Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

เป็นที่ทราบกันว่า วิกฤตโควิด-19 กำลังรุมเร้าผ้คนในยุโรปอย่างหนัก หนึ่งในนั้นคือประเทศอิตาลี ที่เกิดปัญหากับระบบสาธารณสุขอย่างหนักจนมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตนับพันคน แม้แต่ธุรกิจต่างๆ ก็ได้ผลกระทบอย่างย่อยยับ

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

ไม่เว้นแม้แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Supercar อย่าง Lamborghini (ลัมโบร์กีนี) ที่มีโรงงานอยู่ใน Sant’Agata เมืองโบโลญญ่า (Bologna) ประเทศอิตาลี ก็ยังได้รับผลกระทบเข้าไปเต็มๆ จน Stefano Domenicali CEO ของ Lamborghini ต้องยุติสายการผลิตรถชั่วคราว แล้วหันมาผลิตหน้ากากอนามัยแทน นอกจากนี้ยังผลิต Face Shield เพื่อมอบให้โรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi ในโบโลญญ่า ไว้ให้แพทย์และพยาบาลสู้กับวิกฤติไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

โดยให้พนักงานที่เคยทำงานตัดเย็บเบาะนั่งในห้องโดยสารรถซูเปอร์คาร์ Lamborghini ใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญในการผลิตหน้ากากอนามัยได้ประมาณ 1,000 ชิ้นต่อวัน และ Face Shield ที่ผลิตจาก Plexiglass อีก 200 ชิ้นต่อวัน เพื่อที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขของอิตาลี จะได้มีอุปกรณ์ไว้ป้องกันตัวกันมากขึ้น

Lamborghini-Produce-Surgical-Mask-And-Face-Shield-Covid19

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Check-Ticket-Bus-Train-Airplane-COVID-19-Affectation

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้มีการยกเลิกวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์หลังมีคำสั่งให้เลื่อนวันหยุดสงกรานต์เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาด ณ ตอนนี้

วันนี้เรามาเช็กวิธีเลื่อนตั๋วรถไฟ , รถทัวร์ เครื่องบิน กันนะคะ

รถทัวร์

ทาง บขส. ได้ออกมาตรการพิเศษ ดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ โดยจะขยายระยะเวลาการให้เลื่อนตั๋วเดินทางเพิ่มเป็น 90 วัน จากปกติให้ 30 วัน

นอกจากนี้ยังเปิดให้ผู้โดยสารที่ไม่ประสงค์จะเดินทางสามารถขอคืนตั๋วได้ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม จากปกติที่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 10% ของราคาตั๋ว

วิธีการเลื่อนต้องนำตั๋วหรือสลิปการชำระเงินมาขอเลื่อนต่อพนักงานขายตั๋วก่อนรถออกเป็นเวลา 1 วัน มิเช่นนั้นถือว่าสละสิทธิ์ และถ้าเลื่อนการเดินทางแล้ว ไม่สามารถคืนตั๋วได้

ส่วนกรณียกเลิกตั๋วนั้น ผู้โดยสารที่จองตั๋วระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2563 มีความประสงค์จะคืนค่าตั๋ว สามารถติดต่อได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋ว บขส.
ทั่วประเทศตั้งแต่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

รถไฟ

เบื้องต้นทาง รฟท. ได้จัดเตรียมอำนายความสะดวกเรื่องค่าธรรมเนียมการคืนตั๋วหรือเลื่อนตั๋วช่วงเทศกาลสงกรานต์ไว้แล้ว ซึ่งปัจจุบันตั๋วโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ถูกจองเต็มหมดแล้ว

เครื่องบิน

ทางเฟซบุ๊ก Thai Airways ได้อำนวยความสะดวกโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนแปลงการเดินทางเส้นทางระหว่างประเทศ สำหรับบัตรโดยสารราคาปกติและราคาพิเศษที่ออกในประเทศไทย และเดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทย (TG) และเที่ยวบินร่วมกับสายการบินไทยสมายล์ (WE) โดยผู้โดยสาร สามารถติดต่อดำเนินการต่อไปนี้ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2563

การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน

  • สามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินโดยไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับเส้นทางเดิมหรือรหัสชั้นโดยสาร (RBD) เดิม **ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างแต่ละเที่ยวบินของวันที่จะเดินทาง
  • ในกรณีที่รหัสชั้นเดินทางที่ระบุบนบัตรโดยสารเดิมไม่มีที่ว่างในเที่ยวบินที่ต้องการเปลี่ยน ผู้โดยสารจะต้องชำระส่วนต่างราคาและภาษี (ถ้ามี)

การเปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน

  • สามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทาง โดยชำระส่วนต่างราคาและภาษี (ถ้ามี) และยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงผู้เดินทาง
  • สำหรับบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้ใช้เดินทาง สามารถเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางได้ 1 ครั้ง มีค่าธรรมเนียม 3,000 บาท

การคืนบัตรโดยสาร

  • สามารถคืนบัตรโดยสารตามเงื่อนไขของบัตรโดยสาร

ช่วงนี้ต้องดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ หากคุณต้องการขายรถด่วนให้ CARRO ช่วยได้ขายให้ภายใน 24 ชั่วโมง และได้ราคาดี และหากต้องการรถยนต์ใหม่ ป้ายแดง โปรแรงๆ สามารถดูโปรโมชั่นได้ที่ https://www.siamcardeal.com/ หรือสามารถ Inbox สอบถามโปรโมชั่นรถใหม่และข่าวสารได้ที่ Facebook Siamcardeal

หรือ Add Line เพื่อรับโปรโมชั่นต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม @siamcardeal
Inbox : http://m.me/siamcardeal
Line : https://line.me/R/ti/p/@siamcardeal

DIY-Hand-Sanitizer

การระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายมหาศาลไปทั่วโลกแล้ว ยังกระทบไปถึงกิจการห้างร้านต่างๆ มากมาย ที่ล้มกันไปเป็นแถบๆ อีกทั้งยังสร้างความหวาดระแวงต่อตัวบุคคลไปด้วยว่า ฉันจะติดโควิด-19 หรือเปล่า?

แต่ท่ามกลางวิกฤต ก็ยังมีโอกาสสำหรับสินค้าบางอย่าง เช่น แอลกฮอลล์ เจลล้างมือ เครื่องวัดไข้แบบพกพา หรือหน้ากากอนามัย ที่ขายดีชนิดว่าผลิตมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย จนขาดตลาดหาซื้อไม่ได้ หรือไม่ก็ถูกปั่นราคาขึ้นไปจนสูงมาก

เพื่อช่วยประหยัดและลดรายจ่าย MR.CARRO ขอนำคำแนะนำดีๆ จาก WHO ที่เผยวิธีทำ “เจลล้างมือ” แบบง่ายๆ จากสูตรขององค์การอนามัยโลก (WHO) ไว้ทำเองกันที่บ้านครับ

โดยคู่มือที่ WHO ให้ไว้นี้ สามารถทำเจลล้างมือได้ 10 ลิตร ซึ่งใครที่ต้องการทำน้อยลง ก็สามารถลดปริมาณส่วนผสมต่างๆ ลง ได้ตามสัดส่วน

ส่วนผสมได้แก่:

เอธานอลแอลกอฮอล์ 96% – 8,333 มิลลิลิตร
ไฮโดรเจนเพอรอกไซด์ – 417 มิลลิลิตร
กลีเซอรอล 98% – 145 มิลลิลิตร

วิธีทำ:

1. เทเอธานอลแอลกอฮอล์ลงในถังหรือขวดขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุของเหลวได้ 10 ลิตร

2. เติมไฮโดรเจนเพอรอกไซด์

3. เติมกลีเซอรอลลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดความเหนียว

4. เติมน้ำที่ผ่านการต้มและทิ้งไว้จนเย็นแล้ว ลงไปให้ถึง 10 ลิตร จากนั้นผสมให้เข้ากัน

องค์การอนามัยโลกระบุว่า เจลล้างมือที่ทำตามวิธีนี้ ได้รับการทดสอบในหลายประเทศแล้วว่าใช้ได้ผลจริง โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้ตาม Link นี้ https://www.who.int/gpsc/5may/Guide_to_Local_Production.pdf

Prevent-Covid-19-Virus-In-Coin-And-Banknote

นับตั้งแต่ “ไวรัส COVID-19 (โควิด-19)” ระบาด จุดเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ที่เริ่มมีคนติดเชื้อกันตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2562 มาจนถึงปัจจุบัน มีเชื้อร้ายนี้กระจายไปแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อนับแสนคน รวมถึงผู้เสียชีวิตหลายพันคนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้อย่างง่ายๆ ด้วย ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลทั้งในด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ รวมไปถึงการจัดงานต่างๆ ทั่วโลก!

และในประเทศไทยเอง ก็มีการป้องกันอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าหลายหน่วยงานก็มีมาตรการอันเข้มงวด ทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ มีบริการเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย หรือธนาคารบางแห่ง ประกาศหยุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชั่วคราว อย่างไม่มีกำหนด

แต่ “ธนบัตร” หรือ “แบงค์” รวมไปถึง “เหรียญ” ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันจะปลอดภัยหรือเปล่า? จับมาแล้วไม่รู้กี่มือ ธนบัตรบางใบทั้งเก่า ดำ กระดาษเปื่อยเลยก็มี! ซึ่งทาง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ยังเผยว่า ไวรัส COVID-19 สามารถแพร่ผ่านธนบัตรได้!

MR.CARRO ขอนำคำแนะนำจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย กับ 5 วิธีป้องกันไวรัส COVID-19 หลังจับเหรียญและธนบัตร มาฝากทุกท่านครับ

Prevent-Covid-19-Virus-In-Coin-And-Banknote

1. ล้างมือทุกครั้ง หลังจับเหรียญและธนบัตร

“มือ” คือจุดสำคัญที่สุดในการรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อย่างลืมล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

2. เอาธนบัตร หรือเหรียญไปตากแดด

ถ้ามีเวลาหน่อย นำธนบัตรไปผึ่งที่แดดจัดและอากาศถ่ายเท เพื่อฆ่าเชื้อโรค

3. แอลกฮอลล์ 70% เช็ดธนบัตร หรือเหรียญ

เช็ดธนบัตร ด้วยผ้าหมาดที่ชุบแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งไม่ทำให้เนื้อกระดาษถูกทำลาย

4. อย่าพับ อย่ากรีดธนบัตร

ไม่พับ หรือกรีดธนบัตร เนื่องจากรอยพับเหล่านี้ เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก และอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี

5. นำธนบัตรเก่า ไปแลกที่ธนาคาร

หากพบว่าธนบัตรมีสภาพเก่า หรือสกปรกมาก สามารถนำธนบัตรเหล่านี้ไปแลกที่ธนาคาร แล้วนำธนบัตรใหม่มาใช้ (โดยทางธนาคารจะส่งธนบัตรเก่าที่ชำรุด ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทำลาย และผลิตธนบัตรใหม่หมุนเวียนออกมาทดแทน)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

ด้าน “รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ใน Fanpage “อ๋อ มันอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ตอบคำถามเรื่องเชื้อโคโรน่าไวรัส อยู่บนธนบัตรได้นาน 9 วัน จริงหรือ?

โดยอาจารย์เจษฏ์ ยังไม่มีความชัดเจนว่าเชื้อโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2019 จะอยู่บนธนบัตรได้นานกี่วัน แต่โดยผลการวิจัยของ ศ.กุนเทอร์ คัมป์ฟ จาก University Medicine Greifswald ประเทศเยอรมนี ก็ใช้เชื้อไวรัสตระกูล Corona ที่ใกล้เคียงกันอย่างโรค SARS และ MERS สามารถอยู่บนพื้นผิวต่างๆ เช่น โลหะ แก้ว และพลาสติก ได้นานหลายวันจนอาจถึง 9 วัน ขณะที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีชีวิตบนพื้นผิวได้เพียง 48 ชั่วโมง

อีกทั้งมีผู้ Comment สอบถามว่าใช้หลอดไฟ UVC ส่องไปที่ธนบัตรได้หรือไม่ อาจารย์เจษฏ์บอกว่า ส่องแค่นาที ก็ฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ต้องระวังด้วย เพราะแสงเป็นอันตรายต่อร่างกายของคน

และที่สำคัญ อย่าลืม … “กินร้อน ช้อนกู ต่างคนต่างอยู่ ห่างกู 2 เมตร” นะครับ จะได้ป้องกัน และห่างไกลจากไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ครับ!

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร มีแดดร้อนแดดจ้ากันตลอดทั้งปี แต่ในช่วงหน้าร้อนตอนนี้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าช่วงสายๆ เที่ยงๆ บ่ายๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาประมาณ 10.00-16.00 น. บ้านเราแดดแรงเป็นพิเศษ ย่อมส่งผลต่อสายตาของคนเราโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในแสงแดดมีรังสี UV A และรังสี UV B (หรือ Ultraviolet) ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อผิวพรรณ เกิดมะเร็งผิวหนัง และทำให้สายตาเสื่อมสภาพ เป็นต้อลม ต้องเนื้อ ต้อกระจก ได้เร็วขึ้น

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

ถึงแม้ว่าในรถยนต์รุ่นแพงๆ หลายรุ่น นับตั้งแต่ยุค 2000 เป็นต้นมา กระจกรถยนต์จะผลิตออกมาเป็นแบบ “UV Cut” ซึ่งเป็นกระจกที่ผ่านการ Coding UV (ตัดแสงยูวี) ได้ หรือฟิล์มกรองแสงแพงๆ หลายรุ่น ก็สามารถป้องกันรังสี UV ได้ แต่การที่คุณจำเป็นที่จะต้องขับรถกันทั้งวัน หรือขับรถในช่วงที่ต้องเจอแดดจ้าๆ แยงตาตลอด การเลือกแว่นกันแดดที่เหมาะสม ก็น่าจะช่วยถนอมสายตาของคุณได้ดีมากยิ่งขึ้น

MR. CARRO จะขอแนะนำ 3 วิธี เลือกแว่นกันแดด ที่เหมาะกับสายตาคุณเวลาขับรถ ว่ามีวิธีเลือกได้อย่างไรบ้าง..

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

1. เลือกแว่นกันแดดที่เหมาะสม

ถ้าต้องขับรถเจอแดดจ้าๆ บ่อยๆ ควรเลือกแว่นกันแดด ที่สามารถป้องกันรังสี UV ใยระดับความถี่ 400 Nanometer ได้ ซึ่งเลนส์ควรมีเคลือบสารกรองรังสี UV อาจจะเป็นแบบสีต่างๆ เช่น สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีเขียว สีแดง หรือสีชา ส่วนระดับความเข้ม ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน

ตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ว่า เลนส์แว่นกันแดดที่ดีนั้นควรป้องกันรังสี UV ได้ 95% เป็นอย่างน้อยของ UV A และป้องกันได้ 99% เป็นอย่างน้อยของ UV B

รวมไปถึงการเลือกแบบของแว่นกันแดด ควรเลือกให้เหมาะสมกับรูปหน้าด้วยนะครับ เช่น หน้าทรงกลม ควรเลือกใส่แว่นทรงรี ทรงเหลี่ยม ส่วนคนหน้าเหลี่ยม ควรเลือกใส่แว่นทรงกลม ทรงรี หรือแบบรูปโค้ง ถ้าคนหน้าทรงสามเหลี่ยมตั้ง กรอบแว่นด้านบนแบบกว้างและหนา ส่วนด้านล่างควรเป็นกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบโลหะ หรือจะเป็นแบบไม่มีกรอบเลยก็ได้

ส่วนรูปหน้าทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เหมาะกับกรอบแว่นทรงกลม ทรงรี และกรอบแบบที่ไม่มีขอบล่าง แต่หน้ารูปไข่นี้ดีหน่อย สามารถเลือกกรอบแว่นได้ทุกแบบ

แต่เดี๋ยวนี้มีแว่นกันแดดแฟชั่น ที่มีราคาถูกๆ ขายกันมากมายซึ่งผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ป้องกันรังสี UV ไม่ได้ และยังทำให้มองเห็นภาพที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมด้วย อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการปวดตา ปวดหัวขึ้นมาได้ จึงควรเลือกแว่นกันแดดที่ได้คุณภาพมาตรฐานนะครับ เช่น มีมาตรฐาน CE เป็นต้น

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

2. เลือกเลนส์ที่เหมาะสม

สำหรับแว่นกันแดดในปัจจุบันก็จะมีแบบเลนส์ต่างๆ ให้เลือกในปัจจุบัน นอกจากเลนส์แก้วและเลนส์พลาสติก อาทิ

เลนส์ CR39 เป็นเลนส์ชนิดพลาสติกที่ให้การมองเห็นที่ดี อีกทั้งนำไปย้อมสีเป็นแว่นกันแดดได้ด้วย และให้ภาพไม่หลอกตา ให้ความใสมากที่สุด ไม่เวียนหัว หรือปวดหัว และป้องกันรังสี UV ได้ 100% ทั้ง UV A และ UV B โดยเลนส์ชนิดนี้ ยังนิยมใช้ในเลนส์สายตาสั้น สายตาเอียง อีกด้วย แต่ก็มีน้ำหนักและต้องระวังแตกได้ง่าย

เลนส์ Polarized เป็นเลนส์ที่ตัดแสงแนวนอน (Glare หรือแสงฟรุ้ง) ลดความจ้า และการสะท้อนของแสง จากผิวถนนหรือผิวน้ำ จึงเหมาะสมกับท่านที่ชอบทำกิจกรรมแบบ Outdoor และเหมาะกับผู้ขับรถยนต์ เพราะช่วยลดแสงสะท้อนจากกระจกมองหลัง หรือแสงสะท้อนจากรถยนต์ที่วิ่งสวนมา

เลนส์ Photochromic เป็นเลนส์ใสที่เปลี่ยนสีตามความเข้มของ UV หรือความสว่างสีจะเปลี่ยนจากใสไปเข้ม เมื่ออยู่ในที่สว่างไปสักระยะหนึ่ง เหมาะสำหรับงานที่ใช้ในที่ร่มและกลางแจ้ง

3-Tips-To-Choose-Driving-Sunglasses

3. สีของเลนส์ก็สำคัญ

ถ้าคุณเน้นการขับรถตอนกลางวันเป็นหลัก ควรเลือกแว่นกันแดดที่มีเลนส์สีเทา สีเขียว หรือสีน้ำตาล จะช่วยลดความสว่างจ้าของแสง และยังช่วยให้การมองเห็นเป็นไปตามปกติธรรมชาติ รู้สึกสบายตา ไม่ปวดตา หากขับรถในช่วงที่ท้องฟ้าขมุกขมัวมืดครึ้ม เลนส์สีเหลืองของแว่นจะช่วยลดความสว่างของแสง ทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้น

ถ้าคุณต้องการขับรถในตอนกลางคืน อาจจะใช้แว่นกันแดดเพื่อลดแสงไฟจากรถที่สวนมาแยงตา หรือไฟส่องทาง ควรใช้เลนส์สีฟ้าหรือสีเหลือง เนื่องจากเลนส์สีเหล่านี้จะช่วยป้องกันแสงสะท้อนได้

ควรเลือกกรอบแว่นที่แข็งแรงหน่อย กรอบอาจจะโค้งไปทางขมับ ที่เรียก Wraparound ทำให้ป้องกันแสงและลมฝุ่นได้กว้างกว่า และได้จากทุกทิศ และยังป้องกันดวงตาจากการแตกหักเวลาถูกกระแทกได้อีกด้วย ที่สำคัญ ตัวเลนส์ของแว่นต้องได้มาตรฐานด้วยนะครับ

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Carro-10-Best-Food-In-Bangkok-Thailand

ขึ้นชื่อว่าเป็น “กรุงเทพฯ” แล้ว ถือว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับไหล และเมืองที่ของให้กินกันได้ทั้งวันทั้งคืน ต่างจากในต่างประเทศ และมีให้เลือกตั้งแต่แผงขายอาหารข้างถนนแบบโนเนม ไปจนถึงร้านระดับ Michelin Guide (มิชลินไกด์ หรือ ดาวมิชลิน)

และอาหารนานาชาติ กับร้านอาหารหรูๆ อย่าง อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี อาหารอินเดีย อาหารเวียดนาม อาหารอิตาลี อาหารฝรั่งเศส ฯลฯ ให้เลือกกินกันมากมาย และให้คนระดับวงในเช็คอินกันได้ไม่อั้นเลยทีเดียว

ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก หิวแล้ว MR.CARRO ขอเปลี่ยนบรรยากาศ พาไปชมเมนูอร่อยจากร้านอาหารต่างๆ ในกรุงเทพฯ ที่คิดว่าหลายคนอาจจะเคยกิน เคยชิม กันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย เอาล่ะ เตรียมตัวไปกินกันเลยดีกว่า!

ข้าวหมูทอดเจ๊จง

1. ข้าวหมูทอดเจ๊จง

อยู่ไหน : สาขาใหญ่ อยู่ที่ 348 ถ.ทางรถไฟสายเก่า ด้านหลัง Tesco Lotus พระราม 4 เปิดวันจันทร์-เสาร์ 7.00 – 16.00 น. และยังมีอีกหลายสาขา
เท่าไหร่ : ข้าวหมูทอด ราคาถุงละ 21 บาท จานละ 26 บาท

ข้าวหมูทอดเจ๊จง โดย คุณจงใจ กิจแสวง ถือว่าเป็นขวัญใจคนทำงานออฟฟิศ และเหล่าบรรดาคนทำงานภาคสนามเลยล่ะ เป็นร้านที่มีบรรดาคนทำงานรับสั่งอาหาร มายืนต่อคิวซื้อที่หน้าร้านกันแน่นมากๆ ด้วยราคาไม่แพง สด ใหม่ ด้วยเนื้อหมูนุ่มไม่แข็ง ทอดกันสดใหม่ด้านข้างๆ ร้าน พร้อมข้าวที่หุงขึ้นหม้อ กับน้ำพริกเผ็ดสะใจ

หากกินที่ร้าน ยังมีเครื่องเคียงอย่างแตงกวา กล้วยน้ำว้า และเติมข้าวกันได้ฟรีๆ แบบไม่อั้นอีกด้วย! หรือจะสั่งข้าวแกง + น้ำซุปมากินเพิ่มเติม เจ๊จงก็มีขายด้วยเช่นกัน ยิ่งลูกค้าบอกกันแบบปากต่อปาก จนได้ออกรายการ TV ทำให้คนรู้จักเจ๊จงกันทั้งประเทศ

ข้าวหน้าเป็ด-พญาไทพลาซ่า

2. ข้าวหน้าเป็ด พญาไทพลาซ่า

อยู่ไหน : เป็นศูนย์อาหารริมถนนพญาไท ข้างตึกพญาไทพลาซ่า เยื้องๆ กับ BTS พญาไท เปิดวันจันทร์-เสาร์ 6.00 – 15.00 น.
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น จานละ 40 บาท

ตัวผมเองก็ทานข้าวหน้าเป็ดมาก็หลายเจ้า แต่ปัญหาที่พบคือเป็ดจะมีเนื้อไม่นุ่ม และมีกลิ่นเหม็นหืน กลิ่นสาปเป็ด แต่ของเจ้านี้นั้นต่างไปจากที่เคยเจอ เพราะมีเนื้อเป็ดที่นุ่ม หนังกรอบใช้ได้ บวกกับน้ำราดเป็ดก็ถือว่าใช้ได้ อยากให้ลองไปชิมกันดู

ก๋วยจั๊บสามทุ่ม

3. ก๋วยจั๊บสามทุ่ม Terminal 21

อยู่ไหน : ศูนย์อาหาร Pier 21 ในศูนย์การค้า Terminal 21 อโศก เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด 10.00 – 22.00 น. และยังมีอีกหลายสาขา
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น ชามละ 28 บาท พิเศษ 32 บาท

สมัยก่อนเวลาผมมาย่านสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ ก็จะแว๊บไปกิน ก๋วยจั๊บสามทุ่ม สาขาต้นตำรับ เป็นร้านรถเข็นที่ขายกันอยู่แถวๆ ข้างสถานี ตรงข้ามประตู 1 MRT บางซื่อ นั่นล่ะ (เดี๋ยวนี้ย้ายไปแถวๆ ประชาชื่นละ) คนต่อแถวรอซื้อยาวกันประจำ ถือว่าเป็นก๋วยจั๊บเจ้าดังอีกเจ้าหนึ่ง ที่มาของชื่อก็คือสมัยก่อน ปิดร้านตอนสามทุ่มนั่นเอง

พอเดี๋ยวนี้มาขยายสาขาขึ้นห้าง ทำให้มีโอกาสได้ทานกันง่ายขึ้น น้ำพะโล้ของเจ้านี้ถือว่าเข้มข้น หอมกลิ่นยาจีน ใส่เครื่องในให้เพียบ พร้อมไข่ และเต้าหู้ สไตล์ก๋วยจั๊บสูตรแต้จิ๋ว

ผัดไทย-หอยทอด เซนต์หลุยส์

4. ผัดไทย-หอยทอด เซนต์หลุยส์ Terminal 21

อยู่ไหน : ศูนย์อาหาร Pier 21 ในศูนย์การค้า Terminal 21 อโศก เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด 10.00 – 22.00 น. และยังมีอีกหลายสาขา
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น จานละ 30 บาท

อาหารประจำชาติไทย (แต่ต้นกำเนิดมาจากเวียดนาม เฝอผัด) อย่าง ผัดไทย พูดถึงแล้วก็มีร้านดัง ฝีมือดีอยู่หลายเจ้า แต่เจ้าที่ผมไปชิมเป็นประจำนั่นก็คือผัดไทย-หอยทอด เซนต์หลุยส์ ที่โด่งดังมาตั้งแต่สาขาต้นตำรับอยู่ในซอยเซนต์หลุยส์ 3 แถวๆ สาทร ขายมายาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นแม่ถึงรุ่นลูก จนขยายสาขาขึ้นห้างมาให้ชิมกันได้ง่ายขึ้น ในราคาที่ไม่แพง

เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี เหมือนเส้นจันท์ ใส่มะนาว ถั่วงอก ผัดกันสดๆ กินกันร้อนๆ หรือจะสั่งหอยทอด กุ้งสด ปลาหมึกวุ้นเส้น หรือออส่วน มากินเพิ่มเติมก็ย่อมได้

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่-สุกี้โบราณไท้เฮง

5. สุกี้โบราณไท้เฮง Terminal 21

อยู่ไหน : ศูนย์อาหาร Pier 21 ในศูนย์การค้า Terminal 21 อโศก เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด 10.00 – 22.00 น. และยังมีอีกหลายสาขา
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น จานละ 28 บาท

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ของร้าน สุกี้โบราณไท้เฮง ต้นตำรับจากเยาวราช ก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายแบบ ตั้งแต่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ คั่วหมู สุกี้น้ำไก่ หมู หรือสุกี้แห้งก็มี จะเอาแบบรวมมิตรก็ได้เช่นกัน รสชาติอร่อยถูกปากผมมาก เส้นเหนียวนุ่ม กินกับไก่คั่วหอมๆ แห้งๆ ถ้าใส่น้ำจิ้มของร้านเข้าไป ก็อร่อยไปอีกแบบ

เรียกว่าคนทำผัดกันบนกระทะทั้งวัน ไม่ต้องเดินไปไหนกันเลยล่ะ

15 แซ่บเตี๋ยวแคะ

6. 15 แซ่บเตี๋ยวแคะ ทศท. เพลินจิต

อยู่ไหน : ศูนย์อาหาร ทศท. เพลินจิต เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 6.00 – 14.00 น.
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น ชามละ 40 บาท พิเศษ 45 บาท

สมัยที่ผมทำงานแถวนั้น นี่นับว่าเป็นหนึ่งในร้านโปรดของผมเลย เจ้าของร้านเป็นลุงกับป้า (ตอนนี้ส่งไม้ต่อให้คนอื่นมาขายละ แต่ยังอร่อยเหมือนเดิม) บ้านอยู่แถวโชคชัย 4 แต่มาขายอาหารถึงแถวเพลินจิต และชื่อร้านก็มาจากล็อค 15 ที่ขายอยู่ในศูนย์อาหาร ทศท. เพลินจิต นั่นเอง เป็นร้านที่ต้องต่อคิวรอซื้อกันนานมากๆ จนร้านข้างๆ มีเคือง

เพราะก๋วยเตี๋ยวแคะร้านนี้ ทำจากลูกชิ้นปลาแท้ๆ ใส่เต้าหู้ หอม อร่อย และที่สำคัญ ให้เยอะมาก! กินร้อนๆ ได้เหงื่อแตกตลอด!

7 TOT อาหารมุสลิม

7. 7 TOT อาหารมุสลิม ทศท. เพลินจิต

อยู่ไหน : ศูนย์อาหาร ทศท. เพลินจิต เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 6.00 – 14.00 น.
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น จานละ 40 บาท

สำหรับร้านนี้ เป็นร้านอาหารมุสลิมที่อยู่ใน ทศท. เพลินจิต ที่เดียวกับด้านบนนั่นเอง ซึ่งก็มีของกินให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวแกง สลัดแขก ต้มซุปไก่ เนื้อวัว หรือซุปหางวัวก็มี แต่ที่อร่อยถูกปากผม คงต้องยกให้กับ “ข้าวหมกไก่”

เจ้านี้ข้าวหมกไก่ เนื้อไก่นุ่ม หอม ข้าวหุงกันแบบสดๆ มีกลิ่นเครื่องเทศหน่อย กับน้ำจิ้มรสเด็ด ผนวกกับน้ำซุปที่หอมกรุ่น ใส่ฟักและมะเขือเทศ ชวนให้กินกันอีกหนึ่งจาน

เจ๊กิม-ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ-เย็นตาโฟ

8. เจ๊กิม ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เย็นตาโฟ (สมบูรณ์โภชนา) ลาดพร้าว 1

อยู่ไหน : เป็นตึกแถว เลขที่ 243/14 ซ.ลาดพร้าว 1 (ข้างยูเนี่ยนมอลล์) เปิดทุกวัน (หยุดทุกวันอังคาร) 8.30 – 19.30 น.
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น ชามละ 45 บาท พิเศษ 55 บาท

ร้านนี้ถ้าใครผ่านไปแถวซอยลาดพร้าว 1 ก็อาจจะมีโอกาสได้เข้าไปทานกันบ้าง เป็นร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวหลากหลาย แต่ทีเด็ดจะอยู่ที่ลูกชิ้นปลาทำสด ใหม่ ไม่มีกลิ่นคาว ไม่ใส่ผงชูรส อีกทั้งยังมีเย็นตาโฟ ที่ใส่ลูกชิ้นกุ้ง เห็ดหูหนูขาว ปลาหมึกกรอบ ลูกชิ้นปลา และกระเทียมเจียว มาให้คุ้มค่ากับราคา หรือก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก็มีให้เลือกทานอีกด้วย

แต่ย่านนี้หาที่จอดรถค่อนข้างยากหน่อย แนะนำให้จอดรถไว้ที่ยูเนี่ยนมอลล์ แล้วเดินมากินจะสะดวกกว่า

ข้าวมันไก่ตอนรสเด็ด-สูตรไหหลำ

9. ข้าวมันไก่ตอนรสเด็ด (สูตรไหหลำ) ลาดพร้าว 1

อยู่ไหน : ในซ.ลาดพร้าว 1 (ตรงข้ามศาลเจ้าแม่โพสพ) เปิดทุกวัน 16.30 – 22.30 น. (หรือจนกว่าจะขายหมด)
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น จานละ 40 บาท พิเศษ 45 บาท ผสม 50 บาท

ร้านนี้เป็นแบบรถเข็นมาเลย จะเริ่มมาขายกันตั้งแต่ช่วงเย็นๆ ไปจนถึงดึกๆ มีลูกค้าขาประจำมารอซื้อกันพอสมควร ทีเด็ดอยู่ข้าวหอมนุ่ม ผนวกกับเนื้อไก่นุ่มๆ มันๆ ไม่แข็ง ไม่เหม็นคาว และน้ำซุปรสชาติดี กลมกล่อม ที่คุณสามารถขอกระดูกไก่ หรือจะโรยผักชีใส่เพิ่มด้วยก็ได้

แต่ย่านนี้หาที่จอดรถค่อนข้างยากหน่อย แนะนำให้จอดรถไว้ที่ยูเนี่ยนมอลล์ แล้วเดินมากินจะสะดวกกว่า

ข้าวขาหมู-ลาดพร้าว 1

10. ข้าวขาหมู ลาดพร้าว 1

อยู่ไหน : ในซ.ลาดพร้าว 1 (หน้า 7-11) เปิดทุกวัน 8.00 – 15.00 น.
เท่าไหร่ : ราคาเริ่มต้น จานละ 40 บาท พิเศษ 45 บาท ซูเปอร์ 50 บาท

ร้านนี้จะขายกันตั้งแต่ช่วงเช้าๆ ไปจนถึงบ่ายๆ หรือจนกว่าขาหมูจะหมด สังเกตง่ายๆ เมื่อเข้ามาในซอยลาดพร้าว 1 จะอยู่ที่ 7-11 สาขาแรกเลย เนื้อหมูของที่นี่เนื้อค่อนข้างนุ่ม บวกกับน้ำซุปที่เข้มข้น หนังหมูก็ลื่น เคี้ยวง่าย ส่วนไส้หมูค่อนข้างสะอาด

แต่ร้านนี้เหมาะสำหรับให้คนทำงานรับสั่งอาหารมาซื้อไป หรือสั่งกลับบ้านมากกว่า เพราะที่นั่งกินที่ร้านนั้นมีน้อยมาก ถ้าใครไม่กลัวอ้วนต้องมาชิม!

เชื่อว่าหลายๆ ท่าน ระดับวงใน เห็นแล้วรู้สึกน้ำลายสอกันแล้วล่ะสิ สำหรับตอนต่อไปของ 10 อาหารมื้อเด็ด เมนูอร่อย ในกรุงเทพฯ ที่กินแล้วต้องมากินอีก! จะมีที่ไหนและเมนูอร่อยๆ จากที่ไหนบ้างนั้น โปรดรอติดตามชมกันนะครับ!

ส่วนใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ มาขายรถกับ CARRO สิ เรารับซื้อรถมือสอง ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

หลายต่อหลายครั้ง ที่คนเรามักจะมีเรื่องให้ขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างเช่น  ต้นไม้รุกล้ำ เสียงดัง รวมไปถึงการจอดรถขวางหน้าบ้าน ทำให้เกิดความหงุดหงิด กวนใจ ทั้งที่ต้องตักเตือนกันอยู่บ่อยครั้ง และอาจก่อให้กลายเรื่องใหญ่ถึงขั้นฟ้องร้องกัน 

แต่ถ้าคุณมีรถหลายคัน จนไม่อยากเอาไปจอดเกะกะเพื่อนบ้าน มาขายรถกับ CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

CARRO จึงรวบรวมข้อพิพาทการจอดรถขวางหน้าบ้าน ที่กฏหมายจะช่วยคลายปมนี้ได้ ดังนี้

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

ถ้าใครคิดว่า ถนนเป็นที่สาธารณะ กำลังเข้าใจผิด !!

ถนน คือ ทางสัญจร
ทาง หมายความรวมถึง ทางเดินรถ ทางเท้า สะพาน ลานการจราจร

สัญจร คือ การผ่านไปมา
ดังนั้น ถนน คือ ทางสำหรับการผ่านไปมา ไม่ใช่ที่จอดรถ สามารถหยุดรถเพื่อรับส่งคน หรือสัมภาระได้ แต่ไม่ใช่ใช้เป็นลานจอดรถ ถึงแม้ว่าจะจอดรถไว้หน้าบ้านของตัวเองก็ตาม คุณเองก็ผิดถ้าผูใช้รถใช้ถนนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

การจอดรถขวางประตูเข้าออกบ้านของผู้อื่น เป็นการกระทําให้ผู้อื่นเดือดร้อน รําคาญ เพราะไม่สามารถนํารถเข้าหรือออกจากบ้าน จะมาอ้างว่าถนนหน้าบ้านเป็นที่สาธารณะนั้นทําไม่ได้ เนื่องจากหากเจ้าของรถใช้สิทธิไปก่อความเดือดร้อนของผู้อื่นทั้งที่รู้แก่ใจถึงความเสียหาย จะถือว่า กระทําความผิดฐานก่อความเดือดร้อนรําคาญใจตามมาตรา 397 หมวดลหุโทษ

สรุปว่า การจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น (ประตูทางเข้าออก) เป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 พันบาท

How-To-Carpark-In-Front-Of-House

วิธีการแก้ปัญหา คือ

1. เขียนป้ายเตือนไว้
2. ถ้ายังมีรถมาจอดขวางทาง แนะนำให้คุยกันก่อน
3. แต่ถ้าตกลงไม่ได้ก็ต้องพึ่งคนกลางอย่าง ตำรวจ, นิติบุคคล

ทั้งนี้ เมื่อเป็นความผิดกฎหมายอาญาแล้ว ตํารวจจะปัดไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ไม่ได้ ถ้าปฏิเสธ อาจมีโทษฐานละเว้นหน้าที่โดยทุจริต เพราะความผิดฐานนี้ไม่จําเป็นต้องมีความเสียหายเกิดขึ้น แค่เกิดพฤติกรรมที่ทําให้ผู้อื่นเดือดร้อนรําคาญใจ ก็เป็นความผิดอาญาฐานนี้แล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าตัวเจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นะคะ

ที่มา : TerraBKK

Parking-Fee-In-Bangkok

อีกหนึ่งข้อสงสัยที่คนเมืองกรุงโดยเฉพาะสาวๆ ต้องคิดคำนวณกันแบบไม่ตก ในระหว่างการเดินทางไปทำธุระบางอย่าง หรือเลือกช้อปสินค้าต่างๆ ที่ห้างสรรพสินค้า ว่าการคิดค่าที่จอดรถของแต่ละที่นั้น มีอัตราเท่าไร มีค่าธรรมเนียมต่างหากหรือไม่ จอดห้างไหนที่ใกล้ๆ กัน แต่มีอัตราค่าจอดที่ถูกกว่า

ซึ่งแค่สำหรับการวนหาที่จอดรถนั้นเหมือนดั่งหาขุมทรัพย์แล้ว เราต้องช้อปให้ถึงเท่าไร หรือใช้บริการอะไร ถึงจะได้จอดฟรี!

วันนี้ CARRO จึงได้รวบรวมมาให้คุณที่นี้แล้ว สำหรับ 5 ย่านดัง กับค่าที่จอดรถในห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในกรุงเทพฯ จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกัน

5 ย่านดังกับค่าที่จอดรถห้างฯ ยอดนิยมในกรุงเทพ

1. ลาดพร้าว

มาเริ่มกันที่ย่านแรกอย่าง ‘ลาดพร้าว’ ซึ่งย่านนี้มีห้างสรรพสินค้าดังคือ CentralPlaza Lardprao, Union Mall มีอัตราอัตราค่าที่จอดรถ ดังนี้

  • CentralPlaza Lardprao เรทสตาร์ท 1 ชั่วโมงแรกฟรี 3 ชั่วโมงต่อมาคิด 20 บาท, 4 ชั่วโมงคิด 40 บาท, 5 ชั่วโมงขึ้นไปชั่วโมงละ 50 บาท แต่คุณสามารถแสตมป์บัตรได้ โดยนำใบเสร็จสินค้าราคา 3,000 บาท จอดฟรีได้อีก 2 ชั่วโมง, ใบเสร็จสินค้าราคา 4,000 บาท ฟรี 3 ชั่วโมง, ใบเสร็จสินค้าราคา 7,000 บาท ฟรี 6 ชั่วโมง
  • Union Mall สตาร์ทที่ 10 บาทจอดได้ 3 ชั่วโมง และชั่วโมงที่ 4-5 คิดเพิ่มอีก 10 บาท, ชั่วโมงที่ 6 คิดเพิ่ม 20 บาท, ชั่วโมงที่ 7 ขึ้นไป ชั่วโมงละ 40 บาท หากจอดรถค้างคืน 300 บาท

สยาม Siam

2. สยาม

ส่วนย่านที่สองคือ สยาม เป็นอีกหนึ่งย่านที่ใครหลายคนคงคิดว่ามีราคาอัตราค่าที่จอดรถที่ค่อนข้างแพง แต่ทว่าหากคุณลองเทียบกันดูแล้ว ก็จะพบว่ามันไม่ได้แพงอย่างที่คุณคิดสักเท่าไร

  • Siam Paragon เริ่มต้นด้วยการให้จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก ถัดไปชั่วโมงละ 30 บาท แต่หากจอดเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป คิดชั่วโมงละ 60 บาท ซึ่งคุณสามารถนำบัตรจอดรถไปแสตมป์ได้ โดยนำใบเสร็จราคา 800 บาท ฟรี 2 ชั่วโมง, ใบเสร็จราคา 3,000 บาท ฟรี 4 ชั่วโมง, ใบเสร็จราคา 8,000 บาท ฟรี 6 ชั่วโมง หรือหากคุณได้ใช้บริการของ Cinema, Sealife, Fitness ฟรีเพิ่ม 3 ชั่วโมง
  • Siam Center ,Siam Discovery จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 30 บาท แต่หากจอดเกิน 6 ชั่วโมงคิดชั่วโมงละ 60 บาท ซึ่งคุณสามารถลดค่าจอดด้วยการซื้อสินค้าครบตามกำหนดดังนี้ 800 บาท ฟรี 2 ชั่วโมง, 3,000 บาท ฟรี 4 ชั่วโมง
  • Siam Square One ฟรีแค่ 15 นาทีแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท ไม่มีการแสตมป์ส่วนลดของบัตรจอดรถ
  • Siam Square หรือฝั่งตึกสยามสแควร์ เริ่มจอดฟรี 15 นาที ชั่วโมงแรก 10 บาท ส่วนชั่วโมงที่ 2-6 ชั่วโมงละ 20 บาท  และชั่วโมงที่ 7 เป็นต้นไปชั่วโมงละ 40 บาท
  • MBK Center 4 ชั่วโมงแรก เหมาจ่าย 40 บาท หลังจากนั้นชั่วโมงละ 20 บาท
  • หอศิลป์กรุงเทพฯ 15 นาทีแรกจอดฟรี 15 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 20 บาท หากชั่วโมงที่ 3-4 ชั่วโมงละ 30 บาท และ 5 ชั่วโมงขึ้นไป ชั่วโมงละ 40 บาท หากชมนิทรรศการ สาารถประทับตราบัตรจอดรถฟรี 2 ชั่วโมง
  • สามย่าน มิตรทาวน์ จอดรถฟรี 4 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 5-8 ชั่วโมงละ 20 บาท ชั่วโมงที่ 9 ขึ้นไป คิดชั่วโมงละ 50 บาท

ปิ่นเกล้า Pinklao

3. ปิ่นเกล้า

มาสู่ย่านเมืองเก่าอย่าง ย่านปิ่นเกล้า ที่รวมแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่างๆ ไว้โดยรอบ

  • CentralPlaza Pinklao จอดฟรีตลอดทั้งวัน
  • The Sense Pinklao จอดฟรี 1 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 2-5 ชั่วโมงละ 20 บาท ชั่โมงที่ 6-8 ชั่วโมงละ 40 บาท ชั่วโมงที่ 9 เป็นต้นไป ชั่วโมงละ 100 บาท
  • พาต้า ปิ่นเกล้า จอดฟรีตลอดวัน
  • Major Cineplex Pinklao จอดฟรี 1 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 2-4 คิดเหมารวม 20 บาท แต่หากจอดนานเกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท

รัชดา-พระรามเก้า Esplanade

4. รัชดา-พระรามเก้า

ย่านที่ 4 รัชดา-พระรามเก้า เป็นอีกย่านที่คึกคักทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ด้วยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ตลาดนัดทั้งเล็กและใหญ่ รวมไปถึงห้างสรรพค้าหลากหลายรูปแบบที่ให้คุณได้เลือกช้อปสินค้าได้อย่างจุใจ จะมีค่าที่จอดในอัตราเท่าไรมาดูกัน

  • Esplanade Ratchadaphisek จอดฟรีใน 30 นาทีแรก ชั่วโมงต่อไปคิดเป็นชั่วโมงละ 70 บาท หากคุณซื้อสินค้าหรือบริการครบ 500 บาท ให้นำใบเสร็จไปประทับตรา ใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 4 ชั่วโมงแรก 20 บาท ถ้าซื้อสินค้าหรือบริการครบ 1,500 บาท ให้นำใบเสร็จไปประทับตรา ใช้เป็นส่วนลดค่าจอดรถ 5 ชั่วโมงแรก 20 บาท ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการโรงภาพยนตร์ หรือ Blu-O ประทับตราจอดรถได้ 5 ชั่วโมงแรก 20 บาท
  • Big C Extra Ratchadaphisek จอดฟรี 3 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 50 บาท
  • The Street Ratchada ลานจอดรถ 1, 2 และภายนอกอาคาร จอดฟรี 2 ชั่วโมง ส่วนภายในอาคารจอดรถ จอดฟรี 4 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท
  • CentralPlaza Grand Rama IX จอดฟรี 2 ชั่วโมงแรก ทุกชั่วโมงถัดไป 20 บาท/ชั่วโมง หากซื้อสินค้า หรือบริการจากร้านค้าในศูนย์การค้า (และจากอาคาร G Tower เฉพาะวันหยุด, เสาร์ และอาทิตย์) 500 บาท ขึ้นไป เพิ่มเวลาจอดรถฟรี อีก 2 ชั่วโมง และ 1,500 บาท ขึ้นไป เพื่อเพิ่มเวลาจอดรถฟรี อีก 4 ชั่วโมง
  • Fortune Town วันจันทร์-ศุกร์ คิดค่าที่จอดรถเริ่มต้นที่ จอดรถฟรี 1 ชั่วโมง ส่วนในชั่วโมงที่ 2-4 คิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 ชั่วโมง และในวันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จอดรถฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดค่าบริการชั่วโมงละ 20 บาท เศษของชั่วโมงคิดเป็น 1 ชั่วโมง

รังสิต Future-Park

5. รังสิต

จบท้ายด้วย ย่านที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองกรุงเทพฯ เท่าไหร่ แต่ด้วยความเจริญทำให้เราไม่พูดถึงคงไม่ได้อย่างย่าน รังสิต ที่มีห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่าง Future Park Rangsit และ Zpell อีกทั้งยังมี Big C , Tesco lotus และ Zeer Rangsit

  • Future Park Rangsit + Zpell จอดรถฟรี 4 ชั่วโมง ชั่วโมงถัดไป ชั่วโมงละ 10 บาท ซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้าครบ 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์จอดฟรี เพิ่มอีก 4 ชั่วโมง ส่วนลูกค้ากลุ่มโรงเรียน ให้ Stamp จอดฟรีเพิ่ม 8 ชั่วโมง ในวันที่มีเรียนได้ *สิทธิ์บัตร Member / บัตรสมาชิก และสิทธิพิเศษอื่นๆ สอบถามได้ที่ เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ หากจอดก่อน 7.00 สามารถจอดชั้น B (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • Big C Rangsit จอดฟรีตลอดทั้งวัน
  • Tesco lotus Rangsit จอดฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงถัดไปคิดชั่วโมงละ 50 บาท
  • Zeer Rangsit จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 20 บาท

โดยรวมแล้วระบบการคิดอัตราค่าที่จอดรถของแต่ละห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในย่านดังต่างๆ ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างที่จะหลากหลายพอสมควร ซึ่งหากคุณลองบวกลบกันดูนั้นจะพบว่า หากไม่จอดแช่เกิน 5-6 ชั่วโมง ก็คุ้มค่าพอที่จะเสียเงิน โดยที่ไม่ประทับตราหรือสแตมป์บัตรอะไร

ซึ่งนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับธุระของคุณอีกด้วย เพราะหากมีการซื้อสินค้าและใช้บริการอะไรบ้าง ตามกำหนดของแต่ละห้างสรรพสินค้า คุณก็ได้จอดฟรีแบบไม่ต้องเสียเงิน ทำให้คุ้มค่าโดยไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนค่ะ

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ค่ะ —> เพิ่มเพื่อน

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

เดือนมกราคม 2563 นี้ นับตั้งแต่ต้นเดือน จนถึงปลายเดือน จะเรียกว่าเป็นเดือนแห่งความสุข และเดือนแห่งวิกฤติในเวลาเดียวกัน ทั้งเทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญคนไทยก็ตาม และการที่ต้องเผชิญปัญหาจากฝุ่น PM 2.5

ส่วนวิกฤติจากจีนอย่าง “โคโรนาไวรัส” สายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน ไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีนักท่องเที่ยวจีนเอามาแจก! รวมถึงในไทยด้วย! ซึ่งทุกคนก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

สำหรับรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้งานทุกวัน (เช่น รถบริษัท) หรือรถยนต์สาธารณะอย่าง แท็กซี่มิเตอร์ รถโรงแรม หรือรถที่วิ่งรับคนผ่าน App จะมีวิธีป้องกันเชื้อโรค และไวรัสต่างๆ ได้อย่างไร?

แต่ถ้าคุณอยากขายรถ กำลังมองหาว่าที่ไหนรับซื้อรถมือสอง ที่ไหนรับซื้อรถแบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักอย่าง เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ที่สะอาดกว่าเดิม หรือจะเช็คราคา ตีราคาก่อนก็ได้! สามารถขายรถกับทาง CARRO ได้ง่ายๆ ที่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425 หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO จะมาแนะนำวิธีป้องกัน “โคโรนาไวรัส” ให้ปลอดภัยทั้งคนขับและผู้โดยสารครับ.

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

1. เจลล้างมือ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ถ้ารถของคุณเป็นรถที่ต้องใช้งานกันหลายๆ มือ หรือเป็นรถสาธารณะ ที่ต้องเน้นความสะอาดเป็นหลัก ก็ควรจะซื้อเจลล้างมือ หรือผ้าเช็ดมือ ติดรถไว้สักหน่อย เพื่อความสะอาดทั้งของคนขับเอง และทั้งมือของผู้โดยสารอีกด้วย พร้อมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ไว้สำหรับเช็ดในจุดที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ

2. เน้นทำความสะอาด

ช่วงนี้อาจจะต้องฟิตทำความสะอาดรถยนต์สักนิดนึง ถ้าหากว่ารถของคุณ เบาะนั่งเป็นแบบผ้าสักหลาด หรือแบบผ้ากำมะหยี่ และพรมปูพื้นที่ชอบอมฝุ่น ก็ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดตามซอกตามมุมต่างๆ ที่เข้าถึงได้ยาก หรือใช้เทปกาวเหนียวๆ แปะไปตามจุดต่างๆ ของเบาะนั่ง หรือพรม แล้วก็ดึงขึ้นมา หรือจะใช้ลูกกลิ้งกำจัดขน หรือแปรงปัดขนก็ย่อมได้

แต่ถ้าเป็นเบาะแบบหนังเทียม (เบาะไวนิล) หรือเบาะหนังแท้ ก็ให้เตรียมแปรงสีฟัน ผ้าขนหนู กับน้ำหรือผสมสบู่เหลวใส่ลงไปหน่อยก็ได้ พร้อมสเตคลีน หรือน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนัง (กรณีสกปรกมาก) บรรจงเช็ดลงบนเบาะให้สะอาด ก่อนจะซักผ้าที่เช็ด แล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดซ้ำลงไปอีกรอบ

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

3. หน้ากากอนามัย

เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้งานหลายคน หรือรถสาธารณะ มีการเปิดประตูเข้า-ออก หรือเปิดกระจกกันบ่อยๆ โอกาสที่ฝุ่นจากภายนอกรถ พร้อมเชื้อโรคก็มีโอกาสเข้ามาในรถได้เรื่อยๆ การติดหน้ากากอนามัยไว้ในรถ (และต้องใส่ให้ถูกวิธี ต้องให้ด้านที่เป็นสีอยู่ด้านนอก ให้บริเวณโครงลวดอยู่ด้านบนสันจมูก เพื่อปรับรูปหน้ากากให้เข้ากับใบหน้า)

นับเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่มี ซึ่งการใช้หน้ากากอนามัยทั่วไป ก็สามารถป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสได้แล้ว แต่เมื่อใส่แล้วก็ควรใส่ตลอด หากมีการถอดก็ควรเปลี่ยนชิ้นใหม่

4. เครื่องฟอกอากาศ

แม้ว่าระบบปรับอากาศในรถจะมีตัวกรองอากาศ หรือระบบฟอกอากาศต่างๆ ติดมาให้ แต่ในรถยนต์รุ่นเก่าๆ หรือรถรุ่นธรรมดา ระบบฟอกอากาศยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตั้งเพิ่มเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องขับรถกันทั้งวัน

ในตลาดปัจจุบัน ก็มีเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาจำหน่ายกันอยู่หลายเจ้า ซึ่งเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติน่าใช้งาน จะต้องกรองฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็ก หรือแบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ที่คายประจุลบได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส ที่ลอยอยู่ในอากาศ สารประกอบอินทรีย์ระเหย รวมไปถึงควันบุหรี่ และละอองจากเกสรดอกไม้ได้ เป็นต้น

5-Methods-To-Prevent-Coronavirus

5. จอดรถตากแดด

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เร็วขึ้น ในสภาวะอุณหภูมิปกติ นั่นคือการ “จอดรถตากแดด” เพราะบ้านเราเป็นเมืองที่ร้อนกันตลอดทั้งปี การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ช่วยฆ่าเชื้อโรค ก็เป็นทางเลือกที่ดี

แต่ก็อย่าตากแดดกันทั้งวัน เพราะแทนที่จะฆ่าเชื้อโรค กลับกลายเป็นทำให้สีรถ หรือวัสดุภายในต่างๆ เสื่อม กรอบ หรือซีดเร็วขึ้น

เป็นอันว่า เมื่ออ่านจบแล้ว อย่าลืมนำไปลองปฏิบัติตามกันดูนะครับผม ส่วนใครที่กำลังมองหาที่รับซื้อรถมือสอง หรืออยากขายรถมือสอง อย่าลืมนึกถึง CARRO กันนะครับ

ตรุษจีน 2563 นี้ หลายคนมีแพลนเตรียมตัวทำความสะอาดบ้านก่อนปีใหม่ ไปซื้อของไหว้เจ้า ทั้งปลา เป็ด ไก่ ผลไม้ เตรียมแจกแต๊ะเอีย แจกอั่งเปาให้เด็กๆ และคนรู้จัก พร้อมไหว้เจ้าขอให้สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง ทำมาค้าขายรุ่งเรือง เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2563

ซึ่งเทศกาลตรุษจีนในประเทศจีนนั้น มีการฉลองและหยุดกันอย่างยาวนานนับอาทิตย์เลยทีเดียว MR.CARRO ก็ขอให้ทุกท่านโชคดี สมปรารถนาตลอดปี 2563 นะครับ

Chinese-New-Year

ปกติแล้ว ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะประกอบไปด้วย 3 วัน นั่นคือ

  • 23 มกราคม วันจ่าย
  • 24 มกราคม วันไหว้
  • 25 มกราคม วันเที่ยว (หรือวันขึ้นปีใหม่)

แต่วันที่คนชาวไทยเชื้อสายจีน และคนจีนทั่วโลก ให้ความสำคัญ นั่นคือ “วันไหว้” เพราะคนจีนส่วนใหญ่มักมีอาชีพค้าขายเป็นหลัก จึงมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพและเรื่องโชคลาภ

โดยในวันตรุษจีนของแต่ละปี ชาวจีนก็จะนิยมตั้งโต๊ะไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิงเอี้ย) กันทุกปี ตามความเชื่อที่ว่าองค์เทพไฉ่ซิงเอี้ยจะดลบันดาลให้ทำมาค้าขายดี เงินทองไหลมาเทมา

สำหรับการไหว้ในช่วงวันไหว้นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ครั้งหลักๆ เตรียมตั้งโต๊ะไหว้เจ้ากันได้เลย …

Chinese-New-Year

1. ช่วงเช้ามืด ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ช่วงเช้ามืด เริ่มต้นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ไป๊เล่าเอี๊ย) ประมาณ 6.00 – 7.00 น. เพื่อขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทพเทวดาผู้คุ้มครองบ้านเรือน หลังจากไหว้เสร็จ ค่อยเผากระดาษเงินกระดาษทองตามประเพณี

แต่ช่วงนี้ ไม่เผากระดาษก็ได้ หรือเผากระดาษแค่เล็กน้อยก็พอ เพื่อป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เพิ่มมากขึ้น อาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ

ของไหว้ : เนื้อสัตว์ต้มสุก (ซาแซ) 3 อย่าง หรือ 5 อย่าง (โหงวแซ) เช่น ไก่ เป็ด หมู ฯลฯ ต่อด้วยผลไม้มงคล 5-7 อย่าง เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้ 5 ดอก

Chinese-New-Year

2. ช่วงสาย ไหว้บรรพบุรุษ

ตอนสายๆ ไหว้บรรพบุรุษ (ไป๊เป้บ๊อ) ระลึกถึงญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามความเชื่อของชาวจีน ช่วงเวลาประมาณ 10.00 – 11.00 น. ไม่เกินเที่ยง จากนั้นทุกคนในครอบครัว ก็จะนำของไหว้มารับประทานร่วมกัน พร้อมแจกอั่งเปา แจกแต๊ะเอียไปด้วยเลยก็ได้

ของไหว้ : เนื้อสัตว์ต้มสุก 3-5 อย่าง (ซาแซ หรือ โหงวแซ) เหมือนการไหว้ช่วงเช้า แต่เพิ่มอาหารอื่นๆ ที่บรรพบุรุษชอบ หรืออาหารที่มีความหมายมงคล หรือขนมมงคล เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน ซาลาเปา ฯลฯ พร้อมผลไม้มงคล เช่น ส้ม  และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้ 3 ดอก

ข้อควรระวัง : คนจีนไม่นำเต้าหู้ขาวมาไหว้วันตรุษจีน เนื่องจากสีขาวเป็นสีแห่งความโศกเศร้า และของไหว้ไม่ควรเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด รสขม และผลไม้ที่มีหนาม เพราะทำให้ชีวิตมีอุปสรรคขวากหนาม ไม่ราบรื่น

3. ช่วงบ่าย ไหว้สัมภเวสี

การไหว้ผีไม่มีญาติหรือสัมภเวสี (ไป๊ฮ้อเฮียตี๋) เพื่อทำบญทำทาน จะไหว้ช่วงประมาณ 14.00 – 16.00 น. พอไหว้เสร็จ ค่อยจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้าย และเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับตรุษจีน

ของไหว้ : อาหารต่างๆ ที่เหลือจากการไหว้รอบเช้า และรอบสาย ข้าวสวย ขนมต่างๆ เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปไหว้เพียง 1 ดอกเท่านั้น

Chinese-New-Year

4. ช่วงดึก ไหว้ “ไฉ่ซิงเอี้ย” เทพแห่งโชคลาภ

ตอนดึกคุณสามารถตั้งโต๊ะไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภได้ เพื่อความเป็นสิริมงคล มีฤกษ์ในการไหว้คือช่วงกลางดึกของคืนวันสิ้นปี ก่อนจะเข้าสู่วันตรุษจีน ระหว่างเวลา 23.00-01.00 น. (คืนวันที่ 24 มกราคม คาบเกี่ยวไปยังวันที่ 25 มกราคม 2563)

ของไหว้ : รูปภาพหรือรูปปั้นขององค์ไฉ่ซิงเอี้ย, แจกันดอกไม้สด 1 คู่, เทียนแดง 1 คู่, กระถางธูปและธูปสำหรับไหว้, น้ำชา 5 ถ้วย, ขนมอี้(สาคูแดง) 5 ถ้วย หรือข้าวสวย 5 ถ้วย, ขนมจันอับ, น้ำชา 5 ถ้วยเล็ก, ผลไม้มงคล 5 อย่าง เช่น ส้ม แอปเปิ้ลแดง องุ่นแดง กล้วยหอมทอง สับปะรด ฯลฯ, เจไฉ่ 5 อย่าง เช่น ดอกไม้จีน ฟองเต้าหู้ วุ้นเส้น เห็ดหอม เห็ดหูหนู และกระดาษเงินกระดาษทอง

วิธีการไหว้ : ให้ผู้ไหว้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก จุดธูป 3 ดอก 5 ดอก 9 ดอก หรือ 12 ดอกก็ได้ แล้วกล่าวคำสวดมนต์ไหว้สักการะ ดังนี้ “นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ” (3 จบ) จากนั้นสวดบทสักการะว่า “โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา” (สวด 3 จบ 5 จบ 9 จบ หรือ 12 จบก็ได้) จากนั้นกล่าวชื่อ-นามสกุล ของตัวเอง และเรื่องที่จะขอพร

จากนั้นนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผา แล้วให้ผู้ใหญ่ในบ้านถือรูปภาพหรือรูปปั้นไฉ่ซิงเอี้ยพร้อมกระถางธูปเข้าบ้าน เป็นการเชิญเทพเข้าบ้าน และของไหว้ก็ห้ามทิ้ง เพราะถือเป็นของมงคล ให้นำไปแบ่งกันรับประทาน

เพียงแค่ไหว้เจ้าตามนี้ คุณก็สุขกายสบายใจ พร้อมรับสิริมงคลไปตลอดทั้งปี 2563 แล้วครับ

ข้อมูลแหล่งที่มาจาก: