ค้นหาบทความ

Category : ข่าวรถใหม่

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 – 1,879,000 บาท

Toyota (โตโยต้า) เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จีอาร์ สปอร์ต) ครั้งแรกของโลกที่ไทย พร้อมแนะนำ ชุดแต่ง Modellista และรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มแนะนำรถอเนกประสงค์สุดหรู โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เจนเนอเรชั่นที่ 1 ในปี 2548 ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle” ที่สร้างปรากฏการณ์ เป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ประเภท Pick-Up Passenger Vehicle (PPV) ในประเทศไทย รวมไปถึงในตลาดต่างประเทศ จนสามารถครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นมากกว่า 380,000 คัน* (*ข้อมูลยอดขายสะสมของฟอร์จูนเนอร์ภายใต้โครงการ IMV ตั้งแต่ปี 2547 – กรกฎาคม 2564)

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

Toyota Fortuner GR Sport…Race your Pride Ambition

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564…สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ (Wisdom of a Leader)

วันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของโตโยต้า ที่แนะนำ Fortuner GR Sport เป็นครั้งแรกของโลกและฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 ซึ่ง Fortuner เป็นผู้นำในตลาด PPV เป็นระยะเวลายาวนานถึง 9 ปีติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2555 และยังคงสามารถรักษาตำแหน่งยอดขายสูงสุดในครึ่งปีแรกของปีนี้นี้ เราปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น จะช่วยให้เราสามารถครองความเป็นผู้นำเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันและพิสูจน์ว่า ฟอร์จูนเนอร์ คือ เจ้าแห่งรถกระบะดัดแปลง (King of PPV) ตัวจริง

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

Toyota Fortuner GR Sport รถรุ่นพิเศษที่โดดเด่น ด้วยความเหนือระดับ มาพร้อมแนวคิดใช้การสื่อสารสำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport อย่างเป็นทางการว่า “Race your Pride Ambition” และการออกแบบที่สปอร์ต ทั้งภายนอก และภายใน พร้อมด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลัง และช่วงล่างที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งในเมือง และการขับแบบออฟโรด

นอกจากนี้ ยังมีกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) ที่ปรับจูนเป็นพิเศษเพื่อมอบประสิทธิภาพการทรงตัว และความนุ่มนวลในการขับขี่ ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความเหนื่อยล้าให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ ทั้งระหว่างการเดินทางระยะไกล และสภาพจราจรที่หนาแน่น

และในรุ่นปกติ ได้มีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยล้ำสมัย สอดรับกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า และการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องปรับอากาศแถวที่ 1 แบบอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ส่วนในรุ่น Legender 2.8 ลิตร เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง และระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ พร้อมกล้องมองรอบคัน ในรุ่น V นอกจากนี้ เราขอแนะนำชุดแต่ง Modellista ที่ช่วยเสริมให้ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นยิ่งขึ้น เสริมภาพลักษณ์ที่หรูหรา ไม่ซ้ำใคร”

ดร. จุฬชาติ จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค กล่าวว่า “จากการที่เราได้รับคำติชมและข้อเสนอแนะจากลูกค้าผู้ใช้จริงทั่วประเทศ โดยเราได้นำเอาข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาใช้สำหรับการพัฒนาสู่รุ่นใหม่นี้ โดยฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 ในครั้งนี้ เราได้เพิ่มกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) สำหรับรุ่น V เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยความปลอดภัย พร้อมเพิ่มเครื่องปรับอากาศแถวที่ 1 แบบอัตโนมัติปรับอิสระแยกซ้าย-ขวาในทุกรุ่น ให้ความสะดวกสบายได้ทั่วถึง โดยในรุ่นฟอร์จูนเนอร์ 2.8 Legender มีการเสริมระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) และ ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการขับขี่”

นางสาวอัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค กล่าวเสริมว่า “สำหรับแนวคิดในการพัฒนารถฟอร์จูนเนอร์ GR Sport ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการพัฒนารถในสไตล์รถแข่ง World Rally Championship (WRC) ซึ่งเป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่สามารถขับไปได้ทุกที่ ในทุกสภาพถนน เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์ที่เน้นสมรรถนะในการขับขี่อันยอดเยี่ยม ด้วยช่วงล่างขับสนุกแบบสปอร์ต ที่มาพร้อมพร้อมกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้รู้สึกสนุกในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น GR Sport

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น GR Sport ถือได้ว่าเป็นรุ่นสูงสุดของรถในตระกูล PPV ของโตโยต้า ซึ่งมีที่มาเฉกเช่นเดียวกับการพัฒนารถไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น GR Sport ด้วยการนำเอาประสบการณ์และความรู้ทางเทคนิค จากการที่โตโยต้าได้เข้าร่วมการทดสอบสมรรถนะยานยนต์ในสนามแข่งขันทั่วโลกผ่านแบรนด์รถแข่งระดับโลกอย่าง TOYOTA GAZOO RACING ทำให้ ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport เป็นสุดยอดยนตรกรรมแห่งของความเป็นผู้นำตามแบบฉบับแบรนด์รถแข่ง TOYOTA GAZOO RACING

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

สรุปอย่างเร็ว … มีอะไรเด่นๆ เปลี่ยนใหม่บ้าง ใน Toyota Fortuner GR Sport 2021 ใหม่?

– ใหม่…ดีไซน์ภายนอก…เอกลักษณ์ตามแบบฉบับรถแข่งระดับโลก Toyota Gazoo Racing สะท้อนความเป็น Sport Premium PPV

– กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ GR

– กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่งสีดำเงา

– มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ

– สปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต

– ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สีพิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

– ใหม่…ดีไซน์ภายใน…โดดเด่นด้วยความสปอร์ตในทุกมุมมอง

– ภายในดีไซน์สปอร์ตโทนสีดำสลับแดง ให้ความรู้สึกแบบรถแข่ง คงไว้ซึ่งความหรูหราไว้อย่างลงตัว

– เบาะนั่ง Suede แบบเจาะรู และหนังสังเคราะห์เดินด้ายตกแต่งสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR

– แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver พร้อมบุหนังสังเคราะห์สีดำเดินด้ายแดง

– ช่องปรับอากาศด้านหน้าตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver และโครเมียม

– แผงข้างประตู สีดำบุหนังสังเคราะห์พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver

– พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ Soft Touch แบบเจาะรู พร้อมตกแต่ง Center mark สีแดง และเดินด้ายสีแดง/ สี Smoke silver และสัญลักษณ์ GR

– หัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver

– ฐานเกียร์ลาย Carbon Fiber พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver

– กล่องเก็บของหุ้มหนังสังเคราะห์ เดินด้ายตกแต่งสีแดง

– แป้นคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต

– พรมรองพื้นห้องโดยสารดีไซน์เฉพาะรุ่น GR Sport

– กุญแจรีโมท Smart key ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport และสตาร์ทอัจฉริยะ พร้อมสัญลักษณ์ GR

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

– ใหม่…สมรรถนะการขับขี่…ระบบส่งกำลังในสไตล์รถสปอร์ต ตอบสนองได้ดั่งใจ

– ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง พร้อมกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber)

– ระบบเบรกหน้า-หลังแบบดิสก์เบรกมีครีบระบายความร้อน พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงและสัญลักษณ์ GR

– ใหม่…ฟังก์ชันความปลอดภัย…มั่นใจได้ทุกการเดินทาง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

– Toyota Safety Sense ประกอบด้วย ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-collision system), ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert) และระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control)

– ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)

– ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น Legender

สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น Legender เราตอกย้ำความเป็น รถ Premium PPV ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว หรูหรา ที่เพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) พร้อมกับ Toyota Safety Sense ที่ให้ความมั่นใจและยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่ขั้นสูงสุด และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่อ USB แบบ Type C 2 ตำแหน่ง

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น มาตรฐาน

สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐานที่เพิ่มกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ในรุ่น V เครื่องปรับอากาศแถวที่ 1 แบบอัตโนมัติปรับอิสระแยกซ้าย-ขวาทุกรุ่น เพิ่มความปลอดภัยทุกมุมมอง และความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

ชุดแต่ง Modellista

ชุดแต่งสุดพิเศษที่ได้รับการออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น มีดีไซน์หรูหรา มีเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท TCD Asia จำกัด เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชอบการตกแต่งรถให้ดูโดดเด่น พรีเมียมมากยิ่งขึ้น

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น GR Sport มี 1 รุ่นย่อย และ ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น Legender มี 4 รุ่นย่อย

มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี

– Emotional Red Black Top * – White Pearl CS Black Top *

– Attitude Black Mica

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น GR Sport

ราคา

– 2.8 GR Sport เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,879,000 บาท

ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น Legender มี 4 รุ่นย่อย

ราคา

– 2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,839,000 บาท

– 2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,775,000 บาท

– 2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,636,000 บาท

– 2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,566,000 บาท

(*สำหรับสี Emotional Red Black Top และ สี White Pearl CS Black Top เพิ่ม 20,000 บาท)

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นมาตรฐาน มี 3 รุ่นย่อย มีสีภายนอกให้เลือก 6 สี

– Dark Blue Mica – Emotional Red **

– White Pearl CS ** – Silver Metallic

– Dark Grey Metallic – Attitude Black Mica

ราคา

– 2.4V เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,536,000 บาท

– 2.4V เกียร์อัตโนมัติ 1,466,000 บาท

– 2.4G เกียร์อัตโนมัติ 1,351,000 บาท

(** สำหรับสี Emotional Red และ สี White Pearl CS เพิ่ม 12,000 บาท)

เป็นเจ้าของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่วันนี้! รับแคมเปญพิเศษ และแพ็คเกจขยายการรับประกันคุณภาพเพิ่มเป็น 5 ปี 150,000 กม. พร้อมค่าแรงเช็กระยะฟรีถึง 100,000 กม. รวมมูลค่ากว่า 45,000 บาท

พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อรุ่นมาตรฐาน (2.4G, 2.4V,2.4V ขับเคลื่อน 4 ล้อ) สี White Pearl CS และ Attitude Black Mica ตั้งแต่วันนี้! รับฟรี! ชุดแต่ง Modellista มูลค่า 57,620 บาท

พบกับโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 ได้วันที่ 26 สิงหาคม 2564 และ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2564 ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Toyota Fortuner ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหา Toyota Fortuner มือสอง มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Toyota Hilux Revo ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo GR Sport (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ จีอาร์ สปอร์ต) รถกระบะยอดนิยม สายพันธุ์สปอร์ตฝีมือคนไทย ครั้งแรกของเอเชียที่ประเทศไทย พร้อมรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มต้นผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 2511 ใช้ชื่อรุ่นว่า “Hi-Lux” (ไฮลักซ์) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในระยะเวลาอันรวดเร็ว

และในปี 2547 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโตโยต้าประเทศไทย ที่ได้รับความไว้วางใจจาก โตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นฐานการผลิตรถกระบะและรถอเนกประสงค์ประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำการผลิตและจำหน่าย ทั้งภายในประเทศ รวมทั้งส่งออกจำหน่ายในทุกภูมิภาคทั่วโลก ภายใต้ โครงการ IMV ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Innovative International Multi-purpose Vehicle”

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษของโตโยต้า รถกระบะ “ไฮลักซ์” รถกระบะยอดนิยมของคนไทย มีลูกค้าครอบครองเป็นเจ้าของแล้ว จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 2.5 ล้านคัน* (*ข้อมูลยอดขายสะสมภายใต้โครงการ IMV ตั้งแต่ปี 2547 – กรกฎาคม 2564)

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

Toyota Hilux Revo GR Sport และ Hilux Revo รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2564…พลังแกร่งเหนือนิยาม (THE UNBEATABLE)

Toyota Hilux Revo GR Sport และ Hilux Revo 2021 รุ่นปรับปรุงใหม่ ครั้งแรกของเอเชีย ซึ่งพัฒนาโดยหัวหน้าวิศวกรชาวไทย ดร.จุฬชาติ จงอยู่สุข และ คุณอัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล โดย ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport นับเป็นผลิตภัณฑ์ GR รุ่นที่ 4 ที่แนะนำสู่ลูกค้าชาวไทย ต่อจาก Corolla GR Sport, GR Supra และ GR Yaris

และเป็นรถกระบะในซีรีย์ GR รุ่นแรก ที่ผลิตในประเทศไทย โดยมี DNA ของมอเตอร์สปอร์ตภายใต้แนวคิดของ Gazoo Racing ที่ว่า “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน” โดย ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport นับเป็นอีกหนึ่งผลผลิตจากแรงบันดาลใจ ในการสร้าง “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” รถรุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบที่เน้นอารมณ์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน จากชุดแต่งพิเศษรอบคัน ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการเกาะถนน และความคล่องตัวที่ดียิ่งขึ้น จากการทำงานของโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) ในรุ่น 4WD”

นอกจากนี้ในรุ่น Hi-floor ได้เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย อาทิ กล้องมอบรอบคัน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ และในรุ่น Lo-Floor มีการติดตั้งชุดไฟ LED ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ในรุ่น Mid เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ให้โดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการแต่งรถ

สุดท้ายกับการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ 2.8 ลิตร “GD Super Power” ในรุ่นมาตรฐาน (B-CAB) เพิ่มสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่เน้นการบรรทุกหนัก หรือกลุ่มรับจ้างขนของในราคาที่น่าดึงดูดใจ พร้อมด้วยระบบ T-Connect ที่มอบการเชื่อมต่อระหว่างคนและรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ดร. จุฬชาติ จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค กล่าวว่า “หลังจากที่ได้เปิดตัวโตโยต้าไฮลักซ์ รีโว่ และฟอร์จูนเนอร์ใหม่ ในปีที่ผ่านมาเราได้ทำการสำรวจถึงความคิดเห็นของผู้แทนจำหน่าย พนักงานขายและลูกค้าผู้ใช้จริงทั่วประเทศกว่า 1,000 ตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจทั้งจุดเด่นและจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยได้นำผลสำรวจดังกล่าวมาใช้สำหรับการพัฒนาสู่รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564 นี้ โดยมีการปรับปรุงให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ในทุกๆ รุ่น

นางสาวอัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น GR Sport ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นในตระกูล Gazoo Racing ซึ่งมีที่มาจากการที่โตโยต้าได้เข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตเพื่อทดสอบสมรรถนะยานยนต์ในสนามแข่งขันทั่วโลก ผ่านทีม Toyota Gazoo Racing เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของรถยนต์ที่ใช้งานธรรมดา ให้วิ่งบนถนนที่ไม่ธรรมดาและมีอุปสรรคมากมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งยานยนต์ที่มีสมรรถนะพิเศษ โดยเราได้นำความรู้และประสบการณ์จากการแข่งขัน มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่น GR เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์ขับขี่แบบมืออาชีพที่ไม่เหมือนใคร”

โดยดีไซน์ของ GR คือการผสมผสานระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานและรูปลักษณ์ (Functional Beauty) ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต โดยถูกออกแบบให้รองรับการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพิ่มประสิทธิภาพ มีการขับขี่อันยอดเยี่ยม ภายในเน้นความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถแข่งระดับโลก Toyota Gazoo Racing ได้เป็นอย่างดี

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น GR Sport ได้รับการพัฒนาพิเศษจำนวน 2 รุ่น

– ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ

– แนวคิดในการพัฒนารถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ GR-Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ World Rally Championship (WRC) ซึ่งถือได้ว่าเป็นรายการแข่งขันรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก โดยรถรุ่นนี้เหมาะสำหรับที่ลูกค้า ที่มีความชื่นชอบรถกระบะดีไซน์ GR Sport ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยม เหนือใคร มาพร้อมกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) เพิ่มประสิทธิภาพ ในการควบคุมการขับขี่ให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น พร้อมขับลุยได้ในทุกสภาพถนน

– ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อในรุ่น Lo-Floor หรือ ตัวเตี้ย

– แนวคิดในการพัฒนารถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อในรุ่น Lo-Floor หรือตัวเตี้ย ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน รถยนต์ทางเรียบ Super GT (Grand Touring)

– ซึ่งเป็นการแข่งรถยนต์ทางเรียบความเร็วสูงอันดับ 1 ของเอเชียและเป็นที่นิยมแพร่หลายในระดับโลก โดยรถรุ่นนี้เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่มีดีไซน์โดดเด่น โดยปรับลดความสูงช่วงล่างลง 23 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ (Vehicle Stability) โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูง พร้อมปรับปรุงช่วงล่างให้นั่งสบายเหมือนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น

สำหรับปี 2564 นี้ Toyota ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถกระบะ Hilux Revo 2021 ให้ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่การบรรทุกของหนัก ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นรถคู่ใจที่สร้างรายได้ของทุกคน

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน (B-CAB) หรือกระบะตอนเดียว เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูง ใช้งานสำหรับบรรทุกของหรือด้านการขนส่ง (Logistic) หรือเกษตรกรใช้บรรทุกผลิตผล และได้นำเครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาใส่รุ่นมาตรฐาน พร้อมด้วยระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งรองรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างดี และประหยัดน้ำมันสูงสุด

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น Z-Edition หรือรถกระบะตัวเตี้ยหน้าหล่อ เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน หรือทำธุรกิจ งานบรรทุก การค้าขายปลีก-ส่ง ได้เป็นอย่างดี และนำไปตกแต่งเพิ่มได้ ซึ่งในรุ่น “Z-Edition ตัวเตี้ยหน้าหล่อ” ได้ปรับเพิ่มไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home และไฟท้ายแบบ LED Light Guiding ในรุ่น Mid สอดรับกับโป่งล้อ Wide Body ได้เป็นอย่างดี

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นยกสูง (Prerunner) และขับเคลื่อน 4 ล้อ ถือได้ว่าเป็นรถกระบะรุ่นยอดนิยม ใช้งานอเนกประสงค์ และสะดวกสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง ซึ่งในรุ่นนี้ได้เพิ่มกระจังหน้า โครเมียม และไฟหน้าแบบ LED ปรับระดับอัตโนมัติ และไฟท้ายแบบ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

นอกจากนี้ในรุ่น Mid ได้เพิ่มเบาะหนัง พร้อมปรับด้วยไฟฟ้าด้านผู้ขับ ให้ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับในรุ่น High และ Rocco ที่เพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) เป็นต้น

สรุปอย่างเร็ว … มีอะไรเด่นๆ เปลี่ยนใหม่บ้าง ใน Toyota Hilux Revo GR Sport 2021 ใหม่?

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

1. ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (Hi-Floor (4×4)) รถกระบะยกสูงรุ่นท็อป Premium Adventure เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหารถกระบะดีไซน์สปอร์ต ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง ทรงพลังขับสนุก ควบคุมได้ดั่งใจ สามารถขับลุยได้ทุกที่ ในขณะเดียวกันให้ความรู้สึกเหมือนขับขี่รถยนต์นั่ง และมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า Toyota Safety Sense

– ใหม่…ดีไซน์ภายนอก…โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับรถแข่งดับโลก Toyota Gazoo Racing

– กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถดีไซน์ใหม่ พร้อมตัวหนังสือ TOYOTA และสัญลักษณ์ GR

– กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่ง และกันชนหลังสีดำเมทัลลิก

– ชุดตกแต่งซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยสีดําเมทัลลิก

– กระจกมองข้างสีดําเมทัลลิก ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Welcome Light

– เสาอากาศแบบ Shark fin

– สัญลักษณ์ GR และ GR Sport บริเวณด้านข้างและประตูท้าย

– สปอร์ตบาร์สีดำเมทัลลิกพร้อมไฟสองสว่าง LED และพื้นปูกระบะ

– ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่แบบ GR Sport

– สติ๊กเกอร์ด้านข้างและท้ายกระบะ ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport

– กุญแจรีโมท Smart key ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport

– ใหม่…ดีไซน์ภายใน…บ่งบอกตัวตนความสปอร์ตในทุกมิติ

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– ภายในดีไซน์สปอร์ตโทนสีดำสลับแดง ตกแต่งด้วยสี Smoke silver พร้อมสัญลักษณ์ GR ให้ความรู้สึกสปอร์ตในสไตล์รถแข่ง

– เบาะนั่ง Suede แบบเจาะรู และหนังสังเคราะห์เดินด้ายตกแต่งสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR

– แผงคอนโซลหน้า และช่องปรับอากาศด้านหน้าตกแต่งด้วยสี Smoke silver และสีดำเมทัลลิก

– แผงข้างประตู สีดำบุหนังสังเคราะห์พร้อมแถบสี Smoke silver และสีดําเมทัลลิก

– พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ต พร้อมหน้าปัด และระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push start พร้อมสัญลักษณ์ GR

– แป้นคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

– ใหม่…สมรรถนะการขับขี่…ระบบส่งกำลังในสไตล์รถสปอร์ต ตอบสนองได้ดั่งใจ

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบแหนบซ้อน พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง พร้อมกับโช้คอัพแบบ โมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift

– ระบบเบรกหน้าแบบดิสก์เบรกมีครีบระบายความร้อน พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง และสัญลักษณ์ GR

– ใหม่…ฟังก์ชันความปลอดภัย…มั่นใจได้ทุกการเดินทาง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

– ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)

– ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert)

– ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control)

– กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)

– ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)

– ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

2. ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ (Lo-Floor) รถกระบะตัวเตี้ยที่เพิ่มความ Sport Premium ตอบโจทย์ลูกค้าสายรถแต่ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 2.8GD Super Power ที่ให้ความเร็ว แรง และการขับขี่ที่สนุกสนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งถูกพัฒนาสำหรับรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ ในประเทศไทยเท่านั้น

– ใหม่…ดีไซน์ภายนอก…โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับรถแข่งดับโลก Toyota Gazoo Racing

– กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถและสีดำเมทัลลิกดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ GR

– กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่ง

– ชุดตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน

– กระจกมองข้างสีดําเมทัลลิกปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว

– เสาอากาศแบบ Shark fin

– สัญลักษณ์ GR และ GR Sport บริเวณด้านข้างและประตูท้าย

– ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่แบบ GR Sport

– สติ๊กเกอร์ด้านข้างกระบะ ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– ใหม่…ดีไซน์ภายใน…บ่งบอกตัวตนความสปอร์ตในทุกมิติ

– ภายในดีไซน์สปอร์ตโทนสีดำสลับแดง ตกแต่งด้วยสี Smoke silver พร้อมเดินด้ายตกแต่งสีแดง และสัญลักษณ์ GR ให้ความรู้สึกแบบสปอร์ตในสไตล์รถแข่ง

– เบาะนั่ง Suede แบบเจาะรู และหนังสังเคราะห์เดินด้ายตกแต่งสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR

– แผงคอนโซลหน้า และช่องปรับอากาศด้านหน้าตกแต่งด้วยสี Smoke silver และสีดำเมทัลลิก

– แผงข้างประตู สีดำบุหนังสังเคราะห์พร้อมแถบสี Smoke silver และสีดําเมทัลลิก

– พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ต พร้อมหน้าปัด สัญลักษณ์ GR

– แป้นคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต

– ใหม่…สมรรถนะการขับขี่…ระบบส่งกำลังในสไตล์รถสปอร์ต ตอบสนองได้ดั่งใจ

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

– เครื่องยนต์ GD Super Power 2.8 ลิตร ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพละกำลังและความประหยัดสูงสุด

– ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift

– ระบบเบรกหน้าแบบดิสก์เบรกมีครีบระบายความร้อน พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง และสัญลักษณ์ GR

– การออกแบบปรับลดความสูงช่วงล่างลง 23 มิลลิเมตร เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลดอาการโคลงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและเกาะถนนมากยิ่งขึ้น

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport และโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2564

36 รุ่นย่อย มีสีภายนอกให้เลือก 8 สี

– Dark Blue Mica (เฉพาะรุ่นยกสูง Prerunner / 4×4 /ยกเว้นรุ่น GR Sport และ Rocco)

– Emotional Red * (เฉพาะรุ่น GR Sport / Rocco)

– Oxide Bronze Metallic (เฉพาะรุ่น Rocco)

– White Pearl CS* (เฉพาะรุ่น GR Sport / Rocco / Prerunner และ 4×4 High)

– Silver Metallic (ยกเว้นรุ่น GR Sport / Rocco)

– Dark Grey Metallic (ยกเว้นรุ่น GR Sport / Rocco / รุ่นมาตรฐาน Cab & Chassis)

– Attitude Black Mica (ยกเว้นรุ่นมาตรฐาน)

– Super White** (ยกเว้นรุ่น GR Sport / Rocco / Pre runner และ 4×4 High)

ราคาคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (Hi-Floor (4×4))

– มี 1 รุ่น ราคา 1,299,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ (Lo-Floor)

– มี 1 รุ่น ราคา 889,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ Rocco

– มี 4 รุ่น ราคา 966,000 – 1,256,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

– มี 5 รุ่น ราคา 879,000 – 1,176,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner

– มี 10 รุ่น ราคา 724,000 – 1,026,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ Z-Edition

– มี 8 รุ่น ราคา 619,000 – 805,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน กระบะตอนเดียว

– มี 7 รุ่น ราคา 544,000 – 704,000 บาท

(*สำหรับสี Emotional Red และ White Pearl CS เพิ่ม 10,000 บาท / ** สี Super White ลด 7,000 บาท)

เป็นเจ้าของ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่วันนี้! รับแคมเปญพิเศษ และแพ็คเกจขยายการรับประกันคุณภาพเพิ่มเป็น 5 ปี 150,000 กม. พร้อมค่าแรงเช็กระยะฟรีถึง 100,000 กม. รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าโตโยต้ากับ Toyota Privilege More

พบกับ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ 2564 ได้วันที่ 25 สิงหาคม 2564 และโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2564 ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Toyota Hilux Revo ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหา Toyota Hilux Revo มือสอง มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Toyota Hilux Revo ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว New Nissan Terra 2021 (นิสสัน เทอร์ร่า) ใหม่ รถ SUV 7 ที่นั่ง สำหรับทุกคนในครอบครัว (หรือจะเรียกเป็นรถ PPV ก็ได้ เพราะพื้นฐานมาจากรถกระบะ) ที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย ความบันเทิง และความเอนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกการใช้งานของครอบครัว ในราคาเริ่มต้นที่ 1,199,000 บาท ถูกลงกว่ารุ่นเดิมหนึ่งแสนบาท!!!

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

Nissan Terra ใหม่ พัฒนาตามเสียงตอบรับของลูกค้าในไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความบันเทิงในรถ แต่ยังคงคำนึงถึงความพรีเมี่ยมและ ความอเนกประสงค์ ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครอบคลุม ระบบความบันเทิงจาก Bose หน้าจอขนาด 11 นิ้ว พร้อม Smart TV stick สำหรับผู้โดยสารแถวสอง และสาม ชาร์จเจอร์ไร้สาย เทคโนโลยี NissanConnect และการเชื่อมต่อผ่าน Android Auto* และ Apple CarPlay แบบไร้สาย ที่เป็นครั้งแรกในรถยนต์ระดับเดียวกัน รวมถึงดีไซน์ภายนอกและภายในที่ปรับให้มีความพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

การออกแบบ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ “Unbreakable Design” ดีไซน์ไฟหน้า Quad LED รูปตัวซีอันเป็นเอกลักษณ์ 4 ดวงในแต่ละด้าน ที่สว่างมากขึ้น 34% และออกแบบท้ายรถใหม่ทั้งหมด พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

Nissan Terra ใหม่ ปกป้องรอบด้านด้วย 360 Degree Safety Shield ทั้งเทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินและแจ้งเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะหรือเมื่อรถออกนอกช่องทาง เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับ เทคโนโลยีกล้องมองภาพรอบทิศทาง ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย เทคโนโลยีเตือนผู้ขับขี่เมื่อขาดสมาธิหรือเหนื่อยล้า และเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ แสดงภาพความละเอียดสูงผ่านกระจกมองหลัง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัย

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

การออกแบบภายในแบบใหม่พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัย และปรับให้เบาะนั่งสบายขึ้น รวมถึงสามารถปรับรูปแบบที่นั่งแถวที่สองและสามได้หลากหลาย เพียงกดปุ่ม 1-Touch Remote Fold & Tumble ที่คอนโซลกลาง และฝาประตูท้ายระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงตลอดเส้นทาง ทั้งระบบเสียง Bose Premium Audio System จากลำโพง 8 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ การเพิ่มฉนวนลดเสียงรบกวนและ Acoustic Glass เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี หน้าจอสัมผัส WXGA ขนาด 9 นิ้ว

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

และเทคโนโลยี NissanConnect ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto* และ Apple CarPlay แบบไร้สายซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์ระดับเดียวกัน ทำให้เข้าถึงระบบนำทางและทุกแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะและที่ชาร์จแบบไร้สายบริเวณคอนโซลหน้า รวมถึงช่องชาร์จไฟ USB (ประเภท A และ C) 5 จุด บริเวณคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และแถวที่สาม นอกจากนี้ผู้โดยสารในแถวสองและสามสามารถรับชมความบันเทิงผ่านหน้าจอขนาด 11 นิ้ว ที่เชื่อมต่อผ่านช่อง HDMI หรือ Smart TV Stick

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซรหัส YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร Twin Turbo ให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ด้วยแรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และสามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากสองล้อเป็นสี่ล้อได้อย่างง่ายดาย

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

ราคาของ Nissan Terra 2021 ใหม่

  • รุ่น 2.3 E 2WD 7AT ราคา 1,199,000 บาท
  • รุ่น 2.3 VL 2WD 7AT ราคา 1,449,000 บาท
  • รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT ราคา 1,499,000 บาท

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

มาพร้อมสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์, สีดำ แบล็ค สตาร์ และสีเทา ทไวไลท์ เกรย์ รวมถึงสีพิเศษสำหรับรุ่น VL ได้แก่ สีแดง คูลีส์ และสีทองแดง ฟอร์จ คอปเปอร์

รวมถึงทางเลือกในการตกแต่งภายในห้องโดยสารแบบทูโทน ทั้งโทนสีดำ-แดงเบอร์กันดี หรือโทนสีดำ-เบจ

หมายเหตุ : *อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ จัดจำหน่ายโดยผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ ซึ่งการติดตั้งและรับประกันชุดแต่ง อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ดำเนินการโดย บริษัท สยามกลการโลจิสติกส์ จำกัด

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Nissan Terra ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหา Nissan Terra มือสอง มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Honda เปิดตัว New Honda Accord ใหม่ ในราคา 1,499,000 - 1,799,000 บาท

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เสริมความคุ้มค่าให้ New Honda Accord 2022 (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ตอกย้ำเส้นทางแห่งผู้นำด้านยนตรกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งด้านการขับเคลื่อน ขุมพลัง Turbo และ Full Hybrid และด้านความปลอดภัย พร้อมเปลี่ยนชื่อรุ่นไฮบริด เป็น e:HEV ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ ในราคาเริ่มต้นที่ 1,499,000 บาท ใน แอคคอร์ด รุ่น EL

Honda เปิดตัว New Honda Accord ใหม่ ในราคา 1,499,000 - 1,799,000 บาท

และแนะนำ Accord e:HEV ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ของรถไฮบริด ด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV มอบอากาศบริสุทธิ์ด้วยเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร พลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) โดยราคาจำหน่ายรุ่น e:HEV EL+ 1,639,000 บาท และรุ่น e:HEV TECH 1,799,000 บาท

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

New Honda Accord 2022 รุ่น EL

ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม หรูหราและสปอร์ตอย่างลงตัว โดยทุกรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED

เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส (เฉพาะรุ่น EL) ตอกย้ำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของยนตรกรรมไฮบริดใน Accord e:HEV ด้วย โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้วในรุ่น EL และขนาด 18 นิ้วในรุ่น e:HEV เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง และเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยซันรูฟพร้อมระบบ One-Touch (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งโล่ง ผสานดีไซน์หรูหราและประณีต ด้วยเบาะหนังดีไซน์พรีเมียมสีน้ำตาลและสีดำ พร้อมชุดตกแต่งลายไม้ มอบความสบายสุดเอกซ์คลูซีฟด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่ครบครัน อาทิ

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • เทคโนโลยีระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) (เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH)
  • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ครบครันในรุ่นเริ่มต้น (รุ่น EL) อาทิ

  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rearview Mirror)
  • ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง (Rear Door Window Sunshades)
  • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (2 Rear USB Ports)
  • Honda CONNECT เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน และช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่รวมทั้งควบคุมรถ มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

เสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมในรุ่น e:HEV TECH อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)

พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่นๆ เช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมกับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง ได้แก่

  • รุ่น EL ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยี Direct Injection ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ และประหยัดน้ำมันถึง 16.4 กม./ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85
  • รุ่น e:HEV ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) พร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบกำลังสูงสุด 215 แรงม้า จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร โดยมีประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กม./ลิตร อีกทั้งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์เลือกควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างเร้าใจ ใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบ หรือเลือกใช้ระบบ ECON Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยจะปรับการทำงานเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน อีกทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศ และการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

มอบประสบการณ์การขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียมได้อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐานการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หมดกังวลด้านการบำรุงรักษา กับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร* รวมเริ่มต้นเพียง 23,196 บาท* อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นใน แอคคอร์ด e:HEV ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่น มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และ สีดำคริสตัล (มุก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีดำ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น EL ราคา 1,499,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท
  • รุ่น e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท

ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 – 30 กันยายน 2564 รับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับ แอคคอร์ด รุ่น e:HEV EL+ และ รุ่น e:HEV TECH หรือ ดอกเบี้ย 1.99% สำหรับแอคคอร์ด รุ่น EL โดยทุกรุ่นมาพร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด ได้ที่โชว์รูมฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

หมายเหตุ:

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
  • สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก
  • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท
  • ดูรายละเอียดข้อมูลการบำรุงรักษาตามระยะทางได้ที่ https://www.honda.co.th/service/periodical-maintenance

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Honda Accord ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหา Honda Accord มือสอง มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว All-New Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11 ตอกย้ำความเป็นไอคอนของยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่ได้รับการพัฒนา DNA ความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้ก้าวล้ำตลอด 10 เจเนอเรชันที่ผ่านมา

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ครั้งนี้ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 11 พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 3 โหมด

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อย ให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic นับเป็นยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2515 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้รับการพัฒนาและสร้างมาตรฐานใหม่มาอย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชั่น โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายมากกว่า 27 ล้านคัน ในมากกว่า 170 ประเทศ และวันนี้ ไทยเป็นประเทศแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือที่จะเปิดตัว Honda Civic Sedan (ฮอนด้า ซีวิค ซีดาน) ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11

ซึ่ง ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นรถซีดานที่เติบโตคู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ Compact ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 600,000 คัน และยังส่งผลให้ล่าสุด ฮอนด้า ซีวิค สามารถครองอันดับ 1 ในเซกเมนต์ถึง 5 ปีซ้อน

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic 2022 เจเนอเรชั่นที่ 11 มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน หรูหราในทุกมุมมองด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED สไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่

ยกระดับความสปอร์ตในรุ่น RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า ดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียแบบคู่พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และสะกดทุกสายตาด้วย สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย พร้อมเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย* สำหรับรุ่น RS อาทิ

  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

สำหรับรุ่น EL+ และ EL อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน* อาทิ

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และ
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

แรงทรงพลังกับขุมพลังเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว พัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อม Turbo Charger อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบ/นาที

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.2 กม./ลิตร อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

  • ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
  • Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic 2022 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น EL ราคา 964,900 บาท
  • รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท
  • รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) อีกทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

ส่วนสีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ง่ายขึ้นกับ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

นอกจากนี้ ยังเสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Make the CIVIC 3F (Fashion, Function and Featured)” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 10,000 บาท แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ราคา 1,800 บาท คิ้วบันได LED ราคา 5,100 บาท ฝาครอบกระจกมองข้าง ราคา 1,000 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,950 บาท ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ราคา 5,250 บาท คิ้วตกแต่งกระจังหน้า ราคา 3,900 บาท คิ้วตกแต่งกันชนหลัง ราคา 5,900 บาท ไฟส่องสว่างที่เท้า ราคา 2,200 บาท เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Exhaust Pipe Finisher Package ราคา 1,950 บาท ประกอบด้วย ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส 2 ชิ้น
  • Sport Package ราคา 8,900 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และคิ้วตกแต่งกันชนหลัง
  • Exclusive Sport Package ราคา 17,200 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า คิ้วตกแต่งกันชนหลัง และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
  • Modulo Aero Package ราคา 18,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

หมายเหตุ

  • *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
  • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
  • ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่รวม VAT 7%
  • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ – https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-civic/

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

แม้ว่า Honda Civic 2022 ใหม่ จะสวยถูกใจคุณมากมาย แต่ถ้าหากว่างบไม่พอ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บุกตลาดรถยนต์นั่งในครึ่งปีหลังด้วย “All-New MG5” (เอ็มจี5) ด้วยคอนเซ็ปต์ “BEYOND” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดาน พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน สมรรถนะการขับขี่ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยเหนือระดับ รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย

ในราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท!!! พร้อมจำหน่ายและเปิดให้ทดลองขับแล้ววันนี้ ที่โชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

All-New MG5 2021 เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาของ MG ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value)

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

โดยมีรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ที่เป็นเอกลักษณ์ มีมิติตัวถังที่ใหญ่กว่ารถยนต์ประเภท B-Segment ทั่วไป ซึ่งมีมิติตัวรถยาว 4,675 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,473 มม. (รุ่น X 1,480 มม.) และระยะฐานล้อ 2,680 มม.

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

จึงให้มีพื้นที่ภายห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย มีพื้นที่เหนือศีรษะที่สูงโปร่ง พร้อมการตกแต่งสไตล์สปอร์ตพรีเมียม

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

การออกแบบคอนโซลกลางแบบ Driver-Focus Cockpit ที่ให้องศาที่เหมาะกับตำแหน่งคนขับ รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในระดับมาตรฐานของ B-Sedan มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ซึ่งจุดเด่นของรถรุ่นนี้ มีอาทิ …

  • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ
  • หลังคาซันรูฟ (เฉพาะรุ่น X)
  • วัสดุภายในเป็นแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ในหลายตำแหน่ง
  • หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และโทรศัพท์มือถือระบบ Android
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น
  • ปุ่ม PUSH Start

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เหนือระดับเทียบเท่ากับ รถ C-Sedan ได้แก่

  • ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น X)
  • มาตรวัดอัจฉริยะแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์ MG ที่โดดเด่นด้วยระบบการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ กุญแจดิจิตอล (Digital Key) ที่เจ้าของรถสามารถส่งผ่านมายังโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ท อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ด ผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

All-New MG5 ให้ความสนุกในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTi-TECH มีกำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

รวมไปถึงระบบช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว (Synchronized Protection System) ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น

  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA
  • เบรกมือไฟฟ้า (EPB)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (AVH)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) (เฉพาะรุ่น X)
  • ม่านถุงลมนิรภัย (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง (XDS)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล (TCS)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) และอื่นๆ อีกมากมาย

เป้าหมายของ MG คือ การให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ที่ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ ด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่มีความโดดเด่นในด้าน เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value) สู่ตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกเซกเมนต์

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

การเปิดตัว All-New MG5 ในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งชื่นชอบรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ต โดยรถรุ่นนี้มาพร้อมนิยาม “BEYOND” ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ที่มีความโดดเด่นและมีมุมมองที่เหนือระดับ รวมทั้งสะท้อนวิสัยทัศน์ของ MG ที่ต้องการสร้างจุดขายที่เหนือชั้นกว่าให้กับรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment รวมไปถึงกลุ่ม Eco-Car ของไทยให้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยความโดดเด่นของ All-New MG5 และความพร้อมของการบริการหลังการขายด้วยศูนย์บริการมาตรฐานเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ จะทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยม สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุดและมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นกว่าให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างแน่นอน

ราคาของ All-New MG5 2021 ใหม่

  • รุ่น C (รุ่นเริ่มต้น) ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น D (รุ่นกลาง) ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น X (รุ่นท็อป) ราคา 689,000 บาท

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

สำหรับ All-New MG5 2021 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็น รุ่น C รุ่น D และรุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเหลือง (Nuclear Yellow) สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีเงิน (Silver Metallic) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metal Ash Grey)

โดยบริษัทฯ จะเริ่มทยอยส่งมอบ All-New MG5 2021 ให้กับลูกค้าภายในปลายเดือนนี้เป็นต้นไป

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

Mercedes-Benz เปิดตัว New Mercedes-Benz S-Class

Mercedes-Benz เปิดตัวรถหรู “The New Mercedes-Benz S-Class” (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส) รหัส W223 อย่างเป็นทางการในไทย สนนราคาเริ่มต้น 6,690,000 บาท โดยลูกค้าสามารถเข้ามาลงทะเบียนเพื่อจองรถยนต์คันนี้ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

Mercedes-Benz S 350 d Exclusive 2021

The New S-Class คือที่สุดแห่งยนตรกรรมรถหรูในตระกูลเอสคลาสของ Mercedes-Benz ที่มอบประสบการณ์ความหรูหราและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ ทั้งในเรื่องความสะดวกสบายในการขับขี่ การปกป้องผู้โดยสารในทุกเบาะที่นั่ง ตลอดจนการใช้งานแบบ Interactive ที่ตอบทุกความต้องการผ่านระบบดิจิทัลในทุกรายละเอียด

Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium 2021

การออกแบบภายนอกของ The New S-Class รถหรูหราภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุกๆ ส่วน ภายใต้การตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์นยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ล้อแบบ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว กับระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมมากถึง 51 มม. เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง ทำให้รถยนต์คันนี้ดูสปอร์ตขึ้น ทว่าพื้นที่ห้องโดยสารไม่ลดลง แต่กลับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น

นอกจากนี้ การออกแบบให้มือจับประตูเป็นแบบไร้รอยต่อ (Seamless Door Handles) ยังช่วยเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายทางด้านข้าง และช่วยให้การล็อกและปลดล็อกประตูทำได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้มือสัมผัสที่มือจับประตู

Mercedes-Benz S 350 d Exclusive 2021

ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น มอบทั้งความหรูหรา คุณภาพระดับสูง และวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด พรั่งพร้อมด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 เฉดสี ระบบปรับอากาศพร้อม AIR BALANCE Package ที่ทำให้ห้องโดยสารสะอาดยิ่งขึ้น และระบบเครื่องเสียงจากลำโพง Burmester® 3D Surround Sound System ที่ให้คุณภาพเสียงที่มีมิติลุ่มลึก ฯลฯ

ในห้องโดยสาร ยังพร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัล สำหรับผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ตั้งแต่เบาะที่นั่งตอนหน้าเรื่อยไปจนถึงตอนหลัง เริ่มตั้งแต่การออกแบบคอนโซลหน้าด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นขึ้น และตอบรับกับสรีระของผู้ใช้มากขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa Leather และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูง แบบ Digital Instrument Clusters ขนาด 12.3 นิ้ว

Mercedes-Benz S 350 d Exclusive 2021

นอกจากนี้ The New S-Class ยังนำทุกปุ่มควบคุมตรงคอนโซลส่วนกลางให้เข้ามาอยู่บนหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้วทั้งหมด โดยใช้หน้าจอแบบ OLED ที่มอบพื้นที่การใช้งาน (Active Area) บนหน้าจอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมกว่า 64% ภายใต้การออกแบบในลักษณะฟรีฟอร์มดูบางเบาทว่าตอบสนองฉับไว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันการทำงานของรถยนต์และฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบจดจำโปรไฟล์ผู้ขับขี่ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint scanner) ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลตลอดการขับขี่ได้อย่างตรงใจ

เบาะที่นั่งตอนหลังแบบมัลติคอนทัวร์ ยังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายในการโดยสารสูงสุด ทั้งการเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งที่นั่งได้ และฟังก์ชันการนวด ENERGIZING ที่สามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้สูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่ ทั้งการมี MBUX Interior Assistant ที่ทำงานอย่างฉับไว ในการตอบรับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสาร โดยระบบ Gesture Control 2.0 จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการของผู้ใช้ นำไปสู่การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถยนต์ เช่น หากยื่นมือขึ้นหรือลงทางกระจกมองหลัง ไฟอ่านหนังสือจะติดขึ้นหรือดับลงเองโดยอัตโนมัติ ฯลฯ ส่วนระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จะทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ยกระดับการควบคุมความบันเทิงของผู้โดยสารตอนหลังให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยภายในห้องโดยสารยังมาพร้อมระบบเสียง Burmester® 3D Surround Sound System พร้อมชุดลำโพง 15 ตัวด้วย

Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium 2021

The New S-Class มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,925 ซีซี พร้อม Turbo Intercooler มอบพละกำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เครื่องยนต์ชุดนี้นับเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ใน The New S-Class ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเป็นครั้งแรก ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking Package with 360° Camera) มอบมุมมองรอบรถยนต์แบบ 360 องศาเสมือนจริงยิ่งกว่าที่เคย ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS ที่ดีขึ้น ระบบ ATTENTION ASSIST รุ่นใหม่ ที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติของผู้ขับขี่และส่งสัญญาณเตือนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium 2021

รวมถึงระบบความปลอดภัยที่รวมอยู่ใน Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Evasive Steering Assist ที่ช่วยดึงให้รถยนต์กลับมาอยู่ในเลนหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน Active Emergency Stop Assist หรือระบบการหยุดรถฉุกเฉินที่จะทำงานตลอดเวลา รวมถึงฟังก์ชัน Exit Warning ที่จะทำงานหากมือของผู้โดยสารมีการขยับไปใกล้ที่จับประตูด้านใน ฯลฯ

รุ่น เครื่องยนต์ ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) แรงม้าสูงสุด
  (แรงม้า/รอบต่อนาที)
แรงบิดสูงสุด(นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) อัตราเร่ง0-100

กม./ชม.
(วินาที)

ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.)
The new      S-Class  ดีเซล 6 สูบแถวเรียงเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ           2-Stage 2,925  286/3,400-4,600  600/1,200-3,200  6.4  250 

The New S-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ราคา 6,690,000 บาท
  • Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium ราคา 7,190,000 บาท

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

Ferrari เปิดตัว Ferrari Portofino M ม้าลำพองซูเปอร์คาร์เปิดประทุน GT

ที่สุดแห่งความเร้าใจกับผลงานชิ้นเอกส่งตรงจากมาราเนลโล มาพร้อมนวัตกรรมระบบขับเคลื่อน ซึ่ง คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้าเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยโฉมวิวัฒนาการล่าสุดของม้าลำพองสายพันธุ์ใหม่ Ferrari Portofino M (เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน เอ็ม) ซูเปอร์คาร์เปิดประทุน GT แบบ 2+ ที่นั่ง ที่จะมอบอรรถรสและความเพลิดเพลินในการขับขี่แบบดื่มด่ำไปกับสายลมขึ้นไปอีกขั้น โดยแฟนม้าลำพองสามารถรับชมยนตกรรมรุ่นล่าสุดนี้ในรูปแบบ Live Streaming

Ferrari Portofino M

Ferrari Portofino M เป็นเฟอร์รารี่รุ่นแรกที่ได้ทำการเปิดตัวในรูปแบบออนไลน์ให้แฟนๆ ม้าลำพองได้ยลโฉมพร้อมกันทั่วโลกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 นับเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์กว่า 70 ปี ของแบรนด์จากมาราเนลโล รถรุ่นนี้จึงเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการเดินทางเพื่อการค้นพบครั้งใหม่ เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหม่ของรถเปิดประทุนรุ่นขายดี โดยอักษร “M” ต่อท้ายย่อมาจาก “Modificata” หมายถึง รถยนต์ที่ผ่านการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะขึ้นจากเดิม

Ferrari Portofino M

วิวัฒนาการล่าสุดของ Ferrari Portofino M ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์สปอร์ตเปิดประทุนแนว GT แบบ 2+ ที่นั่งมาพร้อมพลังขับเคลื่อนเครื่องยนต์ความจุ 3,855 ซีซี ซึ่งอยู่ในตระกูลของขุมพลัง V8 Turbo ที่ได้รับรางวัล “International Engine of the Year” ถึง 4 ปีซ้อน ได้รับการปรับแต่งให้ปลดปล่อยพละกำลังได้ถึง 620 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที รวมทั้งจัดองค์ประกอบทางเทคนิคใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ V8 Turbo, ปุ่ม Manettino แบบ 5 โหมด รวมถึงโหมด Race และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด

Ferrari Portofino M

ซึ่งผลลัพธ์จากฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้ Ferrari Portofino M มีสมรรถนะที่ครบเครื่องตามแบบฉบับของรถ GT ขนานแท้ทั้งในด้านของอัตราเร่ง, การทรงตัว, ความเร้าใจในการขับขี่, ความคล่องตัว สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทุกวันตามที่ต้องการ

Ferrari Portofino M

Ferrari Portofino M มาพร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.45 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ภายใน 9.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. ขณะที่ชุดหลังคาแข็งควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (RHT – Retractable Hard Top) สัญลักษณ์สำคัญของรถเปิดประทุนจากม้าลำพอง และด้วยขนาดกะทัดรัดของ Ferrari Portofino M ทำให้สามารถใช้งานได้ในทุกโอกาส

Ferrari Portofino M

ราคาของ Ferrari Portofino M เริ่มต้นที่ 21,840,000 บาท โดยมี Warranty การรับประกันฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทางสามารถต่ออายุได้ถึง 15 ปี และการดูแลบำรุงรักษาฟรี 7 ปีโดยบริการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ต้องการรักษาประสิทธิภาพและความเป็นเลิศ อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ทุกคันที่สร้างขึ้นจากโรงงานในมาราเนลโล ประเทศอิตาลี

และสำหรับใครที่อยากได้ซูเปอร์คาร์ไว้ใช้สักคัน อยากขายรถคันเดิม เอาเงินไปซื้อซูเปอร์คาร์มาขับเท่ๆ บ้าง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

DFSK เทพนคร เปิดตัว DFSK Glory i-Auto ใหม่

สำหรับชื่อชั้นของ DFSK (ดีเอฟเอสเค) หรือ “Dongfeng” (ตงฟง) รถยนต์ชื่อดังจากจีนแดง หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันอยู่บ้านในช่วงเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ที่มีการทำตลาดรถ “ฟู้ดทรัค” ในบ้านเรา ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่ภายหลังก็ยุติการจำหน่ายรถไป เหลือแต่เพียงบริการหลังการขายอย่างเดียว

DFSK Glory i-Auto

ล่าสุด DFSK Thepnakorn ซึ่งเป็นดีลเลอร์รถยนต์ DFSK ใน จ.นครราชสีมา ได้แจ้งว่าจะสั่งนำเข้า DFSK Glory i-Auto (ดีเอฟเอสเค กลอรี่ ไอ-ออโต้) ใหม่ เป็นรถ Crossover SUV สัญชาติจีนแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดจีนเองใช้ชื่อว่า Dongfeng Fengguang 580 (ตงฟง เฟิงกวง 580) เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2016 ก่อนจะส่งรุ่นที่หรูกว่าอย่าง 580 Pro ตามออกมาในปี 2019

DFSK Glory i-Auto

ส่วนรุ่นที่ขายในไทยนั้น คาดว่าเป็นแบบเดียวกับในอินโดนีเซีย ในชื่อ DFSK Glory i-Auto ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2020

มิติตัวรถยาว 4,680 มม. (ตัวรถยาวกว่า MG HS ที่ 4,574 มม. และ Haval H6 ที่ 4,653 มม.) กว้าง 1,845 มม. สูง 1,715 มม. และระยะฐานล้อ 2,780 มม.

DFSK Glory i-Auto

ตัวถังภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Infinite Starlight Design ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential, หลังคาแบบ Panoramic Sunroof ที่สั่งการเปิดได้ด้วยเสียง, ประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เท้า, กล้อง 360 องศารอบคันรถ และล้อแม็กแบบสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว เป็นต้น

DFSK Glory i-Auto

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตกแต่งหรูหราพร้อมลายไม้ มาพร้อมด้วยหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมปุ่มสั่งงานบริเวณแผงคอนโซล, ระบบสั่งการด้วยเสียง i-Talk, เบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง พร้อมปรับไฟฟ้าด้านคนขับ 6 ทิศทาง ด้านผู้โดยสาร 4 ทิศทาง, ปุ่มปรับเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, เบรกมือไฟฟ้า, แอร์อัตโนมัติพร้อมแอร์ด้านหลัง, กล้องบันทึกภาพขณะรถวิ่ง และระบบความปลอดภัยมากมาย เป็นต้น

DFSK Glory i-Auto

ด้านขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร ที่เสริมความแรงไว้ด้วย Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT บนน้ำหนักตัวรถ 1,510 กิโลกรัม

DFSK Glory i-Auto

DFSK Glory i-Auto ราคารถอยู่ที่ 899,000 บาท นำเข้ามาถึงไทยในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ครับ

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

Honda เปิดตัว Honda Civic Hatchback 2022 ใหม่

แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายท่านอาจได้เห็นข่าวคราวการเปิดตัวของ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในเจเนอเรชั่นที่ 11 กันไปแล้ว โดยในรุ่น 4 ประตู Sedan ได้เปิดตัวกันในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมความคล้ายกับ Accord ย่อส่วนมา ทั้งในด้านการออกแบบและหน้าตา โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 158 แรงม้า และ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 180 แรงม้า

สำหรับในบ้านเรา ในเดือนหน้านี้เตรียมเก็บตังค์รอซื้อ All-New Honda Civic Sedan กันได้เลย เพราะเริ่มมีจดหมายเชิญสื่อ ให้ไปทดลองขับกันแล้วครับ!

แม้ว่าตลาดรถยนต์ในญี่ปุ่น (และในบ้านเรา) ขณะนี้ ผู้เล่นหลายราย จะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปโฟกัสการพัฒนารถ SUV และ Crossover ออกมาขายกันอย่างมากแล้ว เนื่องจากสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ รวมไปถึงสามารถลุยน้ำท่วมเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ตลาดรถ 4 ประตูซีดาน ก็ยังคงต้องมีผลิตขายต่อไป แม้ว่าความนิยมอาจลดลงไปบ้างในหลายประเทศก็ตาม

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

สำหรับ All-New Honda Civic (เนื่องจากที่ญี่ปุ่น ไม่มีการนำรุ่น 4 ประตู Sedan มาจำหน่าย ในตลาดญี่ปุ่นจึงเรียกว่า Honda Civic ไม่มีพ่วงคำว่า Hatchback ต่อท้าย) เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา ก็เป็นที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์นิดหน่อย เพราะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นเร็วมาก ตามหลังตลาดอเมริกาเหนือเพียงแค่ไม่กี่วัน โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

รูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบเสาเอด้านหน้าให้ลาดไปมากกว่าเดิมถึงเกือบ 2 นิ้ว ช่วยให้ฝากระโปรงหน้าดูยาวขึ้นแบบรถหรู ใช้ชุดไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ LED ทรงแนวนอน ดูหรูหรา และมีไฟ Daytime Running Light คู่หน้า แถมกระจังหน้าทรงรังผึ้ง ช่องดักลมบริเวณกันชนขนาดใหญ่ ดูสปอร์ต บวกกับติดตั้งกระจกมองข้างไว้ที่ประตู ช่วยเพิ่มมุมมองด้านข้างมากขึ้น และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ห้องโดยสารภายในของ Honda Civic Hatchback เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ออกแบบให้ดูคลีน เรียบง่าย แต่ใช้งานได้สะดวกสบาย กับแผงคอนโซลหน้าที่ลดเส้นสาย ลดแสงสะท้อนเวลาขับ และยังช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายที่สุด กับการออกแบบเบาะนั่งในแนวคิด Body Stabilizing Seat โอบกระชับสรีระ นั่งสบายยิ่งขึ้น ซึ่งยังเป็นแบบเบาะไฟฟ้าด้านคนขับแบบ 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าแบบ 4 ทิศทาง

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

เย็นสบายกับระบบแอร์อัตโนมัติ แบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster จากชุดช่องแอร์ลายรังผึ้ง รวมไปถึงระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT ที่สามารถใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจรถได้ รวมถึงสั่งงานต่างๆ เช่น เปิด-ปิดแอร์, เช็คสถานะและตำแหน่งของรถ รวมถึงระบบ Wi-Fi ในรถ และที่ชาร์จไฟแบบ Wireless Charger

ที่สำคัญ ยังมาพร้อมชุดมาตรวัดแบบ แบบจอ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว ส่วนรุ่นรองเป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ทำงานคู่กับมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก ขณะที่หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสมีให้เลือกทั้งขนาด 9 นิ้ว และขนาด 7 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Apple CarPlay (แบบ Wireless ในรุ่น 9 นิ้ว) และ Android Auto พร้อมระบบเสียง Bose Sound System ที่มากถึง 12 ลำโพง (เฉพาะรุ่น EX)

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ LX และ EX โดยมีเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo มาให้เลือกเท่านั้น ซึ่งต่างจากเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ ที่มีเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ใหเลือกด้วย

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ส่วนระบบส่งกำลัง มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในรุ่น EX และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมกับ “Drive Mode Switch” สามารถเลือกโหมดการขับขี่ตามต้องการได้ถึง 3 แบบด้วยกัน ในรุ่น LX

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ในส่วนของราคาขาย Honda Civic Hatchback เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ตอนนี้ยังไม่มี ทาง Honda จะเปิดราคาจำหน่ายอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2021 นี้

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall