ค้นหาบทความ

Category : เทคโนโลยี

Gadget-ติดรถยนต์สำหรับคุณแม่สมัยนี้!

ยุคสมัยนี้แล้ว คุณแม่หลายคนน่าจะเป็น Working Woman กันส่วนใหญ่ เพราะแน่นอนว่า เรายังต้องมีภาระ หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในทุกๆ วันอยู่แล้ว ดังนั้น Gadget ที่จะเหมาะกับคุณแม่สมัยนี้แบบนี้ จะมีอะไรบ้างลองเข้ามาหาดูกันเลยดีกว่าจ้า

Gadget ติดรถสำหรับคุณแม่สมัยนี้

1.กล้องติดรถยนต์

 

Windshield has installed a car camera on a rainy day.

ไอเทมแรกนั้นเป็นสิ่งที่อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ หรือคุณแม่ทั้งหลายเลือกติดรถยนต์เอาไว้เลย เพราะนอกจากไอเทมกล้องติดรถยนต์จะช่วยดูแลในเรื่องของความปลอดภัยต่อตัวรถยนต์และตัวเราแล้ว ยังสามารถช่วยได้ดีในเรื่องของการหาตัวคนร้ายในกรณีที่รถยนต์ของเขามาชนเราแล้วหนี หรือเกิดอุบัติเหตุ ทำให้สามารถเอาผิดตัวการที่ทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้ และราคาของกล้องติดรถยนต์ในปัจจุบันนั้นก็เริ่มต้นไม่แพงด้วย หลักร้อยก็มีแล้ว เรียกได้ว่าเรายอมลงทุนการซื้อกล้องรถยนต์เพื่อความสบายใจของเราในอนาคตกันดีกว่า ยิ่งถ้าคุณแม่คนไหนที่ต้องใช้รถยนต์ทุกวันก็อย่าลืมเลือกซื้อกล้องมาติดรถยนต์กันนะคะ

2.GPS

 

Business man is driving a car in raining day with moving wiper blades

สำหรับตัวติดตั้ง GPS หลายคนอาจจะมองข้ามว่าเราไม่จำเป็นต้องติดตั้งไว้ภายในรถยนต์ของเราก็ได้เหมือนกัน เพราะว่าปัจจุบันนั้นเราสามารถดู GPS ได้ทันทีบนแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือของเราได้เลย แต่ลองนึกดูสิในกรณีโทรศัพท์มือถือของเราแบตหมดขึ้นแบบนี้เราอาจจะไปไม่ถึงจุดหมายที่เราต้องการจะไปได้เลยนะ ดังนั้นการมี GPS ติดไว้ภายในรถยนต์ถือว่าเป็นอีกไอเทมจะช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้นแน่นอนจ้า

3.ที่ชาร์จแบต

 

Charger plug phone on car

อย่างที่เรากล่าวไปแล้วว่า หากอยู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเราแบตโทรศัพท์ของเราหมดขึ้นมากลางทาง เราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ ยิ่งถ้าหากต้องขับรถยนต์คนเดียวและไม่มีผู้โดยสารไปด้วยที่พอจะช่วยเราได้ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเอาแน่ๆ เพราะอาจจะไม่สามารถเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสื่อสารกับใครได้เลย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอีกหนึ่งไอเทมที่คุณแม่ทั้งหลายควรที่ชาร์จอุปกรณ์ที่ชาร์จแบต รวมไปถึง Powerbank ด้วยนะ หากเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมา อย่างน้อยเราก็ยังสามารถนำโทรศัพท์ของเราชาร์จบนรถได้จ้า

เพียงเท่านี้ไอเทมที่ทางเรานำมาฝากกันก็คงจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่คุณแม่กันแล้ว หากใครกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่จะช่วยให้เราอุ่นใจได้มากขึ้นหากเกิดอะไรขึ้นมาก็ คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันได้เลย มีข้อมูลสงสัยโทร 02 710 3100 หรือแอดไลน์ @masii เข้ามาได้เลยค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

แนะนำ-5-แอป-กล้องติดรถยนที่น่าสนใจ

ทุกวันนี้รถยนต์ส่วนใหญ่ต่างนิยมใช้กล้องติดหน้ารถกันมากขึ้น เพราะช่วยบันทึกเรื่องราวระหว่างการเดินทาง ที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ หรืออุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถใช้เป็นหลักฐานส่งให้กับทางตำรวจหรือบริษัทประกันภัยได้ แต่หากใครไม่สะดวกในการติดตั้งก็สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นกล้องติดหน้ารถระดับเทพด้วยแอปพลิเคชันได้ รับรองว่าใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากในการติดตั้ง แถมยังประหยัดเงินอีกด้วย

1. Daily Roads Voyager
บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดความยาวและคุณภาพของไฟล์ได้ตามต้องการ หรือจะเลือกเก็บข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการไว้ดู โดยไฟล์ภาพจะไม่ถูกบันทึกทับ พร้อมกับมีฟังก์ชันปรับความสว่าง ช่วยลดแสงรบกวนระหว่างขับรถในตอนกลางคืน นอกจากนี้แล้วระหว่างกำลังบันทึกภาพยังสามารถเปิดแอปพลิเคชันอื่น ๆ เช่น ฟังเพลง ดูแผนที่ หรือปิดหน้าจอมือถือเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

 

Daily Roads Voyager
Cr: App Daily Roads Voyager

 

2.AutoBoy Dash Cam – BlackBox
แอปพลิเคชันกล้องติดหน้ารถที่นอกจากบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น โหมดกล้องสามารถสลับกล้องหน้า-หลังได้ และมีระบบตรวจจับการสั่นสะเทือนในกรณีที่รถชนพร้อมโทรออกไปยังเบอร์ฉุกเฉินทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงบันทึกภาพเคลื่อนไหวตลอดเวลาแม้ว่าจะปิดหน้าจอ

AutoBoy Dash Cam - BlackBox
Cr: App AutoBoy Dash Cam – BlackBox

3.CamOnRoad
หน้าตาของแอปพลิเคชันดูน่าใช้ ฟังก์ชันต่าง ๆ เข้าใจง่าย แถมครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้งาน เพราะไม่ใช่แค่ช่วยบันทึกภาพและเหตุการ์ณต่าง ๆ ขณะขับรถเท่านั้น ยังสามารถเปิดแผนที่นำทางผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้เลย พร้อมจัดเก็บคลิปโดยแบ่งเป็นช่วง ๆ ให้แต่ละไฟล์มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ของมือถือ

 

CamOnRoad
Cr: App CamOnRoad

4.Carcorder
บันทึกภาพเคลื่อนไหวขณะขับรถได้อย่างชัดเจนด้วยความละเอียดสูงถึง 1080P และเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุสามารถตั้งค่าให้โทรออกอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีโหมดแจ้งเตือนความเร็วและแผนที่นำทางด้วยสัญญาณ GPS ผ่าน Google Maps อีกด้วย ซึ่งฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในแอปพลิเคชันค่อนข้างใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

Carcorder

Cr: App Carcorder

5.Save Drives – Car Dashboard
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเดียวติดมือถือไว้ได้ครบทั้งกล้องติดหน้ารถและแผนที่นำทาง ที่สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง พร้อมบันทึกวิดีโอได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถเลือกตัดไฟล์วิดีโอความยาว 10-30 วินาที เพื่อง่ายต่อการส่งไฟล์ให้ตำรวจและบริษัทประกันภัย

Save Drives – Car Dashboard
Cr: App Save Drives – Car Dashboard

เรียกว่าเป็นแอปพลิเคชันฟรีที่มีประโยชน์ต่อคนขับรถยนต์ ช่วยทำให้การเดินทางสนุก ได้เก็บบันทึกทุกเรื่องราวที่ต้องการโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อกล้องติดหน้ารถ แต่ยังไงเพื่อความปลอดภัยก็อย่าลืมขับรถด้วยความระมัดระวัง และเพิ่มความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยการทำประกันรถยนต์ โดยสามารถ คลิกที่นี่ หรือโทรสอบถามกับมาสิได้เลยที่ 02 710 3100 หรือง่าย ๆ แอด LINE มาคุยกันที่ @masii

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก www.masii.com

What-Car-Can-Use-Diesel-B20-Oil

ในยุคที่น้ำมันดีเซลบ้านเรา มีการพัฒนาคุณภาพไปจากแต่ก่อนมาก ซึ่งก็มีผลดีต่อรถยนต์ ช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบเผาไหม้ดีขึ้น รวมไปถึงยังช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ในขณะเดียวกันก็มีผู้ค้นคิดน้ำมันดีเซลแบบ “Bio Diesel” (ไบโอดีเซล) ขึ้นมา ซึ่งเป็นการนำสารอินทรีย์ต่างๆ เช่น น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ น้ำมันปาล์ม หรือสาหร่าย มาผ่านกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า Transesterifcation โดยทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ (Ethanol หรือ Methanol) และมีด่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) จะได้ผลิตผลเป็น Ester และผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ Glycerol ซึ่งเราจะเรียกชนิดของ Bio Diesel แบบ Ester นี้ ตามชนิดของแอลกอฮอล์ที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมือนกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด

ปัจจุบันน้ำมันดีเซลในบ้านเรา จึงมีทั้งแบบธรรมดา และแบบไบโอดีเซล B5, B7 และแบบ B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานของประเทศไทย

ส่วน น้ำมันดีเซล B20 ก็คือ น้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล ประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกดไขมัน (B100) ในอัตราส่วนร้อยละ 20 โดยปริมาตรนั่นเอง

ข้อดีของน้ำมันดีเซล B20 คือ ช่วยลดการสึกหรอของปั๊มเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ และการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ง่ายขึ้น แถมยังไม่มีสารอะโนมาติกส์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ได้ถึง 10% อีกด้วย

แต่รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ก็ไม่ใช่ทุกรุ่นที่สามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 นี้ได้ เพราะอาจจะทำให้หัวฉีด ท่อทางเดินน้ำมัน หรือไส้กรองน้ำมัน เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ … แล้วมีรถรุ่นไหนบ้างล่ะ ที่ค่ายรถออกมารองรับว่าสามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้? มาดูกัน

Toyota

Toyota-Hilux-Revo-Diesel-B20

รถยนต์กระบะ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) และ Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) รุ่นใหม่ ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป มีทั้งหมดจำนวน 41 รุ่น สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ โดยไม่มีเงื่อนไข

ยี่ห้อ รุ่น / แบบ รหัสเครื่องยนต์ มาตรฐานมลพิษ ปี ค.ศ. ที่ผลิต / นำเข้า / รุ่นปี
Toyota Hilux / GUN123R-BTMLYT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN126R-BTFXHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN126R-CTFMHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN136R-CTFMHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN136R-DTTHHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN126R-DTFHHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN126R-DTTHHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN112R-BTMLYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-BTFXYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN120R-BTTXHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-BTFXYT3 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN120R-BTTXHT3 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTFXYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN120R-CTTLHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTFLYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTFSYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTFMYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-CTFLHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-CTFSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-CTFMHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-CTTSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-CTTMHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN125R-CTFSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-DTFLYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN120R-DTTLHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-DTFSYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-DTFLHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-DTFSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-DTFMHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-DTTSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN135R-DTTMHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN125R-DTFSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-BTMXYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-BTMXYT3 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTMXYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTMSYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTMLYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-CTMMYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-DTMLYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Hilux / GUN122R-DTMSYT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Fortuner / GUN156R-STTMHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Fortuner / GUN166R-STTMHT 1GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Fortuner / GUN155R-STTMHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Fortuner / GUN165R-STTMHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Fortuner / GUN165R-STTSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป
Toyota Fortuner / GUN165R-STFSHT 2GD-FTV EURO4 2015 เป็นต้นไป

รถยนต์กระบะ Toyota Fortuner และ Toyota Hilux รุ่นเก่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2554 ถึงปี 2558 จำนวน 24 รุ่น สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ถ้าหากมีการเติมน้ำมัน B20 บ่อยๆ และใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ต้องติดต่อศูนย์จำหน่ายรถโตโยต้า เพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม

ยี่ห้อ รุ่น / แบบ รหัสเครื่องยนต์ มาตรฐานมลพิษ ปี ค.ศ. ที่ผลิต / นำเข้า / รุ่นปี
Toyota Hilux / KUN26R-URMSYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN36R-URMSYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN16R-PRASYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN26R-PRASYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN26R-PRMSYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN36R-PRASYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN36R-PRMSYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN15R-TRMDHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN15R-URMDHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN15R-URMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN25R-URMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN35R-URASHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN35R-URMDHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN35R-URMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN15R-PRMDHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN15R-PRMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN25R-PRMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN35R-PRASHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN35R-PRMDHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Hilux / KUN35R-PRMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Fortuner / KUN51R-NKASYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Fortuner/ KUN61R-NKASYT 1KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Fortuner / KUN60R-NKASHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015
Toyota Fortuner / KUN60R-NKMSHT 2KD-FTV EURO4 สิงหาคม 2011 – 2015

Isuzu

All-New-Isuzu-D-Max-V-Cross

ตามที่กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานได้มีมาตรการในการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมัน ไบโอดีเซลสำหรับภาคการขนส่งให้มากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันโดยมีเป้าหมายในการสร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบของประเทศ โดยได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา กำหนดให้น้ำมันไบโอดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน เกรดมาตรฐานใหม่ของประเทศไทย แทนน้ำมันไบโอดีเซล B7 ที่รถรุ่นเก่าและรถยุโรปที่ยังไม่สามารถใช้ B20 สามารถใช้ได้

ในขณะที่น้ำมันไบโอดีเซล B20 ยังคงเป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ในตลาด น้ำมันดีเซลพื้นฐานเกรดมาตรฐานใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปีหน้า

ปัจจุบันรถอีซุซุ ทั้งรถปิกอัพ รถอเนกประสงค์ และรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ทุกคันที่ผลิตจากโรงงานสามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลได้ถึง B20 ดังนั้นเมื่อภาครัฐมีการกำหนดการใช้น้ำมันดีเซลพื้นฐานเกรดมาตรฐานใหม่คือ B10 แทน B7 นั้น อีซูซุจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด รถอีซูซุทุกรุ่นสามารถใช้น้ำมัน B10 ได้

แต่เพื่อความมั่นใจของลูกค้าและการใช้งานของรถในระยะยาว จึงอยากแนะนำให้ลูกค้านำรถเข้าศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุอย่างสม่ำเสมอตามระยะที่กำหนดเพื่อการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม

รถยนต์กระบะ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) รุ่นตั้งแต่ปี 2555-2562 จำนวน 20 รุ่น สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบ รวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็นโดยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ

ยี่ห้อ รุ่น / แบบ รหัสเครื่องยนต์ มาตรฐานมลพิษ ปี ค.ศ. ที่ผลิต / นำเข้า / รุ่นปี
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO4 2019
Isuzu D-Max RZ4E-TC EURO4 2019
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO4 2018
Isuzu D-Max RZ4E-TC EURO4 2018
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO4 2017
Isuzu D-Max RZ4E-TC EURO4 2017
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO4 2016
Isuzu D-Max RZ4E-TC EURO4 2016
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO4 2015
Isuzu D-Max 4JK1-TCX EURO4 2015
Isuzu D-Max 4JK1-TC EURO4 2015
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO4 2014
Isuzu D-Max 4JK1-TCX EURO4 2014
Isuzu D-Max 4JK1-TC EURO4 2014
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO3 2013
Isuzu D-Max 4JK1-TCX EURO3 2013
Isuzu D-Max 4JK1-TC EURO3/EURO4 2013
Isuzu D-Max 4JJ1-TCX EURO3 2012
Isuzu D-Max 4JK1-TCX EURO3 2012
Isuzu D-Max 4JK1-TC EURO3 2012

รถยนต์กระบะ Isuzu MU-X รุ่นปี 2557-2562 จำนวน 12 รุ่น สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ ภายใต้คำแนะนำและการตรวจสอบรวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็นโดยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ

ยี่ห้อ รุ่น / แบบ รหัสเครื่องยนต์ มาตรฐานมลพิษ ปี ค.ศ. ที่ผลิต / นำเข้า / รุ่นปี
Isuzu MU-X 4JJ1-TCX EURO4 2019
Isuzu MU-X RZ4E-TC EURO4 2019
Isuzu MU-X 4JJ1-TCX EURO4 2018
Isuzu MU-X RZ4E-TC EURO4 2018
Isuzu MU-X 4JJ1-TCX EURO4 2017
Isuzu MU-X RZ4E-TC EURO4 2017
Isuzu MU-X 4JJ1-TCX EURO4 2016
Isuzu MU-X RZ4E-TC EURO4 2016
Isuzu MU-X 4JJ1-TCX EURO4 2015
Isuzu MU-X 4JK1-TCX EURO4 2015
Isuzu MU-X 4JJ1-TCX EURO4 2014
Isuzu MU-X 4JK1-TCX EURO4 2014

Nissan

Nissan-Navara-Diesel-B20

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) รองรับการใช้งานน้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้แล้ว โดยต้องเป็นเครื่องยนต์ดีเซล YD ของรถกระบะ D23 ทุกรุ่น (รถ D23 ที่จำหน่ายตั้งแต่กันยายน 2557) ถูกออกแบบให้รองรับการใช้ B20 ได้ แต่เพื่อให้รถยนต์มีสมรรถนะที่ดีและพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ ต้องปฏิบัติตามมีคำแนะนำดังต่อไปนี้

– เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงทุก 18 เดือน หรือ ระยะ 30,000 กม แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีของไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากน้ำมัน B20 มีส่วนผสมที่อาจทำให้เกิดการอุดตันได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันทั่วไป

– ควรตรวจเช็คระยะทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม เมื่อระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการนิสสันที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

– ตรวจเช็คสภาพของรถให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ และควรใช้อะไหล่แท้ของนิสสันทุกครั้งเมื่อทำการเปลี่ยน เพื่อรักษาสมรรถนะที่ดีและการใช้งานที่ยาวนาน

– การใช้รถควรจะอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 16 องศาเซลเซียส เพราะในสภาวการณ์ที่ต่ำกว่าอุณหภูมิดังกล่าว อาจทำให้เกิดไขขึ้นในน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์

– หากพบว่าเครื่องยนต์มีอาการผิดปกติ กรุณาติดต่อศูนย์บริการนิสสันทันที

– เติมน้ำมันจากสถานีบริการน้ำมันที่ได้มาตรฐานซึ่งได้รับการรับรองจากกรมธุรกิจพลังงานเท่านั้น

วิธีการตรวจสอบรุ่นรถยนต์ Nissan Navara ที่รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20

Nissan-Navara-B20

1. ตรวจสอบรหัสโมเดลและรหัสเครื่องยนต์ที่บริเวณห้องเครื่องยนต์ด้านคนขับ

1) ตรวจสอบรหัสโมเดล 18 หลัก
โดยดูรหัสตำแหน่งที่  8 / 9 / 10
จะต้องระบุว่าเป็น  D / 2 / 3
2) ตรวจสอบรหัสเครื่องยนต์ ต้องระบุว่าเป็น YD25DDTi

2. หากรหัสทั้ง 2 จุด ตรงกับข้อมูลข้างบน แสดงว่ารถยนต์ของท่านรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20

[ตัวอย่างเช่น]
MODEL = CVL4LZLD23ICP-DBFQ
ENGINE = YD25DDTi

Mitsubishi

Mitsubishi-Diesel-B20

ท่านสามารถตรวจสอบรุ่นรถ Mitsubishi ที่รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ด้านล่างนี้

รุ่นรถยนต์ รหัสเลขเครื่องยนต์
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต* เครื่องยนต์ที่ขึ้นต้นด้วยรหัสเลขเครื่องยนต์ 4N15 และ 4D56
มิตซูบิชิ ไทรทัน* 1. เครื่องยนต์ที่ขึ้นต้นด้วยรหัสเลขเครื่องยนต์ 4N15
2. เครื่องยนต์ที่ขึ้นต้นด้วยรหัสเลขเครื่องยนต์ 4D56 ยกเว้น แบบรหัสรุ่น KA4TNCNMFRU และ KA4TNENMFRU

* รถยนต์ Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) และ Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เครื่องยนต์ที่ขึ้นต้นด้วยรหัสเลขเครื่องยนต์ 4M41 ไม่รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

คำแนะนำการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 กับรถยนต์มิตซูบิชิที่รองรับ

  • การใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียส อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ ดังนั้น ก่อนการใช้งานกรุณาขอคำแนะนำจากศูนย์บริการมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการลูกค้าจะต้องใช้น้ำมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมธุรกิจพลังงานเท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมันดีเซล B20 สามารถดูได้ที่ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

วิธีที่ 1 เช็กด้วยตนเอง จากเอกสารประจำรถยนต์

1.1 เช็กจากสมุดรายการจดทะเบียน

1.2 เช็กจากสมุดคู่มือการใช้รถ

กรณี 1 เลขเครื่องยนต์ ขึ้นต้นด้วยรหัส 4N15 รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

กรณี 2 เลขเครื่องยนต์ ขึ้นต้นด้วยรหัส 4D56 รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 *ยกเว้น แบบรหัสรุ่น KA4TNCNMFRU และ KA4TNENMFRU ที่ไม่รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

หรือ วิธีที่ 2 เช็กผ่านระบบ กรอก แบบรหัสรุ่น เพื่อความมั่นใจ

กรอกรายละเอียดรหัสรุ่นได้ที่ – https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/b20

ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่สามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้ มียี่ห้อ Hino, Isuzu, MAN, Scania, UD Trucks และ Volvo Trucks

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา: เนื้อหาบางส่วนจาก

Carro-Nissan-Hypermini

ย้อนไปตั้งแต่ปลายช่วงยุค 80 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังบูมสุดๆ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันของญี่ปุ่นแต่ละค่ายก็ขายดีมาก มีให้เลือกกันสารพัดแบบ แต่ค่ายรถหลายค่าย ต่างกำลังเริ่มคิดค้นพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ให้เกิดขึ้นจริงกันแล้ว

มาจนถึงยุค 90 ที่ค่ายรถหลายเจ้า เริ่มเห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อน จากผลกระทบของรถยนต์ ผู้บริโภคจึงได้เห็นรถต้นแบบหลากหลายรุ่น ทั้งจาก Toyota, Nissan, Honda พยายามนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าออกมา แต่ในเวลานั้น รถยนต์ไฟฟ้า ก็ยังไม่ใช่เทรนด์ที่ได้รับความสนใจมากนัก

แต่ก็ทำให้รถยนต์ Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า (ที่ออกขาย และให้เช่า ในเชิงพาณิชย์) เกิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก นำโดย Toyota Prius, Toyota RAV4 EV ในปี 1997 และ Honda Insight ปี 1999 ก่อนจะตามมาติดด้วย Nissan Hypermini ในปี 1999

วันนี้ Mr.Carro จะมาพูดถึง Nissan Hypermini (นิสสัน ไฮเปอร์มินิ) รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ครับ …

Nissan-Hypermini-Concept-1997

รถต้นแบบ Nissan Hypermini ที่ Nissan นำออกโชว์ในงาน Tokyo Motor Show 1997

Nissan Hypermini รหัสรุ่น EA0 บางคนอาจจะบอกว่า “มันเกิดเร็วไปหน่อย” เพราะเกิดมาในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่บูม อีกทั้งยังมีราคาที่แพงมากๆ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า จากรถต้นแบบที่นำเสนอในงาน Tokyo Motor Show ในปี 1997 จะเข้าสู่สายการผลิตจริง!

Nissan-Hypermini

มาพร้อมรูปร่างที่กะทัดรัด ล้ำยุค (บางคนก็บอกว่าดูประหลาด) นั่งได้เพียง 2 คน ตัวรถออกแบบโดย Satoshi Wada (แฟนๆ Nissan น่าจะรู้จักกันดี เพราะมีผลงานการออกแบบรถ Nissan หลายรุ่น เช่น Cefiro รุ่นแรก และ Presea รุ่นแรก ต่อมาได้ย้ายไปอยู่บริษัท Audi AG ก่อนจะออกมาก่อตั้งบริษัท SWDesign TOKYO ขึ้นในปี 2009)

Nissan-Hypermini

มีมิติตัวรถ 2,665 มม. ยาว 1,475 มม. ระยะฐานล้อ 1,890 มม. สูง 1,550 มม. ระยะฐานล้อ 1,890 มม. น้ำหนักตัวรถ 840 กิโลกรัม

ตัวรถให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง Cd = 0.30 จุดเด่นอยู่ที่การใช้โครงสร้างแบบอะลูมีเนียม สเปซเฟรม “Hyper Body” ลดน้ำหนักได้มากกว่า 20% และชิ้นส่วนตัวรถจากวัสดุรีไซเคิล ระบบช่วงล่างแบบสตรัทอิสระ ช่วงล่างหลังแบบอิสระ พาราเรล-ลิงค์ ขับง่าย ให้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 3.9 เมตร

สำหรับยางที่ใช้ เป็นแบบ Run Flat ขนาด 145/65 R14 ในด้านหน้า และ 165/60 R14 ในด้านหลัง ทำให้ไม่จำเป็นต้องมียางอะไหล่ และช่วยให้น้ำหนักตัวรถเบาขึ้นด้วย ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และยังติดตั้งระบบเบรก ABS มาให้ด้วย!

Nissan-Hypermini

ห้องโดยสารภายในขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ครบเครื่องเรื่องความสะดวก มีแอร์ดิจิตอล วิทยุ กระจกไฟฟ้า และระบบ “Shared Use System” พร้อมที่เสียบ IC การ์ด สำหรับใช้ระบบรองรับต่างๆ เช่น ระบบชาร์จรถยนต์สาธารณะ หรือระบบที่จอดรถ และระบบล็อคประตูตัวรถ เป็นต้น

Nissan-Hypermini-Remote-Control

และยังมี “รีโมทคอนโทรล” ไฮเทคสุดๆ ในยุคนั้น สามารถเช็คสถานะของรถ ดูว่าแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ หรือใช้เวลาชาร์จอีกนานแค่ไหน ที่ควบคุมรถจากภายนอกได้อีกด้วย พร้อมระบบสั่งให้เปิดแอร์ หรือเปิดฮีทเตอร์ก่อนเข้าไปขับรถ เป็นต้น

ส่วนด้านท้ายรถ สามารถพกพาสัมภาระไปได้มากถึง 100 ลิตร (ตามมาตรฐาน VDA)

Nissan-Hypermini

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส S-4 แบบ Neodymium Magnet (แม่เหล็กนีโอไดเมียม เป็นแม่เหล็กถาวรที่มีค่าพลังงานมากที่สุดในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยแร่ธาตุ 3 ชนิด คือ Neodymium (Nd) Iron (Fe) และ Boron (B) รวมกันเป็น NdFeB) แรงดันไฟฟ้า AC200V ให้แรงม้าสูงสุด 33 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 13.3 กก.-ม. (130 นิวตัน-เมตร) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ ระบบขับเคลื่อนแบบล้อหลัง

ให้ระยะทางการวิ่งได้มากถึง 115 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว (ทดสอบตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น) โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 4 ชั่วโมง และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

Nissan-Hypermini-Space

โดย Nissan Hypermini มีราคาเมื่อตอนเปิดตัวในเดือนกันยายน 1999 สูงถึง 4 ล้านเยน! แม้ว่าจะมีการจำหน่ายผ่านระบบเช่าในดีลเลอร์ Nissan ที่โตเกียว, โอซาก้า และเกียวโต ในเดือนกุมภาพันธ์ 2000 แต่ก็มียอดที่น้อยมาก มีเฉพาะลูกค้าที่เป็นหน่วยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานท้องถิ่นซะส่วนมาก

Nissan-Hypermini-Colours

และในเดือนมกราคม 2000 Nissan Hypermini ได้รับรางวัล “New Energy Grand Prize” จาก Agency for Natural Resources and Energy (ANRE) หรือ กรมทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานของญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น

Nissan-Hypermini-in-USA

Nissan Hypermini ที่ถูกส่งไปยัง USA ใช้เป็นรถตำรวจในเมือง San Alselmo รัฐ California

สุดท้ายก็ผลิตมาจนถึงปี 2002 โดยมียอดการผลิตแค่เพียง 219 คัน (แต่ในแหล่งข่าวจากญี่ปุ่น และในสหรัฐฯ ระบุยอดการผลิตไว้ 300-350 คัน) แบ่งออกเป็นยอดเช่าในเกียวโต 138 คัน, ในโยโกฮามา 20 คัน, ในอิบินะ 15 คัน ในเกียวโต 20 คัน รวมไปถึงส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ให้ University of California, Davis 15 คัน และให้สภาเมือง Pasadena เช่าอีก 11 คัน

สุดท้ายท้ายสุด Nissan ก็ได้บทเรียนจากการผลิตรถรุ่นนี้ไปหลายอย่าง จนก้าวไปสู่การเข็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Leaf (ลีฟ) ออกมาขายอีกครั้งในปี 2010

ไม่แน่นะครับ หากคุณขับรถไปไหนในกรุงเทพฯ ก็อาจจะเจอเจ้า Nissan Hypermini สีเขียวคันนี้ วิ่งเพ่นพ่านอยู่ก็ได้นะครับ เพราะมีผู้นำเข้ามา 1 คัน ในช่วงที่รถจดประกอบกำลังบูมเมื่อหลายปีก่อน!

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา :

carr-blog-feature-image

ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของคนมีรถ ช่วยลดปัญหาหงุดหงิดกวนใจที่ต้องพบเจอระหว่างเดินทางด้วยแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้ฟรี ๆ ทั้งระบบ iOS และ Android มาสิ มาดูกันว่า นอกจาก Google Maps ที่ทุกคนใช้กันเป็นประจำจนคุ้นเคยแล้วก็ยังมีแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ตัวไหนอีกบ้างที่น่าสนใจเหมาะดาวน์โหลดติดมือถือไว้ใช้ในยามจำเป็น

1. JS 100

เกาะติดข่าวสารความเคลื่อนไหวบนท้องถนนจากคลื่นวิทยุ จส. 100 ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดแอปก็สามารถเช็กสภาพการจราจรบนท้องถนนที่รายงานแบบ Real time พร้อมแผนที่การเดินทาง ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในจุดต่าง ๆ เพื่อให้คนมีรถสามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงการขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน เรียกว่าเป็นแอปพลิเคชั่นเจ๋ง ๆ เหมาะสำหรับคนเมืองไว้ใช้ในการเช็กสภาพจราจรก่อนขับรถไปทำงาน

JS 100

Cr: App JS 100

2. PTT Life Station

คนมีรถคงขำไม่ออกแน่ ๆ หากขับรถเที่ยวต่างจังหวัดหรือในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยแล้ว เจ้ากรรม! น้ำมันดันกำลังจะหมด มองซ้าย มองขวา จะแวะหาที่เติมน้ำมันได้จากไหน แนะนำเปิดแอปพลิเคชั่นนี้แบบด่วน ๆ เพราะสามารถช่วยค้นหาปั๊มน้ำมันและ NGV ของปตท. ทั่วประเทศได้ พร้อมกับแสดงผลในรูปของแผนที่ เข้าใจง่าย และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชั่น Direction to ช่วยนำทางไปยังปั๊มน้ำมันและ NGV ของปตท. ที่ต้องการ นอกจากนี้มีอัพเดทโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของทุกแบรนด์ในเครือปตท. อีกด้วย

PTT Life Station

Cr: App PTT Life Station

3.Drivvo

แอปพลิเคชั่นช่วยคนมีรถจดบันทึกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ประกันภัย ภาษี เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างที่บันทึกจะแสดงข้อมูลออกเป็นกราฟเข้าใจง่าย พร้อมเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในแต่ละกลุ่ม ทำให้ช่วยวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนที่สิ้นเปลืองได้ และสามารถตั้งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเติมน้ำมันเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และการบำรุงรักษาครั้งต่อไปได้ ที่สำคัญใช้ง่ายเพราะฟังก์ชั่นต่าง ๆ รองรับภาษาไทย

Drivvo

Cr: App Drivvo

4. HERE WeGo

ขับรถเที่ยวที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวหลงกับแอปพลิเคชั่นแผนที่นำทาง ที่รวมข้อมูลเส้นทางสำหรับผู้ใช้จักรยาน รถยนต์ รถประจำทาง และรถแท็กซี่ ซึ่งฟังก์ชั่นของแอปค่อนข้างใช้งานง่ายกว่า Google Maps ช่วยค้นหาสถานที่ได้เร็วแม่นยำ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ Online และ Offline เผื่อใครอยากประหยัดเน็ตมือถือ และในกรณีเกิดขับรถหลงทางไม่ต้องตกใจ!  เพราะแอปจะปรับเส้นทางใหม่แบบ Real time ให้ถึงจุดหมายปลายอย่างปลอดภัยแน่นอน

HERE WeGo

Cr: App HERE WeGo

5. Thailand Highway Traffic

แอปพลิเคชั่นเจ๋ง ๆ ไว้เช็กสภาพจราจรบนทางหลวง สามารถแสดงภาพปัจจุบันบนท้องถนนจากกล้องวงจรปิดมากกว่า 100 ตัว ที่อยู่บนทางหลวง พร้อมช่วยคำนวนเส้นทาง ความเร็ว เวลา อัตราการเคลื่อนตัวของรถ ปริมาณรถติดบนถนนเส้นต่าง ๆ และแผนที่จุดบริการเช่น ห้องน้ำ น้ำดื่ม ซึ่งข้อมูลทั้งหมดมาจากสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ช่วยให้คนขับรถเที่ยวต่างจังหวัดสามารถวางแผนก่อนออกเดินทางได้

Thailand Highway Traffic

Cr: App Thailand Highway Traffic

6. Parking Lots

เรื่องหาที่จอดรถยาก ดูเหมือนจะเป็นปัญหาสุดหนักใจของคนมีรถ เวลาเดินทางไปไหน มาไหน ที่ต้องวัดดวง แอบลุ้นกันว่าลานจอดจะมีที่ว่างเพียงพอไหม แถมบางทีที่จอดดันเต็มก็ต้องขับวนหากันให้เสียเวลา แต่สะดวกยิ่งขึ้นหากมีแอปพลิเคชั่นนี้ติดมือถือ เพราะสามารถค้นหาที่จอดรถในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น จุดจอดใกล้สถานีรถไฟฟ้า ย่านใจกลางเมืองทั้งเยาวราช สีลม สุขุมวิท ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวนอกเมืองและต่างจังหวัดอีกด้วย

Parking Lots

Cr: App Parking Lots

7. Oil Price Today

วางแผนเติมน้ำมันล่วงหน้าได้ง่ายขึ้นกับแอปพลิเคชั่นที่รายงานราคาน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีข้อมูลน้ำมันอัพเดททั้งแก๊สโซฮอล์ 95, 91, E20, E85, เบนซิน 95, ดีเซล และ NGV พร้อมเปรียบเทียบ เช็กราคาน้ำมันในวันพรุ่งนี้ของปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ เอสโซ่ เป็นต้น รวมถึงแจ้งเตือนเมื่อมีการปรับราคาน้ำมันขึ้น – ลง

Oil Price Today

Cr: App Oil Price Today

มีแอปพลิเคชั่นเจ๋ง ๆ ติดมือถือไว้ช่วยวางแผนการเดินทางกันแล้ว แต่การขับรถด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีติดตัวอยู่ตลอดเวลาเมื่อขับรถอยู่บนท้องถนน ซึ่งหากใครอยากเพิ่มความมั่นใจด้วยการทำประกันรถยนต์สามารถ คลิกที่นี่ หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับมาสิได้เลยที่ 02 710 3100 หรือแอด LINE มาสอบถามที่ @masii ได้เลย

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก www.masii.com

Caution-7-Button-In-Cars

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน มักมีระบบอำนวยความสะดวกในรูปแบบปุ่มกดหรือระบบสัมผัส ซึ่งบางปุ่มเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของรถ ที่ค่อนข้างมากมาย และมีวิธีใช้ที่แตกต่างกันไป

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงขอเตือน 7 ปุ่มในรถ หากเผลอกดหรือใช้งานไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ได้แก่

1.ปุ่มเปิดไฟสูง

Headlight-Lamp

ปุ่มเปิดไฟสูง สถานการณ์ที่ควรใช้ เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มืดมาก จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น หรือส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับรถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากการเปิดไฟสูงค้าง ไฟสูงมีลำแสงเข้มและพุ่งตรงไปด้านหน้า ทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

2.ปุ่มปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย

Airbag-On-Off-Switch

ปุ่มปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย ควรใช้ กรณีติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็กบริเวณเบาะด้านหน้า เพื่อป้องกันถุงลมนิรภัยทำงานกรณีประสบอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยจะพองตัวและพุ่งกระแทกใส่เด็ก ทำให้ขาดอากาศหายใจ และได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น อันตรายจากการปิดปุ่ม กรณีประสบอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงาน ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น

3.ปุ่มไฟตัดหมอก

Fog-Lamp-Button

ปุ่มไฟตัดหมอก ควรใช้ เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัด รวมถึงการขับรถในช่วงกลางคืนหลังฝนตก หรือถนนมีน้ำเฉอะแฉะ เพื่อลดการสะท้อนของแสงไฟหน้ารถกับพื้นถนน จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น อันตรายจากการเปิดไฟตัดหมอกค้างไว้ แสงไฟตัดหมอกจะส่องสว่างได้ในระยะไกล ทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

4.ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า

Parking-Brake-Button

ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า ควรใช้ เหมาะสำหรับจอดรถบริเวณทางลาดชัน จะช่วยให้ล้อล็อคอยู่กับที่ และป้องกันรถไหล ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากเปิดใช้ในขณะขับขี่ ระบบเบรกมือจะทำงานทันที แม้จะมีวงจรปลดล็อคอัตโนมัติในขณะที่ล้อหมุน แต่อาจทำให้ผู้ขับขี่ตกใจ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

5.ปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถ

Bonnet-Button

ปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถ ควรใช้ เมื่อต้องตรวจสอบเครื่องยนต์ หรือรถมีอาการผิดปกติ อาทิ การเติมน้ำหล่อเย็น การเปลี่ยนสายพานหรือแบตเตอรี่ การเติมน้ำมันเบรก โดยดับเครื่องยนต์และจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย พร้อมดึงเบรกมือ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ กรณีลืมปิดปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถ เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูง แรงลมปะทะจะทำให้สลักยึดฝากระโปรงหลุด ส่งผลให้ฝากระโปรงเปิด และบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

6.ปุ่มเปิดกระโปรงท้ายรถ

Trunk-Open

ปุ่มเปิดกระโปรงท้ายรถ ควรใช้ กรณีต้องจัดเก็บสิ่งของไว้บริเวณกระโปรงท้ายรถ และควรปิดให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน กรณีปิดกระโปรงท้ายรถไม่สนิท ในขณะรถวิ่ง อาจทำให้สิ่งของที่อยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถร่วงหล่นกีดขวางช่องทาง ส่งผลให้รถที่วิ่งตามหลังมา ต้องหักหลบกะทันหัน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่หากลืมปิดฝากระโปรงท้ายรถขณะจอดรถเป็นเวลานาน อาจทำให้แบตเตอรี่หมดได้

7.ปุ่มระบบป้องกันล้อหมุนฟรี

VSC-VSA-ESP-Button

ปุ่มระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ระบบ ESP/VSC/VSA ที่แล้วแต่ผู้ผลิตรถแต่ละค่ายจะเรียก) ควรใช้ในขณะที่รถออกตัวหรือเหยียบคันเร่งบนเส้นทางเปียกลื่นหรือทางลูกรัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวของรถ และป้องกันล้อหมุนฟรี ส่งผลให้รถมีการทรงตัวที่สมดุลในทุกเส้นทาง

กรณีปิดระบบ เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่เปียกลื่นหรือเป็นทางลูกรัง อาจทำให้รถมีอาการปัดหรือลื่นไถล จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายที่รุนแรงมากขึ้น ในทางกลับกัน กรณีขับรถผ่านทางโคลน หรือออกจากหล่มโคลน การปิดระบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลื่อนรถออกจากหล่ม

ทั้งนี้ การใส่ใจเรียนรู้ระบบการทำงานของรถ โดยเฉพาะปุ่มต่างๆ ในรถที่เกี่ยวข้องกับระบบอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย จะช่วยลดอันตรายและความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ….

Oil-Additive-Drama

หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง : ทำไมบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ถึงไม่แนะนำออกมาให้ใช้?

เมฆ-มังกรบิน

           จากกรณีของ “เมฆ มังกรบิน” ที่ออกมาท้าจะเผารถยนต์หรูของตัวเอง หาก “ผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง” ไม่ได้คุณภาพจริง โดยก่อนหน้านี้ได้ประกาศปิดโรงงาน จนเป็นกระแสสังคมที่ตอนนี้กำลังจับตามองกัน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ “เมฆ มังกรบิน” ทำขายอยู่ในตอนนี้ด้วย

เมฆ-มังกรบิน

อีกฝั่งหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ออกแถลงการณ์ระบุว่า มีข้อความกล่าวอ้างว่า มีการนำผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ช่วยเคลือบป้องกันการสึกหรอ และช่วยเพิ่มความแรงของเครื่องยนต์ มาเข้าห้องแล็ปเพื่อทดสอบที่ ม.สุรนารี พร้อมกับมีใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการทดสอบ โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ต่อการกล้าวอ้างเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ และขอให้ยุติคำกล่าวอ้าง

Oil-Addictive

ทำให้กลายเป็นดราม่าและถกเถียงกันขึ้นในกลุ่มของคนใช้รถ ว่า หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง (Oil Additives) ดี หรือ ไม่ดี ? น่าใช้ หรือ ไม่น่าใช้ ?

Oil-Lubricant

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ในแต่ละครั้ง ต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้อยู่ในคู่มือการใช้รถ เพื่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์คงทนทานและใช้ได้ยาวนาน ซึ่งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มักจะมีโฆษณาผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่องยี่ห้อต่างๆ บ้างก็ว่าใส่เครื่องยนต์แล้วจะทนทาน ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น เป็นต้น

ถ้าหากดีจริง ทางวิศวกรเครื่องยนต์ของบริษัทรถยนต์ต่างๆ คงต้องออกมาเสนอบริษัทรถยนต์ผลิตออกจำหน่าย หรือแนะนำให้ลูกค้าใช้

Engine-Flush

หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ในการเติมใส่เพียงครั้งคราว ก็จะไม่เกิดผลข้างเคียงอะไรมากนัก ช่วงแรกก็อาจรู้สึกได้ว่า รถมันเร่งดีขึ้น ควันลดลง เนื่องจากหัวเชื้อน้ำมันเครื่องบางยี่ห้อ อาจจะมีผสมสารคลอริเนเตท พาราฟิน หรือ คลอรีน ลงไป ซึ่งมีความลื่น แต่พอผสมกับกรีเซอรีน ให้ดูใส จนเป็นหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง

เมื่อใส่ไปในเครื่องยนต์นานๆ อาจจะก่อให้เกิดฟรีคลอไรด์ และไฮโดรคลอริค เอซิด (Hydrochloric Acid) ที่จะกัด ยาง ซีล ปะเก็น อลูมิเนียม และเหล็ก คลอรีนทำให้เหนียว และลดการติดไฟ เหลือเป็นยางเหนียวหนืดๆ ในเครื่องยนต์

Engine

หากคุณอยากทดลองใช้ “หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง” จริงๆ ก็ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเชื่อถือได้ ถ้าจะให้ดีก็ควรจะมีผลการทดสอบยืนยันอย่างชัดเจนครับ ถ้าผลิตแบบใช้คนมานั่งกรอกใส่ขวดในโรงงาน ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ของท่านได้

หากใครใช้แล้วกลัวเครื่องยนต์พัง ก็ถ่ายออกซะ แล้วใช้น้ำยาล้างเครื่องยนต์ (Flushing Oil) ก่อนเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องของใหม่ลงไป

Engine

สุดท้ายนี้ขอบอกว่า การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ดี ใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพดี ก็ไม่ต้องพึ่ง “วิตามิน” ที่อาจกลายเป็น “ยาพิษ” สำหรับเครื่องยนต์ได้นะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Phithan-Toyota

Trick-Use-Car-Camera

เลือกกล้องติดหน้ารถ เลือกราคาเท่าไหร่ สเปคแบบไหน ต้องอ่าน

Car-Cameraภาพจาก ausdom

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ “กล้องติดรถยนต์” หรือ “กล้องติดหน้ารถ” นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีกล้องติดรถยนต์นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วจำเป็นไปแล้ว ทั้งสามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆ อาทิเช่น บันทึกภาพรถยนต์ที่ทำผิดกฎจราจร หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ตำรวจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ตัดสินได้ง่ายขึ้นว่าใครถูกใครผิด ทาง

Carro ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ให้ได้คุณภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ.

Car-Camera-2

ภาพจาก Youtube Nopparit Lee

1. ความคมชัดของกล้อง

ความคมชัดของกล้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ เพราะราคาที่ถูก กับ ราคาที่แพง ความคมชัดของภาพก็ย่อมต่างกัน แต่ถ้ายึดตามการใช้งานแล้ว ระดับ Full HD 1080P หรือ HD Ready (720P) ก็ถือว่าเหมาะสม ส่วนค่า FPS (Frame Per Second – อัดเฟรมภาพต่อวินาที) หากอยู่ที่ 20-30 FPS (หมายถึง ใน 1 วินาที จะบันทึกภาพต่อเนื่องได้ 20-30 ภาพ) ก็ถือว่าใช้ได้ เพราะให้ภาพที่คมชัดสมจริง และไม่กระตุก

ในส่วนของรูรับแสง หรือ Lens Aperture ของกล้องติดรถยนต์มีความหมายเดียวกับของกล้องถ่ายรูป ที่ช่างภาพมักนิยมเรียนว่า ค่า “F/Stop” ใช้ตัวเลขกำกับแสดงขนาดของรูรับแสง ค่าตัวเลข F น้อยๆ รูรับแสงกว้าง แสงเข้าได้มาก หรือชัดตื้น ภาพจะชัดแค่ช่วงจุดโฟกัส ส่วนที่ค่าตัวเลข F มากๆ รูรับแสงจะแคบลง แสงเข้าได้น้อย หรือชัดลึก ภาพจะคมชัดทั้งหมดของภาพ

สำหรับโหมดการบันทึกภาพแบบ WDR (Wide Dynamic Range) ในช่วงกลางคืน ควรเลือกกล้องที่มีรูรับแสงกว้าง หรือมีระบบอินฟราเรด เพื่อให้ถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือในสภาพที่มีแสงน้อยได้อย่างชัดเจน และมีระบบ G-Sensor บันทึกภาพฉุกเฉิน และระบบ Motion detect (ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว) ด้วยก็ดี

Toyota-Car-Camera

2. มุมมองของกล้อง

ควรเลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีมุมมองด้านหน้ากว้างและอยู่กึ่งกลาง เพื่อเห็นบริเวณหน้ารถให้มากที่สุด หรือเห็นทั้งมุม ซ้าย-ขวา ได้ บางรุ่นก็มีเลนส์ Fish Eye ให้เลือกด้วย

Car-Camera-4

ภาพจาก Aliexpress

3. ความคมชัด และ รองรับความจุเมมโมรี่

กล้องติดรถยนต์แต่ละตัวก็รองรับชนิดเมมโมรี่ขนาดความจุได้ไม่เท่ากัน ทางที่ดีควรเลือกแบบรองรับเมมโมรี่การ์ดได้ 64GB จะทำให้เก็บไฟล์ VDO ได้ต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่มักรองรับที่ 32GB และควรเลือกกล้องที่มีสามารถอัดทับได้ (หรือ Loop Recording) คือ การเลือกบันทึกวีดีโอความยาว 3-10 นาที และเริ่มบันทึกวีดีโอใหม่ไปเรื่อยๆ หากเมมโมรี่การ์ดเต็มความจุ ก็จะวนกลับไปบันทึกทับไฟล์วีดีโอของเก่าโดยอัตโนมัติ ทำให้เมมโมรี่การ์ดไม่เต็ม เพราะไฟล์วีดีโอเก่าจะถูกลบไปเรื่อยๆ

4. แบตเตอรี่

กล้องติดรถยนต์มีทั้งเป็นแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัว และแบบคือไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง โดยมีแค่เพียงตัวเก็บประจุไฟ หรือ คาปาซิเตอร์ (Capacitor) คล้ายกับแบตเตอรี่สำรองในตัวกล้อง แต่ก็ต้องต่อเชื่อมต่อไฟกับที่จุดบุหรี่ ก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ในตัวกล้องเสื่อม หรือความร้อนจากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งาน

Car-Camera-5

ภาพจาก Aliexpress

5. คุณภาพ ราคา และ การรับประกันหลังการขาย

ราคาของกล้องติดรถยนต์นั้น มีแต่ตั้งหลักหลายร้อยบาท ไปจนถึงราคาหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติความทนทาน และคุณภาพ โดยที่กล้องบางรุ่น บางยี่ห้อ ราคาถูกก็จริง แต่ใช้งานไปได้ไม่นานนักก็รวน หรือพัง บางชนิดก็ไม่สามารถทนแดดแรงๆ ในบ้านเราได้

ทางที่ดีเมื่อไม่ได้ใช้กล้องแล้ว ก็ควรที่จะถอดเก็บ เพื่อไม่ให้โดนแดด หรืออาจจะหาอะไรบังป้องกันแสงแดดไว้ไม่ให้โดนตัวกล้อง หรือชาร์จไฟเต็มแล้ว ให้ถอดแบตเตอรี่ออก

ทางที่ดีควรดูด้วยว่า ผู้แทนจำหน่าย มีระบุเงื่อนไขในการรับประกันหลังการขายด้วยหรือไม่ ทางที่ดีควรเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่มีในประเทศไทย มีราคาที่เหมาะสมต่อการใช้งานของคุณ และมีการรับประกันสินค้าให้ก็ดีครับ แม้ว่าราคาอาจจะแพงกว่า แต่ก็ดีกว่าเสียแล้วต้องโยนทิ้งเลย

Car-Camera-6

ภาพจาก ebay

หากใครที่กำลังมองหากล้องติดรถยนต์ในขณะนี้ ก็ลองนำข้อมูลจากทาง Carro ไปเปรียบเทียบและพิจารณาในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ได้เลยครับผม เพื่อความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน

อยากรู้สภาพการจราจรแบบ Real time เช็กด้วย แอพพลิเคชันเหล่านี้

ปัญหารถติดในกรุงเทพ หรือติดในช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดยาว กลายเป็นปัญหาที่ผ่านมากี่ปีก็ไม่สามารถแก้ไขให้ได้ลงตัวสักที อีกทั้งมันยังได้กลายเป็นเรื่องที่ปกติไปเสียแล้วสำหรับปัจจุบัน

ทำให้วันนี้ Carro อยากจะนำเสนอตัวช่วย ด้วยแอพฯที่สามารถบอกข้อมูลเส้นทางจราจรในสมาร์ทโฟนของคุณ เพราะเราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยีกลายเป็นตัวช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งแอพฯเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้วางแผนก่อนการเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรที่มีความหนาแน่นอีกด้วย

 

Google maps

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน google maps

แอพพลิเคชันที่ครบครันด้วยเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ เช่น แนะนำเส้นทางเวลาขับรถผ่าน GPS ด้วยเสียง รายงานสดการจราจรบนท้องถนน ดูแผนที่เสมือนจริงแบบ Street View อย่าง ภาพสถานที่จุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ยังรองรับทั้งรถยนต์ จักรยาน และการเดินเท้า

ซึ่งทาง Google เองก็พัฒนาฟังก์ชั่นอื่นๆ มาเพิ่มเติมเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้แผนที่แบบออฟไลน์ได้ รวมไปจนถึงการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แม้กระทั่งร้านอาหาร และอีกมากมาย ที่ทำมาเพื่อช่วยทั้งคนขับรถและคนทั่วไปใช้งานแผนที่ได้สะดวกขึ้น

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

สวพ91BKK หรือ FM91BKK

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน FM91BKK

แอพพลิเคชันที่คอยบอกข่าวสาร การจราจร รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ บนท้องถนน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รู้ได้ทันทีว่าสาเหตุของรถติดเกิดจากอะไร หรือมีอุบัติเหตุข้างหน้าหรือไม่ และอีกหนึ่งความสามารถพิเศษ คือเราสามารถเลือกรับฟังข่าวสารในจุดใกล้เคียงหรือเฉพาะจุดที่เรากำลังอยู่

อีกทั้งสามารถดูสภาพการจราจรได้ผ่านกล้อง CCTV ทั่วกรุงเทพ รวมถึงการแจ้งเหตุเตือนภัยด้วยตัวเอง พร้อมมีเบอร์โทรฉุกเฉินให้เลือกโทรออกได้ทันทีที่เจอเหตุฉุกเฉินต่างๆ

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

TSquare Traffic

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน TSquare Traffic

ถือเป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชันที่เหมาะสำหรับนักทาน นักชิม เพราะข้อมูลมีการเชื่อมโยงจากแหล่งที่มาอื่นๆ อย่างเช่น รายละเอียดร้านอาหารจากแอพฯ วงใน และไม่ได้มีดีแค่นี้ แต่ยังสามารถรายงานสภาพจราจรได้แบบสดๆ ด้วยข้อมูลที่ถูกติดตั้งไว้กับรถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนหลายร้อยคัน บวกกับดูข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงจาก Wiki Places ช่วยให้คุณได้เตรียมพร้อมทั้งการเดินทาง และความอิ่มอร่อยไปได้พร้อมๆกัน

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

Highway Police Thai

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน Highway Police Thai

เป็นแอพพลิเคชันของกรมตำรวจทางหลวง ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานสำหรับการเดินทางออกต่างจังหวัด ประกอบไปด้วยทั้งแผนที่เพื่อช่วยเหลือในการเดินทาง พร้อมสรรพด้วยข้อมูลโรงพยาบาล ประกันภัย รถยก หรือมูลนิธิต่างๆ ทั้งยังแสดงที่ตั้งของสถานีตำรวจทางหลวง และหน่วยให้บริการประชาชนต่างๆ ที่พร้อมเข้าช่วยเหลือคุณทุกเมื่อ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุได้ทั่วประเทศ

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ Google play

 

Norstra

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน Highway Police Thai

นอกจากคุณสมบัติในการแนะนำเส้นทางที่ดีแล้ว แอพพลิเคชันนี้ยังมีข้อมูลที่จำเป็นในเรื่องการเดินทางเชิงท่องเที่ยวอีกเพียบเลย ทั้งร้านอาหาร เส้นทางจักรยาน รวมไปถึงตู้เอทีเอ็ม ห้องน้ำสะอาด ปั๊มน้ำมัน โรงแรม สถานีตำรวจ ฯลฯ ถือว่าข้อมูลค่อนข้างจะละเอียด ซึ่งอยากไปไหนก็ลองหาเส้นทางและข้อมูล คุณจะได้ข้อมูลที่รวดเร็วทันใจ อีกทั้งข้อมูลต่างๆนั้นได้มาจาก ททท. ที่จะมีข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หรือ Wongnai ที่เป็นรีวิวร้านอาหารนั่นเอง ทำให้ได้ข้อมูลทั้งสถานที่ เมนูแนะนำ และอื่นๆ ไปด้วยในตัว

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

TVIS

เป็นแอพพลิเคชันที่รายงานการจราจรจาก NECTEC และสามารถบอกเส้นทางลัด ที่ดูภาพได้จากกล้องวงจรปิด CCTV ที่ติดตั้งทั่วกรุงเทพ ซึ่งกล้อง CCTV จะแสดงภาพจากตำแหน่งที่เราอยู่ปัจจุบัน อีกทั้งสามารถแสดงข้อมูลสภาพฝน ว่ามีฝนตกหนักบริเวณจุดใดบ้าง ซึ่งดูภาพเคลื่อนไหวด้วยเรดาร์น้ำฝนนั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น นั้นคือ เราสามารถพูดถามชื่อถนนนั้นๆ ที่ต้องการทราบข้อมูลจราจรเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการพิมพ์ชื่อ ซึ่งบางครั้ง ไม่สะดวกที่จะพิมพ์ หรือพิมพ์ชื่อไม่ถูก และเมื่อพูดชื่อถนน แอพฯนี้ก็จะแสดงสภาพจราจรของถนนนั้นๆ ที่เราพูดเข้าไปได้ทันที

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

Source :
thairath.co.th
kapook.com
rabbit.co.th