Thailand-Car-Sales-Volume-2020

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2562 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2563 ในเศรษฐกิจยุคลุง คาดยอดขายตลาดรถยนต์ไทยโดยรวม 940,000 คัน ลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปี 2562

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2562 ลดลง 3% โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,007,552 คัน แต่อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทย ที่มียอดขายถึงระดับหนึ่งล้านคัน ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์มีการหดตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือนกันยายนผ่านมา

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศปี 2562

 ยอดขายปี 2562 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ปริมาณการขายรวม 1,007,552 คัน -3.3%
รถยนต์นั่ง 398,386 คัน
-0.3%
รถเพื่อการพาณิชย์ 609,166 คัน -5.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
492,129 คัน -3.8%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
431,677 คัน
-3.4%

ส่วนแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2563 คาดการณ์ว่า ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่ง ตลาดรถยนต์ยังคงเผชิญกับหลายปัจจัย จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน และมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศ จะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563

ยอดขาย
ประมาณการปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม 940,000 คัน -6.7%
รถยนต์นั่ง 358,500 คัน -10.0%
รถเพื่อการพาณิชย์ 581,500 คัน -4.5%

แต่สำหรับยอดขายรถโตโยต้าในปี 2562 สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น สวนทางกับสถานการณ์ตลาดที่หดตัวลง โดยโตโยต้า มียอดขายอยู่ที่ 332,380 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ครองส่วนแบ่งการตลาด 33.0% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.8 จุด

ปัจจัยหลักมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นปรับปรุงใหม่ของรถยนต์นั่งอย่าง New Camry และ New Corolla Altis รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของ Yaris และ ATIV ตลอดจนรถเพื่อการพาณิชย์ อย่าง Hilux Revo Z Edition, Commuter และ Majesty

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2562

ยอดขายปี 2562 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ส่วนแบ่งตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
เติบโต (จุด)
ปริมาณการขายโตโยต้า 332,380 คัน +5.5% 33.0% +2.8
รถยนต์นั่ง 117,708 คัน +4.7% 29.5% +1.4
รถเพื่อการพาณิชย์ 214,672 คัน +5.9% 35.2% +3.6
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 191,669 คัน +8.3% 38.9% +4.3
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 165,452 คัน +9.6% 38.3% +4.5

สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี 2563 มีเป้าหมายการขายที่ 310,000 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.0% ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563

ยอดขาย เปลี่ยนแปลง
ประมาณการปี 2563
ส่วนแบ่งตลาด
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม 310,000 คัน -6.7% 33.0%
รถยนต์นั่ง 103,000 คัน -12.5% 28.7%
รถเพื่อการพาณิชย์ 207,000 คัน -3.6% 35.6%

ด้านการส่งออกรถในปี 2562 โตโยต้าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 264,775 คัน ลดลง 10% ทั้งนี้ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 570,850 คัน ลดลง 3% สืบเนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ดีในหลายภูมิภาค เช่น โอเชียเนีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2562

ปริมาณ
ปี 2562
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ปริมาณการส่งออก 264,775 คัน -10%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 570,850 คัน -3%

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 263,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศคู่ค้ายังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้แผนการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก จะอยู่ที่ 556,000 คัน ลดลง 3%

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2563

ปริมาณ
ปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการส่งออก 263,000 คัน -1%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 556,000 คัน -3%

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อไปถอยรถ Toyota รุ่นใหม่ๆ ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายคันเก่ากับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สรุปตัวเลขยอดขายรถ ในเดือนธันวาคม 2562

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 2562

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 89,285 คัน ลดลง 21.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 29,487 คัน ลดลง 5.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,767 คัน ลดลง 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 17.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 9,537 คัน ลดลง 28.2% ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 32,766 คัน ลดลง 18.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 10,080 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 6,843 คัน ลดลง 26.1% ส่วนแบ่งตลาด 20.9%
อันดับที่ 3 มาสด้า 3,369 คัน ลดลง 27.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 56,519 คัน ลดลง 22.9%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,407 คัน ลดลง 11.5% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,767 คัน ลดลง 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 27.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 4,623 คัน ลดลง 22.8% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 45,025 คัน ลดลง 23.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,128 คัน ลดลง 11.8% ส่วนแบ่งตลาด 38.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,677 คัน ลดลง 27.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 4,623 คัน ลดลง 22.8% ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 5,432 คัน
โตโยต้า 2,164 คัน – มิตซูบิชิ 1,355 คัน – อีซูซุ 768 คัน – ฟอร์ด 703 คัน –  เชฟโรเลต 298 คัน –  นิสสัน 144 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 39,593 คัน ลดลง 23.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,964 คัน ลดลง 12.5% ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 13,909 คัน ลดลง 25.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 3,890 คัน ลดลง 21.2% ส่วนแบ่งตลาด 9.8%


สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2562

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 1,007,552 คัน ลดลง 3.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 332,380 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 168,215 คัน ลดลง 5.4% ส่วนแบ่งตลาด 16.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 125,833 คัน ลดลง 1.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 398,386 คัน ลดลง 0.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 117,708 คัน เพิ่มขึ้น 4.7% ส่วนแบ่งตลาด 29.5%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 96,154 คัน เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า 96,154 คัน ลดลง 8.8% ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 609,166 คัน ลดลง 5.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 214,672 คัน เพิ่มขึ้น 5.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 168,215 คัน ลดลง 5.4% ส่วนแบ่งตลาด 27.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 49,842 คัน ลดลง 24.3% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 492,129 คัน ลดลง 3.8%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 191,669 คัน เพิ่มขึ้น 8.3% ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 153,170 คัน ลดลง 5.5% ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 49,841 คัน ลดลง 23.5% ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 60,452 คัน
โตโยต้า 26,217 คัน – มิตซูบิชิ 13,558 คัน – อีซูซุ 9,477 คัน – ฟอร์ด 6,355 คัน – เชฟโรเลต 3,091 คัน –  นิสสัน 1,754 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 431,677 คัน ลดลง 3.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 165,452 คัน เพิ่มขึ้น 9.6% ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 143,693 คัน ลดลง 3.9% ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 43,486 คัน ลดลง 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

New-Cars-In-Thailand-2020

เป็นธรรมดาของปีใหม่ทุกปีที่บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แทบทุกเดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อรถกันเยอะๆ เศรษฐกิจไทยจะได้คึกคัก ในปี 2563 นี้ ก็มีรถหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งแบบ All-New ใหม่หมดจรด หรือจะเป็นแบบ Minorchange ปรับโฉมแต่งหน้าทาปากหน่อย โดยเฉพาะ “รถ SUV” ปีนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

โดย CARRO ขอคาดการณ์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเตรียมเปิดตัวกันในปีนี้ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยังถือว่าย่ำแย่ก็ตามที MR.CARRO ขอพาไปดูกันเลยว่า ปีนี้ตลาดรถยนต์ไทย จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้ตื่นเต้นกันบ้าง …

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

แม้ว่าการเปิดตัวของ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ ทำให้หลายฝ่ายต้องมาลุ้นกันต่อว่า Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เปิดตัวไปในเมื่อปีที่ผ่านมา และจะวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธุ์นี้ จะมาขายในบ้านเราหรือไม่? จากรูปโฉมที่ดูอ้วนป่องน่ารัก มากกว่าความเป็นสปอร์ตแบบโฉมที่ผ่านมา จึงยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนัก

บางแห่งข่าวบอกด้วยซ้ำว่าทาง Honda จัดสินใจจะผลิต Honda City Hatchback มาจำหน่ายแทน …

ซึ่งถ้าหากทาง Honda คิดผลิต Jazz โฉมใหม่นี้ขายในบ้านเราจริง เครื่องยนต์ Hybrid คงไม่มาแน่นอน แต่อาจจะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับ Honda City นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร VTEC Turbo 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda (มาสด้า) ยังคงเดินหน้ากวาดยอดขายรถอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายรถของ Mazda ในปีที่แล้ว อาจจะร่วงลงไปบ้างก็ตามหากเทียบกับยอดในปี 2561 ที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วก็ยังดูสูงอยู่ดี โดยรถ Crossover ยอดฮิตที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นอย่าง Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) ที่มีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ต้องสะเทือนกันอย่างแน่นอน

โดย Mazda CX-30 2020 มีหน้าตาและรูปร่างคล้าย Mazda3 โฉมใหม่ล่าสุด ในแบบยกสูง ภายใต้เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ เบนซินขนาด 1.5 ลิตร, 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร และแบบดีเซลขนาด 1.8 ลิตร แต่เครื่องยนต์ที่จะขายในไทยคงเป็นตัวเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และดีเซลขนาด 1.8 ลิตร 116 แรงม้า

Nissan-Kicks-2020

3. Nissan Kicks

ปีนี้อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Nissan (นิสสัน) ที่หวนกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่เกือบๆ 10 ปีที่ผ่านมา โดย Nissan Almera 2020 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ในเดือนเมษายน 2563 นี้ Nissan มีแพลนที่จะเปิดตัว Nissan Kicks 2020 (นิสสัน คิกส์) ใหม่ เอามาขายแทน Nissan Juke ในราคาเริ่มต้นประมาณ 895,000 บาท

โดย Nissan Kicks คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 124 แรงม้า และอาจได้เห็นรุ่น e-Power มาอีกด้วย Nissan Ju

Nissan-Sylphy-2020

4. Nissan Sylphy

ต้องยอมรับว่า รถยนต์แบบ Compact Car ของ Nissan อย่าง Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) เป็นรถที่ดูเงียบมากๆ ของนิสสันในช่วงหลายปีมาผ่าน ซึ่งหลายต่อหลายฝ่ายต่างคิดว่า Nissan บ้านเราคงถอดใจกับการขายรถรุ่นนี้ไปแล้ว

แต่ Nissan Sylphy โฉมใหม่ล่าสุด ก็เปิดตัวไปแล้วในจีน และสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 139 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 149 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่า รถรุ่นนี้ผลิตขายและจำหน่ายในบ้านเราเวลาใด

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) โฉมใหม่หมดจด นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรุ่นนี้ แม้ว่าในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและยุโรป จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กับรูปทรงที่สวยสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด แถมมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid ให้ได้เลือกสรรกันด้วย

พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.0 ลิตร พร้อมระบบไฮบริด รวมถึงยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่เน้นไปที่เรื่องของความปลอดภัย ในบ้านเราก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่ารุ่นนี้จะมาเข้าโครงการ Eco-Car เฟส 2 ด้วยหรือเปล่า

Toyota-Rush-2020

6. Toyota Rush

มาแน่แต่ไม่รู้มาเดือนไหน? สำหรับ Toyota Rush (โตโยต้า รัช) เป็นรถแบบ Crossover SUV ที่ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไปแล้วในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โอกาสที่จะเข้ามาไทย (แทนที่ Avanza) นี้ ก็ถือว่ามีสูงมากเลยทีเดียว พร้อมท้าชนกับเจ้า Honda BR-V หรือ Mitsubishi Xpander แน่นอน

Toyota Rush ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR 104 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

Suzuki-Ciaz-2020

7. Suzuki Ciaz

สำหรับค่าย Suzuki (ซูซูกิ) หลังจากที่สร้างความตื่นเต้นไปในปีที่ผ่านมา กับรถใหม่ๆ หลายรุ่นแล้ว ในปีนี้ก็ถึงเวลาที่ Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รุ่นปรับโฉมมามาแทนที่รุ่นเดิม

Mercedes-Benz-GLB-Class-2020

และสำหรับแบรนด์อื่นๆ เช่น Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ช่วงต้นปีนี้ก็เตรียมพบกับ Mercedes-Benz GLA รุ่นใหม่ล่าสุด และ Mercedes-Benz GLB รถ SUV รุ่นใหม่ที่คั่นกลางระหว่าง GLA และ GLC ที่มาพร้อม 7 ที่นั่ง! และ New A-Class ใหม่ ในเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ ที่ต้องรอติดตามดูกันว่าจะมาหรือไม่

ส่วน BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ก็ต้องรอลุ้นกับ Series-3 รุ่นเพิ่มเติมที่มาเอาใจแฟนๆ Bimmer อย่างแน่นอน รวมไปถึง BMW New X6 และรถธงอย่าง BMW Series-7 โฉมใหม่ล่าสุด รุ่นประกอบในประเทศ เปิดตัวกันไปแล้วในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท และ 745Le xDrive M Sport ในราคา 6,439,000 บาท

เป็นอันว่า หากใครที่อยากได้รถรุ่นใหม่ๆ ดังกล่าว ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้เลย แต่วิธีการที่จะช่วยให้คุณดาวน์รถใหม่ หรือผ่อนรถใหม่ได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้คุณนำรถคันเดิมมาขายกับทาง CARRO ได้ตาม Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

10-Cheapest-New-Cars-In-Thailand-2020

10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ปี 2020 มียี่ห้อไหน รุ่นอะไรบ้าง มาดูกัน

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจซื้อรถ ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 318,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เน้นเจาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ใหม่ K15B ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

Suzuki-Ciaz

6. Suzuki Ciaz ราคา 484,000 บาท

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) ถือเป็น Eco-Car Sedan ที่เหมาะสำหรับผู้อยากได้รถครอบครัวราคาประหยัด แถมดีไซน์ภายนอกยังดูดี สปอร์ตก็ได้ หรูก็ดี มีพื้นที่ห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย กว้างขวางมาก สมรรถนะการขับขี่ ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตร 91 แรงม้า ประหยัดน้ำมันที่มากถึง 20 กม./ลิตร … อ้อ! โฉมใหม่นี้ ยังเพิ่มจุดเด่นที่มีช่องแอร์บริเวณด้านหลังด้วยนะ!

New-Mitsubishi-Attrage-2020

7. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

Honda-Brio

8. Honda Brio ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car ที่จำหน่ายในบ้านเรานานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น คือออกมาตั้งแต่ปี 2553 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวแล้ว คือรุ่นย่อย V CVT

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

All-New-Nissan-Almera-2020

9. Nissan Almera ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda-Brio-Amaze

10. Honda Brio Amaze ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่จำหน่ายในบ้านเรามานานอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2554 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

Mr.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Price-List-Promotion-In-Motor-Expo-2019

อยากรู้ราคารถใหม่ในงาน Motor Expo 2019 มียอดดาวน์ ยอดจัด ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่

รวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ Carro ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Ford, Mercedes-Benz, BMW และ MG เป็นต้น

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ลองดูงบประมาณที่ตัวเองมี Promotion แจ๋วๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ CARRO คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Expo 2019 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan

ดูตารางราคา Nissan Almera 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda

ดูตารางราคา Honda City 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford 

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

BMW

BMW-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

โปรดฟังอีกครั้ง! ใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-Promotion-MotorExpo

โปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Expo 2019 จะมีแคมเปญไหน โดนใจคุณบ้าง!

ปลายเดือนพฤศจิกายนทุกปี กลับมาพบกับงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) กันอีกครั้ง ในยุคที่เศรษฐกิจย่ำแย่ แต่ชีวิตก็ยังเดินหน้ากันต่อไป โดยงาน Motor Expo 2019 เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

ภายในงาน มีรถใหม่รอเปิดตัวกันหลายรุ่น รวมไปถึงรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ก็มีให้เลือกซื้อกันสารพัด รวมไปถึงโปรโมชั่นเด็ดๆ แคมเปญจัดหนัก ที่คนอยากเปลี่ยนรถใหม่ห้ามพลาด …

แต่ถ้าอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ นำรถมาขายที่ CARRO สิ เรารับซื้อรถของคุณ “ขายรถกับ Carro Thailand ง่ายๆ ได้ราคาดี” นะครับ

ที่สำคัญ หากใครต้องการไปงาน Motor Expo 2019 เรายังมีบัตรฟรี มาแจกกันด้วยนะครับ ท่านละ 3 ใบ ดูกติกาและรายละเอียดได้ที่นี่ —> บัตรฟรี งาน Motor Expo 2019

โดยโปรโมชั่นในงาน Motor Expo 2019 นั้น เกือบทุกค่ายยังคงใช้โปรโมชั่นต่อเนื่อง กันไปจนถึงในวันสิ้นปี (31 ธ.ค. 2562) เลยทีเดียว

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox ขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Expo 2019 และในเดือนธันวาคม 2562 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Avanza-Promotion-6-2019

New AVANZA Start Your New Dimension

เงื่อนไข

  1. ส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถอแวนซ่า รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% ทุกเกรด
  2. แนะนำเพื่อนออกรถโตโยต้า ผู้แนะนำรับคะแนนสะสม T-MEx 3,000 แต้ม ต่อการแนะนำ 1 ครั้ง (สามารถแลกรับส่วนลดศูนย์บริการ, ส่วนลดซื้อรถใหม่ มูลค่า 3,000 บาท หรือคูปองอื่นๆ ตามโปรแกรม T-MEx) สงวนสิทธิ์ สำหรับพนักงานขายไม่สามารถร่วมกิจกรรมเป็นผู้แนะนำได้
  • เงื่อนไขอื่นๆ สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Corolla-Altis-Promotion-11-2019

โปรโมชั่น Corolla Altis ใหม่

พิเศษสำหรับลูกค้า All-New Corolla Altis ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน

หมายเหตุ

  • *อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป สำหรับ โคโรลล่า อัลติส รุ่นโฉมใหม่ ปี 2562
  • **ผ่อนสบายเริ่มต้น 9,000 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น Corolla Altis HV Entry ราคา 939,000 บาท ดาวน์ 234,750 บาท (ดาวน์ 25%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ย 4.35% ผ่อน 9,000 บาท งวดที่ 1 – 59 และ 328,650 บาท งวดที่ 60
  • ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (ทุกๆ 10,000 กม. รวม 10 ครั้ง) หรือภายในระยะเวลา 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดภายในปีที่ 1-10 และรับประกันการใช้งานระบบไฮบริดภายในปีที่ 1-5 (นับตั้งแต่วันส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ารายแรกตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่)
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า

  • รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ทุกเกรด
  • สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถโตโยต้าในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องลงทะเบียนและแสดงหลักฐานในการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น TOYOTA Privilege More เพื่อแสดงรหัสที่ได้รับต่อพนักงานขายรถโตโยต้า
  • ยกเว้นรถ โคโรลล่า อัลติส ที่ขายภายใต้เงื่อนไขการขาย Fleet
  • รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิพิเศษหรือสอบถามเงื่อนไขได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า

