Honda-CR-V-RE-G3

เนื่องในวาระโอกาส Honda CR-V ครบรอบ 25 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อปี 1995 MR.CARRO เลยจัดทำบทความพิเศษ แนะนำรถมือสอง Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ให้ทุกท่านได้อ่านประวัติและรายละเอียดของแต่ละรุ่นอย่างเต็มอิ่ม นับตั้งแต่รุ่นแรก G1 มาจนถึงรุ่นปัจจุบันอย่าง G5 ให้ทุกท่านได้อ่านกันอย่างมันส์สะใจ และนี่ก็ถึงคราวของ Honda CR-V G3 หรือรหัสรุ่น RE1-RE5 และ RE7 ครับ

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda CR-V (G1) แนวคิดรองเท้าเดินป่า สู่รถ SUV ยอดนิยมของโลก!

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda CR-V (G2) ต่อยอดความสำเร็จ ด้วยความใหญ่ที่มากขึ้น!

Honda-CR-V-Total-Sales-2006

ยอดจำหน่าย Honda CR-V ตั้งแต่ 9/1995 จนถึง 7/2006 สามารถขายได้มากกว่า 2.475 ล้านคัน

สำหรับ Honda CR-V เจเนอเรชั่นที่ 3 หรือ G3 ได้ฤกษ์เปิดตัวสู่สาธารณชนทั่วโลก ในงาน Paris Motor Show 2006 และเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2006 ภายใต้รหัสโครงการ WQ

ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัว Honda CR-V ในปี 1995 มาจนถึงปี 2006 Honda ผลิตรถรุ่นนี้ออกมามากกว่า 2.5 ล้านคัน และขายไปกว่า 160 ประเทศทั่วโลก โดยยอดขาย 1.2 ล้านคัน อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักของรถรุ่นนี้

Honda-CR-V-G3-Concept

แนวคิดในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นที่สอง (G2)

มาพร้อมรูปลักษณ์ที่เรียกได้ว่าโฉมใหม่ “Next Generation CR-V” ลบจุดด้อยเดิมๆ ออกไปให้หมด ภายใต้การพัฒนาของ Mitsuru Horikoshi ผู้ที่เคยมีส่วนร่วมในการออกแบบ CR-V ทั้ง 3 โฉม เน้นความเป็น SUV ของ “คนเมือง” มากขึ้น กับความหรูหราและสปอร์ต

การออกแบบ เน้นตาม Concept “Next Comfortable Runabout” การประกอบพยายามลดรอยต่อจุดต่างๆ ให้มากที่สุด เช่น รอยต่อระหว่างกันชนหน้า-หลัง ตัวรถจึงดูกลมกลืนเป็นชิ้นเดียวกัน หน้าตาใกล้เคียงรถเก๋ง แต่บางคนก็บอกว่าชุดกระจกและเส้นตัวถังด้านท้ายนั้น ดูละม้ายคล้ายกับ Honda Stream รุ่นเก่า

Honda-CR-V-2006

โดยตัวรถรุ่นนี้ ยังใช้พื้นฐานร่วมกันกับ Acura RDX ซึ่งเป็นรุ่นที่ Honda ทำแบรนด์ Acura ขึ้นมาเพื่อลุยตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ บนโครงสร้างตัวถังเทคโนโลยี G-CON

มิติตัวรถ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ยาว 4,520 มม. (สั้นลงกว่ารุ่นเดิม 20 มม.) กว้าง 1,820 มม. (กว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิม 35 มม.) สูง 1,690 มม. (เตี้ยลงกว่ารุ่นเดิม 20 มม.) ระยะฐานล้อ 2,620 มม. น้ำหนักประมาณ 1,480 – 1,560 กิโลกรัม

Honda-CR-V-2006

ยางอะไหล่ที่บานประตูท้าย ก็เอาลงไปไว้ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายแบบถาวร และประตูบานท้ายเปิดแบบชิ้นเดียว ให้ประโยชน์ใช้สอยหลากหลายในแบบรถสปอร์ตอเนกประสงค์ ส่งผลให้เนื้อที่มีการเปลี่ยนแปลง

Honda-CR-V-2006

ห้องโดยสารภายในปรับปรุงใหม่หมด เน้นโทนสีดำดูสุขุม และโทนสีครีมดูอบอุ่น พร้อมตกแต่งด้วยอลูมิเนียมสีเงิน พร้อมลายไม้ ส่วนชุดเกียร์ ก็ย้ายจากตำแหน่งข้างมาตรวัดความเร็ว มาอยู่บริเวณตอนล่างของคอนโซลกลางแทน และถึงแม้ว่าในรุ่นนี้ จะตัด Cooler Box ที่เก็บของแบบมีท่อแอร์ต่อมา (หรือจะเรียกว่าตู้เย็นก็ได้) ออกไป

แต่ในส่วนของจุดเด่นอีกอย่าง นั่นคือถาดอเนกประสงค์แบบ 2 ชั้น (Double-Deck Cargo Shelf) พร้อมที่วางแก้วบริเวณกลางเบาะคู่หน้า อันนี้ยังคงมีไว้เฉกเช่นรุ่นที่ผ่านมา ที่นั่งด้านหลังออกแบบให้เลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังได้ พนักพิงแยกปรับอิสระแบบ 40:20:40 และปรับพับขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อีกเท่าตัว

และในส่วนของหลังคากระจก Panoramic Sunroof อันนี้มีเฉพาะในเวอร์ชั่นยุโรป และหลังคาซันรูฟ สำหรับเวอร์ชั่นอเมริกาเท่านั้น

Honda-CR-V-2006

ในรุ่นพื้นฐานใช้เครื่องยนต์แบบใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร รหัส R20A ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน CR-V เวอร์ชั่นยุโรป เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.4 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที

และรุ่น Top ใช้เครื่องยนต์รหัส K24Z1 ขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบ/นาที

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลที่ขายในยุโรปยังคงทำตลาดด้วยเครื่องยนต์เดิม ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (เวอร์ชั่นยุโรป) และอัตโนมัติ 5 สปีด ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Real Time 4WD

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร i-CTDi 140 แรงม้า อันนี้บ้านเราไม่มีจ้า เฉพาะเวอร์ชั่นยุโรปเท่านั้น

Honda-CR-V-G3-Thai

Honda-CR-V-G3-Thai

สำหรับในไทย เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 ตามหลังญี่ปุ่นเพียงเดือนเดียว มีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2.0 S, 2.0 E และ 2.4 EL ซึ่งแต่ละรุ่น ก็มีจุดเด่นตามรายละเอียดด้านล่าง

  • รุ่น 2.0 S: ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ, ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, เบาะหนัง, พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, เครื่องเล่นซีดี MP3 แบบ 6 แผ่น และระบบสัญญาณกันขโมย
  • รุ่น 2.0 E: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ, ชายล่างประตูและกันชนสีเทาเมทัลลิก, ไฟตัดหมอก, เซ็นเซอร์ระยะหลัง 4 จุด, ระบบปรับอากาศแบบดูอัลโซน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, และสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • รุ่น 2.4 EL: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ, ไฟหน้าแบบ HID เปิด-ปิด และปรับระดับอัตโนมัติ, มือจับเปิดประตูตกแต่งด้วยโครเมี่ยม, เบาะที่นั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ลำโพง 6 ตัว, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ

Honda-CR-V-G3-Thai

Honda-CR-V-G3-Thai

พร้อมเครื่องยนต์สองขนาดคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC 150 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร i-VTEC ที่ให้สมรรถนะที่แรงยิ่งขึ้นด้วยกำลังสูงสุด 170 แรงม้า ทุกรุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด พร้อม Grade Logic Control

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเงินอลาบาสเตอร์, เทาซิลเวอร์สโตน, ทองแซทเทิลไลท์, เทาสปาร์คเกิล และ ดำไนท์ฮอว์ก

มาถึงเดือนธันวาคม 2551 Honda ประเทศไทย แนะนำ Honda CR-V Prestige 2.4 EL ติดตั้งชุดแต่งภายนอก “Aeropart Package” ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมกับติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ อาทิ ระบบนำทางเนวิเกเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ ชุดเครื่องเล่น DVD/CD MP3 ชุดกล้องส่องหลัง และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ Hand Free แบบบลูทูธ ในราคา 1,469,000 บาท

http://4.bp.blogspot.com/_kBathuba3oU/SlS3ks3HtxI/AAAAAAAAAVg/5zcf7m0LOUw/s1600/wise-edition-concept.jpg

เดือนมิถุนายน 2552 Honda ประเทศไทย กระตุ้นตลาดเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ด้วยรถสีขาว Brilliant White Pearl ภายใต้ชื่อรุ่น “Wise Edition” ผลิตจำนวนจำกัด ในรถทุกโมเดลของฮอนด้าในขณะนั้น รวมถึง CR-V ด้วย

มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแบบสปอร์ต และสัญลักษณ์พิเศษ Wise Edition เพิ่มระบบนำทาง Navigator พร้อมเครื่องเล่น DVD กระจกมองข้างแบบปรับลงอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง สปอยเลอร์แบบ Tail Gate ปลอกท่อไอเสียและคิ้วบันไดสแตนเลส มีจำหน่ายเฉพาะ รุ่น 2.0E ในราคา 1,294,000 บาท

Honda-CR-V-G3-Thai-2009

ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน 2009 และในไทยเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552 มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 2.0 S, 2.0 E, 2.4 EL 2WD และ 2.4 EL 4WD

และเครื่องยนต์สองขนาด สะดุดตายิ่งขึ้นทั้งกันชนหน้าและหลัง ฝากระโปรงหน้า ไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (Real Time 4WDTM)

Honda-CR-V-G3-Thai-2009

ภายในออกแบบใหม่ ด้วยมือจับเปิดประตูคู่หน้าด้านในดีไซน์ใหม่ ระบบเครื่องเสียงดีไซน์ใหม่ ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม USB สำหรับไอพ็อดและเครื่องเล่น MP3 ระบบนำทาง Navigator พร้อมเครื่องเล่น DVD และกล้องส่องภาพด้านหลัง พนักเท้าแขนพร้อมเบาะดีไซน์รอยเย็บใหม่ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) เป็นต้น ในราคา 1,130,000-1,513,000 บาท

โดย Honda ได้จ้าง จอร์จ-ธาดา วาริช ช่างภาพชื่อดัง มาเป็นพรีเซนเตอร์รถรุ่นนี้

Honda-CR-V-G3-Thai-2009

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถ SUV ที่เน้นการใช้งานในเมือง มากกว่าแนวๆ Off-Road แบบในรุ่น G1 และ G2 แล้ว ยังจัดว่าเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่น่าใช้เหมือนเดิม ลุยน้ำได้แบบพองาม และได้ความหรูหรามากขึ้น ออพชั่นเยอะสะใจ ภายในนั่งสบาย เหมาะสำหรับคนมีครอบครัว และมีลูก 1-2 คน ซื้อไปติดแก๊ส LPG ได้เช่นกัน ถ้าเน้นใช้งานมาก

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้เป็นรถที่ยังถือว่าน่าขับ แต่ก็จะกินน้ำมันมากหน่อย ในรุ่น 2.4 ลิตร แต่ก็แลกมากับอัตราเร่งที่ทันใจกว่า วิ่งดีกว่าตัว 2.0 ลิตร และในตัวที่เป็น 4WD จะกินน้ำมันมากกว่าตัวขับหน้าไม่มาก รุ่น 2.4 ลิตร มักจะมีปัญหาเรื่องแร็คพวงมาลัยชอบรั่ว (ยกเว้นรุ่น 2.0 ลิตร ที่ใช้แร็คพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ถ้าแร็คไฟฟ้ามีปัญหา หรือพัง แนะนำให้ซ่อมดีกว่าเปลี่ยนใหม่ ซึ่งก็ค่อนข้างแพงมาก ถ้าเปลี่ยนของศูนย์ฯ)

และช่วงล่างค่อนข้างกระด้าง และอาการรอบเดินเบาสั่น มีเสียงดังเข้ารถได้ชัด เช่น เสียงยางเวลาวิ่ง เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบแท้ แบบเทียบ หรือแบบเทียม อีกทั้งอะไหล่เครื่องยนต์ ยังใช้กับของ Accord ได้ เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 220,000 – 500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Honda-Civic-FC-FK-Secondhand-Price

รถยอดนิยมของคนวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ไปจนถึงวัยกลางคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ดซีดาน หรือสปอร์ตแฮทช์แบค คงต้องยกให้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในรหัส “FC” และ Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัส “FK” เพราะมียอดขายสะสมทะลุ 100,000 คัน กับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาดรถ Compact 4 ปีซ้อน

ซึ่ง Honda Civic ของทั้ง 2 โฉมนี้ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจทั้งเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 173 แรงม้า ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอย Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK มือสอง แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Honda-Civic-Hatchback

Honda Civic FC โฉมปี 2016- 2019

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 525,000 – 750,000 บาท
  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 535,000 – 760,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 800,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 650,000 – 900,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-MY2020

Honda City Hatchback FK โฉมปี 2017- 2019

  • Turbo MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 790,000 – 880,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • Turbo MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 800,000 – 890,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • Turbo MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

New-Car-Promotion-Motorshow-2020

สวัสดีในเดือนกรกฎาคม ที่ตอนนี้โควิด-19 ในบ้านเราจะไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศมาหลายสิบวันแลเว แต่ทุกภาคส่วนก็ยังคงเฝ้าระวัง รวมไปถึงการผ่อนคลายมาตราการทางสังคมระยะต่างๆ ซึ่งก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากเลยทีเดียว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว การขนส่งต่างๆ ฯลฯ

แม้แต่การจัดงานขนาดใหญ่ ก็ยังถูกให้เลื่อน หรือยกเลิกไปเป็นแถว ไม่เว้นแม้กระทั่งงาน Motor Show 2020 ที่เป็นการเลื่อนการขัดงานครั้งแรกในรอบ 40 ปี ซึ่งในปีนี้ ถูกเลื่อนกันมา 3 ครั้ง เป็นกาจัดงานในวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 แทน โดยมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายหลายรุ่นไปเปิดตัวกันในงานนี้ อาทิเช่น Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30, Nissan Kicks, Suzuki XL7, Porsche Taycan หรือ Land Rover Defender เป็นต้น

แต่ถ้าคุณอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Show 2020 และในเดือนกรกฎาคม 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไขสิทธิ์ซื้อ Modellista Special Edition Set

  • Modellista Special Edition Set และประกอบไปด้วย 1.) ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) 2.) หลังคาเคลือบฟิล์มดำ 3.) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic พร้อมยาง
  • ราคาดังกล่าว รวมราคารับซื้อล้อและยางที่ติดตั้งมาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรวมค่าทำสีและติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • หลังคาเคลือบฟิล์มดำรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • ยางดัลลอป แอลเอ็ม 705 (Dunlop LM705) รับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่าย
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ติดตั้งและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ผ่านระบบ Toyota Privilege More และรับรถยนต์ CAMRY ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

เงื่อนไขสิทธิ์ซื้อ Modellista Special Edition Set

  • Modellista Special Edition Set และประกอบไปด้วย 1.) ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) 2.) หลังคาเคลือบฟิล์มดำ 3.) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic พร้อมยาง
  • ราคาดังกล่าว รวมราคารับซื้อล้อและยางที่ติดตั้งมาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรวมค่าทำสีและติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • หลังคาเคลือบฟิล์มดำรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • ยางดัลลอป แอลเอ็ม 705 (Dunlop LM705) รับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่าย
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ติดตั้งและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ผ่านระบบ Toyota Privilege More และรับรถยนต์ CAMRY ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

New Fortuner Wisdom of a Leader

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • รับสิทธิ์การขยายการรับประกันคุณภาพต่อเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีหรือภายในระยะทาง 100,000 กม. เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือภายในระยะทาง 150,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน พร้อมการตราวจสอบฟรีตามระยะ 100,000 กม.
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563

เงื่อนไขราคาแนะนำ

  • เมื่อซื้อรุ่นมาตรฐานทุกรุ่น รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาทสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563
  • เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 กรกฎาคม 2563

All-New Nissan Kicks e-POWER

All-New Nissan Kicks e-Power V

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power VL

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

New Nissan Terra V

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น V เท่านั้น

New Nissan Terra VL

  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพ็กเกจ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น

Nissan Note Test Drive At Home

Note

Nissan Note E 19MY

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท, ค่างวด 8,732 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,366 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 39,294 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,800 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.38% และงวดที่ 61 (185,150 บาท), คำนวณจากรุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    *ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และเฉพาะรุ่น E 19MY เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น S MT ราคา 420,000 บาท, ค่างวด 6,933 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 3,467 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 31,203 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท* (คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.18%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

Nissan Almera Test Drive At Home

Almera

  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 4.84%, รุ่น V ราคา 599,000 บาท, ค่างวด 9,662 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,831 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 43,479 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V เท่านั้น
    ** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น

NISSAN TEANA

Leaf

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

New Nissan X-Trail

X-Trail

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN SYLPHY

Sylphy

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN TEANA

Teana

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Nissan Navara Test drive at home

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น DC Black Edition 19MY&20MY ราคา 877,000 บาท, ค่างวด 14,475 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 7,238 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 65,142 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95%, รุ่น KC Black Edition 19MY&20MY ราคา 790,000 บาท, ค่างวด 13,401 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,701 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 60,309 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท, ค่างวด 13,562 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,781 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 61,029 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,400 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16%, ดอกเบี้ย 1.53% และงวดที่ 61 (279,825), คำนวณจากรุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab Calibre EL 6MT เท่านั้น

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018, 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC S ราคา 637,000 บาท, ค่างวด 10,806 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 5,403 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 48,627 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16.4%, ดอกเบี้ย 3.86% และงวดที่ 61 (222,950), คำนวณจากรุ่น KC S ราคา 637,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

All-New-Honda-City-2020

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE

  • ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 1 ก.ค. 63 – 30 ก.ค. 63

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%*
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89% พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99 %* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ
รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0%* พร้อม “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ** ผ่อนเริ่มต้น 6,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 2.29 %* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษสุด!
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 0 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !
รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน

Mazda

All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 0%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ช่วยผ่อนนาน 2 ปี รวมมูลค่า 48,000 บาท
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

all-Model-Promotion

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show สำหรับออกรถยนต์มิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2563

  • ขับฟรี 90 วัน (1)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

(1) เลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไป 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเช่าซื้อ โดยเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรมเป็นไปตามที่สถาบันที่ร่วมรายการกำหนด

Mirage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,901 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Attrage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,150 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Xpander

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Xpander Cross

  • ราคาแนะนำ 899,000 บาท
  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

(1) ราคาเปิดตัว 899,000 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ รุ่น 1.5 4AT CROSS (SUV Version) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว เป็นราคาเฉพาะในช่วงระยะเวลาเปิดตัวสำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

New Pajero Sport

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • เลือกรับ ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี หรือ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ 7 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Triton 4WD

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ Premium Package

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab 4WD 2.4GT Premium 6AT (19MY) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Triton Athlete

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 4,252 หรือ ดาวน์ เริ่มต้น 65,250 บาท
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab Plus 2.4GT-P 6AT ATHLETE ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
ทุกรุ่นรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท*(2) หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%* (4)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 40,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ1,999 บาท ดาวน์ 20.13% (เงินดาวน์ 64,027 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น New Suzuki CIAZ GL CVT ราคา 559,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท ดาวน์ 15.90% (เงินดาวน์ 88,888 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท ดาวน์ 24.33% (เงินดาวน์ 131,645 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 659,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท ดาวน์ 16.07% (เงินดาวน์ 105,869บาท) ผ่อน 84 งวด
*(3) บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้ได้เฉพาะกับสถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เท่านั้น จัดส่งโดยผู้จำหน่ายภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิ รุ่น Swift ดอกเบี้ย 1.09% ที่ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 8,822 บาท คำนวณจากรุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 135,250 บาท) ผ่อน 48 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga และ Carry ที่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อตามเงื่อนไขสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือซื้อรถยนต์เป็นเงินสด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 เท่านั้น โดยกลุ่มลูกค้าที่รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ดังนี้
1. เจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท เพียงแสดงเอกสารรายการจดทะเบียนเจ้าของรถ และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพื่อประกอบการใช้สิทธิ์
2. กลุ่มลูกค้าข้าราชการประจำ รวมถึงพนักงานราชการ (ลูกจ้างสัญญาจ้าง) ลูกจ้างประจำและชั่วคราว พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบริษัทในเครือ และ กลุ่มพนักงานบริษัทมหาชน รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้ซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่เท่านั้น
3. ลูกค้านำรถยนต์รุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาเทิร์นและซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ รับส่วนลดเพิ่มเติม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น เงื่อนไข สำหรับรถเก่า 1 สิทธิ์ ต่อการซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ 1 คัน
*(6) โปรแกรมขับฟรี 90 วัน (เริ่มชำระค่างวดหลังจากรับรถ 90 วัน) สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
** บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ค้นหาผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

 

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9 ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ดาวน์ต่ำ 27,350 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

 

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4 ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ดาวน์ต่ำ 33,750 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 4×4 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,496 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,296 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 30,250 บาท คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(5) ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,253 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,053 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 34,300 บาท คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

 

อีซูซุวี-ครอส 4X4 ใหม่หมด! พลานุภาพ…พลิกโลก!

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม – เมษายน 2563
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. ดาวน์เริ่มต้น 54,950 บาท คำนวณจากอีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน กรณีดาวน์ 5% ดอกเบี้ย 1.8% ผ่อน 48 เดือน
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม 2563
  3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของ อีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดหรือรับข้อเสนอพิเศษอื่นๆที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

ข้อเสนอพิเศษเดียวกับมอเตอร์โชว์ ซูบารุ เอ็กซ์วี ทุกรุ่น ขับฟรีตลอดปี 2020 พร้อมดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1*

ซูบารุ เอ็กซ์วี พร้อมชุดแต่งจีที สร้างขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บริษัท วิศวกรรมชื่อดัง กิเคน และ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี จากซูบารุ คอร์ปอเรชั่น ชุดแต่งจีที ในซูบารุ เอ็กซ์วี

มีองค์ประกอบสี่อย่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ครั้งนี้มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด และระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงานมอเตอร์โชว์

  • ขับฟรีตลอดปี 2020
  • ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ประกันคุณภาพ 5 ปี

ข้อเสนอพิเศษเดียวกับมอเตอร์โชว์ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่น ขับฟรีตลอดปี 2020 พร้อมดอกเบี้ย 0.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1*
ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ชุดแต่ง จีที รุ่นพิเศษประกอบด้วยอุปกรณ์ 5 ชิ้น คือ สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคา และปลายท่อไอเสีย ล้ออัลลอยสั่งทำพิเศษขนาด 18 นิ้ว เบาะหนังแบบทูโทนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องโดยสารของแกรนด์ ทัวร์เรอร์สมรรถนะสูงจากเยอรมนีและอังกฤษ รถยนต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความอเนกประสงค์ที่มีเฉพาะในรถยนต์ซูบารุเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด พร้อมระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงานมอเตอร์โชว์

  • ขับฟรีตลอดปี 2020
  • ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ประกันคุณภาพ 5 ปี

ซูบารุปันสุข ออกซูบารุ บีอาร์ซี หรือดับบลิวอาร์เอ็กซ์วันนี้ ซูบารุสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาท*

Ford

Retail Campaign Q4 on Latest Offer

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 กรกฏาคม 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure สำหรับรุ่น Trend, Titanium, Titanium + 4×2 และ 4×4

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure พร้อมฟรี “โปรแกรม Ford Beyond พร้อมดูแลคุณ นาน 5 ปี”

Ford Beyond: คลิกเพื่อดูรายละเอียด

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

Chevrolet

ข้อเสนอพิเศษ

ลดล้างสต๊อก

นอกจากส่วนลดพิเศษสุดเร้าใจแล้ว รถยนต์เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าอยู่เช่นเดิม

อาทิ

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ครอบคลุมค่าแรงช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ศูนย์บริการและอะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1734 ตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3

  • รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน มูลค่า 36,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 57,000 บาท

MG5

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%  
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG6

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 24,000 บาท

MG GS

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG ZS

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท [1]
  • ขับฟรี 3 เดือน[2]
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.89% [3]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [4]

มูลค่ารวมกว่า 44,000 บาท

MG ZS EV

  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด 
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

มูลค่ารวมกว่า 91,000 บาท

MG HS

  • ราคาเริ่มต้นพิเศษ  885,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 52,000 บาท

MG EXTENDER:

MG Worry Free Campaign

  • ดาวน์เริ่มต้น 0%
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาท

เงื่อนไขลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์

  • กลุ่มอาชีพพนักงานบริษัท ที่มีการรับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น
  • กลุ่มอาชีพข้าราชการ หมายรวมถึง พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานของรัฐ, ตำรวจ/ทหาร และข้าราชการตุลาการ

MG V80

พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท *
มูลค่ารวม 65,000 บาท

Hyundai

ระยะเวลา: 1 พฤษภาคม 2563 – 30 มิถุนายน 2563

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้

(3) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขในข้อ (1) และ (2) ได้

(4) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (3) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring หรือ ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท

Mercedes-Benz

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น

รับข้อเสนอดีๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น*

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25%

รับมอบรถยนต์และเริ่มทำสัญญากับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

*ยกเว้นรุ่น C 300 e AMG Sport, รถแวนและสปรินเตอร์

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon the ALL-IN Offers

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon The ALL-IN Offer

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ PHEV คันใหม่
C 300 e AMG Sport/ C 300 e Avantgarde/ C 300 e AMG Dynamic/
E 300 e AMG Dynamic/ E 300 e Avantgarde/ E 300 e Exclusive/
E 350 e AMG Dynamic/ E 350 e Avantgarde/ E 350 e Exclusive/
GLC 300 e 4MATC AMG Dynamic/ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic/
S 560 e AMG Premium

  • รับข้อเสนอสุดพิเศษ ซื้อ Wallbox ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถามที่ผู้จำหน่ายฯ)

โดยรับมอบรถยนต์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท

รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คันใหม่ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง พร้อมทั้งทำประกันภัยชั้นหนึ่งกับแผนประกันภัย MB Protection ซึ่งประกันภัยโดย บมจ. วิริยะประกันภัย, บมจ. อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ. ไทยศรีประกันภัย

เงื่อนไข

• สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ออกรถยนต์ใหม่เมอร์เซเดส-เบนซ์หรือเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น (ไม่รวมรถยนต์ทดลองขับ รถประเภทฟลีท รถบรรทุก และรถบัส) กับผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และทำสัญญาทางการเงินทุกประเภทกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง กับแผนประกันภัย MB Protection โดยลูกค้าต้องยื่นเอกสารขอสินเชื่อ รับมอบรถยนต์ และเริ่มต้นสัญญาระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2563

• ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะได้รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาทต่อสัญญา • รายการส่งเสริมการขายดำเนินการโดย บริษัท โคโรเนท โบรกเกอร์ จำกัด และจะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันให้กับลูกค้าภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตามที่อยู่ในการจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัย

• สิทธิ์พิเศษข้างต้นไม่สามารถแลกเป็นเงินสด ส่วนลด หรือผลปรโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น และ/หรือ โอนให้ผู้อื่นได้ หากมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกกรมธรรม์หรือสัญญาที่อาจจะส่งผลถึงเงื่อนไขการรับสิทธิ์ข้างต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาการรับสิทธิ์ดังกล่าว

Motor Show 2020

BMW

ข้อเสนอ MOTOR SHOW 2020 จาก BMW เริ่มแล้ววันนี้

รับอัพเกรด BSI Maintenance เป็น 6 ปี สำหรับผู้ที่จองรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นพร้อม BSI Ultimate package

1. รับอัพเกรด BSI เป็น 6 ปี
2. การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
3. สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

พบกันได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือที่ผู้จำหน่ายฯ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BMW Contact Center โทร 1397

10-Most-Valuable-Auto-Companies-In-The-World

ในโลกของเรานี้มีบริษัทรถอยู่มากมาย บางยี่ห้อสามารถพาตัวเองขึ้นมาเป็นมูลค่าอันดับต้นๆ ของโลกได้ ต้องสั่งสมคุณภาพและมาตรฐาน เป็นที่น่าเชื่อถือของผู้ใช้รถได้ยาวนานนับหลายสิบปี หรือร้อยปี จนสามารถผลิตรถได้หลายล้านคันต่อปี และมีโรงงานผลิตกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

การที่บริษัทรถหลายแห่งได้รับความเชื่อใจจากลูกค้ามากมายทั่วโลก ก็ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์พุ่งขึ้นตาม นักลงทุนเชื่อว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายและกำไรได้มาก นั่นก็หมายถึงเงินปันผลที่เขาจะได้รับก็มากไปด้วยเช่นกัน และในขณะเดียวกัน บริษัทรถที่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ หรือลูกค้าเสียความเชื่อมั่น ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น และฐานะทางการเงินของบริษัทโดยเลี่ยงไม่ได้

MR.CARRO ขอนำรายละเอียด 10 อันดับ บริษัทรถยนต์ มูลค่ามากที่สุดในโลก ประจำปี 2020 มาฝากทุกท่านครับ

Tesla-One-Million-Cars-Production

1. Tesla

Tesla มูลค่าบริษัท 200.28 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ก็ว่าได้ สำหรับ Tesla ที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อ 1 กรกฎาคม 2003 โดย Martin Eberhard และเพื่อนของเขา Marc Tarpenning ที่ต้องการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับความสปอร์ตและหรูหรา แล้วก็นำชื่อของ Nikola Tesla ผู้ค้นพบวิธีการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟแบบใช้ก๊าซให้แสงสว่าง เป็นต้น

ต่อมา Elon Musk เห็นว่าแนวคิดตรงกัน เลยเข้ามาลงทุนในบริษัทนี้ พร้อมกับผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกจำหน่าย โดยใช้เวลาเพียง 16 ปี ก็สามารถเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลกได้

ทุกวันนี้ Tesla เปรียบได้กับตัวแทนของเทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต

Toyota-Century

2. Toyota

Toyota มูลค่าบริษัท 172.61 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

จากบริษัทโรงงานทอผ้า Toyoda Automatic Loom Works ที่ก่อตั้งโดย Sakichi Toyoda ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชานักประดิษฐ์” ของญี่ปุ่น ในปี 1929 ได้ขายสิทธิบัตรการผลิตเครื่องทอผ้าอัตโนมัติให้กับ Platt Brothers & Co ประเทศอังกฤษ พร้อมกับนำเงินทุนมาตั้งบริษัท Toyota Motor ลุยกับการผลิตรถยนต์อย่างเต็มตัว

โดย Kiichiro Toyoda ทำหน้าที่รับช่วงต่อ เริ่มผลิตรถ Toyoda AA (โตโยดะ เอเอ) ออกจำหน่ายในปี 1936 จนก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 1 ของโลกของยานยนต์ ที่ครองใจคนใช้รถไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ Toyota ได้แก่ Toyota, Lexus, Daihatsu, Hino และยังถือหุ้นใน Mazda กับ Subaru อีกด้วย

Bye-Bye-Volkswagen-Beetle

3. Volkswagen

Volkswagen มูลค่าบริษัท 78.24 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

เป็นรถที่เกิดขึ้นในยุค Aldorf Hitler (อดอล์ฟ ฮิตเลอร์) หัวหน้าพรรคนาซี เป็นผู้นำประเทศ ในยุคเผด็จการฟาสซิสต์ขวาจัดตกขอบ ผู้สังหารหมู่ชาวยิวนับล้านคนและนำทัพเยอรมนีบุกไปหลายประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1937 ได้มีแนวคิดสร้างรถยนต์สำหรับประชาชนขึ้น โดยตั้งชื่อว่า Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) ตามภาษาเยอรมันที่คำว่า Volk แปลว่า ประชาชน ส่วน Wagen แปลว่า รถยนต์ รวมกันแล้วเป็น “รถยนต์ของประชาชน”

ปัจจุบัน แบรนด์รถในเครือ Volkswagen มีหลายยี่ห้อ ได้แก่ Volkswagen, Porsche, Audi, Bugatti, Bentley, Lamborghini, Skoda, Scania, MAN, Neoplan และ Ducati เป็นต้น

Honda-Civic-Hatchback

4. Honda

Honda มูลค่าบริษัท 43.57 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

Honda ก่อตั้งเมื่อปี 1948 โดย Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนดา) ลูกช่างตีเหล็กแห่งเมืองฮารามัตสุ ผู้หลงไหลในยานยนต์ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ได้ฉายาว่าเป็น Henry Ford ของญี่ปุ่น เริ่มต้นจากการตั้งสถาบันเทคโนโลยีฮอนด้า เริ่มผลิตรถจักรยานติดเครื่องยนต์ รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะก้าวมาสู่การผลิตรถยนต์ รวมไปถึงเครื่องตัดหญ้า เครื่องปั่นไฟ เครื่องยนต์เรือ เครื่องบินเจ็ท และขยายกิจการไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ Honda ได้แก่ Honda และ Acura

5. Daimler

Daimler มูลค่าบริษัท 43.40 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

ชื่อ “Daimler” มาจากบริษัท Daimler Motoren Gesellschaft ของ Gottlieb Daimler (กอตต์ลีบ เดมเลอร์) ผู้ประดิษฐ์รถยนต์ 4 ล้อคันแรกของโลก ที่ถูก Wilhelm Maybach (วิลเฮลม์ มายบัค) เข้ามาสืบทอดกิจการต่อ

ในปี 1926 ได้รวมเข้ากับบริษัท Benz Cie & Co. จึงจับชื่อมาชนกัน แล้วขายรถในชื่อ “Mercedes-Benz” ตั้งแต่ปี 1926 แต่ยังคงใช้ชื่อบริษัทว่า Daimler-Benz ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Daimler-Chrysler เมื่อคราวรวมกิจการกับ Chrysler ในปี 1998 และกลับมาใช้ชื่อ Daimler AG อีกครั้งในปี 2007 หลังจากการแยกตัวของ Chrysler

แบรนด์รถในเครือ Mercedes-Benz ได้แก่ Mercedes-Benz, Smart, Maybach, AMG, Freightliner, Western Star, Bharat Benz, Setra, Fuso, Starliner

Ferrari-SF90-Stradale

6. Ferrari

Ferrari มูลค่าบริษัท 42.29 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Enzo Ferrari (เอนโซ่ เฟอร์รารี่) นักแข่งรถยนต์ในตำนาน เมื่ออายุ 42 ปี ในปี 1940 ซึ่งเคยเป็นนักแข่งรถให้ทาง Alfa Romeo มาก่อน เพื่อผลิตรถแข่งและผลิตรถสปอร์ต ที่มีชื่อเสียงก้องโลกในปัจจุบัน

BMW-Series-3-2019

7. BMW

BMW มูลค่าบริษัท 41.11 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

บีเอ็มดับเบิลยู ถือกำเนิดขึ้นในปี 1916 ที่เยอรมนี โดยวิศวกรเครื่องกลชาวบาวาเรีย 2 คน คือ Carl Rapp และ Max Friz ซึ่งเริ่มต้นผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน โดยใช้ชื่อว่า Bayerische Flugzkugwerke AG แต่ในปี 1918 ก็เปลี่ยนมาผลิตรถยนต์แทน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Bayerische Motoren Werke AG ซึ่งแปลว่า งานผลิตรถยนต์ ของคนบาวาเรีย ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

แบรนด์รถในเครือ BMW ได้แก่ BMW, Mini และ Rolls-Royce

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

8. GM

GM มูลค่าบริษัท 36.21 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

GM หรือ General Motors เคยได้ชื่อว่าบริษัทรถที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาก่อน จดทะเบียนครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายน 1908 ในเมือง Flint รัฐ Michigan  และบริหารงานโดย William C. Durant เจ้าของบริษัทผลิตรถม้า ดูแรนท์ ดอร์ท แคร์ริเอจ (Durant-Dort Carriage Company) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Buick โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Charles Stewart Mott เป็นผู้ริเริ่มนำบริษัทควบรวมกับ Buick และภายหลังเขาก็เป็นผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว ก่อนจะขยายกิจการด้วยการซื้อแบรนด์อื่นมารวมใน GM มากมาย

แบรนด์รถในเครือ Chevrolet, Cadillac, Buick, GMC และ Holden

New-MG-HS-2019

9. SAIC Group

SAIC Group มูลค่าบริษัท 28.31 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

SAIC Group หรือ Shanghai Automotive Industry Corporation เป็นกลุ่มธุรกิจรถยนต์ที่จัดเป็น 1 ใน 4 ยักษ์ใหญ่ของบริษัทรถในจีน มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รวบรวมบริษัทรถหลายแห่งในจีน และในส่วนที่ร่วมผลิตรถยนต์กับบริษัทรถยนต์ของต่างชาติ มารวมกันเป็น SAIC Group ในปี 2011

แบรนด์รถในเครือ SAIC ได้แก่ MG, Maxus, Roewe, Wuling, Baojun และ Sunwin เป็นต้น

BYD-M3

10. BYD

BYD มูลค่าบริษัท 25.18 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

BYD หรือ Build Your Dreams ก่อตั้งเมื่อปี 1995 โดย Wang Chuanfu เติบโตมาจากบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับมือถือ ต่อมาในปี 2002 BYD เข้าซื้อกิจการของบริษัท Tsinchuan Automobile หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน. ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น BYD Automobile Co.,Ltd.

ซึ่ง BYD นับตั้งแต่ปี 2008 เริ่มเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาจำหน่ายมากเป็นพิเศษ จนถึงขนาด Warren Buffet เข้ามาซื้อหุ้นของ BYD บริษัทแม่ถึง 10% (คิดเป็นเงิน ณ ตอนนั้นราว 230 ล้านเหรียญ) จัดได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก (ในแง่ความหลายหลายของผลิตภัณฑ์ มีทั้งรถยนต์ รถบัส รถบรรทุกไฟฟ้า และโรงงานผลิต เป็นต้น) ที่ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว

แบรนด์รถในเครือ BYD ได้แก่ BYD และ Denza เป็นต้น

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Honda-CR-V-RD-G2

นับตั้งแต่ Honda (ฮอนด้า) ได้เริ่มกระโดดลงมาเล่นรถในกลุ่ม SUV อย่างเต็มตัวตั้งแต่ Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) โฉมแรก หรือ “G1” ที่คุ้นหูในบ้านเราเมื่อปี 1995 และเริ่มขายในไทยเมื่อปี 2539

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda CR-V (RD) แนวคิดรองเท้าเดินป่า สู่รถ SUV ยอดนิยมของโลก!

ก็ทำให้ทาง Honda เอง เริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ถ้าเราจะพัฒนารถในกลุ่ม SUV อย่างจริงจัง น่าจะเป็นผลดีต่อทาง Honda เองแน่นอน เพราะอย่าง CR-V โฉม G1 มียอดขายมากกว่า 1 คัน ตามหลังยอดขายของ Civic และ Accord มามากขนาดนี้

ด้วยเหตุนี้ Honda CR-V ในรุ่น G2 ทีมวิศวกรจึงต้องถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอย และความคุ้มค่าด้านต่างๆ เช่น การบำรุงรักษา ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อครองความเป็นอันดับ 1 ของรถ SUV ในไทยอย่างต่อเนื่อง

และในวันนี้ MR.CARRO จะมาแนะนำถึง Honda CR-V มือสอง ในรุ่น G2 กันต่อครับ ว่าเวลานี้ยังน่าใช้มากน้อยแค่ไหน

Honda-CR-V-2001-Concept

แนวคิดในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นที่สอง (G2)

Honda CR-V รุ่นนี้พัฒนาโดยใช้พื้นฐานจาก Honda Civic (ES) หรือ Small Global Platform ด้วยแนวคิดในการพัฒนา ที่เริ่มต้นจากการใช้จุดเด่น และความคาดหมายของลูกค้าที่มีต่อรุ่นแรกมาเป็นรากฐาน ผนวกกับแนวคิด “DQR” คือ

  • Durability ความทนทาน
  • Quality คุณภาพ
  • Reliability ประสิทธิภาพการใช้งาน

Honda-CR-V-2001-Concept

ทุกองค์ประกอบได้รับการปรับปรุง ให้ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติ นับตั้งแต่ความกว้างตัวรถที่เพิ่มขึ้น 30 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 65 มม. ยกเว้นความยาวของตัวรถลดลง 25 มม. รวมถึงมิติของเบาะนั่ง และพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

Honda-CR-V-2001

เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2001 ภายใต้ Concept การออกแบบ “Active Utility ‘More’ CR-V” ต้องให้ความรู้สึก “อิสระ” เวลาไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ออกแบบโดยแผนกดีไซน์ของ Honda เช่นเคย ภายใต้การนำของ Takahiro Hachigo Senior Researcher ของ Honda R&D และ Mitsuhiro Honda ด้วยการปรับรูปโฉมใหม่ทั้งคัน ภายนอกใหม่ หัวใจใหม่

Honda-CR-V-2001

รุ่นฝาท้ายไม่ติดยางอะไหล่ ในหลายเราก็นิยมเปลี่ยนกันหลายคัน

ปรับปรุงตัวรถให้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งคงเอกลักษณ์ของรุ่นเดิมเอาไว้ พร้อมชุดไฟท้ายแบบสี่เหลี่ยมแนวตั้งขนาดยาวขึ้น ฝาท้ายยังเปิดได้เฉพาะกระจก หรือจะเปิดฝาท้ายทั้งบานขึ้นก็ได้

มิติตัวรถยาว 4,535 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,710 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. ส่วนน้ำหนักรถ (เวอร์ชั่นไทย) อยู่ที่ 1,505-1,525 กิโลกรัม

Honda-CR-V-2002-Thai

เพิ่มเนื้อที่ห้องโดยสารให้โปร่งและกว้างขึ้น และถาดวางของ กับที่วางแก้วน้ำที่สามารถพับเก็บได้ ทำให้ผู้โดยสารเดินจากด้านหลัง ไปเบาะหน้า หรือจากเบาะหน้า ไปเบาะหลังได้ เป็นที่ถูกใจโดยเฉพาะเด็กๆ และเบรกมือซ่อนไว้บริเวณคอนโซลกลาง กับคันเกียร์อัตโนมัติ ปรับปรุงใหม่ไว้บริเวณด้านข้างแผงหน้าปัด และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัยคู่ กับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ กับกันขโมยแบบ Immobilizer

และในรุ่น G2 นี้ โต๊ะปิกนิกแบบพับเก็บได้ ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่มีมาให้! พร้อมปลั๊กไฟพิเศษ 12V บริเวณที่เก็บของด้านท้าย เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

Honda-CR-V-2002-Thai

เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเพิ่มจากรุ่น G1 374 ลิตร มาเป็นขนาด 527 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 948 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงและเลื่อนไปชิดกับเบาะหน้า (ซึ่งในรุ่นนี้ เวลาพับเบาะแถวที่สอง สามารถพับได้ในรูปแบบ 60:40 และไม่ต้องถอดพนักพิงศีรษะแล้ว คล้ายกับรถแบบ MPV) หรือจะบรรทุกจักรยานเสือภูเขา ขนาด 26 นิ้ว ก็ได้ถึง 2 คัน โดยที่ไม่ต้องถอดล้อออก

เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ Toe Control Link แม็กเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยประหยัดเนื้อที่ และเกาะถนนได้ดี ซึ่งขยับตัวของชุดช่วงล่างใกล้เคียงกับรุ่นเดิมซึ่งใช้ระบบปีกนกคู่ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น ด้านหลังเป็นแบบ Reactive Link ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง ขนาดกะทัดรัด ช่วยให้เนื้อที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมากขึ้น พร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ กับระบบเบรก ABS, EBD และ BA …

Honda-CR-V-2002-Thai

สำหรับ Honda CR-V รุ่นนี้ในเวอร์ชั่นไทย ประกอบในไทย เปิดตัวในวันที่ 29 มกราคม 2545 นำเสนอในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง มีเฉพาะแบบเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i-VTEC S ราคา 1,146,000 บาท และรุ่น 2.0 ลิตร i-VTEC E ราคา 1,196,000 บาท ซึ่งแพงกว่ารุ่นเดิมเพียง 50,000 บาท เท่านั้น

เครื่องยนต์เบนซินถูกเปลี่ยนมาใช้รหัส K มีระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC (Variable Valve Timing and Lift Electronic Control) เป็นครั้งแรกของ Honda ในไทย กับเครื่องยนต์รหัส K20A4 ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิด 19.4 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 18.53 กม./ลิตร ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. (จากการทดสอบโดยวิศวกรของฮอนด้า)

ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติแบบ Real Time

แค่นี้ก็ขายดิบขายดี ซะจนผลิตไม่ทัน!

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล ไม่มีในไทยก็จริง แต่ในเวอร์ชั่นยุโรป Honda CR-V รุ่นนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกในปี 2004 กับขุมพลังเครื่องยนต์รหัส N22A ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-CDTi ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 34.6 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา 5 สปีด และ 6 สปีด พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ 5 สปีด

Honda-CR-V-2003-Thai

ในมีนาคม 2546 ปรับปรุงเพิ่มเติม ภายในห้องโดยสารเพิ่มโทนสีน้ำตาล Saddle Brown ให้เลือก (มีเฉพาะรุ่นสีภายนอก สีแดง สีเทา สีทอง และสีดำ) และมีรุ่น 7 ที่นั่งให้เลือก ในรุ่นย่อย SF และ EF แต่ขอบอกไว้ก่อน ว่าเบาะนั่งแถวที่ 2 นั้น ปรับเลื่อนไม่ได้ และเหมาะสำหรับให้เด็กๆ นั่งมากกว่า เพราะมีขนาดเล็ก

Honda-CR-V-2003-Thai

Honda-CR-V-2003-Thai

และในปี 2546 Honda ได้เพิ่มรุ่น “Stylish Package” เพิ่มเติม กับชุดกันชนหน้าสปอร์ต, แผงใต้กันชน, บันไดข้าง, กระจกส่องหลัง และ สติ๊กเกอร์ฝาครอบยางอะไหล่สติ๊กเกอร์รูปคนกำลังปีนเขา ที่ได้แบบมาจากการประกวดชิงรางวัลออกแบบฝาครอบยางอะไหล่ของ Honda

Honda-CR-V-Prestige-2004

เดือนมีนาคม 2547 Honda ประเทศไทย ได้แนะนำ “CR-V Prestige” โดดเด่นด้วยสีขาวมุก, เครื่องเล่น DVD พร้อมกล้องมองหลัง และสัญลักษณ์ Prestige ติดด้านท้ายฝาครอบยางอะไหล่

Honda-CR-V-2004

ในรุ่น Minorchange เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส K24A มาเสริมความต้องการของลูกค้า แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที

มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ระบบควบคุมสายคันเร่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ECT (Electronic Throttle Control System) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) และระบบ Grade Logic Control

และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติใหม่ (Real Time 4WD) ให้การตอบสนองในทุกสภาวะของการขับขี่ ให้ความนุ่มนวลต่อเนื่องทั้งการขับขี่แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ส่วนรุ่นย่อยยังมีทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง (แบบ ELF) เหมือนเดิม

ทุบรถ-Honda-CR-V

ภาพจาก Login นายอู @ Pantip.com

แต่ในวันที่ 27 มกราคม 2548 Honda CR-V รุ่นนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้สะดุดขึ้น จนกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้รถ เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ เมื่อคุณเดือนเพ็ญ ศิลาเกษ ได้ทำการ “ทุบรถ” Honda CR-V ป้ายแดง หน้าอาคารชินวัตร 3 เนื่องจากรถมีปัญหาตั้งแต่ซื้อมาใหม่ๆ ตั้งแต่เสียงดังที่เฟืองท้าย แบตเตอรี่เสื่อม สตาร์ทไม่ติด มีอาการกินซ้ายตลอด และยังมีเสียงดังออกมาจากบริเวณท้ายรถ

เข้าศูนย์ซ่อมมาหลายครั้งหลายหนแล้วก็ไม่หาย ทางศูนย์ฯ บอกว่ารถ 100 คัน จะมีปัญหาเพียง 1 คัน เขาบอกว่าลูกค้าคาดหวังเกินไป

จากนั้นจึงมีการเจรจากับทางผู้บริหารของฮอนด้าฯ แต่ได้คำตอบว่า บริษัทไม่มีนโยบายเปลี่ยนรถใหม่ให้ลูกค้า และประโยคที่ว่า “เสียใจ เขาจะไม่ให้ลูกค้ามามีอิทธิพลเหนือบริษัทฯ”

จึงต้องการร้องเรียนขอความเป็นธรรม และประกาศจะทุบรถคันนี้ทิ้งเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ โดยใช้ค้อนปอนด์ ทุบที่กระจกหน้ารถกว่า 10 ครั้ง จนกระจกรถแตก และได้ใช้พลั่วตีที่กระโปรงหน้ารถอีกนับ 10 ครั้ง จนกระโปรงหน้ารถบุบเสียหาย

วันรุ่งขึ้น ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต้องนัด 2 ฝ่ายเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายจึงสามารถตกลงกันได้ โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับซื้อรถยนต์คันดังกล่าวคืนในราคาเต็ม

เรื่องนี้ก็เป็นอันว่าจบซะที …

และในกรณี “Honda CR-V ย้อมแมว” เหตุจากดีลเลอร์ที่จังหวัดนครสวรรค์ ตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าที่เปลี่ยนอุปกรณ์ภายในจากรุ่น Top ที่ต้องเป็นเบาะหนังแท้เป็นเบาะปลอม จนผู้บริโภคออกมาเรียกร้อง ซึ่งทำให้ Honda ต้องแก้ปัญหา ด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในให้ และมีผลสรุปมาว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ แต่เป็นการกระทำของตัวแทนจำหน่ายเอง

รวมไปถึงการที่ Honda ออกมาโฆษณาถึงการประหยัดน้ำมันของรุ่น CR-V แต่ไม่เป็นความจริง จนมีการร้องเรียนไปทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.

ซึ่งก็ทำให้ยอดขาย Honda CR-V โฉมนี้ในเวลานั้น เป๋ไปเลยเหมือนกัน!

Honda-CR-V-Sports-2005

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Honda CR-V “Sports” มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ต ของรุ่นเครื่องยนต์ 2.0i-VTEC E และรุ่นเครื่องยนต์ 2.4i-VTEC EL ด้วยกันชนแบบสปอร์ต แผงกันกระแทกใต้กันชนหน้าและหลัง ฝาครอบไฟตัดหมอก คิ้วขอบล้อ บันไดข้าง สปอยเลอร์หน้า สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง และสัญลักษณ์ “Sports”

แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนเป็นโฉม G3 ในปี 2550

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถแนวๆ Off-Road ที่พอจะลุยๆ ได้ และก็วิ่งใช้งานในเมืองได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้ เวลาฝนตก ถนนลื่น ก็มั่นใจกับระบบ 4WD แบบ Real Time ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยความอเนกประสงค์เช่นเดียวกับในโฉม G1 แต่ในตัว G2 คุณจะได้ความกว้างสบายขึ้นในทุกมิติ และเครื่องยนต์ใหม่ ที่ใช้ระบบ i-VTEC ช่วยให้ขับสนุกมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกเล็กๆ 1-2 คน กับงบประมาณแสนต้นๆ ก็ถอยออกมาขับได้แล้ว

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ตัวรถที่ออกได้ดูลงตัวมากขึ้น (แต่บางคนก็บอกว่าโฉม G1 ดูสวยสปอร์ตกว่า) อีกทั้งเครื่องยนต์ที่ให้อัตราเร่งที่ดีกว่า ทั้งในตัว 2.0 ลิตร แรงม้าเยอะ แรงบิดสูง รวมไปถึงช่วงล่าง ที่เกาะถนนมากขึ้นกว่าเดิม ทนทาน ไม่จุกจิก ขับไกลๆ ก็สบาย แต่เครื่องยนต์กลับกินน้ำมันมากขึ้น (ในขณะที่ถังน้ำมันลดขนาดลง เหลือเพียงความจุ 50 ลิตร) ตามอายุของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น พร้อมทั้งติดแก๊สก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องเนื้อที่เก็บยางอะไหล่

แต่ในรุ่น 2.0 ลิตร เครื่องยนต์จะไม่ทนแก๊สนัก ส่วนในรุ่น 2.4 ลิตร จะประหยัดขึ้นมาหน่อย เนื่องจากเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น (นิดหน่อย)

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบแท้ แบบเทียบ หรือแบบเทียม เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 15,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 130,000-  230,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

10-Expensive-SUV-PPV-Crossover-In-Thailand

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเรานิยมกันหลายรูปแบบ เป็นรถที่เหมาะกับคนมีครอบครัวใหญ่ ไปไหนไปกันได้หลายคน เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

แต่ด้วยงบประมาณของหลายคนเวลานี้อาจมีจำกัด เนื่องจากโดนวิกฤตโควิด-19 กันไปถ้วยหน้า ทำให้การเลือกรถใช้สักคัน ต้องคำนึงถึงราคา และความประหยัดกันมากขึ้น ดังนั้นรถที่ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จึงค่อนข้างเป็นตัวเลือกในตลาดที่มีเยอะมากที่สุด และมีให้ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

All-New-Mazda-CX-8

1. Mazda CX-8 Skyactiv-D XDL (7 ที่นั่ง) ราคา 1,899,000 บาท

Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) ยืนหนึ่งในกลุ่มรถ SUV ราคาสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท (ถ้าเป็นรุ่น XDL Exclusive ราคาจะขึ้นไปอยู่ที่ 2,069,000 บาท) เพิ่งเปิดตัวไปในบ้านเราเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เป็น SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ที่มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม : Mazda สร้างความตื่นเต้น! เปิดตัว CX-8 ใหม่ ในราคา 1,599,000 – 2,069,000 บาท

All-New Mazda CX-8 ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All” ทุกช่วงเวลา…มีค่าไม่สิ้นสุด ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่งดงาม กับ Concept “Less is More” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม จับกลุ่มลูกค้านักบริหารระดับสูง นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ

ภายในหรูหราด้วยห้องโดยสารโทนสีเข้ม แต่งด้วยวัสดุแบบ Real Wood และสีเงิน Satin Chrome ผสานอย่างลงตัวกับเบาะหนัง Nappa (และหนังสังเคราะห์) สีแดง Deep Red พร้อมระบบเสียง Bose รอบทิศทาง กับลำโพง 10 ตำแหน่ง ที่มอบความสุนทรีย์ และระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว

เครื่องยนต์มาพร้อม 2 ทางเลือก ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ตอบสนองที่รวดเร็วแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) 194 แรงม้า

และในรุ่น XDL Exclusive ยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร (รุ่น XDL 7 ที่นั่ง)

Mazda-CX-5-2019

2. Mazda CX-5 Skyactiv-G 2.5 Turbo SP ราคา 1,850,000 บาท

Mazda CX-5 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5) มาพร้อมกับ Concept “เป็นที่สุดในทุกบทบาท” Make All Chapters Remarkable นี้คือรถอเนกประสงค์ที่เป็นที่สุดในคลาส One Class Above ภายใต้การออกแบบ Kodo Design เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งในตัว Turbo รุ่น Top สุดของรุ่น เพิ่งจะเผยโฉมกันไปเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมาเช่นกันครับ

ภายนอกมาพร้อมล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว เฉพาะรุ่น ส่วนภายในตกแต่งด้วยวัสดุสุดประณีต ดุจงานศิลปะ พิถีพิถันทุกรายละเอียดเสมือนงานทำมือ (Hand-Crafted Design) ใช้เบาะหนัง Nappa (และหนังสังเคราะห์) สีแดง Deep Red กับระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilation และระบบเสียง Bose และลายไม้แบบ Real Wood รองรับการเชื่อมต่อ Application บนสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ Mazda Connect บนหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander

จัดว่าเป็นรถ SUV ที่เครื่องแรงทรงพลัง และขับสนุกมากที่สุดอีกคันหนึ่ง โดยใช้ขุมพลังขนาด 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ที่ให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบ Turbo แบบ Dynamic Pressure ระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ตอบสนองรวดเร็วแม่นยำ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

3. Toyota Fortuner 2.8 Legender 4WD ราคา 1,839,000 บาท

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) สำหรับ ฟอร์จูนเนอร์ เองนั้น เพิ่งปรับโฉมล่าสุดไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้เอง ก็ยังเป็นรถอเนกประสงค์ยอดนิยมของคนไทย ทั้งในแบบรถใหม่ หรือรถมือสองก็ตาม โดยโฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือน กรกฎาคม 2558 ภายใต้สโลแกน “Wisdom of a Leader” หรือ “สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ”

อ่านเพิ่มเติม : เจาะจุดเด่น Toyota Hilux Revo 2020 และ Fortuner 2020 ใหม่ มีอะไรน่าสนบ้าง! พร้อมราคาและโปรโมชั่น

มาพร้อมความหรูหรามากขึ้น ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก ปรับกระจังหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแถบกันชนล่างสีเงิน มีหลังคาสีทูโทนให้เลือก ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ และปรับชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่เป็นแบบ LED พร้อมกับ Light Guiding มีกล้องมองภาพรอบคัน พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ ล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว และระบบ Activated Kick Door เปิดประตูหลัง แบบไม่ต้องใช้มือสัมผัส

สำหรับรุ่น Fortuner ธรรมดา ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร GD Super Power ใหม่ ในรุ่น Legender ได้พัฒนาให้มีแรงม้าสูงถึง 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร (Nm) ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบ/นาที

และเพิ่มเพลาปรับสมดุล (Balance Shaft) ในเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้าสู่ห้องโดยสาร

ในรุ่น Off-Road เครื่องยนต์มีการปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบต่อนาที เป็น 680 รอบต่อนาที) สามารถลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง

Ford-Everest

4. Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4×4 10AT ราคา 1,799,000 บาท

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) โฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ตัวรถมากับกระจังหน้าใหม่, ชุดไฟหน้า HID, ล้ออัลลอยแบบก้านคู่ Split-Spoke ขนาด 20 นิ้ว ใหญ่โตโอฬาร

ส่วนห้องโดยสารโทนสีดำ ใช้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า และมีหลังคา Panoramic Moonroof ให้ กับระบบ Infotainment แบบ SYNC 3 ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกล้องมองหลัง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และยังรองรับระบบจดจำเสียง และระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยด้วย

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ที่ Everest จะใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร ใหม่ แบบ Bi-Turbo แรงม้าสูงสุดมากถึง 213 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Ranger Raptor พร้อมจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด กับระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน

Peugeot-5008

5. Peugeot 5008 ราคา 1,759,000 บาท

Peugeot 5008 (เปอโยต์ 5008) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม กลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา กับตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย Peugeot 5008 SUV 7 ที่นั่ง รถ SUV สุดสวยจากเปอโยต์ ที่ออกแบบโดย Gilles Vidal ที่หน้าตาได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเขี้ยวสิงโต ส่วนไฟท้ายออกแบบเสมือนรอยเล็บของสิงโต Lion Claws พร้อมล้อแม็กขนาดใหญ่ 18 นิ้ว

ห้องโดยสารภายในแบบ “i-Cockpit” สุดล้ำ ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น Dials, Navigation, Driving, Minimal และ Personal พวงมาลัยแบบทรงแบน ปาดด้านบนล่างออก ให้การมองทัศนวิสัยได้ดีขึ้น และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย เบาะแถว 2 ออกแบบให้เลื่อนได้ และพนักพิงปรับเอนได้ พร้อมประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า สามารถแหย่เท้าไปใต้กันชนหลัง เปิดได้โดยไม่ต้องสัมผัส

ขุมพลังที่ใช้ เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส EP6FDT แบบ Direct Injection PURE TECH 4 สูบ Twin Scroll Turbo ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Quickshift มีโหมด M พร้อม Paddle Shift และโหมด Sport และระบบ Advanced Grip Control เปลี่ยนโหมดการขับสำหรับสภาพพื้นผิวต่างๆ ให้เลือกได้สะดวกด้วยปุ่มหมุน

Honda-CR-V-2019

6. Honda CR-V DT EL 4WD ราคา 1,699,000 บาท

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 5 นับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2560 ก็ยังคงขายดีอย่งต่อเนื่อง และเป็น CR-V รุ่นปรกในไทยที่ใช้เครื่อวยนต์ดีเซล i-DTEC พอในปีต่อมา จึงมีรุ่น 5 ที่นั่ง ตามมา เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นรถที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดน้ำหนัก และแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้โลหะเกรดสูง

พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น และเบาะนั่งแถวที่สาม พัฒนาให้นั่งสบายขึ้น พร้อมเพิ่มช่องแอร์บนเพดานอีกด้วย

ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร i-VTEC 173 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด แบบ Shift by Wire (ในรุ่นเครื่องยน์ดีเซล) ระบบขับเคลื่อนใีให้เลือกทั้งแบบขับล้อหน้า และขับ 4 ล้อ Real Time AWD

Nissan-X-Trail-2019

7. Nissan X-Trail 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) จัดเป็นรถ Crossover เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ในบ้านเราเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา มีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบ Hybrid (ไฮบริด) ซึ่งเป็นรถ SUV Hybrid รายแรกในประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม : เจาะลึกจุดเด่น! + ตารางราคา-ผ่อน-ดาวน์ Nissan X-Trail ใหม่

ตัวรถภายนอกปรับปรุงใหม่ ใช้กระจังหน้าทรง V-motion รับกับชุดกันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ LED Daytime Running Light แบบใหม่, ไฟตัดหมอกใหม่, กันชนหลังใหม่ รับกับไฟท้ายทรงบูมเมอแรง, มือเปิดประตูข้างใหม่แบบโครเมียม พร้อมล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว (ในรุ่น Top)

ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เป็นแบบ 7 ที่นั่ง ส่วนรุ่น Hybrid เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร จะเป็นแบบ 5 ที่นั่ง ภายในแพรวพราวไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ พวงมาลัยใหม่ทรง D-Shaped ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นอัพเกรดใหม่ NissanConnect A-IVI (Audio Entertainment System และ In-Vehicle Infotainment System) รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน ระบบเปิด-ปิดประตูบานท้ายอัตโนมัติ และเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 171 แรงม้า และรุ่น Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 144 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 41 แรงม้า บนระบบส่งกำลังแบบ Xtronic CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด และระบบขับเคลื่อนแบบขับหน้า กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

Suzuki-Jimny-2019

8. Suzuki Jimny (Monotone) ราคา 1,650,000 บาท

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ด้วยการนำเข้ามาจากญี่ปุ่น ราคาจึงค่อนข้างสูง จัดว่าเป็นรถ Off-Road ขนาดเล็กที่มีกลุ่มแฟนคลับอย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่ในยุคของรุ่น Caribian โดยมาพร้อม Concept “Nobody But Jimny”ซึ่งซูซูกิได้ทุ่มเทศึกษาวิจัยและพัฒนารถยนต์ประเภทออฟโรดอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี 1970

แม้ตัวถังจะเหลี่ยมแบบรถออฟโรดยุค 80 แต่ก็เข้ายุคสมัยด้วยชุดไฟหน้า LED มีระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า ไฟท้ายแบบ LED ซุ้มล้อสีดำรอบคัน และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะปรับได้หลายรูปแบบ พื้นที่เก็บของด้านหลังมีหลายจุด และมีช่องจ่ายไฟสำรอง 2 จุด บริเวณคอนโซลหน้าด้านล่าง และที่เก็บของด้านหลัง

มีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับแบบ Segment Display พร้อมระบบ Infotainment Suzuki Smart Connect เชื่อมต่อแบบไร้สาย พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัย Suzuki Safety Support เป็นต้น

ขุมพลังเป็นขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด  หรืออัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมเกียร์ Transfer ในราคาเริ่มต้นที่ 1,580,000 บาท

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

9. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT Premium 4WD ราคา 1,599,000 บาท

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เพิ่งเปิดตัวโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมานี้เอง มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Diesel ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Peugeot-3008

10. Peugeot 3008 ราคา 1,559,000 บาท

Peugeot 3008 (เปอโยต์ 3008) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม กลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา กับตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย Peugeot 3008 SUV 5 ที่นั่ง รถ SUV สุดสวยจากเปอโยต์ ที่ออกแบบโดย Gilles Vidal ที่หน้าตาได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเขี้ยวสิงโต ส่วนไฟท้ายออกแบบเสมือนรอยเล็บของสิงโต Lion Claws พร้อมล้อแม็กขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น 7 ที่นั่งอย่าง 5008 ประมาณ 60 กิโลกรัม

ห้องโดยสารภายในแบบ “i-Cockpit” สุดล้ำ ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น Dials, Navigation, Driving, Minimal และ Personal พวงมาลัยแบบทรงแบน ปาดด้านบนล่างออก ให้การมองทัศนวิสัยได้ดีขึ้น และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย เบาะแถวสอง พื้นที่กว้างขวาง นั่งสบายไม่อึดอัด และเบาะปรับเอนได้ พร้อมประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า สามารถแหย่เท้าไปใต้กันชนหลัง เปิดได้โดยไม่ต้องสัมผัส

ขุมพลังที่ใช้ เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส EP6FDT แบบ Direct Injection PURE TECH 4 สูบ Twin Scroll Turbo ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Quickshift มีโหมด M พร้อม Paddle Shift และโหมด Sport และระบบ Advanced Grip Control เปลี่ยนโหมดการขับสำหรับสภาพพื้นผิวต่างๆ ให้เลือกได้สะดวกด้วยปุ่มหมุน

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ในงบไม่เกิน 2 ล้านบาท น่าจะถูกใจ และเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงตอนนี้ แต่ถ้าใครอยากหาเงินมาโปะรถคันใหม่ได้มากยิ่งขึ้น ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ เราพร้อมตีราคาให้คุณ ให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายได้อย่างไวใน 24 ชั่วโมง!

เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมิถุนายน 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Carro-Honda-CR-V-RD

ถ้าจะให้พูดถึง รถ SUV ที่มาจากค่ายฮอนด้า ไม่ว่าจะถามคุณผู้ชาย หรือถามคุณผู้หญิง ส่วนมากมักจะนึกถึง “Honda CR-V” (ฮอนด้า ซีอาร์วี) กันมาเป็นอันดับแรก ในฐานรถยนต์แบบ Compact SUV (SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle) ช่วงที่ตลาดรถยนต์ประเภท SUV กำลังเริ่มบูม จนทำให้ Honda ต้องพัฒนารถ SUV รุ่นแรกของค่ายออกมาขายกับเขาบ้าง

ซึ่ง Honda CR-V ได้เปิดตัวสู่ชาวโลกเป็นครั้งแรกในปี 1995 และเป็นที่นิยมไปทั่วโลกจวบจนปัจจุบัน …

และในวันนี้ MR.CARRO จะมาแนะนำถึง Honda CR-V มือสองรุ่นแรก แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานาน 20 กว่าปีแล้ว แต่ CR-V โฉมนี้ก็ยังเป็นที่นิยมของคนรักฮอนด้า แต่ว่ารุ่นนี้ จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ในยุคปี 2020 ยังน่าใช้หรือไม่? เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

Honda-CR-V-1996

Honda CR-V รุ่นแรก ออกแบบโดยแผนกดีไซน์ของ Honda ภายใต้การนำของ Mr.Hiroyuki Kawase และ Mr.Ishibashi โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก “รองเท้าเดินป่า” หรือ “Trekking Shoes” รวมเอาความสะดวกสบายของรถยนต์แบบ Cross Country Off-Road และความเป็น Runabout ของรถซีดาน จนเกิดความมีเสน่ห์ ที่รถรุ่นอื่นไม่มี ซึ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยหลักในการพัฒนาแบบ Think “Right”, Make “Light”

Honda-CR-V-1996

ขั้นตอนในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นแรก

สำหรับคำว่า CR-V เป็นอักษรที่ย่อมาจากคำว่า “Comfortable Runabout-Vehicle” (ยกเว้นในอังกฤษ Honda UK ใช้คำย่อว่า “Compact Recreational-Vehicle”)

Honda-CR-V-1996

แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 9 ตุลาคม 1995 (ปี 2538) แค่เปิดตัวมาเพียงไม่กี่เดือน ก็ได้รับรางวัล Golden My Car Thophy จากงาน Japan Car Design Award ’95-’96 ในเดือนมกราคม 1996 และรางวัล Best Styling Award จากหนังสือพิมพ์ Sport Nippon ไปครองทันทีในเดือนเดียวกัน!

Honda-CR-V-1996

Honda-CR-V-1996

ส่วนในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2539 มาพร้อมกับจุดเด่นที่หลายคนชอบมาก อาทิ ฝาปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย สามารถกางออกมาเป็นโต๊ะปิกนิกได้ เบาะปรับเอนราบได้หมด ใช้แทนเตียงนอนได้ และพื้นห้องโดยสารเรียบ สามารถเดินไปมาระหว่างเบาหน้า-เบาะหลังได้! เพราะมีความกว้างถึง 260 มม.

รุ่นแรกเริ่ม เปิดราคามาที่ 988,000 บาท พร้อมกับ 3 สี ให้เลือก ได้แก่ สีแดง Spanish Rose, สีเงิน Zinc และสีน้ำเงิน Adriatic

Honda-CR-V-1996

มิติตัวรถยาว 4,470 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,705 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. น้ำหนักรถ (เวอร์ชั่นไทย) 1,380 กิโลกรัม

ความสูงจากใต้ท้องรถ 205 มม. มีมุมระยะ Approach ด้านหน้า 31 องศา, มุม Brakeover ใต้ท้องรถ 23 องศา และมุม Departure ด้านท้าย 29 องศา

โดยรุ่นนี้มีการผลิตจำหน่ายในหลายที่ทั่วโลก อาทิ อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และในอังกฤษ

Honda-CR-V-1996

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส B20B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.0 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เวอร์ชั่นต่างประเทศ) และเกียร์อัตโนมัติตรงคอพวงมาลัย 4 สปีด ให้เลือก

Honda ชูจุดเด่นให้กับ CR-V ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Real Time 4WD ติดตั้งปั๊มไฮดรอลิก 2 ตัวที่เพลาขับด้านหน้าและด้านหลัง ปรับการขับเคลื่อนระหว่างขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อให้เอง โดยที่ผู้ขับไม่ต้องสั่งการหรือควบคุมใดๆ

Honda CR-V รุ่นนี้ได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยในช่วงแรก จุดสังเกตง่ายๆ คือมีรูน็อตล้อเพียง 4 รู

Honda-CR-V-50th-Anniversary-1998

ในปี 2542 Honda CR-V ออกรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ Honda 50th Anniversary Edition ด้วยสีดำมุก Starlight กับชุดแต่งทั้งคัน อาทิ สปอยเลอร์หลัง กรอบป้ายทะเบียนหลัง ขอบบังโคลนโครเมียม และปลายท่อไอเสียโครเมียม ในราคา 1,053,000 บาท

Honda-CR-V-1999

ในเดือนธันวาคม 1998 Honda CR-V เวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็ปรับโฉม Minorchange ในญี่ปุ่น พร้อมเปลี่ยนเครื่องยนต์จากรหัส B20B3 เป็น B20Z1 ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 150 แรงม้า (เวอร์ชั่นไทย 147 แรงม้า) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.8 กก.-ม. (เวอร์ชั่นไทย 18.2 กก.-ม.) ที่ 4,500 รอบ/นาที

ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติตรงคอพวงมาลัย 4 สปีด พร้อมระบบ Grade Logic Control ให้เลือก

โดยในโฉม Minorchange ในไทยเปิดตัวในปี 2542 เป็นรุ่นที่ประกอบในไทยแล้ว จุดสังเกตจะมีรูน็อตล้อ 5 รู คอนโซลลายไม้ ที่วางแขนด้านคนขับ และเบาะผ้าลายใหม่ ในราคา 1,073,500 บาท

Honda-CR-V-Limited-Version-2000

เดือนกรกฎาคม 2543 Honda ได้แนะนำ CR-V Limited Version ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษชุดกันชนสปอร์ต สเกิร์ตรอบคัน คิ้วกันสาด ไฟเลี้ยวข้างแบบใส และแผ่นสัญลักษณ์ Limited Version มีให้เลือก 3 สี ในราคา 1,135,000 บาท

Honda-CR-V-Sports-2001

15 มีนาคม 2544 Honda ได้ปรับโฉม Honda CR-V ทุกรุ่นย่อยเล็กน้อย พร้อมแนะนำ CR-V Sports และรุ่นเบาะหนังเพิ่มเติม มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังและไฟเบรก กระจกส่องหลัง บันไดข้างสแตนเลส ฝาครอบกระจกมองข้าง กรอบป้ายโครเมียม คิ้วขอบบังโคลนโครเมียม ปลอกท่อไอเสียโครเมียม และแผ่นป้ายสัญลักษณ์ Sports ในราคา 1,139,000 บาท

และเพิ่มความหรูหราด้วยรุ่นเบาะหนัง และแผงข้างประตูหุ้มหนัง กันชนหน้าหลัง คิ้วกันกระแทกด้านข้าง กระจกมองข้าง กรอบมือจับเปิดประตู และกรอบป้ายทะเบียนมีสีเดียวกับตัวรถ วิทยุเทปแบบ 2DIN พร้อมเครื่องเล่น CD แบบ 6 แผ่นในตัว และฝาครอบล้ออะไหล่พร้อมสติกเกอร์ดีไซน์ใหม่ ในราคา 1,162,000 บาท

ในส่วนของ CR-V รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับล้ออัลลอยลายใหม่ ในราคา 1,115,000 บาท

Honda-CR-V-Limited-2001

และรุ่นทิ้งทวน … ในเดือนพฤศจิกายน 2544 Honda ได้แนะนำ CR-V Limited (อีกครั้ง) โดดเด่นกับชุดกันชนสปอร์ตพร้อมแผงใต้กันชน และชุดไฟตัดหมอกฮาโลเจนรุ่นเลนส์ใส บันไดข้างสแตนเลส สติกเกอร์ลายใหม่ และแผ่นป้ายสัญลักษณ์ Limited ในราคา 1,182,000 บาท มีจำหน่ายเพียง 400 คัน มีเฉพาะรุ่นเบาะหนังเท่านั้น

แล้วขายมาจนถึงปี 2545 … Honda CR-V โฉมนี้ กวาดยอดขายทั่วโลกได้มากถึง 1 ล้านคัน!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถแนวๆ Off-Road ที่พอจะลุยๆ ได้ และก็วิ่งใช้งานในเมืองได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้ เวลาฝนตก ถนนลื่น ก็มั่นใจกับระบบ 4WD ที่ทำงานเองอัตโนมัติ ด้วยความอเนกประสงค์ของตัวรถนี้เอง ทำให้ขายดีมากนับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2539 และก็ยังเป็นรถที่น่าใช้ในเวลานี้ เหมาะยิ่งสำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกเล็กๆ 1-2 คน กับงบประมาณไม่ถึงแสน ก็ถอยออกมาขับได้แล้ว แต่ว่าจะหาสภาพดีๆ ยากหน่อยเท่านั้นเอง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ด้วยการออกแบบที่เน้นให้ใช้งานในเมือง และออกไปลุยๆ ได้บ้างในวันหยุด รวมถึงผู้หญิงก็ขับได้ง่าย ตัวยางอะไหล่ด้านหลัง ติดตั้งให้ต่ำกว่ากระจก ช่วยให้การมองด้านหลังนั้นง่ายขึ้น ไม่บังสายตาแบบรถ Off-Road ทั่วไป และการดีไซน์ภายใน คล้ายกับรถเก๋ง ส่วนชุดคอนโซลเมื่อใช้งานไปนานๆ จะมีความเหลือง หรือด่าง ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรจอดรถตากแดด เพื่อรักษาสภาพให้เดิมๆ ได้นานขึ้น

ส่วนช่วงล่างก็ถือว่าเกาะถนนได้ดีในแบบดับเบิลวิชโบน อิสระ 4 ล้อ เช่นเดียวกับใน Honda รุ่นอื่นๆ แต่จะกระด้างหน่อย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งดี วิ่งด้วยความเร็วสูงแล้วไม่ร่อน (แต่สภาพช่วงล่างก็ต้องดีด้วย!) ประหยัดน้ำมันในระดับหนึ่ง และยังสามารถติดแก๊ส LPG ได้ด้วย บวกกับหมั่นตั้งวาล์วหน่อย และยังมีของแต่งทำขายให้ใส่อีกเพียบ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบเทียบหรือของเทียม ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้ เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 15,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 70,000-120,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

  • Catalogue Honda CR-V
  • นิตยสาร “ฮอนด้าคาร์ส”
  • ย้อนประวัติ Honda CR-V : 22 ปี แห่งความสำเร็จ
  • Honda Factbook
  • LIM-Catalogue
5-Popular-Ambulance-Cars-In-Thailand

ในยุคที่โควิด-19 (COVID-19) กำลังระบาดหนักทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขแลระบบเศรษฐกิจในตอนนี้ โดยอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแพทย์และพยาบาล เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยให้ได้ดีที่สุด อุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงต้องควรมีไว้ให้พร้อมทุกสถานการณ์

แต่นอกจากนั้น หากมีผู้ป่วยอยู่นอกสถานที่ล่ะ จะได้อย่างไร คำตอบคือ ต้องมี “รถพยาบาล” ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อม และเครื่องมือเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่พร้อมใช้งานุกสถานการณ์ ดังนั้น หากเรามีรถพยาบาลที่มีคุณภาพดี พร้อมปฏิบัติทุกภารกิจของระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

มาดูกันว่า ในบ้านเรา ทั้งหน่วยงานสาธารณสุขและโรงพยาบาล นิยมใช้รถพยาบาลรุ่นไหนกันนั้น MR.CARRO จะขอยกตัวอย่างรถพยาบาลที่น่าสนใจ มาเล่าให้ฟัง 4 รุ่นด้วยกัน …

Volkswagen-Type-2-Ambulance-Car

1. Volkswagen Type 2

Volkswagen Type 2 (โฟล์คสวาเกน ที1 หรือ โฟล์ค ตู้) รุ่นแรก T1 หรือ “โฟล์คตู้หน้าวี” ใช้กระจกรถรอบคันแบบ Split Windows อยู่ในสายการผลิตตั้งแต่ปี 1950-1967 ได้ถูกนำเข้ามาในไทยด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมไปถึงรถพยาบาลด้วย

Volkswagen-Type-2-Ambulance-Car

ซึ่งจุดเด่นของรถพยาบาลรุ่นนี้คือ เป็นรถที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้านบนหลังคาจะมีไฟสัญลักษณ์พยาบาล พร้อมไซเรน และสัญลักษณ์ตราพยาบาลข้างตัวรถ มีกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารกับคนขับ มีเก้าอี้สำหรับพยาบาล และเตียงพยาบาลพร้อม

ความสำเร็จของรถพยาบาล Volkswagen Type 2 รุ่นแรก T1 นี้ ทำให้หลังจากนั้น ในบ้านเราจึงมีการนำเข้า และดัดแปลงรถพยาบาลของ Volkswagen มาใช้กันอีกตั้งแต่รหัสรุ่น T2, T3, T4 และรุ่นปัจจุบันอย่าง T5

Volvo-960-Ambulance-Car

2. Volvo 960

ด้านค่าย Volvo ในอดีตมาพร้อมสโลแกน “ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่” ก็เริ่มรุกตลาดรถพยาบาลในบ้านเราด้วย Volvo 245 GL Station Wagon เครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร โดยโรงพยาบาลที่สั่งรถรุ่นนี้มาใช้ มักจะเป็นโรงพยาบาลของ “คริสเตียน” ต่างๆ ทำให้รถรุ่นนี้จึงไม่ค่อยมีให้เห็นนัก

ต่อมาก็จะเป็นรถยอดนิยมของโรงพยาบาลหน่อย อย่าง Volvo 960 (วอลโว่ 960) ที่ดัดแปลงจากรุ่น StationWagon ขยายฐานล้อยาวเป็นพิเศษ ทำเป็นรถพยาบาลโดย Nilsson ประเทศสวีเดน จัดซื้อโดยกระทรวงสาธารณสุข จากโครงการเงินกู้ ระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคาร Skandinaviska Enskilda Banken ของสวีเดน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เมื่อปี 2538-2539 ทั้งหมด 98 คัน

ภายในมีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน มีชุดทำคลอด 1 ชุด เพื่อใช้ทำคลอดฉุกเฉิน มีห้องพยาบาลกว้างขวางยืนได้ บุคลากรปฏิบัติงานได้สะดวกมาก มีระบบกันกระเทือนและความปลอดภัยสูงมาก จำนวน 98 คัน ที่ใช้งานไปได้ไม่นาน สุดท้ายก็ปลดระวางหมด

Honda-Stepwgn-Spada-Ambulance-Car

3. Honda Stepwgn Spada

หลายคนคงงงว่า Honda (ฮอนด้า) มีรถพยาบาลด้วยหรือเนี่ย! คำตอบก็คือ “มีครับ” โดยเป็นการนำ Honda Stepwgn Spada (ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า) ที่ดัดแปลงเป็นรถพยาบาล จำนวน 10 คัน โดย กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมมอบให้กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2555

สำหรับ Honda Stepwgn Spada มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-Hilux-Revo-Ambulance-Car

4. Toyota Hilux Vigo / Hilux Revo

Toyota Hilux Vigo และ Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ และ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) นับว่าเป็นรถพยาบาลที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาก โดยเฉพาะรถกู้ภัย อาสากู้ภัย ต่างนิยมใช้งานกันเป็นอย่างยิ่ง

Toyota-Hilux-Revo-Ambulance-Car

ทั้งในด้านความทนทาน แข็งแรง ราคาไม่แพง สามารถซื้อเครื่องมือปฐมพยาบาลติดรถได้

Toyota-Commuter-Ambulance-Car

5. Toyota Commuter

Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) เป็นรถพยาบาลที่ได้รับความนิยมตลอดกาล จากโรงพยาบาลชั้นนำหลายๆ แห่ง รวมไปถึงโรงพยาบาลของรัฐ ต่างนิยมใช้งานกันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในด้านความทนทาน แข็งแรง อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย และสามารถติดตั้งเครื่องมือพร้อมเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็นในเหตุฉุกเฉินได้มาก ซึ่งก็มีบริษัทและอู่หลายแห่ง ที่รับดัดแปลงรถตู้รุ่นนี้เป็นรถพยาบาลโดยเฉพาะ

สำหรับช่วงนี้ หากใครที่เกิดอาการฉุกเฉินวิกฤต บาดเจ็บ ป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรไปขอความช่วยเหลือได้ที่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เบอร์โทรสายด่วน 1669 นะครับผม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10-Best-Selling-Cars-In-Japan

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยเช่นกัน รวมถึงในประเทศตัวเอง ญี่ปุ่นก็ยังนับได้ว่ามียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน! ซึ่งถ้าจะนับแค่ Toyota เจ้าเดียว ก็ปาเข้าไป 1,547,173 คันแล้ว!)

เนื่องจากรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Prius-2020

1. Toyota Prius จำนวน 125,587 คัน

Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) พูดไปแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่า Prius จะสามารถครองแชมป์รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2019 ได้ ซึ่งสวนทางกับยอดขายทั่วโลกที่ร่วงลง จน Toyota แทบจะคิดว่าเลิกผลิตไปเลยดีมั้ย? นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ด้วยรูปทรงที่สุดแหวกแนว มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid AWD-i ขับสี่ล้อไฟฟ้า E-four ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่

ติดตั้งเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร

Nissan-Note-2020

2. Nissan Note จำนวน 118,472 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในบ้านเรามากนัก แต่ในญี่ปุ่น รถรุ่นนี้ถือว่าขายดีมากเป็นอันดับต้นๆ ของทางนิสสันเลยทีเดียว สำหรับ Note รุ่นนี้ ยังมีตัวรุ่น e-Power พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้การชาร์จด้วยเครื่องยนต์ ที่ในบ้านเราก็จะมีโอกาสได้ใช้กันด้วย และยังมีตัวแต่งจัดเต็มอย่าง NISMO และ Autech ให้เลือกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนรุ่น NISMO (ที่ไม่ใช่ตัวขุมพลัง e-Power) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส HR16DE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที โดยจะจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 254 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-Sienta-2020

3. Toyota Sienta จำนวน 110,880 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2

เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Corolla-2020

4. Toyota Corolla จำนวน 104,406 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan และ Sport มีให้เลือก 2 รุ่นตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Aqua-2020

5. Toyota Aqua จำนวน 103,803 คัน

Toyota Aqua (โตโยต้า อควา) เคยนำเข้ามาขายในไทยในชื่อ Prius C (พรีอุสซี) เมื่อปี 2555 แต่ด้วยราคาที่สูงลิบ (1.33 ล้านบาท) จึงขายแทบไม่ได้จนต้องเลิกขายไป แต่ Aqua เป็นรถที่เคยขายดีที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อปี 2014 แม้ว่าในปัจจุบันจะตกลงมาเป็นอันดับ 5 ก็ตาม โดยโฉมปัจจุบันเป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ตั้งแต่ในปี 2017

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan-Serena-2020

6. Nissan Serena จำนวน 92,956 คัน

Nissan Serena (นิสสัน เซเรนา) รถ MPV ยอดนิยมสุดๆ ของคนญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น เพราะเคยติดอันดับรถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา กับการไมเนอร์เชนจ์ไปในช่วงปี 2019 มีให้เลือกทั้งแบบกึ่ง Hybrid และแบบ e-Power ที่นำเทคโนโลยีจาก Note มาใช้ และยังมีระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติ (ProPilot) เป็นรุ่นแรกในญี่ปุ่น

เครื่องยนต์ยังคงเป็นแบบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้ารหัส SM24 ขนาด 2.6 แรงม้า ในแบบกึ่งไฮบริด เป็นระบบชดเชยกำลัง (Idling Stop) และชาร์จไฟกลับเมื่อยกคันเร่งออก รวมถึงช่วยเพิ่มแรงบิด ให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลงบางเวลา อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.2 กม./ลิตร

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 84 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 26.2 กม./ลิตร

Toyota-Roomy-2020

7. Toyota Roomy จำนวน 91,650 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Toyota Tank อีกด้วย เปิดตัวในปี 2016 เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Toyota-Voxy-2020

8. Toyota Voxy จำนวน 88,012 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda-Freed-2020

9. Honda Freed จำนวน 85,596 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota-Vitz-2020

10. Toyota Vitz จำนวน 81,554 คัน

Toyota Vitz (โตโยต้า วิซ) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 10 ถือว่าน่าพอใจมากสำหรับรถเปิดตัวใหม่หมาดๆ เพราะในปี 2020 นี้ ยอดขายอันดับต้องพุ่งสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

1 2 3 6