ค้นหาบทความ

Category : บริการของเรา

BIG-Motor-Sale-2019-Free-Ticket

ช่วงนี้ก็เป็นเวลาของ งาน มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายแห่งชาติ (Bangkok International Grand Motor Sale) หรือ BIG Motor Sale 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 สิงหาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดย ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ที่จัดขึ้นกันอีกปีแล้วนะครับ

สำหรับใครที่จะไปเดินชมงาน อย่าลืมค่าบัตรผ่านประตู 100 บาท นะครับ แต่ผู้ซื้อบัตรเข้าชมงาน จะได้ลุ้นทองคำแท่งหนัก 100 บาท เช่นกัน

ส่วนถ้าใครอยากประหยัด ไม่ต้องเสียเงิน ก็สามารถมาร่วมกิจกรรมแจกบัตรฟรี กับทาง Carro ได้จ้า!

กิจกรรมแจกบัตร BIG Motor Sale 2019 ฟรี!

กติกาง่ายๆ ดังนี้

  • เข้าหน้า Facebook Carro Thailand
  • กด Like & Share พร้อม Hashtag : #อยากขายรถด่วนๆได้ราคาดีๆต้องขายที่ #CarroExpressเท่านั้น อย่าลืม! เปิด Public ด้วยนะจ๊ะ
  • Tag เพื่อน 2 คน
  • และ Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน

การแสดงสิทธิ์รับบัตร เพียงแคปหน้าจอหลังจากกดรับคูปอง ส่งมาได้ทาง Chat Line หรือ Inbox Facebook Carro Thailand ได้เลย

เงื่อนไขรับบัตร : สามารถมารับได้ด้วยตัวคุณเอง ตามที่อยู่ด้านล่าง

ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ซ.ลาดพร้าว 3 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ : https://bit.ly/2XW8kUG

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ 😍

Car Modify

หากคุณเป็นคนรักการแต่งรถยนต์ คงต้องมีคำถามเรื่องรถแต่งกับประกันรถยนต์แน่นอน ว่าแต่งรถแบบไหนประกันคุ้มครอง แต่งรถแบบไหนประกันไม่คุ้มครอง และ Carro ได้รับบทความจากโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์แฟรงค์หรือ frank.co.th มาอธิบายให้ฟังแบบชัด ๆ ดังนี้

ประกันคุ้มครองรถแต่งหรือไม่ ?

ตอบตรงไปตรงมาเลยครับว่า ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครองหากแต่งรถเพื่อใช้แข่งขันความเร็ว หรือการตกแต่งเพื่อใช้งานผิดประเภท หรือดัดแปลงมากเกินควรตรงนี้ประกันไม่คุ้มครอง เช่น เครื่องยนต์ใหม่ เปลี่ยนขนาดท่อไอเสีย ติดเกจความเร็วแน่นแผงคอนโซลอันนี้สุ่มเสี่ยงที่ประกันจะปฏิเสธความคุ้มครองครับ เว้นแต่ว่า การแต่งรถเพื่อความสวยงาม ติดสติ๊กเกอร์ ติดสเกิร์ต ติดสปอยเลอร์เท่ ๆ  เปลี่ยนล้อแม็กลายใหม่ ถ้าแต่งรถแบบเบา ๆ ประกันยังคงให้ความคุ้มครองอยู่นะ ซึ่งต้องอยู่ในเงื่อนไขตกแต่งมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท

กรณีต้องการแจ้งประกันรถแต่งต้องทำไง ?

เพราะบริษัทประกันภัยก็จะคุ้มครองดูแลรถยนต์ตามที่ออกมาจากโรงงานเท่านั้น ดังนั้น หากคุณไปแต่งรถก็ควรแจ้งบริษัทประกัน เพื่อคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถด้วย ยกตัวอย่าง ประกันรถยนต์ชั้น 1 รับคุ้มครองเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่แต่งเพิ่มในรถ โดยเราจะต้องถ่ายภาพส่วนแต่งเพิ่มให้ประกันทราบ ย้ำว่าแจ้งตามมูลค่าจริง ๆ เพื่อให้เราสามารถเคลมความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุกับอุปกรณ์แต่งรถ โดยประกันจะจ่ายค่าเสียหายตามที่รับแจ้งไว้

5 ขั้นตอนแจ้งเคลมรถแต่ง

  1. เตรียมใบเสร็จอุปกรณ์แต่งรถให้พร้อม
  2. ถ่ายรูปรถส่งให้บริษัทประกันภัย โทรแจ้งบริษัทประกันพร้อมแจ้งเลขที่กรมธรรม์เดิม (กรณีแจ้งเพิ่ม)
  3. ประกันแจ้งเบี้ยเพิ่ม (กรณีต้องจ่ายเพิ่ม)
  4. ชำระเงินค่าเบี้ยออนไลน์
  5. รอรับความคุ้มครองอุปกรณ์รถแต่งเพิ่มเติม

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีประกันรถยนต์สำหรับรถแต่งแล้วครับ ! เอาเป็นว่า แต่งแต่พองาม ขับขี่ปลอดภัยนะครับ
ขอบคุณข้อมูล : frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

รีวิวการขายรถที่-Carro

“เรื่องราวสุดประทับใจที่จำได้ขึ้นใจ คือ ลูกชายคนแรกเรียก ป๊ะป๋า ครั้งแรก! บนรถ”

รีวิวการขายรถที่ Carro

(1)Interview: คุณแสงดาว เจ้าของกิจการ ป.กุ้งเผาซามูไรซีฟู้ด

ช่วยเล่าเรื่องราว หรือเหตุการณ์ความประทับใจที่เกิดขึ้นบนรถ ก่อนที่จะตัดสินใจขายรถที่ Carro

“พี่เป็นคนเลี้ยงดูลูกเอง เวลาไปไหนก็ไปด้วยกัน ลุยด้วยกัน การใช้ชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นบนรถทั้งเปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนนม เพราะการใช้ชีวิตส่วนใหญ่นอกจากบ้าน และที่ทำงานแล้ว บนรถเป็นอีกที่หนึ่งที่ได้อยู่กับลูก ทำให้ทุกความทรงจำเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกชายคนโตได้อยู่ในรถคันนี้” คุณแสงดาวเล่าต่อว่า “แต่เหตุการณ์ที่ประทับใจสุดๆ ก็เป็นวันที่ลูกชายคนแรกเรียก ป๊ะป๋า”

 

ด้วยเหตุการณ์ประทับใจมากมาย ทำให้เราถามถึงสาเหตุของการขายรถครั้งนี้

“ตอนแรกพี่ก็ลังเลที่จะขายนะ เพราะทุกความทรงจำเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกชายคนโตนั้นอยู่บนรถคันนี้ แต่ด้วยความจำเป็น และตอนนี้มีลูกเพิ่มมาอีกคน รถคันเดิมไม่พอสำหรับครอบครัวพี่แล้ว” และเธอยังกล่าวให้ฟังอีกว่า “วันที่รถพี่ขายได้ พี่จำได้ขึ้นใจเลยว่า ลงขายรถค่ำๆ ตอนเช้า Carro ขอนัดดูรถแล้ว พี่ยังไม่มีเวลาทำใจเลย รถก็ขายได้แล้วภายในข้ามคืน”

 

“เอี๊ยดดดด.. อีกนิดเดียว รถพี่เกือบโดนอัดก็อปปี้ 4 คันรวด!” นี้คือคำบอกเล่าเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม

รีวิวการขายรถที่ Carro

(2)Interview: คุณรัชฎาพร เจ้าของกิจการร้านเครื่องเงิน

ช่วยเล่าเรื่องราว หรือเหตุการณ์ความประทับใจที่เกิดขึ้นบนรถ ก่อนที่จะตัดสินใจขายรถที่ Carro

“ตอนแรกพี่คิดว่าจะยื้อรถเอาไว้ใช้ก่อน เพราะรถคันมันเล็กดี สะดวกสบาย ไปไหนมาไหนก็หาที่จอดง่าย แต่เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้พี่คิดได้ว่าชีวิตไม่มีความปลอดภัยเอาเสียเลย อีกทั้งพี่ก็มีลูกด้วย 2 คน ความปลอดภัยต้องมาก่อน! จึงต้องเปลี่ยนมาใช้รถคันใหญ่แทน ในวันรุ่งขึ้นไปดูรถใหม่ และประกาศขายคันเก่าเลย”

 

ช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นอีกครั้งได้ไหมค่ะ

“พี่นอนอยู่ สามีพี่เป็นคนขับ พี่ได้ยินเสียง เปี้ยง! ด้วยความตกใจตื่นขึ้นมา ในใจคิดว่ารถพี่ต้องโดนชนแน่ๆแล้ว แต่ความมีสติของสามีพี่ เบรกทัน ไม่งั้นอัดกับรถคันหน้าเป็นคันที่ 4 แน่ๆ เพราะมันอีกนิ๊ดเดียวจริงๆ”

 

ความรู้สึกในวันเกิดเหตุ

“แค่คิดว่าถ้าในวันนั้นรถเกิดชน และมีลูกพี่ทั้ง 2 คนอยู่ในรถด้วย! พี่คงรู้สึกแย่ๆมาก พี่จึงขายรถเพื่อเปลี่ยนมาใช้รถคันใหญ่ที่มีระบบความปลอดภัยมากขึ้น”

 

ประสบการณ์ตรงที่ความสนุกมาพร้อมกับความเสี่ยง “เมื่อก่อนผมเหยียบ 200 กว่า แต่ตอนนี้เหลือความเร็วตามกฎหมาย”

รีวิวการขายรถที่ Carro

(3)Interview: คุณบอล Online Manager ร้าน LSW Gold

ช่วยเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยลืม หรือเหตุการณ์ความประทับใจอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับรถ ก่อนที่จะตัดสินใจขายรถที่ Carro

“ผมขับรถตั้งแต่ได้ใบขับขี่ตอนอายุ 18 รถส่วนใหญ่ที่ใช้มีสมรรถนะแรง เลยขับรถเร็วเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างผมชอบ Feeling ตอนใช้ความเร็ว ตอนเร่งออกตัวรถ

 

จุดที่ทำให้พลิกพลัน?

“พออายุย่าง 30 รวมไปถึงผมเห็นภาพจากข่าว และด้วยภาระงาน หน้าที่ มีแฟน ต่อไปอนาคตอาจจะอยากมีลูก ผมเลยคิดได้ว่ามันไม่คุ้มกับความสนุกเพียงแค่ไม่กี่เสี้ยววินาที” และคุณบอลกล่าวต่ออีกว่า “สมมุติว่าถ้าผมดันขับไปชนคนอื่นเข้าล่ะ แล้วถ้าเขาต้องกลับบ้านไปหาลูกเมีย หรือเขาต้องรีบไปไหน ทำให้คิดได้ว่ามันไม่ใช่แค่ตัวเราที่เดือดร้อน อาจทำให้เพื่อนร่วมทางเดือดร้อนไปด้วย”

 

สุดท้ายพูดถึงบริการการขายที่คาร์โร

“ก่อนหน้านี้ลงขายที่อื่น ผ่านมาเป็นเดือนก็ขายไม่ออก พอมาลงขายที่คาร์โร วันเดียวขายออก เร็วแบบไม่ทันตั้งตัว รถผมยังไม่ทันได้ล้างเลย”

 

Carro-Ticket-Bangkok-Auto-Salon-2019

อดใจรอเดือนกรกฎาคมนี้!!! ใครที่กำลังมองหารถป้ายแดง รถจักรยานยนต์ใหม่ เตรียมตัวให้พร้อม 5 วันเท่านั้น!!! ในงาน Bangkok International Auto Salon 2019 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน 2019) ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด World Class Auto Fest เทศกาลรถแต่งระดับโลก ที่คุณจะได้พบกับที่สุดของโปรโมชั่นสุดคุ้ม สุดเด็ด ตอบทุกความต้องการ จากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ชั้นนำ พร้อมใจยกขบวนลดกระหน่ำ ห้ามพลาด!!!

ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในงาน ลุ้นทันที!!! Mazda2 Auto Salon Edition (มาสด้า2 ออโต ซาลอน อิดิชั่น) จากแคมเปญ ซื้อรถลุ้นรถ และรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ท่ามกลางความสนุกแบบเฟสติวัลแห่งปี สุดยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3-7 กรกฎาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ส่วนใครที่สนใจอยากซื้อรถคันใหม่ แต่รถคันเก่าที่ใช้งานอยู่ ไม่รู้จะขายดีหรือไม่ขายดี อย่าลังเลเลยค่ะ! เพราะถ้าไม่ขายตอนนี้ราคารถจะตกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งใครต้องการขายรถออกให้ได้เร็วที่สุด จะได้นำเงินไปซื้อคันใหม่ มาขายผ่านช่องทางที่ดีที่สุดกับ คาร์โร แล้วคุณจะพบกับข้อเสนอที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อีกทั้งรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง และหลังจากปิดการขาย รับเงินสดทันที (คลิก)

Bangkok-Auto-Salon

กิจกรรมแจกบัตร Bangkok International Auto Salon 2019 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ! หมดแล้วหมดเลย!

กติกาดังนี้

  • Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน

การแสดงสิทธิ์รับบัตร เพียงแคปหน้าจอหลังจากกดรับคูปอง ส่งมาได้ทาง Chat Line หรือ Inbox Facebook Carro Thailand ได้เลย

เงื่อนไขรับบัตร : สามารถมารับได้ด้วยตัวคุณเอง ตามที่อยู่ด้านล่าง ถ้าหากไม่สะดวกมารับเอง ก็สามารถสอดซองติดแสตมป์ส่งมาตามที่อยู่ด้านล่างได้

ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ซ.ลาดพร้าว 3 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ : https://bit.ly/2XW8kUG

หมดเขตร่วมสนุก ถึงวันที่ นี้เท่านั้น!!

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ 😍

Bangkok-Auto-Salon

Carro-Ticket-Motorshow-2019

รับไปเลย! บัตรเข้างาน Motor Show 2019
แค่ Add Line มาที่ @Carrothailand

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อรถคันใหม่ แต่คันเก่าที่ใช้งานอยู่ ไม่รู้จะขายดีหรือไม่ขายดี อย่าลังเลเลยค่ะ! เพราะถ้าไม่ขายตอนนี้ราคารถจะตกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งใครต้องการขายรถออกให้ได้เร็วที่สุด จะได้นำเงินไปซื้อคันใหม่ มาขายผ่านช่องทางที่ดีที่สุดกับ คาร์โร แล้วคุณจะพบกับข้อเสนอที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อีกทั้งรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง และหลังจากปิดการขาย รับเงินสดทันที (คลิก)

Bangkok-Motorshow-2018

กิจกรรมแจกบัตร Motor Show 2019 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ! หมดแล้วหมดเลย!

กติกาดังนี้

  • Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน

การแสดงสิทธิ์รับบัตร เพียงแคปหน้าจอหลังจากกดรับคูปอง ส่งมาได้ทาง Chat Line หรือ Inbox Facebook Carro Thailand ได้เลย

เงื่อนไขรับบัตร : สามารถมารับได้ด้วยตัวคุณเอง ตามที่อยู่ด้านล่าง ถ้าหากไม่สะดวกมารับเอง ก็สามารถสอดซองติดแสตมป์ส่งมาตามที่อยู่ด้านล่างได้

ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ซ.ลาดพร้าว 3 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ : https://bit.ly/2XW8kUG

หมดเขตร่วมสนุก ถึงวันที่ 2 เมษายนนี้เท่านั้น!!

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ 😍

Bangkok-Motorshow-2018

ซื้อประกันจะเลือก ซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์-01

ก่อนจะซื้อประกันรถยนต์ไว้ดูแลรถยนต์สักกรมธรรม์ แน่นอนว่านอกจากเลือกชั้นประกันที่ใช่และจ่ายเบี้ยไหวแล้ว เรายังต้องเลือกการซ่อมแซมรถยนต์อีกด้วยว่าจะเลือกแบบไหน “ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์” หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องซ่อมรถขึ้นมา การซ่อมแบบไหนที่เหมาะกับเรา อ่านตรงนี้จะเข้าใจภายในไม่กี่นาที

  • ซ่อมอู่ คือ การซ่อมในอู่ซ่อมรถ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อู่นอกเครือข่ายบริษัทประกันรถ จะต้องสำรองจ่ายก่อน และอู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันรถยนต์ ซ่อมได้เลยไม่ต้องสำรองจ่าย
  • ซ่อมศูนย์ คือ การซ่อมในศูนย์ซ่อมรถยนต์ หรือเรียกว่าซ่อมห้างนั้นเองค่ะ

ระหว่างการซ่อมอู่และซ่อมศูนย์มีข้อดีแตกต่างกันไหม ?

แน่นอนว่า การซ่อมอู่จะมีเบี้ยที่ประหยัดกว่าการซ่อมศูนย์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอะไหล่ที่ใช้ซ่อมนั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ข้อดีของการซ่อมอู่คือมีหลายแห่งใกล้บ้าน และซ่อมไวกว่าเพราะอาจจะไม่ต้องรอคิวนาน

ข้อดีเมื่อคุณเลือกซ่อมอู่

  • มีตัวเลือกเยอะกว่าศูนย์บริการรถยนต์ และมีหลายพื้นที่ สะดวกกว่าเวลาหาที่ซ่อม สามารถเลือกอู่ที่เราไว้ใจและสามารถต่อรองได้ สามารถซ่อมแยกส่วนได้ อะไรเสียก็ซ่อมส่วนนั้น ไม่ต้องเหมายกเซ็ตให้เปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนกับการซ่อมศูนย์
  • เบี้ยประกันรถยนต์ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการส่งซ่อมในศูนย์บริการ
  • เลือกคุณภาพของอะไหล่ได้ตามต้องการ

สรุปการซ่อมอู่เหมาะกับใคร ?  

คนที่มีประสบการณ์ซ่อมรถ และมีอู่ซ่อมประจำที่ไว้ใจได้อยู่แล้ว

ทำความเข้าใจการซ่อมศูนย์หรือซ่อมห้าง

ทำความเข้าใจการซ่อมอู่แล้ว มาถึงคิวการซ่อมศูนย์ถึงแม้จะมีเบี้ยสูงกว่าหน่อย ๆ และคุณจะได้รับการซ่อมแซมที่มีประกันงานซ่อม และสามารถเคลมได้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการนั่นเอง แต่อาจใช้เวลานาน เพราะต้องรอคิวตั้งแต่ส่งเข้าซ่อมและรับรถ

ข้อดีเมื่อคุณเลือกซ่อมศูนย์

  • การซ่อมศูนย์จะใช้อะไหล่ใหม่เอี่ยมจากแบรนด์รถยนต์โดยตรง อุ่นใจได้แน่นอนว่ารถเราจะกลับมาดีในสภาพเดิมด้วยอะไหล่แท้ 100%
  • หากรถประสบปัญหาเครื่องยนต์ ศูนย์บริการจะมีความชำนาญที่ทำให้เราเชื่อมั่นมากกว่า เพราะมีช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำอยู่
  • มีการรับประกันงานซ่อม งานซ่อมได้มาตรฐานเพราะมีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ถ้าซ่อมแล้วมีปัญหาก็สามารถนำมาเคลมได้อีก

สรุปการซ่อมศูนย์เหมาะกับใคร ?

เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งถอยมาหมาด ๆ รวมทั้งคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการซ่อมรถ อย่างไรก็ดี การซ่อมศูนย์อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้รถเร่งด่วน หรือจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน เพราะต้องรอคิวซ่อมรถ

เป็นอย่างไรบ้าง พอเข้าใจแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าระหว่างซ่อมอู่และซ่อมศูนย์มีข้อดีที่แตกต่างกัน ดังนั้น เลือกให้เหมาะกับคุณ จะดีที่สุ๊ดล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th

MotorExpo-2018-Free-Ticket

เข้ามาร่วมสนุกได้ที่ Fanpage “Carro Thailand” เท่านั้น!

Motor-Expo-2016

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ภายใต้แนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ” หรือ “Enjoy Driving! Before Driverless Era” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้ รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

free Motorexpro

Carro แจกบัตรฟรี Motor Expo 2018 ท่านละ 2 ใบ ง่ายๆ ตามกติกาด้านล่าง

1. กด Like Fanpage facebook Carro Thailand และ Share โพสต์นี้ https://goo.gl/kDwbPV ไปที่หน้า Facebook ของคุณ  พร้อมติดแฮชแท็ก #ขายรถต้องที่คาร์โร (อย่าลืม! ตั้งเป็น “สาธารณะ” )
2. แท็กเพื่อนอย่างน้อย 1 คน ใต้คอมเมนต์ของโพสต์

การตัดสิน: แอดมินจะคัดเลือกผู้ที่ทำตามครบทุกข้อ จะไปตอบคำเมนต์ว่า “ยินดีด้วย คุณคือผู้โชคดี”

หลังจากนั้นคุณสามารถเดินทางมา รับบัตรได้ที่ : บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ลาดพร้าว ซอย 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) 

เฉพาะเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ – https://bit.ly/2nHtmWi

หมดเขตร่วมสนุก 5 ธันวาคม 2561 อย่าลืม Share กันเยอะๆ บัตรมีจำนวนจำกัดนะครับ

Carro-Toyota-Hiace-Commuter-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถตู้รุ่นถือได้ว่า ขายดีและขายได้มากที่สุดของ Toyota นั่นคือ … Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1967 ถึงปัจจุบันก็ 52 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น และยังเป็นที่นิยมของรถตู้ในบ้านเราอีกด้วย

สำหรับรถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) จัดได้ว่าเป็นรถตู้ยอดนิยมในตลาดอันดับ 1 ก็ว่าได้ มีทั้งรถตู้ขนของ รถตู้รับจ้าง รถตู้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งทนทาน ซ่อมง่าย ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง (ประจำปี 2562) Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ทาง Carro ขอประเมินราคาเฉพาะรุ่น “หัวจรวด” และรุ่นปัจจุบัน ที่ทาง Toyota เริ่มต้นขายรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2532 – 2547 และ 2547 – ปัจจุบัน นะครับ ไปเช็คราคากันได้เลยครับ!

Toyota Hiace โฉมปี 1989-2004

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1989-1993

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 80,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 80,000 บาท
  • Hiace ตู้ Hi-Roof ดีเซล 2.4 ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 90,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1993-1996

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงยาว หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 150,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1997-2000

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 180,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 180,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 230,000 บาท
  • Super Wagon ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงสั้น ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 160,000 บาท
  • Super Custom ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 160,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 2001-2004

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ -150,000 – 250,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ -150,000 – 250,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 200,000 – 310,000 บาท
  • Super Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • Grand Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 190,000 บาท

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2004-ปัจจุบัน

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2004-2006 (Hiace / Commuter ประกอบในญี่ปุ่น)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 400,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 650,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2006-2011 (Hiace ประกอบในมาเลเซีย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 500,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 600,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 600,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 840,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 630,000 บาท
  • Ventury Majesty เบนซิน 2.7 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 730,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2012-2015 (Commuter ประกอบในไทย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 1,180,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 660,000 – 1,140,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2015-ปัจจุบัน

  • ดีเซล 3.0 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 780,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 M/T – A/T หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 1,100,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 G – ดีเซล 3.0 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 860,000 – 1,300,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้รถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) หรือ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองติดต่อสอบถามกับทาง Carro ได้ครับ หรือคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถใช้งานได้อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

เหตุผลที่รถทุกคันต้องต่อ พ.ร.บ. รถยนต์

ทำไมต้องทำ พ.ร.บ.รถ?

แน่นอนว่าการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน เราไม่มีทางรู้เลยว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถใหม่หรือรถยนต์มือสอง และรถคันไหน ๆ ก็ต้องมี พ.ร.บ. ติดรถทุกคัน

ซึ่งมีชื่อเต็ม ๆ ว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ” (Compulsory Third Party Insurance) เพราะเป็นประกันรถยนต์ภาคบังคับที่กฎหมายจราจรบัญญัติให้ทุกคันต้องทำเพื่อให้ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีหรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่าป้ายวงกลมนั้นแหละ ว่าแต่ะ พ.ร.บ. ยังมีข้อดีอะไรบ้างนั้น ? เราจะเล่าให้ฟัง

  1. พ.ร.บ. รถยนต์ มีไว้ต่อภาษีประจำปี หรือป้ายวงกลม

ไหน ๆ เราก็ต้องจ่ายเงินทุกปี ๆ ก็ต้องรู้ประโยชน์ของ พ.ร.บ. รถยนต์กันบ้างล่ะ ต้องยอมรับว่าคำว่า พ.ร.บ. รถจะเป็นคำคุ้นชินกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าระบุความหมายจริง ๆ โดยอ้างอิงข้อมูลจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปี 2535 ระบุว่า “รถทุกชนิดต้องทำ พ.ร.บ. ก่อนจึงจะต่อทะเบียนรถได้”

แม้ว่าการต่อ พ.ร.บ. จะเป็นเรื่องง่ายที่ทำได้เอง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะอาจจะลืมวันขาดต่อได้เช่นกัน แนะนำจดรายละเอียดไว้ให้ดี เพราะหากรถยนต์คันไหนขาดต่อ หรือไม่มี พ.ร.บ. มีความผิดตามกฎหมายจราจรอาจมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

 

  1. ช่วยค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นกรณีเกิดอุบัติเหตุ

เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สิ่งที่คุณต้องรู้เลย คือการต่อพ.ร.บ. เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานหากเกิดอุบัติเหตุ คือ ดูแลความเสียหายต่อชีวิต ซึ่งจะช่วยดูแลคุณเบื้องต้นหากเกิดการบาดเจ็บ เช่น ค่ายา, ค่าบริการทางการแพทย์, ค่าห้องพัก, ค่าพาหนะนำผู้บาดเจ็บไปสถานพยาบาล และค่าอุปกรณ์รักษา สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามจริง (สำรองจ่ายก่อน) แต่ไม่เกินคนละ 30,000 บาท โดยต้องเตรียมเอกสารไปที่บริษัทกลางประกันภัย ดังนี้

  • ใบแจ้งความบันทึกประจำวัน
  • ใบรับรองแพทย์/ใบเสร็จรักษาพยาบาล
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบอุบัติเหตุ

หลังจากติดต่อยื่นเอกสารกับบริษัทกลางประกันภัยแล้ว คุณจะได้รับเงินชดเชยตามสิทธิภายใน 7 วันทำการ จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคาร ฯลฯ และต้องแจ้งใช้สิทธิภายใน 180 วันหลังจากเกิดเหตุครับ

 

  1. จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร

หากประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต พ.ร.บ.จะช่วยจ่ายค่าเยียวยากรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวรโดยจะได้รับเงินคนละ 35,000 บาท ในกรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล แล้วเสียชีวิตลงในภายหลังก็จะได้รับค่าชดเชยรวมกัน [30,000 บาท (ข้อ2) +35,000 บาท (ข้อ 3)] คนละไม่เกิน 65,000 บาทซึ่งต้องนำใบมรณะบัตร และหลักฐานอื่น ๆ มายื่นด้วย หากผู้ใดยื่นคำขอรับค่าเสียหายอันเป็นเท็จ จะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

 

  1. จ่ายสินไหมทดแทน เมื่อพิสูจน์ได้ว่า “ผู้เคลมเป็นฝ่ายถูก”

กรณีที่คุณเป็นฝ่ายถูกหลังจากการพิสูจน์หลักฐานแล้ว พบว่า คุณเป็นฝ่ายถูกต้องไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จะได้รับค่าสินไหมทดแทน หรือค่าทำขวัญ ได้แก่

  • รักษาพยาบาลจากอาการบาดเจ็บ 80,000 บาทต่อคน
  • กรณีเสียชีวิตหรือพิการจากอุบัติเหตุดังกล่าว พิจารณาตามเกณฑ์ จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 200,000 – 300,000 บาทต่อคน
  • รับค่าชดเชยหากเป็นผู้ป่วยใน 200 บาทต่อวัน แต่ไม่เกิน 20 วัน (รวมไม่เกิน 4,000 บาท)
  • วงเงินคุ้มครองรวมกันสูงสุดไม่เกิน 304,000 บาท
  • วงเงินคุ้มครองรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 5 ล้านบาท/ครั้ง
  • วงเงินคุ้มครองรถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง 10 ล้านบาท/ครั้ง

อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น และใช้เวลาเบิกจ่ายประมาณ 7 วัน มิได้คุ้มครองความเสียหายส่วนทรัพย์สินหรือส่วนรถยนต์แต่อย่างใด

หลังจากอ่านบทความนี้ เราหวังว่าคุณคงได้คำตอบของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องทำ พ.ร.บ.รถกันแล้วนะครับ”และสนใจต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ต่อกับ frank.co.th ได้เลย รับเอกสารทันทีภายใน 3 นาที ไม่ต้องรอให้ยุ่งยาก ไม่ต้องออกบ้านให้เสียเวลา พร้อมยื่นจดภาษีประจำปีได้เล้ย!!

 

ข้อมูลจาก frank.co.th

ขายรถ Carro

ก่อนลงขายรถ เตรียมตัวง่ายๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้

ขายรถ Carro

1. ล้างรถ

คุณควรทำให้สภาพรถดูดี และสมบูรณ์ เพราะผู้ซื้อรถมือสองทุกคนก็อยากได้รถที่มีสภาพใหม่ เป็นรถที่สภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้นคุณก็ควรที่จะนำไปตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกภายใน ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์ รวมไปถึงเปลี่ยนถ่ายของเหลวต่างๆ อีกทั้งทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในรถ ให้ดูสะอาด แค่นี้รถคุณก็จะเป็นที่น่าสนใจมากแล้วค่ะ

2. เช็กราคา

ก่อนที่คุณจะลงขายรถ ควรเช็กราคากลางของรถเสียก่อน โดยเช็กจากเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสองเช่น เว็บ Carro เพื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ของคันอื่นๆ ว่าตั้งราคาไว้กันประมาณเท่าไหร่ หรืออาจใช้วิธีเอารถเข้าไปเต็นท์รถเพื่อตีราคา (ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินกับค่าประเมินราคารถ สามารถส่งรูปรถมาให้ Carro ตีราคาก่อนได้ Free!) ซึ่งถ้าเป็นรถตลาด สภาพดี และเป็นสีที่ได้รับความนิยม เช่น สีชาว สีบรอนซ์ สีทอง ใช้เวลาไม่นาน ก็ขายได้แน่นอน

การตั้งราคาโดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาที่ตั้งไว้อาจจะมีต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ก็ได้ ราคามือสองจะแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

และจะมีค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ ที่ลดลงทุกปีตามอายุของรถ โดยราคาตกลงมาสุดเลยจริงๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1-3 หมื่นบาท/คัน (ยกเว้นประเภทรถรุ่นหายากๆ หรือรถที่นิยมเล่นกันเฉพาะกลุ่ม ราคาอาจจะคงที่ต่อเนื่องหลายปี ถึงราคาตกแต่ไม่ตกมากนัก เป็นต้น)

3. ข้อมูลรถ

คุณควรจะบอกตามสภาพรถจริง ว่าตรงไหนดี ตรงไหนชำรุด มีชนมาบ้างหรือไม่ วิ่งมามากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ผู้ซื้อจะได้สบายใจในระดับนึง และที่สำคัญเลยข้อมูลของรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่นย่อย ปี และรถยังติดไฟแนนซ์อยู่ไหม? ติดอยู่เท่าไร พอผู้ซื้อถามจะได้ตอบได้ถูกต้องอย่างครบถ้วนค่ะ ทำให้การดำเนินการซื้อขายรถเป็นไปอย่างรวดเร็ว (ถ้าคุณไม่ทราบว่ารถของคุณเป็นรุ่นย่อย หรือปีอะไร สามารถดูในเล่มทะเบียนค่ะ)

 

พรบ., เอกสารประกันภัยรถยนต์,ภาษีรถยนต์ประจำปี

4. เอกสาร

คุณควรเตรียมเอกสารสำคัญเพื่อให้กับผู้ซื้อได้มั่นใจว่าเป็นรถถูกกฎหมาย เช่น มีเล่มทะเบียนที่ถูกต้อง (ถ้ากรณียังผ่อนไม่หมดสามารถใช้สำเนาเล่มทะเบียนแทนได้ค่ะ) พรบ., เอกสารประกันภัยรถยนต์,ภาษีรถยนต์ประจำปี แต่ถ้าภาษีรถขาด ก็ควรบอกให้ผู้ซื้อได้รับรู้  (ถ้าขาดต่อเกิน 3 ปี คาร์โร มีวิธีมาแนะนำ คลิก)

ซึ่งเอกสารของคุณที่ต้องเตรียมไป ได้แก่

  • สำเนาบัตรป.ช.ช ที่ยังไม่หมดอายุ (เพื่อจะได้โอนรถไปยังเจ้าของใหม่ได้)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสุดท้าย ต้องมีเอกสารการโอนรถให้ผู้ซื้ออย่างถูกต้อง (ซึ่งถ้าเป็นส่วนนี้ Carro จะเตรียมพร้อมให้กับผู้ลงขายรถทุกท่านค่ะ)

ขายรถ Carro

5. ถ่ายรูป

เมื่อคุณทำความสะอาดรถเรียบร้อย และเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออกนอกรถ ก็เตรียมหามุมสวยๆ ถ่ายรูปรถ เพราะรูปภาพที่ได้องค์ประกอบดี มุมต่างๆ ดูสมส่วนและสวยงาม ย่อมทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ใครถ่ายรูปไม่สวยอาจกังวล ไปดูวิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย คลิก > https://goo.gl/rQkFYJ

ถ้าทำครบกันแล้ว อย่าลืม มาลงขายรถแบบด่วนๆ ได้ที่ Carro นะคะ สามารถไปกรอกรายละเอียดรถใน Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ Fanpage “Carro Thailand” ค่ะ