Carro-Design-Car-Nice-But-Thai-Not-Purchase

ความชื่นชอบของมนุษย์บนโลกใบนี้ ไม่เหมือนกัน … นับตั้งแต่เชื้อชาติ ภาษา ความเชื่อ วัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด ย่อมมีผลต่อรสนิยมความชอบที่ต่างกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

การตัดสินใจซื้อสินค้าอะไรสักอย่างหนึ่ง แน่นอน … ของเหล่านี้ ย่อมส่งผลในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน … บรรดาผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น รถยนต์ ซึ่งก่อนค่ายรถ จะวิจัยและพัฒนารถยนต์รุ่นหนึ่งๆ ออกมา บางรุ่นต้องใช้งบประมาณมหาศาล คิดเป็นเงินไทยแล้วก็นับพันนับหมื่นล้านบาทได้

Thairung-ออกแบบรถ

การออกแบบรถ ของ Thairung (ไทยรุ่ง)

จึงต้องศึกษา สอบถาม เรียนรู้พฤติกรรมความต้องการ และรสนิยมของลูกค้า ของรถรุ่นที่ “ตั้งใจ” จะเข้าไปขายในตลาดภูมิภาคนั้นๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง ก่อนจะออกแบบสินค้าให้โดนใจลูกค้าให้มากที่สุด … และยังต้องคุมต้นทุนให้ได้ถูกที่สุด ก่อนจะพัฒนารถยนต์ออกมาในรูปแบบ Global Model

แล้วถ้ามันแป๊กล่ะ? จะทำอย่างไรดี! ในยุคที่การแข่งขันสูงมาก ต้องพัฒนารถ ให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้าคนไทยให้ได้มากที่สุด เพราะลูกค้ามีสิทธิ์เลือกสินค้ามากขึ้นกว่าสมัยก่อน

Thairung-ออกแบบรถ

การออกแบบรถ ของ Thairung (ไทยรุ่ง)

ในวงการการตลาดรถยนต์ในไทย ในอดีต ล้วนเป็นรถนำเข้าทั้งหมด มาจาก 3 กลุ่มหลักๆ คือ ยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่ตามมาทีหลัง

รถยนต์จากฝั่งอเมริกาแท้ๆ ที่เน้นความใหญ่โต กินน้ำมันจุๆ จึงหายจากตลาดบ้านเราไปเกือบหมดตั้งแต่ในอดีต (ในปัจจุบัน เท่าที่เห็น รถจากฝั่งอเมริกาแท้ๆ ในไทย ก็เหลือเพียงแค่ Ford Mustang และ Chevrolet Camaro ที่มีนำเข้ามาขายในไทยตอนนี้) ในปัจจุบัน เหลือแต่แบรนด์อเมริกันบางแบรนด์ เอารถที่ R&D มาให้เหมาะกับคนเอเชีย แล้วเอามาแปะยี่ห้อขายแทนรถจากฝั่งอเมริกาแท้ๆ

Thairung-ออกแบบรถ

การออกแบบรถ ของ Thairung (ไทยรุ่ง)

ก็จะเหลือแต่รถจากยุโรป ที่หลายแบรนด์ก็หายไปจากในไทย ส่วนอีกหลายแบรนด์กระโดดขึ้นไปจับกลุ่มตลาดบน เพราะต้นทุนการนำเข้า การผลิตสูงกว่า

จะมีก็แต่รถญี่ปุ่น ที่มีความเป็น “ชาวเอเชีย” เหมือนกัน ออกแบบรถได้โดนใจคนเอเชีย และรู้ใจคนเอเชียด้วยกัน มากกว่ารถของสองทวีปนั้น และราคาที่ถูกกว่า มาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่ค่อนข้างจะกวาดยอดขายรถในไทย ได้อย่างเบ็ดเสร็จทุกปี

Honda-Civic-FD

Honda Civic “FD” เวอร์ชั่นญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ ไทย กับ เวอร์ชั่นอเมริกา และ จีน

ความฉลาดของรถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น ที่ผลิตรถแบบเดียว ปรับเปลี่ยนหน้าตาหน้า-หลัง ตกแต่งภายในบางจุด ให้ต่างกันตามรสนิยมของแต่ละภูมิภาคที่จำหน่าย เช่น Honda Civic มือสอง โฉม “FD” ที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ คือ ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

การทำตลาดรถยนต์ในบ้านเรานั้น รูปลักษณ์ของรถยนต์จะต้องโดนใจคนไทย หรือตามรสนิยมคนไทยเป็นอันดับแรก และราคาตัวรถก็สำคัญ องค์ประกอบเหล่านี้มีผลต่อยอดขายของรถโดยตรง ซึ่งบางครั้งในการออกแบบรถ คนไทยก็ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมออกแบบด้วย เพราะคนไทยย่อมรู้ใจคนใช้รถที่เป็นคนไทย มากกว่าชาติอื่นๆ

Chevrolet-Car-Designer

แล้วมีรถรุ่นไหนบ้างล่ะ ที่ขายในไทย แล้ว “แป๊ก” (หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร) บ้าง Mr.Carro จะขอยกตัวอย่างเช่น Toyota Avanza, Honda Stream, Nissan Tiida หรือ Nissan Pulsar เป็นต้น

Toyota-Avanza-2019

อย่าง Toyota Avanza นี้ ตัวรถพัฒนาขึ้นเพื่อตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก รูปทรงอาจดูไม่ลงตัว ไม่โดนใจคนไทยนัก คนจึงไม่นิยมกันเท่าไหร่ แม้ว่าจะปรับโฉมกันหลายครั้งก็ตาม

Honda-Stream

ในส่วนของ Honda Stream ก็เช่นกัน เป็นรถที่ประสบความสำเร็จมากในญี่ปุ่น แต่กลับขายไม่ดีในเมืองไทยซะงั้น ซึ่งเวลานั้นเป็นรถที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย ที่ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพการประกอบพ่วงเข้าไปด้วย

Nissan-Tiida

และในส่วนของ Nissan Tiida ล่ะ? เป็นรถที่ดีอีกหนึ่งรุ่น แต่รูปร่างรสนิยมแบบ “เหลี่ยมๆ” ของชาวฝรั่งเศส (ที่ได้มาจาก Renault Megane) มาผลิตขายให้คนไทย สุดท้ายก็ขายกันไปแบบงงๆ จนเลิกผลิตไป ไม่มี Tiida โฉมใหม่เกิดออกมาอีก (ในทั่วโลกเลยล่ะ) ซึ่งแม้แต่ขายในญี่ปุ่นเอง ก็ดูเหมือนจะแป๊กคล้ายๆ กันด้วยซ้ำ!

Nissan-Pulsar

แต่ที่ช้ำหน่อยอย่าง Nissan Pulsar ที่ Nissan เอามาเป็นตัวแทนของ Tiida หมายมั่นปั้นมือจะสู้ในตลาดรถ Hatchback แข่งกับยี่ห้อคู่แข่งให้ได้ ทั้งที่ออพชั่นก็เยอะ แต่รูปทรงตัวรถที่ดูเรียบๆ จืดๆ และยังมีตัวเลือกเยอะในตลาดรถอีก Pulsar เลยไม่โดนใจคนไทย แป๊กซะงั้น …

จากตัวอย่างของรถหลายรุ่นๆ ยกมา ก็พอบอกได้ว่า “รูปร่างหน้าตาของรถ” ค่อนข้างมีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจซื้อรถของคนไทยจริงๆ! …

10-BMTA-Bus-Wait-Long-Time

คุณเคยรอรถเมล์นานที่สุดกี่ชั่วโมง?

ในวันที่ข่าวการขึ้นราคาค่ารถเมล์กำลังเป็นที่ฮือฮา เพราะคุณภาพชีวิตของคนนั่งรถเมล์หลายคน ยังมีชีวิตการขึ้นรถเมล์เหมือนเดิม คนแน่น รถน้อย รอนาน กะเวลารอไม่ได้ เพราะปัญหาที่หมักหมมมานาน ขาดการเหลียวแลจากภาครัฐมาหลายสิบปี โดยมีแต่คำอ้างว่า “ขาดทุน” มาโดยตลอด

ทำให้คนส่วนใหญ่ เมื่อมีทางเลี่ยง ก็หันไปขึ้นรถไฟฟ้าราคาแสนแพง หรือขี่รถจักรยานยนต์ ขับรถยนต์ส่วนตัว ออกมาอัดกันจนแน่นถนน ในช่วงเวลาเร่งด่วน

แม้ที่ผ่านมา ขสมก. จะเปิดรถเมล์สายใหม่ๆ และรื้อฟื้นบางสายที่เลิกวิ่งไปแล้วกลับมาวิ่งใหม่ เมื่อมีเส้นทางถนนตัดใหม่เกิดขึ้นก็ตาม แต่รถเมล์ก็ยังคงไม่พอ รอนาน และวิ่งไม่ทั่วถึง จนผู้โดยสาร (บางคน) รอไม่ไหวจะใช้บริการ

แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบการรอคอย Carro ขอแนะนำ 10 สายรถเมล์ของ ขสมก. ที่รอนานที่สุด ฉบับ Update ปี 2562 (เรียงตามหมายเลขสาย จากน้อยไปมาก) มีเส้นทางไหน วิ่งผ่านจุดใด จำนวนรถเท่าไหร่

เผื่อคุณสนใจจะไปยืนรอ ในวันที่มีเวลาว่างมากพอ.

26 มีนบุรี – เอกมัย

BMTA-Bus-Route-26

ภาพจาก Kittipich Konganandech

แรกเริ่มเดิมที สายนี้คือ 26ก มีนบุรี – เอกมัย เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้รถเมล์มีวิ่งบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม และทดแทนรถเมล์สาย 154 ที่เลิกวิ่งไปแล้ว กับต้องลดจำนวนรถเมล์ฟรีที่วิ่งในเส้นทางหลักอย่าง มีนบุรี – อนุสาวรีย์ชัย ไปในตัว แต่ก็สร้างวีรกรรม ในการไม่รับผู้โดยสารบนถนนเส้นนี้ ไว้มากพอสมควร

ในช่วงปลายปี 2560 ทางเขตการเดินรถที่ 2 ได้นำตัว “ก” ออก ก็เลยกลายเป็น สาย 26 มีนบุรี – เอกมัย นับแต่นั้นมา หากใครที่จะไปเอกมัย ต้องสังเกตป้ายหน้ารถให้ดี ไม่งั้นขึ้นผิดคันได้ เอาให้มันงงเล่นแบบนี้ล่ะ รอก็นานมากๆ เพราะจะออกมาแค่ช่วงเช้า-เย็น

ในปี 2562 สาย 26 มีนบุรี – เอกมัย มีจำนวนรถวิ่งที่ไม่แน่นอน ในแต่ละวัน

64 อู่นครอินทร์ – สะพานพระปิ่นเกล้า (ขสมก. วิ่งถนนราชพฤกษ์)

BMTA-Bus-Route-64

ภาพจาก Pattalan Chuthamanee

รถเมล์สายนี้ วิ่งโดยเขตการเดินรถที่ 7 แต่ก็มีจำนวนรถเพียงไม่กี่คัน เส้นทางหลักๆ อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งปกติเป็นถนนที่คนรอขึ้นรถเมล์น้อยอยู่แล้ว โดยจะได้คนมากหน่อย ก็ช่วงเช้า-เย็น มากกว่าเวลาอื่นๆ

จุดเริ่มต้นของ สาย 64 อู่นครอินทร์ – พระปิ่นเกล้า ที่ดำเนินการโดย ขสมก. เกิดขึ้นมาเพื่อให้สาย 64 เดินรถได้ครบถ้วนตามสัมปทาน

(เดิมสาย 64 ขสมก. ขายสัมปทานไปในช่วงปรับลดขนาดขององค์กรในปี 2541-2543 โดยให้รถร่วมบริการวิ่ง ภายหลัง กรมการขนส่งทางบกปรับเส้นทางแบบวงกลม เป็น วงกลมนนทบุรี – สนามหลวง – ราชพฤกษ์ เมื่อรถร่วมบริการไม่วิ่ง ขสมก. จึงต้องจัดรถสายนี้เพื่อให้วิ่งตามสัมปทานแทน มิฉะนั้นจะถูกปรับ)

ในปี 2562 สาย 64 อู่นครอินทร์ – สะพานพระปิ่นเกล้า เหลือรถวิ่งเพียง 1 คัน

88 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน – ท่าดินแดง

BMTA-Bus-Route-88

ภาพจาก Phachara Pornarunchai‎

แต่เดิมนั้นรถเมล์สาย 88 เป็นรถของรถร่วมบริการ บริษัท ธิติวัชขนส่ง จำกัด เลิกวิ่งไปแล้ว ทาง ขสมก. จึงจำเป็นต้องจัดหารถมาวิ่งแทน เพื่อรักษาเส้นทางสัมปทานเอาไว้

จากเดิมที่สุดสายตรงแฟลตทุ่งครุ ปรับเปลี่ยนเส้นทางเข้าไปยัง วัดคลองสวน, อบต. คลองสวน และต่อมาขยายเส้นทางไปจนถึง มจธ. บางขุนเทียน ซึ่งมีระยะทางไกลมากๆ

ในปี 2562 สาย 88 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน – ท่าดินแดง เหลือรถวิ่งเพียง 5 คัน แต่วิ่งจริงๆ เพียง 2 คัน/วัน เพราะรถเมล์อีก 3 คัน ไปช่วยสาย 75 วิ่ง

143 แฮปปี้แลนด์ – พระจอมเกล้าลาดกระบัง

BMTA-Bus-Route-143

ภาพจาก Chanon Lekanupanon‎

แต่เดิมนั้นรถเมล์สาย 143 เป็นรถของรถร่วมบริการ บริษัท ลาดกระบัง จำกัด เลิกวิ่งไปแล้ว ทาง ขสมก. จึงจำเป็นต้องจัดหารถมาวิ่งแทน เพื่อรักษาเส้นทางสัมปทานเอาไว้ เริ่มให้บริการในวันที่ 10 มกราคม 2556 โดย ขสมก. กลุ่มปฏิบัติการเดินรถที่ 1 เขตการเดินรถที่ 2 อู่มีนบุรี

เริ่มแรกวิ่งในเส้นทาง มีนบุรี – เคหะฉลองกรุง (ซึ่งเป็นเส้นทางเสริมของสาย 143 เดิม ภายหลังเป็น 143ก) ต่อมาจึงขยายเส้นทางไปเป็น แฮปปี้แลนด์ – พระจอมเกล้าลาดกระบัง

ในปี 2562 สาย 143 แฮปปี้แลนด์ – พระจอมเกล้าลาดกระบัง เหลือรถวิ่งเพียง 1 คัน

165 อู่บรมราชชนนี – พุทธมณฑลสาย 3 – สนง.เขตบางกอกใหญ่

BMTA-Bus-Route-165

ภาพจาก Ritthi Phosiyamanee‎

รถเมล์สาย 165 ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 ในเส้นทาง พุทธมณฑลสาย 3 – สนามหลวง (วิ่งเส้นถนนเพชรเกษม) เป็นรถเมล์สายที่หาขึ้นยากอีกหนึ่งสาย และเส้นทางเหมือนคู่แฝดอย่างสาย 91ก อีกทั้งยังเปลี่ยนเส้นทางบ่อยครั้งมาก

ในปี 2546 ขสมก. ได้มีมติขยายเส้นทางสาย 165 ให้ยาวขึ้นเป็น พุทธมณฑลสาย 3 – บรมราชชนนี – สนามหลวง ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2549 เปลี่ยนเส้นทางเป็น พุทธมณฑลสาย 2 – เขตบางกอกใหญ่ ในเดือนมกราคม 2551 ปรับเส้นทางเป็น พุทธมณฑลสาย 2 – ศาลาธรรมสพน์ – เขตบางกอกใหญ่ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เปลี่ยนเส้นทางอีก เป็น พุทธมณฑลสาย 2 – พุทธมณฑลสาย 3 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น อู่บรมราชชนนี – พุทธมณฑลสาย 3 – สนง.เขตบางกอกใหญ่ ตามอู่ที่ย้ายไปใหม่

ในปี 2562 สาย 165 อู่บรมราชชนนี – พุทธมณฑลสาย 3 – สนง.เขตบางกอกใหญ่ เหลือรถวิ่งเพียง 8 คัน แต่วิ่งจริงๆ เพียง 3 คัน/วัน เพราะรถเมล์อีก 5 คัน ไปช่วยสายวิ่งสาย 7ก

197 (วงกลม) มีนบุรี – หทัยราษฎร์

BMTA-Bus-Route-197

ภาพจาก N’James Cac

สาย 197 แรกเริ่มเดิมทีเป็นรถเมล์ วงกลมทดลองวิ่ง (สาย B1 / B2) วิ่งวนซ้าย วนขวา ที่กลุ่มปฏิบัติการเดินรถที่ 1 เขตการเดินรถที่ 2 อู่มีนบุรี ทดลองวิ่ง เพื่อให้มีรถเมล์บริการบนถนนหทัยราษฏร์ ถนนเลียบคลองสอง และถนนคู้บอน จนกลายมาเป็นรถเมล์สาย 197 ที่เริ่มวิ่งให้บริการในวันที่ 12 กันยายน 2556

โดยเส้นทางนี้ มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 2 แสนคน (ยอดเมื่อปี 2556) แต่ยังไม่มีรถเมล์ให้บริการ มีเพียงรถสองแถว และรถตู้ ซึ่งก็มีผู้ประกอบการรถสองแถวประท้วง อ้างว่า จะเกิดผลกระทบต่อรถสองแถวที่ให้บริการ และปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวก็มีรถติดอยู่แล้ว

ในปี 2562 สาย 197 (วงกลม) มีนบุรี – หทัยราษฎร์ เหลือรถวิ่งเพียง 1 คัน

525 สวนสยาม – คู้ซ้าย – หมู่บ้านเธียรทอง 3

BMTA-Bus-Route-525

ภาพจาก วันชัย ห่อรัตนาเรือง

525 แต่เดิมคือ ปอ.28 ที่เปิดมาพร้อมๆ กับ ปอ.29 ที่ถูกยุบเส้นทางไป (ปัจจุบันคือสาย 526) เพื่อให้มีรถเมล์วิ่งบริการในย่านหนองจอก ถนนคู้ซ้าย ถนนคู้ขวา (ถนนทั้ง 2 เส้นนี้ เป็นถนนที่วิ่งเลียบไปกับคลองแสนแสบ ตั้งแต่มีนบุรี ถึงหนองจอก)

แม้ว่าสาย 525 และ 526 ปัจจุบันจะเป็นรถเมล์ครีม-แดง ที่เริ่มกลับมาวิ่งอีกครั้งช่วงประมาณปี 2554 ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นรถเมล์ที่มีความสำคัญของชาวหนองจอก และชาว ขสมก. อีกสาย เพราะหมู่บ้านเธียรทอง 3 เป็นหมู่บ้านที่พนักงาน ขสมก. อาศัยอยู่มาก สาย 525 จึงมาสุดสายที่นี่ เสมือนเป็นรถรับ-ส่งพนักงานไปในตัว

ในปี 2562 สาย 525 สวนสยาม – คู้ซ้าย – ม.เธียรทอง 3 เหลือรถวิ่งเพียง 4 คัน

710 (วงกลม) ตลิ่งชัน – ราชพฤกษ์ – อรุณอมรินทร์

BMTA-Bus-Route-710

ภาพจาก Kittipich Konganandech

สาย 710 กับตัวเลขที่ไม่คุ้นเคยของคนรอ ด้วยเส้นทางที่เน้นวิ่งในถนนราชพฤกษ์เป็นหลัก รวมทั้งวิ่งเป็นวงกลมแบ่งเป็นวนซ้ายและวนขวา สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้บริการไม่น้อย แล้วมีจำนวนรถที่น้อย จึงทำให้มีผู้ใช้บริการน้อยมาก เท่าที่เห็น คนใช้บริการรถเมล์สายนี้เยอะอยู่เพียงแค่ช่วงหน้าโรงพยาบาลศิริราช กับตรงวังหลัง เท่านั้น เพราะสามารถทดแทนรถเมล์สาย 57 ได้

เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2556 ปล่อยรถชั่วโมงละ 1 คัน ยกเว้นช่วง 6.00 – 7.00 น. และช่วง 17.00 – 18.00 น. จะปล่อยรถชั่วโมงละ 2 คัน (ใครรอไหวก็รอกันไป)

เป็นสายรถเมล์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจาก กรมการขนส่งทางบก คิดปฏิรูปรถเมล์ในปี 2552 พร้อมกับรอรถเมล์ใหม่ในช่วงนั้น โดยใช้เลขสายตั้งแต่ 600-755 ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ฉบับที่ 1950 (พ.ศ. 2552) ต่อมาโครงการก็ล้มไม่เป็นท่า โดย ขสมก. ก็มีนโยบายที่ต้องการนำรถเมล์ฟรีไปเปิดสายใหม่ๆ อยู่แล้ว สาย 710 วงกลมอรุณอมรินทร์ – ถ.กาญจนาภิเษก ถึงเกิดขึ้น และดำเนินงานโดย เขตการเดินรถที่ 5

ในปี 2562 สาย 710 (วงกลม) ตลิ่งชัน – ราชพฤกษ์ – อรุณอัมรินทร์ เหลือรถวิ่งเพียง 8 คัน แต่วิ่งจริงๆ เพียง 2 คัน/วัน เพราะรถเมล์อีก 6 คัน ไปช่วยสายวิ่งสาย 7ก

720 (วงกลม) กัลปพฤกษ์ – พระราม 2

BMTA-Bus-Route-720

ภาพจาก Chanon Lekanupanon

สาย 720 ดำเนินการโดยเขตการเดินรถที่ 5 สลับวิ่งวนซ้ายและวนขวา โดยรถเมล์สายนี้ จะได้คนเยอะหน่อยก็ช่วงถนนเพชรเกษมเท่านั้น หลังจากนั้นก็วิ่งขายเบาะ

สาย 720 แต่เดิมนั้นคือรถเมล์สาย 193 ที่เปิดขึ้นมาใหม่ตามกำหนดของประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ในเดือนสิงหาคม 2550 เพื่อให้ผู้โดยสารมีรถเมล์ไปยังถนนกัลปพฤกษ์ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากรถมีน้อย หลังจากที่กรมการขนส่งทางบก ปฏิรูปรถเมล์ในปี 2552 พร้อมกับรอรถเมล์ใหม่ในช่วงนั้น โดยใช้เลขสายตั้งแต่ 600-755 รถเมล์สาย 193 จึงเปลี่ยนเลขสายเป็น 720 ในภายหลัง

ในปี 2562 สาย 720 (วงกลม) กัลปพฤกษ์ – พระราม 2 เหลือรถวิ่งเพียง 2 คัน

751 สะพานพระราม 4 – สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า

BMTA-Bus-Route-751

ภาพจาก Wisarut Hanpatthanakotchakorn‎

สาย 751 เดินรถโดยเขตการเดินรถที่ 7 อีกทั้งเส้นทางเดินรถที่ค่อนข้างยาว เราจึงแทบไม่เห็นใครรอขึ้นรถเมล์สายนี้้เลยในช่วงระหว่างทาง โดยจะได้คนแค่เพียงช่วงต้นสายและปลายสายเท่านั้น

เป็นสายรถเมล์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจาก กรมการขนส่งทางบก คิดจะปฏิรูปรถเมล์ในปี 2552 พร้อมกับรอรถเมล์ใหม่ในช่วงนั้น โดยใช้เลขสายตั้งแต่ 600-755 ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ฉบับที่ 1950 (พ.ศ. 2552) เริ่มวิ่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2556

สาย 751 นั้น วิ่งในส่วนของถนนราชพฤกษ์เกือบตลอดทั้งสาย ตั้งแต่ช่วงบางหว้า ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปถนนชัยพฤกษ์ สุดสายที่บริเวณใต้สะพานพระราม 4 (ฝั่งถนนชัยพฤกษ์) ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกมากๆ ของคนที่อยู่ในย่านปากเกร็ด แล้วต้องการเข้าเมืองมาต่อรถไฟฟ้าบริเวณ BTS บางหว้า ไม่ต้องเสียเวลารถติดในเมือง (แต่ไปติดนอกเมืองแทน!)

ในปี 2562 สาย 751 สะพานพระราม 4 – สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า เหลือรถวิ่งเพียง 3 คัน

*หมายเหตุ 10 สายรถเมล์รอนานนี้ เป็นการรวบรวมสอบถาม สายรถเมล์ที่คนรอรถเมล์นาน จากผู้โดยสารรถเมล์ ในเดือนพฤษภาคม 2562 เท่านั้น

ถ้าเบื่อรอรถเมล์แล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรืออยากขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ก็ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ …

Carro-วัดท่าไม้-ท้ายรถ

หลายคน อาจจะรู้จัก “วัดท่าไม้” จากสื่อหลายๆ ช่องทาง ตั้งแต่เป็นวัดที่คนชอบไปกันเยอะๆ มาทำบุญ ไหว้พระ ไหว้ครูประจำปี หรือจะเป็นการแจกทุเรียนให้ทานฟรี ก็แล้วแต่

แต่ที่คนสงสัย คือ ทำไมถึงมีสติ๊กเกอร์ “วัดท่าไม้” อยู่ท้ายรถ ซึ่งสังเกตเห็นได้บ่อยๆ เวลาขับรถไปไหนมาไหน

Carro หาข้อมูลมาเล่าให้ฟังครับ ว่าที่มาที่ไปของ สติ๊กเกอร์ “วัดท่าไม้” มาจากไหน และด้วยวัตถุประสงค์ใด …

สำหรับเรื่องนี้ เคยมีทีมข่าวจาก MONO ไปสัมภาษณ์พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการทำสติ๊กเกอร์วัดท่าไม้ มาจากการที่เจ้าอาวาสได้ไปพบเห็นสติ๊กเกอร์ท้ายรถรูปวัดหลวงพ่อโสธรที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนร่วมทางรู้ว่าเป็นศิษย์หลวงพ่อโสธร ดังนั้นจึงจัดทำสติ๊กเกอร์วัดท่าไม้ขึ้นบ้าง เพื่อให้รู้ว่าคนมาวัด และเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้ด้วยว่าคนแปลกหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ มาทำบุญจะได้ช่วยอำนวยความสะดวก

โดยสติ๊กเกอร์ของวัดท่าไม้จะแบ่งออกเป็น 2 สี ประกอบด้วย

1. สีเหลือง ใช้ติดสำหรับรถของคนที่มาถือศีลปฏิบัติธรรม และ
2. สติ๊กเกอร์สีขาว ใช้สำหรับคนที่มาไหว้พระทำบุญ

นอกจากนี้ ประโยชน์ของสติ๊กเกอร์นี้ยังเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนใช้รถใช้ถนนให้มีน้ำใจต่อกัน เสมือนเป็นศิษย์วัดเดียวกันต้องรู้จักเอื้อเฟื้อกัน และหากมีกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือมีเรื่องเบียดเบียนกัน ก็ต้องให้อภัยซึ่งกันและกันเวลาเกิดปัญหาอีกด้วย

วัดท่าไม้

ประวัติวัดท่าไม้

ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ 11 ถ.เศรษฐกิจ 1 ซอย 8 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัด จำนวน 6 ไร่ จากผู้มีจิตศรัทธาถวายและซื้อเพิ่มบ้าง ทิศเหนือติดแม่น้ำท่าจีน วัดนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2520 ได้รับพระราชทานวิสุงคามมสีมา เมื่อปี 2537

รายนามเจ้าอาวาสวัดท่าไม้

1. พระอาจารย์ยอด อุปติสฺโส
2. พระครูศีลสาครวิมล (สุรสิงห์ สุรสีโล)
3. พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร

นับย้อนไปเมื่อต้นปี 2520 มีพระภิกษุหนุ่มอายุราว 24 ปี แบกกลดสะพายบาตร ยืนสงบอยู่ ทราบว่า ท่านเป็นพระธุดงค์ชื่อ ยอดชาย ฉายา อุปติสฺโส พรรษา 1 วัดหนองโตนด (พันท้าว) ต.พงตึก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติสมณธรรม คุณทุยดีใจและได้ชี้นำบริเวณปากคลองคอกหมู ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้นนัก ให้เป็นที่พักซึ่งวิเวกร่มรื่นสงบ อากาศดีไม่มีคนพลุกพล่าน คุณทุยได้ขอปวารณาตัวเพื่ออุปถัมภ์ท่านตลอดไป แล้วชักชวนญาติสนิทมิตรสหาย ช่วยกันสร้างที่พักสงฆ์

ด้วยจริยาวัตร และสามัคคีธรรมร่วมกันของพระภิกขุกับชาวบ้าน ประสงค์จะสร้างเป็นวัด ให้ถาวรวัฒนาสืบไป จึงขออนุญาตสร้างวัด ซึ่งต้องรวบรวมเงินยืมจากคหบดีใกล้เคียง มาเป็นทุนจดทะเบียนในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2520 จนได้รับใบอนุญาตสร้างวัดจากกรมการศาสนา ให้นามว่า “สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี (ท่าไม้)”

ตั้งแต่นั้นมา ท่านพระอาจารย์ยอด ประกอบด้วยบารมี สามารถสร้างศรัทธาและพัฒนาสำนักสงฆ์ ให้เจริญทั้งวัตถุธรรมและศีลธรรม ตลอดจนสาธารณประโยชน์ อาทิ ศาลาท่า, บ่อสูบน้ำบาดาลจ่ายไปยังหมู่บ้านหมู่ 11, ติดตั้งไฟฟ้า และสร้างศาลาการเปรียญ เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้น ใช้ทางเข้าออกสำนักเพียงทางเรือทางเดียว ท่านจึงดำเนินการขอถนน เส้นทางจากวัดท่ากระบือมายังสำนักสงฆ์ ระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตรเศษ

ต้นฤดูหนาว คืนวันพุธก่อนวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2524 เป็นวันลอยกระทง ท่านพระอาจารย์ยอด แจ้งแก่คุณทวี สมท่า ชาวบ้านอ้อมใหญ่ศิษย์ผู้ดูแลใกล้ชิดว่า “ขอฝากวัดด้วย” รุ่งขึ้นท่านได้จาริกหายไป ไม่กลับคืนอีกเลย รวมเวลา 4 ปี ของท่านพระอาจารย์ยอดชาย อุปติสฺโส วัดทิ้งร้างห่างหลายปี มีบางท่านได้เสนอให้ยุบเลิกวัดเสีย แต่ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ขณะนั้นคือ ท่านพระครูธรรมรัตน์ วัดนางสาว ได้เล็งเห็นประโยชน์แก่มหาชนรุ่นหลัง ให้คงสภาพสำนักสงฆ์ต่อไป และมอบให้ ท่านพระอาจารย์ประสิทธิ์ กิตฺติภทฺโท อายุ 23 ปี พรรษา 2 นักธรรมโท มาเป็นผู้ปกครองดูแลตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2527 ร่วมกับ พระวิรัตน์ ตนฺติปาโล อายุ 27 ปี พรรษา 5 นักธรรมเอก จากวัดนางสาวเช่นกัน

คุณแม่จินตนา แสงวิรุณ ได้นิมนต์ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล มาพักรักษาตัวที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2530 จนหายอาพาธกลับไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ศกเดียวกัน เมื่อถึงกลางปี 2531 ได้ริเริ่มโครงการสร้างอุโบสถ รวมกับทั้งอาราธนาท่านพระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล พร้อมคณะ จากวัดสุมนาวาส เขากะโหลก ต.ปากน้ำ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นลูกหลานของญาติโยมในพื้นที่ มาสังกัดสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเหลือในกิจการต่างๆ และเชิญ คุณนิวัติ โศภารักษ์ เป็นประธานสร้างอุโบสถ

ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2532 ได้ยกฐานะของสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี ขึ้นเป็น “วัดท่าไม้” ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ

ขอขอบคุณเนื้อหาประกอบจาก

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นอกจากจะทรงเปี่ยมล้นไปด้วยพระอัจฉริยภาพหลากหลายด้าน อาทิเช่น ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านวิศวกรรมการบินและอากาศยาน และทรงสนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ รวมไปถึงในด้านรถยนต์ และเครื่องยนต์กลไกอีกด้วย

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

“รถยนต์” ก็เป็นสิ่งที่รัชกาลที่ 10 ท่านทรงโปรดปรานอยู่มาก ทั้งที่เป็นรถยนต์องค์จริงๆ ที่ทรงใช้งานส่วนตัว และทรงรับช่วงต่อมาจากพระราชบิดา ซึ่งทรงได้โปรดให้มีการเก็บรักษารถยนต์พระที่นั่ง และรถยนต์ส่วนพระองค์ ไว้ที่พิพิธภัณฑ์รถยนต์พระที่นั่งโบราณ ณ วังศุโขทัย

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

และสำหรับรถคันน้อยๆ หรือ “โมเดลรถ” ก็เป็นหนึ่งของสะสม ที่พระองค์ทรงชื่นชอบและโปรดปรานมาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์เช่นกัน ทรงเก็บอย่างเป็นระเบียบ มีตั้งแต่รถเก๋งเปิดประทุน รถยนต์หลากยี่ห้อ รถจี๊ป รถมอเตอร์ไซค์ รถทหารปิดและเปิดประทุน รถม้า รถลาก รถตำรวจ กระทั่งรถผสมปูน รถพยาบาล เป็นต้น

ครั้งหนึ่งทรงให้พระราชทานสัมภาษณ์ถึงรถเล็กๆ เหล่านี้ ลงในนิตยสารดิฉัน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2529 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสถึงความชอบส่วนพระองค์ว่า

“ชอบรถกับเครื่องบินแต่รถนี่ชอบมากกว่า”

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

เหตุผลที่พระองค์ทรงชอบสะสมรถเล็กนั้นเพคะ

“ตอนเด็กๆ ชอบเครื่องยนต์กลไก แล้วมันก็เป็นการแสดงวัฒนธรรมและพัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างหนึ่ง ของเล่นเมื่อเด็กๆ เท่าที่ยังเหลืออยู่คือของเล่นสมัยนี้ก็มี แต่มันไม่เหมือนของเล่นเมื่อ 20 ปีก่อน มันก็เป็นไปตามสิ่งแวดล้อม”

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

พระองค์ทรงมีรถเล็กๆ ที่สะสมไว้สักกี่คันเพคะ

“มีเป็นร้อย”

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

ทรงจำได้ไหมเพคะว่า คันไหนเป็นคันแรก

“ก็จำได้ว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นแรก จำได้ว่าใคร ตอนเด็กๆ คนเขาให้ พอโตก็ซื้อเอง เวลาไปเมืองนอกก็ซื้อ ปัจจุบันก็ยังซื้อ ซื้อรถ ซื้อเครื่องบินหรืออะไรเล็กๆ ที่มันน่ารัก อะไรที่มันมีศิลปมีความละเอียดก็สะสม ก็ซื้อเวลาไปเมืองนอก”

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

เมื่อทรงพระเยาว์ทรงโปรดรถคนไหนมากที่สุดเพคะ

“ตอนเด็กๆ ชอบรถคันนี้ เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนยี่ห้อ MG มันมาพร้อมๆ กับรถจริง คือรถ MG รุ่นนี้เหมือนกัน สมัยก่อนถ้าเขาออกรถใหม่เขาก็จะทำรถคันเล็กๆ ออกมาด้วย ส่วนคันนี้เป็นเบนซ์ 300, 1995 ผู้ใหญ่มีเราก็มีบ้างแต่เป็นรถคันเล็กๆ ที่มีประตูเปิดปิดข้าง รถรุ่นหลักประตูเปิดไม่ได้ รถเบนซ์บางคันดินน้ำมันเกาะเต็มไปหมดเป็นเบนซ์ช้ำเลือดช้ำหนองและทาสีซ้ำอีก แล้วรถตำรวจนี่เขียนเบอร์เองยังอยู่”

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

King-Rama-10-Diecast-Model-Cars

ทรงเปลี่ยนความโปรดไปเรื่อยๆ เป็นยุคๆ ไหมเพคะ

“ไม่ค่อยเปลี่ยน รถเดี๋ยวนี้ยังชอบเหมือนเดิมแต่มาเล่นของจริง ของเก่าก็ยังชอบอยู่ สมัยก่อนชอบรถโฆษณา รถคอมเมอร์เชียลอะไรพวกนี้มันน่ารักดี รถทหารเปิดประทุนรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก ผู้ใหญ่เขาเสียดาย เขาเก็บ กลัวพังถามทำไมไม่ให้เล่น เขาบอกถ้าโตแล้วจะเก็บไว้เป็นตัวอย่าง รถผสมซีเมนต์นี่ก็รุ่นแรก พวกคันเล็กๆ เหล็กๆ รุ่นแรก นี่รุ่นหลังเห็นไหมมีสแว๊บกี้สำหรับคนหนุ่มคนสาว”

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก บทพระราชทานสัมภาษณ์ นิตยสารดิฉัน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2529

Coronation-Of-King-Maha-Vajiralongkorn-2019

ในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ณ พระบรมมหาราชวัง

นับเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการถ่ายทอดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ โดยทุกสถานีจะเชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

แต่ถ้าหากใครอยากไปร่วมงานครั้งหนึ่งในชีวิต ก็สามารถเดินทางไปที่งาน  พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยวิธีการเดินทางต่างๆ ดังรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

จุดคัดกรอง-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

จุดคัดกรอง-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 14.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. วงเวียน รด. 3. ท่าช้าง 4. สะพานช้างโรงสี 5. ถนนพระจันทร์ 6. แยกวังแดง 7. สะพานชมัยมรุเชษฐ์ 8. บ้านหม้อ (ปากคลอง) 9. จักรเพชร
——————————————————————————————————————-
วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. สะพานช้างโรงสี 3. วงเวียน รด. 4. ท่าช้าง 5. ถนนพระจันทร์
——————————————————————————————————————-
วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 7.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. สะพานช้างโรงสี 3. วงเวียน รด. 4. ท่าช้าง 5. ถนนพระจันทร์
——————————————————————————————————————-
วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น. เปิดทั้งหมด 22 จุดคัดกรอง

1. สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ฝั่งธน) 2. ถนนหน้าพระธาตุ 3. ท่าช้าง 4. พระแม่ธรณีบีบมวยผม
5. ถนนจักรพงษ์ (หน้าพิพิธภัณฑ์เหรียญ) 6. ถนนข้าวสาร 7. ถนนบูรณศาสตร์ 8. ถนนตะนาวใต้
9. ถนนบุญศิริ 10. ถนนแพร่งนภา 11. แยกบางลำพู 12. ถนนประชาธิปไตย
13. ถนนนครสวรรค์ 14. ถนนหลานหลวง 15. ถนนมหาไชย 16. ถนนดินสอ
17. ซอยดำรงรักษ์ 18. แยกเสาชิงช้า 19. แยกเฉลิมกรุง 20. สน.พระราชวัง 21. ท่าเตียน 22. โรงเรียนราชินี
——————————————————————————————————————-
วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น.

จุดคัดกรองที่เปิด มีดังนี้ 1. พระแม่ธรณี 2. สะพานช้างโรงสี 3. สะพานมอญ 4. สะพานเจริญรัช 5. ท่าช้าง 6. ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 7. ในหน่วยกองบัญชาการรักษาดินแดน (รด.)

การเดินทางโดยรถเมล์

รถ-Shuttle-Bus-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เดินทางด้วยรถเมล์ เป็นวิธีเดินทางสำหรับที่ไม่รีบร้อนและมีเวลา มีรถ Shuttle Bus จำนวน 11 เส้นทาง ทั่วกรุงเทพมหานคร ให้บริการในวันที่ 1-7 พฤษภาคม 2562 มีรถให้บริการตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น. หรือจนกว่าจะอำนวยความสะดวกประชาชนออกจากพื้นที่จนหมด

รถ-Shuttle-Bus-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เส้นทาง Shuttle bus รับส่งประชาชน จากจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เข้าสู่บริเวณงานพระราชพิธีฯ จำนวน 11 เส้นทาง คือ

1. เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ – สนามม้านางเลิ้ง
2. สโมสรตำรวจ, ม.เกษตรศาสตร์ – สนามม้านางเลิ้ง
3. สโมสรกองทัพบก, กทม.2 – สนามม้านางเลิ้ง
4. ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต – สนามม้านางเลิ้ง
5. ที่จอดรถของ รถไฟฟ้า (รฟม.) รัชดาฯ, MRT, ศาลอาญา,- บ้านมนังคศิลา
6. อิเกีย, เมกะ, ไบเทคบางนา – บ้านมนังคศิลา
7. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ลาดกระบัง – บ้านมนังคศิลา
8. ท่าเรือคลองเตย, โรงงานยาสูบ, แอร์พอร์ตลิงค์มังกะสัน – บ้านมนังคศิลา
9. เซ็นทรัลพระราม 2, โรงเรียนบางมดวิทยา, – วัดเทพศิรินทร์
10. พุทธมณฑลสาย 4, เซ็นทรัลศาลายา , อู่รถบรมราชชนนี, มหาวิทยาลัยทองสุข – วัดเทพศิรินทร์
11. เซ็นทรัลเวสเกต – สะพานพระปิ่นเกล้า

อีกทั้งยังมี เส้นทางเดินรถเฉพาะกิจ รับส่งประชาชน จากจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร รับส่งทุกป้าย เข้าสู่บริเวณงานพระราชพิธีฯ อีกจำนวน 6 เส้นทาง คือ

1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – สนามม้านางเลิ้ง
2. สถานีขนส่งจตุจักร – สนามม้านางเลิ้ง
3. วงเวียนใหญ่ – สะพานพระพุทธยอดฟ้า
4. สนามศุภชลาศัย- บ้านมนังคศิล
5. สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) – สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
6. สถานีรถไฟหัวลำโพง – บ้านมนังคศิลา

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS / รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT

BTS-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รถไฟฟ้า BTS 5 พฤษภาคมนี้ เดินทางฟรี ทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น.

BTS-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

สำหรับ BTS ส่วนต่อขยาย กรุงเทพมหานคร ได้ให้บริการฟรีเพิ่มเติมในสถานีส่วนต่อขยายทั้งสายสุขุมวิท และสายสีลม ตลอดระยะเวลา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

MRT-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รถไฟฟ้า MRT ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้า MRT สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ฟรี ในวันที่ 5 – 6 พ.ค.62 ตลอดระยะเวลาเปิดให้บริการ และยังเปิดให้บริการที่จอดรถฟรี ณ อาคารจอดแล้วจร สายสีน้ำเงินและสีม่วง ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562

MRT-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

นอกจากนี้ ยังมี Shuttle Bus เชื่อมต่อ ณ MRT สถานีหัวลำโพง สถานีเพชรบุรี สถานีลาดพร้าว และสถานีตลาดบางใหญ่ ระหว่างวันที่ 2- 6 พ.ค.62 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

MRT-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

นอกจากนั้น BEM ยังได้ร่วมกับ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จัดรถบริการรับ-ส่ง ประชาชน ฟรี ณ MRT สถานีหัวลำโพง ไปยังจุดพักคอยวัดเทพศิรินทร์ ในวันที่ 5 – 6 พ.ค. 62 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 24.00 น.

และตั้งจุดบริการอาหารและน้ำดื่ม ณ MRT สถานีหัวลำโพง และจุดบริการน้ำดื่ม ณ สถานีลาดพร้าว ในวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562 พร้อมหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น (เฉพาะวันที่ 5 พฤษภาคม 2562) ณ สถานีหัวลำโพง บริเวณชั้นออกบัตรโดยสาร ทางเข้า – ออก 2 และ 3 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อีกด้วย

การเดินทางโดยรถไฟฟ้า ARL (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์)

Airport-Link-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รถไฟฟ้า Airport Rail Link แนะนำเส้นทางร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดให้ใช้บริการฟรีวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 เวลา 05.30 – 24.00 น.

การโดยสารด้วยเรือโดยสารสาธารณะ

เรือ-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

การบริการขนส่งสาธารณะ เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก และเรือโดยสารคลองแสนแสบ บริการฟรี ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค. 2562

เรือ-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือโดยสารสมาคมเรือไทย

จาก ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ถึง ท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. เรือออกจากต้นทางทุก 1 ชั่วโมง

จาก ท่าเรือสาทร ถึง ท่าเรือสะพานพุทธ ให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. เรือออกจากต้นทางทุก 1 ชั่วโมง

เรือข้ามฟาก (ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค. 62 ตั้งแต่ 06.00 – 22.00 น.)

จาก ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) มา ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งพระนคร) บริการทุก 15 นาที

จาก ท่าเรือพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) มา ท่าปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) บริการทุก 20 นาที

จาก ท่าเรือปิ่นเกล้า (ฝั่งธนบุรี) มา ท่าเรือปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) บริการทุก 15 นาที

จาก ท่าเรือรถไฟ มา ท่าเรือพระจันทร์ใต้ บริการทุก 20 นาที

เรือ-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

เรือโดยสารคลองแสนแสบ (บริการฟรี ระหว่างวันที่ 4 – 6 พ.ค. 62)

วันที่ 4 เรือเที่ยวแรก ออกจาก ท่าเรือประตูน้ำ ไป ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ เวลา 07.00 น. เที่ยวสุดท้าย 19.00 น. II ขากลับ เที่ยวสุดท้าย จาก ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ไป ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 19.15 น.

วันที่ 5 เรือเที่ยวแรก ออกจาก ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 07.00 น ส่งถึง ท่าเรือโบ้เบ้ เวลา 11.45 น.หลังจากนั้น ส่งถึง ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ เที่ยวสุดท้าย 22.00 น. II ขากลับ เที่ยวสุดท้ายออกจาก ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ไป ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 22.00 น.

วันที่ 6 เรือเที่ยวแรก ออกจาก ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 07.00 น. เที่ยวสุดท้าย 19.45 น. II ขากลับ เที่ยวสุดท้ายออกจาก ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ไป ท่าเรือประตูน้ำ เวลา 20.00 น.

การเดินทางโดยรถไฟ รฟท.

รฟท-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

รฟท. จัดเดินขบวนรถไฟพิเศษ ช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562
สายเหนือ จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 320 อยุธยา – กรุงเทพ ต้นทาง 10.30 – ปลายทาง 12.00 น. | ขบวน 322 อยุธยา – กรุงเทพ ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 13.30 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 319 กรุงเทพ – อยุธยา ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 00.30 น. | ขบวน 321 กรุงเทพ – อยุธยา ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 01.30 น.

สายใต้ จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 332 นครปฐม – ธนบุรี ต้นทาง 10.55 – ปลายทาง 12.00 น. | ขบวน 334 นครปฐม – ธนบุรี ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 13.05 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 331 ธนบุรี – นครปฐม ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 24.00 น. | ขบวน 333 ธนบุรี – นครปฐม ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 01.00 น.

รฟท-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก-2562

สายตะวันออก จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 326 ฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ ต้นทาง 10.35 – ปลายทาง 11.55 น. | ขบวน 328 ฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 13.20 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 325 กรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 00.40 น. | ขบวน 327 กรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 01.40 น.

สายแม่กลอง จำนวน 4 ขบวน ดังนี้

เที่ยวไป ขบวน 4342 มหาชัย – วงเวียนใหญ่ ต้นทาง 10.40 – ปลายทาง 11.35 น. | ขบวน 4348 มหาชัย – วงเวียนใหญ่ ต้นทาง 12.00 – ปลายทาง 12.55 น.
เที่ยวกลับ ขบวน 4348 วงเวียนใหญ่ – มหาชัย ต้นทาง 23.00 – ปลายทาง 23.55 น. | ขบวน 4333 วงเวียนใหญ่ – มหาชัย ต้นทาง 24.00 – ปลายทาง 00.55 น.

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก กองทัพเรือ

Songkran-Free-Travel-Expense

เดินทางปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่าย กับที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี

ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หลายๆ ท่าน เริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยว เดินทางกลับบ้าน พบปะสังสรรค์กับญาติพี่น้องเฉกเช่นทุกปี ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเดินทางกันจำนวนมาก

ทำให้บรรดาหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ต้องหาทางบรรเทาความแออัดจากการเดินทาง อีกนัยหนึ่งคือมอบ “ของขวัญ” (ที่มาจากภาษีประชาชน …) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ให้กับประชาชนที่ใช้บริการ … ที่สำคัญ เมาไม่ขับ ระกว่างเดินทางกลับบ้านนะครับ

Carro ขอรวบรวมจุดพักรถ จุดช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี ในสถานที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ให้ทุกท่านได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และท่องเที่ยวสงกรานต์กันอย่างมีความสุขครับ.

จุดพักรถ

Maintenance

กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศสนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ในโครงการ “อาชีวะอาสา เทศกาลสงกรานต์ 2562” บริการฟรี จำนวน 255 ศูนย์

เริ่มบริการตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2562 บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการเช็กสภาพรถและซ่อมรถเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นหน่วยบริการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้พักผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง

จุดสังเกตในการเข้าใช้บริการศูนย์ฯ เป็นเต็นท์สีม่วง 2 หลัง มีป้ายแบรนเนอร์ ป้ายบอกทาง เริ่มจาก 1 กม. / 500 ม. / ถึงแล้ว “อาชีวะอาสา” … โดยสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน อาชีวะอาสา ได้ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ใน Play Store และระบบปฏิบัติการไอโอเอสใน App Store หรือสอบถามข้อมูลที่ โทร. 1156 หรือเข้าดูได้ที่ www.vec.go.th

เดินทางด้วยรถเมล์

BMTA-Free-Songkran-2019

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดแผนการเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย. 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่งเฉลี่ยวันละ 2,686 คัน จำนวน 20,263 เที่ยว และเพิ่มการเปลี่ยนกะของพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง จำนวน 117 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 11 – 18 เม.ย. 2562

2. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่ง จำนวน 4 สถานี รวม 36 เส้นทาง ดังนี้

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556

– สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511

– สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 10 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 29, 34, 73, 73 ก ,75 และ 501

3. จัดเดินรถ Airport Bus เชื่อมต่อท่าอากาศยานกรุงเทพ จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่

– สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 16 – 20 คัน

– สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยฯ เฉลี่ยวันละ 6 – 9 คัน

– สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 6 – 10 คัน

– สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 – 10 คัน

– สาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 6 – 8 คัน
สำหรับวันที่ 13 – 15 เม.ย. 2562 จะปรับการเดินรถให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการ

4. จัดรถ Shuttle Bus จำนวน 2 เส้นทาง (ให้บริการเฉพาะวันที่ 12 และ 18 เม.ย. 2562) ดังนี้

– เส้นทางวงกลมอู่หมอชิต 2 – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร วันละ 3 – 5 คัน

– เส้นทางอู่หมอชิต 2 – อนุสาวรีย์ชัยฯ วันละ 8 – 10 คัน

5. จัดเดินรถปรับอากาศร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด เส้นทางกรุงเทพฯ – สระบุรี จำนวน 15 คัน ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 เม.ย. 2562 โดยจอดรับ – ส่ง ในช่องทางเดินรถของ บขส. ทั้งต้นทางและปลายทาง โดยใช้อัตราค่าโดยสารของกรมการขนส่งทางบก

6. จัดเดินรถให้บริการ “ฟรี” วันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เม.ย. 2562 สำหรับผู้ใช้บริการที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป โดยให้บริการฟรีตลอดวัน ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางรถเมล์ www.bmta.co.th , Facebook [email protected] หรือ ศูนย์ Call Center 1348 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 22.00 น. เฉพาะวันที่ 15 -16 เม.ย. 2562 ให้บริการตลอด 24 ชม.

เดินทางด้วยรถไฟ

Railway

การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 โดยได้เพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2562

สายเหนือ
กรุงเทพ – เชียงใหม่ – กรุงเทพ (รถนอน)
กรุงเทพ – ศิลาอาสน์ – กรุงเทพ

สายอีสาน
กรุงเทพ – อุบลราชธานี – กรุงเทพ
กรุงเทพ – อุดรธานี – กรุงเทพ
กรุงเทพ – ศรีสะเกษ – กรุงเทพ (เฉพาะช่วงท้ายเทศกาล)

ส่วนสายใต้ จะเป็นการเพิ่มตู้โดยสารเข้าไปแทน

ทั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมด้วยการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูง ในขบวนรถที่วิ่งให้บริการปกติทุกสายทั่วประเทศ 242 ขบวน และยังได้เตรียมเปิดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมจากขบวนประจำอีก 18 ขบวน ในระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2561 (เที่ยวไป 8 ขบวน) และวันที่ 15-17 เมษายน 2561 (เที่ยวกลับ 10 ขบวน) ทำให้สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 100,000 คนต่อวัน

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

BTS-Free-Songkran-2019

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส จัดกิจกรรม “สงกรานต์หรรษา สายน้ำเย็นฉ่ำ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสฟรี” เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว ให้บุตรหลานได้พาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้าไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. รวมทั้งรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที

เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนแก่พนักงานสถานี เพื่อขอรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วในทุกสถานี รวมทั้งสถานีส่วนต่อขยายทั้งในสายสุขุมวิท และสายสีลม 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่บุตรหลานสามารถพาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้าท่องเที่ยวได้นั้น เช่น พาเที่ยวที่เมืองโบราณ เป็นการท่องเที่ยวสงกรานต์วิถีไทย โดยลงรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีเคหะฯ หรือจะพาท่องเที่ยวใจกลางเมือง ในงานสงกรานต์กรุงเทพมหานคร สาดสุข เพื่อทุกคน รื่นรมย์วิถีไทย บริเวณสวนลุมพินี โดยลงที่สถานีศาลาแดง เป็นต้น และบริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสาร ที่ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ หลีกเลี่ยงการนำน้ำ และแป้งเข้าในขบวนรถ โดยบริษัทฯ ได้จัดเตรียมภาชนะรองรับไว้ให้ ณ ชั้นจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง 

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในช่วงเทศกาลฯ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แบบ Real Time ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “BTS SkyTrain” ทาง App Store และ Google Play Store

MRT-Free-Songkran-2019

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เชิญชวนผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15  เมษายน 2562 ตลอดระยะเวลาให้บริการ

ผู้สูงอายุสามารถติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทั้ง 2 สาย สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) เพื่อรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าฟรี พร้อมเชิญร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในวันที่ 10 – 16 เมษายน 2562  ณ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน 9 สถานี ได้แก่ หัวลำโพง สีลม สุขุมวิท พระราม9 ศูนย์วัฒนธรรมฯ ลาดพร้าว พหลโยธิน สวนจตุจักร บางซื่อ และรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ทั้ง 16 สถานี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 02-624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก: MRT Bangkok Metro / ทวิตเตอร์: MRT Bangkok Metro / อินสตาแกรม : mrt_bangkok และโมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT “เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT”

จอดรถฟรี

Suvarnabhumi-Airport-Free-Parking-Songkran-2019

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ให้แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว (Long Term Parking) โซน C ซึ่งสามารถจอดรถได้จำนวน 718 คัน ในระหว่างวันที่ 5-9 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันจักรี ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน โดยจะยกเว้นค่าบริการจอดรถตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562

และยกเว้นค่าบริการจอดรถที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C อีกช่วงในระหว่างวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2562 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันพุธที่ 17 เมษายน 2562

ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าวได้จัดเตรียมรถ Shuttle Bus สายพิเศษสำหรับวิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างลานจอดรถระยะยาว โซน C กับอาคารผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 5 และวนลงไปที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 ประตู 5 แล้วกลับไปที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C

นอกจากนี้ ยังมีรถ Shuttle Bus สาย A (สายปกติ) ที่วิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Bus Terminal) ไปยังลานจอดรถระยะยาว โซน C เพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และประตู 8 และวนขึ้นไปที่ชั้น 2 ประตู 5 แล้วกลับไปที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถ Shuttle Bus ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

การยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ประสงค์จะนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดเพื่อเดินทางในช่วงวันหยุดยาวติดต่อดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และล่วงหน้า 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และหากผู้โดยสารต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการในด้านต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ AOT Contact Center หมายเลข 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเดินทางฟรี

Highway-Free-Songkran-2019

เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และทำให้การจราจรมีความคล่องตัว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 กรมทางหลวง ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 10 เม.ย. 2562 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 18 เม.ย. 2562

โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เป็นเส้นทางสายกรุงเทพฯ – บ้านฉาง ตอนกรุงเทพฯ – เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 บางวัว ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา และบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี

ค่าทางด่วนฟรี

EXAT-Free-Songkran-2019

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 00.01 น. ถึงวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 24.00 น. รวม 9 วัน พร้อมกันนี้ กทพ. ยังได้เตรียมจัดตั้งหน่วยบริการประชาชนบนทางพิเศษ เพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 6 จุด ดังนี้

📌 ขาออก ตั้งแต่วันที่ 9 – 14 เมษายน 2562 ที่ด่านฯ บางแก้ว 1 ด่านฯ ฉิมพลี และด่านฯ บางปะอิน (ขาออก)

📌 ขาเข้า ตั้งแต่วันที่ 15 – 18 เมษายน 2562 ที่ด่านฯ ดาวคะนอง ด่านฯ จตุโชติ และ ด่านฯ บางปะอิน (ขาเข้า)

ทั้งนี้ กทพ. ขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจร และป้ายสัญญาณต่างๆ อย่างเคร่งครัดและมุ่งเน้น 3 มาตรการความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย” เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ตรวจสภาพการจราจรและแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือบนทางพิเศษ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) หมายเลขโทรศัพท์ 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The-10-Best-In-MotorShow-2019

10 “ที่สุด” ในงาน Motor Show 2019 ที่คุณยังไม่รู้ หรืออาจจะคาดไม่ถึง!

งาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” หรือ “Motor Show 2019” ที่มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รุ่นใหม่ๆ และรถมือสอง (ที่อยู่ในฮอลล์ฝั่งตรงข้าม) มาโชว์แล้ว รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบ …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ของยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ในงานครั้งนี้ด้วย Carro ขอรวบรวม “10 ที่สุด” ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Show 2019” มาให้ทุกท่านได้ทึ่งกัน ว่ามีด้วยหรือเนี่ย!

ถูกที่สุด

Suzuki-Carry-2019

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Show 2019 ครั้งนี้ต้องยกให้ “Suzuki Carry” (ซูซูกิ แครี่) รถกระบะขนาดเล็กของซูซูกิ ที่มาในราคาเพียง 369,800 บาท ขายกันมายาวนานนับสิบปี มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า

ซึ่งรถรุ่นนี้มีความโดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพของตัวรถ รูปลักษณ์ ประโยชน์ใช้สอย และราคาที่คุ้มค่า นำไปดัดแปลงเป็นรถโมบายใช้งานในกิจการต่างๆ เช่น รถขายอาหาร รถส่งของ เป็นต้น

แพงที่สุด / เร็วที่สุด

Aston-Martin-Valkyrie

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Show 2019 ครั้งนี้คือ “Aston Martin Valkyrie AMR Pro” (แอสตัน มาร์ติน วัลครี่ เอเอ็มอาร์ โปร) ด้วยมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท! ไฮเปอร์คาร์ตัวแข่ง เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 2 ยักษ์ใหญ่ในวงการยานยนต์อย่าง Aston Martin และ Red Bull Racing ออกแบบโดย มร.เอเดรียน นิวอี้ ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบรถแข่ง Formula 1 เป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิค ซึ่งจะมาจัดแสดงในงานนี้เพียง 7 วันเท่านั้น

ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 วางกลาง 6.5 ลิตร Naturally Aspirated พร้อม “Rimac Energy Recovery System” เทคโนโลยีไฮบริดที่พัฒนาจากรถแข่ง Formula 1 ขณะที่กล่อง ECU ก็ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้มีแรงม้าสูงกว่า 1,100 แรงม้า อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ภายใน 2.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 402 กม./ชม. โดยรถคันจริงจะเริ่มผลิตปีหน้า

รถ SUV แพงที่สุด

Rolls-Royce-Cullinan-Supreme-Liberty-2019

ส่วนรถ SUV ที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Show 2019 ได้แก่ “Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ซูพรีม ลิเบอร์ตี้) ตัวรถระดับ Ultra Luxury SUV รุ่นแรกของ Rolls-Royce สง่างามกับสีพิเศษ “Infinity-Black Metallic” ตัดด้วยโค้ชไลน์สี Mandarin เป็นเส้นสีส้มบางๆ คาดข้างตัวถังยาวจรดด้านหลัง

ห้องโดยสารของ Cullinan ใช้โทนสี Scivaro Gray (ซิวาโร่ เกรย์) ตัดกับสีดำ และเย็บตะเข็บเดินด้ายสี Mandarin ติดตั้งลายไม้ Blackwood Matted และเป็นคันแรกในไทยที่มาพร้อมออปชั่น “Immersive Seating with Centre Console” รวมทั้งมีอีก 2 ความพิเศษ ได้แก่ Commission Collection B-Spoke Umbrellas ร่มที่เดินด้ายบริเวณขอบเป็นสี Mandarin และ Signature Key กุญแจรถหุ้มหนังแท้สีเดียวกัน ในราคาประมาณ 30 กว่าล้านบาท

รถยนต์ไฟฟ้า ราคาถูกที่สุด

DT-Motor-Mini-Pickup-Truck

รถยนต์ไฟฟ้า ที่ราคาถูกสุดในงาน Motor Show 2019 ต้องยกให้ DT Motor ที่นำ Mini Pickup Car ราคาถูกสุดๆ เพียงแค่ 128,000 บาท! ที่ไม่ต้องจดทะเบียน สำหรับไว้วิ่งตามหมู่บ้าน ขับ 1 คน นั่ง 2 คน มีพัดลมติดมาให้ในรถ ใช้มอเตอร์ขนาด 60V กำลัง 1,500 วัตต์ ทำความเร็วได้สูงสุด 40 กม./ชม.  ชาร์จไฟเพียงครั้งละ 3 ชั่วโมง ก็วิ่งได้ถึง 30 กิโลเมตร

รถยนต์ไฟฟ้า ราคาแพงที่สุด

Jaguar-i-Pace-2019

รถยนต์ไฟฟ้าแพงที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ Jaguar นั่นคือ Jaguar I-Pace (จากัวร์ ไอ-เพซ) รถ Crossover แบบไฟฟ้าล้วน (BEV) 5 ที่นั่ง รุ่นแรกของ Jaguar มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 394 แรงม้าเลยทีเดียว ซึ่งภายในห้องโดยสาร ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสไตล์ Jaguar อยู่เช่นเคย

โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 5,499,000 บาท สำหรับรุ่น S ซึ่งโควต้าสำหรับจำหน่ายในประเทศไทย มีเพียง 12 คัน ในปี 2562

ใหญ่ที่สุด

Hyundai-County-2019

ไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้แล้วในงาน Motor Show 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้ “Hyundai County” (ฮุนได เคานตี้) รถบัสที่บริษัท ฮุนได คอมเมอร์เชียล เวฮิเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ ยนตรกิจ คอร์เปอเรชั่น เพิ่งจะได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและประกอบขายในบ้านเรา ในชื่อการค้าคือ Hyundai Truck & Bus (ฮุนได ทรัค แอนด์ บัส)

สำหรับ Hyundai County เป็นรถบัสขนาด 18+1 ที่นั่ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล D4D ขนาด 3.9 ลิตร แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ราคาเปิดตัวที่ 1,991,000 บาท

แปลกที่สุด

Speed-Boat-MotorShow-2019

แปลกที่สุดในงาน Motor Show 2019 ต้องยกให้เรือ “Speed Boat” ลำใหญ่ของบูธ SiamWatercraft ที่มาโชว์ในงานครั้งนี้

รถเก๋งคนสนใจเยอะสุด

Honda-Accord-2019

ในงาน Motor Show 2019 รถที่ดึงดูดคนให้เข้ามาดูได้เยอะที่สุดอีกรุ่น เห็นทีต้องยกให้ “Honda Accord” (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น Turbo และรุ่น Hybrid แยกจำหน่ายเป็น 3 รุ่นย่อย Honda Accord Hybrid Tech ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท, Honda Accord Hybrid ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท และ Honda Accord Turbo EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท

โดย Honda จะเริ่มจำหน่าย Accord ใหม่ พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562

รถ SUV คนสนใจเยอะสุด

Suzuki-Jimny-2019

ส่วนรถ SUV ที่คนสนใจเยอะที่สุดในงาน Motor Show 2019 ต้องยกให้ “Suzuki Jimny” (ซูซูกิ จิมนี่) ที่ดึงดูดคนดูได้แน่นบูธเลยทีเดียว กับล็อตแรกที่นำเข้ามา 30 คัน ถูกจองกันไปเรียบร้อย ตั้งแต่ 3 ชั่วโมงแรกของการเปิดจอง ซึ่งรถที่จะนำเข้ามาตามโควต้า 90 คันในปีนี้ (จากเดิมที่มีโควต้าแค่ 80 คัน) ก็ถูกจองหมดเรียบร้อย …

โดยเวอร์ชั่นในบ้านเรานั้น จะเป็นตัวเดียวกับ Jimny Sierra ที่ขายในญี่ปุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

สำหรับรถ Suzuki Jimny 30 คันแรก จะได้รับ Jimny Boxset ฟรี และป้าย Jimny Emblem Limited Serial Number ระบุเลขตัวรถเฉพาะคัน โดยราคารุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด อยู่ที่ 1,550,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด อยู่ที่ 1,650,000 บาท!

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

Harley-Davidson-CVO-Limited-2019

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Show 2019 ต้องยกให้ “Harley-Davidson CVO Limited” (ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ซีวีโอ ลิมิเต็ด) เช่นเคย ในราคา 3,124,000 บาท

Choose-Car-For-Your-Life

เลือกสีรถ ตรงกับวันเดือนปีเกิดคุณ ถูกโฉลก ถูกใจ ขับแล้วรุ่ง ขับแล้วรวย

ในปี 2562 นี้ อาจจะเป็นที่หลายๆ คน เจอทั้งเรื่องดีๆ และเรื่องมรสุม ซึ่งบางคนอาจจะเชื่อในเรื่องของโชคชะตา อาจจะคิดว่าสิ่งของบางอย่าง ส่งผลในเรื่องของโชคชะตาของเราได้

แม้ว่าช่วงนี้ก็ใกล้เข้าสู่งาน Motor Show  2019 (มอเตอร์โชว์ 2019) แล้ว หลายคนคงกำลังมองหาของขวัญชิ้นใหญ่อย่าง “รถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ป้ายแดง หรือจะเป็นรถมือสองก็ตาม ซึ่งบางคนก็อาจจะคิดแล้วล่ะว่า จะเลือกสีรถที่ถูกโฉลก ด้วยสีอะไรดี?

ตามความเชื่อของคนไทย ที่ชื่นชอบสีรถเป็นที่มงคลกับวันเกิดของตัวเอง Carro จึงขอนำเสนอข้อมูลสำหรับการเลือกรถสีไหน ให้ถูกโฉลกกับ วัน เดือน ปีเกิด ของคุณ!

Choose-Car-For-Your-Life

วันอาทิตย์ สีรถถูกโฉลก คือ

แดง ม่วงเปลือกมังคุด – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ขาว ครีม ดำ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
เขียว บรอนซ์ เทา ทอง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันจันทร์ สีรถถูกโฉลก คือ

เขียว – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ส้ม เหลืองแก่ ดำ ฟ้า – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
น้ำเงิน ทอง ชมพู ม่วงเปลือกมังคุด – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันอังคาร สีรถถูกโฉลก คือ

ดำ – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ม่วงแก่ ทอง แสด น้ำตาล – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
บรอนซ์ เทา แดง ชมพู เขียว – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพุธ (กลางวัน) สีรถถูกโฉลก คือ

น้ำเงิน ฟ้า ทอง ม่วงแก่ น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
เทา บรอนซ์ ม่วงแก่ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ขาว ดำ เขียว เหลืองอ่อน – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพุธ (กลางคืน) สีรถถูกโฉลก คือ

แดง น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ดำ เทา บรอนซ์ น้ำตาล – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ชมพู ม่วงแก่ น้ำเงิน ฟ้า – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพฤหัสบดี สีรถถูกโฉลก คือ

ฟ้า – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
แดง ส้ม ทอง – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ขาว เขียว บรอนซ์ เทา – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันศุกร์ สีรถถูกโฉลก คือ

น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
แดง ทอง ชมพู ฟ้า น้ำเงิน- ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
เขียว ดำ เหลือง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันเสาร์ สีรถถูกโฉลก คือ

เทา บรอนซ์ – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
น้ำเงิน ฟ้า ดำ ม่วงแก่ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
แดง ชมพู ทอง เหลือง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

สำหรับสีรถต้องห้าม หรือสีรถที่เป็นกาลกิณี สำหรับคนที่เกิดวันต่างๆ มีดังต่อไปนี้

คนที่เกิดวันอาทิตย์ สีรถต้องห้ามคือ สีฟ้า น้ำเงิน
คนที่เกิดวันจันทร์ สีรถต้องห้ามคือ สีแดง
คนที่เกิดวันอังคาร สีรถต้องห้ามคือ สีขาว สีครีม
คนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) สีรถต้องห้ามคือ สีชมพู สีแสด
คนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) สีรถต้องห้ามคือ สีส้ม สีทอง
คนที่เกิดวันพฤหัสบดี สีรถต้องห้ามคือ สีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
คนที่เกิดวันศุกร์ สีรถต้องห้ามคือ สีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง
คนที่เกิดวันเสาร์ สีรถต้องห้ามคือ สีเขียว สีแสด

แต่การเลือกสีรถที่ถูกใจคุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถสีไหนก็ตาม การขับรถด้วยความปลอดภัย มีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมท้องถนน ก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการใช้รถในถนน นะครับ …

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ

5-Thick-To-Surprise-Fan-In-Valentines-Day

เซอร์ไพรส์แฟนคุณกับรถคู่ใจ ในบรรยากาศที่เหมาะๆ ช่วงวาเลนไทน์

นี่ก็ใกล้เข้าสู่วันวาเลนไทน์แล้ว ถ้าคุณๆ ยังนึกไม่ออกยังว่าจะทำอะไรเซอร์ไพรส์แฟนดี สำหรับคนรักรถทั้งหลาย บางทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ว่าจะทำอะไร ให้เราและเขาต่างประทับใจซึ่งกันและกัน โดยอาจจะมีรถยนต์เป็นสื่อกลาง …

Carro ขอนำเสนอวิธีเซอร์ไพรส์แฟนกับรถคู่ใจ เผื่อคุณจะลองนำไปใช้ดูครับ …

Surprise-Fan-In-Valentines-Day

ซื้อของขวัญไว้ท้ายรถ

บางที คุณอาจจะลองสืบๆ ดู ว่าเธอชอบอะไรบ้าง หรือถ้าเกิดนึกอะไรไม่ออก ก็อาจจะลองเป็นดอกไม้สักช่อก็ได้ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ ก็ชื่นชอบดอกไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร้อมแนบกระดาษโน้ตข้อความหวานๆ สักประโยคสั้นๆ เอาไว้ให้อ่านแล้วตะลึงกันไปเลย

Surprise-Fan-In-Valentines-Day

เปิดเพลงรัก

เพลงรักเพลงไหนบ้างที่เธอชอบฟัง ลองสืบเสาะดู (อีกแล้ว) แล้วค่อยเปิดให้เธอฟังในรถ แต่ถ้าคุณมั่นใจในเสียงของตัวเอง ก็ลองร้องเพลงส่งเป็นคลิปให้เธอดู หรือร้องสดๆ เลยก็ได้ ถ้าเธอชอบเสียงคุณนะ

Surprise-Fan-In-Valentines-Day

ลูกโป่งท้ายรถ

บางคน อาจจะเลือกวิธีการเซอร์ไพร์สแฟน ด้วยการนำลูกโป่งไว้เต็มท้ายรถ อาจจะมีเพิ่มลูกโป่งฟอยล์เป็นคำบอกรักแฟนก็ได้ ก็น่าจะสร้างความประทับใจได้ดีทีเดียว แต่ถ้าแฟนที่ไม่ชอบลูกโป่ง ก็อาจจะไม่ทำให้เธอตื่นเต้นนะ แต่ก็ต้องลองดู

Surprise-Fan-In-Valentines-Day

ขับรถไปรับหลังเลิกงาน

อันนี้ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะช่วงวันวาเลนไทน์ แต่ทำได้ทุกครั้งถ้ามีโอกาส แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของเรา ยิ่งถ้าเป็นในวันฝนตก หรือวันที่เลิกงานดึกๆ คุณก็สวมบทพระเอกขี่ม้าขาว ขับรถไปรอที่ออฟฟิศเธอ จากนั้นก็พาไปทานอาหารเย็นก่อนกลับบ้าน ก็ถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่ยอดเยี่ยมอีกวันแล้ว แต่อย่าลืมวางแผนการเดินทาง โทรจองโต๊ะ เช็กเมนูอาหารก่อนนะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอตอนไปถึงแล้ว

Surprise-Fan-In-Valentines-Day

ขับรถเที่ยว

การขับรถพาแฟนไปชมวิวตามสถานที่สวยๆ บรรยากาศดีๆ ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะช่วยสร้างความโรแมนติกให้กับคุณทั้งคู่ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมก็คือช่วงเช้าๆ ตอนอากาศกำลังดี และช่วงเย็นๆ ตอนที่พระอาทิตย์ตกดิน ไปแวะชมสถานที่ท่องเที่ยว หรือแวะไปกินร้านอาหารหรูๆ ดูสักครั้ง เพื่อสร้างบรรยากาศอันน่าประทับใจ

สำหรับคู่รักที่คบหาดูใจกันมานาน หรือพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตคู่แล้ว วาเลนไทน์นี้ คือโอกาสที่ดีที่คุณจะขอเธอแต่งงาน เอาเป็นว่าถ้าองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่คุณคิดว่าพร้อม ก็เตรียมแหวน กับคุกเข่าขอเธอมาเป็นภรรยาได้เลย

7-ของติดรถที่สาวๆ-ควรเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่ม-ในวาเลนไทน์

สาวๆ จะซื้ออะไรให้หนุ่มๆ ในวันวาเลนไทน์ดีนะ? ถ้านึกไม่ออก อ่านดูในนี้ได้เลย!

ในช่วงวันวาเลนไทน์ที่กำลังมาถึงนี้ หนุ่มๆ มักจะมอบของขวัญเซอร์ไพรส์ให้กับสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบ ตุ๊กตา ช็อกโกแลต หรือของประดับเกี่ยวกับผู้หญิงแล้ว บางที คุณผู้หญิงก็อาจจะอยากนึกซื้อของขวัญ มอบตอบแทนให้ผู้ชายกลับบ้างเหมือนกัน

เพราะในวันวาเลนไทน์ คนที่มอบของให้ส่วนใหญ่ มักจะเป็นฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิง แต่ในบทความนี้ เราขอนำเสนอตรงกันข้ามดูบ้าง โดยเปลี่ยนเป็นผู้หญิงมอบให้กับผู้ชาย ที่มีรถยนต์ใช้กันอยู่ในตอนนี้

Carro ขอแนะนำสิ่งของ 7 ของติดรถที่สาวๆ ควรซื้อให้หนุ่มๆ ในวันวาเลนไทน์ครับ.

1. แว่นกันแดด

Sunglasses

แว่นกันแดด ถือเป็นของที่คู่ใจคุณผู้ชายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็ตาม หรือแม้แต่เวลาขับรถ ก็มักจะมีแว่นกันแดดติดรถเสมอ ดังนั้น คุณควรจะสืบเสาะดูว่า เขาใส่แว่นขนาดของแว่นอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วลองมอบแว่นกันแดดให้เป็นของที่ระลึก ก็น่าจะสร้างประทับใจได้ไม่น้อย

2. น้ำหอมติดรถ

Car-Perfume

เพราะผู้ชายบางคน ก็ใส่ใจเรื่องน้ำหอมไม่แพ้ผู้หญิงเหมือนกัน ลองดูว่าในรถที่เขาใช้ นิยมหรือชอบใช้น้ำหอมติดรถยี่ห้ออะไรที่เขามักจะวางหรือติดในไว้รถประจำ การซื้อน้ำหอมให้ ก็น่าจะสร้างประทับใจได้ไม่น้อย

3. ชุดเครื่องมือช่าง

Tools-Kit

ชุดเครื่องมือช่าง ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและควรมีติดรถเอาไว้ เพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไฟฉาย สายพ่วงแบตเตอรี่ เกจ์วัดลมยาง ป้ายสามเปลี่ยมสะท้อนแสง เป็นต้น รับรองว่าต้องประทับใจคุณผู้ชาย ที่ใส่ใจในการดูแลรักษารถแน่นอน

4. พวงกุญแจ

Key-Chain

พวงกุญแจ ก็จัดว่าเป็นของที่ต้องมีติดไว้กับพวงกุญแจอยู่เสมอ หนุ่มๆ หลายคน อาจจะชอบพวงกุญแจที่มีสัญลักษณ์เป็นตราของยี่ห้อรถ หรือรูกรถยนต์รุ่นที่เขาใช้อยู่ ลองหาพวงกุญแจมามอบให้เป็นของขวัญ ก็ดีเช่นกัน

5. ปากกา

Lamborghini-Pen

ปากกา ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอันหนึ่ง นอกจากจะไว้ในรถ สำหรับตรวจเช็คเอกสารต่างๆ ตอนอยู่ในรถแล้ว ก็ยังพกติดตัวไปได้ด้วย ซึ่งปากกาที่บริษัทรถต่างๆ มีทำออกมาเป็น Official Product ก็มีหลากหลาย ลองหาปากกาสักด้าม ไว้ติดรถให้หนุ่มๆ ดูสิ

6. โมเดลรถ

Tomica

หนุ่มๆ หลายคน อาจจะชื่นชอบในการสะสมโมเดลรถเป็นชีวิตจิตใจ ลองหาโมเดลรถเล็กๆ อย่างเช่นของ Hot Wheels, Tomica หรือจะเป็นแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นรถรุ่นเดียวกับของเขาขับรถ ไว้ติดรถที่เขาใช้สักคัน ก็น่าจะเป็นที่ประทับใจแน่นอน

7. ของ DIY ทำเองเลย

DIY-Set

ถ้าของขวัญที่เสนอมายังไม่โดนใจคุณ แนะนำว่าสาวๆ ลองลงมือประดิษฐ์ของแฮนด์เมดแบบเก๋ ๆ ชิ้นเดียวในโลกขึ้นมาเลยค จะเป็นผ้าพันคอ ตุ๊กตาแต่งรถตัวเล็กๆ ไว้ในรถก็ได้ ทุกอย่างล้วนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของคุณทั้งสิ้นครับ

สำหรับของติดรถ 7 สิ่ง ที่ทาง Carro แนะนำในครั้งนี้ เชื่อได้ว่า น่าสนใจและมีประโยชน์ในการใช้งาน คุ้มค่าทั้งผู้ให้ สุขใจทั้งผู้รับ ในวันวาเลนไทน์นะครับ