Play-Mobile-Phone-Near-Sighted

ทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่ยากจะปฏิเสธว่า แทบทุกคนต้องมีโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟนใช้ ซึ่งการใช้งานก็หลากหลายสารพัด บางคนใช้เพื่อธุรกิจ บางคนใช้เพื่อความบันเทิง หรือใช้เล่นเกมส์เป็นหลักก็มี ซึ่งบางคนติดมือถือมาก ละห่างนานเกินนาทีไม่ได้เลย

ไม่เว้นแม้กระทั่งก่อนนอน ก็ยังเล่นโทรศัพท์ในที่มืด ซึ่งทำให้เกิดความไม่สบายตามากกว่าการเล่นขณะเปิดไฟ เพราะต้องเพ่งมากกว่าปกติ และมีแสงสะท้อนเข้าตามากกว่าปกติ ทำให้ตาล้ามากขึ้น

แต่ก็มักจะมีคำถามมาเสมอๆ ว่า เล่นมือถือ สายตาสั้น อันนี้จริงหรือไม่? CARRO มีคำตอบมาฝากกันครับ

Play-Mobile-Phone-Near-Sighted

นายแพทย์เอกเทศ ชันซื่อ ผู้อำนวยการแพทย์ และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธีเลสิค และ ReLEx ให้คำแนะนำว่า คนที่เล่นมือถือ สายตาสั้น “สำหรับผู้ใหญ่ ไม่มีหลักฐาน แต่สำหรับเด็ก อาจมีผล”

ในผู้ใหญ่ ไม่มีข้อสรุปทางด้านวิทยาศาสตร์ที่บอกได้ชัดเจน 100% ว่าการใช้สายตาเยอะๆ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของสายตาโดยถาวรขึ้นมาได้ อาจมีสายตาสั้นแบบชั่วคราวเพิ่มขึ้นมาได้จากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ หรือการเพ่ง เรียกว่า Accommodative Spasm ซึ่งหากได้พักสายตา อาการเกร็งนี้จะค่อยๆ หายไป ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า Accommodative Spasm จะทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นโดยถาวร

แต่ในเด็ก การเล่นมือถืออาจมีผล การวิจัยสรุปได้ว่าเด็กที่ชอบใช้เวลาทำกิจกรรม Outdoors มีโอกาสเสี่ยงที่จะสายตาสั้นน้อยกว่าเด็กที่อยู่แต่ Indoors

อย่างไรก็ตาม การใช้สายตานาน ควรจะแบ่งย่อยเป็นช่วงสั้นๆ ต่อเนื่องกัน อย่างเช่น ทุกๆ 20 นาที นั่งพักมองไปไกลๆ หรือว่าหลับตาสัก 20 วินาที

Play-Mobile-Phone-Near-Sighted

ด้านนายแพทย์ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี กล่าวว่า ปัญหาสายตาที่น่าห่วงขณะนี้ เป็นปัญหาจากการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ประชาชนใช้สายตาในเรื่องนี้มาก

โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เด็กจะใช้สายตามาก จะทำให้สายตาสั้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งสั้นเทียม หรือสั้นชั่วคราวและสั้นถาวร โดยอัตราการเกิดปัญหาสายตาสั้นขณะนี้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว ส่วนกลุ่มที่อายุเกิน 15 ปี จะไม่มีปัญหาสายตาสั้นเทียม แต่จะเกิดปัญหา เมื่อยล้า แสบตา ตาแห้ง มีอาการปวดศีรษะ หรือทำให้อาการปวดศีรษะไมเกรนกำเริบ

หากเป็นผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยทำงาน ตามปกติสายตาจะเริ่มยาว หากใช้สายตามากกว่าปกติ จะเกิดอาการเมื่อยล้า ปวดตา ตาแดง แสบตามากขึ้น และสำหรับวัยหลังเกษียณ การเล่นไลน์ หรือคอมพิวเตอร์มาก จะมีอาการแสบตา ตาแห้ง ปวดตา อาการจะเป็นมากกว่าผู้ที่อายุน้อย เนื่องมาจากความเสื่อมการทำงานของอวัยวะที่เกิดตามวัย

การใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตอย่างถูกวิธี มีข้อแนะนำดังนี้

1. พักสายตาทุก 30 นาที

2. กระพริบตาให้ได้ 4-6 ครั้ง/นาที ไม่ฝืนอ่านตัวอักษรที่มีขนาดเล็กมากจนเกินไป

3. เว้นระยะห่างจากหน้าจอประมาณ 30-40 เซนติเมตร

4. ปรับความสว่างของหน้าจอให้พอดีไม่มืดเกินไปหรือสว่างเกินไป

5. ไม่ใช้งานมือถือหากอยู่บนพาหนะที่มีความสั่นไหวทำให้มองจอได้ยาก

6. อากาศแห้งไม่ควรใช้สายตานานจนเกินไป และหากอยู่ในช่วงพักผ่อน ควรหาโอกาสทำสิ่งอื่นนอกจากเล่นมือถือ เพื่อลดการจ้องมองจอ เป็นต้น

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิมในเวลานี้ เอารถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี ได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก:

Trick-To-Prevention-Covid-19-From-Bus

แม้ว่าในสถานการณ์นี้ ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในไทยกำลังเริ่มซาลงแล้ว แต่หลายคนยังต้องปฏิบัติตัวให้รับกับ “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” กันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distrancing) รวมไปถึง อยู่บ้าน ลดเชื้อ เพื่อชาติ ก็ตาม

แต่บางคนก็ยังต้องออกไปทำงานนอกบ้านทุกวัน เนื่องจากงานหลายอย่างอาจทำที่บ้านไม่ได้ ยิ่งระบบขนส่งมวลชนบ้านเรา ถ้าอย่างรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้า MRT ก็ยังมั่นใจในเรื่องความสะอาดได้ แต่ระบบขนส่งมวลชนอย่าง รถเมล์ ขสมก. รถร่วมบริการ หรือรถสองแถว ก็อาจจะต้องระมัดระวังในการสัมผัสกันหน่อย

MR.CARRO มีเคล็ดลับในการใช้บริการรถเมล์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ติดโควิด-19 มาฝาก …

Trick-To-Prevention-Covid-19-From-Bus

1. คนขับรถเมล์ / กระเป๋ารถเมล์

– คนขับรถเมล์ และกระเป๋ารถเมล์ ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดการให้บริการ
– คนขับที่มีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม ห้ามขับรถเด็ดขาด และกักตัวที่บ้านเพื่อดูอาการ
– คนขับรถเมล์ สามารถปฏิเสธผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยไม่ให้ขึ้นได้

2. ตัวรถเมล์ รถสองแถว

– จัดที่นั่ง หรือเว้นระยะการยืนของผู้โดยสารอย่างน้อย 1-2 เมตร ตาม Social Distrancing
– จัดให้มีเจล แอลกอฮอล์ ประจำรถ และทำความสะอาดรถทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังให้บริการ
– เมื่อหยุดพักรถ ให้เปิดประตูและหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศภายในรถ

Trick-To-Prevention-Covid-19-From-Bus

3. ผู้โดยสาร

– สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตลอดการเดินทาง
– นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
– ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ
– ขอความร่วมมือในการงดคุยโทรศัพท์
– เมื่อสัมผัสราวจับ ประตู ตัวถังรถ เบาะ อย่าลืมเอามือไปคุ้ยแกะแกะเกาบริเวณใบหน้าก็แล้วกัน

และนี่ก็คือวิธีปฏิบัติตัวเองอย่างง่ายๆ ที่สามารถทำได้เลย ตลอดการขึ้นรถเมล์ หรือรถสองแถว แค่นี้คุณก็ปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 แล้วล่ะครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้ในช่วงโควิด-19 ระบาด หรืออยากซื้อรถคันใหม่ ไว้เดินทางเป็นการส่วนตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากโควิด-19 CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

Automakers-In-Thailand-Fight-Covid-19

แม้ว่าเวลานี้ ไวรัส “โควิด-19” ยังคงระบาดและสร้างความเสียหายให้กับชาวโลกอย่างต่อเนื่อง และระบาดใหม่ในไทยอีกระลอกในช่วงปลายปี 2563 นี้ จนต้องหาทางจัดการด้วยหลายวิธี เพื่อลดยอดผู้ป่วยสะสมให้ได้มากที่สุด รวมถึงลดภาระของแพทย์และพยาบาลให้ได้มากที่สุด การ์ดอย่าตกนะจ๊ะ การ์ดอย่าตก!

“รถยนต์” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ถ้าการดูแลรักษาหรือการใช้งานไม่สะอาดพอ เหล่าค่ายรถยนต์ รวมถึงดีลเลอร์รถยนต์ ผู้จำหน่ายรถอิสระ และศูนย์ฟาสต์ฟิตต่างๆ ในไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ – อบโอโซน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่จะมีค่ายไหนที่ให้บริการ “ฟรี” บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้อ่านกันแล้วครับ.

https://www.toyota.co.th/media/news/gallery/87084f1da657ea47b67bedea6fa8ce5a2f4bc8ac.jpg

Toyota

Toyota (โตโยต้า) ได้เล็งเห็นความสำคัญด้านสุขอนามัยจากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบใหม่ รวมถึงเป็นการตอกย้ำความมั่นใจแก่ลูกค้า ทางบริษัทฯ มีการกำชับในการจัดการมาตรการการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเปิดให้บริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 471 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 – 31 มกราคม 2564

ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการบริการลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการเพิ่มกระบวนการฆ่าเชื้อโรคฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

1. การนัดหมายคอลเซ็นเตอร์ จะแจ้งเงื่อนไขการคัดกรองลูกค้าและมาตรการดูแลรักษาความสะอาดภายในศูนย์บริการฯ เพื่อทำความเข้าใจและความสะดวกของลูกค้า

2. เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองเบื้องต้น

3. เจ้าหน้าที่รับรถเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติงาน

4. สร้างความมั่นใจลูกค้าขณะนั่งรอภายในศูนย์บริการโตโยต้า ด้วยมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้นภายในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ

5. หลังการซ่อมรถยนต์ เพิ่มมาตรการการทำความสะอาดรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกจุดก่อนการส่งมอบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งลูกค้าโตโยต้าและรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-386-2000 หรือโทรนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการฯของผู้แทนจำหน่ายฯ ใกล้บ้าน ได้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 – 31 มกราคม 2564

โควิด-19

K. Motors

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยกทัพทีมงานคุณภาพ มอบบริการฆ่าเชื้อโรคในรถ ฟรี!! สำหรับรถทุกยี่ห้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 ตั้งแต่ 22 ธ.ค. 2563 – 31 ม.ค. 2564 เท่านั้น ลูกค้าที่สนใจเพียงนัดหมายล่วงหน้าที่ Call Center : 02-662-6555 หรือ m.me/toyotak.motors

สำหรับลูกค้าที่อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการนัดหมายล่วงหน้าสามารถโทรติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-662-6555 หรือ Inbox เข้ามาในเพจ www.facebook.com/toyotakmotors ทางเจ้าหน้าที่ของเราจะรีบดำเนินการติดต่อกลับ เพื่อยืนยันวันนัดหมายโดยเร็วที่สุด ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น เพราะศูนย์บริการของเค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขา มีครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลเลยทีเดียวครับ

เราจะฝ่าวิกฤติ โควิด-19 ไปด้วยกันครับ สู้สู้กันนะครับทุกคนนนน

โควิด-19

สแกน QR CODE เพื่อทำการนัดหมาย

Mitsubishi

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) จัดโครงการ “เราดูแล…คุณแค่ขับ” ลูกค้ามิตซูบิชิสามารถนำรถยนต์มิตซูบิชิเข้ารับบริการ พ่นฆ่าเชื้อไวรัสห้องโดยสารฟรี โดยน้ำยานี้ไม่ทำอันตรายต่อพื้นผิวในห้องโดยสารและไม่ติดไฟ

  • ฆ่าเชื้อไวรัส ด้วยน้ำยา Netbiokem DSAM
  • Hospital grade disinfectant และถูกใช้อยู่ในนานาประเทศมากกว่า 150 ประเทศ
  • ผ่านการรองรับตามมาตรฐานของทางยุโรป EN 14476
  • ใช้ฆ่าเชื้อในห้องโดยสารของหลายๆ สายการบินชั้นนำของโลก
  • ไม่เป็นอันตรายต่อพื้นผิวในห้องโดยสาร
  • ไม่ติดไฟ
  • ไม่เป็นพิษ

สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

Proclean

เนื่องจากปัจจุบัน สถานการณ์ โควิด-19 ยังไม่หายไปจากประเทศเรา 100% ทางโปรคลีนจึงมีมาตรการป้องกันเชื้อโรคนี้ โดยยินดีที่จะ อบโอโซนพร้อมพ่นฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำยา HOCI ฟรี ให้กับลูกค้าและผู้ที่เดินทางเข้ามาในห้าง ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ สามารถขายคันเดิมกับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

เป็นที่ทราบกันว่า วิกฤตโควิด-19 กำลังรุมเร้าผ้คนในยุโรปอย่างหนัก หนึ่งในนั้นคือประเทศอิตาลี ที่เกิดปัญหากับระบบสาธารณสุขอย่างหนักจนมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตนับพันคน แม้แต่ธุรกิจต่างๆ ก็ได้ผลกระทบอย่างย่อยยับ

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

ไม่เว้นแม้แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Supercar อย่าง Lamborghini (ลัมโบร์กีนี) ที่มีโรงงานอยู่ใน Sant’Agata เมืองโบโลญญ่า (Bologna) ประเทศอิตาลี ก็ยังได้รับผลกระทบเข้าไปเต็มๆ จน Stefano Domenicali CEO ของ Lamborghini ต้องยุติสายการผลิตรถชั่วคราว แล้วหันมาผลิตหน้ากากอนามัยแทน นอกจากนี้ยังผลิต Face Shield เพื่อมอบให้โรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi ในโบโลญญ่า ไว้ให้แพทย์และพยาบาลสู้กับวิกฤติไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

โดยให้พนักงานที่เคยทำงานตัดเย็บเบาะนั่งในห้องโดยสารรถซูเปอร์คาร์ Lamborghini ใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญในการผลิตหน้ากากอนามัยได้ประมาณ 1,000 ชิ้นต่อวัน และ Face Shield ที่ผลิตจาก Plexiglass อีก 200 ชิ้นต่อวัน เพื่อที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขของอิตาลี จะได้มีอุปกรณ์ไว้ป้องกันตัวกันมากขึ้น

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

DIY-Hand-Sanitizer

การระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายมหาศาลไปทั่วโลกแล้ว ยังกระทบไปถึงกิจการห้างร้านต่างๆ มากมาย ที่ล้มกันไปเป็นแถบๆ อีกทั้งยังสร้างความหวาดระแวงต่อตัวบุคคลไปด้วยว่า ฉันจะติดโควิด-19 หรือเปล่า?

แต่ท่ามกลางวิกฤต ก็ยังมีโอกาสสำหรับสินค้าบางอย่าง เช่น แอลกฮอลล์ เจลล้างมือ เครื่องวัดไข้แบบพกพา หรือหน้ากากอนามัย ที่ขายดีชนิดว่าผลิตมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย จนขาดตลาดหาซื้อไม่ได้ หรือไม่ก็ถูกปั่นราคาขึ้นไปจนสูงมาก

เพื่อช่วยประหยัดและลดรายจ่าย MR.CARRO ขอนำคำแนะนำดีๆ จาก WHO ที่เผยวิธีทำ “เจลล้างมือ” แบบง่ายๆ จากสูตรขององค์การอนามัยโลก (WHO) ไว้ทำเองกันที่บ้านครับ

โดยคู่มือที่ WHO ให้ไว้นี้ สามารถทำเจลล้างมือได้ 10 ลิตร ซึ่งใครที่ต้องการทำน้อยลง ก็สามารถลดปริมาณส่วนผสมต่างๆ ลง ได้ตามสัดส่วน

ส่วนผสมได้แก่:

เอธานอลแอลกอฮอล์ 96% – 8,333 มิลลิลิตร
ไฮโดรเจนเพอรอกไซด์ – 417 มิลลิลิตร
กลีเซอรอล 98% – 145 มิลลิลิตร

วิธีทำ:

1. เทเอธานอลแอลกอฮอล์ลงในถังหรือขวดขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุของเหลวได้ 10 ลิตร

2. เติมไฮโดรเจนเพอรอกไซด์

3. เติมกลีเซอรอลลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดความเหนียว

4. เติมน้ำที่ผ่านการต้มและทิ้งไว้จนเย็นแล้ว ลงไปให้ถึง 10 ลิตร จากนั้นผสมให้เข้ากัน

องค์การอนามัยโลกระบุว่า เจลล้างมือที่ทำตามวิธีนี้ ได้รับการทดสอบในหลายประเทศแล้วว่าใช้ได้ผลจริง โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้ตาม Link นี้ https://www.who.int/gpsc/5may/Guide_to_Local_Production.pdf

Prevent-Covid-19-Virus-In-Coin-And-Banknote

นับตั้งแต่ “ไวรัส COVID-19 (โควิด-19)” ระบาด จุดเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ที่เริ่มมีคนติดเชื้อกันตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2562 มาจนถึงปัจจุบัน มีเชื้อร้ายนี้กระจายไปแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อนับแสนคน รวมถึงผู้เสียชีวิตหลายพันคนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้อย่างง่ายๆ ด้วย ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลทั้งในด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ รวมไปถึงการจัดงานต่างๆ ทั่วโลก!

และในประเทศไทยเอง ก็มีการป้องกันอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าหลายหน่วยงานก็มีมาตรการอันเข้มงวด ทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ มีบริการเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย หรือธนาคารบางแห่ง ประกาศหยุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชั่วคราว อย่างไม่มีกำหนด

แต่ “ธนบัตร” หรือ “แบงค์” รวมไปถึง “เหรียญ” ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันจะปลอดภัยหรือเปล่า? จับมาแล้วไม่รู้กี่มือ ธนบัตรบางใบทั้งเก่า ดำ กระดาษเปื่อยเลยก็มี! ซึ่งทาง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ยังเผยว่า ไวรัส COVID-19 สามารถแพร่ผ่านธนบัตรได้!

MR.CARRO ขอนำคำแนะนำจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย กับ 5 วิธีป้องกันไวรัส COVID-19 หลังจับเหรียญและธนบัตร มาฝากทุกท่านครับ

Prevent-Covid-19-Virus-In-Coin-And-Banknote

1. ล้างมือทุกครั้ง หลังจับเหรียญและธนบัตร

“มือ” คือจุดสำคัญที่สุดในการรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อย่างลืมล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

2. เอาธนบัตร หรือเหรียญไปตากแดด

ถ้ามีเวลาหน่อย นำธนบัตรไปผึ่งที่แดดจัดและอากาศถ่ายเท เพื่อฆ่าเชื้อโรค

3. แอลกฮอลล์ 70% เช็ดธนบัตร หรือเหรียญ

เช็ดธนบัตร ด้วยผ้าหมาดที่ชุบแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งไม่ทำให้เนื้อกระดาษถูกทำลาย

4. อย่าพับ อย่ากรีดธนบัตร

ไม่พับ หรือกรีดธนบัตร เนื่องจากรอยพับเหล่านี้ เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก และอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี

5. นำธนบัตรเก่า ไปแลกที่ธนาคาร

หากพบว่าธนบัตรมีสภาพเก่า หรือสกปรกมาก สามารถนำธนบัตรเหล่านี้ไปแลกที่ธนาคาร แล้วนำธนบัตรใหม่มาใช้ (โดยทางธนาคารจะส่งธนบัตรเก่าที่ชำรุด ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทำลาย และผลิตธนบัตรใหม่หมุนเวียนออกมาทดแทน)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

ด้าน “รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ใน Fanpage “อ๋อ มันอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ตอบคำถามเรื่องเชื้อโคโรน่าไวรัส อยู่บนธนบัตรได้นาน 9 วัน จริงหรือ?

โดยอาจารย์เจษฏ์ ยังไม่มีความชัดเจนว่าเชื้อโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2019 จะอยู่บนธนบัตรได้นานกี่วัน แต่โดยผลการวิจัยของ ศ.กุนเทอร์ คัมป์ฟ จาก University Medicine Greifswald ประเทศเยอรมนี ก็ใช้เชื้อไวรัสตระกูล Corona ที่ใกล้เคียงกันอย่างโรค SARS และ MERS สามารถอยู่บนพื้นผิวต่างๆ เช่น โลหะ แก้ว และพลาสติก ได้นานหลายวันจนอาจถึง 9 วัน ขณะที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีชีวิตบนพื้นผิวได้เพียง 48 ชั่วโมง

อีกทั้งมีผู้ Comment สอบถามว่าใช้หลอดไฟ UVC ส่องไปที่ธนบัตรได้หรือไม่ อาจารย์เจษฏ์บอกว่า ส่องแค่นาที ก็ฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ต้องระวังด้วย เพราะแสงเป็นอันตรายต่อร่างกายของคน

และที่สำคัญ อย่าลืม … “กินร้อน ช้อนกู ต่างคนต่างอยู่ ห่างกู 2 เมตร” นะครับ จะได้ป้องกัน และห่างไกลจากไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ครับ!

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร มีแดดร้อนแดดจ้ากันตลอดทั้งปี แต่ในช่วงหน้าร้อนตอนนี้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าช่วงสายๆ เที่ยงๆ บ่ายๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาประมาณ 10.00-16.00 น. บ้านเราแดดแรงเป็นพิเศษ ย่อมส่งผลต่อสายตาของคนเราโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในแสงแดดมีรังสี UV A และรังสี UV B (หรือ Ultraviolet) ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อผิวพรรณ เกิดมะเร็งผิวหนัง และทำให้สายตาเสื่อมสภาพ เป็นต้อลม ต้องเนื้อ ต้อกระจก ได้เร็วขึ้น

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

ถึงแม้ว่าในรถยนต์รุ่นแพงๆ หลายรุ่น นับตั้งแต่ยุค 2000 เป็นต้นมา กระจกรถยนต์จะผลิตออกมาเป็นแบบ “UV Cut” ซึ่งเป็นกระจกที่ผ่านการ Coding UV (ตัดแสงยูวี) ได้ หรือฟิล์มกรองแสงแพงๆ หลายรุ่น ก็สามารถป้องกันรังสี UV ได้ แต่การที่คุณจำเป็นที่จะต้องขับรถกันทั้งวัน หรือขับรถในช่วงที่ต้องเจอแดดจ้าๆ แยงตาตลอด การเลือกแว่นกันแดดที่เหมาะสม ก็น่าจะช่วยถนอมสายตาของคุณได้ดีมากยิ่งขึ้น

MR. CARRO จะขอแนะนำ 3 วิธี เลือกแว่นกันแดด ที่เหมาะกับสายตาคุณเวลาขับรถ ว่ามีวิธีเลือกได้อย่างไรบ้าง..

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

1. เลือกแว่นกันแดดที่เหมาะสม

ถ้าต้องขับรถเจอแดดจ้าๆ บ่อยๆ ควรเลือกแว่นกันแดด ที่สามารถป้องกันรังสี UV ใยระดับความถี่ 400 Nanometer ได้ ซึ่งเลนส์ควรมีเคลือบสารกรองรังสี UV อาจจะเป็นแบบสีต่างๆ เช่น สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีเขียว สีแดง หรือสีชา ส่วนระดับความเข้ม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน

ตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า เลนส์แว่นกันแดดที่ดีนั้นควรป้องกันรังสี UV ได้ 95% เป็นอย่างน้อยของ UV A และป้องกันได้ 99% เป็นอย่างน้อยของ UV B

รวมไปถึงการเลือกแบบของแว่นกันแดด ควรเลือกให้เหมาะสมกับรูปหน้าด้วยนะครับ เช่น หน้าทรงกลม ควรเลือกใส่แว่นทรงรี ทรงเหลี่ยม ส่วนคนหน้าเหลี่ยม ควรเลือกใส่แว่นทรงกลม ทรงรี หรือแบบรูปโค้ง ถ้าคนหน้าทรงสามเหลี่ยมตั้ง กรอบแว่นด้านบนแบบกว้างและหนา ส่วนด้านล่างควรเป็นกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบโลหะ หรือจะเป็นแบบไม่มีกรอบเลยก็ได้

ส่วนรูปหน้าทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เหมาะกับกรอบแว่นทรงกลม ทรงรี และกรอบแบบที่ไม่มีขอบล่าง แต่หน้ารูปไข่นี้ดีหน่อย สามารถเลือกกรอบแว่นได้ทุกแบบ

แต่เดี๋ยวนี้มีแว่นกันแดดแฟชั่น ที่มีราคาถูกๆ ขายกันมากมายซึ่งผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ป้องกันรังสี UV ไม่ได้ และยังทำให้มองเห็นภาพที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมด้วย อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการปวดตา ปวดหัวขึ้นมาได้ จึงควรเลือกแว่นกันแดดที่ได้คุณภาพมาตรฐานนะครับ เช่น มีมาตรฐาน CE เป็นต้น

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

2. เลือกเลนส์ที่เหมาะสม

สำหรับแว่นกันแดดในปัจจุบันก็จะมีแบบเลนส์ต่างๆ ให้เลือกในปัจจุบัน นอกจากเลนส์แก้วและเลนส์พลาสติก อาทิ

เลนส์ CR39 เป็นเลนส์ชนิดพลาสติกที่ให้การมองเห็นที่ดี อีกทั้งนำไปย้อมสีเป็นแว่นกันแดดได้ด้วย และให้ภาพไม่หลอกตา ให้ความใสมากที่สุด ไม่เวียนหัว หรือปวดหัว และป้องกันรังสี UV ได้ 100% ทั้ง UV A และ UV B โดยเลนส์ชนิดนี้ ยังนิยมใช้ในเลนส์สายตาสั้น สายตาเอียง อีกด้วย แต่ก็มีน้ำหนักและต้องระวังแตกได้ง่าย

เลนส์ Polarized เป็นเลนส์ที่ตัดแสงแนวนอน (Glare หรือแสงฟรุ้ง) ลดความจ้า และการสะท้อนของแสง จากผิวถนนหรือผิวน้ำ จึงเหมาะสมกับท่านที่ชอบทำกิจกรรมแบบ Outdoor และเหมาะกับผู้ขับรถยนต์ เพราะช่วยลดแสงสะท้อนจากกระจกมองหลัง หรือแสงสะท้อนจากรถยนต์ที่วิ่งสวนมา

เลนส์ Photochromic เป็นเลนส์ใสที่เปลี่ยนสีตามความเข้มของ UV หรือความสว่างสีจะเปลี่ยนจากใสไปเข้ม เมื่ออยู่ในที่สว่างไปสักระยะหนึ่ง เหมาะสำหรับงานที่ใช้ในที่ร่มและกลางแจ้ง

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

3. สีของเลนส์ก็สำคัญ

ถ้าคุณเน้นการขับรถตอนกลางวันเป็นหลัก ควรเลือกแว่นกันแดดที่มีเลนส์สีเทา สีเขียว หรือสีน้ำตาล จะช่วยลดความสว่างจ้าของแสง และยังช่วยให้การมองเห็นเป็นไปตามปกติธรรมชาติ รู้สึกสบายตา ไม่ปวดตา หากขับรถในช่วงที่ท้องฟ้าขมุกขมัวมืดครึ้ม เลนส์สีเหลืองของแว่นจะช่วยลดความสว่างของแสง ทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้น

ถ้าคุณต้องการขับรถในตอนกลางคืน อาจจะใช้แว่นกันแดดเพื่อลดแสงไฟจากรถที่สวนมาแยงตา หรือไฟส่องทาง ควรใช้เลนส์สีฟ้าหรือสีเหลือง เนื่องจากเลนส์สีเหล่านี้จะช่วยป้องกันแสงสะท้อนได้

ควรเลือกกรอบแว่นที่แข็งแรงหน่อย กรอบอาจจะโค้งไปทางขมับ ที่เรียก Wraparound ทำให้ป้องกันแสงและลมฝุ่นได้กว้างกว่า และได้จากทุกทิศ และยังป้องกันดวงตาจากการแตกหักเวลาถูกกระแทกได้อีกด้วย ที่สำคัญ ตัวเลนส์ของแว่นต้องได้มาตรฐานด้วยนะครับ

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

5-Methods-To-Prevent-COVID-19

ในช่วงปี 2563 มานี้ ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตใหญ่ ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน แล้วแพร่หลายไปทั่วโลกอย่าง “โคโรนาไวรัส” หรือ “โควิด-19” สร้างความเสียหายให้กับสุขภาพ ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ ไปอย่างมหาศาลในทั่วโลก ซึ่งทุกคนก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ อย่าลืม Social Distrancing เว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันนะครับ

แต่สำหรับหลายอาชีพที่เลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้รถยนต์ทำงานทุกวัน (เช่น รถบริษัทส่งของ ส่งอาหาร) หรือรถยนต์สาธารณะอย่าง แท็กซี่มิเตอร์ รถโรงแรม หรือรถที่วิ่งรับคนผ่าน App จะมีวิธีป้องกันเชื้อโรค และไวรัสต่างๆ ได้อย่างไร?

MR.CARRO จะมาแนะนำวิธีป้องกัน “โควิด-19” ให้ปลอดภัยทั้งคนขับและผู้โดยสารครับ.

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

1. เจลล้างมือ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ถ้ารถของคุณเป็นรถที่ต้องใช้งานกันหลายๆ มือ หรือเป็นรถสาธารณะ ที่ต้องเน้นความสะอาดเป็นหลัก ก็ควรจะซื้อเจลล้างมือ หรือผ้าเช็ดมือ ติดรถไว้สักหน่อย เพื่อความสะอาดทั้งของคนขับเอง และทั้งมือของผู้โดยสารอีกด้วย พร้อมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ไว้สำหรับเช็ดในจุดที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ

2. เน้นทำความสะอาด

ช่วงนี้อาจจะต้องฟิตทำความสะอาดรถยนต์สักนิดนึง ถ้าหากว่ารถของคุณ เบาะนั่งเป็นแบบผ้าสักหลาด หรือแบบผ้ากำมะหยี่ และพรมปูพื้นที่ชอบอมฝุ่น ก็ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดตามซอกตามมุมต่างๆ ที่เข้าถึงได้ยาก หรือใช้เทปกาวเหนียวๆ แปะไปตามจุดต่างๆ ของเบาะนั่ง หรือพรม แล้วก็ดึงขึ้นมา หรือจะใช้ลูกกลิ้งกำจัดขน หรือแปรงปัดขนก็ย่อมได้

แต่ถ้าเป็นเบาะแบบหนังเทียม (เบาะไวนิล) หรือเบาะหนังแท้ ก็ให้เตรียมแปรงสีฟัน ผ้าขนหนู กับน้ำหรือผสมสบู่เหลวใส่ลงไปหน่อยก็ได้ พร้อมสเตคลีน หรือน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนัง (กรณีสกปรกมาก) บรรจงเช็ดลงบนเบาะให้สะอาด ก่อนจะซักผ้าที่เช็ด แล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดซ้ำลงไปอีกรอบ

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

3. หน้ากากอนามัย

เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้งานหลายคน หรือรถสาธารณะ มีการเปิดประตูเข้า-ออก หรือเปิดกระจกกันบ่อยๆ โอกาสที่ฝุ่นจากภายนอกรถ พร้อมเชื้อโรคก็มีโอกาสเข้ามาในรถได้เรื่อยๆ การติดหน้ากากอนามัยไว้ในรถ (และต้องใส่ให้ถูกวิธี ต้องให้ด้านที่เป็นสีอยู่ด้านนอก ให้บริเวณโครงลวดอยู่ด้านบนสันจมูก เพื่อปรับรูปหน้ากากให้เข้ากับใบหน้า)

นับเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่มี ซึ่งการใช้หน้ากากอนามัยทั่วไป ก็สามารถป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสได้แล้ว แต่เมื่อใส่แล้วก็ควรใส่ตลอด หากมีการถอดก็ควรเปลี่ยนชิ้นใหม่

4. เครื่องฟอกอากาศ

แม้ว่าระบบปรับอากาศในรถจะมีตัวกรองอากาศ หรือระบบฟอกอากาศต่างๆ ติดมาให้ แต่ในรถยนต์รุ่นเก่าๆ หรือรถรุ่นธรรมดา ระบบฟอกอากาศยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตั้งเพิ่มเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องขับรถกันทั้งวัน

ในตลาดปัจจุบัน ก็มีเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาจำหน่ายกันอยู่หลายเจ้า ซึ่งเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติน่าใช้งาน จะต้องกรองฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็ก หรือแบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ที่คายประจุลบได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ที่ลอยอยู่ในอากาศ สารประกอบอินทรีย์ระเหย รวมไปถึงควันบุหรี่ และละอองจากเกสรดอกไม้ได้ เป็นต้น

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

5. จอดรถตากแดด

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เร็วขึ้น ในสภาวะอุณหภูมิปกติ นั่นคือการ “จอดรถตากแดด” เพราะบ้านเราเป็นเมืองที่ร้อนกันตลอดทั้งปี การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ช่วยฆ่าเชื้อโรค ก็เป็นทางเลือกที่ดี

แต่ก็อย่าตากแดดกันทั้งวัน เพราะแทนที่จะฆ่าเชื้อโรค กลับกลายเป็นทำให้สีรถ หรือวัสดุภายในต่างๆ เสื่อม กรอบ หรือซีดเร็วขึ้น

เป็นอันว่า เมื่ออ่านจบแล้ว อย่าลืมนำไปลองปฏิบัติตามกันดูนะครับผม ส่วนใครที่กำลังมองหาที่รับซื้อรถมือสอง หรืออยากขายรถมือสอง อย่าลืมนึกถึง CARRO กันนะครับ

ในช่วง COVID-19 ระบาด ใครที่อยากขายรถ แต่ไม่อยากออกจากบ้าน นำรถไปตีราคาหลายๆ ที่ CARRO เรายินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่าแล้ว แต่ก็ยังมีคนพูดถึงกันอยู่เรื่อยๆ เป็นประจำ กับการที่ต้องเก็บขวดน้ำดื่มไว้ในรถ แล้วต้องจอดรถตากแดดทั้งวัน เจออากาศร้อนๆ อบเข้าไป …

ยิ่งมีข่าวจากเว็บ Clickbait คอยโพสกันอยู่เรื่อยว่าเมื่ออากาศร้อนมากๆ หรืออุณหภูมิสูงๆ จะมีสาร BPA (Bisphenol A) หรือสาร Dioxin ในพลาสติกจะออกมาปนเปื้อนกับในน้ำ เมื่อดื่มเข้าไปบ่อยๆ ส่งผลต่อความผิดปกติของพันธุกรรม และยังเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคมะเร็งได้

ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด! ในปัจจุบันก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด เกี่ยวกับสารเคมีต่างๆ ที่ละลายออกมาจากขวดพลาสติกที่ใส่น้ำ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

ปัจจุบัน ขวดน้ำพลาสติก นิยมทำจากพลาสติก 2 ชนิด ที่มีคุณสมบัติทนทาน มีน้ำหนักเบา เวลาขนส่งไม่แตกได้ง่าย คือ ขวดพลาสติกแบบ PE หรือ Polyethylene (โพลีเอทิลีน) ซึ่งจะมีสีขาวขุ่น

ส่วนขวดพลาสติกแบบไม่มีสี หรือขวด PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากกว่า ที่คนไทยรู้จักดีนั้น สามารถเก็บน้ำและวางไว้ในรถได้ แม้จะตากแดดร้อนๆ ก็ตาม …

โดยมีงานวิจัยจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทดลองโดยซื้อตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกชนิด Polyethylene, Polyethylene Terephthalate, Polyethylene Polycarbonate และ Polyvinyl Chloride ที่จําหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ต จํานวน 18 ยี่ห้อ และนําไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน

จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่ม Dionxin จํานวน 17 ตัว และ PCB จํานวน 18 ตัว โดยใช้เทคนิคขั้นสูง Isotope Dilution และวัดปริมาณด้วยเครื่องมือ High Resolution Gas Chromatography/High Resolution Mass Spectrometry ผลการวิเคราะห์สรุปว่า ตรวจไม่พบ สารประกอบกลุ่ม Dionxin และ PCB ในทุกตัวอย่าง

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

สรุปว่า ขวดน้ำพลาสติกที่เก็บในรถตอนแดดร้อนๆ นั้น ไม่ได้อันตรายหรือเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เพราะขวด PET ก็สามารถเก็บน้ำไว้ได้นาน (แต่ไม่ใช่ตากแดดทั้งวันเป็นปีนะ) โดยมาตรฐานของขวด PET ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ว่าต้องทนต่อความร้อนจัด ตั้งแต่ 60’C ถึง 95’C

ซึ่งการออกแบบขวดน้ำพลาสติกเหล่านี้ แม้ว่าจุดประสงค์หลักคือการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งก็ตาม ถ้าหากจะใช้ซ้ำต้องล้างให้สะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง ก่อนนำมาใช้งานใหม่ได้ แต่การล้างปากขวดนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการใช้หลายๆ ครั้ง ถ้าล้างปากขวดไม่สะอาดอาจกลายเป็นที่สะสมเชื้อโรคได้!

แหล่งที่มาจาก:

ดับกลิ่น “ทุเรียน” ในรถอย่างไรให้ได้ผล?

ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของทุเรียน เราจึงเริ่มเห็นทุเรียนตามท้องตลาด ตามสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ซึ่งทำให้ทุเรียนเลิฟเวอร์หลายคนทนไม่ไหว ต้องขับรถออกไปซื้อกันเลยทีเดียว แต่หลายคนก็เกิดอาการเซ็งเพราะไม่ชอบ “กลิ่น” ของทุเรียนที่รุนแรงและกำจัดได้ยาก ยิ่งถ้ากลิ่นติดอยู่ในรถยิ่งพาให้ปวดหัว ในวันนี้ Carro จึงมีวิธีที่จะช่วยดับกลิ่นทุเรียนในมาฝากผู้อ่านกัน


1. กาแฟ

ไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือสำเร็จรูป หรือเป็นกากกาแฟยิ่งดี (ขอได้ตามร้านกาแฟสดทั่วไป)  นำมาใส่ในกล่อง ไม่ต้องปิดฝา แล้วใส่ไว้ในรถ ประมาณ 2-3 วัน กาแฟจะช่วยดูดกลิ่นให้จางหายไป



2. ถ่านหุงข้าว

ทุเรียน-2-100

ถ่านหุงข้าว นับว่าเป็นวัตถุดิบที่ให้ประสิทธิภาพในการดับกลิ่นได้ดี เพียงนำถ่านสัก 3-4 ก้อน นำใส่กระป๋องแล้วใส่ไว้ในรถ ในตู้เย็น หรือในบ้านก็ได้ ถ่านจะช่วยลดกลิ่นทุเรียนได้ภายใน 2-3 วัน

 

3. ใบชา, ถุงชา

ทุเรียน3-100

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีฤทธิ์ช่วยสะกดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้ดีมาก เพียงใส่ใบชาลงไปในซองหรือกล่องพลาสติกเจาะรู หรือใช้ถุงชาที่ใช้แล้วก็ได้ ยิ่งใช้หลายๆ ซองยิ่งได้ผลไวขึ้น นำไปวางไว้ในรถ ทิ้งไว้สักพักหรือสัก 1 วัน จะช่วยบรรเทากลิ่นทุเรียนได้อย่างดี


4. ใบเตย

ทุเรียน4-100

คุณสามารถไปซื้อใบเตยที่พับเป็นดอกให้แล้วจากตลาด หรือถ้าที่บ้านมีต้นใบเตยก็เด็ดมาล้าง แล้วเอาพับหรือม้วนเป็นช่อ แล้ววางไว้ในรถ เพียง 1-2 วัน ก็จะไม่มีกลิ่นกวนใจในรถหลงเหลืออยู่

 

และนี่ก็คือวิธีดับกลิ่นทุเรียนอย่างง่ายๆ ที่ปลอดภัยต่อรถและสุขภาพ เพราะใช้แต่วัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยดับกลิ่น ไร้สารเคมีตกค้างในรถอย่างแน่นอน หรือถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก่อนนำทุเรียนขึ้นรถ ควรนำทุเรียนใส่กล่องมีฝาปิดมิดชิด หรือใส่ถุง 2 ชั้น แล้วปิดปากถุงอย่างแน่นหนา ก็จะช่วยไม่ให้กลิ่นกระจายไปทั่วรถได้ในระดับนึงค่ะ