ค้นหาบทความ

Category : ท่องเที่ยว

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

ใครหลายคนที่เป็น “ทาสแมว” ก็มักจะหลงไหลแมวเป็นพิเศษ เพราะแมวนั้นเป็นสัตว์ที่มีหน้าตาดูน่าเกรงขาม (เหมือนเสือตัวน้อยๆ) แต่ก็แฝงไปด้วยความน่ารักในตัว กับความออดอ้อนเก่ง นวดเก่ง ที่ทำให้ใครต่อใคร มักหลงไหลเจ้าเหมียวไปด้วย

การท่องเที่ยวของคนเรามักจะมีอยู่เสมอๆ นอกจากคนไปเที่ยวแล้ว บางทีอยากจะพาสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ออกเดินทางไปเที่ยวพร้อมกันด้วยเช่นกัน

แล้วถ้า “ทาสแมว” จะพา “เจ้านาย” ของคุณไปเที่ยวพร้อมกันล่ะ คุณจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ให้ทั้งคุณและเจ้าเหมียว มีความสุขในระหว่างการเดินทางไปพร้อมกัน ลองอ่านเคล็ดไม่ลับดูกัน …

1. เตรียมพร้อมก่อนการเดินทาง

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

เตรียมปลอกคอ เขียนชื่อ-เบอร์โทร ของเจ้าของแมวเอาไว้ไปด้วย พร้อมกับสายรัดแมว เผื่อเจ้าเหมียวอาจจะเตลิดหนีหายไป ระหว่างที่เราพาแมวไปเที่ยวด้วยกัน

ก่อนเดินทางสัก 2-3 ชั่วโมง ก็จัดการเตรียมตัวให้แมวทานอาหาร พร้อมกับเปิดประตูกระเป๋าสัตว์เลี้ยงไว้ ให้แมวจะได้สำรวจซะให้พอ เพราะถ้าแมวรู้สึก OK แล้ว ทาสแมวก็จะไม่ต้องลำบาก ตอนเวลาขับรถ

2. สร้างความคุ้นเคย

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

“กลิ่น” ประจำตัวของแมว นี่ก็ถือว่าสำคัญ เพราะเป็นการทำให้แมวสร้างความคุ้นเคยต่อสถานที่นั้นๆ คุณอาจจะปล่อยให้เขาใช้หัวถูภายในรถ เพื่อให้กลิ่นของเจ้าเหมียวติดอยู่ในรถ หรือนำสิ่งของที่เขาคุ้นเคย อย่างเช่น ห้องน้ำแมว เบาะที่นอน ผ้าห่ม หรือผ้าเช็ดตัวของเจ้าเหมียวติดไปด้วย

3. ของจำเป็น X ที่ลับเล็บ

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

อย่าลืมเตรียมกระบะทราย สำหรับการขับถ่ายของเจ้าเหมียว ชามใส่อาหาร และชามใส่น้ำ รวมถึงชุดปฐมพยาบาลของแมวไว้ด้วยก็ดี และอย่าลืมที่ลับเล็บสําหรับแมวไปด้วย (ถ้าไม่มี ก็ใช้กล่องไปรษณีย์ หรือลังกระดาษก็ได้) เพราะสามารถช่วยให้แมวแก้เครียดได้ และช่วยให้แมว ไม่ไปขีดข่วนเบาะรถของคุณแทน

4. กระเป๋าสัตว์เลี้ยง

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

กรณีที่เดินทางไปด้วยกันหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งขับรถแค่เพียงคนเดียว การใช้กระเป๋าใส่แมว หรือที่กั้นสัตว์เลี้ยงไว้ภายในรถ เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเจ้าเหมียวอาจซน จนทำให้คุณเสียสมาธิหรือเกิดอันตรายตอนขับรถได้

ระหว่างยกกระเป๋าสัตว์เลี้ยงไปที่รถ พยายามหาผ้าปิดที่ด้านหน้าของช่องตรง เพื่อที่ไม่ให้แมวรู้สึกตื่นตกใจเวลาเห็นสิ่งต่างๆ

5. อย่าลืมสเปรย์แมวติดตัว

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

อย่าลืมพกสเปรย์ฟีโรโมนอย่าง Feliway ซึ่งเป็นสเปรย์ที่เลียนแบบกลิ่นฟีโรโมน ที่แมวชอบปล่อยออกมาตอนผ่อนคลายสบายใจในอาณาเขตของตัวเอง เลยช่วยปลอบแมวให้สงบเวลาอยู่บนรถได้ ไปด้วย ไม่งั้นแมวของคุณอาจจะเกิดอาการตกใจ หรือหงุดหงิดได้

แค่นี้ คุณกับแมว ก็เดินทางไปด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วครับ

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Department-Of-Rail-Transport-Reduce-Train-Fare

ข่าวดี ของนักเดินทาง! กรมการขนส่งทางราง เตรียมเริ่มไอเดียลดค่าครองชีพ ด้วยมาตรการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบรายเดือน และช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-Peak) เริ่ม ธ.ค.นี้ คาดคนใช้เพิ่ม 1.5 แสนเที่ยวคนต่อวัน

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า วันที่ 6 ก.ย. 2562 เป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าได้ประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยเสนอมาตรการจูงใจให้ใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ด้วยการให้ผู้โดยสารซื้อตั๋วรถไฟฟ้าระบบใดก็ได้ครบ 15,000 บาท สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ซึ่งรูปแบบคล้ายกับนโยบายช็อปช่วยชาติที่ผ่านมานั่นเอง

เพื่อจูงใจคนเดินทางมากขึ้น ลดความแออัดช่วงเร่งด่วน คาดว่าจะทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกระบบ 10% หรือประมาณ 1.5 แสนเที่ยวคนต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.33 ล้านเที่ยวคนต่อวัน คาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา และเริ่มทดลองได้ภายในปีนี้

มาตรการลดค่าครองชีพ ด้วยการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า มี 2 แนวทาง คือ

1. ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้ารายเดือนลง และ

2. ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าในช่วงที่ผู้โดยสารไม่นิยมเดินทาง (Off-peak) โดยปัจจุบันมีรถไฟฟ้าในระบบ 4 ประเภท ได้แก่ 

Airport-Rail-Link

1. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ทเรลลิงค์ ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 15-45 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 31 บาท/คน/เที่ยว หากลดราคาเป็นตั๋วรายเดือนจะอยู่ที่ 25-30 บาท/เที่ยว

แนวทางการลดราคา คือ ลดราคาช่วง Off-peak อยู่ที่ 15-25 บาท/เที่ยว โดยแอร์พอร์ตลิงก์จะลดราคาสูงสุดช่วงไม่เร่งด่วนให้ 40% ส่วนบัตรรายเดือนอยากให้แต่ละระบบกำหนดราคาอยู่ที่ 300-500 บาท

โดยแอร์พอร์ตลิงก์ มีช่วงเร่งด่วน 3 ช่วง คือ 05.30-07.00 น. ช่วง 10.00-17.00 น. และช่วง 20.00-24.00 น.

MRT-Purple-Line

2. รถไฟฟ้าสายสีม่วง ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 14-42 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 21 บาท/คน/เที่ยว หากลดราคาตั๋วรายเดือนอยู่ที่ 15-20 บาท/เที่ยว

แนวทางการลดราคา คือ ลดราคาช่วง Off-peak อยู่ที่ 14-25 บาท/เที่ยว

โดยสายสีม่วง มีช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ที่ ช่วง 06.30-08.30 น. และช่วง 17.00-19.30 น.

MRT-Blue-Line

3. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 16-42 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 25 บาท/คน/เที่ยว หากลดราคาตั๋วรายเดือนจะอยู่ที่ 20-25 บาท/เที่ยว

แนวทางการลดราคา คือ ลดราคาช่วง Off-peak อยู่ที่ 16-30 บาท/เที่ยว

โดยสายสีน้ำเงิน มีช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ที่ 06.00-09.00 น. และช่วง 16.00-19.30 น.

สายสีม่วงและสายสีน้ำเงินจะทำโปรโมชั่นร่วมกัน จากปัจจุบันราคาสูงสุดอยู่ที่ 70 บาทต่อเที่ยว ทาง BEM อยู่ระหว่างเสนอให้บอร์ดพิจารณาลดราคาอาจจะเป็น 48 บาทต่อเที่ยว

BTS-Skytrain

4. รถไฟฟ้าบีทีเอส ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 16-44 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 29 บาท/คน/เที่ยว ลดราคาตั๋วรายเดือนอยู่ที่ 26 บาท/เที่ยว

ช่วง Off-peak ไม่มี เนื่องจากมีปริมาณคนเดินทางในทุกช่วงเวลา แต่ที่มากๆ จะเป็นช่วง 07.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น.

สำหรับรถไฟฟ้า BTS ปัจจุบันได้ดำเนินการจำหน่ายตั๋วเดือนอยู่แล้ว มีค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 26 บาท/เที่ยว โดยลดลงจากค่าโดยสารโดยเฉลี่ยต่อเที่ยว 29 บาท ลงมาที่ 12%

ส่วนบัตรโปรโมชั่นรายเดือนแบบจำกัดเที่ยว ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 15-50 เที่ยว พร้อมทั้งคงราคาในส่วนต่อขยายไว้ที่ 15 บาท

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าทั้ง 4 แบบ ช่วงเร่งด่วนจะมีรถไฟฟ้าให้บริการ 6 ชั่วโมง และมีคนใช้บริการ 60% ส่วนช่วงไม่เร่งด่วนจะให้บริการอยู่ที่ 13 ชั่วโมง และมีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 40% ซึ่งเวลาการให้บริการยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ให้ทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

Mr.Carro เชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ต้องเป็นคนที่รักสัตว์แน่ๆ ซึ่งหลายคนอาจจะเลี้ยงสุนัข (หมา) กันอยู่ ถือได้ว่าเป็นเพื่อนยากของมนุษย์ ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ทั้งสายพันธุ์เล็กแบบหมากระเป๋า ไปจนถึงสายพันธุ์ใหญ่แบบหมานักล่าก็ตาม

แต่การเดินทางของคนและหมานั้น ก็ต้องบอกว่ามีแน่นอน ไม่ว่าจะพาหมาไปเที่ยวด้วยกันที่ต่างจังหวัด พาหมาไปเดินออกกำลังกาย หรือพาหมาไปหาหมอที่คลินิคสัตว์เลี้ยง ก็สุดแท้แต่ …

ปัญหาของทั้งคนและหมา ก็มีอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่เคยนำหมาติดรถไปด้วย ก็จะติดปัญหาว่า จะเตรียมตัวอย่างไรดี ไม่ให้หมานั้นซุกซน เห่าหนวกหู หรือทั้งฉี่ทั้งอึภายในรถ ส่วนตัวหมาเอง ก็ต้องดูว่า จะทำตัวอย่างไรดี ไม่ให้เจ้านายเขกกบาลระหว่างทาง …..

Mr.Carro ขอแนะนำ 5 วิธี สร้างความสุขให้คนและหมา เวลาติดรถไปด้วยกันนั้น จะมีอะไรบ้าง …..

1. งดอาหาร (หมา)

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

ก่อนที่คุณจะขับรถออกไปไหนมาไหน แล้วต้องเอาหมาติดรถไปด้วย ควรงดให้อาหารและน้ำหมาก่อน สักประมาณ 1-2 ชั่วโมง

2. หมาต้องนั่งหลัง

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

ตำแหน่งที่เหมาะสมเวลาให้หมานั่งไปกับรถของคุณ นั่นคือ เบาะด้านหลัง เพื่อที่จะทำให้คุณไม่เสียสมาธิเวลาขับรถ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

3. อย่าลืมสายจูง หรือสายนิรภัย

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

ขนาดคนนั่งภายในรถยนต์ ยังต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเลย แล้วหมาก็ต้องมีสายรัดนิรภัยด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันอันตรายจากการตกหล่น หรือกระแทก เมื่อคุณเบรกกะทันหัน และยังเหมาะกับหมาที่มีนิสัยซุกซน ชอบปีนป่าย กระโดดโลดเต้น วิ่งไปวิ่งมา ถ้าไม่มีไว้คุณคงขับรถลำบากแน่นอน

4. อย่าลืมผ้าคลุมเบาะ

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าเบาะรถยนต์นั่งของคุณ จะทำด้วยวัสดุอะไร เช่น สักหลาด กำมะหยี่ หนังไวนิล หรือหนังแท้ คุณก็ควรจะมีผ้าปูรองนั่ง หรือผ้าคลุมเบาะแยกต่างหาก เพราะการให้หมานั่งบนเบาะแบบเพียวๆ เลย มันไม่ดีเท่าไหร่นัก เพื่อป้องกันเล็บของหมา ไปขูดขีดบนเบาะ หรือน้ำลายหมา ที่อาจทำให้เบาะในรถของคุณสกปรก หรือมีกลิ่น อีกทั้งยังป้องกันขนหมาร่วงไปบริเวณอื่นๆ อีกด้วย

5. กระดาษชำระ X ถุงพลาสติก X ชามข้าวหมา

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

หลายคนสงสัย ทำให้ต้องเอากระดาษชำระ และถุงพลาสติกไปด้วย เพราะเราก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า หมามันเกิดจะปวดขี้ หรือปวดเยี่ยว ขึ้นมาตอนไหนเมื่อไหร่ การมีกระดาษชำระ และถุงพลาสติกไว้ ก็ถือว่าดี ไม่สกปรกเลอะเทอะในรถด้วย และยังเอาใส้อ้วกของหมา กรณีที่หมาเมารถได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับชามข้าวหมา เผื่อไว้สำหรับใครที่เดินทางไกลนานๆ ขนาดคนยังหิว หมาก็รู้สึกหิวด้วยเช่นกัน เอาไว้สำหรับใส่น้ำ ใส่อาหารให้หมากินระหว่างทางได้

หากหมาของใครที่ไม่คุ้นชินกับการเดินทางไกล หรือมีอาการลนลานเวลาอยู่ในรถ อาจจะนำของเล่นของหมา มาให้หมาเล่นระหว่างทางไปด้วย ถ้าเป็นแบบหมากระเป๋า ก็เอาผ้าห่ม เสื้อผ้าหมา (กรณีหมาขนสั้น ขี้หนาว) หรือที่นอนหมาไปด้วย เพื่อให้หมาอุ่นกาย อุ่นใจ และมีของเล่นที่คุ้นเคยหว่างทางครับผม

แค่นี้ คุณกับหมา ก็เดินทางไปด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วครับ

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

เที่ยวดูทะเล-กินอาหารอร่อย-ที่บางแสน

คนเราบางครั้งถ้าทำงานต่อเนื่องกันนานๆ ก็ย่อมมีความเมื่อยล้าได้ ก็ควรจะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง แต่พอมีโอกาสได้หยุดเมื่อไหร่ เดี๋ยวนี้ในกรุงเทพฯ ก็เต็มไปด้วยรถที่ติดแหง็กยาวเหยียด ตามย่านที่มีห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมไปถึงคนที่เยอะแยะ ดูวุ่นวาย …

การจะหาโอกาสออกไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯ ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ทานอาหารทะเลอร่อยๆ สักวัน ก็ดีไม่ใช่น้อย …

และนี่ล่ะครับ Mr.Carro จะมาแนะนำสถานที่เที่ยวใน “บางแสน” ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ครับ ขับรถไปตามถนนมอเตอร์เวย์, ถนนบางนา-ตราด หรือจะเป็นทางพิเศษบูรพาวิถี ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว

หาดบางแสน

Travel-Bangsaen-Chonburi

หาดบางแสน เป็นหาดทรายทะเลขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด มีชายหาดยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร มีถนนบางแสนสาย 1 ตัดเลียบชายหาดตลอดทั้งเส้น รอบๆ ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของ และ ที่พัก มีเก้าอี้ผ้าใบให้นั่งใต้ร่มเงาทิวมะพร้าว นั่งทานอาหารทะเล รับลมทะเล ชิวๆ

หาดบางแสน ได้ชื่อสถานที่นี้มาจากนิทานพื้นบ้านความรักของชายหนุ่มที่ชื่อ “แสน” กับหญิงสาวที่ชื่อ “สามมุข” ที่ไม่สมหวังในความรัก จึงพากันกระโดดน้ำตา ยและกลายเป็นชื่อสถานที่ต่าง ๆ ในตัวจังหวัดชลบุรี รวมถึงศาลเจ้าแม่สามมุข ที่อยู่ใกล้เคียงกัน

Travel-Bangsaen-Chonburi

เป็นสถานตากอากาศชายทะเลยอดนิยมมาตั้งแต่ปี 2486 จนได้ชื่อว่า “บางแสนดินแดนสุขขี” ยุคที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มให้สร้างสถานตากอากาศขึ้น รวมถึงโรงแรม และ ที่พักต่างๆ ดำเนินการโดย บริษัทแสนสำราญ จึงเรียกว่า สถานตากอากาศแสนสำราญ ตามชื่อบริษัท ต่อมาในปี 2503 จึงโอนให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็น สถานตากอากาศบางแสน ชายหาดของ ต. แสนสุข จ.ชลบุรี

ในวันหยุดส่วนใหญ่ จะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาพักผ่อนท่องเที่ยวกัน หรือมาเล่นน้ำทะเล ก็มีห่วงยางว่ายน้ำให้เช่าที่ริมชายหาด มีบาบาน่าโบ๊ท, จักรยานให้เช่า และ เรือเจ็ตสกี ก็มีเช่นกัน

เขาสามมุข

Travel-Bangsaen-Chonburi

เขาสามมุข หรือชื่อเดิมเรียกว่า สมมุก จัดเป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี ลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน บนเชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข เทียน โฮว เซียง บ้อ ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น ชั้นบนสุดจะเป็นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ส่วนชั้นอื่นๆ จะเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ พระโพธิสัตว์ พระสังกัจจายน์ และเทพเจ้าต่างๆ ของจีน

Travel-Bangsaen-Chonburi

บริเวณรอบๆ เขาสามมุข มีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลิงเหล่านี้ไม่กลัวคนและคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ทุกๆ วัน จะมีพ่อค้าแม่ค้านำผักผลไม้ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว นำไปเลี้ยงลิงเหล่านี้ต่อ ซึ่งใครที่อยากให้อาหารลิง ก็ต้องระวังกันหน่อยนะจ๊ะ เพราะบางตัวอาจเข้ามาแย่งตอนคุณกำลังถืออาหาร หรือปีนป่ายรถคุณก็ได้

ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ อ่างศิลา ชลบุรี

Travel-Bangsaen-Chonburi

ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ หรือ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ซึ่งประทานนามโดยสมเด็จพระสังฆราช อันมีความหมายว่า เป็นที่สถิตของเทพเจ้าทั้งหลาย มีความงดงามสไตล์สถาปัตยกรรมแบบจีน โดยศาลเจ้าแห่งนี้ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2534 ที่แต่เดิมเป็นเพียงแค่ศาลเจ้าเล็กๆ

ในบริเวณศาลเจ้า ยังมีวิหารใหญ่ที่มี 4 ชั้น ซึ่งในชั้นบนสุด จะประดิษฐานรูปปั้นองค์ประธาน หรือองค์พระศรีศากยมุนีพระพุทธเจ้า องค์พุทธเจ้าอีก 5 พระองค์ รวมไปถึงสระบัว อาคารปฏิบัติธรรม และเสาฟ้าดิน

สวนสัตว์เขาเขียว

Travel-Bangsaen-Chonburi

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นที่เที่ยวสุดฮิตของคนที่ขับรถมาเที่ยวกันทั้งครอบครัว เป็นสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่มากที่สุดในโลกกว่า 5,000 ไร่ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2521 โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นใหม่ มีสัตว์ต่างๆ ให้ชมมากกว่า 300 ชนิด ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวางซึ่งจัดสภาพธรรมชาติให้เหมาะสมแก่อุปนิสัยของสัตว์ และให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้อย่างใกล้ชิด ทั้งมีการนำชมสัตว์ในเวลากลางคืนด้วย

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ

Travel-Bangsaen-Chonburi

ส่วนแสดง พื้นที่ส่วนนี้จัดแสดงสัตว์ป่านานาชนิด หมีควาย กวางดาว เสือไฟ หมีหมา เก้งหม้อ เสือลายเมฆ หมีขอ อิมพาลา กระทิง เป็นต้น โดยลักษณะคอกสัตว์แต่ละชนิด จะออกแบบให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ผู้เที่ยวชมสามารถเดินชมภายในได้อย่างใกล้ชิด เช่น สวนกวาง กรงนกใหญ่ และบริเวณเลี้ยงสัตว์อื่นๆ พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่

ส่วนศึกษาและวิจัย พื้นที่บริเวณกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าตามธรรมชาติ ที่มีอยู่เดิม สภาพพื้นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และฟื้นฟูของป่าหลายประเภทเพื่อจะให้เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหารของสัตว์ป่าในธรรมชาติ การใช้ประโยชน์ทางด้านงานวิจัยจะเป็นพื้นที่โครงการศึกษาวิจัยและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อันได้แก่ โครงการนกกาบบัว – นกกระทุง คืนสู่ธรรมชาติ โครงการฝึกสัตว์เพื่อนำกลับสู่ธรรมชาติ โครงการศึกษา – วิจัยพันธุ์ไม้ป่า เป็นต้น ในบริเวณนี้จะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าชม มีพื้นที่รวมประมาณ 3,500 ไร่

Travel-Bangsaen-Chonburi

ส่วนบริการ เป็นพื้นที่นอกเหนือจากส่วนแสดงและส่วนศึกษาวิจัย จัดไว้ให้บริการผู้เที่ยวชมได้มาพักผ่อน ทานอาหาร มีอ่างเก็บน้ำ ศูนย์ให้การศึกษาสวนพฤกษศาสตร์ ศาลาเอนกประสงค์ พื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 ไร่

ตลาดหนองมน

Travel-Bangsaen-Chonburi

ภาพจาก ททท.

หลายคนมาถึงบางแสนทั้งทีแล้ว อยากจะมีของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย ก็อย่างลืมไปแวะ “ตลาดหนองมน” ตลาดอันเก่าแก่ในชุมชนหนองมน ตั้งแต่ยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปี 2490 กับของฝากขึ้นชื่ออย่าง “ข้าวหลามหนองมน” หรือ “หอยจ๊อ” ดูนะครับ …

ตลาดหนองมน ตั้งอยู่บริเวณ ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของฝากจากชายทะเล ทั้งอาหารทะเลสด อาหารทะเลปรุงสำเร็จ ของแห้ง เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กะปิ น้ำปลา อาหารพื้นถิ่น เช่น ห่อหมก ทอดมัน แจงลอน และขนมหวานนานาชนิด เช่น ขนมจาก ขนมไทยต่างๆ เป็นต้น

หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยว 5 สถานที่ในบางแสนนี้แล้ว รับรองได้เลยว่า ต้องมีไป เที่ยว ชิม ช็อป ครั้งหน้าอีกแน่นอน …

แหล่งที่มาบางส่วนจาก :

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

ช่วงนี้ก็เป็นหน้าฝนนะครับ แต่การเดินทางของคนเรานั้น ยังจำเป็นอยู่เสมอ ซึ่งบางคนอาจจะมีความจำเป็นต้องเข้าป่า ไม่ว่าจะเข้าไปเที่ยวช่วงหน้าฝน เข้าไปส่งของอุปโภคบริโภคให้หมู่บ้านบนเขา หรือเหตุผลใดก็แล้วแต่ สิ่งที่สำคัญ คือ “สภาพรถต้องพร้อม” อยู่เสมอ

แต่บางทีเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น รถต้องลุยน้ำในลำธารที่มีน้ำไหลเชี่ยว ดันใบพัดหม้อน้ำแตกแล้วไปโดนรังผึ้งหม้อน้ำ หรือไปกระแทกกับก้อนหิน โดนหม้อน้ำรั่วระหว่างอยู่ในป่า อุปกรณ์ เครื่องมือในการซ่อมก็ไม่มี แล้วจะมีวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไร

Mr.Carro ขอแนะนำวิธีแก้ เมื่อหม้อน้ำรั่วรถในป่าครับ.

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

กรณีต้องขับรถลุยน้ำในลำธารที่เชี่ยวกราก ถ้าคุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ขับรถผ่านลำธารไปด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วที่เหมาะสม หรือถ้าคุณมีผ้า หรือกระสอบ นำมาปิดบริเวณกระจังหน้ารถเพื่อกันแรงดันน้ำ ก็จะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

สมมติว่า ถ้าถูกกระแสน้ำตีเอาใบพัดแตก แล้วกระทบกับหม้อน้ำรังผึ้งรั่วขึ้นมา จะทำอย่างไร?

E-Pox-E5-Steel-Filler

การเดินทางเข้าป่า หรือถิ่นทุรกันดาร นอกเหนือจากของกินของใช้ส่วนตัวที่นำติดรถไปแล้ว ควรนำอะไหล่บางอย่างติดรถไปด้วย ถ้ายิ่งรู้ว่าจะต้องขับรถลุยน้ำด้วยแล้ว ควรเตรียมใบพัดหม้อน้ำ กับ E-Pox E5 Steel Filler (หรือ อีพ็อกซี่ปะเหล็ก) ในรูปแบบหลอด ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

ในการแก้ปัญหา ต้องถอดหม้อน้ำออกเพื่อทำการซ่อมแซม สำรวจดูว่า มีรอยรั่วมากน้อยเพียงใด เมื่อพบรอยรั่วแล้ว ใช้ไขควงแบนกดบริเวณที่เป็นรังผึ้งให้ราบลง เพื่อให้เห็นเพียงช่องน้ำผ่านของรังผั้ง

จากนั้น ตัดช่องน้ำผ่านบริเวณที่เป็นจุดรอยรั่วออก แล้วใช้คีมพับปลายของช่องน้ำผ่านทั้ง 2 ด้านให้แน่น หากมีหลายจุดที่รั่ว ก็ทำลักษณะเดียวกัน กรณีที่มีกาว E-Pox E5 Steel Filler ติดมาด้วย ก็ทำการผสมกาวตามสัดส่วนที่กำหนด แล้วทาปิดบริเวณที่พับปล่อยจนกว่ากาวจะแห้ง หากไม่มีกาวก็ไม่เป็นไร แต่ควรพับบริเวณที่ช่องน้ำผ่านให้แน่น

จากนั้นทำการทดสอบการรั่ว โดยการเป่าลมเข้าไปในหม้อน้ำทางช่องเติมน้ำ ซึ่งต้องใช้มือปิดบริเวณท่อนต่อท่อยางหม้อน้ำบนและล่างเสียก่อน หากพบว่ายังมีลมออกมา แสดงว่ายังมีรอยรั่วอยู่ ก็ต้องหาจุดกันอีกครั้ง

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

เปลี่ยนใบพัดหม้อน้ำถ้ามีสำรองมาหรือถ้าไม่มีติดมา หากใบพัดหักเพียงใบหนึ่งหรือสองใบ ก็ยังใช้งานต่อไปได้ชั่วคราว เมื่อใส่หม้อน้ำเสร็จแล้วเต็มน้ำให้เต็ม สตาร์ทเครื่องแล้วเติมน้ำเข้าไปอีกครั้งให้เต็มสังเกตดูหากน้ำไม่ยุบก็ OK เดินทางต่อได้ แต่ควรดูเกจ์ความร้อนบ่อยๆ เพื่อความไม่ประมาท

เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องกินข้าวลิงในป่าแล้ว …

ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก :

  • คุณจาลึก เอี่ยมเจริญ
5-Trick-To-Manage-Luggage

ไม่ว่าเวลาไหน ก็จะต้องมีคนเดินทางไปไหนมาไหนเสมอๆ ทั้งไปเที่ยว ไปทำงาน ไปส่งสินค้า ฯลฯ ตามเหตุผลของแต่ละคน ที่ไม่จำกัดว่าจะต้องไปในฤดูกาลไหน

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือ “กระเป๋าเดินทาง” นั่นเอง หลายคนมักประสบปัญหาในการจัดกระเป๋าเดินทางอยู่เสมอๆ เพราะบางทีก็ตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเอาอะไรไปบ้างดี? หรือของบางอย่าง ยัดลงไปแล้วก็กินที่อีก …

Mr.Carro จะมาแนะนำ 5 วิธี ในการจัดกระเป๋าเดินทาง ให้พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ครับ

Zip-Lock

1. ถุงพลาสติก

ถุงพลาสติก หรือ “ถุงก๊อบแก๊บ” ที่เรียกกันติดปากนั้น ไว้ใช้ประโยชน์ตอนเก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว หรือผ้าขนหนู เพราะป้องกันการเปียกและกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่งั้นคงเก็บกลิ่นเหม็นไปทั้งกระเป๋าเลยทีเดียว หรือจะใช้ถุงแบบ Zip-Lock (ถุงสุญญากาศ) ก็ได้เช่นกัน

2. รองเท้า

ถ้าคุณคิดจะเอารองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนังไปด้วย คุณควรจะยัด “ถุงเท้า” เข้าไปในรองเท้าด้วยเลยเพียงแค่ม้วนๆ เข้าไป เสร็จแล้วก็เอาถุงผ้า หรือถึงพลาสติกใส่รองเท้าเอาไว้อีกที เพื่อป้องกันไปเปื้อนสิ่งของอื่นๆ

Manage-Luggage

3. ของใหญ่ไว้ล่าง ของเล็กไว้บน

ใช้หลักการเดียวกับ “ปิรามิด” นั่นล่ะครับ ของหนักๆ เอาไว้ด้านล่างสุด ส่วนชั้นกลางๆ ก็จัดวางเป็นเสื้อยืด ใช้ม้วนๆ เอา เพื่อกันกระแทกไปด้วย แต่ในกรณีของกางเกงขายาว อันนี้เราแนะนำให้วางตามแนวยาวของกระเป๋าเลย หรือจะวางเสื้อผ้าที่ม้วนแล้วไว้ในช่องตรงกลาง จากนั้นค่อยพับขากางเกงมาไว้ตรงกลาง ก็ได้เช่นกัน

ส่วนของเบาๆ หรือของที่จำเป็นต้องหยิบออกมาใช้บ่อยๆ เช่น ยารักษาโรค ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เครื่องสำอาง หรือสบู่ เป็นต้น ก็ไว้ด้านบนๆ จะได้ง่ายต่อการหา ซึ่งก็พกติดตัวแค่เพียงพอต่อการใช้การใช้งานก็พอแล้ว ไม่ต้องแบกไปมากๆ

4. เอาเสื้อกันฝน ไปแทนร่ม

หลายคนอาจจะเอาร่มพับได้ติดกระเป๋าเดินทางไปด้วยในหน้าฝน แต่ผมคิดว่า พกเสื้อกันฝนไปดีกว่า เพราะจะช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าได้

Luggage-Tag

5. ล็อคกระเป๋า ติด Tag ป้ายชื่อ

กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน ก่อนที่คุณจะโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ต้องล็อคกระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วเก็บกุญแจไว้ที่ตัว ส่วนกระเป๋าเดินทางควรหา Tag ติดป้ายแสดง ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ Line และจุดหมายปลายทาง เผื่อกระเป๋าเกิดไปตกหล่นระหว้างทาง จะได้สามารถตามคืนได้ภายหลัง

หรือหาสติ๊กเกอร์ เศษผ้า มาแปะ มาผูก ทำไว้เป็นสัญลักษณ์ที่กระเป๋าด้วยก็ดี เพราะถ้าหากดันมีใครทะลึ่งใช้กระเป๋าเดินทางแบบเดียวกับคุณ มีหวังหยิบผิดไปแน่นอน!

Luggage

สำหรับเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน บัตรประจำตัวต่างๆ บัตรเครดิต หรือพาสปอร์ต อันนี้ไม่ควรเก็บรวมในกระเป๋าเดินทาง เพราะการนำออกมาใช้ทีวุ่นวายยุ่งยาก ต้องเสียเวลารื้อค้น และยังต้องระวังกับโจรในเครื่องแบบ ที่คอยแอบกรีดหรืองัดกระเป๋าเดินทาง ขณะลำเลียง หรือขนส่งอีก

หากเป็นไปได้ ควรหากระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ไว้เก็บของใช้ที่สามารถหยิบได้ง่าย และเผื่อต้องใช้ในการเดินทาง อาทิ สมุดโน๊ต ปากกา เงิน บัตรเครดิต ยารักษาโรค กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ หรือ Power Bank ฯลฯ แต่ก็ควรจะมีสำรองเงินเอาไว้บ้างที่กระเป๋าเดินทาง เผื่ออาจจำเป็นต้องใช้ หากต้องไปในประเทศที่มีคนคอยกรีดกระเป๋าเยอะๆ (เช่น ในประเทศแถบยุโรปในขณะนี้ ที่แก๊งกรีดกระเป๋าอาละวาดหนักมาก)

อีกสิ่งที่สำคัญ คือ อย่าปล่อยให้กระเป๋าเดินทางมีพื้นที่ว่าง เพราะจะทำให้ของในกระเป๋าเดินทางกระจัดกระจายได้ง่ายๆ วิธีง่ายๆ คือขยำกระดาษ แล้วยัดไว้ในกระเป๋าเยอะๆ ก็ได้ หรือจะช็อปปิ้งใส่กระเป๋าเดินทางตอนขากลับก็ได้เช่นกัน

Bangkok-International-Auto-Salon-2019

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2019” (Bangkok International Auto Salon 2019) มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรม พร้อมอุปกรณ์แต่งรถ ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน (ASEAN’S Biggest Modified Automotivev Show And Sale) ครั้งที่ ภายใต้แนวคิด World Class Auto Fest เทศกาลรถแต่งระดับโลก 

Bangkok-International-Auto-Salon-2019-Poster

เตรียมกระหึ่มสุดยอดรถแต่งดังอิมพอร์ตจากญี่ปุ่นสู่ไทย จัดเต็มกิจกรรมไทยญี่ปุ่น ในเทศกาลเฟสติวัล บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำ เตรียมส่งตรงโปรโมชั่นคุ้มที่สุดแห่งปี ทั้งงานลุ้น!!! รางวัลใหญ่ และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท จองรถรับสิทธิ์ลุ้น!!! ทันที รถแต่ง Mazda2 Auto Salon Edition จากงาน

Mazda2-Auto-Salon-Edition

สำหรับผู้มองหารถยนต์ รถจักรยานยนต์ใหม่ สามารถเลือกรับข้อเสนอโปรโมชั่นพิเศษที่มีเฉพาะในงานนี้ จากทางบริษัทรถยนต์ชั้นนำ อาทิ Honda, Isuzu, Mazda, Nissan, Suzuki, Toyota, มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป นำ MINI, BMW, ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ร่วมงาน, เบนซ์ เมโทร ออโตเฮ้าส์ ฯลฯ รถจักรยานยนต์ชั้นนำ อาทิ Yamaha, BMW Motorrad, บิ๊กไบค์มือสอง Yourbike ฯลฯ

Bangkok-International-Auto-Salon-2019-Car-Show

ส่วนบริษัทผู้ประกอบการอุปกรณ์ตกแต่ง และผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ชั้นนำ อาทิ โอ๊ค คลับพีพี ซุปเปอร์วีลส์ลิเบอร์ตี้วอล์กฟอร์เอฟเวอร์ ช็อปพีพีเค เรซซิ่ง, ฟาสต์ทูฟลาย, เจนเนอรอล ทูลล์ อินเตอร์เทรด, เดอะ ซีคเคอร์, Prince Lubricants, Golf Oil Thailand, สำนักแต่ง Injection, Gusto Techink Performance, Qgura Clutch, Data Tec ฯลฯ รวมทั้งจากประเทศญี่ปุ่น, จีนฮ่องกง, ไต้หวัน, มาเลเซีย ซึ่งปีนี้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่จาก สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เข้าร่วมจัดแสดงเป็นครั้งแรกอีกด้วย

Bangkok-International-Auto-Salon-Sexy-Carwash

สำหรับทั้งผู้จองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้เข้าร่วมงาน จะได้ลุ้นโชครางวัลใหญ่และรางวัลอี่นๆ รวมมูลค่ากว่า ล้านบาท ซึ่งผู้ที่จองรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รับสิทธิ์ลุ้นทันที Mazda2 Auto Salon Edition จากบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน ในแคมเปญซื้อรถลุ้นรถ, ซื้อสินค้าภายในงานครบ 1,000 บาท รับสิทธิ์จับรางวัลบัตรกำนัลส่วนลด เพื่อนำไปเป็นส่วนลดภายในงานทันที ฯลฯ 

Bangkok-International-Auto-Salon-Sexy-Carwash

ด้านกิจกรรมความบันเทิงที่ปีนี้ จะได้พบกับความบันเทิง ที่ส่งตรงจากประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น การแสดงนินจาโดยนักแสดงจากเอโดะ วันเดอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการแสดงนินจาชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นกิจกรรม คาร์คลับ มิตติ้ง การรวมตัวของคาร์คลับไทยกว่า 1,000 คันใกล้ชิดกับสาวสวยจากออโต ซาลอน เรซควีน ไทยแลนด์, เรซควีน เจแปน, FHM GNDกิจกรรมเซ็กซี่คาร์วอช ฯลฯ  หมุนเวียนมามอบความสนุกในบรรยากาศเทศกาลเฟสติวัลแห่งปี

สำหรับบัตรเข้างาน จำหน่ายในราคา 100 บาท (ส่วนถ้าใครอยากได้บัตรเข้างานฟรี คลิกที่นี่) และสามารถนำมาร่วมแคมเปญ ลุ้นเที่ยวประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นคณะผู้จัดงานได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ด้วยการซื้อบัตรงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ ซาลอน 2019 ผ่านทาง Application K PLUS เพียงใบละ 80 บาท จากราคาปกติ 100 บาท

หรือใช้คะแนนสะสมบัตรเครดิตกสิกรไทย ทุก 800 คะแนน แลก E-Ticket เข้าชมงานได้ 1 ใบ พร้อมใช้สิทธิเข้างานได้ทันที เพียงโชว์ QR Code ที่ได้จากแอปฯ เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 7 ก.ค. 62 นี้

Bangkok-International-Auto-Salon-Car-Club

กำหนดการจัดงาน

– 3-7 กรกฎาคม 2562 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3, อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันแสดงงาน เวลา 12.00-21.30 น.ในวันธรรมดา และเวลา 11.30 -21.30 น. ในวันหยุดราชการ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/bangkokautosalon

10-BMTA-Bus-Wait-Long-Time

คุณเคยรอรถเมล์นานที่สุดกี่ชั่วโมง?

