ค้นหาบทความ

Category : ท่องเที่ยว

Check-Car-Free-Songkran-2021

ช่วงเวลาสงกรานต์ของทุกๆ ปี เป็นช่วงที่มีผู้คนเดินทางบนท้องถนนกันสูงมาก และตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็สูงมากตามไปด้วย แม้ว่าในช่วงนี้โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง หลายจังหวัดมีการประกาศกักตัวผู้ที่เดินทางกลับมา อาจจะทำให้การเดินทางของผู้คนลดลงไปบ้าง

แต่เพื่อความพร้อมในการเดินทาง ลดปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือปัญหารถเสียกลางทาง ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง ซึ่งในช่วงที่มีโควิด-19 ระบาดอยู่ตอนนี้ หลายที่เมื่อคุณตรวจสภาพรถยนต์เสร็จ อาจมีบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในรถคุณให้ฟรีด้วย

MR.CARRO รวบรวมข้อมูลตรวจเช็ครถฟรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเลือกนำรถไปตรวจเช็กได้ตามความสะดวกเลยครับผม

กรมการขนส่งทางบก ตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย และตั้งจุดให้บริการทั่วไทย

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ภายใต้ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ให้บริการตรวจสภาพความพร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ฟรี!!! ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2564 – 10 เมษายน 2564

มีรายการตรวจเช็กความพร้อมจำนวนกว่า 20 รายการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมันจากถังน้ำมัน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง หม้อน้ำและรอยรั่ว ไส้กรองอากาศ อุปกรณ์ปัดน้ำฝน การทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ เป็นต้น สามารถนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ หรือสังเกตป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ก่อนเข้าใช้บริการ

กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนร่วมจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนด้วยดีมาโดยตลอด อาทิ สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย, สมาคมการค้าไทย-ยุโรป (TEBA), สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย, สถาบันยานยนต์ไทย, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลล์ จำกัด, บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ จำกัด, เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด, บริษัท เอพี ฮอนด้า จำกัด หรือ บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด, บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด, บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน), บริษัท บี-ควิก จำกัด, บริษัท ฟอร์ซเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ศูนย์บริการ AUTO QUIKS), บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

Honda

Honda (ฮอนด้า) จัดแคมเปญซัมเมอร์นี้ ชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมและมั่นใจในทุกการเดินทางกับ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจรถก่อนใช้กับฮอนด้า” ซึ่ง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดขึ้นฟรี!

บริการตรวจสภาพรถยนต์ 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด) รับเพิ่มบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารรถยนต์ฟรี เพื่อลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

รวมถึงมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับการบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 – 30 เมษายน 2564

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
13. ตรวจการทำงานของ ไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
14. ตรวจการทำงานของ เข็มขัดนิรภัย
15. ตรวจการทำงานของ ระยะแป้นเบรก
16. ตรวจการทำงานของ ระยะยกคันโยกเบรกมือ
17. ตรวจการทำงานของ แม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
18. ตรวจการทำงานของ ระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
19. ตรวจสภาพของ ท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่างๆ

Isuzu

อีซูซุ เคียงคู่ ดูแลคุณ ร้อนนี้ ชิลได้ จ่ายสบาย

  1. รับส่วนลด 15% สำหรับอะไหล่ ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ ยี่ห้ออะไหล่แท้ตรีเพชร
  2. แพ็กเกจล้างแอร์ และอบโอโซน ราคาพิเศษ 1,999 บาท
  3. รับส่วนลดเส้นละ 300 บาท เมื่อเปลี่ยนยางยี่ห้อบริดจสโตน ที่ศูนย์บริการฯ ทุกๆ 1 เส้น
  4. สามารถแบ่งชำระค่าบริการด้วยอัตราดอกเบี้ย 0%
  5. ตรวจเช็กสภาพทั่วไป 30 รายการ
รายการตรวจเช็กสภาพทั่วไป 30 รายการ (รายการอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่นรถ)
1 การสตาร์ท รอบหมุนเดินเบา การเร่งเครื่อง
2 ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณ สวิทช์ควบคุมต่าง ๆ
3 แป้นคันเร่ง ระยะฟรีแป้นเบรก แป้นคลัตช์ การกีดขวางของพรมปูพื้น
4 ระยะฟรีวงพวงมาลัย การทำงานของแตร
5 การทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศ
6 การหลวมคลอนของคันเกียร์ ระยะคันดึงเบรกมือ
7 การทำงานของเข็มขัดนิรภัย
8 ระดับน้ำมัน สี การรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง
9 ระดับน้ำล้างกระจก
10 สภาพท่อยาง ระดับน้ำมัน สี การรั่วซึม ของน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
11 ระดับน้ำ สี การรั่วซึมของระบบหล่อเย็น ฝาหม้อน้ำ ถังพักน้ำ
12 ความตึง ความเสียหายของสายพานทั้งหมด
13 สภาพของไส้กรองอากาศ
14 ระดับน้ำมัน สี การรั่วซึมของเบรก คลัตช์
15 สภาพแบตเตอรี่ ระดับน้ำกลั่น ค่าความต่างศักย์ (V) และค่า CCA
16 ความหลวมและการรั่วซึมของระบบบังคับเลี้ยว
17 ความหลวมของลูกหมากและบูชปีกนก
18 ความหลวมของเพลาขับหน้า (ลูกปืน) ยางกันฝุ่นเพลาขับ (รุ่น 4WD)
19 การรั่วซึมระดับน้ำมันเกียร์ของระบบSHIFT-ON-THE-FLY เฟืองท้ายลูกหน้า (รุ่น4WD)
20 การรั่วซึม ระดับน้ำมันของน้ำมันเกียร์ หรือเกียร์พร้อมเกียร์สโลว์ (รุ่น 4WD)
21 สภาพ ความหลวม ของกากบาทเพลากลางและสายเบรกมือ
22 สภาพแหนบ ยูโบลต์ สลักแหนบหน้าหลังหรือคอยล์สปริงหลัง
23 การรั่วซึม ระดับน้ำมันของน้ำมันเฟืองท้ายลูกหลัง เสื้อเพลา
24 ความเสียหาย หลวม ท่อไอเสีย
25 การรั่วซึมของน้ำมันโช้กอัพ สภาพยางหูโช้กอัพ (หน้า-หลัง)
26 การรั่วซึมของระบบทางเดินน้ำมัน ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
27 สภาพความหลวมของลูกปืนดุมล้อ (หน้า-หลัง)
28 สภาพการยึดแน่นของนอตล้อ กระทะล้อ ความดันลมยาง (หน้า-หลัง)
29 การรั่วซึม ข้อต่อ แป๊ปเบรก สายอ่อน (หน้า-หลัง)
30 ตรวจสอบการทำงานของระบบเบรกเบื้องต้น
ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2564 – 31 พ.ค. 2564 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Hyundai

Hyundai (ฮุนได) จัดซัมเมอร์ แคมเปญ เตรียมความพร้อมรถยนต์ของท่านเพื่อเข้าสู่ฤดูเดินทางท่องเที่ยว เชิญชวนลูกค้าตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรี 40 รายการ ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2564

และจัดส่วนลดพิเศษ 35% สำหรับผ้าเบรกหน้า-หลัง และจานเบรกหน้า-หลัง ของรถยนต์ฮุนได เอชวัน และแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2564 – 8 มกราคม 2565

วิริยะประกันภัย

วิริยะประกันภัย ลูกค้าวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการตรวจเช็คสภาพเบื้องต้นฟรี จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง สภาพยาง ระดับน้ำในหม้อน้ำ การทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ระบบไฟชาร์จ ระดับน้ำเบรกและน้ำมันคลัตช์ ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ระบบเบรก อุปกรณ์ปัดน้ำฝน สภาพการทำงานขอเครื่องยนต์ สภาพการใช้งานเข็มขัดนิรภัย ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ในระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 9 เมษายน 2564

อนึ่ง ศูนย์ซ่อมฯ ที่ให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 32 แห่ง ได้แก่  1.อู่ร่วมมิตรการาจ 2. บจ.นิวเพื่อนยนต์ 3. บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด 4. หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์ 5. บจ.อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ 6. บจ.เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส 7. บจ.เจริญกิจ ราชพฤกษ์ 8. บจ.เซอร์กิต ติวานนท์ 9. บจ. คุงการาจ 10. บจ.อู่นำชัย เตาปูน 11. บจ.เซอร์กิตบริการ 12. บจ.อู่กังวานชัยการช่าง 13. บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด 14. บจ.ทรัพย์สิทธิ คาร์ อินเตอร์ 15. บจ.เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ 16. อู่บอส 888 การาจ 17. บจ.ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ 18. บริษัท เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ จำกัด 19. โสฬส ธนบดี 20. หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 21. หจก.เป้งการาจ 22. บจ.เจ.เอส.อินเตอร์กรุ๊ป  23. บจ. อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป 24. บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิค จำกัด 25. บจ.สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส 26. หจก.สุทินคาร์เซอร์วิส 27. บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด 28. บจ.วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) 29. บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด 30. บจ.นที อินเตอร์เซอร์วิส สาขา 1 31. บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด 32. บริษัท อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด

B-Quik

บี-ควิก เอาใจเจ้าของรถทุกยี่ห้อ นำรถเข้าตรวจเช็กสุขภาพฟรี 30 รายการ ที่บี-ควิก ทุกสาขาทั่วไทย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สาขาก่อนรับบริการได้เลย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1153

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จัดแคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย กับบริษัทกลางฯ” ปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นฟรี ณ บริษัทกลางฯ ทุกสาขา และ ภาคีเครือข่ายที่มีป้ายตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม – 10 เมษายน 2564 โดยเป็นการให้บริการประชาชนในการตรวจเช็คสภาพความพร้อมเบื้องต้นของรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ จำนวน 254 จุดบริการ

โดยจัดให้มีการให้บริการเปลี่ยนหลอดไฟจักรยานยนต์ ฟรี ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว เพื่อให้ยานพาหนะปลอดภัย ผู้ใช้บริการสามารถสังเกตจุดให้บริการที่มีสัญลักษณ์ ป้ายแบนเนอร์ชื่อโครงการติดไว้หน้าจุดบริการที่ร้านจำหน่ายจักรยานยนต์, ตรอ. และสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center บริษัทกลางฯ สายด่วน 1791 หรือผ่านไลน์ @iRVP ได้อีกด้วย

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หลายๆ ท่าน กำลังเริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยวกันแล้วเชียว หลังจากที่เจอวิกฤตโควิด-19 กันไปอย่างหนักหน่วงในสงกรานต์ปีที่ผ่านมา

ก็ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า สงกรานต์ปีนี้ โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ จะกลับมาระบาดรอบใหม่ จากคลัสเตอร์ทองหล่อ สถานบันเทิงย่านทองหล่อ แล้วก็แพร่กันไปทั่วหลายสิบจังหวัด ติดโควิดตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี, ทหารระดับอธิบดี, สส., อัยการ, หมอ, นักร้อง, นักแสดง, ยูทูบเบอร์ หรือพริตตี้สาวมอเตอร์โชว์ เป็นต้น

ใครที่จะเดินทางกลับบ้าน พบปะญาติพี่น้องในปีนี้ ก็ต้องดูแลสุขภาพกันให้ดีนะครับ และช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเดินทางกันจำนวนมาก อย่าลืมเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ

และบรรดาหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ต้องหาทางบรรเทาความแออัดจากการเดินทาง นั่นคือการคือมอบ “ของขวัญ” (ที่เอาภาษีประชาชนมาจ่ายทีหลัง …) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ให้กับประชาชนที่ใช้บริการ … ที่สำคัญ เมาไม่ขับ ระหว่างเดินทางกลับบ้านนะครับ

CARRO ขอรวบรวมจุดพักรถ จุดช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี ในสถานที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ให้ทุกท่านได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และกลับบ้านสงกรานต์กันอย่างมีความสุข และปลอดโควิด-19 ครับ.

จุดพักรถ

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัย ตลอดการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2564 จำนวน 259 จุดทั่วประเทศ บนถนนสายหลัก บริเวณสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก/หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้บริการผู้ขับรถและผู้เดินทางที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ตลอดจนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ขับรถและผู้เดินทางกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะนักเรียนนักศึกษาในสังกัด สอศ. ให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกร่วมกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม 2564 – 10 เมษายน 2564 สามารถนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ก่อนเดินทางไกล เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ 2564 เป็นเทศกาลแห่งความสุขและปลอดภัยของคนไทยทุกคน

เดินทางด้วยรถเมล์

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดแผนการเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ 2564 ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย. 2564 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่ง เฉลี่ยวันละ 2,788 คัน จำนวน 20,453 เที่ยว

2. จัดเดินรถ AIRPORT BUS เชื่อมต่อท่าอากาศยาน จำนวน 5 เส้นทาง ดังนี้

  • สาย A 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 21 คัน
  • สาย A 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฉลี่ยวันละ 15 คัน
  • สาย A 3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 10 คัน
  • สาย A 4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 10 คัน
  • สาย S 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ  6 คัน

3. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ จำนวน 4 สถานี รวม 34 เส้นทาง ดังนี้

  • สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536
  • สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511
  • สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556
  • สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 34, 73, 73ก และ 501

4จัดเดินรถให้บริการฟรี “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เม.ย. 64” สำหรับผู้ใช้บริการที่มีอายุ ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป โดยผู้สูงอายุจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อพนักงานเก็บค่าโดยสาร เพื่อใช้สิทธิ์บริการฟรี ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้บริการสอบถามเส้นทางรถเมล์ หรือ แนะนำบริการได้ที่ Facebook : BMTA องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ Call Center 1348 ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 5.00 – 22.00 น.

SRT-Train

เดินทางด้วยรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดมาตรการอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2564 ระหว่างวันที่ 9 – 15 เมษายน 2564 โดยเพิ่มเที่ยวขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร 16 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารจนเต็มหน่วยลากจูง รองรับการเดินทางได้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน พร้อมจัดศูนย์ปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดูแลประชาชนตลอดการเดินทาง ไม่ให้เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้าง

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Facebook แฟนเพจ ทีมพีอาร์ รฟท.

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ร่วมสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2564 พาผู้สูงวัยนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส บีอาร์ที สายสีทอง ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 24.00 น.

ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ที่ห้องจำหน่ายตั๋วบีทีเอส บีอาร์ที และรถไฟฟ้าสายสีทองในทุกสถานี รับคูปองโดยสารฟรี

สำหรับบัตรแรบบิทผู้สูงอายุ ใช้เดินทางฟรี สามารถแตะบัตรเข้าระบบได้เลย ระบบจะไม่หักเงิน และไม่ต้องรับคูปองครับ

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในช่วงเทศกาลฯ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แบบ Real Time ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “BTS SkyTrain” ทาง App Store และ Google Play Store

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ฉลองเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เชิญชวนผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15  เมษายน 2564 ตลอดระยะเวลาให้บริการ

ผู้สูงอายุสามารถติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทั้ง 2 สาย สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ทุกสถานี เพื่อรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าฟรี เพื่อเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวในการพาผู้สูงอายุเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ รอบเส้นทางรถไฟฟ้า MRT

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 02-624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก: MRT Bangkok Metro / ทวิตเตอร์: MRT Bangkok Metro / อินสตาแกรม : mrt_bangkok และโมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT “เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT”

จอดรถฟรี

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ให้แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว (Long Term Parking) โซน C ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น. – วันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 17.00 น. (รวม 8 วัน) โดยลานจอดรถโซนดังกล่าว สามารถรองรับรถยนต์ได้จำนวน 718 คัน

ทั้งนี้ ทสภ. มีรถ Shuttle Bus สาย A วิ่งให้บริการรับ – ส่ง ผู้โดยสารทุก ๆ 15 นาที ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง และนอกจากลานจอดรถยนต์ระยะยาวโซน C แล้ว ทสภ. ยังมีอาคารและลานจอดรถยนต์โซนอื่น ๆ รองรับการให้บริการได้แก่ อาคารจอดรถยนต์โซน 3 รองรับช่องจอดได้ 2,038 คัน, ลานจอดรถโซน 4 รองรับช่องจอดได้ 251 คัน, ลานจอดรถโซน 5 รองรับช่องจอดได้ 455 คัน , ลานจอดรถโซน 6 มีหลังคากันแดด รองรับช่องจอดได้ 689 คัน และลานจอดรถโซน 7 มีหลังคากันแดด รองรับช่องจอดได้ 666 คัน โดยคิดอัตราค่าบริการชั่วโมงละ 25 บาท หากเกิน 7 ชั่วโมง จะคิดเป็นอัตราเหมาวันละ 250 บาท

ผู้ใช้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการอาคารจอดรถยนต์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-132-9511 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถจอดรถฟรีได้ที่อาคารจอดรถยนต์ 5 ชั้น (เฉพาะชั้น 2) จำนวน 150 คัน

ค่าเดินทางฟรี

กรมทางหลวง ให้ทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) “ฟรี” 3 เส้นทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ได้แก่

  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) เส้นทาง กรุงเทพ – ชลบุรี – พัทยา
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เส้นทาง บางปะอิน – บางพลี และ พระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน

ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2564 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน 2564 (รวม 8 วัน)

นอกจากนี้ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วง ปากช่อง – สีคิ้ว ระยะทาง 35.75 กิโลเมตร เปิดให้วิ่งฟรีชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 – 19 เมษายน 2564 (รวม 11 วัน) เพื่อรองรับการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) อีกด้วย

โดยผู้ใช้ทางสามารถติดตามการรายงานสภาพจริงการจราจร Online แบบ Real time ผ่านแอพพลิเคชั่น M-Traffic (ทางหลวงพิเศษ) / Thailand Highway Traffic และ QR code รวมทั้ง เฟสบุ๊ค “ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุกรมทางหลวง”

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้จัดตั้งจุดให้บริการทั่วไทย 421 แห่ง โดยร่วมกับตำรวจทางหลวง และหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งภายในจุดบริการทั่วไทย มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการประชาชนผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การให้ข้อมูลเส้นทาง แนะนำเส้นทางเลือก บริการน้ำดื่ม รวมทั้ง แอลกอฮอล์เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัส โควิด-19 พร้อมทั้งจัดเตรียมจุดห้องน้ำบริการประชาชน 581 แห่ง (ในพื้นที่หมวดทางหลวงทั่วประเทศ) อีกด้วย

หากต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง ติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193

ค่าทางด่วนฟรี

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม จัดทางด่วนฟรีสงกรานต์ 2564 ดังนี้

  1. ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี)
  2. ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)

ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 00.01 น. ถึงวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 24.00 น. (รวม 8 วัน) ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เช่นเดียวกับกรมทางหลวง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564

ส่วนทางด่วนฟรีวันที่ 13 – 15 เมษายน 2564 (รวม 3 วัน) ภายใต้สัญญาสัมปทานแก้ไขใหม่

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1)
  • ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน – ปากเกร็ด)

ทั้งนี้ ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543 และสามารถดาวน์โหลด Application “EXAT Portal”เพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการใช้บัตร Easy Pass รับข่าวสารโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ และเรียกใช้งาน Application อื่นๆ ของ กทพ. อาทิ EXAT Traffic อีกทั้งยังสามารถขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวสารเรื่องรถยนต์ในตอนนี้ จะเห็นได้ว่ากระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือรถ EV (Electric Vehicle) นั้นถือว่ากำลังมาแรงมาก และเป็นที่นิยมมากขึ้นไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นรถที่ไม่ปล่อยมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังให้ระยะทางต่อการชาร์จไฟจนเต็มแต่ละครั้งที่มากขึ้น ตามคุณภาพของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

แต่การใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น ก็อาจจะมีจุดด้อยตรงที่เมื่อใช้ไปจนแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็ต้องรีบหาสถานีชาร์จ เพื่อจอดเติมพลังให้รถ และให้คนได้ลงไปยืดเส้นยืดสายด้วย แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากกว่าตอนเติมน้ำมันรถก็ตาม จุดนี้เอง ทำให้ทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างต้องรีบลงทุนมหาศาล ตั้งสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากขึ้น

CARRO เลยขอรวบรวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564 มาให้คุณได้เก็บไว้เป็น Database เอาไว้ใช้เวลาหาจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าครับ

MEA-EV-Charging-Station

MEA EV การไฟฟ้านครหลวง

สำหรับจุดชาร์จไฟของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่แตกย่อยธุรกิจ มาลงทุนเกี่ยวจุดชาร์จไฟฟ้ารถยนต์เป็นรายแรกๆ ในไทย อีกทั้งยังมี MEA EV Application ซึ่งเป็น Application ที่พัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

สามารถใช้ค้นหาสถานีชาร์จรถ ได้ทั้งของการไฟฟ้านครหลวง (MEA), บริษัท EA Anywhere (EA) และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมแสดงเส้นทางไปยังสถานีชาร์จด้วยแผนที่ GIS ร่วมกับการนำทางของ Google Application รวมถึงสามารถจองสถานีชาร์จ หรือหัวชาร์จได้ด้วยแบบเรียลไทม์ (เฉพาะสถานีที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น)

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จไฟฟ้าได้ เฉพาะสถานีไฟฟ้า หรือสถานีอัดประจุ ที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น และยังมีฟังก์ชันงานอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับจุดชาร์จไฟของ MEA EV มีรายละเอียดดังนี้

  • กฟน. สำนักงานใหญ่ เพลินจิต
  • กฟน. เขตวัดเลียบ
  • กฟน. เขตสามเสน
  • กฟน. เขตบางเขน
  • กฟน. เขตบางขุนเทียน
  • กฟน. เขตลาดกระบัง
  • กฟน. เขตบางใหญ่
  • กฟน. เขตสมุทรปราการ
  • กฟน. เขตราษฎร์บูรณะ
  • กฟน. เขตธนบุรี
  • กฟน. ที่ทำการบางพูด

และล่าสุด การไฟฟ้านครหลวง ได้ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มจุดติดตั้ง MEA EV Charging Station บริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จำนวน 2 แห่ง ให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือ

  • 7-Eleven สาขา บ้านสวนลาซาล (ศรีนครินทร์) และ
  • 7-Eleven สาขา สน.บางขุนนนท์

เพื่อรองรับการใช้บริการของผู้ขับขี่รถ EV ในพื้นที่ ซึ่งมีสถานที่สำคัญ ทั้งโรงพยาบาล ชุมชน และหน่วยงานราชการ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาครับ

MEA EV App ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ https://onelink.to/meaev

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

PEA การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ก็กระโดดลงมาให้บริการจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน โดยมีสถานีชาร์จไฟฟ้าให้บริการครบทั้ง 4 ภาค ทั้งหมด 11 สถานี ประกอบด้วย

  • สำนักงานใหญ่ กฟภ. จำนวน 1 สถานี
  • สายภาคเหนือ (กรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา) จำนวน 2 สถานี
  • สายภาคใต้ (กรุงเทพฯ – หัวหิน) จำนวน 4 สถานี
  • สายภาคตะวันออก (กรุงเทพฯ – พัทยา) จำนวน 3 สถานี
  • สายภาคตะวันตก (กรุงเทพฯ – นครปฐม) จำนวน 1 สถานี

และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ยังร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ติดตั้งจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้า (EV Charger Station) ให้บริการในสถานีบริการน้ำมันบางจากมากที่สุดในไทย ซึ่งจะเปิดให้บริการบนเส้นทางสายหลัก 56 สาขา ต่อเนื่องทุกระยะ 100 กิโลเมตรรองรับการเดินทางขาเข้า-ออกเมือง โดยเปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ณ PEA VOLTA BCP (ปั๊มบางจาก) ชะอำปาร์ค จ.เพชรบุรี เป็นที่แรก

เครื่องอัดประจุไฟฟ้าเป็นแบบ Multi-Standard (CHAdeMO (ย่อมาจาก CHArge de Move แปลได้ว่า ชาร์จไฟแล้วขับต่อไป), CCS COMBO2, AC TYPE2) ตามมาตรฐานนานาชาติ รองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งหัวจ่ายกระแสไฟฟ้าตามมาตรฐานยุโรปและญี่ปุ่น การอัดประจุไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว (QUICK CHARGE) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

โดย PEA เป็นผู้พัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า ประกอบด้วยระบบและช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากเครื่องอัดประจุไฟฟ้า และส่วนของระบบบริหารจัดการข้อมูล ที่แสดงผลผ่าน Mobile Application และ Web Service

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาท/หน่วย ในช่วง Off-Peak  ค่าบริการ 4.1972 บาท/หน่วย (ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2563)

อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาท/หน่วยในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาท/หน่วย (ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2563)

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป ผู้ใช้สามารถใช้งาน PEA VOLTA Application ได้ ณ สถานี PEA VOLTA  5 แห่งแรก ได้แก่

  • PEA VOLTA สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
  • PEA VOLTA จ.สมุทรสาคร
  • PEA VOLTA เขาย้อย จ.เพชรบุรี
  • PEA VOLTA หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • PEA VOLTA พัทยาใต้ จ.ชลบุรี

ปัจจุบัน PEA VOLTA เปิดให้บริการจำนวน 17 สถานีหลัก สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้ค้นหาตำแหน่งสถานีและนำทางไปยังสถานี ตรวจสอบสถานะสถานีอัดประจุ พร้อมชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพราะเป็นหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว โดย 1 สถานีมี 5 หัวจ่าย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง

PEA VOLTA App ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ – https://apps.apple.com/th/app/pea-volta/id1503297093?l=th สำหรับ iOS และ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pea.peavolta สำหรับ Android

EGAT-EV-Charging-Station

EGAT การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ด้าน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เริ่มแรกด้วยการตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า กฟผ. ในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 (รายละเอียดตามตารางด้านล่าง)

EGAT-EV-Charging-Station

ในเดือนมีนาคม 2564 จึงเริ่มจัดตั้ง สถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ภายใต้ธุรกิจใหม่ของ กฟผ. EGAT EV Business Solutions ที่ชาร์จไฟได้รวดเร็ว ปลอดภัย มั่นใจ เพื่อรองรับทุกการเดินทางของผู้ใช้ยานยนต์ทั่วประเทศ

โดยปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้งไปแล้ว 13 สถานี และตั้งเป้าหมายติดตั้งเพิ่มเป็น 48 สถานี ภายในสิ้นปี 2564 โดยเน้นขยายสถานีไปตามเส้นทางการเดินทางหลักทั่วประเทศ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากที่สุด

และ กฟผ. ยังได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการปั้มน้ำมัน PT เปิดตัวจุดสถานีชาร์จแห่งแรกชื่อ EleX by EGAT ทดลองนำร่องที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และสถานีบริการน้ำมัน พีที อีกจำนวนทั้งสิ้น 4 สถานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในการเดินทางไปยังทุกภูมิภาคทั่วไทย ได้แก่

  • สาขาปากช่อง 3 จ.นครราชสีมา
  • สาขาเขาย้อย จ.เพชรบุรี
  • สาขาพยุหะคีรี 2 จ.นครสวรรค์
  • สาขาบางพระ จ.ชลบุรี และ
  • สาขาบ้านใต้ จ.กาญจนบุรี

EA-Anywhere-EV-Charging-Station

EA Anywhere

EA Anywhere เป็นแบรนด์ภายใต้ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) หรือ EA อีกที จักตั้งขึ้นเพื่อทำสร้างสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และชื่อบริษัท มีความหมายสื่อให้เห็นถึงสถานีประจุไฟฟ้าของเราที่มีอยู่ครอบคลุมทุกหนแห่ง ทั่วไทย

EA Anywhere คือผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle – PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV)

เครื่องอัดประจุไฟฟ้าของเราเหมาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีปลั๊กประเภท 2 (Type 2 Socket) ตามมาตรฐานประเทศไทย สถานี EA Anywhere ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก คุณสามารถหาสถานีได้อย่างง่ายดายจากแอปพลิเคชัน EA Anywhere บนโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเรา

สามารถดาวน์โหลดได้แล้วผ่านทาง App store บนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Play store บนระบบปฏิบัติการ Android ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eaanywhere.com/

EA พร้อมเปิดให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าระบบ DC (Fast Charge) 150 kW โดยกำหนดช่วงเวลาในการให้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00-08.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ตลอด 24 ชั่วโมง อัตราค่าบริการ 6.50 บาท/kWh

โดยในปี 2563 ทางบริษัทฯ ได้เปิดให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าระบบ DC (Fast charge) 150 kW กว่า 54 สถานี ได้แก่

  • สถานี 7-Eleven สาขาชุมชนศักดิ์มงคลชั
  • สถานี 7-Eleven สาขาท่าข้าม 11
  • สถานี 7-Eleven สาขาพระปิ่น 5
  • สถานี 7-Eleven สาขาพุทธบูชา 36
  • สถานี 7-Eleven สาขาพัฒนาชนบท 3
  • สถานี 7-Eleven สาขาร่มเกล้า 23
  • สถานี 7-Eleven สาขาลาซาล
  • สถานี 7-Eleven สาขารามคำแหง 170
  • สถานี 7-Eleven นนทบุรี ซอย 8 (เลี่ยงเมืองนนท์)
  • สถานี 7-Eleven ประชาราษฎร์
  • สถานี 7-Eleven เรวดี
  • สถานี 7-Eleven สาขาหมู่บ้านเอื้อพัฒนานิเวศน์ (หนามแดง)
  • สถานี 7-Eleven สาขาศรีด่าน 22
  • สถานี 7-Eleven สีตบุตร,
  • สถานี 7-Eleven รัตนาธิเบศร์ 22
  • สถานี 7-Eleven สาขางามวงศ์วาน 23 แยก 18
  • สถานี 7-Eleven ทานสัมฤทธิ์
  • สถานี Big C สาขาลาดพร้าว 2
  • สถานี ศูนย์การค้าไอทีสแควร์ (หลักสี่)
  • สถานี AEQUA Residence สุขุมวิท 49
  • สถานี TC Footballclub Rama 3
  • สถานี Supalai River Place
  • สถานี สนามฟุตบอล Wining Seven (พุทธมณฑลสาย 1)
  • สถานี Robinson ศรีสมาน
  • สถานี Robinson สมุทรปราการ
  • สถานี Robinson ปราจีนบุรี
  • สถานี ร้านคุณพราว สิงห์บุรี
  • สถานี HAPPY HUB SPORT AND RECREATION (ถนนสุคนธสวัสดิ์)
  • สถานี บริษัท ศิลา ฟิวเจอร์ จำกัด
  • สถานี Caltex สาขาเพชรพระเทพ
  • สถานี Swim Kidz (พุทธมณฑลสาย 1)
  • สถานี Kspace Mini Mall
  • สถานี บริษัท คาร์ลอฟท์ ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด
  • สถานี Global House ลพบุรี
  • สถานี FN Factory OUTLET สาขาหัวหิน
  • สถานี MG 824 Co.,Ltd (ราชพฤกษ์)
  • สถานี MG NC International บางบัวทอง
  • สถานี MG Bangpu Land and Automobile Co.,Ltd. (บางปู)
  • สถานี MG Krungthai (บางนา)
  • สถานี นครหลวง จำกัด สาขาบางนา
  • สถานี MG Wimio Co.,Ltd. (สวนหลวง)
  • สถานี MG Rungcharoen (ลาดกระบัง)
  • สถานี MG Krungthep (สุวินทวงศ์)
  • สถานี MG Sequoya Co., Ltd. (คันนายาว)
  • สถานี MG Best Auto Sales Co., Ltd. (รามคำแหง)
  • สถานี The Bloc (ราชพฤกษ์)
  • สถานี FN ฉะเชิงเทรา
  • สถานี S.T.Motor Sport
  • สถานี ม่วงศิริ (บางบอน 5)
  • สถานี Morino Hotel Siracha
  • สถานี คอนโด โอเรียลเต็ล เอกมัย 12
  • สถานี โรงแรม วาบัวร์ ลอด์จ (ลาดพร้าว 130)
  • สถานี ภัตตาคาร แวร์ซายเรสเตอร์รอง (นนทบุรี)
  • สถานี เมเจอร์ เฟอร์นิเจอร์ มอลล์ (2014) จำกัด จ.สุพรรณบุรี และ
  • สถานี บริษัท แคปต้า ออโต้เวิร์ค จำกัด (โชว์รูมเกียร์ ตลิ่งชัน)

EA-Anywhere-EV-Charging-Station

และเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา EA Anywhere ได้ประกาศเปิดสถานีชาร์จ DC (Fast Charge) หรือแบบชาร์จเร็วเพิ่มอีก 35 สถานี ได้แก่

  1. สถานี Big C สุขาภิบาล 3
  2. สถานี CALTEX (สินทรัพย์มงคลชัย)
  3. สถานี SUSCO สาขาบางบัวทอง (ไทรน้อย)
  4. สถานี SUSCO สาขาบางใหญ่
  5. สถานี บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด สาขา 22 (บางนาขาเข้า)
  6. สถานีบริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด  สาขา 23 (บางพลี)
  7. สถานี บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด สาขา 25 (กิ่งแก้ว)
  8. สถานี อาคาร อาคเนย์ประกันภัย จำกัด
  9. สถานี โรงพยาบาลพระราม 9
  10. สถานี Bizzo Bangna
  11. สถานี The Explace Mall (กาญจนาภิเษก)
  12. สถานี The Walk สาขาราชพฤกษ์
  13. สถานี The Visda Park
  14. สถานี ศูนย์การค้า EASE PARK รามอินทรา
  15. สถานี One One Food Avenue (ซอยสามัคคี)
  16. สถานี สนามบินน้ำมาร์เก็ตพาร์ค
  17. สถานี ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ST.1
  18. สถานี มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
  19. สถานี สถานบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
  20. สถานี MG จันทบุรี
  21. สถานี MG อุดรธานี
  22. สถานี MG HITECH T&N Co.,Ltd. บุรีรัมย์
  23. สถานี MG HITECH T&N Co.,Ltd. (นางรอง)
  24. สถานี MG รวมกิจ (นครพนม)
  25. สถานี MG Areemit (มหาสารคาม)
  26. สถานี MG ร่วมใจเอ็มจีเมืองเลย
  27. สถานี MG ร่วมใจเอ็มจีหนองบัวลำภู
  28. สถานี MG Deelert Auto Car (จ.อำนาจเจริญ)
  29. สถานี MG M2 Motorsports (จ.อุบลราชธานี)
  30. สถานี ESCAPE KHAO YAI HOTEL
  31. สถานี ROYCE Privata Residences ซอยสุขุมวิท 23
  32. สถานี บริษัท Eastern Group (ซอยโยธินพัฒนา 3 แยก 2)
  33. สถานี B AUTOHAUS (ถ.วิภาวดีรังสิต)
  34. สถานี Saksit Alloy Group
  35. สถานี บริษัท 909 มหาคุณ จำกัด

และสาขาล่าสุด ในวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา คือ สถานี Big C Extra ลาดพร้าว 2

PTT-OR-EV-Charging-Station

ปตท.

ผู้ค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ยังได้ปรับแผนธุรกิจ ลงมาให้บริการจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ได้ดัดแปลงพื้นที่ปั้มน้ำมันส่วนหนึ่งให้เป็น สถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถ EV (PTT EV Charging Station) ด้วยกำลังไฟ 50 กิโลวัตต์/เครื่อง หัวชาร์จ DC รูปแบบ CCS Combo 2 และ CHAdeMO และหัวชาร์จ AC รูปแบบ Type 2 โดยสามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัวจ่าย ระหว่าง DC และ AC อีกทั้ง ยังมี EV Station ในรูปแบบ Normal Charge ที่เปิดให้บริการแล้ว 25 สถานี

ปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟแบบ Quick Charge 5 แห่ง

  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพหลโยธิน กม. 25 กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาวงแหวนกาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพัฒนาการ ขาออก กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาหนองแขม กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาแยกหาดจอมเทียน พัทยา

จุดชาร์จไฟแบบธรรมดา 25 แห่ง ทั่วประเทศ

  1. สถานีบริการ สาขาแยกประชาอุทิศ-ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
  2. สถานีบริการ สาขาเอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ
  3. สถานีบริการ สาขาลาดพร้าว วังหิน กรุงเทพฯ
  4. สถานีบริการ สาขามัยลาภ กรุงเทพฯ
  5. สถานีบริการ สาขาประชาชื่น 2 กรุงเทพฯ
  6. สถานีบริการ สาขาบรมราชชนนี ขาเข้า กรุงเทพฯ
  7. สถานีบริการ สาขาราชพฤกษ์ 1 กรุงเทพฯ
  8. สถานีบริการ สาขาราษฎร์บูรณะ(ขาออก) กรุงเทพฯ
  9. สถานีบริการ สาขาทุ่งครุ กรุงเทพฯ
  10. สถานีบริการ สาขาพระราม 2 (ขาเข้า) กรุงเทพฯ
  11. สถานีบริการ สาขาพระราม 2 (ขาออก) กรุงเทพฯ
  12. สถานีบริการ สาขานวลจันทร์
  13. สถานีบริการ สาขาพุทธมณฑล สาย 4 จ.นครปฐม
  14. สถานีบริการ สาขาพุทธมณฑล สาย 5 จ. นครปฐม
  15. สถานีบริการ สาขาตำบลมาบข่า จ. ระยอง
  16. สถานีบริการ สาขาโรงแยกก๊าซ จ. ระยอง
  17. สถานีบริการ สาขาเมืองขอนแก่น จ. ขอนแก่น
  18. สถานีบริการ สาขาสารภี จ. เชียงใหม่
  19. สถานีบริการ สาขาสระบุรี จ. สระบุรี
  20. สถานีบริการ สาขาวังน้อย จ. อยุธยา
  21. สถานีบริการ สาขาบางปะอิน จ. อยุธยา
  22. สถานีบริการ สาขาวงแหวนตะวันตก (ขาเข้า) จ. ปทุมธานี
  23. สถานีบริการ สาขาแยกสันติสุข จ. ปทุมธานี
  24. สถานีบริการ สาขาคลองหลวง กม.6 จ. ปทุมธานี
  25. สถานีบริการ สาขาหาดใหญ่ใน (ขาออก) จ.สงขลา

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

แต่สำหรับใครที่ใช้ Smartphone ก็สามารถค้นหาจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน ผ่านทาง Application ต่างๆ ได้ อาทิ

  • MG i-smart (App + Card) (ติดต่อศูนย์บริการ)
  • EA Anywhere
  • Greenlot (App + Card)
  • MEA EV
  • PEA Volta
  • PTT EV Station
  • To-U
  • EVolt (App + Card)
  • Sharge
  • B charge
  • PlugShare

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : *ข้อมูลสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือสถานีล่าสุด ได้ที่หน่วยงานผู้ให้บริการอีกครั้ง

10-Parking-Fee-In-Bangkok

อีกหนึ่งข้อสงสัยที่คนเมืองกรุงโดยเฉพาะสาวๆ ต้องคิดคำนวณกันแบบไม่ตก ในระหว่างการเดินทางไปทำธุระบางอย่าง หรือเลือกช้อปสินค้าต่างๆ ที่ห้างสรรพสินค้า ว่าการคิดค่าที่จอดรถของแต่ละที่นั้น มีอัตราเท่าไร มีค่าธรรมเนียมต่างหากหรือไม่ จอดห้างไหนที่ใกล้ๆ กัน แต่มีอัตราค่าจอดที่ถูกกว่า

ซึ่งแค่สำหรับการวนหาที่จอดรถนั้นเหมือนดั่งหาขุมทรัพย์แล้ว เราต้องช้อปให้ถึงเท่าไร หรือใช้บริการอะไร ถึงจะได้จอดฟรี!

วันนี้ CARRO จึงได้รวบรวมมาให้คุณที่นี้แล้ว สำหรับ 10 ย่านดัง กับค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในกรุงเทพฯ ประจำปี 2564 จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกัน

Ladprao-Area

1. ลาดพร้าว

มาเริ่มกันที่ย่านแรกอย่าง “ลาดพร้าว” ซึ่งย่านนี้มีห้างสรรพสินค้าดังคือ CentralPlaza Lardprao, Union Mall มีอัตราอัตราค่าที่จอดรถ ดังนี้

  • CentralPlaza Lardprao (เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว) เรทสตาร์ท 1 ชั่วโมงแรกฟรี 3 ชั่วโมงต่อมาคิด 20 บาท, 4 ชั่วโมงเป็นต้นไป คิด 50 บาท แต่คุณสามารถแสตมป์บัตรได้ โดยนำใบเสร็จสินค้าราคา 2,000 บาท เป็นส่วนลดค่าบริการจอดรถ 3 ชั่วโมงแรก (มูลค่า 20 บาท), ใบเสร็จสินค้าราคา 4,000 บาท ส่วนลดค่าบริการจอดรถ 4 ชั่วโมงแรก (มูลค่า 40 บาท) และใบเสร็จสินค้าราคา 7,000 บาท เป็นส่วนลดค่าบริการจอดรถ 6 ชั่วโมงแรก (มูลค่า 60 บาท)
  • ส่วนบริการ Quick Parking บริการที่จอดรถแบบเร่งด่วน ชั้น G จอดฟรี!! 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไป 50 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการไม่เกิน 2 ชม. สามารถจอดรถได้ที่ชั้น G
Union-Mall-Free-Parking-2021
  • Union Mall (ยูเนี่ยน มอลล์) ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ ขอปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อลูกค้าทุกท่าน กับบริการจอดรถฟรี 6 ชั่วโมงแรก (*หลังจากนั้นคิดค่าบริการตามอัตราปกติ หากจอดรถค้างคืน เหมาจ่าย 500 บาท) มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป
  • Central Festival Eastville (เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์) จอดฟรีตลอดวัน ยกเว้น QUICK PARKING จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก หากเกิน 2 ชั่วโมง คิดค่าบริการ 50 บาท ทุกๆ 1 ชั่วโมง (เศษของนาทีคิดเป็น 1 ชั่วโมง)

Siam-Area

2. สยาม

ส่วนย่านที่สองคือ “สยาม” เป็นอีกหนึ่งย่านที่ใครหลายคนคงคิดว่ามีราคาอัตราค่าที่จอดรถที่ค่อนข้างแพง แต่ทว่าหากคุณลองเทียบกันดูแล้ว ก็จะพบว่ามันไม่ได้แพงอย่างที่คุณคิดสักเท่าไร

  • Siam Paragon (สยามพารากอน) และ Siam Car Park คิดอัตราเดียวกัน เริ่มต้นด้วยการให้จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงต่อไปเริ่มที่ 30 บาท / ชั่วโมงที่ 7 เป็นต้นไป ชั่วโมงละ 60 บาท
    – จอดฟรี 3 ชั่วโมงแรก : เมื่อดูหนังที่ Paragon Cineplex, เข้าชม Sea Life Bangkok Ocean World หรือเล่น Fitness First Platinum Siam Paragon
    – จอดฟรี 4 ชั่วโมงแรก : เมื่อแสดงใบเสร็จ 800 บาทขึ้นไป
    – จอดฟรี 6 ชั่วโมงแรก : เมื่อแสดงใบเสร็จ 3,000 บาทขึ้นไป หรือใช้บริการที่ KidZania Bangkok
    – จอดฟรี 8 ชั่วโมงแรก : เมื่อแสดงใบเสร็จ 6,000 บาทขึ้นไป
  • Siam Center (สยามเซ็นเตอร์) ,Siam Discovery (สยามดิสคัพเวอรี่) จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์) ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 30 บาท แต่หากจอดเกิน 6 ชั่วโมงคิดชั่วโมงละ 60 บาท ซึ่งคุณสามารถลดค่าจอดด้วยการซื้อสินค้าครบตามกำหนดดังนี้ 800 บาท ฟรี 2 ชั่วโมง, 3,000 บาท ฟรี 4 ชั่วโมง

แต่ในปี 2564 นี้ Siam Discovery , Siam Center และ Siam Paragon ให้จอดรถฟรีตั้งแต่ 18.00 – 22.00 น.!

  • Siam Square One (สยามสแควร์วัน) ฟรีแค่ 15 นาทีแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท ไม่มีการแสตมป์ส่วนลดของบัตรจอดรถ
  • Siam Square (สยามสแควร์) หรือฝั่งตึกสยามสแควร์ เริ่มจอดฟรี 15 นาที ชั่วโมงแรก 10 บาท ส่วนชั่วโมงที่ 2-4 ชั่วโมงละ 20 บาท และชั่วโมงที่ 5 เป็นต้นไปชั่วโมงละ 30 บาท
  • อาคารวิทยกิตต์ (ศูนย์หนังสือจุฬา) 4 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงละ 10 บาท ชั่วโมงที่ 5 ขึ้นไป ชั่วโมงละ 20 บาท
  • MBK Center (มาบุญครอง) 4 ชั่วโมงแรก เหมาจ่าย 40 บาท หลังจากนั้นชั่วโมงละ 20 บาท
  • หอศิลป์กรุงเทพฯ 15 นาทีแรกจอดฟรี 15 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 20 บาท หากชั่วโมงที่ 3-4 ชั่วโมงละ 30 บาท และ 5 ชั่วโมงขึ้นไป ชั่วโมงละ 40 บาท หากชมนิทรรศการ สาารถประทับตราบัตรจอดรถฟรี 2 ชั่วโมง ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 5

Samyan-Area

3. สามย่าน

ส่วนย่านที่สามคือ “สามย่าน” เป็นอีกหนึ่งย่านที่พัฒนาจากตึกแถวเก่า ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และศูนย์กลางการเรียนรู้ หรือ Edutainment Center ที่ขยายออกมาจากฝั่งสยาม เอาใจคนที่อยู่ในฝั่งสี่พระยา ถนนพระรามที่ 4 ให้มาเจอะเจอกัน มีทั้งแหล่งชิม แหล่งช้อป พร้อมโซนให้บริการ 24 ชั่วโมง และอุโมงค์ สามย่านมิตรทาวน์ ที่หลายคนชอบมาถ่ายรูปกัน

Samyan-Mitrtown-Parking-Fee-2020-2021

Ratchaprasong-Area

4. ราชประสงค์ – ชิดลม – เพลินจิต

ขึ้นชื่อว่า “ราชประสงค์” ในย่านนี้จัดว่าเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ และร้านค้าดังๆ เอาไว้มากมายนานหลายสิบปี รวมไปถึงยังเป็นย่านธุรกิจ โรงแรม โรงพยาบาล และยังเป็นที่ชุมนุมทางการเมืองอีกด้วย เป็นย่านที่เรียกได้ว่าคึกคักที่สุดในกรุงเทพฯ รวมไปถึงรถติดที่สุดในกรุงเทพฯ อีกจุดด้วย

CentralWorld-Free-Parking-2021

  • CentralWorld (เซ็นทรัลเวิลด์) จอดรถฟรี 6 ชั่วโมงแรก และเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป นำไปประทับตราที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รับฟรีเพิ่มอีก 1 ชม. เป็น 7 ชม. (รวม 6 ชม.แรก) ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2564 เป็นต้นไป
  • Amarin Plaza (อัมรินทร์พลาซ่า) ค่าจอดรถ 3 ชั่วโมง 10 บาท เพียง Shopping ในอัมรินทร์ พลาซ่า และนำไป Stamp ที่ประชาสัมพันธ์ได้ค่ะ
  • Gaysorn Village (เกสรวิลเลจ) จอดฟรี 30 นาทีแรก ชั่วโมงต่อไปคิดชั่วโมงละ 30 บาท ซื้อสินค้าครบตั้งแต่ 500 บาท รับสิทธิ์จอดฟรี 4 ชั่วโมง
  • บิ๊กซี ราชดําริ จอดฟรี 1 ชั่วโมง
  • The Market Bangkok จอดฟรี สามารถจอดได้ที่ชั้น B หรือจุดจอดเร่งด่วนรอบศูนย์การค้าเท่านั้น!
  • Central Chidlom (เซ็นทรัลชิดลม) จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 3-5 ชั่วโมงละ 30 บาท ชั่วโมงที่ 6 ขึ้นไป คิดชั่วโมงละ 60 บาท
  • Central Embassy (เซ็นทรัลเอ็มบาสซี) จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 3-5 ชั่วโมงละ 30 บาท ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 6 คิดชั่วโมงละ 60 บาท – ใช้จ่ายครบ 800 บาทขึ้นไป ฟรี 4 ชั่วโมงแรก ใช้จ่ายครบ 3,000 ฟรี 6 ชั่วโมงแรก ใช้จ่ายครบ 6,000 ฟรี 8 ชั่วโมงแรก
  • The Mercury Ville @Chidlom (เดอะเมอร์คิวรี่ วิลล์ แอท ชิดลม) จอดฟรี 15 นาทีแรก เกิน 15 นาที นับเป็น 1 ชั่วโมง คิดอัตราค่าจอด 50 บาท/ชั่วโมง ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จอดฟรี! 3 ชั่วโมง

Pratunam-Area

5. ประตูน้ำ

ย่านค้าส่งสินค้าเสื้อผ้า และของประดับที่เก่าแก่ในกรุงเทพฯ มาพร้อมความคับคั่งของรถที่ติดขัดแทบทุกวัน

Sukhumvit-Area

6. สุขุมวิท

ย่านสุขุมวิท จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวและย่านธุรกิจอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ เลย เป็นศูนย์รวมของชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น และยังมีผับ บาร์ ต่างๆ มากมาย ที่จอดรถย่านนี้อาจหายากหน่อย มาดูกันว่าค่าจอดรถแต่ละที่ แพงเท่าไหร่กัน

  • Terminal21 Asok Shopping Mall (เทอร์มินอล 21) ชั่วโมงที่ 1 – 3 จอดฟรี ชั่วโมงที่ 4 – 6 ชั่วโมงละ 20 บาท ชั่วโมงที่ 7 ชั่วโมงละ 20 บาท ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 8 ชั่วโมงละ 50 บาท หากซื้อสินค้าครบ 500 บาท จอดฟรี 6 ชั่วโมง
  • The Emporium / The EmQuertier (ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์) จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก เมื่อซื้อสินค้าและบริการครบ 500 บาท จอดฟรี 4 ชั่วโมง (รวม 2 ชั่วโมงแรก) ชั่วโมงถัดไป ชั่วโมงละ 50 บาท
  • Rain Hill Sukhumvit 47 (เรน ฮิลล์ สุขุมวิท 47) 30 นาทีแรกจอดฟรี!!! ซื้อสินค้า/บริการต่อวัน 200 บาทขึ้นไป จอดฟรี 2 ชั่วโมง ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 20 บาm เฉพาะโรงเรียนสอนพิเศษ จอดฟรี 4 ชั่วโมง ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 20 บาท แสตมป์บัตรได้ที่ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น L1
  • J Avenue Thonglor (เจ อเวนิว ทองหล่อ) ค่าที่จอดรถ 3 ชั่วโมงแรก 20 บาท ชั่วโมงต่อไป ชั่วโมงละ 40 บาท
  • Gateway Ekamai (เกทเวย์ เอกมัย) จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 3-6 ชั่วโมงละ 20 บาท ชั่วโมงที่ 7 เป็นต้นไป ชั่วโมงละ 50 บาท
  • Fifty Fifth Thonglor (55 ทองหล่อ) 3 ชั่วโมงแรก 20 บาท ชั่วโมงที่ 4 ชั่วโมงละ 30 บาท ชั่วโมงที่ 5 ขึ้นไป ชั่วโมงละ 100 บาท
  • Park Lane Bangkok Ekamai (พาร์ค เลน เอกมัย) ปั้มบัตรจอดรถ จอดฟรี 3 ชั่วโมง
  • Don Don Donki Thailand (ดองดองดองกิ ทองหล่อ) เวลา 7.00 – 22.00 น. ค่าจอด 3 ชั่วโมง 20 บาท ถ้าหลัง 22.00 น. ชั่วโมงละ 100 บาท ถ้าซื้อของครบ 500 บาท ประทับตราจอดรถได้ 1 ชั่วโมง ส่วนเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จอดฟรี 1 ชั่วโมง ชั่วโมงตถัดไป ชั่วโมงละ 50 บาท
  • Big C Ekamai (บิ๊กซี เอกมัย) จอดฟรี 15 นาทีแรก ไม่มีตราประทับร้านค้า ชั่วโมงละ 30 บาท มีตราประทับร้านค้า 2 ชั่วโมงแรก ฟรี
  • W District (ดับเบิ้ลยู ดิสทริค) ตึก E88 จอดฟรี  1 ชั่วโมง (เมื่อมีตราประทับของดับเบิ้ลยู ดิสทริค) หลังจากนั้นคิดค่าจอดชั่วโมงละ 20 บาท สำหรับลูกค้างานสัมมนาหรืออีเว้นต์ จอดฟรี 10 ชั่วโมง (เมื่อมีตราประทับของดับเบิ้ลยู ดิสทริค)

Khlongtoei-Area

7. คลองเตย

ย่านคลองเตย นอกจากจะเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่แล้ว ยังเป็นแหล่งธุรกิจ ท่าเรือ และมีสำนักงานต่างๆ เป็นจำนวนมากด้วย

Pinklao-Area

8. ปิ่นเกล้า

มาสู่ย่านเมืองเก่าอย่าง ย่านปิ่นเกล้า ที่รวมแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่างๆ ไว้โดยรอบ

Ratchadapisek-Area

9. รัชดา – พระรามเก้า

ย่าน รัชดา-พระรามเก้า เป็นอีกย่านที่คึกคักทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ด้วยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ตลาดนัดทั้งเล็กและใหญ่ รวมไปถึงห้างสรรพค้าหลากหลายรูปแบบ ที่ให้คุณได้เลือกช้อปสินค้าได้อย่างจุใจ จะมีค่าที่จอดในอัตราเท่าไหร่ มาดูกัน

  • Esplanade Ratchadaphisek (เอสพลานาด รัชดาภิเษก) จอดฟรีใน 30 นาทีแรก ชั่วโมงต่อไปคิดเป็นชั่วโมงละ 70 บาท หากคุณซื้อสินค้าหรือบริการครบ 500 บาท ให้นำใบเสร็จไปประทับตรา ใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 4 ชั่วโมงแรก 20 บาท ถ้าซื้อสินค้าหรือบริการครบ 1,500 บาท ให้นำใบเสร็จไปประทับตรา ใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 5 ชั่วโมงแรก 20 บาท ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการโรงภาพยนตร์ หรือ Blu-O ประทับตราจอดรถได้ 5 ชั่วโมงแรก 20 บาท
  • Big C Extra Ratchadaphisek (บิ๊กซี รัชดาภิเษก) จอดฟรี 3 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 50 บาท
  • The Street Ratchada (เดอะ สตรีท รัชดา) รถยนต์ จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงละ 20 บาท ส่วนชั่วโมงที่ 4 ชั่วโมงละ 30 บาท มีใบเสร็จมูลค่า 500 บาทขึ้นไป จอดฟรีเพิ่ม 2 ชั่วโมง ส่วนรถจักรยานยนต์ ฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท
  • CentralPlaza Grand Rama IX (เซ็นทรัลพระราม 9) จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ทุกชั่วโมงถัดไป 20 บาท/ชั่วโมง หากซื้อสินค้า หรือบริการจากร้านค้าในศูนย์การค้า (และจากอาคาร G Tower เฉพาะวันหยุด, เสาร์ และอาทิตย์) 500 บาท ขึ้นไป เพิ่มเวลาจอดรถฟรี อีก 2 ชั่วโมง และ 1,500 บาท ขึ้นไป เพื่อเพิ่มเวลาจอดรถฟรี อีก 4 ชั่วโมง
  • Fortune Town (ฟอร์จูนทาวน์) วันจันทร์-ศุกร์ คิดค่าที่จอดรถเริ่มต้นที่ จอดรถฟรี 1 ชั่วโมง ส่วนในชั่วโมงที่ 2-4 คิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 ชั่วโมง และในวันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จอดรถฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 ชั่วโมง

Rangsit-Area

10. รังสิต

จบท้ายด้วย ย่านที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองกรุงเทพฯ เท่าไหร่ แต่ด้วยความเจริญทำให้เราไม่พูดถึงคงไม่ได้อย่างย่าน รังสิต ที่มีห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่าง Future Park Rangsit และ Zpell อีกทั้งยังมี Big C, Tesco lotus และ Zeer Rangsit

  • Future Park Rangsit (ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) + Zpell (สเปลล์) จอดรถฟรี 4 ชั่วโมง ชั่วโมงถัดไป ชั่วโมงละ 10 บาท ซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้าครบ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์จอดฟรี เพิ่มอีก 4 ชั่วโมง ส่วนลูกค้ากลุ่มโรงเรียน ให้ Stamp จอดฟรีเพิ่ม 8 ชั่วโมง ในวันที่มีเรียนได้ *สิทธิ์บัตร Member / บัตรสมาชิก และสิทธิพิเศษอื่นๆ สอบถามได้ที่ เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ หากจอดก่อน 7.00 สามารถจอดชั้น B (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • Big C Rangsit (บิ๊กซี รังสิต) จอดฟรีตลอดทั้งวัน
  • Lotus Rangsit (โลตัส รังสิต) จอดฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 50 บาท
  • Zeer Rangsit (เซียร์ รังสิต) จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 20 บาท

โดยรวมแล้วระบบการคิดอัตราค่าที่จอดรถของแต่ละห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในย่านดังต่างๆ ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างที่จะหลากหลายพอสมควร ซึ่งหากคุณลองบวกลบกันดูนั้นจะพบว่า หากไม่จอดแช่เกิน 5-6 ชั่วโมง ก็คุ้มค่าพอที่จะเสียเงิน โดยที่ไม่ประทับตราหรือแสตมป์บัตรอะไร

ซึ่งนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับธุระของคุณอีกด้วย เพราะหากมีการซื้อสินค้าและใช้บริการอะไรบ้าง ตามกำหนดของแต่ละห้างสรรพสินค้า คุณก็ได้จอดฟรีแบบไม่ต้องเสียเงิน ทำให้คุ้มค่าโดยไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนค่ะ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ค่ะ —> เพิ่มเพื่อน

Bangkok-International-Motor-Show-2021

“Motor Show 2021” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42) หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานคับคั่ง บนพื้นที่กว่า 170,960 ตร.ม. พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวในงาน หลังจากต้องเผชิญศึกโควิด-19 ไปอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา และในช่วงต้นปีนี้ พร้อมนำเสนอโซนพิเศษ Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ยืนยันแน่นอนถึงจัดงานในวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ท่ามกลางการจัดงานจัดแสดงรถยนต์ตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ New Normal วางมาตรการด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และทั่วโลกในช่วงระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ที่ถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แต่ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของภาครัฐ และเอกชนในการรับมือวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจภายในประเทศไทยเริ่มมีสัญญาณที่ดีในการฟื้นตัว พร้อมการเริ่มต้นฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ในไทยเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า

https://www.bangkok-motorshow.com/assets/img/bims42_poster_jpg.jpg

สำหรับบริษัทรถยนต์ ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มาด้วย 34 แบรนด์ ประกอบไปด้วย Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Mazda, Hyundai, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Bentley, Volvo, Kia, Subaru, Hyundai Truck& Bus และ Takano

และในส่วนของค่ายรถมอเตอร์ไซค์ มาด้วยกัน 7 ค่าย ได้แก่ A.P.Honda, Suzuki Moto, Yamaha, Harlay-Davidson, BAJAJ, KTM และ Husquavana เป็นต้น

นอกจากนี้จะมีการเพิ่มโซน Smart EV City เพื่อนำเสนอความเป็นเมืองแห่งอนาคตตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของยุคปัจจุบันที่ต้องการสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลาย รวมทั้งเอื้อต่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าชมงานจะได้พบนวัตกรรมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า นวัตกรรมสินค้าอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

รวมถึงโซน GLAMPING ที่เป็นไลฟ์สไตล์สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว สัมผัสชีวิตกับธรรมชาติ แต่ยังคงต้องการความสะดวกสบาย ที่ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับโซนแสดงรถยนต์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการตั้งแคมป์ภายในรถยนต์

สำหรับมาตรฐานการคัดกรองผู้เข้าชมเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่าจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์เหมือนการจัดงานในปีที่ผ่านมา

Motor-Show-2021-Press-Conference

การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ จะมีการเพิ่มระยะห่างของแต่ละบูธ เพื่อขยายพื้นที่ทางเดินให้กว้างขึ้นจากเดิมเป็นการลดความแออัดขณะเข้าชมงาน โดยมีการกำหนดมาตรการให้เป็นไปตามการจัดงานแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ตรงตามมาตรการทางสาธารณสุข และ ศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงอยู่บนบรรทัดฐาน Amazing Thailand Safety & Health (SHA) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับผู้ร่วมออกงาน และผู้เข้าชมงานรู้สึกปลอดภัย

นอกจากนี้บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ เพิ่มความเชื่อมั่นให้บริษัทรถยนต์ที่ร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงาน หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA)  รับรองว่าการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มีการจัดเตรียมมาตรการทั้งด้านบริการ และด้านสุขอนามัยเป็นไปตามที่ภาครัฐกำหนด

ที่สำคัญ ในงาน Motor Show 2021 ครั้งนี้ ยังจัดร่วมกันกับงาน Bangkok Used Car Show 2021 รวมรถมือสองไว้มากมาย ณ Challenger 1-2, Loading Area, Impact เมืองทองธานี ในวันที่ 24 มีนาคม 2564 – 4 เมษายน 2564

และ BUS & TRUCK ’21 งานแสดงรถใหญ่รถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษระดับภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด Smart Transportation ณ Hall 5, Impact เมืองทองธานี ในวันที่ 26 – 28 มีนาคม 2564 อีกด้วยครับ!

กำหนดการจัดงาน

  • รอบ VIP (VIP Day) วันที่ 22 มีนาคม 2564
  • รอบสื่อมวลชน (Press Day) วันที่ 23 มีนาคม 2564
  • รอบบุคคลทั่วไป (Public Day) วันพุธที่ 24 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 12 วัน
  • จันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น.
  • เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
  • บัตรเข้าชมงาน ราคา 100 บาท รับสิทธิ์ได้รับรางวัลรถยนต์ Ford Everest รถปิคอัพ Ford Ranger และรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท เพียงตอบคำถามจากการสแกน QR Code ด้านหลังบัตร

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

และสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า ขายรถที่ไหนดี? มีแพลนจะเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

เดือน “ธันวาคม” นี้ ในเดือนที่มีวันหยุดเพียบ แม้ว่าอากาศจะหนาวบ้าง ร้อนบ้าง แต่ถ้าจะพูดถึงวันสุดสัปดาห์ของการทำงาน (เช่น วันศุกร์ หรือวันเสาร์) เหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ในวัยทำงาน มักนิยมหาแหล่งพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ

และยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แล้วล่ะก็ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงลานเบียร์ เพื่อนั่งดื่มเบียร์ ดื่มด่ำกับบรรยากาศชิลล์ๆ แน่นอน บรรดาค่ายเบียร์ยักษ์ใหญ่ จึงต้องจัดงานแบบดาวกระจายไปหลายๆ ที่ในกรุงเทพฯ

ทาง CARRO จึงรวมแหล่งลานเบียร์ ที่เหมาะสังสรรค์ยามราตรีในกรุงเทพฯ และลานเบียร์ใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่ให้เพื่อนๆ ไปพักผ่อนหลังเลิกงาน และได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ แต่จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปอ่านกันได้เลย

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

1. Parc Paragon @ Siam Paragon

ลาน Parc Paragon (พาร์ค พารากอน) อีกหนึ่งย่านใจกลางเมืองที่หลายคนชอบเดินช้อปปิ้ง มีลานเบียร์ที่เปิดให้บริการกันทุกปลายปี ซึ่งก็เป็นยี่ห้อของค่ายสีเขียว แต่ถ้าใครไม่ติดอะไร ก็ดื่มกันได้ และเป็นอีกย่านที่สะดวกทั้งการเดินทาง หรือไปเที่ยวที่อื่นต่อ

การเดินทาง : รถเมล์สาย 15, 16, 25, 40, 48, 54, 73, 73ก, 79, 204, 501, 508 / BTS สยาม  / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

2. Sathorn Square

เวลาเดินทางหรือแวะมาเยือนย่านสาทร หลายๆ คน คงนึกถึงตึก Sathorn Square (สาทรสแควร์) เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแหล่งที่รวมคนทำงานออฟฟิศที่เยอะสุดเลยก็ว่าได้ และใครที่เหนื่อยล้าจากงาน อยากจะสังสรรค์ผ่อนคลายก็มาได้ที่ลาน Sathorn Square ได้ทุกค่ำคืนเลยช่วงนี้

การเดินทาง : รถเมล์สาย 17, 77, 149 / BRT สาทร / BTS ช่องนนทรี / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

3. Asiatique The Riverfront

ใครที่อยากดื่มดั่มกับรรยากาศชิลล์ๆ แนะนำให้มาที่นี่เลย Asiatique The Riverfront (เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์) เพราะด้วยเป็นแลนด์มาร์คสุดอลังการ อีกทั้งมีบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดโรแมนติก ไม่มีที่ไหนให้ได้แบบนี้อีกแล้ว

การเดินทาง : รถเมล์สาย 1, 15, 17, 75, 504, 547 / รถสองแถวสาย 1273 / BTS สะพานตากสิน และต่อด้วย Shuttle Boat / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

4. Mega Bangna

ใครที่อยู่แถวพัฒนาการ ศรีนครินทร์ บางนา ลาดกระบัง และสมุทรปราการ คงคุ้นเคยกับห้าง Mega Bangna (เมกาบางนา) กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นห้างที่รวมแหล่งสาธารณูปโภคทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถ้าใครต้องการไปลานเบียร์นั่งชิลล์ๆ ย่านชานเมืองกรุงเทพฯ สามารถมาที่นี่ได้เลย ลองแวะเวียนไปกันดูนะ

การเดินทาง : รถเมล์สาย 2, 23, 145, 180, 207 / BTS สถานีอุดมสุข แล้วต่อ Shuttle Bus ฟรี / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

5. The Street Ratchada

ห้างใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ย่านรัชดา อย่าง The Street Ratchada (เดอะสตรีท รัชดา) เป็นแหล่ง Hang Out สุดชิคที่สามารถกิน ดื่ม ช้อปได้ 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับวัยรุ่นและวัยทำงานที่ไม่ยึดติดกับเวลา ทำให้ที่นี้เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

การเดินทาง : รถเมล์สาย 36, 54, 73, 73ก, 136, 137, 179, 185, 206, 514, 517 / MRT  ศูนย์วัฒนธรรม  / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Groove-CentralWorld

6. Groove @ CentralWorld

แม้ว่าลานหน้าเซ็นทรัลเวิล์ด ที่จะเคยเป็นลานเบียร์ในตำนานอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้ถูกจัดแล้ว แต่ในอาณาบริเวณเดียวกันอย่าง Groove @ CentralWorld (กรูฟ @ เซ็นทรัลเวิลด์) ที่เป็น Lifestyle Dining & Gastro Bar นานาชาติ มีร้านอาหารแบรนด์ดังระดับโลกมารวมกัน ที่ภายนอกตกแต่งสไตล์ Futuristic แต่ข้างในตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และต้นไม้ช่วยเพิ่มความร่มรื่น ซึ่งมีหลายร้านให้คุณได้นั่งดื่มเบียร์ชิวๆ พร้อมอาหารคอกเทลสุดอร่อย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 15, 25, 40, 48, 54, 73, 73ก, 79, 204, 501, 508 / BTS สยาม – ชิดลม / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 10.00 น. – 00.00 น.

La-Villa-Aree

7. La Villa อารีย์

ในย่านตอนต้นของถนนพหลโยธิน แม้ว่าบางส่วนจะเป็นย่านธุรกิจ ที่พักอาศัย และเขตทหาร ที่นี่ยังมีแหล่งความบันเทิง หรือ Community Mall อีกด้วย ซึ่งในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ บริเวณด้านหน้าของ La Villa (ลาวิลล่า) ก็จะถูกเนรมิตพื้นที่เป็นลานเบียร์ ให้คนมานั่งดื่มหลังเลิกงาน กินเบียร์ชิวๆ ดูบอลกัน หรือจะไปนั่งต่อในร้านอาหาร หรือบาร์ในย่านนี้ต่อก็ได้

การเดินทาง : รถเมล์สาย 8, 26, 27, 28, 29, 34, 39, 59, 63, 74, 77, 97, 157, 204, 502, 503, 509, 510 / BTS อารีย์ / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Major-Cineplex-Ratchayothin

ภาพจาก Oversupar Whiteswan

8. Major Cineplex Ratchayothin (เมเจอร์รัชโยธิน)

Major Cineplex Ratchayothin (เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน) จุดนี้ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง ดูหนัง และเขตธุรกิจ ของคนที่อยู่ในละแวกย่านรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งในย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารดังๆ รวมไปถึงร้านอาหารแบบกลางแจ้ง พร้อมกับลานเบียร์ทั้งบริเวณด้านหน้า และบนดาดฟ้าอีกด้วย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 24, 26, 34, 39, 59, 63, 104, 107, 126, 129, 178, 206, 502, 503, 524, 543 / BTS รัชโยธิน / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Crystal-Design-Center-CDC

ภาพจาก มิว รักเฟซบุ๊ก

9. Crystal Design Center (CDC)

บนเส้นถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา หรือถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถ้าคนไม่มีรถยนต์ส่วนตัวอาจจะไปลำบากสักหน่อย แต่ถ้าคุณเป็นคนที่บ้านอยู่ย่านนี้ หรือทำงานอยู่ย่านนี้ อยากจะหาที่นั่งดื่มเบียร์ชิวๆ ในหน้าหนาว ไม่อยากฝ่ารถติดเข้าไปในเมือง ก็มาชิวกันได้ที่ คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) ได้ เพราะที่นี่มีลานเบียร์ของค่ายใหญ่มาเปิดกันอยู่ทุกปี อีกทั้งมีดนตรีสดด้วย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 26 (เอกมัย) / รถสองแถวสาย 1526 / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

W-District-Phrakhanong

ภาพจาก OneStep4Ward

10. W District พระโขนง

สำหรับลานเบียร์ในย่านสุขุมวิท แม้ว่าจะมีอยู่ด้วยกันในหลายที่ แต่ที่ W District (ดับบลิว ดิสทริค) เหมาะสำหรับคนที่ชอบการดื่มเบียร์ ในบรรยากาศที่มีคนต่างชาติเยอะๆ ทั้งฝรั่ง แขก หรือญี่ปุ่น พร้อมกับทานอาหารชิวๆ ในช่วงอากาศเย็นๆ ซึ่งบางวันมีดนตรีสดให้ดูกันด้วย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 2, 22, 23, 25, 38, 40, 48, 71, 98, 133, 501, 508, 511 / BTS พระโขนง / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

อย่างไรก็ตาม คาร์โร มีบางอย่างที่อยากจะฝากไว้นิดนึง คือ เมาแล้วไม่ขับนะคะ ถ้าคิดว่าไปแล้วตัวเองต้องดื่มแน่นอน อย่าได้นำรถของท่านไปเลยจะดีกว่า เดี๋ยวมันจะไม่คุ้มเสียเอาได้นะ …

ส่วนถ้าใครเบื่อละ อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปดาวน์รถคันใหม่ ซื้อรถใหม่มาขับ ก็สามารถมาขายรถ หรือตีราคารถ ที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ค่ะ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-Motor-Expo-2020

Motor-Expo-2020-Poster

“Motor Expo 2020” (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) หรือ The 37th Thailand International Motor Expo 2020 ภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Whatever Changes will be…Move on” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้ รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปี ฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19 ที่รุมมาเกือบทั้งปี

โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี พร้อมวางมาตรการป้องกัน COVID-19 ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้มางาน เข้าชมงานได้สะดวก และปลอดภัย

สำหรับยอดจองรถภายในงาน คาดว่าจะสูงถึง 25,000-30,000 คัน รถจักรยานยนต์ 5,000 คัน ผู้ชมงานราว 1 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 35,000 ล้านบาท

Motor-Expo-2019-View

ในปีนี้มีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงานมากมายถึง 31 ยี่ห้อ เริ่มจากค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota, Lexus, Nissan, Honda, Mitsubishi, Isuzu, Mazda, Subaru, Suzuki ส่วนรถเกาหลีอีก 2 แบรนด์คือ KIA และ Hyundai เป็นต้น

ในส่วนของแบรนด์รถยุโรปและรถอเมริกัน ก็มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ Audi, BMW, Mercedes-Benz, MINI, Jaguar, Peugeot, Porsche, Land Rover, Volvo, MG, Ford, Maserati, Aston Martin และ Rolls-Royce เป็นต้น

รวมถึงชุดแต่งและรถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระ ได้แก่ BMW M Performance, Jeep, Carlsson, Moke, M’Z Speed และ Swift

ในส่วนของรถมือสอง ก็มีมาร่วมงานในงานถึง 5 ค่าย เช่น Mercedes-Benz Certified, BMW Premium Selection, Audi Approved Plus, Volvo Selekt และ Subaru

ทางด้านของรถจักรยานยนต์ มี 20 ยี่ห้อ อาทิ Aprilia, BMW, CF Moto, GPX, Hanway, Harley-Davidson, Honda Bigbike, Hyosung, Husqvarna, Kawasaki, Moto Guzzi, Scomadi, Peugeot, Piaggio, Royal Enfield, Suzuki, Triumph, Vespa, Yamaha และ Bajaj เป็นต้น

https://www.motorexpo.co.th/data/content/2020112918283434.jpg?t=1607331966

แผนผังงาน Motor Expo 2020

นอกจากนี้ ภายในงาน “Motor Expo 2020” ยังจัดกิจกรรมมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน โดยปีนี้ยังคงแจกรถยนต์ 3 คัน และจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 1 คัน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

https://www.motorexpo.co.th/data/content/1240_2020113013134283.jpg

รายการ “ซื้อรถ ชิงรถ” ผู้ชมงาน ที่จอง/ซื้อรถยนต์ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ ชิงรถยนต์ BMW 218i Gran Coupe M Sport มูลค่า 2,399,000 บาท

https://www.motorexpo.co.th/data/content/1240_2020113013130674.jpg

รายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ” ผู้ชมที่ซื้อบัตรเข้าชมงาน มูลค่า 100 บาท จะได้รับคูปองสำหรับการกรอกรายละเอียดต่างๆ เพื่อชิงรถยนต์ New MG 3 Hatchback รุ่น D มูลค่า 554,000 บาท

https://www.motorexpo.co.th/data/content/1240_2020113013140864.jpg

รายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์ ชิงบิ๊กไบค์” สำหรับลูกค้าที่จอง/ซื้อมอเตอร์ไซค์ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ชิง Honda CB1000RS มูลค่า 566,670 บาท

นอกจากนี้ยังมีรายการ “ซื้อสินค้า ชิงรถ” ผู้เข้าชมงานซื้อสินค้าภายในงาน “Motor Expo 2020” จากร้านค้าภายในงาน ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ยกเว้นรถยนต์, รถจักรยานยนต์ และรถใช้แล้ว) มีสิทธิ์ชิงรางวัล

รับโชค 2 ชั้น ดังนี้
  • โชคชั้นที่ 1 รับสิทธิ์จับสลาก เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากผู้จัดงาน (จำกัดสิทธิ์การจับสลาก 1 ท่าน/ครั้ง/วัน)
  • โชคชั้นที่ 2 ทุก 2,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นรับรถยนต์ Mitsubishi Mirage 1.2 GLX CVT ราคา 509,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

รางวัลโชคชั้นที่ 1 จะมอบให้ผู้มีสิทธิ์ร่วมสนุกในรายการ จะตั้งแสดง และแจกให้ ณ บริเวณ “จุดกิจกรรม”

สำหรับรางวัลโชคชั้นที่ 2 “ผู้จัดงาน” จะรวบรวมข้อมูลของผู้มีสิทธิ์ชิงรางวัล ที่ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ ราคาสินค้า ร้านค้าที่ซื้อสินค้า เพื่อจะจับสลากหาผู้โชคดี และสำรอง 10 ท่าน ในวันที่ 20 มกราคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี โดยมีคณะกรรมการ จำนวน 10 ท่าน เป็นสักขีพยาน

https://www.motorexpo.co.th/data/content/1240_2020112413563554.jpg

“โหลด Motor Expo App ชิงรางวัล” ชิง Apple Watch SE รุ่น GPS (ขนาด 40 มิลลิเมตร) ราคาเรือนละ 9,400 บาท จำนวน 10 เรือน รวมมูลค่า 94,000 บาท

ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ Skill Driving Experience Junior” อบรมขับขี่ปลอดภัย สำหรับเด็กอายุ 4-8 ปี เพื่อปลูกฝังวินัยจราจร ขณะที่โครงการ “ขับเป็น… ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” (Skill Driving Experience) จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยฟรีให้แก่ผู้สนใจ

อีกทั้ง สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ยังจัดแสดงรถโบราณทรงคุณค่าหลากหลายลักษณะ โดยปีนี้มีการจัดแสดงตามช่วงเวลาที่สำคัญ เช่น รถก่อนสงครามโลก รถหลังสงครามโลก และรถคลาสสิค

พร้อมพื้นที่ Motorsport รวมรถแข่งหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Circuit, Drag, Drift รวมถึงรถแต่งหลากหลายสไตล์ มาจอดเรียงรายให้ผู้รักความเร็วได้สัมผัส และถ่ายภาพกันอย่างใกล้ชิด

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Travel-Motor-Expo-2020

Motor Expo 2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) หรือ The 37th Thailand International Motor Expo 2020 ภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Whatever Changes will be…Move on”พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้ รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปีเช่นเคย โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

สำหรับท่านที่อยากมาชมงาน “Motor Expo 2020” แต่ไม่อยากเสียเวลาขับรถแล้วเจอรถติดๆ บนทางด่วน หรือรถติดแหง็กบนถนนแจ้งวัฒนะ (ซึ่งปกติ เวลาไม่มีงานอะไร ก็รถติดแหง็กประจำอยู่แล้ว) รวมไปถึงต้องเสียเวลามาวนหาที่จอดรถในสถานที่รอบๆ ซะอีก …

CARRO ขอแนะนำ 5 วิธีการเดินทางไปงาน Motor Expo 2020 ตั้งแต่รถ Shuttle Bus ของงาน รวมไปถึงระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เพื่อความสะดวกของผู้อยากมาชมงาน Motor Expo 2020 แต่ไม่อยากขับรถไปที่งานครับ

1. รถ Shuttle Bus งาน Motor Expo

Impact-Mochit

1) เส้นทางหมอชิต – อิมแพ็ค – หมอชิต
– เดินทางโดย MRT ลงที่สถานีจตุจักร และใช้ทางออก 4
– เดินทางโดย BTS ลงที่สถานีหมอชิต และใช้ทางออก 2

หมอชิต-IMPACT รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น.
IMPACT-หมอชิต รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น.

Impact-Onnut

2) เส้นทางอ่อนนุช – อิมแพ็ค – อ่อนนุช
– เดินทางโดย BTS ลงที่สถานีอ่อนนุช และใช้ทางออก 2
– จุดจอดรถ Shuttle Bus อยู่ตรงลานจอดรถห้างโลตัส (เดินไปทางลานจอดรถด้านข้างห้าง ทางด้านซอยสุขุมวิท 50)

อ่อนนุช-IMPACT รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น.
IMPACT-อ่อนนุช รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น.

Impact-Silom

3) เส้นทางสีลม – อิมแพ็ค – สีลม
– เดินทางโดย MRT ลงที่สถานีสีลม และใช้ทางออก 1
– เดินทางโดย BTS ลงที่สถานีศาลาแดง และใช้ทางออก 5
– จุดจอดรถ Shuttle Bus อยู่ตรงหน้าพระบรมรูป ร.6 ตรงข้ามโรงแรมดุสิตธานี

สีลม-IMPACT รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น.
IMPACT-สีลม รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น.

Impact-Rangsit

4) เส้นทางรังสิต – อิมแพ็ค – รังสิต
– จุดจอดรถ Shuttle Bus อยู่บริเวณด้านหลัง Future Park Station (ติดกับศาลพระภูมิ)

รังสิต-IMPACT รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น.
IMPACT-รังสิต รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น.

*รถ Shuttle Bus ออกทุกๆ 30 นาที หรือรถออกเมื่อผู้โดยสารเต็มคัน

MRT-Blue-Line

2. รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)

รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลงสถานีสวนจตุจักร เดินทางต่อไปยังปลายทางด้วย :

1. Free Shuttle Bus บริเวณทางออก M4
2. รถประจำทางสาย 52 (ปากเกร็ด – บางซื่อ)
3. รถตู้ปรับอากาศสาย สวนจตุจักร – เมืองทองธานี
4. IMPACT Link Shuttle Bus (เสียค่าบริการ)

BTS-Skytrain

3. รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS)

รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ลงสถานีหมอชิต เดินทางต่อไปยังปลายทางด้วย :

1. Free Shuttle Bus บริเวณทางออก M4
2. รถประจำทางสาย 52 (ปากเกร็ด – บางซื่อ)
3. รถตู้ปรับอากาศสาย สวนจตุจักร – เมืองทองธานี

รถตู้-Impact-Link

4. รถตู้

ระหว่างการจัดแสดงงาน Motor Expo 2020 จะมีรถตู้สาธารณะ จากเมืองทองธานี มีรถให้บริการอยู่ 7 เส้นทาง ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สีลม, เพลินจิต, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต, สนามหลวง และ จตุจักร

รถตู้-เมืองทองธานี-Price-Rate-2020

สำหรับรถตู้สาธารณะ เมืองทองธานี มีรถให้บริการอยู่ 7 เส้นทาง ได้แก่

  • เมืองทองธานี – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ราคา 35 บาท (ประตู 1)
  • เมืองทองธานี – ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ราคา 35 บาท (ประตู 2)
  • เมืองทองธานี – เพลินจิต ราคา 65 บาท (ประตู 3)
  • เมืองทองธานี – สีลม ราคา 65 บาท (ประตู 3)
  • เมืองทองธานี – สนามหลวง ราคา 46 บาท (ประตู 4)
  • เมืองทองธานี – เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ราคา 28 บาท (ประตู 5)
  • เมืองทองธานี – จตุจักร ราคา 36 บาท (ประตู 6)

BMTA-Bus

5. รถเมล์

รถเมล์ (Bus)

บริเวณแยกแจ้งวัฒนะ / วิภาวดี-รังสิต
– สาย 29, 59, 95, 95ก, ปอ. 29, 59, 504, 510, 538 (มุ่งสู่ทิศเหนือ)
– สาย 29, 52, ปอ. 29, 59, 504, 510 (มุ่งสู่ทิศใต้)
– สาย 95ข, 150 (มุ่งสู่ทิศตะวันออก)

บริเวณห้าแยกปากเกร็ด
– สาย 33, 90, 359, 367 (มุ่งสู่ทิศเหนือ)
– สาย 32, 33, 51, 90, 104 (มุ่งสู่ทิศใต้)

ถนนแจ้งวัฒนะ
– สาย 150, 356, ปอ.52, ปอ.150, 356
– สาย 166 (ทางด่วน เมืองทองธานี – ปากเกร็ด – อนุสาวรีย์ชัยฯ) เข้าถึงเมืองทองธานี

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2020 ฟรี! ง่ายๆ 1 ท่าน อ่านกติกากันได้ที่นี่ครับ —> https://th.carro.co/blog/motor-expo-free-ticket/

History-Soi-Taweemit-Village-Flood

เวลาที่กรุงเทพฯ เกิดเหตุการณ์พายุฝนกระหน่ำทีไร ก็รู้ๆ อยู่ ว่าระบบการระบายน้ำของกรุงเทพฯ นั้นค่อนข้างแย่ บวกกับกรุงเทพฯ อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อเกิดฝนตกหนักมากๆ ตามถนนตามซอย มักจะเกิดน้ำท่วมแบบนี้อยู่เสมอๆ บวกกับปัญหาคนทิ้งขยะมักง่าย จนเศษขยะไปอุดติดตามท่อระบายน้ำมากมาย และท่อระบายน้ำขนาดเล็ก รับมวลน้ำไม่ทัน ซึ่งใครมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ไม่มีปัญญาแก้ไขอะไรได้

และอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของกรุงเทพฯ ที่ฝนตกหนักมากๆ ทีไร น้ำต้องท่วมสูงมากทุกที! คงต้องยกให้กับ “ซอยทวีมิตร”, “หมู่บ้านทวีมิตร”, “ซอยพระราม 9 แยก 7” หรือที่เรียกติดปากว่า ซอย อสมท. เป็นจุดที่น้ำท่วมหนักสุด ต่ำกว่าถนนพระราม 9 ถึง 90 เซนติเมตร ใครที่จอดรถ จอดมอเตอร์ไซค์ไว้ และย้ายหนีน้ำไม่ทัน เป็นน้ำท่วมรถทุกราย!

เพราะอะไร ทำไมซอยนี้ ถึงได้ลือชื่อว่าน้ำท่วมหนักตลอด และเป็นแบบนี้มานานไม่ได้รับการแก้ไข จนค่าด่ากันขรม วันนี้ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง …

History-Soi-Taweemit-Village-Flood

ประวัติ ซอยทวีมิตร และ หมู่บ้านทวีมิตร …

เชื่อหรือไม่ครับว่า ซอยทวีมิตร และ หมู่บ้านทวีมิตร เกิดขึ้นมาก่อนที่จะมีถนนพระราม 9 และถนนรัชดาภิเษก ซะอีก!

ย้อนกลับไปเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ถนนอโศก-ดินแดง เริ่มตัดสร้างขึ้นมาในยุค จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เดิมนั้นเป็นเพียงถนนที่เชื่อมกันระหว่างซอยอโศก (สุขุมวิท 21) และถนนดินแดงอย่างเดียว เป็นถนนราดยางแคบขนาด 2 เลน พูนดินสูงขึ้นมาจากระดับดินเดิมสักเมตรกว่าๆ มองไปทางห้วยขวางในปัจจุบัน มีสภาพเป็นท้องทุ่งนาจนสุดสายตาทั้งซ้ายและขวา

เล่ากันในสมัยนั้นว่า บรรดาท่านผู้เป็นใหญ่ในยุคนั้นได้ไปกว้านซื้อที่ดินย่านห้วยขวาง บางกะปิ กันมาก จนมีความคิดที่จะต้องตัดถนนเข้าไปในที่แปลงนั้น

โดยจุดที่เป็นสี่แยกพระราม 9 ในปัจจุบัน ในอดีตจงใจตัดถนนให้เป็นโค้งหักศอกแบบ 90 องศา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โค้งทรราช” เนื่องจากแค่ตัดถนนเข้าไปหาที่ดินของกลุ่มผู้ครองอำนาจในยุคนั้น (จอมพลถนอม-ประภาส)

ต่อมาในปี 2522 พลเอกเกรียงศักด์ ชมะนันทน์ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวงในยุคนั้น ได้สั่งให้มีการตัดถนนเส้นใหม่จากถนนวิภาวดีรังสิต เลียบไปกับแนวโครงการทางรถไฟสายบางซื่อ – คลองตัน เดิม มาเชื่อมกับหัวโค้งดังกล่าว แล้วใช้ชื่อว่าถนนรัชดาภิเษก ในปัจจุบัน

หมู่บ้านทวีมิตรเองก็เช่นกัน ได้เริ่มสร้างขึ้นในช่วงร่วมสมัยเดียวกันนี้ …..

History-Soi-Taweemit-Village-Flood

อดีต Beverly Hills ของกรุงเทพฯ ที่ปัจจุบันโดนตึกสูงบังวิวหมด

ในปี 2518 นพ.บุญ วนาสิน (ปัจจุบัน คือ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลแคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของเครือโรงพยาบาลธนบุรี) ร่วมกับกลุ่มจางหมิงเทียน (Chang Ming Thien) นายทุนชาวจีนโพ้นทะเลจากมาเลเซีย-ฮ่องกง สร้างหมู่บ้านทวีมิตรขาย โดยต้องการให้เป็น “Beverly Hills” แห่งกรุงเทพฯ!

ซอยทวีมิตร จึงถือกำเนิดขึ้นกับพร้อมๆ หมู่บ้านทวีมิตรช่วงนี้นั่นเอง โดยแบ่งออกเป็นทั้งบ้านทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว รวมถึงอาคารพาณิชย์บริเวณซอยทวีมิตรหลัก

MCOT-Headquarter-In-The-Past

อสมท. เมื่อยุคทศวรรษที่ 20 (ภาพจาก อสมท.)

ต่อมา บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด หรือ ช่อง 4 บางขุนพรหม ได้ยุบเลิกกิจการ และจัดตั้งองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2520 ได้ย้ายมาก่อตั้งสำนักงานที่ท้ายซอยทวีมิตรแห่งนี้ ซึ่งสมัยนั้นนับได้ว่าอยู่ห่างไกลจากเมืองมาก

จากนั้นก็มีหน่วยงานอื่นย้ายตามเข้ามา อาทิ ทิพยประกันภัย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมทั้งเป็นทางลัด ของผู้เดินทางไปถนนรัชดาภิเษก ถนนพระราม 9 และการมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นหลายแห่ง ทำให้ซอยนี้เจริญขึ้นเป็นอย่างมาก

History-Soi-Taweemit-Village-Flood

ภาพจาก Backbone MCOT

แต่ปัญหาของที่นี่ คือ ถนนส่วนกลางที่สร้างมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ไม่ได้รับการแก้ไข (แต่ซอยแยกเข้าซอยหมู่บ้าน กลับยกพื้นสูงหมด) และเป็นถนนของเอกชน ของนิติบุคคลหมู่บ้านทวีมิตร ยังไม่ยกพื้นที่ให้ กทม. ที่หลายหน่วยงานที่มาตั้งอยู่ในท้ายซอยนี้ ต้องไปขอจดภาระจำยอม เพื่อให้รถเข้าออกหน่วยงานของตัวเอง

ซึ่งทางนิติบุคคล นอกจากเก็บค่าจอดรถแล้ว จะเก็บค่าผ่านทางเพิ่ม หรือ ไม่ยอมให้ผ่านทาง รับรองว่าสนุกแน่

History-Soi-Taweemit-Village-Flood

ภาพจาก ราชสีห์ จิตอาสา

แม้ว่า กทม. ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง บริเวณปากซอยทวีมิตร เพื่อดึงน้ำเข้าสถานีสูบน้ำฝั่งตรงข้ามเพื่อลงคลองสามเสน อีกทั้งเป็นระบบระบายน้ำเก่าที่ไม่ได้บำรุงรักษา และบางบ้านมีการสร้างทางขึ้นทางลาดเข้าบ้านทับทางระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำที่ไหลจากจุดที่ต่ำที่สุด ไปสู่บ่อสูบน้ำได้ล่าช้า และเมื่อฝนตกหนักทีไร ก็ต้องเจอน้ำท่วมสูง จนมิดรถครึ่งคันซ้ำซากแบบนี้ตลอดไปล่ะครับ!

History-Soi-Taweemit-Village-Flood

ภาพจาก เกาะติดสถานการณ์และอุบัติเหตุ

ส่วนใครที่อยากขายรถที่ถูกน้ำท่วมมา ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง ก็สามารถปรึกษากับทางเราดูก่อนได้ เพียงแค่คุณขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

BIG-Motor-Sale-2020

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป เตรียมจัดงาน “Big Motor Sale 2020” (Bangkok International Grand Motor Sale 2020) เตรียมความพร้อมเพื่อมาซื้อขายรถใหม่ ถูก ดี แบบ New Normal ในงาน มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่

พร้อมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจกับผู้ผลิต – จำหน่ายสนับสนุนให้ผู้บริโภค มีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ ใหม่ ถูก ดี ช้อปสบายใจห่างไกลโควิด-19 จัดเต็มทุกวัน จัดกันยาวๆ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-106 ตั้งแต่วันที่ 21-30 สิงหาคม ศกนี้ บัตรผ่านประตู 100 บาท!

ค่ายรถหลากหลายแบรนด์ที่มาร่วมงาน อาทิ Aston Martin, BMW, Honda, Hyundai, Isuzu, Jaguar, KIA, Maserati, Mazda, Mercedes-Benz, Land Rover, MG, MINI, Mitsubishi, Nissan, Peugeot, Subaru, Suzuki, Toyota, Volvo, London Taxi, DT.Motor, Techart และ HSEM Motor

และค่ายรถมอเตอร์ไซค์ ได้แก่ Benelli, BMW Motorrad, Harley-Davidson, Royal Enfield, Suzuki, Triumph, Yamaha

พร้อมทั้ง 2 ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองพรีเมี่ยมและรถนำเข้าพรีเมี่ยม  และ 13 ผู้จำหน่ายอุปกรณ์/ผลิตภัณฑ์เพื่อยานยนต์ บนพื้นที่ทั้ง 6 ฮอลล์ กว่า 40,000 ตร.ม. ภายใต้การดูแลบริหารจัดการของ N.C.C.Image ในเครือ NCC Group เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมการสนับสนุนจาก ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  สถานที่จัดงาน ด้วยมาตรการป้องกันและดูแลผู้ร่วมแสดงงานที่ให้ความมั่นใจอย่างเต็มที่

ด้วยวิถีแบบ New Normal และมองเห็นแนวโน้มของการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง และน่ายินดีที่มีการเปิดตัว รถรุ่นใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น หลายแบรนด์เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น งานนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีการเปรียบเทียบ เลือกหา และตัดสินใจซื้อรถ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายและเร็วขึ้น เป็นสื่อกลางให้คนที่อยากซื้อรถได้เจอกับคนขายรถอย่างสะดวกสบาย ภายใต้มาตรฐานการจัดการด้านสุขอนามัยโดยไม่ให้การ์ดตก สามารถเดินชมและเลือกซื้อรถคันใหม่ได้อย่างสบายใจ ในงาน Big Motor Sale 2020 ทั้ง 10 วัน

BIG-Motor-Sale-2019-View

กำหนดการจัดงาน

สามารถเข้าชมงานได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม – วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ศกนี้ รวม 10 วัน เวลาแสดงงาน วันธรรมดา 12.00 – 21.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 11.00 – 21.00 น. บัตรเข้าชมงาน 100 บาท

และสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า ขายรถที่ไหนดี? มีแพลนจะเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

1 2 3 9