ค้นหาบทความ

Category : ข่าวเด่นประเด็นร้อน

Motor-Expo-2019-Booking

ยอดจองรถยนต์ ในงาน Motor Expo 2019 รถ Eco-Car  รถ SUV Crossover ยอดจองเพียบ สู้เศรษฐกิจยุคลุง!

Motor-Expo-2019

บริษัท สื่อสากล จำกัด เผยยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2019 ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก แต่สวนทางกับยอดจองรถอย่างมาก เรียกได้ว่า สุขใจทั้งคนซื้อรถ ได้รถใหม่ไปขับ แต่หลายคนก็อาจทุกข์ใจตอนหาเงินผ่อนรถ ส่วนคนทำงานบริษัทรถ ก็ได้รับโบนัสกันถ้วนหน้า

โดยในงาน Motor Expo 2019 ตั้งเป้าจะมียอดจองรถภายในงาน 50,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,000 คัน และเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 56,000 ล้านบาท คาดผู้ชมงานราว 1.6 ล้านคน

สำหรับยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2019 ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 19,991 คัน! (หากนับรวมยอดจองมอเตอร์ไซค์ด้วย จะมียอดจองทั้งหมดอยู่ที่ 24,377 คัน)

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถป้ายแดง หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สรุป

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 44,189 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 53,358 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2560 39,832 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 30 พ.ย. – 12 ธ.ค. 2559 32,422 คัน

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับแรกของ Motor Expo 2019 วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2562 (Carro Update ล่าสุดทุกวัน ยอด ณ วันที่ 6 ธ.ค. 2562)

1. Honda 3,268 คัน

Honda-City-2020

2. Toyota 2,927 คัน

Toyota-GR-Supra

3. Mazda 2,481 คัน

Mazda2-2020

4. Isuzu 2,314 คัน

Isuzu-D-Max-2020

5. Mitsubishi 1,475 คัน

Mitsubishi-Mirage-2020

6. Nissan 1,257 คัน

Nissan-Almera-2020

7. MG 1,107 คัน

MG-ZS-EV-2019

8. Suzuki 966 คัน

9. Mercedes-Benz 830 คัน

Mercedes-Benz-E300-e

10. Ford 720 คัน

Ford-Everest-Sport-2019

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Motor Expo

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2018 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2018-booking/

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2017 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2017-booking/

สำหรับผู้ที่ซื้อรถใหม่ในงาน Motor Expo 2019 ไปแล้ว แต่ยังหนักใจว่าจะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ Carro Thailand”

The-10-Best-In-Motor-Expo-2019

10 “ที่สุด” ในงาน Motor Expo ที่คุณยังไม่รู้ หรืออาจจะรู้ไม่หมด!

งาน “Motor Expo 2019” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบนั้น …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2019” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ถูกที่สุด

Suzuki-Celerio-2019

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

แพงที่สุด / เร็วที่สุด

McLaren-Senna-2019

ขอขอบคุณภาพจาก Motor Expo

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 นั่นก็คือ McLaren Senna (แมคลาเรน เซนนา) รถ Hyper Car หรือรถแข่งในคราบรถถนน ที่มีคันเดียวในประเทศไทย (ซึ่งผลิตเป็นคันที่ 269 และมีเจ้าของเรียบร้อยแล้ว) ราคารวมภาษีแล้วกว่า 200 ล้านบาท! ซึ่งผลิตจำนวนจำกัด เพียง 500 คันทั่วโลก เป็นการระลึกถึงอดีตนักแข่งรถ Formula 1 ชาวบราซิลอย่าง Ayrton Senna (ไอร์ตัน เซนนา) แชมป์เปี้ยนโลก 3 สมัย ปี 1988, 1990 และ 1991 ในช่วงที่อยู่ทีม McLaren-Honda

ตัวถังทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,198 กิโลกรัม ประกอบด้วยเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร แบบ V8 Twin Turbo 800 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 340 กม./ชม.

เท่ที่สุด

Scuderia-Toro-Rosso-STR14-Motor-Expo-2019

เท่ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ต้องยกให้บูธ PTTOR ที่นำรถ Mock-Up รุ่น STR14 ของทีม Scuderia Toro Rosso ที่ขับโดย Alex Albon Ansusinha (อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์) ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่จัดว่าเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่เข้าร่วมแข่งรถในรายการ Formula 1 (ฟอร์มูล่าวัน) ฤดูกาล 2019 มาโชว์ในงาน Motor Expo 2019

โดย STR14 นี้ ใช้เครื่องยนต์จากค่าย Honda รหัส RA619H ขนาด 1.6 ลิตร แบบ V6 DOHC 740 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 8 สปีด มีน้ำหนักเครื่องยนต์อยู่ที่ 145 กิโลกรัม ในราคาค่าตัวนับร้อยล้านบาท

รถ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) ถูกที่สุด

BYD-M3

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้กับรถไฟฟ้าสัญชาติจีน อยู่ที่บูธ PTTOR อย่าง “BYD M3” (บีวายดี เอ็ม3) มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 Kwh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 Kwh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน)

อัตราการสิ้นเปลือง 1 Kwh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า ในราคา 999,000 บาท

เก่าที่สุด

Jaguar-E-Type

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Jaguar E-Type” (จากัวร์ อี-ไทป์) ซึ่งผลิตระหว่างปี 1961-1964 ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3,781 ซีซี (3.8 ลิตร) ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงานครับ

ใหญ่ที่สุด

TATA-Ultra

ไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้แล้วในงาน Motor Expo 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้ “TATA Ultra” (ทาทา อุลตร้า) รถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมเบรก ABS ติดตั้งจากโรงงาน มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 4 สูบ ขนาด 3 ลิตร ให้กำลังและแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม ราคาเริ่มต้นเพียง 794,000 บาท (ราคานี้ไม่รวมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่นๆภายในงาน)

รถ SUV เร็วที่สุด

Lamborghini-Urus

รถ SUV ที่เร็วที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ก็ยังคงเป็น Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรูส) นั่นเอง ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 23,420,000 บาท กับ Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่มาพร้อมคำนิยามว่า “Since We Made It Possible”

ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. 

รถจักรยานแพงที่สุด

Porsche-Bike-RX

ในงาน Motor Expo 2019 นี้ แม้แต่จักรยาน ก็มีขายเช่นกัน! ต้องยกให้ “Porsche Bike RX” (ปอร์เช่ ไบค์ อาร์เอ็กซ์) ที่ไฝฝันของชาวน่องเหล็กหลายต่อหลายคน ด้วยเฟรมแบบคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมเกียร์ 22 สปีดของ Shimano น้ำหนักเบาประมาณ 10 กิโลกรัม ในราคา 277,725 บาท (จากราคาเดิม 370,300 บาท!)

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

MV-Agusta-F4-RC

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ต้องยกให้กับ MV Agusta F4 RC (เอ็มวี ออกัสต้า เอฟ4 อาร์ซี) ยอดรถ Supersport Bike พลังแรงจากอิตาลีที่เปิดตัวในปี 2019 ทำสีแฟริ่งใหม่ แบบเดียวกับที่แข่งในรายการ WSBK

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 1,000 ซีซี 212 แรงม้า ระบบเบรกหน้า-หลัง ใช้ของ Brembo พร้อมตัวกันสะบัดจาก Ohlins โดยผลิตออกมาเพียง 100 คันทั่วโลกเท่านั้น และมีเพียง 2 คันในไทย! ในราคา 2,400,000 บาท!

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุด

Zongzhen-Ryuka-Retro

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2019 นั่นคือ “Zongzhen Ryuka Retro” (จงเซิน ริวก้า เรโทร) มาในราคา 29,900 บาท

Motor-Expo-2019-Cars-Highlight

งาน Motor Expo 2019 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36) มาภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน” หรือ “Ride and Drive Together Now” จัดเต็มรถรุ่นใหม่ ที่เปิดตัวในปีนี้และในงานนี้ มาจัดแสดงส่งท้ายปี สู้กับเศรษฐกิจซบเซาของปีนี้อย่างเต็มที่

เชิญพบกับรถยนต์ที่ร่วมงานจำนวนมากถึง 33 แบรนด์ และรถจักรยานยนต์อีก 26 แบรนด์ ซึ่งมีแบรนด์ใหม่ มาเปิดตัวในงานนี้ด้วย!

Motor-Expo-2019

นอกจากโปรโมชั่นพิเศษมากมายแล้ว งานนี้ยังมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน โดยปีนี้ยังคงแจกรถยนต์ 3 คัน และจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 1 คัน รวมถึงลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ จากการซื้อสินค้าอีกมากมาย และยังมีรถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี! จาก 3 จุดในกรุงเทพฯ และที่รังสิต ให้คุณเดินทางมาชมงานได้อย่างสะดวกสบาย

และหากใครที่สนใจ ต้องการ “ขายรถ” กับทาง CARRO เพื่อนำเงินไปซื้อรถคันใหม่ ขายได้ไว! เร็ว! ได้ราคาที่ดีที่สุด! พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! สามารถเข้าไปกรอกรายละเอียดได้ที่ https://th.carro.co/sell-car/express

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาเวลาว่าง ไปเดินเที่ยวชมงานกันครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Expo 2019 กันได้เลย

Toyota-GR-Supra

Toyota GR Supra

Nissan-Almera-2020

Nissan Almera 2020

Nissan-GT-R-50th-Anniversary

Nissan Leaf

Honda-City-2020

Honda City 2020

Honda-Civic-Hatchback-MY2020

Honda Civic Hatchback 2020

Mitsubishi-Mirage-2020

Mitsubishi Mirage

Mitsubishi-Attrage-2020

Mitsubishi Attrage

Isuzu-D-Max-2020

Isuzu D-Max

Hyundai-Veloster

 

Hyundai Veloster

Mini-Countryman-John-Cooper-Works

Mini Countryman John Cooper Works

Porsche-718-Cayman-AAS

Porsche 718 Cayman AAS Sport Edition

Mazda2-2020

Mazda2 2020

Mercedes-AMG

Mercedes-AMG

Volvo-V60

Volvo V60

โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2019 ฟรี! ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://th.carro.co/blog/carro-ticket-motor-expo/

Carro-Motor-Expo-2019

Motor Expo 2019 – “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน”

Motor-Expo-2019-Poster

“Motor Expo 2019” (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36) หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน” หรือ “Ride and Drive Together Now” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้ รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

Motor-Expo-2018-View

ในปีนี้มีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงานมากมายถึง 33 ยี่ห้อ เริ่มจากค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota, Lexus, Nissan, Honda, Mitsubishi, Isuzu, Mazda, Subaru, Suzuki ส่วนรถเกาหลีอีก 2 แบรนด์คือ KIA และ Hyundai และรถอินเดียจาก TATA เป็นต้น

ในส่วนของแบรนด์รถยุโรปและรถอเมริกัน ก็มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ Audi, BMW, Bentley, Mercedes-Benz, MINI, Jaguar, Lamborghini, McLaren, Peugeot, Porsche, Land Rover, Volvo, MG, Ford, Maserati และ Chevrolet เป็นต้น

รวมถึงชุดแต่งและรถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระ ได้แก่ BMW M Performance, Carlsson, Moke, M’Z Speed และ Swift

ในส่วนของรถมือสอง ก็มีมาร่วมงานในงานถึง 3 ค่าย เช่น Toyota Sure, Mercedes-Benz Certified และ Volvo Selekt

Motor-Expo-2018-View

ทางด้านของรถจักรยานยนต์ มี 26 ยี่ห้อ อาทิ Aprilia, Benelli, BMW, CF Moto, Ducati, GPX, Hanway, Harley-Davidson, Honda Bigbike, Hyosung, Kawasaki, Lifan, Lambretta, Moto Guzzi, MV Agusta, NKT, Peugeot, Piaggio, Royal Enfield, Ryuka, Suzuki, Triumph, Vespa, Yamaha และ Zontes เป็นต้น

Plan-Motor-Expo-2019

แผนผังงาน Motor Expo 2019

งาน “Motor Expo 2019” คาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ในงาน 45,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน และผู้ชมงาน 1.5 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์รวมของไทยปี 2561 ทะลุ 1 ล้านคัน

นอกจากนี้ ภายในงาน “Motor Expo 2019” ยังจัดกิจกรรมมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน โดยปีนี้ยังคงแจกรถยนต์ 3 คัน และจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 1 คัน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

Motor-Expo-2019-ซื้อรถ-ชิงรถ

รายการ “ซื้อรถ ชิงรถ” ผู้ชมงาน ที่จอง/ซื้อรถยนต์ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ ชิงรถยนต์ Mini Cooper S Countryman Entry พร้อม BSI Standard Package มูลค่า 1,989,000 บาท

Motor-Expo-2019-ซื้อบัตร-ชิงรถ

รายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ” ผู้ชมที่ซื้อบัตรเข้าชมงาน มูลค่า 100 บาท จะได้รับคูปองสำหรับการกรอกรายละเอียดต่างๆ เพื่อชิงรถยนต์ All New MG 3 Hatchback รุ่น D มูลค่า 554,000 บาท

Motor-Expo-2019-ซื้อมอเตอร์ไซค์-ชิงบิ๊กไบค์

รายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์ ชิงบิ๊กไบค์” สำหรับลูกค้าที่จอง/ซื้อมอเตอร์ไซค์ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ชิง Honda CB1000R มูลค่า 515,000 บาท

Motor-Expo-2019-ซื้อสินค้า-ชิงรางวัล

นอกจากนี้ยังมีรายการ “ซื้อสินค้า ชิงรถ” ผู้เข้าชมงานซื้อสินค้าภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จากร้านค้าภายในงาน ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ยกเว้นรถยนต์, รถจักรยานยนต์ และรถใช้แล้ว) มีสิทธิ์ชิงรางวัล

รับโชค 3 ชั้น ดังนี้
โชคชั้นที่ 1 รับทันทีบัตรชมภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีเนเพลกซ์ 1 ใบ แจกวันละ 50 ใบ มูลค่าใบละ 250 บาท
รวม 13 วัน แจก 650 ใบ รวมเป็นมูลค่า 162,500 บาท (จำกัดสิทธิ์การแลกรับบัตรชมภาพยนตร์ 1 ท่าน/ใบ/วัน)
โชคชั้นที่ 2 รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล จากผู้จัดงาน ทั้งหมด 1,847 รางวัล (จำกัดสิทธิ์การรับรางวัล 1 ท่าน/ครั้ง/วัน)
โชคชั้นที่ 3 ทุก 3,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นรับรถยนต์ Suzuki Celerio รุ่น GX ราคา 430,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

“ผู้จัดงาน” จะรวบรวมชิ้นส่วนรางวัลของผู้มีสิทธิ์ชิงรางวัล เพื่อจะจับสลากหาผู้โชคดี สำหรับรางวัลโชคชั้นที่ 3 และสำรอง 10 ท่าน ในวันที่ 22 มกราคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี โดยมีคณะกรรมการ จำนวน 10 ท่าน เป็นสักขีพยาน

Motor-Expo-2019-โหลดแอพ-ลุ้น-Samsung-Galaxy-Note10

“โหลด Motor Expo App ชิงรางวัล” ชิงโทรศัพท์มือถือ Smartphone Galaxy Note 10 256 GB ราคาเครื่องละ 32,900 บาท จำนวน 3 เครื่อง รวมมูลค่า 98,700 บาท

ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ Skill Driving Experience Junior” อบรมขับขี่ปลอดภัย สำหรับเด็กอายุ 4-8 ปี เพื่อปลูกฝังวินัยจราจร ขณะที่โครงการ “ขับเป็น… ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” (Skill Driving Experience) จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยฟรีให้แก่ผู้สนใจ

อีกทั้ง โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Spirit Of The 4x4 Driving School จัดพื้นที่ต้อนรับผู้ชื่นชอบรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ยิ่งกว่านั้น ยังมีการจัดแสดงยานพาหนะทางน้ำ ทั้ง เรือขนาดเล็ก สปีดโบท เรือยอชท์ ฯลฯ

พร้อมพื้นที่ Motor Expo International Pavillion ให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์พบปะกัน โดยมีผู้ผลิตชุดแต่ง และอะไหล่จากประเทศจีน และอินโดนีเซีย มาเปิดเวทีเจรจาการค้า รวมถึงร่วมสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย

งาน “Motor Expo 2019” คาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ในงาน 50,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,000 คัน และผู้ชมงาน 1.6 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 56,000 ล้านบาท และหวังว่าจะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในไทยปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2019 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

 

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2019 ฟรี! ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://th.carro.co/blog/carro-ticket-motor-expo/

Carro-Motor-Expo-2019-Free-Ticket

รับไปเลย! เพียงโหลด App Motor Expo  แถมยังได้ลุ้นรางวัล Galaxy Note 10 ด้วย!

Motor-Expo-2017-Free-Ticket

งาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ทางผู้จัดงานฯ ยังแจกบัตรเข้าชมงาน Motor Expo 2019 ให้ทุกท่านฟรี! ท่านละ 1 ใบ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลด Application Motor Expo จาก App Store หรือ Play Store ลงบนมือถือสมาร์ทโฟนก็รับไปเลย บัตรเข้างาน Motor Expo 2019 ท่านละ 1 ใบ ที่หน้างาน แค่ Scan QR Code ด้านล่างนี้ …

Carro-Motor-Expo-2018-Free-Ticket

หมายเหตุ

1. สิทธิ์ในการใช้บัตรฟรีผ่าน Application นี้ สามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิ์ผ่านอุปกรณ์ Tablet ได้
2. ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ไม่มีบริการโหลด Application ให้กับผู้ชมงานที่บริเวณหน้างาน

แถมโหลดแอพ Motor Expo ยังได้สิทธิ์ชิงรางวัล โทรศัพท์มือถือ Smartphone Galaxy Note 10 256 GB ราคาเครื่องละ 32,900 บาท จำนวน 3 เครื่อง รวมมูลค่า 98,700 บาท อีกด้วยนะจ๊ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Motor Expo

Sale-Isuzu-D-Max-With-Carro-Express

และหากใครที่สนใจ ต้องการขายรถกับทาง Carro เพื่อนำเงินไปซื้อรถคันใหม่ ช่วง Motor Expo 2019 ขายได้ไว! เร็ว! ได้ราคาที่ดีที่สุด! พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! สามารถเข้าไปกรอกรายละเอียดได้ที่ https://th.carro.co/sell-car/express

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2019 ฟรี! ง่ายๆ จากทาง Carro 1 ท่าน เรามอบให้ 3 ใบ! อ่านกติกากันได้ที่นี่ครับ —> https://th.carro.co/blog/motor-expo/

Carro-New-Honda-City-2020

เตรียมเก็บเงินซื้อได้เลย Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รถยอดนิยมของค่าย Honda เจนเนอเรชั่นที่ 5 เตรียมเปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่ไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นี้ นับเป็นครั้งแรกของ City กับการกระโดดลงมาเล่นในตลาดรถ B-Segment (หรือ Eco-Car นั่นเอง)

Honda-Civic-2020-Render

แต่ก็ต้องรอดูกันครับว่า Honda City หน้าตาจะออกมาแบบนี้ เป๊ะๆ หรือเปล่า! แต่การออกแบบตัวรถ คาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Honda Insight (ฮอนด้า อินไซท์) รถ Premium Compact แบบ 5 ประตู ที่ถูกวางหมากให้เหนือกว่า Honda Civic ซึ่งเปิดตัวไปในงาน Detroit Auto Show 2018 ที่ผานมา

Honda-Civic-2020-Render

รูปโฉมภายนอก ทางผู้จัดทำได้ออกแบบให้เข้ากับหน้าตาของรถฮอนด้ารุ่นพี่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมกระจังหน้าแบบ “Flying Wing” รูปตัวยูสีเทา รับกับชุดไฟหน้า คู่กับไฟ Daytime Running Light เล่นเส้นสายตัวถังดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว และชุดไฟท้ายเรียวยาว ดูคล้ายกับใน Honda Insight

ในส่วนของเครื่องยนต์ ถือได้ว่าเปลี่ยนใหม่หมดกับเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC VTEC 12 วาล์ว Turbo Dual VTC ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000–4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และเครื่องคาดว่าสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

ส่วนตัว Turbo นั้นใช้เป็นแบบ Single Scroll ของ Borg Warner ยังช่วยให้ตัวรถประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 33%

และอีก 1 เซอร์ไพรส์ในครั้งนี้ คือ Honda อาจจะมีรุ่น Hybrid ให้กับ City ด้วย โดยจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Hybrid i-MMD (New Generation) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวแรกใช้ขับเคลื่อน และอีกตัวเป็นเจนเนอเรเตอร์ ปั่นกระแสไฟฟ้า อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันคาดอยู่ประมาณ 23.25 กม./ลิตร

Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype

Honda Insight ต้นแบบของภาพ Render ของ Honda City ใหม่

ในส่วนของราคาจำหน่าย คาดว่าไม่ต่างจากเดิมนัก ซึ่งอาจจะเท่าเดิม หรือถูกกว่าเดิมก็เป็นไปได้ โดยจะอยู่ระหว่าง 5 แสนบาท ไปจนถึงรุ่น Top สุด ประมาณ 7 แสนบาท

ซึ่ง Honda City ใหม่ พบกันแน่นอน ช่วงบ่ายวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ โดยมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน Turbo และคาดว่าจะมีเครื่องยนต์ไฮบริด มาให้เลือกด้วย ส่วนใครอยากได้ เก็บเงินด่วน!

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา:

  • ภาพจาก Paultan.org
Honda-Jazz-2020-Debut-In-Japan

สำหรับ Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากที่สุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักกันไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งทำให้หลายๆ คน อยากตัดสินใจขายรถ Honda Jazz คันเดิม เพื่อจะไปซื้อรถ Honda Jazz รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในไทยปีหน้านี้

(ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีข่าวคราวว่า Honda Jazz โฉมนี้ อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทนซะงั้น ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร)

สำหรับประวัติและรายละเอียดของ Honda Jazz โฉมที่ผ่านๆ มา นั้น มีอะไรบ้าง สามารถดูได้ใน Link นี้ :

สำหรับ Honda Fit ใหม่ มีรูปแบบที่ให้เลือกด้วยกันถึง 5 สไตล์ ได้แก่ …

Honda-Jazz-Fit-Basic

Fit Basic เป็นรุ่นเริ่มต้น ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปให้เป็นพื้นฐาน

Honda-Jazz-Fit-Home

Fit Home เน้นการตกแต่งภายในให้ดูอบอุ่น ด้วยเบาะผ้า พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ และแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุ Prime Smooth แบบรถครอบครัว พร้อมล้อแม็กสุดเท่

Honda-Jazz-Fit-Ness

Fit Ness เน้นสีสันของตัวรถทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมห้องโดยสาร เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกันน้ำ และแผงประตูที่ให้ความอ่อนนุ่ม เจาะกลุ่มวัยรุ่น หรือคนชอบออกกำลังกาย

Honda-Jazz-Fit-Crosstar

Fit Crosstar ตกแต่งตัวรถในสไตล์ลุยๆ หน่อย มีแร็คหลังคา พร้อมชุดซุ้มล้อสีดำรอบคัน เบาะนั่งภายในรถแบบกันน้ำได้

Honda-Jazz-Fit-Luxe

Fit Luxe ภายนอกตกแต่งด้วยโครเมียม ดูคล้ายแพลทินัม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ส่วนภายในเน้นความหรูหรา มาพร้อมกับเบาะหนังแท้

ด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มากกว่าโฉมที่ผ่านมาที่หนักไปในทางสปอร์ต ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ถูกใจนัก เพราะตัวรถดูกลมๆ ป่องๆ แต่ขอบอกว่า คนญี่ปุ่น นิยมรถในแนวๆ นี้มากพอสมควรครับ โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว

Honda-Jazz-Fit-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่่ยขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เป็นครั้งแรก ซึ่งมีฟังก์ชั่นช่วยโทรศัพท์ฉุกเฉินในกรณีประสบอุบัติเหตุ อีกด้วย

Honda-Jazz-Fit-Interior

แม้ว่าในส่วนของการเปิดตัว Honda Fit ในครั้งนี้ Honda แนะนำแค่เครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมระบบมอเตอร์ไฮบริด 2 ตัว แต่ในส่วนของเครื่องยนต์แบบธรรมดานั้น มีแน่นอนครับ เพราะนอกจากในตลาดญี่ปุ่นและตลาดยุโรปแล้ว เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ยังคงจำเป็นต้องมีไว้เพื่อจำหน่ายอยู่

สำหรับ Honda Fit ใหม่นี้ เตรียมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 นี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

แต่ในตอนนี้ ก็ยังมีกระแสข่าวคราวว่า Honda Fit (หรือ Jazz โฉมนี้) อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา! เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทน ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไรครับ ในปีหน้านี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

หลายปีมาแล้ว กับกระแสในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีทั้งตามกลุ่ม Facebook ต่างๆ หรือบรรดาเพจอวย เพจแซะ หรือเพจรวมปัญหาของรถต่างๆ ที่ออกมาพูดถึงรถยนต์หลายยี่ห้อ ที่มีปัญหากันไม่รู้จักจบสิ้น จนไปถึงการรวมตัวของผู้ใช้รถ ไปประท้วงกันถึงหน้าสำนักงานของผู้ผลิตกันเลยทีเดียว

ซึ่งหลายต่อหลายคน อุตส่าห์ขายรถคันเดิม หรือเก็บเงินซื้อรถป้ายแดง เพื่อหวังจะได้ขับรถใหม่ ไม่ต้องซ่อมอะไรมากมาย เป็นความภาคภูมิใจที่กว่าจะเก็บเงินซื้อมาได้ แต่กลับกลายเป็นว่า รถมือหนึ่งแท้ๆ กลับมีปัญหาความบกพร่องของตัวรถมาก จนแทบอยากจะขายรถกันอีกรอบ

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “MG” (เอ็มจี) รถน้องใหม่มาแรงเชื้อชาติอังกฤษ สัญชาติจีน (ภายใต้การกุมบังเหียนของ SAIC-CP ในขณะนี้) ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ขวัญใจรถยก” ซึ่งแลดูขัดกับความขายดีของ MG ZS ในขณะนี้ ที่ราคาตัวรถ ความสวยงามของตัวรถ กับออพชั่นของรถ ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

แต่ทำไมผู้บริโภคถึงว่างั้น? เราไปดูกัน …

โดยปกติแล้ว ปัญหาใหญ่ๆ ของรถป้ายแดง ส่วนมากจะมากับเหตุผลของคุณภาพ หรือหลุด QC ซึ่งมีเป็นกันแทบทุกค่าย เป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับว่าการรับมือของแต่ละค่าย จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะขอแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ครับ

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Hanny Man

ปัญหาตัวรถ และการขับขี่

เนื่องจากเป็นแบรนด์น้องใหม่ เพิ่งทำตลาดจริงๆ จังๆ ในบ้านเราได้ไม่กี่ปี การรับมือในด้านคุณภาพการผลิต อะไหล่ บริการหลังการขาย แม้ว่าจะทำอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบกับความบกพร่องของตัวรถ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่สบายใจ

หลายปัญหาที่ “ผู้บริโภค” หลายคนมักพูดถึง รู้สึกกังวล หรือกลัว ในหลากหลายอาการ เช่นในตัว MG ZS อาทิ

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Yui Kio

  • มีฝ้า หรือหยดน้ำในไฟหน้า หลังจากขับรถฝ่าฝนตก

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อใส่ซองกันชื้นในโคมไฟ แต่ถ้าแก้ไขด้วยวิธีการใส่ซองกันชื้นแล้วยังไม่ได้ผล ทางศูนย์บริการ จะทำการเคลมไฟหน้าใหม่ให้ และใส่ซองกันชื้นเพิ่มเติมให้เช่นกัน

วิธีการเคลม : ถ่าย Clip VDO ตอนขึ้นฝ้า และถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียน พร้อมภาพถ่ายนิ่งไฟหน้าที่ขึ้นฝ้า แล้วนำเข้าศูนย์ เพื่อให้ศูนย์แก้ไข

  • เหยียบเบรกแล้วรอบเครื่องยนต์พุ่งเอง ขณะเข้าเกียร์ D และจังหวะชลอรถ

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการเพื่อปิด ระบบ Idle Boost หรือการทำงานของระบบชดเชยรอบเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องเดินเบา

  • อาการอืด ในช่วงความเร็ว 50-70 กม./ชม.

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อทำการ Update แก้ไข ECM (Engine Control Module) หรือ กล่อง ECU นั่นเอง ทั้งนี้หลังจากการแก้ไขเสร็จสิ้น ปัญหาในการออกตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ไฟเตือนเบรคมือ, รถลื่นไถล, พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

การแก้ไขปัญหา : ปัญหานี้เกิดจาก Ground (กราวด์) หลวม (Ground คือ สายไฟที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด)

เข้าศูนย์บริการเพื่อแก้ไขให้ Ground ขันให้แน่น ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า มีผู้ใช้บางรายเกิดปัญหาขึ้นอีก หลังจากการแก้ไขปัญหาในครั้งแรกได้เช่นกัน

  • ขึ้นสัญลักษณ์เบรคมือ, และรถลื่นไถล และมีอาการขณะเข้าเกียร์แล้ว รถเดินสะดุดร่วมด้วย

การแก้ไขปัญหา : ปัญหานี้เกิดระบบไฟฟ้าในรถลัดวงจร (ถอดปลั๊กอุปกรณ์ภายในรถที่มีไฟเลี้ยงอยู่อย่างกระทันหัน) แล้วกระทบกระเทือนไปถึงกล่อง ECU จึงเกิดการอ่านค่าบางอย่างผิดเพื้ยนไป ทำให้กล่อง ECU เกิด Code Error ต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อลบ Code ที่มีปัญหาดังกล่าว (ข้อมูลจากผู้ใช้บางรายแจ้งว่า ECU หาระบบ ABS ไม่เจอ)

  • พวงมาลัยมีเสียงเกิดขึ้นขณะเลี้ยว

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ แจ้งเครมแกนพวงมาลัย จากข้อมูลผู้ใช้ล่าสุด หลังจากผู้ใช้บางรายเข้าไปเปลี่ยนแกนพวงมาลัยมาแล้วนั้นพบว่าปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นอีก ปัญหาจึงไปตกอยู่ที่ Supplier อะไหล่ของชิ้นนี้อาจมีปัญหา

ดังนั้น อาจจะต้องทำเดินเรื่องเครมอะไหล่ชิ้นนี้หลายครั้ง จนกว่าทางบริษัท MG Thailand จะดำเนินการแก้ปัญหาการผลิตอะไหล่ชิ้นนี้ ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Boonyaratdit Boonyarat

  • เมื่อหักพวงมาลัยโดยรถไม่เคลื่อนที่ มีเสียงดัง

สาเหตุปัญหาจากผู้ใช้งานจริง

ตอนออกจากปากซอย จะมีเนินเล็กๆ ระบบจะทำการล็อคล้อให้เพื่อให้รถไหล แต่ก็มีหักพวงมาลัยรอไว้แล้ว พอได้จังหวะก็เร่งเครื่องยนต์เพื่อออกรถ ระบบมันก็จะคลายล็อค หลังจากนั้นมาก็เจอปัญหาว่า พอหักพวงมาลัยโดยไม่เคลื่อนรถ จะมีเสียงดังกึก ดังมาก

การแก้ไขปัญหา : นำรถเข้าศูนย์บริการ ช่างทำการอัดจารบีให้ในจุดที่มีปัญหา (เครดิต @ลูกเจี๊ยบน้อย)

  • ปิดประตูรถยาก หรือใช้แรงมากกว่าปรกติ

สาเหตุ และการแก้ไขปัญหา : จากข้อมูลพบว่ารถที่ผลิตในบางล็อต อาจมีการเสื่อมสภาพของลูกยางตามขอบประตู ก่อนระยะเวลาที่ควรจะเป็น หรือเป็นปัญหาของคุณภาพยางที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือผิดสเป็คไป แก้ไขได้ด้วยการนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนใหม่

  • คอมเพรสเซอร์แอร์เสีย, ตัดการทำงาน, แอร์ไม่เย็น

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อใส่ชิ้นส่วนที่เรียกว่า ไดโอด เพื่อทำหน้าที่เรียงกระแสไฟ และกันไฟย้อน กระชาก ทำให้ยืดอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์แอร์

สำหรับปัญหาของรถ MG ดังกล่าวนี้ หากรถคุณมีปัญหา สามารถนำรถเข้าแก้ไขที่ศูนย์บริการได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ (แต่อาจจะเสียเวลาหน่อย) เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากการผลิตรถยนต์ หรือชิ้นส่วนของ Supplier ที่ส่งให้กับทาง MG อีกที

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ปัญหาอะไหล่

หลายต่อหลายเคส ที่ผู้ใช้ MG ขับไปประสบอุบัติเหตุมา จะชนอะไรก็แล้วแต่ หรือการรอเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนที่บกพร่อง เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการแล้ว กลับต้องใช้เวลารอนานกว่ารถตลาดทั่วไป นานกันไปจนถึงตั้งแต่ 1-3 เดือนเลยก็มี จนลูกค้าบางท่าน โทรไปจี้ทุกฝ่าย สอบถามตั้งแต่เซลล์ บริษัทประกัน และอู่ซ่อมรถ ก็ยังต้องรอ …

ซึ่งอะไหล่หลายอย่างที่ไม่มีผลิตในไทย อาจจะต้องรอนำเข้าจากต่างประเทศ การรออะไหล่นานหลายสัปดาห์ในปัจจุบันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ “ผู้บริโภค” ไม่ประทับใจนัก หรืออาจจะเป็นความผิดพลาดทางการประสานงาน เช่น บริษัทประกันภัยอนุมัติช้า กว่าอู่จะทำเรื่องมาที่ศูนย์ ศูนย์เบิกของล่าช้า ช้าไปช้ามา เลยต้องรอหลายเดือน

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ปัญหาศูนย์บริการ

ปัญหาการซ่อมของศูนย์บริการ ซ่อมไม่จบ มีบ้างครับ เหมือนช่างไม่เก่ง หาสาเหตุไม่เจอ

ก่อนหน้านั้น MG จะมีปัญหาเรื่องศูนย์บริการที่น้อย แต่รถมีปัญหาหลายคันมาก ทำให้รถรับบริการเป็นจำนวนมากและต้องรอคิดยาว แต่ปัจจุบัน ศูนย์บริการ MG มีมากขึ้นในหลายๆ พื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาจจะแก้ปัญหาเรื่องศูนย์บริการน้อยลงไปได้บ้าง

ซึ่งศูนย์บริการที่ลูกค้าชม มีอยู่หลายที่ที่ให้บริการดี แต่ศูนย์บริการหลายที่ก็มีปัญหา มีลูกค้าด่ากันอยู่บ่อยๆ ถ้าอยากรู้ว่าศูนย์ไหน ก็คงต้องเข้ากลุ่ม Facebook ไปติดตามกันดู

สำหรับปัญหาต่างๆ ที่รวบรวมมาในครั้งนี้ มิได้เป็นการโจมตีรถแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของ “ผู้บริโภค” ที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการใช้รถ MG ทั้งนี้ ก็เป็นการรวบรวมปัญหา เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแก้ปัญหาได้เองไปก่อนเฉพาะหน้า ไม่ต้องเป็น “ขวัญใจรถยก” กันเสมอไป

ก็ได้แต่หวังว่า ทาง MG Thailand ก็คงจะมีมาตรการในการรับมือ และแก้ปัญหา กันต่อไป ให้สมกับการรับประกันคุณภาพ 4 ปี/120,000 กม. ครับผม!

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา:

Police-Cannot-Hold-Driver-License

หลายท่านอาจทราบกันไปแล้วว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย. 2562 มีบางมาตราที่บัญญัติ ให้ยกเลิกความในมาตราเดิม และบัญญัติใหม่ โดยมีสาระสำคัญในการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานจราจร ดังนี้

  1. เดิม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140 วรรคสองในการออกใบสั่ง ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวโดยบัญญัติว่า “ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้”แต่เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวถูกยกเลิกโดยมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2562 เป็นต้นไป ตำรวจจะไม่มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ต่อไป
  2. ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไม่พบตัวผู้ขับขี่ และไม่สามารถติด ผูกหรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด มาตรา 140 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 บัญญัติให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเพื่อให้ชำระค่าปรับในกรณีดังกล่าว การส่งใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร ต้องส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐาน และต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงจะถือว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งนั้นแล้วเมื่อผลกำหนด 15 วัน นับแต่วันส่ง
  3. ในการแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ มาตรา 31/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 บัญญัติว่า “ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

ดังนั้นการแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ได้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

DLT-QR-LICENCE

หลายคนอาจจะงงว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ (หรือ ) จะได้มาด้วยวิธีการอย่างไร? ลงทะเบียนอย่างไร? ดูรายละเอียดได้ด้านล่างครับ

เพียงดาวน์โหลด Application DLT QR LICENCE ของกรมการขนส่งทางบก จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

  • กรอกข้อมูลรหัสบัตรประชาชน และอีเมล์
  • ทำการสแกน QR Code ที่อยู่ด้านหลังใบอนุญาตขับรถรูปแบบที่มี QR CODE จากนั้นกดยืนยัน แล้วรอรหัส OTP ที่ส่งเข้าอีเมล์ และให้นำรหัส OTP ที่ได้มา กรอกที่ช่องว่างและกดปุ่มตกลง
  • ระบบจะให้ผู้ใช้ตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลัก เพื่อเข้าถึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล ที่ปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • เพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนในการแสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงต่อเจ้าพนักงาน พร้อมทั้งแสดงข้อมูลส่วนบุคคลทั้งกรุ๊ปเลือด ประวัติการแพ้ยา, โรคประจำตัว,สิทธิรักษาพยาบาล มีเมนู SOS สามารถโทรศัพท์แจ้งหรือส่ง SMS ไปยังบุคคลที่ต้องขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ และมีการแชร์เส้นทางเพื่อแสดงตำแหน่งของผู้ใช้งาน
  • มีระบบแจ้งเตือนก่อนใบอนุญาตขับรถหมดอายุ
  • นอกจากนี้ยังสามารถทราบข่าวสารที่เป็นประโยชน์ อาทิ หลักฐาน ขั้นตอน ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถด้วย

เพียงแค่นี้ คุณก็ขับรถได้อย่างไร้กังวล และไม่ต้องกลัวตำรวจจะยึดใบขับขี่แล้วล่ะครับ

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือขับเคลื่อนธุรกิจคุณ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา :

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2562 โดยเจ.ดี. พาวเวอร์ เผย 10 อันดับ ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ได้แก่ …

Nissan (นิสสัน) ได้อันดับสูงสุด ด้านความพึงพอใจ ในการบริการหลังการขาย ด้วยคะแนนรวม 838 คะแนน และทำคะแนนได้ดีในการประเมิน 3 ปัจจัยจากทั้งหมด 5 ปัจจัย ได้แก่ ที่ปรึกษางานบริการ, การรับรถคืน และคุณภาพงานบริการ

ตามมาด้วยอีซูซุ ได้อันดับ 2 ด้วยคะแนน 837 คะแนน และโตโยต้า ได้อันดับ 3 ด้วยคะแนน 836 คะแนน

การศึกษานี้ยังพบอีกว่ามีสัดส่วนลูกค้าที่มากขึ้น (20% ในปี 2562 เทียบกับ 16% ในปี 2561) ระบุว่าเวลาที่ใช้ในการให้บริการดีกว่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งดีกว่าที่คาดหวังไว้อยู่ที่ 858 คะแนน ขณะที่ระบุว่าเวลาในการให้บริการแย่กว่าที่คาดหวังไว้ อยู่ที่ 731 คะแนน

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

ทั้งนี้ยังมีสัดส่วนลูกค้าคิดเป็นร้อยละที่มากขึ้น (85% ในปี 2562 เทียบกับ 62% ในปี 2561) ที่ได้รับการแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะการให้บริการอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบการปฏิบัติที่มากขึ้นในการอธิบายถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการกับรถ (98% ในปี 2562 เทียบกับ 97% ในปี 2561) และการอธิบายรายละเอียดค่าใช้จ่าย (97% ในปี 2562 เทียบกับ 96% ในปี 2561) หลังให้บริการเสร็จแล้ว

ลูกค้าที่รถได้รับบริการเสร็จสิ้นภายในหนึ่งชั่วโมงมีจำนวนมากขึ้น คิดเป็น 45% ในปี 2562 จาก 36% ในปี 2561 แต่มีลูกค้าเพียง 67% ที่กล่าวว่ารถของพวกเขาได้รับการล้างและดูดฝุ่นหลังรับบริการเสร็จ ซึ่งลดลงจาก 69% ในปีที่แล้ว

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมที่ได้จากการสำรวจในปี 2562:

การรับรู้เกี่ยวกับวิธีการนัดหมายทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น:

    เกือบ 1 ใน 4 (24%) ของลูกค้าที่ไม่ได้นัดหมายผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแอปพลิเคชัน กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสามารถนัดหมายผ่านช่องทางดังกล่าวได้ ซึ่งถือว่าดีขึ้น โดยที่สัดส่วนลูกค้าที่ไม่ทราบเรื่องช่องทางนัดหมายผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแอปปลิเคชัน ลดลงจาก 36% ในปี 2561
    แต่อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ทำการนัดหมายแบบออนไลน์ 23% ของลูกค้าพบว่า ระบบการนัดหมายแบบออนไลน์ใช้งานยาก ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 14% ในปี 2561

การตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่มีต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

    : สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด สิ่งที่ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด คือ อาหารฟรี (+31 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของปัจจัยนี้) ร้านกาแฟในศูนย์บริการ (+31 คะแนน) และบริการแท็บเล็ต หรือวิดีโอเกม (+22 คะแนน)
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การให้บริการแท็บเล็ต หรือวิดีโอเกม (+12 คะแนน) และอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ (+8) ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด

การเอาใจใส่ความรู้สึกของลูกค้า เมื่อแนะนำบริการเสริมเพิ่มเติม

    :มีลูกค้าจำนวนน้อยลง (29% ในปี 2562) ที่ยินยอมทำตามคำแนะนำเกี่ยวกับบริการเสริม จากที่ปรึกษางานบริการ (ลดลงจาก 33% ในปี 2561) ทั้งนี้ลูกค้าที่ยินยอมรับบริการเสริม ตามคำแนะนำมีความพึงพอใจสูงกว่า (839 คะแนน)
    เมื่อเทียบกับลูกค้าที่ไม่ยินยอม (830 คะแนน) ดังนั้น ที่ปรึกษางานบริการต้องหลีกเลี่ยงการคะยั้นคะยอให้ลูกค้าทำตามที่แนะนำ และเสนอเฉพาะบริการเพิ่มเติมที่จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้าเท่านั้น

10-Auto-Brand-Best-Service-In-Thai

การศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2562 ประเมินความพึงพอใจโดยรวมของเจ้าของรถยนต์ที่ใช้บริการจากศูนย์บริการมาตรฐานสำหรับการบำรุงรักษา และงานซ่อมแซมในช่วง 12-36 เดือนของการเป็นเจ้าของ ใน 5 ปัจจัยหลัก (เรียงลำดับตามความสำคัญ) ได้แก่

  • คุณภาพงานบริการ (27%)
  • การรับรถคืน (20%)
  • สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ (18%)
  • การเริ่มต้นให้บริการ (18%) และ
  • ที่ปรึกษางานบริการ (18%)

ปีนี้นับเป็นปีที่ 20 ของการศึกษาวิจัย ซึ่งทำการศึกษาจากการประเมินคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 3,050 ราย ที่ซื้อรถยนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 – มิถุนายน 2561 และนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐาน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 – มิถุนายน 2562 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2562

JD-Power-2019-Thailand-Customer-Service-Index

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2562 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. นิสสัน – 838 คะแนน
2. อีซูซุ – 837 คะแนน
3. โตโยต้า – 836 คะแนน
4. เชฟโรเลต – 832 คะแนน
5. มิตซูบิชิ – 830 คะแนน
6. ฮอนด้า – 825 คะแนน
7. เอ็มจี – 823 คะแนน
8. ซูซูกิ – 823 คะแนน
9. ฟอร์ด – 817 คะแนน
10. มาสด้า – 815 คะแนน

ส่วนคะแนนค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม อยู่ที่ 831 คะแนน

และในส่วนของด้านล่างนี้ เป็นผลการสำรวจอันดับของปี 2018 …

ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย ประจำปี 2018

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2018 โดยเจ.ดี. พาวเวอร์ เผย 10 อันดับค่ายรถยนต์ Mass ที่มีบริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ปีนี้ “อีซูซุ” ได้อันดับ 1 ไปครอง ด้วยคะแนน 847 คะแนน โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 19 ของการศึกษาวิจัยโดย เจ.ดี. พาวเวอร์

ผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำปี 2018 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2018 Thailand Customer Service Index (CSI) StudySM) ระบุว่า เจ้าของรถยนต์ในกลุ่มที่ชำระค่าบริการสูงกว่าที่คาดหวังไว้ (17%) มีความพึงพอใจ ต่ำกว่ากลุ่มเจ้าของรถยนต์ที่ชำระค่าบริการตรงตามที่คาดไว้หรือค่าบริการต่ำกว่าที่คาดไว้ (83%) (คะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ 751 และ 847 ตามลำดับ จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

ซึ่งประเมินจากคำตอบของเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 2,658 ราย ที่ซื้อรถยนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 – กรกฎาคม 2560 และนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 – กรกฎาคม 2561 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2561

JD-Power-2018-Thailand-Customer-Service-Index

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2561 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. อีซูซุ – 847 คะแนน
2. มิตซูบิชิ – 840 คะแนน
3. ซูซูกิ – 837 คะแนน
4. นิสสัน – 827 คะแนน
5. โตโยต้า – 826 คะแนน
6. ฟอร์ด – 823 คะแนน
7. เชฟโรเลต – 818 คะแนน
8. ฮอนด้า – 806 คะแนน
9. มาสด้า – 803 คะแนน
10. เอ็มจี – 794 คะแนน

ส่วนคะแนนค่าเฉลี่ยตลาดยอดนิยม อยู่ที่ 826 คะแนน

และในส่วนของด้านล่างนี้ เป็นผลการสำรวจอันดับของปี 2017 ครับ …

ค่ายรถยนต์บริการหลังการขายดีสุดในไทย ประจำปี 2017

10 อันดับค่ายรถยนต์ Mass ที่มีบริการหลังการขายดีที่สุดในไทย ในปี 2017 “โตโยต้า” ยังคงครองอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 10 ปี โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 18 ของการศึกษาวิจัยโดย เจ.ดี. พาวเวอร์

ผลการสำรวจ J.D. Power 2017 Thailand Customer Service Index (CSI) Study เผยให้เห็นว่า “โตโยต้า” ครองอันดับสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยคะแนน 879 คะแนน จากคะแนนเต็มทั้งหมด 1,000 คะแนน ทั้งนี้ คะแนนความพึงพอใจต่อการบริการโดยรวมของตลาดรถยนต์เฉลี่ยอยู่ที่ 866 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) ลดลงจากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 873 คะแนน

จากการสำรวจ ได้สอบถามข้อมูลจากเจ้าของรถจำนวน 2,770 ราย ที่ซื้อรถยนต์ระหว่างเดือนมกราคม 2558 – พฤษภาคม 2559 และเข้าศูนย์บริการในช่วงเดือน กรกฎาคม 2559 – พฤษภาคม 2560

10 อันดับ ค่ายรถยนต์ที่มีบริการหลังการขายดีสุด ประจำปี 2560 ได้แก่ (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

1. โตโยต้า – 879 คะแนน
2. ฮอนด้า – 864 คะแนน
3. มิตซูบิชิ – 863 คะแนน
4. อีซูซุ – 862 คะแนน
5. มาสด้า – 860 คะแนน
6. ซูซูกิ – 859 คะแนน
7. เอ็มจี – 853 คะแนน
8. นิสสัน – 852 คะแนน
9. เชฟโรเลต – 846 คะแนน
10. ฟอร์ด – 840 คะแนน

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก J.D. Power

1 2 3 6