ซื้อแล้วห้ามขาย! All-New Toyota Land Cruiser 2022

หลังจากที่ Toyota เปิดตัว All-New Toyota Land Cruiser 2022 (โตโยต้า แลนด์ ครุยเซอร์) ใหม่ ที่นับได้ว่าเป็น King Of SUV ของญี่ปุ่นที่มีตำนานมายาวนานมากนับตั้งแต่ปี 1951 มาจนถึงทุกวันนี้ก็ครบรอบ 70 ปี Toyota Land Cruiser เลยพอดี ทาง Toyota จึงเปิดตัวโฉมใหม่หมดใน Series 300 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล รวมถึงเวอร์ชั่นสปอร์ตอย่าง GR ด้วย ซึ่งตอนนี้มียอดจองในญี่ปุ่นกว่า 22,000 คัน

All-New Toyota Land Cruiser 2022

แต่ล่าสุด มีข้อมูลจากลูกค้าจากญี่ปุ่นปล่อยข้อมูลออกมาว่า ทาง Toyota ห้ามไม่ให้ลูกค้าที่ซื้อรถรุ่นนี้ไปแล้ว เอาไปขายต่อในระยะเวลา 12 เดือน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในหลายประเทศได้ ซึ่งทางโตโยต้าออกมายืนยันแล้วว่า เป็นเรื่องจริง เพราะต้องการให้รถไปอยู่ในมือคนใช้งานจริงๆ มากกว่าอยู่ในมือผู้ที่ไม่หวังดี

All-New Toyota Land Cruiser 2022

สำหรับ All-New Toyota Land Cruiser 2022 ใหม่ พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม GA-F ซึ่งเป็นหนึ่งในแพล็ตฟอร์ม TNGA จากโตโยต้า แต่ยังคงใช้โครงสร้างตัวรถที่วางบนแชสซีส์ตามแบบฉบับ Land Cruiser รุ่นดั้งเดิม พร้อมปรับปรุงใหม่ให้แข็งแรงมากขึ้น และรีดน้ำหนักลงได้มากถึง 200 กิโลกรัม

All-New Toyota Land Cruiser 2022

ในโฉมนี้ ปรับปรุงช่วงล่างใหม่หมด ให้รองรับการขับขี่รูปแบบต่างๆ ทั้งทางเรียบและทางทุรกันดาร เสริมด้วยระบบ Multi-Terrain Monitor สำหรับแสดงอุปสรรคบนเส้นทางได้แบบ Real-Time และระบบ Multi Terrain Select เลือกโหมดการขับขี่ตามที่ต้องการ รวมถึงการใช้ช่วงล่างแบบ E-KDSS หรือ Electronic Kinetic Dynamic Suspension System เป็นครั้งแรกในโลกด้วย เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนยิ่งขึ้น

All-New Toyota Land Cruiser 2022

ภายในห้องโดยสาร ยังคงความหรูหราอลังการเอาไว้อย่างเต็มพิกัด เน้นออกแบบให้ผู้ขับใช้งานระบบต่างๆ ได้ง่าย และตกแต่งด้ยวัสดุสีเงินในโฉมนี้ยังมาะพร้อมระบบ Toyota Safety Sense ที่มีฟังก์ชั่น Parking Support Brake เพิ่มขึ้นมา โดยจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุในขณะถอยจอดได้

All-New Toyota Land Cruiser 2022

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน แบบ V6 Twin Turbo ขนาด 3.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 415 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซล V6 Twin Turbo ขนาด 3.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 309 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร ทั้งคู่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

แต่ก็มีข่าวลูกค้าในญี่ปุ่นรายหนึ่งที่เพิ่งซื้อ All-New Toyota Land Cruiser 2022 ใหม่ เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ Twitter @shimabase1 ว่า โตโยต้าได้ทำหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าห้ามมิให้ลูกค้านำรถที่เพิ่งได้รับไปขายต่อให้ผู้อื่นภายในเวลาอย่างน้อย 12 เดือน หลังจากส่งมอบรถ หากฝ่าฝืนสัญญาจะไม่ได้รับสิทธิ์ให้ซื้อรถโตโยต้าอีกในภายหลัง

แต่ในตอนนี้ ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าลูกค้าที่ฝ่าฝืนสัญญาดังกล่าว จะถูกห้ามซื้อรถโตโยต้าคันใหม่เป็นเวลานานเท่าใด ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการเงื่อนไขที่ดูไม่ลงตัวเลย สำหรับผู้ขายกับลูกค้า

All-New Toyota Land Cruiser 2022

นอกจากนี้ อาจเป็นไปได้ว่าลูกค้าที่ซื้อรถรุ่นนี้ จะนำรถไปขายต่อให้บุคคลบางกลุ่มในต่างประเทศเพื่อใช้ในทางที่ไม่ดี คล้ายกับกรณีที่รถกระบะ Toyota Hilux หรือ Toyota Land Cruiser ถูกใช้งานโดยกลุ่มหัวรุนแรงในแถบตะวันออกกลาง จึงได้ออกสัญญามาเพื่อป้องกันการขาย หรือส่งออกรถไปขายยังต่างประเทศด้วยนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

สถิติการขายรถยนต์ ยอดขายรถ ตลาดรถยนต์ไทย ปี 2564

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤษภาคม 2564 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 55,948 คัน เพิ่มขึ้น 38.4% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 15,569 คัน เพิ่มขึ้น 32.7% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 40,379 คัน เพิ่มขึ้น 40.6% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 31,778 คัน เพิ่มขึ้น 37.3%

ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2564 มีปริมาณการขาย 55,948 คัน เพิ่มขึ้น 38.4% โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 32.7% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 40.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากข้อเสนอพิเศษที่หลากหลาย แคมเปญ โปรโมชั่นจากค่ายรถยนต์ที่แข่งขันอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ตลอดจนการจัดการฉีดวัคซีน COVID-19 ของภาครัฐ ส่งผลให้ผู้บริโภคคลายความวิตกกังวล และจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ผนวกกับการทยอยส่งมอบรถที่ลูกค้าจองในงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่ผ่านมา

Isuzu-D-Max-V-Cross-2021

ตลาดรถยนต์ในเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มชะลอตัว สืบเนื่องจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยการแพร่ระบาดในระลอกนี้รุนแรงมากกว่าระลอกก่อน รวมถึงการตรวจพบผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อเศรษฐกิจให้ต้องชะลอ หรือเลื่อนกำหนดการออกไป ทั้งนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวม แทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อรถยนต์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ยังมีความหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะฟื้นตัวดีขึ้นจากความพยายามของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา ควบคู่ไปกับการดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับคนไทยครบ 50 ล้านคนภายในสิ้นปี ซึ่งจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไป

Nissan Almera Sportech

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤษภาคม 2564

  1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 55,948 คัน เพิ่มขึ้น 38.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,767 คัน เพิ่มขึ้น 45.2% ส่วนแบ่งตลาด 35.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,866 คัน เพิ่มขึ้น 46.8% ส่วนแบ่งตลาด 26.6%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 4,998 คัน เพิ่มขึ้น 19.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.9%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 15,569 คัน เพิ่มขึ้น 32.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 4,824 คัน เพิ่มขึ้น 35.6% ส่วนแบ่งตลาด 31.0%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 4,380 คัน เพิ่มขึ้น 24.6% ส่วนแบ่งตลาด 28.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า 1,527 คัน เพิ่มขึ้น 50.9% ส่วนแบ่งตลาด 9.8%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 40,379 คัน เพิ่มขึ้น 40.6%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,943 คัน เพิ่มขึ้น 46.8% ส่วนแบ่งตลาด 36.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,866 คัน เพิ่มขึ้น 48.6% ส่วนแบ่งตลาด 37.0%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,702 คัน เพิ่มขึ้น 94.9% ส่วนแบ่งตลาด 6.7%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 31,778 คัน เพิ่มขึ้น 37.3%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 13,403 คัน เพิ่มขึ้น 43.8% ส่วนแบ่งตลาด 42.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 12,519 คัน เพิ่มขึ้น 37.0% ส่วนแบ่งตลาด 39.4%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,702 คัน เพิ่มขึ้น 94.9% ส่วนแบ่งตลาด  8.5%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,039 คัน
โตโยต้า 2,023 คัน – อีซูซุ 1,143 คัน – มิตซูบิชิ 451 คัน – ฟอร์ด 390  คัน – นิสสัน 32 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 27,739 คัน เพิ่มขึ้น 34.9%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 12,260 คัน เพิ่มขึ้น 36.9% ส่วนแบ่งตลาด 44.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,496 คัน เพิ่มขึ้น 34.0% ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,312 คัน เพิ่มขึ้น 108.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564

  1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 308,217 คัน เพิ่มขึ้น 13.9%
อันดับที่ 1 โตโยต้า
94,848 คัน เพิ่มขึ้น 17.3% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 79,067 คัน เพิ่มขึ้น 33.1% ส่วนแบ่งตลาด 25.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
35,376 คัน ลดลง 0.4% ส่วนแบ่งตลาด 11.5%
  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 97,813 คัน ลดลง 1.1%
อันดับที่ 1 ฮอนด้า 30,164 คัน เพิ่มขึ้น 1.6% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
24,289 คัน ลดลง 3.3% ส่วนแบ่งตลาด 24.8%
อันดับที่ 3 นิสสัน 9,739 คัน ลดลง 10.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.0%
  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 210,404 คัน เพิ่มขึ้น 22.2%
อันดับที่ 1 อีซูซุ 79,067 คัน เพิ่มขึ้น 33.1% ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
70,559 คัน เพิ่มขึ้น 26.6% ส่วนแบ่งตลาด 33.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 13,575 คัน เพิ่มขึ้น 38.6% ส่วนแบ่งตลาด 6.5%
  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 163,765 คัน เพิ่มขึ้น 19.7%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
72,457 คัน เพิ่มขึ้น 31.3% ส่วนแบ่งตลาด 44.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
59,669 คัน เพิ่มขึ้น 22.0% ส่วนแบ่งตลาด 36.4%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 13,575 คัน เพิ่มขึ้น 38.6% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 24,130 คัน
โตโยต้า 10,540 คัน – อีซูซุ 8,250 คัน – มิตซูบิชิ 3,079 คัน – ฟอร์ด 2,145 คัน – นิสสัน 116 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 139,635 คัน เพิ่มขึ้น 13.7%
อันดับที่ 1 อีซูซุ
64,207 คัน เพิ่มขึ้น 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 46.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
49,129 คัน เพิ่มขึ้น 12.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 11,430 คัน เพิ่มขึ้น 42.8% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

ส่วนถ้าใครตอนนี้อยากขายรถคันเดิม แล้วไปซื้อรถป้ายแดงมาใช้ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

แหล่งที่มาจาก:

Toyota-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Toyota (โตโยต้า) Update 24/6/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 ราคารถยนต์ Toyota (โตโยต้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคาได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

 

New-Toyota-Yaris-2020

New Yaris 2020

  • 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium with Black Roof ราคา 684,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 634,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium with Black Roof ราคา ราคา 709,000 บาท

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

Yaris ATIV 2020

  • 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 624,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium ราคา ราคา 699,000 บาท

Toyota-GR-Yaris-2021

GR Yaris

  • ราคา 2,690,000 บาท

Toyota-Vios

Vios

  • 1.5 Entry ราคา 609,000 บาท
  • 1.5 Mid ราคา 699,000 บาท
  • 1.5 High ราคา 789,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

Corolla Altis / Hybrid 2020

  • Limo ราคา 839,000 บาท
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 999,000 บาท
  • Hybrid Entry ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Mid ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid High ราคา 1,099,000 บาท

(*สำหรับสีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

Corolla Altis / Hybrid 2021

  • Limo ราคา 839,000 บาท*
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท*
  • 1.8 Sport ราคา 964,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 1,009,000 บาท**
  • Hybrid Smart ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 994,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,099,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Super White II มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6L และ รุ่น Limo เท่านั้น

**รุ่น 1.8 GR-Sport มี 3 สี ได้แก่ Platinum White Pearl, Red Mica Metallic และ Attitude Black Mica

(*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid, เครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport และ 1.8 Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

All-New-Corolla-Cross-2020

All-New Corolla Cross 2020

  • 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท

หมายเหตุ:

  • สำหรับภายในสี Terra Rossa มีเฉพาะสี Celestite Gray Metallic, Platinum White Pearl และ Attitude Black Mica ในรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium
  • สำหรับรุ่น Hybrid Smart และ 1.8 Sport ภายในสีดำสำหรับภายนอกทุกสี
  • สำหรับสี Platinum White Pearl ราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท

Toyota-C-HR-2019

C-HR

  • 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
  • 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
  • HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
  • HV Hi ราคา 1,159,000 บาท
  • By Karl Lagerfeld ราคา 1,219,000 บาท

New Toyota C-HR 2021

C-HR 2021

  • HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

Toyota-Camry

Camry

  • 2.0 G ราคา 1,455,000 บาท
  • 2.5 G CNG ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.5 HV ราคา 1,649,000 บาท
  • 2.5 HV Premium ราคา 1,809,000 บาท

Toyota-GR-Supra

GR Supra

  • GR Supra 2020 Edition ราคา 5,199,000 บาท

* สำหรับรุ่นพิเศษ สี Horizon Blue เท่านั้น

Toyota-Avanza-2019

Avanza

  • 1.5 E ราคา 649,000 บาท
  • 1.5 G ราคา 699,000 บาท

Toyota-Sienta-2019

Sienta

  • 1.5 G ราคา 765,000 บาท
  • 1.5 V ราคา 875,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta

Innova Crysta

  • 2.0 E M/T ราคา 1,129,000 บาท
  • 2.8 G ราคา 1,235,000 บาท
  • 2.8 V ราคา 1,413,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta-2021

Innova Crysta 2021

  • 2.0 Entry ราคา 1,199,000 บาท
  • 2.8 Crysta ราคา 1,279,000 บาท**
  • 2.8 Crysta Premium ราคา 1,429,000 บาท**

*สี White Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium และ 2.8 Crysta) ราคาเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และรวมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด (รุ่น 2.8 Crysta Premium มูลค่า 39,500 และ 2.8 Crysta มูลค่า 30,500 บาท)

Toyota-Fortuner

Fortuner

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,309,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,429,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคา 1,603,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,509,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคา 1,673,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD ราคา 1,662,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,709,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD Black Top ราคา 1,668,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,729,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD ราคา 1,732,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,779,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD Black Top ราคา 1,738,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,799,000 บาท

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

Fortuner 2020

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,454,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,557,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,564,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,627,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,634,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,762,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,769,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,832,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,839,000 บาท

หมายเหตุ

1. สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท
2. สำหรับรุ่น Legender สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 20,000 บาท

Toyota-Alphard

Alphard

  • 2.5 Hybrid ราคา 3,968,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 4,019,000 บาท
  • 3.5 VIP ราคา 5,458,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 5,509,000 บาท

Toyota-Vellfire

Vellfire

  • 2.5 ราคา 3,838,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 3,889,000 บาท

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2019

Hilux Revo

Standard Cab

  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ ราคา 533,000 บาท
  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ A/T ราคา 588,000 บาท
  • 2.4 J ราคา 566,000 บาท
  • 2.4 J A/T ราคา 621,000 บาท
  • 2.7 J ราคา 574,000 บาท
  • 2.4 J Plus ช่วงล้อสั้น ราคา 587,000 บาท
  • 2.8 J Plus ราคา 607,000 บาท
  • 2.8 J 4X4 ราคา 676,000 บาท

Smart Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition M/T ราคา 600,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 699,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition M/T ราคา 690,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 672,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 721,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 751,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 800,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 830,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 879,000 บาท
  • 2.8 G Rocco 4X4 ราคา 953,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 830,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 909,000 บาท

Double Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition ราคา 690,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 740,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition ราคา 783,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 810,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 859,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 840,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 889,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G ราคา 909,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T ราคา 958,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 939,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 988,000 บาท
  • Prerunner 2.8 G A/T Rocco ราคา 1,130,000 บาท
  • 2.8 G A/T Rocco 4X4 ราคารถ 1,199,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 935,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 1,081,000 บาท
  • 2.8 G A/T 4X4 ราคา 1,150,000 บาท

New-Toyota-Hilux-Revo-Rocco-2020

Hilux Revo 2020

Standard Cab

  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 544,000 บาท
  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) AT ราคา 594,000 บาท
  • 2.4 Entry ช่วงล้อสั้น ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 634,000 บาท
  • 2.8 Entry ราคา 604,000 บาท
  • 2.8 Entry 4X4 ราคา 704,000 บาท

Smart Cab

  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 609,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 624,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 684,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 699,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ATราคา 734,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 749,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 689,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 704,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 754,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 769,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD AT ราคา 794,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 809,000 บาท

Prerunner & 4X4

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 707,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 757,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 787,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 837,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 864,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 914,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 862,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 807,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 857,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 872,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 922,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 1,009,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 957,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High ราคา 1,109,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High AT ราคา 1,159,000 บาท

Rocco

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 919,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 949,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,049,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 1,050,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,210,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,239,000 บาท

Toyota-Hiace

Hiace

  • Eco Panel Van ราคา 999,000 บาท
  • GL Van สีขาว ราคา 1,079,000 บาท
  • GL Van สีเงิน ราคา 1,085,000 บาท

Toyota-Commuter

Commuter

  • 2.8 M/T สีขาว ราคา 1,269,000 บาท
  • 2.8 M/T สีเงิน ราคา 1,275,000 บาท
  • 2.8 A/T สีขาว ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.8 A/T สีเงิน ราคา 1,305,000 บาท

Toyota-Majesty

Majesty

  • Standard ราคา 1,709,000 บาท
  • Premium ราคา 1,899,000 บาท
  • Grande ราคา 2,199,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Toyota ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/toyota-car-price-list/

Toyota bZ4X รถต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) จากค่ายโตโยต้า

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด (แม้ว่าหลายคนจะตื่นเต้นก็ตาม) กับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ของ Toyota (โตโยต้า) ที่ในอดีต Toyota เคยพัฒนารถ SUV ในรูปแบบรถพลังงานไฟฟ้า กับ Toyota RAV4 ที่ออกจำหน่ายในปี 1996 และ Toyota RAV4 EV เจเนอเรชั่นที่ 2 โดยร่วมกันพัฒนากับทาง Tesla ในปี 2010 – 2014 ก่อนจะเลิกราไป

อ่านเพิ่มเติม >> ประวัติ Toyota RAV4 EV : แม้ว่า Toyota จะเริ่มรถยนต์ไฟฟ้าก่อน แต่ไม่ได้หมายถึงความสำเร็จ!

Toyota bZ4X Concept

Toyota เผยโฉมรถต้นแบบ Toyota bZ4X Concept ใหม่ จัดเป็นรถ Crossover SUV พลังงานไฟฟ้า 100% จากค่ายโตโยต้า ที่เผยโฉมครั้งแรกเมื่อ 19 เมษายน 2021 ในงาน Auto Shanghai ประเทศจีน ในตอนนี้เผยโฉมอย่างเป็นทางการในอเมริกาแล้ว พร้อม​ขายในญี่ปุ่นกับจีนก่อน ก่อนผลิตออกขายทั่วโลกในช่วงกลางปี 2022

ซึ่ง Toyota จะใช้ชื่อรุ่นในชื่อ Toyota bZ ซึ่งย่อมาจาก “Beyond Zero” และยังเป็นรุ่นแรกของตระกูล bZ Series ที่โตโยต้าจะนำชื่อ bZ นี้พร้อมนำไปใช้รถรุ่นใหม่ในอนาคตอีก 7 รุ่น เพื่อสื่อถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota

Toyota bZ4X Concept

ส่วนคำว่าระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (หรือ Electrified) หากนอกเหนือจากรถ BEV โตโยต้าจะนับรวมรถในกลุ่ม Hybrid, Plug-In Hybrid รวมไปถึงรถ Fuel Cell ด้วย

Toyota bZ4X Concept

Toyota bZ4X พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม e-TNGA ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มใหม่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ร่วมพัฒนากับทาง Subaru และ Daihatsu โดยสามารถใช้ได้ในรถยนต์หลายประเภท รวมจุดเด่นด้านระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของโตโยต้า และความเชี่ยวชาญด้านระบบ AWD ของ Subaru ไว้ โดย Subaru ก็พัฒนารถของตัวเองในชื่อ Subaru Solterra EV ด้วยเช่นกัน

ตัวรถหน้าสั้นแต่ฐานล้อยาว เพื่อเพิ่มเนื้อที่ห้องโดยสารมากเป็นพิเศษ เทียบเท่าระดับ D-Segment Sedan

Toyota bZ4X Concept

ภายในห้องโดยสารสำหรับรุ่นจำหน่ายจริง ก็คงไม่แตกต่างไปจากรถต้นแบบ โดยออกแบบให้ทัศนวิสัยดีสุด มีหน้าจอ Infotainment ที่ลอยตัวเหนือแผงคอนโซล

Toyota bZ4X Concept

ซึ่ง Toyota bZ4X นี้ จะใช้ฐานการผลิตเพียง 2 แห่งในระยะแรก คือที่ประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน ก่อนจะผลิตแล้วส่งขายไปในทั่วโลกช่วงกลางปี 2022 ส่วนรถในตระกูล “bZ” ที่เหลืออีก 7 รุ่น เตรียมออกสู่ตลาดโลกในปี 2025

และสำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

แหล่งที่มาจาก:

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์รถ Toyota รุ่นอะไร ที่ทำจากเหล็กหล่อ ทนทาน ชนิดที่ว่า น้ำแห้ง รอให้เครื่องเย็น เติมน้ำ สตาร์ทแล้วไปอู่ ก็ยังวิ่งต่อไปได้ สายพานไทมิ่งขาด ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องวาล์ว เพราะออกแบบมาให้หลบวาล์ว จะติดแก๊ส LPG หรือ NGV ก็ได้สบายบรื๋อ แถมยังพิสูจน์การใช้งาน จากคนแท็กซี่มาแล้วนับล้านกิโลเมตร และยังมีอะไหล่ ทั้งแท้ เทียบ เทียม ให้เลือกในตลาดรถยนต์อยู่มากในปัจจุบัน

หลายคนคงต้องตอบกันว่า ต้องเป็น “เครื่องตระกูล A” ของ Toyota (โตโยต้า) แน่นอน

เพราะเครื่องยนต์ตระกูล A เป็นเครื่องยนต์ที่ทาง Toyota เริ่มใช้กับรถตระกูล Corolla ในบ้านเราตั้งแต่ปี 2527 ยาวนานมาจนถึงในปี 2544 อีกทั้งยังมีการวางเครื่องตระกูล A ในรถรุ่นอื่นๆ ของ Toyota ด้วย อาทิ Soluna, Corona หรือ Paseo เป็นต้น และรถรุ่นดังอย่าง Toyota AE86 (หรือ Toyota Sprinter Trueno / Toyota Corolla Levin) ก็ยังใช้เครื่อง 4A-GE ตระกูลนี้เช่นกัน

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา … MR.CARRO ขอพาทุกท่าน มารู้จักกับเครื่องบล็อค A ของ Toyota กันครับ ว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มีให้เลือกกันกี่แบบ ข้อดี ข้อเสีย เป็นอย่างไร ซึ่งในบทความนี้ เราจะขอเน้นหนักในส่วนที่ Toyota ประเทศไทย เลือกใช้เครื่องบล็อค A กับรถที่ขายในบ้านเรา อาทิ 4A, 5A และ 7A เป็นหลัก ไปอ่านกันเลยครับ …

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

สำหรับจุดเริ่มต้นของเครื่องยนต์บล็อค A นั้น เริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่ในช่วงยุค 70 ก่อนจะออกมาและติดตั้งในรถยนต์ Toyota Tercel ในปี 1978 โดยเน้นจุดเด่นเป็นเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะดี ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และปล่อยมลพิษน้อยลง โดยออกแบบให้สามารถวางได้ทั้งในรถขับเคลื่อนล้อหน้า และรถขับเคลื่อนล้อหลัง แทนที่เครื่องยนต์ตระกูล K ที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุค 60

ส่วนในรุ่น Corolla เริ่มต้นใช้กันนับตั้งแต่ในโฉม AE70 (หรือ KE70 ที่ขายในบ้านเรา) เพื่อทดแทนเครื่องยนต์ตระกูล K ที่ใช้กันมานาน จนกระทั่ง Toyota ได้พัฒนาเครื่องยนต์ตระกูล ZZ ขึ้นมาแทนที่เครื่องบล็อค A ช่วงประมาณยุค 2000 ก่อนจะค่อยๆ ทยอยปลดออกจากรุ่นต่างๆ จนหมดในช่วงก่อนปี 2010

ความหมายของเครื่องยนต์ตระกูล A

– ตำแหน่งที่ 1 ตัวเลข 1-8 หมายถึงลำดับของการผลิตในรุ่น เช่น 4A, 5A หรือ 7A เป็นต้น
– ตำแหน่งที่ 2 ตัวอักษร 1 ตัว A หมายถึงชื่อรุ่น
– ตำแหน่งที่ 3 ตัวอักษร G, E, F, H, S, L หมายถึงรายละเอียดการทำงานทั่วไปของเครื่องยนต์
– G DOHC แบบต้องการกำลังมากกว่าปกติ
– E ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า
– F DOHC แบบประหยัด
– ZE ติดตั้งระบบอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วย Supercharger
– T ติดตั้งระบบอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วย Turbo
– U ติดตั้งเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยา (Catalytic Converter)

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 1A

เครื่องยนต์ 1A มีขนาด 1.5 ลิตร เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว ใช้รหัสว่า 1A-C และ 1A-U (เพิ่ม Toyota Two-Way Catalyst ฟอกไอเสีย) ถือเป็นตัวแรกของตระกูล A ที่ Toyota วางใน Toyota Tercel และ Corsa ระหว่างปี 1978 – 1980 ให้แรงม้าสูงสุด 80 แรงม้า

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 2A

เครื่องยนต์ 2A มีขนาด 1.3 ลิตร เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว เริ่มผลิตและวางในรถรุ่น Tercel, Corsa, Corolla II, Corolla และ Sprinter ตั้งแต่ปี 1978 – 1989 ซึ่งได้เพิ่มโช๊คอัตโนมัติ ให้เครื่องยนต์อุ่นเครื่อง จ่ายน้ำมันหนาขึ้นเอง และอัตราส่วนกำลังอัดเครื่องยนต์มากขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์ 2A มีทั้งแบบ 2A, 2A-L, 2A-LC ให้แรงม้าสูงสุด 65 แรงม้า กับ 2A-U และ 2A-LU (เพิ่ม Toyota TTC-C Catalytic Converter) ให้แรงม้าสูงสุด 75 แรงม้า

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 3A

เครื่องยนต์ 3A ยังคงมีขนาด 1.5 ลิตร เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว ถือเป็นบล็อกเครื่องยนต์ตระกูล A ที่ประสบความสำเร็จตัวแรก เริ่มผลิตและวางในรถรุ่น Tercel, Corsa, Corolla II, Corolla, Sprinter, Sprinter Carib, Corona, Carina และรถสปอร์ตอย่าง MR2 ตั้งแต่ปี 1979 – 1989

โดยมีการเลิกใช้ห้องเผาไหม้แบบลีน ที่โตโยต้าที่​เรียกว่า TGP (Turbulence Generating Pot) ที่ใช้มาตั้งแต่เครื่องยนต์รหัส 1A

สำหรับเครื่องยนต์ 3A มีทั้งแบบ 3A, 3A-C ให้แรงม้าสูงสุด 60-72 แรงม้า, รหัส 3A-U ให้แรงม้าสูงสุด 80 แรงม้า, 3A-LU (เพิ่ม Toyota TTC-C Catalytic Converter) ให้แรงม้าสูงสุด 83.5 แรงม้า ส่วนรหัส 3A-HU เพิ่มแรงม้าเป็น 86 แรงม้า

และรุ่น Top สุดอย่างรหัส 3A-SU คาร์บูเรเตอร์คู่ + Toyota TTC-C Catalytic Converter เผยโฉมในปี 1984 มีหน้าตาตัวเครื่อง ฝาสูบ ฝาครอบวาล์ว ดูต่างไปจากแบบอื่นๆ ในบล็อกเดียวกัน ให้แรงม้าสูงสุด 90 แรงม้า ซึ่งต่อมา เครื่องยนต์ตัวนี้พัฒนาไปเป็นรหัส “E” ในปี 1985

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 4A

นี่ล่ะ … ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ในตำนานของ Toyota อีกรุ่น ที่คนเล่นรถมักกล่าวถึง …

เครื่องยนต์บล็อค 4A มีขนาด 1.6 ลิตร เริ่มต้นใช้ในรถโตโยต้ามาตั้งแต่ปี 1980 – 2002 เริ่มผลิตและวางในรถรุ่น Tercel, Corsa, Corolla II, Corolla, Corolla Ceres, Sprinter, Sprinter Marino, Sprinter Carib, Corona, Carina, Carina II – Avensis (เวอร์ชั่นยุโรป), Celica และ Daihatsu Charmant (เวอร์ชั่นส่งออก) กับ GEO Prizm (รถที่ Toyota ผลิตร่วมกับ GM)

ส่วนในไทย เครื่องยนต์รหัส 4A “ATOP” เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ใน Corolla รุ่น “ท้ายตัด”

พัฒนาขนาดกระบอกสูบให้ใหญ่ขึ้น 81 มม. ส่วนระยะชัก ยังคงเท่ากับเครื่องยนต์รหัส 3A นั่นคือ 77 มม. ส่วนระบบวาล์วก็มีหลากหลายแบบมาก นับตั้งแต่แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว ไปจนถึงแบบ 4สูบ DOHC 20 วาล์ว

เครื่องยนต์รหัส 4A-LC (เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ 71 แรงม้า – เวอร์ชั่นออสเตรเลีย สวิส และสวีเดน 78 แรงม้า) , 4A-C 75 แรงม้า (เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ) ส่วนรหัส 4A-L (เวอร์ชั่นอินโดนีเซีย / ไทย 79 แรงม้า และเวอร์ชั่นยุโรป 84 แรงม้า) , 4A-LC ให้แรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า

เครื่องยนต์รหัส 4A-ELU จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด EFi (Electronic Fuel Injection) + Toyota TTC-C Catalytic Converter ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า (เวอร์ชั่นส่งออก) และ 100 แรงม้า (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น)

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจากคุณ Sit Sanga

มาถึงเครื่องยนต์รหัส 4A-F … ตัวนี้ เริ่มใช้ในไทยกับ Corolla โฉม “โดเรม่อน” และ Corona โฉม “หน้ายักษ์” “หน้ายิ้ม” เป็นครั้งแรก ในช่วงประมาณปี 1987 – 1992 ชูจุดเด่นด้วยระบบมัลติวาล์ว DOHC เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ ให้สมรรถนะดียิ่งขึ้น และทวินแคม 16 วาล์ว ตอบสนองทันใจ ดุจรถแข่ง!

เครื่องตัวนี้ มาแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 81 มม. X ช่วงชัก 77 มม. ให้แรงม้าสูงสุด 94 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์เดี่ยว ชนิดท่อคู่ดูดลงล่าง

และรุ่นพิเศษสำหรับ Corolla Sporty เวอร์ชั่นไทย ใช้เครื่องยนต์รหัส 4A-F คาร์บิวคู่ แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.9 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์เวบเบอร์คู่ ชนิดดูดข้าง พร้อมอุปกรณ์ระบายความร้อนน้ำมันเครื่อง

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

และนี่คือจุดสูงสุด ของเครื่องยนต์ตระกูล 4A เป็นต้นไป เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์รหัส 4A-FE …..

เป็นการต่อยอดพัฒนามาจากเครื่องยนต์รหัส 4A-F โดยเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1987 – 2001 ซึ่งในเจเนอเรชั่นแรก ตัวฝาสูบจะเหมือนกันกับ 4A-F เพียงแต่บริเวณตัวหนังสือ “16 VALVE” จะมีคำว่า “EFI” พ่วงเพิ่มมาด้วย

สำหรับเครื่องยนต์ 4A-FE เจเนอเรชั่นที่ 2 (ซึ่งบ้านเราจะคุ้นเคยกับตัวนี้มาก เพราะเป็นเครื่องที่ใส่ใน Corolla รุ่น “สามห่วง”) ตัวฝาสูบได้รับการปรับปรุงลูกสูบใหม่ ปรับปรุงชุดท่อร่วมไอดี ท่อไอดีออกแบบให้ดูแบนลง พร้อมแปะโลโก้ “Toyota” (ในรุ่นสามห่วง ไมเนอร์เชนจ์ และใน Toyota Corona ท้ายโด่ง)

เครื่องยนต์รหัส 4A-FE เจเนอเรชั่นที่ 2 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจากคุณ Narucha Cha Cha

พอมาถึงในรุ่น ตองหนึ่ง หรือ AE111 ช่วงปี 1996 – 1998 หน้าตายังคงเหมือนเดิม แต่ชุดกรองอากาศเปลี่ยนหน้าตาใหม่ พร้อมเพิ่มกล่องสำรองอากาศและดักฝุ่นก่อนเข้าลิ้นปีกผีเสื้อ ปรับแรงม้าเป็น 115 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 4,800 – 5,400 รอบ/นาที

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจากคุณ Rak Rattanamaytanon

และในส่วนของเครื่องยนต์ 4A-FE เจเนอเรชั่นที่ 3 เฉพาะตลาดในแถบเอเชียและ ASEAN กับตัวที่ใส่ในรุ่น Hi-Torq ที่ออกมาในช่วงปี 1998 – 2001 ปรับชุดท่อไอดีใหม่ดูกลมขึ้น แต่ลดแรงม้าลงมาเหลือ 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจาก อู่เรืองยนต์

พื้นฐานเครื่องเดิมของ 4A-FE ออกแบบมาเน้นการใช้งานทั่วไป เน้นความประหยัด ทนทาน ให้แรงบิดดีในตอนต้น ยิ่งในรถแท็กซี่เป็นที่นิยมมาก (ก็ขนาดเป็นยุคที่ใช้ Altis หน้าหมู หน้าแบน แล้ว ยังยอมขายเครื่องเดิม แล้วกลับมาใส่ 4A-FE กันเลย!) อะไหล่มีให้เลือกเยอะ ทั้งแท้ เทียบ เทียม ซึ่งไม่ลำบากในการหาอะไหล่เปลี่ยน และช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ ระบบไม่ซับซ้อน แต่ต้องสังเกตตรงจานจ่ายหน่อย เพราะซีลชอบรั่วซึมเมื่อใช้เกิน 5 ปี

ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ อายุการใช้งานส่วนใหญ่ก็มักขึ้นหลักแสนกิโลเมตรกันไปแล้ว ตามอายุของรถที่น้อยสุด ก็ปาเข้าไป 20 ปีแล้ว แต่ถ้าถามว่าคนใช้งานเครื่องยนต์รุ่นนี้ ใช้รถวิ่งแค่หลักหมื่นกิโลเมตรยังมีหรือไม่? ผมคิดว่ามี แต่ก็คงหายากมากเลยล่ะ

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจาก อู่เรืองยนต์

ถ้าคุณอยากโอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์ใหม่หมด ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 21,000 บาท (แต่ละที่ไม่เท่ากัน) แต่ถ้าเลือกเครื่องเก่าญี่ปุ่นจากเชียงกงมาลง ยุคนี้ถือว่าราคาค่อนข้างแพง เพราะมีเข้ามาค่อนข้างน้อยแล้ว ตกประมาณ 2-3 หมื่นบาทได้ ซึ่งราคานี้อาจรวมทั้งเกียร์ และกล่อง ECU ส่วนสายซิ่งอยากแต่งรถ ก็อาจจะเอา Turbo มาใส่ในเครื่องยนต์ 4A-FE รุ่นธรรมดาก็ยังได้! แต่จะคุ้มหรือเปล่า ไม่รู้ เพราะถ้าจะโมทั้งระบบ น่าจะหลายหมื่นบาทอยู่

และสำหรับในส่วนของเครื่องยนต์ 4A-GE, 4A-GZE รวมไปถึงเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota ในแบบอื่นๆ จะมีอะไรบ้างนั้น โปรดติดตามในตอนต่อไป ภาค 2 ครับ! …

สำหรับใครที่อยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

  • Catalogue Toyota หลากหลายรุ่น
  • Wikipedia

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รถตู้รุ่นถือได้ว่า ขายดีและขายได้มากที่สุดของ Toyota นั่นคือ … Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1967 ถึงปัจจุบันก็ 54 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 6 เจเนอเรชั่น และยังเป็นที่นิยมของรถตู้ในบ้านเราอีกด้วย

สำหรับรถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) จัดได้ว่าเป็นรถตู้ยอดนิยมในตลาดอันดับ 1 ก็ว่าได้ มีทั้งรถตู้ขนของ รถตู้รับจ้าง รถตู้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งทนทาน ซ่อมง่าย ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า เช็คราคารถมือสอง (ประจำปี 2564) Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ทาง CARRO ขอเสนอราคากลางเฉพาะรุ่น “หัวจรวด” จนถึงรุ่นก่อนรุ่นปัจจุบัน ที่ทาง Toyota เริ่มต้นขายรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2532 – 2547 และ 2547 – 2562 นะครับ ไปเช็คราคากันได้เลยครับ!

Toyota Hiace โฉมปี 1989 – 2004

Toyota Hiace หัวจรวด

รุ่นปี 1989 – 1993

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 30,000 – 70,000 บาท
  • Hiace ตู้ Hi-Roof ดีเซล 2.4 ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 90,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 1993 – 1996

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงยาว หลังคาสูง (LH125) ราคามือสองโดยประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 1997 – 2000

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 150,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 160,000 บาท
  • Super Wagon ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงสั้น ราคามือสองโดยประมาณ 100,000 – 150,000 บาท
  • Super Custom ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 100,000 – 150,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 2001 – 2004

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ -100,000 – 180,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 180,000 บาท
  • Super Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 180,000 บาท
  • Grand Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 190,000 บาท

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2004 – 2019

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 2004 – 2006 (Hiace / Commuter ประกอบในญี่ปุ่น)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ / ดีเซล 2.5 Eco / ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 600,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter / Ventury ทุกรุ่น

รุ่นปี 2006 – 2011 (Hiace ประกอบในมาเลเซีย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ / ดีเซล 2.5 Eco / ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 550,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 250,000 – 500,000 บาท
  • Ventury Majesty เบนซิน 2.7 ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 550,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter / Ventury ทุกรุ่น

รุ่นปี 2012 – 2015 (Commuter ประกอบในไทย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ / ดีเซล 2.5 Eco / ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 550,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 760,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 480,000 – 730,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter / Ventury ทุกรุ่น

รุ่นปี 2015 – 2019

  • ดีเซล 3.0 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 550,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 M/T – A/T หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 900,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 G – ดีเซล 3.0 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 450,000 – 890,000 บาท

Toyota-Commuter-2019

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2019 – ปัจจุบัน

  • ราคามือสองโดยประมาณ 920,000 – 1,050,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้รถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) หรือ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถใช้งานได้อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

4/10/2018

ค่ายรถ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ฟรี

แม้ว่าเวลานี้ ไวรัส “โควิด-19” ยังคงระบาดและสร้างความเสียหายให้กับชาวโลกอย่างต่อเนื่อง และระบาดใหม่ในไทยอีกระลอกในปี 2564 นี้ จนต้องหาทางจัดการด้วยหลายวิธี เพื่อลดยอดผู้ป่วยสะสมให้ได้มากที่สุด รวมถึงลดภาระของแพทย์และพยาบาลให้ได้มากที่สุด การ์ดอย่าตกนะจ๊ะ การ์ดอย่าตก! แล้วก็ไปฉีดวัคซีนกันด้วยล่ะ

“รถยนต์” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ถ้าการดูแลรักษาหรือการใช้งานไม่สะอาดพอ เหล่าค่ายรถยนต์ รวมถึงดีลเลอร์รถยนต์ ผู้จำหน่ายรถอิสระ และศูนย์ฟาสต์ฟิตต่างๆ ในไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ – อบโอโซน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่จะมีค่ายไหนที่ให้บริการ “ฟรี” บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้อ่านกันแล้วครับ.

Toyota

Toyota (โตโยต้า) ลดความกังวลและสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบใหม่นี้ บริษัท โตโยต้าฯ ยังคงกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว โดยให้พนักงานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทุกแห่งปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ในการดูแลเรื่องสุขอนามัยทั้งบริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ในทุกจุดสัมผัส

รวมทั้งลูกค้าที่นำรถยนต์โตโยต้าเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 471 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564

ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการบริการลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการเพิ่มกระบวนการฆ่าเชื้อโรคฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

1. การนัดหมายคอลเซ็นเตอร์ จะแจ้งเงื่อนไขการคัดกรองลูกค้าและมาตรการดูแลรักษาความสะอาดภายในศูนย์บริการฯ เพื่อทำความเข้าใจและความสะดวกของลูกค้า

2. เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองเบื้องต้น

3. เจ้าหน้าที่รับรถเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติงาน

4. สร้างความมั่นใจลูกค้าขณะนั่งรอภายในศูนย์บริการโตโยต้า ด้วยมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้นภายในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ

5. หลังการซ่อมรถยนต์ เพิ่มมาตรการการทำความสะอาดรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกจุดก่อนการส่งมอบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งลูกค้าโตโยต้าและรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-386-2000 หรือโทรนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการฯของผู้แทนจำหน่ายฯ ใกล้บ้าน

โควิด-19

K. Motors

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยกทัพทีมงานคุณภาพ มอบบริการฆ่าเชื้อโรคในรถ ฟรี!! สำหรับรถทุกยี่ห้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 ตั้งแต่ 1 – 31 พ.ค. 2564 เท่านั้น ลูกค้าที่สนใจเพียงนัดหมายล่วงหน้าที่ Call Center : 02-662-6555 หรือ m.me/toyotak.motors

สำหรับลูกค้าที่อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการนัดหมายล่วงหน้าสามารถโทรติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-662-6555 หรือ Inbox เข้ามาในเพจ www.facebook.com/toyotakmotors ทางเจ้าหน้าที่ของเราจะรีบดำเนินการติดต่อกลับ เพื่อยืนยันวันนัดหมายโดยเร็วที่สุด ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น เพราะศูนย์บริการของเค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขา มีครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลเลยทีเดียวครับ

เราจะฝ่าวิกฤติ โควิด-19 ไปด้วยกันครับ สู้สู้กันนะครับทุกคนนนน

โควิด-19

สแกน QR CODE เพื่อทำการนัดหมาย

save-safe

Nissan

“นิสสัน ห่วงใยทุกสถานการณ์” มอบความอุ่นใจ ด้วยแคมเปญ “ดูแลรถทุกช่วงเวลา”

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ขยายระยะเวลาของบริการโปรแกรม “Care for You – New Normal Life” แทนความห่วงใยจากนิสสัน มาตรการเพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้านิสสันปัจจุบัน ลูกค้ารายใหม่ รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ถึง 30 มิถุนายน 2564

“สำหรับโครงการ ‘Care for You’ ได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการระบาดของโรคโควิด-19 ระยะใหม่นี้ ทางนิสสันจึงขยายระยะเวลาในส่วนของโปรแกรม ‘Care for You – New Normal Life’ เพื่อช่วยเหลือ และยกระดับความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า ช่วยให้ลูกค้านิสสันสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”

รายละเอียดแคมเปญ มีดังต่อไปนี้

ฟรี! บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์

บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร สำหรับรถยนต์นิสสันที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ ด้วยน้ำยาคุณภาพมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานในระดับนานาชาติ รวมถึง USFDA (United States Food and Drug Administration)  ตามบริเวณจุดสัมผัสสำคัญ เช่น พวงมาลัย, เกียร์, เบาะ, ที่จับประตู และคอนโซลหน้า เป็นต้น

สะดวกสบายกับบริการ รับ-ส่ง รถยนต์ของลูกค้าถึงที่บ้าน

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้านิสสันทุกท่านด้วยบริการรับ-ส่งรถยนต์ของลูกค้าที่บ้าน เพื่อนำไปเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน ทั้งสำหรับการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะและการซ่อมทั่วไป ศูนย์บริการนิสสันที่รองรับการให้บริการนี้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 133 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าที่สนใจใช้บริการรับ-ส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน สามารถติดต่อนัดหมายกับศูนย์บริการได้โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nissan.co.th/owners/pick-up-drop-off-service.html

แพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ ลดสูงสุด 24% 

นิสสันมอบส่วนลดพิเศษที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการนิสสันกับ 2 เซฟเซฟแพ็กเกจสุดคุ้ม จ่ายเพียงครั้งเดียว ประหยัดสูงสุดถึง 24% อาทิ

1. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบแบล็ก (Black Package) ส่วนลดปกติ 20% พิเศษ ลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 4 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 2 ปี แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)

2. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบเรด (Red Package) ส่วนลดปกติ 10% พิเศษลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 2 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 1 ปี  แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน) ตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nissan.co.th/owners/service-package.html

สำหรับลูกค้านิสสันที่สนใจนำรถยนต์เข้ารับบริการสามารถนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้านคุณ

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02-401-9600

หมายเหตุ

  • เฉพาะศูนย์บริการฯ ที่ร่วมรายการเท่านั้น
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mitsubishi

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) จัดโครงการ “เราดูแล…คุณแค่ขับ” ลูกค้ามิตซูบิชิสามารถนำรถยนต์มิตซูบิชิเข้ารับบริการ พ่นฆ่าเชื้อไวรัสห้องโดยสารฟรี โดยน้ำยานี้ไม่ทำอันตรายต่อพื้นผิวในห้องโดยสารและไม่ติดไฟ

  • ผ่านการรองรับตามมาตรฐานของทางยุโรป Virucidal Effectiveness European Standard EN 14476
  • คุณสมบัติฆ่าเชื้อเกรดที่ใช้ในโรงพยาบาล (Hospital Grade Disinfectant) และใช้ในต่างประเทศมากกว่า 150 ประเทศ
  • ฆ่าแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ได้ถึง 99.99%
  • ใช้ฆ่าเชื้อในห้องโดยสารของหลายๆสายการบินชั้นนำของโลก
  • ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ และไม่ทำลายเส้นใย พลาสติก โลหะ ยาง หรือพื้นผิวอื่นๆในห้องโดยสาร
  • สามารถใช้งานได้ด้วยการฉีดสเปรย์ หรือ ด้วยเครื่องพ่น ULV Microdiffusion

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

การฉีดพ่นในรถยนต์

  1. ฉีดพ่น Netbiokem DSAM ในห้องโดยสาร และ มือจับประตู
  2. ปล่อยให้สารออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อเป็นเวลา 5 นาที
  3. เช็ดพื้นผิวด้วยผ้าสะอาด
  4. ส่งมอบรถให้กับลูกค้า

สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่ 28 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564 ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

Isuzu

พิเศษ..ฟรี! บริการฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร

•  สำหรับรถอีซูซุทุกรุ่น ที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

•  สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น และ ทุกยี่ห้อ ที่เข้ามาใช้บริการที่โชว์รูมอีซูซุที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2564 – 30 มิ.ย. 2564

Isuzu Metro

อีซูซุเมโทร บริการพ่นฆ่าเชื้อในรถฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 (ทุกยี่ห้อ)

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  • สาขางามวงศ์วาน (สนญ.) โทร. 087-929-0110
  • สาขาหัวลำโพง โทร. 087-929-0330
  • สาขาราชพฤกษ์ โทร. 087-929-0660
  • สาขาชัยพฤกษ์ โทร. 088-227-0476
  • Line @isuzumetro

Suzuki

“ซูซูกิ” ร่วมใจต้านภัยโควิด-19 ผสานผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เชิญชวนลูกค้านำรถเข้ารับบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และได้ดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ซูซูกิประกาศจับมือผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการงานบริการให้กับลูกค้า นำรถเข้ารับการบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม– 30 มิถุนายน 2564

ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร. 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ)

Benz Primus

“เบนซ์ไพรม์มัส” เพิ่มมาตรการเข้มป้องกัน Covid-19 ผุดไอเดียตั้ง Station บริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ฟรี!

บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ได้เพิ่มมาตรการความเข้มข้นด้านสุขอนามัย โดยการปรับเพิ่มรูปแบบการบริการ และให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงการปฏิบัติงานของพนักงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของโรค COVID-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการทุกท่าน

โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การเพิ่มบริการใหม่ ด้วยการจัดตั้งสถานีบริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถยนต์ทุกคัน ทั้งก่อนและหลังเข้ารับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ปิดผนึกป้ายบนรถยนต์ทุกคันที่ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ก่อนดำเนินการส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ

3. การจัดทำซองใส่กุญแจสำหรับรถยนต์ทุกคันที่เข้ารับบริการ โดยหน้าซองใส่กุญแจ จะระบุชื่อลูกค้า รุ่นรถ เบอร์ติดต่อ และชื่อที่ปรึกษาด้านบริการ ก่อนนำมาพ่นฆ่าเชื้อไวรัสและส่งมอบให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ

4. ดำเนินการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถ Display, รถ Demo และรถใน Stock ทุกคัน ก่อนและหลังนำมาให้บริการแก่ลูกค้าทุกครั้ง

ถ้าใครอยากขายรถในช่วงโควิด-19 เพื่อนำเงินมาใช้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สถิติการขายรถยนต์ ยอดขายรถ ตลาดรถยนต์ไทย ปี 2564

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2564 เติบโตทะลุ 90% ทุกตลาด มียอดขายรวมทั้งสิ้น 58,132 คัน เพิ่มขึ้น 93.1% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 16,988 คัน เพิ่มขึ้น 92.4% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 41,144 คัน เพิ่มขึ้น 93.1% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 32,605 คัน เพิ่มขึ้น 94.9%

ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน 2564 เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มีปริมาณการขาย 58,132 คัน เพิ่มขึ้น 93.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งเติบโตเพิ่มขึ้น 92.4% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เติบโตเพิ่มขึ้น 93.1% โดยได้รับปัจจัยบวกจากข้อเสนอพิเศษ และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่แข่งขันกันอย่างหนักในช่วง Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ โดยยอดจองในงานดังกล่าว รวมทั้งที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทั่วประเทศ กำลังทยอยส่งมอบลูกค้า

Toyota-Corolla-Cross-2021

ส่วนตลาดรถยนต์ในเดือนพฤษภาคมกลับชะลอตัวลง จากการระบาดของไวรัส Covid-19 (โควิด-19) ในรอบที่ 3 รุนแรงกว่าที่คาดไว้ ส่งผลด้านลบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวม และผู้บริโภคชะลอการซื้อรถยนต์ไว้ด้วยเช่นกัน

คาดว่าหลังจากการดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ยังพอมองเห็นทางออกในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ รวมทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่มีโอกาสกลับมาได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

Nissan-Kicks-e-Power-2021

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนเมษายน 2564

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 58,132 คัน เพิ่มขึ้น 93.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,150 คัน เพิ่มขึ้น 72.8% ส่วนแบ่งตลาด 32.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,953 คัน เพิ่มขึ้น 117.8% ส่วนแบ่งตลาด 25.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 5,419 คัน เพิ่มขึ้น 104.6% ส่วนแบ่งตลาด 9.3%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 16,988 คัน เพิ่มขึ้น 92.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 4,956 คัน เพิ่มขึ้น 70.5% ส่วนแบ่งตลาด 29.2%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 4,437 คัน เพิ่มขึ้น 99.1% ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า 2,296 คัน เพิ่มขึ้น 114.2% ส่วนแบ่งตลาด 13.5%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 41,144 คัน เพิ่มขึ้น 93.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 14,953 คัน เพิ่มขึ้น 117.8% ส่วนแบ่งตลาด 36.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 14,194 คัน เพิ่มขึ้น 73.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,777 คัน เพิ่มขึ้น 130.5% ส่วนแบ่งตลาด 6.7%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 32,605 คัน เพิ่มขึ้น 94.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 13,655 คัน เพิ่มขึ้น 117.9% ส่วนแบ่งตลาด 41.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 12,432 คัน เพิ่มขึ้น 77.1% ส่วนแบ่งตลาด 38.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,777 คัน เพิ่มขึ้น 130.5% ส่วนแบ่งตลาด  8.5%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 5,147 คัน
โตโยต้า 2,015 คัน – อีซูซุ 1,930 คัน – มิตซูบิชิ 661 คัน – ฟอร์ด 506  คัน – นิสสัน 35 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 27,458 คัน เพิ่มขึ้น 81.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 11,725 คัน เพิ่มขึ้น 97.2% ส่วนแบ่งตลาด 42.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,417 คัน เพิ่มขึ้น 66.2% ส่วนแบ่งตลาด 37.9%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,271 คัน เพิ่มขึ้น 128.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – เมษายน 2564

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 252,269 คัน เพิ่มขึ้น 9.6%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
75,081 คัน เพิ่มขึ้น 11.7% ส่วนแบ่งตลาด 29.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 64,201 คัน เพิ่มขึ้น 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 25.4%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
30,378 คัน ลดลง 3.0% ส่วนแบ่งตลาด 12.0%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 82,244 คัน ลดลง 5.7%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 25,784 คัน ลดลง 1.5% ส่วนแบ่งตลาด 31.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
19,465 คัน ลดลง 9.7% ส่วนแบ่งตลาด 23.7%
อันดับที่ 3 นิสสัน 8,292 คัน ลดลง 15.1% ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 170,025 คัน เพิ่มขึ้น 18.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 64,201 คัน เพิ่มขึ้น 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
55,616 คัน เพิ่มขึ้น 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 32.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 10,873 คัน เพิ่มขึ้น 29.3% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 131,987 คัน เพิ่มขึ้น 16.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
59,054 คัน เพิ่มขึ้น 28.7% ส่วนแบ่งตลาด 44.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
47,150 คัน เพิ่มขึ้น 18.6% ส่วนแบ่งตลาด 35.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 10,873 คัน เพิ่มขึ้น 29.3% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 20,091 คัน
โตโยต้า 8,517 คัน – อีซูซุ 7,107 คัน – มิตซูบิชิ 2,628 คัน – ฟอร์ด 1,755 คัน – นิสสัน 84 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 111,896 คัน เพิ่มขึ้น 9.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
51,947 คัน เพิ่มขึ้น 18.6% ส่วนแบ่งตลาด 46.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
38,633 คัน เพิ่มขึ้น 8.3% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 9,118 คัน เพิ่มขึ้น 32.2% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%

ส่วนถ้าใครตอนนี้อยากขายรถคันเดิม แล้วไปซื้อรถป้ายแดงมาใช้ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

แหล่งที่มาจาก:

10 อันดับ รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

“ญี่ปุ่น” นับเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยอดขายภายในประเทศตัวเอง ก็ขายได้มากถึงหลายล้านคันต่อปี

แม้ว่าในปี 2020 เป็นต้นมา เจอโควิด-19 ที่ระบาดและส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาค่ายรถญี่ปุ่นก็ได้ผลกระทบไปอย่างมากเช่นกัน ในปี 2020 ที่ผ่านมา มียอดขาย และยอดจดทะเบียนรถในประเทศญี่ปุ่น ตกลงมาเหลือ 4,598,615 คัน ลดลง 11.5% เมื่อเทียบกับยอดขายรถในปี 2019 ที่ผ่านมาที่ทำได้มากถึง 5,234,166 คัน

ในรอบหนึ่งทศวรรษ นี่นับเป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่ที่ในญี่ปุ่นเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คลื่นสึนามิถล่มในเดือนมีนาคม 2011 และในปี 2016 ที่ส่งผลให้ยอดขายรถตกลงมาต่ำกว่า 5 ล้านคัน

โชว์รูมโตโยต้าในญี่ปุ่น

ตัวเลขยอดขาย แยกย่อยออกเป็นรถยนต์ทั่วไป 2,478,832 คัน (-12.2% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car 1,331,149 คัน (-10% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถเชิงพาณิชย์ 392,361 คัน (-12.7% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car เชิงพาณิชย์ 386,939 คัน (-10.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว) และรถบัส 9,334 คัน (-31.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว)

ซึ่งยอดขายรถบางส่วนนี้ รวมไปถึงรถยนต์ที่ผู้จำหน่ายอิสระซื้อ และสั่งเข้ามาขายในไทยด้วยนะครับ

สำหรับรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Yaris-2020

1. Toyota Yaris ยอดขาย 151,766 คัน

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 1 ได้ นับว่าไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

อีกทั้งยังมีรุ่นพลังแรงให้เลือก (ที่มีขายในบ้านเราด้วย!) นั่นคือ Toyota GR Yaris ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16E-GTS แบบแถวเรียง 3 สูบ เทอร์โบ DOHC 12 วาล์ว ขุมพลังใหม่ล่าสุด พละกำลังสูง ด้วยความแรงระดับ 261 แรงม้า  พร้อมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด iMT (Intelligent Manual Transmission)

สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 230 กม./ชม. โดยพละกำลังทั้งหมดจากเครื่องยนต์ จะถูกถ่ายทอดผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า “GR-FOUR”

Toyota Raize

2. Toyota Raize ยอดขาย 126,038 คัน

Toyota Raize (โตโยต้า ไรซ์) รถ Crossover ขนาดเล็กยอดนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ที่มีคู่แฝดร่วมกันกับ Daihatsu Rocky (ไดฮัทสุ ร็อคกี้) ซึ่งมีการดีไซน์ที่คล้ายกับ Toyota RAV4 รุ่นใหม่อยู่ไม่น้อย พร้อมกันชนหน้าทรงสปอร์ตขนาดใหญ่ และไฟตัดหมอก กับไฟ Daytime Running Light ทรงแนวนอน พร้อมไฟท้ายแบบ LED กับห้องโดยสารภายใน ที่นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีมากถึง 369 ลิตร

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรหัส 1KR-VET แบบ 3 สูบ DOHC Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 140 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Dynamic Torque Control 4WD ให้เลือก

Toyota Corolla 2020

3. Toyota Corolla ยอดขาย 118,276 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback กับรุ่นแวกอนอย่าง Touring ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan, Sport และ Tourubg มีให้เลือก 2 รุ่นเครื่องยนต์ ตั้งแต่เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda Fit 2020

4. Honda Fit ยอดขาย 98,210 คัน

Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากสุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งในญี่ปุ่นยังคงขายดี ที่แม้ว่าจะไม่ทำตลาดในไทยด้วยโฉมนี้แล้วก็ตาม

สำหรับ Honda Fit รหัส GR มาด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มีให้เลือกด้วยกันหลายสไตล์ เช่น Basic, Home, Ness, Luxe แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เริ่มเอาใจคนชอบรถสายสุยอย่าง Crosstar ร่วมกับรุ่นไฮบริดอย่าง Honda Fit e:HEV ให้เลือกเช่นเคย

โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว สำหรับห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาให้เป็นครั้งแรก

ขุมพลังรุ่นพื้นฐานมีขนาด 1.5 ลิตร รหัส L13B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส LEB ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Alphard 2020

5. Toyota Alphard ยอดขาย 90,748 คัน

Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) ยังคงเป็นรถแวนขนาดหรู ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในญี่ปุ่นและในไทย แถมในปี 2020 ยังมาพร้อมตัวเลขยอดขายสูงที่สุดในรอบ 10 ปี!

มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายด้วยชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายแบบ Kick activated เพิ่มสุนทรียภาพในทุกการเดินทางด้วยเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 10.5 นิ้ว และด้านหลังขนาด 13.3 นิ้ว ที่สามารถรองรับ Apple car play ตลอดจนลำโพง JBL 17 ตัว

นอกจากนี้ยังมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) กล้องวิดีโอบันทึกภาพติดรถยนต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Digital Video Recorder) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด อย่าง Toyota Safety Sense เจเนอเรชั่นที่ 2

ขุมพลังพื้นฐานมีเป็นแบบเบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 206 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 – 4,800 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวหน้าให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า และตัวหลัง 68 แรงม้า โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

และขุมพลังเบนซินขนาด 3.5 ลิตร รหัส 3GR-FKS แบบ V6 DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S ให้แรงม้าสูงสุด 296 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 361 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 – 4,700 รอบ/นาที

Toyota Roomy 2020-2021

6. Toyota Roomy ยอดขาย 87,242 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Daihatsu Thor อีกด้วย เพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที

และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Honda Freed 2020

7. Honda Freed ยอดขาย 76,283 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota Sienta 2020

8. Toyota Sienta ยอดขาย 72,689 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan Note 2020-2021

9. Nissan Note – ยอดขาย 72,205 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) รถ Sub-Compact โฉมใหม่ล่าสุดจาก Nissan ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 ก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างยอดขายแบบพุ่งกระฉูดได้แบบไม่ยาก

โดย Nissan Note โฉมล่าสุดนี้ถูกออกแบบใหม่หมด มาพร้อมความคล้าย Nissan Leaf หน่อยๆ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง V-Motion ไฟหน้าแบบ LED แบบ 4 ดวงในแต่ละข้าง ส่วนไฟท้ายเป็นรูปทรงแนวนอน พร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว มีสีตัวถังให้เลือกเยอะถึง 13 สี และสามารถเลือกหลังคาแบบสีดำได้

ส่วนภายในห้องโดยสารหรูหราขึ้นมาก แผงคอนโซลแบบสองชั้น ส่วนคอนโซลกลางมาพร้อมคันเกียร์ไฟฟ้า ติดตั้งเบาะนั่ง Zero Gravity พร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่ เสริมด้วยจอ Infotainment ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ติดตั้งระบบ ProPILOT with Navi-link สามารถปรับความเร็วตามป้ายจำกัดความเร็วได้อัตโนมัติ รวมถึงลดความเร็วก่อนเข้าโค้งได้

ขุมพลัง e-Power พัฒนาให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 6% และแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 10% เป็นแบบเบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 82 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร (รุ่น 4WD มีมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลัง ขนาด 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร เพิ่มมาให้ด้วย) มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Voxy 2020-2021

10. Toyota Voxy – ยอดขาย 69,517 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

เช็คราคารถมือสอง Toyota Fortuner

รถยนต์อเนกประสงค์ที่ขายดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่งของโตโยต้า นั่นคือ “Toyota Fortuner” (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2548 ของโครงการ IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์อย่างล้นหลาม ยอดจองมากมาย อีกทั้งความทนทาน อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง ราคามือสองไม่ตกมาก Fortuner ยังคงเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV ในประเทศไทย และยังเป็นรถยอดฮิตในตลาดต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันขายมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 แล้ว

ย้อนไปเวลานั้น … หลายคนอาจจะซื้อรุ่นนี้ ในตอนที่ยังเป็นรถป้ายแดงไม่ไหว เนื่องจากมีราคาอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านกว่าบาทได้ ก็ต้องมามองหารถมือสองดู เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า และสามารถนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจ หรือจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นได้ อีกทั้งเวลาขายต่อก็ไม่ขาดทุนมาก เนื่องจากเป็นรถที่คนนิยมอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นรถที่หลายคนมักบอกว่าไฟหน้าชอบแยงตารถคันอื่นก็ตาม เพราะตัวรถสูงนั่นเอง ฮ่า ฮ่า

ที่นี้เรามาดูกันครับว่า เช็คราคารถมือสอง Toyota Fortuner (ประจำปี 2564) ตอนนี้ มีราคาในท้องตลาดที่ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2004 (ปลายปี) – 2008

  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 400,000 บาท
  • 3.0 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 500,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Exclusive (ปี 2005-2006) ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Smart (ปี 2006-2007) ราคามือสองโดยประมาณ 430,000 – 500,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 370,000 – 420,000 บาท

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2008 – 2011

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 580,000 – 730,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 495,000 – 780,000 บาท
  • 3.0 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 950,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 800,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto (ปี 2009) ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 750,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto II ปี 2010) ราคามือสองโดยประมาณ 750,000 – 850,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo I / II (ปี 2009-2010) ราคามือสองโดยประมาณ 625,000 – 800,000 บาท

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2011 – 2015

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 540,000 – 650,000 บาท
  • 2.5 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 580,000 – 700,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 450,000 – 600,000 บาท
  • 3.0 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 760,000 บาท
  • 3.0 V 2WD 50 ปี โตโยต้า (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 700,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo (ปี 2012 – 2015) ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 850,000 บาท

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2015 – 2020

  • 2.4 G MT 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 780,000 – 1,000,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 1,150,000 บาท
  • 2.7 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 870,000 – 1,150,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 870,000 – 1,250,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 880,000 – 1,250,000 บาท
  • 2.8 V 4WD TRD Sportivo ราคามือสองโดยประมาณ 1,050,000 – 1,450,000 บาท

Toyota-Fortuner-Legender

Toyota Fortuner โฉมปี 2020 – ปัจจุบัน

  • ราคามือสองโดยประมาณ 1,100,000 – 1,450,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหนอย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall