ค้นหาบทความ

Category : วิเคราะห์การตลาดรถมือสอง

Thailand-Car-Auctions

ในช่วงที่โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปในทั่วโลกอยู่ขณะนี้ แม้ว่าสถานการณ์ในไทยจะผ่อนคลายไปมากแล้วก็ตาม อีกทั้งตลาดรถใหม่ของเราจะผ่านงาน Motor Show 2020 (มอเตอร์โชว์ 2020) ไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง ก็แสดงให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 นี้ ดูเติบโตในระดับหนึ่ง แต่ก็น้อยไปกว่าครึ่งทีเดียว หากเทียบกับยอดขายรถในงาน Motor Show ปีที่ผ่านมา

ในเวลานี้ตลาดรถมือสองอาจจะเรียกได้ว่าไม่ปกตินัก เนื่องจากลูกค้าจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการตกงาน หรือถูกลดเงินเดือน หลายรายผ่อนรถต่อไม่ไหว รถจึงถูกยึดไปโดยไฟแนนซ์ หรือสถาบันการเงินเป็นจำนวนมาก ก็กระทบกันไปตามๆ กัน จนต้องปรับกลยุทธ์กันรายวัน

แต่ตอนนี้บรรดาลานประมูลรถหลายๆ แห่งนั้น กลับเรียกได้ว่ากำลังคึกคักเลยทีเดียว หลายที่บอกหารถไม่ได้ตามต้องการด้วยซ้ำไป! เป็นเพราะอะไร เดี๋ยว MR.CARRO จะพาไปทำความรู้จักกับการประมูลรถกัน …

Thailand-Car-Auctions

การประมูลรถ คือ การให้ผู้ซื้อ (ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ประกอบการรถมือสอง) เข้ามาแข่งขันกันเสนอราคาให้มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ต่อรถคันนั้น ซึ่งวิธีดังกล่าวนั้น ทำให้รถยนต์มีมูลค่าเพิ่มจากปกติตามสภาพที่ขายได้ทั่วไป ซึ่งสถาบันการเงินหลายแห่งต่างนิยมมากในการปล่อยรถยนต์ที่ยึดมาจากลูกค้า ที่ไม่สามารถผ่อนจ่ายได้ตามกำหนด

รถประมูลส่วนมาก ที่นำมาประมูลกัน โดยหลักๆ แล้วจะมาจาก

1. รถจากสถาบันการเงิน มักจะมาจากรถยนต์ที่ถูกไฟแนนซ์ ยึดรถมาขายทอดตลาด

2. รถอุบัติเหตุ เป็นการประมูลซากรถ หรือขายซากรถนั้นเอง ส่วนใหญ่มักจะซื้อไปทำอะไหล่กัน

3. รถปลดระวางจากบริษัทรถเช่า หรือหน่วยงานราชการ ซึ่งรถประเภทนี้ หลายคันสภาพดี แต่หลายคันก็ใช้งานมาหนัก (โดยเฉพาะรถเช่า) ก่อนซื้อก็ต้องตรวจสอบดูว่า มีชนหนักเบา เครื่องยนต์สภาพเป็นอย่างไรบ้าง

4. รถของกลาง คือรถที่โดนตำรวจ หรือสรรพสามิตยึดมา บางคันเป็นรถที่ยึดมาจากพ่อค้ายาเสพติด หรือรถยนต์นำเข้าโดยการหนีภาษี หลายคันเป็นรถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์ ซึ่งรถพวกนี้บอกได้เลยว่าไม่ต้องไปสู้ให้เสียเวลา เพราะมีใบสั่งมาแล้ว ว่าใครจะประมูลรถคันไหนกลับไป

Thailand-Car-Auctions

หากใครที่คิดจะซื้อรถประมูล คุณต้องดูรถเป็นด้วย ไม่ว่าจะตัวถังรถ เครื่องยนต์ เลขรหัสต่างๆ ถูกต้องครบถ้วนหรือเปล่า ส่วนมากแล้วผู้ประมูลรถมักจะเป็นผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสอง ที่ต้องการหารถเข้าเต็นท์ไปขายนั่นเอง รถบางคันอาจมีสภาพไม่สมบูรณ์ อาจจะต้องมา “เก็บงาน” อะไรกันอีก

แต่รถประมูลเหล่านี้ มั่นใจได้ว่าถูกกฎหมาย 100% แน่นอน เพราะทางผู้จัดการประมูล ต้องทำการตรวจสอบมาก่อนหน้าแล้ว นี่จัดว่าเป็นข้อดีของรถประมูล

และในเวลานี้ (เดือนกรกฎาคม 2563) รถยนต์มีเข้าสู่ระบบการประมูลน้อยลง เพราะลูกหนี้บางส่วนยังสามารถใช้รถยนต์ได้ โดยการประนอมหนี้กับทางสถาบันการเงิน ทำให้รถยนต์ที่เกิดจาก NPL ถูกยึดลดลง ส่งผลให้ราคารถยนต์มือสองปรับตัวขึ้นประมาณ 2 – 3% เพราะ Demand มากกว่า Supply ซึ่งรวมไปถึงรถประมูลด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นที่สนใจอย่างมาก ของบรรดาผู้ประกอบการรถมือสองในเวลานี้ ในการหาของดีราคาถูกเข้าเต็นท์รถ

สำหรับใครที่ต้องการประมูลรถ ไม่ว่าจะประมูลรถที่งานประมูล หรือจะประมูลรถออนไลน์ ก็เตรียมตัวเก็บตังค์กันไว้นะครับ

Thailand-Car-Auctions

อยากประมูลรถ ต้องทำอย่างไร?

ลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล โดยเตรียมหลักฐาน ดังนี้

บุคคลธรรมดา

  • บัตรประชาชนพร้อมสำเนา
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • กรณีที่ผู้ประมูลไม่ได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง ให้ใช้หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตร ประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

นิติบุคคล

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการบริษัทที่มีอำนาจ ลงนามผูกพันนิติบุคคล

1. ผู้ซื้อควรตรวจสภาพรถและข้อมูลรถที่ตัวรถก่อนทำการประมูล

2. ผู้เข้าร่วมประมูลต้องมัดจำค่าป้ายหมายเลขผู้ประมูล 20,000 บาท ด้วยเงินสด หรือ แคชเชียร์เช็ค (หากไม่สามารถประมูลรถยนต์ได้ จะได้รับเงินคืนทันที)

3. กรณีต้องการจัดไฟแนนซ์หรือเช่าซื้อกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายเช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) ก่อนทำการประมูลทุกครั้ง

4. แสดงเจตนาการซื้อรถยนต์ด้วยวิธียกป้ายหมายเลขประมูลเท่านั้น (ถ้าแสดงโดยวิธีอื่น โฆษกจะไม่นับขายให้) โดยเริ่มการประมูลจากราคากลาง ซึ่งหากผู้เข้าประมูลเสนอซื้อมากกว่า 1 ราย

• โฆษกจะปรับราคาขึ้นครั้งละ 2,000 บาท กรณีที่ราคาเริ่มต้น 1-999,999 บาท

• โฆษกจะปรับราคาขึ้นครั้งละ 10,000 บาท กรณีที่ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปและผู้เสนอซื้อในราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล

5.ผู้ชนะการประมูลต้องลงลายมือชื่อในเอกสารหลักฐานการประมูลและมีเจ้าหน้าที่พาไปชำระเงินมัดจำ

Thailand-Car-Auctions

6.กรณีที่ประมูลรถยนต์ได้ ต้องชำระเงินดังนี้

6.1 ชำระเงินในวันประมูล

  • วางเงินมัดจำ จำนวน 10% ของราคารถยนต์ที่ประมูลได้ หรือจ่ายผ่านบัตรเครคดิตวีซ่าการ์ด, บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด (กรณีชำระด้วยบัตรเครดิต จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการใช้บัตรเครดิตเป็นเงินสด) ส่วนจำนวนเงิน 90% ที่เหลือชำระผ่านบัญชีภายใน 3 วัน ทำการนับจากวันที่ประมูลก่อนเที่ยง (12.00 น.)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของเงินมัดจำ (กรณีรถที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ค่าดำเนินการ 8,560 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • ค่าดำเนินการ รถ 6 ล้อ ขึ้นไป 10,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

6.2 ชำระเงินส่วนที่เหลือภายในวันพฤหัสบดีก่อน 12.00 น. ผู้ประมูลได้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ และ อุปกรณ์ประจำรถยนต์ภายหลังการประมูล โดยบริษัท สหการประมูล จะออกใบตรวจสภาพรถแก่ท่านเป็นหลักฐานเพื่อใช้ยืนยันในวันรับรถ กรณีที่ท่านไม่ยอมตรวจสภาพรถยนต์ บริษัทฯถือว่าท่านสละสิทธิ์การเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น

ผู้ชนะการประมูลมีความประสงค์ขอเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อหลังจากหนังสือสัญญาออกแล้ว บริษัทฯจะเปลี่ยนให้ หากมีเหตุผลอันสมควรโดยคิดค่าใช้จ่ายดังนี้

  • รถที่ประมูลได้ราคาจบน้อยกว่า 10,000 บาท ต้องชำระค่าเปลี่ยนชื่อผู้ประมูลคันละ 3,000 บาท ต่อการเปลี่ยนชื่อ 1 ครั้ง
  • รถที่ประมูลได้ราคาจบตั้งแต่ 10,000 บาท ต้องชำระค่าเปลี่ยนชื่อผู้ประมูลคันละ 30% ของราคาจบการประมูล ผู้ประมูลรถยนต์ได้จะต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียม, ค่าภาษี, ค่าปรับ, ค่าจดทะเบียนในการขอใช้รถใหม่ (กรณีรถยนต์ที่ประมูลได้มีการแจ้งหยุดการใช้รถไว้) และเงินเพิ่มภาษีนิติบุคคล (รถ-ประมูลแบบนิติบุคคลและประมูลแบบรถด่วนที่โอนไม่เกิน 2 ต่อ ถ้ามี) รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนโอนและการรับโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

กรณีที่ผู้ซื้อประมูลรถยนต์ได้และไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 5 , ข้อ 6.1 บริษัทฯ ถือว่าท่านมีเจตนาก่อกวน และทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัทฯ และผู้ประมูลซื้อคนอื่น บริษัทฯจะดำเนินการกับท่านตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร เล่มทะเบียนของรถนิติบุคคล ท่านที่ประมูลได้จะได้เล่ม ประมาณ 30 วัน เล่มทะเบียนของรถบุคคลทั่วไป ท่านที่ประมูลได้จะได้เล่ม ประมาณ 15 วัน

ใครที่สนใจ อยากร่วมประมูลรถออนไลน์กับทาง CARRO เพื่อหารถไปใช้ ไปขาย หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่จ้า —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

ตอนนี้ต้องบอกได้เลยว่าตลาดรถมือสองบ้านเรา เจอวิกฤตช่วงโควิด-19 เข้าไป กระทบถึงบรรดาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ถ้วนหน้า นับตั้งแต่รถใหม่ป้ายแดง ที่สต๊อกรถยนต์ยังล้น ซัพพลายเออร์มีคำสั่งซื้อลดลงเรื่อยๆ จนค่ายรถยนต์หลายค่ายต้องประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราว

นับตั้งแต่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการรณรงค์ Work From Home “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ก็กระทบต่อภาวะการขายรถยนต์อย่างหนัก ซึ่งในวงการรถมือสองก็กระทบไปด้วย จากการที่ลูกค้าถูกเลิกจ้างชั่วคราว หยุดทำงานโดยไม่รับเงินเดือน หรือถูกปลดออกจากงาน

MR.CARRO จะมาวิเคราะห์ตลาดรถมือสอง ปี 2020 หลังจากหมดโควิด-19 จะเป็นอย่างไร? โอกาสทอง หรือ หน้ามืด!

Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

จากข้อมูลของ คุณภิญโญ ธนวัชราภรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้กล่าวถึงเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถมือสองที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไว้ในแฟนเพจของทางสมาคมฯ ว่า

“ผู้ประกอบการที่ดี ต้องปรับตัวให้เร็วและแม่นยำ การถือ Stock เป็นจำนวนมากเกินไปจะทำให้อุ้ยอ้าย และปรับตัวได้ช้า ผู้ประกอบการควรถือ Stock ที่ปลอดภัย เน้นรถที่ซื้อง่ายขายคล่อง และเน้นรถ Brand หลัก ที่มีความเสี่ยงต่ำ เน้นขายได้เร็ว และกำไรไม่ต้องมากลด Stock ที่ไม่มีความจำเป็นออก ถ้าจำเป็นต้อง Cut Loss ก็ให้ Cut Loss ให้เร็ว อย่าก่อหนี้เพิ่มถ้าไม่จำเป็น เพราะดอกเบี้ยไม่มีวันหยุด ในขณะที่รายได้ในปีนี้ อาจจะลดลงตลอดทั้งปี อาจต้องยอมขายรถในราคาที่เบียดกับต้นทุน เพื่อให้รถออกจากเต็นท์ไว อาจจะยอมขายขาดทุนด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องรีบขาย

ซึ่งทางนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้แนะนำถึงวิธีรับมืออีกว่า “ทางรอดของเราคือ ปรับตัวให้เร็วและแม่นยำ ถือสต๊อกในจำนวนที่ปลอดภัย เน้นแบรนด์หลักที่มีความเสี่ยงต่ำ ขายเร็วกำไรไม่ต้องมาก ที่สำคัญอย่าสร้างภาระหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น เพราะดอกเบี้ยจะไม่ลดลงตาม”

“และผู้ประกอบการ ควรมองหาช่องทางที่จะเพิ่มมูลค่าของการบริการ รวมถึงการสร้างความมั่นใจ เชื่อถือ และความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและสังคม เนื่องจากสถานการณ์เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ นี่จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้เราได้เข้าไปมีส่วนร่วมและอยู่ในใจของผู้บริโภค”

“ยอดขายรถมือสองในตอนนี้ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ยอดขายหายไปประมาณ 40% ขณะที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อสุดๆ เพราะปัจจุบัน 90% เป็นลูกค้าขอสินเชื่อผ่านไฟแนนซ์ และ 10% ซื้อรถด้วยเงินสด”

Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นปี 2563 บรรดาค่ายรถหลายค่ายในบ้านเรา ต่างประเมินถึงยอดขายรถยนต์ป้ายแดงปีนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจย่ำแย่ในปีที่ผ่านมา บางค่ายโชว์ตัวเลขที่หนึ่งล้านคัน ส่วนบางค่ายก็ต่ำกว่าล้านคัน ถ้าหลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไป ผมคาดว่ายอดขายรถป้ายแดงปีนี้น่าจะไม่ถึง 9 แสนคันด้วยซ้ำไป เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบไปอย่างหนัก ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ อาจจะเหลือเพียง 7 แสนคัน ซึ่งลดลงประมาณร้อยละ 30 และอาจจะลงไปถึง 5 แสนคัน ด้วยซ้ำไป!

ซึ่งภาคการผลิตรถยนต์ในประเทศปีนี้ ต่ำกว่าเป้าเยอะ รวมถึงยอดส่งออกด้วย สะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจได้ดีเลยทีเดียว

โดยปกติ กรณีเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายรถใหม่จะลดลง แต่ยอดขายรถมือสองนั้น มักได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากผู้ที่มีกำลังเล่นรถป้ายแดงไม่ไหว ก็จะหันไปซื้อรถมือสองแทน ซึ่งในตลาดรถมือสองตอนนี้ ก็มีหลายรุ่น ที่ถูกลงกว่าเดิมในหลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ถึงเราเชื่อว่าหากวิกฤตนี้ผ่านพ้นไป ราคารถมือสองคงไม่ได้ตกต่ำแบบในเวลานี้แน่นอน

จากการสำรวจของทีมงาน CARRO พบว่า รถหลายรุ่นที่ราคาลดเยอะพอสมควร อาทิ Toyota Yaris รุ่นปี 2014 ราคาลงมาอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท จากเดิมอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 3 แสนบาท ส่วน Honda Jazz (GK) ราคาปรับมาอยู่ที่ 370,000 บาท ซึ่งจากเดิมราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 4 แสนบาท

หรือ Honda Civic (FC) ราคาปรับลงมาเหลือเริ่มต้นที่ 5 แสนกว่าบาท จากเดิมเริ่มต้นอยู่ที่ 6 แสนกว่าบาท และ Toyota Camry รุ่นปี 2012 ราคาเริ่มต้นหล่นลงมาอยู่ที่ 4 แสนกว่าบาท ส่วนในตัวโฉม Hybrid ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาท

แต่ในครั้งนี้ ลูกค้ารายใหญ่ที่มีฐานเงินเดือนไม่มาก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของตลาดรถมือสอง ตกงานกันเป็นจำนวนมาก รถมือสองย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ คาดว่าจะมีลูกค้าทิ้งรถ เนื่องจากผ่อนไม่ไหวกันเป็นจำนวนมาก กำลังซื้อที่พอมีอยู่ประปราย ถึงตอนนี้ “นิ่งสนิท” มีแต่ผู้อยากขายรถเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ซื้อก็ยังมีอยู่ แต่ก็ต้องเป็นผู้ที่มีเงินเย็น รอช้อนของถูกอยู่ในมือจริงๆ

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

สรุป

ผลกระทบของโควิด-19 ต่อวงการรถมือสองนั้น เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจำนวนมหาศาล จากแต่เดิมเศรษฐกิจของไทยก็แย่อยู่แล้วยิ่งส่งผลกระทบอย่างมาก จากธุรกิจบริการต่างๆ ต้องปิดบริการกันเยอะมาก ต้องขายรถเท่าทุน หรือขายตัดขาดทุนก็ต้องยอม

เมื่อคนขาดสภาพคล่อง จนต้องมีการขอพักชำระหนี้ ชลอการจ่ายค่างวดรถกันยกใหญ่ และการจะซื้อรถสักคัน การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์มือสองของไฟแนนซ์ ก็ต้องเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้ตลาดรถมือสองในปี 2563 นี้ ว่าหน้ามืดทีเดียว

แต่ก็ยังเป็นโอกาสอยู่บ้าง สำหรับดีลเลอร์ที่มีสะสมเงินเย็นไว้อยู่มาก เนื่องจากตอนนี้เองก็มีลูกค้านำรถมาขายกันเป็นจำนวนมาก เป็นโอกาสในการช้อนซื้อรถเข้าเต็นท์ได้ในราคาถูก เลือกรถคันที่ชอบได้ เพื่อเอาไว้ขายต่อในอนาคต แต่ก็เป็นส่วนน้อยอยู่ดี เพราะบรรดาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ก็เป็นเงินหมุน เงินกู้ ทั้งนั้น

ก็ได้แต่ต้องบอกคำว่า “สู้ สู้” ครับ!

สำหรับดีลเลอร์รายใด หรือผู้ประกอบการรายใด ตอนนี้ยังพอมีกำลังซื้อรถอยู่ หรือผู้ที่อยากขายรถแบบเยอะๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่นี่ครับ @Carropartner —> เพิ่มเพื่อน

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

รวมรถมือสอง 6 รุ่น ราคาถูกน่าซื้อ

หากคุณมีงบประมาณก้อนหนึ่งแล้วอยากได้รถสักคันที่ราคาคุ้มค่า โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นรถใหม่ “รถมือสอง” จะเป็นคำตอบสำหรับคุณ เพราะมีรถที่น่าใช้ให้คุณเลือกมากมายโดยที่ราคาก็ไม่เกินงบที่คุณตั้งไว้ แต่จะมีรถมือสองรุ่นไหนบ้างที่น่าซื้อ?

Carro จึงรวบรวมรถมือสองนอกกระแส 6 รุ่น ที่ราคาถูก รุ่นไม่เก่าจนเกินไป มาเป็นตัวเลือกให้คุณได้ชมกันค่ะ

1. Toyota Prius รุ่นปี 2013-2014

รวม 6 รุ่นรถมือสองนอกกระแส ราคาคุ้มค่า น่าซื้อ-01

ราคาโดยประมาณ 450,000 – 650,000 บาท

Toyota Prius รถไฮบริดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ออพชั่นแน่น เหนือกว่า C-Segment ทั่วไป มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งทางด้านเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัย เช่น มีระบบ Solar Ventilation System หรือระบบระบายอากาศอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีการทำงานโดยใช้แผงโซลาร์รับพลังงานแสงอาทิตย์ แล้วจึงทำการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้ในการทำงานของพัดลม ซึ่งจะทำให้การจอดรถกลางแดดจะไม่ร้อนจนเกินไปสำหรับตัวรถ และมีการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมัน รวมถึงภายในห้องโดยสารที่มีขนาดกว้างขวาง รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ แถมปัจจุบันรถส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่อีกด้วย

 

2. Subaru XV รุ่นปี 2013-2015

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 550,000 – 750,000 บาท

Subaru XV เป็นทางเลือกที่น่าสนสำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของรถ SUV เพราะ Subaru รุ่นนี้ ถือเป็นรถ Crossover  SUV ที่มีขนาดคล่องตัว ไม่เทอะทะเกินไป โดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่เพราะเครื่องยนต์มีความเสถียรมาก และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (หรือ Symmetrical All-Wheel Drive) กระจายกำลังทุกล้อเท่าๆ กัน เป็นรถที่สมรรถนะดี เหมาะกับผู้ที่รักในการขับขี่มากกว่าความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ซึ่งเมื่อเทียบราคากับสมรรถนะของตัวรถก็ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน บวกกับชื่อเสียงในระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันเลื่องชื่อของซูบารุ ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

3. Ford Focus รุ่นปี 2013-2015

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 320,000 – 430,000 บาท

Ford Focus รุ่นนี้ถูกดีไซน์ให้มีรูปทรงสปอร์ตด้วยโครงสร้าง Z shape เพื่อให้การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งกว่า ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Active Park Assist เพียงแค่กดปุ่มเดียว แถมตัวรถยังสร้างด้วยเหล็กกล้าโบรอน จึงมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งมากกว่าเหล็กกล้ามาตรฐานถึง 4 เท่า สามารถปกป้องผู้โดยสารและผู้ขับขี่ได้อย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักที่เบา จึงช่วยประหยัดน้ำมัน มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงเพิ่มความปลอดภัย หากคุณสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ซื้อรุ่นเครื่องยนต์เบนซินหัวฉีดตรง 2.0 GDi เพราะมีปัญหาจุกจิกน้อยกว่าเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร

 

4. Mazda3 รุ่นปี 2011-2013

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 380,000 – 430,000 บาท

Mazda3 ได้รับการออกแบบภายใต้ DNA ของมาสด้าอย่างแท้จริง มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวให้ความเป็นสปอร์ตแต่ขับสนุก รวมถึงเครื่องยนต์ 2000 ซีซี. และเครื่องยนต์ 1600 ซีซี. ที่ได้ปรับแต่งให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 147 แรงม้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด, ระบบ Sports Paddle Shift และระบบควบคุมเกียร์ AAS (Active Adaptive Shift) ที่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะโดยอัตโนมัติตามสไตล์ของผู้ขับขี่ (สำหรับเครื่องยนต์ 2.0L) Mazda3 รุ่นนี้มีดีในด้านรูปลักษณ์, ช่วงล่าง และสมรรถนะที่ไม่แพ้รถเจ้าตลาด รูปทรงสวยร่วมสมัย มีให้เลือกทั้งรุ่นซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบ็ค 5 ประตู

 

5. Chevrolet Cruze รุ่นปี 2011-2013

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 270,000 – 420,000 บาท

สำหรับ Chevrolet Cruze 2013 รูปลักษณ์ภายนอกมีความสปอร์ตนิดๆ เสริมความเด่นด้วยล้ออัลลอย 5 ก้านที่ดูสปอร์ตกว่าเดิม ปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ถูกเปลี่ยนเป็นทรงกลม อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับด้วยระบบ Passive Entry Passive Start เข้าและออกห้องโดยสารโดยไม่ต้องใช้กุญแจ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามารถควบคุมระบบ Cruise Control ในส่วนของระบบความปลอดภัย รุ่นนี้ได้เพิ่มระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรกอิเลคทรอนิก EDB ระบบ ESP รักษาเสภียรภาพการทรงตัว ระบบ Traction Control ป้องกันการลื่นไถล และระบบกุญแจนิรภัย Key Immobilizer หากสนใจรถรุ่นนี้ แนะนำให้ซื้อรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังดีกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ในขณะที่ราคาป้ายแดงเกือบ 1.25 ล้านบาท แต่ราคามือสองอยู่แค่ 4 แสนกว่าๆ ถูกกว่าตั้งเกือบ 3 เท่า!

 

6. MG6 รุ่นปี 2015-2016

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

ราคาโดยประมาณ 390,000 – 510,000 บาท

รถรุ่นสุดท้ายที่เราจะแนะนำ ก็คือ MG6 รถจากค่ายสัญชาติอังกฤษที่มาเปิดตลาดในไทย MG6 รุ่นนี้ ประกอบเครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 1.8 ลิตร ให้พละกำลัง 161 แรงม้ารองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ทรงตัวดีเยี่ยมด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันและด้านหลังแบบ Z-type มัลติลิ้งค์ ข้อดีของรถรุ่นนี้เน้นไปที่สมรรถนะช่วงล่าง ที่หนึบไม่แพ้รถยุโรปเลยทีเดียว และรุ่นนี้เกือบจะกลายเป็นแรร์ไอเท่ม! ด้วยราคาเปิดตัวที่สูงมาก ส่งผลให้ยอดจำหน่ายน้อยมากเพราะราคาแรง แต่สมรรถนะของรถก็ถือว่าค่อนข้างดี ไม่ได้ตกเหมือนราคาแน่นอน

การตัดสินใจซื้อรถยนต์คือเรื่องใหญ่ มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคิด อย่างแรกก็คือเรื่องการเงิน หากคุณมีงบจำกัด คุณก็ไม่ควรซื้ออะไรที่แพงเกินไป หรือรถที่มีค่าใช้จ่ายตามมาเยอะๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งหากซื้อรถราคาถูกมากๆ เก่ามากๆ แต่ไม่ปลอดภัยเลยก็ไม่ดี อันตรายแน่นอน

และสิ่งสำคัญที่หลายๆ คนควรทำแต่มองข้ามไป ก็คือ ศึกษารถยนต์แต่ละรุ่นให้ดีก่อนซื้อ อย่างเช่น ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเฉพาะตัวของรถรุ่นนั้นๆ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหรือการซ่อมอย่างไม่รู้จบในภายหลัง ถ้ารู้ไว้ก่อนและเลี่ยงได้จะดีกว่า เพื่อความสบายใจและสบายกระเป๋าเงินของคุณเองค่ะ สามารถเลือกดูรถมือสองได้ที่ลิงค์นี้ > https://th.carro.co/taladrod

รถมือสอง, รถมือสองราคาถูก, Prius, Subaru XV, Ford Focus, Mazda3, Chevrolet Cruze, MG6

สุดท้าย ถ้าคุณต้องการซื้อรถใหม่ อย่าลืม! นำรถคันเดิมของคุณมาลงขายที่คาร์โร ได้ที่ลิงค์นี้เลย > https://th.carro.co/sell-car/express หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage : Carro Thailand ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