ค้นหาบทความ

Category : บริการของเรา

Carro-Ticket-Bangkok-Auto-Salon-2019

อดใจรอเดือนกรกฎาคมนี้!!! ใครที่กำลังมองหารถป้ายแดง รถจักรยานยนต์ใหม่ เตรียมตัวให้พร้อม 5 วันเท่านั้น!!! ในงาน Bangkok International Auto Salon 2019 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2019) ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด World Class Auto Fest เทศกาลรถแต่งระดับโลก ที่คุณจะได้พบกับที่สุดของโปรโมชั่นสุดคุ้ม สุดเด็ด ตอบทุกความต้องการ จากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ชั้นนำ พร้อมใจยกขบวนลดกระหน่ำ ห้ามพลาด!!!

ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในงาน ลุ้นทันที!!! Mazda2 Auto Salon Edition (มาสด้า2 ออโต ซาลอน อิดิชั่น) จากแคมเปญ ซื้อรถลุ้นรถ และรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ท่ามกลางความสนุกแบบเฟสติวัลแห่งปี สุดยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3-7 กรกฎาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ส่วนใครที่สนใจอยากซื้อรถคันใหม่ แต่รถคันเก่าที่ใช้งานอยู่ ไม่รู้จะขายดีหรือไม่ขายดี อย่าลังเลเลยค่ะ! เพราะถ้าไม่ขายตอนนี้ราคารถจะตกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งใครต้องการขายรถออกให้ได้เร็วที่สุด จะได้นำเงินไปซื้อคันใหม่ มาขายผ่านช่องทางที่ดีที่สุดกับ คาร์โร แล้วคุณจะพบกับข้อเสนอที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อีกทั้งรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง และหลังจากปิดการขาย รับเงินสดทันที (คลิก)

Bangkok-Auto-Salon

กิจกรรมแจกบัตร Bangkok International Auto Salon 2019 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ! หมดแล้วหมดเลย!

กติกาดังนี้

  • Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน

การแสดงสิทธิ์รับบัตร เพียงแคปหน้าจอหลังจากกดรับคูปอง ส่งมาได้ทาง Chat Line หรือ Inbox Facebook Carro Thailand ได้เลย

เงื่อนไขรับบัตร : สามารถมารับได้ด้วยตัวคุณเอง ตามที่อยู่ด้านล่าง ถ้าหากไม่สะดวกมารับเอง ก็สามารถสอดซองติดแสตมป์ส่งมาตามที่อยู่ด้านล่างได้

ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ซ.ลาดพร้าว 3 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ : https://bit.ly/2XW8kUG

หมดเขตร่วมสนุก ถึงวันที่ นี้เท่านั้น!!

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ 😍

Bangkok-Auto-Salon

Carro-Ticket-Motorshow-2019

รับไปเลย! บัตรเข้างาน Motor Show 2019
แค่ Add Line มาที่ @Carrothailand

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อรถคันใหม่ แต่คันเก่าที่ใช้งานอยู่ ไม่รู้จะขายดีหรือไม่ขายดี อย่าลังเลเลยค่ะ! เพราะถ้าไม่ขายตอนนี้ราคารถจะตกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งใครต้องการขายรถออกให้ได้เร็วที่สุด จะได้นำเงินไปซื้อคันใหม่ มาขายผ่านช่องทางที่ดีที่สุดกับ คาร์โร แล้วคุณจะพบกับข้อเสนอที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อีกทั้งรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง และหลังจากปิดการขาย รับเงินสดทันที (คลิก)

Bangkok-Motorshow-2018

กิจกรรมแจกบัตร Motor Show 2019 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ! หมดแล้วหมดเลย!

กติกาดังนี้

  • Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน

การแสดงสิทธิ์รับบัตร เพียงแคปหน้าจอหลังจากกดรับคูปอง ส่งมาได้ทาง Chat Line หรือ Inbox Facebook Carro Thailand ได้เลย

เงื่อนไขรับบัตร : สามารถมารับได้ด้วยตัวคุณเอง ตามที่อยู่ด้านล่าง ถ้าหากไม่สะดวกมารับเอง ก็สามารถสอดซองติดแสตมป์ส่งมาตามที่อยู่ด้านล่างได้

ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ซ.ลาดพร้าว 3 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ : https://bit.ly/2XW8kUG

หมดเขตร่วมสนุก ถึงวันที่ 2 เมษายนนี้เท่านั้น!!

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ 😍

Bangkok-Motorshow-2018

ซื้อประกันจะเลือก ซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์-01

ก่อนจะซื้อประกันรถยนต์ไว้ดูแลรถยนต์สักกรมธรรม์ แน่นอนว่านอกจากเลือกชั้นประกันที่ใช่และจ่ายเบี้ยไหวแล้ว เรายังต้องเลือกการซ่อมแซมรถยนต์อีกด้วยว่าจะเลือกแบบไหน “ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์” หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องซ่อมรถขึ้นมา การซ่อมแบบไหนที่เหมาะกับเรา อ่านตรงนี้จะเข้าใจภายในไม่กี่นาที

  • ซ่อมอู่ คือ การซ่อมในอู่ซ่อมรถ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อู่นอกเครือข่ายบริษัทประกันรถ จะต้องสำรองจ่ายก่อน และอู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันรถยนต์ ซ่อมได้เลยไม่ต้องสำรองจ่าย
  • ซ่อมศูนย์ คือ การซ่อมในศูนย์ซ่อมรถยนต์ หรือเรียกว่าซ่อมห้างนั้นเองค่ะ

ระหว่างการซ่อมอู่และซ่อมศูนย์มีข้อดีแตกต่างกันไหม ?

แน่นอนว่า การซ่อมอู่จะมีเบี้ยที่ประหยัดกว่าการซ่อมศูนย์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอะไหล่ที่ใช้ซ่อมนั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ข้อดีของการซ่อมอู่คือมีหลายแห่งใกล้บ้าน และซ่อมไวกว่าเพราะอาจจะไม่ต้องรอคิวนาน

ข้อดีเมื่อคุณเลือกซ่อมอู่

  • มีตัวเลือกเยอะกว่าศูนย์บริการรถยนต์ และมีหลายพื้นที่ สะดวกกว่าเวลาหาที่ซ่อม สามารถเลือกอู่ที่เราไว้ใจและสามารถต่อรองได้ สามารถซ่อมแยกส่วนได้ อะไรเสียก็ซ่อมส่วนนั้น ไม่ต้องเหมายกเซ็ตให้เปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนกับการซ่อมศูนย์
  • เบี้ยประกันรถยนต์ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการส่งซ่อมในศูนย์บริการ
  • เลือกคุณภาพของอะไหล่ได้ตามต้องการ

สรุปการซ่อมอู่เหมาะกับใคร ?  

คนที่มีประสบการณ์ซ่อมรถ และมีอู่ซ่อมประจำที่ไว้ใจได้อยู่แล้ว

ทำความเข้าใจการซ่อมศูนย์หรือซ่อมห้าง

ทำความเข้าใจการซ่อมอู่แล้ว มาถึงคิวการซ่อมศูนย์ถึงแม้จะมีเบี้ยสูงกว่าหน่อย ๆ และคุณจะได้รับการซ่อมแซมที่มีประกันงานซ่อม และสามารถเคลมได้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการนั่นเอง แต่อาจใช้เวลานาน เพราะต้องรอคิวตั้งแต่ส่งเข้าซ่อมและรับรถ

ข้อดีเมื่อคุณเลือกซ่อมศูนย์

  • การซ่อมศูนย์จะใช้อะไหล่ใหม่เอี่ยมจากแบรนด์รถยนต์โดยตรง อุ่นใจได้แน่นอนว่ารถเราจะกลับมาดีในสภาพเดิมด้วยอะไหล่แท้ 100%
  • หากรถประสบปัญหาเครื่องยนต์ ศูนย์บริการจะมีความชำนาญที่ทำให้เราเชื่อมั่นมากกว่า เพราะมีช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำอยู่
  • มีการรับประกันงานซ่อม งานซ่อมได้มาตรฐานเพราะมีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ถ้าซ่อมแล้วมีปัญหาก็สามารถนำมาเคลมได้อีก

สรุปการซ่อมศูนย์เหมาะกับใคร ?

เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งถอยมาหมาด ๆ รวมทั้งคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการซ่อมรถ อย่างไรก็ดี การซ่อมศูนย์อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้รถเร่งด่วน หรือจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน เพราะต้องรอคิวซ่อมรถ

เป็นอย่างไรบ้าง พอเข้าใจแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าระหว่างซ่อมอู่และซ่อมศูนย์มีข้อดีที่แตกต่างกัน ดังนั้น เลือกให้เหมาะกับคุณ จะดีที่สุ๊ดล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th

MotorExpo-2018-Free-Ticket

เข้ามาร่วมสนุกได้ที่ Fanpage “Carro Thailand” เท่านั้น!

