Nissan-Leaf

Nissan Leaf ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 2 ประหยัดขึ้นกว่าเดิม

             Nissan เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) เจเนอเรชั่นที่ 2 “Simply Amazing” ครั้งแรกในโลกที่ญี่ปุ่น พร้อมเริ่มขายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ ก่อนส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกเช่นเคย

สำหรับ นิสสัน ถือเป็นผู้บุกเบิกในยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัว นิสสัน ลีฟ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก และเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2010 ปัจจุบันมียอดขายที่มากกว่า 280,000 คัน ถือว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายมากที่สุดในโลก ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังจะมาแทนที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง!

Nissan-Leaf

Nissan Leaf ใหม่

Nissan-Leaf

Nissan-Leaf

รูปทรงภายนอก เน้นความสปอร์ต ลู่ลมขึ้น

นิสสัน ลีฟ ใหม่ ถูกออกแบบด้วยรูปโฉมสปอร์ต ตัวรถพัฒนาด้วย Concept “Advance Expression” มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED ทรงบูมเมอแรง, กระจังหน้า V-Motion แบบ 3 มิติ และไฟท้ายทรงบูมเมอแรงแบบ LED คู่กับล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว (ในรุ่น G)

มาพร้อมมิติตัวถังยาว 4,480 มม. กว้าง 1,790 มม. สูง 1,540 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม.

Nissan-Leaf

Nissan-Leaf

Nissan-Leaf

ห้องโดยสารภายใน พร้อมพื้นที่เก็บของกว้างขวาง

ห้องโดยสารออกแบบใหม่ตาม Concept “Gliding Wing” คอนโซลหน้ารูปแบบใหม่ เบาะนั่งเดินด้วยด้ายสีน้ำเงิน ส่วนความบันเทิง มาพร้อมชุดจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay และ NissanConnect ที่สามารถค้นหาข้อมูล Update ล่าสุด ของสถานีชาร์จไฟฟ้า ทั้งสถานที่ตั้ง หรือเวลาให้บริการ รวมทั้งการรอคิวชาร์จ และในระหว่างชาร์จไฟฟ้า เจ้าของรถสามารถดูปริมาณแบตเตอรี่ได้ผ่านสมาร์ทโฟน เป็นต้น พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 435 ลิตร (วัดตามมาตรฐาน VDA)

Nissan-Leaf

นิสสัน ลีฟ คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” พร้อมชูจุดเด่นอย่าง “นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility)” ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจกับมุมมองรอบด้าน และสามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวรถได้ดีขึ้น ด้วยระบบต่างๆ อาทิเช่น

Nissan-Leaf

  • ระบบ ProPILOT ครั้งแรกของการแนะนำระบบขับอัตโนมัติ รวมถึงระบบ ProPILOT Park ที่สามารถนำรถยนต์เข้าจอดในซอง และการจอดรถริมฟุตบาท แบบอัตโนมัติ โดยที่คนขับนั่งเฉยๆ ไม่ต้องไปหมุนพวงมาลัยใดๆ

Nissan-Leaf

  • ระบบ e-Pedal ช่วยในการเร่งความเร็วและการเบรก โดยระบบจะทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking ในการช่วยหยุดรถ อีกทั้งยังใช้ทดแทนระบบ Hill Start Assisted (HSA) ในการออกตัวบนทางลาดชันอีกด้วย

Nissan Leaf ใหม่ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าชุดใหม่ แบบ EM57 ที่ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า (PS) (110 กิโลวัตต์) (แรงม้าเพิ่มขึ้น 38% จากรุ่นแรก) ที่ 3,283-9,795 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 32.6 กก.-ม. (320 นิวตันเมตร) ที่ 0-3,283 รอบ/นาที

แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด 40 กิโลวัตต์/ชม. เพียงชาร์จ 1 ครั้ง สามารถเดินทางได้ระยะทางมากถึง 400 กิโลเมตร (ตามการทดสอบตามโหมด JC08 ของประเทศญี่ปุ่น)

Nissan-Leaf

Nissan-Leaf

ขับไปไหนก็หายห่วงเรื่องไฟหมด ด้วยจุดเติมพลังงานไฟฟ้าที่มากถึง 28,500 จุด (โดยประมาณ) ทั่วประเทศญี่ปุ่น (แบ่งเป็นสถานี Quick Change 7,108 จุด และสถานีขาร์จแบบธรรมดา 20,727 จุด) ใช้เวลาชาร์จประมาณ 40 นาที ก็ได้ปริมาณพลังงานไฟฟ้ามากถึง 80% หากชาร์จแบบ Quick Charge และใช้เวลาชาร์จ 8 ชั่วโมง (กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์) สำหรับการชาร์จแบบธรรมดา

Nissan Leaf ใหม่ มีรุ่นย่อยให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S, X และ G พร้อมมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ในราคา 3,150,360-3,990,600 เยน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.nissan.co.jp

Toyota Yaris Hatchback โฉมไมเนอร์เชนจ์ เตรียมเปิดตัว 14 กันยายนนี้

           หลังจากที่ Toyota เปิดตัว Toyota Yaris Ativ (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) ใหม่ ไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เตรียมแถลงข่าวเปิดตัว Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบค) ตามมาในเดือนนี้ทันที

พร้อมเผยคลิป VDO Treser เพื่อกระตุ้นตลาดรถอีโคคาร์ให้คึกคักมากขึ้น และเตรียมตัวรับมือกับยี่ห้อคู่แข่ง ที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่เช่นกันในปลายปีนี้

Toyota-Yaris-Hatchback-Thai

Toyota-Yaris-Hatchback-Thai

Toyota Yaris Hatchback เวอร์ชั่นไทย ชุดไฟท้ายแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นจีน

Toyota-Yaris-L

Toyota-Yaris-L

Toyota Yaris L เวอร์ชั่นจีน

Yaris Hatchback ไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกที่ดูใกล้เคียงกับ Yaris ATIV ขณะที่ช่วงท้ายของตัวรถออกแบบประตูคู่หลังใหม่ พร้อมไฟท้ายใหม่แบบ 2 ก้อน มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานทุกรุ่นย่อย เช่น ระบบ VSC, TRC, ถุงลมนิรภัยรอบคัน รวมไปถึงระบบเบรก ABS และ EBD เป็นต้น

Toyota-Vios-FS

Toyota Vios FS เวอร์ชั่นจีน อีกแบบหนึ่งของ Vios 5 ประตู

สำหรับ Toyota Yaris Hatchback ไมเนอร์เชนจ์ คาดว่าใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.0 กก.-ม. (108 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ทุกรุ่นย่อยเช่นเดิม

Toyota-Yaris-L

รายละเอียดเพิ่มเติมและราคาจำหน่าย Toyota Yaris Hatchback โฉมไมเนอร์เชนจ์ … ติดตามเพิ่มเติมได้ในวันที่ 14 กันยายนนี้

Mitsubishi-Delica

Mitsubishi เตรียมเผยโฉมรถต้นแบบ “Delica” ใหม่ ที่งาน Tokyo Motor Show 2017

               Mitsubishi Delica หลายท่านคงไม่คุ้นหู กับชื่อรถรุ่นนี้กันเท่าไหร่ หากย้อนไปในช่วงเดือนมีนาคม 2558 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำเข้า Delica D:5 มาขายในชื่อ “Delica Space Wagon” จัดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบ Premium MPV แต่ก็ขายเป็นช่วงระยะสั้นๆ เท่านั้น

Mitsubishi-Delica-Space-Wagon

Mitsubishi Delica Space Wagon ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สั่งเข้ามาจำหน่ายในปี 2558

เมื่อเทียบกับในประเทศญี่ปุ่น มียอดขายอยู่ประมาณ 1,000 คัน/เดือน โดย Delica D:5 รุ่นปัจจุบันเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ถือว่าถึงเวลาต้อง Modelchange เพิ่มความสดใหม่ ให้ถูกใจผู้บริโภค

2018-Mitsubishi-Delica

ดีไซน์ของ Mitsubishi Delica ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 6 คงออกแบบตาม Concept “Dynamic Shield” เช่นเดียวกับมิตซูบิชิรุ่นอื่นๆ และได้แรงบัลดาลใจในการออกแบบมาจากรุ่น Xpander อยู่มาก อีกทั้งยังใช้พื้นฐานร่วมกับรุ่น Outlander โดยภายนอกมาพร้อมกระจังหน้าสีดำ ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายรูปทรงตัว L เพิ่มความเด่นด้วยซุ้มล้อสีดำ

2018-Mitsubishi-Delica

คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร ดีเซลเทอร์โบ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ให้แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุดมากกว่า 40.0 กก.-ม. (หรือ 392 นิวตัน-เมตร) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ S-AWC (Super All Wheel Control) แบบใหม่ ให้สมรรถนะที่ดีทั้งทางเรียบ และ ทางฝุ่น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Web Motor Magazine

Mini-EV

BMW ยืนยัน พร้อมจำหน่าย Mini EV แน่นอนในปี 2019

บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของมินิ ยืนยันผลิต Mini EV (Electric Vehicle) เวอร์ชั่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในปี 2019 นี้ โดย BMW เตรียมเผยโฉม Mini “Electric Concept” ครั้งแรกของโลกที่งาน Frankfurt Motor Show 2017 เดือนหน้านี้

สำหรับ Mini EV มาพร้อมรูปแบบแฮทช์แบค 3 ประตู พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ต่างจากรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ที่มักพัฒนาบนพื้นฐานเฉพาะ

Mini-Electric-Concept

Mini-Electric-Concept

รูปทรงภายนอก สะดุดตาในสไตล์มินิ ไฟหน้าแบบ LED ทรง Retro คู่กับกระจังหน้าดีไซน์ให้กลมกลืนกับตัวรถ พร้อมสัญลักษณ์รูปที่ชาร์จไฟ กระจกมองข้างสีเหลือง มาพร้อมกับล้อแม็กขนาดใหญ่ หลังคาสีเทาพร้อมสาดด้วยสีเหลืองบริเวณด้านหลัง ส่วนไฟท้าย เลนส์ภายในเป็นรูปลายธงชาติอังกฤษ “Union Jack” และชุด Diffuser หลังทำจากไฟเบอร์กลาส

Mini-Electric-Concept

Mini-Electric-Concept

Mini E

รถพลังงานไฟฟ้า Mini E ที่ทาง Mini ผลิตออกมาเมื่อปี 2009 จำนวนจำกัด

ทาง BMW อาจจะพัฒนาจากขุมพลังของ Mini E ที่ทีมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 35 กิโลวัตต์/ชม. เมื่อชาร์จเต็มความจุ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ถึง 240 กิโลเมตร โดยผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน และส่งไปในหลายๆ ประเทศ อาทิเช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เยอรมนี จีน และญี่ปุ่น เช่าใช้งานช่วงปี 2009-2010 รวมทั้งให้บริการนักกีฬาระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “ลอนดอนเกมส์” ที่อังกฤษ เมื่อปี 2012

Mini-Electric-Concept

โดย บีเอ็มดับเบิลยู จะผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่โรงงานของบีเอ็มฯ ในประเทศเยอรมนี ก่อนส่งไปประกอบยังโรงงานของมินิ ในอังกฤษ ก่อนวางจำหน่ายในยุโรปปลายปี 2019

Suzuki-Jimny-2018

เผยภาพหลุด Suzuki Jimny รุ่นใหม่ ดีไซน์แบบ Retro แต่แฝงด้วยความทันสมัย

หลังจากที่โลกออนไลน์ได้เห็นภาพหลุดเจ้า Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) ใหม่ ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากในหลายๆ ประเทศ ที่ยังคงชื่นชอบและติดใจรถยนต์ออฟโรดขนาดเล็กจากทาง ซูซูกิ ซึ่งถือเป็นการดีไซน์ที่ย้อนยุคกลับไปแบบในรุ่น LJ10/20 หรือรุ่น SJ410 แต่เพิ่มเติมเรื่องออพชั่นที่ทันสมัยแบบในปัจจุบัน คาดอาจจะเปิดตัวในงาน Tokyo Motor Show 2017 นี้

Suzuki-Jimny-2017 Suzuki-Jimny-2017

Suzuki Jimny รุ่นที่จำหน่ายอยู่ในญี่ปุ่นปัจจุบัน (ภาพจาก suzuki.co.jp)

นับตั้งแต่ Suzuki Jimny เปิดตัวในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1970 ปัจจุบันออกจำหน่ายกันมาถึง 3 เจเนอเรชั่นหลักๆ (โดยโฉมปัจจุบัน เปิดตัวจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 1998 ถือว่านานมาก ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว) และประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ในฐานะรถออฟโรดขนาดเล็ก ที่มีสมรรถนะในการลุยป่าฝ่าดงเข้าไปได้ดีกว่ารถออฟโรดคันใหญ่ๆ หลายรุ่น! รวมถึงความทนทานที่พิสูจน์ได้

อดีตจำหน่ายในบ้านเราชื่อ Suzuki Caribian (ซูซูกิ คาริเบียน) โดยมีทั้งรุ่น SJ410 และ SJ413 ซึ่ง บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผลิตและจำหน่ายออกมาอยู่หลายเวอร์ชั่นมาก ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผลิตขายในบ้านเรา ก่อนที่ซูซูกิ มอเตอร์ จะเข้ามาทำตลาดในไทยและยุติการจำหน่ายเจ้า Caribian ไป

Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny

Suzuki Jimny ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน (ภาพจาก Motor1.com)

โดยโฉมใหม่ที่ปรากฏออกมา นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่ย้อนยุค กระจังหน้าแบบ 5 ช่อง ไฟหน้าและไฟเลี้ยวทรงกลม กันชนหน้าสีดำพร้อมซุ้มล้อสีดำ ติดตั้งยางอะไหล่พร้อมฝาครอบรูป “แรด” บริเวณประตูท้าย และไฟท้ายแนวนอนบริเวณกันชน เป็นต้น

2018-Suzuki-Jimny-Leaked-Official-Image

ในการนำเสนอ อันนี้คาดว่าน่าจะเป็นสีของตัวรถ ที่จะมีให้ลูกค้าเลือก

2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo

ภาพ Spy Shot ขณะกำลังทดสอบอยู่ในยุโรป (ภาพจาก Motor1.com)

ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดด้านเครื่องยนต์ของ Suzuki Jimny ใหม่ออกมา แต่ในรุ่นปัจจุบัน มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K6A ขนาด 660 ซีซี Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (เฉพาะเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ตามคุณสมบัติของรถ K-Car)

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส M13A เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า (อยู่ใน Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่น และในเวอร์ชั่นต่างประเทศ) ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Drive Action 4X4

Suzuki-Jimny-660

ดูดีๆ สิครับ เส้นสายของ Suzuki Jimny โฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 ดูคล้ายกับรุ่นใหม่ที่กำลังจะออกจำหน่ายมาก

ส่วนในไทย คาดว่าคงไม่มีทำตลาดเช่นเคย นอกจากซูซูกิ ประเทศไทย จะใจกล้าลงทุนประกอบขาย!

AutoExc-Mazda-CX-3

AutoExe นำเสนอชุดแต่ง “DK-05” และ “DK-05S” สำหรับ Mazda CX-3 โดยเฉพาะ

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

สำนักแต่ง AutoExe สัญชาติญี่ปุ่น นำเสนอชุดแต่ง “DK-05” และ “DK-05S” ใน 2 แบบ 2 สไตล์ สำหรับ Mazda CX-3 มิติใหม่ของรถ Freestyle Crossover โดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ต แรงขึ้นด้วยชุดเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ ดีไซน์มาสำหรับ Mazda CX-3 โดยเฉพาะ ใน Concept “Tune COOL!” วางจำหน่ายแล้วในญี่ปุ่น

DK-05

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

โดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้าสปอร์ต พร้อมไฟ DRL แบบ LED

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ท่อไอเสียออกแบบกึ่งกลาง พร้อม Diffuser หลังสีเงิน

ชุดแต่ง “DK-05” ประกอบไปด้วย ชุดกันชนหน้าสปอร์ต และ Daytime Runnging Light แบบ LED พร้อมสปอยเลอร์ด้านล่าง กระจังหน้าแบบ Piano Black โดยกันชนหน้าของ AutoExe มีขนาดยาวกว่ากันชนของโรงงาน 20 มม. และสูงกว่ากันชนเดิมของตัวรถ 25 มม. ด้านข้างประตูรถ ติดตั้ง “Sports Side Vision” กันสาดข้างประตู ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์แบบ “Wing Type” ด้านหลังท่อไอเสียออกแบบให้อยู่กึ่งกลางแผ่น Diffuser หลังสีเงิน

DK-05S

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ส่วนของแบบ “DK-05S” ตกแต่งภายนอกให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ชุดกันชนหน้าแบบ Millimeter Wave Radar และไฟตัดหมอกดวงเล็ก และสปอยเลอร์ด้านล่าง กระจังหน้าถูกออกแบบใหม่ โดยกันชนหน้าของ AutoExe มีขนาดยาวกว่ากันชนของโรงงาน 20 มม. ด้านข้างประตูรถ ติดตั้ง “Sports Side Vision” กันสาดข้างประตู ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์แบบ “Wing Type” ติดตั้งท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวา พร้อม Diffuser หลังสีเงิน

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ด้านหน้ายกชุดด้วยกระจังหน้าทรงใหม่ พร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

AutoExe-DK05-Mazda-CX-3

ชุดท่อไอเสียคู่ เพิ่มความโดดเด่น

ทั้ง 2 แบบ สามารถเลือกชุดแต่งช่วงล่างจัดเต็มได้ยกเซ็ต ในแบบ Street Sports Suspension Kit มีให้เลือกตามกำลังเงินของคุณ ว่าจะเปลี่ยนแค่บางอย่างหรือทั้งหมดก็ได้ ทั้งสปริงลดความสูงของรถ, ชุด Sport Damper, ชุด Stabilizer แบบ Sport ปรับระดับได้ และลูกหมากปลายแร็คแบบสปอร์ต ชุดจานเบรก และผ้าเบรกแบบสปอร์ต ส่วนเครื่องยนต์สามารถเลือกติดตั้งไส้กรองอากาศแบบสปอร์ต, หม้อกรองอากาศแบบสปอร์ต, ท่อร่วมไอดี และหม้อพักไอเสียที่ออกแบบเป็นพิเศษ

ขอบคุณข้อมูลจาก autoexe.co.jp

ขึ้นค่าทางด่วน

ผู้ใช้ทางด่วนร้องจ๊าก! การทางพิเศษฯ ยันปี 2561 ขึ้นค่าทางด่วน 5-10 บาท

ทราบกันหรือยังว่า … การทางพิเศษฯ เตรียมปรับค่าทางด่วนขึ้นเฉลี่ย 5-10 บาท ในเดือนกันยายน 2561 เผยถึงรอบคิวปรับทุก 5 ปี ตามสัมปทานที่ทำไว้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางด่วนขั้นที่ 2 ทางพิเศษศรีรัช ระยะเวลา 30 ปี

โดยในสัมปทาน สามารถพิจารณาปรับค่าผ่านทางได้เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ปี ตามดัชนีผู้บริโภค (CPI = Consumer Price Index) ตามสัญญาสัมปทานซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. 2561 โดยที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 5-10 บาท ทั้งนี้ ถือเป็นการปรับค่าทางด่วนรอบสุดท้าย เพราะสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในปี 2563

ทางด่วน

อัตราค่าผ่านทางปัจจุบันที่ปรับขึ้นล่าสุดตั้งแต่ 1 ก.ย. 2556 ได้แก่

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1)
    รถ 4 ล้อ, 50 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 75 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 110 บาท
  • ทางพิเศษศรีรัช ส่วน C (รัชดาภิเษก-แจ้งวัฒนะ)
    รถ 4 ล้อ, 15 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 20 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 35 บาท
  • ส่วน D (พระราม 9 – ศรีนครินทร์)
    รถ 4 ล้อ, 25 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 55 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 75 บาท

ทางด่วน

ขณะเดียวกันจะมีทางด่วนอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) ที่ BEM รับสัมปทานและมีรายได้ค่าผ่านทาง 100% จะครบกำหนดวันที่ 1 พ.ย. 2561 จากปัจจุบัน

  • ช่วงแจ้งวัฒนะ-เชียงราก
    รถ 4 ล้อ, 45 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 100 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 150 บาท
  • ช่วงเชียงราก-บางไทร
    รถ 4 ล้อ, 10 บาท
    รถ 6-10 ล้อ, 20 บาท
    มากกว่า 10 ล้อ, 30 บาท

ทางด่วน

ปัจจุบัน กทพ. รับส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 60% และ BEM ได้รับอยู่ที่ 40% จนครบกำหนดอายุสัญญา ทั้งนี้หาก กทพ. ดำเนินการเอง จะทำให้มีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน กทพ.มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 17,193.29 ล้านบาท มีรายจ่าย 9,872.63 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,320.66 ล้านบาท โดยขณะนี้ กทพ. ต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ร้อยละ 7) ของประชาชนที่ใช้บริการ และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทางด่วน

ปริมาณการจราจรบนทางด่วนทั้งโครงข่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านเที่ยว ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่า ทางด่วน ในเวลาเช้า-เย็น นั้นไม่ด่วนอย่างเช่นในอดีตแล้ว ปริมาณพื้นที่จราจรไม่เพียงพอกับจำนวนรถที่ใช้ ณ ปัจจุบัน ที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องมีการสร้างทางด่วนขยายเพิ่มเติม ทดแทนพื้นที่ทางราบที่ไม่สามารถรับรถยนต์ในเวลาเร่งด่วนได้แล้ว

ทางด่วน

พลเอกวิวรรธน์ สุชาติ ประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาออกแบบทางด่วนชั้นที่ 2 ในเส้นทางทางพิเศษศรีรัชเป็นหลัก เพื่อปัดการจราจรไปด้านบนให้ได้ประมาณร้อยละ 30 ซึ่งเงินลงทุนจะสูงมาก และส่วนตัวอยากให้เพิ่มชั้นที่ 2 ตั้งแต่แจ้งวัฒนะ

ขณะเดียวกันหากมีการเพิ่มทางด่วน 2 ชั้น จะต้องปรับขึ้นค่าผ่านทางด้วย ในส่วนของการก่อสร้างทางเชื่อมจากทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ไปยังทางพิเศษศรีรัชด้านทิศเหนือ (มุ่งไปทางแจ้งวัฒนะ) ระยะทาง 360 เมตร ที่เพิ่งตอกเสาเข็ม มีกำหนดระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 18 เดือนนั้น ส่วนตัวอยากให้สร้างเสร็จภายใน 9 เดือน เพราะประชาชนจะได้ประโยชน์เร็วขึ้น และไม่มีการเก็บค่าผ่านทางบริเวณทางเชื่อม

ขอขอบคุณภาพจาก กทพ. หอกระจายข่าว

Toyota-Corolla-Hatchback

Toyota Corolla Hatchback โฉมใหม่ วางแผนเปิดตัวในปี 2019 นี้

          หากจะกล่าวถึง Toyota Corolla Hatchback (หรือ Toyota Auris ในตลาดยุโรป) ที่ในบ้านเราไม่มีโอกาสได้ผลิตและนำเข้ามาขายเลย ในโฉมปัจจุบันที่ออกมาตั้งแต่ปี 2012 เริ่มเข้าสู่ปลายอายุตลาดแล้ว

Toyota-Corolla-Hatchback-CG

ทาง Toyota จึงต้องพัฒนาและส่งรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งต้องออกแบบให้ดูสปอร์ต และเส้นสายเฉียบคมมากขึ้น ให้เป็นแนวเดียวกับรถโตโยต้ารุ่นอื่นๆ ล่าสุด ทาง Spyder7 ได้ทำภาพ CG ขึ้นมาให้ดู (โดยดัดแปลงรูปภาพจากรถ Hatchback ของเยอรมนียี่ห้อ “A” รุ่นหนึ่ง) ล้อกับตัวภาพรถสปายช็อตของ Corolla 4 ประตู ที่เห็นกันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

New-Toyota-Corolla-2018 New-Toyota-Corolla-2018

Toyota Corolla 4 ประตู ใหม่ ที่ทดสอบในยุโรปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (ภาพจาก Response.jp)

สำหรับ Toyota Corolla Hatchback จะใช้ Platform TAGA C (Toyota’s New Global Architecture) เช่นเดียวกับ Toyota C-HR และ Toyota Prius โดยใช้ร่วมกันทั้งกับ Corolla เวอร์ชั่น 4 ประตู รวมถึง Corolla เวอร์ชั่นแวกอน

8NR-FTS

ในส่วนของเครื่องยนต์ Toyota ยังคงมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และ ดีเซล ให้เลือกตามความต้องการของแต่ละภูมิภาค รวมถึงเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ยกชุดจากรุ่น C-HR ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 8NR-FTS ให้แรงม้าสูงสุดถึง 115 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT และยังมีเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ให้เลือก

ที่น่า Surprise เพราะอาจจะมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid พลังแรงขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo VVT-iW รหัส 8AR-FTS บล็อคเดียวกับที่นิยมใช้ใน Lexus หลายรุ่น มาให้เลือก โดยแรงม้าสูงสุดอาจจะมากถึง 260 แรงม้าเลยทีเดียว พร้อมทั้งราคาขายก็อาจจะสูงถึง 3.5-3.7 ล้านเยนเลยทีเดียว

Corolla Group

Toyota Corolla Hatchback รุ่นที่ขายอยู่ในปัจจุบัน

โดย Toyota Corolla Hatchback ใหม่ จากแหล่งข่าวแจ้งว่าวางแผนเปิดตัวในปี 2019 นี้ หลังจากที่รุ่น 4 ประตู เปิดตัวออกก่อนในปี 2018

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://response.jp

Toyota เปิดตัว Yaris ATIV ใหม่ ครั้งแรกในโลก ในราคา 469,000-619,000 บาท

Toyota Yaris ATIV

Toyota แนะนำรถยนต์ Sub-Compact Sedan รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกของโลกกับ “Yaris ATIV…Life Activated” ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ตลอดทั้งคัน ภายนอกดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายในสวยสะดุดตา กว้างขวางสะดวกสบาย รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว พร้อมเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมัน มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานเหนือรถระดับเดียวกัน

Toyota Yaris ATIV

หลังจากที่โตโยต้า แนะนำ Yaris (ยาริส) เข้าสู่ตลาดโลกครั้งแรกในปี 2542 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในยุโรปรวมทั้งในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้แนะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในเดือนมกราคม 2549 และในเดือนตุลาคมปี 2556 โตโยต้าได้เปิดตัวยาริส เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่น สามารถครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 150,000 คัน*

*(ข้อมูลยอดขายสะสมของยาริส รุ่น 1.2 ลิตร ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 – กรกฎาคม 2560)

Toyota Yaris ATIV

Toyota Yaris ATIV

สำหรับชื่อของ Yaris ATIV มีที่มาจากคำว่า “Smart” และ “Active” เป็นการผสมผสานระหว่างองค์ประกอบสำคัญสองประการ ได้แก่ ความล้ำสมัยและความคล่องแคล่วปราดเปรียว และยังสะท้อนถึงนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ ทำให้เรามั่นใจว่า ATIV จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมทางการตลาดรถยนต์นั่ง ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่น ความสะดวกสบายในการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร ตลอดจนระบบความปลอดภัยเหนือรถระดับเดียวกัน โดยมาพร้อมกับราคาที่ทุกคนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

Toyota Yaris ATIV

มร.ทาคาโทโมะ สึซึกิ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เผยว่า “ทีมวิศวกรโตโยต้าได้สร้างสรรค์ Yaris ATIV ภายใต้แนวคิด “ผู้ริเริ่มคุณค่าใหม่” มุ่งเน้นให้เป็นรถยนต์ที่คุ้มค่าเหนือราคา ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ตลอดคันทั้งภายนอกและภายใน พร้อมประกอบด้วยวัสดุตกแต่งคุณภาพสูงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน กว้างขวางสะดวกสบาย ตลอดจนสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ขับสนุกแต่ยังคงความประหยัดน้ำมัน รวมถึงมาตรฐานระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบ”

Toyota Yaris ATIV

Toyota Yaris ATIV

เริ่มต้น สู่โลกที่กว้างกว่ากับ All New Yaris ATIV

ภายใต้แนวคิด Life Activated … เริ่มต้น สู่โลกที่กว้างกว่า ด้วยจุดเด่น 4 จุดหลัก ดังนี้

– ภายนอกดีไซน์ล้ำสมัย โดดเด่นกว่าที่เคยสัมผัส…โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่มีความต่อเนื่องรอบคัน เน้นความสปอร์ตด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อกับกระจังหน้าโครเมียมรมดำ สะท้อนถึงความหรูหรา ทันสมัยอย่างลงตัว
– ภายในตอบรับทุกความต้องการ กับไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า…ห้องโดยสารดีไซน์ล้ำสมัยกับการออกแบบที่เน้นความกว้างขวางสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยประโยชน์สูงสุด พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพิ่มวัสดุซับเสียงรบกวนรอบคัน
– สมรรถนะเหนือชั้น ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ…ด้วยเครื่องยนต์ DUAL VVT-i ขนาด 1.2 ลิตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ที่มีการปรับจูนเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีมากขึ้น และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
– มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ที่ครบครันและเหนือชั้น มีถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS 7 ตำแหน่ง ทุกรุ่น

Toyota Yaris ATIV

ทั้งนี้ โตโยต้าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัส Yaris ATIV ภายในงาน BIG Motor Sale ระหว่างวันที่ 19-27 สิงหาคม ที่ BITEC บางนา นอกจากนี้เราจะจัดกิจกรรมที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศในวันที่ 25-27 สิงหาคม เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่อย่างทั่วถึง พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ

Toyota Yaris ATIV

โตโยต้า ยังแนะนำข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ในรูปแบบการเช่าซื้อพร้อมประกันภัย และการขยายระยะรับประกันคุณภาพ นอกจากนี้ ราคาพิเศษในช่วงแนะนำ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2560 โดย Yaris ATIV มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น 7 สี พร้อมสีภายในให้เลือก 2 สี และมีเป้าหมายการขายในปี 2560 ที่ 4,700 คัน/เดือน

พร้อมเลือกเป็นเจ้าของ Yaris ATIV 5 รุ่น และ 7 สี ในราคาช่วงแนะนำ วันนี้ – 31 ตุลาคม 2560

1.สีน้ำเงิน 2.สีเทาดำ 3.สีบรอนซ์เงิน 4.สีน้ำตาล 5.สีขาว 6.สีดำ 7.สีแดง

Toyota Yaris ATIV

สีภายในให้เลือกสองสี (สีดำในทุกรุ่น และสีเบจเฉพาะในรุ่น G และ E)

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น J ECO เกียร์อัตโนมัติ ราคา 469,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น J เกียร์อัตโนมัติ ราคา 519,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ ราคา 549,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 599,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV

– รุ่น S เกียร์อัตโนมัติ ราคา 619,000 บาท**

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

เงินสดฉุกเฉิน แค่มีเล่มทะเบียน

หากท่านจำเป็นหรือต้องการใช้เงินสดในยามฉุกเฉิน การเอาเล่มทะเบียนไปจำนำนั้น ง่ายกว่าและได้เงินเร็วกว่า ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ง่ายกว่าการที่ไปขอกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งทาง Carro มีโปรโมชั่นพิเศษ เพียงท่านจำนำเล่มทะเบียนกับเราวันนี้ ลุ้นรับ Lucky Draw ทั้งสร้อยคอทองคำ และ บัตรเติมน้ำมัน ทันที!

หากแนะนำเพื่อนให้มาจำนำเล่มทะเบียนรถยนต์กับ Carro รับอีกต่อ! ค่าแนะนำต่อราย 500 บาท ได้ง่ายๆ (ค่าแนะนำจะได้รับเมื่อคนที่ท่านแนะนำมา ผ่านการอนุมัติแล้วเท่านั้น)
หากคุณแนะนำเพื่อนได้มากถึง 50 คน คุณจะได้รับค่าแนะนำมากถึง 25,000 บาท และหากแนะนำเพื่อนได้มากถึง 100 คน คุณจะได้รับค่าแนะนำมากถึง 50,000 บาท …. ดูรายละเอียดและกรอกรายละเอียดได้ที่ – https://th.carro.co/pledge

หมายเหตุ:

– ลูกค้าที่สมัครบริการจำนำเล่มทะเบียนกับทาง Carro ลุ้นรับสร้อยคอทองคำ มูลค่า 1 บาท 2 รางวัล และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท
– สำหรับลูกค้าที่แนะนำให้เพื่อนใช้บริการจำนำเล่มทะเบียนกับทาง Carro จะได้รับเงินสดมูลค่า 500 บาท ไม่จำกัดจำนวนในการแนะนำ
– ระยะเวลาที่จัดรายการ ตั้งแต่วันนี้ ​- 31 สิงหาคม 2560
– สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ Carro Fanpage https://www.facebook.com/carrothai/

ขั้นตอนการรับค่าแนะนำ

– หากลูกค้าที่ท่านแนะนำเพื่อนมาจำนำเล่มทะเบียน ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ทาง Carro จะติดต่อกลับไปเพื่อเลือกวิธีการรับค่าแนะนำ และเอกสารที่ต้องเตรียม (สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้แนะนำ)
– รับเงินสด แค่ยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้แนะนำเท่านั้น
– รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคาร เตรียมเพียงสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้แนะนำ
– ระยะเวลาในการรับค่าแนะนำ หลังจากที่ลูกค้าผ่านการรับเงินเรียบร้อย ภายใน 7 วัน