New-Car-Promotion-Motorshow-2020

สวัสดีในเดือนกรกฎาคม ที่ตอนนี้โควิด-19 ในบ้านเราจะไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศมาหลายสิบวันแลเว แต่ทุกภาคส่วนก็ยังคงเฝ้าระวัง รวมไปถึงการผ่อนคลายมาตราการทางสังคมระยะต่างๆ ซึ่งก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากเลยทีเดียว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว การขนส่งต่างๆ ฯลฯ

แม้แต่การจัดงานขนาดใหญ่ ก็ยังถูกให้เลื่อน หรือยกเลิกไปเป็นแถว ไม่เว้นแม้กระทั่งงาน Motor Show 2020 ที่เป็นการเลื่อนการขัดงานครั้งแรกในรอบ 40 ปี ซึ่งในปีนี้ ถูกเลื่อนกันมา 3 ครั้ง เป็นกาจัดงานในวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 แทน โดยมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายหลายรุ่นไปเปิดตัวกันในงานนี้ อาทิเช่น Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30, Nissan Kicks, Suzuki XL7, Porsche Taycan หรือ Land Rover Defender เป็นต้น

แต่ถ้าคุณอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Show 2020 และในเดือนกรกฎาคม 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไขสิทธิ์ซื้อ Modellista Special Edition Set

  • Modellista Special Edition Set และประกอบไปด้วย 1.) ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) 2.) หลังคาเคลือบฟิล์มดำ 3.) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic พร้อมยาง
  • ราคาดังกล่าว รวมราคารับซื้อล้อและยางที่ติดตั้งมาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรวมค่าทำสีและติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • หลังคาเคลือบฟิล์มดำรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • ยางดัลลอป แอลเอ็ม 705 (Dunlop LM705) รับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่าย
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ติดตั้งและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ผ่านระบบ Toyota Privilege More และรับรถยนต์ CAMRY ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

เงื่อนไขสิทธิ์ซื้อ Modellista Special Edition Set

  • Modellista Special Edition Set และประกอบไปด้วย 1.) ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) 2.) หลังคาเคลือบฟิล์มดำ 3.) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic พร้อมยาง
  • ราคาดังกล่าว รวมราคารับซื้อล้อและยางที่ติดตั้งมาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรวมค่าทำสีและติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • หลังคาเคลือบฟิล์มดำรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • ยางดัลลอป แอลเอ็ม 705 (Dunlop LM705) รับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่าย
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ติดตั้งและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ผ่านระบบ Toyota Privilege More และรับรถยนต์ CAMRY ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

New Fortuner Wisdom of a Leader

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • รับสิทธิ์การขยายการรับประกันคุณภาพต่อเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีหรือภายในระยะทาง 100,000 กม. เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือภายในระยะทาง 150,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน พร้อมการตราวจสอบฟรีตามระยะ 100,000 กม.
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563

เงื่อนไขราคาแนะนำ

  • เมื่อซื้อรุ่นมาตรฐานทุกรุ่น รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาทสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563
  • เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 กรกฎาคม 2563

All-New Nissan Kicks e-POWER

All-New Nissan Kicks e-Power V

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power VL

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

New Nissan Terra V

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น V เท่านั้น

New Nissan Terra VL

  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพ็กเกจ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น

Nissan Note Test Drive At Home

Note

Nissan Note E 19MY

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท, ค่างวด 8,732 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,366 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 39,294 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,800 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.38% และงวดที่ 61 (185,150 บาท), คำนวณจากรุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    *ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และเฉพาะรุ่น E 19MY เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น S MT ราคา 420,000 บาท, ค่างวด 6,933 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 3,467 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 31,203 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท* (คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.18%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

Nissan Almera Test Drive At Home

Almera

  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 4.84%, รุ่น V ราคา 599,000 บาท, ค่างวด 9,662 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,831 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 43,479 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V เท่านั้น
    ** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น

NISSAN TEANA

Leaf

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

New Nissan X-Trail

X-Trail

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN SYLPHY

Sylphy

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN TEANA

Teana

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Nissan Navara Test drive at home

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น DC Black Edition 19MY&20MY ราคา 877,000 บาท, ค่างวด 14,475 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 7,238 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 65,142 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95%, รุ่น KC Black Edition 19MY&20MY ราคา 790,000 บาท, ค่างวด 13,401 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,701 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 60,309 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท, ค่างวด 13,562 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,781 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 61,029 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,400 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16%, ดอกเบี้ย 1.53% และงวดที่ 61 (279,825), คำนวณจากรุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab Calibre EL 6MT เท่านั้น

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018, 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC S ราคา 637,000 บาท, ค่างวด 10,806 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 5,403 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 48,627 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16.4%, ดอกเบี้ย 3.86% และงวดที่ 61 (222,950), คำนวณจากรุ่น KC S ราคา 637,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

All-New-Honda-City-2020

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE

  • ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 1 ก.ค. 63 – 30 ก.ค. 63

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%*
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89% พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99 %* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ
รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0%* พร้อม “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ** ผ่อนเริ่มต้น 6,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 2.29 %* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษสุด!
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 0 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !
รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน

Mazda

All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 0%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ช่วยผ่อนนาน 2 ปี รวมมูลค่า 48,000 บาท
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

all-Model-Promotion

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show สำหรับออกรถยนต์มิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2563

  • ขับฟรี 90 วัน (1)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

(1) เลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไป 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเช่าซื้อ โดยเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรมเป็นไปตามที่สถาบันที่ร่วมรายการกำหนด

Mirage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,901 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Attrage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,150 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Xpander

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Xpander Cross

  • ราคาแนะนำ 899,000 บาท
  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

(1) ราคาเปิดตัว 899,000 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ รุ่น 1.5 4AT CROSS (SUV Version) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว เป็นราคาเฉพาะในช่วงระยะเวลาเปิดตัวสำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

New Pajero Sport

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • เลือกรับ ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี หรือ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ 7 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Triton 4WD

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ Premium Package

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab 4WD 2.4GT Premium 6AT (19MY) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Triton Athlete

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 4,252 หรือ ดาวน์ เริ่มต้น 65,250 บาท
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab Plus 2.4GT-P 6AT ATHLETE ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
ทุกรุ่นรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท*(2) หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%* (4)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 40,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ1,999 บาท ดาวน์ 20.13% (เงินดาวน์ 64,027 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น New Suzuki CIAZ GL CVT ราคา 559,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท ดาวน์ 15.90% (เงินดาวน์ 88,888 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท ดาวน์ 24.33% (เงินดาวน์ 131,645 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 659,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท ดาวน์ 16.07% (เงินดาวน์ 105,869บาท) ผ่อน 84 งวด
*(3) บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้ได้เฉพาะกับสถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เท่านั้น จัดส่งโดยผู้จำหน่ายภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิ รุ่น Swift ดอกเบี้ย 1.09% ที่ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 8,822 บาท คำนวณจากรุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 135,250 บาท) ผ่อน 48 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga และ Carry ที่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อตามเงื่อนไขสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือซื้อรถยนต์เป็นเงินสด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 เท่านั้น โดยกลุ่มลูกค้าที่รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ดังนี้
1. เจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท เพียงแสดงเอกสารรายการจดทะเบียนเจ้าของรถ และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพื่อประกอบการใช้สิทธิ์
2. กลุ่มลูกค้าข้าราชการประจำ รวมถึงพนักงานราชการ (ลูกจ้างสัญญาจ้าง) ลูกจ้างประจำและชั่วคราว พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบริษัทในเครือ และ กลุ่มพนักงานบริษัทมหาชน รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้ซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่เท่านั้น
3. ลูกค้านำรถยนต์รุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาเทิร์นและซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ รับส่วนลดเพิ่มเติม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น เงื่อนไข สำหรับรถเก่า 1 สิทธิ์ ต่อการซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ 1 คัน
*(6) โปรแกรมขับฟรี 90 วัน (เริ่มชำระค่างวดหลังจากรับรถ 90 วัน) สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
** บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ค้นหาผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

 

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9 ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ดาวน์ต่ำ 27,350 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

 

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4 ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ดาวน์ต่ำ 33,750 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 4×4 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,496 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,296 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 30,250 บาท คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(5) ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,253 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,053 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 34,300 บาท คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

 

อีซูซุวี-ครอส 4X4 ใหม่หมด! พลานุภาพ…พลิกโลก!

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม – เมษายน 2563
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. ดาวน์เริ่มต้น 54,950 บาท คำนวณจากอีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน กรณีดาวน์ 5% ดอกเบี้ย 1.8% ผ่อน 48 เดือน
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม 2563
  3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของ อีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดหรือรับข้อเสนอพิเศษอื่นๆที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

ข้อเสนอพิเศษเดียวกับมอเตอร์โชว์ ซูบารุ เอ็กซ์วี ทุกรุ่น ขับฟรีตลอดปี 2020 พร้อมดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1*

ซูบารุ เอ็กซ์วี พร้อมชุดแต่งจีที สร้างขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บริษัท วิศวกรรมชื่อดัง กิเคน และ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี จากซูบารุ คอร์ปอเรชั่น ชุดแต่งจีที ในซูบารุ เอ็กซ์วี

มีองค์ประกอบสี่อย่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ครั้งนี้มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด และระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงานมอเตอร์โชว์

  • ขับฟรีตลอดปี 2020
  • ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ประกันคุณภาพ 5 ปี

ข้อเสนอพิเศษเดียวกับมอเตอร์โชว์ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่น ขับฟรีตลอดปี 2020 พร้อมดอกเบี้ย 0.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1*
ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ชุดแต่ง จีที รุ่นพิเศษประกอบด้วยอุปกรณ์ 5 ชิ้น คือ สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคา และปลายท่อไอเสีย ล้ออัลลอยสั่งทำพิเศษขนาด 18 นิ้ว เบาะหนังแบบทูโทนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องโดยสารของแกรนด์ ทัวร์เรอร์สมรรถนะสูงจากเยอรมนีและอังกฤษ รถยนต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความอเนกประสงค์ที่มีเฉพาะในรถยนต์ซูบารุเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด พร้อมระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงานมอเตอร์โชว์

  • ขับฟรีตลอดปี 2020
  • ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ประกันคุณภาพ 5 ปี

ซูบารุปันสุข ออกซูบารุ บีอาร์ซี หรือดับบลิวอาร์เอ็กซ์วันนี้ ซูบารุสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาท*

Ford

Retail Campaign Q4 on Latest Offer

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 กรกฏาคม 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure สำหรับรุ่น Trend, Titanium, Titanium + 4×2 และ 4×4

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure พร้อมฟรี “โปรแกรม Ford Beyond พร้อมดูแลคุณ นาน 5 ปี”

Ford Beyond: คลิกเพื่อดูรายละเอียด

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

Chevrolet

ข้อเสนอพิเศษ

ลดล้างสต๊อก

นอกจากส่วนลดพิเศษสุดเร้าใจแล้ว รถยนต์เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าอยู่เช่นเดิม

อาทิ

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ครอบคลุมค่าแรงช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ศูนย์บริการและอะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1734 ตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3

  • รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน มูลค่า 36,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 57,000 บาท

MG5

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%  
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG6

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 24,000 บาท

MG GS

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG ZS

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท [1]
  • ขับฟรี 3 เดือน[2]
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.89% [3]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [4]

มูลค่ารวมกว่า 44,000 บาท

MG ZS EV

  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด 
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

มูลค่ารวมกว่า 91,000 บาท

MG HS

  • ราคาเริ่มต้นพิเศษ  885,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 52,000 บาท

MG EXTENDER:

MG Worry Free Campaign

  • ดาวน์เริ่มต้น 0%
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาท

เงื่อนไขลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์

  • กลุ่มอาชีพพนักงานบริษัท ที่มีการรับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น
  • กลุ่มอาชีพข้าราชการ หมายรวมถึง พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานของรัฐ, ตำรวจ/ทหาร และข้าราชการตุลาการ

MG V80

พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท *
มูลค่ารวม 65,000 บาท

Hyundai

ระยะเวลา: 1 พฤษภาคม 2563 – 30 มิถุนายน 2563

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้

(3) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขในข้อ (1) และ (2) ได้

(4) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (3) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring หรือ ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท

Mercedes-Benz

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น

รับข้อเสนอดีๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น*

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25%

รับมอบรถยนต์และเริ่มทำสัญญากับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

*ยกเว้นรุ่น C 300 e AMG Sport, รถแวนและสปรินเตอร์

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon the ALL-IN Offers

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon The ALL-IN Offer

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ PHEV คันใหม่
C 300 e AMG Sport/ C 300 e Avantgarde/ C 300 e AMG Dynamic/
E 300 e AMG Dynamic/ E 300 e Avantgarde/ E 300 e Exclusive/
E 350 e AMG Dynamic/ E 350 e Avantgarde/ E 350 e Exclusive/
GLC 300 e 4MATC AMG Dynamic/ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic/
S 560 e AMG Premium

  • รับข้อเสนอสุดพิเศษ ซื้อ Wallbox ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถามที่ผู้จำหน่ายฯ)

โดยรับมอบรถยนต์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท

รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คันใหม่ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง พร้อมทั้งทำประกันภัยชั้นหนึ่งกับแผนประกันภัย MB Protection ซึ่งประกันภัยโดย บมจ. วิริยะประกันภัย, บมจ. อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ. ไทยศรีประกันภัย

เงื่อนไข

• สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ออกรถยนต์ใหม่เมอร์เซเดส-เบนซ์หรือเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น (ไม่รวมรถยนต์ทดลองขับ รถประเภทฟลีท รถบรรทุก และรถบัส) กับผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และทำสัญญาทางการเงินทุกประเภทกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง กับแผนประกันภัย MB Protection โดยลูกค้าต้องยื่นเอกสารขอสินเชื่อ รับมอบรถยนต์ และเริ่มต้นสัญญาระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2563

• ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะได้รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาทต่อสัญญา • รายการส่งเสริมการขายดำเนินการโดย บริษัท โคโรเนท โบรกเกอร์ จำกัด และจะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันให้กับลูกค้าภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตามที่อยู่ในการจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัย

• สิทธิ์พิเศษข้างต้นไม่สามารถแลกเป็นเงินสด ส่วนลด หรือผลปรโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น และ/หรือ โอนให้ผู้อื่นได้ หากมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกกรมธรรม์หรือสัญญาที่อาจจะส่งผลถึงเงื่อนไขการรับสิทธิ์ข้างต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาการรับสิทธิ์ดังกล่าว

Motor Show 2020

BMW

ข้อเสนอ MOTOR SHOW 2020 จาก BMW เริ่มแล้ววันนี้

รับอัพเกรด BSI Maintenance เป็น 6 ปี สำหรับผู้ที่จองรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นพร้อม BSI Ultimate package

1. รับอัพเกรด BSI เป็น 6 ปี
2. การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
3. สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

พบกันได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือที่ผู้จำหน่ายฯ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BMW Contact Center โทร 1397

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์เดือนพฤษภาคม สามารถสร้างยอดขาย 40,418 คัน ลดลง 54.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 65.1% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 47.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่า สถานการณ์การขายของเดือนพฤษภาคม มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมา สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ทยอยประกาศผ่อนปรนมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บางธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรนเริ่มทยอยกลับมาดำเนินงาน ซึ่งส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงอยู่ในช่วงของการค่อยๆ ฟื้นตัว ทำให้ผู้บริโภคยังระวังเรื่องใช้จ่ายอยู่ รวมถึงภาครัฐฯต้องออกมาตรการดูแลและเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ด้วย ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่ไทยที่เดียว แต่เป็นเหมือนกันทั้งโลก

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 5 เดือน มีปริมาณการขาย 270,591 คัน ลดลง 38.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 42.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 35.6%

ส่วนในเดือนมิถุนายน 2563 จากการที่ภาครัฐฯ ได้ผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ในระยะที่ 3 และไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ กับได้มีการคลายล็อกระยะที่ 4 มีผลบังคับใช้วันที่ 15 มิถุนายน โดยให้กิจการและกิจกรรมอีกหลายประเภท กลับมาดำเนินธุรกิจได้ภายใต้มาตรการที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์ในเดือนมิถุนายน น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤษภาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 40,418 คัน ลดลง 54.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 13,611 คัน ลดลง 53.7% ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
10,130 คัน ลดลง 35.3% ส่วนแบ่งตลาด 25.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 4,178 คัน ลดลง 62.8% ส่วนแบ่งตลาด  10.3%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 11,733  คัน ลดลง 65.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 3,557 คัน ลดลง 62.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.3%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 3,514 คัน ลดลง 59.2% ส่วนแบ่งตลาด 29.9%
อันดับที่ 3 ซูซูกิ 1,218 คัน ลดลง 37.3% ส่วนแบ่งตลาด 10.4%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 28,685 คัน ลดลง 47.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 10,130 คัน ลดลง 35.3% ส่วนแบ่งตลาด 35.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,054 คัน ลดลง 49.2% ส่วนแบ่งตลาด 35.0%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,823 คัน ลดลง 50.9% ส่วนแบ่งตลาด  6.4%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 23,137 คัน ลดลง 47.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 9,318 คัน ลดลง 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 9,138 คัน ลดลง 48.2% ส่วนแบ่งตลาด 39.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 1,823 คัน ลดลง 50.9% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,570 คัน
โตโยต้า 1,308 คัน- มิตซูบิชิ 420 คัน – อีซูซุ 363 – คัน- ฟอร์ด 277 คัน – นิสสัน 181 คัน – เชฟโรเลต 21 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 20,567 คัน ลดลง 46.8%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 8,955 คัน ลดลง 32.5% ส่วนแบ่งตลาด 43.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 7,830 คัน ลดลง 48.4% ส่วนแบ่งตลาด 38.1%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 1,403 คัน ลดลง 48.2% ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 270,591 คัน ลดลง 38.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
80,856 คัน ลดลง 43.3% ส่วนแบ่งตลาด 29.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 59,393 คัน ลดลง 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 21.9%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
35,504 คัน ลดลง 32.4% ส่วนแบ่งตลาด 13.1%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 98,948 คัน ลดลง 42.2%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 29,702 คัน ลดลง 25.3% ส่วนแบ่งตลาด 30.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
25,124 คัน ลดลง 50.4% ส่วนแบ่งตลาด 25.4%
อันดับที่ 3 นิสสัน
10,908 คัน ลดลง 34.5% ส่วนแบ่งตลาด 11.0%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 171,643 คัน ลดลง 35.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
59,393 คัน ลดลง 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
55,732 คัน ลดลง 39.4% ส่วนแบ่งตลาด 32.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
12,854 คัน ลดลง 39.5% ส่วนแบ่งตลาด 7.5%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 136,833 คัน ลดลง 37.2%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
55,205 คัน ลดลง 21.3% ส่วนแบ่งตลาด 40.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
48,890 คัน ลดลง 40.4% ส่วนแบ่งตลาด 35.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
12,854 คัน ลดลง 39.5% ส่วนแบ่งตลาด 9.4%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 13,985 คัน
โตโยต้า 5,381 คัน – มิตซูบิชิ 3,265 คัน – อีซูซุ 2,448 คัน – ฟอร์ด 1,786 คัน – นิสสัน 495 คัน –เชฟโรเลต 610 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 122,848 คัน ลดลง 35.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
52,757 คัน ลดลง 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 42.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
43,509 คัน ลดลง 37.8% ส่วนแบ่งตลาด 35.4%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
9,589 คัน ลดลง 38.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.8%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคโควิด-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

10-Most-Valuable-Auto-Companies-In-The-World

ในโลกของเรานี้มีบริษัทรถอยู่มากมาย บางยี่ห้อสามารถพาตัวเองขึ้นมาเป็นมูลค่าอันดับต้นๆ ของโลกได้ ต้องสั่งสมคุณภาพและมาตรฐาน เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ใช้รถได้ยาวนานนับหลายสิบปี หรือร้อยปี จนสามารถผลิตรถได้หลายล้านคันต่อปี และมีโรงงานผลิตกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

การที่บริษัทรถหลายแห่งได้รับความเชื่อใจจากลูกค้ามากมายทั่วโลก ก็ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พุ่งขึ้นตาม นักลงทุนเชื่อว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายและกำไรได้มาก นั่นก็หมายถึงเงินปันผลที่เขาจะได้รับก็มากไปด้วยเช่นกัน และในขณะเดียวกัน บริษัทรถที่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ หรือลูกค้าเสียความเชื่อมั่น ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น และฐานะทางการเงินของบริษัทโดยเลี่ยงไม่ได้

MR.CARRO ขอนำรายละเอียด 10 อันดับ บริษัทรถยนต์ มูลค่ามากที่สุดในโลก ประจำปี 2020 มาฝากทุกท่านครับ

Tesla-One-Million-Cars-Production

1. Tesla

Tesla มูลค่าบริษัท 200.28 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ก็ว่าได้ สำหรับ Tesla ที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อ 1 กรกฎาคม 2003 โดย Martin Eberhard และเพื่อนของเขา Marc Tarpenning ที่ต้องการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับความสปอร์ตและหรูหรา แล้วก็นำชื่อของ Nikola Tesla ผู้ค้นพบวิธีการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟแบบใช้ก๊าซให้แสงสว่าง เป็นต้น

ต่อมา Elon Musk เห็นว่าแนวคิดตรงกัน เลยเข้ามาลงทุนในบริษัทนี้ พร้อมกับผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกจำหน่าย โดยใช้เวลาเพียง 16 ปี ก็สามารถเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกได้

ทุกวันนี้ Tesla เปรียบได้กับตัวแทนของเทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต

Toyota-Century

2. Toyota

Toyota มูลค่าบริษัท 172.61 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

จากบริษัทโรงงานทอผ้า Toyoda Automatic Loom Works ที่ก่อตั้งโดย Sakichi Toyoda ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชานักประดิษฐ์” ของญี่ปุ่น ในปี 1929 ได้ขายสิทธิบัตรการผลิตเครื่องทอผ้าอัตโนมัติให้กับ Platt Brothers & Co ประเทศอังกฤษ พร้อมกับนำเงินทุนมาตั้งบริษัท Toyota Motor ลุยกับการผลิตรถยนต์อย่างเต็มตัว

โดย Kiichiro Toyoda ทำหน้าที่รับช่วงต่อ เริ่มผลิตรถ Toyoda AA (โตโยดะ เอเอ) ออกจำหน่ายในปี 1936 จนก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 1 ของโลกของยานยนต์ ที่ครองใจคนใช้รถไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ Toyota ได้แก่ Toyota, Lexus, Daihatsu, Hino และยังถือหุ้นใน Mazda กับ Subaru อีกด้วย

Bye-Bye-Volkswagen-Beetle

3. Volkswagen

Volkswagen มูลค่าบริษัท 78.24 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

เป็นรถที่เกิดขึ้นในยุค Aldorf Hitler (อดอล์ฟ ฮิตเลอร์) หัวหน้าพรรคนาซี เป็นผู้นำประเทศ ในยุคเผด็จการฟาสซิสต์ขวาจัดตกขอบ ผู้สังหารหมู่ชาวยิวนับล้านคนและนำทัพเยอรมนีบุกไปหลายประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1937 ได้มีแนวคิดสร้างรถยนต์สำหรับประชาชนขึ้น โดยตั้งชื่อว่า Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) ตามภาษาเยอรมันที่คำว่า Volk แปลว่า ประชาชน ส่วน Wagen แปลว่า รถยนต์ รวมกันแล้วเป็น “รถยนต์ของประชาชน”

ปัจจุบัน แบรนด์รถในเครือ Volkswagen มีหลายยี่ห้อ ได้แก่ Volkswagen, Porsche, Audi, Bugatti, Bentley, Lamborghini, Skoda, Scania, MAN, Neoplan และ Ducati เป็นต้น

Honda-Civic-Hatchback

4. Honda

Honda มูลค่าบริษัท 43.57 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

Honda ก่อตั้งเมื่อปี 1948 โดย Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนดา) ลูกช่างตีเหล็กแห่งเมืองฮารามัตสุ ผู้หลงไหลในยานยนต์ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ได้ฉายาว่าเป็น Henry Ford ของญี่ปุ่น เริ่มต้นจากการตั้งสถาบันเทคโนโลยีฮอนด้า เริ่มผลิตรถจักรยานติดเครื่องยนต์ รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะก้าวมาสู่การผลิตรถยนต์ รวมไปถึงเครื่องตัดหญ้า เครื่องปั่นไฟ เครื่องยนต์เรือ เครื่องบินเจ็ท และขยายกิจการไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ Honda ได้แก่ Honda และ Acura

5. Daimler

Daimler มูลค่าบริษัท 43.40 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

ชื่อ “Daimler” มาจากบริษัท Daimler Motoren Gesellschaft ของ Gottlieb Daimler (กอตต์ลีบ เดมเลอร์) ผู้ประดิษฐ์รถยนต์ 4 ล้อคันแรกของโลก ที่ถูก Wilhelm Maybach (วิลเฮลม์ มายบัค) เข้ามาสืบทอดกิจการต่อ

ในปี 1926 ได้รวมเข้ากับบริษัท Benz Cie & Co. จึงจับชื่อมาชนกัน แล้วขายรถในชื่อ “Mercedes-Benz” ตั้งแต่ปี 1926 แต่ยังคงใช้ชื่อบริษัทว่า Daimler-Benz ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Daimler-Chrysler เมื่อคราวรวมกิจการกับ Chrysler ในปี 1998 และกลับมาใช้ชื่อ Daimler AG อีกครั้งในปี 2007 หลังจากการแยกตัวของ Chrysler

แบรนด์รถในเครือ Mercedes-Benz ได้แก่ Mercedes-Benz, Smart, Maybach, AMG, Freightliner, Western Star, Bharat Benz, Setra, Fuso, Starliner

Ferrari-SF90-Stradale

6. Ferrari

Ferrari มูลค่าบริษัท 42.29 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Enzo Ferrari (เอนโซ่ เฟอร์รารี่) นักแข่งรถยนต์ในตำนาน เมื่ออายุ 42 ปี ในปี 1940 ซึ่งเคยเป็นนักแข่งรถให้ทาง Alfa Romeo มาก่อน เพื่อผลิตรถแข่งและผลิตรถสปอร์ต ที่มีชื่อเสียงก้องโลกในปัจจุบัน

BMW-Series-3-2019

7. BMW

BMW มูลค่าบริษัท 41.11 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

บีเอ็มดับเบิลยู ถือกำเนิดขึ้นในปี 1916 ที่เยอรมนี โดยวิศวกรเครื่องกลชาวบาวาเรีย 2 คน คือ Carl Rapp และ Max Friz ซึ่งเริ่มต้นผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน โดยใช้ชื่อว่า Bayerische Flugzkugwerke AG แต่ในปี 1918 ก็เปลี่ยนมาผลิตรถยนต์แทน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Bayerische Motoren Werke AG ซึ่งแปลว่า งานผลิตรถยนต์ ของคนบาวาเรีย ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ BMW ได้แก่ BMW, Mini และ Rolls-Royce

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

8. GM

GM มูลค่าบริษัท 36.21 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

GM หรือ General Motors เคยได้ชื่อว่าบริษัทรถที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาก่อน จดทะเบียนครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายน 1908 ในเมือง Flint รัฐ Michigan  และบริหารงานโดย William C. Durant เจ้าของบริษัทผลิตรถม้า ดูแรนท์ ดอร์ท แคร์ริเอจ (Durant-Dort Carriage Company) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Buick โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Charles Stewart Mott เป็นผู้ริเริ่มนำบริษัทควบรวมกับ Buick และภายหลังเขาก็เป็นผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว ก่อนจะขยายกิจการด้วยการซื้อแบรนด์อื่นมารวมใน GM มากมาย

แบรนด์รถในเครือ Chevrolet, Cadillac, Buick, GMC และ Holden

New-MG-HS-2019

9. SAIC Group

SAIC Group มูลค่าบริษัท 28.31 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

SAIC Group หรือ Shanghai Automotive Industry Corporation เป็นกลุ่มธุรกิจรถยนต์ที่จัดเป็น 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของบริษัทรถในจีน มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รวบรวมบริษัทรถหลายแห่งในจีน และในส่วนที่ร่วมผลิตรถยนต์กับบริษัทรถยนต์ของต่างชาติ มารวมกันเป็น SAIC Group ในปี 2011

แบรนด์รถในเครือ SAIC ได้แก่ MG, Maxus, Roewe, Wuling, Baojun และ Sunwin เป็นต้น

BYD-M3

10. BYD

BYD มูลค่าบริษัท 25.18 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

BYD หรือ Build Your Dreams ก่อตั้งเมื่อปี 1995 โดย Wang Chuanfu เติบโตมาจากบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับมือถือ ต่อมาในปี 2002 BYD เข้าซื้อกิจการของบริษัท Tsinchuan Automobile หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน. ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น BYD Automobile Co.,Ltd.

ซึ่ง BYD นับตั้งแต่ปี 2008 เริ่มเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาจำหน่ายมากเป็นพิเศษ จนถึงขนาด Warren Buffet เข้ามาซื้อหุ้นของ BYD บริษัทแม่ถึง 10% (คิดเป็นเงิน ณ ตอนนั้นราว 230 ล้านเหรียญ) จัดได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก (ในแง่ความหลายหลายของผลิตภัณฑ์ มีทั้งรถยนต์ รถบัส รถบรรทุกไฟฟ้า และโรงงานผลิต เป็นต้น) ที่ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว

แบรนด์รถในเครือ BYD ได้แก่ BYD และ Denza เป็นต้น

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Toyota-TRD-2000

ย้อนกลับไปในยุค 90 ช่วงนั้นรถแต่งรถแรง ยังไม่ได้เป็นที่นิยมเป็นวงกว้าง ถึงขั้นที่ว่าค่ายรถต่างๆ ต้องผลิตออกมาเอาใจตลาดแบบในปัจจุบัน แต่ก็จะมีคนเฉพาะกลุ่ม (เอาจริงๆ ก็กลุ่มใหญ่พอสมควรเลยล่ะ) ที่นิยมเล่นรถแต่งซิ่งในแนวนี้อยู่ในเวลานั้น จึงเป็นโอกาสทอง ของบรรดาสำนักแต่งต่างๆ ได้แสดงโชว์ฝีมือ และออก “ของแรง” มาให้ได้ซื้อหากัน ในจำนวนจำกัด และราคาสูงมากก็ตาม

ด้านสำนักแต่งที่คู่บุญของ Toyota มานาน อย่าง “TRD” (Toyota Racing Development) ก็ได้ทำการโมดิฟายรถในเครือของ Toyota มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในยุค 90 ชื่อชั้นของ TRD อาจไม่คุ้นหูของคนทั่วไปในไทยนัก

แต่สำหรับคนรักรถโตโยต้าแล้ว ชื่อนี้มีของดีออกมาเยอะ! นับตั้งแต่น้องเล็ก TRD 2000, TRD 2000GT เอาเจ้า MR2 มาแต่ง ไปจนถึงสปอร์ตรุ่นใหญ่ TRD 3000GT ที่จับเจ้า Supra มาแต่งให้แรง

MR.CARRO จะขอนำเสนอ TRD 2000 ในมุมของ User Voice ครับ

TRD-2000-Catalogue

ในปี 1994 ช่วงที่รายการแข่งขันรถยนต์ JTCC (All Japan Touring Car Championship) กำลังฮิตในประเทศญี่ปุ่น Toyota ได้ส่ง Corolla ลงเข้าแข่งขัน ผนวกกับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่กำลังบูม (ก่อนฟองสบู่แตก) ในขณะนั้น

Toyota-TRD-2000

ทางสำนักแต่ง TRD (Toyota Racing Development) และ Toyota Techno Craft Co., Ltd จึงนำ Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ “สามห่วง” ที่รู้จักกันดีในบ้านเรา รุ่นย่อย GT (รหัสรุ่น E-AE101-AEMVF) มาแต่งพิเศษในชื่อ “TRD 2000” เมื่อเดือนตุลาคม 1994 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 99 คัน

Toyota-TRD-2000

สำหรับรถคันที่เรานำเสนออยู่นี้ ได้ถูกเจ้าของรถตกแต่งให้แตกต่างไปจาก TRD 2000 เดิมเล็กน้อย เริ่มต้นตั้งแต่การเปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบเดียวกับ Corolla Wagon (หรือแบบของ Depo ที่ขายในบ้านเรานั่นล่ะ) เลนส์ไฟเลี้ยวแบบใส กระจังหน้านำของ Corolla FX มาใส่ ส่วนล้อนั้นใช้ของ Enkei NT03 และยางขนาด 205/40R17 ของ Dunlop

Toyota-TRD-2000

เครื่องตัวเดียวกับ Celica!

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-GE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งขัน JTCC ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.5 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,140 กิโลกรัม

Toyota-TRD-2000

ของแท้ ต้องมีแผ่นเพลท หน้าตาแบบนี้ จาก Toyota Techno Craft

ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์ 3S-GE ที่อยู่ใน TRD 2000 นี้ มีแรงม้าที่มากกว่าเครื่องยนต์ 4A-GE ที่อยู่ใน Corolla GT ถึง 20 แรงม้า และแรงบิดที่มากกว่า 3.0 กก.-ม.

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามมาตรฐานโหมด 10-15) อยู่ที่ 11.2 กม./ลิตร

Toyota-TRD-2000

สำหรับชุดยางแท่นเครื่องของ TRD ได้ปรับปรุงใหม่ ให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้น

Toyota-TRD-2000

ภายใน ได้อารมณ์สปอร์ตกำลังดี

TRD 2000 มาพร้อมชุดแต่งครบครัน อาทิ คอยล์สปริง TRD, หัวเกียร์ TRD แบบ Quick Shift, ท่อไอเสียคู่ TRD แบบสแตนเลส, โช๊คอัพ TRD, ผ้าเบรก TRD, เหล็กค้ำโช๊คหน้า TRD, ชุดเกียร์ Manual Transaxle แบบ S54 แบบเดียวกับใน Toyota Celica (ST202), สติ้กเกอร์ด้านข้าง และชื่อรุ่นด้านหลัง

ส่วนคันที่เรานำเสนอนี้ ภายในใช้พวงมาลัย 4 ก้านของ MOMO และเบาะนั่งของ Recaro ซึ่งเจ้าของได้ตกแต่งเองเพิ่มเติม

Toyota-TRD-2000

ชุดมาตรวัดจากรุ่นธรรมดา จนดูไม่ว่านี่เครื่องแรง!

ในส่วนของ Option สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ อาทิ ชุดคลัทช์ TRD, เฟืองท้าย TRD แบบ LSD, เหล็กกันโคลง TRD, เบาะนั่ง Konig Prinz P200, พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ 3 ก้าน TRD และล้อแม็ก TRD Type-FT (15X6.5JJ-38) พร้อมยาง Yokohama Grand Prix M5 ขนาด 195/55R15

Toyota-TRD-2000

ราคาตัวรถ 1,726,000 เยน ราคารวมชุดแต่งทั้งหมด 3,350,000 เยน

แต่ความพิเศษของรถรุ่นนี้ ตอนขายก็พิเศษไปด้วยเช่นกัน เพราะขายได้แค่ใน 1 จังหวัด และ 3 จังหวัด ที่ต้องแสดงการมีสถานที่จอดรถเป็นของตนเอง (ถึงจะซื้อได้) อีกทั้งยังไม่ขายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี

แต่ด้วยราคาจำหน่ายที่สูงมาก ทำให้รถรุ่นนี้ ขายไปได้แค่ 10 คันเท่านั้น!

Toyota-TRD-2000

ท่อไอเสียคู่ ติดตั้งมาให้พร้อม

แม้ว่าภายนอกจะดูธรรมดาสามัญ แต่ถ้าเป็นคนเล่นรถ จะรู้เลยว่ารุ่นนี้น่ะ ไม่ธรรมดา!

หากใครสนใจที่จะขายรถคันเก่า อยากขายรถ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express

นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มตามข้างต้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับ CARRO ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

เนื้อเรื่อง / ภาพ โดย Kentaro HIROSHIMA

แหล่งที่มาจาก:

10-Expensive-SUV-PPV-Crossover-In-Thailand

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเรานิยมกันหลายรูปแบบ เป็นรถที่เหมาะกับคนมีครอบครัวใหญ่ ไปไหนไปกันได้หลายคน เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

แต่ด้วยงบประมาณของหลายคนเวลานี้อาจมีจำกัด เนื่องจากโดนวิกฤตโควิด-19 กันไปถ้วยหน้า ทำให้การเลือกรถใช้สักคัน ต้องคำนึงถึงราคา และความประหยัดกันมากขึ้น ดังนั้นรถที่ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จึงค่อนข้างเป็นตัวเลือกในตลาดที่มีเยอะมากที่สุด และมีให้ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

All-New-Mazda-CX-8

1. Mazda CX-8 Skyactiv-D XDL (7 ที่นั่ง) ราคา 1,899,000 บาท

Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) ยืนหนึ่งในกลุ่มรถ SUV ราคาสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท (ถ้าเป็นรุ่น XDL Exclusive ราคาจะขึ้นไปอยู่ที่ 2,069,000 บาท) เพิ่งเปิดตัวไปในบ้านเราเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เป็น SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ที่มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม : Mazda สร้างความตื่นเต้น! เปิดตัว CX-8 ใหม่ ในราคา 1,599,000 – 2,069,000 บาท

All-New Mazda CX-8 ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All” ทุกช่วงเวลา…มีค่าไม่สิ้นสุด ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่งดงาม กับ Concept “Less is More” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม จับกลุ่มลูกค้านักบริหารระดับสูง นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ

ภายในหรูหราด้วยห้องโดยสารโทนสีเข้ม แต่งด้วยวัสดุแบบ Real Wood และสีเงิน Satin Chrome ผสานอย่างลงตัวกับเบาะหนัง Nappa (และหนังสังเคราะห์) สีแดง Deep Red พร้อมระบบเสียง Bose รอบทิศทาง กับลำโพง 10 ตำแหน่ง ที่มอบความสุนทรีย์ และระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว

เครื่องยนต์มาพร้อม 2 ทางเลือก ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ตอบสนองที่รวดเร็วแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) 194 แรงม้า

และในรุ่น XDL Exclusive ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร (รุ่น XDL 7 ที่นั่ง)

Mazda-CX-5-2019

2. Mazda CX-5 Skyactiv-G 2.5 Turbo SP ราคา 1,850,000 บาท

Mazda CX-5 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5) มาพร้อมกับ Concept “เป็นที่สุดในทุกบทบาท” Make All Chapters Remarkable นี้คือรถอเนกประสงค์ที่เป็นที่สุดในคลาส One Class Above ภายใต้การออกแบบ Kodo Design เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งในตัว Turbo รุ่น Top สุดของรุ่น เพิ่งจะเผยโฉมกันไปเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมาเช่นกันครับ

ภายนอกมาพร้อมล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว เฉพาะรุ่น ส่วนภายในตกแต่งด้วยวัสดุสุดประณีต ดุจงานศิลปะ พิถีพิถันทุกรายละเอียดเสมือนงานทำมือ (Hand-Crafted Design) ใช้เบาะหนัง Nappa (และหนังสังเคราะห์) สีแดง Deep Red กับระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilation และระบบเสียง Bose และลายไม้แบบ Real Wood รองรับการเชื่อมต่อ Application บนสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ Mazda Connect บนหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander

จัดว่าเป็นรถ SUV ที่เครื่องแรงทรงพลัง และขับสนุกมากที่สุดอีกคันหนึ่ง โดยใช้ขุมพลังขนาด 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ที่ให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบ Turbo แบบ Dynamic Pressure ระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ตอบสนองรวดเร็วแม่นยำ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

3. Toyota Fortuner 2.8 Legender 4WD ราคา 1,839,000 บาท

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ เองนั้น เพิ่งปรับโฉมล่าสุดไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้เอง ก็ยังเป็นรถอเนกประสงค์ยอดนิยมของคนไทย ทั้งในแบบรถใหม่ หรือรถมือสองก็ตาม โดยโฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือน กรกฎาคม 2558 ภายใต้สโลแกน “Wisdom of a Leader” หรือ “สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ”

อ่านเพิ่มเติม : เจาะจุดเด่น Toyota Hilux Revo 2020 และ Fortuner 2020 ใหม่ มีอะไรน่าสนบ้าง! พร้อมราคาและโปรโมชั่น

มาพร้อมความหรูหรามากขึ้น ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก ปรับกระจังหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแถบกันชนล่างสีเงิน มีหลังคาสีทูโทนให้เลือก ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ และปรับชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่เป็นแบบ LED พร้อมกับ Light Guiding มีกล้องมองภาพรอบคัน พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ ล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว และระบบ Activated Kick Door เปิดประตูหลัง แบบไม่ต้องใช้มือสัมผัส

สำหรับรุ่น Fortuner ธรรมดา ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร GD Super Power ใหม่ ในรุ่น Legender ได้พัฒนาให้มีแรงม้าสูงถึง 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร (Nm) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบ/นาที

และเพิ่มเพลาปรับสมดุล (Balance Shaft) ในเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้าสู่ห้องโดยสาร

ในรุ่น Off-Road เครื่องยนต์มีการปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบต่อนาที เป็น 680 รอบต่อนาที) สามารถลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง

Ford-Everest

4. Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4×4 10AT ราคา 1,799,000 บาท

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) โฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ตัวรถมากับกระจังหน้าใหม่, ชุดไฟหน้า HID, ล้ออัลลอยแบบก้านคู่ Split-Spoke ขนาด 20 นิ้ว ใหญ่โตโอฬาร

ส่วนห้องโดยสารโทนสีดำ ใช้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า และมีหลังคา Panoramic Moonroof ให้ กับระบบ Infotainment แบบ SYNC 3 ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกล้องมองหลัง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และยังรองรับระบบจดจำเสียง และระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยด้วย

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ที่ Everest จะใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ใหม่ แบบ Bi-Turbo แรงม้าสูงสุดมากถึง 213 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Ranger Raptor พร้อมจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด กับระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน

Peugeot-5008

5. Peugeot 5008 ราคา 1,759,000 บาท

Peugeot 5008 (เปอโยต์ 5008) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม กลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา กับตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย Peugeot 5008 SUV 7 ที่นั่ง รถ SUV สุดสวยจากเปอโยต์ ที่ออกแบบโดย Gilles Vidal ที่หน้าตาได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเขี้ยวสิงโต ส่วนไฟท้ายออกแบบเสมือนรอยเล็บของสิงโต Lion Claws พร้อมล้อแม็กขนาดใหญ่ 18 นิ้ว

ห้องโดยสารภายในแบบ “i-Cockpit” สุดล้ำ ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น Dials, Navigation, Driving, Minimal และ Personal พวงมาลัยแบบทรงแบน ปาดด้านบนล่างออก ให้การมองทัศนวิสัยได้ดีขึ้น และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย เบาะแถว 2 ออกแบบให้เลื่อนได้ และพนักพิงปรับเอนได้ พร้อมประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า สามารถแหย่เท้าไปใต้กันชนหลัง เปิดได้โดยไม่ต้องสัมผัส

ขุมพลังที่ใช้ เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส EP6FDT แบบ Direct Injection PURE TECH 4 สูบ Twin Scroll Turbo ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Quickshift มีโหมด M พร้อม Paddle Shift และโหมด Sport และระบบ Advanced Grip Control เปลี่ยนโหมดการขับสำหรับสภาพพื้นผิวต่างๆ ให้เลือกได้สะดวกด้วยปุ่มหมุน

Honda-CR-V-2019

6. Honda CR-V DT EL 4WD ราคา 1,699,000 บาท

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 5 นับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2560 ก็ยังคงขายดีอย่งต่อเนื่อง และเป็น CR-V รุ่นปรกในไทยที่ใช้เครื่อวยนต์ดีเซล i-DTEC พอในปีต่อมา จึงมีรุ่น 5 ที่นั่ง ตามมา เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นรถที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดน้ำหนัก และแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้โลหะเกรดสูง

พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น และเบาะนั่งแถวที่สาม พัฒนาให้นั่งสบายขึ้น พร้อมเพิ่มช่องแอร์บนเพดานอีกด้วย

ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร i-VTEC 173 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด แบบ Shift by Wire (ในรุ่นเครื่องยน์ดีเซล) ระบบขับเคลื่อนใีให้เลือกทั้งแบบขับล้อหน้า และขับ 4 ล้อ Real Time AWD

Nissan-X-Trail-2019

7. Nissan X-Trail 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) จัดเป็นรถ Crossover เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ในบ้านเราเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา มีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบ Hybrid (ไฮบริด) ซึ่งเป็นรถ SUV Hybrid รายแรกในประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม : เจาะลึกจุดเด่น! + ตารางราคา-ผ่อน-ดาวน์ Nissan X-Trail ใหม่

ตัวรถภายนอกปรับปรุงใหม่ ใช้กระจังหน้าทรง V-motion รับกับชุดกันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ LED Daytime Running Light แบบใหม่, ไฟตัดหมอกใหม่, กันชนหลังใหม่ รับกับไฟท้ายทรงบูมเมอแรง, มือเปิดประตูข้างใหม่แบบโครเมียม พร้อมล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว (ในรุ่น Top)

ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เป็นแบบ 7 ที่นั่ง ส่วนรุ่น Hybrid เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร จะเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ภายในแพรวพราวไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ พวงมาลัยใหม่ทรง D-Shaped ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นอัพเกรดใหม่ NissanConnect A-IVI (Audio Entertainment System และ In-Vehicle Infotainment System) รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน ระบบเปิด-ปิดประตูบานท้ายอัตโนมัติ และเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 171 แรงม้า และรุ่น Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 144 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 41 แรงม้า บนระบบส่งกำลังแบบ Xtronic CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด และระบบขับเคลื่อนแบบขับหน้า กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

Suzuki-Jimny-2019

8. Suzuki Jimny (Monotone) ราคา 1,650,000 บาท

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ด้วยการนำเข้ามาจากญี่ปุ่น ราคาจึงค่อนข้างสูง จัดว่าเป็นรถ Off-Road ขนาดเล็กที่มีกลุ่มแฟนคลับอย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่ในยุคของรุ่น Caribian โดยมาพร้อม Concept “Nobody But Jimny”ซึ่งซูซูกิได้ทุ่มเทศึกษาวิจัยและพัฒนารถยนต์ประเภทออฟโรดอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี 1970

แม้ตัวถังจะเหลี่ยมแบบรถออฟโรดยุค 80 แต่ก็เข้ายุคสมัยด้วยชุดไฟหน้า LED มีระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า ไฟท้ายแบบ LED ซุ้มล้อสีดำรอบคัน และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะปรับได้หลายรูปแบบ พื้นที่เก็บของด้านหลังมีหลายจุด และมีช่องจ่ายไฟสำรอง 2 จุด บริเวณคอนโซลหน้าด้านล่าง และที่เก็บของด้านหลัง

มีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับแบบ Segment Display พร้อมระบบ Infotainment Suzuki Smart Connect เชื่อมต่อแบบไร้สาย พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัย Suzuki Safety Support เป็นต้น

ขุมพลังเป็นขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด  หรืออัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมเกียร์ Transfer ในราคาเริ่มต้นที่ 1,580,000 บาท

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

9. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT Premium 4WD ราคา 1,599,000 บาท

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เพิ่งเปิดตัวโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมานี้เอง มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Diesel ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Peugeot-3008

10. Peugeot 3008 ราคา 1,559,000 บาท

Peugeot 3008 (เปอโยต์ 3008) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม กลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา กับตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย Peugeot 3008 SUV 5 ที่นั่ง รถ SUV สุดสวยจากเปอโยต์ ที่ออกแบบโดย Gilles Vidal ที่หน้าตาได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเขี้ยวสิงโต ส่วนไฟท้ายออกแบบเสมือนรอยเล็บของสิงโต Lion Claws พร้อมล้อแม็กขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น 7 ที่นั่งอย่าง 5008 ประมาณ 60 กิโลกรัม

ห้องโดยสารภายในแบบ “i-Cockpit” สุดล้ำ ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น Dials, Navigation, Driving, Minimal และ Personal พวงมาลัยแบบทรงแบน ปาดด้านบนล่างออก ให้การมองทัศนวิสัยได้ดีขึ้น และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย เบาะแถวสอง พื้นที่กว้างขวาง นั่งสบายไม่อึดอัด และเบาะปรับเอนได้ พร้อมประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า สามารถแหย่เท้าไปใต้กันชนหลัง เปิดได้โดยไม่ต้องสัมผัส

ขุมพลังที่ใช้ เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส EP6FDT แบบ Direct Injection PURE TECH 4 สูบ Twin Scroll Turbo ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Quickshift มีโหมด M พร้อม Paddle Shift และโหมด Sport และระบบ Advanced Grip Control เปลี่ยนโหมดการขับสำหรับสภาพพื้นผิวต่างๆ ให้เลือกได้สะดวกด้วยปุ่มหมุน

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ในงบไม่เกิน 2 ล้านบาท น่าจะถูกใจ และเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงตอนนี้ แต่ถ้าใครอยากหาเงินมาโปะรถคันใหม่ได้มากยิ่งขึ้น ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ เราพร้อมตีราคาให้คุณ ให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายได้อย่างไวใน 24 ชั่วโมง!

เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมิถุนายน 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

10-Cheapest-SUV-PPV-Crossover-In-Thailand-2020

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

New-MG-ZS-2020

1. MG ZS 1.5 C ราคา 689,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV รุ่นไมเนอรเชนจ์ล่าสุด ตามประสารถใหม่ 2020 เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง หรูหรา ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ส่งกำลังผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ใหม่

Honda-BR-V-2019

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover เพิ่งปรับโฉมไปหมาดๆ เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมัน E20 และ E85

Mazda-CX-3-2019

3. Mazda CX-3 2.0 E ราคา 879,000 บาท

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถอเนกประสงค์ Compact SUV โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ออกแบบภายใต้แนวคิด Drive Your Attitude นิยามใหม่ เลือกเป็น…ในแบบที่เป็นคุณ ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเข้าไปจนล้นคัน

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ที่ และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-D 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Activematic และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Nissan-Kicks-ePower-2020

4. Nissan Kicks e-POWER S ราคา 889,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

Chevrolet-Trailblazer

5. Chevrolet Trailblazer 4X2 A/T LT ราคา 895,000 บาท

Chevrolet Trailblazer (เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์) แม้ว่าจะออกมานานแล้ว เปิดตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 ปรับโฉมน้อยใหญ่ หรือมีรุ่นพิเศษกันไปหลายครั้ง และยังขายมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นโฉมที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน และยังคงความเป็นรถแกร่ง สไตล์อเมริกัน เป็นจุดขายหลักเช่นเคย และยังเป็น Trailblazer รุ่นสุดท้ายที่ Chevrolet ทำตลาดในไทยอีกด้วย

โดยปรับราคาลดลงมาเหลือ 895,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ Duramax ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ VGT (Variable Geometry Turbocharger) 180 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

New-MG-HS-2019

6. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Honda-HR-V-2019

7. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากเมื่อหลายปีก่อน ช่วงตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

Toyota-C-HR-2019

8. Toyota C-HR 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

และในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากๆ และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

Mazda-CX-30-2020

9. Mazda CX-30 2.0 C ราคา 979,000 บาท

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion เป็นรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Subaru-Forester-2019

10. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทยแล้ว มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive

อันนี้แถมให้ …

suzu-MU-X-The-Onyx-2019

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi CD A/T ราคา 1,099,000 บาท

Isuzu MU-X (อีซูซุ มิวเอ็กซ์) มาในมาดใหม่ คม…เข้ม รุ่นปี 2019 เปิดตัวไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับรุ่นพิเศษอย่าง The Onyx สปอร์ตแบบฉบับ Onyx Design Edition ห้องโดยสารโอ่โถงโทนเข้ม โดยในรุ่นเริ่มต้นนี้ เพิ่มไฟหน้า Bi-LED พร้อมไฟ Daylight ในโคมและเส้นนำแสง LED Guiding Light

มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.9 ลิตร Isuzu Ddi Blue Power 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic เพื่อความสนุก และความสุนทรีย์ในการขับขี่

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

11. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 D GT 2WD ราคา 1,299,000 บาท

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เพิ่งเปิดตัวโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมานี้เอง มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Diesel ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Ford-Everest-Sport

12. Ford Everest 2.0 L Turbo 4X2 Trend ราคา 1,299,000 บาท

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) โฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ตัวรถมากับกระจังหน้าใหม่, ชุดไฟหน้า HID, ล้ออัลลอยแบบก้านคู่ Split-Spoke ขนาด 20 นิ้ว ใหญ่โตโอฬาร

ส่วนห้องโดยสารโทนสีดำ ใช้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า และมีหลังคา Panoramic Moonroof ให้ กับระบบ Infotainment แบบ SYNC 3 ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกล้องมองหลัง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เป็นต้น

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ที่ Everest จะใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ใหม่ แบบ Bi-Turbo แรงม้าสูงสุดมากถึง 213 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Ranger Raptor พร้อมจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Toyota-Fortuner

13. Toyota Fortuner 2.4 G ราคา 1,309,000 บาท

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ เองนั้น ก็ยังเป็นรถอเนกประสงค์ยอดนิยมของคนไทย ทั้งในแบบรถใหม่ หรือรถมือสองก็ตาม โดยโฉมนี้ (เจเนอเรชั่นที่ 2) เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือน กรกฎาคม 2558 โดยมีการปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ กันทุกปี ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก

สำหรับรุ่นเริ่มต้น ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

*** สำหรับ Chevrolet Captiva 1.5 LS (เชฟโรเลต แคปติวา) ราคา 499,000 บาท ทางเรามิได้นำมารวมอยู่ในการจัดอันดับด้วย เนื่องจากเป็นรถที่ทำราคาขายแบบพิเศษ มีจำนวนจำกัด และได้จำหน่ายหมดไปแล้ว

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์เดือนเมษายนมีปริมาณการขาย 30,109 คัน ลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 74.7% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 58.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ภาครัฐฯ ออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ตั้งแต่การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) และผู้บริโภคหยุดพิจารณาซื้อรถใหม่ เศรษฐกิจของประเทศที่แย่อยู่แล้ว ทำให้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นวงกว้าง ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย และในทั่วโลก

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 4 เดือน มีปริมาณการขาย 230,173 คัน ลดลง 34.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 36.6% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 32.6%

ในเดือนพฤษภาคม ภาครัฐฯ ได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการปิดเมือง ปรับเวลาเคอร์ฟิว แต่ก็เริ่มให้เกิดกิจการหลายอย่าง เพื่อช่วยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และหลายค่ายรถยนต์ได้กลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้ง ทำให้แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนพฤษภาคมมีทิศทางดีขึ้น

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนเมษายน 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 30,109 คัน ลดลง 65%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 11,084 คัน ลดลง 58.9% ส่วนแบ่งตลาด 36.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
6,865 คัน ลดลง 55.4% ส่วนแบ่งตลาด 22.8%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 2,648 คัน ลดลง 76.6% ส่วนแบ่งตลาด  8.8%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 8,830 คัน ลดลง 74.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 2,906 คัน ลดลง 71.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.9%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 2,229 คัน ลดลง 74.1% ส่วนแบ่งตลาด 25.2%
อันดับที่ 3 นิสสัน 1,072 คัน ลดลง 56.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.1%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 21,279 คัน ลดลง 58.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 8,178 คัน ลดลง 51.5% ส่วนแบ่งตลาด 38.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 6,865 คัน ลดลง 55.4% ส่วนแบ่งตลาด 32.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,205 คัน ลดลง 73.1% ส่วนแบ่งตลาด  5.7%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 16,733 คัน ลดลง 59.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 7,019 คัน ลดลง 53.1% ส่วนแบ่งตลาด 41.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 6,267 คัน ลดลง 56.0% ส่วนแบ่งตลาด 37.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,205 คัน ลดลง 73.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 1,575 คัน
โตโยต้า 753 คัน –  อีซูซุ 322 คัน – มิตซูบิชิ 219 คัน – ฟอร์ด 211 คัน – เชฟโรเลต 45 คัน – นิสสัน 25 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 15,158 คัน ลดลง 58.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 6,266 คัน ลดลง 52.2% ส่วนแบ่งตลาด 41.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 5,945 คัน ลดลง 55.0% ส่วนแบ่งตลาด 39.2%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 994 คัน ลดลง 73.7% ส่วนแบ่งตลาด  6.6%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – เมษายน 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 230,173 คัน ลดลง 34.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
67,245 คัน ลดลง 40.6% ส่วนแบ่งตลาด 29.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 49,263 คัน ลดลง 18.3% ส่วนแบ่งตลาด 21.4%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
31,326 คัน ลดลง 24.2% ส่วนแบ่งตลาด 13.6%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 87,215 คัน ลดลง 36.6%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 26,188 คัน ลดลง 15.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
21,567 คัน ลดลง 47.4% ส่วนแบ่งตลาด 24.7%
อันดับที่ 3 นิสสัน
9,763 คัน ลดลง 27.3% ส่วนแบ่งตลาด 11.2%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 142,958 คัน ลดลง 32.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
49,263 คัน ลดลง 18.3% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
45,678 คัน ลดลง 36.7% ส่วนแบ่งตลาด 32.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
11,031 คัน ลดลง 37.0% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 113,696 คัน ลดลง 34.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
45,887 คัน ลดลง 17.8% ส่วนแบ่งตลาด 40.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
39,752 คัน ลดลง 38.2% ส่วนแบ่งตลาด 35.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
11,031 คัน ลดลง 37.0% ส่วนแบ่งตลาด 9.7%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 11,415 คัน
โตโยต้า 4,073 คัน – มิตซูบิชิ 2,845 คัน – อีซูซุ 2,085 คัน – ฟอร์ด 1,509 คัน – เชฟโรเลต 589 คัน –นิสสัน 314 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 102,281 คัน ลดลง 32.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
43,802 คัน ลดลง 15.9% ส่วนแบ่งตลาด 42.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
35,679 คัน ลดลง 34.9% ส่วนแบ่งตลาด 34.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
8,186 คัน ลดลง 35.9% ส่วนแบ่งตลาด 8.0%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคโควิด-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนมีนาคม 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 60,105 คัน ลดลง 41.7% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 20,698 คัน ลดลง 48.3% รถเพื่อการพาณิชย์ 39,407 คัน ลดลง 37.6% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 30,296 คัน ลดลง 41.8%

ปัญหาหลักๆ ที่ยอดขายรถบ้านเราตกลง เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ความสนใจในการซื้อรถใหม่ (และรถมือสอง) จึงชะลอตัว และผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน และเศรษฐกิจของประเทศและระดับโลก

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 3 เดือน มีปริมาณการขาย 200,064 คัน ลดลง 24.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 23.6% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 24.4%

อย่างไรก็ตาม ค่ายรถยนต์ต่างๆ ยังคงพยายามหามาตรการเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับลูกค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งยอดขายของรถยนต์ใหม่ ในเดือนเมษายน 2563 ยังคงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด!

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมีนาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 60,105 คัน ลดลง 41.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,332 คัน ลดลง 48.9% ส่วนแบ่งตลาด 28.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
13,629 คัน ลดลง 21.8%
ส่วนแบ่งตลาด 22.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 7,506 คัน ลดลง 31.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 20,698 คัน ลดลง 48.3%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า
6,070 คัน ลดลง 25.5%
ส่วนแบ่งตลาด 29.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
5,406 คัน ลดลง 55.6% ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า
2,161 คัน ลดลง 56.5%
ส่วนแบ่งตลาด 10.4%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 39,407 คัน ลดลง 37.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
13,629 คัน
ลดลง 21.8%
ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
11,926 คัน ลดลง 45.2%
ส่วนแบ่งตลาด 30.3%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,930 คัน
ลดลง 47.5%
ส่วนแบ่งตลาด  7.4%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 30,296 คัน ลดลง 41.8%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
12,634 คัน
ลดลง 21.9% ส่วนแบ่งตลาด 41.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
10,349 คัน ลดลง 46.3%
ส่วนแบ่งตลาด 34.2%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
2,930 คัน
ลดลง 47.5% ส่วนแบ่งตลาด 9.7%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 3,081 คัน
โตโยต้า 962 คัน – มิตซูบิชิ 773  คัน – อีซูซุ 640  คัน – ฟอร์ด 419  คัน – เชฟโรเลต 228 คัน – นิสสัน 59 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 27,215 คัน ลดลง 39.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
11,994 คัน
ลดลง 19.7%
ส่วนแบ่งตลาด 44.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
9,387 คัน ลดลง 41.6%
ส่วนแบ่งตลาด 34.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
2,157 คัน
ลดลง 46.8% ส่วนแบ่งตลาด  7.9%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มีนาคม 2563

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 200,064 คัน ลดลง 24.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
56,161 คัน ลดลง 34.9% ส่วนแบ่งตลาด 28.1%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 42,398 คัน
ลดลง 5.6%
ส่วนแบ่งตลาด 21.2%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
28,678 คัน ลดลง 4.4% ส่วนแบ่งตลาด 14.3%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 78,385 คัน ลดลง 23.6%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 23,959 คัน เพิ่มขึ้น 6.4% ส่วนแบ่งตลาด 30.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
18,661 คัน ลดลง 39.6% ส่วนแบ่งตลาด 23.8%
อันดับที่ 3 นิสสัน
8,691คัน ลดลง 20.5% ส่วนแบ่งตลาด 11.1%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 121,679 คัน ลดลง 24.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
42,398 คัน ลดลง 5.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
37,500 คัน ลดลง 32.2% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
9,835 คัน ลดลง 29.4% ส่วนแบ่งตลาด 8.1%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 96,963 คัน ลดลง 26.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
39,620 คัน ลดลง 4.8% ส่วนแบ่งตลาด 40.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
32,733 คัน ลดลง 33.7%
ส่วนแบ่งตลาด 33.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
9,835 คัน ลดลง 29.4% ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 9,840 คัน
โตโยต้า 3,320 คัน
 – มิตซูบิชิ 2,626 คัน – อีซูซุ 1,763 คัน – ฟอร์ด 1,298 คัน – เชฟโรเลต 544 คัน – นิสสัน 289 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 87,123 คัน ลดลง 24.3%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
37,857 คัน ลดลง 2.5% ส่วนแบ่งตลาด 43.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
29,413 คัน ลดลง 29.4%
ส่วนแบ่งตลาด 33.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
7,209 คัน ลดลง 29.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Automakers-In-Thailand-Fight-Covid-19

แม้ว่าเวลานี้ ไวรัส “โควิด-19” ยังคงระบาดและสร้างความเสียหายให้กับชาวโลกอย่างต่อเนื่อง จนต้องหาทางจัดการด้วยหลายวิธี เพื่อลดยอดผู้ป่วยสะสมให้ได้มากที่สุด รวมถึงลดภาระของแพทย์และพยาบาลให้ได้มากที่สุด

“รถยนต์” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ถ้าการดูแลรักษาหรือการใช้งานไม่สะอาดพอ เหล่าค่ายรถยนต์ รวมถึงดีลเลอร์รถยนต์ ผู้จำหน่ายรถอิสระ และศูนย์ฟาสต์ฟิตต่างๆ ในไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ – อบโอโซน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่จะมีค่ายไหนที่ให้บริการ “ฟรี” บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้อ่านกันแล้วครับ.

Toyota

Toyota (โตโยต้า) มอบบริการดูแลทำความสะอาดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ลูกค้าที่นำรถยนต์โตโยต้าเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลทำความสะอาดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อลดความเสี่ยงของโควิด-19 ซึ่งบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคนั้นครอบคลุมถึงรถยนต์ทุกยี่ห้อที่สนใจ โดยสามารถทำการนัดหมายล่วงหน้ากับศูนย์บริการโตโยต้าใกล้บ้าน

ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการบริการลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการเพิ่มกระบวนการฆ่าเชื้อโรคฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

1. การนัดหมายคอลเซ็นเตอร์ จะแจ้งเงื่อนไขการคัดกรองลูกค้าและมาตรการดูแลรักษาความสะอาดภายในศูนย์บริการฯ เพื่อทำความเข้าใจและความสะดวกของลูกค้า

2. เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองเบื้องต้น

3. เจ้าหน้าที่รับรถเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติงาน

4. สร้างความมั่นใจลูกค้าขณะนั่งรอภายในศูนย์บริการโตโยต้า ด้วยมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้นภายในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ

5. หลังการซ่อมรถยนต์ เพิ่มมาตรการการทำความสะอาดรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกจุดก่อนการส่งมอบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งลูกค้าโตโยต้าและรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-386-2000 หรือโทรนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการฯของผู้แทนจำหน่ายฯ ใกล้บ้าน ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 30 เมษายน 2563

Suzuki

Suzuki (ซูซูกิ) ร่วมใจชวนลูกค้าลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด COVID-19 นำรถยนต์เข้ารับบริการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ฟรี!

เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจในงานบริการของเรา เราพร้อมดูแล สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับบริการซ่อม ตรวจเช็คระยะ หรือ ลูกค้าที่ต้องการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ ทางเรายินดีให้บริการทำความสะอาดฉีดพ่นฆ่าเชื้อให้ทุกคัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2563

ตรวจสอบรายชื่อโชว์รูมที่ให้บริการใกล้บ้านท่าน และสามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ https://www.suzuki.co.th/th/newspromotion/detail-251.html

MG

MG (เอ็มจี) เปิดบริการรักษาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคภายในรถฟรีให้กับลูกค้าเอ็มจี และมอบส่วนลดค่าบริการ 50% สำหรับรถยนต์ทุกยี่ห้อ โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ หรือผ่านบริการ Mobile Service ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้

ฟรี บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค สำหรับลูกค้าเอ็มจีที่เข้ามารับบริการ ณ ศูนย์บริการรถยนต์เอ็มจี ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการปกติและลูกค้าที่ต้องการรับเฉพาะบริการฆ่าเชื้อโรค

ฟรี บริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และค่าบริการนอกสถานที่* สำหรับลูกค้าเอ็มจีที่นัดหมายใช้บริการผ่านโมบายเซอร์วิส (Mobile Service)

ส่วนลด 50% ค่าบริการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค สำหรับรถยนต์ต่างยี่ห้อที่นัดหมายนำรถเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการรถยนต์เอ็มจี

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์มอบบริการสำหรับลูกค้ารถยนต์เอ็มจีฟรี 1 ครั้งต่อคันเท่านั้น โดยผู้ที่สนใจเข้ารับบริการดังกล่าวจะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้ากับศูนย์บริการเอ็มจีใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ MG CALL CENTRE 1267 หรือทาง Line @MGThailand

*สงวนสิทธิ์ให้ค่าบริการนอกสถานที่ ฟรี 10 กิโลเมตรแรก สำหรับลูกค้าเอ็มจี ที่มียอดการใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาท ขี้นไปรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

MGC-ASIA ร่วมส่งแรงใจช่วยบุคลากรทางการแพทย์

MGC-ASIA

มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ในประเทศไทย และเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, เปอโยต์, ฮอนด้า และศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลกลุ่มบุคลากรที่นับว่ามีความสำคัญยิ่ง ในสถานการณ์ปัจจุบัน

BMW Millennium Auto และ MINI Millennium Auto

มิลเลนเนียม ออโต้ มอบสิทธิ์พิเศษ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ใช้รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ ทุกรุ่น

  • ฟรี! บริการรับ-ส่งรถ
  • ฟรี! บริการล้างแอร์และอบน้ำยาฆ่าเชื้อ มูลค่า 4,500 บาท
  • ส่วนลด 15% ค่าแรงและค่าอะไหล่ ได้แก่ น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ และไส้กรอง Fine Dust Filter
  • ส่วนลด 10% ค่าแรงและค่าอะไหล่อื่นๆ

PEUGEOT Lion Automobile

เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มอบสิทธิ์พิเศษ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ใช้รถยนต์ เปอโยต์ ทุกรุ่น

  • ฟรี! บริการรับ-ส่งรถ
  • ฟรี! บริการล้างแอร์และอบโอโซนฆ่าเชื้อ มูลค่า 3,900 บาท
  • ส่วนลด 10% ค่าแรงและค่าอะไหล่

SUMMIT Honda Automobile

ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล หนึ่งในผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ใช้รถยนต์ ฮอนด้า ทุกรุ่น รวมถึงรถพยาบาล ด้วยบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในห้องโดยสารฟรี!

เพียงแสดงบัตรประจำตัวของหน่วยงาน ก็สามารถรับบริการได้ทันที ณ โชว์รูม ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ทุกสาขา

MMS Bosch Car Service and Tire

เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร สำหรับรถยนต์ที่หมดระยะประกัน มอบบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นในห้องโดยสารฟรี! สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ใช้รถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ณ ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ทุกสาขา

สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายเข้ารับบริการ

BMW Millennium Auto และ MINI Millennium Auto โทร. 1286 Millennium Auto Connect

PEUGEOT Lion Automobile โทร. 02-022-1900

Summit Honda Automobile โทร. 1334 Summit Honda Connect

MMS Bosch Car Service and Tire โทร. 1800-999-777

KIA

KIA (เกีย) ประเทศไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อเพิ่มความอุ่นใจพร้อมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ด้วยบริการและโปรโมชั่นพิเศษขานรับนโยบาย Social Distancing ดังนี้

บริการ KIA Drive at Home* บริการนำรถยนต์เกียไปให้ลูกค้าได้ทดลองขับถึงที่บ้าน โดยลูกค้าที่ใช้บริการจะได้รับเจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือฟรีทันที (หรือจนกว่าสินค้าหมด) บริการ KIA Service from Home* บริการรับ-ส่งรถยนต์เกียมาเข้าตรวจสภาพที่ศูนย์บริการที่เข้าร่วมรายการ

โปรโมชั่นพิเศษ “ขับขี่อุ่นใจ ปลอด COVID-19 ไปกับ เกีย” สำหรับลูกค้าที่นำรถมาเข้ารับบริการทั้งที่มาที่ศูนย์บริการด้วยตนเอง และผ่านบริการ KIA Service from Home ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 31 พ.ค. 2563 นั้น จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

a ฟรี! การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 22 รายการ ด้วยเครื่องมือพิเศษ
b. ฟรี! บริการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียภายในรถ
c. ส่วนลด 10% ค่าอะไหล่ (ยกเว้นอะไหล่ราคา NET) และ น้ำมันเครื่อง Total
d. ส่วนลด 20% ค่าแบตเตอรี่

ETON Group

อีตั้น กรุ๊ป จึงได้จัดโปรแกรมบริการพิเศษ “ETON SERVICE SAVE CARE” (ใส่ใจรถ ห่วงใยคุณ) ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นการโปรโมชั่นเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ในช่วงสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยความห่วงใยรถทุกคันที่ซื้อจากอีตั้น กรุ๊ป พร้อมตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี 24 รายการ เพื่อให้คุณมั่นใจอีกขั้น

สำหรับลูกค้า ETON และ ETON Choice ท่านจะได้รับ

ฟรี! เข้าบริการอบโอโซน ประสิทธิภาพสูงฟรี! ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 24 รายการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านรถนำเข้า

สำหรับลูกค้าทั่วไป ท่านจะได้รับ

ส่วนลดพิเศษ บริการล้างตู้แอร์ พร้อมอบโอโซนในราคาพิเศษ ลดกว่า 30% รถขนาดเล็ก ราคาพิเศษ ลดเหลือเพียง 1,900 บาทรถขนาดใหญ่ ราคาพิเศษ ลดเหลือเพียง 3,800 บาทฟรี! ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ 24 รายการ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านรถนำเข้า

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วสำหรับลูกค้าในการเข้ารับบริการ ท่านที่สนใจสามารถโทรติดต่อ นัดหมายล่วงหน้า ได้ที่เบอร์ โทร. 02-789-9998 ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2563

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการของอีตั้น กรุ๊ป ทั้ง 3 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานใหญ่ศรีนครินทร์ สาขาเชียงใหม่ และสาขาขอนแก่น เปิดบริการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.30 น.

ออโต้วัน ด้วยความห่วงใย เนื่องด้วยวิกฤติ โควิด-19 บริการฆ่าเชื้อไวรัสในรถยนต์ ด้วยการอบโอโซน ฟรี

Auto1

Auto1 (ออโต้วัน) ศูนย์บริการฟาสต์ฟิตในเครือเซ็นทรัล มีบริการฆ่าเชื้อไวรัสในรถยนต์ ด้วยการอบโอโซน ฟรี 25 คันต่อวันต่อสาขา

โดยลูกค้าที่สนใจต้องโทรนัดหมายล่วงหน้า พร้อมทั้งเช็คสภาพรถยนต์ 38 รายการฟรี ที่ออโต้ 1 ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สาขาปทุมธานี (ไทวัสดุ) 02-101-5630, สาขาบางบัวทอง (ไทวัสดุ) 02-102-8720, สาขาบางนา (ไทวัสดุ) 02-101-2517, สาขาบางพลี (ไทวัสดุ) 02-102-8732 และสาขาลาดกระบัง (โรบินสัน) 02-550-692

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ สามารถขายคันเดิมกับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

5-Popular-Ambulance-Cars-In-Thailand

ในยุคที่โควิด-19 (COVID-19) กำลังระบาดหนักทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขแลระบบเศรษฐกิจในตอนนี้ โดยอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแพทย์และพยาบาล เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยให้ได้ดีที่สุด อุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงต้องควรมีไว้ให้พร้อมทุกสถานการณ์

แต่นอกจากนั้น หากมีผู้ป่วยอยู่นอกสถานที่ล่ะ จะได้อย่างไร คำตอบคือ ต้องมี “รถพยาบาล” ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อม และเครื่องมือเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่พร้อมใช้งานุกสถานการณ์ ดังนั้น หากเรามีรถพยาบาลที่มีคุณภาพดี พร้อมปฏิบัติทุกภารกิจของระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

มาดูกันว่า ในบ้านเรา ทั้งหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล นิยมใช้รถพยาบาลรุ่นไหนกันนั้น MR.CARRO จะขอยกตัวอย่างรถพยาบาลที่น่าสนใจ มาเล่าให้ฟัง 4 รุ่นด้วยกัน …

Volkswagen-Type-2-Ambulance-Car

1. Volkswagen Type 2

Volkswagen Type 2 (โฟล์คสวาเกน ที1 หรือ โฟล์ค ตู้) รุ่นแรก T1 หรือ “โฟล์คตู้หน้าวี” ใช้กระจกรถรอบคันแบบ Split Windows อยู่ในสายการผลิตตั้งแต่ปี 1950-1967 ได้ถูกนำเข้ามาในไทยด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมไปถึงรถพยาบาลด้วย

Volkswagen-Type-2-Ambulance-Car

ซึ่งจุดเด่นของรถพยาบาลรุ่นนี้คือ เป็นรถที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้านบนหลังคาจะมีไฟสัญลักษณ์พยาบาล พร้อมไซเรน และสัญลักษณ์ตราพยาบาลข้างตัวรถ มีกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารกับคนขับ มีเก้าอี้สำหรับพยาบาล และเตียงพยาบาลพร้อม

ความสำเร็จของรถพยาบาล Volkswagen Type 2 รุ่นแรก T1 นี้ ทำให้หลังจากนั้น ในบ้านเราจึงมีการนำเข้า และดัดแปลงรถพยาบาลของ Volkswagen มาใช้กันอีกตั้งแต่รหัสรุ่น T2, T3, T4 และรุ่นปัจจุบันอย่าง T5

Volvo-960-Ambulance-Car

2. Volvo 960

ด้านค่าย Volvo ในอดีตมาพร้อมสโลแกน “ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่” ก็เริ่มรุกตลาดรถพยาบาลในบ้านเราด้วย Volvo 245 GL Station Wagon เครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร โดยโรงพยาบาลที่สั่งรถรุ่นนี้มาใช้ มักจะเป็นโรงพยาบาลของ “คริสเตียน” ต่างๆ ทำให้รถรุ่นนี้จึงไม่ค่อยมีให้เห็นนัก

ต่อมาก็จะเป็นรถยอดนิยมของโรงพยาบาลหน่อย อย่าง Volvo 960 (วอลโว่ 960) ที่ดัดแปลงจากรุ่น StationWagon ขยายฐานล้อยาวเป็นพิเศษ ทำเป็นรถพยาบาลโดย Nilsson ประเทศสวีเดน จัดซื้อโดยกระทรวงสาธารณสุข จากโครงการเงินกู้ ระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคาร Skandinaviska Enskilda Banken ของสวีเดน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เมื่อปี 2538-2539 ทั้งหมด 98 คัน

ภายในมีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน มีชุดทำคลอด 1 ชุด เพื่อใช้ทำคลอดฉุกเฉิน มีห้องพยาบาลกว้างขวางยืนได้ บุคลากรปฏิบัติงานได้สะดวกมาก มีระบบกันกระเทือนและความปลอดภัยสูงมาก จำนวน 98 คัน ที่ใช้งานไปได้ไม่นาน สุดท้ายก็ปลดระวางหมด

Honda-Stepwgn-Spada-Ambulance-Car

3. Honda Stepwgn Spada

หลายคนคงงงว่า Honda (ฮอนด้า) มีรถพยาบาลด้วยหรือเนี่ย! คำตอบก็คือ “มีครับ” โดยเป็นการนำ Honda Stepwgn Spada (ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า) ที่ดัดแปลงเป็นรถพยาบาล จำนวน 10 คัน โดย กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมมอบให้กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2555

สำหรับ Honda Stepwgn Spada มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-Hilux-Revo-Ambulance-Car

4. Toyota Hilux Vigo / Hilux Revo

Toyota Hilux Vigo และ Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ และ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) นับว่าเป็นรถพยาบาลที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาก โดยเฉพาะรถกู้ภัย อาสากู้ภัย ต่างนิยมใช้งานกันเป็นอย่างยิ่ง

Toyota-Hilux-Revo-Ambulance-Car

ทั้งในด้านความทนทาน แข็งแรง ราคาไม่แพง สามารถซื้อเครื่องมือปฐมพยาบาลติดรถได้

Toyota-Commuter-Ambulance-Car

5. Toyota Commuter

Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) เป็นรถพยาบาลที่ได้รับความนิยมตลอดกาล จากโรงพยาบาลชั้นนำหลายๆ แห่ง รวมไปถึงโรงพยาบาลของรัฐ ต่างนิยมใช้งานกันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในด้านความทนทาน แข็งแรง อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย และสามารถติดตั้งเครื่องมือพร้อมเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็นในเหตุฉุกเฉินได้มาก ซึ่งก็มีบริษัทและอู่หลายแห่ง ที่รับดัดแปลงรถตู้รุ่นนี้เป็นรถพยาบาลโดยเฉพาะ

สำหรับช่วงนี้ หากใครที่เกิดอาการฉุกเฉินวิกฤต บาดเจ็บ ป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรไปขอความช่วยเหลือได้ที่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เบอร์โทรสายด่วน 1669 นะครับผม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก: