5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

ใครหลายคนที่เป็น “ทาสแมว” ก็มักจะหลงไหลแมวเป็นพิเศษ เพราะแมวนั้นเป็นสัตว์ที่มีหน้าตาดูน่าเกรงขาม (เหมือนเสือตัวน้อยๆ) แต่ก็แฝงไปด้วยความน่ารักในตัว กับความออดอ้อนเก่ง นวดเก่ง ที่ทำให้ใครต่อใคร มักหลงไหลเจ้าเหมียวไปด้วย

การท่องเที่ยวของคนเรามักจะมีอยู่เสมอๆ นอกจากคนไปเที่ยวแล้ว บางทีอยากจะพาสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ออกเดินทางไปเที่ยวพร้อมกันด้วยเช่นกัน

แล้วถ้า “ทาสแมว” จะพา “เจ้านาย” ของคุณไปเที่ยวพร้อมกันล่ะ คุณจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ให้ทั้งคุณและเจ้าเหมียว มีความสุขในระหว่างการเดินทางไปพร้อมกัน ลองอ่านเคล็ดไม่ลับดูกัน …

1. เตรียมพร้อมก่อนการเดินทาง

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

เตรียมปลอกคอ เขียนชื่อ-เบอร์โทร ของเจ้าของแมวเอาไว้ไปด้วย พร้อมกับสายรัดแมว เผื่อเจ้าเหมียวอาจจะเตลิดหนีหายไป ระหว่างที่เราพาแมวไปเที่ยวด้วยกัน

ก่อนเดินทางสัก 2-3 ชั่วโมง ก็จัดการเตรียมตัวให้แมวทานอาหาร พร้อมกับเปิดประตูกระเป๋าสัตว์เลี้ยงไว้ ให้แมวจะได้สำรวจซะให้พอ เพราะถ้าแมวรู้สึก OK แล้ว ทาสแมวก็จะไม่ต้องลำบาก ตอนเวลาขับรถ

2. สร้างความคุ้นเคย

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

“กลิ่น” ประจำตัวของแมว นี่ก็ถือว่าสำคัญ เพราะเป็นการทำให้แมวสร้างความคุ้นเคยต่อสถานที่นั้นๆ คุณอาจจะปล่อยให้เขาใช้หัวถูภายในรถ เพื่อให้กลิ่นของเจ้าเหมียวติดอยู่ในรถ หรือนำสิ่งของที่เขาคุ้นเคย อย่างเช่น ห้องน้ำแมว เบาะที่นอน ผ้าห่ม หรือผ้าเช็ดตัวของเจ้าเหมียวติดไปด้วย

3. ของจำเป็น X ที่ลับเล็บ

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

อย่าลืมเตรียมกระบะทราย สำหรับการขับถ่ายของเจ้าเหมียว ชามใส่อาหาร และชามใส่น้ำ รวมถึงชุดปฐมพยาบาลของแมวไว้ด้วยก็ดี และอย่าลืมที่ลับเล็บสําหรับแมวไปด้วย (ถ้าไม่มี ก็ใช้กล่องไปรษณีย์ หรือลังกระดาษก็ได้) เพราะสามารถช่วยให้แมวแก้เครียดได้ และช่วยให้แมว ไม่ไปขีดข่วนเบาะรถของคุณแทน

4. กระเป๋าสัตว์เลี้ยง

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

กรณีที่เดินทางไปด้วยกันหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งขับรถแค่เพียงคนเดียว การใช้กระเป๋าใส่แมว หรือที่กั้นสัตว์เลี้ยงไว้ภายในรถ เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเจ้าเหมียวอาจซน จนทำให้คุณเสียสมาธิหรือเกิดอันตรายตอนขับรถได้

ระหว่างยกกระเป๋าสัตว์เลี้ยงไปที่รถ พยายามหาผ้าปิดที่ด้านหน้าของช่องตรง เพื่อที่ไม่ให้แมวรู้สึกตื่นตกใจเวลาเห็นสิ่งต่างๆ

5. อย่าลืมสเปรย์แมวติดตัว

5-Ways-To-Keep-Cat-With-Your-Car

อย่าลืมพกสเปรย์ฟีโรโมนอย่าง Feliway ซึ่งเป็นสเปรย์ที่เลียนแบบกลิ่นฟีโรโมน ที่แมวชอบปล่อยออกมาตอนผ่อนคลายสบายใจในอาณาเขตของตัวเอง เลยช่วยปลอบแมวให้สงบเวลาอยู่บนรถได้ ไปด้วย ไม่งั้นแมวของคุณอาจจะเกิดอาการตกใจ หรือหงุดหงิดได้

แค่นี้ คุณกับแมว ก็เดินทางไปด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วครับ

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Department-Of-Rail-Transport-Reduce-Train-Fare

ข่าวดี ของนักเดินทาง! กรมการขนส่งทางราง เตรียมเริ่มไอเดียลดค่าครองชีพ ด้วยมาตรการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบรายเดือน และช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-Peak) เริ่ม ธ.ค.นี้ คาดคนใช้เพิ่ม 1.5 แสนเที่ยวคนต่อวัน

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า วันที่ 6 ก.ย. 2562 เป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าได้ประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยเสนอมาตรการจูงใจให้ใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ด้วยการให้ผู้โดยสารซื้อตั๋วรถไฟฟ้าระบบใดก็ได้ครบ 15,000 บาท สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ซึ่งรูปแบบคล้ายกับนโยบายช็อปช่วยชาติที่ผ่านมานั่นเอง

เพื่อจูงใจคนเดินทางมากขึ้น ลดความแออัดช่วงเร่งด่วน คาดว่าจะทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกระบบ 10% หรือประมาณ 1.5 แสนเที่ยวคนต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.33 ล้านเที่ยวคนต่อวัน คาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา และเริ่มทดลองได้ภายในปีนี้

มาตรการลดค่าครองชีพ ด้วยการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า มี 2 แนวทาง คือ

1. ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้ารายเดือนลง และ

2. ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าในช่วงที่ผู้โดยสารไม่นิยมเดินทาง (Off-peak) โดยปัจจุบันมีรถไฟฟ้าในระบบ 4 ประเภท ได้แก่ 

Airport-Rail-Link

1. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ทเรลลิงค์ ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 15-45 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 31 บาท/คน/เที่ยว หากลดราคาเป็นตั๋วรายเดือนจะอยู่ที่ 25-30 บาท/เที่ยว

แนวทางการลดราคา คือ ลดราคาช่วง Off-peak อยู่ที่ 15-25 บาท/เที่ยว โดยแอร์พอร์ตลิงก์จะลดราคาสูงสุดช่วงไม่เร่งด่วนให้ 40% ส่วนบัตรรายเดือนอยากให้แต่ละระบบกำหนดราคาอยู่ที่ 300-500 บาท

โดยแอร์พอร์ตลิงก์ มีช่วงเร่งด่วน 3 ช่วง คือ 05.30-07.00 น. ช่วง 10.00-17.00 น. และช่วง 20.00-24.00 น.

MRT-Purple-Line

2. รถไฟฟ้าสายสีม่วง ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 14-42 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 21 บาท/คน/เที่ยว หากลดราคาตั๋วรายเดือนอยู่ที่ 15-20 บาท/เที่ยว

แนวทางการลดราคา คือ ลดราคาช่วง Off-peak อยู่ที่ 14-25 บาท/เที่ยว

โดยสายสีม่วง มีช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ที่ ช่วง 06.30-08.30 น. และช่วง 17.00-19.30 น.

MRT-Blue-Line

3. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 16-42 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 25 บาท/คน/เที่ยว หากลดราคาตั๋วรายเดือนจะอยู่ที่ 20-25 บาท/เที่ยว

แนวทางการลดราคา คือ ลดราคาช่วง Off-peak อยู่ที่ 16-30 บาท/เที่ยว

โดยสายสีน้ำเงิน มีช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่ที่ 06.00-09.00 น. และช่วง 16.00-19.30 น.

สายสีม่วงและสายสีน้ำเงินจะทำโปรโมชั่นร่วมกัน จากปัจจุบันราคาสูงสุดอยู่ที่ 70 บาทต่อเที่ยว ทาง BEM อยู่ระหว่างเสนอให้บอร์ดพิจารณาลดราคาอาจจะเป็น 48 บาทต่อเที่ยว

BTS-Skytrain

4. รถไฟฟ้าบีทีเอส ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีค่าโดยสารที่จัดเก็บอยู่ที่ 16-44 บาท/คน/เที่ยว เฉลี่ยเดินทางต่อคนอยู่ที่ 29 บาท/คน/เที่ยว ลดราคาตั๋วรายเดือนอยู่ที่ 26 บาท/เที่ยว

ช่วง Off-peak ไม่มี เนื่องจากมีปริมาณคนเดินทางในทุกช่วงเวลา แต่ที่มากๆ จะเป็นช่วง 07.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น.

สำหรับรถไฟฟ้า BTS ปัจจุบันได้ดำเนินการจำหน่ายตั๋วเดือนอยู่แล้ว มีค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 26 บาท/เที่ยว โดยลดลงจากค่าโดยสารโดยเฉลี่ยต่อเที่ยว 29 บาท ลงมาที่ 12%

ส่วนบัตรโปรโมชั่นรายเดือนแบบจำกัดเที่ยว ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 15-50 เที่ยว พร้อมทั้งคงราคาในส่วนต่อขยายไว้ที่ 15 บาท

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าทั้ง 4 แบบ ช่วงเร่งด่วนจะมีรถไฟฟ้าให้บริการ 6 ชั่วโมง และมีคนใช้บริการ 60% ส่วนช่วงไม่เร่งด่วนจะให้บริการอยู่ที่ 13 ชั่วโมง และมีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 40% ซึ่งเวลาการให้บริการยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ให้ทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

Mr.Carro เชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ต้องเป็นคนที่รักสัตว์แน่ๆ ซึ่งหลายคนอาจจะเลี้ยงสุนัข (หมา) กันอยู่ ถือได้ว่าเป็นเพื่อนยากของมนุษย์ ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ทั้งสายพันธุ์เล็กแบบหมากระเป๋า ไปจนถึงสายพันธุ์ใหญ่แบบหมานักล่าก็ตาม

แต่การเดินทางของคนและหมานั้น ก็ต้องบอกว่ามีแน่นอน ไม่ว่าจะพาหมาไปเที่ยวด้วยกันที่ต่างจังหวัด พาหมาไปเดินออกกำลังกาย หรือพาหมาไปหาหมอที่คลินิคสัตว์เลี้ยง ก็สุดแท้แต่ …

ปัญหาของทั้งคนและหมา ก็มีอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่เคยนำหมาติดรถไปด้วย ก็จะติดปัญหาว่า จะเตรียมตัวอย่างไรดี ไม่ให้หมานั้นซุกซน เห่าหนวกหู หรือทั้งฉี่ทั้งอึภายในรถ ส่วนตัวหมาเอง ก็ต้องดูว่า จะทำตัวอย่างไรดี ไม่ให้เจ้านายเขกกบาลระหว่างทาง …..

Mr.Carro ขอแนะนำ 5 วิธี สร้างความสุขให้คนและหมา เวลาติดรถไปด้วยกันนั้น จะมีอะไรบ้าง …..

1. งดอาหาร (หมา)

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

ก่อนที่คุณจะขับรถออกไปไหนมาไหน แล้วต้องเอาหมาติดรถไปด้วย ควรงดให้อาหารและน้ำหมาก่อน สักประมาณ 1-2 ชั่วโมง

2. หมาต้องนั่งหลัง

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

ตำแหน่งที่เหมาะสมเวลาให้หมานั่งไปกับรถของคุณ นั่นคือ เบาะด้านหลัง เพื่อที่จะทำให้คุณไม่เสียสมาธิเวลาขับรถ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

3. อย่าลืมสายจูง หรือสายนิรภัย

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

ขนาดคนนั่งภายในรถยนต์ ยังต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเลย แล้วหมาก็ต้องมีสายรัดนิรภัยด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันอันตรายจากการตกหล่น หรือกระแทก เมื่อคุณเบรกกะทันหัน และยังเหมาะกับหมาที่มีนิสัยซุกซน ชอบปีนป่าย กระโดดโลดเต้น วิ่งไปวิ่งมา ถ้าไม่มีไว้คุณคงขับรถลำบากแน่นอน

4. อย่าลืมผ้าคลุมเบาะ

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าเบาะรถยนต์นั่งของคุณ จะทำด้วยวัสดุอะไร เช่น สักหลาด กำมะหยี่ หนังไวนิล หรือหนังแท้ คุณก็ควรจะมีผ้าปูรองนั่ง หรือผ้าคลุมเบาะแยกต่างหาก เพราะการให้หมานั่งบนเบาะแบบเพียวๆ เลย มันไม่ดีเท่าไหร่นัก เพื่อป้องกันเล็บของหมา ไปขูดขีดบนเบาะ หรือน้ำลายหมา ที่อาจทำให้เบาะในรถของคุณสกปรก หรือมีกลิ่น อีกทั้งยังป้องกันขนหมาร่วงไปบริเวณอื่นๆ อีกด้วย

5. กระดาษชำระ X ถุงพลาสติก X ชามข้าวหมา

5-Ways-To-Keep-Dog-With-Your-Car

หลายคนสงสัย ทำให้ต้องเอากระดาษชำระ และถุงพลาสติกไปด้วย เพราะเราก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า หมามันเกิดจะปวดขี้ หรือปวดเยี่ยว ขึ้นมาตอนไหนเมื่อไหร่ การมีกระดาษชำระ และถุงพลาสติกไว้ ก็ถือว่าดี ไม่สกปรกเลอะเทอะในรถด้วย และยังเอาใส้อ้วกของหมา กรณีที่หมาเมารถได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับชามข้าวหมา เผื่อไว้สำหรับใครที่เดินทางไกลนานๆ ขนาดคนยังหิว หมาก็รู้สึกหิวด้วยเช่นกัน เอาไว้สำหรับใส่น้ำ ใส่อาหารให้หมากินระหว่างทางได้

หากหมาของใครที่ไม่คุ้นชินกับการเดินทางไกล หรือมีอาการลนลานเวลาอยู่ในรถ อาจจะนำของเล่นของหมา มาให้หมาเล่นระหว่างทางไปด้วย ถ้าเป็นแบบหมากระเป๋า ก็เอาผ้าห่ม เสื้อผ้าหมา (กรณีหมาขนสั้น ขี้หนาว) หรือที่นอนหมาไปด้วย เพื่อให้หมาอุ่นกาย อุ่นใจ และมีของเล่นที่คุ้นเคยหว่างทางครับผม

แค่นี้ คุณกับหมา ก็เดินทางไปด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วครับ

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แนะนำ-5-แอป-กล้องติดรถยนที่น่าสนใจ

ทุกวันนี้รถยนต์ส่วนใหญ่ต่างนิยมใช้กล้องติดหน้ารถกันมากขึ้น เพราะช่วยบันทึกเรื่องราวระหว่างการเดินทาง ที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ หรืออุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถใช้เป็นหลักฐานส่งให้กับทางตำรวจหรือบริษัทประกันภัยได้ แต่หากใครไม่สะดวกในการติดตั้งก็สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นกล้องติดหน้ารถระดับเทพด้วยแอปพลิเคชันได้ รับรองว่าใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากในการติดตั้ง แถมยังประหยัดเงินอีกด้วย

1. Daily Roads Voyager
บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดความยาวและคุณภาพของไฟล์ได้ตามต้องการ หรือจะเลือกเก็บข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการไว้ดู โดยไฟล์ภาพจะไม่ถูกบันทึกทับ พร้อมกับมีฟังก์ชันปรับความสว่าง ช่วยลดแสงรบกวนระหว่างขับรถในตอนกลางคืน นอกจากนี้แล้วระหว่างกำลังบันทึกภาพยังสามารถเปิดแอปพลิเคชันอื่น ๆ เช่น ฟังเพลง ดูแผนที่ หรือปิดหน้าจอมือถือเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

 

Daily Roads Voyager
Cr: App Daily Roads Voyager

 

2.AutoBoy Dash Cam – BlackBox
แอปพลิเคชันกล้องติดหน้ารถที่นอกจากบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น โหมดกล้องสามารถสลับกล้องหน้า-หลังได้ และมีระบบตรวจจับการสั่นสะเทือนในกรณีที่รถชนพร้อมโทรออกไปยังเบอร์ฉุกเฉินทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงบันทึกภาพเคลื่อนไหวตลอดเวลาแม้ว่าจะปิดหน้าจอ

AutoBoy Dash Cam - BlackBox
Cr: App AutoBoy Dash Cam – BlackBox

3.CamOnRoad
หน้าตาของแอปพลิเคชันดูน่าใช้ ฟังก์ชันต่าง ๆ เข้าใจง่าย แถมครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้งาน เพราะไม่ใช่แค่ช่วยบันทึกภาพและเหตุการ์ณต่าง ๆ ขณะขับรถเท่านั้น ยังสามารถเปิดแผนที่นำทางผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้เลย พร้อมจัดเก็บคลิปโดยแบ่งเป็นช่วง ๆ ให้แต่ละไฟล์มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ของมือถือ

 

CamOnRoad
Cr: App CamOnRoad

4.Carcorder
บันทึกภาพเคลื่อนไหวขณะขับรถได้อย่างชัดเจนด้วยความละเอียดสูงถึง 1080P และเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุสามารถตั้งค่าให้โทรออกอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีโหมดแจ้งเตือนความเร็วและแผนที่นำทางด้วยสัญญาณ GPS ผ่าน Google Maps อีกด้วย ซึ่งฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในแอปพลิเคชันค่อนข้างใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

Carcorder

Cr: App Carcorder

5.Save Drives – Car Dashboard
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเดียวติดมือถือไว้ได้ครบทั้งกล้องติดหน้ารถและแผนที่นำทาง ที่สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง พร้อมบันทึกวิดีโอได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถเลือกตัดไฟล์วิดีโอความยาว 10-30 วินาที เพื่อง่ายต่อการส่งไฟล์ให้ตำรวจและบริษัทประกันภัย

Save Drives – Car Dashboard
Cr: App Save Drives – Car Dashboard

เรียกว่าเป็นแอปพลิเคชันฟรีที่มีประโยชน์ต่อคนขับรถยนต์ ช่วยทำให้การเดินทางสนุก ได้เก็บบันทึกทุกเรื่องราวที่ต้องการโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อกล้องติดหน้ารถ แต่ยังไงเพื่อความปลอดภัยก็อย่าลืมขับรถด้วยความระมัดระวัง และเพิ่มความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยการทำประกันรถยนต์ โดยสามารถ คลิกที่นี่ หรือโทรสอบถามกับมาสิได้เลยที่ 02 710 3100 หรือง่าย ๆ แอด LINE มาคุยกันที่ @masii

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก www.masii.com

เที่ยวดูทะเล-กินอาหารอร่อย-ที่บางแสน

คนเราบางครั้งถ้าทำงานต่อเนื่องกันนานๆ ก็ย่อมมีความเมื่อยล้าได้ ก็ควรจะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง แต่พอมีโอกาสได้หยุดเมื่อไหร่ เดี๋ยวนี้ในกรุงเทพฯ ก็เต็มไปด้วยรถที่ติดแหง็กยาวเหยียด ตามย่านที่มีห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมไปถึงคนที่เยอะแยะ ดูวุ่นวาย …

การจะหาโอกาสออกไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯ ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ทานอาหารทะเลอร่อยๆ สักวัน ก็ดีไม่ใช่น้อย …

และนี่ล่ะครับ Mr.Carro จะมาแนะนำสถานที่เที่ยวใน “บางแสน” ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ครับ ขับรถไปตามถนนมอเตอร์เวย์, ถนนบางนา-ตราด หรือจะเป็นทางพิเศษบูรพาวิถี ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว

หาดบางแสน

Travel-Bangsaen-Chonburi

หาดบางแสน เป็นหาดทรายทะเลขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด มีชายหาดยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร มีถนนบางแสนสาย 1 ตัดเลียบชายหาดตลอดทั้งเส้น รอบๆ ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของ และ ที่พัก มีเก้าอี้ผ้าใบให้นั่งใต้ร่มเงาทิวมะพร้าว นั่งทานอาหารทะเล รับลมทะเล ชิวๆ

หาดบางแสน ได้ชื่อสถานที่นี้มาจากนิทานพื้นบ้านความรักของชายหนุ่มที่ชื่อ “แสน” กับหญิงสาวที่ชื่อ “สามมุข” ที่ไม่สมหวังในความรัก จึงพากันกระโดดน้ำตา ยและกลายเป็นชื่อสถานที่ต่าง ๆ ในตัวจังหวัดชลบุรี รวมถึงศาลเจ้าแม่สามมุข ที่อยู่ใกล้เคียงกัน

Travel-Bangsaen-Chonburi

เป็นสถานตากอากาศชายทะเลยอดนิยมมาตั้งแต่ปี 2486 จนได้ชื่อว่า “บางแสนดินแดนสุขขี” ยุคที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มให้สร้างสถานตากอากาศขึ้น รวมถึงโรงแรม และ ที่พักต่างๆ ดำเนินการโดย บริษัทแสนสำราญ จึงเรียกว่า สถานตากอากาศแสนสำราญ ตามชื่อบริษัท ต่อมาในปี 2503 จึงโอนให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็น สถานตากอากาศบางแสน ชายหาดของ ต. แสนสุข จ.ชลบุรี

ในวันหยุดส่วนใหญ่ จะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาพักผ่อนท่องเที่ยวกัน หรือมาเล่นน้ำทะเล ก็มีห่วงยางว่ายน้ำให้เช่าที่ริมชายหาด มีบาบาน่าโบ๊ท, จักรยานให้เช่า และ เรือเจ็ตสกี ก็มีเช่นกัน

เขาสามมุข

Travel-Bangsaen-Chonburi

เขาสามมุข หรือชื่อเดิมเรียกว่า สมมุก จัดเป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี ลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน บนเชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข เทียน โฮว เซียง บ้อ ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น ชั้นบนสุดจะเป็นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ส่วนชั้นอื่นๆ จะเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ พระโพธิสัตว์ พระสังกัจจายน์ และเทพเจ้าต่างๆ ของจีน

Travel-Bangsaen-Chonburi

บริเวณรอบๆ เขาสามมุข มีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลิงเหล่านี้ไม่กลัวคนและคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ทุกๆ วัน จะมีพ่อค้าแม่ค้านำผักผลไม้ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว นำไปเลี้ยงลิงเหล่านี้ต่อ ซึ่งใครที่อยากให้อาหารลิง ก็ต้องระวังกันหน่อยนะจ๊ะ เพราะบางตัวอาจเข้ามาแย่งตอนคุณกำลังถืออาหาร หรือปีนป่ายรถคุณก็ได้

ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ อ่างศิลา ชลบุรี

Travel-Bangsaen-Chonburi

ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ หรือ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ซึ่งประทานนามโดยสมเด็จพระสังฆราช อันมีความหมายว่า เป็นที่สถิตของเทพเจ้าทั้งหลาย มีความงดงามสไตล์สถาปัตยกรรมแบบจีน โดยศาลเจ้าแห่งนี้ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2534 ที่แต่เดิมเป็นเพียงแค่ศาลเจ้าเล็กๆ

ในบริเวณศาลเจ้า ยังมีวิหารใหญ่ที่มี 4 ชั้น ซึ่งในชั้นบนสุด จะประดิษฐานรูปปั้นองค์ประธาน หรือองค์พระศรีศากยมุนีพระพุทธเจ้า องค์พุทธเจ้าอีก 5 พระองค์ รวมไปถึงสระบัว อาคารปฏิบัติธรรม และเสาฟ้าดิน

สวนสัตว์เขาเขียว

Travel-Bangsaen-Chonburi

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นที่เที่ยวสุดฮิตของคนที่ขับรถมาเที่ยวกันทั้งครอบครัว เป็นสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่มากที่สุดในโลกกว่า 5,000 ไร่ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2521 โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นใหม่ มีสัตว์ต่างๆ ให้ชมมากกว่า 300 ชนิด ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวางซึ่งจัดสภาพธรรมชาติให้เหมาะสมแก่อุปนิสัยของสัตว์ และให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้อย่างใกล้ชิด ทั้งมีการนำชมสัตว์ในเวลากลางคืนด้วย

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ

Travel-Bangsaen-Chonburi

ส่วนแสดง พื้นที่ส่วนนี้จัดแสดงสัตว์ป่านานาชนิด หมีควาย กวางดาว เสือไฟ หมีหมา เก้งหม้อ เสือลายเมฆ หมีขอ อิมพาลา กระทิง เป็นต้น โดยลักษณะคอกสัตว์แต่ละชนิด จะออกแบบให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ผู้เที่ยวชมสามารถเดินชมภายในได้อย่างใกล้ชิด เช่น สวนกวาง กรงนกใหญ่ และบริเวณเลี้ยงสัตว์อื่นๆ พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่

ส่วนศึกษาและวิจัย พื้นที่บริเวณกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าตามธรรมชาติ ที่มีอยู่เดิม สภาพพื้นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และฟื้นฟูของป่าหลายประเภทเพื่อจะให้เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหารของสัตว์ป่าในธรรมชาติ การใช้ประโยชน์ทางด้านงานวิจัยจะเป็นพื้นที่โครงการศึกษาวิจัยและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อันได้แก่ โครงการนกกาบบัว – นกกระทุง คืนสู่ธรรมชาติ โครงการฝึกสัตว์เพื่อนำกลับสู่ธรรมชาติ โครงการศึกษา – วิจัยพันธุ์ไม้ป่า เป็นต้น ในบริเวณนี้จะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าชม มีพื้นที่รวมประมาณ 3,500 ไร่

Travel-Bangsaen-Chonburi

ส่วนบริการ เป็นพื้นที่นอกเหนือจากส่วนแสดงและส่วนศึกษาวิจัย จัดไว้ให้บริการผู้เที่ยวชมได้มาพักผ่อน ทานอาหาร มีอ่างเก็บน้ำ ศูนย์ให้การศึกษาสวนพฤกษศาสตร์ ศาลาเอนกประสงค์ พื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 ไร่

ตลาดหนองมน

Travel-Bangsaen-Chonburi

ภาพจาก ททท.

หลายคนมาถึงบางแสนทั้งทีแล้ว อยากจะมีของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย ก็อย่างลืมไปแวะ “ตลาดหนองมน” ตลาดอันเก่าแก่ในชุมชนหนองมน ตั้งแต่ยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปี 2490 กับของฝากขึ้นชื่ออย่าง “ข้าวหลามหนองมน” หรือ “หอยจ๊อ” ดูนะครับ …

ตลาดหนองมน ตั้งอยู่บริเวณ ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของฝากจากชายทะเล ทั้งอาหารทะเลสด อาหารทะเลปรุงสำเร็จ ของแห้ง เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กะปิ น้ำปลา อาหารพื้นถิ่น เช่น ห่อหมก ทอดมัน แจงลอน และขนมหวานนานาชนิด เช่น ขนมจาก ขนมไทยต่างๆ เป็นต้น

หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยว 5 สถานที่ในบางแสนนี้แล้ว รับรองได้เลยว่า ต้องมีไป เที่ยว ชิม ช็อป ครั้งหน้าอีกแน่นอน …

แหล่งที่มาบางส่วนจาก :

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

ช่วงนี้ก็เป็นหน้าฝนนะครับ แต่การเดินทางของคนเรานั้น ยังจำเป็นอยู่เสมอ ซึ่งบางคนอาจจะมีความจำเป็นต้องเข้าป่า ไม่ว่าจะเข้าไปเที่ยวช่วงหน้าฝน เข้าไปส่งของอุปโภคบริโภคให้หมู่บ้านบนเขา หรือเหตุผลใดก็แล้วแต่ สิ่งที่สำคัญ คือ “สภาพรถต้องพร้อม” อยู่เสมอ

แต่บางทีเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น รถต้องลุยน้ำในลำธารที่มีน้ำไหลเชี่ยว ดันใบพัดหม้อน้ำแตกแล้วไปโดนรังผึ้งหม้อน้ำ หรือไปกระแทกกับก้อนหิน โดนหม้อน้ำรั่วระหว่างอยู่ในป่า อุปกรณ์ เครื่องมือในการซ่อมก็ไม่มี แล้วจะมีวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไร

Mr.Carro ขอแนะนำวิธีแก้ เมื่อหม้อน้ำรั่วรถในป่าครับ.

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

กรณีต้องขับรถลุยน้ำในลำธารที่เชี่ยวกราก ถ้าคุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ขับรถผ่านลำธารไปด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วที่เหมาะสม หรือถ้าคุณมีผ้า หรือกระสอบ นำมาปิดบริเวณกระจังหน้ารถเพื่อกันแรงดันน้ำ ก็จะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

สมมติว่า ถ้าถูกกระแสน้ำตีเอาใบพัดแตก แล้วกระทบกับหม้อน้ำรังผึ้งรั่วขึ้นมา จะทำอย่างไร?

E-Pox-E5-Steel-Filler

การเดินทางเข้าป่า หรือถิ่นทุรกันดาร นอกเหนือจากของกินของใช้ส่วนตัวที่นำติดรถไปแล้ว ควรนำอะไหล่บางอย่างติดรถไปด้วย ถ้ายิ่งรู้ว่าจะต้องขับรถลุยน้ำด้วยแล้ว ควรเตรียมใบพัดหม้อน้ำ กับ E-Pox E5 Steel Filler (หรือ อีพ็อกซี่ปะเหล็ก) ในรูปแบบหลอด ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

ในการแก้ปัญหา ต้องถอดหม้อน้ำออกเพื่อทำการซ่อมแซม สำรวจดูว่า มีรอยรั่วมากน้อยเพียงใด เมื่อพบรอยรั่วแล้ว ใช้ไขควงแบนกดบริเวณที่เป็นรังผึ้งให้ราบลง เพื่อให้เห็นเพียงช่องน้ำผ่านของรังผั้ง

จากนั้น ตัดช่องน้ำผ่านบริเวณที่เป็นจุดรอยรั่วออก แล้วใช้คีมพับปลายของช่องน้ำผ่านทั้ง 2 ด้านให้แน่น หากมีหลายจุดที่รั่ว ก็ทำลักษณะเดียวกัน กรณีที่มีกาว E-Pox E5 Steel Filler ติดมาด้วย ก็ทำการผสมกาวตามสัดส่วนที่กำหนด แล้วทาปิดบริเวณที่พับปล่อยจนกว่ากาวจะแห้ง หากไม่มีกาวก็ไม่เป็นไร แต่ควรพับบริเวณที่ช่องน้ำผ่านให้แน่น

จากนั้นทำการทดสอบการรั่ว โดยการเป่าลมเข้าไปในหม้อน้ำทางช่องเติมน้ำ ซึ่งต้องใช้มือปิดบริเวณท่อนต่อท่อยางหม้อน้ำบนและล่างเสียก่อน หากพบว่ายังมีลมออกมา แสดงว่ายังมีรอยรั่วอยู่ ก็ต้องหาจุดกันอีกครั้ง

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

เปลี่ยนใบพัดหม้อน้ำถ้ามีสำรองมาหรือถ้าไม่มีติดมา หากใบพัดหักเพียงใบหนึ่งหรือสองใบ ก็ยังใช้งานต่อไปได้ชั่วคราว เมื่อใส่หม้อน้ำเสร็จแล้วเต็มน้ำให้เต็ม สตาร์ทเครื่องแล้วเติมน้ำเข้าไปอีกครั้งให้เต็มสังเกตดูหากน้ำไม่ยุบก็ OK เดินทางต่อได้ แต่ควรดูเกจ์ความร้อนบ่อยๆ เพื่อความไม่ประมาท

เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องกินข้าวลิงในป่าแล้ว …

ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก :

  • คุณจาลึก เอี่ยมเจริญ
Car Modify

หากคุณเป็นคนรักการแต่งรถยนต์ คงต้องมีคำถามเรื่องรถแต่งกับประกันรถยนต์แน่นอน ว่าแต่งรถแบบไหนประกันคุ้มครอง แต่งรถแบบไหนประกันไม่คุ้มครอง และ Carro ได้รับบทความจากโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์แฟรงค์หรือ frank.co.th มาอธิบายให้ฟังแบบชัด ๆ ดังนี้

ประกันคุ้มครองรถแต่งหรือไม่ ?

ตอบตรงไปตรงมาเลยครับว่า ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครองหากแต่งรถเพื่อใช้แข่งขันความเร็ว หรือการตกแต่งเพื่อใช้งานผิดประเภท หรือดัดแปลงมากเกินควรตรงนี้ประกันไม่คุ้มครอง เช่น เครื่องยนต์ใหม่ เปลี่ยนขนาดท่อไอเสีย ติดเกจความเร็วแน่นแผงคอนโซลอันนี้สุ่มเสี่ยงที่ประกันจะปฏิเสธความคุ้มครองครับ เว้นแต่ว่า การแต่งรถเพื่อความสวยงาม ติดสติ๊กเกอร์ ติดสเกิร์ต ติดสปอยเลอร์เท่ ๆ  เปลี่ยนล้อแม็กลายใหม่ ถ้าแต่งรถแบบเบา ๆ ประกันยังคงให้ความคุ้มครองอยู่นะ ซึ่งต้องอยู่ในเงื่อนไขตกแต่งมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท

กรณีต้องการแจ้งประกันรถแต่งต้องทำไง ?

เพราะบริษัทประกันภัยก็จะคุ้มครองดูแลรถยนต์ตามที่ออกมาจากโรงงานเท่านั้น ดังนั้น หากคุณไปแต่งรถก็ควรแจ้งบริษัทประกัน เพื่อคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถด้วย ยกตัวอย่าง ประกันรถยนต์ชั้น 1 รับคุ้มครองเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่แต่งเพิ่มในรถ โดยเราจะต้องถ่ายภาพส่วนแต่งเพิ่มให้ประกันทราบ ย้ำว่าแจ้งตามมูลค่าจริง ๆ เพื่อให้เราสามารถเคลมความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุกับอุปกรณ์แต่งรถ โดยประกันจะจ่ายค่าเสียหายตามที่รับแจ้งไว้

5 ขั้นตอนแจ้งเคลมรถแต่ง

  1. เตรียมใบเสร็จอุปกรณ์แต่งรถให้พร้อม
  2. ถ่ายรูปรถส่งให้บริษัทประกันภัย โทรแจ้งบริษัทประกันพร้อมแจ้งเลขที่กรมธรรม์เดิม (กรณีแจ้งเพิ่ม)
  3. ประกันแจ้งเบี้ยเพิ่ม (กรณีต้องจ่ายเพิ่ม)
  4. ชำระเงินค่าเบี้ยออนไลน์
  5. รอรับความคุ้มครองอุปกรณ์รถแต่งเพิ่มเติม

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีประกันรถยนต์สำหรับรถแต่งแล้วครับ ! เอาเป็นว่า แต่งแต่พองาม ขับขี่ปลอดภัยนะครับ
ขอบคุณข้อมูล : frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

10-FM-Radio-Popular-In-Thai-Driver

ดีเจ เสียงใสใส คุณนั้นเป็นใคร ดวงใจ ฉันถามหา เปิดเพลงถูกใจคนฟัง ทุกๆ ครั้ง ชื่อเสียง คุณดังกระฉ่อน ไปแสนไกล ฉันเองเวลา เปิดฟังคุณ ไม่เคยหมุนไปคลื่นใด ไม่อยากฟังใคร เท่าคุณ ….

คุณคือคนนึงหรือเปล่า? ที่ทุกวันนี้ยังชอบฟังวิทยุ FM เวลาขับรถ ไม่ว่าจะฟังข่าวสาร เหตุบ้านการเมือง ฟังรายการบันเทิง ฟังเรื่องผี ฟังเพลงฝรั่ง ฯลฯ หรือเพราะติด DJ คนๆ นั้น อยู่? หรือชอบโทรเข้าไปคุยในรายการนั้น!

แม้ว่าตอนนี้จะไม่ใช่เรื่องยากในการหาเพลงมาฟังแบบสมัยก่อนแล้ว วิทยุก็สามารถรับฟังได้จากทั่วโลก อีกทั้งยังมี Music Streaming Application (มิวสิค สตรีมมิ่ง แอปพลิเคชั่น) ที่ฟังเพลงที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจตัวเองแล้วก็ตาม แต่วิทยุ FM (ไปจนถึงวิทยุ AM และวิทยุคลื่นสั้น SW) ก็ยังคงมีเสน่ห์ ที่ยังมีคนคอยติดตาม ฟังเพลง หรือฟังข่าวสารอยู่ ในรถติดๆ ขณะนี้ …

มาดูกันว่า 10 คลื่นวิทยุ ที่คนวัยทำงาน คนขับรถ คนขับแท็กซี่ ชอบฟัง จะมีคลื่นไหนกันบ้าง …..

สวพ.91

ข่าวจราจร สวพ.91

สำหรับคลื่น สวพ.91 หรือชื่อเต็มๆ คือ “สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์” จัดได้ว่าเป็นคลื่นวิทยุ ที่มีคนขับรถวัยทำงานฟังมากที่สุดอีกหนึ่งคลื่น โดยมากแล้วจะเป็นการรายงานข่าวจราจร ข่าวอาชญากรรม ข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป เหตุการณ์ต่างๆ และการตามหายของหาย คนหาย สัตว์เลี้ยงหาย หรือโทรเข้ามาปรึกษาปัญหาต่างๆ เป็นต้น

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ความว่า “หน้าที่การจัดการจราจรเป็นหน้าที่ของตำรวจโดยตรง”

จึงทำให้เกิดรายการข่าวจราจร สวพ.91 ขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2536 รายงานการจราจรและความปลอดภัย ในเวลา 16.30 – 18.30 น. โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (หรือกรมตำรวจ ในปี 2536) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ บริษัท วิไลเซ็นเตอร์แอนด์ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงาน สวพ. 91 สถานีวิทยุในสังกัด

ในวันที่ 13 ตุลาคม 2536 จึงขยายเวลาเป็นรายงาน 2 ช่วง คือ 6.30 – 8.30 น. และ 16.30 – 18.30 น. พอถึงวันที่ 1 เมษายน 2537 จึงขยายเวลาเป็น 6.00 – 24.00 น. เป็นรายการวิทยุรายงานการจราจรเต็มรูปแบบ ต่อมาจึงขยายเป็น 24 ชั่วโมง ในวันที่ 6 ธันวาคม 2540

93 Cool Fahrenheit

COOLfahrenheit

สำหรับคลื่น 93 COOL Fahrenheit (คูลฟาเรนไฮต์) ถือเป็นสถานีวิทยุที่มีคนฟังมากที่สุดอันดับ 1 ในประเทศไทย ในเครือคูลลิซึ่ม ของ RS มีรูปแบบการเปิดเพลงไทย ตลอด 24 ชั่วโมง

ออกอากาศครั้งแรก ในชื่อ COOL FM ของ บริษัท สกายไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัด ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ FM98.0MHz เมื่อปี 2543 ต่อมาย้ายไปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงเสียงจากทหารเรือ ส.ทร.วังนันทอุทยาน FM93.0MHz ตั้งแต่ปี 2547 กระทั่งเปลี่ยนชื่อมาเป็น COOL 93 Fahrenheit เมื่อปี 2549 และคลื่นนี้ กลายมาเป็นวิทยุเรตติ้งอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน

อนึ่งเมื่อปี 2556 หลังจากที่บริษัท สกายไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท คูลลิซึ่ม จำกัด ได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกสถานีเป็น คูลฟาเรนไฮต์ 93 ตามไปด้วย

ในเดือนกรกฎาคม 2560 COOLfahrenheit 93 จึงได้รับการรีแบรนด์อีกครั้งในชื่อ COOLfahrenheit โดยไม่ระบุความถี่เพื่อเปิดเกมส์รุกช่วงชิงผู้ฟังในช่องทางออนไลน์อย่างเต็มตัว

จากการสำรวจเรตติ้งโดยนีลเส็น มีเดีย เมื่อธันวาคม 2560 COOLfahrenheit เข้าถึงผู้ฟังจากช่องทาง FM93.0 สัปดาห์ละ 1.3 ล้านคน และช่องทางออนไลน์กว่าเดือนละ 500,000 คน โดยมีส่วนแบ่งผู้ฟังในตลาดเพลงไทยสากลมากกว่า 50%

95 ลูกทุ่งมหานคร

95-ลูกทุ่งมหานคร

สำหรับคลื่น 95 ลูกทุ่งมหานคร ของ อสมท. ได้ชื่อว่าเป็นสถานีเพลงลูกทุ่งเพื่อสังคมอุดมปัญญา เป็นคลื่นของคนในวัยทำงานนิยมฟัง และยังเป็นขวัญใจของคนขับแท็กซี่ด้วย โดย 95 ลูกทุ่งมหานคร ก่อนหน้าที่ อสมท. จะเข้ามาทำเองในวันที่ 1 มิถุนายน 2547 เดิมเป็นคลื่น “ลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม.” ที่ทาง วิทยา ศุภพรโอภาส และทราฟฟิค คอนเนอร์ (ผู้รับสัมปทาน) ทำมาก่อนอยู่แล้ว

อีกทั้งยังเป็นคลื่นวิทยุยอดนิยมในหลากหลายอาชีพอีกด้วย ไม่ใช่แค่คนขับรถอย่างเดียว เช่น กลุ่มคนส่งของขับรถ จากนั้นก็เป็นเกษตรกร หรือชาวสวนยางที่ออกมากรีดยาง จัดว่าช่วงไพรม์ไทม์ของ 95 ลูกทุ่งมหานคร คือเที่ยงคืน ตี 3 และตี 5 เลยก็ว่าได้ และยังมีการขยายไปจัดอย่างอื่นด้วย เช่น ประกวดนักร้องลูกทุ่ง “มหานครอวอร์ดส” อีกด้วย

96.5 คลื่นความคิด

96.5-คลื่นความคิด

สำหรับคลื่น 96.5 คลื่นความคิด ของ อสมท. อีกเช่นกัน เป็นคลื่นวิทยุที่ได้รับความนิยมมาก นับตั้งแต่ปี 2547 จากบรรดาเหล่าคนขับรถ (หรือมนุษย์เงินเดือน) ในวัยทำงาน เพราะมีเนื้อหาที่หลากหลาย ทั้งการเมือง หุ้น เศรษฐกิจ สังคม การตลาด การบริหาร เรียกได้ว่าเหมือนได้เข้าห้องเรียนฟังเหล่าอาจารย์ กุนซือ วิทยากร มาบรรยายให้ฟังสดๆ กันทุกวัน

สำหรับรายการเด่นๆ ของคลื่นนี้ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ได้แก่ CEO VISION, 96.5 Biz Connection, คุยได้คุยดี Talk News & Music, ข่าวเข้มประเด็นข้น หรือ ข่าวเด่นประเด็นร้อน เป็นต้น

99 Active Radio

99-Active-Radio

สำหรับคลื่น 99 Active Radio (แอคทีฟ เรดิโอ) คลื่นเมืองไทยแข็งแรง ก็เป็นอีกหนึ่งคลื่น ที่ทาง อสมท. เอากลับมาทำเองเช่นกัน โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 19 กันยายน‎ ‎2547 คลื่นนี้จะเน้นหนักไปทางด้านรายการประเภทกีฬา ท่องเที่ยว และสุขภาพ รวมไปถึงมีถ่ายทอดสดฟุตบอลสดๆ ให้ได้ฟังกันอีกด้วย

จส.100

จส.100

หลายคนมักจะสงสัยว่าคลื่น จส.100 ย่อมาจากอะไร? สำหรับ จส.100 นั้น ย่อมาจาก “จเรทหารสื่อสาร” ครับ

สถานีวิทยุ จส.100 “วิทยุข่าวสารและการจราจร” ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2534 จากการที่กองทัพบก มอบคลื่นนี้ให้ บริษัท แปซิฟิค คอปอร์เรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการ ภายใต้คำขวัญว่า “ด้วยใจเพื่อสังคม” เพื่อเป็นสื่อกลางให้กับคนทุกระดับในสังคม ทั้งการรายงานข่าวสาร และการจราจร รวมถึงปัญหาอื่นๆ ในสังคมกรุงเทพฯ กลุ่มผู้ฟังส่วนใหญ่อายุประมาณ 35-40 ปี และเป็นคนขับรถซะส่วนมาก

รูปแบบของรายการ ออกมาในลักษณะที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในรายการค่อนข้างมาก เป็นการรายงานข่าวจราจร ข่าวสารบ้านเมืองทั่วไป ข่าวต่างประเทศ ข่าวอาชญากรรม ตามหาของหาย คนหาย รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ในกรุงเทพฯ และประเทศไทย และยังมีการตั้งประเด็นหัวข้อต่างๆ ให้คนโทรมาแสดงความเห็น ซึ่ง ประชาชนเปรียบเสมือนเป็นนักข่าวอิสระของ “จส.100” มีกระจายอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง

100.5 คลื่นข่าว นิวส์เน็ตเวิร์ก

100.5-คลื่นข่าว-นิวส์เน็ตเวิร์ก

สำหรับคลื่น FM 100.5 “คลื่นข่าว นิวส์เน็ตเวิร์ก” ของ อสมท. นี่ถือว่าเป็นคลื่นวิทยุที่ดำเนินการโดย อสมท. มาเก่าแก่มากอีกหนึ่งคลื่น นับย้อนขึ้นไปได้ถึงยุคที่ยังเป็น สถานวิทยุ ท.ท.ท. เลยทีเดียว จัดเป็นคลื่นที่ได้รับนิยมมากจากคนขับรถเช่นกัน

เป็นคลื่นที่เน้นในเรื่องของข่าวสารเป็นหลัก ทั้งข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ สังคม กีฬา เทคโนโลยี และสาระความรู้ที่หลากหลาย รวมถึงข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง และยังเป็นสถานีแม่ข่ายเสนอข่าวทุกต้นชั่วโมง ไปยังสถานีวิทยุเครือข่ายทั่วประเทศ

105.5 Eazy FM

EazyFM-105.5

105.5 Eazy FM (อีซีเอฟเอ็ม) นับเป็นคลื่นวิทยุเพลงสากลอันดับ 1 ของไทย ที่ดำเนินงานโดย BEC Tero Entertainment (บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) มาตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งนอกจากจะเปิดเพลงสากลแล้ว ยังมีการถ่ายทอดข่าวจากทางช่อง 3 ให้ได้รับฟังกันอีกด้วย

106.0 วิทยุครอบครัวข่าว

106.0-วิทยุครอบครัวข่าว

วิทยุครอบครัวข่าว ส.ทร. FM106MHz เกิดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2550 จากแนวคิดของวิบูลย์ ลีรัตนขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซิร์ช ไลฟว์ จำกัด, สำราญ ฉัตรโท รองผู้จัดการฝ่ายข่าว บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด, ธีระ ธัญไพบูลย์ วราภรณ์ สมพงษ์ และ สาธิต กรีกุล ผู้ดำเนินรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ผู้ติดตามชมรายการข่าว ของ ครอบครัวข่าว 3 ที่ไม่สามารถรับชมรายการต่างๆ ทางโทรทัศน์ได้ เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด อยู่บนท้องถนน รวมถึงเพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอข่าวสารทางวิทยุเพิ่มขึ้น เป็นเป็นรายการตลอด 24 ชั่วโมง และมีเนื้อหารายการที่หลากหลาย

106.5 Green Wave

106.5-Green-Wave

106.5 Green Wave (กรีนเวฟ 106.5) คลื่นสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นคลื่นวิทยุในเครือเอไทม์ มีเดีย และ GMM Grammy ที่เปิดเพลงไทยสากลแนวฟังสบาย ตลอด 24 ชั่วโมง ที่อยู่มาเก่าแก่อีกหนึ่งคลื่น โดยออกอากาศครั้งแรก 1 ตุลาคม 2534 ทางคลื่น FM99.5 ต่อมาย้ายไปยัง FM104.0 และลงหลักปักฐานที่ FM106.5

ซึ่งที่มาของชื่อคลื่นนี้ ก็เพราะว่าช่วงนั้นเทรนด์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กำลังมาแรงมาก อีกทั้งยังมีรายการที่ฮิตติดหูคนฟังทั้งวัยรุ่น และวัยทำงาน ในทุกค่ำคืนของวันศุกร์ ที่รอฟังและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตรักในรายการ นั่นก็คือรายการ “Club Friday” โดยมีดูโอ DJ ชื่อดังอย่าง “พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา)” กับ “พี่อ้อย (นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล)” คอยรับฟังสารพันปัญหาจากผู้ฟังปลายสาย ที่โทรเข้ามาปรึกษา พร้อมช่วยมองหาทางออกและบอกข้อแนะนำนั่นเอง

Mr.Carro เชื่อได้เลยว่า 10 คลื่นวิทยุยอดนิยมของคนขับรถที่นำมาเสนอนั้น ต้องมีคลื่นใดคลื่นหนึ่ง ที่คุณติดตามฟังกันเป็นประจำอย่างแน่นอน …

Fast-And-Furious-9-In-Thailand

ช่วงเดือนที่ผ่านมา เรื่องที่คอหนัง คอรถซิ่ง ทั้งตื่นเต้นและฮือฮาสุดๆ คงต้องยกให้เรื่องของกองถ่ายหนังฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง Fast and Furious 9 (เร็ว..แรงทะลุนรก 9) หนังดังระดับโลกที่มีมาแล้วถึง 18 ปี 9 ภาค ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ ด้วยการยกกองถ่ายมาถ่ายทำทางภาคใต้ของไทย

ถึงแม้ว่า Fast and Furious 9 นี้ จะมีกำหนดออกฉายในปี 2020 จะไร้นักแสดงหลักๆ ของเรื่องมาที่ไทย และใช้สตันท์แมนวัยเกือบ 80 ซิ่งรถแทน วิน ดีเซล

จากการเปิดเผยของ นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครทูตประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ซึ่งเป็นประธานคณะกก.พิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์จากต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทย (คณะที่ 2) กล่าวว่า มีเพียงประมาณไม่เกิน 20 % ของเนื้อเรื่องทั้งหมดที่ตอนนี้ถ่ายทำอยู่ในหลายประเทศ และมีงบค่าใช้จ่ายที่ถ่ายทำในไทย 340 ล้านบาท

รวมไปถึง ไม่มีดารานำอย่าง วิน ดีเซล, เจสัน สเตแธม หรือนางเอกของเรื่องมาถ่ายทำในไทย ดารานำทั้งหมดถ่ายทำในอังกฤษ และ สหรัฐฯ ส่วนฉากที่มีบทพูดทั้งหมดในรถ ถ่ายในสตูดิโอ โดยใช้ CG ช่วย ส่วนฉากของยูนิตในไทย เป็นฉากการไล่ล่า โดยใช้สตันท์แมนทั้งหมด ทั้งต่างชาติ และคนไทย

แน่นอนว่ารถที่พาข้ามน้ำข้ามทะเลมาถ่ายหนังด้วย ย่อมเป็นที่สนใจอย่างมากของคนคอหนัง และรถรักรถแต่งอย่างแน่นอน จะมีรุ่นไหนบ้าง มาชมกัน …..

Dodge Charger SRT Hellcat

Dodge-Charger-SRT-Hellcat

สำหรับรถซีดานบ้าพลัง สไตล์อเมริกันแท้ๆ อย่าง Dodge Charger SRT Hellcat (ดอดจ์ ชาร์จเจอร์ เอสอาร์ที เฮลล์แคท) จัดเป็นรถรุ่น Top สุด ในตระกูล Dodge Charger ในฉายาแมวนรก Hellcat (ชื่อนี้นำมาจาก Grumman F6F Hellcat เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ช่วง WW2) จัดว่าเร็ว แรง และทรงพลังที่สุดในโลก

Fast-and-Furious-9-Dodge-Charger

มาพร้อมขุมพลังขนาด 6.2 ลิตร แบบ V8 HEMI Supercharged ที่ให้แรงม้าถึง 707 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 880 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 328 กม./ชม. ซึ่งทางทีมงาน Fast and Furious ได้นำมาปรับแต่งให้ดูดิบ เถื่อน และแรงยิ่งขึ้นไปอีก!

Ford Mustang

Ford-Mustang

Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ทางทีมงานได้นำมาด้วยกันถึง 3 คัน เป็นโฉมเจเนอเรชั่นที่ 6 ตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์ ที่คาดว่าตัวจะเป็นตัว Top สุด ของ Mustang ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตร แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว 460 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Jeep Gladiator

Jeep-Gladiator

รถหน้าตากระจังหน้า 7 ซี่ อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Jeep Gladiator (จี๊ป กาดิเอเตอร์) ที่ทางทีมงาน Fast and Furious ได้นำมาปรับแต่งใหม่ด้วยการยกสูง และใส่ล้อขนาดใหญ่ มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Pentastar ขนาด 3.6 ลิตร V6 ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า

Land Rover Defender 90

Land-Rover-Defender-90

Land Rover Defender (แลนด์ โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์) รถยอดฮิตสำหรับสายลุยป่าฝ่าดงในตำนานที่ยาวนานกว่า 70 ปี ทาง Fast and Furious ก็นำมาสร้างสีสันในหนังด้วยเช่นกัน จัดเป็นรถรุ่นบรรพบุรุษของรถ SUV นับตั้งแต่ Series I, II และ III จนกลายมาเป็น Defender ที่ขายมาอย่างยาวนานมาตั้งแต่ปี 1983 – 2016 ซึ่งรุ่นที่นำมาถ่ายหนัง น่าจะเป็นตัวท้ายๆ ของโฉมนี้แล้ว

Buggy

Fast-and-Furious-9-Buggy

Buggy คันนี้เป็นรถที่คาดเดาได้ยาก ว่ามาจากรถยี่ห้อ รุ่นอะไร เพราะเป็นรถที่ดัดแปลงขึ้นมาใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ

ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก

5-Trick-To-Manage-Luggage

ไม่ว่าเวลาไหน ก็จะต้องมีคนเดินทางไปไหนมาไหนเสมอๆ ทั้งไปเที่ยว ไปทำงาน ไปส่งสินค้า ฯลฯ ตามเหตุผลของแต่ละคน ที่ไม่จำกัดว่าจะต้องไปในฤดูกาลไหน

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือ “กระเป๋าเดินทาง” นั่นเอง หลายคนมักประสบปัญหาในการจัดกระเป๋าเดินทางอยู่เสมอๆ เพราะบางทีก็ตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเอาอะไรไปบ้างดี? หรือของบางอย่าง ยัดลงไปแล้วก็กินที่อีก …

Mr.Carro จะมาแนะนำ 5 วิธี ในการจัดกระเป๋าเดินทาง ให้พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ครับ

Zip-Lock

1. ถุงพลาสติก

ถุงพลาสติก หรือ “ถุงก๊อบแก๊บ” ที่เรียกกันติดปากนั้น ไว้ใช้ประโยชน์ตอนเก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว หรือผ้าขนหนู เพราะป้องกันการเปียกและกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่งั้นคงเก็บกลิ่นเหม็นไปทั้งกระเป๋าเลยทีเดียว หรือจะใช้ถุงแบบ Zip-Lock (ถุงสุญญากาศ) ก็ได้เช่นกัน

2. รองเท้า

ถ้าคุณคิดจะเอารองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนังไปด้วย คุณควรจะยัด “ถุงเท้า” เข้าไปในรองเท้าด้วยเลยเพียงแค่ม้วนๆ เข้าไป เสร็จแล้วก็เอาถุงผ้า หรือถึงพลาสติกใส่รองเท้าเอาไว้อีกที เพื่อป้องกันไปเปื้อนสิ่งของอื่นๆ

Manage-Luggage

3. ของใหญ่ไว้ล่าง ของเล็กไว้บน

ใช้หลักการเดียวกับ “ปิรามิด” นั่นล่ะครับ ของหนักๆ เอาไว้ด้านล่างสุด ส่วนชั้นกลางๆ ก็จัดวางเป็นเสื้อยืด ใช้ม้วนๆ เอา เพื่อกันกระแทกไปด้วย แต่ในกรณีของกางเกงขายาว อันนี้เราแนะนำให้วางตามแนวยาวของกระเป๋าเลย หรือจะวางเสื้อผ้าที่ม้วนแล้วไว้ในช่องตรงกลาง จากนั้นค่อยพับขากางเกงมาไว้ตรงกลาง ก็ได้เช่นกัน

ส่วนของเบาๆ หรือของที่จำเป็นต้องหยิบออกมาใช้บ่อยๆ เช่น ยารักษาโรค ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เครื่องสำอาง หรือสบู่ เป็นต้น ก็ไว้ด้านบนๆ จะได้ง่ายต่อการหา ซึ่งก็พกติดตัวแค่เพียงพอต่อการใช้การใช้งานก็พอแล้ว ไม่ต้องแบกไปมากๆ

4. เอาเสื้อกันฝน ไปแทนร่ม

หลายคนอาจจะเอาร่มพับได้ติดกระเป๋าเดินทางไปด้วยในหน้าฝน แต่ผมคิดว่า พกเสื้อกันฝนไปดีกว่า เพราะจะช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าได้

Luggage-Tag

5. ล็อคกระเป๋า ติด Tag ป้ายชื่อ

กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน ก่อนที่คุณจะโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ต้องล็อคกระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วเก็บกุญแจไว้ที่ตัว ส่วนกระเป๋าเดินทางควรหา Tag ติดป้ายแสดง ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ Line และจุดหมายปลายทาง เผื่อกระเป๋าเกิดไปตกหล่นระหว้างทาง จะได้สามารถตามคืนได้ภายหลัง

หรือหาสติ๊กเกอร์ เศษผ้า มาแปะ มาผูก ทำไว้เป็นสัญลักษณ์ที่กระเป๋าด้วยก็ดี เพราะถ้าหากดันมีใครทะลึ่งใช้กระเป๋าเดินทางแบบเดียวกับคุณ มีหวังหยิบผิดไปแน่นอน!

Luggage

สำหรับเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน บัตรประจำตัวต่างๆ บัตรเครดิต หรือพาสปอร์ต อันนี้ไม่ควรเก็บรวมในกระเป๋าเดินทาง เพราะการนำออกมาใช้ทีวุ่นวายยุ่งยาก ต้องเสียเวลารื้อค้น และยังต้องระวังกับโจรในเครื่องแบบ ที่คอยแอบกรีดหรืองัดกระเป๋าเดินทาง ขณะลำเลียง หรือขนส่งอีก

หากเป็นไปได้ ควรหากระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ไว้เก็บของใช้ที่สามารถหยิบได้ง่าย และเผื่อต้องใช้ในการเดินทาง อาทิ สมุดโน๊ต ปากกา เงิน บัตรเครดิต ยารักษาโรค กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ หรือ Power Bank ฯลฯ แต่ก็ควรจะมีสำรองเงินเอาไว้บ้างที่กระเป๋าเดินทาง เผื่ออาจจำเป็นต้องใช้ หากต้องไปในประเทศที่มีคนคอยกรีดกระเป๋าเยอะๆ (เช่น ในประเทศแถบยุโรปในขณะนี้ ที่แก๊งกรีดกระเป๋าอาละวาดหนักมาก)

อีกสิ่งที่สำคัญ คือ อย่าปล่อยให้กระเป๋าเดินทางมีพื้นที่ว่าง เพราะจะทำให้ของในกระเป๋าเดินทางกระจัดกระจายได้ง่ายๆ วิธีง่ายๆ คือขยำกระดาษ แล้วยัดไว้ในกระเป๋าเยอะๆ ก็ได้ หรือจะช็อปปิ้งใส่กระเป๋าเดินทางตอนขากลับก็ได้เช่นกัน