เงื่อนไขการลุ้นรับรางวัล

    • ***ผู้มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลคือผู้ที่ร่วมกิจกรรมและลงทะเบียนถูกต้องตามกติกาที่กำหนด ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่ทดลองขับรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า อัลติสใหม่ จะต้องลงทะเบียนร่วมกิจกรรม MAKE A NEW HIGH ผ่านการสแกน QR code พิมพ์ ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ให้เรียบร้อยเพื่อรับสิทธ์ลุ้นบัตรกำนัลช้อปปิ้ง 10,000 บาท
    • ขอสงวนสิทธิ์ในการร่วมกิจกรรม 1 ท่าน ต่อ 1 สิทธิ์ ในการลุ้นรับรางวัล
    • คณะกรรมการจะทำการพิมพ์ ชื่อ-นามสกุล ของผู้ร่วมรายการทั้งหมดเพื่อจับฉลากรางวัล บัตรกำนัลช้อปปิ้ง ราคา 10,000 บาท จำนวน 100 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท
    • จับรางวัลในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (สนง.กรุงเทพฯ) 87/2 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ทาง www.toyota.co.th
    • ผู้โชดดีสามารถติดต่อยืนยันการรับรางวัลที่ ฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (วันและเวลาทำการ 08.00 – 17.00 น.) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2562 – 15 มกราคม 2563 เท่านั้น มิฉะนั้นถือว่าผู้โชคดีสละสิทธิ์รับของรางวัล (สอบถามรายละเอียดโทร. 02-305-2287) และผู้โชคดีต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล
    • คณะกรรมการจะพิจารณามอบของรางวัลให้กับรายชื่อสำรอง และหากไม่มีผู้รับรางวัลตามที่กำหนดอีกจะมอบรางวัลให้กับองค์กรการกุศลต่อไป
    • รางวัลไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือสิ่งของอย่างอื่นได้ และไม่มีการจ่ายเงินเป็นส่วนประกอบ
    • กรณีมีข้อพิพาทเกิดขึ้นให้ถือว่าหลักฐานและคำตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สุด

Toyota-Sienta-Promotion-10-12-2019

New Sienta Chic Clicks คลิกให้ชีวิตสุดชิค

หมายเหตุ

  • อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

ส่วนลดดอกเบี้ย 0.4%

  • สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถเซียนต้า รับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่ม 0.4% ทุกเกรด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-C-HR-Promotion-11-12-2019

Toyota C-HR มากกว่าทุกอย่างที่เคยเชื่อ

(1)
*สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อผ่าน บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
**คำนวนจากลูกค้าที่ใช้โปรแกรม Toyota Privilege More โดยใช้ดอกเบี้ยเช่าซื้อผ่าน บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯกำหนด
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4-5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ C-HR รุ่นHYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น(เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

(2)
***ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring จำนวนจำกัดเพียง 1,000 บาท ชุดเท่านั้น

  • ราคาพิเศษดังกล่าวเป็นราคาที่ รวมค่าทำสีและค่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring  มูลค่า 30,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง(ซ้าย-ขวา) สติกเกอร์ตกแต่งข้างรถ(ซ้าย-ขวา) และสติกเกอร์สัญลักษณ์นูร์เบอร์กริง(ซ้าย-ขวา)
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง C-HR Nurburgring  รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อนตามเงื่อนไขของบริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า
  • ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดจำหน่าย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด 311 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Camry-Promotion-11-12-2019

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไข

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด)  และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ เท่านั้น
  • ผ่อนสบายเริ่มต้น 13,888 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น 2.0G ราคา 1,455,000 บาท ดาวน์ 363,750 บาท (ดาวน์ 25%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ยพิเศษ 4.35% ผ่อน 13,888 บาท งวดที่ 1 – 59 และ 509,250 บาท งวดที่ 60 และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทยฯ เท่านั้น
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4-5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-11-12-2019

ซื้อไฮลักซ์ รีโว่ วันนี้ ดาวน์ 0.-*

เงื่อนไข

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ Z Edition ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab 2.4J Plus Z Edition ราคา 595,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Z Edition 2.4J Plus ราคา 682,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab Prerunner 2.4J Plus  ราคา 672,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Prerunner 2.4J Plus ราคา 770,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ 4×4  : ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี

  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

เงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม

  • สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถตั้งแต่ 1 พ.ย. 62 – 31 ธ.ค. 62 และเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดไม่ได้
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 10 ธันวาคม 2562

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ*

หรือ

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท**
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ**

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL 2WD

** สำหรับรุ่น V 2WD เท่านั้น

Nissan-Note

Note

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 36 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,799 บาท*, คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.94%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น V CVT 19MY ราคา 609,000 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2V CVT 19MY เท่านั้น

Nissan-March

March 

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ราคาพิเศษ 359,000 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับ 1.2 S MT เท่านั้น

Nissan-Almera

Almera

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Nissan-Leaf

Leaf

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 1.79%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรีเครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 72,000 บาท
  • ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษาและฟรีค่าแรงเช็คระยะ 3 ปี/60,000 กม.
  • ฟรีรับประกันคุณภาพ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร
  • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และ บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)

New-Nissan-X-trail

X-Trail

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 48 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan-Sylphy

Sylphy

MY2018

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 48 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.6V CVT เท่านั้น

New-Nissan-Teana-2018

Teana

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 2 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 36 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่านิสสัน – ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษา 5ปี/100,000 กม. พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 25,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์นิสสัน และสมาชิกในครอบครัว เมื่อซื้อรถ New Nissan Teana ทุกรุ่น

เงื่อนไขแคมเปญ

1. แคมเปญพิเศษคือ “ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษา 5 ปี/100,000 กม. พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 25,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์นิสสัน และสมาชิกในครอบครัว เมื่อซื้อรถ New Nissan Teana ทุกรุ่น”

2. สิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้านิสสัน ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์นิสสัน โดยลูกค้าต้องแสดงสำเนาทะเบียนรถนิสสัน ในการรับสิทธิ์
  • สิทธิ์นี้สามารถโอนให้ บิดา-มารดา, ลูก, สามี-ภรรยา, พี่-น้อง และญาติในครอบครัว โดยต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์ประกอบการขออนุมัติ

3. ลูกค้าต้องจองและรับรถ นิสสันเทียน่า ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 เท่านั้น

Nissan-NP300-Navara

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition ใหม่ รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition ใหม่ รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara Double Cab Calibre E 6MT รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2018, 2018.1 และ 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 72 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)
  • บัตรน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018 และ 2019

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ราคาพิเศษ 499,000 บาท*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT 19MY เท่านั้น

Nissan-NV350-Urvan

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

Honda-Promotion-11-12-2019

รับฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562
และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 ข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์เอ็กซ์โป ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

  • เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ตั้งแต่วันที่  1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม  2562  และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562-31 ธันวาคม 2562 ผ่านทางผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
  • รับ Modulo Foldable Bicycle จักรยานพับโมดูโล มูลค่า 7,990 บาท ผ่านผู้จำหน่ายที่ลูกค้ารับรถยนต์
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Honda-Promotion-4-2019

ข้อเสนอสุดพิเศษ Double Smile

  • เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 11 ธันวาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท
พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.39%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี
หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท
พิเศษสุด! ฟรีโต๊ะปิกนิกแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มูลค่า 1,590 บาท
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda City
– ดาวน์น้อย ผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 5,515 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
พิเศษ! รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 8,000 บาท
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนสบาย 4,500 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE**
ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE**
ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

All-new Honda Accord
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท
พิเศษ! ฟรีค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม.  พร้อมรับ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”

All-new Honda Accord Hybrid
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 2.39%* หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท 
รับสิทธิพิเศษ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรีค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กม. 
พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
หรือ รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.39 %* พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาทนาน  12 เดือน
หรือ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาทหรือผ่อนเริ่มต้น 8,000 บาท

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี 
หรือรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99 %* พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน
รวมมูลค่า 36,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กม.
เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล รับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่ารวม 12,000 บาท
หรือข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Mazda

Mazda Festive Moment สตาร์ทความสุขก่อนใคร ก้บข้อเสนอ Motor Expo 2019

ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% 6 ปี พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1-27 พ.ย. 62 ที่ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 1.22%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0% 6 ปี
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ดาวน์เริ่มต้น 25,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอสุดพิเศษ 

Mitsubishi-Xpander-Promotion-11-12-2019

โปรแรงแห่งปี สำหรับ Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์)

• ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (1) หรือ เลือกรับแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (1.1) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (1.2)
• รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (2)
• รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)

สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

(1) เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวด (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) หรือ เลือกรับแพ็กเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย

(1.1) ฟรีค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็คระยะ มูลค่า 26,810 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสมุดรับรถบริการและคู่มือการใช้รถ
(1.2) ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์

(2)  รับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิเอ็กซ์แพนเดอร์ ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันภัยกำหนด เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(3) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4)  รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 7,650 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง ซึ่งกำหนดโดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

Mitsubishi-Triton-Promotion-11-12-2019

โปรแรงแห่งปี สำหรับ Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน)

•   ดอกเบี้ยพิเศษ 0% และประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1) หรือ มิตซูบิชิช่วยออก มูลค่ารวมสูงสุด 88,000 บาท (2)
•   รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)

สำหรับลูกค้าที่ทำการจองรถยนต์มิตซูบิชิไทรทัน ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

(1) เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 0 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวด (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) พร้อมรับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,333 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันกำหนด และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย (2) หรือ เลือกรับมิตซูบิชิช่วยออก มูลค่า 88,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่น D/Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT (รุ่นปี 2019) ซึ่งประกอบไปด้วย ส่วนลดมูลค่า 65,667 บาท และฟรีค่าเบี้ยประกันภัยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,333 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันกำหนด และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(3) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4) รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 8,100 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิไทรทัน อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง ซึ่งกำหนดโดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

Mitsubishi-Pajero-Sport-Promotion-11-12-2019

โปรแรงแห่งปี สำหรับ Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) ใหม่

• รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
• รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (3)
• รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิทัล (HDMI WiFi Dongle) (4)
• ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (5) หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (6) พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี (6.1) และ แพ็กเกจ 5 ปีดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (6.2) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (6.3)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563

(1) รับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันภัยกำหนด เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(2) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(3) รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 8,150 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง ซึ่งกำหนดโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4) เฉพาะลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) รุ่น 2WD 2.4D GT-Premium และ 4WD 2.4D GT-Premium ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 รับฟรี อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิทัล (HDMI WiFi Dongle) จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 1,690 บาท ในวันออกรถ ณ ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิที่ท่านออกรถ

(5) เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 0.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 30 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 36 งวดเท่านั้น (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ)

(6) หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวดเท่านั้น (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ) สำหรับลูกค้าที่เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 รับเพิ่มทันที

(6.1) ค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 2 ปี มูลค่าสูงสุดปีละ 28,499 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันภัยกำหนด เงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกัน

(6.2) ค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็กระยะ มูลค่าสูงสุด 26,376 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ

(6.3) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาทสำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ทุกรุ่น

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
รับ SUZUKI AirPods SET**
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับ SUZUKI AirPods SET *
พร้อมเลือกรับข้อเสนอ
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 60,000 บาท*(2)
หรือเลือกผ่อนสบายๆเริ่มต้นเดือนละ 3,399 บาท*(3)
หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0%* (4) หรือเลือกรับดาวน์เริ่มต้น 5%*(5)
ทุกเงื่อนไข ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1),
พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท*(3) หรือ
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1),
พร้อม ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(6)
ประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก บริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Carry ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ Suzuki Ciaz รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 60,000บาท (เฉพาะรุ่น GA/MT รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 55,000 บาท) โดยเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการทั้ง 4 แห่งเท่านั้น
*(3) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 655,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท ดาวน์ 24.6% (เงินดาวน์161,300 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Ciaz GL PLUS ราคา 568,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,399 บาท ดาวน์ 25.9% (เงินดาวน์147,112 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท ดาวน์ 20% (เงินดาวน์ 63,600 บาท) ผ่อน 84 งวด
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz ดอกเบี้ย 0% ที่ดาวน์เริ่มต้น15% ผ่อนสูงสุด 60 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 6,050 บาท คำนวณจากรุ่น Ciaz GA MT ราคา484,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์121,000 บาท) ผ่อน 60 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนสูงสุด84 งวด กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด , ธนาคารทิสโก้ จำกัด(มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(6) บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้ได้เฉพาะกับสถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เท่านั้น จัดส่งโดยผู้จำหน่ายภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์
** หูฟังบลูทูธ Apple AirPods มูลค่า 8,000 บาท ฟรี สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิ Ciaz และ Swift ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

Isuzu-D-Max-Promotion-11-12-2019

ข้อเสนอพิเศษ กับ อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด

เงื่อนไขในการร่วมรายการ

  1. อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2562
  2. ดาวน์ต่ำ 30,250 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  3. ทดสอบขับรถ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ที่โชว์รูมอีซูซุ หรือสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ 19 ต.ค. 2562 – 30 พ.ย. 2562 โดยผู้ที่สนใจมีสิทธิ์ลงทะเบียน กรอกชื่อ-ที่อยู่ ในแบบฟอร์มที่บริษัทฯ จัดเตรียมไว้ และไปทดลองขับ (ทดลองขับ 1 ครั้ง คือ 1 สิทธิ์) เพื่อลุ้นรางวัลรวม 510 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 350,000 บาท ตั้งแต่ 19 ต.ค. 2562 – 30 พ.ย. 2562 จับรางวัลวันในวันที่ 12 ธ.ค. 2562 ณ โชว์รูมอีซูซุคาร์แกลเลอรี่ สาขารังสิต-นครนายก เลขที่ 49 หมู่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ประกาศผลในวันที่ 24 ธ.ค. 2562 ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ และทางบริษัทฯ จะส่งจดหมายลงทะเบียนไปถึงผู้โชคดีตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้ รายละเอียดของรางวัล : บัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 10,000 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 100,000 บาท และบัตรกำนัล Tesco Lotus มูลค่า 500 บาท จำนวน 500 รางวัล รวมมูลค่า 250,000 บาท
    • ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องติดต่อขอรับรางวัลภายใน 30 วัน นับจากวันประกาศผล หากไม่มีผู้มาติดต่อขอรับรางวัล จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ บริษัทฯ จะให้ผู้โชคดีที่สำรองไว้ใช้สิทธิ์แทนต่อไป
    • ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
    • ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของรางวัลโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% หรือตามที่กฎหมายกำหนด
    • พนักงานและครอบครัวของพนักงาน บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และบริษัทในกลุ่มอีซูซุ / ผู้จำหน่ายอีซูซุ / บริษัทตัวแทนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง / คณะกรรมการดำเนินงานไม่มีสิทธิ์ร่วมรายการ
    • ผลของการจับรางวัลของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด และสิ้นสุด
  4. ท่านเจ้าของรถอีซูซุรุ่นใดก็ได้ สามารถร่วมรายการได้ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

Isuzu-MU-X-Promotion-11-2019

จุดประกายความรู้สึกพิเศษแห่งปี ด้วยดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0% พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ฟรี! 3 ปี

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562
  2. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของอีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  3. ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

Subaru-XV-2019

Subaru XV ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ เอ็กซ์วี ฟรีค่าบำรุงรักษา 10 ปี !!! หรือ 100,000 กม. พร้อมดอกเบี้ย 0%*

Subaru Forester ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี !!! พร้อมดอกเบี้ย 1.85%*

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-11-12-2019

ที่สุด… ของข้อเสนอ Chevrolet

โปรเด็ดแห่งปี ยกนี้จัดหนัก! พบข้อเสนอจัดหนักจากเชฟโรเลต ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 พ.ย. 62 – 31 ธ.ค. 62

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1734

Ford

รับเลย ไม่ต้องลุ้น ฟอร์ดแจกส่วนลด 100,000 บาท

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 ธันวาคม 2562

กิจกรรม ฟอร์ด แฟลช เซลล์ จัดตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น. จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น. โดยจะมอบส่วนลด 100,000 บาท ให้กับผู้ลงทะเบียนผ่าน www.ford.co.th/flashsales2019 จำนวน 300 ท่านแรก

โดยสามารถใช้ส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท สำหรับซื้อฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLT, Limited, Wildtrak และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น ยกเว้น ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Standard, XL, XL+, XLS, FX4 และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต เฉพาะที่โชว์รูมที่ร่วมรายการและระบุไว้เมื่อลงทะเบียน โดยต้องออกรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น

MG

New-MG-HS-2019

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun วันนี้ – 31 ธ.ค. นี้

MG3 ราคาเริ่มต้นพิเศษ 469,000 บาท ดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG5 ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG6 ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG GS ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG ZS ราคาเริ่มต้นพิเศษ 641,000 บาท หรือผ่อนเพียง 6,790 บาทต่อเดือน และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG HS ราคาเริ่มต้นพิเศษ 885,000 บาท ดอกเบี้ย 1.89% และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG EXTENDER: พิเศษ! สำหรับรุ่น Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ ฟรีพื้นปูกระบะไลเนอร์แท้ จาก MG

MG V80 พิเศษส่วนลด หรือวงเงินตกแต่งกว่า 65,000 บาท

Hyundai

ผ่อนสบายกับดอกเบี้ย 0% เมื่อซื้อ Hyundai H-1 และ Grand Starex ทุกรุ่น

เงื่อนไขพิเศษ: เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 ทุกรุ่น หรือ Grand Starex ทุกรุ่น

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด หรือ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

(2) ฟรีคูปองค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการ ตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 36 เดือน หรือ 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 38,877 บาท สามารถตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่นี่

(3) ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และสูงสุด 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) เฉพาะ H-1 รุ่น Elite ฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว และระบบกล้องมองหลัง รวมมูลค่า 20,000 บาท (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ความบันเทิงเป็นเงินสดหรือสิ่งอื่นใดทดแทน)

*ราคาเริ่มต้นที่ 1,329,000 บาท สำหรับ H-1 รุ่น Touring

BMW

BMW-Series-3-2019

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Motor Expo ให้คุณเป็นเจ้าของรถ BMW รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม นี้

6 Years Extended Maintenance

  • บริการดูแลบำรุงรักษา (BSI) 6 ปี หรือ 120,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
  • สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถใหม่ แต่ยังหนักใจว่าจะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถยนต์กับ Carro Thailand ง่ายๆ ได้ราคาดี” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “Carro Thailand” ครับผม

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Toyota Corolla Altis (โคโรลล่า อัลติส) ใหม่ ที่เร้าใจ ด้วยดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่นเหนือใคร เส้นสายหนักแน่นเด่นชัดรอบคัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง ภายในกว้างขวาง ทันสมัย ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการตกแต่ง ให้ความรู้สึกเรียบหรู อีกทั้งยังออกแบบ โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

ด้านสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเกินใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้ความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่ (Fun-to-drive) สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด (Toyota Safety Sense) และยิ่งไปกว่านั้นถือเป็นครั้งแรกของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ที่มาพร้อมระบบไฮบริดรุ่นล่าสุด ในเจเนอเรชั่นที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุด

“Corolla (โคโรลล่า)” ได้สร้างตำนานในฐานะรถยนต์โตโยต้ามาแล้วมากกว่า 50 ปี นับตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด เรายังคงรักษาไว้ซึ่งพื้นฐานอันสำคัญทางด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ โดยโคโรลล่ารุ่นแรก เริ่มผลิตในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2509 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศญี่ปุ่น

จึงทำให้กลายเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดภายใน 3 ปี และได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมียอดขายสะสมมากกว่า 47 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งรถยนต์โคโรลล่าหนึ่งคัน จะถูกขายทุกๆ 15 วินาที ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดสำหรับโตโยต้าทั่วโลก

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

ในประเทศไทย โคโรลล่า เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2509 ด้วยเช่นกัน จากผลตอบรับอย่างท่วมท้นของลูกค้าชาวไทย ในช่วงกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โคโรลล่า ครองความนิยมในฐานะรถยนต์นั่งที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยยอดขายสะสมกว่า 800,000 คัน ได้รับความนิยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในประเทศไทย

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ในรุ่นที่ 12 ซึ่งรถรุ่นนี้ จะเปลี่ยนความคิดของทุกท่าน ที่มีต่อโคโรลล่าอย่างสิ้นเชิง

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

และในโคโรลล่า อัลติส รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งมีประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กม./ลิตร โดยมีให้เลือกถึง 3 รุ่น และรถรุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบเต็มรูปแบบคันแรกในตลาดนี้ สำหรับประเทศไทย และเมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งฉลองความสำเร็จ 10 ปีของรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในประเทศไทย พร้อมกับการเปิดตัวโครงการการบริหารจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดใช้แล้วแบบครบวงจร ความรับผิดชอบของเราในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด รวมไปถึงการเดินทางสาธารณะอีกด้วย

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวรุ่นสปอร์ตใหม่ “Corolla Altis GR-Sport” ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Gazoo Racing Sport” โดยรุ่น GR-Sport มาพร้อมแพ็คเกจพิเศษ ซึ่งจะเพิ่มแอโรไดนามิก และมอบความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่สูงสุด

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มี 5 จุดขายหลัก ได้แก่

1. ด้านการออกแบบ – ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Shooting Robust” กับเส้นสาย ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ให้ความหนักแน่น ภายในได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide” ตัวรถกว้างขวาง คำนึงถึงการใช้งานจริง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย

2. ด้านประสิทธิภาพของการขับขี่ – สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถโดยรวมลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone เพิ่มความนุ่มนวลในขณะโดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงการเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงและ การสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

3. ระบบ ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 – ครั้งแรกกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ รถยนต์รุ่นเดียวในตลาด C-Segment ที่ใส่ระบบ Full hybrid system ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

สำหรับรุ่น 1.6G
– เครื่องยนต์ 1ZR-FBE ขนาด 1.6 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

สำหรับรุ่น GR SPORT
– เครื่องยนต์ 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

สำหรับรุ่นไฮบริด
– เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า และเกียร์ E-CVT ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น

นอกเหนือจากเครื่องยนต์ไฮบริด โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 1.6 ลิตร เบนซิน เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการในทุกกลุ่มลูกค้า โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ให้มีอัตราเร่งตอบสนองที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั่วไป

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

4. ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า

  1. ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Active Safety) ได้เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) อีกทั้งยังคงมีระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill Start Assist Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
  2. ระบบความปลอดภัยหลังการชน (Passive Safety) โดยตัวรถเสริมโครงสร้างด้านหน้า เพื่อช่วยถ่ายเทแรงกรณีที่เกิดการปะทะ และโครงสร้างด้านข้างแบบวงแหวน ช่วยลดการยุบตัวจากการชน รวมทั้งมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  3. Toyota Safety Sense ใหม่ล่าสุด มีระบบการทำงานเพิ่มเติม คือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์ คันหน้าและระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

5. ระบบการเชื่อมต่อ – สะดวกสบายไปกับ Apple CarPlay และ T-Connect Telematics เพื่อช่วยให้ไม่พลาดในทุกการเชื่อมต่อ ทุกที่ และทุกเวลา

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ก็คือ กลุ่มคนวัยทำงานที่มองหารถยนต์ที่มีดีไซน์เรียบหรู มีระดับ และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมฟังก์ชันครบครัน ทดแทนกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เพื่อตอบรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

โดยแนวทางการสื่อสารของ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ใช้สโลแกน All New Corolla Altis, “Make A New High” “ข้ามสู่ขีดสุดที่เหนือกว่า”

พร้อมทั้งแนะนำพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงยอดนิยม ที่สะท้อนภาพลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงความหรูหรา มีระดับ ของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และหลังจากนี้เราจะจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ ในวันที่ 13-15 กันยายนนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ

นอกจากนั้น ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มีแพ็คเกจการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงเช็คระยะ อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด มีแพ็คเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ ระบบไฮบริด และการรับประกันราคาขายต่อที่โตโยต้า ชัวร์ เช่นเดียวกับ C-HR และ Camry Hybrid โดยได้วางเป้าหมายการขาย ไว้ที่ 2,300 คัน ต่อเดือน

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มีให้เลือก 6 รุ่น และ 7 สี

– White Pearl* – Phantom Brown
– Super White II – Attitude Black Mica
– Silver Metallic – Red Mica Metallic
สีใหม่ 1 สี
– Celestite Gray

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด

– Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท***
– Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท***
– Hybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท***

(*สำหรับสีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

– Limo เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท***
– 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท***
– 1.8 GR-Sport** เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท***
(**มี 3 สี White Pearl, Red Mica Metallic, Attitude Black Mica)

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า All-New Corolla Altis ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน

ถ้าคุณอยากซื้อ All-New Corolla Altis ใหม่ สามารถขายรถคันเก่ากับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

10-Cheapest-SUV-PPV-Crossover-In-Thailand

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

Carro ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover สุดในไทย ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

1. MG ZS 1.5 C ราคา 679,000 บาท

MG-ZS-2019

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV ตอบสนองคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า และเครื่องยนต์จุดระเบิดแบบ Atkinson Cycle พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และตั้งค่ากล่อง ECU ใหม่ ผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda-BR-V-2019

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover เพิ่งปรับโฉมไปหมาดๆ เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมัน E20 และ E85

3. MG GS 1.5 T 2WD D ราคา 890,000 บาท

MG-GS

MG GS (เอ็มจี จีเอส) จัดเป็นรถ Compact SUV ที่เปิดตัวครั้งแรกไปในรุ่น 2.0 ลิตร เมื่อเดือนมีนาคม 2559 และตามมาติดๆ ด้วยรุ่น 1.5 Turbo ในเดือนพฤศจิกายน 2559 โดดเด่นด้วยรูปทรงภายนอก ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง อุปกรณ์มาตรฐานมีเพียบ ใช้ช่วงล่างแบบอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังแบบมัลติลิงก์

ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร แบบใหม่ 4 สูบ Di Turbo 167 แรงม้า พร้อมระบบส่งกำลังใหม่แบบ Twin Clutch Sportronic Transmission หรือ TST 7 สปีด และรองรับน้ำมัน E85

New-MG-HS-2019

4. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

5. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda-HR-V-2019

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากๆ ในช่วงตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

6. Toyota C-HR 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท

Toyota-C-HR-2019

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

และในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากๆ และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

7. Chevrolet Captiva 1.5 LS ราคา 999,000 บาท

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) ใหม่ มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สไตล์โฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ด้วยราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท! มีให้เลือกทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง (รุ่น LS) หรือ 7 ที่นั่ง (รุ่น LT และ Premier)

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (1,451 ซีซี) DOHC Turbo DVVT ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์) ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด พร้อม Mode Shift Control รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10

8. Chevrolet Trailblazer 4X2 A/T LT ราคา 999,000 บาท

Chevrolet-Trailblazer

Chevrolet Trailblazer (เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์) แม้ว่าจะออกมานานแล้ว เปิดตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 ปรับโฉมน้อยใหญ่ หรือมีรุ่นพิเศษกันไปหลายครั้ง และยังขายมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นโฉมที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน และยังคงความเป็นรถแกร่ง สไตล์อเมริกัน เป็นจุดขายหลักเช่นเคย

โดยราคา 999,000 บาท จากราคาขายปลีกปกติ 1,144,000 บาท โดยคำนวณจากเทรลเบลเซอร์ รุ่น 4×2 A/T LT ปี 20 พร้อมฟรี สติกเกอร์ Trailblazer ที่ฝากระโปรงหน้า และชุดแต่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง มูลค่า 8,300 บาท เป็นราคาพิเศษที่ทาง GM Thailand เสนอในเดือนสิงหาคม 2562 ครับ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ Duramax ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ VGT (Variable Geometry Turbocharger) 180 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

9. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru-Forester-2019

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทยแล้ว มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi CD A/T ราคา 1,099,000 บาท

suzu-MU-X-The-Onyx-2019

Isuzu MU-X (อีซูซุ มิวเอ็กซ์) มาในมาดใหม่ คม…เข้ม รุ่นปี 2019 เปิดตัวไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับรุ่นพิเศษอย่าง The Onyx สปอร์ตแบบฉบับ Onyx Design Edition ห้องโดยสารโอ่โถงโทนเข้ม โดยในรุ่นเริ่มต้นนี้ เพิ่มไฟหน้า Bi-LED พร้อมไฟ Daylight ในโคมและเส้นนำแสง LED Guiding Light

มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.9 ลิตร Isuzu Ddi Blue Power 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมโหมด Rev Tronic เพื่อความสนุก และความสุนทรีย์ในการขับขี่

อันนี้แถมให้ …

11. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 D GT 2WD ราคา 1,299,000 บาท

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เพิ่งเปิดตัวโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมานี้เอง มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Diesel ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

12. Ford Everest 2.0 L Turbo 4X2 Trend ราคา 1,299,000 บาท

Ford-Everest

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) โฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ตัวรถมากับกระจังหน้าใหม่, ชุดไฟหน้า HID, ล้ออัลลอยแบบก้านคู่ Split-Spoke ขนาด 20 นิ้ว ใหญ่โตโอฬาร

ส่วนห้องโดยสารโทนสีดำ ใช้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า และมีหลังคา Panoramic Moonroof ให้ กับระบบ Infotainment แบบ SYNC 3 ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกล้องมองหลัง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เป็นต้น

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ที่ Everest จะใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ใหม่ แบบ Bi-Turbo แรงม้าสูงสุดมากถึง 213 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Ranger Raptor พร้อมจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

13. Toyota Fortuner 2.4 G ราคา 1,299,000 บาท

Toyota-Fortuner

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ เองนั้น ก็ยังเป็นรถอเนกประสงค์ยอดนิยมของคนไทย ทั้งในแบบรถใหม่ หรือรถมือสองก็ตาม โดยโฉมนี้ (เจเนอเรชั่นที่ 2) เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือน กรกฎาคม 2558 โดยมีการปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ กันทุกปี ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก

สำหรับรุ่นเริ่มต้น ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

Mr.Carro หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนตุลาคม 2562 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

Toyota-JZ-Engine

ถ้าจะให้ถามว่า “รถอะไรเอ่ย? ที่คนไทยนิยมเอามาวางเครื่องกันใหม่ มากที่สุด”

หลายคนคงตอบได้ว่า ต้องเป็น “เครื่องเจสิ” หรือเครื่องยนต์ตระกูล “JZ” ของ Toyota (โตโยต้า) แน่นอน เพราะมีให้เห็นกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการวางเครื่องทดแทนเครื่องเดิมในรถ Toyota เอง หรือวางเครื่องแบบข้ามสายพันธุ์ในรถยี่ห้ออื่น แม้กระทั่งรถกระบะ ก็ยังนิยมวางเครื่องยนต์ตัวนี้กัน ในช่วงที่ราคาน้ำมันแพง แล้วก็นำไปติดแก๊สกัน หรือชอบความแรงเป็นการส่วนตัว …

เครื่องยนต์ตระกูล JZ เริ่มพัฒนาออกมาและติดตั้งในรถยนต์ Toyota รุ่นต่างๆ ตั้งแต่ปี 1990 เพื่อทดแทนเครื่องยนต์ตระกูล M ที่ใช้กันมานาน

Mr.Carro ขอพามาดูกันครับ ว่าเครื่อง J ที่เรียกกันติดปาก สำหรับเครื่องยนต์ตระกูล JZ ของ Toyota นั้น มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง …

ความหมายของเครื่องยนต์ตระกูล JZ

Toyota-JZ-Engine

– ตำแหน่งที่ 1 ตัวเลข 1 และ 2 หมายถึงลำดับของการผลิตในรุ่น คือ 1JZ, 2JZ
– ตำแหน่งที่ 2 ตัวอักษร 2 ตัว JZ หมายถึงชื่อรุ่น
– ตำแหน่งที่ 3 ตัวอักษร G, E, F, S, T หมายถึงรายละเอียดการทำงานทั่วไปของเครื่องยนต์

– G DOHC แบบต้องการกำลังมากกว่าปกติ
– E ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า
– F DOHC แบบประหยัด
– S ระบบจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบตรง หรือ D-4
– T ติดตั้งระบบอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วย Turbo

เครื่องยนต์ 1JZ-GE, 1JZ-GTE

Toyota-JZ-Engine

หน้าตาเครื่องยนต์ 1JZ-GE แบบเดิมๆ ฝาดำ

รายละเอียดของเครื่องยนต์รหัส 1JZ นั้น แบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ นั่นคือ 1JZ-GE และ 1JZ-GTE เป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาด 2.5 ลิตร (2,491 ซีซี) แบบ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 86 X ช่วงชัก 71.5 มิลลิเมตร มีทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ

ซึ่งเครื่องยนต์รหัส 1JZ-GE นั้น หมายถึงเครื่องยนต์ตัวธรรมดา (ฝาเงิน) ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 24.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

ส่วนเครื่องยนต์รุ่นปี 1996 ขึ้นไป (ฝาดำ) ให้แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 26.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

และในส่วนของตัวปรับปรุงใหม่ เพิ่มระบบ VVT-i เข้าไป ให้แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.5 กก.-ม. หรือ 26.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

และในส่วนของรุ่นที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แรงม้าจะมีแค่ 196 แรงม้า

Toyota-JZ-Engine

ส่วน 1JZ-GTE นั้น เป็นเครื่องยนต์ที่มี Turbo คู่ ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 37.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที

Toyota-JZ-Engine

และในส่วนของตัวปรับปรุงใหม่ เพิ่มระบบ VVT-i เข้าไป ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 38.5 กก.-ม. ที่ 2,400 รอบ/นาที

Toyota-JZ-Engine

และทิ้งท้ายด้วยรหัส 1JZ-FSE เพิ่มระบบ VVT-i และระบบจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบตรง D-4 ให้แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.5 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที

สำหรับรถรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น ที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 1JZ-GE, 1JZ-GTE ได้แก่ Toyota Mark II, Mark II Blit, Chaser, Cresta, Verossa, Crown, Crown Estate และรถสปอร์ตหรู Soarer กับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง Supra เป็นต้น

ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 1JZ-FSE ได้แก่รุ่น Mark II (เฉพาะตระกูล JZX11#), Mark II Blit, Verossa และ Crown เป็นต้น

การจะแยกแยะเครื่องยนต์รหัส 1JZ-GTE อาจจะยากหน่อย แต่ดูได้จากอ่างน้ำมันเครื่อง ก็พอคาดเดาได้ว่าเคยวางอยู่ในรุ่นไหนมาก่อน เช่น อ่างน้ำมันเครื่องอยู่หน้าเครื่อง จะอยู่ในรุ่น Maek II, Chaser และ Cresta, ส่วนอ่างน้ำมันเครื่องอยู่กลางเครื่อง อยู่ในรุ่น Crown และอ่างน้ำมันหลังเครื่อง จะอยู่ในรุ่น Supra เป็นต้น

เครื่องยนต์ 2JZ-GE, 2JZ-GTE

Toyota-JZ-Engine

รายละเอียดของเครื่องยนต์รหัส 2JZ นั้น มีรายละเอียดที่ไม่ต่างกับ 1 JZ มาก นอกจากพละกำลัง และความจุกระบอกสูบ แบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ เช่นกัน ได้แก่ 2JZ-GE และ 2JZ-GTE เป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาด 3.0 ลิตร (2,997 ซีซี) แบบ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 86 X ช่วงชัก 86 มิลลิเมตร มีทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ

ซึ่งเครื่องยนต์รหัส 2JZ-GE นั้น หมายถึงเครื่องยนต์ตัวธรรมดา (ฝาเงิน)

– ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 28.5 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที (ในรุ่น Mark II/Chaser/Cresta และ Lexus GS300)
– ให้แรงม้าสูงสุด 225 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 29.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที (ในรุ่น Soarer/Supra)
– ให้แรงม้าสูงสุด 230 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 29.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที (ในรุ่น Crown/Aristo)

ส่วนเครื่องยนต์รุ่นปี 1995 ขึ้นไป เพิ่มระบบวาล์วแปรผัน VVT-i

Toyota-JZ-Engine

– ให้แรงม้าสูงสุด 215 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 30.0 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที (ในรุ่น Mark II/Chaser/Cresta)
– ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 30.0 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที (ในรุ่น Mark II/Crown และ Altezza)
– ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 30.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที (ในรุ่น Lexus IS300 และ GS300)
– ให้แรงม้าสูงสุด 230 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 30.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที (ในรุ่น Soarer)

ส่วนรุ่นพลังแรง รหัส 2JZ-GTE เพิ่ม Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 44.0 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที

Toyota-Supra-Europe-Spec

และพิเศษสำหรับ Toyota Supra Turbo ที่ส่งไปขายยังในยุโรป และในอเมริกา เครื่องยนต์รหัส 2JZ-GTE ให้แรงม้าสูงสุดมากถึง 326 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 46.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

Toyota-JZ-Engine

ส่วนรุ่นเพิ่มระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 46.0 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที

Toyota-JZ-Engine

และทิ้งท้ายด้วยรหัส 2JZ-FSE เพิ่มระบบ VVT-i และระบบจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบตรง D-4 ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 30.0 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที (สำหรับรุ่นที่มีระบบ THS-M แรงม้าจะลดลงเหลือ 200 แรงม้า)

สำหรับเครื่องยนต์รหัส 2JZ-GTE มีอยู่ในรุ่น Brevis, Progres, Crown, Crown และ Crown Estate

การเดินทางของเครื่องยนต์ตระกูล JZ ทั้งหมดสิ้นสุดลงในประมาณปี 2007 ในรุ่น Crown Estate ต่อมา Toyota จึงได้ผลักดันเครื่องยนต์ในตระกูล GR ที่พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2002 แทนที่อย่างเต็มรูปแบบ

Toyota-Chaser

สำหรับปัญหาของเครื่องในตระกูล JZ คือ เรื่องสายไฟ ที่เครื่องหลายตัวมีสายไฟมาไม่ครบ มักจะก่อให้เกิดปัญหาจุกจิกตามมาโดยตลอด กับปัญหาเรื่องหม้อน้ำ และเรื่องระบบความร้อน มักจะมีปัญหากันมาก ส่วนถ้าใครอยากติดแก๊ส LPG กับเครื่องตัวนี้ก็ได้เลย เพราะลำพังให้เต็มน้ำมันเพียวๆ หลายคนน่าจะไม่ไหว

ส่วนการใช้แก๊ส หลายคนอาจกังวลเรื่อง Turbo จะพังเร็ว กับความเรื่องความร้อนของระบบแก๊สนั้น มากกว่าน้ำมันก็จริง แต่ร้อนไม่เกิน 10% ของระบบน้ำมัน สังเกตได้จากเกจ์วัดความร้อน ที่ร้อนผิดปกติมาจากการจูน อาจจะบางในรอบปลาย ทำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้น

ส่วนเรื่อง Turbo นั้น รวมถึงโข่งหลัง อุปกรณ์ทุกชิ้น วัสดุที่ใช้ออกแบบมาให้ทนความร้อนอยู่แล้ว ส่วนแกน Turbo ก็มีระบบน้ำมันเครื่องระบายความร้อนอยู่แล้ว ที่ชำรุดเสียหาย น่าจะมาจากอายุการใช้งานมากกว่า

โดยที่ผ่านมา แม้ว่าในบ้านเราจะมีการนำเข้ารถที่มีเครื่องยนต์ในตระกูล JZ เข้ามาขายเพียงไม่กี่รุ่น อาทิเช่น Altezza, Crown, Soarer, Supra และ Lexus GS300 เป็นต้น ซึ่งนอกจากเครื่องตระกูล JZ ที่ปิกอัพชอบลงกัน บรรดารถซิ่ง รถติดแก๊ส LPG ทั้งหลายก็ยังนิยมลงเครื่องยนต์ตัวนี้กันอีกด้วย

ด้วยคุณสมบัติของตัวเครื่องเอง และความทนทานซึ่งเป็นที่ยอมรับ แม้ว่าจะมีอาการจุกจิกบ้างเป็นธรรมดา ของเครื่องยนต์รถที่มีอายุ 20 กว่าปีแล้วก็ตาม

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถแต่งซิ่งที่วางเครื่องตระกูล JZ มาลองเล่นดูบ้าง สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา:

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2562 โดยเจ.ดี. พาวเวอร์ เผย 10 อันดับ ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ได้แก่ …

Nissan (นิสสัน) ได้อันดับสูงสุด ด้านความพึงพอใจ ในการบริการหลังการขาย ด้วยคะแนนรวม 838 คะแนน และทำคะแนนได้ดีในการประเมิน 3 ปัจจัยจากทั้งหมด 5 ปัจจัย ได้แก่ ที่ปรึกษางานบริการ, การรับรถคืน และคุณภาพงานบริการ

ตามมาด้วยอีซูซุ ได้อันดับ 2 ด้วยคะแนน 837 คะแนน และโตโยต้า ได้อันดับ 3 ด้วยคะแนน 836 คะแนน

การศึกษานี้ยังพบอีกว่ามีสัดส่วนลูกค้าที่มากขึ้น (20% ในปี 2562 เทียบกับ 16% ในปี 2561) ระบุว่าเวลาที่ใช้ในการให้บริการดีกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งดีกว่าที่คาดหวังไว้อยู่ที่ 858 คะแนน ขณะที่ระบุว่าเวลาในการให้บริการแย่กว่าที่คาดหวังไว้ อยู่ที่ 731 คะแนน

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

ทั้งนี้ยังมีสัดส่วนลูกค้าคิดเป็นร้อยละที่มากขึ้น (85% ในปี 2562 เทียบกับ 62% ในปี 2561) ที่ได้รับการแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะการให้บริการอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบการปฏิบัติที่มากขึ้นในการอธิบายถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการกับรถ (98% ในปี 2562 เทียบกับ 97% ในปี 2561) และการอธิบายรายละเอียดค่าใช้จ่าย (97% ในปี 2562 เทียบกับ 96% ในปี 2561) หลังให้บริการเสร็จแล้ว

ลูกค้าที่รถได้รับบริการเสร็จสิ้นภายในหนึ่งชั่วโมงมีจำนวนมากขึ้น คิดเป็น 45% ในปี 2562 จาก 36% ในปี 2561 แต่มีลูกค้าเพียง 67% ที่กล่าวว่ารถของพวกเขาได้รับการล้างและดูดฝุ่นหลังรับบริการเสร็จ ซึ่งลดลงจาก 69% ในปีที่แล้ว

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมที่ได้จากการสำรวจในปี 2562:

การรับรู้เกี่ยวกับวิธีการนัดหมายทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น:

    เกือบ 1 ใน 4 (24%) ของลูกค้าที่ไม่ได้นัดหมายผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแอปพลิเคชัน กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสามารถนัดหมายผ่านช่องทางดังกล่าวได้ ซึ่งถือว่าดีขึ้น โดยที่สัดส่วนลูกค้าที่ไม่ทราบเรื่องช่องทางนัดหมายผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแอปปลิเคชัน ลดลงจาก 36% ในปี 2561
    แต่อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ทำการนัดหมายแบบออนไลน์ 23% ของลูกค้าพบว่า ระบบการนัดหมายแบบออนไลน์ใช้งานยาก ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 14% ในปี 2561

การตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่มีต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

    : สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด สิ่งที่ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด คือ อาหารฟรี (+31 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของปัจจัยนี้) ร้านกาแฟในศูนย์บริการ (+31 คะแนน) และบริการแท็บเล็ต หรือวิดีโอเกม (+22 คะแนน)
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การให้บริการแท็บเล็ต หรือวิดีโอเกม (+12 คะแนน) และอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ (+8) ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

การเอาใจใส่ความรู้สึกของลูกค้า เมื่อแนะนำบริการเสริมเพิ่มเติม

    :มีลูกค้าจำนวนน้อยลง (29% ในปี 2562) ที่ยินยอมทำตามคำแนะนำเกี่ยวกับบริการเสริม จากที่ปรึกษางานบริการ (ลดลงจาก 33% ในปี 2561) ทั้งนี้ลูกค้าที่ยินยอมรับบริการเสริม ตามคำแนะนำมีความพึงพอใจสูงกว่า (839 คะแนน)
    เมื่อเทียบกับลูกค้าที่ไม่ยินยอม (830 คะแนน) ดังนั้น ที่ปรึกษางานบริการต้องหลีกเลี่ยงการคะยั้นคะยอให้ลูกค้าทำตามที่แนะนำ และเสนอเฉพาะบริการเพิ่มเติมที่จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้าเท่านั้น

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

การศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2562 ประเมินความพึงพอใจโดยรวมของเจ้าของรถยนต์ที่ใช้บริการจากศูนย์บริการมาตรฐานสำหรับการบำรุงรักษา และงานซ่อมแซมในช่วง 12-36 เดือนของการเป็นเจ้าของ ใน 5 ปัจจัยหลัก (เรียงลำดับตามความสำคัญ) ได้แก่

  • คุณภาพงานบริการ (27%)
  • การรับรถคืน (20%)
  • สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ (18%)
  • การเริ่มต้นให้บริการ (18%) และ
  • ที่ปรึกษางานบริการ (18%)

ปีนี้นับเป็นปีที่ 20 ของการศึกษาวิจัย ซึ่งทำการศึกษาจากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 3,050 ราย ที่ซื้อรถยนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 – มิถุนายน 2561 และนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐาน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 – มิถุนายน 2562 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2562

JD-Power-2019-Thailand-Customer-Service-Index

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2562 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. นิสสัน – 838 คะแนน
2. อีซูซุ – 837 คะแนน
3. โตโยต้า – 836 คะแนน
4. เชฟโรเลต – 832 คะแนน
5. มิตซูบิชิ – 830 คะแนน
6. ฮอนด้า – 825 คะแนน
7. เอ็มจี – 823 คะแนน
8. ซูซูกิ – 823 คะแนน
9. ฟอร์ด – 817 คะแนน
10. มาสด้า – 815 คะแนน

ส่วนคะแนนค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม อยู่ที่ 831 คะแนน

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

และในส่วนของด้านล่างนี้ เป็นผลการสำรวจอันดับของปี 2018 …

ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย ประจำปี 2018

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2018 โดยเจ.ดี. พาวเวอร์ เผย 10 อันดับค่ายรถยนต์ Mass ที่มีบริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ปีนี้ “อีซูซุ” ได้อันดับ 1 ไปครอง ด้วยคะแนน 847 คะแนน โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 19 ของการศึกษาวิจัยโดย เจ.ดี. พาวเวอร์

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2018 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2018 Thailand Customer Service Index (CSI) StudySM) ระบุว่า เจ้าของรถยนต์ในกลุ่มที่ชำระค่าบริการสูงกว่าที่คาดหวังไว้ (17%) มีความพึงพอใจ ต่ำกว่ากลุ่มเจ้าของรถยนต์ที่ชำระค่าบริการตรงตามที่คาดไว้หรือค่าบริการต่ำกว่าที่คาดไว้ (83%) (คะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 751 และ 847 ตามลำดับ จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

ซึ่งประเมินจากคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 2,658 ราย ที่ซื้อรถยนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 – กรกฎาคม 2560 และนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 – กรกฎาคม 2561 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2561

JD-Power-2018-Thailand-Customer-Service-Index

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2561 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. อีซูซุ – 847 คะแนน
2. มิตซูบิชิ – 840 คะแนน
3. ซูซูกิ – 837 คะแนน
4. นิสสัน – 827 คะแนน
5. โตโยต้า – 826 คะแนน
6. ฟอร์ด – 823 คะแนน
7. เชฟโรเลต – 818 คะแนน
8. ฮอนด้า – 806 คะแนน
9. มาสด้า – 803 คะแนน
10. เอ็มจี – 794 คะแนน

ส่วนคะแนนค่าเฉลี่ยตลาดยอดนิยม อยู่ที่ 826 คะแนน

และในส่วนของด้านล่างนี้ เป็นผลการสำรวจอันดับของปี 2017 ครับ …

ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย ประจำปี 2017

10 อันดับค่ายรถยนต์ Mass ที่มีบริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ในปี 2017 “โตโยต้า” ยังคงครองอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 10 ปี โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 18 ของการศึกษาวิจัยโดย เจ.ดี. พาวเวอร์

ผลการสำรวจ J.D. Power 2017 Thailand Customer Service Index (CSI) Study เผยให้เห็นว่า “โตโยต้า” ครองอันดับสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยคะแนน 879 คะแนน จากคะแนนเต็มทั้งหมด 1,000 คะแนน ทั้งนี้ คะแนนความพึงพอใจต่อการบริการโดยรวมของตลาดรถยนต์เฉลี่ยอยู่ที่ 866 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) ลดลงจากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 873 คะแนน

จากการสำรวจ ได้สอบถามข้อมูลจากเจ้าของรถจำนวน 2,770 ราย ที่ซื้อรถยนต์ระหว่างเดือนมกราคม 2558 – พฤษภาคม 2559 และเข้าศูนย์บริการในช่วงเดือน กรกฎาคม 2559 – พฤษภาคม 2560

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2560 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. โตโยต้า – 879 คะแนน
2. ฮอนด้า – 864 คะแนน
3. มิตซูบิชิ – 863 คะแนน
4. อีซูซุ – 862 คะแนน
5. มาสด้า – 860 คะแนน
6. ซูซูกิ – 859 คะแนน
7. เอ็มจี – 853 คะแนน
8. นิสสัน – 852 คะแนน
9. เชฟโรเลต – 846 คะแนน
10. ฟอร์ด – 840 คะแนน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก J.D. Power

New-Car-In-BIG-Motor-Sale-2019

งานมหกรรมยานยนต์ เพื่อขายแห่งชาติ (Bangkok International Grand Motor Sale) หรือ BIG Motor Sale 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดย ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ในแนวคิด “เปิดโลกยานยนต์สรรสร้าง”

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน BIG Motor Sale 2019 โดยในเดือนสิงหาคม บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันหลายค่าย Carro ขอแนะนำให้ได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

1. Toyota Sienta

Toyota-Sienta-2019

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เพิ่งไปตัวไปสดๆ ร้อนๆ ในเดือนนี้ ปรับปรุงใหม่ภายใต้แนวคิด “คลิก ให้ชีวิตสุดชิค” ให้มีความทันสมัย (Chic) และง่ายต่อการใช้งานแค่เพียงสัมผัส (Click) ดีไซน์ภายนอกปรับกระจังหน้า กันชนหน้าใหม่ มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED พร้อมสีใหม่ Citrus Mica Metallic

ส่วนภายใน เบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์สีดำ เดินด้ายส้ม แผงข้างประตูดีไซน์ใหม่ ติดตั้งจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว ใหม่ พร้อมฟังก์ชัน T-Link พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา 4 จุดรอบคัน และกล้องบันทึกภาพ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ในราคา 765,000 – 875,000 บาท

2. Toyota Majesty

All-New-Toyota-Majesty

Toyota Majesty (โตโยต้า มาเจสตี้) รถตู้สุดหรูจากค่ายโตโยต้า ที่จะมาแทนรุ่น Ventury โดยเตรียมขายเป็นครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale 2019 นี้ ใช้พื้นฐานเดียวกับ Hiace และ Commuter โฉมใหม่ อัดแน่นออพชั่นเต็มพิกัด

ขุมพลังเป็นแบบรหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร VG Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ในราคาเท่าไหร่ โปรดติดตาม …

3. Mitsubishi Pajero Sport

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต) รถ SUV หรือที่เรียกกันว่ารถ PPV ยอดฮิตในบ้านเรา เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรกในโลกที่ไทย ปรับชุดไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า และไฟท้าย ใหม่ และปรับปรุงภายในใหม่ อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยมากขึ้น เช่น ระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

มาพร้อมเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Diesel ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD GT, 2WD GT Premium และ 4WD GT Premium ในราคา 1,299,000 – 1,599,000 บาท

4. Suzuki Carry

All-New-Suzuki-Carry-2019

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) โฉมใหม่หมดจด ขวัญใจชาวฟู้ดทรัค ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจดซะที หลังจากที่ขายรุ่นเดิมมาอย่างยาวนานถึงสิบปีกว่า ครั้งนี้ด้านหน้ารถออกแบบเป็นตัดหน้าตรง เหมือนรถตู้ กระบะหลังเปิดได้ 3 ด้าน และสามารถบรรทุกได้มากถึง 1 ตัน! พร้อมการออกแบบห้องโดยสารภายในใหม่ เน้นที่เก็บของเต็มพิกัด!

มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K15B-C ขนาด 1.5 ลิตร 95 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด บนระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนราคาโปรดติดตามได้ในงาน BIG Motor Sale 2019 นี้!

5. Mercedes-Benz A-Class

Mercedes-Benz-A-Class-Sedan

Mercedes-Benz A-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส) ใหม่! มาไทยแน่นอน พร้อมเปิดตัวในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ ในชื่อ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ซึ่งภายในมีฟังก์ชั่นเด่นๆ อย่าง หน้าจอคู่ Dual Screen Cockpit ขนาด 10.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ, ระบบควบคุม Multimedia “MBUX”, หรือช่องแอร์เรืองแสง illuminated Air Vents แบบ Turbine เป็นต้น

ในเวอร์ชั่นอาจมาพร้อมขุมพลังขนาด 1.3 ลิตร Turbo 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ในราคาที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

6. Audi TT

Audi-TT

Audi TT (ออดี้ ทีที) ยนตรกรรมสปอร์ตตระกูล TT ที่ได้รับความนิยมและตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก เมื่อเดือนที่ผ่านมาได้ทาง Audi ได้เปิดตัว Audi TT สเปคไทย ทีเดียว 3 รุ่น คือ The New Audi TT Roadster, Audi TTS Coupé และ Audi TT Coupé ใหม่

มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร Turbo 230 แรงม้า และ 286 แรงม้า ในรุ่น TTS Coupé ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 สปีด และยังเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ quattro เอกลักษณ์ของ Audi สามารถทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ในราคา 3,299,000 – 4,699,000  บาท

7. Peugeot 3008 & 5008

Peugeot-3008

Peugeot 3008 & 5008 (เปอโยต์ 3008 และ 5008) เป็นรถแบบ SUV 5 ที่นั่ง ขนาด Compact ส่วนรุ่น 5008 จะเป็นแบบ 7 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาได้อย่างล้ำสมัย ภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่ มีอุปกรณ์เด่นๆ อาทิ เบาะหนังแท้, ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone, หน้าปัดแสดงผลแบบดิจิตอลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น

ส่วนเครื่องยนต์ของเวอร์ชั่นไทย คาดว่าแบบเดียวกับที่จำหน่ายที่มาเลเซีย แบบเบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร Twin Scroll Turbo High Pressure (THP) ให้กำลังสูงสุด 165-167 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Paddle Shifts ที่พวงมาลัย และโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 5 รูปแบบ

ซึ่งราคาของ 3008 เริ่มต้นที่ 1,549,000 ล้านบาท และรุ่น 7 ที่นั่งอย่าง 5008 เริ่มต้น 1,749,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.

8. MG Extender

MG-Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) ครั้งแรกของ MG ที่เปิดตัวรถกระบะ เตรียมชิมลางสมรภูมิรถกระบะอันดุเดือดครั้งแรกในไทย ใน Concept “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” โดยมาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic ตัวถังขนาดใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครัน และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ครั้งแรกของโลกในรถกระบะ

มาพร้อมเครื่องยนต์ Diesel Commonrail Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ มี 9 รุ่นย่อย ครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ในราคา 549,000 – 1,029,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถใหม่ในงาน BIG Motor Sale 2019 แต่ยังไม่รู้ว่าว่าจะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ที่ได้ราคาที่ดีที่สุด … ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ

1 2 3 9