Mitsuoka-Himiko-ม้า-อรนภา

ย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายปีที่แล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่อยู่วงการบันเทิงมาหลายสิบปี อย่าง “ม้า อรนภา กฤษฎี” จะออกมาแสดงออกทางการเมืองของเหล่า นิสิต นักศึกษา และนักเรียน ที่ชูสามนิ้วและผูกโบว์ขาว ด้วยคำพูดที่ค่อนข้างรุนแรง จนกลายเป็นดราม่าในโลกออนไลน์

จากกระแสสังคมดังกล่าว ม้า-อรนภา จึงถูกปลดออกจากรายการที่ทำอยู่ทั้งหมด และตกงานมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ต้องมาช่วยแม่ไลฟ์สดขายห่อหมก ขายของลูกค้า หรือนำเสื้อผ้าแบรนด์เนมออกมาขาย ล่าสุดประกาศขายรถสปอร์ตสุดหรู คลาสสิค ที่มีชื่อว่า Mitsuoka Himiko (มิทสึโอกะ ฮิมิโกะ) อีกด้วย หลังจากได้ Toyota Corolla Cross ป้ายแดง ที่แฟนหนุ่มได้ซื้อมาให้ใช้เป็นที่เรียบร้อย

MR.CARRO คิดว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า รถที่ ม้า อรนภา ใช้อยู่ เป็นรถที่มีชื่อเสียงเรียงนามมาจากไหน ใครเป็นคนขาย วันนี้เลยขอโอกาสมาเล่าให้ฟังกันครับ …

Mitsuoka-Himiko

บริษัท Mitsuoka Motor นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเล็กของญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 1968 โดย Susumu Mitsuoka เน้นจุดขายที่คุณค่าที่อยู่เหนือกาลเวลา ความคลาสสิคของรถในสไตล์อังกฤษ หรือสไตล์อเมริกันในยุค 50 และ 60 ซึ่งสามารถใช้งานได้จริงในยุคปัจจุบัน และในช่วงแรกเริ่มของบริษัท มีจะผลิตรถยนต์ขนาดจิ๋ว Micro Car ด้วย

สำหรับรถยนต์ที่มีชื่อเสียงในอดีตของค่ายนี้ ก็มีอย่างเช่น BUBU, MC-1, Zero-1, SSK, Speedster, Ray, Ryoka, Le-Seyde, Orochi หรือ Like เป็นต้น

Mitsuoka-Motor-Famous-Cars

โดย Mitsuoka เริ่มนำรถยนต์ขนาดใหญ่มาตกแต่ง จริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรกด้วยการนำ Nissan Silvia (S13) มาตกแต่งใหม่ให้เป็นรถยนต์สปอร์ตคลาสสิค ในชื่อรุ่น Le-Seyde ในปี 1990 ที่จำลองแบบมาจากรถ Zimmer Golden Spirit เพียง 500 คันเท่านั้น

ภายหลังจึงเริ่มขยายสู่ตลาด Mass มากขึ้น ด้วยการนำรถยนต์จากค่ายรถชื่อดังหลายแบรนด์ อาทิ Toyota, Nissan หรือ Mazda มาดัดแปลงให้เป็นรถยนต์แบบคลาสสิก ด้วยช่างฝืมือผู้ชำนาญงาน ประกอบด้วยมือ ซึ่งใช้เวลาผลิตต่อคันอยู่ที่ประมาณ 3-9 เดือน

ปัจจุบัน Mitsuoka มีรถยนต์ขายหลากหลายรุ่น อาทิ Viewt, Galue, Ryuki, Rock Star, Himiko, Buddy และสามล้ออย่าง Like-T3 เป็นต้น

Mitsuoka-Himiko

สำหรับ Mitsuoka เข้ามาในไทยได้อย่างไรนั้น? ก็ต้องขอบอกเลยว่า บริษัท มิทสึโอกะ มอเตอร์เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับทาง ยนตรกิจ คอร์ป ในวันที่ 15 กันยายน 2553 ลงขันเปิดบริษัทร่วมกัน ในสัดส่วนการลงทุนระหว่าง Mitsuoka Motor ประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้น 45% กับยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ถือหุ้น 40% ที่เหลือเป็นบริษัทอื่นๆ

เตรียมพร้อมตั้งฐานประกอบรถในไทย โดยใช้โรงงานประกอบรถยนต์ ของยนตรกิจอุตสาหกรรม ย่านร่มเกล้า หลังจากที่แต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2551 หวังเปิดตลาดส่งออกในภูมิภาคอาเซียน ตะวันออกกลาง ประเดิมเปิดไลน์ประกอบ 2 รุ่น Galue IV และ Himiko ในปี 2554 แต่ก็ทำตลาดในบ้านเราถึงปี 2559 ก็ตัดสินใจยุบตลาด ถอยทัพกลับประเทศไป …

Mitsuoka-Himiko

Mitsuoka Himoko (มิทสึโอกะ ฮิมิโกะ) เป็นยนตรกรรมสปอร์ตคลาสสิค 2 ที่นั่ง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 โดยนำพื้นฐานของ Mazda Roadster (หรือ Mazda MX-5) รหัสรุ่น NC มาตกแต่งใหม่ด้วยช่างผู้ชำนาญมากถึง 45 คน

ตั้งชื่อรุ่นรถตามองค์ราชินี “ฮิมิโกะ” ผู้ปกครองอาณาจักร “ยามาไต” ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณที่มีอยู่จริงประมาณ 1,800 ปีมาแล้ว ให้ภาพความสง่างาม เกียรติยศ และรัศมีแห่งความงดงามที่เปี่ยมคุณค่า น่าหลงใหล มีพลังที่น่าดึงดูดใจตามรูปลักษณ์ของราชินี Himiko อย่างแท้จริง ในราคา 3,750,000 บาท

ตัวรถภายนอก ออกแบบโดย Takanori Aoki ผสมผสานกลมกลืนระหว่างรถยนต์สมัยใหม่ กับเส้นสายโค้งมนของรถคลาสสิค แบบ Long-Nose / Short-Deck กล่าวคือ อัตราส่วนระหว่าง ความยาวของบังโคลนหน้ากับช่วงท้ายรถ เป็นอัตราส่วนทอง คือ 7 : 3 งดงามเปรียบประดุจอัญมณีล้ำค่า แลดูยังคล้ายกับรถ Jaguar XK120 และ Morgan Aero 8 อีกด้วย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 162 แรงม้า ที่ 6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 189 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Manual Shift Mode ขับเคลื่อนล้อหลัง เปิดประทุนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ในเวลา 12 วินาที

Mitsuoka-Himiko-Classic

ในปี 2555 ได้เปิดตัว Mitsuoka Himiko Classic ตกแต่งพิเศษด้วยตัวถังสีทูโทน Brilliant Black / Strong Red เบาะที่นั่งพร้อมแผงประตูหนังแท้สีแดง ตัดเย็บด้วยช่างฝีมือประณีต ภายในตกแต่งด้วยลายไม้สวยเก๋ คลาสสิคอย่างเหมาะเจาะลงตัว เพิ่มความหรูหราอีกระดับด้วยคิ้วโครเมี่ยมรอบคัน ผลิตเพียง 20 คัน เท่านั้น ในราคา 3,880,000 บาท

Mitsuoka-Himiko-Limited-Edition-2015

จนในเดือนมิถุนายน 2558 เปิดตัว Mitsuoka Himiko Limited Edition High Impack Color ในงาน Bangkok Auto Salon 2015 ออกแบบด้วยสีสันตัวรถที่สดใส ใช้โทนเขียวและส้ม ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ดำ เอาใจคนรักสปอร์ตสไตล์คลาสสิก ใช้ล้อแม็กสีดำขนาด 17 นิ้ว ท่อไอเสียคู่ ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยพัฒนาร่วมกับ TRUST / GReddy บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับจากทั้ง Race & Street Tuner

ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยโทนเขียวและส้ม ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 คันเท่านั้น ในราคา 3,980,000 บาท!

แล้วก็หายไปเงียบจากท้องตลาด!

ส่วนถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

เดือน “ธันวาคม” นี้ ในเดือนที่มีวันหยุดเพียบ แม้ว่าอากาศจะหนาวบ้าง ร้อนบ้าง แต่ถ้าจะพูดถึงวันสุดสัปดาห์ของการทำงาน (เช่น วันศุกร์ หรือวันเสาร์) เหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ในวัยทำงาน มักนิยมหาแหล่งพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ

และยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แล้วล่ะก็ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงลานเบียร์ เพื่อนั่งดื่มเบียร์ ดื่มด่ำกับบรรยากาศชิลล์ๆ แน่นอน บรรดาค่ายเบียร์ยักษ์ใหญ่ จึงต้องจัดงานแบบดาวกระจายไปหลายๆ ที่ในกรุงเทพฯ

ทาง CARRO จึงรวมแหล่งลานเบียร์ ที่เหมาะสังสรรค์ยามราตรีในกรุงเทพฯ และลานเบียร์ใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่ให้เพื่อนๆ ไปพักผ่อนหลังเลิกงาน และได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ แต่จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปอ่านกันได้เลย

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

1. Parc Paragon @ Siam Paragon

ลาน Parc Paragon (พาร์ค พารากอน) อีกหนึ่งย่านใจกลางเมืองที่หลายคนชอบเดินช้อปปิ้ง มีลานเบียร์ที่เปิดให้บริการกันทุกปลายปี ซึ่งก็เป็นยี่ห้อของค่ายสีเขียว แต่ถ้าใครไม่ติดอะไร ก็ดื่มกันได้ และเป็นอีกย่านที่สะดวกทั้งการเดินทาง หรือไปเที่ยวที่อื่นต่อ

การเดินทาง : รถเมล์สาย 15, 16, 25, 40, 48, 54, 73, 73ก, 79, 204, 501, 508 / BTS สยาม  / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

2. Sathorn Square

เวลาเดินทางหรือแวะมาเยือนย่านสาทร หลายๆ คน คงนึกถึงตึก Sathorn Square (สาทรสแควร์) เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแหล่งที่รวมคนทำงานออฟฟิศที่เยอะสุดเลยก็ว่าได้ และใครที่เหนื่อยล้าจากงาน อยากจะสังสรรค์ผ่อนคลายก็มาได้ที่ลาน Sathorn Square ได้ทุกค่ำคืนเลยช่วงนี้

การเดินทาง : รถเมล์สาย 17, 77, 149 / BRT สาทร / BTS ช่องนนทรี / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

3. Asiatique The Riverfront

ใครที่อยากดื่มดั่มกับรรยากาศชิลล์ๆ แนะนำให้มาที่นี่เลย Asiatique The Riverfront (เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์) เพราะด้วยเป็นแลนด์มาร์คสุดอลังการ อีกทั้งมีบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดโรแมนติก ไม่มีที่ไหนให้ได้แบบนี้อีกแล้ว

การเดินทาง : รถเมล์สาย 1, 15, 17, 75, 504, 547 / รถสองแถวสาย 1273 / BTS สะพานตากสิน และต่อด้วย Shuttle Boat / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

4. Mega Bangna

ใครที่อยู่แถวพัฒนาการ ศรีนครินทร์ บางนา ลาดกระบัง และสมุทรปราการ คงคุ้นเคยกับห้าง Mega Bangna (เมกาบางนา) กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นห้างที่รวมแหล่งสาธารณูปโภคทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถ้าใครต้องการไปลานเบียร์นั่งชิลล์ๆ ย่านชานเมืองกรุงเทพฯ สามารถมาที่นี่ได้เลย ลองแวะเวียนไปกันดูนะ

การเดินทาง : รถเมล์สาย 2, 23, 145, 180, 207 / BTS สถานีอุดมสุข แล้วต่อ Shuttle Bus ฟรี / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Beer-Garden-Event-In-Bangkok

5. The Street Ratchada

ห้างใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ย่านรัชดา อย่าง The Street Ratchada (เดอะสตรีท รัชดา) เป็นแหล่ง Hang Out สุดชิคที่สามารถกิน ดื่ม ช้อปได้ 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับวัยรุ่นและวัยทำงานที่ไม่ยึดติดกับเวลา ทำให้ที่นี้เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

การเดินทาง : รถเมล์สาย 36, 54, 73, 73ก, 136, 137, 179, 185, 206, 514, 517 / MRT  ศูนย์วัฒนธรรม  / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Groove-CentralWorld

6. Groove @ CentralWorld

แม้ว่าลานหน้าเซ็นทรัลเวิล์ด ที่จะเคยเป็นลานเบียร์ในตำนานอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้ถูกจัดแล้ว แต่ในอาณาบริเวณเดียวกันอย่าง Groove @ CentralWorld (กรูฟ @ เซ็นทรัลเวิลด์) ที่เป็น Lifestyle Dining & Gastro Bar นานาชาติ มีร้านอาหารแบรนด์ดังระดับโลกมารวมกัน ที่ภายนอกตกแต่งสไตล์ Futuristic แต่ข้างในตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และต้นไม้ช่วยเพิ่มความร่มรื่น ซึ่งมีหลายร้านให้คุณได้นั่งดื่มเบียร์ชิวๆ พร้อมอาหารคอกเทลสุดอร่อย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 15, 25, 40, 48, 54, 73, 73ก, 79, 204, 501, 508 / BTS สยาม – ชิดลม / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 10.00 น. – 00.00 น.

La-Villa-Aree

7. La Villa อารีย์

ในย่านตอนต้นของถนนพหลโยธิน แม้ว่าบางส่วนจะเป็นย่านธุรกิจ ที่พักอาศัย และเขตทหาร ที่นี่ยังมีแหล่งความบันเทิง หรือ Community Mall อีกด้วย ซึ่งในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ บริเวณด้านหน้าของ La Villa (ลาวิลล่า) ก็จะถูกเนรมิตพื้นที่เป็นลานเบียร์ ให้คนมานั่งดื่มหลังเลิกงาน กินเบียร์ชิวๆ ดูบอลกัน หรือจะไปนั่งต่อในร้านอาหาร หรือบาร์ในย่านนี้ต่อก็ได้

การเดินทาง : รถเมล์สาย 8, 26, 27, 28, 29, 34, 39, 59, 63, 74, 77, 97, 157, 204, 502, 503, 509, 510 / BTS อารีย์ / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Major-Cineplex-Ratchayothin

ภาพจาก Oversupar Whiteswan

8. Major Cineplex Ratchayothin (เมเจอร์รัชโยธิน)

Major Cineplex Ratchayothin (เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน) จุดนี้ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง ดูหนัง และเขตธุรกิจ ของคนที่อยู่ในละแวกย่านรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งในย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารดังๆ รวมไปถึงร้านอาหารแบบกลางแจ้ง พร้อมกับลานเบียร์ทั้งบริเวณด้านหน้า และบนดาดฟ้าอีกด้วย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 24, 26, 34, 39, 59, 63, 104, 107, 126, 129, 178, 206, 502, 503, 524, 543 / BTS รัชโยธิน / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

Crystal-Design-Center-CDC

ภาพจาก มิว รักเฟซบุ๊ก

9. Crystal Design Center (CDC)

บนเส้นถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา หรือถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถ้าคนไม่มีรถยนต์ส่วนตัวอาจจะไปลำบากสักหน่อย แต่ถ้าคุณเป็นคนที่บ้านอยู่ย่านนี้ หรือทำงานอยู่ย่านนี้ อยากจะหาที่นั่งดื่มเบียร์ชิวๆ ในหน้าหนาว ไม่อยากฝ่ารถติดเข้าไปในเมือง ก็มาชิวกันได้ที่ คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) ได้ เพราะที่นี่มีลานเบียร์ของค่ายใหญ่มาเปิดกันอยู่ทุกปี อีกทั้งมีดนตรีสดด้วย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 26 (เอกมัย) / รถสองแถวสาย 1526 / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

W-District-Phrakhanong

ภาพจาก OneStep4Ward

10. W District พระโขนง

สำหรับลานเบียร์ในย่านสุขุมวิท แม้ว่าจะมีอยู่ด้วยกันในหลายที่ แต่ที่ W District (ดับบลิว ดิสทริค) เหมาะสำหรับคนที่ชอบการดื่มเบียร์ ในบรรยากาศที่มีคนต่างชาติเยอะๆ ทั้งฝรั่ง แขก หรือญี่ปุ่น พร้อมกับทานอาหารชิวๆ ในช่วงอากาศเย็นๆ ซึ่งบางวันมีดนตรีสดให้ดูกันด้วย

การเดินทาง : รถเมล์สาย 2, 22, 23, 25, 38, 40, 48, 71, 98, 133, 501, 508, 511 / BTS พระโขนง / Maps
เวลาทำการ (ลานเบียร์) : 17.00 น. – 00.00 น.

อย่างไรก็ตาม คาร์โร มีบางอย่างที่อยากจะฝากไว้นิดนึง คือ เมาแล้วไม่ขับนะคะ ถ้าคิดว่าไปแล้วตัวเองต้องดื่มแน่นอน อย่าได้นำรถของท่านไปเลยจะดีกว่า เดี๋ยวมันจะไม่คุ้มเสียเอาได้นะ …

ส่วนถ้าใครเบื่อละ อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปดาวน์รถคันใหม่ ซื้อรถใหม่มาขับ ก็สามารถมาขายรถ หรือตีราคารถ ที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ค่ะ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

The-10-Best-In-Motor-Expo-2020

งาน “Motor Expo 2020” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบ ในยุค New Normal แล้ว …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย หลายคนอาจไม่ทราบ CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2020” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Suzuki-Celerio-Motor-Expo-2020

1. รถถูกที่สุด

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

Rolls-Royce-Phantom-Motor-Expo-2020

2. รถแพงที่สุด

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ยังคงต้องยกให้เจ้าเดิม อย่าง Rolls-Royce Phantom (โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม) ที่ยังคงครองแชมป์รถยนต์นั่งแพงสุดเป็นประจำ กับฉายา The King of Cars กับราคา 53,500,000 บาท!!!

การออกแบบตัวรถ คงความเหลี่ยมสันกับกระจังหน้าแนวตั้งไว้ ภายในยังคงเน้นความหรูหราในระดับประณีตศิลป์ เพิ่มการดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ ด้วยแนวคิด “The Gallery” นำเอาชิ้นงานศิลปะเข้ามาตกแต่งที่แผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร เปรียบเสมือนเป็นห้องแสดงงานศิลปะที่สามารถเคลื่อนที่ได้

ขุมพลังและตัวตนของ New Phantom เครื่องยนต์ V12 Twin Turbo แบบใหม่ ที่ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 1,700 รอบ/นาที พลังจะถูกส่งไปยังอย่างเงียบ และแสนสบาย ซึ่งทำให้การขับเคลื่อนดั่งพรมวิเศษดียิ่งขึ้นไปอีก ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

MG-EP-Wagon-2021

3. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ถูกที่สุด

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้กับรถยนต์ไฟฟ้าเชื้อชาติอังกฤษ สัญชาติจีน อย่าง MG EP (เอ็มจี อีพี) ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2020 ด้วยแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที ในราคาถูกสุดในงาน 988,000 บาท!

Porsche-Taycan-Turbo-S

4. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) แพงที่สุด

รถ EV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ครั้งนี้ ต้องยกให้ Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน 4 ประตู ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และคงไว้ซึ่งงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Porsche Taycan Turbo S มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที

Porsche Taycan Turbo มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ได้ถึง 260 กม./ชม.

สำหรับในรุ่น Taycan 4 S ที่ติดตั้ง Performance Battery Plus ให้พละกำลังสูงสุด 571 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที พร้อมทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 250 กม./ชม.

สำหรับ Porsche Taycan Turbo S ราคาอยู่ที่ 11,700,000 บาท!

Black-High-Wheeler

5. เก่าที่สุด

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Black High Wheeler” (แบลค์ ไฮ วีลเลอร์) รุ่นปี 1904 ซึ่งความพิเศษของรถโบราณรุ่นนี้ คือ เป็นรถที่มีฐานล้อใหญ่ถึง 75 นิ้ว และผลิตออกมาเพียง 18 คันเท่านั้น

เครื่องยนต์วางใต้แคร่กลางลำ แบบ 2 สูบนอน ความจุ 52 Cu.In. (หรือ 852 ซีซี) 18 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยโซ่ ใช้ล้อแบบรถม้าขอบบางขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว

ผลงานของ Black Manufacturing Company แห่งเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ USA และจำหน่ายโดย Sear, Roebuck & Co. ระหว่างปี 1904-1912 ในปัจจุบันมีเหลือเพียง 13 คันทั่วโลก ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงาน Motor Expo ครับ

Rolls-Royce-Cullinan-Motor-Expo-2020

6. รถ SUV แพงที่สุด

รถ SUV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ก็ยังคงเป็น Rolls-Royce Cullinan (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน) ตัวรถระดับ Ultra Luxury SUV รุ่นแรกของ Rolls-Royce ตั้งชื่อตามเพชรที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปประดับอยู่บนมงกุฏของพระราชินีแห่งอังกฤษ โครงสร้างตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียม ที่เป็นสิทธิบัตรของโรลส์-รอยซ์ ห้องโดยสารสามารถขยายพื้นที่เพื่อเพิ่มความจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,930 ลิตร

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ขนาด 6.75 ลิตร Twin Turbo 563 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ในราคา 33,500,000 บาท!

BMW-M5

7. โปรโมชั่นโหดที่สุด

สำหรับโปรโมชั่นโหดสุดในงาน Motor Expo 2020 ปีนี้ ต้องยกให้กับบูธ BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่นำ BMW M5 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม 5) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 4.4 ลิตร กับเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 600 แรงม้า ที่ 5,600-6,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive และปรับเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ได้

ตัวรถราคาเต็มๆ อยู่ที่ 9,339,000 บาท แต่ในงานนี้ ให้ส่วนลดถึง 4,000,000 บาท! (4 ล้านบาท!)

Kawasaki-Road-Bike

8. รถจักรยานแพงที่สุด

ในงาน Motor Expo 2020 นี้ แม้แต่จักรยาน ก็มีขายเช่นกัน! ต้องยกให้ “Kawasaki Road Bike” (คาวาซากิ โรด ไบค์) จักรยานทางเรียบระดับพรีเมียม ที่ผสมผสานระหว่างเฟรมคาร์บอนชั้นยอด และชิ้นส่วนคุณภาพสูงจาก Shimano ตกแต่งด้วยสีเอกลักษณ์ของ Kawasaki นั่นคือ สีเขียวไลม์กรีน ในราคา 349,000 บาท

Harley-Davidson-Touring

9. รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้กับ Harley-Davidson Road Glide (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โรด กลิด) ที่มาพร้อมความโดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ ใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ขนาด 1,868 ซีซี แบบ 2 สูบ V-Twin 4 จังหวะ 2 วาล์ว/สูบ ในราคา 1,455,500 บาท

Honda-City-Hatchback-2021

10. คนสนใจเยอะที่สุด

รถที่คนสนใจเยอะที่สุดในงาน Motor Expo 2020 คงต้องยกให้ Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) เพราะเดินผ่านทีไร ก็ต้องเห็นคนยืนล้อมรถกันแน่นบูธทุกที!

Lucky-Number-From-License-Plate

เรื่อง “หวย” กับคนไทยนั้น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่แทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียว เพราะทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน หลายคนมักจะมุ่งมั่นคอยหาเลขเด็ดไปซื้อหวยช่วงโค้งสุดท้าย คุยโม้กันว่าถูกหวยได้เงินมาจะเอาไปทำอะไรกันบ้าง แล้วก็คอยติดตามว่างวดนี้จะออกเลขอะไร จะตรงกับอายุใคร วันเกิดใคร ปีเกิดใคร เลขทะเบียนรถใคร เป็นต้น

เนื่องจากนิสัยคนไทยส่วนมากนั้น ชอบเสี่ยงโชคกันเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ไม่ได้เรื่องแปลกประการใด เพราะคนทั่วโลกก็เป็นเช่นกัน แต่เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจ โอกาสในการหาเงินที่ยากเย็น รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ยิ่งได้เห็นข่าวคนดัง หรือดารา ถูกหวยชุดกันบ่อยๆ ก็ทำให้หลายคนอยากหาเลขเด็ด ลองเสี่ยงโชคดูบ้าง เผื่อจะถูกหวยรางวัลใหญ่นับสิบล้านบาท และยังกลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืน!

ด้าน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB เผยผลสำรวจตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 พบว่า คนไทยกว่า 9 ล้านคน เสพติดหวย แบ่งเป็นชอบ 7.6 ล้านคน และติดหวย 1.3 ล้านคน โดยคนไทย 1 ใน 4 หรือประมาณ 20 ล้านคน ซื้อลอตเตอรี่และหวยรวมกัน 250,000 ล้านบาท/ปี หรือคิดเป็น 3 เท่าของมูลค่าซื้อกองทุน LTF และ RMF หรือเทียบเท่ากับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ทั้งนี้ คนที่หวังว่าจะถูกหวยรางวัลที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 44 แต่โอกาสถูกจริง 1 ในล้านเท่านั้น ส่วนคนเล่นหวยที่คาดว่าถูก 2-3 ตัวบนล่าง มีอยู่ร้อยละ 78 โอกาสถูกจริงร้อยละ 0.4 -2

นอกจากนี้ การซื้อหวยยังครอบคลุมทุกช่วงอายุ แต่กลุ่มที่ซื้อมากที่สุดคือ วัยสร้างครอบครัว โดยมีอายุ 33-55 ปี เฉลี่ยเดือนละ 500 บาท ส่วนวัยทำงานและวัยเกษียณ เฉลี่ยเดือนละประมาณ 400 บาท

เอาละ ออกประเด็นกันไปไกล MR.CARRO ขอพามาขูดเลขเด็ดกับป้ายทะเบียนรถของใคร ที่ชอบให้เลขเด็ด พาคนไทยถูกหวยกันบ่อยสุดดีกว่าครับ…

ยิ่งลักษณ์-ชินวัตร

ภาพจาก สมาชิกหมายเลข 1915775 @Pantip.com

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ “เจ๊ปู” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ในปี 2554 – 2557 (หรือ 2 ปี 275 วัน) ที่เคยอยู่ในกระแสความสนใจของคอหวย คอเลขเด็ดตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว หรือรถประจำตำแหน่ง เคยให้โชคกับบรรดาคอหวย นับตั้งแต่ปี 2554 – 2557 มามากถึง 8 งวดด้วยกัน ได้แก่

1. เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 ส.ค. 2554 ออก 62 ตรงกับรถตู้ Volkswagen รถประจำตำแหน่ง ทะเบียน ว-1662 กทม.

2. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ก.ย. 2554 ออก 724533 ตรงกับรถตู้ Volkswagen ทะเบียน ฮน 333 กทม.

3. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ก.ย. 2554 ออก 711398 ตรงกับรถตู้ Volkswagen สีบรอนซ์ ทะเบียน 9898 กทม. ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยใช้หาเสียงในช่วงแรก ส่วนเลขท้าย 2 ตัว ออก 28 ก็ตรงกับ ลำดับนายกฯ คนที่ 28 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกด้วย

4. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 พ.ย. 2554 ออก 997777 ตรงกับรถรับ-ส่งลูกชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทะเบียน วฉ 777 และเลขท้าย 2 ตัว ออก 57 ตรงกับรถเมล์ที่นายกฯ นั่งไปช่วยน้ำท่วม ทะเบียน 12-0757 กทม.

5. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ส.ค. 2555 ออก 683877 ตรงกับรถตู้ Volkswagen ทะเบียน กธ 77 เชียงใหม่ ซึ่งนายกฯ ใช้เดินทางไปเปิดงานยกระดับคุณภาพชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น จ.เชียงใหม่

6. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ธ.ค. 2555 ออก 529524 ตรงกับรถตู้ Volkswagen ทะเบียน ฮภ 2924 กทม.

7. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ก.พ. 2556 ออก 565566 และเลขท้าย 2 ตัว ออก 66 ตรงกับหมายเลขทะเบียนรถตู้ Volkswagen ทะเบียน นข 666 สุโขทัย ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้เดินทางไปประชุม ครม.สัญจร จ.อุตรดิตถ์ 21 ม.ค.2556

8. เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มี.ค. 2557 ออก 531404 ตรงกับหมายเลขทะเบียนรถตู้ Volkswagen ทะเบียน ฆฎ 5404 คันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งมารับประทานอาหารกลางวัน กับ “น้องไปป์” บุตรชาย เพื่อมารับประทานก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ที่ จ.เชียงใหม่ แล้วเกิดอุบัติเหตุพลาดหกล้มขณะลงจากรถตู้ จนลงไปนั่งกับพื้นถนน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2557

ประยุทธ์-จันทรโอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หรือ ลุงตู่ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เข้ามาเป็นหัวหน้า คสช. โดยยึดอำนาจจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ก่อนจะได้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์เลือกขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 ส.ค. 2557 ถึงปัจจุบัน

นี่ก็อยู่ในกระแสความสนใจของคอหวย คอเลขเด็ดด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว หรือรถประจำตำแหน่ง เคยให้โชคกับบรรดาคอหวย นับตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ได้แก่

เลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 2 มิ.ย. 2558 ออก 388881 ตรงกับรถ Mercedes-Benz S-Class ทะเบียน ญค 1881 กทม.

ทักษิณ-ชินวัตร

ภาพจาก Pornchai Kittiwongsakul Via Getty Images

ดร.ทักษิณ ชินวัตร

ดร.ทักษิณ ชินวัตร หรือ “เสี่ยแม้ว” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ที่สร้างความเจริญก้าวหน้าทั้งในด้านการบริหาร การเศรษฐกิจ ด้วยนโยบาบโดนใจคนไทย และยังนำพาประเทศไท ยให้ก้าวหน้าไปอย่างมากบนเวทีโลกในยุคนั้น เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยตั้งแต่ปี 2544 – 19 ก.ย. 2549 และยังเป็นผู้ริเริ่มการนำ “หวยใต้ดิน” ขึ้นมาทำให้ถูกกฎหมาย เป็นที่นิยมอย่างมากของบรรดาคอหวยในยุคนั้นด้วย

ส่วนตัวทักษิณ ก็เคยใบ้หวยจากทะเบียนรถด้วยเช่นเดียวกัน นั่นคือ ทะเบียนรถ 1991 ที่ออกไปตรงกับเลขท้าย 3 ตัว ในงวดวันที่ 1 มี.ค. 2551 อย่างไม่ได้ตั้งใจ!

เจนนิเฟอร์-คิ้ม

ภาพจาก TVPool Online

เจนนิเฟอร์ คิ้ม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม หรือ พรพรรณ ชุนหชัย ที่หลายคนรู้จักกันดี ผู้โด่งดังจากการเป็นนักร้อง ยังได้ดีด้านการใบ้หวยอีกด้วย หลังเจ้าตัวเคยถอยรถป้ายแดงทะเบียน ผ-4530 กทม. ให้แม่เมื่อ 3 ปีก่อน ได้ถูกหวยงวดเลขท้ายสองตัววันที่ 16 พ.ค. 2560 ออก 53

ฝน-ธนสุนทร

ฝน ธนสุนทร

ฝน ธนสุนทร นักร้องลูกทุ่งชื่อดังก็เคยให้โชคกับแฟนๆ เพลงด้วย จากทะเบียนรถที่เคยให้หวยกับแฟนคลับอยู่หลายครั้ง

ศิริพร-อำไพพงษ์

ศิริพร อำไพพงษ์

ด้านลูกทุ่งหมอลำคนดัง ศิริพร อำไพพงษ์ ก็เคยให้โชคกับแฟนคลับ จากรถตู้ Hyundai H-1 ทะเบียน นข 8189 อุดรธานี ที่เคยให้ออกตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 2562 หมายเลข 89 ซึ่งตรงกับเลขทะเบียนรถของศิริพร อำไพพงษ์ แบบตรงๆ

ฮาย-อาภาพร-นครสวรรค์

ฮาย อาภาพร นครสวรรค์

ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และนักแสดงในวงการมานาน ก็มีข่าวคราวเรื่องทะเบียนรถใบ้หวยเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดเพิ่งจะถูกหวยเลขท้าย 2 ตัว 88 จากทะเบียนรถยนต์ BMW ชว 8388 กทม. ที่ใช้งานอยู่ ซึ่งตรงกับผลรางวัลเลขท้ายของงวดวันที่ 16 ส.ค. 2563 นับแล้วรวมกันกว่า 80 ใบ รับทรัพย์ไปกว่า 160,000 บาท

แถมยังถูกลอตเตอรี่เลขหน้า 712 อีก 100 ใบ รับทรัพย์อีกกว่า 400,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 560,000 บาท

ถ้าใครที่มัวแต่ซื้อหวยแล้วถูกหวยกินตลอด จนเงินไม่ค่อยเหลือไปลงทุนทำอย่างอื่น ก็สามารถขายรถคันเดิมมาเป็นทุนเล่นหวยกันใหม่กับ CARRO ได้ง่ายๆ เพียงแค่ลงประกาศขายรถฟรี เราพร้อมรับซื้อรถมือสอง โดยให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Clean-Your-Seat-If-Cosmatics-Mess-Up

ถือว่าเป็นที่ละเอียดอ่อนมากเลยที่เดียวหากมีคราบรองพื้น แป้งหรืออื่นๆ เลอะเบาะหรือตามจุดต่างๆ สำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าในรถด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบอาจทำให้เครื่องสำอางเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนรถยนต์จนเป็นด่างดวงคงดูไม่สะอาด

ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเราไม่ควรปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้มารบกวนใจกับรถคันเก่งของเรา ดังนั้นต้องรีบจัดการอย่างรวดเร็วอย่าให้หลักฐานฝังลึก ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

1. น้ำอุ่น สบู่อ่อนๆ และแปรง

เริ่มต้นขจัดคราบด้วยวิธีที่ซอฟสุดๆสำหรับรถยนต์ คือการใช้สบู่เจือจางกับน้ำ ยิ่งเป็นน้ำอุ่นจะช่วยขจัดคราบได้ง่ายขึ้น จากนั้นใช้แปรงนุ่ม ๆ จุ่มแล้วค่อยๆ ถูวนเอาผ้าสะอาดซับ ใช้ได้ทั้งเบาะหนังเทียม หนังแท้ เบาะผ้า เบาะกำมะหยี่ อัลคันทารา Sued แต่อย่างหลังๆ และอย่าลงมือแรงมากนัก มิเช่นนั้นเพราะของคุณอาจเสียหายได้

อย่างไรก็ตามหากเบาะรถของคุณไม่ได้ทำความสะอาดมานาน พอขจัดคราบเครื่องสำอางแล้ว จุดที่ทำความสะอาดจะแตกต่างจากจุดอื่นที่สกปรกจากการใช้งาน หากต้องการเพิ่มความเนียน ควรทำความสะอาดทั้งชิ้นวัสดุหรือเบาะทั้งตัว เหนื่อยหน่อยแต่เนียนสุด

2. ใช้แชมพูหรือน้ำยาซักผ้า ป้ายแล้วตามด้วยแปรง

อาจจะคล้ายกับข้อแรก แต่จะเข้มข้นกว่า โดยการใช้แชมพูหรือน้ำยาซักผ้าป้ายลงบนคราบโดยตรงแล้วใช้แปรงจุ่มน้ำค่อยๆ ถูเป็นวงเพื่อให้รอยเปื้อนหลุดออกจากนั้นเอาผ้าสะอาดซับ

แต่ถ้าหากไม่มั่นใจว่าน้ำยาที่เข้มข้นมากจะทำร้ายพื้นผิววัสดุหรือไม่ ลองเลือกแต้มในจุดที่ลับตาสักเล็กน้อยเพื่อดูว่าแชมพู น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาใดๆ ที่เรานำมาทำความสะอาดทำร้ายผิวหรือสีของวัสดุเของเบาะรถหรือไม่

3. ครีมทำความสะอาดอเนกประสงค์

สำหรับเบาะหนังแท้ หนังเทียม (แต่อาจไม่เหมาะกับวัสดุสังเคราะห์ที่คล้ายหนังกลับ เช่น Sued, DINAMICA และ Alcantara) ซึ่งวัสดุประเภทนี้ทำความสะอาดง่ายอยู่แล้ว สามารถใช้ครีมอเนกประสงค์ (พวกสเตคลีน) ทำความสะอาดได้เลย

แต่ถ้าเบาะสีครีมหรือสีอ่อน อาจพบปัญหาคือจะสะอาดเป็นดวง เพราะคราบสกปรกคราบไคลที่เกาะบนพื้นผิวจะถูกขจัดออกไปด้วย ก็ถือโอกาสทำความสะอาดทั้งแผ่นหรือทั้งเบาะไปเลยก็ได้

4. ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ หรือน้ำยาทำความสะอาดเบาะโดยเฉพาะ

และอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการขจัดคราบที่อาจมีราคาสูงกว่าแบบอื่น แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่ทำร้ายวัสดุบนรถเพราะถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ

แค่เลือกให้เหมาะสม เช่น เบาะหนัง เบาะผ้า ใช้ทำความสะอาดคราบต่างๆ วิธีก็ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ข้างผลิตภัณฑ์ เหามะสำหรับคนรักรถมากๆ ดังนั้นควรมีอุปกรณ์พวกนี้ติดไว้ด้วย

ใครพบปัญหาเครื่องสำอาง ครีมรองพื้น บีบีครีม ครีมกันแดด เลอะเบาะ เลอะแผงประตูเป็นประจำ ก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ และถึงแม้หลายคนไม่พบปัญหานี้ แต่จริงๆ เบาะหรือพลาสติกภายในโดยเฉพาะสีอ่อน มักมีคราบสกปรกติดอยู่ ก็ควรทำความสะอาดเป็นประจำเช่นกัน วิธีทำความสะอาดก็ไม่ต่างจากนี้ในกรณีที่ไม่ใช่คราบฝังแน่นเป็นพิเศษ ซึ่งกรณีดังกล่าวควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

ได้ทริคดีในการทำความสะอาดรถยนต์แล้ว หากคุณต้องการขายรถด่วนให้ CARRO ช่วยได้ขายให้ภายใน 24 ชั่วโมง และได้ราคาดี และหากต้องต้องหารรถยนต์ใหม่ ป้ายแดง โปรแรงๆ สามารถดูโปรโมชั่นได้ที่ https://www.siamcardeal.com/ หรือสามารถ Inbox สอบถามโปรโมชั่นรถใหม่และข่าวสารได้ที่ Facebook Siamcardeal

หรือ Add Line เพื่อรับโปรโมชั่นต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม @siamcardeal
inbox : http://m.me/siamcardeal
line : https://line.me/R/ti/p/@siamcardeal

Pretty-Motor-Expo-2019

“พริตตี้” สีสันที่ขาดไม่ได้ ของงานโชว์รถในบ้านเรา …

สำหรับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” หรือ “Motor Expo 2019” อีกหนึ่งที่ต้องเรียกได้ว่าเป็นสีสันของงาน และขาดไม่ได้เลยสำหรับค่ายรถยนต์เกือบทุกเจ้า นั่นคือ “พริตตี้” ที่หนุ่มๆ หลายคนชื่นชอบในความสวยน่ารัก แต่งตัวสง่างาม และความสามารถในการ Presentation ข้อมูลรถยนต์ หรือข้อมูลสินค้าของแต่ละคน ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ซึ่งในปีนี้ พริตตี้ในงานส่วนใหญ่ ยังคงแต่งตัวเรียบร้อย สวยงาม ไม่โป๊มาก เฉกเช่นเดียวกับในปีที่แล้วมา … ทาง CARRO ขอรวบรวม Pretty สุดสวย สุดน่ารัก ในงาน Motor Expo 2019 มาให้ทุกท่านได้รับชมกันครับผม

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

The-10-Best-In-Motor-Expo-2019

10 “ที่สุด” ในงาน Motor Expo ที่คุณยังไม่รู้ หรืออาจจะรู้ไม่หมด!

งาน “Motor Expo 2019” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบนั้น …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2019” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ถูกที่สุด

Suzuki-Celerio-2019

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

แพงที่สุด / เร็วที่สุด

McLaren-Senna-2019

ขอขอบคุณภาพจาก Motor Expo

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 นั่นก็คือ McLaren Senna (แมคลาเรน เซนนา) รถ Hyper Car หรือรถแข่งในคราบรถถนน ที่มีคันเดียวในประเทศไทย (ซึ่งผลิตเป็นคันที่ 269 และมีเจ้าของเรียบร้อยแล้ว) ราคารวมภาษีแล้วกว่า 200 ล้านบาท! ซึ่งผลิตจำนวนจำกัด เพียง 500 คันทั่วโลก เป็นการระลึกถึงอดีตนักแข่งรถ Formula 1 ชาวบราซิลอย่าง Ayrton Senna (ไอร์ตัน เซนนา) แชมป์เปี้ยนโลก 3 สมัย ปี 1988, 1990 และ 1991 ในช่วงที่อยู่ทีม McLaren-Honda

ตัวถังทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,198 กิโลกรัม ประกอบด้วยเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร แบบ V8 Twin Turbo 800 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 340 กม./ชม.

เท่ที่สุด

Scuderia-Toro-Rosso-STR14-Motor-Expo-2019

เท่ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ต้องยกให้บูธ PTTOR ที่นำรถ Mock-Up รุ่น STR14 ของทีม Scuderia Toro Rosso ที่ขับโดย Alex Albon Ansusinha (อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์) ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่จัดว่าเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่เข้าร่วมแข่งรถในรายการ Formula 1 (ฟอร์มูล่าวัน) ฤดูกาล 2019 มาโชว์ในงาน Motor Expo 2019

โดย STR14 นี้ ใช้เครื่องยนต์จากค่าย Honda รหัส RA619H ขนาด 1.6 ลิตร แบบ V6 DOHC 740 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 8 สปีด มีน้ำหนักเครื่องยนต์อยู่ที่ 145 กิโลกรัม ในราคาค่าตัวนับร้อยล้านบาท

รถ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) ถูกที่สุด

BYD-M3

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้กับรถไฟฟ้าสัญชาติจีน อยู่ที่บูธ PTTOR อย่าง “BYD M3” (บีวายดี เอ็ม3) มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 Kwh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 Kwh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน)

อัตราการสิ้นเปลือง 1 Kwh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า ในราคา 999,000 บาท

เก่าที่สุด

Jaguar-E-Type

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Jaguar E-Type” (จากัวร์ อี-ไทป์) ซึ่งผลิตระหว่างปี 1961-1964 ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3,781 ซีซี (3.8 ลิตร) ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงานครับ

ใหญ่ที่สุด

TATA-Ultra

ไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้แล้วในงาน Motor Expo 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้ “TATA Ultra” (ทาทา อุลตร้า) รถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมเบรก ABS ติดตั้งจากโรงงาน มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 4 สูบ ขนาด 3 ลิตร ให้กำลังและแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม ราคาเริ่มต้นเพียง 794,000 บาท (ราคานี้ไม่รวมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่นๆภายในงาน)

รถ SUV เร็วที่สุด

Lamborghini-Urus

รถ SUV ที่เร็วที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ก็ยังคงเป็น Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรูส) นั่นเอง ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 23,420,000 บาท กับ Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่มาพร้อมคำนิยามว่า “Since We Made It Possible”

ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. 

รถจักรยานแพงที่สุด

Porsche-Bike-RX

ในงาน Motor Expo 2019 นี้ แม้แต่จักรยาน ก็มีขายเช่นกัน! ต้องยกให้ “Porsche Bike RX” (ปอร์เช่ ไบค์ อาร์เอ็กซ์) ที่ไฝฝันของชาวน่องเหล็กหลายต่อหลายคน ด้วยเฟรมแบบคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมเกียร์ 22 สปีดของ Shimano น้ำหนักเบาประมาณ 10 กิโลกรัม ในราคา 277,725 บาท (จากราคาเดิม 370,300 บาท!)

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

MV-Agusta-F4-RC

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ต้องยกให้กับ MV Agusta F4 RC (เอ็มวี ออกัสต้า เอฟ4 อาร์ซี) ยอดรถ Supersport Bike พลังแรงจากอิตาลีที่เปิดตัวในปี 2019 ทำสีแฟริ่งใหม่ แบบเดียวกับที่แข่งในรายการ WSBK

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 1,000 ซีซี 212 แรงม้า ระบบเบรกหน้า-หลัง ใช้ของ Brembo พร้อมตัวกันสะบัดจาก Ohlins โดยผลิตออกมาเพียง 100 คันทั่วโลกเท่านั้น และมีเพียง 2 คันในไทย! ในราคา 2,400,000 บาท!

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุด

Zongzhen-Ryuka-Retro

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2019 นั่นคือ “Zongzhen Ryuka Retro” (จงเซิน ริวก้า เรโทร) มาในราคา 29,900 บาท

10-FM-Radio-Popular-In-Thai-Driver

ดีเจ เสียงใสใส คุณนั้นเป็นใคร ดวงใจ ฉันถามหา เปิดเพลงถูกใจคนฟัง ทุกๆ ครั้ง ชื่อเสียง คุณดังกระฉ่อน ไปแสนไกล ฉันเองเวลา เปิดฟังคุณ ไม่เคยหมุนไปคลื่นใด ไม่อยากฟังใคร เท่าคุณ ….

คุณคือคนนึงหรือเปล่า? ที่ทุกวันนี้ยังชอบฟังวิทยุ FM เวลาขับรถ ไม่ว่าจะฟังข่าวสาร เหตุบ้านการเมือง ฟังรายการบันเทิง ฟังเรื่องผี ฟังเพลงฝรั่ง ฯลฯ หรือเพราะติด DJ คนๆ นั้น อยู่? หรือชอบโทรเข้าไปคุยในรายการนั้น!

แม้ว่าตอนนี้จะไม่ใช่เรื่องยากในการหาเพลงมาฟังแบบสมัยก่อนแล้ว วิทยุก็สามารถรับฟังได้จากทั่วโลก อีกทั้งยังมี Music Streaming Application (มิวสิค สตรีมมิ่ง แอปพลิเคชั่น) ที่ฟังเพลงที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจตัวเองแล้วก็ตาม แต่วิทยุ FM (ไปจนถึงวิทยุ AM และวิทยุคลื่นสั้น SW) ก็ยังคงมีเสน่ห์ ที่ยังมีคนคอยติดตาม ฟังเพลง หรือฟังข่าวสารอยู่ ในรถติดๆ ขณะนี้ …

มาดูกันว่า 10 คลื่นวิทยุ ที่คนวัยทำงาน คนขับรถ คนขับแท็กซี่ ชอบฟัง จะมีคลื่นไหนกันบ้าง …..

ข่าวจราจร สวพ.91

สวพ.91

สำหรับคลื่น สวพ.91 หรือชื่อเต็มๆ คือ “สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์” จัดได้ว่าเป็นคลื่นวิทยุ ที่มีคนขับรถวัยทำงานฟังมากที่สุดอีกหนึ่งคลื่น โดยมากแล้วจะเป็นการรายงานข่าวจราจร ข่าวอาชญากรรม ข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป เหตุการณ์ต่างๆ และการตามหายของหาย คนหาย สัตว์เลี้ยงหาย หรือโทรเข้ามาปรึกษาปัญหาต่างๆ เป็นต้น

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ความว่า “หน้าที่การจัดการจราจรเป็นหน้าที่ของตำรวจโดยตรง”

จึงทำให้เกิดรายการข่าวจราจร สวพ.91 ขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2536 รายงานการจราจรและความปลอดภัย ในเวลา 16.30 – 18.30 น. โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (หรือกรมตำรวจ ในปี 2536) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ บริษัท วิไลเซ็นเตอร์แอนด์ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงาน สวพ. 91 สถานีวิทยุในสังกัด

ในวันที่ 13 ตุลาคม 2536 จึงขยายเวลาเป็นรายงาน 2 ช่วง คือ 6.30 – 8.30 น. และ 16.30 – 18.30 น. พอถึงวันที่ 1 เมษายน 2537 จึงขยายเวลาเป็น 6.00 – 24.00 น. เป็นรายการวิทยุรายงานการจราจรเต็มรูปแบบ ต่อมาจึงขยายเป็น 24 ชั่วโมง ในวันที่ 6 ธันวาคม 2540

COOLfahrenheit

93 Cool Fahrenheit

สำหรับคลื่น 93 COOL Fahrenheit (คูลฟาเรนไฮต์) ถือเป็นสถานีวิทยุที่มีคนฟังมากที่สุดอันดับ 1 ในประเทศไทย ในเครือคูลลิซึ่ม ของ RS มีรูปแบบการเปิดเพลงไทย ตลอด 24 ชั่วโมง

ออกอากาศครั้งแรก ในชื่อ COOL FM ของ บริษัท สกายไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัด ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ FM98.0MHz เมื่อปี 2543 ต่อมาย้ายไปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงเสียงจากทหารเรือ ส.ทร.วังนันทอุทยาน FM93.0MHz ตั้งแต่ปี 2547 กระทั่งเปลี่ยนชื่อมาเป็น COOL 93 Fahrenheit เมื่อปี 2549 และคลื่นนี้ กลายมาเป็นวิทยุเรตติ้งอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน

อนึ่งเมื่อปี 2556 หลังจากที่บริษัท สกายไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท คูลลิซึ่ม จำกัด ได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกสถานีเป็น คูลฟาเรนไฮต์ 93 ตามไปด้วย

ในเดือนกรกฎาคม 2560 COOLfahrenheit 93 จึงได้รับการรีแบรนด์อีกครั้งในชื่อ COOLfahrenheit โดยไม่ระบุความถี่เพื่อเปิดเกมส์รุกช่วงชิงผู้ฟังในช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัว

จากการสำรวจเรตติ้งโดยนีลเส็น มีเดีย เมื่อธันวาคม 2560 COOLfahrenheit เข้าถึงผู้ฟังจากช่องทาง FM93.0 สัปดาห์ละ 1.3 ล้านคน และช่องทางออนไลน์กว่าเดือนละ 500,000 คน โดยมีส่วนแบ่งผู้ฟังในตลาดเพลงไทยสากลมากกว่า 50%

95-ลูกทุ่งมหานคร

95 ลูกทุ่งมหานคร

สำหรับคลื่น 95 ลูกทุ่งมหานคร ของ อสมท. ได้ชื่อว่าเป็นสถานีเพลงลูกทุ่งเพื่อสังคมอุดมปัญญา เป็นคลื่นของคนในวัยทำงานนิยมฟัง และยังเป็นขวัญใจของคนขับแท็กซี่ด้วย โดย 95 ลูกทุ่งมหานคร ก่อนหน้าที่ อสมท. จะเข้ามาทำเองในวันที่ 1 มิถุนายน 2547 เดิมเป็นคลื่น “ลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม.” ที่ทาง วิทยา ศุภพรโอภาส และทราฟฟิค คอนเนอร์ (ผู้รับสัมปทาน) ทำมาก่อนอยู่แล้ว

อีกทั้งยังเป็นคลื่นวิทยุยอดนิยมในหลากหลายอาชีพอีกด้วย ไม่ใช่แค่คนขับรถอย่างเดียว เช่น กลุ่มคนส่งของขับรถ จากนั้นก็เป็นเกษตรกร หรือชาวสวนยางที่ออกมากรีดยาง จัดว่าช่วงไพรม์ไทม์ของ 95 ลูกทุ่งมหานคร คือเที่ยงคืน ตี 3 และตี 5 เลยก็ว่าได้ และยังมีการขยายไปจัดอย่างอื่นด้วย เช่น ประกวดนักร้องลูกทุ่ง “มหานครอวอร์ดส” อีกด้วย

96.5-คลื่นความคิด

96.5 คลื่นความคิด

สำหรับคลื่น 96.5 คลื่นความคิด ของ อสมท. อีกเช่นกัน เป็นคลื่นวิทยุที่ได้รับความนิยมมาก นับตั้งแต่ปี 2547 จากบรรดาเหล่าคนขับรถ (หรือมนุษย์เงินเดือน) ในวัยทำงาน เพราะมีเนื้อหาที่หลากหลาย ทั้งการเมือง หุ้น เศรษฐกิจ สังคม การตลาด การบริหาร เรียกได้ว่าเหมือนได้เข้าห้องเรียนฟังเหล่าอาจารย์ กุนซือ วิทยากร มาบรรยายให้ฟังสดๆ กันทุกวัน

สำหรับรายการเด่นๆ ของคลื่นนี้ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ได้แก่ CEO VISION, 96.5 Biz Connection, คุยได้คุยดี Talk News & Music, ข่าวเข้มประเด็นข้น หรือ ข่าวเด่นประเด็นร้อน เป็นต้น

99-Active-Radio

99 Active Radio

สำหรับคลื่น 99 Active Radio (แอคทีฟ เรดิโอ) คลื่นเมืองไทยแข็งแรง ก็เป็นอีกหนึ่งคลื่น ที่ทาง อสมท. เอากลับมาทำเองเช่นกัน โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 19 กันยายน‎ ‎2547 คลื่นนี้จะเน้นหนักไปทางด้านรายการประเภทกีฬา ท่องเที่ยว และสุขภาพ รวมไปถึงมีถ่ายทอดสดฟุตบอลสดๆ ให้ได้ฟังกันอีกด้วย

จส.100

จส.100

หลายคนมักจะสงสัยว่าคลื่น จส.100 ย่อมาจากอะไร? สำหรับ จส.100 นั้น ย่อมาจาก “จเรทหารสื่อสาร” ครับ

สถานีวิทยุ จส.100 “วิทยุข่าวสารและการจราจร” ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2534 จากการที่กองทัพบก มอบคลื่นนี้ให้ บริษัท แปซิฟิค คอปอร์เรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการ ภายใต้คำขวัญว่า “ด้วยใจเพื่อสังคม” เพื่อเป็นสื่อกลางให้กับคนทุกระดับในสังคม ทั้งการรายงานข่าวสาร และการจราจร รวมถึงปัญหาอื่นๆ ในสังคมกรุงเทพฯ กลุ่มผู้ฟังส่วนใหญ่อายุประมาณ 35-40 ปี และเป็นคนขับรถซะส่วนมาก

รูปแบบของรายการ ออกมาในลักษณะที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในรายการค่อนข้างมาก เป็นการรายงานข่าวจราจร ข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป ข่าวต่างประเทศ ข่าวอาชญากรรม ตามหาของหาย คนหาย รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ในกรุงเทพฯ และประเทศไทย และยังมีการตั้งประเด็นหัวข้อต่างๆ ให้คนโทรมาแสดงความเห็น ซึ่ง ประชาชนเปรียบเสมือนเป็นนักข่าวอิสระของ “จส.100” มีกระจายอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง

100.5-คลื่นข่าว-นิวส์เน็ตเวิร์ก

100.5 คลื่นข่าว นิวส์เน็ตเวิร์ก

สำหรับคลื่น FM 100.5 “คลื่นข่าว นิวส์เน็ตเวิร์ก” ของ อสมท. นี่ถือว่าเป็นคลื่นวิทยุที่ดำเนินการโดย อสมท. มาเก่าแก่มากอีกหนึ่งคลื่น นับย้อนขึ้นไปได้ถึงยุคที่ยังเป็น สถานวิทยุ ท.ท.ท. เลยทีเดียว จัดเป็นคลื่นที่ได้รับนิยมมากจากคนขับรถเช่นกัน

เป็นคลื่นที่เน้นในเรื่องของข่าวสารเป็นหลัก ทั้งข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ สังคม กีฬา เทคโนโลยี และสาระความรู้ที่หลากหลาย รวมถึงข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง และยังเป็นสถานีแม่ข่ายเสนอข่าวทุกต้นชั่วโมง ไปยังสถานีวิทยุเครือข่ายทั่วประเทศ

EazyFM-105.5

105.5 Eazy FM

105.5 Eazy FM (อีซีเอฟเอ็ม) นับเป็นคลื่นวิทยุเพลงสากลอันดับ 1 ของไทย ที่ดำเนินงานโดย BEC Tero Entertainment (บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) มาตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งนอกจากจะเปิดเพลงสากลแล้ว ยังมีการถ่ายทอดข่าวจากทางช่อง 3 ให้ได้รับฟังกันอีกด้วย

106.0-วิทยุครอบครัวข่าว

106.0 วิทยุครอบครัวข่าว

วิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106MHz เกิดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2550 จากแนวคิดของวิบูลย์ ลีรัตนขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซิร์ช ไลฟว์ จำกัด, สำราญ ฉัตรโท รองผู้จัดการฝ่ายข่าว บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด, ธีระ ธัญไพบูลย์ วราภรณ์ สมพงษ์ และ สาธิต กรีกุล ผู้ดำเนินรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้ติดตามชมรายการข่าว ของ ครอบครัวข่าว 3 ที่ไม่สามารถรับชมรายการต่างๆ ทางโทรทัศน์ได้ เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด อยู่บนท้องถนน รวมถึงเพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอข่าวสารทางวิทยุเพิ่มขึ้น เป็นเป็นรายการตลอด 24 ชั่วโมง และมีเนื้อหารายการที่หลากหลาย

106.5-Green-Wave

106.5 Green Wave

106.5 Green Wave (กรีนเวฟ 106.5) คลื่นสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นคลื่นวิทยุในเครือเอไทม์ มีเดีย และ GMM Grammy ที่เปิดเพลงไทยสากลแนวฟังสบาย ตลอด 24 ชั่วโมง ที่อยู่มาเก่าแก่อีกหนึ่งคลื่น โดยออกอากาศครั้งแรก 1 ตุลาคม 2534 ทางคลื่น FM99.5 ต่อมาย้ายไปยัง FM104.0 และลงหลักปักฐานที่ FM106.5

ซึ่งที่มาของชื่อคลื่นนี้ ก็เพราะว่าช่วงนั้นเทรนด์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กำลังมาแรงมาก อีกทั้งยังมีรายการที่ฮิตติดหูคนฟังทั้งวัยรุ่น และวัยทำงาน ในทุกค่ำคืนของวันศุกร์ ที่รอฟังและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตรักในรายการ นั่นก็คือรายการ “Club Friday” โดยมีดูโอ DJ ชื่อดังอย่าง “พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา)” กับ “พี่อ้อย (นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล)” คอยรับฟังสารพันปัญหาจากผู้ฟังปลายสาย ที่โทรเข้ามาปรึกษา พร้อมช่วยมองหาทางออกและบอกข้อแนะนำนั่นเอง

MR.CARRO เชื่อได้เลยว่า 10 คลื่นวิทยุยอดนิยมของคนขับรถที่นำมาเสนอนั้น ต้องมีคลื่นใดคลื่นหนึ่ง ที่คุณติดตามฟังกันเป็นประจำอย่างแน่นอน …

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรืออยากซื้อรถคันใหม่ เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Fast-And-Furious-9-In-Thailand

ช่วงเดือนที่ผ่านมา เรื่องที่คอหนัง คอรถซิ่ง ทั้งตื่นเต้นและฮือฮาสุดๆ คงต้องยกให้เรื่องของกองถ่ายหนังฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง Fast and Furious 9 (เร็ว..แรงทะลุนรก 9) หนังดังระดับโลกที่มีมาแล้วถึง 18 ปี 9 ภาค ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ ด้วยการยกกองถ่ายมาถ่ายทำทางภาคใต้ของไทย

ถึงแม้ว่า Fast and Furious 9 นี้ จะมีกำหนดออกฉายในปี 2020 จะไร้นักแสดงหลักๆ ของเรื่องมาที่ไทย และใช้สตันท์แมนวัยเกือบ 80 ซิ่งรถแทน วิน ดีเซล

จากการเปิดเผยของ นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครทูตประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ซึ่งเป็นประธานคณะกก.พิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์จากต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทย (คณะที่ 2) กล่าวว่า มีเพียงประมาณไม่เกิน 20 % ของเนื้อเรื่องทั้งหมดที่ตอนนี้ถ่ายทำอยู่ในหลายประเทศ และมีงบค่าใช้จ่ายที่ถ่ายทำในไทย 340 ล้านบาท

รวมไปถึง ไม่มีดารานำอย่าง วิน ดีเซล, เจสัน สเตแธม หรือนางเอกของเรื่องมาถ่ายทำในไทย ดารานำทั้งหมดถ่ายทำในอังกฤษ และ สหรัฐฯ ส่วนฉากที่มีบทพูดทั้งหมดในรถ ถ่ายในสตูดิโอ โดยใช้ CG ช่วย ส่วนฉากของยูนิตในไทย เป็นฉากการไล่ล่า โดยใช้สตันท์แมนทั้งหมด ทั้งต่างชาติ และคนไทย

แน่นอนว่ารถที่พาข้ามน้ำข้ามทะเลมาถ่ายหนังด้วย ย่อมเป็นที่สนใจอย่างมากของคนคอหนัง และรถรักรถแต่งอย่างแน่นอน จะมีรุ่นไหนบ้าง มาชมกัน …..

Dodge Charger SRT Hellcat

Dodge-Charger-SRT-Hellcat

สำหรับรถซีดานบ้าพลัง สไตล์อเมริกันแท้ๆ อย่าง Dodge Charger SRT Hellcat (ดอดจ์ ชาร์จเจอร์ เอสอาร์ที เฮลล์แคท) จัดเป็นรถรุ่น Top สุด ในตระกูล Dodge Charger ในฉายาแมวนรก Hellcat (ชื่อนี้นำมาจาก Grumman F6F Hellcat เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ช่วง WW2) จัดว่าเร็ว แรง และทรงพลังที่สุดในโลก

Fast-and-Furious-9-Dodge-Charger

มาพร้อมขุมพลังขนาด 6.2 ลิตร แบบ V8 HEMI Supercharged ที่ให้แรงม้าถึง 707 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 880 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 328 กม./ชม. ซึ่งทางทีมงาน Fast and Furious ได้นำมาปรับแต่งให้ดูดิบ เถื่อน และแรงยิ่งขึ้นไปอีก!

Ford Mustang

Ford-Mustang

Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ทางทีมงานได้นำมาด้วยกันถึง 3 คัน เป็นโฉมเจเนอเรชั่นที่ 6 ตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์ ที่คาดว่าตัวจะเป็นตัว Top สุด ของ Mustang ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตร แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว 460 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Jeep Gladiator

Jeep-Gladiator

รถหน้าตากระจังหน้า 7 ซี่ อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Jeep Gladiator (จี๊ป กาดิเอเตอร์) ที่ทางทีมงาน Fast and Furious ได้นำมาปรับแต่งใหม่ด้วยการยกสูง และใส่ล้อขนาดใหญ่ มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Pentastar ขนาด 3.6 ลิตร V6 ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า

Land Rover Defender 90

Land-Rover-Defender-90

Land Rover Defender (แลนด์ โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์) รถยอดฮิตสำหรับสายลุยป่าฝ่าดงในตำนานที่ยาวนานกว่า 70 ปี ทาง Fast and Furious ก็นำมาสร้างสีสันในหนังด้วยเช่นกัน จัดเป็นรถรุ่นบรรพบุรุษของรถ SUV นับตั้งแต่ Series I, II และ III จนกลายมาเป็น Defender ที่ขายมาอย่างยาวนานมาตั้งแต่ปี 1983 – 2016 ซึ่งรุ่นที่นำมาถ่ายหนัง น่าจะเป็นตัวท้ายๆ ของโฉมนี้แล้ว

Buggy

Fast-and-Furious-9-Buggy

Buggy คันนี้เป็นรถที่คาดเดาได้ยาก ว่ามาจากรถยี่ห้อ รุ่นอะไร เพราะเป็นรถที่ดัดแปลงขึ้นมาใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ

ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก

Carro-Design-Car-Nice-But-Thai-Not-Purchase

ความชื่นชอบของมนุษย์บนโลกใบนี้ ไม่เหมือนกัน … นับตั้งแต่เชื้อชาติ ภาษา ความเชื่อ วัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด ย่อมมีผลต่อรสนิยมความชอบที่ต่างกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

การตัดสินใจซื้อสินค้าอะไรสักอย่างหนึ่ง แน่นอน … ของเหล่านี้ ย่อมส่งผลในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน … บรรดาผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น รถยนต์ ซึ่งก่อนค่ายรถ จะวิจัยและพัฒนารถยนต์รุ่นหนึ่งๆ ออกมา บางรุ่นต้องใช้งบประมาณมหาศาล คิดเป็นเงินไทยแล้วก็นับพันนับหมื่นล้านบาทได้

Thairung-ออกแบบรถ

การออกแบบรถ ของ Thairung (ไทยรุ่ง)

จึงต้องศึกษา สอบถาม เรียนรู้พฤติกรรมความต้องการ และรสนิยมของลูกค้า ของรถรุ่นที่ “ตั้งใจ” จะเข้าไปขายในตลาดภูมิภาคนั้นๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง ก่อนจะออกแบบสินค้าให้โดนใจลูกค้าให้มากที่สุด … และยังต้องคุมต้นทุนให้ได้ถูกที่สุด ก่อนจะพัฒนารถยนต์ออกมาในรูปแบบ Global Model

แล้วถ้ามันแป๊กล่ะ? จะทำอย่างไรดี! ในยุคที่การแข่งขันสูงมาก ต้องพัฒนารถ ให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้าคนไทยให้ได้มากที่สุด เพราะลูกค้ามีสิทธิ์เลือกสินค้ามากขึ้นกว่าสมัยก่อน

Thairung-ออกแบบรถ

การออกแบบรถ ของ Thairung (ไทยรุ่ง)

ในวงการการตลาดรถยนต์ในไทย ในอดีต ล้วนเป็นรถนำเข้าทั้งหมด มาจาก 3 กลุ่มหลักๆ คือ ยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่ตามมาทีหลัง

รถยนต์จากฝั่งอเมริกาแท้ๆ ที่เน้นความใหญ่โต กินน้ำมันจุๆ จึงหายจากตลาดบ้านเราไปเกือบหมดตั้งแต่ในอดีต (ในปัจจุบัน เท่าที่เห็น รถจากฝั่งอเมริกาแท้ๆ ในไทย ก็เหลือเพียงแค่ Ford Mustang และ Chevrolet Camaro ที่มีนำเข้ามาขายในไทยตอนนี้) ในปัจจุบัน เหลือแต่แบรนด์อเมริกันบางแบรนด์ เอารถที่ R&D มาให้เหมาะกับคนเอเชีย แล้วเอามาแปะยี่ห้อขายแทนรถจากฝั่งอเมริกาแท้ๆ

Thairung-ออกแบบรถ

การออกแบบรถ ของ Thairung (ไทยรุ่ง)

ก็จะเหลือแต่รถจากยุโรป ที่หลายแบรนด์ก็หายไปจากในไทย ส่วนอีกหลายแบรนด์กระโดดขึ้นไปจับกลุ่มตลาดบน เพราะต้นทุนการนำเข้า การผลิตสูงกว่า

จะมีก็แต่รถญี่ปุ่น ที่มีความเป็น “ชาวเอเชีย” เหมือนกัน ออกแบบรถได้โดนใจคนเอเชีย และรู้ใจคนเอเชียด้วยกัน มากกว่ารถของสองทวีปนั้น และราคาที่ถูกกว่า มาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่ค่อนข้างจะกวาดยอดขายรถในไทย ได้อย่างเบ็ดเสร็จทุกปี

Honda-Civic-FD

Honda Civic “FD” เวอร์ชั่นญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ ไทย กับ เวอร์ชั่นอเมริกา และ จีน

ความฉลาดของรถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น ที่ผลิตรถแบบเดียว ปรับเปลี่ยนหน้าตาหน้า-หลัง ตกแต่งภายในบางจุด ให้ต่างกันตามรสนิยมของแต่ละภูมิภาคที่จำหน่าย เช่น Honda Civic มือสอง โฉม “FD” ที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ คือ ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

การทำตลาดรถยนต์ในบ้านเรานั้น รูปลักษณ์ของรถยนต์จะต้องโดนใจคนไทย หรือตามรสนิยมคนไทยเป็นอันดับแรก และราคาตัวรถก็สำคัญ องค์ประกอบเหล่านี้มีผลต่อยอดขายของรถโดยตรง ซึ่งบางครั้งในการออกแบบรถ คนไทยก็ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมออกแบบด้วย เพราะคนไทยย่อมรู้ใจคนใช้รถที่เป็นคนไทย มากกว่าชาติอื่นๆ

Chevrolet-Car-Designer

แล้วมีรถรุ่นไหนบ้างล่ะ ที่ขายในไทย แล้ว “แป๊ก” (หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร) บ้าง Mr.Carro จะขอยกตัวอย่างเช่น Toyota Avanza, Honda Stream, Nissan Tiida หรือ Nissan Pulsar เป็นต้น

Toyota-Avanza-2019

อย่าง Toyota Avanza นี้ ตัวรถพัฒนาขึ้นเพื่อตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก รูปทรงอาจดูไม่ลงตัว ไม่โดนใจคนไทยนัก คนจึงไม่นิยมกันเท่าไหร่ แม้ว่าจะปรับโฉมกันหลายครั้งก็ตาม

Honda-Stream

ในส่วนของ Honda Stream ก็เช่นกัน เป็นรถที่ประสบความสำเร็จมากในญี่ปุ่น แต่กลับขายไม่ดีในเมืองไทยซะงั้น ซึ่งเวลานั้นเป็นรถที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย ที่ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพการประกอบพ่วงเข้าไปด้วย

Nissan-Tiida

และในส่วนของ Nissan Tiida ล่ะ? เป็นรถที่ดีอีกหนึ่งรุ่น แต่รูปร่างรสนิยมแบบ “เหลี่ยมๆ” ของชาวฝรั่งเศส (ที่ได้มาจาก Renault Megane) มาผลิตขายให้คนไทย สุดท้ายก็ขายกันไปแบบงงๆ จนเลิกผลิตไป ไม่มี Tiida โฉมใหม่เกิดออกมาอีก (ในทั่วโลกเลยล่ะ) ซึ่งแม้แต่ขายในญี่ปุ่นเอง ก็ดูเหมือนจะแป๊กคล้ายๆ กันด้วยซ้ำ!

Nissan-Pulsar

แต่ที่ช้ำหน่อยอย่าง Nissan Pulsar ที่ Nissan เอามาเป็นตัวแทนของ Tiida หมายมั่นปั้นมือจะสู้ในตลาดรถ Hatchback แข่งกับยี่ห้อคู่แข่งให้ได้ ทั้งที่ออพชั่นก็เยอะ แต่รูปทรงตัวรถที่ดูเรียบๆ จืดๆ และยังมีตัวเลือกเยอะในตลาดรถอีก Pulsar เลยไม่โดนใจคนไทย แป๊กซะงั้น …

จากตัวอย่างของรถหลายรุ่นๆ ยกมา ก็พอบอกได้ว่า “รูปร่างหน้าตาของรถ” ค่อนข้างมีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจซื้อรถของคนไทยจริงๆ! …