Motor-Expo-2016

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ภายใต้แนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ” หรือ “Enjoy Driving! Before Driverless Era” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้ รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

free Motorexpro

Carro แจกบัตรฟรี Motor Expo 2018 ท่านละ 2 ใบ ง่ายๆ ตามกติกาด้านล่าง

1. กด Like Fanpage facebook Carro Thailand และ Share โพสต์นี้ https://goo.gl/kDwbPV ไปที่หน้า Facebook ของคุณ  พร้อมติดแฮชแท็ก #ขายรถต้องที่คาร์โร (อย่าลืม! ตั้งเป็น “สาธารณะ” )
2. แท็กเพื่อนอย่างน้อย 1 คน ใต้คอมเมนต์ของโพสต์

การตัดสิน: แอดมินจะคัดเลือกผู้ที่ทำตามครบทุกข้อ จะไปตอบคำเมนต์ว่า “ยินดีด้วย คุณคือผู้โชคดี”

หลังจากนั้นคุณสามารถเดินทางมา รับบัตรได้ที่ : บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ลาดพร้าว ซอย 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) 

เฉพาะเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ – https://bit.ly/2nHtmWi

หมดเขตร่วมสนุก 5 ธันวาคม 2561 อย่าลืม Share กันเยอะๆ บัตรมีจำนวนจำกัดนะครับ

Carro-Toyota-Hiace-Commuter-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถตู้รุ่นถือได้ว่า ขายดีและขายได้มากที่สุดของ Toyota นั่นคือ … Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1967 ถึงปัจจุบันก็ 52 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น และยังเป็นที่นิยมของรถตู้ในบ้านเราอีกด้วย

สำหรับรถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) จัดได้ว่าเป็นรถตู้ยอดนิยมในตลาดอันดับ 1 ก็ว่าได้ มีทั้งรถตู้ขนของ รถตู้รับจ้าง รถตู้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งทนทาน ซ่อมง่าย ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง (ประจำปี 2562) Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ทาง Carro ขอประเมินราคาเฉพาะรุ่น “หัวจรวด” และรุ่นปัจจุบัน ที่ทาง Toyota เริ่มต้นขายรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2532 – 2547 และ 2547 – ปัจจุบัน นะครับ ไปเช็คราคากันได้เลยครับ!

Toyota Hiace โฉมปี 1989-2004

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1989-1993

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 80,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 80,000 บาท
  • Hiace ตู้ Hi-Roof ดีเซล 2.4 ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 90,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1993-1996

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงยาว หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 150,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1997-2000

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 180,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 180,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 230,000 บาท
  • Super Wagon ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงสั้น ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 160,000 บาท
  • Super Custom ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 160,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 2001-2004

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ -150,000 – 250,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ -150,000 – 250,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 200,000 – 310,000 บาท
  • Super Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • Grand Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 190,000 บาท

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2004-ปัจจุบัน

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2004-2006 (Hiace / Commuter ประกอบในญี่ปุ่น)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 400,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 650,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2006-2011 (Hiace ประกอบในมาเลเซีย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 500,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 600,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 600,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 840,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 630,000 บาท
  • Ventury Majesty เบนซิน 2.7 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 730,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2012-2015 (Commuter ประกอบในไทย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 1,180,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 660,000 – 1,140,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2015-ปัจจุบัน

  • ดีเซล 3.0 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 780,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 M/T – A/T หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 1,100,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 G – ดีเซล 3.0 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 860,000 – 1,300,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้รถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) หรือ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองติดต่อสอบถามกับทาง Carro ได้ครับ หรือคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถใช้งานได้อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

เหตุผลที่รถทุกคันต้องต่อ พ.ร.บ. รถยนต์

ทำไมต้องทำ พ.ร.บ.รถ?

แน่นอนว่าการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน เราไม่มีทางรู้เลยว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถใหม่หรือรถยนต์มือสอง และรถคันไหน ๆ ก็ต้องมี พ.ร.บ. ติดรถทุกคัน

ซึ่งมีชื่อเต็ม ๆ ว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ” (Compulsory Third Party Insurance) เพราะเป็นประกันรถยนต์ภาคบังคับที่กฎหมายจราจรบัญญัติให้ทุกคันต้องทำเพื่อให้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีหรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่าป้ายวงกลมนั้นแหละ ว่าแต่ะ พ.ร.บ. ยังมีข้อดีอะไรบ้างนั้น ? เราจะเล่าให้ฟัง

  1. พ.ร.บ. รถยนต์ มีไว้ต่อภาษีประจำปี หรือป้ายวงกลม

ไหน ๆ เราก็ต้องจ่ายเงินทุกปี ๆ ก็ต้องรู้ประโยชน์ของ พ.ร.บ. รถยนต์กันบ้างล่ะ ต้องยอมรับว่าคำว่า พ.ร.บ. รถจะเป็นคำคุ้นชินกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าระบุความหมายจริง ๆ โดยอ้างอิงข้อมูลจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปี 2535 ระบุว่า “รถทุกชนิดต้องทำ พ.ร.บ. ก่อนจึงจะต่อทะเบียนรถได้”

แม้ว่าการต่อ พ.ร.บ. จะเป็นเรื่องง่ายที่ทำได้เอง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะอาจจะลืมวันขาดต่อได้เช่นกัน แนะนำจดรายละเอียดไว้ให้ดี เพราะหากรถยนต์คันไหนขาดต่อ หรือไม่มี พ.ร.บ. มีความผิดตามกฎหมายจราจรอาจมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

 

  1. ช่วยค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นกรณีเกิดอุบัติเหตุ

เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สิ่งที่คุณต้องรู้เลย คือการต่อพ.ร.บ. เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานหากเกิดอุบัติเหตุ คือ ดูแลความเสียหายต่อชีวิต ซึ่งจะช่วยดูแลคุณเบื้องต้นหากเกิดการบาดเจ็บ เช่น ค่ายา, ค่าบริการทางการแพทย์, ค่าห้องพัก, ค่าพาหนะนำผู้บาดเจ็บไปสถานพยาบาล และค่าอุปกรณ์รักษา สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามจริง (สำรองจ่ายก่อน) แต่ไม่เกินคนละ 30,000 บาท โดยต้องเตรียมเอกสารไปที่บริษัทกลางประกันภัย ดังนี้

  • ใบแจ้งความบันทึกประจำวัน
  • ใบรับรองแพทย์/ใบเสร็จรักษาพยาบาล
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบอุบัติเหตุ

หลังจากติดต่อยื่นเอกสารกับบริษัทกลางประกันภัยแล้ว คุณจะได้รับเงินชดเชยตามสิทธิภายใน 7 วันทำการ จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคาร ฯลฯ และต้องแจ้งใช้สิทธิภายใน 180 วันหลังจากเกิดเหตุครับ

 

  1. จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร

หากประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต พ.ร.บ.จะช่วยจ่ายค่าเยียวยากรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวรโดยจะได้รับเงินคนละ 35,000 บาท ในกรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล แล้วเสียชีวิตลงในภายหลังก็จะได้รับค่าชดเชยรวมกัน [30,000 บาท (ข้อ2) +35,000 บาท (ข้อ 3)] คนละไม่เกิน 65,000 บาทซึ่งต้องนำใบมรณะบัตร และหลักฐานอื่น ๆ มายื่นด้วย หากผู้ใดยื่นคำขอรับค่าเสียหายอันเป็นเท็จ จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

 

  1. จ่ายสินไหมทดแทน เมื่อพิสูจน์ได้ว่า “ผู้เคลมเป็นฝ่ายถูก”

กรณีที่คุณเป็นฝ่ายถูกหลังจากการพิสูจน์หลักฐานแล้ว พบว่า คุณเป็นฝ่ายถูกต้องไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จะได้รับค่าสินไหมทดแทน หรือค่าทำขวัญ ได้แก่

  • รักษาพยาบาลจากอาการบาดเจ็บ 80,000 บาทต่อคน
  • กรณีเสียชีวิตหรือพิการจากอุบัติเหตุดังกล่าว พิจารณาตามเกณฑ์ จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 200,000 – 300,000 บาทต่อคน
  • รับค่าชดเชยหากเป็นผู้ป่วยใน 200 บาทต่อวัน แต่ไม่เกิน 20 วัน (รวมไม่เกิน 4,000 บาท)
  • วงเงินคุ้มครองรวมกันสูงสุดไม่เกิน 304,000 บาท
  • วงเงินคุ้มครองรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 5 ล้านบาท/ครั้ง
  • วงเงินคุ้มครองรถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง 10 ล้านบาท/ครั้ง

อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น และใช้เวลาเบิกจ่ายประมาณ 7 วัน มิได้คุ้มครองความเสียหายส่วนทรัพย์สินหรือส่วนรถยนต์แต่อย่างใด

หลังจากอ่านบทความนี้ เราหวังว่าคุณคงได้คำตอบของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องทำ พ.ร.บ.รถกันแล้วนะครับ”และสนใจต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ต่อกับ frank.co.th ได้เลย รับเอกสารทันทีภายใน 3 นาที ไม่ต้องรอให้ยุ่งยาก ไม่ต้องออกบ้านให้เสียเวลา พร้อมยื่นจดภาษีประจำปีได้เล้ย!!

 

ข้อมูลจาก frank.co.th

ขายรถ Carro

ก่อนลงขายรถ เตรียมตัวง่ายๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้

ขายรถ Carro

1. ล้างรถ

คุณควรทำให้สภาพรถดูดี และสมบูรณ์ เพราะผู้ซื้อรถมือสองทุกคนก็อยากได้รถที่มีสภาพใหม่ เป็นรถที่สภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้นคุณก็ควรที่จะนำไปตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกภายใน ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์ รวมไปถึงเปลี่ยนถ่ายของเหลวต่างๆ อีกทั้งทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในรถ ให้ดูสะอาด แค่นี้รถคุณก็จะเป็นที่น่าสนใจมากแล้วค่ะ

2. เช็กราคา

ก่อนที่คุณจะลงขายรถ ควรเช็กราคากลางของรถเสียก่อน โดยเช็กจากเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสองเช่น เว็บ Carro เพื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ของคันอื่นๆ ว่าตั้งราคาไว้กันประมาณเท่าไหร่ หรืออาจใช้วิธีเอารถเข้าไปเต็นท์รถเพื่อตีราคา (ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินกับค่าประเมินราคารถ สามารถส่งรูปรถมาให้ Carro ตีราคาก่อนได้ Free!) ซึ่งถ้าเป็นรถตลาด สภาพดี และเป็นสีที่ได้รับความนิยม เช่น สีชาว สีบรอนซ์ สีทอง ใช้เวลาไม่นาน ก็ขายได้แน่นอน

การตั้งราคาโดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาที่ตั้งไว้อาจจะมีต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ก็ได้ ราคามือสองจะแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

และจะมีค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ ที่ลดลงทุกปีตามอายุของรถ โดยราคาตกลงมาสุดเลยจริงๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1-3 หมื่นบาท/คัน (ยกเว้นประเภทรถรุ่นหายากๆ หรือรถที่นิยมเล่นกันเฉพาะกลุ่ม ราคาอาจจะคงที่ต่อเนื่องหลายปี ถึงราคาตกแต่ไม่ตกมากนัก เป็นต้น)

3. ข้อมูลรถ

คุณควรจะบอกตามสภาพรถจริง ว่าตรงไหนดี ตรงไหนชำรุด มีชนมาบ้างหรือไม่ วิ่งมามากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ผู้ซื้อจะได้สบายใจในระดับนึง และที่สำคัญเลยข้อมูลของรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่นย่อย ปี และรถยังติดไฟแนนซ์อยู่ไหม? ติดอยู่เท่าไร พอผู้ซื้อถามจะได้ตอบได้ถูกต้องอย่างครบถ้วนค่ะ ทำให้การดำเนินการซื้อขายรถเป็นไปอย่างรวดเร็ว (ถ้าคุณไม่ทราบว่ารถของคุณเป็นรุ่นย่อย หรือปีอะไร สามารถดูในเล่มทะเบียนค่ะ)

 

พรบ., เอกสารประกันภัยรถยนต์,ภาษีรถยนต์ประจำปี

4. เอกสาร

คุณควรเตรียมเอกสารสำคัญเพื่อให้กับผู้ซื้อได้มั่นใจว่าเป็นรถถูกกฎหมาย เช่น มีเล่มทะเบียนที่ถูกต้อง (ถ้ากรณียังผ่อนไม่หมดสามารถใช้สำเนาเล่มทะเบียนแทนได้ค่ะ) พรบ., เอกสารประกันภัยรถยนต์,ภาษีรถยนต์ประจำปี แต่ถ้าภาษีรถขาด ก็ควรบอกให้ผู้ซื้อได้รับรู้  (ถ้าขาดต่อเกิน 3 ปี คาร์โร มีวิธีมาแนะนำ คลิก)

ซึ่งเอกสารของคุณที่ต้องเตรียมไป ได้แก่

  • สำเนาบัตรป.ช.ช ที่ยังไม่หมดอายุ (เพื่อจะได้โอนรถไปยังเจ้าของใหม่ได้)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสุดท้าย ต้องมีเอกสารการโอนรถให้ผู้ซื้ออย่างถูกต้อง (ซึ่งถ้าเป็นส่วนนี้ Carro จะเตรียมพร้อมให้กับผู้ลงขายรถทุกท่านค่ะ)

ขายรถ Carro

5. ถ่ายรูป

เมื่อคุณทำความสะอาดรถเรียบร้อย และเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออกนอกรถ ก็เตรียมหามุมสวยๆ ถ่ายรูปรถ เพราะรูปภาพที่ได้องค์ประกอบดี มุมต่างๆ ดูสมส่วนและสวยงาม ย่อมทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ใครถ่ายรูปไม่สวยอาจกังวล ไปดูวิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย คลิก > https://goo.gl/rQkFYJ

ถ้าทำครบกันแล้ว อย่าลืม มาลงขายรถแบบด่วนๆ ได้ที่ Carro นะคะ สามารถไปกรอกรายละเอียดรถใน Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ Fanpage “Carro Thailand” ค่ะ

Carro-Honda-City-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Honda City ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถยนต์นั่งในรูปแบบ Sub-Compact ยอดนิยมที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของ Honda นั่นคือ … Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2539 ถึงปัจจุบันก็ 22 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 4 เจเนอเรชั่น เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ยอดขายนั้นมีมากมายขนาดไหน

แถมยังเป็นรถที่คนเล่นรถมือสอง นิยมซื้อมาใช้ในหลากหลายภารกิจ ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ขับรถไปส่งลูก ส่งของ ทำธุระ หรือจะได้ขับออกต่างจังหวัดก็ได้ เป็นรถที่จัดว่าขับสนุก ช่วงล่างใช้ได้ ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง Honda City (ประจำปี 2562) ตอนนี้ อยู่ในตลาดที่ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Honda City โฉมปี 1996-2002

Honda-City-Gen-1

รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ปี 1996-1999 (นับรวม City S ที่ออกมาในปี 1997 ด้วย)

  • 1.3 Li / LXi / EXi ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 70,000 บาท

เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในปี 1997

รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทุกรุ่นย่อย ปรับเป็นรุ่น “Limited” (เพิ่มกุญแจรีโมท / พนักเท้าแขน / ไฟเบรกดวงที่ 3 / แผ่นรองป้ายทะเบียนโครเมียม / คิ้วบันไดสแตนเลส) ในปี 1998

  • 1.5 LXi / EXi / EXi Airbag / LXi-S / EXi-S ราคามือสองโดยประมาณ 40,000 – 75,000 บาท
  • 1.5 R ใส่ชุดแต่งทั้งคัน (ปี 1997) ไม่พบการซื้อ-ขาย รุ่นนี้ ในท้องตลาด

ปี 1999 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City Type Z” + เครื่องยนต์ VTEC LEV

  • 1.5 Li / EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 110,000 บาท
  • รุ่น Millennium (ปี 2000) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 110,000 บาท
  • 1.5 LXi (ปี 2001) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 90,000 บาท
  • รุ่น Smart เพิ่มเครื่องเสียงชุดใหญ่จาก KENWOOD และสัญญาณกันขโมย (ปี 2001) 1.5 EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 110,000 บาท

Honda City โฉมปี 2002-2009

Honda-City-Gen-2

ปี 2002 เครื่องยนต์ i-DSi

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 190,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 200,000 บาท

ปี 2004 เพิ่มเครื่องยนต์ VTEC

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 190,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 140,000 – 200,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 210,000 บาท
  • 1.5 E-V MT (AS) / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 210,000 บาท
  • 1.5 Sports E-V MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 210,000 บาท

ปี 2005 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City ZX”

  • 1.5 A (เครื่อง i-DSi) MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 145,000 – 250,000 บาท
  • 1.5 V MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 170,000 – 250,000 บาท
  • 1.5 SV MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 180,000 – 260,000 บาท
  • 1.5 EV AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 180,000 – 260,000 บาท
  • 1.5 LV (เบาะหนังแท้) AT (AS) (ปี 2006) ราคามือสองโดยประมาณ 180,000 – 260,000 บาท

Honda City โฉมปี 2009-2014

Honda-City-Gen-3

*รวมรุ่นปี 2011 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 230,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 V AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 SV AT (SRS) ราคามือสองโดยประมาณ 290,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V Society AT / AT (SRS) (ปี 2011) ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 380,000 บาท
  • 1.5 V Modulo AT (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 430,000 บาท
  • 1.5 V Wise Edition AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 380,000 บาท
  • 1.5 SV AT (VSA) (ปี 2013) ราคามือสองโดยประมาณ 425,000 – 460,000 บาท

ปี 2012 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 295,000 – 400,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 440,000 บาท

Honda City โฉมปี 2014-ปัจจุบัน

Honda-City-Gen-4

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 530,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 420,000 – 550,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 460,000 – 599,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 480,000 – 600,000 บาท

ปี 2014 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 420,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 430,000 – 500,000 บาท

ปี 2017 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 455,000 – 510,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 520,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 520,000 – 530,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 530,000 – 600,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 620,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

ซื้อประกันภัยออนไลน์

ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ดีจริงหรือ ต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ?

ยุคออนไลน์ที่โซเชียลและอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผู้ขับขี่รถยนต์คงมีคำถามว่าเลือกต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี เพราะมีบริษัทฯ ประกันรถยนต์ออนไลน์หลายแบรนด์ให้เลือกมากมายเต็มไปหมด จนเลือกไม่ถูก แบบนี้จะต้องพิจารณาซื้อประกันรถยนต์จากอะไร

อย่าเพิ่งกังวลไปเพราะเรารวบรวมเทคนิคเลือกประกันรถยนต์ออนไลน์มาให้ชาว Carro แล้ว

 

1. พิจารณาจากความมั่นคง และความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ

เพราะการซื้อประกันรถยนต์สักกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2/2+ หรือประกันชั้น 3/3+ แน่นอนว่าผู้ซื้อย่อมต้องการความคุ้มครองสูงสุด มีความคุ้มค่าดูแลชีวิตและทรัพย์สิน หากประสบกับเหตุไม่คาดฝัน นอกจากพิจารณาที่เบี้ยประกันราคาไม่แพง หรือมีราคาเหมาะสมแล้ว

การเลือกต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดีคุณจะต้องพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ประกันภัยออนไลน์ กล่าวคือ ต้องมองหาเลขที่ใบอนุญาตตัวแทนนายหน้าประกันวินาศภัยที่บริษัทประกันนั้น ๆ ได้รับจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ค.ป.ภ.) ซึ่งต้องระบุอย่างชัดเจน เช่น (OIC license for non-life insurance registration number : XXXXX/XXXX) บนเว็บไซต์ประกันออนไลน์นั้น ๆ ลองสังเกตดูให้ดีก่อนซื้อหรือต่อประกันรถยนต์นะ

 

2. พิจารณาการดูแลของบริษัทฯ

เนื่องจากการต่อประกันรถยนต์ คือ การซื้อการดูแลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เช่น รถชน, รถไฟไหม้, รถยนต์สูญหาย หรือภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมจนรถเสียหายสตาร์ทไม่ติด เป็นต้น เพื่อให้ได้รับกรมธรรมคุ้มครองอุบัติเหตุเบื้องต้น

  • ดูแลค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ มีความจำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมทั้งทุพพลภาพถาวรและชั่วคราวจากอุบัติเหตุ
  • ชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนบุคคล ตามเงื่อนไขประกันรถยนต์ที่ระบุไว้
  • คุ้มครองหากเกิดคดีฟ้องร้อง และผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก ประกันรถยนต์มีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีตามเงื่อนไขในกรมธรรม์

นอกจากพิจารณาเงื่อนไขกรมธรรม์เบื้องต้นที่เล่ามาแล้ว ก่อนต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ เราจะต้องพิจารณาจากบริการอื่น ๆ ที่มีเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น คือ มีบริการเสริมที่แตกต่างดูแลเราดีแค่ไหน เช่น บริการรถใช้ระหว่างซ่อมสำหรับประกันชั้น 1 จาก Frank หากประสบอุบัติเหตุ และมีความจำเป็นต้องส่งรถซ่อมในศูนย์หรือซ่อมอู่ ในเงื่อนไขที่รถยนต์คันนั้นไม่สามารถขับเคลื่อนได้  

ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ไหนดี3. พิจารณาจากรีวิวลูกค้า

จะต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ทั้งที ยุคมาร์เก็ตติ้ง 4.0 ที่สื่อโซเชียลมาแรงเช่นนี้ การรีวิวจากลูกค้าที่ใช้จริง หรือคะแนนความพึงพอใจเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ซื้อประกันต้องพิจารณาร่วมด้วย โดยพิจารณาจากการเสิร์ซหาข้อมูล เช่น “ประกันรถยนต์ที่ไหนดี” อ่านคอมเมนต์ตามเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ และบล็อกพันทิป ฯลฯ เพื่อตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์หรือต่อประกันรถออนไลน์ ว่าประกันแบรนด์นั้น ๆ มีบริการเป็นอย่างไรดีแค่ไหน ก็จะช่วยให้การตัดสินใจต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  

4. พิจารณาสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

ไม่มีใครอยากโชคร้าย ดังนั้น การต่อประกันติดรถยนต์ไว้ ถือเป็นการป้องกันภัยเบื้องต้น ดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” หลาย ๆ คนอาจจะมีความคิดว่า “เราจะต่อประกันรถยนต์ไปทำไมในเมื่อก็ขับขี่ปลอดภัย และไม่ได้เบิกเคลมอยู่แล้ว” หากใครที่คิดเช่นนี้ เราอยากจะบอกว่า การที่เราไม่ได้เบิกเคลมประกันรถยนต์นั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ

ฉะนั้น การต่อประกันรถยนต์สักกรมธรรม์เราควรมองหาสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่ให้มากกว่าการคุ้มครองดูแลคุ้มครองด้านอุบัติเหตุ เช่น ของแถม, การให้ส่วนลดต่าง ๆ, ดีลพิเศษ พร้อมกับโปรโมชันดี ๆ ที่ตรงใจสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคุณ นี่ถือเป็นเรื่องโอเค ดีต่อใจ และคุ้มค่ากับกับการจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละปีไงล่ะจ้ะ

หลังจากอ่านจบแล้ว หวังว่าชาว Carro คงจะมีไอเดียต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ หรือซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์กันแล้วนะครับ

 

ข้อมูลจาก Frank.co.th

Cover-Carro-Toyota-Fortuner-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Toyota Fortuner ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถยนต์อเนกประสงค์ที่ขายดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่งของโตโยต้า นั่นคือ “Toyota Fortuner” ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2548 ของโครงการ IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์อย่างล้นหลาม ยอดจองมากมาย กลายเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV ในประเทศไทย และยังเป็นรถยอดฮิตในตลาดต่างประเทศ อีกด้วย

ย้อนไปเวลานั้น … หลายคนอาจจะซื้อรุ่นนี้ ในตอนที่ยังเป็นรถป้ายแดงไม่ไหว เนื่องจากมีราคาอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านบาทได้ ก็ต้องมามองหารถมือสองดู เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า และสามารถนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจ หรือจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นได้

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง Toyota Fortuner (ประจำปี 2562) ตอนนี้ อยู่ในตลาดที่ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Toyota Fortuner โฉมปี 2004 (ปลายปี) -2008

Toyota-Fortuner

  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 405,000 – 520,000 บาท
  • 3.0 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 385,000 – 670,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Exclusive (ปี 2005-2006) ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 620,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Smart (ปี 2006-2007) ราคามือสองโดยประมาณ 540,000 – 650,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 385,000 – 570,000 บาท

Toyota Fortuner โฉมปี 2008-2011

Toyota-Fortuner

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 580,000 – 730,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 495,000 – 780,000 บาท
  • 3.0 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 950,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 800,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto (ปี 2009) ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 750,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto II ปี 2010) ราคามือสองโดยประมาณ 750,000 – 850,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo I / II (ปี 2009-2010) ราคามือสองโดยประมาณ 625,000 – 800,000 บาท

Toyota Fortuner โฉมปี 2011-2015

Toyota-Fortuner

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 640,000 – 850,000 บาท
  • 2.5 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 700,000 – 900,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 860,000 บาท
  • 3.0 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 760,000 – 1,120,000 บาท
  • 3.0 V 2WD 50 ปี โตโยต้า (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 780,000 – 1,050,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo (ปี 2012 – 2015) ราคามือสองโดยประมาณ 760,000 – 1,120,000 บาท

Toyota Fortuner โฉมปี 2015-2018

Toyota-Fortuner

  • 2.4 G MT 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,000,000 – 1,120,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,050,000 – 1,350,000 บาท
  • 2.7 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,230,000 – 1,360,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,350,000 – 1,490,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,140,000 – 1,530,000 บาท
  • 2.8 V 4WD TRD Sportivo ราคามือสองโดยประมาณ 1,380,000 – 1,560,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ถึงไม่มีเงินล้าน คุณก็เป็นเจ้าของ Toyota Fortuner ได้เช่นกัน ถึงจะเป็น Toyota Fortuner มือสองก็ตามที การได้เป็นเจ้าของรถยอดนิยม รถใช้งานได้ดี จ่ายถูกกว่าแต่ใช้งานได้คุ้มกว่าน่าจะเป็นความสุขของคนใช้รถ ที่สำคัญหากวันไหนคุณเบื่ออยากเปลี่ยนรถใหม่ รถ Toyota Fortuner มือสองของคุณ น่าจะซื้อง่ายขายคล่องเป็นที่ต้องการของตลาดรถยนต์มือสองแน่นอน