ค้นหาบทความ

Category : ข่าวรถใหม่

Pickup-In-Motorshow-2019

รถกระบะรุ่นเด่นๆ 6 รุ่น ที่น่าซื้อในงาน Motor Show 2019

รถกระบะ ถือเป็นรถที่ยอดนิยมอย่างยิ่งของชาวไทยมานานนับหลายสิบปี ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ออพชั่น และกำลังเครื่องยนต์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ และยอดขายยังเป็นปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง เป็นรถสารพัดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ใช้งานได้ทั้งในเมือง ในที่ทุรกันดาร ขนของ ขนสัตว์ ใช้รับจ้างหาเงิน ทำเป็นรถสองแถวก็ได้ หรือใช้งานส่วนตัวก็ดี ฯลฯ

ในงาน Motor Show 2019 นี้ ผู้ผลิตรถกระบะหลายเจ้าอย่าง โตโยต้า, อีซูซุ, นิสสัน, มิตซูบิชิ, ฟอร์ด หรือ เชฟโรเลต ต่างส่งรถกระบะโฉมใหม่ หรือรุ่นพิเศษของตัวเองออกมาเพื่อกระตุ้นตลาด ช่วงชิงยอดจองและยอดขาย โดนใจผู้บริโภคที่อยากเปลี่ยนรถกระบะคันใหม่

โดยในงาน Motor Show 2019 จะมีรถกระบะรุ่นใดที่น่าซื้อนั้น Carro ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันได้เลยครับ …

Toyota Hilux Revo

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2019

Toyota Hilux Revo Z Edition (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น) มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด กับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ทั้งในรุ่น Smart Cab และ Double Cab

ซึ่งมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น เร้าใจด้วยกันชน และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเพิ่มทัศนวิสัย และความปลอดภัย ในการขับขี่ด้วยไฟตัดหมอกหน้า แต่ยังคงไว้ซึ่งความแรงและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ให้ความคุ้มค่าในทุกรูปแบบของการใช้งาน

เลือกเป็นเจ้าของ “Hilux Revo Z Edition” ในราคาเพียง 599,000 บาท – 784,000 บาท

และราคาของ Toyota Hilux Revo อยู่ที่ 528,000 – 1,203,000 บาท

Isuzu D-Max “Stealth”

Isuzu-D-Max-Stealth-2019

Isuzu D-Max Stealth (อีซูซุดีแมคซ์ สเทลธ์) ยอดปิกอัพพันธุ์เท่ ที่พร้อมพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเหนือชั้น ดุดันทุกองศา ทรงพลังเกินพิกัดกับชุดแต่ง Stealth Black Package เท่ เข้ม สไตล์สปอร์ต ทั้งภายนอกและภายใน

มีให้เลือกครอบคลุมทั้งรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ โดยมีสีให้เลือก ได้แก่ สีดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black) และสีขาวมุกเอเวอเรสต์ (Everest Pearl White)

เลือกเป็นเจ้าของ “D-Max Stealth” ในราคาเพียง 887,000 บาท – 1,028,000 บาท

ราคาของ Isuzu D-Max อยู่ที่ 507,000 – 1,109,000 บาท

Nissan Navara

Nissan-Navara-Black-Edition-2019

Nissan Navara Black Edition (นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น) รุ่นปี 2019 นี้ มาพร้อมกับโทนสีดำ ด้วยชุดแต่งที่ให้ความดุดันรอบคัน นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้สีส้ม มาผสมผสานเพื่อเพิ่มสีสันในส่วนของกันชนไฟหน้า กระจกข้าง และบันไดข้าง รวมไปถึงสติกเกอร์ 3 มิติ ดีไซน์ใหม่ด้วย

และเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor (AVM) ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นตัวรถและสิ่งรอบข้างผ่านกล้องที่ถูกติดตั้งรอบคัน ซึ่งรวมถึง ระบบเบรค ABS ถุงลมนิรภัย กุญแจรีโมท ปุ่มสตาร์ท และ ช่องแอร์ปรับอากาศด้านหลังอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ขนาด 2.5 ลิตร รหัส YD25DDTi ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ส่วนในรุ่น 4WD รหัส YD25DDTi VGS Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า

ราคาของ Nissan Navara อยู่ที่ 559,500 – 1,096,000 บาท

Mitsubishi Triton

Mitsubishi-Triton-2019

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Engineered Beyond Tough” หน้าตาภายนอกใช้ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น และกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED Tube กับกันชนดีไซน์ใหม่ และลงตัวกับล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่ ส่วนออพชั่นภายใน และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนเยอะพอสมควร ช่องแอร์แบบใหม่ ใช้วัสดุภายในดูโดดเด่นขึ้น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VG Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด แบบใหม่พร้อม Sport Mode

ราคาของ Mitsubishi Triton อยู่ที่ 524,000 – 1,099,000 บาท

Ford Ranger Raptor

Ford-Ranger-Raptor-2019

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเตอร์ แรพเตอร์) ถูกสร้างมาไม่ซ้ำใคร เพราะนี่คือรถกระบะออฟโรดคันแรกของเอเชีย ที่ตั้งใจสร้างมาแบบไร้ข้อจำกัด สร้างและพัฒนายนตรกรรมออฟโรดทั้งคัน ทำใหม่หมด! ส่งตรงจากโรงงานของฟอร์ด นี่แหละกระบะพันธุ์โหดออฟโรดตัวจริงที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

โครงสร้างทั้งหมดประกอบไปด้วยเหล็ก High-strength Low-alloy (HSLA) หลายเกรด เพื่อให้พร้อมรับทุกความโหด และเข้าถึงสมรรถนะขั้นสุด แชสซีส์ถูกปรับโครงสร้างใหม่หมด มาพร้อมโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox ที่มาพร้อมระบบบายพาสภายใน (Internal Bypass) และระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และคอยล์โอเวอร์ช็อค ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่บนทางออฟโรดเป็นพิเศษ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร (1,996 ซีซี) Twin Turbo (ทำงานร่วมกันระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift มาพร้อมระบบ Terrain Management System (TMS) สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 6 แบบ รวมถึงโหมดการขับขี่บาฮาสำหรับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง

ราคาของ Ford Ranger อยู่ที่ 559,000 – 1,265,000 บาท

ราคาของ Ford Ranger Raptor อยู่ที่ 1,699,000 บาท

Chevrolet Colorado

Chevrolet-Colorado-2019

Chevrolet Colorado (เชฟโรเลต โคโลราโด) เชฟโรเลต ประเทศไทย นำรถกระบะรุ่นเด่นอย่าง Colorado Tornado  Edition สไตล์อเมริกัน 4 ประตู ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มาโชว์ในงาน Motor Show 2019 โดยมาพร้อมชุดแต่ง ธันเดอร์ ไลท์ เช่น ซุ้มล้อสีดำ, ลายคาดกระบะท้าย และสัญลักษณ์ Colorado เหนือฝากระโปรง เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ราคาของ Chevrolet Colorado อยู่ที่ 599,000 – 1,098,000 บาท

… ถูกใจรุ่นไหน ไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งาน Motor Show 2019 กันได้เลยนะครับ …

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Bangkok-Motorshow

SUV-And-Crossover-In-Motorshow-2019

พบกับรถ SUV และ Crossover 15 รุ่นที่น่าซื้อ จากงาน Motor Show 2019 ได้ที่นี่

ในยุคปัจจุบัน รถยนต์อเนกประสงค์ หรือ รถยนต์ในรูปแบบ SUV, PPV หรือ Crossover นั้น เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี (ดูได้จากยอดขายรถประเภทนี้ ย้อนหลังไป 6-7 ปีที่ผ่านมาสิครับ) เพราะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะไว้วิ่งในเมือง ไว้ออกต่างจังหวัด ลุยน้ำท่วม ขนสัมภาระมากมาย หรือเดินทางไปกับครอบครัวหลายคนก็ตาม

แม้แต่แบรนด์ใหญ่ๆ ที่ไม่เคยทำรถแนวนี้ ก็ต้องต้องผลิตออกมาขายหลากหลายรุ่น …

งาน Bangkok International Motor Show 2019 (มอเตอร์โชว์ 2019) ครั้งนี้ Mr.Carro ขอพาทุกท่านไปชมกัน ว่าในงานจะมีรถยนต์ SUV และรถ Crossover รุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ พร้อมรายละเอียดพอสังเขป มาเสนอครับ …

Toyota C-HR

Toyota-C-HR-2019

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เฮชอาร์) โฉมปี 2019 รถ Crossover อเนกประสงค์ ที่ทาง Toyota นำมาโชว์ ยังคงได้รับความสนใจอย่างเช่นเคย โดยรุ่นปี 2019 มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตรอบคัน เสริมด้วยล้ออัลลอยสีทูโทนดีไซน์ใหม่ มีทั้งรุ่นเบนซิน และรุ่นไฮบริด ให้เลือกกันถึง 4 รุ่นย่อย

Toyota C-HR ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ยกชุดมาจากในตัว Prius รุ่นล่าสุด ชูจุดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense และมีระบบ Toyota T-Connect Telematics เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้สะดวกและง่ายดาย

ราคาของ Toyota C-HR ใหม่

– รุ่น 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
– รุ่น 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
– รุ่น Hybrid Mid ราคา 1,069,000 บาท
– รุ่น Hybrid Hi ราคา 1,159,000 บาท

Toyota Fortuner

Toyota-Fortuner-2019

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) แม้ว่าจะเป็นรถที่ออกมานานหลายปีแล้ว แต่ Fotuner ก็ยังเป็นที่นิยมในท้องตลาด ทั้งแบบมือหนึ่ง และมือสอง ภายนอกโฉบเฉี่ยว ยิ่งขึ้น บันไดข้าง กระจกไฟเลี้ยว และไฟเบรค ได้รับการออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยดิสก์เบรค 4 ล้อ ภายในหรูหรา ด้วยเบาะหนังภายในสีน้ำตาลเข้ม ห้องโดยสารกว้างสบาย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และเครื่องยนต์ ขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.7 ลิตร กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Sequential Shift พร้อม Paddle Shift

ชูจุดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนซิกม่าโฟร์ เลือกโหมดการขับขี่ได้ดั่งใจ ด้วยโหมด H2 H4 L4 ผสานการทำงานร่วมกับระบบ DAC และ A-TRC

ราคาของ Toyota Fortuner

– รุ่น 2.4G 2WD MT ราคา 1,239,000 บาท
– รุ่น 2.4V 2WD AT ราคา 1,419,000 บาท
– รุ่น 2.7V 2WD AT ราคา 1,569,000 บาท
– รุ่น 2.8V 2WD AT ราคา 1,593,000 บาท
– รุ่น 2.4V 4WD AT ราคา 1,499,000 บาท
– รุ่น 2.8V 4WD AT ราคา 1,663,000 บาท
– รุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD AT ราคา 1,699,000 บาท
– รุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD Black Top AT ราคา 1,719,000 บาท
– รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD AT ราคา 1,769,000 บาท
– รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD Black Top AT ราคา 1,789,000 บาท

Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์-เทรล) เปิดตัวพร้อมกันทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบ Hybrid รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย ตอบสนองวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี ให้ความสะดวกทุกการเดินทาง ทั้งการบรรทุกของ หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ แม้กระทั่งการท่องเที่ยว ที่ต้องพกอุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทางหลายๆ ชิ้น นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนระบบเครื่องเสียงที่ให้ความบันเทิงรุ่นใหม่แบบ A-IVI เพิ่มความหรูหราและตอบสนองกับสไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิด 233 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

ราคาของ Nissan X-Trail ใหม่

แบบเบนซิน
– รุ่น 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
– รุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
– รุ่น 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท
แบบ Hybrid
– รุ่น 2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
– รุ่น 2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

Nissan Terra

Nissan-Terra-2019

Nissan Terra (นิสสัน เทอร์ร่า) ใหม่ จัดเป็นรถในแบบ PPV อีกรุ่น ที่นิสสันภูมิใจนำเสนอในงาน Motor Show 2019 มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ที่รับกับกระจังหน้าแบบ V-Motion ส่วนชุดประตูหน้านั้นเหมือน Navara และด้านท้ายถูกออกแบบใหม่หมด ไฟท้ายเป็นแบบ LED มาพร้อมล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/60 R18

ห้องโดยสารภายในยกชุดมาจาก Navara แต่ตกแต่งให้หรูหราขึ้น ด้วยโทนสีดำตัดด้วยสีเงิน แบบ Gliding Wing 7 ที่นั่ง กว้างขวาง และเงียบ มีเครื่องเสียงระบบหน้าจอสัมผัส, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน, กุญแจ Keyless Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เป็นต้น

มาพร้อมขุมพลังดีเซลใหม่ล่าสุด ขนาด 2.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อม Manual Mode

ราคาของ Nissan Terra

รุ่นเริ่มต้น – 2.3V 2WD AT ราคา 1,316,000 บาท
รุ่นรอง Top – 2.3 VL 2WD AT ราคา 1,349,000 บาท
รุ่น Top สุด – 2.3 VL 4WD AT ราคา 1,457,000 บาท

Honda HR-V

Honda-HR-V-2019

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2561 ที่ผ่านมา พร้อมแนะนำรุ่น RS ใหม่ และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น และเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า พร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันและตอบสนองทุกการขับขี่อย่างดีเยี่ยม และรองรับแก๊สโซฮอล์ E85 อีกด้วย

ราคาของ Honda HR-V

– รุ่น E ราคา 949,000 บาท
– รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท
– รุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท

Honda CR-V

Honda-CR-V-2019

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) จัดเป็นรถ SUV ที่ยอดนิยมสุดๆ ของ Honda อีกรุ่นหนึ่ง นอกจากจะเป็นรถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่่นั่งแล้ว ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา Honda ก็ได้ออกรุ่น 5 ที่นั่ง มาเป็นทางเลือกให้ได้เลือกซื้อกันเพิ่มเติม มีพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC Diesel Turbo ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT

ราคาของ Honda CR-V

– รุ่น 2.4 S (5 ที่นั่ง) ราคา 1,359,000 บาท
– รุ่น 2.4 ES (5 ที่นั่ง) ราคา 1,499,000 บาท
– รุ่น 2.4 E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท
– รุ่น 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
– รุ่น DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท
– รุ่น DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท

Mazda CX-3

Mazda-CX-3-2019

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ที่มาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Drive Your Attitude” ภายใต้แนวทางการออกแบบใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยี SkyActiv ที่กำลังสร้างชื่อในตลาดทั่วโลกรวมทั้งในตลาดในไทย มาโชว์ในงาน Motor Show 2019 นี้ด้วย ด้วยดีไซน์สปอร์ตหรู กับสีพรีเมี่ยมใหม่ Machine Gray กับ Soul Red Crystal พร้อมนวัตกรรมล่าสุดที่ให้คุณควบคุมได้ทุกเส้นทาง Skyactiv-Vehicle Dnamics และเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activesense

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Manual Mode Activematic

ราคาของ Mazda CX-3

– รุ่น 2.0 E ราคา 879,000 บาท
– รุ่น 2.0 C ราคา 955,000 บาท
– รุ่น 2.0 S ราคา 1,029,000 บาท
– รุ่น 2.0 SP ราคา 1,083,000 บาท
– รุ่น 1.5 XDL ราคา 1,189,000 บาท

Mazda CX-5

Mazda-CX-5-2019

Mazda CX-5 (มาสด้า ซีเอ็กซ๋-5) Crossover SUV ที่มาพร้อมรูปทรงการออกแบบอันสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของงานศิลปะญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตามแนวทางการออกแบบ “Less is more” ภายนอกดูเรียบง่าย แต่สุขุม และยังคงให้ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับใหม่ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด

Mazda CX-5 มาพร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้า 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.9 กม./ลิตร

และเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 2.2 ลิตร ให้แรงม้า 175 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูง 420 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ประหยัดสูงสุด 17.5 กม./ลิตร

ราคา Mazda CX-5 

– รุ่น 2.0 C ราคา 1,290,000 บาท
– รุ่น 2.0 S ราคา 1,400,000 บาท
– รุ่น 2.0 SP ราคา 1,530,000 บาท
– รุ่น 2.2 XD ราคา 1,560,000 บาท
– รุ่น 2.2 XDL ราคา 1,770,000 บาท

Mitsubishi Pajero Sport

Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) ใหม่ เพียบพร้อมด้วยความเหนือระดับ ทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยี ความปลอดภัยและสมรรถนะ พร้อมแพ็คเกจอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มความหรูหราของรถอเนกประสงค์ยอดนิยมรุ่นนี้

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC VG Turbo ที่มาพร้อมเสื้อสูบและฝาสูบอลูมินัม อัลลอย ความจุ 2.4 ลิตร ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำ ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที มีแรงบิดสูงสุดถึง 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที

ราคาของ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่

– รุ่น GT 2WD ราคา 1,301,000 บาท
– รุ่น GT-Premium 2WD ราคา 1,404,000 บาท
– รุ่น GT-Premium 4WD ราคา 1,544,000 บาท
– รุ่น GT-Premium 2WD Elite Edition 1,459,000 บาท
– รุ่น GT-Premium 4WD Elite Edition 1,574,000 บาท

Subaru XV

Subaru-XV-2019

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) รถ Crossover ที่เคยสร้างกระแสความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสร้างยอดขายให้กับ Motorimage ผู้นำเข้ารถยนต์ซูบารุในบ้านเราได้มากพอสมควร ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่ตามญี่ปุ่น พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มล่าสุด “Subaru Global Platform” ร่วมกันกับ Impreza ใหม่ คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT แบบ 7 สปีด เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2017 นี้

Subaru XV ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส FB20 แบบ Boxer 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พัฒนาขึ้นใหม่กว่า 80% เพิ่มกำลังอัดเป็น 12.5:1 (จากเดิม 10.5:1) ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ 7 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD และระบบ X-Mode สำหรับส่งถ่ายกำลังขับเคลื่อน 4 ล้อ

ราคาของ Subaru XV

– รุ่น 2.0i ราคา 1,159,000 บาท
– รุ่น 2.0i-P ราคา 1,259,000 บาท

Subaru Forester

Subaru-Forester-2019

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) โฉมใหม่แห่งนี้ประกอบจากโรงงาน Subaru แห่งใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง มาพร้อมเส้นสายตัวถังใหม่ ดูโ)บเฉี่ยวเร้าใจมากขึ้น ตัวรถกว้างและยาวขึ้นเล็กน้อย ใช้แพลตฟอร์มของใหม่ที่เรียกว่า Subaru Global Platform ชูจุดเด่นอย่างเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight ในรุ่น Top สุด

ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ Boxer 4 สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ Lineartronic CVT 7 สปีด พ่วงด้วย Manual Mode และ Paddle Shift พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตร กับฟังก์ชัน X-MODE

ราคาของ Subaru Forester ใหม่

– รุ่น 2.0 i-L ราคา 1,330,000 บาท
– รุ่น 2.0 i-S ราคา 1,380,000 บาท
– รุ่น 2.0 i-S EyeSight ราคา 1,450,000 บาท

Isuzu MU-X

Isuzu-MU-X-The-Onyx-2019

Isuzu MU-X The Onyx (อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! ดิ ออนิคซ์) …จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ… New Sensation Ignited รถอเนกประสงค์สุดหรูที่จะจุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ ด้วยความคม…เข้ม เร้าอารมณ์ แฝงความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง Onyx Design Edition

ห้องโดยสารโทนเข้มที่แต่งด้วย Ambient Light ช่วยเพิ่มมิติในบรรยากาศ ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ให้สมรรถนะสูง แรงแต่ประหยัดน้ำมัน เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีดีเซลจากอีซูซุ

ราคาของ Isuzu MU-X

– รุ่น 1.9 Ddi 4×2 CD A/T ราคา 1,099,000 บาท
– รุ่น 1.9 Ddi 4×2 DVD M/T 1,214,000 บาท
– รุ่น 1.9 Ddi 4×2 DVD AT 1,264,000 บาท
– รุ่น1.9 Ddi 4×2 DVD Navi DA AT 1,329,000 บาท
– รุ่น 3.0 Ddi 4×2 DVD NAVI AT 1,374,000 บาท
– รุ่น 3.0 Ddi 4×4 DVD NAVI AT 1,474,000 บาท
– รุ่น 1.9 Ddi 4×2 AT The Onyx ราคา 1,364,000 บาท
– รุ่น 3.0 Ddi 4×2 AT The Onyx ราคา 1,409,000 บาท

MG ZS

MG-ZS-2019

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่มีความทันสมัยมากขึ้นและสปอร์ตยิ่งกว่าเดิม พร้อมชูจุดเด่นรถยนต์รุ่นแรกของเอ็มจี ที่มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART มีระบบ Voice Command ภาษาไทย

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

ราคาของ MG ZS

– รุ่น C ราคา 679,000 บาท
– รุ่น D ราคา 729,000 บาท
– รุ่น X ราคา 789,000 บาท

BMW X3

BMW-X3-2019

BMW X3 (บีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์3) รุ่นล่าสุด แบบประกอบในประเทศ จากสายการผลิตของโรงงาน BMW ที่ จ.ระยอง ในราคาที่ลดลงถึง 340,000 บาท สำหรับรุ่น xLine และ 140,000 บาท สำหรับรุ่น M Sport แต่ยังคงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งบนท้องถนนและลุคสปอร์ตปราดเปรียวไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลทรงพลัง 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Steptronic และเสริมด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยในรุ่น M Sport ทั้งสองรุ่นให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่วน BMW X3 xDrive20d M Sport เสริมสมรรถนะแบบสปอร์ตด้วยช่วงล่าง M Sport

ราคาของ BMW X3

– รุ่น xDrive20d xLine ราคา 3,359,000 บาท
– รุ่น xDrive20d M Sport ราคา 3,659,000 บาท

Mercedes-Benz GLC-Class

Mercedes-Benz-GLC-Class-2019

Mercedes-Benz GLC-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส) ยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมโดดเด่นด้วยการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัว มีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่กว้างขวางด้วยความจุ 500-1,400 ลิตร

GLC 250 d มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.1 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ แบบ 9G-TRONIC ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ 4MATIC Permanent All-Wheel Drive กำลังแรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-1,800 รอบ/นาที  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.

GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง ให้แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200 – 4,000 รอบ/นาที มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-Tronic อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 222 กม./ชม.

ราคาของ Mercedes-Benz GLC-Class

– รุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ราคา 3,290,000 บาท
– รุ่น GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,690,000 บาท
– รุ่น GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ราคา 4,090,000 บาท

Electric-Cars-In-Motorshow

รถยนต์ไฟฟ้ากำลังฮิต บรรดาค่ายรถ นำรถยนต์ไฟฟ้า มาโชว์และขายกันเป็นแถว ที่งาน Motor Show 2019!

งาน Bangkok International Motor Show 2019 (มอเตอร์โชว์ 2019) กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ช่วงระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 นี้ Mr.Carro ขอพาทุกท่านไปชมกันครับ ว่าในงานจะรายละเอียดของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเด็ดๆ โดนใจ ทั้งโชว์และขาย ที่น่าสนใจกันทั้ง 8 รุ่นบ้าง …

FOMM One

FOMM-One-2019

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก จดทะเบียนได้ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

โดย FOMM One วางจำหน่ายผ่าน บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม จำกัด ในเครือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีกำหนดส่งมอบให้ผู้สั่งซื้อช่วงต้นปี 2562 สนนราคาเริ่มอยู่ที่ 664,000 บาท

MINE SPA1

MINE-SPA1-2019

MINE SPA1 (ไมน์ สปา1) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสัญชาติไทย แบบ MPV ขนาด 5 ที่นั่ง ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับได้เป็นระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง ซึ่งรายละเอียดและราคา (ประมาณ 1,XXX,XXX บาท) คงต้องรอในงาน Motor Show 2019 อีกครั้ง

Nissan Leaf

Nissan-Leaf-2019

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที ในราคา 1,990,000 บาท!

MG eZS

MG-eZS-2019

MG eZS (เอ็มจี อีแซดเอส) รถต้นแบบของรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% มาโชว์ในงาน Motor Show 2019 หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกในงานกวางโจว ออโต้โชว์ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ในฐานะยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen” ของ SAIC

ที่นอกจากจะโดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) และวิ่งได้ไกลถึง 428 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC) แล้ว ยังมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ SUV และการติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะในรถยนต์ ซึ่ง MG มีแผนจะขายในไทยปีนี้

Jaguar I-Pace

Jaguar-i-Pace-2019

Jaguar I-Pace (จากัวร์ ไอ-เพซ) รถ Crossover แบบไฟฟ้าล้วน (BEV) 5 ที่นั่ง รุ่นแรกของ Jaguar มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 394 แรงม้าเลยทีเดียว ซึ่งภายในห้องโดยสาร ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสไตล์ Jaguar อยู่เช่นเคย โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 5,499,000 บาท สำหรับรุ่น S

Audi e-tron

Audi-e-tron-2019

Audi e-tron 55 quattro (อาวดี้ อี-ทรอน 55 ควอทโทร) เป็นรถแบรนด์หรูเจ้าแรกในไทยที่ลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการประเดิมส่ง Audi e-tron 55 quattro ใหม่ จับกลุ่มผู้ชื่นชอบความล้ำสมัย พร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Audi

ติดตั้งขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า ในบูสต์โหมดแรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 664 นิวตันเมตร ในบูสต์โหมด ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาทีในบูสต์โหมด และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. ส่วนแบตเตอรี่สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางกว่า 417 กิโลเมตร ในราคา 5,099,000 บาท!

Hyundai Ioniq Electric

Hyundai-Ioniq-Electric-2019

Hyundai Ioniq Electric (ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งเดียวจากค่ายรถเกาหลีในตอนนี้ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที (โหมด Sport) และ 10.2 วินาที (โหมดปกติ) ทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม.

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่ 1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็ม 12 ชั่วโมง 2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที และ 3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนถึงระดับ 80% ในเวลา 23 นาที สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

Hyundai Kona Electric

Hyundai-Kona-Electric

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าสายพันธุ์ SUV ปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวกว่าใคร ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานยาว 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กม. (มาตรฐาน WLTP) 

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

ขอขอบคุณภาพจาก Bangkok-Motorshow

New-Car-In-Motorshow-2019

รวมรถใหม่ล่าสุด พาเหรดเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2019

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” หรือ The 40th Bangkok International Motor Show 2019 ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2019 โดยในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างคับคั่ง Carro ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Honda Accord

Honda-Accord-2019

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) เจเนอเรชั่นที่ 10 มาพร้อมรูปทรงที่ฉีกแนวจากของเดิมทั้งหมด คู่กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC Turbo ใหม่ ที่ทรงพลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ในรุ่นเดิม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่

ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังเหนือระดับ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) เตรียมพบกับการเปิดตัวได้ในวันที่ 19 มีนาคม นี้ ก่อนเริ่มวางจำหน่ายพร้อมราคาอย่างเป็นทางการ ในเดือนพฤษภาคม 2562

Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์-เทรล) เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่ได้ชื่อว่าขายดีที่สุดในโลก เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมกันทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 171 แรงม้า และแบบ Hybrid 2.0 ลิตร 144 แรงม้า รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี ให้ความสะดวกทุกการเดินทาง เวลาต้องขนของเข้า-ออก ท้ายรถ

นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนระบบเครื่องเสียงรุ่นใหม่แบบ A-IVI รวมถึงระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น 2.5S 2WD, 2.5V 2WD, 2.5VL 4WD, 2.0V 4WD Hybrid และ 2.0VL 4WD Hybrid ในราคา 1,350,000 – 1,617,000 บาท

Isuzu MU-X The Onyx

suzu-MU-X-The-Onyx-2019

Isuzu MU-X (อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์) จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ … New Sensation Ignited ด้วยรุ่นพิเศษ กับชุดแต่งแบบฉบับ Onyx Design Edition อาทิ ชุดกันชนหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตดีไซน์พิเศษ กระจังหน้าแบบ Sport 3D คิ้วโป่งล้อสีดำด้าน ไฟท้ายรมดำแบบ LED ล้ออัลลอยด์ใหม่! Flash Black Design ขนาด 18 นิ้ว และ Roof Rail สไตล์สปอร์ต เป็นต้น

ห้องโดยสารโอ่โถงโทนเข้ม แต่งแต้มด้วย Ambient Light ช่วยเพิ่มบรรยากาศ เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำแบบ Sport Cut พร้อมความสะดวกสบายเต็มพิกัด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร และ 3.0 ลิตร Ddi Blue Power ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น ในราคา 1,364,000 – 1,421,000 บาท

Suzuki Jimny

Suzuki-Jimny-Sierra-2019

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) สุดยอดรถ Off-Road ขนาดเล็กในตำนานอีกหนึ่งรุ่น โดยในไทยจะนำเข้า Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเข้ามาขาย เป็นรุ่นฐานล้อยาวและมีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า Jimny รุ่นธรรมดาที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัสเดียวกับ Ertiga ใหม่ รหัส K15B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 102 แรงม้า

พบกันได้ในงาน Motor Show 2019 กับ ราคาหลักล้านกลางๆ! เพราะรถนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน เสียภาษีนำเข้า 80% บวกกับภาษีอื่นๆ และต้องรอรถอย่างน้อยๆ 6 เดือน เพราะที่ญี่ปุ่นก็ขายดีมาก จนผลิตไม่ทันทีเดียว ขณะนี้ Suzuki ประเทศไทย เปิดให้จองแล้ว

Suzuki Ertiga

Suzuki-Ertiga-2019

Suzuki Swift (ซูซูกิ เออร์ติก้า) ใหม่ ชูจุดเด่นการเป็นรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและความปลอดภัย พร้อมที่จะนำคุณ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT โดดเด่นด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถ ภายในออกแบบให้ดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง เหนือกว่าด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง

ทรงพลังด้วยสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ในราคา 655,000 – 695,000 บาท

Toyota Hilux Revo Z Edition

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition

Toyota Hilux Revo Z Edition (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น) แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ปรับปรุงใหม่ปี 2562 ในรุ่น Smart Cab (สมาร์ทแค็บ) และ Double Cab (ดับเบิ้ลแค็บ) ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ กับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ที่มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

สำหรับ Z Edition (แซดอิดิชั่น) โดย “Z” มีที่มาจากแนวทางในการแต่งรถ ซึ่งเป็นที่นิยมเรียกกันว่า แต่งแซ้ป (Zaap) หรือแต่งซิ่ง (Zing) โดยพัฒนาให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น เร้าใจ ด้วยกันชนและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มีไฟตัดหมอกหน้า และพรีเซนเตอร์คนใหม่ของไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ในราคา 599,000 – 784,000 บาท

Lexus UX

Lexus-UX250h

The All-New Lexus UX (เลกซัส ยูเอ็กซ์) ยนตรกรรมหรู Compact Crossover รุ่นใหม่ล่าสุด ออกแบบมาเพื่อคนเมืองจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) พร้อมด้วยการเชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์ และการใช้อลูมินัมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีการทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ และระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นล่าสุด

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 146 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 109 แรงม้า รวมแรงม้าทั้งระบบ 184 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ให้อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.5 วินาที มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ UX 250h Luxury, UX 250h Grand Luxury และ UX 250h F SPORT AWD ในราคา 2,490,000 – 3,620,000 บาท

Maserati Quattroporte

Maserati-Quattroporte-2019

Maserati Quattroporte (มาเซราติ ควอโตรปอร์เต้) เจเนอเรชั่นที่ 6 เป็นหนึ่งในรถซีดานหรูที่มีสมรรถนะดีสุดในโลก เปิดตัวครั้งแรกช่วงปี 1963 เด่นด้วยการใช้เครื่องยนต์จากรถแข่ง ผสานดีไซน์เฉียบคมสไตล์อิตาเลียน ที่แม้กระทั่งประธานาธิบดีของอิตาลี ยังใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง

อีกทั้งยังเป็น 1 ในซีดานหรูที่เร็วสุดในโลก กับ Top Speed 310 กม./ชม. มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง Diesel Turbo และเครื่องยนต์เบนซิน Twin Turbo โดยเครื่องยนต์เบนซินทั้ง V6 สูบ Twin Turbo และ V8 สูบ Twin Turbo ประกอบที่โรงงานในเมือง มาราเนลโล เช่นเดียวกับ Ferrari ในราคา 10,490,000 – 18,890,000 บาท

Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty

Rolls-Royce-Cullinan-Supreme-Liberty-2019

Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ซูพรีม ลิเบอร์ตี้) มาพร้อมสีพิเศษ พร้อมความอลังการยิ่งขึ้น Ultra Luxury SUV รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce สง่างามกับสีพิเศษ “Infinity-Black Metallic” ตัดด้วยโค้ชไลน์สี Mandarin เป็นเส้นสีส้มบางๆ คาดข้างตัวถังยาวจรดด้านหลัง เป็นเสมือนงานศิลป์จากปลายพู่กันของ Mr.Mark Court ผู้ที่ทำหน้าที่สุดพิเศษนี้เพียงคนเดียวในโลก

ห้องโดยสารของ Cullinan ใช้โทนสี Scivaro Gray (ซิวาโร่ เกรย์) ตัดกับสีดำ และเย็บตะเข็บเดินด้ายสี Mandarin ติดตั้งลายไม้ Blackwood Matted และเป็นคันแรกในไทยที่มาพร้อมออปชั่น “Immersive Seating with Centre Console” เป็นเบาะหลัง 2 ที่นั่งแบบแยกส่วน พร้อมคอนโซลคั่นกลาง ภายในเป็นตู้แช่ และชุดเครื่องดื่ม ติดตั้งแผงกั้นระหว่างห้องโดยสาร และห้องเก็บสัมภาระ เพื่อลดเสียงรบกวนให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

รวมทั้งมีอีก 2 ความพิเศษ ได้แก่ Commission Collection B-Spoke Umbrellas ร่มที่เดินด้ายบริเวณขอบเป็นสี Mandarin และ Signature Key กุญแจรถหุ้มหนังแท้สีเดียวกัน ในราคาประมาณ 30 กว่าล้านบาท

Aston Martin DBS Superleggera

Aston-Martin-DBS-Superleggera-2019

Aston Martin DBS Superleggera (แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจร่า) ยนตรกรรมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin ซึ่งคำว่า “Superleggera” หมายถึง “Super Light” ในภาษาอังกฤษ ด้วยตัวถังที่มีน้ำหนักเบา โครงสร้างอะลูมิเนียมผสานการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ กระจังหน้า 6 เหลี่ยม ฝากระโปรงหน้าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ใช้ขุมพลังเบนซิน V12 Twin Turbo 715 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 340 กม./ชม.

ภายในโดดเด่นด้วยเบาะหนังแท้เกรดดีที่สุด พวงมาลัยหุ้มหนัง Alcantara พร้อม Paddle Shifts เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมเครื่องเสียง Premium Audio กับระบบอินโฟเทนเมนท์ ควบคู่กับระบบ Navigator แสดงข้อมูลผ่านจอ TFT ขนาด 8 นิ้ว สั่งการผ่าน Touchpad ด้วยเสียง หรือการเคลื่อนไหว ในราคา 28.9 ล้านบาท มีเพียง 4 คัน เท่านั้น!

BMW Series-3

BMW-Series-3-2019

BMW Series-3 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3) กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชั่นที่ 7 กับการพัฒนาทั้งในด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการขับขี่ มาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น อันเป็นหัวใจสำคัญของ BMW เตรียมโชว์ตัวในงาน Motor Show 2019 ด้วยรุ่น BMW 320d Sport และ BMW 330i M Sport

BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์เทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด มอบพละกำลัง 190 แรงม้า จากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ของ BMW 320d Sport ส่วน BMW 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 258 แรงม้า โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด Comfort, Sport และ Eco Pro ในราคา 2,959,000 – 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW Z4

BMW-Z4-2019

BMW Z4 (บีเอ็มดับเบิลยู แซด4) รถสปอร์ตโรดสเตอร์สุดคลาสสิก … พร้อมแล้วที่จะกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในโฉมใหม่ มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสองรุ่น ได้แก่ BMW Z4 sDrive30i M Sport ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า

ส่วน BMW Z4 M40i เสริมความแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบที่ส่งพลังถึง 340 แรงม้าลงสู่ล้อหลัง ขณะที่ระบบ Driving Experience Control ในทั้งสองรุ่น สามารถปรับแต่งลักษณะการขับขี่ให้ตรงกับทุกความต้องการ ตั้งแต่ในโหมด Comfort ไปจนถึงความแม่นยำและเฉียบคมสไตล์สปอร์ตในโหมด Sport และ Sport+ ในราคา 3,999,000 – 4,999,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X7

BMW-X7

BMW X7 M50d (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์7) รถ SUV Full-Size จากค่ายใบพัดสีฟ้า นำเสนออีกก้าวแห่งความพึงพอใจจากการขับขี่ ด้วยนวัตกรรมความหรูหราและความกล้าที่จะแตกต่าง สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,000 รอบ/นาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SportSteptronic 8 สปีด

รวมทั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับอัตโนมัติ คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive … โดย BMW X7 M50d ใหม่ จะเริ่มเปิดรับจองในงาน Motor Show 2019 ในราคา 8,999,000 บาท

Mercedes-Benz E 53 4MATIC+ Coupé

Mercedes-AMG-E-53-4MATIC+-Coupe-2019

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อี 53 4แมติก+ คูเป้) รุ่นนำเข้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EQ Boost เพื่อเพิ่มพลังให้กับรถยนต์มากขึ้นกว่าเดิม คือรถยนต์คูเป้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตกแต่งทั้งคันในสไตล์ AMG โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ 435 แรงม้า ส่งกำกลังผ่านเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission ขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ในราคา 6,990,000 บาท

Mini Cooper S Hatch 60 Years Edition

Mini-Cooper-S-Hatch-60-Years-Edition-2019

Mini Cooper S Hatch 60 Years Edition (มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ รุ่นฉลองครบรอบ 60 ปี) ปี 2562 นี้ นับเป็นปีที่ 60 แห่งประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของมินิ รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก มินิได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปี ในดีไซน์สุดคลาสสิก ตามสไตล์มินิแบบ Retro ที่เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร

มาในสี British Racing Green สะดุดตา ตัดขอบสีดำ Piano Black พร้อมด้วยหลังคาและที่ครอบกระจกสีดำ รอบคันโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ 60 ปี ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในลาย 60 ปี 2 สีสุดพิเศษ และไฟท้าย LED ลายธงยูเนียนแจ็ค อันเฉพาะตัวของมินิ และภายในห้องโดยสาร ยังโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ออกแบบขึ้นเฉพาะ

มาพร้อมด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 192 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 สปีด ส่วนราคาจำหน่าย ติดตามได้ในงาน Motor Show 2019

Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva-2019

Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สไตล์โฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Show 2019 และพร้อมจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562

Chevrolet Captiva รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมด มีทั้งรุ่น 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สะท้อนแนวการออกแบบล่าสุดของ Chevrolet

MG V80

MG-V80

MG V80 (เอ็มจี วี80) รถตู้รุ่นใหม่ล่าสุด ขนาด 11 ที่นั่ง แบบเดียวกับ Maxus V80 Lativa เตรียมติดแบรนด์ MG เปิดตัวในงาน Motor Show 2019 ตัวรถแบบหลังคาเตี้ย มาพร้อมประตูเลื่อนแบบสไลด์ทั้ง 2 ด้าน พร้อมบันไดข้างแบบไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง โดยตัวรถมีความสูง 2.13 เมตร กว้าง 1.99 เมตร ประตูท้ายเปิดได้แบบตู้กับข้าว อ้าได้กว้างสุด 180 องศา

สำหรับขุมพลัง คาดว่าน่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร คอมมอนเรล มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ และราคายังไม่เปิดเผยในตอนนี้

จะมีรุ่นไหนถูกตาถูกใจคุณผู้ชมบ้าง ก็ลองไปเดินดูตัวจริงที่งานได้ แต่ถ้าอยากขายรถคันเดิมของคุณ ก็มาใช้บริการที่ Carro นะครับ

All-New-Toyota-Hiace-2019

Toyota Hiace และ Commuter ใหม่ ใหญ่ขึ้น! ยาวขึ้น! กว้างขึ้น! แรงขึ้น! และแพงขึ้น …..

Toyota เปิดตัว Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) ใหม่! เจเนอเรชั่นที่ 6 เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นโฉมใหม่ที่ปฏิวัติการออกแบบใหม่หมด (ที่ไม่ใช่รถตู้หน้าตัดแบบเดิมๆ อีกต่อไป) ส่วนในไทย เตรียมเปิดตัว 26 มีนาคมนี้! ในงาน Motor Show 2019

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

Toyota Hiace เป็นรถตู้อนุกรมแรกของ Toyota ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1967 และขายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มียอดขายสะสมมากถึง 6.24 ล้านคัน ใน 150 ประเทศทั่วโลก โดยโฉมก่อนหน้านี้ Toyota ได้แบ่ง Hiace ออกเป็น 2 เวอร์ชั่น ได้แก่ เวอร์ชั่นตลาดโลก และ เวอร์ชั่นยุโรป (ที่หน้าตาแบบเดียวกับ Toyota Grandvia รุ่นเก่า)

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

สำหรับ All-new Toyota Hiace ใหม่ Takuo Ishikawa หัวหน้าวิศวกรของ Hiace ใหม่ ได้พัฒนารถขึ้นบนแนวคิด “Hiace Pride” และนำแนวคิดของ TNGA (Toyota New Global Architecture) มาใช้ในการออกแบบตัวรถ (แต่รุ่นนี้ ไม่ได้ใช้แพล็ตฟอร์ม TNGA ที่ใช้ในรถ Toyota หลายๆ รุ่น)

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

มิติตัวรถ Hiace ช่วงสั้น / หลังคาเตี้ย Commuter ช่วงยาว / หลังคาสูง
ยาว 5,265 มม. [+570 มม.] 5,915 มม. [+535 มม.]
กว้าง 1,950 มม. [+255 มม.] 1,950 มม. [+70 มม.]
สูง 1,990 มม. [+10 มม.] 2,280 มม. [-5 มม.]
ระยะฐานล้อ 3,210 มม. [+640 มม.] 3,860 มม. [+750 มม.]

ตัวรถความยาวเพิ่มขึ้น 570 มม. (ย้ายเครื่องยนต์จากที่อยู่บริเวณเบาะด้านล่าง มาเป็นด้านหน้าของตัวรถ เพื่อความปลอดภัย) ส่วนความกว้างเพิ่มขึ้น 255 มม. และระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 640 มม. (ในรุ่นมาตรฐาน หรือช่วงสั้น)

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

ยังคงมีให้เลือกทั้งในรุ่นช่วงสั้น หลังคาเตี้ย (Hiace) รุ่นช่วงยาว หลังคาสูง (Tourism และ Commuter) ที่มาพร้อม 12 ที่นั่ง หรือ 17 ที่นั่ง ฐานล้อยาวพิเศษ หรือจะเป็นตู้ทึบขนของ (Van) ที่เพิ่มความนุ่มนวล การทรงตัว และการเก็บเสียงภายในที่ดียิ่งขึ้น

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลรหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 176 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบเดียวกับใน Hilux Revo ซึ่ง Hiace รุ่นที่ขายในไทย จะใช้เครื่องยนต์ตัวนี้

และยังมีเครื่องยนต์เบนซินรหัส 7GR แบบ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ให้เลือกด้วย ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติให้เลือก

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

Toyota Hiace ใหม่ ยังจัดหนักระบบความปลอดภัยขั้นสูง Toyota Safety Sense เช่น ระบบป้องกันการชนด้านหน้า พร้อมตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน รวมถึงถุงลมนิรภัย 9 ใบ, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และกระจกมองหลังแบบดิจิตอล เป็นต้น

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

ราคาของ Toyota Hiace ใหม่ เริ่มจำหน่ายในฟิลิปปินส์ 5 มีนาคมนี้ เริ่มต้นด้วยรุ่น Commuter Deluxe กับราคาขายปลีกแนะนำ 1.59 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (ราว 9.48 แสนบาท) และสูงสุดที่รุ่น GL Grandia Tourer A/T กับราคาขายปลีกแนะนำ 2.23 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (ราว 1.33 ล้านบาท)

ตารางราคา Toyota Hiace และ Commuter ใหม่ ที่ขายในฟิลิปปินส์

แบบ ราคา (เปโซฟิลิปปินส์) สีตัวรถ
GL Grandia Tourer A/T 2,235,000 Luxury Pearl Toning
2,220,000 Silver Mica Metallic
Light Blue Metallic (Special Order)
GL Grandia Tourer M/T 2,160,000 Luxury Pearl Toning
2,145,000 Silver Mica Metallic
Light Blue Metallic (Special Order)
GL Grandia A/T 2,063,000 Luxury Pearl Toning
2,048,000 Silver Mica Metallic
Black Mica
GL Grandia M/T 1,988,000 Luxury Pearl Toning
1,973,000 Silver Mica Metallic
Black Mica
Commuter Deluxe 1,590,000 Silver Mica Metallic
White

ส่วนในบ้านเรา คงต้องรอวันที่ 26 มีนาคมนี้ ในงาน Motor Show 2019 พร้อมราคาเริ่มต้น (คาดว่า) น่าจะอยู่ที่ 1 ล้านต้น ไม่เกิน 1 ล้านกลางๆ

All-New-Toyota-Hiace-Commuter-2019

Carro-All-New-Suzuki-Ertiga

Suzuki Ertiga ใหม่ Unlock Your Life! ในราคา 655,000 – 695,000 บาท

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ Way of Life! ครั้งใหม่ เปิดตัว All New Suzuki Ertiga อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ชูจุดเด่นการเป็นรถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและความปลอดภัย พร้อมที่จะนำคุณ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต คาดสิ้นปี มียอดขายทะลุ 2,500 คัน

Suzuki Ertiga (ซูซูกิ เออร์ติก้า) เจเนอเรชั่นแรก เปิดตัวเมื่อปี 2555 คืออีกหนึ่งความสำเร็จ สามารถสร้างยอดขายสะสมจนถึงปัจจุบันได้กว่า 732,000 คันทั่วโลก  และ Suzuki Ertiga เจนเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ Ertiga ให้ก้าวล้ำไปกว่าเดิม

Suzuki ได้ Repositioning ควบคู่ไปกับการดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดตามแผนปี 2562  เพื่อให้รถยนต์รุ่นใหม่เป็นที่ยอมรับ และดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กำลังสร้างอนาคตของตัวเองร่วมกับคนใกล้ตัว

จุดเด่นๆ ของ Suzuki Ertiga ใหม่

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

สำหรับรูปโฉมภายนอก All New Suzuki Ertiga พัฒนาให้เป็นรถ 7 ที่นั่ง ตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เสริมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม สะดุดตาด้วยไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้ว

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

มีมิติตัวรถยาว 4,395 มม. กว้าง 1,735 มม. สูง 1,690 มม. ระยะฐานล้อ 2,740 มม. ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 180 มม. มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น GL และ GX (รุ่น Top)

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

ห้องโดยสารภายในดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง พื้นที่ภายในขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง กว้างขวาง โปร่งสบาย สามารถปรับเปลี่ยนได้ พวงมาลัย D-shape ออกแบบมาเป็นพิเศษเพิ่มพื้นที่วางขามากขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วยบลูทูธ และคอนโซลลายไม้แบบเล่นระดับ

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

อัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start มีแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

ใช้เครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดถึง 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย ช่วงล่างทำจากเหล็ก High Tensile เชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทนทานด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ ระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

มั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็กอีกด้วย

All-New-Suzuki-Ertiga-2019

All New Suzuki Ertiga มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Radian Red, Magma Grey, Pearl White Snow (*สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) และ Prime Cool Black

ราคาของ Suzuki Ertiga ใหม่

– รุ่น GL AT ราคา 655,000 บาท
– รุ่น GX AT ราคา 695,000 บาท

ราคาพิเศษถึงวันที่ 30 เมษายน 2562

ตารางเงินผ่อน / เงินดาวน์ Suzuki Ertiga ใหม่ (ดอกเบี้ย -%)

Coming Soon

New-Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail โฉมใหม่ ออพชั่นจัดเต็ม! ในราคา 1,350,000 – 1,617,000 บาท

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) ใหม่ รถยนต์ SUV ที่ขายดีที่สุดในโลก*

เอ็กซ์เทรล ใหม่ เปิดตัวพร้อมกันทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบไฮบริดรายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย ตอบสนองวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี ให้ความสะดวกทุกการเดินทาง ทั้งการบรรทุกของ หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ แม้กระทั่งการท่องเที่ยว ที่ต้องพกอุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทางหลายๆ ชิ้น

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนระบบเครื่องเสียงที่ให้ความบันเทิงรุ่นใหม่แบบ A-IVI เพิ่มความหรูหราและตอบสนองกับสไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

New-Nissan-X-Trail-2019

สำหรับรูปโฉมภายนอก มีการเพิ่มสีตัวถังใหม่ สปอยเลอร์หลัง รางหลังคา และพานอรามิกซันรูฟอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเอ็กซ์เทรล ที่ให้ผู้โดยสารมีความเพลิดเพลินจากบรรยากาศภายนอกได้มากกว่าผ่านกระจกขนาดใหญ่

New-Nissan-X-Trail-2019

มีมิติตัวรถยาว 4,690 มม. กว้าง 1,820 มม. สูง 1,740 มม. ระยะฐานล้อ 2,705 มม. ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 210 มม. มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร

มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น 2.5S 2WD, 2.5V 2WD, 2.5VL 4WD, 2.0V 4WD Hybrid และ 2.0VL 4WD Hybrid

จุดเด่นๆ ของ Nissan X-Trail ใหม่

New-Nissan-X-Trail-2019

ด้านหน้า กระจังหน้ารูปตัววี หรือ “V-motion” พร้อมไฟตัดหมอก และไฟ LED Daytime Running Light ปรับกันชนหน้า-หลัง ใหม่ บานจับประตูด้านข้างแบบโครเมียม เปลี่ยนล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 19 นิ้ว ในรุ่น 2.5VL 4WD ติดตั้งราวหลังคา และพาโนรามิกซันรูฟ ใช้กระจกกว้างขึ้น

New-Nissan-X-Trail-2019

ห้องโดยสารภายใน มีทั้งแบบ 5+2 ที่นั่ง (ในรุ่น 2.5 ลิตร) และ 5 ที่นั่ง (ในรุ่น Hybrid 2.0 ลิตร) มีระบบเปิด-ปิดประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบแฮนด์ฟรี พวงมาลัยแบบใหม่ D-Shaped ทรงสปอร์ต ติดตั้งระบบความบันเทิงรูปแบบใหม่ A-IVI

New-Nissan-X-Trail-2019ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิด 233 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

New-Nissan-X-Trail-2019

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโรเตอร์สวิตช์ (4x4i with Roter Switch) ช่วยการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ 2WD, 4WD Auto และ 4WD Full-Time

พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ภายใต้เทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ประกอบด้วย

  • เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
  • เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Forward Collision Warning (FCW)
  • เทคโนโลยีเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking (FEB)
  • เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW)
  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง Lane Departure Warning (LDW)
  • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตรวจจับ และส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD) ซึ่งให้มุมมองรอบตัว 360 องศา จากกล้อง 4 ตัว ที่ติดตั้งอยู่รอบตัวรถ

Nissan X-Trail ใหม่ มาพร้อมสีภายนอก 6 สีให้เลือก ได้แก่ สีแดง เรเดี้ยนเรด, สีดำ แบล็คสตาร์, สีขาว สตอร์มไวท์, สีเงิน บริลเลี่ยนซิลเวอร์, สีเทา ดีพไอริสเกรย์ และสีใหม่ ส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange) เป็นสีโปรโมท

New-Nissan-X-Trail-2019

ราคาของ Nissan X-Trail ใหม่

แบบเบนซิน – รุ่น 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
– รุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
– รุ่น 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท
แบบ Hybrid
– รุ่น 2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
– รุ่น 2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 4 – 28 กุมภาพันธ์ 2562

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0.99% (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระ 24-60 เดือน)*
  • ฟรี แพ็คเกจเช็คระยะเซฟเซฟ (SAVE SAFE) 5 ปี หรือ 100,000 กม.

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

New-Nissan-X-Trail-2019

ตารางเงินผ่อน / เงินดาวน์ Nissan X-Trail ใหม่ (ดอกเบี้ย 0.99%)

รุ่น/ราคา
เงินดาวน์
ยอดจัด
ราคาผ่อน-ดาวน์
48 เดือน 60 เดือน 72 เดือน 84 เดือน
2.5S / 1,350,000 บาท
15% 202,500 1,147,500 26,536 22,042 19,189
20% 270,000 1,080,000 24,705 20,295 17,520
25% 337,500 1,012,500 23,077 18,942 16,298
2.5V / 1,460,000 บาท
15% 219,000 1,241,000 28,698 23,838 20,752
20% 292,000 1,168,000 26,718 21,949 18,948
25% 365,000 1,095,000 24,957 20,486 17,626
2.5VL 4WD/ 1,660,000 บาท
15% 249,000 1,411,000 32,629 27,103 23,595
20% 332,000 1,328,000 30,378 24,955 21,543
25% 415,000 1,245,000 28,376 23,292 20,041
2.0V Hybrid 4WD / 1,537,000 บาท
15% 230,550 1,306,450 30,212 25,095 21,847
20% 307,400 1,229,600 28,127 23,106 19,947
25% 284,250 1,152,750 26,273 21,566 18,556
2.0VL Hybrid 4WD/ 1,617,000 บาท
15% 242,550 1,374,150 31,784 26,401 22,984
20% 323,400 1,293,600 29,591 24,309 20,985
25% 404,250 1,212,750 27,641 22,689 19,522

*จากการสำรวจยอดขายรถยนต์ของจาโต ไดนามิกส์ (JATO Dynamics) บริษัทจัดทำข้อมูลยานยนต์ระดับโลกระบุว่า Nissan X-Trail เป็นรถ SUV ที่มียอดขายสูงสุดในโลกประจำปี 2560 มียอดขายกว่า 810,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 6.25% จากปีก่อนหน้า และยังเป็นรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อันดับที่ 4 ในปีเดียวกันอีกด้วย

All-New-Honda-Accord-2019

Honda เผยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ ใน “Honda Accord ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10”

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10” มาพร้อมครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ใหม่ 190 แรงม้า ที่ทรงพลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ในรุ่นเดิม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่

นับเป็นยนตรกรรมพรีเมียมซีดาน ที่มีดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังเหนือระดับ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING)

All-new-Honda-Accord-2019

ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก เมื่อปี 2560 และสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศจากสถาบันชั้นนำด้านยานยนต์ในตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของพรีเมี่ยมซีดานรุ่นนี้ รวมทั้งตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าและการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ที่มีต่อฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมและความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

All-new-Honda-Accord-2019

แนวคิดการออกแบบ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10

ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดหลัก “Absolute Confidence” เพื่อสร้างมาตรฐานยนตรกรรมพรีเมียมซีดานให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยมีหลัก 3 ประการในการพัฒนา ได้แก่

  • Dynamics – ความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว ทั้งในด้านดีไซน์ และสมรรถนะการขับขี่
  • Captivating – ความมีเสน่ห์และน่าดึงดูดของรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
  • Upscale – ยกระดับคุณภาพการพัฒนายนตรกรรม ให้สง่างาม และเหนือระดับเกินคลาส

All-new-Honda-Accord-2019

การออกแบบภายนอก

รูปลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 นับเป็นการปฏิวัติดีไซน์จากทุกรุ่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ด้วยการผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ประณีตในทุกรายละเอียด เส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความหรูหราและสปอร์ตมากกว่าที่เคยมีมา และเป็นครั้งแรกกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่เรียกว่า Laser Blaze ในการออกแบบตัวถัง เพื่อลดรอยต่อบริเวณหลังคารถและตัวถัง สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียม ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้า พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ แบบ LED พร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

All-New Honda Accord มีมิติตัวรถยาว 4,894 มม. กว้าง 1,862 มม. สูง 1,450 มม. ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 131.3 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,464 – 1,568 กิโลกรัม

All-new-Honda-Accord-2019

การออกแบบภายใน

ห้องโดยสารของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการออกแบบให้กว้างขวาง สะดวกสบาย มากยิ่งขึ้น ผสมผสานความความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ผ่านการใช้โครงสร้างเส้นสายในแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่

All-new-Honda-Accord-2019

สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นต้น

All-new-Honda-Accord-2019

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนที่สปอร์ตเร้าใจ 2 รุ่น ได้แก่

All-new-Honda-Accord-2019

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243
นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กม/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

All-new-Honda-Accord-2019

ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และ
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

และยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sport ที่อยู่บริเวณคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนานเร้าใจ โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กม./ลิตร
อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

All-new-Honda-Accord-2019

มาตรฐานด้านความปลอดภัย

เหนือระดับด้วยอีกขั้นของ เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ รวมถึงเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม ที่จะติดตั้งในรุ่นที่จะขายในไทย อาทิ

  • ระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถยนต์เคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor)

All-new-Honda-Accord-2019

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด  4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และ
สีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก

โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น HYBRID TECH ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท
  • รุ่น HYBRID ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท
  • รุ่น TURBO EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท

ทางฮอนด้า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่
ในเดือนพฤษภาคม
2562

หมายเหตุ:

– อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

– สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

Tokyo-Auto-Salon-2019

รวมรถใหม่ รถแต่ง รถซิ่ง ในงาน “Tokyo Auto Salon 2019”

Tokyo-Auto-Salon-2019

ประมวลภาพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด รถต้นแบบ และอื่นๆ ในงานมหกรรมยานยนต์ “Tokyo Auto Salon 2019” งานแสดงรถแต่งที่ยิ่งใหญ่สุดในญี่ปุ่น จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1983 ถึงปัจจุบัน …

โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 13 มกราคม 2561 ณ Makuhari Messe เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เหมือนเดิม … ทาง Carro ขอเก็บตกภาพบรรยากาศ พร้อมรถแต่ง รถซิ่ง สวยๆ มาให้ชมกันครับ

Lancia-Delta-HF-Integrale

Lancia Delta HF Integrale โดย Sano Design

Nissan-Skyline-2000GT

Nissan Skyline 2000GT (GC10) โดย Restored

Toyota-2000GT

Toyota 2000GT (MF10) โดย Rocky Auto

Nissan-Skyline-2000GT-R

Nissan Skyline 2000GT-R (KPGC110) โดย Rocky Auto

Mugen-RC-20-GT-Civic-Type-R-Concept

Mugen RC20GT Civic Type R Concept

Mugen-NeoClassic-Racer

Mugen NeoClassic Racer

HKS-TRB-04-Suzuki-Swift

HKS TRB-04 จาก Suzuki Swift

Toyota-Vitz

Toyota Vitz

Suzuki-Jimny-Concept-L-C

Suzuki Jimny Concept L/C

Suzuki-Jimny-Damd

Suzuki Jimny โดย DAMD

Suzuki-Jimny-Black-Bison

Suzuki Jimny โดย Black Bison

Suzuki-Jimny-OEP-222

Suzuki Jimny โดย OEP 222

Nissan-Skyline-GT-R-R32

Nissan Skyline GT-R (R32)

Ford-Performance

Ford Performance

Chevrolet-Impala-Rohan

Chevrolet Impala Rohan

Nissan-Juke-Adventure-Concept

Nissan Juke Adventure Concept

Mazda-SkyActiv-Engine

เครื่องโรตารี่ของ Mazda โมเต็มๆ

Mazda-SkyActiv-Engine

เครื่อง SkyActiv ของ Mazda โมเต็มๆ

ขอบคุณภาพจาก Tokyo Auto Salon Fanpage

Bangkok-Motorshow-2019

Motor Show 2019 – “Enjoyment of Automobiles – สุนทรียภาพทางอารมณ์”

Bangkok-Motorshow-2019

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” หรือ The 40th Bangkok International Motor Show 2019 ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ในปีนี้ มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำมาร่วม 33 ราย และแบรนด์รถจักรยานยนต์อีกจำนวน 14 ราย พร้อมด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงานไม่น้อยกว่า 10 รุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มรถพลังงานทางเลือก เช่น EV, Hybrid (ไฮบริด), Plug-In Hybrid (ปลั๊ก-อิน ไฮบริด) ที่จะถูกนำมาจัดแสดงจากหลายค่าย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

สำหรับแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงาน ประกอบด้วยแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น เช่น Toyota, Lexus, Nissan, Honda, Mitsubishi, Isuzu, Mazda, Subaru, Suzuki แบรนด์รถเกาหลี 2 ค่าย คือ KIA, Hyundai

แบรนด์รถยุโรปและรถอเมริกัน เช่น Audi, Aston Martin, BMW, Bentley, Chevrolet, Ford, Jaguar, Land Rover, Lamborghini, Mercedes-Benz, MINI, Maserati, McLaren, Porsche, Rolls-Royce, Volvo พร้อมด้วยแบรนด์ผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าอย่าง FOMM, MIND

ส่วนค่ายรถจักรยานยนต์เข้าร่วมทั้งหมด 14 แบรนด์ อาทิ Honda, Yamaha, Suzuki, Kawasaki, Harley-Davidson, Triumph, Vespiario, GPX ฯลฯ

Bangkok-Motorshow-2019-Logo

ในปีนี้ยังเป็นโอกาสพิเศษ “ฉลองครบรอบ 40 ปี งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ทางผู้จัดงานยังเตรียมพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ พาทุกท่านย้อนรำลึกไปยังอดีต เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศบอกเล่าความเป็นมา และการเติบโตของการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ตั้งแต่ครั้งแรก ณ สวนลุมพินี ในปี 2522 จนมาถึงปัจจุบัน

อีกทั้งยังมีร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ ของตกแต่ง ฟิล์มกรองแสง ล้อแม็ก เบรก เครื่องเสียง รวมไปถึงรถมือสอง มาให้เลือกสรรเลือกซื้ออย่างเช่นเคย แม้ว่าอาจจะน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 40% เพราะการหดหายไปของกลุ่มธุรกิจรายย่อยของไทย ที่เริ่มหันไปขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก

กำหนดการจัดงาน

– รอบ VIP (VIP Day) วันที่ 25 มีนาคม 2562 เวลา 12.00 – 20.00 น.
– รอบสื่อมวลชน (Press Day) วันที่ 26 มีนาคม 2562 เวลา 9.59 – 18.00 น.
– รอบบุคคลทั่วไป (Public Day) วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
บัตรเข้าชมงาน ราคา 100 บาท