ค้นหาบทความ

Category : เทคโนโลยี

Caution-7-Button-In-Cars

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน มักมีระบบอำนวยความสะดวกในรูปแบบปุ่มกดหรือระบบสัมผัส ซึ่งบางปุ่มเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของรถ ที่ค่อนข้างมากมาย และมีวิธีใช้ที่แตกต่างกันไป

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงขอเตือน 7 ปุ่มในรถ หากเผลอกดหรือใช้งานไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ได้แก่

1.ปุ่มเปิดไฟสูง

Headlight-Lamp

ปุ่มเปิดไฟสูง สถานการณ์ที่ควรใช้ เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มืดมาก จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น หรือส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับรถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากการเปิดไฟสูงค้าง ไฟสูงมีลำแสงเข้มและพุ่งตรงไปด้านหน้า ทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

2.ปุ่มปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย

Airbag-On-Off-Switch

ปุ่มปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย ควรใช้ กรณีติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยเด็กบริเวณเบาะด้านหน้า เพื่อป้องกันถุงลมนิรภัยทำงานกรณีประสบอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยจะพองตัวและพุ่งกระแทกใส่เด็ก ทำให้ขาดอากาศหายใจ และได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น อันตรายจากการปิดปุ่ม กรณีประสบอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงาน ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น

3.ปุ่มไฟตัดหมอก

Fog-Lamp-Button

ปุ่มไฟตัดหมอก ควรใช้ เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัด รวมถึงการขับรถในช่วงกลางคืนหลังฝนตก หรือถนนมีน้ำเฉอะแฉะ เพื่อลดการสะท้อนของแสงไฟหน้ารถกับพื้นถนน จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น อันตรายจากการเปิดไฟตัดหมอกค้างไว้ แสงไฟตัดหมอกจะส่องสว่างได้ในระยะไกล ทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

4.ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า

Parking-Brake-Button

ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า ควรใช้ เหมาะสำหรับจอดรถบริเวณทางลาดชัน จะช่วยให้ล้อล็อคอยู่กับที่ และป้องกันรถไหล ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากเปิดใช้ในขณะขับขี่ ระบบเบรกมือจะทำงานทันที แม้จะมีวงจรปลดล็อคอัตโนมัติในขณะที่ล้อหมุน แต่อาจทำให้ผู้ขับขี่ตกใจ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

5.ปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถ

Bonnet-Button

ปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถ ควรใช้ เมื่อต้องตรวจสอบเครื่องยนต์ หรือรถมีอาการผิดปกติ อาทิ การเติมน้ำหล่อเย็น การเปลี่ยนสายพานหรือแบตเตอรี่ การเติมน้ำมันเบรก โดยดับเครื่องยนต์และจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย พร้อมดึงเบรกมือ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ กรณีลืมปิดปุ่มเปิดกระโปรงหน้ารถ เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูง แรงลมปะทะจะทำให้สลักยึดฝากระโปรงหลุด ส่งผลให้ฝากระโปรงเปิด และบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

6.ปุ่มเปิดกระโปรงท้ายรถ

Trunk-Open

ปุ่มเปิดกระโปรงท้ายรถ ควรใช้ กรณีต้องจัดเก็บสิ่งของไว้บริเวณกระโปรงท้ายรถ และควรปิดให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน กรณีปิดกระโปรงท้ายรถไม่สนิท ในขณะรถวิ่ง อาจทำให้สิ่งของที่อยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถร่วงหล่นกีดขวางช่องทาง ส่งผลให้รถที่วิ่งตามหลังมา ต้องหักหลบกะทันหัน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่หากลืมปิดฝากระโปรงท้ายรถขณะจอดรถเป็นเวลานาน อาจทำให้แบตเตอรี่หมดได้

7.ปุ่มระบบป้องกันล้อหมุนฟรี

VSC-VSA-ESP-Button

ปุ่มระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ระบบ ESP/VSC/VSA ที่แล้วแต่ผู้ผลิตรถแต่ละค่ายจะเรียก) ควรใช้ในขณะที่รถออกตัวหรือเหยียบคันเร่งบนเส้นทางเปียกลื่นหรือทางลูกรัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวของรถ และป้องกันล้อหมุนฟรี ส่งผลให้รถมีการทรงตัวที่สมดุลในทุกเส้นทาง

กรณีปิดระบบ เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่เปียกลื่นหรือเป็นทางลูกรัง อาจทำให้รถมีอาการปัดหรือลื่นไถล จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายที่รุนแรงมากขึ้น ในทางกลับกัน กรณีขับรถผ่านทางโคลน หรือออกจากหล่มโคลน การปิดระบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลื่อนรถออกจากหล่ม

ทั้งนี้ การใส่ใจเรียนรู้ระบบการทำงานของรถ โดยเฉพาะปุ่มต่างๆ ในรถที่เกี่ยวข้องกับระบบอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย จะช่วยลดอันตรายและความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ….

Oil-Additive-Drama

หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง : ทำไมบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ถึงไม่แนะนำออกมาให้ใช้?

เมฆ-มังกรบิน

           จากกรณีของ “เมฆ มังกรบิน” ที่ออกมาท้าจะเผารถยนต์หรูของตัวเอง หาก “ผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง” ไม่ได้คุณภาพจริง โดยก่อนหน้านี้ได้ประกาศปิดโรงงาน จนเป็นกระแสสังคมที่ตอนนี้กำลังจับตามองกัน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ “เมฆ มังกรบิน” ทำขายอยู่ในตอนนี้ด้วย

เมฆ-มังกรบิน

อีกฝั่งหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ออกแถลงการณ์ระบุว่า มีข้อความกล่าวอ้างว่า มีการนำผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ช่วยเคลือบป้องกันการสึกหรอ และช่วยเพิ่มความแรงของเครื่องยนต์ มาเข้าห้องแล็ปเพื่อทดสอบที่ ม.สุรนารี พร้อมกับมีใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการทดสอบ โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ต่อการกล้าวอ้างเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ และขอให้ยุติคำกล่าวอ้าง

Oil-Addictive

ทำให้กลายเป็นดราม่าและถกเถียงกันขึ้นในกลุ่มของคนใช้รถ ว่า หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง (Oil Additives) ดี หรือ ไม่ดี ? น่าใช้ หรือ ไม่น่าใช้ ?

Oil-Lubricant

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ในแต่ละครั้ง ต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้อยู่ในคู่มือการใช้รถ เพื่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์คงทนทานและใช้ได้ยาวนาน ซึ่งตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มักจะมีโฆษณาผลิตภัณฑ์หัวเชื้อน้ำมันเครื่องยี่ห้อต่างๆ บ้างก็ว่าใส่เครื่องยนต์แล้วจะทนทาน ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น เป็นต้น

ถ้าหากดีจริง ทางวิศวกรเครื่องยนต์ของบริษัทรถยนต์ต่างๆ คงต้องออกมาเสนอบริษัทรถยนต์ผลิตออกจำหน่าย หรือแนะนำให้ลูกค้าใช้

Engine-Flush

หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ในการเติมใส่เพียงครั้งคราว ก็จะไม่เกิดผลข้างเคียงอะไรมากนัก ช่วงแรกก็อาจรู้สึกได้ว่า รถมันเร่งดีขึ้น ควันลดลง เนื่องจากหัวเชื้อน้ำมันเครื่องบางยี่ห้อ อาจจะมีผสมสารคลอริเนเตท พาราฟิน หรือ คลอรีน ลงไป ซึ่งมีความลื่น แต่พอผสมกับกรีเซอรีน ให้ดูใส จนเป็นหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง

เมื่อใส่ไปในเครื่องยนต์นานๆ อาจจะก่อให้เกิดฟรีคลอไรด์ และไฮโดรคลอริค เอซิด (Hydrochloric Acid) ที่จะกัด ยาง ซีล ปะเก็น อลูมิเนียม และเหล็ก คลอรีนทำให้เหนียว และลดการติดไฟ เหลือเป็นยางเหนียวหนืดๆ ในเครื่องยนต์

Engine

หากคุณอยากทดลองใช้ “หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง” จริงๆ ก็ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเชื่อถือได้ ถ้าจะให้ดีก็ควรจะมีผลการทดสอบยืนยันอย่างชัดเจนครับ ถ้าผลิตแบบใช้คนมานั่งกรอกใส่ขวดในโรงงาน ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ของท่านได้

หากใครใช้แล้วกลัวเครื่องยนต์พัง ก็ถ่ายออกซะ แล้วใช้น้ำยาล้างเครื่องยนต์ (Flushing Oil) ก่อนเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องของใหม่ลงไป

Engine

สุดท้ายนี้ขอบอกว่า การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ดี ใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพดี ก็ไม่ต้องพึ่ง “วิตามิน” ที่อาจกลายเป็น “ยาพิษ” สำหรับเครื่องยนต์ได้นะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Phithan-Toyota

Trick-Use-Car-Camera

เลือกกล้องติดหน้ารถ เลือกราคาเท่าไหร่ สเปคแบบไหน ต้องอ่าน

Car-Cameraภาพจาก ausdom

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ “กล้องติดรถยนต์” หรือ “กล้องติดหน้ารถ” นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีกล้องติดรถยนต์นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วจำเป็นไปแล้ว ทั้งสามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆ อาทิเช่น บันทึกภาพรถยนต์ที่ทำผิดกฎจราจร หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ตำรวจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ตัดสินได้ง่ายขึ้นว่าใครถูกใครผิด ทาง

Carro ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ให้ได้คุณภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ.

Car-Camera-2

ภาพจาก Youtube Nopparit Lee

1. ความคมชัดของกล้อง

ความคมชัดของกล้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ เพราะราคาที่ถูก กับ ราคาที่แพง ความคมชัดของภาพก็ย่อมต่างกัน แต่ถ้ายึดตามการใช้งานแล้ว ระดับ Full HD 1080P หรือ HD Ready (720P) ก็ถือว่าเหมาะสม ส่วนค่า FPS (Frame Per Second – อัดเฟรมภาพต่อวินาที) หากอยู่ที่ 20-30 FPS (หมายถึง ใน 1 วินาที จะบันทึกภาพต่อเนื่องได้ 20-30 ภาพ) ก็ถือว่าใช้ได้ เพราะให้ภาพที่คมชัดสมจริง และไม่กระตุก

ในส่วนของรูรับแสง หรือ Lens Aperture ของกล้องติดรถยนต์มีความหมายเดียวกับของกล้องถ่ายรูป ที่ช่างภาพมักนิยมเรียนว่า ค่า “F/Stop” ใช้ตัวเลขกำกับแสดงขนาดของรูรับแสง ค่าตัวเลข F น้อยๆ รูรับแสงกว้าง แสงเข้าได้มาก หรือชัดตื้น ภาพจะชัดแค่ช่วงจุดโฟกัส ส่วนที่ค่าตัวเลข F มากๆ รูรับแสงจะแคบลง แสงเข้าได้น้อย หรือชัดลึก ภาพจะคมชัดทั้งหมดของภาพ

สำหรับโหมดการบันทึกภาพแบบ WDR (Wide Dynamic Range) ในช่วงกลางคืน ควรเลือกกล้องที่มีรูรับแสงกว้าง หรือมีระบบอินฟราเรด เพื่อให้ถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือในสภาพที่มีแสงน้อยได้อย่างชัดเจน และมีระบบ G-Sensor บันทึกภาพฉุกเฉิน และระบบ Motion detect (ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว) ด้วยก็ดี

Toyota-Car-Camera

2. มุมมองของกล้อง

ควรเลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีมุมมองด้านหน้ากว้างและอยู่กึ่งกลาง เพื่อเห็นบริเวณหน้ารถให้มากที่สุด หรือเห็นทั้งมุม ซ้าย-ขวา ได้ บางรุ่นก็มีเลนส์ Fish Eye ให้เลือกด้วย

Car-Camera-4

ภาพจาก Aliexpress

3. ความคมชัด และ รองรับความจุเมมโมรี่

กล้องติดรถยนต์แต่ละตัวก็รองรับชนิดเมมโมรี่ขนาดความจุได้ไม่เท่ากัน ทางที่ดีควรเลือกแบบรองรับเมมโมรี่การ์ดได้ 64GB จะทำให้เก็บไฟล์ VDO ได้ต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่มักรองรับที่ 32GB และควรเลือกกล้องที่มีสามารถอัดทับได้ (หรือ Loop Recording) คือ การเลือกบันทึกวีดีโอความยาว 3-10 นาที และเริ่มบันทึกวีดีโอใหม่ไปเรื่อยๆ หากเมมโมรี่การ์ดเต็มความจุ ก็จะวนกลับไปบันทึกทับไฟล์วีดีโอของเก่าโดยอัตโนมัติ ทำให้เมมโมรี่การ์ดไม่เต็ม เพราะไฟล์วีดีโอเก่าจะถูกลบไปเรื่อยๆ

4. แบตเตอรี่

กล้องติดรถยนต์มีทั้งเป็นแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัว และแบบคือไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง โดยมีแค่เพียงตัวเก็บประจุไฟ หรือ คาปาซิเตอร์ (Capacitor) คล้ายกับแบตเตอรี่สำรองในตัวกล้อง แต่ก็ต้องต่อเชื่อมต่อไฟกับที่จุดบุหรี่ ก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ในตัวกล้องเสื่อม หรือความร้อนจากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งาน

Car-Camera-5

ภาพจาก Aliexpress

5. คุณภาพ ราคา และ การรับประกันหลังการขาย

ราคาของกล้องติดรถยนต์นั้น มีแต่ตั้งหลักหลายร้อยบาท ไปจนถึงราคาหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติความทนทาน และคุณภาพ โดยที่กล้องบางรุ่น บางยี่ห้อ ราคาถูกก็จริง แต่ใช้งานไปได้ไม่นานนักก็รวน หรือพัง บางชนิดก็ไม่สามารถทนแดดแรงๆ ในบ้านเราได้

ทางที่ดีเมื่อไม่ได้ใช้กล้องแล้ว ก็ควรที่จะถอดเก็บ เพื่อไม่ให้โดนแดด หรืออาจจะหาอะไรบังป้องกันแสงแดดไว้ไม่ให้โดนตัวกล้อง หรือชาร์จไฟเต็มแล้ว ให้ถอดแบตเตอรี่ออก

ทางที่ดีควรดูด้วยว่า ผู้แทนจำหน่าย มีระบุเงื่อนไขในการรับประกันหลังการขายด้วยหรือไม่ ทางที่ดีควรเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่มีในประเทศไทย มีราคาที่เหมาะสมต่อการใช้งานของคุณ และมีการรับประกันสินค้าให้ก็ดีครับ แม้ว่าราคาอาจจะแพงกว่า แต่ก็ดีกว่าเสียแล้วต้องโยนทิ้งเลย

Car-Camera-6

ภาพจาก ebay

หากใครที่กำลังมองหากล้องติดรถยนต์ในขณะนี้ ก็ลองนำข้อมูลจากทาง Carro ไปเปรียบเทียบและพิจารณาในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ได้เลยครับผม เพื่อความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน

อยากรู้สภาพการจราจรแบบ Real time เช็กด้วย แอพพลิเคชันเหล่านี้

ปัญหารถติดในกรุงเทพ หรือติดในช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดยาว กลายเป็นปัญหาที่ผ่านมากี่ปีก็ไม่สามารถแก้ไขให้ได้ลงตัวสักที อีกทั้งมันยังได้กลายเป็นเรื่องที่ปกติไปเสียแล้วสำหรับปัจจุบัน

ทำให้วันนี้ Carro อยากจะนำเสนอตัวช่วย ด้วยแอพฯที่สามารถบอกข้อมูลเส้นทางจราจรในสมาร์ทโฟนของคุณ เพราะเราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยีกลายเป็นตัวช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งแอพฯเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้วางแผนก่อนการเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรที่มีความหนาแน่นอีกด้วย

 

Google maps

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน google maps

แอพพลิเคชันที่ครบครันด้วยเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ เช่น แนะนำเส้นทางเวลาขับรถผ่าน GPS ด้วยเสียง รายงานสดการจราจรบนท้องถนน ดูแผนที่เสมือนจริงแบบ Street View อย่าง ภาพสถานที่จุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ยังรองรับทั้งรถยนต์ จักรยาน และการเดินเท้า

ซึ่งทาง Google เองก็พัฒนาฟังก์ชั่นอื่นๆ มาเพิ่มเติมเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้แผนที่แบบออฟไลน์ได้ รวมไปจนถึงการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แม้กระทั่งร้านอาหาร และอีกมากมาย ที่ทำมาเพื่อช่วยทั้งคนขับรถและคนทั่วไปใช้งานแผนที่ได้สะดวกขึ้น

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

สวพ91BKK หรือ FM91BKK

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน FM91BKK

แอพพลิเคชันที่คอยบอกข่าวสาร การจราจร รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ บนท้องถนน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รู้ได้ทันทีว่าสาเหตุของรถติดเกิดจากอะไร หรือมีอุบัติเหตุข้างหน้าหรือไม่ และอีกหนึ่งความสามารถพิเศษ คือเราสามารถเลือกรับฟังข่าวสารในจุดใกล้เคียงหรือเฉพาะจุดที่เรากำลังอยู่

อีกทั้งสามารถดูสภาพการจราจรได้ผ่านกล้อง CCTV ทั่วกรุงเทพ รวมถึงการแจ้งเหตุเตือนภัยด้วยตัวเอง พร้อมมีเบอร์โทรฉุกเฉินให้เลือกโทรออกได้ทันทีที่เจอเหตุฉุกเฉินต่างๆ

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

TSquare Traffic

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน TSquare Traffic

ถือเป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชันที่เหมาะสำหรับนักทาน นักชิม เพราะข้อมูลมีการเชื่อมโยงจากแหล่งที่มาอื่นๆ อย่างเช่น รายละเอียดร้านอาหารจากแอพฯ วงใน และไม่ได้มีดีแค่นี้ แต่ยังสามารถรายงานสภาพจราจรได้แบบสดๆ ด้วยข้อมูลที่ถูกติดตั้งไว้กับรถแท็กซี่ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนหลายร้อยคัน บวกกับดูข้อมูลสถานที่ใกล้เคียงจาก Wiki Places ช่วยให้คุณได้เตรียมพร้อมทั้งการเดินทาง และความอิ่มอร่อยไปได้พร้อมๆกัน

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

Highway Police Thai

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน Highway Police Thai

เป็นแอพพลิเคชันของกรมตำรวจทางหลวง ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานสำหรับการเดินทางออกต่างจังหวัด ประกอบไปด้วยทั้งแผนที่เพื่อช่วยเหลือในการเดินทาง พร้อมสรรพด้วยข้อมูลโรงพยาบาล ประกันภัย รถยก หรือมูลนิธิต่างๆ ทั้งยังแสดงที่ตั้งของสถานีตำรวจทางหลวง และหน่วยให้บริการประชาชนต่างๆ ที่พร้อมเข้าช่วยเหลือคุณทุกเมื่อ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุได้ทั่วประเทศ

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ Google play

 

Norstra

รถติด เลี่ยงได้ด้วยแอพพลิเคชัน Highway Police Thai

นอกจากคุณสมบัติในการแนะนำเส้นทางที่ดีแล้ว แอพพลิเคชันนี้ยังมีข้อมูลที่จำเป็นในเรื่องการเดินทางเชิงท่องเที่ยวอีกเพียบเลย ทั้งร้านอาหาร เส้นทางจักรยาน รวมไปถึงตู้เอทีเอ็ม ห้องน้ำสะอาด ปั๊มน้ำมัน โรงแรม สถานีตำรวจ ฯลฯ ถือว่าข้อมูลค่อนข้างจะละเอียด ซึ่งอยากไปไหนก็ลองหาเส้นทางและข้อมูล คุณจะได้ข้อมูลที่รวดเร็วทันใจ อีกทั้งข้อมูลต่างๆนั้นได้มาจาก ททท. ที่จะมีข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หรือ Wongnai ที่เป็นรีวิวร้านอาหารนั่นเอง ทำให้ได้ข้อมูลทั้งสถานที่ เมนูแนะนำ และอื่นๆ ไปด้วยในตัว

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

TVIS

เป็นแอพพลิเคชันที่รายงานการจราจรจาก NECTEC และสามารถบอกเส้นทางลัด ที่ดูภาพได้จากกล้องวงจรปิด CCTV ที่ติดตั้งทั่วกรุงเทพ ซึ่งกล้อง CCTV จะแสดงภาพจากตำแหน่งที่เราอยู่ปัจจุบัน อีกทั้งสามารถแสดงข้อมูลสภาพฝน ว่ามีฝนตกหนักบริเวณจุดใดบ้าง ซึ่งดูภาพเคลื่อนไหวด้วยเรดาร์น้ำฝนนั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น นั้นคือ เราสามารถพูดถามชื่อถนนนั้นๆ ที่ต้องการทราบข้อมูลจราจรเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการพิมพ์ชื่อ ซึ่งบางครั้ง ไม่สะดวกที่จะพิมพ์ หรือพิมพ์ชื่อไม่ถูก และเมื่อพูดชื่อถนน แอพฯนี้ก็จะแสดงสภาพจราจรของถนนนั้นๆ ที่เราพูดเข้าไปได้ทันที

ดาวน์โหลดแอพฯได้ที่ App Store และ Google play

 

Source :
thairath.co.th
kapook.com
rabbit.co.th