Get-Driving-License-At-Saturday-Sunday

ข่าวดีที่มีทุกปี! กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชน เดินหน้า!!! จัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชนิดชั่วคราว เฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ประจำปี 2563 รวม 11 รุ่น ฟรี! ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2533 สมัครและอบรมที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร เท่านั้น!

แต่ถ้าใครอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ป้ายแดง แทนรถคันเก่าที่หัดขับ สามารถนำรถคันเดิมมาขายได้ที่ CARRO! เราขอแนะนำ CARRO Express พร้อมรับซื้อรถของคุณ! เพียงลงขายได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อนขาย สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Driving-License

โดยใช้ระยะเวลา 2 วัน ดังนี้

  • วันเสาร์ อบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับรถ และเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ ก่อนเข้าทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam)
  • วันอาทิตย์ ทดสอบขับรถในสนามสอบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ผ่านการทดสอบ จะได้รับใบอนุญาตขับรถ มาตรฐานและระเบียบเดียวกับการขอรับใบขับขี่ในวันเวลาราชการ

ที่ผ่านมา ทางขนส่งฯ จัดอบรมแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศแล้ว จำนวนกว่า 50,000 คน

Driving-License

DLT-Get-Driving-License-Saturday-Sunday-2020

สำหรับปี 2563 เฉพาะในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 11 รุ่น ดังนี้

  • วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563
  • วันที่ 21 – 22 มีนาคม 2563
  • วันที่ 25 – 26 เมษายน 2563
  • วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2563
  • วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2563
  • วันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2563
  • วันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 26 – 27 กันยายน 2563
  • วันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 และ
  • วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563

Driving-License

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน และยื่นใบสมัครล่วงหน้าด้วยตนเองที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

โดยเตรียมหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน

อ่านเพิ่มเติม : สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ … ง่ายนิดเดียว

อ่านเพิ่มเติม : เอกสารที่ต้องเตรียมตอนไปต่อใบขับขี่ ปี 2563

Driving-License

ติดตามกำหนดการอบรมเพิ่มเติมได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-271-8888 ต่อ 4202-3

10-Bridges-From-Surname-In-Thailand

คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า เวลาขับรถไปไหนมาไหน มักจะมีชื่อถนน ชื่อสะพาน ที่หลายคนอาจสงสัย ว่ามันมีที่มาอย่างไร?

นับตั้งแต่ในอดีตที่บ้านเราเริ่มจะสร้างถนน สร้างสะพานข้ามคลองต่างๆ กันอย่างจริงจังในรัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5 มาจนถึงปัจจุบัน ก็จะมีการใช้พระนาม นาม หรือชื่อ-นามสกุล ของสามัญชน หรือบุคคลสำคัญ ที่อาจจะเป็นผู้บริจาคที่ดินอุทิศให้ หรือบริจาคเงินอุทิศให้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยทั่วไปในการสัญจร หรือดำรงอยู่ในตำแหน่งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสร้าง

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้ครับ https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

เวลาผ่านไปยาวนาน จนอาจทำให้คนลืมเลือนไปถึงที่มาที่ไปได้ MR.CARRO ขอนำความรู้ใหม่ๆ มาฝากกัน

สะพานเนาวจำเนียร

1. สะพานเนาวจำเนียร

สะพานเนาวจำเนียร เป็นสะพานข้ามคลองบางหลวงในทางหลวงแผ่นดินสายกรุงเทพฯ-นครปฐม (ปัจจุบัน คือ ช่วงถนนอินทรพิทักษ์ บรรจบกับถนนเพชรเกษม) ตั้งชื่อตามนามสกุลของนายมงคล เนาวจำเนียร ซึ่งเป็นผู้อำนวยการก่อสร้างสะพานนี้

นายมงคล เนาวจำเนียร (2447 – 2533) สำเร็จการศึกษาวิชาวิศวกรรมโยธาจากประเทศอังกฤษ เดิมนายมงคลรับราชการในกรมรถไฟ ต่อมาย้ายไปปฏิบัติราชการที่กรมทางหลวง และได้เป็นผู้อำนวยการก่อสร้างสะพานนี้

สะพานภาณุพันธุ์

2. สะพานภาณุพันธุ์

สะพานภาณุพันธุ์ เป็นสะพานที่อยู่ในย่าน Chinatown เป็นสะพานที่ข้ามคลองรอบกรุง ช่วงคลองโอ่งอ่างหรือคลองบางลำพู ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนเยาวราช ตัดกับถนนพีระพงษ์ ถนนจักรเพชร และถนนมหาไชย

สร้างขึ้นเมื่อปี 2442 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ว่า “สะพานภาณุพันธุ์” เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช องค์ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชา อันเนื่องจากพระองค์ทรงประทับอยู่ ณ วังบูรพาภิรมย์ ที่อยู่ใกล้เคียง และเป็นต้นราชสกุล “ภาณุพันธุ์”

โดยระยะแรกเป็นสะพานโครงเหล็กเช่นเดียวกับสะพานในยุคนั้น ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานขึ้นใหม่ โดยมีโครงสร้างของคอนกรีตเสริมเข้าไป แต่ยังคงชื่อเดิมไว้

ปัจจุบัน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับชาติ โดยอยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2547

สะพานเดชาติวงศ์

3. สะพานเดชาติวงศ์

สะพานเดชาติวงศ์ เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมถนนพหลโยธิน ที่หลักกิโลเมตรที่ 340 ก่อนเข้าสู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ ซึ่งกรมทางหลวงได้เริ่มก่อสร้างในปี 2485 และเปิดให้ใช้งานครั้งแรกในปี 2493

ซึ่งชื่อของสะพานนั้น มาจากนามสกุลของ พันตรี หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้น

ในปัจจุบัน สะพานเดชาติวงศ์จะเปิดใช้งานเพียง 2 สะพาน คือ สะพานเดชาติวงศ์ 2 และ 3 ส่วนสะพานเดชาติวงศ์ 1 ทางจังหวัดนครสวรรค์เปิดไว้เป็น สะพานประวัติศาสตร์ ใช้ในการจัดงานต่างๆ ของจังหวัด หรือเปิดให้ใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น

สะพานปรีดี-ธำรง

4. สะพานปรีดี-ธำรง

สะพานแห่งนี้ เป็นการนำชื่อ และ นามสกุล ของ 2 บุคคลมารวมกัน โดยเป็นสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำป่าสัก เข้าเกาะเมืองอยุธยา แห่งแรก สร้างขึ้นเมื่อปี 2483 สะพานยาว 168.60 เมตร สร้างเสร็จและเปิดใช้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2486 ซึ่งตรงกับวันเกิดของ จอมพล.ป พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

โดยมอบหมายให้นาวาเอก ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมาเป็นประธานพิธีเปิดสะพาน นายกรัฐมนตรีให้ชื่อสะพานนี้ว่า “สะพานปรีดี-ธำรง” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชาวอยุธยา ที่ได้เป็นผู้บริหารประเทศทั้งสองคน คือ นายปรีดี พนมยงค์ และพลเรือตรี หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์

สะพานติณสูลานนท์

5. สะพานติณสูลานนท์

สะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวของสะพาน 2 ช่วงแรก 940 เมตร และ 1,700 เมตร ตามลำดับ รวมเป็น 2,640 เมตร ก่อสร้างขึ้นในสมัย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในปี 2524 โดยรัฐบาลในยุคนั้น มีนโยบายพัฒนาจังหวัดสงขลา และ อำเภอหาดใหญ่ ให้เป็นเมืองหลัก โดยกรมทางหลวงเป็นเจ้าของโครงการ และบริษัทจากประเทศไต้หวัน เป็นผู้ก่อสร้าง เปิดใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2527

ตัวสะพานอยู่ใน อ.เมืองสงขลา และ อ.สิงหนคร โดยเชื่อมเกาะยอ 2 ด้าน ระหว่างฝั่งบ้านน้ำกระจาย อ.เมืองสงขลา และบ้านเขาเขียว อ.สิงหนคร ถือเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 414 กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 407 (สงขลา-หาดใหญ่) ชาวจังหวัดสงขลานิยมเรียกสะพานนี้ติดปากว่า “สะพานป๋าเปรม” “สะพานติณ” หรือ “สะพานเปรม” นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัด

สะพานสารสิน

6. สะพานสารสิน

สะพานสารสิน เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดภูเก็ต ตั้งชื่อตามนามสกุลของ นายพจน์ สารสิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ เริ่มสร้างครั้งแรกตั้งแต่ปี 2494 โดยให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างมาสร้าง แต่มีปัญหาจึงหยุดไป

ต่อมาในปี 2508 จึงได้เริ่มลงมือก่อสร้างอีกครั้งโดยบริษัท Christiani & Nielsen (Thailand) Ltd. มีความยาวทั้งหมด 660 เมตร เปิดใช้งานได้ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2510 ใช้งบประมาณทั้งหมด 28,770,000 บาท

สะพานวุฒิกุล

7. สะพานวุฒิกุล

สะพานวุฒิกุล เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิง ที่ อ.วังเจ้า จังหวัดตาก ในเส้นทางหลวงหมายเลข 104 ต่อเชื่อมทางหลวงหมายเลข 1 ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายอุทัย วุฒิกุล อธิบดีกรมทางหลวงท่านที่ 10 เป็นนายช่างใหญ่ผู้ควบคุมงาน

ตัวสะพานได้รับการสร้างใหม่อีกครั้งในปี 2496 โดยใช้สะพานโค้งคอนกรีตเสริมเหล็กแบบเดิม ช่วงประมาณ 50 เมตรเช่นเดิม เป็นแต่ว่าตัวตอม่อได้รับการออกแบบใหม่ เป็นตอม่อวางอยู่บนกลุ่มเสาเข็มแทน

ส่วนการก่อสร้างสะพานโค้งช่วง 50 เมตร มีเทคนิคพิเศษโดยการอัดแรงดันที่ยอดโค้ง ซึ่งก็เป็นวิธีช่วยลดแรงถีบของโค้งและบิดตัวพื้นสะพานให้โก่งขึ้น ช่วยให้คานรับพื้นสะพานรับน้ำหนักน้อยลง

สะพานพิบูลสงคราม

8. สะพานพิบูลสงคราม

สะพานพิบูลสงคราม แน่นอนเลยว่ามาจาก จอมพล ป.พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยแน่นอน เป็นสะพานข้ามคลองบางซื่อ บนถนนประชาราษฏร์สาย 1 ซึ่งคาดว่าถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆ กับถนนสายนี้

สำหรับสะพานแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับอดีตที่ทำงานของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่เคยสังกัดอยู่ นั่นคือ กองพลทหารปีนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (หรือ กรม ปตอ.)

สะพานเปี่ยมพงศ์สานต์

9. สะพานเปี่ยมพงศ์สานต์

สะพานเปี่ยมพงษ์สานต์ เป็นสะพานคอนกรีต ที่สร้างข้ามแม่น้ำระยองใกล้ๆ กับสะพานไม้ รถยนต์สามารถแล่นไปมาได้ เริ่มสร้างประมาณปี 2495 – 2497

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสะพานนี้ก็คือ นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดระยอง เพื่อเป็นเกียรติแก่ นายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ จึงตั้งชื่อสะพานนี้ว่า “สะพานเปี่ยมพงศ์สานต์”

สะพานเกิ๊ทเช

10. สะพานเกิ๊ทเช (Gottsche)

หลายคนงงแน่ ทำไมในไทย ถึงมีชื่อสะพานแปลกๆ แบบนี้ด้วย?

สะพานเกิ๊ทเช อยู่บนถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ตรงแยกปากซอยถนนศิริราษฎร์ศรัทธา ซอย 1 ที่คอสะพานทั้งฝั่งซ้าย-ขวา จะมีแผ่นป้ายโลหะเล็กๆ (วงกลมในภาพ) ฝั่งซ้ายสลักอักษรไทยว่า ที.เอ. เกิ๊ทเช / 14-5-2425 / 1-1-2474 ส่วนที่ฝั่งขวา สลักเป็นอักษรอังกฤษว่า T.A. GOTTSCHE / 14-8-1882 / 1-4-1931

ย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มมีการเดินรถไฟสายปากน้ำเมื่อ ร.ศ.112 หรือปี 2436 มีนายกลผู้ควบคุมรถไฟคนแรก เป็นชาวเดนมาร์ก ชื่อ T.A. Gottsche เป็นอดีตนายทหารคุมป้อมผีเสื้อสมุทร ได้เริ่มเข้าทำงานในบ้านเราเมื่อ 14-5-2425 และเกษียณอายุเมื่อ 1-1-2474 เป็นเวลาที่ทำงานในประเทศไทย 50 ปีเต็ม มีภรรยาเป็นคนไทยชาวปากน้ำ

ต่อมาได้รับพระราชทานชื่อและตำแหน่งเป็น ขุนบริพัตรโภคกิจ และได้รับนามสกุลพระราชทานเป็น คเชศะนันทน์ เนื่องจากคุณความดีที่ท่านทำไว้ให้ชาวปากน้ำ

เหล่าชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานเล็กๆ บริเวณใกล้ๆ บ้านพักของท่าน แล้วเรียกสะพานนี้ว่า สะพานเกิ๊ทเช

บางคนเห็นเวลาบนแผ่นโลหะระหว่างเวลาไทย กับเวลาฝรั่ง มันไม่ตรงกัน คือ เวลาที่เริ่มเข้ามาทำงาน ของไทยสลักว่า 14-5-2425 แต่ของฝรั่งสลักว่า 14-8-1882

ส่วนเวลาที่เกษียณของไทยสลักว่า 1-1-2474 ส่วนของฝรั่งสลักว่า 1-4-1931 จะเห็นว่าตรงตัวเลขหลักกลางที่เป็นตำแหน่งของเดือนมันไม่ตรงกัน นั่นเป็นเพราะแต่ก่อนเรานับเอาเดือนเมษายน (เดือนที่ 4) เป็นเดือนแรกของปีไทย เดือนที่สลักของไทยกับของฝรั่งก็เลยเหลื่อมกันอยู่ จริงแล้วมันคือเดือนเดียวกั

แหล่งที่มาจาก:

Used-Car-Loan-Rates

เมื่อคุณคิดจะซื้อรถมือสองสักคันหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยความอยากได้ ความจำเป็นในการใช้งาน ถ้าหากซื้อด้วยเงินสดได้เลยก็คงจะดี เพราะไม่ต้องมีภาระมาผ่อนรถทุกเดือนในภายหลัง ส่วนใหญ่มักติดเรื่องงบประมาณมีไม่เพียงพอ ต่อการซื้อรถมือสองด้วยเงินสดทีเดียวได้

การพึ่งพาสถาบันทางการเงิน หรือบริษัทไฟแนนซ์ต่างๆ ก็เหมือนจะเป็นทางออกของคนอยากมีรถมือสอง เลือกปฏิบัติกัน …

3-Steps-For-Buying-Used-Car

แต่การเลือกซื้อรถมือสองนั้น ดอกเบี้ยย่อมต่างไปจากรถมือหนึ่งอยู่พอสมควร กล่าวคือ ปีรถยิ่งเก่า ดอกเบี้ยยิ่งแพง และดอกเบี้ยรถกระบะ หรือรถตู้ จะแพงกว่าดอกเบี้ยรถเก๋ง ซึ่งหากคุณคิดจะซื้อรถมือสอง และนำรถเข้าไฟแนนซ์ ถ้าเป็นไปได้ อายุรถไม่ควรเกิน 5 ปี จะได้ดอกเบี้ยถูก ไม่เกิน 4.5% ต่อปี

ส่วนการคำนวณดอกเบี้ยรถมือสอง ดูได้ใน Link นี้ครับ –> https://th.carro.co/blog2/news-finance-used-car-ep3/

ธนาคารไทยพาณิชย์ (CAR.SCB)

SCB-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2018

SCB-Secondhand-Interest-Rate-2019

ปี 2562 – 2563 รถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ไม่เกิน 9 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) 13% และรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป 17%

และ รถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ไม่เกิน 9 ปี อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี
(Effective Interest Rate) 26% และรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป 34%

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://car.scb/used-car

ลีสซิ่งกสิกรไทย (Kasikorn Leasing)

KLeasing-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 3.75 – 14.97 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

สำหรับรถเก๋ง

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2554 – 2555 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.95 – 6.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.78 – 13.49% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2558 – 2559 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.50 – 6.70% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 6.90 – 13.20% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2560 – 2561 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.25 – 6.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 6.40 – 12.71% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2554 – 2555 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.20 – 7.60% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.27 – 14.97% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2558 – 2559 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.95 – 7.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.78 – 14.68% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2560 – 2561 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.70 – 7.20% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.29 – 14.18% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.kasikornleasing.com/th/loan/Pages/auto-hire-purchase-used.aspx

กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง (KTB Leasing)

KTB-Leasing

KTB-Leasing-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2563 ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 2.60 – 4.55 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.ktbleasing.co.th/Content/System/MainSaleCar

ธนาคารธนชาต (Thanachart Bank)

Thanachart-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2020

ปี 2562 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.90%-18.80% ต่อปี

สำหรับรถเก๋ง

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2006 – 2010 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.95 – 11.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.15 – 18.09% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2011 – 2012 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.65 – 10.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.63 – 17.02% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2013 – 2014 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.35 – 9.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.10 – 16.44% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2015 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.90 – 9.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.29 – 15.86% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ / รถตู้

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2006 – 2010 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 5.65 – 11.50% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 10.37 – 18.80% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2011 – 2012 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 5.25 – 10.75% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.68 – 17.74% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2013 – 2014 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.75 – 10.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.80 – 17.31% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2015 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.40 – 10.15% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.19 – 16.87% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.thanachartbank.co.th/TbankCMSFrontend/PersonalTHDetail.aspx?PTypeID=9&ProID=127&PName=Personal

ธนาคารเกียรตินาคิน (Kiatnakin Bank)

Kiatnakin-Secondhand-Interest-Rate-2020

ปี 2563 สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 2.65 – 9.50% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ) และอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 4.77 – 17.10% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.kiatnakin.co.th/th/personal-banking/loan/auto-loan/kk-used-car

ธนาคารทิสโก้

Tisco-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2563 อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ร้อยละ 6.00 – 7.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 10.97 – 13.51% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.tisco.co.th/th/rates.html

กรุงศรีออโต้ (Krungsri Auto)

Krungsri-Auto

ปี 2563 กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เริ่มต้น ร้อยละ 4.00 – 19.00 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน

กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน เป็นบริการสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองโดยตรงจากเจ้าของรถหรือที่เรียกกันว่า รถซื้อ-ขายกันเอง หรือรถบ้าน

จุดเด่นของสินเชื่อรถบ้าน “กรุงศรี รถบ้าน” (Rod Baan)
  • ให้วงเงินสูงสุดถึง 90% ของราคาประเมินรถยนต์ของธนาคารฯ
  • ดอกเบี้ยต่ำ
  • ผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน
  • ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน (เฉพาะผู้สมัครที่มีสัญชาติไทย)
  • ให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อขายจนถึงการขอสินเชื่อเช่าซื้อ ทำสัญญา และประเมินราคารถ และสะดวกรวดเร็วกับ บริการดิลิเวอรี่ ที่ให้บริการทำสัญญาถึงบ้าน

กรุงศรี ยูสด์ คาร์ สินเชื่อรถเต็นท์

ให้ท่านเป็นเจ้าของรถเต็นท์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องรอเก็บเงินก้อน ด้วยสินเชื่อรถเต็นท์ กรุงศรี ยูสด์ คาร์

พบข้อเสนอที่หลากหลาย พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของท่านจากธนาคาร อาทิ วงเงินสินเชื่อประมาณ 80% ของราคารถ ระยะเวลาการเช่าซื้อนานสูงสุด 84 เดือน ดาวน์น้อย หรือไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.krungsriauto.com/auto/Products.html

ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ (CIMB Thai Auto)

CIMB-Thai-Auto

CIMB-Thai-Auto-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ร้อยละ 11.75 – 22.75% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 19.15 – 34.98% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.cimbthaiauto.com/product-usedcar-cal.htm

เงินติดล้อ

Ngerntidlor-เงินติดล้อ-Interest-Rate-2020

ปี 2563 รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถบัส รถบรรทุก อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่สูงสุด

  • ปีรถ 2543-2544 1.75% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2548-2552 1.50% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2553-2557 1.25% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2558-2563 1.00% ต่อเดือน

(เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 21.46%-36.74% ต่อปี)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.ngerntidlor.com/

ดูอัตราดอกเบี้ยรถมือสองกันไปแล้ว สำหรับใครที่อยากขายรถเดิม เพื่อจะเปลี่ยนรถใหม่ ก็สามารถขายกับทาง Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

New-Year-Car-Care-Resolutions

หลังจากพักผ่อนอย่างหนำใจในช่วงหยุดยาวปีใหม่กันแล้ว บางคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้าน บางคนเลือกขับรถยนต์ออกไปเดินทางท่องเที่ยว แต่พอกลับมาถึงที่พักของเรากลับพบมองว่ารถยนต์ของเรานั้นสกปรกและสภาพดูไม่ได้เลย แบบนี้เราต้องทำอย่างไรให้กลับมาสะอาดเหมือนเดิมนะ

ดังนั้น เพื่อให้รถยนต์คันคู่โปรด คู่ใจของเรากลับมาสวยงาม เหมือนวันที่แรกที่เราซื้อรถยนต์ masii เลยนำเคล็ดลับวิธีการดูแลง่ายๆ ให้คงสภาพใหม่เอี่ยมพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลามาฝากกันจ้า

กลับมาดูแลรถให้เหมือนใหม่ ต้อนรับปีใหม่กัน

New-Year-Car-Care-Resolutions

ยาง

ยางรถยนต์เป็นส่วนที่สำคัญมากส่วนหนึ่ง นอกจากจะช่วยให้เราสามารถขับขี่รถยนต์ได้ลื่นไหลและนุ่มนวล อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยให้เราอีกด้วยนะ ซึ่งวิธีดูแลยางนั้นสามารถทำได้ง่ายดาย เพียงหมั่นเช็กและเติมลมยางให้สม่ำเสมอ เติมลมให้พอดี แค่นี้ก็ช่วยป้องกันการสึกหรอของยางได้ดี และคงสภาพรถยนต์ให้เหมือนใหม่ได้

น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กับยางรถยนต์ เพราะว่าน้ำมันเครื่องมีหน้าที่หล่อลื่น และช่วยระบายความร้อน แต่หลายๆ คนมักจะไม่สนใจในการถ่ายเปลี่ยนน้ำมันเครื่องกัน ถ้าหากยิ่งทิ้งไว้นานจะยิ่งทำให้เครื่องยนต์เสื่อมสภาพด้วยนะ

ทำความสะอาด

ฤกษ์งามยามดีต้อนรับต้นปี 2020 ด้วยการล้างรถยนต์ทำความสะอาดกันเถอะ นอกจากภายนอกรถยนต์ของเราที่ดูสะอาด สบายตาแล้ว ภายในรถก็ควรดูสะอาด ไม่ให้ฝุ่นเข้ามากระจายตัวอยู่ทั่วภายในเรา โดยหลักๆ วิธีการดูแลจะประกอบไปด้วย

  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด
  • ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ทำความสะอาด
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยทำความสะอาด

New-Year-Car-Care-Resolutions

เข้าศูนย์คาร์แคร์

วิธีที่รวดเร็วและสบายใจเราได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นสำหรับการนำรถยนต์ของเราเข้าไปทำความสะอาดที่คาร์แคร์ เพราะคาร์แคร์จะช่วยดูแลรถยนต์ของเราให้สะอาดสะอ้านเหมือนใหม่ อีกทั้งยังสามารถตรวจเช็กสภาพของรถยนต์ของเราได้อีกด้วยนะคะ

จริงๆ แล้วการทำประกันก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้เราเสมอทุกๆ การเดินทางได้เช่นกันนะคะ ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาอย่างน้อยประกันก็ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายเบื้องต้น คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลอยากสอบถามโทรเข้ามาที่ 02-710-3100

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Honda-City-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Honda City ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถยนต์นั่งในรูปแบบ Sub-Compact ยอดนิยมที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของ Honda นั่นคือ … Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2539 ถึงปัจจุบันล่วงเข้า 23 ปีละ ผ่านการขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ยอดขายของ Honda City นั้นมีมากมายขนาดไหน

แถมยังเป็นรถที่คนเล่นรถมือสอง นิยมซื้อมาใช้ในหลากหลายภารกิจ ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ขับรถไปส่งลูก ส่งของ ทำธุระ หรือจะใช้ขับออกต่างจังหวัดก็ได้ เป็นรถที่จัดว่าทนทานในระดับหนึ่ง ช่วงล่างใช้ได้ ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

หากใครที่อยากขายรถ Honda City คันเดิม แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง Honda City (ประจำปี 2563) ตอนนี้ อยู่ในตลาดรถมือสอง ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Honda City โฉมปี 1996 – 2002

Honda-City-Gen-1-1

รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ปี 1996-1999 (นับรวม City S ที่ออกมาในปี 1997 ด้วย)

  • 1.3 Li / LXi / EXi ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 55,000 บาท

เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในปี 1997

  • 1.5 R ใส่ชุดแต่งทั้งคัน (ปี 1997) ไม่พบการซื้อ-ขาย รุ่นนี้ ในท้องตลาด

รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทุกรุ่นย่อย ปรับเป็นรุ่น “Limited” (เพิ่มกุญแจรีโมท / พนักเท้าแขน / ไฟเบรกดวงที่ 3 / แผ่นรองป้ายทะเบียนโครเมียม / คิ้วบันไดสแตนเลส) ในปี 1998

  • 1.5 LXi / EXi / EXi Airbag / LXi-S / EXi-S ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 60,000 บาท

ปี 1999 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City Type Z” + เครื่องยนต์ VTEC LEV

  • 1.5 Li / EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • รุ่น Millennium (ปี 2000) ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • 1.5 LXi (ปี 2001) ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 90,000 บาท
  • รุ่น Smart เพิ่มเครื่องเสียงชุดใหญ่จาก KENWOOD และสัญญาณกันขโมย (ปี 2001) 1.5 EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 110,000 บาท

Honda City โฉมปี 2002 – 2009

Honda-City-Gen-2

ปี 2002 เครื่องยนต์ i-DSi

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 75,000 – 130,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 80,000 – 130,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 140,000 บาท

ปี 2004 เพิ่มเครื่องยนต์ VTEC

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 140,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 150,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 150,000 บาท
  • 1.5 E-V MT (AS) / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 170,000 บาท
  • 1.5 Sports E-V MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 170,000 บาท

ปี 2005 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City ZX”

  • 1.5 A (เครื่อง i-DSi) MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 170,000 บาท
  • 1.5 V MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 SV MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 EV AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 LV (เบาะหนังแท้) AT (AS) (ปี 2006) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท

Honda City โฉมปี 2009 – 2014

Honda-City-Gen-3

*รวมรุ่นปี 2011 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 200,000 – 350,000 บาท
  • 1.5 V AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 210,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 SV AT (SRS) ราคามือสองโดยประมาณ 240,000 – 380,000 บาท
  • 1.5 V Society AT / AT (SRS) (ปี 2011) ราคามือสองโดยประมาณ 220,000 – 350,000 บาท
  • 1.5 V Modulo AT (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 V Wise Edition AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 SV AT (VSA) (ปี 2013) ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 380,000 บาท

ปี 2012 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 250,000 – 320,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 270,000 – 340,000 บาท

Honda City โฉมปี 2014- 2019

Honda-City-Carro-Express

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 320,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 360,000 – 490,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 370,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 500,000 บาท

ปี 2014 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 400,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 400,000 บาท

ปี 2017 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 460,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 420,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 440,000 – 520,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 460,000 – 560,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 470,000 – 600,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนมกราคม 2563 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

How-Do-You-Care-A-Black-Car

รถสีดำ ถือเป็นสีที่ได้รับความนิยมมากของคนไทย เพราะดูหรู ดูแพงกว่ารถสีอื่นๆ แต่ใช่ว่าจะรถยนต์สีดำจะดูแลแบบไหนก็ได้นะครับ หากดูแลผิดวิธี อาจเกิดรอยเด่นชัด จนดูโทรมแทนที่จะดูหรูก็เป็นได้

งั้นวันนี้ เราขอแนะนำ 5 วิธีง่ายๆ ดูแลรถสีดำให้เงางามสวยน่าขับขี่กัน

Review-Toyota-Vios-Gen3

รอยขนแมว ศัตรูร้ายของรถสีดำ

หลายคนอาจคิดว่าถึงรถยนต์สีดำสกปรกก็เห็นไม่ชัดเจนเท่ากับสีอื่นๆ อาจจะไม่จำเป็นต้องดูแลสีรถยนต์มากมายก็ได้ แต่จริงๆ แล้ว
ศัตรูตัวร้ายของรถสีดำก็คือรอยขีดข่วน ที่เราเรียกกันว่า “รอยขนแมว” นั่นเอง ซึ่งเกิดจากการดูและรถที่ผิดวิธี งั้นวิธีดูแลอย่างถูกวิธีมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. เป่าฝุ่น ปัดฝุ่นให้หมดก่อนจะเช็ด

เริ่มการดูแลรถยนต์สีดำด้วยการเป่าหรือปัดฝุ่นให้หมด เพราะการเช็ดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เป่าฝุ่นหรือกรวดออกก่อนนั้น จะทำให้ฝุ่นและกรวดที่อยู่บนรถครูดไปกับผิวรถ จนทำให้เกิดรอยขนแมวที่เช็ดไม่ออกบนตัวรถ ดังนั้น ต้องเป่าฝุ่น ปัดฝุ่นให้หมดก่อนจะเช็ดนะครับ

2. ใช้น้ำชโลมรอบคันก่อนล้าง

แม้จะปัดฝุ่นออกไปแล้ว แต่อาจมีคราบโคลนที่แห้งกรังยังอยู่ โดยให้เราใช้สายยางฉีดน้ำให้รอบคันไปเรื่อยๆ เพื่อล้างฝุ่นและคราบโคลนออกไปนะครับ ในบริเวณที่คราบติดแน่นกว่าส่วนอื่น เทคนิคคือ ให้ฉีดแนวแทยง คราบโคลนจะหลุดง่ายขึ้นครับ

Washing-Car-And-Hot-Brakes

3. ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำอุ่น

ถึงขั้นตอนการทำความสะอาดดูแลรถยนต์สีดำแล้วครับ โดยให้เราล้างถังที่เราใช้ผสมน้ำยาก่อนหนึ่งรอบนะครับ เพื่อล้างเศษกรวดเศษหินที่อยู่ในถังออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นที่ทำมาตั้งแต่ข้อ 1 นี่เสียเปล่าเลยนะครับ

จากนั้นให้นำน้ำยาล้างรถโดยเฉพาะผสมกับน้ำอุ่น ไม่ควรใช้สบู่ หรือน้ำยาล้างจานนะครับ เพราะอาจมีส่วนผสมบางอย่างที่ทำลายสีรถของเราได้

4. อย่าปล่อยให้รถแห้งเอง

เมื่อเราล้างและดูแลรถสีดำเรียบร้อยแล้ว อย่าปล่อยให้รถแห้งเองนะครับ เพราะการปล่อยให้รถแห้งเองจะทำให้เกิดรอยคราบน้ำที่ผิวรถ ให้เราใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้านวมเช็ดรถ เช็ดทำความสะอาดรถให้แห้งนะครับ

MG-HS-2019

5. เคลือบแว๊กซ์ เคลือบแก้ว

ถือเป็นขั้นกว่าของการดูแลรถสีดำครับ เพราะการเคลือบแว๊กซ์ หรือการเคลือบแก้ว จะทำให้รถของเรา ดูสีดำเงางามเหมือนเพิ่งออกมาจากศูนย์เลย และยังช่วยปกป้องรถของเรา จากรอยขีดข่วนได้ดีในระดับหนึ่งเลยครับ

โดยถ้าใครนิยมเคลือบแว๊กซ์ ให้เราใช้เคลือบอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้ามีทุนหน่อย ก็ลงทุนเคลือบแก้วไปเลยก็ดีครับ

และนี่ก็คือ วิธีดูแลรถสีดำให้เงางามเหมือนใหม่ เพียงทำตามวิธีที่เรานำมาเสนอ รับรองว่า รถสีดำสุดรักของเรา จะสวยงามเหมือนใหม่เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

New-Cars-In-Thailand-2020

เป็นธรรมดาของปีใหม่ทุกปีที่บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แทบทุกเดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อรถกันเยอะๆ เศรษฐกิจไทยจะได้คึกคัก ในปี 2563 นี้ ก็มีรถหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งแบบ All-New ใหม่หมดจรด หรือจะเป็นแบบ Minorchange ปรับโฉมแต่งหน้าทาปากหน่อย โดยเฉพาะ “รถ SUV” ปีนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

โดย CARRO ขอคาดการณ์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเตรียมเปิดตัวกันในปีนี้ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยังถือว่าย่ำแย่ก็ตามที MR.CARRO ขอพาไปดูกันเลยว่า ปีนี้ตลาดรถยนต์ไทย จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้ตื่นเต้นกันบ้าง …

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

แม้ว่าการเปิดตัวของ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ ทำให้หลายฝ่ายต้องมาลุ้นกันต่อว่า Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เปิดตัวไปในเมื่อปีที่ผ่านมา และจะวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธุ์นี้ จะมาขายในบ้านเราหรือไม่? จากรูปโฉมที่ดูอ้วนป่องน่ารัก มากกว่าความเป็นสปอร์ตแบบโฉมที่ผ่านมา จึงยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนัก

บางแห่งข่าวบอกด้วยซ้ำว่าทาง Honda จัดสินใจจะผลิต Honda City Hatchback มาจำหน่ายแทน …

ซึ่งถ้าหากทาง Honda คิดผลิต Jazz โฉมใหม่นี้ขายในบ้านเราจริง เครื่องยนต์ Hybrid คงไม่มาแน่นอน แต่อาจจะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับ Honda City นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร VTEC Turbo 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda (มาสด้า) ยังคงเดินหน้ากวาดยอดขายรถอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายรถของ Mazda ในปีที่แล้ว อาจจะร่วงลงไปบ้างก็ตามหากเทียบกับยอดในปี 2561 ที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วก็ยังดูสูงอยู่ดี โดยรถ Crossover ยอดฮิตที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นอย่าง Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) ที่มีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ต้องสะเทือนกันอย่างแน่นอน

โดย Mazda CX-30 2020 มีหน้าตาและรูปร่างคล้าย Mazda3 โฉมใหม่ล่าสุด ในแบบยกสูง ภายใต้เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ เบนซินขนาด 1.5 ลิตร, 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร และแบบดีเซลขนาด 1.8 ลิตร แต่เครื่องยนต์ที่จะขายในไทยคงเป็นตัวเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และดีเซลขนาด 1.8 ลิตร 116 แรงม้า

Nissan-Kicks-2020

3. Nissan Kicks

ปีนี้อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Nissan (นิสสัน) ที่หวนกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่เกือบๆ 10 ปีที่ผ่านมา โดย Nissan Almera 2020 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ในเดือนเมษายน 2563 นี้ Nissan มีแพลนที่จะเปิดตัว Nissan Kicks 2020 (นิสสัน คิกส์) ใหม่ เอามาขายแทน Nissan Juke ในราคาเริ่มต้นประมาณ 895,000 บาท

โดย Nissan Kicks คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 124 แรงม้า และอาจได้เห็นรุ่น e-Power มาอีกด้วย Nissan Ju

Nissan-Sylphy-2020

4. Nissan Sylphy

ต้องยอมรับว่า รถยนต์แบบ Compact Car ของ Nissan อย่าง Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) เป็นรถที่ดูเงียบมากๆ ของนิสสันในช่วงหลายปีมาผ่าน ซึ่งหลายต่อหลายฝ่ายต่างคิดว่า Nissan บ้านเราคงถอดใจกับการขายรถรุ่นนี้ไปแล้ว

แต่ Nissan Sylphy โฉมใหม่ล่าสุด ก็เปิดตัวไปแล้วในจีน และสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 139 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 149 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่า รถรุ่นนี้ผลิตขายและจำหน่ายในบ้านเราเวลาใด

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) โฉมใหม่หมดจด นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรุ่นนี้ แม้ว่าในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและยุโรป จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กับรูปทรงที่สวยสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด แถมมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid ให้ได้เลือกสรรกันด้วย

พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.0 ลิตร พร้อมระบบไฮบริด รวมถึงยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่เน้นไปที่เรื่องของความปลอดภัย ในบ้านเราก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่ารุ่นนี้จะมาเข้าโครงการ Eco-Car เฟส 2 ด้วยหรือเปล่า

Toyota-Rush-2020

6. Toyota Rush

มาแน่แต่ไม่รู้มาเดือนไหน? สำหรับ Toyota Rush (โตโยต้า รัช) เป็นรถแบบ Crossover SUV ที่ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไปแล้วในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โอกาสที่จะเข้ามาไทย (แทนที่ Avanza) นี้ ก็ถือว่ามีสูงมากเลยทีเดียว พร้อมท้าชนกับเจ้า Honda BR-V หรือ Mitsubishi Xpander แน่นอน

Toyota Rush ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR 104 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

Suzuki-Ciaz-2020

7. Suzuki Ciaz

สำหรับค่าย Suzuki (ซูซูกิ) หลังจากที่สร้างความตื่นเต้นไปในปีที่ผ่านมา กับรถใหม่ๆ หลายรุ่นแล้ว ในปีนี้ก็ถึงเวลาที่ Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รุ่นปรับโฉมมามาแทนที่รุ่นเดิม

Mercedes-Benz-GLB-Class-2020

และสำหรับแบรนด์อื่นๆ เช่น Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ช่วงต้นปีนี้ก็เตรียมพบกับ Mercedes-Benz GLA รุ่นใหม่ล่าสุด และ Mercedes-Benz GLB รถ SUV รุ่นใหม่ที่คั่นกลางระหว่าง GLA และ GLC ที่มาพร้อม 7 ที่นั่ง! และ New A-Class ใหม่ ในเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ ที่ต้องรอติดตามดูกันว่าจะมาหรือไม่

ส่วน BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ก็ต้องรอลุ้นกับ Series-3 รุ่นเพิ่มเติมที่มาเอาใจแฟนๆ Bimmer อย่างแน่นอน รวมไปถึง BMW New X6 และรถธงอย่าง BMW Series-7 โฉมใหม่ล่าสุด รุ่นประกอบในประเทศ เปิดตัวกันไปแล้วในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท และ 745Le xDrive M Sport ในราคา 6,439,000 บาท

เป็นอันว่า หากใครที่อยากได้รถรุ่นใหม่ๆ ดังกล่าว ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้เลย แต่วิธีการที่จะช่วยให้คุณดาวน์รถใหม่ หรือผ่อนรถใหม่ได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้คุณนำรถคันเดิมมาขายกับทาง CARRO ได้ตาม Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่าแล้ว แต่ก็ยังมีคนพูดถึงกันอยู่เรื่อยๆ เป็นประจำ กับการที่ต้องเก็บขวดน้ำดื่มไว้ในรถ แล้วต้องจอดรถตากแดดทั้งวัน เจออากาศร้อนๆ อบเข้าไป …

ยิ่งมีข่าวจากเว็บ Clickbait คอยโพสกันอยู่เรื่อยว่าเมื่ออากาศร้อนมากๆ หรืออุณหภูมิสูงๆ จะมีสาร BPA (Bisphenol A) หรือสาร Dioxin ในพลาสติกจะออกมาปนเปื้อนกับในน้ำ เมื่อดื่มเข้าไปบ่อยๆ ส่งผลต่อความผิดปกติของพันธุกรรม และยังเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคมะเร็งได้

ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด! ในปัจจุบันก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด เกี่ยวกับสารเคมีต่างๆ ที่ละลายออกมาจากขวดพลาสติกที่ใส่น้ำ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

ปัจจุบัน ขวดน้ำพลาสติก นิยมทำจากพลาสติก 2 ชนิด ที่มีคุณสมบัติทนทาน มีน้ำหนักเบา เวลาขนส่งไม่แตกได้ง่าย คือ ขวดพลาสติกแบบ PE หรือ Polyethylene (โพลีเอทิลีน) ซึ่งจะมีสีขาวขุ่น

ส่วนขวดพลาสติกแบบไม่มีสี หรือขวด PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากกว่า ที่คนไทยรู้จักดีนั้น สามารถเก็บน้ำและวางไว้ในรถได้ แม้จะตากแดดร้อนๆ ก็ตาม …

โดยมีงานวิจัยจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทดลองโดยซื้อตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกชนิด Polyethylene, Polyethylene Terephthalate, Polyethylene Polycarbonate และ Polyvinyl Chloride ที่จําหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ต จํานวน 18 ยี่ห้อ และนําไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน

จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่ม Dionxin จํานวน 17 ตัว และ PCB จํานวน 18 ตัว โดยใช้เทคนิคขั้นสูง Isotope Dilution และวัดปริมาณด้วยเครื่องมือ High Resolution Gas Chromatography/High Resolution Mass Spectrometry ผลการวิเคราะห์สรุปว่า ตรวจไม่พบ สารประกอบกลุ่ม Dionxin และ PCB ในทุกตัวอย่าง

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

สรุปว่า ขวดน้ำพลาสติกที่เก็บในรถตอนแดดร้อนๆ นั้น ไม่ได้อันตรายหรือเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เพราะขวด PET ก็สามารถเก็บน้ำไว้ได้นาน (แต่ไม่ใช่ตากแดดทั้งวันเป็นปีนะ) โดยมาตรฐานของขวด PET ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ว่าต้องทนต่อความร้อนจัด ตั้งแต่ 60’C ถึง 95’C

ซึ่งการออกแบบขวดน้ำพลาสติกเหล่านี้ แม้ว่าจุดประสงค์หลักคือการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งก็ตาม ถ้าหากจะใช้ซ้ำต้องล้างให้สะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง ก่อนนำมาใช้งานใหม่ได้ แต่การล้างปากขวดนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการใช้หลายๆ ครั้ง ถ้าล้างปากขวดไม่สะอาดอาจกลายเป็นที่สะสมเชื้อโรคได้!

แหล่งที่มาจาก:

Mazda-Annual-Sales-Volume-In-Thailand

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประจำปี 2562 ที่ผ่านมา ยอดขายพุ่งสูงสุดเกือบ 6 หมื่นคัน Mazda2 (มาสด้า2) ยังคว้าแชมป์สองปีติดต่อกัน

มั่นใจปี 2563 ตลาดรถยนต์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เน้นการบริหารงานแบบครบวงจร เตรียมเสริมทัพรถใหม่อีกเพียบ ทั้งรถเก๋ง รถอเนกประสงค์ รถครอสโอเวอร์ Mazda CX-30 และรถปิกอัพ รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

มั่นใจปีนี้ยอดขายมากกว่า 60,000 คัน และครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 6%

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อไปถอยรถ Mazda รุ่นใหม่ๆ ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายคันเก่ากับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมา ถูกคาดการณ์ว่ายอดรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2561 ซึ่งมียอดรวมอยู่ที่ 1.04 ล้านคัน แม้จะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเข้ามากระทบ แต่ท้ายที่สุดตัวเลขรวมก็ทะลุ 1 ล้านคัน (ประมาณการ) ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

All-New-Mazda-CX-8-2019

ในส่วนของมาสด้าสามารถบรรลุยอดขายรวมได้สูงถึง 58,129 คัน ลดลงประมาณ 17.5% และครองส่วนแบ่งการตลาด 5.8% แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 46,704 คัน รถอเนกประสงค์จำนวน 5,736 คัน โดยเฉพาะการเปิดตัว CX-8 Crossover 7 ที่นั่ง ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าแบบครอบครัวจนสร้างกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า รวมทั้งรถปิกอัพจำนวน 5,664 คัน และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 25 คัน

เนื่องจากตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมามีการแข่งขันที่สูงมาก แม้ว่ามาสด้าจะส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาดถึง 6 รุ่น แต่ทั้งหมดอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่กลับทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สาเหตุสำคัญเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อตัวโปรดักซ์ทุกรุ่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมในทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียมที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี

ส่งผลให้ยอดขายรวมทะลุถึง 58,129 คัน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 5.8%

All-New-Mazda-CX-8-2019

“ภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2.5% โดยรวมต้องบอกว่า “ดีขึ้น” แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ปัจจัยสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ไปได้ด้วยดี แต่ก็ใช้เวลานานกว่าที่จะจัดการแต่งตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้โครงการสำคัญๆ ชะลอออกไป ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงไม่มีกลไกมาช่วยส่งเสริม”

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.8 – 3.0% ค่าเงินและเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ หากค่าเงินบาทเฉลี่ยที่ 30/ดอลลาร์ฯ ในปีนี้จะกระทบสินค้าเกษตร รถยนต์ และท่องเที่ยว การผลิตอาจลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน ด้านการท่องเที่ยว ปัญหานักท่องเที่ยวที่ลดลงจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะประเทศไทยยังถือเป็นประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหลัก จากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อาเซียน รวมทั้งจากไทยเที่ยวไทย

The-All-New-Mazda3-2019

ประเด็นทางเศรษฐกิจไทย ปี 2563 จำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ รัฐต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและการคลัง การลงทุนโครงการของภาครัฐคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง อาทิ ท่าอากาศยาน ทางหลวงพิเศษ รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าในเมือง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ สถานการณ์ทางการเมืองของไทยและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงส่งผลมาถึงเศรษฐกิจไทย ส่วนปัญหาภัยแล้ง อาจกระทบภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในห่วงโซ่ แต่จะส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดมีแนวโน้มดีขึ้น

Mazda2-2020

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2562 ยอดขายรวมทะลุ 1 ล้านคัน และที่สำคัญ มาสด้า2 ครองแชมป์เบอร์หนึ่งและตลาดรวมรถยนต์เก๋งมาสด้าครองอันดับ 3 อย่างถาวร ก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของ B Car และ Eco Car เป็นปีที่สองติดต่อกัน

ล่าสุดการปรับโฉมของ New Mazda2 จะส่งผลให้มาสด้ายังคงรักษาแชมป์ในเซกเม้นต์นี้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับคู่แข่งรอบด้าน

ดังนั้น การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รถยนต์มาสด้า มียอดขายสะสมสูงถึง 2.6 แสนคัน ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี เท่านั้น

The-All-New-Mazda3-2019

สำหรับปี 2563 มาสด้ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการสื่อสารวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom 2030 โดยยังคงเน้นเรื่อง “ความสนุกในการขับขี่” หรือ “Joy of Driving” ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เราไม่เคยเปลี่ยน

โดยในปีนี้ Mazda Motor Corporation กำลังจะครบ 100 ปี ในวันที่ 30 มกราคม นี้ และทาง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เตรียมจัดกิจกรรมไปพร้อมกันกับมาสด้าทั่วโลกตลอดทั้งปี 2020 และแน่นอนว่าเรากำลังเตรียมงานสำคัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกัน

นโยบายเกี่ยวกับผู้จำหน่าย การปรับปรุงโชว์รูมทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จ 100% ภายในปีงบประมาณ 2562 นี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายจะถูกยึดถือเป็นนโยบายหลักเพื่อให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศดำเนินการ ทุกคนต้องออกไปเจอลูกค้าด้วยตัวเอง เน้นสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง และดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด

ด้านผลิตภัณฑ์ ปี 2563 เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Crossover SUV และครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ และรถปิกอัพ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า ทั้งกลุ่มคนโสด คู่สมรส และกลุ่มครอบครัว ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้านอะไหล่และการขนส่ง มาสด้าปรับปรุงทั้งคุณภาพและราคาจนสามารถใกล้เคียงกับตลาด หรือบางชิ้นส่วนมีราคาที่ต่ำกว่าตลาด ด้านการจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการ มีบริการจัดส่ง 2 รอบต่อวัน สำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด 1 รอบต่อวัน

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2562 เปรียบเทียบกับปี 2561

ข้อมูลการขายรถ มกราคม – ธันวาคม 2561 มกราคม – ธันวาคม 2562 % เปลี่ยนแปลง
มาสด้า2 45,972 41,987 – 8.6
มาสด้า3 5,255 4,717 – 10.2
มาสด้า CX-3 3,536 1,971 – 44.2
มาสด้า CX-5 8,184 3,020 – 63.0
มาสด้า CX-8 n/a 745 n/a
มาสด้า BT-50 โปร 7,498 5,664 – 24.4
มาสด้า MX-5 30 25 – 16.6
ยอดรวม 70,475 58,129 – 17.5
Bangkok-International-Motor-Show-2020

Motor Show 2020 – “Inspiration Unlocks The Future – แรงบันดาลใจ”

Motor-Show-2020

“Motor Show 2020” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41) หรือ The 41th Bangkok International Motor Show 2020 ภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจ” หรือ “Inspiration Unlocks The Future” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2020 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ในปีนี้ มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ และแบรนด์รถจักรยานยนต์มาร่วมมากมาย พร้อมด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงานไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ที่จะถูกนำมาจัดแสดงจากหลายค่าย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านยานยนต์ในอนาคต

Bangkok-Motorshow-2019-Logo

กำหนดการจัดงาน

– รอบ VIP (VIP Day) วันที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 12.00 – 20.00 น.
– รอบสื่อมวลชน (Press Day) วันที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 9.59 – 18.00 น.
– รอบบุคคลทั่วไป (Public Day) วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
บัตรเข้าชมงาน ราคา 100 บาท