ในวันที่ข่าวการขึ้นราคาค่ารถเมล์กำลังเป็นที่ฮือฮา เพราะคุณภาพชีวิตของคนนั่งรถเมล์หลายคน ยังมีชีวิตการขึ้นรถเมล์เหมือนเดิม คนแน่น รถน้อย รอนาน กะเวลารอไม่ได้ เพราะปัญหาที่หมักหมมมานาน ขาดการเหลียวแลจากภาครัฐมาหลายสิบปี โดยมีแต่คำอ้างว่า “ขาดทุน” มาโดยตลอด

ทำให้คนส่วนใหญ่ เมื่อมีทางเลี่ยง ก็หันไปขึ้นรถไฟฟ้าราคาแสนแพง หรือขี่รถจักรยานยนต์ ขับรถยนต์ส่วนตัว ออกมาอัดกันจนแน่นถนน ในช่วงเวลาเร่งด่วน

แม้ที่ผ่านมา ขสมก. จะเปิดรถเมล์สายใหม่ๆ และรื้อฟื้นบางสายที่เลิกวิ่งไปแล้วกลับมาวิ่งใหม่ เมื่อมีเส้นทางถนนตัดใหม่เกิดขึ้นก็ตาม แต่รถเมล์ก็ยังคงไม่พอ รอนาน และวิ่งไม่ทั่วถึง จนผู้โดยสาร (บางคน) รอไม่ไหวจะใช้บริการ

แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบการรอคอย Carro ขอแนะนำ 10 สายรถเมล์ของ ขสมก. ที่รอนานที่สุด ฉบับ Update ปี 2562 (เรียงตามหมายเลขสาย จากน้อยไปมาก) มีเส้นทางไหน วิ่งผ่านจุดใด จำนวนรถเท่าไหร่

เผื่อคุณสนใจจะไปยืนรอ ในวันที่มีเวลาว่างมากพอ.

26 มีนบุรี – เอกมัย

BMTA-Bus-Route-26

ภาพจาก Kittipich Konganandech

แรกเริ่มเดิมที สายนี้คือ 26ก มีนบุรี – เอกมัย เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้รถเมล์มีวิ่งบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม และทดแทนรถเมล์สาย 154 ที่เลิกวิ่งไปแล้ว กับต้องลดจำนวนรถเมล์ฟรีที่วิ่งในเส้นทางหลักอย่าง มีนบุรี – อนุสาวรีย์ชัย ไปในตัว แต่ก็สร้างวีรกรรม ในการไม่รับผู้โดยสารบนถนนเส้นนี้ ไว้มากพอสมควร

ในช่วงปลายปี 2560 ทางเขตการเดินรถที่ 2 ได้นำตัว “ก” ออก ก็เลยกลายเป็น สาย 26 มีนบุรี – เอกมัย นับแต่นั้นมา หากใครที่จะไปเอกมัย ต้องสังเกตป้ายหน้ารถให้ดี ไม่งั้นขึ้นผิดคันได้ เอาให้มันงงเล่นแบบนี้ล่ะ รอก็นานมากๆ เพราะจะออกมาแค่ช่วงเช้า-เย็น

ในปี 2562 สาย 26 มีนบุรี – เอกมัย มีจำนวนรถวิ่งที่ไม่แน่นอน ในแต่ละวัน

64 อู่นครอินทร์ – สะพานพระปิ่นเกล้า (ขสมก. วิ่งถนนราชพฤกษ์)

BMTA-Bus-Route-64

ภาพจาก Pattalan Chuthamanee

รถเมล์สายนี้ วิ่งโดยเขตการเดินรถที่ 7 แต่ก็มีจำนวนรถเพียงไม่กี่คัน เส้นทางหลักๆ อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งปกติเป็นถนนที่คนรอขึ้นรถเมล์น้อยอยู่แล้ว โดยจะได้คนมากหน่อย ก็ช่วงเช้า-เย็น มากกว่าเวลาอื่นๆ

จุดเริ่มต้นของ สาย 64 อู่นครอินทร์ – พระปิ่นเกล้า ที่ดำเนินการโดย ขสมก. เกิดขึ้นมาเพื่อให้สาย 64 เดินรถได้ครบถ้วนตามสัมปทาน

(เดิมสาย 64 ขสมก. ขายสัมปทานไปในช่วงปรับลดขนาดขององค์กรในปี 2541-2543 โดยให้รถร่วมบริการวิ่ง ภายหลัง กรมการขนส่งทางบกปรับเส้นทางแบบวงกลม เป็น วงกลมนนทบุรี – สนามหลวง – ราชพฤกษ์ เมื่อรถร่วมบริการไม่วิ่ง ขสมก. จึงต้องจัดรถสายนี้เพื่อให้วิ่งตามสัมปทานแทน มิฉะนั้นจะถูกปรับ)

ในปี 2562 สาย 64 อู่นครอินทร์ – สะพานพระปิ่นเกล้า เหลือรถวิ่งเพียง 1 คัน

88 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน – ท่าดินแดง

BMTA-Bus-Route-88

ภาพจาก Phachara Pornarunchai‎

แต่เดิมนั้นรถเมล์สาย 88 เป็นรถของรถร่วมบริการ บริษัท ธิติวัชขนส่ง จำกัด เลิกวิ่งไปแล้ว ทาง ขสมก. จึงจำเป็นต้องจัดหารถมาวิ่งแทน เพื่อรักษาเส้นทางสัมปทานเอาไว้

จากเดิมที่สุดสายตรงแฟลตทุ่งครุ ปรับเปลี่ยนเส้นทางเข้าไปยัง วัดคลองสวน, อบต. คลองสวน และต่อมาขยายเส้นทางไปจนถึง มจธ. บางขุนเทียน ซึ่งมีระยะทางไกลมากๆ

ในปี 2562 สาย 88 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน – ท่าดินแดง เหลือรถวิ่งเพียง 5 คัน แต่วิ่งจริงๆ เพียง 2 คัน/วัน เพราะรถเมล์อีก 3 คัน ไปช่วยสาย 75 วิ่ง

143 แฮปปี้แลนด์ – พระจอมเกล้าลาดกระบัง

BMTA-Bus-Route-143

ภาพจาก Chanon Lekanupanon‎

แต่เดิมนั้นรถเมล์สาย 143 เป็นรถของรถร่วมบริการ บริษัท ลาดกระบัง จำกัด เลิกวิ่งไปแล้ว ทาง ขสมก. จึงจำเป็นต้องจัดหารถมาวิ่งแทน เพื่อรักษาเส้นทางสัมปทานเอาไว้ เริ่มให้บริการในวันที่ 10 มกราคม 2556 โดย ขสมก. กลุ่มปฏิบัติการเดินรถที่ 1 เขตการเดินรถที่ 2 อู่มีนบุรี

เริ่มแรกวิ่งในเส้นทาง มีนบุรี – เคหะฉลองกรุง (ซึ่งเป็นเส้นทางเสริมของสาย 143 เดิม ภายหลังเป็น 143ก) ต่อมาจึงขยายเส้นทางไปเป็น แฮปปี้แลนด์ – พระจอมเกล้าลาดกระบัง

ในปี 2562 สาย 143 แฮปปี้แลนด์ – พระจอมเกล้าลาดกระบัง เหลือรถวิ่งเพียง 1 คัน

165 อู่บรมราชชนนี – พุทธมณฑลสาย 3 – สนง.เขตบางกอกใหญ่

BMTA-Bus-Route-165

ภาพจาก Ritthi Phosiyamanee‎

รถเมล์สาย 165 ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 ในเส้นทาง พุทธมณฑลสาย 3 – สนามหลวง (วิ่งเส้นถนนเพชรเกษม) เป็นรถเมล์สายที่หาขึ้นยากอีกหนึ่งสาย และเส้นทางเหมือนคู่แฝดอย่างสาย 91ก อีกทั้งยังเปลี่ยนเส้นทางบ่อยครั้งมาก

ในปี 2546 ขสมก. ได้มีมติขยายเส้นทางสาย 165 ให้ยาวขึ้นเป็น พุทธมณฑลสาย 3 – บรมราชชนนี – สนามหลวง ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2549 เปลี่ยนเส้นทางเป็น พุทธมณฑลสาย 2 – เขตบางกอกใหญ่ ในเดือนมกราคม 2551 ปรับเส้นทางเป็น พุทธมณฑลสาย 2 – ศาลาธรรมสพน์ – เขตบางกอกใหญ่ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เปลี่ยนเส้นทางอีก เป็น พุทธมณฑลสาย 2 – พุทธมณฑลสาย 3 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น อู่บรมราชชนนี – พุทธมณฑลสาย 3 – สนง.เขตบางกอกใหญ่ ตามอู่ที่ย้ายไปใหม่

ในปี 2562 สาย 165 อู่บรมราชชนนี – พุทธมณฑลสาย 3 – สนง.เขตบางกอกใหญ่ เหลือรถวิ่งเพียง 8 คัน แต่วิ่งจริงๆ เพียง 3 คัน/วัน เพราะรถเมล์อีก 5 คัน ไปช่วยสายวิ่งสาย 7ก

197 (วงกลม) มีนบุรี – หทัยราษฎร์

BMTA-Bus-Route-197

ภาพจาก N’James Cac

สาย 197 แรกเริ่มเดิมทีเป็นรถเมล์ วงกลมทดลองวิ่ง (สาย B1 / B2) วิ่งวนซ้าย วนขวา ที่กลุ่มปฏิบัติการเดินรถที่ 1 เขตการเดินรถที่ 2 อู่มีนบุรี ทดลองวิ่ง เพื่อให้มีรถเมล์บริการบนถนนหทัยราษฏร์ ถนนเลียบคลองสอง และถนนคู้บอน จนกลายมาเป็นรถเมล์สาย 197 ที่เริ่มวิ่งให้บริการในวันที่ 12 กันยายน 2556

โดยเส้นทางนี้ มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 2 แสนคน (ยอดเมื่อปี 2556) แต่ยังไม่มีรถเมล์ให้บริการ มีเพียงรถสองแถว และรถตู้ ซึ่งก็มีผู้ประกอบการรถสองแถวประท้วง อ้างว่า จะเกิดผลกระทบต่อรถสองแถวที่ให้บริการ และปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวก็มีรถติดอยู่แล้ว

ในปี 2562 สาย 197 (วงกลม) มีนบุรี – หทัยราษฎร์ เหลือรถวิ่งเพียง 1 คัน

525 สวนสยาม – คู้ซ้าย – หมู่บ้านเธียรทอง 3

BMTA-Bus-Route-525

ภาพจาก วันชัย ห่อรัตนาเรือง

525 แต่เดิมคือ ปอ.28 ที่เปิดมาพร้อมๆ กับ ปอ.29 ที่ถูกยุบเส้นทางไป (ปัจจุบันคือสาย 526) เพื่อให้มีรถเมล์วิ่งบริการในย่านหนองจอก ถนนคู้ซ้าย ถนนคู้ขวา (ถนนทั้ง 2 เส้นนี้ เป็นถนนที่วิ่งเลียบไปกับคลองแสนแสบ ตั้งแต่มีนบุรี ถึงหนองจอก)

แม้ว่าสาย 525 และ 526 ปัจจุบันจะเป็นรถเมล์ครีม-แดง ที่เริ่มกลับมาวิ่งอีกครั้งช่วงประมาณปี 2554 ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นรถเมล์ที่มีความสำคัญของชาวหนองจอก และชาว ขสมก. อีกสาย เพราะหมู่บ้านเธียรทอง 3 เป็นหมู่บ้านที่พนักงาน ขสมก. อาศัยอยู่มาก สาย 525 จึงมาสุดสายที่นี่ เสมือนเป็นรถรับ-ส่งพนักงานไปในตัว

ในปี 2562 สาย 525 สวนสยาม – คู้ซ้าย – ม.เธียรทอง 3 เหลือรถวิ่งเพียง 4 คัน

710 (วงกลม) ตลิ่งชัน – ราชพฤกษ์ – อรุณอมรินทร์

BMTA-Bus-Route-710

ภาพจาก Kittipich Konganandech

สาย 710 กับตัวเลขที่ไม่คุ้นเคยของคนรอ ด้วยเส้นทางที่เน้นวิ่งในถนนราชพฤกษ์เป็นหลัก รวมทั้งวิ่งเป็นวงกลมแบ่งเป็นวนซ้ายและวนขวา สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้บริการไม่น้อย แล้วมีจำนวนรถที่น้อย จึงทำให้มีผู้ใช้บริการน้อยมาก เท่าที่เห็น คนใช้บริการรถเมล์สายนี้เยอะอยู่เพียงแค่ช่วงหน้าโรงพยาบาลศิริราช กับตรงวังหลัง เท่านั้น เพราะสามารถทดแทนรถเมล์สาย 57 ได้

เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2556 ปล่อยรถชั่วโมงละ 1 คัน ยกเว้นช่วง 6.00 – 7.00 น. และช่วง 17.00 – 18.00 น. จะปล่อยรถชั่วโมงละ 2 คัน (ใครรอไหวก็รอกันไป)

เป็นสายรถเมล์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจาก กรมการขนส่งทางบก คิดปฏิรูปรถเมล์ในปี 2552 พร้อมกับรอรถเมล์ใหม่ในช่วงนั้น โดยใช้เลขสายตั้งแต่ 600-755 ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ฉบับที่ 1950 (พ.ศ. 2552) ต่อมาโครงการก็ล้มไม่เป็นท่า โดย ขสมก. ก็มีนโยบายที่ต้องการนำรถเมล์ฟรีไปเปิดสายใหม่ๆ อยู่แล้ว สาย 710 วงกลมอรุณอมรินทร์ – ถ.กาญจนาภิเษก ถึงเกิดขึ้น และดำเนินงานโดย เขตการเดินรถที่ 5

ในปี 2562 สาย 710 (วงกลม) ตลิ่งชัน – ราชพฤกษ์ – อรุณอัมรินทร์ เหลือรถวิ่งเพียง 8 คัน แต่วิ่งจริงๆ เพียง 2 คัน/วัน เพราะรถเมล์อีก 6 คัน ไปช่วยสายวิ่งสาย 7ก

720 (วงกลม) กัลปพฤกษ์ – พระราม 2

BMTA-Bus-Route-720

ภาพจาก Chanon Lekanupanon

สาย 720 ดำเนินการโดยเขตการเดินรถที่ 5 สลับวิ่งวนซ้ายและวนขวา โดยรถเมล์สายนี้ จะได้คนเยอะหน่อยก็ช่วงถนนเพชรเกษมเท่านั้น หลังจากนั้นก็วิ่งขายเบาะ

สาย 720 แต่เดิมนั้นคือรถเมล์สาย 193 ที่เปิดขึ้นมาใหม่ตามกำหนดของประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ในเดือนสิงหาคม 2550 เพื่อให้ผู้โดยสารมีรถเมล์ไปยังถนนกัลปพฤกษ์ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากรถมีน้อย หลังจากที่กรมการขนส่งทางบก ปฏิรูปรถเมล์ในปี 2552 พร้อมกับรอรถเมล์ใหม่ในช่วงนั้น โดยใช้เลขสายตั้งแต่ 600-755 รถเมล์สาย 193 จึงเปลี่ยนเลขสายเป็น 720 ในภายหลัง

ในปี 2562 สาย 720 (วงกลม) กัลปพฤกษ์ – พระราม 2 เหลือรถวิ่งเพียง 2 คัน

751 สะพานพระราม 4 – สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า

BMTA-Bus-Route-751

ภาพจาก Wisarut Hanpatthanakotchakorn‎

สาย 751 เดินรถโดยเขตการเดินรถที่ 7 อีกทั้งเส้นทางเดินรถที่ค่อนข้างยาว เราจึงแทบไม่เห็นใครรอขึ้นรถเมล์สายนี้้เลยในช่วงระหว่างทาง โดยจะได้คนแค่เพียงช่วงต้นสายและปลายสายเท่านั้น

เป็นสายรถเมล์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจาก กรมการขนส่งทางบก คิดจะปฏิรูปรถเมล์ในปี 2552 พร้อมกับรอรถเมล์ใหม่ในช่วงนั้น โดยใช้เลขสายตั้งแต่ 600-755 ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ฉบับที่ 1950 (พ.ศ. 2552) เริ่มวิ่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2556

สาย 751 นั้น วิ่งในส่วนของถนนราชพฤกษ์เกือบตลอดทั้งสาย ตั้งแต่ช่วงบางหว้า ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปถนนชัยพฤกษ์ สุดสายที่บริเวณใต้สะพานพระราม 4 (ฝั่งถนนชัยพฤกษ์) ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกมากๆ ของคนที่อยู่ในย่านปากเกร็ด แล้วต้องการเข้าเมืองมาต่อรถไฟฟ้าบริเวณ BTS บางหว้า ไม่ต้องเสียเวลารถติดในเมือง (แต่ไปติดนอกเมืองแทน!)

ในปี 2562 สาย 751 สะพานพระราม 4 – สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า เหลือรถวิ่งเพียง 3 คัน

*หมายเหตุ 10 สายรถเมล์รอนานนี้ เป็นการรวบรวมสอบถาม สายรถเมล์ที่คนรอรถเมล์นาน จากผู้โดยสารรถเมล์ ในเดือนพฤษภาคม 2562 เท่านั้น

ถ้าเบื่อรอรถเมล์แล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรืออยากขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ก็ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ …

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Coronation-Of-King-Maha-Vajiralongkorn-2019

ในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ณ พระบรมมหาราชวัง

นับเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการถ่ายทอดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ โดยทุกสถานีจะเชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

แต่ถ้าหากใครอยากไปร่วมงานครั้งหนึ่งในชีวิต ก็สามารถเดินทางไปที่งาน  พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยวิธีการเดินทางต่างๆ ดังรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

จุดคัดกรอง-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

จุดคัดกรอง-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 14.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. วงเวียน รด. 3. ท่าช้าง 4. สะพานช้างโรงสี 5. ถนนพระจันทร์ 6. แยกวังแดง 7. สะพานชมัยมรุเชษฐ์ 8. บ้านหม้อ (ปากคลอง) 9. จักรเพชร
——————————————————————————————————————-
วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. สะพานช้างโรงสี 3. วงเวียน รด. 4. ท่าช้าง 5. ถนนพระจันทร์
——————————————————————————————————————-
วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 7.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. สะพานช้างโรงสี 3. วงเวียน รด. 4. ท่าช้าง 5. ถนนพระจันทร์
——————————————————————————————————————-
วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น. เปิดทั้งหมด 22 จุดคัดกรอง

1. สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ฝั่งธน) 2. ถนนหน้าพระธาตุ 3. ท่าช้าง 4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม
5. ถนนจักรพงษ์ (หน้าพิพิธภัณฑ์เหรียญ) 6. ถนนข้าวสาร 7. ถนนบูรณศาสตร์ 8. ถนนตะนาวใต้
9. ถนนบุญศิริ 10. ถนนแพร่งนภา 11. แยกบางลำพู 12. ถนนประชาธิปไตย
13. ถนนนครสวรรค์ 14. ถนนหลานหลวง 15. ถนนมหาไชย 16. ถนนดินสอ
17. ซอยดำรงรักษ์ 18. แยกเสาชิงช้า 19. แยกเฉลิมกรุง 20. สน.พระราชวัง 21. ท่าเตียน 22. โรงเรียนราชินี
——————————————————————————————————————-
วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. สะพานช้างโรงสี 3. สะพานมอญ 4. สะพานเจริญรัช 5. ท่าช้าง 6. ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 7. ในหน่วยกองบัญชาการรักษาดินแดน (รด.)

การเดินทางโดยรถเมล์

รถ-Shuttle-Bus-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เดินทางด้วยรถเมล์ เป็นวิธีเดินทางสำหรับที่ไม่รีบร้อนและมีเวลา มีรถ Shuttle Bus จำนวน 11 เส้นทาง ทั่วกรุงเทพมหานคร ให้บริการในวันที่ 1-7 พฤษภาคม 2562 มีรถให้บริการตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น. หรือจนกว่าจะอำนวยความสะดวกประชาชนออกจากพื้นที่จนหมด

รถ-Shuttle-Bus-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เส้นทาง Shuttle bus รับส่งประชาชน จากจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เข้าสู่บริเวณงานพระราชพิธีฯ จำนวน 11 เส้นทาง คือ

1. เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ – สนามม้านางเลิ้ง
2. สโมสรตำรวจ, ม.เกษตรศาสตร์ – สนามม้านางเลิ้ง
3. สโมสรกองทัพบก, กทม.2 – สนามม้านางเลิ้ง
4. ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต – สนามม้านางเลิ้ง
5. ที่จอดรถของ รถไฟฟ้า (รฟม.) รัชดาฯ, MRT, ศาลอาญา,- บ้านมนังคศิลา
6. อิเกีย, เมกะ, ไบเทคบางนา – บ้านมนังคศิลา
7. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ลาดกระบัง – บ้านมนังคศิลา
8. ท่าเรือคลองเตย, โรงงานยาสูบ, แอร์พอร์ตลิงค์มังกะสัน – บ้านมนังคศิลา
9. เซ็นทรัลพระราม 2, โรงเรียนบางมดวิทยา, – วัดเทพศิรินทร์
10. พุทธมณฑลสาย 4, เซ็นทรัลศาลายา , อู่รถบรมราชชนนี, มหาวิทยาลัยทองสุข – วัดเทพศิรินทร์
11. เซ็นทรัลเวสเกต – สะพานพระปิ่นเกล้า

อีกทั้งยังมี เส้นทางเดินรถเฉพาะกิจ รับส่งประชาชน จากจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร รับส่งทุกป้าย เข้าสู่บริเวณงานพระราชพิธีฯ อีกจำนวน 6 เส้นทาง คือ

1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – สนามม้านางเลิ้ง
2. สถานีขนส่งจตุจักร – สนามม้านางเลิ้ง
3. วงเวียนใหญ่ – สะพานพระพุทธยอดฟ้า
4. สนามศุภชลาศัย- บ้านมนังคศิล
5. สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) – สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
6. สถานีรถไฟหัวลำโพง – บ้านมนังคศิลา

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS / รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT

BTS-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รถไฟฟ้า BTS 5 พฤษภาคมนี้ เดินทางฟรี ทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น.

BTS-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

สำหรับ BTS ส่วนต่อขยาย กรุงเทพมหานคร ได้ให้บริการฟรีเพิ่มเติมในสถานีส่วนต่อขยายทั้งสายสุขุมวิท และสายสีลม ตลอดระยะเวลา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

MRT-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รถไฟฟ้า MRT ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้า MRT สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ฟรี ในวันที่ 5 – 6 พ.ค.62 ตลอดระยะเวลาเปิดให้บริการ และยังเปิดให้บริการที่จอดรถฟรี ณ อาคารจอดแล้วจร สายสีน้ำเงินและสีม่วง ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562

MRT-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

นอกจากนี้ ยังมี Shuttle Bus เชื่อมต่อ ณ MRT สถานีหัวลำโพง สถานีเพชรบุรี สถานีลาดพร้าว และสถานีตลาดบางใหญ่ ระหว่างวันที่ 2- 6 พ.ค.62 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

MRT-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

นอกจากนั้น BEM ยังได้ร่วมกับ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จัดรถบริการรับ-ส่ง ประชาชน ฟรี ณ MRT สถานีหัวลำโพง ไปยังจุดพักคอยวัดเทพศิรินทร์ ในวันที่ 5 – 6 พ.ค. 62 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 24.00 น.

และตั้งจุดบริการอาหารและน้ำดื่ม ณ MRT สถานีหัวลำโพง และจุดบริการน้ำดื่ม ณ สถานีลาดพร้าว ในวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562 พร้อมหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น (เฉพาะวันที่ 5 พฤษภาคม 2562) ณ สถานีหัวลำโพง บริเวณชั้นออกบัตรโดยสาร ทางเข้า – ออก 2 และ 3 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อีกด้วย

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า ARL (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์)

Airport-Link-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รถไฟฟ้า Airport Rail Link แนะนำเส้นทางร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดให้ใช้บริการฟรีวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เวลา 05.30 – 24.00 น.

การโดยสารด้วยเรือโดยสารสาธารณะ

เรือ-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

การบริการขนส่งสาธารณะ เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก และเรือโดยสารคลองแสนแสบ บริการฟรี ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค. 2562

เรือ-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือโดยสารสมาคมเรือไทย

จาก ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ถึง ท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. เรือออกจากต้นทางทุก 1 ชั่วโมง

จาก ท่าเรือสาทร ถึง ท่าเรือสะพานพุทธ ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. เรือออกจากต้นทางทุก 1 ชั่วโมง

เรือข้ามฟาก (ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค. 62 ตั้งแต่ 06.00 – 22.00 น.)

จาก ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) มา ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งพระนคร) บริการทุก 15 นาที

จาก ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) มา ท่าปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) บริการทุก 20 นาที

จาก ท่าเรือปิ่นเกล้า (ฝั่งธนบุรี) มา ท่าเรือปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) บริการทุก 15 นาที

จาก ท่าเรือรถไฟ มา ท่าเรือพระจันทร์ใต้ บริการทุก 20 นาที

เรือ-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เรือโดยสารคลองแสนแสบ (บริการฟรี ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค. 62)

วันที่ 4 เรือเที่ยวแรก ออกจาก ท่าเรือประตูน้ำ ไป ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ เวลา 07.00 น. เที่ยวสุดท้าย 19.00 น. II ขากลับ เที่ยวสุดท้าย จาก ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ไป ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 19.15 น.

วันที่ 5 เรือเที่ยวแรก ออกจาก ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 07.00 น ส่งถึง ท่าเรือโบ้เบ้ เวลา 11.45 น.หลังจากนั้น ส่งถึง ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ เที่ยวสุดท้าย 22.00 น. II ขากลับ เที่ยวสุดท้ายออกจาก ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ไป ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 22.00 น.

วันที่ 6 เรือเที่ยวแรก ออกจาก ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 07.00 น. เที่ยวสุดท้าย 19.45 น. II ขากลับ เที่ยวสุดท้ายออกจาก ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ไป ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 20.00 น.

การเดินทางโดยรถไฟ รฟท.

รฟท-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รฟท. จัดเดินขบวนรถไฟพิเศษ ช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562
สายเหนือ จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 320 อยุธยา – กรุงเทพ ต้นทาง 10.30 – ปลายทาง 12.00 น. | ขบวน 322 อยุธยา – กรุงเทพ ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 13.30 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 319 กรุงเทพ – อยุธยา ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 00.30 น. | ขบวน 321 กรุงเทพ – อยุธยา ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 01.30 น.

สายใต้ จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 332 นครปฐม – ธนบุรี ต้นทาง 10.55 – ปลายทาง 12.00 น. | ขบวน 334 นครปฐม – ธนบุรี ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 13.05 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 331 ธนบุรี – นครปฐม ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 24.00 น. | ขบวน 333 ธนบุรี – นครปฐม ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 01.00 น.

รฟท-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

สายตะวันออก จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 326 ฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ ต้นทาง 10.35 – ปลายทาง 11.55 น. | ขบวน 328 ฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 13.20 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 325 กรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 00.40 น. | ขบวน 327 กรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 01.40 น.

สายแม่กลอง จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 4342 มหาชัย – วงเวียนใหญ่ ต้นทาง 10.40 – ปลายทาง 11.35 น. | ขบวน 4348 มหาชัย – วงเวียนใหญ่ ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 12.55 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 4348 วงเวียนใหญ่ – มหาชัย ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 23.55 น. | ขบวน 4333 วงเวียนใหญ่ – มหาชัย ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 00.55 น.

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก กองทัพเรือ

Songkran-Free-Travel-Expense

เดินทางปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่าย กับที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี

ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หลายๆ ท่าน เริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยว เดินทางกลับบ้าน พบปะสังสรรค์กับญาติพี่น้องเฉกเช่นทุกปี ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเดินทางกันจำนวนมาก

ทำให้บรรดาหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ต้องหาทางบรรเทาความแออัดจากการเดินทาง อีกนัยหนึ่งคือมอบ “ของขวัญ” (ที่มาจากภาษีประชาชน …) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ให้กับประชาชนที่ใช้บริการ … ที่สำคัญ เมาไม่ขับ ระกว่างเดินทางกลับบ้านนะครับ

Carro ขอรวบรวมจุดพักรถ จุดช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี ในสถานที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ให้ทุกท่านได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และท่องเที่ยวสงกรานต์กันอย่างมีความสุขครับ.

จุดพักรถ

Maintenance

กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศสนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ในโครงการ “อาชีวะอาสา เทศกาลสงกรานต์ 2562” บริการฟรี จำนวน 255 ศูนย์

เริ่มบริการตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2562 บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง

จุดสังเกตในการเข้าใช้บริการศูนย์ฯ เป็นเต็นท์สีม่วง 2 หลัง มีป้ายแบรนเนอร์ ป้ายบอกทาง เริ่มจาก 1 กม. / 500 ม. / ถึงแล้ว “อาชีวะอาสา” … โดยสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน อาชีวะอาสา ได้ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ใน Play Store และระบบปฏิบัติการไอโอเอสใน App Store หรือสอบถามข้อมูลที่ โทร. 1156 หรือเข้าดูได้ที่ www.vec.go.th

เดินทางด้วยรถเมล์

BMTA-Free-Songkran-2019

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดแผนการเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย. 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่งเฉลี่ยวันละ 2,686 คัน จำนวน 20,263 เที่ยว และเพิ่มการเปลี่ยนกะของพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง จำนวน 117 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 11 – 18 เม.ย. 2562

2. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่ง จำนวน 4 สถานี รวม 36 เส้นทาง ดังนี้

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511

– สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 10 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 29, 34, 73, 73 ก ,75 และ 501

3. จัดเดินรถ Airport Bus เชื่อมต่อท่าอากาศยานกรุงเทพ จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่

– สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 16 – 20 คัน

– สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยฯ เฉลี่ยวันละ 6 – 9 คัน

– สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 6 – 10 คัน

– สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 – 10 คัน

– สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 – 8 คัน
สำหรับวันที่ 13 – 15 เม.ย. 2562 จะปรับการเดินรถให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการ

4. จัดรถ Shuttle Bus จำนวน 2 เส้นทาง (ให้บริการเฉพาะวันที่ 12 และ 18 เม.ย. 2562) ดังนี้

– เส้นทางวงกลมอู่หมอชิต 2 – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร วันละ 3 – 5 คัน

– เส้นทางอู่หมอชิต 2 – อนุสาวรีย์ชัยฯ วันละ 8 – 10 คัน

5. จัดเดินรถปรับอากาศร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด เส้นทางกรุงเทพฯ – สระบุรี จำนวน 15 คัน ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 เม.ย. 2562 โดยจอดรับ – ส่ง ในช่องทางเดินรถของ บขส. ทั้งต้นทางและปลายทาง โดยใช้อัตราค่าโดยสารของกรมการขนส่งทางบก

6. จัดเดินรถให้บริการ “ฟรี” วันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เม.ย. 2562 สำหรับผู้ใช้บริการที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป โดยให้บริการฟรีตลอดวัน ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางรถเมล์ www.bmta.co.th , Facebook [email protected] หรือ ศูนย์ Call Center 1348 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 22.00 น. เฉพาะวันที่ 15 -16 เม.ย. 2562 ให้บริการตลอด 24 ชม.

เดินทางด้วยรถไฟ

Railway

การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 โดยได้เพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2562

สายเหนือ
กรุงเทพ – เชียงใหม่ – กรุงเทพ (รถนอน)
กรุงเทพ – ศิลาอาสน์ – กรุงเทพ

สายอีสาน
กรุงเทพ – อุบลราชธานี – กรุงเทพ
กรุงเทพ – อุดรธานี – กรุงเทพ
กรุงเทพ – ศรีสะเกษ – กรุงเทพ (เฉพาะช่วงท้ายเทศกาล)

ส่วนสายใต้ จะเป็นการเพิ่มตู้โดยสารเข้าไปแทน

ทั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมด้วยการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูง ในขบวนรถที่วิ่งให้บริการปกติทุกสายทั่วประเทศ 242 ขบวน และยังได้เตรียมเปิดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมจากขบวนประจำอีก 18 ขบวน ในระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2561 (เที่ยวไป 8 ขบวน) และวันที่ 15-17 เมษายน 2561 (เที่ยวกลับ 10 ขบวน) ทำให้สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 100,000 คนต่อวัน

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

BTS-Free-Songkran-2019

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส จัดกิจกรรม “สงกรานต์หรรษา สายน้ำเย็นฉ่ำ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสฟรี” เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว ให้บุตรหลานได้พาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้าไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. รวมทั้งรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที

เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนแก่พนักงานสถานี เพื่อขอรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วในทุกสถานี รวมทั้งสถานีส่วนต่อขยายทั้งในสายสุขุมวิท และสายสีลม 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่บุตรหลานสามารถพาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้าท่องเที่ยวได้นั้น เช่น พาเที่ยวที่เมืองโบราณ เป็นการท่องเที่ยวสงกรานต์วิถีไทย โดยลงรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีเคหะฯ หรือจะพาท่องเที่ยวใจกลางเมือง ในงานสงกรานต์กรุงเทพมหานคร สาดสุข เพื่อทุกคน รื่นรมย์วิถีไทย บริเวณสวนลุมพินี โดยลงที่สถานีศาลาแดง เป็นต้น และบริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสาร ที่ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ หลีกเลี่ยงการนำน้ำ และแป้งเข้าในขบวนรถ โดยบริษัทฯ ได้จัดเตรียมภาชนะรองรับไว้ให้ ณ ชั้นจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง 

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในช่วงเทศกาลฯ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แบบ Real Time ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “BTS SkyTrain” ทาง App Store และ Google Play Store

MRT-Free-Songkran-2019

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เชิญชวนผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15  เมษายน 2562 ตลอดระยะเวลาให้บริการ

ผู้สูงอายุสามารถติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทั้ง 2 สาย สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) เพื่อรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าฟรี พร้อมเชิญร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในวันที่ 10 – 16 เมษายน 2562  ณ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน 9 สถานี ได้แก่ หัวลำโพง สีลม สุขุมวิท พระราม9 ศูนย์วัฒนธรรมฯ ลาดพร้าว พหลโยธิน สวนจตุจักร บางซื่อ และรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ทั้ง 16 สถานี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 02-624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก: MRT Bangkok Metro / ทวิตเตอร์: MRT Bangkok Metro / อินสตาแกรม : mrt_bangkok และโมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT “เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT”

จอดรถฟรี

Suvarnabhumi-Airport-Free-Parking-Songkran-2019

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ให้แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว (Long Term Parking) โซน C ซึ่งสามารถจอดรถได้จำนวน 718 คัน ในระหว่างวันที่ 5-9 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันจักรี ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน โดยจะยกเว้นค่าบริการจอดรถตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562

และยกเว้นค่าบริการจอดรถที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C อีกช่วงในระหว่างวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันพุธที่ 17 เมษายน 2562

ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าวได้จัดเตรียมรถ Shuttle Bus สายพิเศษสำหรับวิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างลานจอดรถระยะยาว โซน C กับอาคารผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 5 และวนลงไปที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 ประตู 5 แล้วกลับไปที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C

นอกจากนี้ ยังมีรถ Shuttle Bus สาย A (สายปกติ) ที่วิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Bus Terminal) ไปยังลานจอดรถระยะยาว โซน C เพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และประตู 8 และวนขึ้นไปที่ชั้น 2 ประตู 5 แล้วกลับไปที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถ Shuttle Bus ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

การยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ประสงค์จะนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดเพื่อเดินทางในช่วงวันหยุดยาวติดต่อดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และล่วงหน้า 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และหากผู้โดยสารต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการในด้านต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ AOT Contact Center หมายเลข 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเดินทางฟรี

Highway-Free-Songkran-2019

เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และทำให้การจราจรมีความคล่องตัว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 กรมทางหลวง ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 10 เม.ย. 2562 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 18 เม.ย. 2562

โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เป็นเส้นทางสายกรุงเทพฯ – บ้านฉาง ตอนกรุงเทพฯ – เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 บางวัว ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา และบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี

ค่าทางด่วนฟรี

EXAT-Free-Songkran-2019

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 00.01 น. ถึงวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 24.00 น. รวม 9 วัน พร้อมกันนี้ กทพ. ยังได้เตรียมจัดตั้งหน่วยบริการประชาชนบนทางพิเศษ เพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 6 จุด ดังนี้

📌 ขาออก ตั้งแต่วันที่ 9 – 14 เมษายน 2562 ที่ด่านฯ บางแก้ว 1 ด่านฯ ฉิมพลี และด่านฯ บางปะอิน (ขาออก)

📌 ขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 15 – 18 เมษายน 2562 ที่ด่านฯ ดาวคะนอง ด่านฯ จตุโชติ และ ด่านฯ บางปะอิน (ขาเข้า)

ทั้งนี้ กทพ. ขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจร และป้ายสัญญาณต่างๆ อย่างเคร่งครัดและมุ่งเน้น 3 มาตรการความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย” เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสภาพการจราจรและแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือบนทางพิเศษ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) หมายเลขโทรศัพท์ 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

1 2 3 7