ค้นหาบทความ

Category : ข่าวรถใหม่

SUV-And-Crossover-In-Motor-Expo-2019

ในยุคปัจจุบัน ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ รถยนต์ในรูปแบบ SUV, PPV และ Crossover นั้น เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี (ดูได้จากยอดขายรถประเภทนี้ ย้อนหลังไป 7-8 ปีที่ผ่านมา) เพราะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะไว้วิ่งในเมือง ไว้ออกต่างจังหวัด ลุยน้ำท่วม ขนสัมภาระมากมาย หรือเดินทางไปกับครอบครัวหลายคนก็ตาม

ในงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) นี้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่มีไลน์การผลิตรถแนว SUV, PPV และ Crossover ต่างรีบนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของตนออกสู่ตลาดโดยเร็ว เพื่อช่วงชิงยอดจองและยอดขาย ซึ่งในงาน Motor Expo 2019 จะมีรุ่นใดมาโชว์นั้น Carro ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันได้เลยครับ …

1. Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) จัดเป็นรถ Crossover ที่เปิดตัวในบ้านเราตั้งแต่เมื่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบ Hybrid (ไฮบริด) รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย

เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย ตอบรับกับวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี หรือระบบเครื่องเสียงที่ให้ความบันเทิงรุ่นใหม่แบบ A-IVI และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ มีให้เลือกทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง เป็นต้น

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิด 233 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

ราคา

แบบเบนซิน

  • รุ่น 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
  • รุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
  • รุ่น 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท

แบบ Hybrid

  • รุ่น 2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
  • รุ่น 2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

2. Subaru XV

Subaru-XV-GT-Edition-2019

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) ได้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแพลทฟอร์มใหม่ “Subaru Global Platform” ช่วยให้ขับรถได้อย่างสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพในการควบคุมในระดับสูงสุด แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกว่า 70% การสั่นสะเทือนลดลง และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำซึ่งยังผลให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Subaru XV มากับเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน Boxer ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรง Direct Injection ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมมาตร Symmetrical All-Wheel Drive และตัวช่วยอย่างระบบ X-MODE

ราคา

  • รุ่น 2.0i ราคา 1,234,221 บาท
  • รุ่น 2.0i-P ราคา 1,279,221 บาท
  • รุ่น GT Edition ราคา 1,338,000 บาท

3. Subaru Forester

Subaru-Forester-2019

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ Crossover SUV ที่มีเอกลักษณ์ในด้านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา หรือ Symmetical AWD โดยในงาน Motor Expo 2019 ซูบารุ ได้เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศของ Forester อีกครั้ง

มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อมฟังก์ชั่น X-Mode ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย เสริมระบบความปลอดภัยยุคใหม่ ระบบ Eyesight ประกอบด้วยระบบเบรคอัตโนมัติก่อนการชน ระบบปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนโดยไม่เจตนา และระบบเตือนมีมีรถแล่นมาจากด้านหลังขณะถอยรถ เป็นต้น

ราคา

รุ่น 2.0i-L ราคา 1,030,000 บาท (รวม Option Pack 1,330,000 บาท)
รุ่น 2.0i-S ราคา 1,060,000 บาท (รวม Option Pack 1,380,000 บาท)
รุ่น 2.0i-S Eyesight 1,145,000 บาท (รวม Option Pack 1,425,000 บาท)

*ราคารวมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 100,000 กม., บริการช่วยเหลือ 24 ชม./ 3 ปี, เซนเซอร์ถอยหลัง, เบาะหนังแท้

4. Honda CR-V

Honda-CR-V-2019

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ใหม่ รุ่น 5 ที่นั่ง นำเสนอเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร  เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2018

พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น

ราคา

  • รุ่น 2.4 S (5 ที่นั่ง) ราคา 1,359,000 บาท
  • รุ่น 2.4 ES 4WD (5 ที่นั่ง) ราคา 1,499,000 บาท
  • รุ่น 2.4 E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท
  • รุ่น 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท
  • รุ่น DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท

5. Mazda CX-8

All-New-Mazda-CX-8

All-New Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) งานนี้มาโชว์ตัวใน Motor Expo 2019 อย่างเป็นทางการ รถ Crossover อเนกประสงค์ SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ถือเป็น Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐาน สง่างาม และความสมบูรณ์แบบ ตัวรถยาวขึ้น นั่งสบายทุกที่นั่ง ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More”

ให้การตอบสนองดีเยี่ยมด้วยขุมพลังของ 2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร 190 แรงม้า ปรับปรุงพัฒนาใหม่ โดยในรุ่นดีเซล XDL Exclusive 6 ที่นั่ง มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร 194 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กม./ลิตร

ราคา

  • รุ่น 2.5 S ราคา 1,599,000 บาท
  • รุ่น 2.5 SP ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น XDL ราคา 1,899,000 บาท
  • รุ่น XDL Exclusive ราคา 2,069,000 บาท

6. Mitsubishi Pajero Sport

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajro Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เปิดตัวในไทยเป็นที่แรกในโลก มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น เอาใจนักธุรกิจ ผู้บริหาร ที่มีครอบครัวแล้ว พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร MIVEC เทอร์โบดีเซล 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

ราคา

  • รุ่น 2.4 D GT ราคา 1,299,000 บาท
  • รุ่น 2.4 D GT-Premium 2WD ราคา 1,469,000 บาท
  • รุ่น 2.4 D GT-Premium 4WDราคา 1,599,000 บาท

7. MG ZS

MG-ZS-EV-2019

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) รถ Crossover SUV เพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด มาพร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ครั้งแรกในโลก รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่ให้ความหรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารสะดวกสบาย กว้างขวาง พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

และยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ MG ในไทยด้วย กับ New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh วิ่งได้ไกลกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที

ราคา

  • รุ่น 1.5 C ราคา 679,000 บาท
  • รุ่น 1.5 D ราคา 729,000 บาท
  • รุ่น 1.5 X Sunroof ราคา 789,000 บาท
  • รุ่น EV ราคา 1,190,000 บาท

8. MG HS

MG-HS-2019

All-New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้แรงม้าสูงสุด 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

ราคา

  • รุ่น C ราคา 919,000 บาท
  • รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
  • รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

9. Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva

All-New Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) ใหม่ จัดเป็นรถอเนกประสงค์ Crossover SUV ขนาดใหญ่คุ้มค่าที่สุดในตลาด ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายผู้ที่สนใจ รถอเนกประสงค์ขนาด Compact สามารถเป็นเจ้าของรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ได้ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย และการใช้งานแบบรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (1,451 ซีซี) DOHC Turbo DVVT ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์) ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด พร้อม Mode Shift Control รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10

ราคา

  • รุ่น LS ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 999,000 บาท (เพิ่ม 30,000 บาท สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง)
  • รุ่น LT ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น Top สุด Premier ราคา 1,199,000 บาท

10. Peugeot 3008 & 5008

Peugeot-3008

Peugeot 3008 และ 5008 (เปอโยต์) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม หลังจากกลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง ด้วยตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ ก็พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย SUV 2 รุ่น คือ Peugeot 3008 SUV 5 ที่นั่ง และ 5008 SUV 7 ที่นั่ง มาโชว์ในงาน Motor Expo 2019 ทันที

มาพร้อมห้องโดยสาร ‘i-Cockpit’ สุดล้ำ พวงมาลัยขนาดกะทัดรัด และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย

ราคา

  • รุ่น 3008 Active ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น 3008 Allure ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น 5008 Active ราคา 1,749,000 บาท
  • รุ่น 5008 Allure ราคา 1,899,000 บาท

11. BMW X3

BMW-X3-M-2019

BMW X3 M (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์3 เอ็ม) ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2019! และยังเป็นครั้งแรกของตระกูล M ที่เปิดตลาดใหม่ จับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ Mid-Size Sports Activity Vehicle (SAV) ควบด้วยความทรงพลังแบบ BMW M

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ 6 สูบเรียง 480 แรงม้า สามารถทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.2 วินาที โลดแล่นสู่ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. พร้อมสุดยอดโครงสร้างแชสซีส์ในสไตล์รถแข่งสุดดุดัน และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive

ราคา

– BMW X5 xDrive40e Pure Experience ราคา 4,399,000 บาท (รวม BSI ราคา 4,439,000 บาท)
– BMW X5 xDrive40e M Sport ราคา 4,699,000 บาท (รวม BSI ราคา 4,739,000 บาท)

12. Audi Q3

Audi-Q3-Sportback

Audi Q3 (อาวดี้ คิว3) ที่เป็นดาวเด่นของ Audi ในงาน Motor Expo 2019 จัดเป็น SUV รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นทุกมิติ เพิ่มความกว้างขวาง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และการเข้าออกตัวรถ

การออกแบบด้านหน้า ในห้องโดยสารควบคุมด้วยระบบ MMI Radio Plus พร้อมหน้าจอแบบสัมผัส และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Smartphone Interface รองรับ Android และ Apple CarPlay

ราคา

  • รุ่น Q3 35 TFSI ราคา 2,299,000 บาท
  • รุ่น Q3 35 TFSI S line ราคา 2,499,000 บาท
  • รุ่น Q3 Sportback 35 TFSI S line ราคา 2,649,000 บาท

13. Range Rover Evoque

Range-Rover-Evoque-2019

Range Rover Evoque (เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค) ใหม่ SUV สำหรับคนเมืองที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง ยังมาพร้อมตัวเลือกของเครื่องยนต์ทั้งแบบระบบไฟฟ้า Plug-In Hybrid และดีเซล Ingenium

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Range Rover Evoque จากรุ่นก่อนหน้านี้ ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 772,096 คัน กวาดรางวัลระดับนานาชาติมากว่า 217 รางวัล ตัวใหม่นี้คือวิวัฒนาการอีกขั้น ที่มาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบัน

ราคา

  • ราคาเริ่มต้นที่ 3,999,000 บาท

14. Porsche Cayenne Coupe 

Porsche-Cayenne-Coupe

Porsche Cayenne Coupe (ปอร์เช่ คาเยนน์ คูเป้) รถสปอร์ตอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดจากปอร์เช่ ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตาด้วยแนวหลังคาที่ลาดลงมาจรดท้ายรถ สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต 4 ที่นั่ง

สปอร์ตเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 243 กม./ชม. ติดตั้งอุปกรณ์มาตราฐาน ระบบความบันเทิงและการติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management รุ่นล่าสุด พร้อมระบบ Apple CarPlay และ ระบบเครื่องเสียง BOSE Surround Sound System

ราคา

  • Porsche Cayenne Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 8.6 ล้านบาท
  • Porsche Cayenne e-Hybrid Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 6.5 ล้านบาท

15. Lamborghini Urus

Lamborghini-Urus

Lamborghini Urus (ลัมโบร์กีนี อูรุส) เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในรูปแบบรถ Super SUV ขนาด 5 ที่นั่ง เน้นดีไซน์และสมรรถนะตามฉบับ Lamborghini ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งเน้นความสปอร์ต ใช้ระบบอินโฟเทนเม้นท์ Lamborghini Infotainment System (LIS) พร้อมจุดเด่นอย่างโหมดการขับขี่ระบบ Tamburo ที่มีโหมดการขับขี่ให้ 6 โหมด

ช่วงล่างเป็นแบบ Adaptive Air Suspension พร้อม Active Damping และ Active Roll Stabilization ใช้จานเบรกคาร์บอนเซรามิคขนาด 440 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 10-Pot ด้านหน้า และขนาด 370 มม. ในด้านหลัง ให้ระยะเบรก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ 33.7 เมตร

มาพร้อมขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ที่ 2,250 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.6 วินาที ต่อเนื่องจนถึง 200 กม./ชม. ในเวลา 12.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 305 กม./ชม.

ราคา

– Lamborghini Urus ราคา 23,420,000 บาท

All-New-Honda-City-Turbo-2020

Honda เปิดตัว All-New City (ฮอนด้า ซิตี้) ในไทย เป็นประเทศแรกของโลก ใช้เครื่องยนต์ VTEC Turbo 1.0 ลิตร 122 แรงม้า

พิเศษครั้งแรกกับรุ่น RS ที่พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน อีกทั้งนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เจเนอเรชันล่าสุด พร้อมเผยโฉมในงาน Motor Expo 2019 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562

สำหรับลูกค้าที่จอง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท

ถ้าหากใครสนใจที่จะขายรถคันเดิม เพื่อรับเงินก้อนไปดาวน์หรือซื้อ Honda City Turbo คันใหม่ออกมาใช้ สามารถนำรถคันเดิมมาขายกับ Carro ได้ ง่ายๆ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ พร้อมรับเงินไว ภายใน 24 ชั่วโมง! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Honda-City-2020-Main

Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) นับเป็นรถที่สำคัญของฮอนด้า ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี 2539 และได้กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึง เจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลก กว่า 4 ล้านคัน!

ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของฮอนด้า ซิตี้ เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขายฮอนด้า ซิตี้ ทั่วโลก

All-New-Honda-City-2020-Lineup

และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ ฮอนด้า ซิตี้ เป็นตลาดที่ขายดี ขายได้เยอะ และเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของฮอนด้าในภูมิภาคอีกด้วย Honda จึงเลือกเปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นครั้งแรกในโลก ที่เมืองไทย และมาพร้อมราคาที่ปรับ “ลดลง” ในทุกรุ่นย่อย!

All-New-Honda-City-2020

All-New-Honda-City-2020

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตและสง่างาม ด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว

All-New-Honda-City-2020

ภายในห้องโดยสาร ออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ เพื่อความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง หรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำ หรือเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

All-New-Honda-City-2020

All-New-Honda-City-2020

และฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

All-New-Honda-City-RS-2020

ครั้งแรกกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รุ่น RS ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้า-กระจังหน้า สไตล์สปอร์ต ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว

All-New-Honda-City-RS-2020

สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

All-New-Honda-City-RS-2020

ภายในห้องโดยสารสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS

All-New-Honda-City-RS-2020

โดดเด่นด้วยขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbocharger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราเร่ง และประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 23.8 กม./ลิตร และมี Paddle Shifts เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แถมผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้อีกด้วย

เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทางด้วยถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

All-New-Honda-City-2020

และมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีขาว Platinum (มุก) เฉพาะรุ่น RS และรุ่น SV สีดำ Crystal (มุก) สีเงิน Lunar (เมทัลลิก) สีเทา Modern Steel (เมทัลลิก) และสีขาว Taffata เฉพาะรุ่น V และรุ่น S

ราคาจำหน่าย All-New Honda City มีดังนี้ครับ

  • รุ่น S ราคา 579,500 บาท
  • รุ่น V ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น SV ราคา 665,000 บาท
  • รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

All-New-Honda-City-2020-Modulo

เสริมความสปอร์ตในสไตล์คุณไปอีกขั้น ด้วยชุดแต่ง Modulo (โมดูโล) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 8,150 บาท แป้นคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต ราคา 1,300 บาท คิ้วบันได LED ราคา 4,400 บาท ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต ราคา 3,600 บาท (ราคาต่อ 1 วง ไม่รวมยาง) ไฟตัดหมอกแบบ LED ราคา 5,500 บาท และกล้องหน้ารถ ราคา 3,850 บาท

นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก

พบกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้ที่งาน Motor Expo 2019 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

หมายเหตุ:
– อุปกรณ์มาตรฐาน อาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และ สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
– ราคาแพ็กเกจชุดแต่งโมดูโล ไม่รวม VAT 7%
– ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

New-Car-In-Motor-Expo-2019

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน” หรือ “Ride and Drive Together Now” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้ รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2019 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2019 ฟรี! ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://th.carro.co/blog/carro-ticket-motor-expo/

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2019 กันตั้งแต่ในเดือนตุลาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ไปแล้วหลายค่าย Carro ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

1. Toyota Yaris Cross

Toyota-Yaris-Cross-2020

Toyota (โตโยต้า) เผยโฉม Toyota Yaris Cross (โตโยต้า ยาริส ครอส) ได้ฤกษ์เปิดตัว “รุ่นปรับปรุงใหม่” และ “ชุดแต่งพิเศษ Yaris Cross” มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE แบบ Dual VVT-iE 92 แรงม้า แรง ประหยัดน้ำมัน รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 และผ่านมาตรฐาน EURO 5 ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock และฟังก์ชัน S Mode

โดยมีทางเลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ High, Mid และ Entry พร้อมแนะนำ ชุดแต่งพิเศษ Yaris Cross ครั้งแรกกับรถสไตล์ Crossover ในกลุ่มอีโคคาร์ (ราคาพิเศษ 35,000 บาท สามารถติดตั้งได้กับ Yaris รุ่น High และรุ่น Mid (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง กับชุดอุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง (ซ้าย-ขวา), สเกิร์ตท้าย, ชุดตกแต่งขอบประตูรถ หลังคาเคลือบฟิล์มดำ Matt Black, ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมคิ้วซุ้มล้อและสัญลักษณ์ Cross ด้านท้ายรถ นอกจากนี้ยังได้รับการปรับแต่งชุดสปริงและโช้คยกสูง 30 มม.

และยังมีระบบ ABS, EBD, BA, VSC, TRC และ HAC พร้อมถุงลมนิรภัย SRS 7 ตำแหน่ง และกล้องบันทึกภาพหน้า-หลัง แม้ขณะดับเครื่องยนต์ เซ็นเซอร์สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือน และบันทึกภาพกรณีพบสิ่งผิดปกติ ในราคา 539,000 – 649,000 บาท

2. Toyota Yaris ATIV

Toyota-Yaris-ATIV-2020

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) เปิดตัว “รุ่นปรับปรุงใหม่” และ “ชุดแต่งพิเศษ ATIV GT” มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE แบบ Dual VVT-iE 92 แรงม้า แรง ประหยัดน้ำมัน รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 และผ่านมาตรฐาน EURO 5 ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock และฟังก์ชัน S Mode

โดยมีทางเลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ High, Mid และ Entry พร้อมแนะนำ ชุดแต่งพิเศษ ATIV GT (ราคาพิเศษ 7,000 บาท สามารถติดตั้งได้กับ ATIV ทุกรุ่นและทุกสี (พิเศษ! มีจำนวนจำกัด)) ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่ง สเกิร์ตกันชนหน้า, สเกิร์ตข้าง (ซ้าย-ขวา), สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง และเพิ่มระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop & Start System)

กับระบบ ABS, EBD, BA, VSC, TRC และ HAC พร้อมถุงลมนิรภัย SRS 7 ตำแหน่ง และกล้องบันทึกภาพหน้า-หลัง แม้ขณะดับเครื่องยนต์ เซ็นเซอร์สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือน และบันทึกภาพกรณีพบสิ่งผิดปกติ ในราคา 529,000 – 649,000 บาท

3. Toyota Hilux Revo Rocco

Toyota-Hilux-Revo-ตูน-บอดี้สแลม

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) โฉมปี 2020 พร้อมจ้าง “พี่ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ Over The Limit…ทลายทุกขีดจำกัด

โดยทาง Toyota ยังได้ร่วมมือกับบริษัท อีซียู ช็อป1 จำกัด ติดตั้งกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ รุ่น Ultra Boost สำหรับรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร และ 2.8 ลิตร GD Efficient Boost โดยกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ รุ่น Ultra Boost จะทำงานร่วมกับ ECU หลักของเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มแรงม้าสูงสุดถึง 204 แรงม้า และเพิ่มแรงบิดสูงสุด 518 นิวตัน-เมตร เพื่อการออกตัวและเร่งแซงที่ไวมากยิ่งขึ้น

และแพ็คเกจชุดแต่งพิเศษสำหรับ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และรุ่นสมาร์ทแค็บ ทั้งแบบยกสูง Prerunner และขับเคลื่อนสี่ล้อ รวมไปถึงรุ่น Z Edition เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยกระจังหน้า และกรอบไฟตัดหมอกหน้าดีไซน์ใหม่ กับสปอยเลอร์รอบคัน

4. Toyota GR Supra

Toyota-GR-Supra

การกลับมาใหม่ของ Toyota GR Supra (โตโยต้า จีอาร์ ซูปร้า) ที่แฟนๆ Supra ในทั่วโลกก็มีทั้งเสียงตอบรับที่ดี และเสียงตอบรับที่ดูตกใจกับการเปลี่ยนไปของรถสปอร์ตระดับตำนานของโตโยต้ารุ่นนี้ โดยมันคือฝาแฝดของ BMW Z4 นั่นเอง! ส่วนภายในได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก FT-1 Concept

ในบ้านเรานำเข้ามาโชว์ตัวเป็นๆ ให้เห็นกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในที่สุด วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ Toyota ก็เตรียมเปิดตัวจำหน่ายอย่างเป็นทางการซะที ในราคาหลักหลายล้านบาทเลยทีเดียว!

GR Supra นี้ ใช้เครื่องยนต์จาก BMW ขนาด 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง Turbo 340 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Paddle Shifts สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.1 วินาที ถือว่าเป็นรถยนต์ที่เร็วที่สุด ที่ Toyota เคยผลิตมา ส่วนความเร็วสูงสุด จำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ในราคาประมาณ 5 บ้านบาท (ซึ่งมีคนรับมอบเป็นเจ้าของรถแล้ว อย่างน้อย 5 คน)

5. Honda City

All-New-Honda-City-RS-2020

เป็นไปตามคาด สำหรับ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ไทย วันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2019 นับเป็นครั้งแรกของ City กับการกระโดดลงมาเล่นในตลาดรถ Eco-Car นั่นเอง

ในส่วนของเครื่องยนต์ ปลี่ยนใหม่หมดกับเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC VTEC 12 วาล์ว Turbo Dual VTC ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Paddle Shift 7 สปีด และเครื่องยนต์รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ในราคา 579,500 – 739,000 บาท

6. Nissan Almera

All-New-Nissan-Almera-2020

Nissan (นิสสัน) เผยโฉม Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) เปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย เตรียมโชว์ในงาน Motor Expo 2019 ออกแบบภายใต้ปรัชญา “รูปทรงเรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ ส่วนภายในออกแบบใหม่หมด ซึ่งกว้างขวางมากๆ เหมือนเดิม

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

และยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility เป็นจุดเด่นด้านความปลอดภัยของ Nissan ด้วย ในราคา 499,000 – 639,000 บาท

7. Mazda CX-8

All-New-Mazda-CX-8-2019

Mazda เผยโฉม Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ถือเป็น Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐาน สง่างาม และความสมบูรณ์แบบ ตัวรถยาวขึ้น นั่งสบายทุกที่นั่ง ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More”

ให้การตอบสนองดีเยี่ยมด้วยขุมพลังของ 2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร 190 แรงม้า ปรับปรุงพัฒนาใหม่ โดยในรุ่นดีเซล XDL Exclusive 6 ที่นั่ง มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร 194 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กม./ลิตร

พร้อมส่งมอบความคุ้มค่าด้วยการรับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงนาน 5 ปี ในราคา 1,599,000 – 2,069,000 บาท

8. Mitsubishi Mirage / Attarge

New-Mitsubishi-Mirage-2020

New-Mitsubishi-Attrage-2020

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) เผยโฉม “Mitsubishi Mirage” (มิตซูบิชิ มิราจ) และ “Mitsubishi Attrage” (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใหม่ ด้วยแนวคิด “พลังจากข้างใน ไปให้สุด” พร้อมดีไซน์ Advanced ‘Dynamic Shield’ อันโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง กันชนใหม่ ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟ Daytime Running Light ชุดไฟตัดหมอกแบบใหม่ ไฟท้ายแบบ LED และ ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 15 นิ้ว ทั้งนี้ Mirage ใหม่ ยังมาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต

ภายในห้องโดยสารยกระดับใหม่ ทั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ High Contrast ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ดีไซน์ใหม่ สำหรับ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์และผ้าดีไซน์ใหม่ ส่วน มิตซูบิชิ มิราจ มีแผงควบคุมเปิด-ปิดกระจกข้างตกแต่งด้วยลายคาร์บอนดีไซน์ใหม่ พร้อมวัสดุบุนุ่มบริเวณแผงประตู

และทั้ง 2 รุ่น สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอระบบสัมผัส Smartphone – Link Display Audio (SDA) ขนาด 7 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และการเชื่อมต่อบลูทูธ

สำหรับ Mitsubishi Mirage ราคาอยูที่ 474,000 – 619,000 บาท และ

สำหรับ Mitsubishi Attrage ราคาอยูที่ 494,000 – 624,000 บาท

9. Mitsubishi Triton Athlete

 New-Mitsubishi-Triton-Athlete-2020

Mitsubishi Triton Athlete (มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท) ใหม่ “เหนือชั้น สายพันธุ์สปอร์ต” ยกระดับสู่ความสปอร์ตเต็มขั้นโดยพัฒนาจากรุ่นสูงสุดของกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ด้วยชุดตกแต่งกันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต หลังคาสีดำพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ด้านหลังดีไซน์มือเปิดกระบะท้าย และกันชนหลังสีดำ พร้อมสัญลักษณ์ ‘Athlete’ บนฝากระบะท้าย พร้อมชุดปูพื้นกระบะ แกร่งขึ้นด้วยกรอบกระจกมองข้างและสไตล์ลิ่งบาร์สีดำ พร้อมบันไดข้าง รวมถึงสัญลักษณ์ ‘Athlete’ บนแถบกราฟฟิกข้างตัวรถ

ภายในห้องโดยสารตกแต่งพิเศษด้วยเบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ทูโทนสีดำสลับสีส้ม พร้อมสัญลักษณ์ ‘Athlete’ เดินด้ายสีส้มที่หัวเกียร์ แผงประตู และเบรกมือ วัสดุบุนุ่มกันกระแทกบริเวณหัวเข่า และฝากล่องเก็บของคอนโซลกลางตกแต่งด้วยสีส้ม พร้อมพรมห้องโดยสารปักสัญลักษณ์ ‘Athlete’ สีส้ม ในราคา 1,035,000 – 1,146,000 บาท

10. Isuzu D-Max

All-New-Isuzu-D-Max-2019

Isuzu (อีซูซุ) เปิดตัว All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์) พลานุภาพ…พลิกโลก! “Infinite Potential” “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติ ทั้งภายนอกภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ผ่านการพัฒนาโดยการทดสอบในอุโมงค์ลม Japan Railway Research Institute หรือ JR ซึ่งเป็นสถานที่ทดสอบรถไฟหัวกระสุนของประเทศญี่ปุ่น “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” จึงเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม และมีห้องโดยสารที่เงียบขึ้นอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น 4JJ3-TCX  190 แรงม้า และเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น 150 แรงม้า ในราคา 510,000 – 1,164,000 บาท

11. Ford Ranger FX4

Ford-Ranger-FX4

Ford (ฟอร์ด) เปิดตัว Ford Ranger FX4 (ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4) ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ดุดัน และอุปกรณ์เทคโนโลยีอันทันสมัย ยกระดับมาตรฐานกระบะพันธุ์แกร่งให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ชุดล้ออัลลอยด์สีดำ ขนาด 18 นิ้ว กันชนหลังสีดำ และสปอร์ตบาร์สีดำดีไซน์ใหม่

ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งโทนสีดำเงา เดินด้ายสีแดงตั้งแต่แผงคอนโซล เกียร์ ที่วางแขน ขอบประตู และเบาะนั่ง พร้อมประดับสัญลักษณ์ FX4 ที่พรมและเบาะนั่งคู่หน้า นำเสนอระบบความบันเทิง SYNC ใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับภาษาไทย การใช้งานผ่าน Apple Car Play และ Android Auto รองรับไฟล์ VDO รวมถึงระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน ในราคา 919,000 บาท

12. Ford Everest Sport

Ford-Everest-Sport

Ford Everest Sport (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต) รุ่นพิเศษ ออกแบบใหม่ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสีดำเงา ทั้งกระจังหน้า กระจกมองข้าง และราวหลังคา ประดับสัญลักษณ์รุ่นสปอร์ตทั้งด้านข้างและด้านหลัง กันชนหลังสีดำ พร้อมล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 20 นิ้ว หรูหรา โดดเด่นด้วยตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนกระโปรงหน้ารถ

ภายในของฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพิ่มลูกเล่นและความโฉบเฉี่ยว ด้วยโทนสีดำน้ำเงิน ตั้งแต่แผงคอนโซล ที่วางแขน และเบาะที่นั่ง พร้อมสลักลายคำว่า Sport บนเบาะนั่งคู่หน้า พร้อมตกแต่งลวดลาย Hydrographic เคลือบ 2 ชั้น บนวัสดุที่ทันสมัย บนคอนโซลหน้าและที่เปิดประตู ระบบความบันเทิง SYNC 3 สั่งงานด้วยเสียง รองรับภาษาไทย พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่มาพร้อมกับระบบช่วยโทรฉุกเฉินและกล้องมองหลังขณะถอดจอด ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้ายขวา ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอบหลังแบบปรับอุณหภูมิแยกได้ ในราคา 1,469,000 บาท

13. Porsche Cayenne Coupe

Porsche-Cayenne-Coupe

Porsche Cayenne Coupe (ปอร์เช่ คาเยนน์ คูเป้) รถสปอร์ตอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดจากปอร์เช่ ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตาด้วยแนวหลังคาที่ลาดลงมาจรดท้ายรถ สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต 4 ที่นั่ง

สปอร์ตเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 243 กม./ชม. ติดตั้งอุปกรณ์มาตราฐาน ระบบความบันเทิงและการติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management รุ่นล่าสุด พร้อมระบบ Apple CarPlay และ ระบบเครื่องเสียง BOSE Surround Sound System โดย Cayenne Coupe ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 8.6 ล้านบาท และ Cayenne e-Hybrid Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 6.5 ล้านบาท

รถรุ่นที่เปิดตัวก่อนหน้า สามารถดูได้ใน Link ด้านล่างนี้

All-New-Nissan-Almera-2020

Nissan เปิดตัว All-New Almera (นิสสัน อัลเมร่า) ในไทย เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ใช้เครื่องยนต์ Turbo 1.0 ลิตร 100 แรงม้า รถยนต์แบบซีดานอัจฉริยะ สำหรับการใช้งานในเมืองที่สมบูรณ์แบบ

ถ้าหากใครสนใจที่จะขายรถคันเดิม เพื่อรับเงินก้อนไปดาวน์หรือซื้อ Nissan Almera คันใหม่ออกมาใช้ สามารถนำรถคันเดิมมาขายกับ Carro ได้ ง่ายๆ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ พร้อมรับเงินไว ภายใน 24 ชั่วโมง! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

“นิสสัน กำหนดให้ อัลเมร่า ใหม่ ท้าทายทุกความเชื่อกับรถยนต์ซิตี้คาร์ และต้องการมอบเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าของเรา” ยูทากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย กล่าว

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New-Nissan-Almera-2020

ตัวรถ ออกแบบภายใต้ปรัชญา “รูปทรงเรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New-Nissan-Almera-2020

มิติตัวรถ ยาว 4,495 มม. (ยาวกว่ารุ่นเก่า 70 มม.) กว้าง 1,740 มม. (กว้างขึ้น 45 มม.) สูง 1,460 มม. (เตี้ยลง 40 มม.) ระยะฐานล้อ 2,620 มม. (ยาวขึ้น 20 มม.) ล้อมีทั้งกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบ 15 นิ้ว และล้อแม็ก 15 นิ้ว

All-New-Nissan-Almera-2020

ภายในออกแบบใหม่หมด เพื่อรองรับแผงหน้าปัดแบบใหม่ หน้าจอ Infotainment พวงมาลัยและที่นั่งผู้โดยสาร ใช้วัสดุคุณภาพสูงที่เน้นความประณีตในการประกอบ พร้อมพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ และพื้นที่วางขากว้างขวาง คงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำในด้านความกว้างขวางที่สุด ในรถยนต์ระดับเดียวกัน และด้านท้าย ผู้ใหญ่เข้าไปนอนได้สบายๆ

All-New-Nissan-Almera-2020

โดดเด่นด้วยระบบเสียง Bose คุณภาพเสียงแบบรอบทิศทาง ลำโพง 10 ตำแหน่ง, หน้าจอ Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มอัจฉริยะ Center Commander ใช้งานง่าย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

ด้านความปลอดภัย ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ที่ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยและป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสาร บริเวณด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของรถ

เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดใน นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ซึ่งมีนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ได้แก่ เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ด้วยกล้องสี่ตัวที่ด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง รอบคัน

ระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect พร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ AIVI ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายด้วยการนำระบบสาระและความบันเทิง ระบบนำทาง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยและอื่นๆ ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวด้วยการเชื่อมต่อที่ราบรื่นผ่านสมาร์ทโฟน

พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ใหญ่แค่ไหน ดูเอาเอง!

มีสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดง Radiant Red สีส้ม Monarch Orange สีขาว Storm White สีดำ Black Star สีเทา Gun Metallic และสีเงิน Brilliant Silver

ราคาจำหน่าย All-New Nissan Almera มีดังนี้ครับ

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท

ทั้งนี้ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ และจะเริ่มส่งมอบรถในเดือนธันวาคม 2562 เป็นต้นไป พร้อมการประกันรถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

All-New-Nissan-Almera-2020

 

All-New-Mazda-CX-8-2019

Mazda เปิดตัว All-New Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ถือเป็น Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐาน สง่างาม และความสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว

มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All” ทุกช่วงเวลา…มีค่าไม่สิ้นสุด ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่งดงาม กับ Concept “Less is More” ที่ลดทอนบางสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป มาตรฐานใหม่ของรถอเนกประสงค์ขนาด 6 และ 7 ที่นั่ง ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง

ให้การตอบสนองดีเยี่ยมด้วยขุมพลังของ 2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร และสกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร พร้อมส่งมอบความคุ้มค่าด้วยการรับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงนาน 5 ปี วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท

All-New-Mazda-CX-8-2019

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เน้นลูกค้ากลุ่มนักบริหารระดับสูง นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ เป็นคนที่ประสบความสำเร็จรอบด้าน มีความเป็นผู้นำ และมีไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง เป็นหัวหน้าครอบครัว ที่พร้อมจะมอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว

ตลาดรถยนต์นับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงครึ่งปีงบประมาณ 2562 จากผลสำรวจความต้องการของผู้ที่สนใจเลือกซื้อรถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ หรือ PPV และเมื่อรวมกับ C-SUV แบบ 7 ที่นั่ง นับว่ามีสัดส่วนการขายสูงเป็นอันดับที่ 3 หรือคิดเป็น 8.2% ของปริมาณการขายรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัว และการขนสัมภาระ ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี เป็นต้น

All-New-Mazda-CX-8-2019

ถึงแม้ว่ารถ PPV จะมีสัดส่วนการขายสูงถึงร้อยละ 88.8% ของปริมาณการขายรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ทั้งหมด แต่จากผลสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าที่สนใจซื้อรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง พบว่า รถ PPV ไม่คล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง ผนวกกับช่วงล่างสไตล์รถกระบะ และความสูงของรถ ที่ส่งผลต่อความสะดวกในการขึ้น-ลงรถของผู้สูงอายุ และเด็ก

การเปิดตัว Mazda CX-8 จะเข้ามาเติมช่องว่างดังกล่าว โดยราคาขายที่เริ่มต้นเพียง 1,599,000 บาท ประกอบกับการรับประกันคุณภาพ 5 ปี 150,000 กิโลเมตร และค่าบำรุงรักษา 5 ปี จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

All-New-Mazda-CX-8-2019

All-New Mazda CX-8 มาพร้อม 2 ทางเลือก ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที

โดยในรุ่น XDL Exclusive มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร***

All-New-Mazda-CX-8-2019

และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น ให้แรงม้าสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กม./ลิตร

อีกทั้งในทุกรุ่นยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control หรือ GVC ที่ช่วยให้การควบคุมขับขี่ทำได้อย่างแม่นยำและสมดุล ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ผู้โดยสารสะดวกสบายมากขึ้น

All-New-Mazda-CX-8-2019

การออกแบบของ All-New Mazda CX-8 ยังคงความประณีตพิถีพิถัน ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More” เริ่มตั้งแต่ดีไซน์จากภายนอกสู่ภายในห้องโดยสาร เลือกใช้เฉพาะวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพสูง ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความสะดวกสบาย

All-New-Mazda-CX-8-2019

โดยมีรูปแบบของห้องโดยสารที่นั่งให้เลือก ทั้งแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง สำหรับห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง มาพร้อมเบาะที่นั่งแถวสองแบบ Exclusive Captain Seat 2 ที่นั่ง แยกซ้าย-ขวา อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกับคอนโซลกลางที่เป็นทั้งกล่องเก็บของ ที่วางแก้วน้ำ ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง และม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง

All-New-Mazda-CX-8-2019

ส่วนห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง สามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง อีกทั้งเบาะที่นั่งแถวสามของทั้ง 2 แบบ รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. และสามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50

All-New-Mazda-CX-8-2019

การตกแต่งภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่ง Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลเข้ม

All-New-Mazda-CX-8-2019

เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander

All-New-Mazda-CX-8-2019

All-New Mazda CX-8 อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense รอบคัน ที่จะช่วยคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ

โดยระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ได้แก่ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control)

อีกทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ขณะเดินทางไกล, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) ที่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนน

All-New-Mazda-CX-8-2019

All-New Mazda CX-8 มีให้เลือก 6 สี ดังนี้

สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) และ สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)

สำหรับลูกค้ามาสด้าที่ให้ความสนใจเป็นเจ้าของ All-New Mazda CX-8 มาสด้ามอบสิทธิพิเศษในช่วงเปิดตัวที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร** พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance และอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.99%ราคาจำหน่าย All-New Mazda CX-8

ราคาของ Mazda CX-8 ใหม่

หมายเหตุ

* ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม.
** ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection
*** ผลการทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 Combine Mode ของรุ่น SKYACTIV-D 2.2 XDL

All-New-Mazda-CX-8-2019

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อ Mazda CX-8 คันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-New-Honda-City-2020

เตรียมเก็บเงินซื้อได้เลย Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รถยอดนิยมของค่าย Honda เจนเนอเรชั่นที่ 5 เตรียมเปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่ไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นี้ นับเป็นครั้งแรกของ City กับการกระโดดลงมาเล่นในตลาดรถ B-Segment (หรือ Eco-Car นั่นเอง)

Honda-Civic-2020-Render

แต่ก็ต้องรอดูกันครับว่า Honda City หน้าตาจะออกมาแบบนี้ เป๊ะๆ หรือเปล่า! แต่การออกแบบตัวรถ คาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Honda Insight (ฮอนด้า อินไซท์) รถ Premium Compact แบบ 5 ประตู ที่ถูกวางหมากให้เหนือกว่า Honda Civic ซึ่งเปิดตัวไปในงาน Detroit Auto Show 2018 ที่ผานมา

Honda-Civic-2020-Render

รูปโฉมภายนอก ทางผู้จัดทำได้ออกแบบให้เข้ากับหน้าตาของรถฮอนด้ารุ่นพี่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมกระจังหน้าแบบ “Flying Wing” รูปตัวยูสีเทา รับกับชุดไฟหน้า คู่กับไฟ Daytime Running Light เล่นเส้นสายตัวถังดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว และชุดไฟท้ายเรียวยาว ดูคล้ายกับใน Honda Insight

ในส่วนของเครื่องยนต์ ถือได้ว่าเปลี่ยนใหม่หมดกับเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC VTEC 12 วาล์ว Turbo Dual VTC ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000–4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และเครื่องคาดว่าสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

ส่วนตัว Turbo นั้นใช้เป็นแบบ Single Scroll ของ Borg Warner ยังช่วยให้ตัวรถประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 33%

และอีก 1 เซอร์ไพรส์ในครั้งนี้ คือ Honda อาจจะมีรุ่น Hybrid ให้กับ City ด้วย โดยจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Hybrid i-MMD (New Generation) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวแรกใช้ขับเคลื่อน และอีกตัวเป็นเจนเนอเรเตอร์ ปั่นกระแสไฟฟ้า อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันคาดอยู่ประมาณ 23.25 กม./ลิตร

Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype

Honda Insight ต้นแบบของภาพ Render ของ Honda City ใหม่

ในส่วนของราคาจำหน่าย คาดว่าไม่ต่างจากเดิมนัก ซึ่งอาจจะเท่าเดิม หรือถูกกว่าเดิมก็เป็นไปได้ โดยจะอยู่ระหว่าง 5 แสนบาท ไปจนถึงรุ่น Top สุด ประมาณ 7 แสนบาท

ซึ่ง Honda City ใหม่ พบกันแน่นอน ช่วงบ่ายวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ โดยมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน Turbo และคาดว่าจะมีเครื่องยนต์ไฮบริด มาให้เลือกด้วย ส่วนใครอยากได้ เก็บเงินด่วน!

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา:

  • ภาพจาก Paultan.org
Honda-Jazz-2020-Debut-In-Japan

สำหรับ Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากที่สุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักกันไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งทำให้หลายๆ คน อยากตัดสินใจขายรถ Honda Jazz คันเดิม เพื่อจะไปซื้อรถ Honda Jazz รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในไทยปีหน้านี้

(ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีข่าวคราวว่า Honda Jazz โฉมนี้ อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทนซะงั้น ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร)

สำหรับประวัติและรายละเอียดของ Honda Jazz โฉมที่ผ่านๆ มา นั้น มีอะไรบ้าง สามารถดูได้ใน Link นี้ :

สำหรับ Honda Fit ใหม่ มีรูปแบบที่ให้เลือกด้วยกันถึง 5 สไตล์ ได้แก่ …

Honda-Jazz-Fit-Basic

Fit Basic เป็นรุ่นเริ่มต้น ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปให้เป็นพื้นฐาน

Honda-Jazz-Fit-Home

Fit Home เน้นการตกแต่งภายในให้ดูอบอุ่น ด้วยเบาะผ้า พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ และแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุ Prime Smooth แบบรถครอบครัว พร้อมล้อแม็กสุดเท่

Honda-Jazz-Fit-Ness

Fit Ness เน้นสีสันของตัวรถทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมห้องโดยสาร เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกันน้ำ และแผงประตูที่ให้ความอ่อนนุ่ม เจาะกลุ่มวัยรุ่น หรือคนชอบออกกำลังกาย

Honda-Jazz-Fit-Crosstar

Fit Crosstar ตกแต่งตัวรถในสไตล์ลุยๆ หน่อย มีแร็คหลังคา พร้อมชุดซุ้มล้อสีดำรอบคัน เบาะนั่งภายในรถแบบกันน้ำได้

Honda-Jazz-Fit-Luxe

Fit Luxe ภายนอกตกแต่งด้วยโครเมียม ดูคล้ายแพลทินัม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ส่วนภายในเน้นความหรูหรา มาพร้อมกับเบาะหนังแท้

ด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มากกว่าโฉมที่ผ่านมาที่หนักไปในทางสปอร์ต ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ถูกใจนัก เพราะตัวรถดูกลมๆ ป่องๆ แต่ขอบอกว่า คนญี่ปุ่น นิยมรถในแนวๆ นี้มากพอสมควรครับ โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว

Honda-Jazz-Fit-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่่ยขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เป็นครั้งแรก ซึ่งมีฟังก์ชั่นช่วยโทรศัพท์ฉุกเฉินในกรณีประสบอุบัติเหตุ อีกด้วย

Honda-Jazz-Fit-Interior

แม้ว่าในส่วนของการเปิดตัว Honda Fit ในครั้งนี้ Honda แนะนำแค่เครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมระบบมอเตอร์ไฮบริด 2 ตัว แต่ในส่วนของเครื่องยนต์แบบธรรมดานั้น มีแน่นอนครับ เพราะนอกจากในตลาดญี่ปุ่นและตลาดยุโรปแล้ว เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ยังคงจำเป็นต้องมีไว้เพื่อจำหน่ายอยู่

สำหรับ Honda Fit ใหม่นี้ เตรียมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 นี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

แต่ในตอนนี้ ก็ยังมีกระแสข่าวคราวว่า Honda Fit (หรือ Jazz โฉมนี้) อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา! เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทน ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไรครับ ในปีหน้านี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Tokyo-Motor-Show-2019

ประมวลภาพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด รถต้นแบบ และอื่นๆ ในงานมหกรรมยานยนต์ Tokyo Motor Show 2019 งานแสดงรถยนต์อีกหนึ่งงานในญี่ปุ่น จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1954 ถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 46

Tokyo-Motor-Show-2019

ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Open Future สื่อให้เห็นว่างานในปีนี้ เป็นยิ่งกว่ามหกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์ ยานพาหนะเชิงพาณิชย์ และการจัดแสดงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังครอบคลุมถึงนวัตกรรมและพัฒนาการใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอื่นๆ และพื้นที่จัดงานในปีนี้ ยังใหญ่โตกว่าเดิมอีกด้วย

Tokyo-Motor-Show-2019

โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2562 ณ Tokyo Big Sight เมือง Tokyo ประเทศญี่ปุ่น … ทาง Carro ขอรวบรวมภาพบรรยากาศ พร้อมรถเปิดตัวใหม่มาให้ชมกันครับ

Honda-Fit

Honda Fit

Honda-Vezel-Touring-Modulo-X

Honda Vezel Touring Modulo X

Suzuki-Wakuspo

Suzuki Wakuspo

Suzuki-Hanare

Suzuki Hanare

Suzuki-Hustler-Concept

Suzuki Hustler Concept

Toyota-Mirai-Concept

Toyota Mirai Concept

Toyota-Yaris

Toyota Yaris

Toyota-GrandAce

Toyota GrandAce

Nissan-Ariya-Concept

Nissan Ariya Concept

Nissan-Imk-Concept

Nissan Imk Concept

Subaru-WRX-STI-EJ20-Final-Edition

Subauu WRX STi EJ20 Final Edition

Subaru-Viziv-Adrenaline-Concept

Subaru Viziv Adrenaline Concept

Mitsubishi-Super-Height-K-Wagon-Concept

Mitsubishi Super Height K-Wagon Concept

Mitsubishi-Mi-Tech-Concept

Mitsubishi Mi-Tech Concept

Daihatsu-Compact-SUV-Concept

Daihatsu Compact SUV Concept

Daihatsu-IcoIco

Daihatsu IcoIco

Daihatsu-Copen-GR-Sport

Daihatsu Copen GR Sport

Daihatsu-WakuWaku

Daihatsu WakuWaku

Mazda-MX-30

Mazda MX-30 Concept

Lexus-LF-30-Electrified

Lexus LF-30 Electrified

Alpine-A110-S

Alpine A110S

Mercedes-Benz-Vision-EQS

Mercedes-Benz Vision EQS

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพจาก http://car.watch.impress.co.jp/

All-New-Isuzu-D-Max-2019

Isuzu เปิดตัว All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์) พลานุภาพ…พลิกโลก! “Infinite Potential” “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ”

ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดจาก DNA แห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมของอีซูซุ ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติ ทั้งภายนอกภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

พร้อมให้ผู้ใช้รถในเมืองไทยได้สัมผัสพลานุภาพ…พลิกโลก! 19 ตุลาคม ศกนี้ ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

All-New-Isuzu-D-Max-2019

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทยของ อีซูซุดีแมคซ์ เจเนอเรชั่นแรก ในปี 2545 ตามมาด้วยการเปิดตัว “อีซูซุดีแมคซ์” ปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก เจเนอเรชั่น 2 ในปี 2554 รวมถึงการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเปลี่ยนโลก ครั้งแรกในโลกของรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี ในปี 2558

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of Superority

ดีไซน์พลิกโลก! ภายนอกออกแบบใหม่หมด ด้วยแนวคิด “Bold but Emotional” มิติตัวรถใหญ่ บึกบึนยิ่งขึ้น ดูทรงพลัง และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังมีเส้นสายพริ้วไหว ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียว และสปอร์ต

พร้อมประสิทธิภาพความลู่ลมที่สมบูรณ์แบบ เอกลักษณ์แห่งอีซูซุด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุด ผ่านการพัฒนาโดยการทดสอบในอุโมงค์ลม Japan Railway Research Institute หรือ JR ซึ่งเป็นสถานที่ทดสอบรถไฟหัวกระสุนของประเทศญี่ปุ่น “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” จึงเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม และมีห้องโดยสารที่เงียบขึ้นอีกด้วย

พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ อาทิ ไฟหน้า Isuzu Vision Bi-LED พร้อมระบบเปิด – ปิดอัตโนมัติ ไฟ Multifunctional Daylight แบบ Built-in และไฟตัดหมอก LED ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ไฟท้าย Dual-Sonic LED กันชนท้าย Integrated Bumper เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ และดีไซน์ล้อหลากหลายสไตล์ ลงตัวกับดีไซน์รถขั้นสุด

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of Posh

พลิกโฉมห้องโดยสารใหม่ใน “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” กว้างขวางในทุกมิติ ออกแบบด้วยแนวคิด “Bold but Smart” เน้นเส้นสายที่เฉียบคม คอนโซลหน้าเล่นระดับแบบ Sharp Horizontal Layers ใช้วัสดุพรีเมี่ยมหลากหลาย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ใช้งานง่ายตามหลัก Usability Design

All-New-Isuzu-D-Max-2019

และเหนือกว่าคำว่าปิกอัพอย่างแท้จริง อาทิ Smart MID ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้ว แผงควบคุมระบบปรับอากาศ Piano Touch พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง แบบ Tilt & Telescopic เบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort) ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ

มาพร้อมระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว คมชัดระดับ HD รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง Dynamic Surround Sound 8 ลำโพง และที่บังแดดพร้อมกระจกและไฟส่องสว่าง Vanity Mirror & Light

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of Power

“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” มาพร้อมขุมพลังใหม่! ให้ความแรงสะใจ ทนเหนือชั้น และเงียบยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ความประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ

ใหม่! เครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น 4JJ3-TCX เทคโนโลยีดีเซลล่าสุดที่สมบูรณ์แบบ เปี่ยมพลัง และสมรรถนะสูงสุดในทุกด้าน ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที พร้อม E-VGS TURBO เทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้า แรงจัดตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองได้รวดเร็ว ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ทั้งแรงม้า และแรงบิดสูงสุดในรถระดับเดียวกัน

All-New-Isuzu-D-Max-2019

พัฒนาใหม่! เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ให้พลังแรงสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที ตอบสนองฉับไวยิ่งขึ้น ออกตัวเร็วขึ้น เร่งแซงเร็วขึ้น พร้อมตอบสนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบ

All-New-Isuzu-D-Max-2019

นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบเกียร์ใหม่ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดพลังแรง และความเร้าใจของเครื่องยนต์ใหม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดใหม่ ถ่ายทอดจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดพัฒนาใหม่สไตล์สปอร์ต ขับสนุก แม่นยำยิ่งขึ้น

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of  Trustworthiness

“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” ก้าวสู่อีกระดับของมาตรฐาน ด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวถัง และแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด “Isuzu Dynamic Drive Platform” นวัตกรรมยานยนต์เพื่อดุลยภาพแห่งการขับขี่ ผสานการทำงานของโครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ เครื่องยนต์ และช่วงล่างให้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่ง

โดยวางตำแหน่งเครื่องยนต์ ห้องโดยสาร กับแชสซีส์ ระบบการบังคับควบคุมของพวงมาลัยใหม่ พร้อมระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทำให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม เข้าโค้งได้มั่นใจยิ่งกว่าเดิม นุ่มนวล นั่งสบาย แต่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า ด้วยพลานุภาพใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด

  • โครงสร้างตัวถังเสริมเหล็ก Ultra – High Tensile แกร่งและทนทานกว่าเหล็กธรรมดา
  • แชสซีส์ใหม่ ขนาดใหญ่ รับแรงบิดสูงขึ้น 23%
  • ช่วงล่างหน้าใหม่แบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone with Coil Spring
  • ช่วงล่างหลังแหนบยาวแบบ Long Span เทคโนโลยีใหม่ WSSP

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of All-Terrain Expedition

สำหรับ Isuzu V-Cross 4×4″ ที่สุดแห่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อระดับโลก มาพร้อมขีดสุดแห่งสมรรถนะ 4×4 ใหม่หมดทุกฟังก์ชั่น มั่นใจ ลุยได้ทุกที่ ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด…แรงสุด  “อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ใหม่!” เรียกพลังลุยได้ตั้งแต่รอบต่ำ ให้กำลังปีนไต่สูงสุด

มาพร้อมช่วงล่างที่พัฒนาใหม่ เพื่อให้เป็นปิกอัพออฟโรดที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ระบบ Terrain Command พัฒนาใหม่! ทำงานฉับไว แม่นยำยิ่งขึ้น และ Electronic Diff-Lock  ระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมสมรรถนะลุยน้ำสูงสุด 800 มิลลิเมตร

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of  Confidence

เพื่อตอบรับความไว้วางใจในความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทั่วโลก “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” จึงมาพร้อมมาตรฐานใหม่ในวงการยานยนต์ กับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเต็มรูปแบบและครบครัน เพื่อให้ทุกการเดินทาง เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และสนุกในการขับขี่อย่างไร้กังวล

All-New-Isuzu-D-Max-2019

Active Safety ระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ

  • ABS (Anti Lock Brake System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • EBD (Electric Brake-force Distribution) ระบบช่วยกระจายแรงเบรกให้สัมพันธ์กับน้ำหนักบรรทุกของรถ
  • BA (Brake Assist) ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เมื่อเบรกกระทันหัน
  • Disc Brake หน้าขนาดใหญ่ 320 มม.
  • พร้อมระบบใหม่ล่าสุด! ESS (Emergency Stop Signal) ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกระทันหัน
  • และครบครัน ด้วยระบบที่ช่วยในการควบคุมรถได้ง่ายทุกสถานการณ์
  • TCS (Traction Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว
  • ESC (Electronic Stability Control) ระบบควบคุมการทรงตัว
  • HSA (Hill Start Assist) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • HDC (Hill Descent Control) ระบบควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน

มั่นใจอีกขั้น กับระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Monitoring ในกรณีต้องการเปลี่ยนเลน โดยส่งสัญญาณเตือนที่มุมกระจกมองข้าง ปลอดภัยยิ่งขึ้นกับระบบ Parking Aid System พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ 8 จุดรอบคัน พร้อม Rear Cross Traffic Alert ระบบแจ้งเตือนในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

ใหม่! ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensing Wiper เพิ่มความสะดวกสบาย พร้อม Integrated Wiper Blade ระบบฉีดน้ำบนก้านปัดแบบ Blade Type ครั้งแรกในวงการปิกอัพ สะอาดหมดจด เงียบยิ่งขึ้น และไม่บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่

Passive Safety ระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ

  • โครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็ก Ultra – High Tensile มั่นใจสุด
  • แชสซีส์ใหม่ ใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น 23%
  • เพิ่มคานตัดขวาง (Cross Member) เสริมความแข็งแกร่ง
  • SRS Airbag ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทุกที่นั่ง เข็มขัดนิรภัยที่นั่งตอนหน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pretensioner Safety Belts) และเปลี่ยนจุดยึดเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งตอนหลังใหม่ ช่วยให้กระชับมากขึ้น  มั่นใจยิ่งขึ้น
  • Crash Unlock ปลดล็อกประตูอัตโนมัติ เมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of Intelligence

อีกขั้นของนวัตกรรมแห่งยานยนต์เหนือระดับใน “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์”  พัฒนาสู่มาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่า ด้วยความล้ำสมัย ใส่ใจทุกรายละเอียด

  • กุญแจแบบ Keyless Entry พร้อมฟังก์ชั่น Remote Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจรีโมทในระยะ 20 เมตร
  • ใหม่! ครั้งแรกในวงการปิกอัพ กระจกบังลมหน้าแบบ IR Cut ช่วยกรองรังสีอินฟราเรด ป้องกันรังสี UVA และ UVB ช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสาร
  • Welcome Light ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารเปิดอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้รถในระยะ 2 เมตร
  • Walk Away Auto Lock ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ เมื่อเดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 3 เมตร
  • Follow Me Home สามารถเปิดไฟส่องสว่างได้นาน 30 วินาที หลังดับเครื่องยนต์
  • Auto Light Off ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติและไฟในห้องโดยสาร เมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตูรถ
  • ระบบควบคุมไฟเลี้ยวแบบ Smart Touch สะดวกสบาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส
  • พร้อมความใส่ใจต่อสุขภาพ ด้วย High Efficiency Filter ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร สามารถดักฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึงระดับ 5

All-New-Isuzu-D-Max-2019

The Potential Of Choices

สำหรับ All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์)” มีให้เลือกถึง 22 รุ่นย่อย ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ …

  • All-New Isuzu D-Max Spark ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
  • All-New Isuzu D-Max Spacecab
  • All-New Isuzu D-Max Cab4
  • All-New Isuzu D-Max Hi-Lander รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู
  • All-New Isuzu D-Max V-Cross 4X4 รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู

“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! ราคาจำหน่าย 510,000 – 1,164,000 บาท

ถ้าคุณอยากขาย Isuzu D-Max คันเดิม แล้วเปลี่ยนเป็น Isuzu D-Max รุ่นใหม่ หรืออยากขายรถด่วน เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

New-MG-HS-2019

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

New-MG-HS-2019

ในส่วนของตลาดรถยนต์ SUV นั้น MG ได้เริ่มทำตลาดรถยนต์ในกลุ่มนี้ครั้งแรก โดยส่ง MG GS เข้ามาทำตลาดเมื่อ 3 ปีก่อน และต่อเนื่องด้วย MG ZS ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า สามารถสร้างการจดจำ ให้กับแบรนด์ MG ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลัก (Key player) ทั้งในกลุ่ม B-SUV และ C-SUV ในประเทศไทย โดยเฉพาะ MG ZS ที่ถือเป็นความสำเร็จในการสร้าง Segment ใหม่ที่มาจากความเฉพาะตัวของเอ็มจี และกลายเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าคนไทย

“New MG HS” เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นรถที่มีความสง่างามสะท้อนภาพลักษณ์ของความสำเร็จ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น ระดับรถซีดานหรู แต่ให้ความคุ้มค่า ประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่า พร้อมสมรรถนะเยี่ยม เหนือกว่าด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

New-MG-HS-2019

New MG HS มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่นสูงสุด คือ รุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Scarlet Red สีขาว Arctic White สีดำ Black Knight และ สีเงิน Silver Metallic

ทั้งนี้ ทางบริษัทจะทยอย ส่งมอบรถ NEW MG HS ให้กับโชว์รูมเอ็มจี 110 แห่งทั่วประเทศ โดยลูกค้าสามารถชมและทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนนี้ และบริษัทฯ จะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

Elegant Design: สง่างาม พร้อมสะกดทุกสายตา

New-MG-HS-2019

New MG HS ได้รับการออกแบบด้วยความพิถีพิถันโดยผสมผสานระหว่างความหรูหรากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่เน้นเรื่องความโค้งมนของตัวรถกระจังหน้าดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ซึ่งมาพร้อมแนวคิด Stella Magnetic Field ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน

ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่าง สำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายแบบ Space Light Field ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential เพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น C

New-MG-HS-2019

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความโค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมเล่นระดับ และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น ด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มี ส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น X)

New-MG-HS-2019

ในขณะที่เบาะหลังนั่งสบาย ปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขนขนาดใหญ่ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตู และสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตร.ม.

New-MG-HS-2019

New MG HS มีการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในขณะขับขี่อย่างครบครัน อาทิ หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

พร้อมกุญแจระบบ Smart Key และปุ่ม Push Start นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

Perfect Performance: สมรรถนะอันทรงพลังในแบบฉบับเทอร์โบ

New-MG-HS-2019

New MG HS มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที

โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 โดยรุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น เพิ่มอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

New-MG-HS-2019

New MG HS มาพร้อมช่วงล่างตามแบบ Euro Tuning Suspension ที่ให้ทั้งความสบายและความมั่นใจในการ ขับขี่ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ที่ได้รับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับการขับขี่ของลูกค้า และช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link ที่รองรับการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย

Smart Function: แตกต่างด้วยระบบอัจฉริยะที่ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ กับ i-SMART

New-MG-HS-2019

New MG HS มาพร้อมระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์ MG ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Command ระบบสั่งการที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย ที่มีฟังก์ชั่นการสั่งการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การโทรออก สั่งการควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ รวมถึงค้นหาจุดที่น่าสนใจ (Point Of Interest) ผ่าน Navigator เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังสามารถสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟน Smart Connect ที่สามารถค้นหาเพลงฮิต เพลงดังผ่าน Online Music และค้นหาร้านอาหารเด็ด สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอในรถ และ Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนการสั่งการล็อกหรือปลดล็อก ประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application

ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

New-MG-HS-2019

New MG HS ให้ความปลอดภัยด้วยระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ที่แข็งแกร่งพร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานยุโรป หรือ Advanced Synchronized Protection System มากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วยระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย

  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

นอกจากนี้ ยังเสริมความปลอดภัยให้อีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด และเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor)

* อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

New-MG-HS-2019

ราคาจำหน่าย All-New MG HS มีดังนี้ครับ

  • รุ่น C ราคา 919,000 บาท (ราคาหลังหักส่วนลดพิเศษ 885,000 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก)
  • รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท (ราคาหลังหักส่วนลดพิเศษ 985,000 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก)
  • รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท (ราคาหลังหักส่วนลดพิเศษ 1,085,000 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก)

พร้อมจำหน่ายที่โชว์รูมรถยนต์ MG ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน นี้ และจะทยอยส่งมอบรถตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม เป็นต้นไป

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือได้เงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน