Trick-To-Prevention-Covid-19-From-Bus

แม้ว่าในสถานการณ์นี้ ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในไทยกำลังเริ่มซาลงแล้ว แต่หลายคนยังต้องปฏิบัติตัวให้รับกับ “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” กันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distrancing) รวมไปถึง อยู่บ้าน ลดเชื้อ เพื่อชาติ ก็ตาม

แต่บางคนก็ยังต้องออกไปทำงานนอกบ้านทุกวัน เนื่องจากงานหลายอย่างอาจทำที่บ้านไม่ได้ ยิ่งระบบขนส่งมวลชนบ้านเรา ถ้าอย่างรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้า MRT ก็ยังมั่นใจในเรื่องความสะอาดได้ แต่ระบบขนส่งมวลชนอย่าง รถเมล์ ขสมก. รถร่วมบริการ หรือรถสองแถว ก็อาจจะต้องระมัดระวังในการสัมผัสกันหน่อย

MR.CARRO มีเคล็ดลับในการใช้บริการรถเมล์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ติดโควิด-19 มาฝาก …

Trick-To-Prevention-Covid-19-From-Bus

1. คนขับรถเมล์ / กระเป๋ารถเมล์

– คนขับรถเมล์ และกระเป๋ารถเมล์ ต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดการให้บริการ
– คนขับที่มีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม ห้ามขับรถเด็ดขาด และกักตัวที่บ้านเพื่อดูอาการ
– คนขับรถเมล์ สามารถปฏิเสธผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยไม่ให้ขึ้นได้

2. ตัวรถเมล์ รถสองแถว

– จัดที่นั่ง หรือเว้นระยะการยืนของผู้โดยสารอย่างน้อย 1-2 เมตร ตาม Social Distrancing
– จัดให้มีเจล แอลกอฮอล์ ประจำรถ และทำความสะอาดรถทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังให้บริการ
– เมื่อหยุดพักรถ ให้เปิดประตูและหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศภายในรถ

Trick-To-Prevention-Covid-19-From-Bus

3. ผู้โดยสาร

– สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตลอดการเดินทาง
– นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
– ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ
– ขอความร่วมมือในการงดคุยโทรศัพท์
– เมื่อสัมผัสราวจับ ประตู ตัวถังรถ เบาะ อย่าลืมเอามือไปคุ้ยแกะแกะเกาบริเวณใบหน้าก็แล้วกัน

และนี่ก็คือวิธีปฏิบัติตัวเองอย่างง่ายๆ ที่สามารถทำได้เลย ตลอดการขึ้นรถเมล์ หรือรถสองแถว แค่นี้คุณก็ปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 แล้วล่ะครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้ในช่วงโควิด-19 ระบาด หรืออยากซื้อรถคันใหม่ ไว้เดินทางเป็นการส่วนตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากโควิด-19 CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

Automakers-In-Thailand-Fight-Covid-19

แม้ว่าเวลานี้ ไวรัส “โควิด-19” ยังคงระบาดและสร้างความเสียหายให้กับชาวโลกอย่างต่อเนื่อง จนต้องหาทางจัดการด้วยหลายวิธี เพื่อลดยอดผู้ป่วยสะสมให้ได้มากที่สุด รวมถึงลดภาระของแพทย์และพยาบาลให้ได้มากที่สุด

“รถยนต์” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ถ้าการดูแลรักษาหรือการใช้งานไม่สะอาดพอ เหล่าค่ายรถยนต์ รวมถึงดีลเลอร์รถยนต์ ผู้จำหน่ายรถอิสระ และศูนย์ฟาสต์ฟิตต่างๆ ในไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ – อบโอโซน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่จะมีค่ายไหนที่ให้บริการ “ฟรี” บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้อ่านกันแล้วครับ.

Toyota

Toyota (โตโยต้า) มอบบริการดูแลทำความสะอาดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ลูกค้าที่นำรถยนต์โตโยต้าเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลทำความสะอาดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อลดความเสี่ยงของโควิด-19 ซึ่งบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคนั้นครอบคลุมถึงรถยนต์ทุกยี่ห้อที่สนใจ โดยสามารถทำการนัดหมายล่วงหน้ากับศูนย์บริการโตโยต้าใกล้บ้าน

ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการบริการลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการเพิ่มกระบวนการฆ่าเชื้อโรคฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

1. การนัดหมายคอลเซ็นเตอร์ จะแจ้งเงื่อนไขการคัดกรองลูกค้าและมาตรการดูแลรักษาความสะอาดภายในศูนย์บริการฯ เพื่อทำความเข้าใจและความสะดวกของลูกค้า

2. เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองเบื้องต้น

3. เจ้าหน้าที่รับรถเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติงาน

4. สร้างความมั่นใจลูกค้าขณะนั่งรอภายในศูนย์บริการโตโยต้า ด้วยมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้นภายในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ

5. หลังการซ่อมรถยนต์ เพิ่มมาตรการการทำความสะอาดรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกจุดก่อนการส่งมอบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งลูกค้าโตโยต้าและรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-386-2000 หรือโทรนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการฯของผู้แทนจำหน่ายฯ ใกล้บ้าน ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 30 เมษายน 2563

Suzuki

Suzuki (ซูซูกิ) ร่วมใจชวนลูกค้าลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด COVID-19 นำรถยนต์เข้ารับบริการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ฟรี!

เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจในงานบริการของเรา เราพร้อมดูแล สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับบริการซ่อม ตรวจเช็คระยะ หรือ ลูกค้าที่ต้องการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ ทางเรายินดีให้บริการทำความสะอาดฉีดพ่นฆ่าเชื้อให้ทุกคัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2563

ตรวจสอบรายชื่อโชว์รูมที่ให้บริการใกล้บ้านท่าน และสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ https://www.suzuki.co.th/th/newspromotion/detail-251.html

MG

MG (เอ็มจี) เปิดบริการรักษาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคภายในรถฟรีให้กับลูกค้าเอ็มจี และมอบส่วนลดค่าบริการ 50% สำหรับรถยนต์ทุกยี่ห้อ โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ หรือผ่านบริการ Mobile Service ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้

ฟรี บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค สำหรับลูกค้าเอ็มจีที่เข้ามารับบริการ ณ ศูนย์บริการรถยนต์เอ็มจี ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการปกติและลูกค้าที่ต้องการรับเฉพาะบริการฆ่าเชื้อโรค

ฟรี บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และค่าบริการนอกสถานที่* สำหรับลูกค้าเอ็มจีที่นัดหมายใช้บริการผ่านโมบายเซอร์วิส (Mobile Service)

ส่วนลด 50% ค่าบริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค สำหรับรถยนต์ต่างยี่ห้อที่นัดหมายนำรถเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการรถยนต์เอ็มจี

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์มอบบริการสำหรับลูกค้ารถยนต์เอ็มจีฟรี 1 ครั้งต่อคันเท่านั้น โดยผู้ที่สนใจเข้ารับบริการดังกล่าวจะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้ากับศูนย์บริการเอ็มจีใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ MG CALL CENTRE 1267 หรือทาง Line @MGThailand

*สงวนสิทธิ์ให้ค่าบริการนอกสถานที่ ฟรี 10 กิโลเมตรแรก สำหรับลูกค้าเอ็มจี ที่มียอดการใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาท ขี้นไปรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

MGC-ASIA ร่วมส่งแรงใจช่วยบุคลากรทางการแพทย์

MGC-ASIA

มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ในประเทศไทย และเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, เปอโยต์, ฮอนด้า และศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลกลุ่มบุคลากรที่นับว่ามีความสำคัญยิ่ง ในสถานการณ์ปัจจุบัน

BMW Millennium Auto และ MINI Millennium Auto

มิลเลนเนียม ออโต้ มอบสิทธิ์พิเศษ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ใช้รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ ทุกรุ่น

  • ฟรี! บริการรับ-ส่งรถ
  • ฟรี! บริการล้างแอร์และอบน้ำยาฆ่าเชื้อ มูลค่า 4,500 บาท
  • ส่วนลด 15% ค่าแรงและค่าอะไหล่ ได้แก่ น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ และไส้กรอง Fine Dust Filter
  • ส่วนลด 10% ค่าแรงและค่าอะไหล่อื่นๆ

PEUGEOT Lion Automobile

เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มอบสิทธิ์พิเศษ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ใช้รถยนต์ เปอโยต์ ทุกรุ่น

  • ฟรี! บริการรับ-ส่งรถ
  • ฟรี! บริการล้างแอร์และอบโอโซนฆ่าเชื้อ มูลค่า 3,900 บาท
  • ส่วนลด 10% ค่าแรงและค่าอะไหล่

SUMMIT Honda Automobile

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล หนึ่งในผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ใช้รถยนต์ ฮอนด้า ทุกรุ่น รวมถึงรถพยาบาล ด้วยบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในห้องโดยสารฟรี!

เพียงแสดงบัตรประจำตัวของหน่วยงาน ก็สามารถรับบริการได้ทันที ณ โชว์รูม ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทุกสาขา

MMS Bosch Car Service and Tire

เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร สำหรับรถยนต์ที่หมดระยะประกัน มอบบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นในห้องโดยสารฟรี! สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ใช้รถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ณ ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ทุกสาขา

สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายเข้ารับบริการ

BMW Millennium Auto และ MINI Millennium Auto โทร. 1286 Millennium Auto Connect

PEUGEOT Lion Automobile โทร. 02-022-1900

Summit Honda Automobile โทร. 1334 Summit Honda Connect

MMS Bosch Car Service and Tire โทร. 1800-999-777

KIA

KIA (เกีย) ประเทศไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อเพิ่มความอุ่นใจพร้อมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ด้วยบริการและโปรโมชั่นพิเศษขานรับนโยบาย Social Distancing ดังนี้

บริการ KIA Drive at Home* บริการนำรถยนต์เกียไปให้ลูกค้าได้ทดลองขับถึงที่บ้าน โดยลูกค้าที่ใช้บริการจะได้รับเจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือฟรีทันที (หรือจนกว่าสินค้าหมด) บริการ KIA Service from Home* บริการรับ-ส่งรถยนต์เกียมาเข้าตรวจสภาพที่ศูนย์บริการที่เข้าร่วมรายการ

โปรโมชั่นพิเศษ “ขับขี่อุ่นใจ ปลอด COVID-19 ไปกับ เกีย” สำหรับลูกค้าที่นำรถมาเข้ารับบริการทั้งที่มาที่ศูนย์บริการด้วยตนเอง และผ่านบริการ KIA Service from Home ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 31 พ.ค. 2563 นั้น จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

a ฟรี! การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 22 รายการ ด้วยเครื่องมือพิเศษ
b. ฟรี! บริการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียภายในรถ
c. ส่วนลด 10% ค่าอะไหล่ (ยกเว้นอะไหล่ราคา NET) และ น้ำมันเครื่อง Total
d. ส่วนลด 20% ค่าแบตเตอรี่

ETON Group

อีตั้น กรุ๊ป จึงได้จัดโปรแกรมบริการพิเศษ “ETON SERVICE SAVE CARE” (ใส่ใจรถ ห่วงใยคุณ) ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นการโปรโมชั่นเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ในช่วงสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยความห่วงใยรถทุกคันที่ซื้อจากอีตั้น กรุ๊ป พร้อมตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี 24 รายการ เพื่อให้คุณมั่นใจอีกขั้น

สำหรับลูกค้า ETON และ ETON Choice ท่านจะได้รับ

ฟรี! เข้าบริการอบโอโซน ประสิทธิภาพสูงฟรี! ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 24 รายการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านรถนำเข้า

สำหรับลูกค้าทั่วไป ท่านจะได้รับ

ส่วนลดพิเศษ บริการล้างตู้แอร์ พร้อมอบโอโซนในราคาพิเศษ ลดกว่า 30% รถขนาดเล็ก ราคาพิเศษ ลดเหลือเพียง 1,900 บาทรถขนาดใหญ่ ราคาพิเศษ ลดเหลือเพียง 3,800 บาทฟรี! ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 24 รายการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านรถนำเข้า

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วสำหรับลูกค้าในการเข้ารับบริการ ท่านที่สนใจสามารถโทรติดต่อ นัดหมายล่วงหน้า ได้ที่เบอร์ โทร. 02-789-9998 ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2563

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการของอีตั้น กรุ๊ป ทั้ง 3 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานใหญ่ศรีนครินทร์ สาขาเชียงใหม่ และสาขาขอนแก่น เปิดบริการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.30 น.

ออโต้วัน ด้วยความห่วงใย เนื่องด้วยวิกฤติ โควิด-19 บริการฆ่าเชื้อไวรัสในรถยนต์ ด้วยการอบโอโซน ฟรี

Auto1

Auto1 (ออโต้วัน) ศูนย์บริการฟาสต์ฟิตในเครือเซ็นทรัล มีบริการฆ่าเชื้อไวรัสในรถยนต์ ด้วยการอบโอโซน ฟรี 25 คันต่อวันต่อสาขา

โดยลูกค้าที่สนใจต้องโทรนัดหมายล่วงหน้า พร้อมทั้งเช็คสภาพรถยนต์ 38 รายการฟรี ที่ออโต้ 1 ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สาขาปทุมธานี (ไทวัสดุ) 02-101-5630, สาขาบางบัวทอง (ไทวัสดุ) 02-102-8720, สาขาบางนา (ไทวัสดุ) 02-101-2517, สาขาบางพลี (ไทวัสดุ) 02-102-8732 และสาขาลาดกระบัง (โรบินสัน) 02-550-692

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ สามารถขายคันเดิมกับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

เป็นที่ทราบกันว่า วิกฤตโควิด-19 กำลังรุมเร้าผ้คนในยุโรปอย่างหนัก หนึ่งในนั้นคือประเทศอิตาลี ที่เกิดปัญหากับระบบสาธารณสุขอย่างหนักจนมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตนับพันคน แม้แต่ธุรกิจต่างๆ ก็ได้ผลกระทบอย่างย่อยยับ

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

ไม่เว้นแม้แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Supercar อย่าง Lamborghini (ลัมโบร์กีนี) ที่มีโรงงานอยู่ใน Sant’Agata เมืองโบโลญญ่า (Bologna) ประเทศอิตาลี ก็ยังได้รับผลกระทบเข้าไปเต็มๆ จน Stefano Domenicali CEO ของ Lamborghini ต้องยุติสายการผลิตรถชั่วคราว แล้วหันมาผลิตหน้ากากอนามัยแทน นอกจากนี้ยังผลิต Face Shield เพื่อมอบให้โรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi ในโบโลญญ่า ไว้ให้แพทย์และพยาบาลสู้กับวิกฤติไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

โดยให้พนักงานที่เคยทำงานตัดเย็บเบาะนั่งในห้องโดยสารรถซูเปอร์คาร์ Lamborghini ใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญในการผลิตหน้ากากอนามัยได้ประมาณ 1,000 ชิ้นต่อวัน และ Face Shield ที่ผลิตจาก Plexiglass อีก 200 ชิ้นต่อวัน เพื่อที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขของอิตาลี จะได้มีอุปกรณ์ไว้ป้องกันตัวกันมากขึ้น

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

DIY-Hand-Sanitizer

การระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายมหาศาลไปทั่วโลกแล้ว ยังกระทบไปถึงกิจการห้างร้านต่างๆ มากมาย ที่ล้มกันไปเป็นแถบๆ อีกทั้งยังสร้างความหวาดระแวงต่อตัวบุคคลไปด้วยว่า ฉันจะติดโควิด-19 หรือเปล่า?

แต่ท่ามกลางวิกฤต ก็ยังมีโอกาสสำหรับสินค้าบางอย่าง เช่น แอลกฮอลล์ เจลล้างมือ เครื่องวัดไข้แบบพกพา หรือหน้ากากอนามัย ที่ขายดีชนิดว่าผลิตมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย จนขาดตลาดหาซื้อไม่ได้ หรือไม่ก็ถูกปั่นราคาขึ้นไปจนสูงมาก

เพื่อช่วยประหยัดและลดรายจ่าย MR.CARRO ขอนำคำแนะนำดีๆ จาก WHO ที่เผยวิธีทำ “เจลล้างมือ” แบบง่ายๆ จากสูตรขององค์การอนามัยโลก (WHO) ไว้ทำเองกันที่บ้านครับ

โดยคู่มือที่ WHO ให้ไว้นี้ สามารถทำเจลล้างมือได้ 10 ลิตร ซึ่งใครที่ต้องการทำน้อยลง ก็สามารถลดปริมาณส่วนผสมต่างๆ ลง ได้ตามสัดส่วน

ส่วนผสมได้แก่:

เอธานอลแอลกอฮอล์ 96% – 8,333 มิลลิลิตร
ไฮโดรเจนเพอรอกไซด์ – 417 มิลลิลิตร
กลีเซอรอล 98% – 145 มิลลิลิตร

วิธีทำ:

1. เทเอธานอลแอลกอฮอล์ลงในถังหรือขวดขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุของเหลวได้ 10 ลิตร

2. เติมไฮโดรเจนเพอรอกไซด์

3. เติมกลีเซอรอลลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดความเหนียว

4. เติมน้ำที่ผ่านการต้มและทิ้งไว้จนเย็นแล้ว ลงไปให้ถึง 10 ลิตร จากนั้นผสมให้เข้ากัน

องค์การอนามัยโลกระบุว่า เจลล้างมือที่ทำตามวิธีนี้ ได้รับการทดสอบในหลายประเทศแล้วว่าใช้ได้ผลจริง โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้ตาม Link นี้ https://www.who.int/gpsc/5may/Guide_to_Local_Production.pdf

Prevent-Covid-19-Virus-In-Coin-And-Banknote

นับตั้งแต่ “ไวรัส COVID-19 (โควิด-19)” ระบาด จุดเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ที่เริ่มมีคนติดเชื้อกันตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2562 มาจนถึงปัจจุบัน มีเชื้อร้ายนี้กระจายไปแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อนับแสนคน รวมถึงผู้เสียชีวิตหลายพันคนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้อย่างง่ายๆ ด้วย ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลทั้งในด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ รวมไปถึงการจัดงานต่างๆ ทั่วโลก!

และในประเทศไทยเอง ก็มีการป้องกันอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าหลายหน่วยงานก็มีมาตรการอันเข้มงวด ทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ มีบริการเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย หรือธนาคารบางแห่ง ประกาศหยุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชั่วคราว อย่างไม่มีกำหนด

แต่ “ธนบัตร” หรือ “แบงค์” รวมไปถึง “เหรียญ” ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันจะปลอดภัยหรือเปล่า? จับมาแล้วไม่รู้กี่มือ ธนบัตรบางใบทั้งเก่า ดำ กระดาษเปื่อยเลยก็มี! ซึ่งทาง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ยังเผยว่า ไวรัส COVID-19 สามารถแพร่ผ่านธนบัตรได้!

MR.CARRO ขอนำคำแนะนำจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย กับ 5 วิธีป้องกันไวรัส COVID-19 หลังจับเหรียญและธนบัตร มาฝากทุกท่านครับ

Prevent-Covid-19-Virus-In-Coin-And-Banknote

1. ล้างมือทุกครั้ง หลังจับเหรียญและธนบัตร

“มือ” คือจุดสำคัญที่สุดในการรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อย่างลืมล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

2. เอาธนบัตร หรือเหรียญไปตากแดด

ถ้ามีเวลาหน่อย นำธนบัตรไปผึ่งที่แดดจัดและอากาศถ่ายเท เพื่อฆ่าเชื้อโรค

3. แอลกฮอลล์ 70% เช็ดธนบัตร หรือเหรียญ

เช็ดธนบัตร ด้วยผ้าหมาดที่ชุบแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งไม่ทำให้เนื้อกระดาษถูกทำลาย

4. อย่าพับ อย่ากรีดธนบัตร

ไม่พับ หรือกรีดธนบัตร เนื่องจากรอยพับเหล่านี้ เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก และอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี

5. นำธนบัตรเก่า ไปแลกที่ธนาคาร

หากพบว่าธนบัตรมีสภาพเก่า หรือสกปรกมาก สามารถนำธนบัตรเหล่านี้ไปแลกที่ธนาคาร แล้วนำธนบัตรใหม่มาใช้ (โดยทางธนาคารจะส่งธนบัตรเก่าที่ชำรุด ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทำลาย และผลิตธนบัตรใหม่หมุนเวียนออกมาทดแทน)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

ด้าน “รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ใน Fanpage “อ๋อ มันอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ตอบคำถามเรื่องเชื้อโคโรน่าไวรัส อยู่บนธนบัตรได้นาน 9 วัน จริงหรือ?

โดยอาจารย์เจษฏ์ ยังไม่มีความชัดเจนว่าเชื้อโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2019 จะอยู่บนธนบัตรได้นานกี่วัน แต่โดยผลการวิจัยของ ศ.กุนเทอร์ คัมป์ฟ จาก University Medicine Greifswald ประเทศเยอรมนี ก็ใช้เชื้อไวรัสตระกูล Corona ที่ใกล้เคียงกันอย่างโรค SARS และ MERS สามารถอยู่บนพื้นผิวต่างๆ เช่น โลหะ แก้ว และพลาสติก ได้นานหลายวันจนอาจถึง 9 วัน ขณะที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีชีวิตบนพื้นผิวได้เพียง 48 ชั่วโมง

อีกทั้งมีผู้ Comment สอบถามว่าใช้หลอดไฟ UVC ส่องไปที่ธนบัตรได้หรือไม่ อาจารย์เจษฏ์บอกว่า ส่องแค่นาที ก็ฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ต้องระวังด้วย เพราะแสงเป็นอันตรายต่อร่างกายของคน

และที่สำคัญ อย่าลืม … “กินร้อน ช้อนกู ต่างคนต่างอยู่ ห่างกู 2 เมตร” นะครับ จะได้ป้องกัน และห่างไกลจากไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ครับ!

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร มีแดดร้อนแดดจ้ากันตลอดทั้งปี แต่ในช่วงหน้าร้อนตอนนี้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าช่วงสายๆ เที่ยงๆ บ่ายๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาประมาณ 10.00-16.00 น. บ้านเราแดดแรงเป็นพิเศษ ย่อมส่งผลต่อสายตาของคนเราโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในแสงแดดมีรังสี UV A และรังสี UV B (หรือ Ultraviolet) ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อผิวพรรณ เกิดมะเร็งผิวหนัง และทำให้สายตาเสื่อมสภาพ เป็นต้อลม ต้องเนื้อ ต้อกระจก ได้เร็วขึ้น

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

ถึงแม้ว่าในรถยนต์รุ่นแพงๆ หลายรุ่น นับตั้งแต่ยุค 2000 เป็นต้นมา กระจกรถยนต์จะผลิตออกมาเป็นแบบ “UV Cut” ซึ่งเป็นกระจกที่ผ่านการ Coding UV (ตัดแสงยูวี) ได้ หรือฟิล์มกรองแสงแพงๆ หลายรุ่น ก็สามารถป้องกันรังสี UV ได้ แต่การที่คุณจำเป็นที่จะต้องขับรถกันทั้งวัน หรือขับรถในช่วงที่ต้องเจอแดดจ้าๆ แยงตาตลอด การเลือกแว่นกันแดดที่เหมาะสม ก็น่าจะช่วยถนอมสายตาของคุณได้ดีมากยิ่งขึ้น

MR. CARRO จะขอแนะนำ 3 วิธี เลือกแว่นกันแดด ที่เหมาะกับสายตาคุณเวลาขับรถ ว่ามีวิธีเลือกได้อย่างไรบ้าง..

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

1. เลือกแว่นกันแดดที่เหมาะสม

ถ้าต้องขับรถเจอแดดจ้าๆ บ่อยๆ ควรเลือกแว่นกันแดด ที่สามารถป้องกันรังสี UV ใยระดับความถี่ 400 Nanometer ได้ ซึ่งเลนส์ควรมีเคลือบสารกรองรังสี UV อาจจะเป็นแบบสีต่างๆ เช่น สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีเขียว สีแดง หรือสีชา ส่วนระดับความเข้ม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน

ตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า เลนส์แว่นกันแดดที่ดีนั้นควรป้องกันรังสี UV ได้ 95% เป็นอย่างน้อยของ UV A และป้องกันได้ 99% เป็นอย่างน้อยของ UV B

รวมไปถึงการเลือกแบบของแว่นกันแดด ควรเลือกให้เหมาะสมกับรูปหน้าด้วยนะครับ เช่น หน้าทรงกลม ควรเลือกใส่แว่นทรงรี ทรงเหลี่ยม ส่วนคนหน้าเหลี่ยม ควรเลือกใส่แว่นทรงกลม ทรงรี หรือแบบรูปโค้ง ถ้าคนหน้าทรงสามเหลี่ยมตั้ง กรอบแว่นด้านบนแบบกว้างและหนา ส่วนด้านล่างควรเป็นกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบโลหะ หรือจะเป็นแบบไม่มีกรอบเลยก็ได้

ส่วนรูปหน้าทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เหมาะกับกรอบแว่นทรงกลม ทรงรี และกรอบแบบที่ไม่มีขอบล่าง แต่หน้ารูปไข่นี้ดีหน่อย สามารถเลือกกรอบแว่นได้ทุกแบบ

แต่เดี๋ยวนี้มีแว่นกันแดดแฟชั่น ที่มีราคาถูกๆ ขายกันมากมายซึ่งผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ป้องกันรังสี UV ไม่ได้ และยังทำให้มองเห็นภาพที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมด้วย อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการปวดตา ปวดหัวขึ้นมาได้ จึงควรเลือกแว่นกันแดดที่ได้คุณภาพมาตรฐานนะครับ เช่น มีมาตรฐาน CE เป็นต้น

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

2. เลือกเลนส์ที่เหมาะสม

สำหรับแว่นกันแดดในปัจจุบันก็จะมีแบบเลนส์ต่างๆ ให้เลือกในปัจจุบัน นอกจากเลนส์แก้วและเลนส์พลาสติก อาทิ

เลนส์ CR39 เป็นเลนส์ชนิดพลาสติกที่ให้การมองเห็นที่ดี อีกทั้งนำไปย้อมสีเป็นแว่นกันแดดได้ด้วย และให้ภาพไม่หลอกตา ให้ความใสมากที่สุด ไม่เวียนหัว หรือปวดหัว และป้องกันรังสี UV ได้ 100% ทั้ง UV A และ UV B โดยเลนส์ชนิดนี้ ยังนิยมใช้ในเลนส์สายตาสั้น สายตาเอียง อีกด้วย แต่ก็มีน้ำหนักและต้องระวังแตกได้ง่าย

เลนส์ Polarized เป็นเลนส์ที่ตัดแสงแนวนอน (Glare หรือแสงฟรุ้ง) ลดความจ้า และการสะท้อนของแสง จากผิวถนนหรือผิวน้ำ จึงเหมาะสมกับท่านที่ชอบทำกิจกรรมแบบ Outdoor และเหมาะกับผู้ขับรถยนต์ เพราะช่วยลดแสงสะท้อนจากกระจกมองหลัง หรือแสงสะท้อนจากรถยนต์ที่วิ่งสวนมา

เลนส์ Photochromic เป็นเลนส์ใสที่เปลี่ยนสีตามความเข้มของ UV หรือความสว่างสีจะเปลี่ยนจากใสไปเข้ม เมื่ออยู่ในที่สว่างไปสักระยะหนึ่ง เหมาะสำหรับงานที่ใช้ในที่ร่มและกลางแจ้ง

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

3. สีของเลนส์ก็สำคัญ

ถ้าคุณเน้นการขับรถตอนกลางวันเป็นหลัก ควรเลือกแว่นกันแดดที่มีเลนส์สีเทา สีเขียว หรือสีน้ำตาล จะช่วยลดความสว่างจ้าของแสง และยังช่วยให้การมองเห็นเป็นไปตามปกติธรรมชาติ รู้สึกสบายตา ไม่ปวดตา หากขับรถในช่วงที่ท้องฟ้าขมุกขมัวมืดครึ้ม เลนส์สีเหลืองของแว่นจะช่วยลดความสว่างของแสง ทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้น

ถ้าคุณต้องการขับรถในตอนกลางคืน อาจจะใช้แว่นกันแดดเพื่อลดแสงไฟจากรถที่สวนมาแยงตา หรือไฟส่องทาง ควรใช้เลนส์สีฟ้าหรือสีเหลือง เนื่องจากเลนส์สีเหล่านี้จะช่วยป้องกันแสงสะท้อนได้

ควรเลือกกรอบแว่นที่แข็งแรงหน่อย กรอบอาจจะโค้งไปทางขมับ ที่เรียก Wraparound ทำให้ป้องกันแสงและลมฝุ่นได้กว้างกว่า และได้จากทุกทิศ และยังป้องกันดวงตาจากการแตกหักเวลาถูกกระแทกได้อีกด้วย ที่สำคัญ ตัวเลนส์ของแว่นต้องได้มาตรฐานด้วยนะครับ

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

5-Methods-To-Prevent-COVID-19

ในช่วงปี 2563 มานี้ ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตใหญ่ ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน แล้วแพร่หลายไปทั่วโลกอย่าง “โคโรนาไวรัส” หรือ “โควิด-19” สร้างความเสียหายให้กับสุขภาพ ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ ไปอย่างมหาศาลในทั่วโลก ซึ่งทุกคนก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ อย่าลืม Social Distrancing เว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันนะครับ

แต่สำหรับหลายอาชีพที่เลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้รถยนต์ทำงานทุกวัน (เช่น รถบริษัทส่งของ ส่งอาหาร) หรือรถยนต์สาธารณะอย่าง แท็กซี่มิเตอร์ รถโรงแรม หรือรถที่วิ่งรับคนผ่าน App จะมีวิธีป้องกันเชื้อโรค และไวรัสต่างๆ ได้อย่างไร?

MR.CARRO จะมาแนะนำวิธีป้องกัน “โควิด-19” ให้ปลอดภัยทั้งคนขับและผู้โดยสารครับ.

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

1. เจลล้างมือ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ถ้ารถของคุณเป็นรถที่ต้องใช้งานกันหลายๆ มือ หรือเป็นรถสาธารณะ ที่ต้องเน้นความสะอาดเป็นหลัก ก็ควรจะซื้อเจลล้างมือ หรือผ้าเช็ดมือ ติดรถไว้สักหน่อย เพื่อความสะอาดทั้งของคนขับเอง และทั้งมือของผู้โดยสารอีกด้วย พร้อมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ไว้สำหรับเช็ดในจุดที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ

2. เน้นทำความสะอาด

ช่วงนี้อาจจะต้องฟิตทำความสะอาดรถยนต์สักนิดนึง ถ้าหากว่ารถของคุณ เบาะนั่งเป็นแบบผ้าสักหลาด หรือแบบผ้ากำมะหยี่ และพรมปูพื้นที่ชอบอมฝุ่น ก็ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดตามซอกตามมุมต่างๆ ที่เข้าถึงได้ยาก หรือใช้เทปกาวเหนียวๆ แปะไปตามจุดต่างๆ ของเบาะนั่ง หรือพรม แล้วก็ดึงขึ้นมา หรือจะใช้ลูกกลิ้งกำจัดขน หรือแปรงปัดขนก็ย่อมได้

แต่ถ้าเป็นเบาะแบบหนังเทียม (เบาะไวนิล) หรือเบาะหนังแท้ ก็ให้เตรียมแปรงสีฟัน ผ้าขนหนู กับน้ำหรือผสมสบู่เหลวใส่ลงไปหน่อยก็ได้ พร้อมสเตคลีน หรือน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนัง (กรณีสกปรกมาก) บรรจงเช็ดลงบนเบาะให้สะอาด ก่อนจะซักผ้าที่เช็ด แล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดซ้ำลงไปอีกรอบ

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

3. หน้ากากอนามัย

เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้งานหลายคน หรือรถสาธารณะ มีการเปิดประตูเข้า-ออก หรือเปิดกระจกกันบ่อยๆ โอกาสที่ฝุ่นจากภายนอกรถ พร้อมเชื้อโรคก็มีโอกาสเข้ามาในรถได้เรื่อยๆ การติดหน้ากากอนามัยไว้ในรถ (และต้องใส่ให้ถูกวิธี ต้องให้ด้านที่เป็นสีอยู่ด้านนอก ให้บริเวณโครงลวดอยู่ด้านบนสันจมูก เพื่อปรับรูปหน้ากากให้เข้ากับใบหน้า)

นับเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่มี ซึ่งการใช้หน้ากากอนามัยทั่วไป ก็สามารถป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสได้แล้ว แต่เมื่อใส่แล้วก็ควรใส่ตลอด หากมีการถอดก็ควรเปลี่ยนชิ้นใหม่

4. เครื่องฟอกอากาศ

แม้ว่าระบบปรับอากาศในรถจะมีตัวกรองอากาศ หรือระบบฟอกอากาศต่างๆ ติดมาให้ แต่ในรถยนต์รุ่นเก่าๆ หรือรถรุ่นธรรมดา ระบบฟอกอากาศยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตั้งเพิ่มเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องขับรถกันทั้งวัน

ในตลาดปัจจุบัน ก็มีเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาจำหน่ายกันอยู่หลายเจ้า ซึ่งเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติน่าใช้งาน จะต้องกรองฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็ก หรือแบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ที่คายประจุลบได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ที่ลอยอยู่ในอากาศ สารประกอบอินทรีย์ระเหย รวมไปถึงควันบุหรี่ และละอองจากเกสรดอกไม้ได้ เป็นต้น

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

5. จอดรถตากแดด

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เร็วขึ้น ในสภาวะอุณหภูมิปกติ นั่นคือการ “จอดรถตากแดด” เพราะบ้านเราเป็นเมืองที่ร้อนกันตลอดทั้งปี การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ช่วยฆ่าเชื้อโรค ก็เป็นทางเลือกที่ดี

แต่ก็อย่าตากแดดกันทั้งวัน เพราะแทนที่จะฆ่าเชื้อโรค กลับกลายเป็นทำให้สีรถ หรือวัสดุภายในต่างๆ เสื่อม กรอบ หรือซีดเร็วขึ้น

เป็นอันว่า เมื่ออ่านจบแล้ว อย่าลืมนำไปลองปฏิบัติตามกันดูนะครับผม ส่วนใครที่กำลังมองหาที่รับซื้อรถมือสอง หรืออยากขายรถมือสอง อย่าลืมนึกถึง CARRO กันนะครับ

ในช่วง COVID-19 ระบาด ใครที่อยากขายรถ แต่ไม่อยากออกจากบ้าน นำรถไปตีราคาหลายๆ ที่ CARRO เรายินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่าแล้ว แต่ก็ยังมีคนพูดถึงกันอยู่เรื่อยๆ เป็นประจำ กับการที่ต้องเก็บขวดน้ำดื่มไว้ในรถ แล้วต้องจอดรถตากแดดทั้งวัน เจออากาศร้อนๆ อบเข้าไป …

ยิ่งมีข่าวจากเว็บ Clickbait คอยโพสกันอยู่เรื่อยว่าเมื่ออากาศร้อนมากๆ หรืออุณหภูมิสูงๆ จะมีสาร BPA (Bisphenol A) หรือสาร Dioxin ในพลาสติกจะออกมาปนเปื้อนกับในน้ำ เมื่อดื่มเข้าไปบ่อยๆ ส่งผลต่อความผิดปกติของพันธุกรรม และยังเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคมะเร็งได้

ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด! ในปัจจุบันก็ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด เกี่ยวกับสารเคมีต่างๆ ที่ละลายออกมาจากขวดพลาสติกที่ใส่น้ำ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

ปัจจุบัน ขวดน้ำพลาสติก นิยมทำจากพลาสติก 2 ชนิด ที่มีคุณสมบัติทนทาน มีน้ำหนักเบา เวลาขนส่งไม่แตกได้ง่าย คือ ขวดพลาสติกแบบ PE หรือ Polyethylene (โพลีเอทิลีน) ซึ่งจะมีสีขาวขุ่น

ส่วนขวดพลาสติกแบบไม่มีสี หรือขวด PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากกว่า ที่คนไทยรู้จักดีนั้น สามารถเก็บน้ำและวางไว้ในรถได้ แม้จะตากแดดร้อนๆ ก็ตาม …

โดยมีงานวิจัยจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทดลองโดยซื้อตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกชนิด Polyethylene, Polyethylene Terephthalate, Polyethylene Polycarbonate และ Polyvinyl Chloride ที่จําหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ต จํานวน 18 ยี่ห้อ และนําไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน

จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่ม Dionxin จํานวน 17 ตัว และ PCB จํานวน 18 ตัว โดยใช้เทคนิคขั้นสูง Isotope Dilution และวัดปริมาณด้วยเครื่องมือ High Resolution Gas Chromatography/High Resolution Mass Spectrometry ผลการวิเคราะห์สรุปว่า ตรวจไม่พบ สารประกอบกลุ่ม Dionxin และ PCB ในทุกตัวอย่าง

Keep-Plastic-Bottle-In-Car-Good-Or-Not

สรุปว่า ขวดน้ำพลาสติกที่เก็บในรถตอนแดดร้อนๆ นั้น ไม่ได้อันตรายหรือเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เพราะขวด PET ก็สามารถเก็บน้ำไว้ได้นาน (แต่ไม่ใช่ตากแดดทั้งวันเป็นปีนะ) โดยมาตรฐานของขวด PET ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ว่าต้องทนต่อความร้อนจัด ตั้งแต่ 60’C ถึง 95’C

ซึ่งการออกแบบขวดน้ำพลาสติกเหล่านี้ แม้ว่าจุดประสงค์หลักคือการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งก็ตาม ถ้าหากจะใช้ซ้ำต้องล้างให้สะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง ก่อนนำมาใช้งานใหม่ได้ แต่การล้างปากขวดนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการใช้หลายๆ ครั้ง ถ้าล้างปากขวดไม่สะอาดอาจกลายเป็นที่สะสมเชื้อโรคได้!

แหล่งที่มาจาก:

ดับกลิ่น “ทุเรียน” ในรถอย่างไรให้ได้ผล?

ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของทุเรียน เราจึงเริ่มเห็นทุเรียนตามท้องตลาด ตามสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ซึ่งทำให้ทุเรียนเลิฟเวอร์หลายคนทนไม่ไหว ต้องขับรถออกไปซื้อกันเลยทีเดียว แต่หลายคนก็เกิดอาการเซ็งเพราะไม่ชอบ “กลิ่น” ของทุเรียนที่รุนแรงและกำจัดได้ยาก ยิ่งถ้ากลิ่นติดอยู่ในรถยิ่งพาให้ปวดหัว ในวันนี้ Carro จึงมีวิธีที่จะช่วยดับกลิ่นทุเรียนในมาฝากผู้อ่านกัน


1. กาแฟ

ไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือสำเร็จรูป หรือเป็นกากกาแฟยิ่งดี (ขอได้ตามร้านกาแฟสดทั่วไป)  นำมาใส่ในกล่อง ไม่ต้องปิดฝา แล้วใส่ไว้ในรถ ประมาณ 2-3 วัน กาแฟจะช่วยดูดกลิ่นให้จางหายไป



2. ถ่านหุงข้าว

ทุเรียน-2-100

ถ่านหุงข้าว นับว่าเป็นวัตถุดิบที่ให้ประสิทธิภาพในการดับกลิ่นได้ดี เพียงนำถ่านสัก 3-4 ก้อน นำใส่กระป๋องแล้วใส่ไว้ในรถ ในตู้เย็น หรือในบ้านก็ได้ ถ่านจะช่วยลดกลิ่นทุเรียนได้ภายใน 2-3 วัน

 

3. ใบชา, ถุงชา

ทุเรียน3-100

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีฤทธิ์ช่วยสะกดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้ดีมาก เพียงใส่ใบชาลงไปในซองหรือกล่องพลาสติกเจาะรู หรือใช้ถุงชาที่ใช้แล้วก็ได้ ยิ่งใช้หลายๆ ซองยิ่งได้ผลไวขึ้น นำไปวางไว้ในรถ ทิ้งไว้สักพักหรือสัก 1 วัน จะช่วยบรรเทากลิ่นทุเรียนได้อย่างดี


4. ใบเตย

ทุเรียน4-100

คุณสามารถไปซื้อใบเตยที่พับเป็นดอกให้แล้วจากตลาด หรือถ้าที่บ้านมีต้นใบเตยก็เด็ดมาล้าง แล้วเอาพับหรือม้วนเป็นช่อ แล้ววางไว้ในรถ เพียง 1-2 วัน ก็จะไม่มีกลิ่นกวนใจในรถหลงเหลืออยู่

 

และนี่ก็คือวิธีดับกลิ่นทุเรียนอย่างง่ายๆ ที่ปลอดภัยต่อรถและสุขภาพ เพราะใช้แต่วัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยดับกลิ่น ไร้สารเคมีตกค้างในรถอย่างแน่นอน หรือถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก่อนนำทุเรียนขึ้นรถ ควรนำทุเรียนใส่กล่องมีฝาปิดมิดชิด หรือใส่ถุง 2 ชั้น แล้วปิดปากถุงอย่างแน่นหนา ก็จะช่วยไม่ให้กลิ่นกระจายไปทั่วรถได้ในระดับนึงค่ะ

จะโดน “ปาดหน้า” กี่ที ก็ไม่มีปัญหา
รวมข้อคิดดีๆ ที่ทำให้ใจไม่ร้อน ตามสภาพอากาศ

การโดน “ขับรถปาดหน้า” ถือเป็นปัญหาโลกแตกพอๆกับคำว่า วันนี้จะกินอะไรดี แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือ การขับรถปาดหน้ามักเป็นต้นเหตุให้เกิดการปะทะ ทะเลาะวิวาท หรือถึงขั้นเกิดอุบัติเหตุเลยก็ได้ เป็นการเสียเงิน เสียเวลาโดยใช่เหตุ บางครั้งก็ถึงขั้นเสียชีวิต!

ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากชั่วโมงเร่งรีบบนท้องถนน จนคนบางคนลืมกฏจราจรไป ยิ่งการขับรถในกรุงเทพฯ ยิ่งเจอเหตุการณ์ “โดนปาดหน้า” ได้บ่อยกว่าชาวบ้าน เพราะคนกรุงเทพฯ มีวิถีชีวิตที่ต้องรวดเร็วในทุกๆอย่าง รวมไปถึง “การขับรถ” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขับรถ, หัวร้อน, คิดบวก, เทคนิค

แต่ถึงแม้ว่า เราจะแก้ไขปัญหา “การขับรถปาดหน้า” หรือหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ แต่เราสามารถจัดการอารมณ์ของตนเองได้ หากตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งมีวิธีคิดบวกเบื้องต้น จากกรมสุขภาพจิต ที่จะช่วยลดความหงุดหงิด หรืออาการ “หัวร้อน” จากการโดนปาดหน้า เพื่อลดการทะเลาะวิวาท และการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อรักษาสุขภาพจิตที่ดี วิธีการคิดบวกเบื้องต้น 5 ข้อ ก็ทำได้ง่ายๆ คือ

  1. คิดว่าเขาเป็นคนในครอบครัว เป็นญาติ เป็นครูบาอาจารย์ที่เราเคารพ
  2. คิดว่าเขารีบ เพราะมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนในชีวิตของลูก คนในบ้านหรือญาติๆ
  3. ร้องเพลง, เปิดเพลงที่ชอบ เพื่อระงับหรือเปลี่ยนอารมณ์ของตนเอง ไปในทางที่ดีขึ้น
  4. ฝึกการหายใจทางหน้าท้อง สูดลมหายใจเข้าและออกยาวๆ เพื่อบรรเทาความเครียด
  5. ขอบคุณคนที่ขับปาดหน้ารถ ที่ช่วยฝึกความอดทนให้กับเรา

การฝึกคิดแง่บวกในสถานการณ์แย่ๆเป็นเรื่องที่ดี ทั้งในเวลาที่เกิดเหตุการณ์และในระยะยาว เพราะจะฝึกให้เราเป็นคนใจเย็น มีสติมากขึ้น และการคิดบวกก็ไม่มีผลเสียตามมา ให้เราต้องรับผิดชอบในภายหลัง

ขับรถ-หัวร้อน-คิดบวก-เทคนิค

หวังว่าคุณผู้อ่านจะนำข้อคิดดีๆ 5 ข้อนี้ ไปปรับใช้ในการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย ไม่หัวร้อน ไร้อุบัติเหตุ แถม save เงินค่าซ่อมรถไปได้อีกเยอะ!