ 12,000 Points

ของรางวัล

  • Toshiba เครื่องฟอกอากาศ
  • Home หุ่นยนต์ดูดฝุ่น รุ่น Mini Robot

Tier 4 Reward – จบรถ 5 คัน ใช้ 15,000 Points

ของรางวัล

  • Krups เครื่องชงกาแฟแคปซูล (1500 วัตต์)
  • Philips หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น HD 9218

Tier 5 Reward – จบรถ 6 คัน ใช้ 20,000 Points

ของรางวัล

  • Marshall UXbrideg Voice Wireless Bluetooth
  • iPod Touch

VIP Tier – จบรถ 13 คัน ใช้ 70,000 Points

ของรางวัล

  • Apple iPad Air3 (2019)
  • Notebook Dell Inspiron 7472 (Gray)

เงื่อนไข

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • กรณีการจบรถผ่าน CARRO Wholesale แอปฯ และชำระค่าดำเนินการในราคาเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563
  • กรณีที่เป็นระดับ VIP ต้องมีคะแนนสะสม 70,000 คะแนนขึ้นไป และจำกัดสิทธิ์เฉพาะดีลเลอร์คนแรกเท่านั้น จำกัดเพียงแค่ 1 รางวัลต่อเดือน
  • กรณีการรับของรางวัล CARRO Rewards ผู้แลกสิทธิ์สามารถเลือกรับที่สำนักงาน CARRO ในกรุงเทพฯ หรือสาขาในเขตพื้นที่นั้นๆ เท่านั้น
  • กรณีต้องการเช็กคะแนน หรือติดต่อรับของรางวัล CARRO Rewards กรุณาติดต่อเบอร์ 063-353-4355 หรือ 063-535-6703
  • หากต้องการติดต่อรับรับของรางวัล สามารถรับได้เฉพาะวันที่ 30 หรือ 31 ของทุกเดือน (เฉพาะวันและเวลาทำการเท่านั้น)
  • การแลกรางวัลในแต่ละ Tier มีเงื่อนไขในการแลก และจำนวนของรางวัลมีจำนวนจำกัด
  • รายละเอียดการแลกของรางวัลตามระดับคะแนนสะสม CARRO Reward ควรศึกษาให้ดีก่อนทำการแลก หรือสามารถสอบถามได้กับแผนก Dealership เบอร์ 063-353-4355 หรือ 063-535-6703
  • กรณีใช้ Voucher จ่ายค่าดำเนินการแทน ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญ Dealer rewards ได้
  • ค่าเฉลี่ยของค่าดำเนินการต่ำกว่า 5,000 บาท ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญ Dealer rewards ได้
  • หากมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • คะแนนสะสมไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้
  • หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

If-Car-Air-Conditioner-Bad-Smell

ปัญหาแอร์รถยนต์เหม็นอับ ถือเป็นเรื่องกวนใจของใครหลายๆ คน เมื่อเข้าสู่ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ช่องระบายอากาศอับชื้น เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ จนสร้างความรำคาญใจแก่ผู้ใช้รถไม่น้อย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ

วันนี้เราจะมาบอกวิธีแก้ปัญหาแอร์รถยนต์เหม็นอับที่เห็นผลได้จริง รับรองกลิ่นเหม็นอับจะไม่มากวนใจแน่นอน

If-Car-Air-Conditioner-Bad-Smell

1. เปิดพัดลมปิด A/C เพื่อไล่กลิ่นอับ

เริ่มจากกดปิด A/C และเปิดพัดลมให้สุดก่อนจดรถประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้นออกจากคอยล์เย็น และช่วยลดกลิ่นอับของระบบแอร์ในรถ แล้วที่สำคัญอย่าลืมปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับสภาพอากาศด้วย

2. เปิดกระจก-เปิดประตูรถไว้ทุกบาน

เพราะบางทีรถอาจจะมีกลิ่นเหม็นอับตกค้างอยู่ ให้เราลองเปิดกระจกหรือเปิดประตูรถไว้ทุกบาน จะช่วยให้อากาศภายในรถถ่ายเทมากขึ้น แต่ก่อนที่จะเปิดกระจกหรือเปิดประตูรถ เราอย่าลืมปิดระบบแอร์ด้วยนะครับ

If-Car-Air-Conditioner-Bad-Smell

3. เปลี่ยนไส้กรองอากาศ

สำหรับไส้กรองอากาศจะมีหน้าที่ช่วยดักจับฝุ่น เศษละอองต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ระบบแอร์ แต่ทั้งนี้ไส้กรองอากาศจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5,000 กิโลเมตร ดังนั้น เราควรทำความสะอาดไส้กรองอากาศ หรือทางที่ดีเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ซะเลย จะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกไปเกาะที่ไส้กรองอากาศ

4. ล้างแอร์รถยนต์

ในกรณีที่เรายังได้กลิ่นเหม็นอับ หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ติดอยู่ในรถ แนะนำให้นำรถเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อมรถใกล้บ้าน เพื่อล้างแอร์มาทำความสะอาดดีกว่า เพราะถ้าจะให้ล้างแอร์เองคงจะยาก แล้วอีกอย่างเราอาจจะทำไม่ถูกต้องด้วย ซึ่งการล้างแอร์ปกติเราควรเปลี่ยนทุกๆ 30,000 กิโลเมตรครับ

If-Car-Air-Conditioner-Bad-Smell

5. ใช้สมุนไพรอ่อนๆ มาช่วยลดกลิ่น

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้สมุนไพรอ่อนๆ มาเป็นตัวช่วยได้นะ เช่น กลิ่นมะกรูด กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ กลิ่นมะลิ เป็นต้น เพราะความหอมจากธรรมชาติจะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ภายในรถได้ดี แล้วไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในรถด้วย

แต่ไม่แนะนำให้ใช้น้ำหอมที่มีสารเคมีมาติดหน้ารถ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะไปเกาะติดเครื่องกรองแอร์ ทำให้แอร์อุดตัน และแอร์พังในที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น น้ำหอมติดรถยนต์จะมีสารเคมีทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แนะนำให้ใช้เป็นสมุนไพรหรือดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแทนจะดีกว่า

พอเข้าสู่ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ยิ่งทำให้แอร์รถเหม็นอับชื้นง่ายขึ้น ทางที่ดีเราควรหมั่นตรวจเช็กระบบแอร์เป็นประจำ เปลี่ยนไส้กรองอากาศตามกำหนด แล้วที่สำคัญอย่าลืมทำความสะอาดรถยนต์ให้ถูกวิธี ก็จะช่วยป้องกันกลิ่นเหม็นอับภายในรถได้ ไม่ต้องคอยกังวลใจด้วยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

Taximeter-Extended-Lifetime

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ปี 2560 โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเรื่องของอุปกรณ์ ระบบ หรือ เทคโนโลยีติดตามรถที่สามารถนำมาใช้แทนเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ เช่น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน และขยายอายุการใช้งานของรถแท็กซี่จาก 9 ปีเป็น 12 ปีนับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก

นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติหลักการขยายอายุการใช้งานของรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก แต่รถจะต้องมีการตรวจสภาพจากคณะกรรมการที่มีกรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษ ว่าอยู่ในสภาพปลอดภัย ไม่มีมลพิษเกินกว่าที่กำหนด แต่จะพิจารณาขยายอายุให้เพียง 3 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นจะนำมาพิจารณากันใหม่

ซึ่งการให้เวลาเพียง 3 ปี เพื่อช่วยบรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนของเจ้าของรถและผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งการขยายอายุดังกล่าวจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ลงนาม

แหล่งที่มา :

10-Very-Old-SRT-Train-Locomotive

พูดถึงเรื่องรถไฟไทยในบ้านเรา หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า มีประวัติอันยาวนานมากๆ ตั้งแต่ยุคก่อนรัชกาลที่ 5 ซะอีก

ในปี 2398 รัฐบาลสหราชอาณาจักร ให้ Sir John Bowring (เซอร์ จอห์น เบาริง) ผู้สำเร็จราชการเกาะฮ่องกง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็ม พร้อมด้วย Mr. Harry Smith Parkes (มิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปาร์ค) กงสุลเมืองเอ้หมึง เป็นอุปทูต เดินทางโดยเรือรบหลวงอังกฤษ เข้ามาเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญาทางราชไมตรีฉบับที่รัฐบาลอังกฤษที่อินเดีย ทำไว้กับรัฐบาลสยามเมื่อ 20 มิถุนายน 2369

พร้อมกับอัญเชิญพระราชสาส์น และเครื่องราชบรรณาการของสมเด็จพระนางวิคตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร ทูลเกล้าฯ ถวาย รัชกาลที่ 4 ด้วย อาทิ รถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริง ประกอบด้วย รถจักรไอน้ำ และรถพ่วงครบขบวน เดินบนรางด้วยแรงไอน้ำแบบเดียวกับรถใหญ่ที่ใช้อยู่ในอังกฤษ (ขณะนี้รถไฟเล็ก เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ)

แต่รถไฟในบ้านเรา กว่าจะได้กำเนิดขึ้นจริงๆ ก็ในยุคของรัชกาลที่ 5 เนื่องมาจากนโยบายขยายอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส แผ่มาครอบคลุมบริเวณแหลมอินโดจีน จึงต้องสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่น เพื่อสะดวกแก่การปกครอง ตรวจตราป้องกันการรุกราน และเปิดภูมิประเทศให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการ ว่าจ้าง Mr. G. Murray Campbell (จี. มูเร แคมป์เบลล์) สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพฯ – นครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มสร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อ 9 มีนาคม 2434

จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี 2443 รัชกาลที่ 5 จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการเดินรถสายนี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2443

แต่หลายคนมักชอบพูดถึงว่า รถไฟไทย (โดยเฉพาะตัวรถจักร) ใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นความเชื่อผิดๆ และออกไปแนวทางเสียดสีมากกว่า MR.CARRO จึงขอพาไปดูรถไฟของ รฟท. ที่ยังมีใช้การในปัจจุบันกัน ว่ายังมีเหลือใช้งานกันได้อยู่กี่รุ่นบ้าง

Davenport-500

1. Davenport 500HP

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Davenport รุ่น 500 แรงม้า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2507 จำนวน 30 คัน หมายเลข 511 – 540 สร้างโดย บริษัท Davenport Locomotive Works ประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาคันละ 1,164,816.56 บาท (ในตอนนั้น)

ใช้เครื่องยนต์ Caterpillard.397 500 แรงม้า น้ำหนักกดเพลา 12 ตัน การจัดวางล้อแบบ Bo-Bo วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 82 กม./ชม.

มิติตัวรถยาว 9,893.2 มม. กว้าง 2,801.15 มม. สูง 3,848.1 มม. น้ำหนัก 48,124 กิโลกรัม

ปัจจุบันถูกตัดบัญชีไปเกือบหมดแล้ว จอดทิ้งอยู่ตามโรงรถจักร และในพื้นที่โรงงานรถไฟ คงและมีเหลือใช้งานสับเปลี่ยน ภายในย่านสถานีใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัดเพียงไม่กี่คัน โดยคันที่ยังวิ่งได้ อาทิหมายเลข 527 เป็นต้น

GE-GEK

2. GE UM12C (GEK)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า GE รุ่น UM12C หรือ GEK การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2507 จำนวน 40 คัน หมายเลข 4001 – 4040 สร้างโดย บริษัท General Electric ประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาคันละ 4,590,384.30 บาท (ในตอนนั้น)

เครื่องยนต์ตอนแรกนั้นใช้ KT38-L ภายหลังเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ Cummins KT38-L ขนาด 38,000 ซีซี. 12 สูบ 2 เครื่องยนต์ 1320 แรงม้า ที่ 1,985 รอบ/นาที น้ำหนักกดเพลา 12.5 ตัน การจัดวางล้อแบบ Co-Co วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 103 กม./ชม. (แต่ถูกกำหนดไว้ที่ 90 กม./ชม.)

มิติตัวรถยาว 16,288 มม. กว้าง 2,794 มม. สูง 3,753 มม. น้ำหนัก 86,500 กิโลกรัม *ปัจจุบัน 70.178 ตัน (เมื่อจอดนิ่ง) / 75.00 ตัน (ขณะทำขบวน)

และรุ่นที่สอง (ปี 2509) รถจักรหมายเลข 4041 – 4050 โดยทางสหรัฐอเมริกาจัดหามาทดแทนรถจักรดีเซลไฮดรอลิก Plymouth ที่การรถไฟฯ ได้รับมอบจากอเมริกามาก่อนหน้านี้ 10 คัน ซึ่งทางอเมริกาจะนำรถจักร Plymouth ไปใช้ต่อที่ประเทศเวียดนามใต้

รถจักรดีเซลไฟฟ้า GE ปัจจุบันยังคงใช้งานทำขบวนรถโดยสารของ รฟท. อยู่ แม้ว่าจะมีอายุการใช้งาน 50 กว่าปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังใช้งานได้ดี ทั้งทำขบวนรถโดยสาร รถสินค้า หรือรถสับเปลี่ยน โดยคงเหลือใช้การได้ทั้งหมด 45 คัน และตัดบัญชีไป 5 คัน

Krupp

3. Krupp (KP)

รถจักรดีเซลไฮดรอลิก Krupp การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2512 จำนวน 30 คัน หมายเลข 3101 – 3130 สร้างโดย บริษัท Krupp ประเทศเยอรมนี ราคาคันละ 4,530,907.06 บาท (ในตอนนั้น)

เครื่องยนต์ตอนแรกนั้นใช้ MB.835D6 (MTU) 12 สูบ 2 เครื่องยนต์ 1500 แรงม้า การจัดวางล้อแบบ Bo-Bo วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 90 กม./ชม.

มิติตัวรถยาว 12,800 มม. กว้าง 2,800 มม. สูง 3,875 มม. น้ำหนัก 55,000 กิโลกรัม

สำหรับความพิเศษของรถจักร Krupp ด้วยการทำงานแบบดีเซลไฮดรอลิค ทำให้สามารถวิ่งลุยน้ำท่วมทางรถไฟที่สูงเกินกว่า 10 ซม. ได้ ปัจจุบันเหลือวิ่งได้แค่เพียงคันเดียว คือหมายเลข 3118 เนื่องจากปัญหาการซ่อมแซม อะไหล่ที่หายาก ทำให้รถจักรรุ่นนี้ ถูกตัดบัญชีไปจนเกือบหมด และบางส่วนถูกขายให้บริษัทก่อสร้างทางรถไฟของประเทศมาเลเซีย ซื้อไปซ่อมแซมใช้งานต่อ

Alsthom-ALS

4. Alsthom AD24C (ALS)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Alsthom รุ่น AD24C หรือ ALS (ย่อมาจาก Alsthom France) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2517 (หมายเลข 4101 – 4130) และมกราคม – มิถุนายน 2518 (หมายเลข 4131 – 4154) จำนวน 54 คัน หมายเลข 4101 – 4154 สร้างโดย บริษัท Alsthom Atlantique ประเทศฝรั่งเศส ราคาคันละ 11,060,252.11 บาท (ในตอนนั้น) ซึ่งเป็นการจัดซื้อเพื่อทดแทนรถจักรไอน้ำ ที่กำลังทยอยปลดระวาง

เครื่องยนต์ตอนแรกนั้นใช้ SEMT Pielstick 16PA4V185VG ขนาด 70,000 ซีซี. 16 สูบ เครื่องยนต์เดียว ให้แรงม้าสูงสุด 2,400 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที น้ำหนักกดเพลา 13.75 ตัน การจัดวางล้อแบบ Co-Co วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 95 กม./ชม.

ภายหลังเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์หลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ของ Ganz ตอนหลังจึงเปลี่ยนมาเป็น MTU 16V4000R41R, Caterpillar 3516BHD แต่ก็ยังมีคันที่ใช้เครื่องยนต์เดิมอยู่เพียงไม่กี่คัน

มิติตัวรถยาว 16,258 มม. กว้าง 2,800 มม. สูง 3,880 มม. น้ำหนักตัวรถ 77.50 ตัน (เมื่อจอดนิ่ง) / 82.50 ตัน (ขณะทำขบวน)

รุ่นนี้นับได้ว่าเป็นรถจักรรุ่นยอดนิยมมากที่สุดของ รฟท. เพราะมีการสั่งผลิตถึง 4 ครั้งด้วยกัน และเป็นที่นิยมในการใช้งานแทบทุกรูปแบบ ตั้งแต่การทำขบวนรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน หรือรถสินค้า รถน้ำมัน เป็นต้น

Alsthom-AHK

5. Alsthom AD24C (AHK)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Alsthom รุ่น AD24C หรือ AHK (ย่อมาจาก Alsthom Henshel Krupp) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2523 – 2524 จำนวน 30 คัน หมายเลข 4201 – 4230 สร้างโดย บริษัท Alsthom, Henschel/Krupp ประเทศฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยได้รับลิขสิทธิ์โครงประธาน (แชสซีส์) จาก Alsthom ราคาคันละ 23,541,744.98 บาท (ในตอนนั้น)

สำหรับมิติตัวรถ และรายละเอียดเครื่องยนต์ เหมือนกัน Alsthom (ALS) ทุกอย่าง เพียงแต่องค์ประกอบตัวรถภายนอก มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น เช่น ด้านหน้ามีช่องเกี่ยวให้เครนยก เข้าบริเวณด้านใน พร้อมทำความเร็วได้สูงสุดเป็น 100 กม./ชม. และบางคันได้เป็นไปใช้เครื่องยนต์ของ MTU 16V4000R41R และ Caterpillar 3516BHD

Alsthom-ALD

6. Alsthom AD24C (ALD)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Alsthom รุ่น AD24C หรือ ALD (ย่อมาจาก Alsthom Atlantique Dynamic Brake) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2526 จำนวน 9 คัน หมายเลข 4301 – 4309 สร้างโดย บริษัท Alsthom Atlantique ประเทศฝรั่งเศส ราคาคันละ 26,919,211.15 บาท (ในตอนนั้น)

สำหรับมิติตัวรถ และรายละเอียดเครื่องยนต์ เหมือนกัน Alsthom (ALS) ทุกอย่าง เพียงแต่องค์ประกอบตัวรถภายนอก มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น เช่น ด้านหน้ามีช่องเกี่ยวให้เครนยก ติดตั้งออกบริเวณด้านนอก และบางคันได้เป็นไปใช้เครื่องยนต์ของ Caterpillar 3516BHD

Alsthom-ADD

7. Alsthom AD24C (ADD)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Alsthom รุ่น AD24C หรือ ADD (ย่อมาจาก Alsthom Atlantique Dynamic & Dual) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2528 จำนวน 20 คัน หมายเลข 4401 – 4420 สร้างโดย บริษัท Alsthom Atlantique ประเทศฝรั่งเศส ราคาคันละ 42,387,625.24 บาท (ในตอนนั้น)

สำหรับมิติตัวรถ และรายละเอียดเครื่องยนต์ เหมือนกัน Alsthom (ALS) ทุกอย่าง เพียงแต่องค์ประกอบตัวรถภายนอก มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น เช่น ด้านหน้าบริเวณแค็บ มีราวเหล็กติดตั้ง และบางคันได้เป็นไปใช้เครื่องยนต์ของ MTU 16V4000R41R และ Caterpillar 3516BHD

Hitachi-HID

8. Hitachi 8FA-36C (HID)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Hiatchi รุ่น 8FA-36C หรือ HID (ย่อมาจาก Hitachi DualBrake) มีจำนวน 22 คัน หมายเลข 4501 – 4522 สร้างโดย บริษัท Hitachi ที่โรงงาน Mito ประเทศญี่ปุ่น ราคาคันละ 75,059,743 บาท (ในตอนนั้น)

เริ่มทำการสร้างรถในสายการผลิตของโรงงานประมาณ เดือนตุลาคม 2535 กำหนดแล้วเสร็จครบถ้วนประมาณเดือนตุลาคม 2536 และรถจักร 4 คันแรก (4501 – 4504) กำหนดส่งเรือถึงประเทศไทยประมาณเดือน กรกฎาคม 2536

เครื่องยนต์เป็นแบบ KTTA50-L ขนาด 8,000 ซีซี. 16 สูบ 2 เครื่องยนต์ 1,430 แรงม้า ที่ 1,800 รอบ/นาที (ปัจจุบันได้มีการลด Stage Turbo เหลือแค่ 1250 แรงม้า X 2 และเปลี่ยนรหัสเครื่องยนต์เป็น KTA-50L เหมือน GEA) น้ำหนักกดเพลา 15 ตัน การจัดวางล้อแบบ Co-Co วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

มิติตัวรถยาว 19,900 มม. กว้าง 2,780 มม. สูง 3,870 มม. น้ำหนัก 86.50 ตัน (เมื่อจอดนิ่ง) / 90.00 ตัน (ขณะทำขบวน)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า Hitachi ปัจจุบันยังคงใช้งานทำขบวนรถโดยสาร และขบวนรถสินค้าของ รฟท. อยู่ โดยปัจจุบันถูกตัดบัญชีไป 1 คัน

GE-GEA

9. GE CM22-7i (GEA)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า GE รุ่น CM22-7i หรือ GEA (ย่อมาจาก General Electric Airbrake) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำเข้ามาใช้งานเมื่อปี 2538 จำนวน 38 คัน หมายเลข 4523 – 4560 สร้างโดย บริษัท General Electric Transportation Systems ประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาคันละ 54,350,498 บาท (ในตอนนั้น)

เครื่องยนต์ใช้ของ Cummins KTA50-L ขนาด 5,000 ซีซี. 16 สูบ 2 เครื่องยนต์ 1,250 แรงม้า ที่ 1,800 รอบ/นาที X 2 น้ำหนักกดเพลา 15 ตัน การจัดวางล้อแบบ Co-Co วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

มิติตัวรถยาว 19,355 มม. กว้าง 2,820 มม. สูง 3,635 มม. น้ำหนัก 80.60 ตัน (จอดนิ่ง) / 86.50 ตัน (ขณะทำขบวน)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า GE ปัจจุบันยังคงใช้งานทำขบวนรถโดยสาร และรถสินค้าของ รฟท. มีตัดบัญชีไป 2 คัน

CSR-Qishuyan-U20

10. CSR Qishuyan U20 (SDA3)

รถจักรดีเซลไฟฟ้า CSR Qishuyan รุ่น U20 (SDA3) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้สั่งรถจักรจากประเทศจีนเป็นครั้งแรก และนำเข้ามาใช้งานเมื่อเดือนมกราคม 2558 (หมายเลข 5101 – 5102) และเมษายน-มิถุนายน 2558 (หมายเลข 5103 – 5120) จำนวน 20 คัน หมายเลข 5101 – 5120 สร้างโดย บริษัท CRRC Qishuyan ประเทศจีน

ซึ่ง รฟท. ได้ลงนามจัดซื้อกับทาง บริษัท ป่าไม้สันติ จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซานโฟโก้อินเตอร์เนชันแนล จำกัด) เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2556 มูลค่า 3,300 ล้านบาท!

เครื่องยนต์ใช้ของ Caterpillar C175-16 ACERT ขนาด 5,000 ซีซี. 16 สูบ 2 เครื่องยนต์ 3,800 แรงม้า (ใช้จริง 3,200 แรงม้า) น้ำหนักกดเพลา 20 ตัน การจัดวางล้อแบบ Co-Co วิ่งบนทางขนาดทาง 1 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 120 กม./ชม.

มิติตัวรถยาว 20,490 มม. กว้าง 2,836 มม. สูง 4,000 มม. น้ำหนัก 120 ตัน

ปัจจุบันนับว่าเป็นรถจักรดีเซลรุ่นล่าสุดของ รฟท. ที่ใช้งานอยู่ในขณะนี้ เน้นใช้ในการขนสินค้าเป็นหลัก แต่ก็มีปัญหาตรงที่อะไหล่รอนาน ใช้เวลาซ่อมนาน ทั้งที่อยู่ในระยะรับประกัน เจอปัญหากำลังลากจูงต่ำ ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุด หรือ Traction Motor Pinion ชำรุด เป็นต้น

*หมายเหตุ 10 อันดับ รถไฟใช้งานนานสุดของ รฟท. เป็นข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2563

ถ้าเบื่อรอรถไฟแล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรืออยากขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ก็ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ …

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

รูป และแหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Carro-Agent-Rewards-2020

สวัสดีครับ หากท่านตอนนี้กำลังทำธุรกิจเป็นดีลเลอร์รถยนต์ เป็นเซลล์ขายรถ เซลล์รถใหม่ (หรือที่ปรึกษาการขาย) ที่มักมีลูกค้านำรถคันเก่ามาเทิร์นอยู่เสมอๆ (ซึ่งทางเราจะเรียกว่า Agent) และในส่วนของบริษัทเช่ารถต่างๆ เป็นต้น

ก่อนอื่นเลย เรามีความยินดีให้ท่านได้ใช้ Application CARRO Wholesale ซึ่งเป็นระบบการซื้อรถกับทาง CARRO อยู่แล้ว หากท่านใดยังไม่มี App นี้ สามารถดาวน์โหลด Application “CARRO Wholesale” จากใน iOS และ Android (สามารถคลิก Download ที่ Link นี้ได้เลย http://onelink.to/fjjn42)

ส่วนวิธีใช้งาน CARRO Wholesale Application สามารถดูได้ใน Link ด้านล่าง

และในโอกาสนี้ เราขอยินดีที่นำเสนอโปรโมชั่นใหม่ๆ กับ “CARRO Rewards สำหรับ Agent” ยิ่งถ้าคุณขายรถผ่าน Application CARRO Wholesale ของเรามากเท่าไหร่ ยิ่งขายรถได้มาก ปิดการขายได้มาก ก็จะได้รับเงินคืนเริ่มต้นที่ 1,500 บาททันที! พร้อมทั้งยังได้ค่าคอมมิชชั่นตามปกติอีก เรียกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ!

วิธีขายรถกับเราก็ง่ายนิดเดียว เพียงขายผ่าน Application CARRO Wholesale พร้อมกรอกรายละเอียด รุ่นรถยนต์ที่ต้องการขาย และรูปถ่ายรถยนต์ในมุมต่างๆ ซึ่งจะมีดีลเลอร์นับพันเจ้า คอยเสนอให้ราคารถยนต์ของคุณตามที่คุณพึงพอใจ เมื่อได้ราคาจนถึงที่สุด CARRO จะติดต่อไปยังผู้ขายกับผู้ซื้อ ให้มาพบกันเพื่อทำการเซ็นสัญญาซื้อขาย พร้อมปิดการขาย และรับเงินสดกลับบ้าน

รายละเอียดเมื่อปิดการขายรถสำเร็จ พร้อมได้เงินคืนกับ CARRO Rewards สำหรับ Agent

Tier Number of transaction เงินคืน Remark ระยะในการจบรถ
Promotion period
1 1 (รถคันแรก) 1,500 – โปรโมชั่นคันแรกเท่านั้น
– โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเป็นสินค้าอื่นได้
– เงินจะโอนให้หลังจากมีการทำสัญญาเสร็จสิ้น
– ต้องมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นเต็มจำนวนเท่านั้น
– ต้องจบภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
– โปรโมชั่นนี้ต้องแนบนามบัตร NCS มาพร้อมตอนรับเงิน
ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่คันแรกที่จบการขาย
ก.ย. – ธ.ค. 2563
2 3 5000 – Tier 2 นี้ไม่รวมโปรโมชั่นรถคันแรก
– โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเป็นสินค้าอื่นได้
– เงินจะโอนให้หลังจากมีการทำสัญญาเสร็จสิ้น
– โปรโมชั่นนี้ต้องแนบนามบัตร NCS มาพร้อมตอนรับเงิน
– ต้องมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นเต็มจำนวนเท่านั้น
– ต้องจบภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
3 5 10,000 – Tier 3 นี้ ไม่รวมโปรโมชั่นรถที่หนึ่ง-คันที่สี่
– โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเป็นสินค้าอื่นได้
– เงินจะโอนให้หลังจากมีการทำสัญญาเสร็จสิ้น
– โปรโมชั่นนี้ต้องแนบนามบัตร NCS มาพร้อมตอนรับเงิน
– ต้องมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นเต็มจำนวนเท่านั้น
– ต้องจบภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

ขายรถได้กี่คัน ได้เงินเท่าไหร่

  • ขายรถได้ 1 คัน รับเงินคืน 1,500 บาท
  • ขายรถได้ 3 คัน รับเงินคืน 5,000 บาท
  • ขายรถได้ 5 คัน รับเงินคืน 10,000 บาท

เงื่อนไข และหมายเหตุ:

  • ระยะเวลาในการจบรถ ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่คันแรกที่จบการขาย
  • โปรโมชั่นนี้ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน – ธันวาคม 2563 เท่านั้น
  • หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน
Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

สวัสดีครับ ไทร์บิด กลับมาอีกครั้งครับ วันนี้อยากพูดคุยกับเพื่อนๆครับ ว่าจริงๆ แล้ว ศูนย์บริการที่ปัจจุบันที่มีเยอะขึ้นมาก กับร้านยางดั้งเดิม (ที่ไม่ใช่เป็นเพิงข้างทางนะครับ) แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

เพื่อนๆ ไทร์บิดหรือว่าจะเป็นคนยุคเก่ายุคใหม่ที่ใช้รถคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนยางรถกัน แต่ว่าร้านยางหรือไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการเปลี่ยนยางนั้นมีเยอะมากจนเพื่อนๆ นั่นไม่แน่ใจว่าจะเลือกเข้ารับบริการเปลี่ยนยางในรูปแบบร้านไหนดีใช่ไหมครับ

วันนี้ ไทร์บิดจะมาให้ข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย ระหว่างสองรูปแบบ ว่ามีแตกต่างกันยังไงเป็นข้อๆ ครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องแรก คุณภาพของยาง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการ หรือ ร้านยางดั้งเดิม นั้น คุณภาพยางใหม่เหมือนกันแน่นอนเพราะมาจากโรงงานเดียวกันในยี่ห้อแบรนด์ชั้นนำนะครับ ไม่นับรวมยางจีนหรือยางไม่มียี่ห้อนะครับ

เพราะยี่ห้อยางชั้นนำโดยปกติก็ขายตรงให้กับร้านยางแบบดั้งเดิมอยู่แล้วครับ ส่วนในเรื่องปีผลิตนั้นจริงๆ ไม่แตกต่างกันครับ เพราะร้านยางดั้งเดิมปัจจุบัน มีการปรับตัวทำให้ยางที่เป็นสต็อกของร้านนั้นค่อนข้างจะปีใหม่อยู่แล้วครับ แต่ทางไทร์บิดชี้แจงครับว่า เดือนผลิตที่แตกต่าง ไม่มีผลต่อการใช้งานแน่นอนครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องที่สอง เรื่องราคา เรื่องนี้จะเป็นข้อได้เปรียบของร้านยางดั้งเดิมครับ ในกรณีที่ขายปกติไม่รวมช่วงโปรโมชั่นต่างๆ ครับ เนื่องจากร้านยางดั้งเดิม จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าศูนย์บริการแน่นอนครับ ในเรื่องของค่าการตลาด และ ค่าอื่นๆ ที่ทางศูนย์บริการมีเยอะกว่า

ทำให้ร้านยางดั้งเดิม มีโอกาสขายยางได้ในราคาที่ถูกกว่าศูนย์บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยางธรรมดา และยางรันแฟลตครับ แต่ว่าในความแพงก็มีส่วนดีหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประกันทุกกรณี ที่ทางศูนย์บริการมีมาให้เพิ่มเติมมากกว่าร้านดั้งเดิมครับ

อันนี้เพื่อนๆ อาจจะต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่าการใช้งานของทางเรามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด อันไหนคุ้มกว่ากันครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องที่สาม คุณภาพการติดตั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตอบยากเพราะว่าขึ้นอยู่กับงานฝีมือของช่างไม่ว่าจะเป็นการถอดประกอบใส่ หรือ จะเป็นเรื่องของการถ่วงล้อ

แต่ถามว่าการใช้เครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ช่วยเสริมต่างๆนั้น ศูนย์บริการค่อนข้างจะได้มาตรฐานมากกว่า อาทิ การใช้ครีมทายางก่อนประกอบใส่เพื่อป้องกันขอบยางฉีกขาด หรือ ไม่ว่าจะเป็นการขันนอตที่ใช้กากบาท และใช้ประแจปอนด์ย้ำเพื่อความแน่นของนอตล้อ

แต่ปัจจุบัน ร้านยางดั้งเดิมที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นศูนย์บริการ ก็มีการปรับเปลี่ยนทำให้งานติดตั้งได้มาตรฐาน ซึ่งเพื่อนๆ หายห่วงได้แน่นอนครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของความสะดวกในการรับบริการ ก็ถือว่าศูนย์บริการยุคใหม่นั้น ค่อนข้างได้เปรียบเพราะว่าเพื่อนๆ สามารถเข้าใช้บริการได้ทุกสาขาเหมือนกัน

แต่หลักๆ น่าจะเป็นในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่เราจะใช้ศูนย์บริการที่มีหลายสาขา หรือ อีกเรื่องคือการเติมลมยางที่สะดวกมีที่เติมลมในทุกๆ ที่ แต่ถ้าถามว่าในเรื่องของบริการหลังกายขายเช่นสลับยางถ่วงล้อ นั้น เราก็คงเลือกร้านยางหรือศูนย์บริการใกล้ๆ บ้านอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่มีความแตกต่างอะไรกันมากระหว่างศูนย์บริการกับร้านยางดั้งเดิม

ก็เป็น 4 เรื่องหลักๆ ที่ ไทร์บิดอยากมาบอกต่อกับเพื่อนๆเพื่อให้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ของการเข้าศูนย์บริการกับร้านยางดั้งเดิมนั่นมีความแตกต่างกันอย่างไรเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ลองชั่งใจและเลือกใช้บริการดูครับว่าเมื่อถึงเวลาเราเปลี่ยนยางนั้นเราจะเข้าที่ไหนดีครับ

แต่ถ้าเพื่อนๆไม่แน่ใจว่าเข้าที่ไหน หรือเลือกยางอะไร ทางไทร์บิดของเรา มีจุดบริการรองรับเพื่อน พร้อมทั้งยังมีรถบริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน ที่ได้มาตรฐานเหมือนเข้าที่จุดบริการแน่นอนครับ เพื่อนๆ สามารถเข้าที่เว็บไซต์ไทร์บิดของเรา www.tiresbid.com เพื่อศึกษาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาง และ เรื่องของการบริการได้ครับ แถมอ่านบทความยาง เพิ่มความรู้กันแบบฟรีๆ อีกด้วย

แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะสะดวกแบบไหนสามารถสอบถามไทร์บิดผ่านทาง Line Official : @tiresbid ได้ครับ

ทางเรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำกับเพื่อนๆไทร์บิดทุกท่านครับ โอกาสหน้าติดตามบทความดีดีจากไทร์บิดกันอีกนะครับ

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

อีกหนึ่งค่ายรถชื่อดังในตำนานของอังกฤษ (ที่ปัจจุบันมีเจ้าของเป็นจีน) ซึ่งในบ้านเรารู้จักกันดีอย่าง MG (เอ็มจี) ก่อนหน้านั้นก็ได้สร้างความฮือฮาไปหนึ่งยก ด้วยการนำเข้า MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) รถ Crossover SUV ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% สีฟ้าสดใสเข้ามาขายในไทยเป็นเจ้าแรก อีกทั้งยังทำราคาไม่แพง ส่งผลให้ขายดิบขายดี เกินความคาดหมายเลยทีเดียว!

ล่าสุดทาง MG ก็ได้เผยๆ มาแล้วว่า ในช่วงปลายปี 2020 นี้ เตรียผลิต MG eHS Plug-In Hybrid (เอ็มจี อีเอชเอส ปลั๊กอินไฮบริด) ที่โรงงานของ SAIC-CP ในระยองมาจำหน่ายอีกรุ่น ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม PHEV ที่ยังมาพร้อมสีฟ้า Copenhagen Blue ให้เลือกอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม : MG เปิดตัวรถ SUV “MG HS” ใหม่ ในราคา 919,000 – 1,119,000 บาท

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

สำหรับรูปโฉมภายนอกของ MG eHS Plug-In Hybrid นั้น ยังคงเหมือนกันรุ่นหลักอย่าง MG HS ทุกอย่าง ภายใต้แนวคิด “Elegance” ระดับรถซีดานหรู

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

ตัวรถโดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line เน้นเรื่องความโค้งมนของตัวรถ กระจังหน้าดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ซึ่งมาพร้อมแนวคิด Stella Magnetic Field ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน พร้อมล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว ลาย Thunder Sword Blade

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

มิติตัวรถยาว 4,574 มม. กว้าง 1,876 มม. สูง 1,685 มม. ระยะฐานล้อ 2,720 มม. บนน้ำหนักตัวรถ 1,775 กิโลกรัม

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยความโค้งมน เล่นระดับ เลือกใช้เบาะหนังแท้ผสมหนัง Alcantara สีทูโทนน้ำเงิน-ขาว Monaco Blue ติดตั้งหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

พร้อมชุดหน้าจอสัมผัสแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมทั้งติดตั้งระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Internet Car Intelligent System 3.0 (Zebra Smart Solutions บนพื้นฐานของ AliOS เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งของ Alibaba Cloud) มาให้ และระบบเครื่องเสียงคุณภาพจาก Bose

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

MG eHS ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยควบคุมการขับขี่ที่เรียกว่า MG Pilot อาทิ ระบบช่วยควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ ACC, ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW, ระบบควบคุมความเร็ว SAS Assist, ระบบตรวจสอบจุดบอด BLIS, ระบบเตือนการเปิดประตู DOW, ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC และระบบภาพพาโนรามา 360 องศา เป็นต้น

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

New MG eHS Plug-In Hybrid มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน GDI Turbo ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน MG HS รุ่นธรรมดา ให้พละกำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด EDU II ขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hair-Pin High Power Permanent Magnetic Motor ขนาด 121 แรงม้า ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 1.3 ลิตร/100 กม. (หรือ 76.9 กม./ลิตร)

อีกทั้งยังติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดความจุ 16.6 kWh ทำให้สามารถขับด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ หรือโหมด EV ได้ระยะทางมากถึง 75 กิโลเมตร

เมื่อรวมกำลังทั้งหมด จะให้แรงม้าสูงสุด 291 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,300 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที

MG-eHS-Plug-In-Hybrid

สำหรับ MG eHS Plug-In Hybrid มีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกัน 3 รุ่นย่อย (กับราคาที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) ดังนี้

  • รุ่น e-Plus ราคา 189,800 หยวน หรือประมาณ 869,251 บาท
  • รุ่น e-Pro ราคา 199,800 หยวน หรือประมาณ 915,049 บาท
  • รุ่น e-Trophy ราคา 219,800 หยวน หรือประมาณ 1,006,645 บาท

ติดตามรอตัวจริงของ MG eHS Plug-In Hybrid ในไทยได้ เปิดตัวช่วงก่อนงาน Motor Expo 2020 นี้ ราคาเปิดตัวอยู่ประมาณหนึ่งล้านบาทกลางๆ ขอรับ!

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือได้เงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-X-Shopee-Promotion-9-9

CARRO ร่วมกับ Shopee พร้อมให้คุณขายรถคันเดิมได้ง่ายๆ ในโปร 9.9 Super Shopping Day ช้อปกันให้ปังกว่าที่เคย แล้วมาขายรถกับ CARRO เพียงแค่ไปเว็บไซต์ของ Shopee และลงขายรถของคุณผ่านทาง CARRO แค่นี้ คุณก็ได้ Voucher สำหรับใช้ช้อปปิ้งต่อใน Shopee ได้ง่ายๆ เลย หมดเขต 30 ก.ย. 2563 นี้!

วิธีการใช้โค้ดแบบง่ายๆ :

  • ใช้ 9 Shopee Coins แลกโค้ดส่วนลดที่ Shopee https://shopee.co.th/shopee-coins/?smtt=210.24103
  • ในขั้นตอนลงขายรถ นำโค้ดส่วนลดไปกรอกที่เว็บไซต์ CARRO https://th.carro.co/sell-car/express
  • เมื่อลูกค้าที่กรอกโค้ดส่วนลด และสามารถขายรถกับทาง CARRO ได้สำเร็จ รับเลย Shopee Voucher มูลค่า 1,500 บาท จากทาง CARRO

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้โค้ด :

1. โปรโมชั่นนี้ต้องจบการขายรถยนต์กับ CARRO เท่านั้น
2. โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเป็นสินค้าอื่นได้
3. โปรโมชั่นนี้พิเศษเฉพาะลูกค้าที่แลก Coin จาก Shopee เท่านั้น
4. โปรโมชั่นนี้ต้องมีการกรอก Promo Code ที่ได้รับจากทาง Shopee เท่านั้น
5. ลูกค้าจะได้รับ Voucher Shopee มูลค่า 1,500 บาท เมื่อสามารถขายรถกับ CARRO ได้สำเร็จ ภายในเดือน ก.ย. 2563 เท่านั้น
6. ต้องเป็นการขายที่สำเร็จในช่วงเวลา 1 – 30 ก.ย. 2563 เท่านั้น
7. Voucher มีระยะเวลาการใช้งาน 6 เดือน (ก.ย. 2563 – ก.พ. 2564)
8. เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด
9. สิทธิ์มีจำนวนจำกัด

หากท่านใดสงสัย มีคำถาม หรือต้องการคำตอบเพิ่มเติม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่ :

Tel : 02-508-8425 

Facebook: Facebook CARRO Thailand

[email protected]: @Carrothailand คลิก! https://lin.ee/mXBlicw

ORA-R1

แม้ว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักเจ้า ORA (โออาร์เอ) ยี่ห้อรถยนต์ในเครือของ Great Wall Motors (เกรท วอลล์ มอเตอร์ส) หรือ GWM อันนี้หลายๆ คนคงเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว เพราะ GWM เข้ามาซื้อโรงงานผลิตรถยนต์ Chevrolet ของ GM Thailand เพื่อทำการผลิตรถยนต์ในแบรนด์ Great Wall และ Haval

Great Wall Motors ผู้ผลิตรถยนต์ SUV และรถกระบะรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีบริษัทย่อยที่ถือหุ้นมากกว่า 80 บริษัทและมีพนักงานกว่า 60,000 คน ทำยอดขายรถได้กว่าหนึ่งล้านคันต่อปี เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน ซึ่งนอกจากในประเทศจีน Great Wall Motors ยังส่งออกรถยนต์ไปกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค และมีเครือข่ายในต่างประเทศกว่า 500 แห่ง โดยปัจจุบันผลิตรถ 4 ยี่ห้อ คือ Haval เน้นรถยนต์ SUV, Great Wall เน้นรถยนต์นั่ง, ORA เน้นรถยนต์ไฟฟ้า และ Wingle เน้นผลิตรถกระบะ

ORA-R1

สำหรับ GWM Thailand ในเวลานี้ ได้ก่อตั้งบริษัทลูกอย่าง Haval Sales (Thailand) Co.,Ltd. ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายนี้ ก็อาจมีโอกาสนำเข้ามาขายในบ้านเรา และยังเตรียมพัฒนาระบบ Autonomous car ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับ ORA ที่ทาง GWM นำชื่อของ Leonhard Euler นักคณิตศาสตร์ชาวสวิสมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์รถ และยังหมายถึง Open, Reliable และ Alternative (Non-Traditional) อีกด้วย โดยเน้นผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในราคาไม่แพง ผลิตรุ่นแรกออกมาจำหน่ายได้แก่ ORA iQ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 และเปิดตัว ORA R1 ในวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ซึงก็เท่ากับว่า ผลิตขายมาได้ปีกว่าแล้ว และยังได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีราคาถูกที่สุดในโลก!

ORA-R1

ORA R1 หรือชื่อรุ่นที่ใช้ในตลาดจีนว่า “黑猫” (แปลว่า แมวดำ) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่าย (ที่ดูคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบอย่าง Honda e อย่างมาก) มีล้อแม็กให้เลือกทั้งแบบ 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใช้โครงสร้างตัวรถด้วยเหล็ก High Tensile Steel

มิติตัวรถยาว 3,495 มม. กว้าง 1,660 มม. สูง 1,560 มม. ระยะฐานล้อ 2,475 มม. ความสูงจากพื้นรถ 140 มม. และน้ำหนักตัวรถ 977 – 1,000 กก.

ORA-R1

ระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet แม่เหล็กถาวร สำหรับหมุนล้อคู่หน้า ออกแบบการจัดวางมอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer หรือ LMP ความจุ 30.7 kWh และระบบประมวลผลไว้ใกล้กัน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 35 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 102 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 301 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) ของยุโรป) และยังมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 45 กิโลวัตต์ ให้เลือกอีกด้วย

ORA-R1

ภายในในเรียบหรู เน้นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยขับรถ เพียงกล่าว Hello ORA พร้อมเชื่อมการทำงานของรถกับ Smartphone มาพร้อมจอขนาด 9 นิ้ว รองรับระบบ Android และมีปุ่มต่างๆ ที่น้อยลง เพื่อง่ายในการใช้งาน

สำหรับรุ่นย่อย และราคาของ ORA R1 สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รุ่นย่อยหลักๆ ได้แก่

  • ORA R1 รุ่น Basic 301 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 69,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 320,245 บาท
  • ORA R1 รุ่น Standard 351 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 73,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 338,598 บาท
  • ORA R1 รุ่น Luxury 351 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 79,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 366,126 บาท
  • ORA R1 รุ่น Long Endurance Type รุ่น 405 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 84,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 389,066 บาท

ORA-R1

ส่วนรถรุ่นนี้ เริ่มมีผู้จำหน่ายอิสระบางแห่ง พร้อมรับออเดอร์สั่งเข้ามาในบ้านเราแล้ว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 590,000 บาท

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-Promotion-Sep-2020

สวัสดีในเดือนกันยายน 2563 เราได้ผ่านพ้นจากงาน Big Motor Sale 2020 กันไปแล้วในเดือนที่ผ่านมา แม้ว่ายอดขายในงานอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายของผู้จัดงานนัก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจยังคงย่ำแย่ และผู้คนยังต้องเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น หรือชลอการเปลี่ยนรถใหม่ไปก่อนในช่วงนี้

ส่วนในเดือนนี้ ตลาดรถยนต์ใหม่ยังคงเงียบเหงา เพราะรถที่จะเปิดตัวใหม่หลายรุ่น ต่างก็ชลอการเปิดตัวไปในช่วงปลายปีแทน ที่ดูจะสดใหม่ขึ้นมาหน่อยก็คงจะเป็นการเปิดตัว Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) และ Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) โฉมไมเนอร์เชนจ์ไปในเดือนที่ผ่านมา

ในช่วงโควิด-19 นี้ หากคุณต้องใช้เงินประคองชีวิต อยากขายรถด่วน รับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิม หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ในเดือนกันยายน 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

New ATIV | New Yaris นี่สิ…ที่เป็นเรา

เงื่อนไข ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท

– รุ่น Yaris ATIV Sport มูลค่า 599,000 บาท คำนวนจากส่วนลดเงินดาวน์ 29,950 บาท ที่ดาวน์ 5%
– รุ่น Yaris Sport มูลค่า 609,000 บาท คำนวนจากส่วนลดเงินดาวน์ 30,450 บาท ที่ดาวน์ 5%

  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

เงื่อนไข กิจกรรมทดลองขับ

  • ผู้ทดลองขับ ยาริส หรือ เอทีฟ รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ที่โชว์รูมโตโยต้า รับทันทีเสื้อแจ็กเก็ต Limited Edition มูลค่า 690 บาท

สิทธิพิเศษ “Triple Zero” สำหรับกลุ่มลูกค้าเก่าประวัติดี จาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

  • ข้อเสนอพิเศษ “Triple Zero” ดาวน์ 0 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน สำหรับรุ่นยาริส และเอทีฟ รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ปี 2563
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่ได้รับ SMS จาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

หมายเหตุ

  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

ชุดแต่งใหม่ SHADOW Package และ FLASH Package

*ราคาดังกล่าว ไม่รวมค่าติดตั้ง – ราคาเงินผ่อนที่เพิ่มคำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ ดาวน์ 15% ระยะเวลา 72 เดือน อ้างอิงดอกเบี้ยเดือน ส.ค. 2563 บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า – ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดจำหน่าย ชุดแต่ง 1-4 : อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า
  • เงื่อนไขการรับประกัน : ชุดแต่ง 1-4 ติดตั้งกับรถใหม่ (ต้องติดตั้งจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าเท่านั้น) ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน อ้างอิงจากคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ล้อใช้สำหรับแต่งเพื่อโชว์เท่านั้น ไม่มีวางจำหน่าย
  • ชุดแต่ง SHADOW PACKAGE และ FLASH PACKAGE สามารถติดตั้งได้ทั้ง ATIV และ YARIS รายละเอียดสอบถามได้ที่พนักงานขาย

หมายเหตุ

  • ข้อเสนอเงื่อนไขทางการเงินคำนวณจากการเช่าซื้อผ่าน บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด อ้างอิงดอกเบี้ย ณ เดือน ส.ค. 2563
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาสินเชื่อตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนด

เป็นเจ้าของ All-New Corolla Cross วันนี้

(1)
รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมดอกเบี้ย 1.85%*
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.29%**

(2)
ข้อเสนอพิเศษขยายระยะเวลาการคุ้มครอง

• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม.
• ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม.

(3)
ช่วงแนะนำ รับสิทธิ์ซื้อรุ่น 1.8 SPORT ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด

9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563


หมายเหตุ

(1)

  • *อัตราดอกเบี้ย 1.85% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับทุกรุ่น
  • *ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • **อัตราดอกเบี้ย 1.29% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับทุกรุ่น
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

(2)

  • รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม. : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้

(3)

  • ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เมื่อซื้อรุ่น 1.8 Sport รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท จาก 989,000 บาท เหลือเพียง 959,000 บาท

– สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
– เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
– เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
– ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

(1)
ซื้อ C-HR รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เลือกรับ

คุ้มที่ 1 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care*
+คุ้มที่ 2 ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน*
+คุ้มที่ 3 ขับฟรี 90 วัน*
หรือ ส่วนลดเงินสด 65,000 บาท
พร้อมรับฟรี
คุ้มที่ 4 ประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 150,000 กม. (ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี)
คุ้มที่ 5 ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี
มูลค่า 30,000 บาท

ซื้อ C-HR รุ่น Hybrid ทุกรุ่น พิเศษ! เลือกรับ
ดอกเบี้ย 0.99% นาน 4 ปีและฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care**
หรือ ผ่อนสบายเริ่มต้น 8,499 บาท นาน 5 ปี***
พร้อมรับฟรี แพ็คเกจบำรุงรักษา

• รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
• รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV)
• ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี
• ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี
รวมมูลค่า 30,000 บาท

(2)
เป็นเจ้าของชุดแต่ง C-HR Nurburgring มูลค่า 30,000 บาท
ในราคาเพียง 9,000 บาท****

1 – 30 กันยายน 2563


หมายเหตุ

(1)
*สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อและผ่านเงื่อนไขสินเชื่อจาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน โดยเลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไปอีก 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเริ่มต้น เงินดาวน์เริ่มต้น 15% สำหรับลูกค้าที่เคยมีรถ หรือ อาชีพพนักงานบริษัท หรือเจ้าของกิจการที่มีประวัติสินเชื่อปกติ
**สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อและผ่านเงื่อนไขสินเชื่อจาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน (สำหรับ C-HR Hybrid ทุกรุ่น)

  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3

***สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อและผ่านเงื่อนไขสินเชื่อจาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (ยกเว้นรุ่น C-HR by KARL LAGERFELD LIMITED EDITION) ผ่อนสบายเริ่มต้น 8,499 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น C-HR HV Mid ราคา 1,069,000 บาท ดาวน์ 268,105 บาท (ดาวน์ 25.08%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ย 3.20% ผ่อน 8,499 บาท งวดที่ 1 – 59 และ 427,600 บาท งวดที่ 60

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • รายละเอียดประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ C-HR รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 กันยายน 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าใกล้บ้านท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้า 0-2386-2000 หรือโทรฟรีต่างจังหวัด เฉพาะหมายเลขที่ใช้รหัสทางไกลที่หมายเลข 1800-238-444 ให้บริการลูกค้า 24 ชม. ทุกวัน บริการข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต www.toyota.co.th หรือ Line ID : @toyotacontact

(2)
****ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring จำนวนจำกัดเพียง 1,000 ชุดเท่านั้น

  • ราคาพิเศษดังกล่าวเป็นราคาที่ รวมค่าทำสีและค่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring  มูลค่า 30,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า – หลัง สเกิร์ตข้าง (ซ้าย-ขวา) สติกเกอร์ตกแต่งข้างรถ (ซ้าย-ขวา) และสติกเกอร์สัญลักษณ์นูร์เบอร์กริง (ซ้าย-ขวา)
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring  รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อนตามเงื่อนไขของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า
  • ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดจำหน่าย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด 311 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ C-HR ทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น C-HR by KARL LEGERFELD LIMITED EDITION) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 กันยายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

ซื้อโคโรลล่า อัลติส* วันนี้ ฟรีประกันภัยชั้น 1

พิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์โตโยต้า เลือกรับข้อเสนอเพิ่ม
1. ดาวน์เริ่มต้น 0%** หรือ
2. ดอกเบี้ยพิเศษ จาก 1.75% เหลือเพียง 1.35%*** หรือ
3. ผ่อนเริ่มต้นเพียง 9,790*** บาท/เดือน

พร้อมรับแพ็กเกจบำรุงรักษารถยนต์มูลค่า 30,000 บาท, รุ่นไฮบริด รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ 10 ปี, GFV

1 – 30 กันยายน 2563


หมายเหตุ

  • *ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์โคโรลล่ารุ่นเครื่องยนต์ Hybrid (ทุกรุ่น) และรุ่น GR SPORT
  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • กรณีลูกค้าทั่วไปอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป
  • **เงื่อนไขพิเศษดาวน์เริ่มต้น 0% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัทโตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
  • ***อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.35% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป (อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.35% คำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.75% ใช้ร่วมกับข้อเสนอ TOYOTA Privilege More เมื่อลงทะเบียนและเลือกรับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% ผ่านแอปพลิเคชั่น TOYOTA Privilege More)
  • ***ผ่อนเริ่มต้น 9,790 บาท  คำนวณจากรถยนต์โคโรลล่า อัลติส รุ่น HV Entry ราคา 939,000 บาท ผ่านโปรแกรมเช่าซื้อปกติ ดาวน์ 243,295 บาท (25.91%) นาน 84 เดือน ที่อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.60% (อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.60% คำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 3.00% ใช้ร่วมกับข้อเสนอ TOYOTA Privilege More เมื่อลงทะเบียนและเลือกรับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% ผ่านแอปพลิเคชั่น TOYOTA Privilege More)
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด  ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไข

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

New Fortuner Wisdom of a Leader

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • รับสิทธิ์การขยายการรับประกันคุณภาพต่อเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีหรือภายในระยะทาง 100,000 กม. เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือภายในระยะทาง 150,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน พร้อมการตราวจสอบฟรีตามระยะ 100,000 กม.
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563

เงื่อนไขราคาแนะนำ

  • เมื่อซื้อรุ่นมาตรฐานทุกรุ่น รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาทสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563
  • เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 30 กันยายน 2563

All-New Nissan Kicks e-POWER

All-New Nissan Kicks e-Power With Premiere Edition*

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,099,000 บาท**
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%*** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี***
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี****

*ชุดแต่ง PREMIERE EDITION  ประกอบด้วย 1.กระจังหน้า V-Motion สีดำเงา 2.สเกิร์ตหน้าสีดำเงา 3.สเกิร์ตหลังสีดำเงา 4.สเกิร์ตข้างสีดำเงา 5.สปอยเลอร์หลังสีดำเงา 6.ล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ 7.สัญลักษณ์โลโก้ PREMIERE EDITION บริเวณเสากลางตัวรถ 8.คิ้วบันไดสแตนเลสโลโก้ PREMIERE EDITION 9.สัญลักษณ์โลโก้ PREMIERE EDITION บริเวณคอนโซลกลาง 10.แป้นวางเท้าทรงสปอร์ต

**คิดจากราคา NISSAN KICKS e-POWER รุ่น VL ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท + ค่าสีทูโทนภายนอก 15,000 บาท + ชุดแต่ง PREMIERE EDITION  35,000 บาท

***ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

****รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power V

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

**รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power VL

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

**รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

New Nissan Terra V

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น V เท่านั้น

New Nissan Terra VL

  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพ็กเกจ

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น

Nissan Note Test Drive At Home

Note

Nissan Note E 19MY

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท** [งวดที่ 1-6 ค่างวด 5,000 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,500 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (5,000 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.38% และงวดที่ 61 (185,150 บาท), คำนวณจากรุ่น NOTE E CVT ราคา 529,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**

หรือ

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • ดาวน์เริ่มต้น 9,900 บาท* พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

*คำนวณจาก รุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท ดาวน์ 10% โดยบริษัทฯสนับสนุนเงินดาวน์จำนวน 43,000 บาท, เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่ บริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

**ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น E 19MY เท่านั้น

Nissan Note VL 19MY

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,850 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 5,700 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,850 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (5,700 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.74% และงวดที่ 61 (206,150 บาท), คำนวณจากรุ่น NOTE VL CVT ราคา 589,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL 19MY เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

Nissan March 1.2 S MT

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,700 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 3,400 บาท นิสสันช่วยผ่อน 1,700 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (3,400 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.94% และงวดที่ 61 (126,000 บาท), คำนวณจากรุ่น MARCH S MTราคา 420,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

Nissan March 1.2 EL CVT
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,200 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 4,400 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,200 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (4,400 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 1.77% และงวดที่ 61 (153,000 บาท), คำนวณจากรุ่น MARCH EL CVT ราคา 510,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2 EL CVT เท่านั้น

Nissan Almera Test Drive At Home

Almera

All-New Nissan Almera V และ VL

  •  “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,400 บาท** [งวดที่ 1-6 ค่างวด 6,800 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,400 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (6,800 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.94% และงวดที่ 61 (191,700 บาท), คำนวณจากรุ่น ALMERA VL ราคา 639,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น

**ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น VL เท่านั้น

All-New Nissan Almera EL

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,000 บาท** [งวดที่ 1-6 ค่างวด 6,000 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,000 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (6,000 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 5.09% และงวดที่ 61 (167,700 บาท), คำนวณจากรุ่น ALMERA EL ราคา 559,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 19,900 บาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

*คำนวณจาก รุ่น EL ราคา 559,000 บาท ดาวน์ 10% โดยบริษัทฯสนับสนุนเงินดาวน์จำนวน 36,000 บาท, เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่ บริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

**ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น EL เท่านั้น

NISSAN TEANA

Leaf

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara Test drive at home

Navara

Nissan Navara ชุดแต่ง N-Trek Warrior ใหม่

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

*ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และเฉพาะ นิสสัน นาวารา ชุดแต่ง เอ็น-เทรค วอร์ริเออร์ ใหม่ เท่านั้น

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,650 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 7,300 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,650 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (7,300 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 2.61% และงวดที่ 61 (306,950 บาท), คำนวณจากรุ่น DC Calibre E 6MT Black Edition 19MY&20MY ราคา 877,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และสำหรับ DC Calibre E 6MT Black Edition เท่านั้น

Nissan Navara Double Cab S 6MT รุ่นปี 2019 และ 2020

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 5,800 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,900 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (5,800 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 2.68% และงวดที่ 61 (242,550 บาท), คำนวณจากรุ่น DC S ราคา 693,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 5,800 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,900 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (5,800 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 1.06% และงวดที่ 61 (276,500 บาท), คำนวณจากรุ่น KC Black Edition 19MY&20MY ราคา 790,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018, 2019 และ 2020

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,200 บาท* [งวดที่ 1-6 ค่างวด 4,400 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,200 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (4,400 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.38% และงวดที่ 61 (222,950 บาท), คำนวณจากรุ่น KC S ราคา 637,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

New-Honda-CR-V-2020

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%*
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89% พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99%* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ
รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0%* พร้อม “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ** ผ่อนเริ่มต้น 6,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 2.29 %* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษสุด!
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน

Mazda

All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 0%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

Mitsubishi

https://www.mitsubishi-motors.co.th/content/dam/mitsubishi-motors-th/images/site-images/offers/promotion/september-2020/m-drive-promotion/Mitsubishi_MDrive_Aug20_Web_banner_1200x630.jpg?width=2160&auto=webp

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show สำหรับออกรถยนต์มิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563

  • ขับฟรี 90 วัน (1)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

(1) เลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไป 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเช่าซื้อ โดยเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรมเป็นไปตามที่สถาบันที่ร่วมรายการกำหนด

Mirage

  • ผ่อนเริ่มต้น 2,901 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (4) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2563

Attrage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,150 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

Xpander

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2563

Xpander Cross

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ราคาแนะนำ 899,000 บาท
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่ 1 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2563

New Pajero Sport

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี แพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • ส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ตั้งแต่ 1 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563

Triton

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 3,080 หรือ ดาวน์ เริ่มต้น 25,300 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-XL7-2020-1

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki XL7
ดอกเบี้ย 1.89%* (3) หรือเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
ทุกรุ่นรับข้อเสนอ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง
มูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท*(2)
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%* (3)พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ
รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท*(2) พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ
พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(2) พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ
พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท*(2) พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ
พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(4)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่

  1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
  2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
  4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ1,999 บาท ดาวน์ 20.13% (เงินดาวน์ 64,027 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น NEW CIAZ GL CVT ราคา 559,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท ดาวน์ 15.90% (เงินดาวน์ 88,888 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Swift GL MAX EDITION ราคา 541,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท ดาวน์ 24.33% (เงินดาวน์ 131,645 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น NEW Ertiga GL AT ราคา 659,000บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท ดาวน์ 16.07% (เงินดาวน์ 105,869บาท) ผ่อน 84 งวด
*(3) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิ รุ่น Swift ดอกเบี้ย 1.09% ที่ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 8,822 บาท คำนวณจากรุ่น Swift GL MAX EDITION ราคา 541,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 135,250 บาท) ผ่อน 48 งวด รุ่น XL7 ดอกเบี้ย 1.89% เมื่อดาวน์ 25% ระยะเวลาผ่อนชำระค่างวด 48 เดือน โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยชำระค่างวดแบบต้นงวดเท่านั้น เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่

  1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
  2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
  4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(4) ส่วนลดเพิ่มสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga ,XL7 และ Carry ที่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อตามเงื่อนไขสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือซื้อรถยนต์เป็นเงินสด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 โดยกลุ่มลูกค้าที่รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ดังนี้

    1. เจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga ,XL7 และ Carry เพียงแสดงเอกสารรายการจดทะเบียนและเจ้าของรถ และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพื่อประกอบการใช้สิทธิ์
    1. กลุ่มลูกค้าข้าราชการประจำ รวมถึงพนักงานราชการ (ลูกจ้างสัญญาจ้าง) ลูกจ้างประจำและชั่วคราว พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบริษัทในเครือ และ กลุ่มพนักงานบริษัทมหาชน รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 20,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz เท่านั้น และ รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาทสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิรุ่น Swift ,Celerio, Ertiga ,XL7 และ Carry สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้ซื้อรถซูซูกิคันใหม่เท่านั้น
      (รายละเอียดเพิ่มเติม)
    1. ลูกค้านำรถยนต์รุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาเทิร์นและซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ รับส่วนลดเพิ่มเติม 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga ,XL7 และ Carry สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น เงื่อนไข สำหรับรถเก่า 1 สิทธิ์ ต่อการซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ 1 คัน
** บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ค้นหาผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่..ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9 เกียร์อัตโนมัติ

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,517 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,317 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 1,900 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่..ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ เกียร์อัตโนมัติ

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,860 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,660 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่..ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือนสำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2563 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่..ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เกียร์อัตโนมัติ

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,613บาทต่อเดือนสำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,413 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

โปรใหญ๊ใหญ่..ชุ่มฉ่ำใจทุกข้อเสนอกับอีซูซุวีครอส 4×4 ใหม่หมด!

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(2) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น /สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2563 – 30 กันยายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยเลือกรับเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(3) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 9,214 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 10,014 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นวี-ครอส Z 4 ประตู 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Banner Image

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

  1. ดาวน์เริ่มต้น 54,950 บาท คำนวณจากอีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน กรณีดาวน์ 5% ดอกเบี้ย 1.8% ผ่อน 48 เดือน
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนกันยายน 2563
  3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของ อีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดหรือรับข้อเสนอพิเศษอื่นๆที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

ซูบารุ เอ็กซ์วีทุกรุ่น มอบ 4 นวัตกรรมเทคโนโลยี พร้อม 4 ข้อเสนอพิเศษประจำเดือนกันยายน*

ซูบารุ เอ็กซ์วี พร้อมชุดแต่งจีที สร้างขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บริษัท วิศวกรรมชื่อดัง กิเคน และ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี จากซูบารุ คอร์ปอเรชั่น ชุดแต่งจีที ในซูบารุ เอ็กซ์วี

มีองค์ประกอบสี่อย่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ครั้งนี้มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด และระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงาน BIG Motor Sale

  • ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน
  • ขับฟรี 90 วัน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่น มอบ 4 นวัตกรรมเทคโนโลยี พร้อม 4 ข้อเสนอพิเศษประจำเดือนกันยายน*

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ชุดแต่ง จีที รุ่นพิเศษประกอบด้วยอุปกรณ์ 5 ชิ้น คือ สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคา และปลายท่อไอเสีย ล้ออัลลอยสั่งทำพิเศษขนาด 18 นิ้ว เบาะหนังแบบทูโทนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องโดยสารของแกรนด์ ทัวร์เรอร์สมรรถนะสูงจากเยอรมนีและอังกฤษ รถยนต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความอเนกประสงค์ที่มีเฉพาะในรถยนต์ซูบารุเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด พร้อมระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงาน BIG Motor Sale

  • ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน
  • ขับฟรี 90 วัน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1

ซูบารุปันสุข ออกซูบารุ บีอาร์ซี หรือดับบลิวอาร์เอ็กซ์วันนี้ ซูบารุสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาท*

Ford

Range day

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 30 กันยายน 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure สำหรับรุ่น Trend, Titanium, Titanium + 4×2 และ 4×4

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure พร้อมฟรี “โปรแกรม Ford Beyond พร้อมดูแลคุณ นาน 5 ปี”

Ford Beyond: คลิกเพื่อดูรายละเอียด

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

Chevrolet

ข้อเสนอพิเศษ

ลดล้างสต๊อก

นอกจากส่วนลดพิเศษสุดเร้าใจแล้ว รถยนต์เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าอยู่เช่นเดิม

อาทิ

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ครอบคลุมค่าแรงช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ศูนย์บริการและอะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1734 ตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3

  • ซื้อรถ New MG3 วันนี้ รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน มูลค่า 36,000 บาท [1]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [2]

มูลค่ารวมกว่า 57,000 บาท

MG ZS

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท
  • ขับฟรี 3 เดือน
  • หรือ เลือกรับดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 44,000 บาท

MG ZS EV

  • พิเศษ ดอกเบี้ย 0%
  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

มูลค่ารวมกว่า 91,000 บาท

MG HS

  • พิเศษ ดอกเบี้ย 1.29%
  • หรือ เลือกรับ อุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG มูลค่า15,630 บาท
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 3 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท

MG EXTENDER:

ทางเลือกที่ 1: MG EXTENDER ผ่อนให้ 6 เดือน

  • ซื้อรถ MG EXTENDER วันนี้ “ผ่อนให้ 6 เดือน” [1]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [2]

มูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท

ทางเลือกที่ 2: MG EXTENDER ผ่อนเบาๆ เริ่มต้น 152 บาท ต่อวัน

  • ซื้อรถ MG EXTENDER วันนี้ “ผ่อนเบาๆ เริ่มต้น 152 บาท ต่อวัน ระยะเวลา 1 ปี” [3]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [4]

มูลค่ารวมกว่า 83,000 บาท

MG V80

  • พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท*

มูลค่ารวม 65,000 บาท

Hyundai

โปรโมชั่นสำหรับ H-1 และ Grand Starex โฉมใหม่ 2020

ระยะเวลา: 1 กันยายน 2563 – 31 ตุลาคม 2563

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท *ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

(3) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) และ (2) ได้
(4) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 50,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring หรือ ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด
(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

KIA

ลดสูงสุดโดยไม่มีอะไรมากั้น เพื่อนรู้ ทุกคนรู้! โปรโมชั่นสำหรับ Soul EV (Display Car) รับทันที! ส่วนลดสูงสุด 350,000 บาท (จากราคาปกติ 2,387,000 บาท) เมื่อออก KIA Soul EV วันนี้ พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ ที่ KIA มอบให้คุณแบบไม่หยุด ด่วน! จำนวนจำกัด

  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี! เครื่องชาร์จไฟ Wall Charger พร้อมค่าติดตั้งถึงบ้าน
  • ฟรี! การรับประกันคุณภาพวารันตี 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ตลอด 24. ชม. นาน 5 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

KIA ขอต้อนรับการผ่อนคลายล็อคดาวน์ พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ KIA Grand Carnival ได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยโปรโมชั่นที่ดีที่สุดที่เคยมีมา

เพียงออกรถ KIA Grand Carnival รุ่น EX และ SXL ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. นี้! รับทันที

  • ฟรี! ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป)
  • ฟรี! เช็กระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม.*
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพ (Warranty) นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (นาน 1 ปี)
  • ฟรี! ชุดแต่งบันไดข้างแท้จากเกาหลี

*หมายเหตุ:

– เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นต่างๆโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
– การเช็กระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. ครอบคลุมค่าบริการตรวจเช็กและค่าอะไหล่สิ้นเปลืองที่มีกำหนดเปลี่ยนตามระยะทาง ตรวจสอบตารางการเช็กระยะได้ที่ https://www.kia.com/th/service/maintenance.html

Mercedes-Benz

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น

รับข้อเสนอดีๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น*

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% กับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ

รับมอบรถยนต์และเริ่มทำสัญญากับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 – 30 กันยายน 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

*ตรวจสอบรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Wallbox

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ PHEV คันใหม่
C 300 e AMG Sport/ C 300 e Avantgarde/ C 300 e AMG Dynamic/
E 300 e AMG Dynamic/ E 300 e Avantgarde/ E 300 e Exclusive/
E 350 e AMG Dynamic/ E 350 e Avantgarde/ E 350 e Exclusive/
GLC 300 e 4MATC AMG Dynamic/ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic/
S 560 e AMG Premium

  • รับข้อเสนอสุดพิเศษ ซื้อ Wallbox ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถามที่ผู้จำหน่ายฯ)

โดยรับมอบรถยนต์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

https://www.mercedes-benz.co.th/th/passengercars/buy/promotions/promotion-mystar/_jcr_content/par/productinfotextimage/media2/slides/videoimageslide/image.MQ6.0.20200710134910.jpeg

ข้อเสนอค่างวดสุดพิเศษจากมายสตาร์

ขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ในฝันได้ง่ายกว่า ด้วยข้อเสนอค่างวดเริ่มต้นสุดพิเศษจากมายสตาร์ 

  • Mercedes-Benz GLA 200 Urban เริ่มต้นเพียง 17,099 บาท/เดือน
  • Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic เริ่มต้นเพียง 21,099 บาท/เดือน
  • Mercedes-Benz C 300 e Avantgarde เริ่มต้นเพียง 20,899 บาท/เดือน
  • Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic เริ่มต้นเพียง 30,399 บาท/เดือน
  • Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde เริ่มต้นเพียง 26,699 บาท/เดือน
  • Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic เริ่มต้นเพียง 36,199 บาท/เดือน
  • Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium เริ่มต้นเพียง 58,499 บาท/เดือน
  • Mercedes-AMG C 43 4MATIC เริ่มต้นเพียง 36,099 บาท/เดือน
  • Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ เริ่มต้นเพียง 45,299 บาท/เดือน
  • Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé เริ่มต้นเพียง 46,999 บาท/เดือน

https://www.mercedes-benz.co.th/th/passengercars/buy/promotions/promotion-freefuelcard/_jcr_content/par/productinfotextimage/media2/slides/videoimageslide/image.MQ6.0.20200605055917.jpeg

ข้อเสนอสุดพิเศษ: รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คันใหม่ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง พร้อมทั้งทำประกันภัยชั้นหนึ่งกับแผนประกันภัย MB Protection ซึ่งประกันภัยโดย บมจ. วิริยะประกันภัย, บมจ. อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ. ไทยศรีประกันภัย

BMW

BMW Xpo พร้อมกับข้อเสนอที่คุณเลือกได้ กับ Power of choice ที่ตอบทุกความต้องการของคุณในการเป็นเจ้าของรถ BMW หลากหลายรุ่น

เตรียมพบกับงาน BMW Xpo ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านคุณ
  • 10 – 13 กันยายน ที่ เซ็นทรัล พระราม 2
  • 17 – 20 กันยายน ที่ เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทีย
  • 24 – 27 กันยายน ที่ เซ็นทรัล เวสต์เกต
  • 01 – 04 ตุลาคม ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

https://lh4.googleusercontent.com/proxy/WprZvMpywGUkzpz_n5Tos-zgVDbaB9Z8OsOTjGUXO2Akxt_l_Z0Rp_o06YU5wBlBK-Aj-kkJ6FtujMuCe37dLEDuOO7S0r4nZvQawMKK3B6hImtMqPATEorc8wIudbrYBK0=w1200-h630-p-k-no-nu

VOLVO

หยุดทุกสิ่ง…เพื่อทำวอลโว่ในฝันให้เป็นจริง

เพียงแค่ 2 วันเท่านั้นที่คุณจะได้เป็นเจ้าของ วอลโว่ S60 S90 V60 XC40 XC60 และ XC90 ด้วยข้อเสนอ Secret Deal จองและทำสัญญาซื้อรถยนต์วอลโว่ในฝันของคุณภายในงาน Secret Deal รับข้อเสนอลับและรับสิทธิ์เพื่อลุ้นเป็น 1 ในผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัล Secret Reward* ทองคำแท่ง มูลค่า 1,000,000 บาท

วันที่ 12 – 13 กันยายน 2563 นี้ พบกันที่โชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ

*Secret Reward มีจำนวน 1 รางวัล มอบให้แก่ผู้โชคดีจากการจับฉลาก