ค้นหาบทความ

Category : คลังความรู้

Carro-What-Reason-To-Get-Car-Insurance

เพื่อนๆ หลายคน มักจะมองว่าการซื้อประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นชั้นไหนๆ เป็นเพื่อการคุ้มครองทั้งเรา และตัวรถในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมไปถึงครอบคลุมค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ตัวเราต้องเข้าโรงพยาบาล หรือรถยนต์ของเราเกิดความเสียหาย

เหตุผลที่ควรทำประกันรถยนต์ติดรถไว้

อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไรนักที่เพื่อนๆ หลายคนอาจจะมองว่าการทำประกันรถยนต์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสักเท่าไรเพราะเนื่องจากตัวเราเองก็รู้จักในการขับขี่อย่างมีสติ และมีความปลอดภัย จึงรู้สึกว่าการทำประกันรถยนต์ที่ต้องคอยเสียเบี้ยประกันไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่า อีกทั้งยังมี พ.ร.บ. รถยนต์ที่คอยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้เราอยู่แล้ว

ทาง masii อยากจะขอแนะนำให้เพื่อนๆ ให้ความสำคัญกับการทำประกันดูนะครับ เพราะว่าหากเราทำประกันรถยนต์ไว้จะเป็นการแบ่งเบาภาระ และค่าใช้จ่ายของเราได้เยอะเลย สำหรับใครยังไม่มั่นใจ วันนี้ตามผมไปอ่านเหตุผลดีๆ ที่ควรทำประกันติดรถไว้กันนะครับ

What-Reason-To-Get-Car-Insurance

1. คุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุรถชน

อุ่นใจได้เลยครับ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกทำประกันชั้นไหนก็จะคุ้มครองทั้งรถเรา รถคู่กรณีด้วยนะ โดยจะแบ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ดังนี้

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองมากที่สุด ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นชนรถ ชนสิ่งของต่างๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ก็คุ้มครองด้วยครับ หรือเคลมได้ทุกกรณีหากเกิดการชน
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองเทียบกับชั้น 1 เลย จะต่างตรงที่ว่า ต้องสามารถระบุคู่กรณีได้
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองซ่อมรถเราให้กรณีที่ระบุคู่กรณีได่เท่านั้น

2. ดูแลค่าใช้จ่าย รักษา หากเกิดอุบัติเหตุ

แน่นอนว่า เราทำประกันรถยนต์เพื่อคอยช่วยดูแลครอบคลุมความรับผิดชอบต่อคู่กรณี ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของตัวเราและคู่กรณี เช่น ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาล รวมไปถึงค่าซอมแซ่มรถยนต์ตามทุนประกันด้วยครับ

What-Reason-To-Get-Car-Insurance

3. มีเจ้าหน้าที่จากประกันช่วยเจรจาหากเกิดอุบัติเหตุ

ใครๆ ก็ต่างรักรถยนต์ของเราเป็นธรรมดา หากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มักจะพบเจอกับคู่กรณีที่อารมณ์ร้อน พูดจาด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ถ้าเป็นแบบนั้นคงยากที่เราจะเจรจาต่อรองกัน แต่หากเราทำประกันรถยนต์ไว้ อุ่นใจได้แน่นอน เพราะเราสามารถโทรเรียกเจ้าหน้าที่ประกันมายังที่เกิดเหตุ และเจรจากับคู่กรณีได้ครับ แถมยังช่วยต่อรองกับคู่กรณีได้ง่ายมากขึ้นด้วย

เพียงเท่านี้เพือนๆ ก็คงจะทราบถึงข้อดีสำหรับการทำประกันรถยนต์ติดไว้กันแล้วใช่มั้ยครับ จริงๆ แล้วประกันรถยนต์ยังครอบคลุมอีกหลากหลายกรณีเลยนะครับ หากใครที่สนใจอยากทำประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลอยากสอบถามโทรเข้ามา 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่ครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

6-Warning-Signs-Of-Brake-Problems

ระบบเบรกของรถยนต์ นี่ถือว่าสำคัญมากในการขับขี่ที่ไม่สามารถปล่อยละเลยไปได้เลยนะครับ หากเกิดความผิดปกติเพียงเล็กน้อย จะได้ทราบว่าตอนนี้เบรกของคุณกำลังมีปัญหา

เคยไหม ที่ต้องเหยียบเบรกหลายครั้ง รถของคุณถึงจะหยุด หรือมักมีเสียงอี๊ด เอี๊ยด เวลาเบรก บางคนคิดอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เลยไม่ให้ความสนใจ แต่ที่จริงแล้ว นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเบรกของรถเรากำลังมีปัญหา ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โดยที่สัญญาณเตือนนั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน คือ

1. ไฟเตือนเบรก

อันดับแรกเมื่อ ระบบเบรกมีปัญหา ไฟเตือนเบรกก็จะแสดงสัญญาณเตือนให้รับรู้ และต้องทำการตรวจเช็คโดยด่วน ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด

2. น้ำมันเบรกรั่ว

สามารถตรวจสอบได้จากระดับของกระปุกน้ำมันเบรก ซึ่งต้องเต็มอยู่เสมอ หากพร่องให้เติมจนถึงระดับที่กำหนด เมื่อเกิดเหตุการณ์การรั่วไหลของสายเบรก จะทำให้น้ำมันเบรกลดลงอย่างรวดเร็วและมักมีน้ำมันไหลซึมบริเวณใกล้ล้อรถเมื่อจอด หรือมีน้ำมันไหลหยดใกล้แป้นเบรกขณะเหยียบเบรก ซึ่งเบรกจะไม่ทำงานหากไม่มีน้ำมันเบรก

3. เกิดเสียงขณะเหยียบเบรก

เสียงที่เกิดเมื่อเหยียบเบรก มักมีสองลักษณะด้วยกัน คือ

เสียงเอี๊ยดๆ เกิดจากการเสียดสีของจานเบรกกับผ้าเบรก ที่อาจเสื่อมสภาพแล้วทำให้เกิดเสียง และเบรกไม่ค่อยอยู่ หากไม่แก้ไขเสียงจะดังขึ้นเรื่อยๆ

เสียงครืดๆ เกิดจากคราบฝุ่นสกปรก หรือเศษหินเล็กๆเข้าไปอยู่ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก เมื่อเสียดสีกันจึงเกิดเสียงขึ้น แต่ถ้ามีเสียงหลังจากขับลุยน้ำมา อาจเกิดจากผ้าเบรกเปียก ขับไปสักพัก เมื่อผ้าเบรกแห้งเสียงจะหายไปเอง

4. พวงมาลัยสั่น

เมื่อเหยียบเบรกแล้วแป้นสั่นขึ้นมาจนถึงพวงมาลัย อาจเกิดจากแผ่นโรเตอร์บิดเบี้ยวทำให้เกิดการสั่นขึ้น หากไม่อยากหมดเงินในกระเป๋า ถ้ามีอาการแบบนี้ควรรีบให้ช่างตรวจเช็คทันที เพราะไม่อย่างนั้นอาจต้องเปลี่ยนอะไหล่เบรกหลายตัว

5. กลิ่นไหม้

อาการนี้มักเกิดกับเกียร์ออโต้ หรือผู้ขับขี่ที่เวลาขับรถขึ้นลงเขาชอบเหยียบแช่เบรก ทำให้เบรกติดและไหม้ตามมาในที่สุด อาการนำคือกลิ่นเหม็นไหม้ หรือหนักกว่านั้น ก็จะมีควันออกตรงกระโปรงรถให้ตื่นเต้นด้วย เพราะฉะนั้น ต้องระวังการเหยียบเบรกแช่ขณะขับรถให้ดี

6. เบรกไม่ค่อยอยู่

ไม่ว่าจะเป็นเบรกต่ำ คือ เบรกแล้วจมมากกว่าปกติ หรือเบรกตื้อ ที่ใช้แรงในการเหยียบเบรกมากกว่าปกติก็ตาม ซึ่งอาจเกิดจากลูกยางแม่ปั้มเบรก หม้อลม ลูกสูบ ฯลฯ ล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบเบรกของคุณ กำลังมีปัญหาต้องพบช่างเพื่อแก้ไขโดยด่วน

อาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้น จะทำให้คุณสังเกตถึงความผิดปกติของระบบเบรกได้ง่ายขึ้น แต่หากตรวจสอบแล้วพบเจอ ต้องรีบแก้ไขโดยทันที อย่าละเลย นอกเหนือจากนี้ต้องคอยตรวจสอบ และเช็คสภาพรถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่

หากคุณต้องการขายรถด่วน Carro ช่วยได้ขายให้ภายใน 24 ชั่วโมง และได้ราคาดี และหากต้องต้องหารรถยนต์ใหม่ ป้ายแดง โปรแรงๆ สามารถดูโปรโมชั่นได้ที่ https://www.siamcardeal.com/ หรือสามารถ Inbox สอบถามโปรโมชั่นรถใหม่และข่าวสารได้ที่ Facebook Siamcardeal

หรือ Add Line เพื่อรับโปรโมชั่นต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม @siamcardeal
inbox : http://m.me/siamcardeal
line : https://line.me/R/ti/p/@siamcardeal

Carro-Masii-Old-Car-Can-Do-First-Class-Insurance

ในปัจจุบัน การเลือกซื้อหรือใช้งานรถยนต์มือสอง ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุผลที่ว่ารถมือสองมักจะเสนอขายในราคาที่ถูกกว่า รวมไปถึงถ้าหากเราเลือกรถมือสองที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นสภาพรถทั้งในและนอก เราเองก็จะได้รถมือสองที่คุณภาพดีไม่แพ้รถมือหนึ่งเลย

หากมีรถยนต์เป็นของตัวเอง การเลือกทำประกันรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่เพื่อนๆ หลายคนควรทำ แต่สำหรับรถมือสอง เราควรจะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เลยดีมั้ยนะ หรือว่าควรเลือกตามความเหมาะสมกับตัวเองดี วันนี้ masii มาคำตอบมาฝากชาว Carro กันจ้า

Carro-Masii-Old-Car-Can-Do-First-Class-Insurance

เพื่อนๆ หลายคนมักจะมองว่าการเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้กับรถมือสองเป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง เพราะเนื่องจากมีการใช้งานมาสักระยะแล้ว หากเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถป้ายแดง แบบนี้สิที่ควรจะทำ

แต่การทำประกันรถยนต์นั้นเรามีไว้เพื่อความอุ่นใจ ในกรณีที่เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุกับเพื่อนๆ แม้จะมีความมั่นใจว่าขับรถปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

ดังนั้น การเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 จะช่วยให้เพื่อนๆ อุ่นใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่าประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ อย่างแน่นอน

Carro-Masii-Old-Car-Can-Do-First-Class-Insurance

แต่เพื่อนๆ คนไหนที่ขับรถมือสอง เกิดอยากจะทำประกันชั้น 1 ควรจะเป็นรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 10 ปีนะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน เพราะบางแห่งก็สามารถรับรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ได้อีกด้วยนะ

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มองหาประกันรถยนต์ที่เบี้ยไม่แพงนัก ประกันรถยนต์ชั้น 2+ นั้นเหมาะมากๆ สำหรับรถมือสอง เพราะให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 เลย หลักๆ คือ คุ้มครองความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยอุบัติเหตุ

หากสนใจอยากทำประกันรถยนต์ เพื่อนๆ สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์​ รวมไปถึงเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ได้อีกด้วยนะ หากมีคำถามสงสัย สามารถโทรเข้ามาได้ที่ 02-7103100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่จ้า

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

How-To-Choose-Child-Car-Seat

ช่วงนี้ หากใครที่กำลังเริ่มต้นมีครอบครัว หรือเพิ่งจะมีลูก หลายคนอาจจะอยากพาลูกเล็กๆ ไปเที่ยวด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ

หากมีเด็กน้อยที่จำเป็นต้องอยู่ในทริปของคุณพ่อ คุณแม่ ตลอดระยะการเดินทาง การจะปล่อยให้ลูกน้อยของเรานั่งนิ่งบนเบาะผู้โดยสารแบบผู้ใหญ่คงไม่ปลอดภัย ดังนั้นการมี “คาร์ซีท” ติดรถยนต์ของเราไว้ จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึง

คุณแม่กับวิธีการเลือกคาร์ซีท

การเลือกติดตั้งคาร์ซีท หรือที่รู้จักกันว่าเป็นที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กน้อย คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความปลอดภัย รวมไปถึงยังลดความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เช่น การเสียชีวิต การบาดเจ็บต่างๆ ที่มาจากรถยนต์ได้ด้วย วันนี้ masii จึงขอแนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ มือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรมาฝากเพื่อนๆ ชาว Carro จ้า

เลือกประเภทให้ถูก

อันดับแรกเลยคือ ต้องดูที่เด็กน้อยของเราก่อนว่า มีช่วงอายุเท่าไร ส่วนสูงเท่า รวมถึงขนาดตัวของเด็กๆ ด้วย เพราะหลักๆ คาร์ซีทจะแบ่งประเภทตาม เพราะถ้าหากลูกน้อยของเราโตขึ้นจนสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ถูกต้องอย่างเหมาะสมแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้คาร์ซีทอีกต่อไป

How-To-Choose-Child-Car-Seat

เข็มขัดนิรภัย

คาร์ซีทที่ดีนั้นควรจะมีเข็มขัดนิรภัยที่ได้รับมาตรฐาน และควรจะเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด เพราะว่าจะมีความปลอดภัยมากกว่าแบบ 3 จุดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ความปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย และเด็กเล็กของเรา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่มีมาตรฐานรับรองจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้อย่างแน่นอน ต้องขอบอกว่าบางยี่ห้อที่นำเข้ามาอาจจะไม่ได้มาตรฐานก็เป็นไปได้ ดังนั้นเรื่องของการเลือกซื้อคาร์ซีทควรใส่ใจอย่างมาก หรือเลือกจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Federal Motor Vehicle Safety Standard 213 ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

How-To-Choose-Child-Car-Seat

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

นอกจากคาร์ซีทที่จะเพิ่มความอุ่นใจ แต่ก็อาจจะยังมีข้อเสียที่ส่งผลอื่น ๆ ให้แก่เด็กน้อยของเราได้เช่นกันนะ ดังนั้น หลังจากที่เราได้ทำการเลือกซื้อคาร์ซีทมาแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกันด้วยนะคะ เช่น การติดตั้ง การคาดสายเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยต่อลูกๆ ของเราเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ทุกทริปทุกเดินทาง ทั้งเรา และเด็กน้อยก็สามารถสบายใจได้ด้วยคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน แต่เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้มากขึ้น การเลือกทำประกันภัยรถยนต์จะเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งเลย คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ทันที ถ้าหากมีข้อมูลสงสัยอยากสอบถาม​ โทรเข้ามาได้ที่ 02-7103100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่จ้า

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Classic-Car-Scrapped-Project

“ซากรถ” ถ้าจะให้พูดถึงโดยภาพรวม ก็จะหมายความว่า รถยนต์ที่หมดสภาพ หรือหมดประโยชน์ในการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุหนักๆ ที่ซ่อมแล้วไม่คุ้มกับมูลค่าตัวรถ หรือคืนทุนประกันแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ขายซากรถยนต์ ทิ้งซะดีกว่า

หรือถ้าจะซ่อม ก็คงไม่เหมือนเดิม เพราะโครงสร้างตัวถังที่เสียรูปไปแล้ว จะทั้งดึงทั้งดัด ก็คงไม่เหมือนเดิม 100% หรือรถที่พังจนใช้งานไม่ได้ เช่น โดนน้ำท่วมมา เป็นต้น

แต่ซากรถในอีกประเภทหนึ่ง อาจจะไม่ได้เคยเกิดอุบัติเหตุอะไร เช่น เป็นรถที่จอดทิ้งไว้เฉยๆ จนผุพังไปตามกาลเวลา หรือเป็นรถแปลกๆ หายากๆ ที่นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ในอดีต แล้วหาอะไหล่ หรือซ่อมไม่ได้ จนเจ้าของหมดปัญญาจะใช้

พอเวลาผ่านไป ด้วยความที่รถเหล่าอาจจะมีน้อย รถรุ่นนั้นเกิดเป็น “เทรนด์ฮิต” ขึ้นมาอีกครั้ง เช่น ซากรถอเมริกันบางรุ่น หรือ ซากรถยุโรปในอดีต อย่าง “โฟล์คเต่า” หรือ “โฟล์คตู้” ที่จัดอยู่ในระดับรถคลาสสิค หายาก และที่เป็นต้องการของตลาด ราคาที่เคยตกต่ำกลับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ใครต่อใครหลายคน เริ่มมองหาซากรถเก่า เพื่อขึ้นมาปั้นใหม่อีกครั้ง!

Mr.Carro จะมาพูดถึงซากรถประเภทนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไร? เตรียมงบกันเท่าไหร่? เอาข้อมูลต่างๆ มาเล่าให้ฟังกัน

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Victer Ounlum

เล่มทะเบียน สัญญาซื้อขาย สำคัญ!

หากคุณจะซื้อ ซากรถยนต์มาทำใหม่ แล้วนำมาจดทะเบียน ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลตัวรถให้ดีก่อนว่า เล่มทะเบียน เอกสารชุดโอนของเจ้าของเดิม สัญญาซื้อขาย มีครบถ้วนหรือไม่? ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็ไม่น่าไว้วางใจนัก เพราะบางทีอาจจะเป็น ซากรถที่ถูกขโมยมา โดนสวมทะเบียนจากรถคันอื่น หรือรถที่ผ่านการก่อคดี หรือทำผิดกฏหมายมา แล้วอำพรางเป็นซากมานานก็เป็นได้

เรื่องภาษีรถยนต์ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ! ซากรถหลายคัน ถูกทิ้งมานานมาก ตั้งแต่ภาษีประจำปีรถยนต์ ยังมีค่าปรับในการเสียภาษีล่าช้า ในอัตราร้อยละ 20

ต่อมาในวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ปรับลดอัตราค่าปรับของการไม่เสียเสียภาษีรถยนต์ประจำปีใหม่ ตาม พรบ. รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 จากเดิมร้อยละยี่สิบ เหลือเพียงร้อยละหนึ่ง

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Na Boyd และ โต้งคลาสสิค ผู้ชนะสิบทิศ

และหากรถขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถนั้นจะถูกระงับทันที (ซึ่งถ้าเกิดไปจ่ายภาษี คุณจะเสียค่าปรับย้อนหลังแค่ 3 ปี + และสามารถจดทะเบียนรถใหม่ พร้อมกับจ่ายภาษีรถยนต์ปีปัจจุบันเพียงอย่างเดียว)

ดังนั้น ควรเช็คดูด้วยว่าซากรถที่คุณจะเอามาปั้นนั้น เสียภาษีปีล่าสุดตั้งแต่เมื่อไหร่ (ถ้าไม่ได้แจ้งจอดไว้แต่แรก) เพราะถ้าหากภาษีรถคุณขาดตั้งแต่ก่อนปี 2547 คุณอาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังก่อนหน้านั้นทุกปี! และค่าปรับในอัตราร้อยละ 20!

แล้วอีกหนึ่งข้อควรจำนั่นก็คือ หลังจากวันที่ 5 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป “รถที่ยกเลิกการใช้รถในกรณีซากรถ ไม่สามารถจดทะเบียนใหม่” ได้แล้วครับ

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

งบประมาณในการปั้น

ถ้าจะให้กะงบประมาณในการปั้น ก็ต้องดูพื้นฐานของซากรถที่คุณได้มาก่อนว่า เป็นรถรุ่นไหนแบบไหน สภาพแย่น้อยหรือแย่มาก อะไหล่หายากหรือไม่ ในต่างประเทศ ยังมีการผลิตอะไหล่รถแบบ Reproduction (อะไหล่ของใหม่ แต่ทำเลียนแบบของเก่า) อยู่หรือไม่?

เพราะในวงการรถคลาสสิค รถโบราณ มีคนปั้นซากรถหลายคัน หมดเงินในการเสาะแสวงหาอะไหล่ต่างๆ ในการฟื้นฟูรถ จะทำรถให้เดิมๆ หมด หรือจะเป็นแนว Custom ก็ตาม บางคนหมดเงินไปหลายแสน หรือหมดเงินไปหลักล้านบาทเลยก็มี

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

เวลาในการปั้น

รถคลาสสิคที่ปั้นจากซากรถบางรุ่น อาจจะต้องใช้ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ที่หายากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะหาซื้อในบ้านเราไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาสั่งจากเมืองนอกนาน ทำให้เวลาในการทำรถนั้น อาจจะนานตั้งแต่หลายเดือน ไปจนถึงหลายปี ซึ่งหลายคนงบหมด เวลาไม่มี ก็ต้องล้มโปรเจค ขายรถให้คนอื่นไปปั้นต่อแทน

สุดท้ายนี้ก็ขอนำ Quote เด็ดๆ จาก “ปั้นจากซาก” มาเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทำรถของตัวเองกันครับ

“ความสุขของคนเก็บรถโบราณอย่างผม ไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือความสวยงามของตัวรถ แต่อยู่ที่ความภาคภูมิใจที่สามารถซ่อมจากซากรถจนกลับมาเป็นสภาพเดิมที่มันเคยเป็น มันทำให้ผมมีความพยายามและความอดทนครับ” – ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์

สำหรับใครที่มีซากรถครอบครองอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายทิ้ง หรือเอาซากรถไปทำอะไรต่อดี เชิญมาขายได้ที่ Carro ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกรายละเอียดใน Link นี้ —> https://th.carro.co/sell-car/express/scrapcar

หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

กับ Add Line มาสอบถามรายละเอียดก็ได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Ladies-Car-Maintenance-Technique

สำหรับผู้หญิงบางคนนั้น เรื่องของการขับขี่รถยนต์บนพื้นท้องถนน อาจจะเป็นเรื่องยาก หรืออาจจะเป็นเรื่องท้าทายเกินความสามารถของเธอ แต่เมื่อถึงจุดใดจุดหนึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุจำเป็นใดๆ ที่มีเหตุทำให้ต้องขับรถยนต์ ผู้หญิงเหล่านั้นก็สามารถข้ามผ่านสิ่งที่ติดอยู่ในใจของตัวเองให้สามารถขับรถยนต์ได้อย่างเต็มที่

เทคนิคดูแลรถยนต์สำหรับผู้หญิง

แต่แน่นอนว่าจากการขับรถในทุกๆ วันแล้ว ผู้หญิงหลายคนมักจะไม่ทราบถึงวิธีการดูแลรถยนต์ของตัวเองมากสักเท่าไรนัก เพราะอาจจะมองเป็นเรื่องยาก บางครั้งเมื่ออุปกรณ์เครื่องรถยนต์เกิดชำรุดต่างๆ ก็มักจะโทรหาประกันทันที เพราะไม่สามารถจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้ ดังนั้น masii จึงอยากจะนำเทคนิคการดูแลรถยนต์ง่ายๆ เบื้องต้นสำหรับผู้หญิงมาฝากกันจ้า

Ladies-Car-Maintenance-Technique

1. ควรหมั่นเช็กลมยาง

ลมยางนั้นสำคัญมากๆ และมีผลต่อการทรงตัวของรถยนต์ ถ้าหากยางรถยนต์ของสาวๆ มีระดับที่ไม่ได้มาตรฐานจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย และเป็นการลดอายุของยางให้สั้นในระยะเวลาภายหลัง ดังนั้นถ้าหากรู้สึกว่ายางรถยนต์ของเราอ่อนลง ให้รีบไปเติมลมได้ที่ด้วยเครื่องเติมลมอัตโนมัติตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ได้เลย และถ้าหากเติมลมไประดับที่ได้มาตราฐานแล้วรถยนต์ของเรายังมีอาการผิดปกติ ให้นำรถไปเช็กสภาพที่ศูนย์เพื่อหาที่มาของปัญหา จะได้แก้ไขได้ทันท่วงทีค่ะ

Ladies-Car-Maintenance-Technique

2. ตรวจดูระบบระบายความร้อน

สาวๆ หลายคนมักไม่ค่อยได้ใส่ใจ ใส่รายละเอียดสำหรับการดูฝาหม้อระบายน้ำ ถ้าหากเพื่อนๆ พบว่า น้ำพร่อง หรือน้อยลงไป ทาง มาสิ แนะนำให้สาวๆ เติมน้ำสะอาดลงไปให้เต็ม แต่ข้อควรระวังนะคะ ห้ามเปิดทันทีในขณะที่เพิ่งใช้รถยนต์มาใหม่ๆ เพราะไอน้ำจะมีความร้อนที่สูงมาก อาจจะเกิดอันตรายแก่ตัวเองได้ ควรจอดแช่รถไว้สักพักก่อนจึงค่อยลงมือทำ

Ladies-Car-Maintenance-Technique

3. เช็กรอยหยดรั่วของน้ำมัน

เพิ่มความอุ่นใจในการขับรถยนต์เดินทางบนท้องถนนสำหรับสาวๆ เพื่อนๆ สามารถหมั่นตรวจเช็กดูที่ใต้ท้องรถของเราก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ออกเดินทางหรือหลังดับเครื่องยนต์ก็ได้ ถ้าหากว่ามีรอยน้ำมันรั่ว​ ซึมออกมา ให้รีบนำรถยนต์ของเพื่อนๆ ไปซ่อมที่อู่รถยนต์ หรือศูนย์ซ่อมรถยนต์ทันที เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอันตราย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

เพียงเท่านี้สำหรับปัญหาเบื้องต้นที่ทาง มาสิ หยิบยกมาบอกต่อพร้อมวิธีเทคนิคการดูแลง่ายๆ ที่สาวๆ ทุกคนสามารถทำได้​โดยแทบไม่ต้องพึ่งคนอื่นเลย แต่สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากได้ความอุ่นใจทุกๆ การขับขี่รถยนต์ การทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยได้ทันที หากมีข้อมูลสงสัย​โทรเข้ามาที่ 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่จ้า

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

5-Problem-From-Car-Fall

เป็นที่รู้ๆ กันนะครับ ว่าท้องถนนในกรุงเทพฯ และประเทศไทยของเรา มีปัญหาอยู่อย่างมากเลยทีเดียว นับตั้งแต่เรื่องมอเตอร์ไซค์ ขึ้นไปขี่บนฟุตบาท หาบเร่แผงลอยยึดฟุตบาท ล่วงมาจนถึงสภาพถนนหลายสาย ที่แย่มาก และถนนที่ขยันขุดแล้วขุดอีก หรือย่านสร้างรถไฟฟ้า ที่รถปูน รถดิน วิ่งถล่มถนนกัน รวมไปถึงกับดักต่างๆ เช่น ฝาท่อ หรือร่องบนพื้นผิวถนน

ถนนบางสาย ก็ขยันเอางบแปรญัตติมาทำกันจัง (ทั้งๆ ที่ถนนผิวคอนกรีตเดิม สภาพก็ยังไม่แย่นัก) ยิ่งประเภทลาดยางด้วยแอลฟัสต์เนี่ย พอใช้งานไปได้ไม่นาน ผิวถนนกลับหายเป็นหย่อมๆ หรือไม่เรียบ กลายเป็นหลุมบ่อมาแทน!

เมื่อรถวิ่งมาเร็วๆ ตกลงไป ถึงขั้นทำให้ช่วงล่างพังได้ และยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ อยู่บ่อยๆ เป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ได้ซะที สำหรับถนนของประเทศนี้

Mr.Carro จะมาเล่าถึงผลเสียของการขับรถตกหลุมบ่อย 4 ข้อว่า มีข้อเสียอะไรบ้าง.

5-Problem-From-Car-Fall

สภาพถนนเข้าหมู่บ้านในร้อยเอ็ด

1. ล้อแม็กคด หรือแตก

เมื่อรถยนต์หากวิ่งตกหลุมด้วยความเร็วที่มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้ทั้งยางและล้อแม็ก เกิดความเสียหายได้มากขึ้นเท่านั้น อาการส่วนใหญ่ที่เห็น จะเป็นล้อแม็กคด หรือดุ้ง ซึ่งถ้าเป็นไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่ก็ควรดัดคด เพื่อให้ล้อกลมเหมือนเดิม ช่วยป้องกันอาการรถสั่น ขณะขับด้วยความเร็วสูงได้

แต่ถ้าหนักหน่อยถึงขั้นล้อแม็กแตก ส่วนใหญ่มักจะเป็นล้อแม็กที่ผลิตขายกันแบบยี่ห้อโนเนม ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งกรณีล้อแม็กแตกนั้น อาจทำให้รถถึงขั้นเสียการควบคุม เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

2. ยางบวม หรือยางแตก

การขับรถตกหลุมด้วยความเร็วสูง แน่นอนว่า “ยาง” ซึ่งเป็นด่านหน้าในการรับกระแทกอย่างรุนแรง จนอาจเกิดอาการบวมขึ้นได้ และยางบวมยังส่งผลต่อการขับขี่ของรถ ทำให้เกิดอาการสั่น ขับรถได้อย่างไม่นิ่มนวล

ซึ่งถ้าหากในหลุมที่ตกลงไปนั้น มีเหลี่ยมคมเข้าไปอีก ถึงขั้นยางระเบิดได้

5-Problem-From-Car-Fall

3. ลูกปีนล้อแตก

ลูกปืนล้อ เป็นชิ้นส่วนที่เรียกได้ว่าอาจจะไม่ทนนัก สำหรับรถบางรุ่น หากมีการกระแทกที่ล้ออย่างรุนแรง ก็ส่งผลทำให้ลูกปืนล้อแตกได้

โดยอาการของลูกปืนล้อแตก จะมีเสียงหอนดังจากล้อข้างใดข้างหนึ่ง และจะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเร็วรถสูงขึ้น

4. ตัวถังรถ (โดยเฉพาะด้านหน้า) อาจเสียหาย

การขับรถลงหลุมด้วยความเร็วและรุนแรง อาจสร้างความเสียหายให้เกิดกับช่วงล่างได้ รวมไปถึงชุดกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตหน้า ก็อาจถูกแรงสั่นสะเทือน หรือกระแทกเสียหายได้

5-Problem-From-Car-Fall

5. ช่วงล่างพังเร็ว

ถ้ารถของคุณใช้งานมานาน และตกหลุมบ่อยพอสมควร สังเกตได้เลยว่า เวลาลงหลุมแล้วรถจะไม่นิ่มนวล มีเสียงดังเอียดอ๊าด หรือตึงตังที่ช่วงล่างประจำ เพราะช่วงล่างหลวมจากชิ้นส่วนต่างๆ ที่ถูกแรงกระแทกมาอย่างยาวนาน เริ่มไม่ยึดแน่นคงที่

นั่นเพราะ โช็คอัพ, เบ้าโช๊คอัพ, ปีกนก, ลูกหมากคันชัก-คันส่ง, ลูกหมากแร็ค (หรือ ไม้ตีกลอง), ยางแท่นเครื่อง หรือ เพลาขับ ก็จะเกิดอาการเสื่อมภาพ พังเร็วขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งหลายนี้ ก็นับตั้งแต่ราคาหลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นบาทได้

ทางที่ดี เวลาขับรถตามท้องถนน เมื่อเจอหลุมบ่อ เนินลูกระนาด ควรชะลอช้าๆ แล้วค่อยๆ ลง แต่ถ้าหาทางเลี่ยงได้ เลี่ยงเลยครับ เพราะช่วงล่างพังไวขึ้น ต้องเตรียมเงินไว้จ่ายค่าซ่อมบานแน่ๆ

ถ้าคุณเบื่อซ่อมช่วงล่างรถคันเดิมอยากเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถด่วน เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Frank-X-Carro-Car-Insurance-Type3-Plus

สวัสดีครับชาว Carro หากคุณสงสัยว่า “รถมือสองจำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ไหม?” คงต้องบอกว่า “จำเป็นครับ” หากคุณมีงบไม่มากแต่ต้องการความดูแลทุกการขับขี่ แนะนำประกันรถยนต์ชั้น 3+ หรือประกันชั้น 3 พลัสก็เหมาะ เพราะเบี้ยไม่แพงความคุ้มครองก็ไม่เบาเลยครับ

ด้วยข้อดี คือ “เบี้ยถูก” ประกันชั้น 3+ เบี้ยประกันรถยนต์จึงมีราคาถูกที่สุดตามทุนประกันที่ 100,000 บาท และประกัน 3+ ยังเหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุ 4-15 ปีขึ้นไป หมายความว่า รถมือสองซื้อประกันชั้นนี้ได้แน่ๆ และดูแลค่าซ่อมรถยนต์เราหากเกิดอุบัติเหตุด้วยนะครับ ซึ่งให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ ที่เรามี จึงช่วยให้ผู้ขับขี่รถมือสองอุ่นใจทุกการขับขี่ได้อีกเปราะ

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองเหตุอะไร ?

หากคุณกำลังสงสัยว่า ประกันชั้น 3+ นั้นคุ้มครองอะไรบ้าง เดี๋ยวจะสรุปให้เข้าใจแบบสั้น ๆ ตามนี้ครับ

  • คุ้มครองหากเกิดเหตุรถชนรถ ดูแลค่ารักษาพยาบาล ดูแลกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ เพิ่มเติมจากพ.ร.บ.
  • หากเกิดอุบัติเหตุประกันชั้น 3+ จะช่วยรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตามทุนประกันของคุณ
  • ดูแลเฉพาะเหตุรถชนรถเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีให้ชัดเจน มีหลักฐานในการแจ้งเคลม
  • กรณีขับรถชนคนเสียชีวิต ประกัน 3+ จะช่วยประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญาที่ต้องส่งฟ้องศาล ตามทุนประกันที่เลือกไว้

เรียกได้ว่า ประกันชั้น 3+ ช่างเป็นประกันภัยที่ดีต่อใจรถมือสอง เพราะมีความคุ้มครองแบบพลัสๆ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

3-Trick-For-Prevent-Dust-PM25-In-Car

ช่วงนี้เป็นที่รู้ๆ กันว่า ในกรุงเทพฯ มีฝุ่นค่อนข้างเยอะมากๆ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากรถยนต์ รถเมล์ รถบรรทุก ที่เครื่องยนต์ดีเซลเสื่อมสภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ปล่อยควันพิษกันออกมามาก แล้วออกมาวิ่งกันบนถนนเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการสร้างคอนโดมิเนียมในตัวเมือง ก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝุ่นพิษ PM2.5 ขึ้นอย่างมากมาย

PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน เปรียบได้กับขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ โดยขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้

หลายคนคิดว่า เฮ้ย! นั่งอยู่ในรถแล้ว ยังไงก็ปลอดภัย ยิ่งถ้าเป็นรถยนต์สมัยใหม่ มีระบบกรองอากาศ ระบบฟอกอากาศมากมาย ซึ่งบางรุ่นยังมีระบบระบบไฟฟ้าสถิตย์ ปล่อยประจุไฟฟ้าลบ เพื่อไปเกาะจับอนุภาคฝุ่นในอากาศอีกด้วย

แต่ถ้าเป็นรถรุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีออพชั่นแบบนี้ จะทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยจากเจ้าฝุ่น PM2.5 ขณะขับรถอยู่ในเมืองได้ล่ะ Mr.Carro ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์จาก Carro มี 3 วิธี จะมาเล่าให้ฟัง.

3-Trick-For-Prevent-Dust-PM25-In-Car

สำหรับฝุ่น PM2.5 นั้น จัดว่าเป็นฝุ่นที่มีความอันตรายต่อร่างกาย และผู้ป่วย ซึ่งมีความหนาแน่นในชั้นบรรยากาศ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคล้ายหมอก ปกติฝุ่น PM2.5 จะเยอะในช่วงเปลี่ยนฤดูหนาวไปฤดูร้อน และช่วงฤดูฝน (ที่ฝนขาดช่วง) ก่อนจะไปสู่ฤดูหนาว

โดยฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมาก สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอด ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อปอด ทําให้การทํางานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง

วิธีการป้องกัน คือ ใส่หน้ากาก N95 หรือหน้ากากอย่างน้อย 2 ชั้น เพื่อลดจำนวนฝุ่นที่เข้าถึงปอดได้

แต่ถ้านั่งอยู่ในรถ ตามจริงแล้วก็ดูปลอดภัยจากฝุ่นอยู่พอสมควร (ถ้าหากไม่เปิดประตูรถ หรือเปิดกระจกรถในย่านที่รถติดๆ ฝุ่นเยอะๆ) จะให้ใส่หน้ากากอนามัยปิดปากตลอด บางทีก็ดูอึดอัด … วิธีป้องกันฝุ่น PM2.5 เข้ารถแบบง่ายๆ มีด้วยกัน 3 วิธี ได้แก่ …

กรองแอร์

3-Trick-For-Prevent-Dust-PM25-In-Car

คุณควรเลือกกรองแอร์ ชนิดแบบ HEPA Airfilter ที่สามารถกรอกฝุ่นมลพิษได้ที่ PM2.5 – PM0.3 ซึ่งปัจจุบันมีขายตามท้องตลาดทั่วไป พร้อมกับหมั่นทำความสะอาดระบบแอร์ หรือเปลี่ยนกรองแอร์อย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุกๆ 15,000 กิโลเมตร

เปิดระบบหมุนเวียนอากาศภายในรถ

3-Trick-For-Prevent-Dust-PM25-In-Car

ระบบปรับอากาศในรถ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 แบบ นั่นคือ รับอากาศจากข้างนอกเข้าอย่างเดียว (Fresh), อากาศหมุนเวียนเฉพาะในรถอย่างเดียว (Recirc หรือ Recirculation) และแบบผสม รับทั้งอากาศภายนอกเข้ามา และอากาศหมุนเวียนภายในด้วย

กรณีนี้ เราขอแนะนำให้คุณเลือกใช้เฉพาะโหมด อากาศหมุนเวียนเฉพาะในรถอย่างเดียว เท่านั้น

เครื่องฟอกอากาศ

3-Trick-For-Prevent-Dust-PM25-In-Car

แต่ถ้าใครยังกังวลอยู่ล่ะกก็ ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพิ่มเติมเลยก็ได้ เพื่อความสบายใจ ซึ่งในท้องตลาดตอนนี้ก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายยี่ห้อ เพื่อกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก กลิ่นไม่พึงประสงค์ กรองแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อโรคในอากาศ กรองควันบุหรี่ ได้ เป็นต้น

แค่ลองทำตาม 3 วิธีนี้ ก็ช่วยลดปัญหาของฝุ่น PM2.5 ไปได้เยอะแล้วล่ะครับ แต่ก็อย่าลืมตรวจเช็คสภาพรถยนต์ สภาพเครื่องยนต์ ให้ดีอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่อย่างนั้นรถของคุณเองนั่นแหละ ที่จะเป็นตัวปล่อยฝุ่น PM2.5 ซะเอง

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือได้เงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

“สิงคโปร์” (Singapore) เป็นประเทศเล็กๆ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี ในฐานะเกาะเล็กๆ (ที่เป็นประเทศด้วย) ที่แยกตัวออกมาจากประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่แค่เพียง 718.3 ตร.กม. ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเหมือนประเทศอื่น มีเพียงทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น แต่สามารถสร้างประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าขาย ในระดับ ASEAN และในระดับโลกได้

เป็นศูนย์รวมของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก มีสำนักงานในประเทศนี้ และศูนย์รวมเรือสินค้าจากทั่วโลก เพราะมีท่าเรือขนส่งสินค้าปลอดภาษี ให้ผู้ซื้อ-ผู้ขาย มาทำการซื้อขายได้ที่นี่ ด้วยความที่สิงคโปร์เป็น “พ่อค้าคนกลาง” นั่นเอง

ตัวประเทศสิงคโปร์เอง ยังมีฐานะทางเศรษฐกิจดี (แม้ว่าช่วงนี้ อาจจะมีอาการ “สะดุด” ออกมาให้เห็นอยู่บ้างก็ตาม) จากการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการค้ามาหลายสิบปี อีกทั้งยังมีแรงงานต่างชาติ ที่นิยมเข้าไปทำงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

พอย้อนกลับมาที่หัวเรื่อง ก็สงสัยว่าแต่ทำไม? ประเทศไทย เวลาปรับขึ้นหรือลงราคาน้ำมัน ถึงต้องอิงราคาน้ำมัน จากประเทศสิงคโปร์ด้วย?

Carro-Gas-Station

ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน มีรายละเอียดอธิบายดังนี้ …

สาเหตุที่ต้องอ้างอิงราคาสิงคโปร์ นั่นหมายถึง เป็นราคาที่สะท้อนถึงการซื้อ-ขาย ของทุกประเทศ ในภูมิภาคนี้

1. สะท้อนต้นทุนการนำเข้าของไทยในระดับต่ำสุด ตลาดสิงคโปร์เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งใกล้ไทยมากที่สุด ดังนั้น ต้นทุนในการนำเข้า จึงเป็นต้นทุนที่ถูกที่สุดที่โรงกลั่นไทยต้องแข่งขันด้วย

2. ปริมาณการซื้อ-ขาย สูง ซึ่ง สิงคโปร์ จะเป็นตลาดที่ซื้อขายน้ำมันเช่นเดียวกับนิวยอร์ค (NYMEX) โดยน้ำมันที่ทำการซื้อขาย อาจไม่ได้เก็บไว้ในสิงคโปร์ แต่จะมีการตกลงซื้อขายในสิงคโปร์ เนื่องจากจะมีบริษัทที่ทำธุรกิจซื้อขายน้ำมัน มาเปิดดำเนินการในสิงคโปร์ ปริมาณการซื้อขายน้ำมันในสิงคโปร์ จะอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับตลาดใหญ่ ในพื้นที่อื่น (ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง) ซึ่งทำให้ยากต่อการปั่นราคา

โดยผู้ซื้อหรือผู้ขาย และราคาจะสะท้อน จากความสามารถในการจัดหา และความต้องการน้ำมันของภูมิภาคนี้

3. ราคาสะท้อนความสามารถในการจัดหา และความต้องการของเอเซีย แม้สิงคโปร์จะมีกำลังการกลั่นรวมอยู่ที่ 1.5 ล้านบาเรลต่อวัน ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่า จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่การกลั่นของสิงคโปร์ เป็นการกลั่นเพื่อส่งออก ในขณะที่ประเทศที่มีกำลังกลั่น มากกว่าสิงคโปร์ดังกล่าว เป็นการกลั่นเพื่อใช้ในประเทศเป็นหลัก เมื่อเหลือแล้วจึงส่งออก จากการกลั่นเพื่อส่งออกเป็นหลัก ทำให้ราคาจำหน่ายของตลาดสิงคโปร์ จะสะท้อนราคาส่งออกที่แท้จริง ซึ่งจะสะท้อนความสามารถในการจัดหา และสภาพความต้องการนำน้ำมันสำเร็จรูป ของภูมิภาคเอเซีย

Singapore-Refinery-Photo

4. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ เป็นฐานกำหนดราคาส่งออกของประเทศต่างๆ แม้ว่าการส่งออกของสิงคโปร์จะเริ่มลดลง เพราะมีกำลังกลั่นเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แต่ราคาที่ส่งออกของประเทศต่างๆ ยังคงใช้ราคาน้ำมันของตลาดสิงคโปร์ เป็นฐานในการกำหนดราคาส่งออก และการซื้อขายเพื่อส่งออกจากประเทศต่างๆ ยังทำการซื้อขายที่สิงคโปร์เป็นหลัก

5. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับตลาดอื่นๆ ทั่วโลก สพช. ได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดต่างๆ ได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดยุโรป ตลาดอเมริกา และตลาดจรสิงคโปร์พบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทุกตลาดต่างปรับตัวเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และในระดับที่ใกล้เคียงกัน อาจมีบางช่วงที่ราคา ของบางตลาดเปลี่ยนแปลงในทิศทาง หรือระดับที่แตกต่างกับตลาดอื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะภาวะที่ความต้องการ และปริมาณน้ำมันในตลาด ไม่มีความสมดุลในช่วงเวลานั้นๆ

แต่ต่อมาราคาที่แตกต่างจากตลาดอื่นมาก จะทำให้เกิดการไหลเข้า / หรือออกของน้ำมันจากตลาดอื่น จนทำให้ระดับของราคาตลาดนั้น ปรับตัวสู่ภาวะสมดุลกับตลาดอื่น ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่ายในทุกตลาด เป็นสินค้าภายใต้ระบบการค้าเสรี และเป็นสากล

6. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ ผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ จากการสังเกตความเคลื่อนไหว ของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ

และการปรับตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ ในช่วงที่มีความแตกต่างจากตลาดอื่นมาก ตลาดสิงคโปร์จะใช้เวลาในการปรับตัวสู่สมดุลในเวลาประมาณ 1-3 วัน ซึ่งจะเห็นว่าการแข็งตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูป ในเดือนมีนาคมในตลาดจรสิงคโปร์ ได้ปรับตัวสู่ระดับปกติในช่วงหลังของเดือน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วีระ ธีรภัทร

และอันนี้เป็นความคิดเห็นในส่วนของ “วีระ ธีรภัทร” หรือ วีระ ธีระภัทรานนท์ ผู้จัดรายการชื่อดังจากรายการ คุยได้ คุยดี “Talk news & Music” ที่กล่าวไว้ในรายการเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2562 จากความทรงจำ …

“ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ คือราคาหน้าโรงกลั่นประเทศไทย ที่อ้างอิงราคาจากที่สิงคโปร์ ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ และราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปั้มน้ำมันในประเทศสิงคโปร์

ทำไมถึงใช้อ้างอิงกัน ทั้ง ญี่ปุ่น, เวียดนาม, อินโดนีเซีย เป็นต้น เพราะสิงคโปร์ มีการซื้อ-ขาย น้ำมัน ในสิงคโปร์มากที่สุดในภูมิภาคนี้ เปรียบเหมือน “ตลาดไท” ในบ้านเรา เราเชื่อว่าราคาส้มโอ หรือแตงโมที่ตลาดไท น่าจะถูกกว่าที่ตลาดสดติดบ้านเรา คุณคิดว่าถูกกว่า? หรือแพงกว่า?

แล้วทำไมเราใช้ราคาอ้างอิงที่ถูกกว่า เพราะเราใช้ราคาที่อื่นไม่ได้แล้ว อันนี้คือวิธีคิด ฉันใดฉันนั้น เพราะผู้ซื้อผู้ขายเยอะ และราคานี้ก็ขึ้นลงได้เร็ว เพราะ Demand / Supply เยอะ

ถ้าถามว่าเราไม่ใช้ราคานี้ได้ไหม ได้ ก็อิงจากราคาหน้าโรงกลั่นไป

แต่ถ้าคุณทำราคาได้ต่ำกว่าราคาอ้างอิงที่สิงคโปร์ คุณก็ได้กำไรไป”

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ที่ประหยัดน้ำมันขึ้น หรือขับเคลื่อนธุรกิจคุณ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา :