Carro-What-Reason-To-Get-Car-Insurance

เพื่อนๆ หลายคน มักจะมองว่าการซื้อประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นชั้นไหนๆ เป็นเพื่อการคุ้มครองทั้งเรา และตัวรถในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมไปถึงครอบคลุมค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ตัวเราต้องเข้าโรงพยาบาล หรือรถยนต์ของเราเกิดความเสียหาย

เหตุผลที่ควรทำประกันรถยนต์ติดรถไว้

อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไรนักที่เพื่อนๆ หลายคนอาจจะมองว่าการทำประกันรถยนต์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสักเท่าไรเพราะเนื่องจากตัวเราเองก็รู้จักในการขับขี่อย่างมีสติ และมีความปลอดภัย จึงรู้สึกว่าการทำประกันรถยนต์ที่ต้องคอยเสียเบี้ยประกันไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่า อีกทั้งยังมี พ.ร.บ. รถยนต์ที่คอยดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้เราอยู่แล้ว

ทาง masii อยากจะขอแนะนำให้เพื่อนๆ ให้ความสำคัญกับการทำประกันดูนะครับ เพราะว่าหากเราทำประกันรถยนต์ไว้จะเป็นการแบ่งเบาภาระ และค่าใช้จ่ายของเราได้เยอะเลย สำหรับใครยังไม่มั่นใจ วันนี้ตามผมไปอ่านเหตุผลดีๆ ที่ควรทำประกันติดรถไว้กันนะครับ

What-Reason-To-Get-Car-Insurance

1. คุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุรถชน

อุ่นใจได้เลยครับ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกทำประกันชั้นไหนก็จะคุ้มครองทั้งรถเรา รถคู่กรณีด้วยนะ โดยจะแบ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ดังนี้

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองมากที่สุด ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นชนรถ ชนสิ่งของต่างๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ก็คุ้มครองด้วยครับ หรือเคลมได้ทุกกรณีหากเกิดการชน
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองเทียบกับชั้น 1 เลย จะต่างตรงที่ว่า ต้องสามารถระบุคู่กรณีได้
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองซ่อมรถเราให้กรณีที่ระบุคู่กรณีได่เท่านั้น

2. ดูแลค่าใช้จ่าย รักษา หากเกิดอุบัติเหตุ

แน่นอนว่า เราทำประกันรถยนต์เพื่อคอยช่วยดูแลครอบคลุมความรับผิดชอบต่อคู่กรณี ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของตัวเราและคู่กรณี เช่น ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาล รวมไปถึงค่าซอมแซ่มรถยนต์ตามทุนประกันด้วยครับ

What-Reason-To-Get-Car-Insurance

3. มีเจ้าหน้าที่จากประกันช่วยเจรจาหากเกิดอุบัติเหตุ

ใครๆ ก็ต่างรักรถยนต์ของเราเป็นธรรมดา หากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มักจะพบเจอกับคู่กรณีที่อารมณ์ร้อน พูดจาด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ถ้าเป็นแบบนั้นคงยากที่เราจะเจรจาต่อรองกัน แต่หากเราทำประกันรถยนต์ไว้ อุ่นใจได้แน่นอน เพราะเราสามารถโทรเรียกเจ้าหน้าที่ประกันมายังที่เกิดเหตุ และเจรจากับคู่กรณีได้ครับ แถมยังช่วยต่อรองกับคู่กรณีได้ง่ายมากขึ้นด้วย

เพียงเท่านี้เพือนๆ ก็คงจะทราบถึงข้อดีสำหรับการทำประกันรถยนต์ติดไว้กันแล้วใช่มั้ยครับ จริงๆ แล้วประกันรถยนต์ยังครอบคลุมอีกหลากหลายกรณีเลยนะครับ หากใครที่สนใจอยากทำประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลอยากสอบถามโทรเข้ามา 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่ครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

6-Warning-Signs-Of-Brake-Problems

ระบบเบรกของรถยนต์ นี่ถือว่าสำคัญมากในการขับขี่ที่ไม่สามารถปล่อยละเลยไปได้เลยนะครับ หากเกิดความผิดปกติเพียงเล็กน้อย จะได้ทราบว่าตอนนี้เบรกของคุณกำลังมีปัญหา

เคยไหม ที่ต้องเหยียบเบรกหลายครั้ง รถของคุณถึงจะหยุด หรือมักมีเสียงอี๊ด เอี๊ยด เวลาเบรก บางคนคิดอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เลยไม่ให้ความสนใจ แต่ที่จริงแล้ว นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเบรกของรถเรากำลังมีปัญหา ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โดยที่สัญญาณเตือนนั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน คือ

1. ไฟเตือนเบรก

อันดับแรกเมื่อ ระบบเบรกมีปัญหา ไฟเตือนเบรกก็จะแสดงสัญญาณเตือนให้รับรู้ และต้องทำการตรวจเช็คโดยด่วน ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด

2. น้ำมันเบรกรั่ว

สามารถตรวจสอบได้จากระดับของกระปุกน้ำมันเบรก ซึ่งต้องเต็มอยู่เสมอ หากพร่องให้เติมจนถึงระดับที่กำหนด เมื่อเกิดเหตุการณ์การรั่วไหลของสายเบรก จะทำให้น้ำมันเบรกลดลงอย่างรวดเร็วและมักมีน้ำมันไหลซึมบริเวณใกล้ล้อรถเมื่อจอด หรือมีน้ำมันไหลหยดใกล้แป้นเบรกขณะเหยียบเบรก ซึ่งเบรกจะไม่ทำงานหากไม่มีน้ำมันเบรก

3. เกิดเสียงขณะเหยียบเบรก

เสียงที่เกิดเมื่อเหยียบเบรก มักมีสองลักษณะด้วยกัน คือ

เสียงเอี๊ยดๆ เกิดจากการเสียดสีของจานเบรกกับผ้าเบรก ที่อาจเสื่อมสภาพแล้วทำให้เกิดเสียง และเบรกไม่ค่อยอยู่ หากไม่แก้ไขเสียงจะดังขึ้นเรื่อยๆ

เสียงครืดๆ เกิดจากคราบฝุ่นสกปรก หรือเศษหินเล็กๆเข้าไปอยู่ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก เมื่อเสียดสีกันจึงเกิดเสียงขึ้น แต่ถ้ามีเสียงหลังจากขับลุยน้ำมา อาจเกิดจากผ้าเบรกเปียก ขับไปสักพัก เมื่อผ้าเบรกแห้งเสียงจะหายไปเอง

4. พวงมาลัยสั่น

เมื่อเหยียบเบรกแล้วแป้นสั่นขึ้นมาจนถึงพวงมาลัย อาจเกิดจากแผ่นโรเตอร์บิดเบี้ยวทำให้เกิดการสั่นขึ้น หากไม่อยากหมดเงินในกระเป๋า ถ้ามีอาการแบบนี้ควรรีบให้ช่างตรวจเช็คทันที เพราะไม่อย่างนั้นอาจต้องเปลี่ยนอะไหล่เบรกหลายตัว

5. กลิ่นไหม้

อาการนี้มักเกิดกับเกียร์ออโต้ หรือผู้ขับขี่ที่เวลาขับรถขึ้นลงเขาชอบเหยียบแช่เบรก ทำให้เบรกติดและไหม้ตามมาในที่สุด อาการนำคือกลิ่นเหม็นไหม้ หรือหนักกว่านั้น ก็จะมีควันออกตรงกระโปรงรถให้ตื่นเต้นด้วย เพราะฉะนั้น ต้องระวังการเหยียบเบรกแช่ขณะขับรถให้ดี

6. เบรกไม่ค่อยอยู่

ไม่ว่าจะเป็นเบรกต่ำ คือ เบรกแล้วจมมากกว่าปกติ หรือเบรกตื้อ ที่ใช้แรงในการเหยียบเบรกมากกว่าปกติก็ตาม ซึ่งอาจเกิดจากลูกยางแม่ปั้มเบรก หม้อลม ลูกสูบ ฯลฯ ล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบเบรกของคุณ กำลังมีปัญหาต้องพบช่างเพื่อแก้ไขโดยด่วน

อาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้น จะทำให้คุณสังเกตถึงความผิดปกติของระบบเบรกได้ง่ายขึ้น แต่หากตรวจสอบแล้วพบเจอ ต้องรีบแก้ไขโดยทันที อย่าละเลย นอกเหนือจากนี้ต้องคอยตรวจสอบ และเช็คสภาพรถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่

หากคุณต้องการขายรถด่วน Carro ช่วยได้ขายให้ภายใน 24 ชั่วโมง และได้ราคาดี และหากต้องต้องหารรถยนต์ใหม่ ป้ายแดง โปรแรงๆ สามารถดูโปรโมชั่นได้ที่ https://www.siamcardeal.com/ หรือสามารถ Inbox สอบถามโปรโมชั่นรถใหม่และข่าวสารได้ที่ Facebook Siamcardeal

หรือ Add Line เพื่อรับโปรโมชั่นต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม @siamcardeal
inbox : http://m.me/siamcardeal
line : https://line.me/R/ti/p/@siamcardeal

Carro-Masii-Old-Car-Can-Do-First-Class-Insurance

ในปัจจุบัน การเลือกซื้อหรือใช้งานรถยนต์มือสอง ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุผลที่ว่ารถมือสองมักจะเสนอขายในราคาที่ถูกกว่า รวมไปถึงถ้าหากเราเลือกรถมือสองที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นสภาพรถทั้งในและนอก เราเองก็จะได้รถมือสองที่คุณภาพดีไม่แพ้รถมือหนึ่งเลย

หากมีรถยนต์เป็นของตัวเอง การเลือกทำประกันรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่เพื่อนๆ หลายคนควรทำ แต่สำหรับรถมือสอง เราควรจะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เลยดีมั้ยนะ หรือว่าควรเลือกตามความเหมาะสมกับตัวเองดี วันนี้ masii มาคำตอบมาฝากชาว Carro กันจ้า

Carro-Masii-Old-Car-Can-Do-First-Class-Insurance

เพื่อนๆ หลายคนมักจะมองว่าการเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้กับรถมือสองเป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง เพราะเนื่องจากมีการใช้งานมาสักระยะแล้ว หากเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถป้ายแดง แบบนี้สิที่ควรจะทำ

แต่การทำประกันรถยนต์นั้นเรามีไว้เพื่อความอุ่นใจ ในกรณีที่เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุกับเพื่อนๆ แม้จะมีความมั่นใจว่าขับรถปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

ดังนั้น การเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 จะช่วยให้เพื่อนๆ อุ่นใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่าประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ อย่างแน่นอน

Carro-Masii-Old-Car-Can-Do-First-Class-Insurance

แต่เพื่อนๆ คนไหนที่ขับรถมือสอง เกิดอยากจะทำประกันชั้น 1 ควรจะเป็นรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 10 ปีนะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน เพราะบางแห่งก็สามารถรับรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ได้อีกด้วยนะ

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มองหาประกันรถยนต์ที่เบี้ยไม่แพงนัก ประกันรถยนต์ชั้น 2+ นั้นเหมาะมากๆ สำหรับรถมือสอง เพราะให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 เลย หลักๆ คือ คุ้มครองความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยอุบัติเหตุ

หากสนใจอยากทำประกันรถยนต์ เพื่อนๆ สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์​ รวมไปถึงเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ได้อีกด้วยนะ หากมีคำถามสงสัย สามารถโทรเข้ามาได้ที่ 02-7103100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่จ้า

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

อีกหนึ่งในปัญหาโลกแตก ของคนที่ “อยาก” ขายรถคันเดิม แล้วเปลี่ยนรถเป็นคันใหม่ …

“ผมมีงบอยู่ประมาณ 3 แสน จะซื้อรถรุ่น XXX ขนาด Compact Car หรือรถยี่ห้อ XXX รุ่น OOOOO ที่มีขนาด Mid-Size ดีครับ? กำลังลังเลอยู่เลย”

“พอดีดิฉันอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ ก็เลยเล็งๆ รถรุ่น XXXX ที่เป็นแบบ Eco-Car อยู่ค่ะ แต่มาเห็นรถมือสอง XXX OOOOOO ขนาด Compact Car ดี?”

คำถามแนวๆ นี้ ผมเองตั้งแต่เล่นรถมา ก็ได้ยินมานานมากแล้วครับ ตามเว็บบอร์ดต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน

ก่อนอื่น ต้องถามตัวคุณเองก่อนว่า มีความรู้ในเรื่องรถยนต์มากน้อยแค่ไหน?

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ถ้าคุณอยากได้รถมือสองปีเก่าหน่อย แต่เป็นรถใหญ่ ถ้าเป็นรถญี่ปุ่น แนว Mid-Size Car (หรือ D-Segment) ก็มีให้เลือกอยู่หลายรุ่น เช่น Toyota Camry (ACV40) (โตโยต้า แคมรี่), Nissan Teana (J32) (นิสสัน เทียน่า) หรือจะเป็น Honda Accord (CU หรือ G8) (ฮอนด้า แอคคอร์ด) สมมติว่าเป็นรุ่นประมาณปี 2007 – 2012

ซึ่งในตอนนี้มีราคาขายอยู่ในตลาดรถมือสอง ประมาณ 2 แสนบาทปลายๆ จนไปถึงประมาณ 6 แสนบาท ในเวลานี้ (ปี 2562)

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ข้อดี! ของการซื้อรถมือสองปีเก่า ได้รถใหญ่ คืออะไร?

– ออพชั่น แน่นอน! คุณได้ออพชั่นที่มากกว่ารถในรูปแบบ Eco-Car, Sub-Compact Car หรือ Compact Car อยู่แล้ว รวมไปถึงระบบความปลอดภัยด้วย ซึ่งถ้าใครจำเป็นต้องขับรถทางไกลไปต่างจังหวัดบ่อย การเลือกรถใหญ่ ค่อนข้างขับได้ดีและมั่นคงเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกกับค่าใช้จ่าย ค่าน้ำมันที่มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน

แต่ความเสียเปรียบของรถเก่า หลักๆ ก็จะเป็น การบำรุงรักษาของรถเก่า (ที่อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป) ก็ต้องเริ่มเอาใจใส่เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ของเหลวต่างๆ ระบบน้ำหล่อเย็น เป็นต้น

คือไม่ต้องมีความรู้มากมาย ชนิดพวกชอบอวดตัวเองเป็น กูรู กูรู้ ก็ได้ ขอแค่มีความรู้ในเบื้องต้น หมั่นรู้จักสังเกตดูว่า ตามซีล ข้อต่อต่างๆ มีหยดรั่วซึม หรือไม่? เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง หรือแอร์ มีเสียงแปลกๆ ไปจากที่เคยหรือเปล่า? เพราะการจะเล่นรถเก่า อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามการใช้งานอยู่แล้ว โดยบางยี่ห้อ อะไหล่ก็มีราคาไม่แพง แต่บางยี่ห้อ อะไหล่ก็อาจจะแพงหน่อย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ ก็ลองเข้าไปเป็นสมาชิกตามกลุ่มต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลจากผู้ใช้จริง ก่อนจะซื้อรถรุ่นนั้นๆ ก็ได้

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

แล้ว ข้อดี! ของการซื้อรถมือสองปีใหม่ ได้รถเล็ก คืออะไร?

สมมติว่า คุณอาจจะเลือกรถมือสอง ที่มีอายุการใช้งานเพียงแค่ 3-4 ปี แต่เป็นแบบรถเล็ก ซึ่งในตลาดตอนนี้ ก็มีให้เลือกอยู่มากมายหลายรุ่น

นับตั้งแต่ในแบบของ Eco-Car ที่เป็นรถมือสองอายุปีไม่มาก (ประมาณ 3-6 ปี)

โดยเลือกรถประมาณปี 2013 – 2017 ราคากลางอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทปลายๆ ไปจนถึง 4 แสนบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ปี สภาพของตัวรถ ระยะทางวิ่ง

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ไปจนถึงในแบบ Sub-Compact Car (หรือ B-Segment) เช่น

หรือจะเป็น …

โดยเลือกรถประมาณปี 2011 – 2016 ราคากลางอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทปลายๆ ไปจนถึง 4 แสนกว่าบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ปี สภาพของตัวรถ ระยะทางวิ่ง เช่นกัน!

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

สำหรับข้อดีของรถมือสองปีใหม่ นั่นคือ บางรุ่น ตอนนี้ก็ยังมีผลิตในรูปแบบของรถป้ายแดงอยู่! อีกทั้งยังเป็นตัวรถขนาดเล็ก ซึ่งประหยัดน้ำมันตามสไตล์ Eco-Car และ Sub-Compact Car เป็นอย่างดี รวมไปถึงออพชั่น (โดยเฉพาะรุ่น Top) ของรถเล็กเดี๋ยวนี้ ก็ดูไม่ต่างจากรถใหญ่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนแล้ว

และยังได้เรื่องประหยัดน้ำมันอีกด้วย ถ้าจำเป็นต้องใช้รถในเมืองใหญ่ๆ มากกว่าวิ่งออกต่างจังหวัด ถ้าจะเอาไปติดแก๊ส LPG ก็ยิ่งคุ้มเข้าไปอีก แต่ก็ต้องหมั่นดูแลรักษารถยนต์มากกว่าปกติเช่นกัน

เรียกได้ว่า อาจจะจ่ายเงินซื้อรถมือสองแพงหน่อย แต่ได้ในเรื่องของปีใหม่กว่า สภาพตัวรถดีกว่า ตัดปัญหาเรื่องซ่อมใหญ่ซ่อมเยอะไปได้ … แต่บางยี่ห้อ ก็ต้องไปลุ้นกันเอาเอง เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เสมอไปทุกยี่ห้อครับ

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ยิ่งรถมือหนึ่ง ในยุคนี้ หลายคนอาจคิดว่าซื้อรถป้ายแเดงละ สบายเลย อย่างน้อยก็ไม่ต้องซ่อมอะไรกับรถไปได้หลายปี ผ่อนกับเติมน้ำมันอย่างเดียวพอ … ที่ไหนได้! รถดันมีปัญหาขึ้นมา จอดกินข้าวลิงข้างทาง เสียขึ้นรถยกกันเป็นว่าเล่น

ถ้าโชคดี ยังอยู่ในประกันก็ได้เคลมฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี ขึ้นรถยกฟรี แต่ถ้าหมดระยะประกันแล้ว ก็หาเงินจ่ายเอง

ผมจะบอกให้ว่า “รถ” ก็คือ “ลด” ยิ่งรถเก่าเท่าไหร่ มูลค่าความเสื่อมสภาพก็จะยิ่งมาก และเมื่อจุดที่ราคารถรุ่นนั้นๆ ตกลงมาจนถึงขีดสุดแล้ว มันก็อยู่คงตัว ไม่ขึ้นไม่ลง ไปมากกว่านี้แล้วล่ะครับ

ซึ่งถ้าหากคุณซื้อรถมือสองมาใช้สัก 1-2 ปี แล้วเกิดอยากเปลี่ยนคันใหม่ มูลค่าอาจลดลงเพียงหลักหมื่นบาทเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับมูลค่าที่คุณซื้อมาด้วย นี่ก็ถือว่าเป็นข้อดีของรถมือสองด้วยครับล่ะ เพราะถ้าคุณไปเล่นป้ายแดง ก็อาจจะขาดทุนหลักแสน!

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

สุดท้ายนี้ การเลือกรถมือสอง “ความละเอียด” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการเลือกรถมือสอง ต้องเลือกที่สภาพดีพร้อมใช้งาน ไม่เคยชนหนัก หรือจมน้ำมา เป็นต้น ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งต้องไม่ถูกจนเกินไป (ถูกมากๆ ต้องเอาไปเก็บงานเยอะแน่ๆ หรือมีอะไรเสียหนักอยู่) หรือแพงจนเกินไป (สงสัยหมดเงินแต่ง ปั้น ไปเยอะ คงบวกค่าของแต่งเข้าไปด้วย)

และซื้อขายกันอย่างถูกต้อง มีสัญญาซื้อขาย ทะเบียนรถโอนได้อย่างถูกกฏหมาย แค่นี้ก็สบายใจแล้วล่ะครับ

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

4-Ways-To-Drive-A-Van-In-Reverse-Gear

จากกรณีที่มีข่าวรถตู้รับส่งนักเรียน ถอยทับคุณยายวัย 83 เนื่องจากคนขับมองไม่เห็นและไม่รู้ ซึ่งกรณีแบบนี้ ก็มีเกิดเรื่องมาให้เห็นกันแล้วหลายครั้งในอดีต

สิ่งที่ควรรู้ไว้ หากคุณขับรถตู้ ความรอบคอบ การกะระยะซ้ายขวาหน้าหลัง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่ารถตู้จะดูเหมือนขับไม่ยาก เพราะมีช่วงหน้ารถที่สั้น แซง แทรก เปลี่ยนเลน ง่ายมาก แต่ด้านท้ายนั้น เหมือนขับรถพ่วง เพราะจะมองไม่ค่อยเห็นในมุมด้านหลัง (เนื่องจากมีเบาะบังอยู่)

เวลาขับรถตู้ แล้วต้องถอยหลัง ต้องทำอย่างไร? วันนี้ Mr.Carro มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ

4-Ways-To-Drive-A-Van-In-Reverse-Gear

ดูกระจกมองข้าง

ใช้กระจกมองข้างให้คล่อง เวลาถอย ดูซ้าย ดูขวา ว่ามีอะไรกีดขวางหรือไม่ ก่อนจะถอย

4-Ways-To-Drive-A-Van-In-Reverse-Gear

ดูกระจกส่องท้ายรถตู้

อย่าลืมมองหันไปมองกระจกส่องท้ายรถตู้ (ถ้ามี) เพราะกระจกส่องท้ายรถตู้ จะติดตั้งในมุมที่มองเห็นด้านล้างของท้ายรถพอดี

4-Ways-To-Drive-A-Van-In-Reverse-Gear

กล้องมองภาพท้ายรถ / สัญญาณกะระยะท้ายรถ

เนื่องจากจุดบอดของรถตู้จะอยู่ที่ด้านท้าย เช่นเดียวกับรถบรรทุก หรือรถพ่วง การติดตั้งกล้องมองภาพด้านหลังรถ หรือสัญญาณกะระยะท้ายรถ เมื่อมีสิ่งกีดขวาง สัญญาณจะดังขึ้นเรื่อยๆ หรือมองเห็นภาพได้จากในรถ ก็จะช่วยให้ถอยรถ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

4-Ways-To-Drive-A-Van-In-Reverse-Gear

ลงมาดูท้ายรถ หรือ ให้คนช่วยดูท้ายรถให้

วิธีนี้ปลอดภัยสุด เมื่อไม่แน่ใจว่ามีสิ่งกีดขวาง ให้ลงมาดูด้านท้ายรถ หรือให้คนมายืนดูทางให้เวลาถอยรถ

ลองจำไว้ใช้ แล้วปฏิบัติตามกันดูนะครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

How-To-Choose-Child-Car-Seat

ช่วงนี้ หากใครที่กำลังเริ่มต้นมีครอบครัว หรือเพิ่งจะมีลูก หลายคนอาจจะอยากพาลูกเล็กๆ ไปเที่ยวด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ

หากมีเด็กน้อยที่จำเป็นต้องอยู่ในทริปของคุณพ่อ คุณแม่ ตลอดระยะการเดินทาง การจะปล่อยให้ลูกน้อยของเรานั่งนิ่งบนเบาะผู้โดยสารแบบผู้ใหญ่คงไม่ปลอดภัย ดังนั้นการมี “คาร์ซีท” ติดรถยนต์ของเราไว้ จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึง

คุณแม่กับวิธีการเลือกคาร์ซีท

การเลือกติดตั้งคาร์ซีท หรือที่รู้จักกันว่าเป็นที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กน้อย คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความปลอดภัย รวมไปถึงยังลดความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เช่น การเสียชีวิต การบาดเจ็บต่างๆ ที่มาจากรถยนต์ได้ด้วย วันนี้ masii จึงขอแนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ มือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรมาฝากเพื่อนๆ ชาว Carro จ้า

เลือกประเภทให้ถูก

อันดับแรกเลยคือ ต้องดูที่เด็กน้อยของเราก่อนว่า มีช่วงอายุเท่าไร ส่วนสูงเท่า รวมถึงขนาดตัวของเด็กๆ ด้วย เพราะหลักๆ คาร์ซีทจะแบ่งประเภทตาม เพราะถ้าหากลูกน้อยของเราโตขึ้นจนสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ถูกต้องอย่างเหมาะสมแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้คาร์ซีทอีกต่อไป

How-To-Choose-Child-Car-Seat

เข็มขัดนิรภัย

คาร์ซีทที่ดีนั้นควรจะมีเข็มขัดนิรภัยที่ได้รับมาตรฐาน และควรจะเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด เพราะว่าจะมีความปลอดภัยมากกว่าแบบ 3 จุดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ความปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย และเด็กเล็กของเรา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่มีมาตรฐานรับรองจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้อย่างแน่นอน ต้องขอบอกว่าบางยี่ห้อที่นำเข้ามาอาจจะไม่ได้มาตรฐานก็เป็นไปได้ ดังนั้นเรื่องของการเลือกซื้อคาร์ซีทควรใส่ใจอย่างมาก หรือเลือกจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Federal Motor Vehicle Safety Standard 213 ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

How-To-Choose-Child-Car-Seat

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

นอกจากคาร์ซีทที่จะเพิ่มความอุ่นใจ แต่ก็อาจจะยังมีข้อเสียที่ส่งผลอื่น ๆ ให้แก่เด็กน้อยของเราได้เช่นกันนะ ดังนั้น หลังจากที่เราได้ทำการเลือกซื้อคาร์ซีทมาแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกันด้วยนะคะ เช่น การติดตั้ง การคาดสายเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยต่อลูกๆ ของเราเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ทุกทริปทุกเดินทาง ทั้งเรา และเด็กน้อยก็สามารถสบายใจได้ด้วยคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน แต่เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้มากขึ้น การเลือกทำประกันภัยรถยนต์จะเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งเลย คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ทันที ถ้าหากมีข้อมูลสงสัยอยากสอบถาม​ โทรเข้ามาได้ที่ 02-7103100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่จ้า

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Classic-Car-Scrapped-Project

“ซากรถ” ถ้าจะให้พูดถึงโดยภาพรวม ก็จะหมายความว่า รถยนต์ที่หมดสภาพ หรือหมดประโยชน์ในการใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุหนักๆ ที่ซ่อมแล้วไม่คุ้มกับมูลค่าตัวรถ หรือคืนทุนประกันแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ขายซากรถยนต์ ทิ้งซะดีกว่า

หรือถ้าจะซ่อม ก็คงไม่เหมือนเดิม เพราะโครงสร้างตัวถังที่เสียรูปไปแล้ว จะทั้งดึงทั้งดัด ก็คงไม่เหมือนเดิม 100% หรือรถที่พังจนใช้งานไม่ได้ เช่น โดนน้ำท่วมมา เป็นต้น

แต่ซากรถในอีกประเภทหนึ่ง อาจจะไม่ได้เคยเกิดอุบัติเหตุอะไร เช่น เป็นรถที่จอดทิ้งไว้เฉยๆ จนผุพังไปตามกาลเวลา หรือเป็นรถแปลกๆ หายากๆ ที่นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ในอดีต แล้วหาอะไหล่ หรือซ่อมไม่ได้ จนเจ้าของหมดปัญญาจะใช้

พอเวลาผ่านไป ด้วยความที่รถเหล่าอาจจะมีน้อย รถรุ่นนั้นเกิดเป็น “เทรนด์ฮิต” ขึ้นมาอีกครั้ง เช่น ซากรถอเมริกันบางรุ่น หรือ ซากรถยุโรปในอดีต อย่าง “โฟล์คเต่า” หรือ “โฟล์คตู้” ที่จัดอยู่ในระดับรถคลาสสิค หายาก และที่เป็นต้องการของตลาด ราคาที่เคยตกต่ำกลับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ใครต่อใครหลายคน เริ่มมองหาซากรถเก่า เพื่อขึ้นมาปั้นใหม่อีกครั้ง!

Mr.Carro จะมาพูดถึงซากรถประเภทนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไร? เตรียมงบกันเท่าไหร่? เอาข้อมูลต่างๆ มาเล่าให้ฟังกัน

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Victer Ounlum

เล่มทะเบียน สัญญาซื้อขาย สำคัญ!

หากคุณจะซื้อ ซากรถยนต์มาทำใหม่ แล้วนำมาจดทะเบียน ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลตัวรถให้ดีก่อนว่า เล่มทะเบียน เอกสารชุดโอนของเจ้าของเดิม สัญญาซื้อขาย มีครบถ้วนหรือไม่? ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็ไม่น่าไว้วางใจนัก เพราะบางทีอาจจะเป็น ซากรถที่ถูกขโมยมา โดนสวมทะเบียนจากรถคันอื่น หรือรถที่ผ่านการก่อคดี หรือทำผิดกฏหมายมา แล้วอำพรางเป็นซากมานานก็เป็นได้

เรื่องภาษีรถยนต์ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ! ซากรถหลายคัน ถูกทิ้งมานานมาก ตั้งแต่ภาษีประจำปีรถยนต์ ยังมีค่าปรับในการเสียภาษีล่าช้า ในอัตราร้อยละ 20

ต่อมาในวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ปรับลดอัตราค่าปรับของการไม่เสียเสียภาษีรถยนต์ประจำปีใหม่ ตาม พรบ. รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 จากเดิมร้อยละยี่สิบ เหลือเพียงร้อยละหนึ่ง

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก Na Boyd และ โต้งคลาสสิค ผู้ชนะสิบทิศ

และหากรถขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถนั้นจะถูกระงับทันที (ซึ่งถ้าเกิดไปจ่ายภาษี คุณจะเสียค่าปรับย้อนหลังแค่ 3 ปี + และสามารถจดทะเบียนรถใหม่ พร้อมกับจ่ายภาษีรถยนต์ปีปัจจุบันเพียงอย่างเดียว)

ดังนั้น ควรเช็คดูด้วยว่าซากรถที่คุณจะเอามาปั้นนั้น เสียภาษีปีล่าสุดตั้งแต่เมื่อไหร่ (ถ้าไม่ได้แจ้งจอดไว้แต่แรก) เพราะถ้าหากภาษีรถคุณขาดตั้งแต่ก่อนปี 2547 คุณอาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังก่อนหน้านั้นทุกปี! และค่าปรับในอัตราร้อยละ 20!

แล้วอีกหนึ่งข้อควรจำนั่นก็คือ หลังจากวันที่ 5 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป “รถที่ยกเลิกการใช้รถในกรณีซากรถ ไม่สามารถจดทะเบียนใหม่” ได้แล้วครับ

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

งบประมาณในการปั้น

ถ้าจะให้กะงบประมาณในการปั้น ก็ต้องดูพื้นฐานของซากรถที่คุณได้มาก่อนว่า เป็นรถรุ่นไหนแบบไหน สภาพแย่น้อยหรือแย่มาก อะไหล่หายากหรือไม่ ในต่างประเทศ ยังมีการผลิตอะไหล่รถแบบ Reproduction (อะไหล่ของใหม่ แต่ทำเลียนแบบของเก่า) อยู่หรือไม่?

เพราะในวงการรถคลาสสิค รถโบราณ มีคนปั้นซากรถหลายคัน หมดเงินในการเสาะแสวงหาอะไหล่ต่างๆ ในการฟื้นฟูรถ จะทำรถให้เดิมๆ หมด หรือจะเป็นแนว Custom ก็ตาม บางคนหมดเงินไปหลายแสน หรือหมดเงินไปหลักล้านบาทเลยก็มี

Classic-Car-Scrapped-Project

ภาพจาก YP Garage

เวลาในการปั้น

รถคลาสสิคที่ปั้นจากซากรถบางรุ่น อาจจะต้องใช้ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ที่หายากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะหาซื้อในบ้านเราไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาสั่งจากเมืองนอกนาน ทำให้เวลาในการทำรถนั้น อาจจะนานตั้งแต่หลายเดือน ไปจนถึงหลายปี ซึ่งหลายคนงบหมด เวลาไม่มี ก็ต้องล้มโปรเจค ขายรถให้คนอื่นไปปั้นต่อแทน

สุดท้ายนี้ก็ขอนำ Quote เด็ดๆ จาก “ปั้นจากซาก” มาเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทำรถของตัวเองกันครับ

“ความสุขของคนเก็บรถโบราณอย่างผม ไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือความสวยงามของตัวรถ แต่อยู่ที่ความภาคภูมิใจที่สามารถซ่อมจากซากรถจนกลับมาเป็นสภาพเดิมที่มันเคยเป็น มันทำให้ผมมีความพยายามและความอดทนครับ” – ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์

สำหรับใครที่มีซากรถครอบครองอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายทิ้ง หรือเอาซากรถไปทำอะไรต่อดี เชิญมาขายได้ที่ Carro ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกรายละเอียดใน Link นี้ —> https://th.carro.co/sell-car/express/scrapcar

หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

กับ Add Line มาสอบถามรายละเอียดก็ได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Honda-Freed-GB

“ผมมีครอบครัว มีภรรยาแล้ว มีลูกชายหนึ่งคน พร้อม พ่อ-แม่ ที่อยู่ในวัยผู้สูงอายุ มีงบอยู่ไม่เกิน 5 แสนบาท กำลังหารถมือสองมินิแวนมาใช้สักคัน เอาแบบที่เด็กๆ และผู้สูงอายุ เข้า-ออกง่าย จะเลือกรุ่นไหน มาใช้ดีครับ?”

คุณคงเคยได้ยินคำถามแนวๆ นี้ มาบ้าง ไม่มากก็น้อย … บางคนอาจจะกำลังขายรถคันเก่า และต้องการเปลี่ยนรถใหม่

สำหรับในตลาดรถมือสอง เมื่อเช็คราคารถดูแล้ว งบประมาณ 5 แสนบาท สามารถเลือกเล่นรถในระดับ MPV ไซส์ใหญ่ ได้หลากหลายรุ่นเลยทีเดียว

แต่บางคันก็อาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ที่เวลาขึ้น-ลง นัก หรือมีขนาดที่ใหญ่โต (ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลายๆ คนมากกว่า) จนอาจจะไม่สะดวกในการใช้งานในเมือง หรือการดูแลรักษา และอัตราสิ้นเหลืองเชื้อเพลิง

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งรุ่น ที่ในวันนี้ Mr.Carro จะมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน …

Honda-Odyssey

Honda Odyssey รุ่นแรก ผู้เปิดตลาดรถ MPV ใหกับ Honda อย่างเป็นทางการ

ต้นกำเนิดของ Honda Freed นั้น คงต้องย้อนขึ้นไปตั้งแต่ Honda ผลิตรถ MPV ขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงต้นๆ ยุค 90 ซึ่งได้แก่ Honda Odyssey (ฮอนด้า โอดีสซีย์) ต่อมาจึงอยากเล่นในตลาดที่เล็กลงมา เพื่อสู้กับคู่แข่งบ้าง อย่างเช่น Honda Stream (ฮอนด้า สตรีม) และก็รถ MPV ในระดับหรูอย่าง Honda Elysion (ฮอนด้า อิลิชั่น)

Honda-Mobilio-GB

Honda Mobilio รุ่นแรก ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ด้านการขายนัก

เมื่อมองดูไปถึงรถ MPV ตลาดที่เล็กกว่า Honda Stream นั้นก็ยังมีอยู่ และก็มีกำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่พอสมควร Honda ยังจับทางไม่ถูกนัก ในปี 2001 Honda จึงเปิดตัว Honda Mobilio (ฮอนด้า โมบิลิโอ้) (ซึ่งเป็นคนละแบบ กับ Mobilio รุ่นที่ขายในไทยปัจจุบัน) และ Honda Mobilio Spike ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น ในรูปแบบ Compact Minivan ตั้งใจจะชนกับ Toyota bB ในสไตล์รถทรงกล่อง ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ Honda Jazz

แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ Honda Mobilio ในญี่ปุ่น จึงต้องหายไป แต่ Honda ก็ยังไม่ลดละความพยายาม …

Honda-Freed-JDM

ในปี 2008 Honda จึงได้พัฒนาเจ้า Honda Freed ออกมาขายอีกครั้ง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากร้านกาแฟในย่าน เซตากายะ เมืองโตเกียว และในประเทศอิตาลี ส่วนชื่อรุ่นที่มาจากคำว่า “Freedom” (แต่ตัดคำว่า “OM” ออกไป) หรือจะหมายถึง Free + Do ก็ได้เช่นกัน

และเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2008 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยมีเดียว พร้อมคว้ารางวัล “Best Value” จากงานรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่น (Japan Car of the Year) ในปี 2008-2009

Honda-Freed-Free-Life-Creation

แนวคิดในการออกแบบ Honda Freed รุ่นแรก

ตัวรถพัฒนาขึ้นโดย Hiroshi Yasuda ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมออกแบบจาก Honda R&D ด้วย Concept “Free Life Creation” กับรูปแบบของตัวรถที่มาในสไตล์ European “Low Floor, Low Center of Gravity” (พื้นต่ำ + จุดศูนย์ถ่วงต่ำ) ทำให้เป็นมิตรกับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้า-ออก ตัวรถ พร้อมที่นั่งที่มีทั้งในรูปแบบ 5 ที่นั่ง, 7 ที่นั่ง และ 8 ที่นั่ง

Honda-Freed-Idea

การออกแบบภายในของ Honda Freed เน้นความกว้างขวาง เดินเข้าได้ง่ายทุกจุด

Honda-Freed-Idea

ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเบาะ 5 ที่นั่ง, 7 ที่นั่ง หรือ 8 ที่นั่ง ก็สามารถปรับพับเบาะนั่งแถวที่ 3 แล้วขนจักรยานเข้าไปได้

Honda-Freed-Idea

ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น Honda Freed สามารถประหยัดน้ำมันได้มากถึง 16.4 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า)

ด้วยรูปทรงสามเหลี่ยม แนวคิด “Tri-Angle + Square” ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง กว้างขวาง สะดวกสบาย ขับง่าย คล่องตัว รูปแบบเสาเอ ออกแบบให้มีขนาดไม่ใหญ่ ทำให้พื้นที่กระจกบานหน้าขนาดใหญ่มากขึ้น

Honda-Freed-2009

ย้อนกลับไปในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว “Honda Freed” ที่ Honda จัดเป็นรถยนต์นั่งเอนกประสงค์เซกเมนท์ใหม่ MUV (หรือ Multipurpose Utility Vehicle) จับกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ และคนวัยทำงานช่วงอายุ 25-35 ปี โดยรถยนต์ Honda Freed รุ่นที่ขายในไทย นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย

Honda-Freed-Dimensions

มิติตัวถังมีขนาดยาว 4,215 มม. กว้าง 1,700 มม. สูง 1,735 มม. ระยะฐานล้อ 2,740 มม. ความสูงในห้องโดยสาร 1,265 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร เลี้ยวรถ และจอดรถได้ง่าย เหมาะกับในเมืองมาก

Honda-Freed-2009

ตัวรถออกแบบให้นั่งได้ 7 ที่นั่ง แบ่งเป็น 3 แถว พื้นรถแบบแบนราบ Flat Floor สามารถเดินถึงกันได้แบบ Walk-Through ส่วนเบาะแถวสองดีไซน์แบบ Captain’s Seats ปีกเบาะโอบกระชับ เบาะแถวที่ 3 พับเก็บได้ โดยเบาะแถวที่ 3 เมื่อพับแล้วห้องสัมภาระจะมีขนาด 670 ลิตร

ในส่วนของประตู่คู่หน้านั้น สามารถแบ่งการเปิดได้เป็น 3 ระยะ เปิดได้กว้างสุดถึง 920 มม. ส่วนประตูสไลด์ด้านข้าง ให้ความกว้างถึง 600 มม.

Honda-Freed-2009

ภายในออกแบบคอนโซลด้วยลักษณะที่เรียกว่า Open Cafe เป็นแบบ 2 ชั้น กว้าง ใช้งานได้หลากหลาย ใช้วางข้าวกล่อง นั่งทานอาหารในรถตอนรถติดๆ ได้ด้วย มันดีตรงนี้ล่ะ! ส่วนระบบเครื่องเสียงของฟรีด สามารถเชื่อมต่อ iPod และ USB ได้

Honda-Freed-2009

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว SOHC แรงม้าสูงสุด 118 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 147 นิวตันเมตร (14.9 กก.-ม.) ที่ 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด Shift Hold Control Transmission พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 บนน้ำหนักตัวถัง 1,330 – 1,355 กิโลกรัม และความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร

ระบบกันสะเทือนหน้า แบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม แบบ H-Shape Torsion Beam

Honda-Freed-2009

Honda Freed เมื่อขายในบ้านเราครั้งแรก มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่นย่อย นั่นคือ

Honda Freed S

อุปกรณ์เด่นๆ … ได้แก่ ประตูข้างสไลด์ ซ้าย-ขวา ห้องโดยสารภายในสีเบจ มาตรวัดเรืองแสง กระจกไฟฟ้า กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อค เบรกมือที่เท้า วิทยุ-CD MP3 ช่อง USB/AUX พร้อมลำโพง 4 ตัว และระบบเบรก ABS + EBD กับ BA และระบบสัญญาณกันขโมย ในราคา 894,500 บาท

Honda Freed E

สำหรับรุ่น Top ของ Freed เพิ่ม! กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ แบบ 3 ชั้น พร้อมคิ้วโครเมียม ประตูข้างแบบสไลด์อัตโนมัติซ้าย-ขวา ควบคุมด้วยรีโมท และกระจกมองข้างพับ-ปรับไฟฟ้า ในราคา 974,500 บาท

Honda-Freed-2009

Honda Freed E Sport

เพิ่ม! กระจังหน้าแบบสปอร์ต สีเดียวกับตัวรถ ไฟตัดหมอกคู่หน้า สปอยเลอร์หลัง คิ้วบันไดแสตนเลส และหัวเกียร์หุ้มหนัง ในราคา 1,014,500 บาท

Honda Freed E Navi Sport

เพิ่ม! Navigator + เครื่องเล่น DVD กล้องมองภาพด้านหลัง กระจังหน้าแบบสปอร์ต ไฟตัดหมอกคู่หน้า สปอยเลอร์หลัง คิ้วบันไดแสตนเลส และหัวเกียร์หุ้มหนัง ในราคา 1,074,500 บาท

Honda-Freed-Limited

ในเดือนสิงหาคม เพิ่มรุ่น Limited เพิ่ม NAVI + DVD และกล้องมองภาพด้านหลัง เข้ามา

สำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่ Honda Freed ขายตั้งแต่ช่วงปลายปี 2552 เป็นต้นมา สามารถขายได้มากถึง 11,400 คัน (นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2553 – ก.ค. 2555)

Honda-Freed-2012

Honda Freed ถึงเวลาไมเนอร์เชนจ์เสียที โดยเปิดตัวในวันที่ 4 กันยายน 2555 ภายนอกมากับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม คิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม ล้ออัลลอยลายใหม่ รุ่น Top อย่าง EL มีสปอยเลอร์หลัง กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวในตัว

ห้องโดยสารภายในปรับปรุงใหม่ รุ่น Top มาพร้อมเบาะหนังแท้ เพิ่มที่วางแขนผู้โดยสารแถวหน้า และแถว 2

ส่วนชุดเครื่องเสียงแบบวิทยุ MP3 พร้อมจอ LCD ทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว มี Port USB และ AUX รุ่น Top อย่าง EL มีสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วย Bluetooth ส่วนผู้โดยสารตอนหลังมีเครื่องเล่น DVD จอ LCD ขนาด 10 นิ้ว

Honda-Freed-2012

ต่อมา ในวันที่ 23 กันยายน 2556 Honda Freed เปิดรุ่นปรับปรุงใหม่อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มแอร์หลัง (ที่คนใช้รุ่นนี้เรียกร้องกันมามาก) ก่อนหายจากตลาดเงียบๆ ไป …

Honda-Freed-2012

สำหรับ Honda Freed รุ่น Minorchange มีรายดังเอียดคร่าวๆ ประมาณนี้ …

Honda Freed SE

มาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียม กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ โคมไฟหน้าสีเงิน ไฟท้ายและคิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม พร้อมสปอยเล่อร์หลัง ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งด้านคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้ มีพนักเท้าแขนทั้งผู้โดยสารแถวหน้า และแถว 2 เพิ่มมาให้ ในราคา 839,000 บาท (โฉมปี 2556 ราคา 834,000 บาท)

Honda Freed E

(โฉมปี 2556) ซึ่งเป็นรุ่นที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ให้ความหรูหราด้วยเบาะหนัง ระบบแอร์อัตโนมัติ และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และวิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น ในราคา 879,000 บาท

Honda Freed EL

ซึ่งเป็นรุ่น Top สุด เพิ่ม! เบาะหนัง วิทยุ MP3 พร้อมจอ LCD ระบบสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และระบบ Bluetooth กล้องส่องภาพด้านหลัง ส่วนก้านหลังมีเครื่องเล่น DVD พร้อม LCD ขนาด 10 นิ้ว ในราคา 949,000 บาท (โฉมปี 2556 959,000 บาท)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Freed (GB) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม สำหรับคนที่เพิ่งจะมีครอบครัว อารมณ์ประมาณแบบ พ่อ-แม่-ลูก รวมไปถึงอาจจะมีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน และต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางบ่อยๆ รุ่นนี้นับว่าลงตัวมาก

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

Honda Freed มือสอง จัดว่ามีข้อดีเยอะหลายอย่าง แต่จุดด้อยก็จะมีในเรื่องอัตราเร่งที่สู้รถครอบครัวที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไม่ได้ เพราะต้องแบกน้ำหนักรถที่มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 14.5 วินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างอืดสำหรับรถยนต์เครื่อง 1.5 ลิตร

แต่หากคุณไม่ได้รีบร้อนอะไร รถคันนี้เป็นรถครอบครัวที่ดี อัตราเร่งถือว่ารับได้ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้น ประมาณ 14.1 กม./ลิตร แม้จะเป็นการขับที่รถไม่ติดก็ตาม แต่ถ้ารถติดๆ ในชั่วโมงเร่งด่วนแล้วละก็ อาจเหลือไม่ถึง 10 กม./ลิตร

แต่ถ้าเน้นประหยัด รุ่นนี้ก็สามารถติดแก๊ส LPG ได้ ใช้ถังแบบโดนัท ก็จะช่วยให้ประหยัดได้มากขึ้นครับ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่ถูกไม่แพง ศูนย์บริการหาไม่ยาก เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีพอประมาณ ทั้งจากศูนย์บริการ รถเก่าในบ้านเรา หรือจะเป็นของเก่าจากญี่ปุ่นก็ตาม

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 390,000 – 600,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Freed (GB) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Freed ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Ladies-Car-Maintenance-Technique

สำหรับผู้หญิงบางคนนั้น เรื่องของการขับขี่รถยนต์บนพื้นท้องถนน อาจจะเป็นเรื่องยาก หรืออาจจะเป็นเรื่องท้าทายเกินความสามารถของเธอ แต่เมื่อถึงจุดใดจุดหนึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุจำเป็นใดๆ ที่มีเหตุทำให้ต้องขับรถยนต์ ผู้หญิงเหล่านั้นก็สามารถข้ามผ่านสิ่งที่ติดอยู่ในใจของตัวเองให้สามารถขับรถยนต์ได้อย่างเต็มที่

เทคนิคดูแลรถยนต์สำหรับผู้หญิง

แต่แน่นอนว่าจากการขับรถในทุกๆ วันแล้ว ผู้หญิงหลายคนมักจะไม่ทราบถึงวิธีการดูแลรถยนต์ของตัวเองมากสักเท่าไรนัก เพราะอาจจะมองเป็นเรื่องยาก บางครั้งเมื่ออุปกรณ์เครื่องรถยนต์เกิดชำรุดต่างๆ ก็มักจะโทรหาประกันทันที เพราะไม่สามารถจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้ ดังนั้น masii จึงอยากจะนำเทคนิคการดูแลรถยนต์ง่ายๆ เบื้องต้นสำหรับผู้หญิงมาฝากกันจ้า

Ladies-Car-Maintenance-Technique

1. ควรหมั่นเช็กลมยาง

ลมยางนั้นสำคัญมากๆ และมีผลต่อการทรงตัวของรถยนต์ ถ้าหากยางรถยนต์ของสาวๆ มีระดับที่ไม่ได้มาตรฐานจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย และเป็นการลดอายุของยางให้สั้นในระยะเวลาภายหลัง ดังนั้นถ้าหากรู้สึกว่ายางรถยนต์ของเราอ่อนลง ให้รีบไปเติมลมได้ที่ด้วยเครื่องเติมลมอัตโนมัติตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ได้เลย และถ้าหากเติมลมไประดับที่ได้มาตราฐานแล้วรถยนต์ของเรายังมีอาการผิดปกติ ให้นำรถไปเช็กสภาพที่ศูนย์เพื่อหาที่มาของปัญหา จะได้แก้ไขได้ทันท่วงทีค่ะ

Ladies-Car-Maintenance-Technique

2. ตรวจดูระบบระบายความร้อน

สาวๆ หลายคนมักไม่ค่อยได้ใส่ใจ ใส่รายละเอียดสำหรับการดูฝาหม้อระบายน้ำ ถ้าหากเพื่อนๆ พบว่า น้ำพร่อง หรือน้อยลงไป ทาง มาสิ แนะนำให้สาวๆ เติมน้ำสะอาดลงไปให้เต็ม แต่ข้อควรระวังนะคะ ห้ามเปิดทันทีในขณะที่เพิ่งใช้รถยนต์มาใหม่ๆ เพราะไอน้ำจะมีความร้อนที่สูงมาก อาจจะเกิดอันตรายแก่ตัวเองได้ ควรจอดแช่รถไว้สักพักก่อนจึงค่อยลงมือทำ

Ladies-Car-Maintenance-Technique

3. เช็กรอยหยดรั่วของน้ำมัน

เพิ่มความอุ่นใจในการขับรถยนต์เดินทางบนท้องถนนสำหรับสาวๆ เพื่อนๆ สามารถหมั่นตรวจเช็กดูที่ใต้ท้องรถของเราก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ออกเดินทางหรือหลังดับเครื่องยนต์ก็ได้ ถ้าหากว่ามีรอยน้ำมันรั่ว​ ซึมออกมา ให้รีบนำรถยนต์ของเพื่อนๆ ไปซ่อมที่อู่รถยนต์ หรือศูนย์ซ่อมรถยนต์ทันที เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอันตราย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

เพียงเท่านี้สำหรับปัญหาเบื้องต้นที่ทาง มาสิ หยิบยกมาบอกต่อพร้อมวิธีเทคนิคการดูแลง่ายๆ ที่สาวๆ ทุกคนสามารถทำได้​โดยแทบไม่ต้องพึ่งคนอื่นเลย แต่สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากได้ความอุ่นใจทุกๆ การขับขี่รถยนต์ การทำประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยได้ทันที หากมีข้อมูลสงสัย​โทรเข้ามาที่ 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำตอบอยู่จ้า

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

5-Problem-From-Car-Fall

เป็นที่รู้ๆ กันนะครับ ว่าท้องถนนในกรุงเทพฯ และประเทศไทยของเรา มีปัญหาอยู่อย่างมากเลยทีเดียว นับตั้งแต่เรื่องมอเตอร์ไซค์ ขึ้นไปขี่บนฟุตบาท หาบเร่แผงลอยยึดฟุตบาท ล่วงมาจนถึงสภาพถนนหลายสาย ที่แย่มาก และถนนที่ขยันขุดแล้วขุดอีก หรือย่านสร้างรถไฟฟ้า ที่รถปูน รถดิน วิ่งถล่มถนนกัน รวมไปถึงกับดักต่างๆ เช่น ฝาท่อ หรือร่องบนพื้นผิวถนน

ถนนบางสาย ก็ขยันเอางบแปรญัตติมาทำกันจัง (ทั้งๆ ที่ถนนผิวคอนกรีตเดิม สภาพก็ยังไม่แย่นัก) ยิ่งประเภทลาดยางด้วยแอลฟัสต์เนี่ย พอใช้งานไปได้ไม่นาน ผิวถนนกลับหายเป็นหย่อมๆ หรือไม่เรียบ กลายเป็นหลุมบ่อมาแทน!

เมื่อรถวิ่งมาเร็วๆ ตกลงไป ถึงขั้นทำให้ช่วงล่างพังได้ และยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ อยู่บ่อยๆ เป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ได้ซะที สำหรับถนนของประเทศนี้

Mr.Carro จะมาเล่าถึงผลเสียของการขับรถตกหลุมบ่อย 4 ข้อว่า มีข้อเสียอะไรบ้าง.

5-Problem-From-Car-Fall

สภาพถนนเข้าหมู่บ้านในร้อยเอ็ด

1. ล้อแม็กคด หรือแตก

เมื่อรถยนต์หากวิ่งตกหลุมด้วยความเร็วที่มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้ทั้งยางและล้อแม็ก เกิดความเสียหายได้มากขึ้นเท่านั้น อาการส่วนใหญ่ที่เห็น จะเป็นล้อแม็กคด หรือดุ้ง ซึ่งถ้าเป็นไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่ก็ควรดัดคด เพื่อให้ล้อกลมเหมือนเดิม ช่วยป้องกันอาการรถสั่น ขณะขับด้วยความเร็วสูงได้

แต่ถ้าหนักหน่อยถึงขั้นล้อแม็กแตก ส่วนใหญ่มักจะเป็นล้อแม็กที่ผลิตขายกันแบบยี่ห้อโนเนม ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งกรณีล้อแม็กแตกนั้น อาจทำให้รถถึงขั้นเสียการควบคุม เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

2. ยางบวม หรือยางแตก

การขับรถตกหลุมด้วยความเร็วสูง แน่นอนว่า “ยาง” ซึ่งเป็นด่านหน้าในการรับกระแทกอย่างรุนแรง จนอาจเกิดอาการบวมขึ้นได้ และยางบวมยังส่งผลต่อการขับขี่ของรถ ทำให้เกิดอาการสั่น ขับรถได้อย่างไม่นิ่มนวล

ซึ่งถ้าหากในหลุมที่ตกลงไปนั้น มีเหลี่ยมคมเข้าไปอีก ถึงขั้นยางระเบิดได้

5-Problem-From-Car-Fall

3. ลูกปีนล้อแตก

ลูกปืนล้อ เป็นชิ้นส่วนที่เรียกได้ว่าอาจจะไม่ทนนัก สำหรับรถบางรุ่น หากมีการกระแทกที่ล้ออย่างรุนแรง ก็ส่งผลทำให้ลูกปืนล้อแตกได้

โดยอาการของลูกปืนล้อแตก จะมีเสียงหอนดังจากล้อข้างใดข้างหนึ่ง และจะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเร็วรถสูงขึ้น

4. ตัวถังรถ (โดยเฉพาะด้านหน้า) อาจเสียหาย

การขับรถลงหลุมด้วยความเร็วและรุนแรง อาจสร้างความเสียหายให้เกิดกับช่วงล่างได้ รวมไปถึงชุดกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตหน้า ก็อาจถูกแรงสั่นสะเทือน หรือกระแทกเสียหายได้

5-Problem-From-Car-Fall

5. ช่วงล่างพังเร็ว

ถ้ารถของคุณใช้งานมานาน และตกหลุมบ่อยพอสมควร สังเกตได้เลยว่า เวลาลงหลุมแล้วรถจะไม่นิ่มนวล มีเสียงดังเอียดอ๊าด หรือตึงตังที่ช่วงล่างประจำ เพราะช่วงล่างหลวมจากชิ้นส่วนต่างๆ ที่ถูกแรงกระแทกมาอย่างยาวนาน เริ่มไม่ยึดแน่นคงที่

นั่นเพราะ โช็คอัพ, เบ้าโช๊คอัพ, ปีกนก, ลูกหมากคันชัก-คันส่ง, ลูกหมากแร็ค (หรือ ไม้ตีกลอง), ยางแท่นเครื่อง หรือ เพลาขับ ก็จะเกิดอาการเสื่อมภาพ พังเร็วขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งหลายนี้ ก็นับตั้งแต่ราคาหลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นบาทได้

ทางที่ดี เวลาขับรถตามท้องถนน เมื่อเจอหลุมบ่อ เนินลูกระนาด ควรชะลอช้าๆ แล้วค่อยๆ ลง แต่ถ้าหาทางเลี่ยงได้ เลี่ยงเลยครับ เพราะช่วงล่างพังไวขึ้น ต้องเตรียมเงินไว้จ่ายค่าซ่อมบานแน่ๆ

ถ้าคุณเบื่อซ่อมช่วงล่างรถคันเดิมอยากเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถด่วน เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน