10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ราคาถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

อ่านเพิ่มเติม >> รวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

1. Wuling Hongguang MINI EV ราคา 369,000 บาท

Wuling Hongguang MINI EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) หรือ 五菱宏光 ในภาษาจีน จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Microcar ยอดนิยมของวัยรุ่นจีน เริ่มจำหน่ายในจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถทำยอดขายถึงเดือนกันยายน 2021 มากกว่า 400,000 คัน! รวมทั้งส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย และในบ้านเราก็มีผู้จำหน่ายอิสระนำเข้ามาจำหน่าย แบบพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น ในราคา 369,000 บาท (หากรวมภาษีแล้วอยู่ที่ 394,830 บาท)

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 27 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (กินเวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (กินเวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Motor 27 แรงม้า 85 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 9.3 หรือ 13.9 kWh 120 – 170 กิโลเมตร

Takano-Auto-Thailand-2020

2. Takano TTE500 ราคา 490,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง 6.7 แรงม้า แบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V 100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

3. Fomm ONE ราคา 499,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียนได้

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel 5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า) 280 นิวตัน-เมตร X 2 แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh 160 กิโลเมตร

 

—– ORA Good Cat ——- ราคา รอวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 20.00 น. ครับ!

 

MG-EP-2021

4. MG EP ราคา 998,000 บาท

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 163 แรงม้า 260 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 50.3 kWh 380 กิโลเมตร

BYD-T3

5. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยมาพร้อมกับตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ Siam ATR ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสยามกลการ

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

ระยะเวลาในการชาร์จแบบ DC จะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 1.30 ชั่วโมง และชาร์จด้วยไฟ AC จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor 94 แรงม้า 180 นิวตัน-เมตร แบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW 300 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

6. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2562 ที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ซึ่งตอนนี้ ทาง MG ได้ทำการจำหน่าย MG ZS EV โฉมปัจจุบันนี้ใกล้หมดแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ อาจต้องรอ MG ZS EV ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่จะเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ (แต่ยังบอกไม่ได้ว่า มาปีนี้ หรือปีหน้า)

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 150 แรงม้า 350 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh 337 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

7. Nissan Leaf ราคา 1,499,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf ได้ปรับลดราคาจาก 1,999,000 บาท ลงมาเหลือ 1,499,000 บาท เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 150 แรงม้า 320 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh 311 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

8. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 184 แรงม้า 270 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh 217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

9. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 201 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V 452 กิโลเมตร

Volvo-XC40-Recharge-Pure-Electric-2021

10. Volvo XC40 Recharge Pure Electric ราคา 2,590,000 บาท

Volvo XC40 Recharge Pure Electric (วอลโว่ เอ็กซ์ซี40 เพียว อิเล็กทริค) รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Crossover SUV ขนาด Compact รุ่นแรกจากค่าย Volvo ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย เปิดตัว (แต่ไม่มีรถตัวจริงมาโชว์) ไปในงาน Motor Show 2021 ที่ผ่านมา

ภายนอกใช้กระจังหน้าเป็นแบบยูนิบอดี้ เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่านี่คือรถตระกูลไฟฟ้าของ Volvo พร้อมการตกแต่งภายในระดับพรีเมียมด้วยวัสดุหนังสีดำ รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS ที่พัฒนาร่วมกับ Google ที่ใช้ในการขับขี่ และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเต็มรูปแบบ

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งขนาด 204 แรงม้า ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไอออน ขนาด 78 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 418 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP  ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง สามารถชาร์จผ่าน Wallbox ขนาด 11 kw จาก 0-100% ได้ในเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ในเวลาประมาณ 40 นาที

สำหรับราคาจำหน่าย ยังครอบคลุมถึงค่าบริการชาร์จไฟจาก EA Anywhere เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent-Magnet Synchronous Motors X 2 408 แรงม้า 660 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 78 kWh 418 กิโลเมตร

Tesla-Model-Y-2021

อันนี้แถมให้ … Tesla Model Y ราคา 2,990,000 บาท

Tesla Model Y (เทสลา โมเดล วาย) รถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังที่สุดในโลก ในรูปแบบ Crossover 5 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด สร้างบนพื้นฐานของ Tesla Model 3 กับราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาขายกันหลายเจ้าเลยทีเดียว ราคาอยู่ที่ 2,990,000 บาท

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Plus, Long Range และ Performance เป็นแบบขนาด 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.6 วินาที (Standard Plus), 5 วินาที (Long Range) และ 3.3 วินาที (Performance) ทำความเร็วได้สูงสุด 217 กม./ชม. (Standard Plus, Long Range) และ 249 กม./ชม. (Performance) ให้ระยะทางวิ่ง 525 กิโลเมตร (Single Motor), 594 กิโลเมตร (Dual Motor) และ 567 กิโลเมตร (Performance) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2 283 แรงม้า 450 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh 525 กิโลเมตร

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO สิ ได้ราคาดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนตุลาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่!

ทุกวันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” กลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตคุณและคนทั่วโลกไปแล้ว ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา ก็มีหลายรุ่นในบ้านเรา รอให้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ (อ่านเพิ่มเติม >> 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า (รถEV) ราคาถูกสุดในไทย ปี 2021)

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าหลายๆ อย่าง ที่เรารู้กัน เช่น การขับขี่ที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงดังจากเครื่องยนต์ ขับรถฟังเพลงเพราะๆ สบายหู ไม่ต้องง้อน้ำมันเชื้อเพลิง แถมมอเตอร์ไฟฟ้า พลังแรงกว่ารถน้ำมันหลายรุ่น วิ่งขึ้นเขาได้ จอดรถเปิดแอร์นอนก็ได้ อีกทั้งลดการซ่อมบำรุง เปลี่ยนถ่ายของเหลว ฯลฯ ไปได้เยอะ รวมถึงระบบ Autonomous Car หรือ รถยนต์ไร้คนขับ ในอนาคต

ในเมื่อข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า มีมากมาย แต่เรื่องราคาตัวรถส่วนใหญ่ยังแพง บวกกับค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง EV Charger ในบ้าน และค่าบำรุงรักษา ค่าแบตเตอรี่ที่ยังมีราคาสูงมาก ทำให้หลายคนอาจซื้อมือหนึ่งไม่ไหว อยากลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือสองมาใช้แทน

ซึ่งธุรกิจรถยนต์มือสองในอนาคต เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้ามือสองมาจำหน่ายกันมากมาย แต่ก็มักมีคำถามมาว่าราคาขายต่อเป็นอย่างไร ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกัน …

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่

ราคาขายต่อ ของรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง

เมื่อเรามองดูตลาดรถมือสองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าทัศนคติของคนไทยที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (หรือรถ Hybrid และ Plug-In Hybrid) ยังคงมีทัศนคติด้านลบอยู่มาก เนื่องจากความกังวลในเรื่องการซ่อมบำรุง และราคาค่าอะไหล่ โดยเฉพาะค่าแบตเตอรี่ที่แพง

ทำให้ราคารถยนต์ระบบ Hybrid, Plug-In Hybrid และรถ EV ที่เป็นรถมือสองนั้นตกค่อนข้างเร็ว และมีราคาเฉลี่ยต่ำกว่า รถยนต์ระบบน้ำมัน และยังแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นแบรนด์ยอดนิยม หรือแบรนด์ไม่นิยมอีก

โดยปกติแล้ว ราคารถยนต์ Hybrid หรือ Plug-In Hybrid มือสอง ก็จะลดลงเช่นเดียวกับรถใช้น้ำมัน เพียงแต่ราคาจะต่ำกว่าราคารถที่เป็นระบบน้ำมันลงไปอีกประมาณ 10-20% ในแต่ละรุ่น ซึ่งในส่วนของรถ EV ก็ไม่ต่างกัน (ก็คือราคาตกมากกว่ารถใช้น้ำมัน) อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถมือสองยังมีอยู่น้อยมาก และเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านยังมีราคาสูง ต้องใช้เวลาในการสร้างความยอมรับ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ กับรถยนต์ EV กันมากกว่าในปัจจุบัน

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่

แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ราคามือสองในประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า จะไม่ได้แตกต่างจะรถยนต์ทั่วไปมากนัก ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ตัวรถที่มีความหลากหลายมากขึ้น, ระยะเวลาในการชาร์จไฟ, ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถ EV

รวมถึงความพอเพียงของสถานีชาร์จไฟทั่วประเทศ หรือการเปลี่ยนปั้มน้ำมัน ให้เป็นสถานีชาร์จรถ EV ร่วมด้วย และปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่บีบให้ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก ต้องหันมาผลิตรถ EV กันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้ตุ้นทุนเหล่านี้ถูกลงตามไปด้วย

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่

การรับประกันรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง

แน่นอนว่า ดีลเลอร์หรือเต็นท์รถมือสองในปัจจุบันนี้ โดยมากแล้วจะมีการรับประกันตัวรถให้ด้วย อาจจะ 1-2 ปี หรือ 10,000 – 20,000 กิโลเมตร แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละเจ้า

ซึ่งถ้าอ้างอิงตามรถยนต์ Hybrid และ Plug-In Hybrid แล้ว ส่วนใหญ่จะรับประกันเฉพาะเครื่องยนต์ และอะไหล่ส่วนต่างๆ ที่เป็นระบบหลักของรถยนต์เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด เพราะเป็นอะไหล่ที่เสื่อมสภาพตามการใช้งาน แต่โดยปกติแล้ว ตัวแบตเตอรี่ ก็ได้รับการรับประกันจากศูนย์อยู่แล้ว 10 ปี ซึ่งหากรถยนต์ที่อายุใกล้ๆ 10 ปี กลุ่มลูกค้าก็ค่อนข้างทราบดีถึงความเสี่ยง ที่อาจจะจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ หรือเปลี่ยนเฉพาะ Module ที่เสื่อมในอนาคต

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่

ซึ่งในอนาคต หากมีรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดรถมือสองมากขึ้น ทางดีลเลอร์เองก็อาจอ้างอิง ตามเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทตัวแทนการรับประกันต่างๆ

โดยในแต่ละดีลเลอร์ หรือเต็นท์รถเอง ก็ต้องเรียนรู้ถึงรายละเอียดรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นเทคโนโลยีใหม่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการขับเคลื่อน, ระบบแบตเตอรี่, ระบบจ่ายไฟ, ระบบส่งกำลัง เพื่อตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้ละเอียดทั้งคัน ก่อนจะรับซื้อมาส่งต่อยังผู้บริโภคอีกที

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่

ไฟแนนซ์ รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่

โดยปกติ การปล่อยสินเชื่อรถยนต์ทั้งรถใหม่ และรถมือสอง สถาบันการเงินมักพิจารณาจากคุณสมบัติ และเครดิตและความสามารถในการชำระคืนของลูกค้าเป็นหลัก มากกว่าเรื่องของเทคโนโลยี หรือ ราคาขายต่อมากนัก จึงคิดว่าทางไฟแนนซ์ ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าของรถยนต์ไฟฟ้ามากนัก

รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง (รถ EV มือสอง) ราคาขายต่อเป็นอย่างไร? ไฟแนนซ์รับจัดหรือไม่

ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่ง MR.CARRO ก็เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ความนิยมในรถยนต์ระบบน้ำมันจะค่อยๆ ลดลง ไปในทั่วโลก และความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV จะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเราอาจจะต้องขายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้ากันหมด ซึ่งแต่ละดีลเลอร์ก็ต้องค่อยๆ เปลี่ยนแนวของสินค้าในสต็อกตนเองได้อย่างแน่นอน

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครอยากกำลังซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่กำลังเงินทั้งมือหนึ่งหรือมือสองสู้ไม่ไหว CARRO อยากให้ลองเปิดใจกับรถมือสอง เนื่องจากรถมือสองสภาพดีสมัยนี้มีให้เลือกเยอะแยะ แถมถ้าเป็นรถรุ่นประหยัดน้ำมันได้ก็ยังดี ซึ่ง CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์ให้คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

  • สมาคมผู้ประกอบการรถใช้แล้ว

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

คำถามยอดฮิตที่ผู้ขับขี่รถยนต์อยากรู้ เพราะในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ แถมราคาน้ำมันก็พุ่งไม่หยุด ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างอยากจะประหยัดเงินในการเติมน้ำมันกันทั้งนั้น

บางคนอาจใช้รถยนต์รุ่นเก่าๆ ที่ซดน้ำมันไม่ใช่น้อย ทำให้ต้องเสียเงินกับการเติมน้ำมันไปเดือนหนึ่งเป็นหลักหลายพันบาท ถึงขนาดหลายคนเลือกที่จะนำรถคันนั้นไปติดแก๊ส LPG เพราะคิดว่าวิธีนี้จะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

แต่จริงๆ แล้ว ผู้เชี่ยวชาญจาก CARRO ขอยืนยันว่ามันมีวิธีการประหยัดน้ำมันที่ง่ายกว่านั้น!! แถมยังเป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้อีกด้วย ซึ่งวิธีเหล่านั้นจะประกอบไปด้วย …

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

1. ชุดแต่งรถ อย่าต้านลม

สำหรับขาซิ่ง หรือคนที่ชอบแต่งรถทั้งหลาย คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า การติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถ หรือปรับเปลี่ยนรถให้มีความเท่ ความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น อาจทำให้รถคุณกินน้ำมันเพิ่มขึ้น!!

เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านั้นจะเพิ่มแรงต้านการหมุนของล้อ และเพิ่มแรงต้านอากาศให้มากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าไม่อยากจะต้องเสียค่าน้ำมันแพง คุณก็ควรจะแต่งรถในปริมาณที่พอดีๆ นะจ๊ะ

2. ขนสัมภาระเท่าที่จำเป็น

เวลาที่คุณต้องออกเดินทางไกล และมีเหตุให้ต้องขนข้าวของไปเยอะ แนะนำให้ลองเลือกขนเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น เพราะการบรรทุกของที่หนักจนเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น

โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 20 กิโลกรัม ทำให้รถยนต์ของคุณกินน้ำมันมากถึงร้อยละ 1 เลยทีเดียว

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

3. ควบคุมความเร็วให้คงที่

ข้อนี้อาจจะยากสักหน่อยสำหรับการขับรถในเมืองใหญ่ที่รถเยอะๆ อย่างกรุงเทพฯ เพราะคุณอาจจะต้องขับไปเบรกไป (เนื่องจากรถติด) แต่ถ้าหากคุณเดินทางไปต่างจังหวัด หรือว่าอาศัยอยู่ในบริเวณที่รถไม่เยอะ แนะนำให้คุณลองขับรถโดยใช้ความเร็วที่คงที่ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมัน

พยายามใช้เกียร์รถให้เหมาะสมกับความเร็วรถ พยายามอย่าลากรอบสูงๆ เมื่อใช้เกียร์ต่ำ หรือใช้เกียร์สูง แต่ความเร็วต่ำๆ

4. ไม่ต้องคิกดาวน์ หรือขับกระชากก็ได้ ถ้าไม่จำเป็น

แม้ว่าการคิกดาวน์จะช่วยให้เร่งรถเพื่อแซงคันอื่นได้ฉับไวขึ้น แต่ทำบ่อยๆ ก็เปลืองน้ำมันอยู่ไม่ใช่น้อย การขับรถแบบกระชาก เบิ้ลเครื่อง นี่สิ้นเปลืองน้ำมันทันตาเห็น ทั้งเครื่องยนต์จะพังแถมยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าเดิมถึง 30%

กรณีขับรถเก่า ที่ยังมีปุ่ม O/D (Overdrive) ก็กดใช้ได้เลย เพราะไม่ต้องกดคันเร่งมาก เพื่อเรียกกำลังจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้น เกียร์จะช่วยลดรอบเครื่องยนต์ให้ทำงานต่ำกว่าอัตราทดเกียร์ปกติที่มากกว่า 1.000 ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น หรือในรถยุคใหม่ ที่มีแป้น + – ทั้งบริเวณเกียร์ และแป้นหลังพวงมาลัย (Paddle Shifts) คุณก็เลือกเปลี่ยนเกียร์เองก็ได้เช่นกัน

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

5. จอดรถ ต้องดับเครื่อง กับหาที่จอดในร่ม

เวลาที่คุณจอดรถไว้เฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาไม่กี่นาที หรือว่าเป็นเวลานาน แนะนำว่าควรดับเครื่องยนต์ เพราะถึงแม้คุณจะจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ขับไปไหน ก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้เหมือนกัน

และอย่าจอดรถตากแดดโดยไม่จำเป็น ทางที่ดีควรจอดรถในที่มีร่มเงาดีกว่า เมื่อช่วงสตาร์ทรถ เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

6. อย่าเลี้ยงคลัทช์

รู้หรือไม่? ยิ่งเลี้ยงคลัทช์ ก็ยิ่งทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น และทำให้แผ่นคลัทช์สึกหรอ บวกกับอายุการใช้งานที่น้อยลง

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

7. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติด

วิธีนี้อาจยากหน่อย สำหรับคนที่ต้องขับรถไปเส้นทางรถติดทุกๆ วัน แต่ถ้าลองเตรียมตัว เช็คเส้นทางที่รถติดน้อยที่สุด หรืออาจจะใช้เส้นทางลัด ก็ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มาก เพราะว่าการเหยียบเบรคบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

8. ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

รถยนต์ยุคใหม่หลายรุ่นมีเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม เช่น ปุ่ม Idling stop หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราว เหมาะสำหรับใช้หยุดการทำงานของเครื่องยนต์เวลาที่รถติดไฟแดง หรือเวลาที่ต้องจอดรถทิ้งเอาไว้ ซึ่งพอเครื่องยนต์หยุดทำงาน ก็จะช่วยหยุดการจ่ายน้ำมันนั่นเอง

และหากรถรุ่นไหนที่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เพราะจะช่วยควบคุมความเร็วให้คงที่ ช่วยประหยัดน้ำมันได้

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

9. เช็คสภาพลมยาง

การตรวจเช็คสภาพลมยางเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำอยู่เสมอ โดยการตรวจเช็คสภาพลมยาง จะช่วยทำช่วยประหยัดน้ำมันได้ส่วนหนึ่ง

เพราะถ้าหากลมยางของคุณเกิดการอ่อนตัว ก็จะทำให้เกิดการเสียดทานระหว่างตัวยางกับพื้นถนน ซึ่งจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์รับภาระในการหมุนล้อเพิ่มขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้เปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง

10. หมั่นตรวจเช็คสภาพรถ

เมื่อถึงเวลาครบกำหนดที่คุณต้องนำรถเข้าไปตรวจเช็คสภาพ ซึ่งการตรวจสภาพเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากจะช่วยทำให้รถยนต์ของคุณพร้อมในการขับขี่ ยังช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ด้วย

เนื่องจากการที่รถยนต์กินน้ำมัน อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่อุปกรณ์ต่างๆ เสื่อมสภาพก็เป็นไปได้ ดังนั้นถ้าหากถึงเวลาที่ควรจะต้องนำรถไปเช็คสภาพ ก็ไม่ควรที่จะละเลย

วิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวมา เป็นการช่วยประหยัดเงินค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้เหลือเงินที่จะไปทำอย่างอื่นอีก แต่สำหรับคนที่อยากมีรถยนต์สักคัน ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ไป เพราะปัจจุบันมีรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันให้เลือกมากมาย แต่หากอยากประหยัดเงินเพิ่มขึ้น แถมมีเงินเหลือเก็บ

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

CARRO อยากแนะนำให้ลองเปิดใจกับรถมือสอง เนื่องจากรถมือสองสภาพดีสมัยนี้ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แถมถ้าเป็นรถรุ่นที่จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ก็ยิ่งดี ซึ่ง CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์รถประหยัดน้ำมันให้คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

ยางติดรถทำไมหายางไซส์ตรงๆ ยากจัง

สวัสดีครับไทร์บิดกลับมาอีกแล้ว พอดีมีคำถามเข้ามาเยอะเกี่ยวกับเรื่องเปลี่ยนยางสำหรับเพื่อนๆ ที่ซื้อรถใหม่มาแล้วถึงรอบเปลี่ยนยางแต่พอไปเปลี่ยนยางแต่ละร้านก็บอกให้ขยับไซส์บ้างหล่ะ ยางไซส์เดิมไม่ค่อยมีรุ่นให้เลือกบ้างหล่ะ บางทีไซส์ยางที่เราใช้มีเพียงรุ่นเดิมเท่านั้น แต่เพื่อนๆ ก็อยากเปลี่ยนแบรนด์ยางที่ตัวเองคุ้นหู และเพื่ออยากใช้ยางที่คุณภาพดีขึ้นใช่ไหมครับ เพื่อนๆ อยากรู้ไหมครับว่าวิธีนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะดีที่สุดต่อการเปลี่ยนยางของรถเราครับ

ยางติดรถทำไมหายางไซส์ตรงๆ ยากจัง

อย่างแรกเลยต้องเกริ่นก่อนว่า รถใหม่ที่ออกมาจะติดยางออกมาเราจะเรียกกันว่า “ยาง OEM” ซึ่งแล้วแต่ค่ายรถที่ใส่ใจกับเรื่องยางมากน้อยเท่าไหน รถบางค่ายออกรถมาใหม่พร้อมยางที่เป็นรุ่น Top ก็มี รถบางค่ายเน้นประหยัดต้นทุนก็อาจจะลดขนาดไซส์ยางและเลือกรุ่นยางที่เป็นสำหรับ OEM ราคาประหยัด สมรรถนะใช้งานทั่วไปเพื่อทำให้ต้นทุนรถออกมาต่ำลงเพื่อที่จะนำเสนอขายรถยนต์ในราคาที่ถูกลง ซึ่งส่วนมากปัญหาที่เพื่อนๆ พบก็จะเป็นในแบบกลุ่มหลังครับ คือ ยางที่เป็นไซส์เล็กและไม่เป็นไซส์ที่นิยมในตลาด หรือ เป็นรุ่นที่ไม่เคยได้ยินสำหรับยางทดแทน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับทางไทร์บิดจะแนะนำวิธีแก้ไขให้ครับ

จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับกับการอัพไซส์ยางสำหรับกลุ่มประเภทนี้ แต่เพียงต้องเข้าใจว่าการขยับไซส์ยางที่ถูกต้องนั้นหลักๆ เลย คือ รอบวงของยางควรที่จะเท่ากับรอบวงของยาง OEM ครับเพื่อให้รอบเครื่องนั่นเดินได้เหมือนยางที่ติดรถ หรือหากกรณีเปลี่ยนไซส์ก็สามารถบวกลบ ได้ประมาณที่ 1.5% ครับ ผม เรามายกตัวอย่างกันดูครับว่ารถไหนบ้างที่มีปัญหานี้ครับสำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นห่วงเรื่องอัตราการกินน้ำมันถามว่ามีผลเยอะไหม จริงๆมีผลน้อยมากครับ แต่การที่เพื่อนๆได้อัพไซส์ยางให้มีหน้ายางที่กว้างขึ้นทำให้เกาะถนนได้ดีขึ้นมากกว่าเดิมมากอันนี้น่าจะเป็นคีย์หลักที่คุ้มค่ามากกว่าสำหรับการอัพไซส์ยางครับ

ยางติดรถทำไมหายางไซส์ตรงๆ ยากจัง

  • Mitsubishi Mirage ยางติดรถมาเป็นไซส์ยาง 165/65R14 ซึ่งพอมาเปลี่ยนหายี่ห้อรุ่นยางไซส์นี้ค่อนข้างมีน้อยมากเพราะฉะนั้นอย่างยางไซส์นี้ ก็สามารถอัพไซส์ได้ตั้งแต่ 175/65R14 หรือ 185/65R14 ได้ครับพี่ๆ ซึ่งแทบจะไม่มีผลต่อการใช้งานเดิมเลย
  • Honda City รถยอดนิยมติดยางไซส์ 175/65R15 มาแนะนำเป็นอย่างยิ่งครับถ้าเพื่อนๆเปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 185/60R15 ครับเป็นยางไซส์ตลาดที่ใช้กับรถหลายๆรุ่นครับผม แถมยังราคาถูกกว่า มียี่ห้อและรุ่นให้เลือกมากกว่า การเกาะถนนก็ดีกว่าด้วยครับ

ยางติดรถทำไมหายางไซส์ตรงๆ ยากจัง

  • Mazda 3 ขึ้นมาอีกสเต็ป จะมีรุ่นหนึ่งที่ติดยางไซส์ 215/45R18 มาครับ ซึ่งถ้าเพื่อนๆอยากให้สะดวกในการหาก็สามารถใส่ 225/45R18 ได้ครับ สามารถใส่ทดแทนกันได้เลยครับ
  • Mazda 2 ติดรถมา 195/45R16 สามารถเปลี่ยนเป็น 195/50R16 หรืออีกรุ่นของ Mazda3 ตัวท้อป ที่ติดยาง 185/60R16 มาสามารถใส่ 205/50R16 ได้ครับ ก็จะมียางให้เลือกเยอะขึ้นครับผม
  • Mazda CX-3 อีกรุ่นหนึ่งที่ออกมาใหม่ติดยางเป็น 215/50R18 ซึ่งมียางน้อยมากต้องบอกว่าแทบไม่มีเลย ไซส์นี้แนะนำให้เปลี่ยนเป็นยางไซส์ 225/50R18 ได้เลยครับ เกาะถนนดีขึ้น และนุ่มขึ้นครับผม

ยางติดรถทำไมหายางไซส์ตรงๆ ยากจัง

  • Isuzu ตัวยกสูงที่ติดยาง 255/65R17 มาไซส์นี้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นยาง 265/65R17 ได้เลยครับ จะมียางให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นยาง HT และ ยาง AT มีทุกยี่ห้อครับ เพราะยาง 265/65R17 จะใส่ได้กับกระบะตัวยกสูง Fortuner ที่เป็นรถตลาดเพราะฉะนั่น ไทร์บิดแนะนำครับเปลี่ยนไซส์จะดีกว่า
  • Isuzu อีกรุ่นที่ติดยางขอบ 18 มาจะเป็นยางไซส์ 255/60R18 ไซส์นี้แนะนำเป็น 265/60R18 เลยครับ จะมียาง AT HT ครบตามความต้องการเลยครับ
  • กระบะ Isuzu ติดยาง 195R15 มาอันนี้ สามารถขยับไซส์เป็น 215/70R15 ได้ครับผม จะเป็นยางที่ไซส์ตลาด และมีหน้ายางที่กว้างขึ้นเกาะถนนได้ดีขึ้น และ ที่สำคัญที่สุดของยางกระบะก็คือ สามารถรับน้ำหนักได้ดีขึ้นครับผม

ยางติดรถทำไมหายางไซส์ตรงๆ ยากจัง

และกระบะสุดท้ายอีกรุ่นของ Nissan Navara ที่ติดยาง 205R16 เพื่อนๆ สามารถใส่ยาง 215/70R16 ได้ครับผมเหตุผลก็จะแบบเดียวกับการเปลี่ยนไซส์ 195R15 เป็น 215/70R15

ก็คิดว่าน่าจะครบอยู่ครับสำหรับไซส์ยางติดรถที่ไม่ค่อยเป็นไซส์ตลาด แต่หากเพื่อนๆ เจอไซส์ที่ติดรถมาแล้วไม่แน่ใจสามารถสอบถามเข้ามาที่ทางไทร์บิดได้ครับ ทางเราสามารถแนะนำไซส์ยางที่เหมาะสมกับรถของเพื่อนๆ ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ครับ

หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยไม่รู้ว่าจะเลือกยางยี่ห้อไหนและช้อปเช็กยาง & นัดหมายออนไลน์ที่ www.tiresbid.com ได้เลยครับ และเพื่อนๆสามารถหาอ่านบทความรู้ยานยนต์และรีวิวยางรถยนต์ได้ครบถ้วน แถมไทร์บิดเรายังมีบริการให้เพื่อนๆต้องการสอบถามเรื่องยาง ล้อยาง โดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องยางรถยนต์ได้ผ่านทาง Line OA : @tiresbid (เติม@ด้วยนะครับ) ทางทีมงานไทร์บิดยินดีให้คำปรึกษา Tire Specialist เรื่องยาง เรื่องง่าย กันอย่างเต็มที่ครับ นึกถึงยาง นึกถึงไทร์บิดออนไลน์ครับ วันนี้ก็ขอขอบคุณมากครับเพื่อนๆที่ติดตาม หากมีข้อสงสัยเลือกยางไม่ถูกสอบถามมาที่ไทร์บิดของเราได้ครับ ขอบคุณมากครับ

10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจออกรถใหม่ 2022 ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป และต้องเป็นรถที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงเป็นรถขายดี อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง ขายต่อเป็นรถมือสองก็ง่ายด้วย

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปออกรถใหม่มาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

ด้วยเหตุนี้ MR.CARRO จึงรวบรวมข้อมูลรถยนต์ใหม่ป้ายแดง รถใหม่ 2021 – 2022 ที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน หลากหลายรูปแบบ 10 อันดับ ถูกที่สุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย แม้ว่าจะขายมาหลายปี แต่ก็ยังได้รับความนิยม อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) รถบรรทุกเล็กจอมพลัง เจเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เป็นรถขายดีในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B 95 แรงม้า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย และรับน้ำหนักได้มากถึง 945 กิโลกรัม

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

All-New-Nissan-Almera-2020

7. Nissan Almera ราคา 509,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

MG3

8. MG3 ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี 3) รถแฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode และยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยอีกด้วย

New Toyota Yaris Ativ Urban Addict 2022

9. Toyota Yaris ATIV ราคา 539,000 บาท

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่เป็นรถขายดีในบ้านเราอีกรุ่น นับตั้งแต่ปี 2560 และปรับโฉมครั้งล่าสุดในเดือนกันยายน 2564 นี่เอง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว กว้างขวาง ขับง่าย นั่งสบาย พร้อมฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Super CVT-i ใหม่ พร้อม Shift Lock ขับขี่คล่องตัว ให้ความรู้สึกสนุกสนานในทุกการขับขี่ “Fun-To-Drive” พร้อมรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Mazda2 Sedan Sports 2021

10. Mazda2 Sedan / Hatchback ราคา 546,000 บาท

Mazda2 (มาสด้า2) นับเป็นรถยนต์ Hatchback 5 ประตู และ Sedan 4 ประตู ที่จำหน่ายในบ้านเรามาหลายปีอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2558 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาในเดือนมกราคม 2564 ซึ่งยังติดอันดับรถขายดีในปัจจุบัน

ในรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร Skyactiv-G 93 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactiv-Drive ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ลองเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall ซึ่งรถของเราคัดมาแล้วทุกคัน ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

ข้อห้ามในการตกแต่ง แก้ไข ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถ จากกรมการขนส่งทางบก

“ป้ายทะเบียนรถ” นับได้ว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของรถ แสดงถึงการมีตัวตนของรถคันนั้น และบางคนยังเชื่อไปถึงศาสตร์ตัวเลขบนป้ายทะเบียนรถคันนั้นๆ อีกด้วย ทำให้หลายคน พยายามหาเลขทะเบียนสวย เลขนำโชค ที่เสริมดวง เป็นสิริมงคล หรือแก้เคล็ดก็ตาม

แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (หรือบางคนก็รู้ล่ะ แต่อยากทำ) ไปดัดแปลงป้ายทะเบียน ด้วยการตัดขอบออกทำเป็นแผ่นยาว แบบป้ายทะเบียนรถยุโรป หรือ “ปิดทอง” ทับที่ตัวเลข หรือติดตัวเลขเพิ่มเข้าไป แปลงตัวเลขอารบิกเป็นเลขไทย หรือติดสติ๊กเกอร์ทับตัวเลขที่ไม่ต้องการ หรือรู้สึกว่าไม่เป็นมงคล เพื่อจะได้เป็นเลขทะเบียนสวย เลขนำโชค ไปในตัว

ข้อห้ามในการตกแต่ง แก้ไข ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถ จากกรมการขนส่งทางบก

ภาพจาก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02 / กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)

หรือนำแผ่นป้ายทะเบียนรถ ไปตกแต่งลวดลายเลียนแบบป้ายประมูล หรือการนำป้ายพลาสติกที่สกรีนลายกราฟิกไปใช้ครอบแผ่นป้ายทะเบียนรถ ทำให้มองเป็นป้ายประมูล

กรณีเจ้าของรถ ใช้ป้ายทะเบียนรถที่ทำขึ้นเอง ถือว่าเป็นความผิดนะครับ! MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง ถึงข้อห้ามและโทษ จะมีด้วยกันมากน้อยอย่างไรบ้าง …

ข้อห้ามในการตกแต่ง แก้ไข ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถ จากกรมการขนส่งทางบก

ภาพจาก Facebook / เหลืองชมพู @ Pantip

สำหรับการดัดแปลงป้ายทะเบียนตามที่กล่าวมา ถือว่าผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้อง ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือนำวัสดุหรือสิ่งอื่นใดมาปิดบัง หรือติดไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม หมายเลขทะเบียนไม่ตรงกับป้ายวงกลม ไม่ตรงกับสำเนารถ และรายละเอียดของตัวรถ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 เพิ่มอีก ฐานปลอมเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท และอาจถูกยึดรถเพื่อส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานหาที่มาของตัวรถด้วย

ข้อห้ามในการตกแต่ง แก้ไข ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถ จากกรมการขนส่งทางบก

ภาพจาก กรมการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ หากแผ่นป้ายทะเบียนรถชำรุด หรือป้ายทะเบียนรถหาย เจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ทดแทนของเดิมให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยติดต่อที่สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน ซึ่งจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถใหม่ ภายใน 15 วัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายป้ายทะเบียนแผ่นละ 100 บาทครับ

อ่านเพิ่มเติม >> ป้ายทะเบียนรถหาย! ขอใหม่ 15 วันได้ ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องแจ้งความ (Update ล่าสุด! ปี 2564)

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ มาขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ได้ราคาดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนรถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันป้ายทะเบียนของแท้ทั้งหมด แถมผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาจาก:

– กรมการขนส่งทางบก

เติมน้ำมันผิด จะเกิดอะไรขึ้น เครื่องยนต์จะเป็นยังไง

หากคุณเพิ่งจะซื้อรถคันใหม่มาใช้ได้ไม่นาน แล้วเจอกับปัญหา เติมน้ำมันผิด คุณอาจจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตลงไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าปัญหาเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก สาเหตุที่ทำให้ความผิดพลาดเล็กน้อยนี้เกิดขึ้นได้ง่าย นั่นก็เพราะชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องตลาดที่มีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิด ถึงแม้จะเป็นน้ำมันประเภทเดียวกัน เช่น น้ำมันดีเซล ก็ยังมีให้เลือกทั้ง B7, B10, B20 และดีเซลพรีเมี่ยม เลือกกันตาลายเลยทีเดียวเมื่อขับเข้าปั๊ม

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของเครื่องยนต์อีกต่างหาก ซึ่งถ้าหากคุณเผลอไปเติมน้ำมันผิดมาจริงๆ รู้ใจ จึงมีคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นมาฝากกัน

เติมน้ำมันผิด จะเกิดอะไรขึ้น เครื่องยนต์จะเป็นยังไง

เติมน้ำมันผิดแบบไหนเป็นภัยกับรถคุณมากกว่ากัน

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทเดียวกันก็มีหลายชนิดให้เลือกใช้ ซึ่งถ้าหากคุณเติมน้ำมันดีเซล B10 อยู่เป็นประจำ คุณอาจจะสามารถเติมน้ำมัน B7 หรือ ดีเซลพรีเมี่ยมให้กับรถของคุณได้ ซึ่งถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่ก็ช่วยให้ระบบเผาไหม้ทำงานได้ดีขึ้น สะอาดขึ้น

แต่ในกรณีที่ใช้แบบพรีเมียมอยู่แล้วเผลอไปเติมดีเซลที่มีความบริสุทธิ์ต่ำลง (มีสัดส่วนของไบโอดีเซลผสมเข้ามา) จะขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์ของรถคุณว่ารองรับน้ำมันดีเซลชนิดนั้นหรือไม่ โดยการใช้น้ำมันดีเซลที่มีความบริสุทธิ์น้อยลง อาจจะไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์เสียในทันที ยังสามารถสตาร์ทใช้งานรถของคุณได้ตามปกติ รวมทั้งสามารถเติมน้ำมันดีเซลชนิดเดิมที่ใช้อยู่เป็นประจำผสมลงไปได้ แต่ในระยะยาวนั้นอาจส่งผลให้เครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนบางอย่างเสื่อมลงได้เร็วกว่าที่ควรจะเป็น นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายราคาสูงหากต้องเปลี่ยนอะไหล่เครื่องยนต์ชุดใหญ่ก่อนเวลาอันควร

ส่วนการ เติมน้ำมันผิด อาการเป็นอย่างไร แบบที่เป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ของคุณแน่นอนก็คือ การเติมน้ำมันผิดจากประเภทของเครื่องยนต์ โดนเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องยนต์ดีเซลแต่ดันเผลอเติมน้ำมันเบนซินลงไป จะส่งผลให้เครื่องยนต์ของรถเกิดความเสียหายได้ เนื่องจากรถยนต์ดีเซลใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวหล่อลื่น ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น แต่พอเติมน้ำมันเบนซินซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอลลงไป ก็จะทำหน้าที่เหมือนตัวทำละลายน้ำมันหล่อลื่นที่เครื่องยนต์ดีเซลต้องการ

ทำให้เมื่อคุณสตาร์ทเครื่องยนต์ก็จะทำให้น้ำมันเบนซินถูกส่งหมุนเวียนในเครื่องยนต์ เพิ่มแรงเสียดทานระหว่างส่วนประกอบต่างๆ และทำให้ชิ้นส่วนเสียหายในที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์รถของคุณ จึงควรรีบเปลี่ยนถ่ายและไล่ระบบน้ำมันโดยเร็วที่สุด

เติมน้ำมันผิด จะเกิดอะไรขึ้น เครื่องยนต์จะเป็นยังไง

ทำไมการเติมน้ำมันผิดประเภทแล้วถึงทำให้รถมีปัญหา

น้ำมันคนละชนิดกันจะมีระดับการเผาไหม้ของน้ำมันแตกต่างกัน ซึ่งเมื่อคุณเติมน้ำมันคนละประเภทลงในถังน้ำมันที่มีน้ำมันเดิมค้างอยู่ เมื่อมีการสตาร์ทเครื่องยนต์จะทำให้การเผาไหม้สะดุด ส่งผลให้การทำงานของลูกสูบไม่เป็นไปตามจังหวะที่ควรเป็น เครื่องยนต์ทำงานไม่ได้และทำให้เครื่องดับในที่สุด หากคุณเพิกเฉยไม่รีบแก้ไขปัญหา จะทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างถาวรได้

ดังนั้นเมื่อรู้ตัวแล้วว่า เติมน้ํามันรถผิด ก็ควรรีบทำการถ่ายน้ำมันนั้นออกและทำความสะอาดเครื่องยนต์รวมไปถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ไม่มีสิ่งปนเปื้อนเหลืออยู่โดยเร็วที่สุด ก็จะช่วยให้คุณสามารถรักษาเครื่องยนต์เอาไว้ได้ดังเดิม

วิธีสังเกตอาการหากสงสัยว่า เติมน้ำมันผิด

หากคุณไม่รู้ตัวจริง ๆ ว่าเติมน้ำมันผิดประเภทไปหรือเปล่า แต่รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างว่ารถของคุณมีอาการต่างไปจากเดิม ให้สังเกตว่ามีอาการตามที่ระบุด้านล่างนี้หรือไม่ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าคุณ เติมน้ำมันผิด นั่นเอง

1.หากเผลอเติมน้ำมันเบนซินลงในเครื่องยนต์ดีเซล อาการที่อาจเกิดขึ้นกับรถของคุณคือ

  • เครื่องยนต์มีเสียงดังขณะเร่งความเร็ว
  • อัตราการเร่งช้ากว่าปกติ และ ไม่สามารถทำความเร็วได้ดีเมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น
  • ระบบแสดงไฟเตือนเครื่องยนต์ และส่งผลให้เครื่องยนต์ดับได้ในที่สุด
  • ไม่สามารถสตาร์ทรถใหม่ได้

2.หากเผลอเติมน้ำมันดีเซลลงในเครื่องยนต์เบนซิน อาการที่อาจเกิดขึ้นกับรถของคุณคือ

  • มีควันดำออกมาจากท่อไอเสียมากกว่าปกติ
  • เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ และ อาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้
  • มีปัญหาในการสตาร์ทเครื่องใหม่

เติมน้ำมันผิด จะเกิดอะไรขึ้น เครื่องยนต์จะเป็นยังไง

เติมน้ำมันผิดประเภทควรทำยังไง

ถ้าหากคุณรู้ตัวตั้งแต่ที่ปั๊มน้ำมันเลยว่าคุณได้เติมน้ำมันผิดประเภทให้กับรถของคุณไปแล้ว ถือว่าโชคดีทีเดียวที่คุณยังไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ เพราะน้ำมันจะยังอยู่แค่ในถังน้ำมัน ยังไม่เกิดการหมุนเวียนไปที่เครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งทำให้คุณแก้ไขความผิดพลาดของการเติมน้ำมันผิดได้ไม่ยาก คุณเพียงแจ้งให้พนักงานในปั๊มน้ำมันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และขอให้ช่างมาช่วยทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันรวมทั้งไล่ระบบน้ำมันของเครื่องยนต์ใหม่ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้งานรถของคุณได้ตามปกติ โดยที่เครื่องยนต์ยังไม่ได้รับความเสียหาย

ถ้าเติมน้ำมันผิดแล้วสตาร์ทรถไปแล้ว ความโชคร้ายที่สุดจะอยู่ที่เมื่อคุณ เติมน้ำมันผิด แล้วขับรถออกไปโดยที่ไม่รู้อะไรเลยแล้วรถเกิดดับกลางทาง ถ้าหากมีการทำประกันรถยนต์เอาไว้ก็จะสามารถขอใช้บริการลากรถฉุกเฉินได้ ก็จะช่วยให้คุณเบาใจไปได้เยอะเลย แต่ถ้าหากว่าประกันรถยนต์ของคุณไม่ได้ครอบคลุมการดูแลในกรณีนี้เอาไว้ ก็ต้องรีบนำรถเข้าข้างทางโดยเร็วที่สุดแล้วเรียกให้ช่างมาดูจะดีกว่า

เติมน้ำมันผิด จะเกิดอะไรขึ้น เครื่องยนต์จะเป็นยังไง

ที่สำคัญ ! เราไม่แนะนำให้คุณฝืนขับรถไปที่อู่เอง เพราะเมื่อเครื่องยนต์มีการสูบฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบไปทั่วแล้ว จะยิ่งทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย แต่โดยทั่วไปแล้วเมื่อเครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเครื่องก็จะดับไปโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว และคุณก็ไม่ควรฝืนหรือพยายามสตาร์ทเครื่องใหม่

โดยวิธีใน การดูแลรถเบื้องต้น เมื่อเติมน้ำมันผิดและทำการออกรถไปแล้ว ก็จะคล้ายกันกับกรณีที่ยังไม่ได้สตาร์ทรถออกไป คือ คุณต้องทำการถ่ายน้ำมันรถออกทั้งหมดและให้ช่างไล่ระบบน้ำมันให้ใหม่ รวมทั้งต้องล้างหัวเทียนเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้คุณต้องทำการเปลี่ยนไส้กรองใหม่เพื่อให้ไม่เกิดการปนเปื้อนกับน้ำมันที่เติมผิดไป จึงจะทำให้รถของคุณทำงานได้ตามปกติและไม่สร้างปัญหาให้กับเครื่องยนต์

เติมน้ำมันผิด จะเกิดอะไรขึ้น เครื่องยนต์จะเป็นยังไง

เห็นหรือยังว่าการ เติมน้ำมันผิด นั้นเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และถึงแม้โอกาสในการเกิดขึ้นจะมีไม่มาก แต่ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ของคุณนั้นค่อนข้างซีเรียสเลยทีเดียว ดังนั้นการเรียนรู้ถึงวิธีการที่ถูกต้องในการ ”แก้ปัญหาเบื้องต้น” เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เอาไว้ จะช่วยให้คุณดูแลรถของคุณไม่ให้ได้รับความเสียหายได้ ที่สำคัญ การมีประกันรถยนต์ดี ๆ ก็จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากกว่า ว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ ก็พร้อมมีคนดูแลคุณแบบเตรียมสแตนบายให้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งที่รู้ใจ เรามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนเตรียมไว้ให้คุณตลอด 24 ชม. ทั่วประเทศไทย รับประกันคุณภาพงานซ่อมนานถึง 12 เดือนอีกด้วย

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ ๆ จากรู้ใจได้ทาง FB Fan page: Roojai หรือ คลิก add Official LINE ของเราไว้ได้เช่นกัน

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ในช่วงกลางยุค 90 เวลานั้นสมรภูมิการแข่งขันของรถยนต์นั่งถือว่ารุนแรงมาก เพราะมีผู้เล่นมากหน้าหลายตาเหลือเกิน ทั้งจากค่ายรถญี่ปุ่น รถยุโรป รถเกาหลี และรถอเมริกัน ต่างแย่งชิงยอดขายในไทยกันอย่างสนุกสนาน และผู้บริโภคในยุคนั้น ก็มีโอกาสได้เลือกรถสวยๆ แปลกๆ ทั้งแบบประกอบในไทย และรถนำเข้ามามากมาย

สำหรับ Honda (ฮอนด้า) ก็กำลังพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้กับรถยนต์นั่งของตัวเองอย่างยกใหญ่ ในรุ่น Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) จนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สร้างชื่อเสียงให้กับ Honda Civic มาจนถึงปัจจุบัน

แต่สำหรับรถยนต์นั่งรุ่นยอดฮิตอย่าง “Honda Civic ตาโต” (ฮอนด้า ซีวิค ตาโต) ที่ MR.CARRO ภูมิใจนำเสนอในตอนนี้ แม้ว่าจะเป็นรถที่มีอายุผ่านมา 20 กว่าปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองอยู่เสมอ

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic (EK) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ถึงข้อดี ข้อเสีย และความน่าใช้กันครับ …

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

Honda Civic (EK) หรือ ซีวิค ตาโต ที่รู้จักกันดีในบ้านเรานั้น เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 กันยายน 1995 เป็นที่รู้จักกันในฉายา “Miracle Civic” มีให้เลือกทั้งในแบบ Hatchback 3 ประตู, Coupe 2 ประตู และ Sedan 4 ประตู ในชื่อ Civic Ferio

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

รวมไปถึงรถรุ่นที่ใช้พื้นฐานร่วมกันกับ Honda Civic ตาโต ก็จะมีตั้งแต่ Honda Domani (รถ Sedan ที่ผลิตจากโรงงาน Honda ใน Canada ก่อนจะส่งกลับไปขายในญี่ปุ่น), Honda Integra SJ “Sedan Joyful” (จำหน่ายผ่านเครือข่ายจำหน่าย Honda Verno หน้าตาเดียวกับ Honda Orthia และ Isuzu Vertex ในบ้านเรา), Honda Orthia (แวกอน แบบรถครอบครัว) และ Honda Partner (แวกอน แบบรถขนของ)

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ซึ่ง Honda ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างตามหลักอากาศพลศาสตร์ และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมเครื่องยนต์ VTEC ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า และเป็นรุ่นที่ได้รางวัล “Car of the Year Japan” สองปีซ้อน ในปี 1995 และ 1996 และยังแนะนำรุ่นเครื่องยนต์มลพิษต่ำ “LEV” (Low Emission Vehicle) ในปี 1997

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Type R (EK) ซีวิค ตาโต

แต่ในปี 1997 เดียวกันนี้เอง ก็ถึงคราวของรุ่นพลังแรง อย่าง Honda Civic Type R (ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์) เปิดตัวในวันที่ 22 สิงหาคม 1997 เป็นสมาชิกรุ่นที่ 3 ติดตามรุ่นพี่อย่าง Honda NSX Type R และ Integra Type R สำหรับรถกลุ่มพลังแรงของขาซิ่ง ด้วยเครื่องยนต์รหัส B16B 98 spec.R 185 แรงม้า

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Type R (EK) ซีวิค ตาโต

Honda Civic ตาโต เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว HYPER จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด PGM-FI 91 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว HYPER จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 105 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.6 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 3 Stage VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.2 กก.-ม. ที่ 5,300 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที
  • ส่วนในรุ่น Type R เครื่องยนต์รหัส B16B 98 spec.R แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 185 แรงม้า ที่ 8,200 รอบ/ นาที (หรือ 116 แรงม้า/ลิตร) แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 7,500 รอบ/นาที

ส่วนระบบส่งกำลังมีให้เลือกตั้งแต่เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT – Honda Multimatic (HMM) และเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

มิติตัวรถของ Civic (EK) 4 ประตู ยาว 4,450 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,390-1,410 มม. และระยะฐานล้อ 2,620 มม. ซึ่งขนาดความยาวของฐานล้อรุ่นนี้ ยังคงใช้เป็นพื้นฐานต่อเนื่องมาจนถึงใน Civic (ES) หรือรุ่น “Dimension” กันเลยทีเดียว

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

สำหรับ Honda Civic ตาโต ที่ขายในไทยนั้น ดูเหมือนว่า ฮอนด้าคาร์ส์ (ประเทศไทย) จะตั้งใจอย่างมาก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการทำตลาดรถยนต์เมืองไทยรุ่นใด นับจากฮอนด้าเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ซึ่งถือว่าเปิดตัวตามหลังญี่ปุ่นได้เร็วมาก โดยเปิดตัวในวันที่ 31 ตุลาคม 2538

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

“เราใช้เวลาเตรียมชิ้นส่วนในประเทศนานถึง 2 ปี มีการลงทุนสร้างห้องวิจัยครั้งแรกในไทย เพื่อการพัฒนาชิ้นส่วนในประเทศให้มากขึ้นกว่าที่เคยใช้อยู่ และลดต้นทุนของรถยนต์ลงมา (จะได้ทำราคาขายได้ไม่หนีห่างจากคู่แข่ง) ทางฮอนด้าคาร์ส์ ได้เอาแปลนมาดูเพื่อวางแผนการการผลิตไปพร้อมกับทางญี่ปุ่น” ฮิโรยูกิ อิโตะ หัวหน้าวิศวกรบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการประกอบ Honda Civic ตาโต ขายในไทยในงานเปิดตัว

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ตัวรถภายนอกพลิกโฉมจากเดิมอย่างมาก โดดเด่นด้วยไฟหน้าขนาดใหญ่ จนเป็นที่มาของฉายา “ซีวิค ตาโต” และไฟท้ายขนาดใหญ่ (แต่ในรุ่น LXi กับ EXi กันชนหน้า-หลัง, กระจกมองข้าง กับกรอบป้ายทะเบียน ยังเป็นสีดำ ไม่ยอมพ่นสีมาให้อยู่เลย! และระบบเบรก ยังเป็นแบบหน้าดิสก์ หลังดรัม)

ห้องโดยสารภายในใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ใช้เบาะหุ้มผ้าสักหลาด (เฉพาะรุ่น VTEC) มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ เช่น กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า, ที่วางแขน, เบาะนั่งปรับระดับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะรุ่น VTEC) เป็นต้น

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส D16Y แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และรุ่นเครื่องยนต์ VTEC (Variable Valve Timing & Lift Electronic Control) ที่ฮอนด้าภูมิใจเสนอ แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 127 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

มีรุ่นย่อยให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ได้แก่ LXi, EXi, VTi-L, VTi-E, VTi-LA และ VTi-EA (A คือรุ่นที่เพิ่มระบบเบรก ABS) บนน้ำหนักตัวรถ 1,045 – 1,080 กิโลกรัม ในระดับราคาตั้งแต่ 583,000 – 688,000 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่า …

Honda ได้เริ่มโครงการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วน ASEAN อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี 2537 และมาส่งผลในครั้งนี้ และการที่บริษัทได้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตได้ในประเทศมากขึ้น จากเดิม 56% เพิ่มขึ้นเป็น 62% ทำให้ต้นทุนของ ฮอนด้า ซีวิค 1996 ไม่ได้สูงขึ้น จึงทำให้จำหน่ายในราคาเดิมได้

CARRO แนะนำรถมือสอง : Isuzu Vertex (EK) อีซูซุ เวอร์เท็คซ์

อีกทั้ง Honda ยังร่วมโครงการแลกเปลี่ยนรถ OEM ผลิตรถยนต์ป้อนให้กับ Isuzu เฉพาะในไทยเท่านั้นในชื่อ Isuzu Vertex (อีซูซุ เวอร์เท็กซ์) โดยนำหน้าตาของรถ Honda Integra SJ (ฮอนด้า อินเทกกร้า เอสเจ) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Honda Civic มาแปะตราเป็น Isuzu เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2539

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2539 Honda ได้เพิ่มเติม ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ให้กับในรุ่นย่อย VTi-LA และ VTi-EA

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Limited (EK) ซีวิค ตาโต

ต่อมา เพิ่มรุ่น Limited ฉลองยอดขาย Honda Civic ในไทยครบ 100,000 คัน ด้วยตัวรถสีทอง มีสปอยเลอร์หน้า-หลัง กุญแจรีโมท และสัญลักษณ์ Limited สีทอง ในราคาเดิมจำนวนจำกัด

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic Coupe (EK) ซีวิค ตาโต คูเป้

พอในเดือนพฤศจิกายน 2540 Honda Civic Coupe (ซีวิค คูเป้) ซึ่งเป็น Civic EK รุ่น 2 ประตู ที่จำหน่ายในเมืองไทยครั้งแรกและครั้งเดียว จึงตามออกมาขายในตลาด

เดือนกุมภาพันธ์ 2541 ปรับเพิ่ม-ลด สีตัวรถใหม่ เปลี่ยนล้อแม็กลายใหม่ พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ไฟส่องแผนที่ และที่วางแก้วน้ำคู่หน้า และมีรุ่นพิเศษ Special Edition เพิ่มไฟตัดหมอก กุญแจรีโมท พร้อมสัญลักษณ์ Special Edition (เฉพาะรุ่น VTEC) ออกมา

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EK) ซีวิค ตาโต

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2541 ปรับปรุงเครื่องยนต์เป็นแบบ VTEC LEV มลพิษต่ำ แรงม้าเท่าเดิม พร้อมปรับรุ่นย่อยเป็น EXi MT, EXi AT, VTi MT, VTi AT, VTi-AS MT และ VTi-AS AT

CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic 1.8 Si (EK) ซีวิค ตาโต

จากนั้น Honda Civic จึงได้เข็นรุ่น 1.8 Si 4 ประตู ออกมาในเดือนเมษายน 2542 ตกแต่งภายในด้วยเบาะหนังแท้ ใช้เครื่องยนต์รหัส B18B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 145 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.5 กก.-ม. ที่ 5,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แต่ก็ไม่ได้ขายดีนัก

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2542 ปรับปรุง Honda Civic ใหม่ ต้อนรับยุคมิลเลนเนียม โดยในรุ่น EXi จากเดิมที่เป็นฝาครอบล้อขนาด 14 นิ้ว เปลี่ยนมาเป็นล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว เป็นต้น

แล้วก็ขายกันมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงปลายปี 2543 ก่อนจะหลีกทางให้ Honda Civic (ES) มาแทนที่ต่อไปครับ

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Civic ตาโต มือสอง เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

อีกอย่างที่ควรสังเกต คือ รหัสตัวถังและเครื่องยนต์รถ สำหรับ Civic รุ่นนี้ จะเป็นชุดเดียวกัน คือถ้าเป็นรุ่นระหว่างปลายปี 1995 – 1996 รหัสจะขึ้นต้นด้วย CV ส่วนตั้งแต่ปี 1997 มา รหัสจะขึ้นต้นด้วย MR

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 4 ประตู (EK) มา ก่อนอื่นต้องตรวจเช็คสภาพตัวรถทั่วไป โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ เพราะหลายคันเกียร์ชอบมีอาการเข้าเกียร์แล้วไม่เดินหน้า-ถอยหลัง หรือกระตุก (ในตัวโฉมแรก) และช่วงล่าง รวมไปถึงที่เปิดประตูรถทั้ง 4 บาน ที่ทำด้วยพลาสติก มักหักกันบ่อย ไปเตรียมหาของเชียงกงมาเก็บสำรองไว้ได้เลย

แต่ถ้าเป็นชาวขาซิ่ง บอกเลยว่าต้องชอบ Honda Civic ตาโต มือสอง แน่นอน เพราะว่ารถรุ่นนี้ ยังมีของแต่งเยอะ

และเครื่องยนต์ค่อนข้างกินน้ำมัน การติดแก๊สอาจเป็นทางเลือกที่ดี (แต่ไม่ทนแก๊สเท่าไหร่) อย่าลืมดูเรื่องความร้อนเครื่องยนต์ด้วยละกัน รุ่นนี้มีปัญหาหลายคัน บวกกับหม้อน้ำที่มีขนาดเล็กกว่ารถรุ่นอื่นๆ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดี แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ส่วนใหญ่ถ้าเป็นรถราคาถูก ก็ต้องเอามาเก็บงานค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ ในศูนย์บริการมีของใหม่ให้เบิก แต่ค่อนข้างแพงมากและใช้เวลารอ ตรวจเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะ เตรียมไว้ปีละ 5,000 – 15,000 บาท ก็น่าจะพอในแต่ละปี

ถ้าเป็นขาซิ่งขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ เป็นตระกูล D15B, B16A, B20A, B20B หรือตระกูล K อย่าง K20A ยังได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 40,000 – 80,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Civic มือสอง (ฮอนด้า ซีวิค มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Civic ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

5 ของติดรถที่ควรมีไว้ ในช่วงหน้าฝน!

ช่วงนี้ประเทศไทยยังคงอยู่ในฤดูฝน แน่นอนว่าการขับรถต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมไปถึงสภาพรถที่ต้องตรวจเช็คให้แน่ใจว่าทุกส่วนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน พร้อมลุยฝนในยามฝนตกหนักๆ

แต่กระนั้นก็ตาม บางทีก็อาจเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาได้ เมื่ออุปกรณ์บางอย่างไม่มี ลืม หรือเกิดเสียระหว่างทางกะทันหัน

MR.CARRO เลยขอมาแนะนำ 5 ของติดรถที่ควรมีไว้ ในช่วงหน้าฝน! เผื่อว่าคุณอาจจำเป็นต้องใช้ หรือได้ใช้งานครับ

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

1. กล้องติดรถ

อุปกรณ์ยอดฮิตสำหรับรถในยุคปัจจุบันไปแล้ว สำหรับกล้องติดหน้ารถ ที่ควรมีไว้บันทึกภาพในทุกฤดูกาล ยิ่งในช่วงหน้าฝนเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

การมีกล้องติดหน้ารถ ย่อมใช้เป็นหลักฐานในการเก็บข้อมูลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ต่างๆ บนท้องถนนได้อีกด้วย

2. ร่ม

อุปกรณสุดคลาสสิกอย่าง ร่ม แม้ว่าหลายคนอาจจะบอกว่าไม่จำเป็นก็ได้ เพราะจอดรถอยู่ในร่ม หรือในอาคารตลอด

แต่มีเผื่อไว้ดีกว่า ถ้าหากต้องออกไปธุระข้างนอก หรือสถานที่กลางแจ้ง แล้วเจอฝนตกหนักๆ อาจต้องวิ่งตากฝนจนลืมล็อครถเลยก็ได้ มีติดไว้สักคัน จะเอาไว้ถือกันแดดแทนก็ย่อมได้

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

3. พรมกระดุม / พรมไวนิล / แผ่นยางปูพื้นรถ

รถในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ มักจะใช้พรมปูพื้นแบบกำมะหยี่ หรือใยสังเคราะห์ ที่ดูแล้วนุ่มเท้า สวยงาม หรูหรา แต่ข้อเสียก็คือค่อนข้างดูดซับน้ำได้ง่าย และอาจก่อนให้เกิดกลิ่นอับ และเชื้อราได้

การเลือกใช้พรมกระดุม, พรมไวนิล วางปูพื้นในรถเสริมอีกชั้น สามารถกันน้ำและฝุ่นละอองได้ค่อนข้างดี ถอดออกมาล้างได้ง่าย แต่ในส่วนของพรมไวนิล อันนี้ต้องระวังลื่นหน่อย เวลาเข้า-ออกรถ ขณะที่รองเท้าของคุณเปียกน้ำ

และแผ่นยางปูพื้นรถ ซึ่งเป็นนี่นิยมกันมานาน ข้อดีคือทำความสะอาดคราบน้ำ ฝุ่น โคลน ออกได้ง่าย แต่ข้อเสียคือค่อนข้างแผ่นใหญ่ แข็ง น้ำหนักมาก และดีไซน์ดูโบราณไปหน่อย

4. หลอดไฟสำรอง

หลายคนอาจจะต้องใช้รถยนต์ในช่วงกลางคืนบ่อยหน่อย ไฟส่องสว่างของภายนอกรถถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งเวลาฝนตก หรืออยู่ระหว่างทางดึกๆ จึงควรมีหลอดไฟสำรองติดไว้ในรถ ซึ่งส่วนมากจะแบ่งออกเป็นหลอดขนาด 5 วัตต์ สำหรับไฟหรี่ และ 21 วัตต์ สำหรับไฟเบรก

ส่วนไฟท้าย กรณีที่รถของคุณยังไม่ได้ไฟเบรกแบบ LED รถบางรุ่นอาจใช้ไส้คู่ ที่ใช้ทั้งไฟหรี่และไฟเบรกในหลอดเดียวกัน ดังนั้นถ้าเตรียมหลอดไฟท้ายไว้ อย่าลืมเช็คให้ดีก่อน

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

5. น้ำยาเคลือบกระจก

ถ้าหากคุณต้องใช้รถยนต์บ่อยในช่วงหน้าฝน สิ่งสำคัญอีกอย่างคือน้ำยาเคลือบกระจก ที่ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ของคุณดีขึ้นได้ เพราะชั้นฟิล์มบางๆ ที่เคลือบอยู่บนผิวกระจกจะทำให้ตัวหยดน้ำลอยตัวเป็นเม็ดๆ และไหลออกได้เร็วขึ้น และยังใช้เช็ดกระจกมองข้าง กระจกบานข้างได้อีกด้วย

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครที่กำลังมองหารถคันใหม่ในตอนนี้ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันของ CARRO Automall คุณไม่ต้องกังวลเลยในเรื่องของรถจมน้ำ รถน้ำท่วม หรือรถจมบาดาล เพราะเราไม่นำรถที่ถูกน้ำท่วมมาขายโดยเด็ดขาด และรถทุกคันยังผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด อีกด้วย

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

ถ้าหากคุณต้องการจะซื้อรถมือสองในเวลานี้ นอกจากเราจะต้องตรวจดูสภาพรถอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวถังรถ สีรถ เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง สภาพภายในรถ รวมไปถึงการทดลองขับขี่ ฯลฯ

แต่ … สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือคุณต้องดูด้วยว่า “รถคันนี้ ผ่านการถูกน้ำท่วมมาหรือไม่” ด้วยนะครับ!

“น้ำท่วม” หรือ “น้ำรอการระบาย” ถือเป็นปัญหาสุดคลาสสิกในหลายพื้นที่ของไทย จึงไม่แปลกที่ในตลาดรถมือสองจะมี “รถจมน้ำ” โผล่มาขายอยู่บ้าง แต่ก็สังเกตได้ยากเนื่องจากถูกซ่อมแซมมาใหม่หมดแล้ว แต่เราจะมีวิธีดูรถอย่างไรบ้าง MR.CARRO ก็ขออาสามาแนะนำวิธีดูรถน้ำท่วม หรือรถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด ให้ทุกคนเป็นความรู้กันครับ

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

1. เช็คตัวถัง หาสนิม

จุดแรกที่ควรสังเกตกันก่อนเลยนั่นคือสภาพตัวถังรถ ซึ่งหลายคันภายนอกอาจจะทำการสาดสีใหม่มาแล้ว ก็อาจจะสังเกตยากหน่อย แต่ในกรณีที่ยังเป็นสีเดิมๆ ของตัวรถ ก็ขอให้สังเกตดูในบริเวณรอยตะเข็บตัวถังจุดต่างๆ ของรถ โดยเฉพาะใต้ท้องรถ ใต้กันชน พวกน็อตยึดต่างๆ หรือบริเวณแชสซีส์รถ ถ้ามีสนิมขึ้นในที่ที่ไม่น่าจะมี ก็อาจเป็นไปได้ว่าเคยแช่น้ำ แช่โคลน หรือจมน้ำมาก่อน

ส่วนถ้าเป็นภายในรถ ให้ลองดูบริเวณชิ้นส่วนเหล็ก และน็อตยึดฐานเบาะนั่งคู่หน้าของตัวรถ ว่ามีสนิมขึ้นหรือไม่ หรือเบาะนั่งเลื่อนได้สะดวกหรือไม่ ก็อาจจะสังเกตตรงจุดนี้ได้เช่นกัน

2. ระบบไฟฟ้า

ขึ้นชื่อว่าน้ำกับไฟย่อมไม่ถูกกัน เมื่อไฟเจอน้ำก็มักจะช็อต ซึ่งอาจจะทำให้ระบบไฟในรถมักรวน เพราะมีความชื้นอยู่ในแผงวงจร สายไฟ หรือแผงฟิวส์ ส่งผลให้การทำงานของระบบไฟฟ้าในรถ เดี๋ยวใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง อันนี้ก็น่าสังเกต

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

3. เครื่องยนต์

รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมบริเวณเครื่องยนต์ มักจะถูกยกและถอดออกมาทำความสะอาดขจัดคราบน้ำและโคลนที่เข้าไป แต่หลายๆ อู่ มักจะไม่เปลี่ยนน๊อตที่ประกอบเครื่องยนต์ใหม่เท่าไหร่ ก็อาจจะสังเกตตรงจุดได้ว่าถ้าเห็นชิ้นส่วนน็อตที่ขึ้นสนิม หรือมีร่องรอยการถอดประกอบเครื่อง โดยเฉพาะรอยยากาวตรงฝาสูบ หรือสังเกตตรงฝาตาน้ำเครื่องยนต์ เป็นต้น

แต่ในกรณีที่เจ้าของเดิมยกเครื่องยนต์ใหม่มาวางแทนเครื่องยนต์เดิม อันนี้ก็อาจจะสังเกตได้ยากหน่อย

4. เครื่องมือช่างประจำรถ

ชุดเครื่องมือช่างประจำรถ เช่น ประแจ หรือแม่แรง มักจะเก็บไว้ในท้ายรถ บริเวณยางอะไหล่ อาจสังเกตได้หากชุดเครื่องมือเหล่านี้มีสนิมขึ้นอยู่ รวมถึงบริเวณยางอะไหล่ อาจสังเกตจากคราบดำๆ หรือคราบน้ำ คราบโคลน ที่อาจมีติดฝังแน่นอยู่

ก่อนซื้อต้องรู้! วิธีดูรถน้ำท่วม รถจมน้ำมา 5 จุด แบบง่ายที่สุด

5. กลิ่นในห้องโดยสาร

เรื่องกลิ่นนี่ก็พอจะบ่งบอกได้ว่า รถคันนี้เคยถูกน้ำท่วมมาเช่นกัน แม้ว่ารถที่นำมาขายจะถูกปรับปรุงสภาพมาแล้วก็ตาม ซึ่งพรม และเบาะนั่ง จะถูกนำออกไปซักและตากแดด หรือถูกเปลี่ยนเป็นของใหม่

แต่กลิ่นในห้องโดยสารที่ติดอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ของตัวถังรถ อันนี้เป็นเรื่องยากที่จะกำจัด เนื่องจากน้ำที่ท่วมเป็นน้ำโคลน กลิ่นต่างๆ จะติดอยู่ได้นาน

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครที่กำลังมองหารถคันใหม่ในตอนนี้ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันของ CARRO Automall คุณไม่ต้องกังวลเลยในเรื่องของรถจมน้ำ รถน้ำท่วม หรือรถจมบาดาล เพราะเราไม่นำรถที่ถูกน้ำท่วมมาขายโดยเด็ดขาด และรถทุกคันยังผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด อีกด้วย

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