All-New-NIO-ET7-2021

NIO (นิโอ) ได้ทำการเปิดตัว Nio ET7 คันนี้ ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 4 ประตูสัญชาติจีน ที่ตั้งใจออกมาเป็นคู่แข่งกับ Tesla Model S ชูจุดเด่นสามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร! ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง

NIO หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับบริษัทสตาร์ทอัพ ผู้ผลิตรถจากประเทศจีนแบรนด์นี้มากนัก ซึ่งในประเทศจีนตอนนี้ถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมียอดขายสูงมากต่อปี ซึ่งมีจุดเด่นที่ด้านการออกแบบ นวัตกรรม เทคโนโลยี เรียกได้ว่าไม่แพ้รถยนต์ไฟฟ้าชาติใดในโลกเลยทีเดียว แถมยังได้ชื่อว่าเป็น Tesla (เทสล่า) แห่งประเทศจีนอีกด้วย!

All-New-NIO-ET7-William-Li

สำหรับ NIO ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย William Li (วิลเลียม หลี่) หรือ หลี่ปิน มหาเศรษฐีที่ได้ชื่อว่าเป็น Elon Musk (อีลอน มัสก์) แห่งประเทศจีน! ซึ่งลูกของเจ้าของฟาร์มเล็กๆ ในมณฑลอันฮุยคนนี้ ไม่ได้มุ่งสู่ธุรกิจแบบเดียวกับทางบ้านของตัวเอง

โดยหลังจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, สังคมวิทยา และโทกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ก็ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านไอทีของตัวเองขึ้นมาตอนอายุ 21 จนถึงในปัจจุบัน ได้ลงทุนในอุตสาหกรรมไอที และรถยนต์ไปแล้วกว่า 40 บริษัท รวมทั้ง NIO รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์นี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ด้วย

แม้ว่าก่อนหน้านั้น NIO จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และผลกระทบจากโควิด-19 ก็ตาม จนบริษัทก็เกือบแย่อยู่เหมือนกัน แต่เศรษฐกิจจีนก็กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จนในปี 2020 NIO สามารถส่งมอบรถยนต์ได้มากถึง 43,728 คัน เพิ่มขึ้น 112.6% เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่ผ่านมา

และยังได้รับเงินระดมทุนจากเทศบาลเมืองเหอเฟยถึง 7 พันล้านหยวน (หรือ 1,000 ล้านดอลลาร์ หากเทียบเป็นเงินไทยก็ราว 30,130 ล้านบาท) และมีมูลค่าตลาดมากกว่า 92,000 ล้านดอลลาร์ (2.77 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง GM หรือ Daimler AG ซะอีก

All-New-NIO-ET7

ในส่วนของ Nio ET7 ใหม่ เป็นรถขนาด Mid-Size ที่ดูหรูหราไม่แพ้รถจากค่ายยุโรปเลยทีเดียว จะแข่งกับยักษ์ใหญ่ ต้องสวยไปให้สุด การดีไซน์ได้พัฒนามาจากรถต้นแบบ ET Preview ที่ออกมาในปี 2019 ตัวรถให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd = 0.23

All-New-NIO-ET7

โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Dual Beam LED พร้อมไฟ Daytime Running Light, ไฟท้ายแบบ Heartbeat Taillight แบบ 3 มิติ, กระจกหน้าต่างแบบไร้กรอบ ที่เปิดประตูแนบไปกับตัวถัง พร้อมไฟส่องสว่าง LED และบานพับประตูไฟฟ้า E-Latch ที่ปิดประตูได้เองเพียงแค่ดึงเบาๆ และกุญแจแบบ UWB Digital Key เป็นต้น

ช่วงล่างเป็นแบบ Smart Air Suspension พร้อมระบบควบคุมการทรงตัว Continuous Damping Control เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

มิติตัวรถมีขนาดยาว 5,098 มม. กว้าง 1,987 มม. สูง 1,505 มม. ระยะฐานล้อ 3,060 มม.

All-New-NIO-ET7

ห้องโดยสารภายใน ขายความกว้างสบายราวกับนั่งในห้องนั่งเล่น ชุดหลังคาแบบ All Glass Roof ขนาดใหญ่ถึง 1.9 ตร.ม. แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุอย่าง Karuun ที่ทำมาจากหวายจำนวนทั้งหมด 14 ชิ้น พร้อมช่องแอร์แบบ Invisible Smart Air Vents ที่ฝังตัวไปกับแผงคอนโซลทั้งด้านหน้า-หลัง ให้ความรู้สึกดูใกล้ชิดธรรมชาติมาก

All-New-NIO-ET7

ขับขี่อย่างปลอดภัยไประบบขับขี่อัตโนมัติ Aquila ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR ที่นิยมในรถที่ขับเองได้ ใช้เลเซอร์ในการตรวจจับวัตถุต่างๆ รอบๆ ด้านหน้ารถ 120 องศา ในระยะทางไกลถึง 500 เมตร ซึ่งทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รอบคันอีกกว่า 33 จุด ซึ่งรวมถึงกล้อง Hi-Definition ขนาด 11.8 ล้านเมกะพิกเซล เสริมด้วยหน่วยประมวลผลจาก Nvidia แบบ 8GB บนคอมพิวเตอร์ออนบออร์ดที่ชื่อ Adam

Nio ET7 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว บริเวณล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 241 แรงม้า และ 402 แรงม้า สำหรับล้อหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร

สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้น มั่นใจด้วยเบรกหน้าแบบ 4-Pot จาก Brembo สามารถเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนถึง 0 กม./ชม. ในระยะทางเพียง 33.5 เมตรเท่านั้น

All-New-NIO-ET7

สำหรับชุดแบตเตอรี่ก็มีด้วยกัน 3 แบบ ได้แก่

  • แบตเตอรี่ขนาด 70 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • แบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 700 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) และ …
  • แบตเตอรี่ขนาด 150 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

นอกจากรถของ NIO จะชาร์จแบตเตอรี่ได้แบบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปแล้ว ยังสามารถสลับแบตเตอรี่เปลี่ยนแทนได้อีกด้วย ซึ่งใช้เวลาเร็วที่สุดในโลก เพียง 3 นาทีเท่านั้น มีชื่อว่า Power Swap Station 2.0

โดยหากรถของคุณพลังงานไฟฟ้าใกล้หมด ก็สามารถขับรถไปยังสถานีที่มีอยู่กว่า 135 แห่ง ใน 59 เมืองของจีนได้เลย ซึ่งทางสถานีจะทำการถอดแบตเตอรี่ลูกเดิมออก เพื่อนำไปชาร์จไว้ รอเปลี่ยนให้รถคันต่อๆ มา ที่จะเข้ามาใช้บริการ และรถที่ถอดแบตเตอรี่ออกไปก็จะได้แบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้เต็มแล้วเข้ามาแทน ซึ่งทางรัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนด้วย

ราคาจำหน่าย NIO ET7 เคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 378,000 หยวน หรือประมาณ 1,754,755 บาทไทย ซึ่งเป็นราคาที่ไม่รวมแบตเตอรี่ ส่วนในรุ่นที่รวมแบตเตอรี่ จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 448,000 หยวน หรือประมาณ 2,078,315 บาท

ส่วนถ้าใครอยากขายรถเพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Forecast-Volume-Car-Sales-In-Thailand-2021

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2564 ทิศทางยอดขายมีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้ง หากภาวะเศรษฐกิจในประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้น กับภาวะโควิด-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ในปีนี้ รัฐบาลสามารถหยุดยังได้ทัน และไม่ล็อกดาวน์อีกครั้งเสียก่อน

ประกอบกับในปี 2021 หลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งไทย จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งจะกลายมาเป็นปัจจัยช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย เมื่อการท่องเที่ยว การลงทุน และการค้าขายระหว่างประเทศกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง แม้จะยังไม่กลับสู่ระดับปกติ

“ปัจจัยเหล่านี้ ผนวกกับการออกแคมเปญแข่งขันกันของค่ายรถ จึงมีผลโดยตรงต่อทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564 ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะขยายตัวได้ 7-11% คิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 825,000 – 855,000 คัน” บทวิเคราะห์ระบุ

Hyundai-Kona-Electric-Motor-Expo-2020

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าว ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ภาครัฐ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง ซึ่งในปี 2564 คาดว่ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถยนต์กลุ่ม xEV ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฮบริด (HEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จะเป็นกลุ่มที่มีการขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มการเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเช่นเดียวกับตลาดโลก แม้ว่าจะยังเป็นตัวเลขที่น้อยกว่ามาก เนื่องจากไทยยังนับเป็นตลาดเกิดใหม่ของกลุ่มรถยนต์ xEV แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศที่แม้จะยังไม่มีมาตรการกระตุ้นตลาดอย่างชัดเจนจากทางภาครัฐเข้ามา จะมีก็เพียงแต่มาตรการส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบัน แต่เมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่นแล้ว ตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศกลับเติบโตรุดหน้าสวนทางตลาด เนื่องจากผู้บริโภคหลักเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากนัก

“คาดว่าในปี 2564 ถ้าการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ยอดขายรถยนต์กลุ่มนี้ในไทยน่าจะยิ่งเร่งตัวขึ้น หลังการเข้ามาแข่งขันของค่ายรถที่ทวีความดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรถยนต์หลายรุ่นกลุ่ม xEV เริ่มเข้ามารุกตลาดกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปิดตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ขึ้น” บทวิเคราะห์ระบุ

Mitsubishi-Outlander-PHEV-2020

สำหรับคาดการณ์ยอดขายของรถยนต์แต่ละประเภทในปีหน้า มีรายละเอียดดังนี้

  • สำหรับรถยนต์กลุ่ม HEV และ PHEV ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2564 นี้ ค่ายรถจะเริ่มดันให้รถยนต์รุ่น HEV และ PHEV กลายมาเป็นโมเดลมาตรฐานของแต่ละค่ายรถมากขึ้น ซึ่งจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้ปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีประมาณ 48,000-50,000 คัน หรือขยายตัว 10-23% ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2563 ที่คาดว่าจะขยายตัว 17% คิดเป็นยอดขาย 31,000 คัน
  • สำหรับรถยนต์ BEV ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2564 นี้ มีโอกาสเติบโตจากการเข้ามาบุกตลาดของรถยนต์ BEV สัญชาติจีนได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และยังได้สิทธิ์ภาษีนำเข้า 0% ผ่านข้อตกลงการค้าเสรีไทย-จีน ทำให้สามารถนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงแรกได้ด้วยระดับราคาไม่สูงนัก ก่อนจะผลิตเพื่อทำตลาดในประเทศในอนาคต ขณะที่ค่ายรถหรูยุโรปที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอก็จะเริ่มรุกตลาดรถยนต์ BEV ในปีนี้เช่นเดียวกัน ทำให้มีโอกาสจะขยายตัวได้สูง แต่ตัวเลขยอดขายอาจจะยังไม่สูงนักเนื่องจากยังเป็นตลาด niche โดยน่าจะมียอดขายประมาณ 4,000-5,000 คัน ขยายตัว 176-245% และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 102% คิดเป็นยอดขาย 1,450 คัน

MG-ZS-EV-Motor-Expo-2020

“ปัจจัยสนับสนุนหลักของตลาด BEV ในอนาคต คือ การที่ภาครัฐและเอกชนจะสามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดซึ่งมีกำลังซื้อพร้อม แต่ยังขาดความมั่นใจในเรื่องของการวางเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ทั่วถึง เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ BEV ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในเรื่องระยะทางวิ่งอยู่” บทวิเคราะห์ระบุ

ส่วนรถยนต์ในกลุ่ม ICE ในปี 2564 ถ้าการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และไม่ทำให้รัฐบาลต้องออกมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสที่จะขยายตัวได้ดีนอกจากจะเป็นเพราะฐานที่ต่ำในปี 2563 แล้ว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะทยอยเกิดขึ้นตลอดช่วงปีหน้าก็คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ ICE เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ที่ขยายตัวตามเทรนด์ตลาดปัจจุบัน และรถปิกอัพที่คาดว่าจะเติบโตตามทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ ICE รวมน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 773,000 – 800,000 คันได้ หรือขยายตัว 5-8% จากปีนี้ที่คาดว่าจะหดตัวอย่างรุนแรงถึง 24.8% คิดเป็นยอดขายเพียง 737,550 คัน

Mini-Electric-2020

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าปริมาณการผลิตรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศปี 2564 น่าจะทำได้ 72,000 – 80,000 คัน ขยายตัว 60-78% จากที่คาดว่าจะผลิตประมาณ 45,000 คันในปี 2563 และปริมาณการผลิตรถยนต์รวมของประเทศน่าจะทำได้ 1,550,000 ถึง 1,620,000 คัน ขยายตัว 10-15% จากปีนี้ที่คาดว่าจะผลิตได้ 1,410,000 คัน หดตัว -30% จากปีก่อน ในกรณีที่ไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจให้ชะลอลงกว่าที่คาด

สำหรับมาตรการกระตุ้นตลาด “รถเก่าแลกใหม่” ที่แม้ตอนนี้จะถูกดึงกลับไปพิจารณาถึงผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ อีกครั้งนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หากมีการผลักดันนำเข้ามาใหม่ด้วยมาตรการที่ชัดเจนและเหมาะสม ก็คาดว่าจะน่าจะช่วยเร่งให้ตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยเร่งสำคัญที่ภาคส่วนต่างๆ ควรพิจารณาด้วย คือ การเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ หากมีเป้าหมายต้องการเร่งตลาด BEV และ PHEV ให้กลายเป็นรถรุ่นมาตรฐานดังเช่นหลายตลาดหลักของโลกในอนาคต

ส่วนถ้าหากใครกำลังอยากขายรถคันเดิมในเวลานี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก:

กรมการขนส่งทางบก ปล่อยมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือ 3 ปี ในช่วงที่กรมการขนส่งทางบก งดการอบรมที่สำนักงานขนส่งตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบข้อเขียน แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี

2. ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบขับรถ แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย, อบรมทฤษฎี และสอบข้อเขียน

3. ผู้ที่ถือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถว่าด้วยการขนส่งทางบกสิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบขับรถ แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี

4. เอกสารประกอบคำขอรับ, ต่อใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์, หนังสือรับรองการผ่านอบรมและทดสอบ, คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และผลผ่านการอบรม DLT e-Learning ที่สิ้นอายุ อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินงานด้านใบอนุญาตขับรถได้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

 

ในส่วนของคนที่ทำรายการจองคิวดำเนินการด้านใบขับขี่ไว้ก่อนหน้าแล้วนั้น ยังได้รับสิทธิดำเนินการหลังจากสำนักงานขนส่งเปิดให้บริการตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลให้ผู้จองคิวทราบโดยตรงอีกครั้ง

สำหรับใครที่ต้องการจองคิวกับกรมการขนส่งทางบก สามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้ง ระบบปฏิบัติการ iOS: https://apple.co/2GIHARd และแอนดรอยด์: http://bit.ly/2IkLpyO หรือผ่านเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th

ต้องไวแล้วล่ะครับ งานนี้!

New-Car-Promotion-Jan-2021

สวัสดีในเดือนมกราคม 2564 ปีใหม่แล้ว ทาง CARRO ก็ขออวยพรให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง กันมากมายครับผม …

ปี 2564 ยังคงเป็นปีที่เหนื่อยยากของค่ายรถ และคนผ่อนรถอีกครั้งต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก และระบาดในไทยระลอกใหม่ ที่ขยายจำนวนคนติดเชื้อไปจำนวนมากและรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงเดือนสุดท้าย และเดือนมกราคม 2564 นี้เข้าไปเต็มๆ

สำหรับข่าวคราวรถเปิดตัวใหม่ในบ้านเรานั้น ก่อนที่จะเกิดโควิดระลอกใหม่ ค่ายรถหลายค่ายวางแผนรถเปิดตัว 2021 กันไว้แล้ว อาทิ All-New Mazda BT-50 PRO (มาสด้า บีที-50 โปร), Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี), Nissan Terra Minorchange (นิสสัน เทอร์ร่า ไมเนอร์เชนจ์) เป็นต้น

หรือค่ายรถ Great Wall เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวบริษัท ขายรถในแบรนด์ Haval และ ORA แต่ก็คงต้องเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด กับช่วงที่การล็อกดาวน์ทั้งประเทศ (ยัง) ไม่มี ก็เหมือนมี และอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้คน ทรุดฮวบอีกครั้ง! (ยกเว้นผลิตภัณฑ์สุขภาพและเจลแอลกฮอลล์ฆ่าเชื้อ ไม่ต้องพูดถึง ขายดิบขายดีเหมือนแจกฟรี!)

ตลาดรถยนต์ในปี 2564 ต่อไปจะเป็นเช่นไรนั้น โปรดติดตามต่อไป …

แต่ถ้าอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ นำรถมาขายกับ CARRO Express สิ เรารับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox ขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ในเดือนมกราคม 2564 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

New ATIV | New YARIS นี่สิ…ที่เป็นเรา

เงื่อนไข ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,450 บาท พร้อมขับฟรี 90 วัน

  • รุ่น ATIV Entry ราคา 539,000 บาท ดาวน์ 139,924 บาท (25.96%) ดอกเบี้ย 2.10% นาน 84 เดือน
  • รุ่น Yaris Entry ราคา 549,000 บาท ดาวน์ 149,877 บาท (27.3%) ดอกเบี้ย 2.10% นาน 84 เดือน
  • เลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไปอีก 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเริ่มต้น ดาวน์เริ่มต้น 15%
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

เงื่อนไข ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท

  • รุ่น ATIV Entry มูลค่า 539,000 บาท จากส่วนลดเงินดาวน์ 26,950 บาท ที่ดาวน์ 5%
  • รุ่น Yaris Entry มูลค่า 549,000 บาท จากส่วนลดเงินดาวน์ 27,450 บาท ที่ดาวน์ 5%
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

สิทธิพิเศษ “Triple Zero” สำหรับกลุ่มลูกค้าเก่าประวัติดี จาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

  • ข้อเสนอพิเศษ “Triple Zero” ดาวน์ 0 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน สำหรับรุ่นยาริส และเอทีฟ รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ปี 2563
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่ได้รับ SMS จาก บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

ซื้อ VIOS วันนี้ รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% พร้อมฟรี ประกันภัยชั้น 1 (อัตราดอกเบี้ย 1.75% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป )

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

ซื้อโคโรลล่า อัลติส* วันนี้ ขับฟรี 90 วัน พร้อม ฟรีประกันภัยชั้น 1

พิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์โตโยต้า เลือกรับข้อเสนอพิเศษเพิ่ม
1. ดอกเบี้ยพิเศษ จาก 1.75% เหลือเพียง 1.35%** หรือ
2. ผ่อนเริ่มต้นเพียง 9,790*** บาท/เดือน

พร้อมรับแพ็กเกจบำรุงรักษารถยนต์มูลค่า 30,000 บาท, รุ่นไฮบริด รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ 10 ปี, GFV

1 – 31 มกราคม 2564

CAMRY Ultimate Promotion

เป็นเจ้าของ CAMRY วันนี้

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • แพคเกจรับประกันและดูแลรักษารถยนต์ 5 ปี มูลค่ารวมกว่า 54,000 บาท

1 – 31 ธันวาคม 2563

SIENTA CHIC CLICKS คลิกให้ชีวิตสุดชิค สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ 1 – 31 มกราคม 2564

อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป

ดู Promotion Toyota เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.toyota.co.th/promotion

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 มกราคม 2564

All-New Nissan Kicks e-POWER

All-New Nissan Kicks e-Power With Premiere Edition*

ต่อที่ 1

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,099,000 บาท**

ต่อที่ 2***

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 3

  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)****
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง****
  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร*****
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 4

  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Stylish Package

ชุดแต่ง PREMIERE EDITION ประกอบด้วย 1.กระจังหน้า V-Motion สีดำเงา 2.สเกิร์ตหน้าสีดำเงา 3.สเกิร์ตหลังสีดำเงา 4.สเกิร์ตข้างสีดำเงา 5.สปอยเลอร์หลังสีดำเงา 6.ล้ออัลลอยสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ 7.สัญลักษณ์โลโก้ PREMIERE EDITION บริเวณเสากลางตัวรถ 8.คิ้วบันไดสแตนเลสโลโก้ PREMIERE EDITION 9.สัญลักษณ์โลโก้ PREMIERE EDITION บริเวณคอนโซลกลาง 10.แป้นวางเท้าทรงสปอร์ต

** คิดจากราคา NISSAN KICKS e-POWER รุ่น VL ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท + ค่าสีทูโทนภายนอก 15,000 บาท + ชุดแต่ง PREMIERE EDITION 35,000 บาท

*** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

**** เป็นข้อเสนอพิเศษที่จัดทำโดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, การดำเนินการและเงื่อนไขการรับประกันจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

***** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

All-New Nissan Kicks e-Power รุ่น VL

ต่อที่ 1

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท

ต่อที่ 2*

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 3

  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)**
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง**
  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร***
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 4

  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Stylish Package

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** เป็นข้อเสนอพิเศษที่จัดทำโดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, การดำเนินการและเงื่อนไขการรับประกันจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

*** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

All-New Nissan Kicks e-Power รุ่น V

ต่อที่ 1

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท

ต่อที่ 2*

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 3

  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)**
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง**
  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร***
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 4

  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Stylish Package

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** เป็นข้อเสนอพิเศษที่จัดทำโดยบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, การดำเนินการและเงื่อนไขการรับประกันจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

*** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

Nissan Terra

Terra

ต่อที่ 1*

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร**
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 3

  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพกเกจ***

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

*** ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง เอเนอร์เจติกแพกเกจ และชุดอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณ สำหรับรุ่น VL เท่านั้น

Note

Nissan Note VL MY2020

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,150 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 5,500 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,350 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (5,500 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.06% และงวดที่ 61 (208,250 บาท), คำนวณจากรุ่น NOTE VL CVT ราคา 595,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL 20MY เท่านั้น

Nissan Note E MY2020

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,900 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 5,000 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,100 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (5,000 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.36% และงวดที่ 61 (185,500 บาท), คำนวณจากรุ่น NOTE E CVT ราคา 530,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น E 20MY เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

Nissan March 1.2 S MT

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,750 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 3,500 บาท นิสสันช่วยผ่อน 1,750 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (3,500 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 1.31% และงวดที่ 61 (126,000 บาท), คำนวณจากรุ่น MARCH S MTราคา 420,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

Nissan March 1.2 E และ EL CVT

เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,025 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 4,050 บาท นิสสันช่วยผ่อน 2,025 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (4,050 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 1.07% และงวดที่ 61 (148,500 บาท), คำนวณจากรุ่น MARCH E CVT ราคา 495,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น E และ EL CVT เท่านั้น

Nissan Almera

Almera

All-New Nissan Almera V และ VL

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,450 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 6,900 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,450 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (6,900 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 5.19% และงวดที่ 61 (191,700 บาท), คำนวณจากรุ่น ALMERA VL ราคา 639,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/70,000 กิโลเมตร

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น

All-New Nissan Almera EL

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • ดาวน์เริ่มต้น 19,900 บาท** พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,050 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 6,100 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,050 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-60 (6,100 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 5.37% และงวดที่ 61 (167,700 บาท), คำนวณจากรุ่น ALMERA EL ราคา 559,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/70,000 กิโลเมตร

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น EL เท่านั้น

** คำนวณจาก รุ่น EL ราคา 559,000 บาท ดาวน์ 10% โดยบริษัทฯสนับสนุนเงินดาวน์จำนวน 36,000 บาท, เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่ บริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

NISSAN TEANA

Leaf

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี**
  • ฟรี เครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 72,000 บาท
  • ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาและค่าแรงเช็คระยะและอะไหล่ใช้งานสิ้นเปลือง 4 รายการ***  3ปี/60,000 กม.
  • ฟรี ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร****
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี (Premium Roadside Assistance)

ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

*** อะไหล่ใช้งานสิ้นเปลือง 4 รายการ ได้แก่ แบตเตอรี่ 12 V 1 ชุด, ผ้าเบรก (หน้า-หลัง) 1 ชุด, ยาง 1 ชุด (4 เส้น), ยางปัดน้ำฝน (ซ้าย-ขวา) 3 ชุด (รวมค่าแรงและค่าอะไหล่)

**** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

Nissan Navara

Navara

นิสสัน นาวารา คิงแค็บ CALIBRE E 6MT

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,600 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 3.09% และงวดที่ 61 (267,750 บาท), คำนวณจากรุ่น KC Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท]

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 16,500 บาท** พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร***
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 3

  • ฟรี เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade in bonus) 20,000 บาท****

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** คำนวณจาก รุ่น Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท ดาวน์ 10% โดยบริษัทฯสนับสนุนเงินดาวน์จำนวน 60,000 บาท, เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่ บริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

*** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

**** สำหรับผู้ที่ครอบครองรถยนต์ทุกยี่ห้อ และต้องแสดงเล่มทะเบียนรถยนต์โดยชื่อ-สกุลตรงกับผู้ใช้สิทธิ์ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

นิสสัน นาวารา คิงแค็บ SL 6MT

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,000 บาท [(งวดที่ 1-12 ค่างวด 3,000 บาท นิสสันช่วยผ่อน 3,957 บาท จำนวน 12 งวด, งวดที่ 13-84 (6,957 บาท), คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 3.99%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น KC SL ราคา 609,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 6,900 บาท** พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • บัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

ต่อที่ 2

  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร***
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 3

  • ฟรี เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade in bonus) 20,000 บาท****

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** คำนวณจาก รุ่น SL ราคา 609,000 บาท ดาวน์ 10% โดยบริษัทฯสนับสนุนเงินดาวน์จำนวน 54,000 บาท, เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่ บริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทฯขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

*** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

**** สำหรับผู้ที่ครอบครองรถยนต์ทุกยี่ห้อ และต้องแสดงเล่มทะเบียนรถยนต์โดยชื่อ-สกุลตรงกับผู้ใช้สิทธิ์ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

นิสสัน นาวารา PRO-4X 7AT ใหม่

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 10,300 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 3.41% และงวดที่ 61 (402,150 บาท), คำนวณจากรุ่น DC 4WD PRO-4X 7AT ราคา 1,149,000 บาท]

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร**
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 3

  • ฟรี เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade in bonus) 20,000 บาท***

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

*** สำหรับผู้ที่ครอบครองรถยนต์ทุกยี่ห้อ และต้องแสดงเล่มทะเบียนรถยนต์โดยชื่อ-สกุลตรงกับผู้ใช้สิทธิ์ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

นิสสัน นาวารา ดับเบิ้ลแค็บ CALIBRE E 6MT ใหม่

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ*

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 3.41% และงวดที่ 61 (297,150 บาท), คำนวณจากรุ่น DC Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท]

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร**
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 3

  • ฟรี เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade in bonus) 20,000 บาท***

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน / บริหารโปรแกรมโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

*** สำหรับผู้ที่ครอบครองรถยนต์ทุกยี่ห้อ และต้องแสดงเล่มทะเบียนรถยนต์โดยชื่อ-สกุลตรงกับผู้ใช้สิทธิ์ / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

นิสสัน นาวารา ดับเบิ้ลแค็บ รุ่น N-TREK WARRIOR*

  • อัตราดอกเบี้ย 0%** (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

รถยนต์ N-Trek Warrior 2WD คือ รถ DC EL 2WD Black Edition ที่ติดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 165,352 บาท ประกอบด้วย 1.คอยล์สปริงหน้าพิเศษ 2.โช๊คอัพหน้าพิเศษ 3.ชุดแหนบหลังพิเศษ 4.โช๊คอัพหลังพิเศษ 5.แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ 6.ล้อแม๊กขนาด 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อ Warrior 7.ยาง BF Goodrich All Terrain ขนาด 275/70R17 8.สปอร์ตบาร์พร้อมไฟเบรค 9.พื้นปูกระบะรถลายเนอร์ 10.กันชนหน้าเหล็กสีตัวรถคาดส้ม 11.สติกเกอร์ดำคาดส้มรอบคัน 12.กล่องคอนโทรลปรับมาตรความเร็ว 13.ซุ้มล้อ 14.สติ้กเกอร์ลมยาง และสติ้กเกอร์จำกัดความเร็วบนล้ออะไหล่

** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และเฉพาะรุ่น N-Trek Warrior เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

ดู Promotion Nissan เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.nissan.co.th/offers.html

Honda

New-Honda-CR-V-2020

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%*
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89% พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29% พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City Hatchback
– รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

ฟรี หูฟัง Skullcandy True Wireless Earbuds รุ่น Sesh Evo สี Deep Red มูลค่า 3,590 บ.
ฟรี Honda Jacket มูลค่า 500 บ.
หรือ
ข้อเสนอเสนอพิเศษ ผ่อนเริ่มต้น 7,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
ฟรี หูฟัง Skullcandy True Wireless Earbuds รุ่น Sesh Evo สี Deep Red มูลค่า 3,590 บ.
ฟรี Honda Jacket มูลค่า 500 บ.

Honda City e:HEV
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ พร้อม ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
ฟรี Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge3 สีGraphite/Black มูลค่า 6,490 บ.
ฟรี Honda Jacket มูลค่า 500 บ.
หรือ
ข้อเสนอพิเศษ ผ่อนเริ่มต้น 11,000 บาท กับ DOUBLE SMILE*
ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ พร้อม ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
ฟรี Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge3 สีGraphite/Black มูลค่า 6,490 บ.
ฟรี Honda Jacket มูลค่า 500 บ.

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99%* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ
รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0%* ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

หรือ

รับดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปีฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”  และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ** ผ่อนเริ่มต้น 6,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตรและรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 0.99%* และรับฟรีประกันภัย 1 ปีพร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 2.29%* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษสุด!
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน
ดู Promotion Honda เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.honda.co.th/promotions

Mazda

All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 0%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Care Program 5 ปี

Mazda3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3 2021 Collection

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยายการรับประกันคุณภาพรถ เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

ดู Promotion Mazda เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.mazda.co.th/offers/latest-offers/

happy-fan-promotion

Mitsubishi

โปรโมชั่น Mitsubishi Super Surprise มิตซูบิชิ ผ่อนให้เลย

กิจกรรม “มิตซูบิชิ แฮปปี้ แฟน 2020” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น (“ลูกค้าเดิม”) เพียงแนะนำคนรู้จักให้จองและรับรถยนต์มิตซูบิชิคันใหม่รุ่นใดก็ได้ (“ลูกค้าใหม่”) ณ ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ (“บริษัทผู้จำหน่าย”) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลประจำเดือนในกิจกรรม “มิตซูบิชิ แฮปปี้ แฟน 2020” โดยมีรายละเอียดของของรางวัลดังต่อไปนี้:

  • ลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือนประกอบด้วย ได้แก่

รางวัลที่ 1 ทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 116.6 กรัม มูลค่า 200,000 บาท เดือนละ 2 รางวัล (1 รางวัล ประกอบด้วย ทองคำมูลค่า 100,000 บาท สำหรับลูกค้าเดิม และทองคำมูลค่า 100,000 บาท สำหรับลูกค้าใหม่ ) รวมมูลค่า 400,000 บาทต่อเดือน

รางวัลที่ 2 ทองคำรูปพรรณ 96.5% น้ำหนัก 5.2 กรัม มูลค่า 10,000 บาท เดือนละ 30 รางวัล (1 รางวัล ประกอบด้วย ทองคำมูลค่า 5,000 บาท สำหรับลูกค้าเดิม และทองคำมูลค่า 5,000 บาท สำหรับลูกค้าใหม่ ) รวมมูลค่า 300,000 บาทต่อเดือน

รวมของรางวัลตลอดรายการทั้งสิ้น 192 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,200,000 บาท (สี่ล้านสองแสนบาทถ้วน)

หมายเหตุ: ราคาทองคำของรางวัลเป็นราคาที่รวมค่ากำเหน็จแล้ว (หากมี) ราคาซื้อขายทองคำ 96.5% ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2563 ราคาบาทละ 25,850 บาท

all-Model-Promotion-campaign

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 31 มีนาคม 2564

  • รับฟรี แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 20,200 บาท และ ฟรีช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 34,300 บาท
  • รับฟรี ค่าติดตั้งจุดชาร์จไฟ มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท
  • รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

ดู Promotion Mitsubishi เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/buy/promotion

Suzuki

All-New-Suzuki-XL7-2020-1

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki XL7
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.69%
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 15,000 บาท
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่
หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0%
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 15,000 บาท เฉพาะรุ่น GL CVT หรือ รุ่น GX CVT
และส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท เฉพาะรุ่น GA MT
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่
หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับ ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง

ดู Promotion Suzuki เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.suzuki.co.th/th/promotion/

Isuzu

ปีใหม่ จัดใหญ่ สุขใจ ทุกโปร กับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 4,893 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 5,693 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วันหลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) ดาวน์เริ่มต้น 27,350 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.85%

(3) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเลือกเงื่อนไขผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ปีใหม่ จัดใหญ่ สุขใจ ทุกโปร กับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,496 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,296 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วันหลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(4) ลูกค้าที่เป็นสมาชิกอีซูซุเอ็กเซลเลนซี่คลับและมีสถานะเป็น “เจ้าของรถ” ตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรม “อีซูซุเอ็กเซลเลนซี่คลับ” ณ วันเซ็นสัญญาเช่าซื้อกับ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด จะได้รับความคุ้มครองขยายการรับประกันเป็น 7 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน สำหรับลูกค้าทั่วไปจะได้รับความคุ้มครองเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ปีใหม่ จัดใหญ่ สุขใจ ทุกโปร กับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,724 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,524 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วันหลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเลือกรับเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ปีใหม่ จัดใหญ่ สุขใจ ทุกโปร กับออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือนสำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วันหลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ปีใหม่ จัดใหญ่ สุขใจ ทุกโปร กับอีซูซุวีครอส 4×4 ใหม่หมด!

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(2) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 9,214 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 10,014 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นวี-ครอส Z 4 ประตู 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วันหลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(3) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเลือกรับเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิ

เศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรแรงทุกลิมิต…สุดขีดทุกข้อเสนอ กับออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,724 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,524 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสปีด 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกภายใน 30 วันหลังจากวันที่รับรถ โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมกราคม 2564 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วันจะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเช่าซื้อ / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ราคาพิเศษช่วงแนะนำ พร้อมดอกเบี้ยสุดพิเศษ 1.49%

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

*อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2563

**อุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Ultimate

ดู Promotion Isuzu เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.isuzu-tis.com/specialoffer/campaign/

Subaru

ซูบารุ เอ็กซ์วีทุกรุ่น มอบข้อเสนอ New Year New Offer ต้อนรับเทศกาลปีใหม่

ซูบารุ เอ็กซ์วี รถยนต์เอสยูวียอดนิยมมีวางจำหน่ายแล้วพร้อมการอัพเกรดด้วยเบาะแอลเอสดี (LSD) ใหม่ที่เร้าใจ โดยเฉพาะในประเทศไทยและมาเลเซีย

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอ New Year New Offer ต้อนรับเทศกาลปีใหม่*

  • ดอกเบี้ย 0% นาน 64 เดือน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1

* เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2564 เท่านั้น* เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2564 เท่านั้น

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่น มอบข้อเสนอ New Year New Offer ต้อนรับเทศกาลปีใหม่

เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสส่งท้ายปีนี้ไปกับ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมความปลอดภัยมากกว่า 100 รายการ พร้อมให้ความปลอดภัยบนทุกเส้นทางอุปสรรค

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอ New Year New Offer ต้อนรับเทศกาลปีใหม่*

  • ดอกเบี้ย 0.99% นาน 64 เดือน
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1

* เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2564 เท่านั้น

ออกซูบารุ ดับบลิวอาร์เอ็กซ์วันนี้ พบข้อเสนอพิเศษต้อนรับเทศกาลปีใหม่ สูงสุด 300,000 บาท

ดู Promotion Subaru เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.subaru.asia/th/th/promotions/

Ford

Ranger October offers

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 มกราคม 2564

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

ราคาเริ่มต้น 1,299,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ไฟฟ้า (Electric Pack)* และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม.

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต

อัตราดอกเบี้ย 0.99 % ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ปีแรก และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม.

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ปีแรก และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม.

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค

อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ปีแรก และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม.

ดู Promotion Ford เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.ford.co.th/buying/latest-offers/

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

NEW MG HS PHEV

พิเศษ! ดอกเบี้ย 1.89%
ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
มูลค่ารวมกว่า 120,000 บาท

NEW MG ZS

เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท
พิเศษ! ดอกเบี้ย 1.89%
ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
มูลค่ารวมกว่า 44,000 บาท

NEW MG ZS EV

พิเศษ! ดอกเบี้ย 0% [J]
ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
มูลค่ารวมกว่า 86,000 บาท

NEW MG HS

ฟรี! อุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG มูลค่า 15,630 บาท
พิเศษ! ดอกเบี้ย 1.29%
ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
มูลค่ารวมกว่า 41,000 บาท

NEW MG EXTENDER

ผ่อนเบาๆ เริ่มต้น 152 บาท ต่อวัน เป็นระยะเวลา 1 ปี
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
มูลค่ารวมกว่า 83,000 บาท

NEW MG3

ผ่อนเริ่มต้น 2,604 บาท ระยะเวลา 1 ปี
ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
มูลค่ารวมกว่า 59,000 บาท

MG ZS

ผ่อนเริ่มต้น 4,332 บาท ระยะเวลา 1 ปี
ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
มูลค่ารวมกว่า 58,000 บาท

MG V80

พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท
มูลค่ารวม 65,000 บาท

ดู Promotion MG เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.mgcars.com/th/Promotion

Hyundai

ระยะเวลา: 1 – 31 มกราคม 2564

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท *ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

(3) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) และ (2) ได้

(4) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 50,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเดิมที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 30,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Impressive :

(1) เลือกรับข้อเสนอ การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด

(2) ฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(3) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเดิมที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring  :

(1) เลือกรับข้อเสนอ การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(7) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 25,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0.99% ในข้อ (1) ได้

(3) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ ในข้อ (2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(4) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(5) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(6) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(7) รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าฮุนได KONA electric รุ่น SE :

(1) พิเศษ รับส่วนลดหรือของแถมรวมมูลค่าสูงสุด 240,000 บาท

(2) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 54,000.76 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(2) โปรโมชั่นพิเศษ จำนวนจำกัดเพียง 10 คัน เท่านั้น

ดู Promotion Hyundai เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.hyundai.co.th/shopping-tools/promotions/

VOLVO

ข้อเสนอ Peace of Mind สำหรับรถยนต์วอลโว่คันโปรดของคุณ มอบให้ระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2564

ดู Promotion Volvo เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.volvocars.com/th-th/buy/discover/offers

Driving-License-Extended-Expire

เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงนี้โควิด-19 กำลังกลับมาระลอกใหม่ ส่งผลให้การทำธุรกรรมที่ต้องมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ต้องถูกปิดให้บริการ หรือปรับการบริการแบบใหม่ อย่างกรมการขนส่งทางบกเองก็ได้ประกาศงดให้บริการทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ ในสำนักงานขนส่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

กรมการขนส่งทางบก จึงทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความร่วมมือผ่อนผันการบังคับใช้กฎระเบียบข้อบังคับกับผู้ใบขับขี่รถหมดอายุ ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อให้สามารถใช้ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุได้เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

Police-Can-Seize-Driver-License

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถในกรณีที่ต้องเข้ารับการอบรม และทดสอบภายในสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.งดการอบรมและทดสอบการขอรับใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใหม่ทุกชนิด

2.งดการอบรมและทดสอบเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด โดยผู้สนใจยังคงสามารถเข้ารับอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning หรือใช้ผลการอบรมจากโรงสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกได้

3.งดออกหน่วยให้บริการเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ และใบอนุญาตขับรถ ที่ห้างสรรพสินค้าและแหล่งชุมชน (Drive Thru for Tax)

4.งดการดำเนินงานของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (เฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร) ระหว่างวันที่ 2 มกราคม – 17 มกราคม 2564 ขณะที่เขตจังหวัดอื่นให้เป็นไปตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกประกาศให้ประชาชนใช้บริการผ่านระบบออนไลน์แทน ขณะที่ส่วนงานอื่นที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการ ณ สำนักงานขนส่ง จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่เชื้อของโรคระบาดอย่างเคร่งครัด

Electric-Vehicle-In-Thailand-Most-Expensive

ไม่รู้ว่าลุงรู้หรือยัง? หรือลุงอาจรู้แล้วก็ได้ แต่ไม่สนใจ …

หากเราย้อนไปเมื่อกลางปี 2020 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Comparethemarket.com ซึ่งให้บริการเปรียบเทียบประกันภัยของอังกฤษ ได้ทำการเช็คราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ใน 49 ประเทศ และนำมาเปรียบเทียบกับราคาในแต่ละประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020

หากเราย้อนไปเมื่อกลางปี 2020 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Comparethemarket.com ซึ่งให้บริการเปรียบประกันภัยของอังกฤษ ได้ทำการสำรวจราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของ Nissan Leaf ใน 49 ประเทศ และนำมาเปรียบเทียบกับราคาในแต่ละประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020

ซึ่งประเทศที่มีจำหน่ายของ Nissan Leaf ในราคาที่ต่ำที่สุด ได้แก่ สเปน ซึ่งจำหน่ายในราคา 25,900 ยูโร หรือประมาณ 951,252 บาทเท่านั้น ในส่วนอันดับที่ 2 เป็นของ เกาะเรอูนียง ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ที่ตัวเกาะตั้งอยู่ในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย มีราคา 26,000 ยูโร หรือประมาณ 954,905 บาท และอันดับที่ 3 ยกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงของสเปน นั่นคือ โปรตุเกส ที่มีราคาจำหน่าย 26,880 ยูโร หรือประมาณ 987,225 บาท

ในส่วนของที่ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิต อยู่ในอันดับที่ 5 ในราคา 3,326,400 เยน หรือประมาณ 964,489 บาท

ส่วนประเทศเอเชีย ที่มีราคาใกล้เคียงกับประเทศไทยที่สุด คือ ไต้หวัน อยู่ในอันดับที่ 46 โดยมีราคา 1,490,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 1,590,000 บาท และ มาเลเซีย อันดับที่ 45 มีราคาจำหน่าย 188,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 1,396,200 บาท

ส่วนในไทยน่ะหรือ? มีราคาจำหน่ายอยู่ในอันดับที่ 48 ที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (ราคาจำหน่ายปัจจุบันอยู่ที่ 1,990,000 บาท)

Nissan-Leaf-2019

ส่วนอันดับ 1 ก็คงต้องยกให้สิงคโปร์ ที่มีนโยบายจำกัดจำนวนรถอยู่แล้วด้วยการเก็บภาษีหนักมาก โดย Nissan Leaf ขายในราคา 148,888 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 3,373,777 บาท!)

นั่นล่ะฮะ ท่านผู้ชม!

ส่วนใครที่อยากขายรถในยุคโควิดระลอกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง หรือเปลี่ยนไปลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ รับเงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 79,177 คัน เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 25,437 คัน ลดลง 7.2% รถเพื่อการพาณิชย์ 53,740 คัน เพิ่มขึ้น 8.2% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 42,763 คัน เพิ่มขึ้น 6.8%

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 11 เดือน มีปริมาณการขาย 688,057 คัน ลดลง 24.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 34.5% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 18.3% เป็นผลกระทบมาจากโควิด-19 มาตั้งแต่ต้นปี

แต่อย่างไรก็ตาม ภาครัฐฯ ยังออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของคนไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดรถยนต์ บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ มอบข้อเสนอพิเศษ รวมถึงเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และปรับปรุงใหม่ ในงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อรถได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในเดือนธันวาคมมีทิศทางดีขึ้น

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤศจิกายน 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 79,177 คัน เพิ่มขึ้น 2.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 28,279 คัน เพิ่มขึ้น 4.0% ส่วนแบ่งตลาด 35.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
17,577 คัน เพิ่มขึ้น 20.2% ส่วนแบ่งตลาด 22.2%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 8,908 คัน เพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนแบ่งตลาด  11.3%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 25,437 คัน ลดลง 7.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 7,420 คัน ลดลง 23.6% ส่วนแบ่งตลาด 29.2%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 7,376 คัน เพิ่มขึ้น 9.3% ส่วนแบ่งตลาด 29.0%
อันดับที่ 3 มาสด้า 2,746 คัน ลดลง 6.7% ส่วนแบ่งตลาด  10.8%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 53,740 คัน เพิ่มขึ้น 8.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 20,859 คัน เพิ่มขึ้น 19.3% ส่วนแบ่งตลาด 38.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 17,577 คัน เพิ่มขึ้น 20.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,727 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% ส่วนแบ่งตลาด  6.9%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 42,763 คัน เพิ่มขึ้น 6.8%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,305 คัน เพิ่มขึ้น 10.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 16,578 คัน เพิ่มขึ้น 24.0% ส่วนแบ่งตลาด 38.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,727 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.7%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 5,318 คัน
โตโยต้า 2,766 คัน – อีซูซุ 1,108 คัน – มิตซูบิชิ 838 คัน – ฟอร์ด 465 คัน – นิสสัน 141 คัน  

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 37,445 คัน เพิ่มขึ้น 3.3%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 15,470 คัน เพิ่มขึ้น 21.5% ส่วนแบ่งตลาด 41.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 14,539 คัน เพิ่มขึ้น 3.5% ส่วนแบ่งตลาด 38.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,889 คัน เพิ่มขึ้น 6.7% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2563

1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 688,057 คัน ลดลง 24.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
211,119 คัน ลดลง 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 30.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 158,277 คัน เพิ่มขึ้น 3.8% ส่วนแบ่งตลาด 23.0%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
82,966 คัน ลดลง 28.7% ส่วนแบ่งตลาด 12.1%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 236,659 คัน ลดลง 34.5%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 69,041 คัน ลดลง 22.7% ส่วนแบ่งตลาด 29.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
59,341 คัน ลดลง 44.9% ส่วนแบ่งตลาด 25.1%
อันดับที่ 3 นิสสัน 24,666 คัน ลดลง 25.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.4%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 451,398 คัน ลดลง 18.3%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 158,277 คัน เพิ่มขึ้น 3.8% ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
151,778 คัน ลดลง 22.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 31,541 คัน ลดลง 29.5% ส่วนแบ่งตลาด 7.0%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 357,947 คัน ลดลง 19.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
146,901 คัน เพิ่มขึ้น 6.1% ส่วนแบ่งตลาด 41.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
129,512 คัน ลดลง 25.8% ส่วนแบ่งตลาด 36.2%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
31,541 คัน ลดลง 29.5% ส่วนแบ่งตลาด8.8%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 37,064 คัน
โตโยต้า 17,033 คัน – มิตซูบิชิ 8,224 คัน – อีซูซุ 5,333 คัน – ฟอร์ด 4,487 คัน – นิสสัน 1,315 คัน –เชฟโรเลต 672 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 320,883 คัน ลดลง 18.2%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
141,568 คัน เพิ่มขึ้น 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 44.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
112,479 คัน ลดลง 25.3% ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
23,317 คัน ลดลง 28.3% ส่วนแบ่งตลาด 7.3%

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

All-New-Toyota-Mirai-2021

ถ้าจะให้พูดถึง Toyota Mirai (โตโยต้า มิไร) นับเป็นแนวคิดที่ทำได้จริงของ รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle – FCV) ที่ปล่อยของเสียเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ ซึ่ง Toyota สามารถผลิตจำหน่ายจริงได้เป็นเจ้าแรกของโลก เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2014 ก่อนจะจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อ 15 ธันวาคม 2014

สำหรับพลังงานไฮโดรเจน เป็นแหล่งพลังงานทางเลือก ที่ผลิตได้จากแหล่งต้นกำเนิดพลังงานหลากหลาย อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย

Toyota Mirai ใช้ระบบเซลล์เชื้อเพลิงโตโยต้า (Toyota Fuel Cell System – TFCS) มีต้นกำเนิดจากการทำงานของเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง กับนวัตกรรม Hybrid รวมถึง ระบบเซลล์เชื้อเพลิงลิขสิทธิ์ใหม่ล่าสุดของโตโยต้า อย่าง เซลล์เชื้อเพลิงโตโยต้า (FC Stack) และถังเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูง สามารถขับได้ไกล และใช้เวลาเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนแค่ประมาณ 3 นาที

แม้ว่าจะประสบกับความล้มเหลวก็ในด้านยอดขายก็ตาม เนื่องจากกระแสรถรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (รถ EV) เข้ามาตีตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกซะไม่เหลือ และราคาจำหน่ายที่แพงมาก บวกกับสถานีบริการไฮโดรเจนยังมีจำกัด

All-New-Toyota-Mirai-2021

แต่ Toyota ก็ยังสู้ไม่ถอย! เปิดตัว All-New Toyota Mirai เจเนอเรชั่นที่ 2 ในรหัสรุ่น JPD20 ออกมาจำหน่ายแล้วในญี่ปุ่นในวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากที่เผยโฉมไปในต้นปี ซึ่งกลุ่มลูกค้านี้ Toyota ยังเน้นกลุ่มที่ซื้อด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผลเช่นเคย

All-New-Toyota-Mirai-2021

รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่หมด ภายใต้แนวคิด Silent Dynamism ที่สร้างขึ้นบนแพลทฟอร์ม GA-L ปรับตำแหน่งการวาง Full Cell Stack มาที่ห้องเครื่องได้ โดยฝากระโปรงหน้าออกแบบยื่นยาวเหมือนรถหรู แนวหลังคาที่ลาดเทไปจรดกระโปรงท้ายคล้ายกับรถแบบ Liftback หรือคล้ายกับ Toyota Crown รุ่นปัจจุบันที่มีจำหน่ายอยู่ และก็ได้รางวัลการออกแบบดีเด่น “Good Design Award 2020” (G Mark) ไปเรียบร้อย

มิติตัวรถยาว 4,975 มม. (ยาวขึ้น 85 มม.) กว้าง 1,885 มม. (กว้างขึ้น 70 มม.) สูง 1,470 มม. (เตี้ยลง 65 มม.) ระยะฐานล้อ 2,920 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,940 – 1,970 กิโลกรัม อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักตัวรถ 50:50

All-New-Toyota-Mirai-2021

All-New-Toyota-Mirai-2021

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบมาให้นั่งได้ 5 ที่นั่งสบายๆ ซึ่งต่างจากรุ่นเก่าที่นั่งได้แค่ 4 ที่นั่ง ดูหรูหราพรีเมียมกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด

All-New-Toyota-Mirai-2021

ติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว ไว้ที่กลางคอนโซลหน้า พร้อมตำแหน่งคันเกียร์ไฟฟ้า ติดตั้งด้านข้างปุ่มควบคุมแอร์

All-New-Toyota-Mirai-2021

สำหรับชุดพลังงานขับเคลื่อน เป็นแบบ Fuel Cell Stack รหัส FCB130 ขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม 21% และเบากว่าเดิม 2.9 กิโลกรัม แต่ให้แรงม้ามากขึ้นถึง 174 แรงม้า ซึ่งโตโยต้าระบุว่าเป็นชุดพลังงาน Fuel Cell ที่มีกำลังมากที่สุดในโลก ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่พัฒนาให้เล็กลง แต่ให้กำลังสูงสุด 182 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 175 กม./ชม.

สามารถขับเคลื่อนได้เป็นระยะทางสูงสุด 750 กิโลเมตร (รุ่น Z) และ 850 กิโลเมตร (รุ่น G) ต่อการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนหนึ่งครั้ง

All-New-Toyota-Mirai-2021

ส่วนถังจุไฮโดรเจน มีเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 ถัง (รุ่นเดิม 2 ถัง) วางในรูปแบบตัว T ถังใหญ่วางกลาง และถังเล็ก 2 ถังวางใต้เบาะหลัง และใต้ห้องสัมภาระท้าย สามารถบรรจุไฮโดรเจนได้ 5.6 กิโลกรัม (รุ่นเดิม 4.6 กิโลกรัม) รวมความจุ 142.2 ลิตร มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 135 – 152 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTC) ต่อไฮโดรเจน 1 กิโลกรัม

All-New-Toyota-Mirai-2021

Toyota Mirai เวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีให้เลือกมากถึง 5 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่นย่อย G, G “A Package”, G “Executive Package”, Z และ Z “Executive Package” โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 7,100,000 – 8,050,000 เยน หรือประมาณ 2,000,000 – 2,300,000 บาท

ส่วนใครที่อยากขายรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง ก็สามารถปรึกษากับทางเราดูก่อนได้ เพียงแค่คุณขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Compare-MU-X-Fortuner-Terra-Pajero-Sport-Everest

ถ้าพูดถึงรถ SUV ที่ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ในกลุ่มรถบ้านเราเวลานี้ ด้วยการใช้งานที่สารพัดประโยชน์ และลุยน้ำท่วมได้ บวกกับตัวรถที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในตลาดรถยนต์ไทย ก็ยังมีรถประเภท SUV อีกแบบหนึ่ง ที่ในไทยมักเรียกกันว่ารถ “PPV” (Pick-Up Passenger Vehicle = รถอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะ) ซึ่งก็มียอดขายที่สูงมากด้วยเช่นกัน โดยมากแล้วจะมี 7 ที่นั่ง ในราคาค่าตัวอยู่ที่ 1 ล้านบาท ไปจนถึงเกือบๆ 2 ล้านบาท

ซึ่งผู้ผลิตรายแรกที่ผลิตรถในรูปแบบ PPV ขึ้นมา นั่นคือ ที่ขับเคี่ยวแข่งขันกันในตลาดรถยนต์อย่างดุเดือดกันมานานถึง 20 ปีได้

CARRO Thailand จึงขอนำรถ PPV ยอดฮิตในหมู่คนไทย ที่เพิ่งเปิดตัวสดใหม่ และมีขายอยู่แล้วในตลาดด้วยกัน 5 แบรนด์ 5 รุ่น อย่าง All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์), Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์), Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต), Nissan Terra (นิสสัน เทอร์ร่า) และ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) มาเปรียบเทียบกันให้เห็น ว่าแต่ละรุ่น มีข้อเสียข้อเสีย น่าใช้หรือไม่อย่างไร!

หากใครสนใจรุ่นไหนอยู่ ลองคำนวณงบประมาณที่มี แล้วเลือกดูว่า จะผ่อนกันแบบไหนได้เลย 

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Isuzu-MU-X-Motor-Expo-2020

All-New Isuzu MU-X 2020

ข้อดี : พัฒนาตัวรถใหม่หมด (แต่บางคนก็บอกว่า ยังสลัดคราบของ D-Max ออกไม่หมดก็ตาม) แต่ก็ดูหรูหราขึ้น ช่วงล่างนุ่ม เกาะถนนได้มากขึ้น รุ่น 1.9 ลิตร เหมาะสำหรับคนชอบความประหยัด หรือใช้งานในเมือง ส่วนรุ่น 3.0 ลิตร เหมาะสำหรับใช้งานทางไกล สายซิ่ง ให้ความฉับไวในการออกตัวและเร่งแซง ขับขี่สบายมากขึ้น และยังเป็นรถมือสอง ที่ซื้อง่ายขายคล่องอีกด้วย

ข้อด้อย : รุ่น 1.9 ลิตร ตัวเครื่องยนต์ต้องแบกน้ำหนักตัวรถมาก การออกตัวให้อัตราเร่งช้าไปบ้าง แต่วิ่งสัก 80 กม./ชม. ขึ้นไป ก็ถือว่าดีขึ้นมาก และพวงมาลัยอาจคืนตัวช้าไปบ้าง

รายละเอียดตัวรถ : เป็นรถที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน อาทิ กระจังหน้าแบบ World Cross Flow, ไฟหน้า Bi-LED Projector ดีไซน์แบบ Arrow Signature สอดรับกับเส้นสายด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์ ทอดยาวสู่ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Winglet Signature

โครงสร้างแพลทฟอร์มใหม่ ช่วงล่างใหม่ ออกแบบตามแนวคิด ISUZU Symmetric Mobility ให้โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ และช่วงล่างทำงานร่วมกันได้ลงตัว ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone ออกแบบจุดยึดปีกนกด้านบนใหม่ พร้อมคอยล์สปริง โช้คอัพแก๊สและเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspension ออกแบบจุดยึดคานใหม่และเหล็กกันโคลงให้ยาวขึ้น พร้อมคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ส

ภายในห้องโดยสาร แนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit ให้คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู ด้วยเบาะนั่งสามแถว สี Saddle Brown ตัดเย็บด้วยวัสดุพิเศษ เดินด้ายแบบเครื่องหนังชั้นหรู พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน ออกแบบให้นั่งสบายทั้ง 7 ที่นั่ง และเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า

ระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอ Infotainment Display ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมลำโพง 8 จุด ให้มิติเสียงรอบทิศทาง

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM 2.5 Charging Station รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลาย ทั้ง USB Fast Charger ช่องต่อ AC Power Socket 220V และช่องต่อ DC 12V

และกุญแจ ISUZU Genius Entry สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย Remote Engine Start ใช้เปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าได้ด้วย

มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ น้ำตาลมาราเกซ (Marrakesh Brown) ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite Pearl White) แดงเอทนา (Etna Red) ดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) เงินไอซ์เบิร์ก (Iceberg Silver) และเงินโบฮีเมียน เมทัลลิค (Bohemian Silver Metallic)

All-New-Isuzu-MU-X-2020

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้า Bi-LED Projector ดีไซน์แบบ Arrow Signature
  • ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Winglet Signature
  • กล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera
  • ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • กระจกบังลมหน้าแบบ IR Cut
  • ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ Dynamic Design
  • กุญแจ ISUZU Genius Entry
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM 2.5
  • Charging Station รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลาย
  • หน้าจอ Infotainment Display ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • ระบบ Auto Brake Hold ระบบช่วยหยุดอยู่กับที่โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า Power Tailgate พร้อม Jam Protection
  • ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go
  • FCW (Forward Collision Warning) ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า
  • AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • LDW (Lane Departure Warning) ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน
  • AHB (Automatic High Beam) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมติ
  • PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
  • MSL (Manual Speed Limiter) ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง
  • BSM (Blind Spot Monitoring) ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา
  • RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถยนต์
  • Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์
  • MCB (Multi-Collision Brake) ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

All-New-Isuzu-MU-X-2020

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TC แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Commonrail Direct Injection VGS Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 14.9 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker)

และดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Commonrail Direct Injection VGS Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 13.3 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker)

ทั้ง 2 เครื่องยนต์ สามารถใช้กับน้ำมันดีเซล B20 ได้ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อม REV Tronic รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร น้ำหนักรถ 1,950 – 2,165 กิโลกรัม

มิติตัวรถ : ยาว 4,850 มม. กว้าง 1,870 มม. สูง 1,815 มม. (รุ่น Active) 1,825 มม. (รุ่น Luxury) 1,875 มม. (รุ่น Elegant / Ultimate) ระยะฐานล้อ 2,855 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 235 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2563)

  • 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,121,000 บาท
  • 1.9 Ddi Luxury M/T ราคา 1,266,000 บาท
  • 1.9 Ddi Luxury A/T ราคา 1,304,000 บาท
  • 1.9 Ddi Elegant A/T ราคา 1,349,000 บาท
  • 1.9 Ddi Ultimate A/T ราคา 1,434,000 บาท
  • 3.0 Ddi Ultimate A/T ราคา 1,479,000 บาท
  • 3.0 Ddi 4X4 Ultimate A/T ราคา 1,579,000 บาท

Toyota-Fortuner-Legender

Toyota Fortuner 2020

ข้อดี : โฉมนี้ถือว่าปรับปรุงหลายอย่าง นอกจากหน้าและออพชั่นใหม่ๆ แล้ว ดูสวยและดุดันขึ้น เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีครอบครัว มองหารถที่ใหญ่ขึ้น ส่วนรุ่น เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้านักธุรกิจรุ่นใหม่ เครื่องยนต์ 2.8 แรงกว่ารถในระดับเดียวกัน โดดเด่นด้วยล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว ตัวรถยังติดตั้ง Balance Shaft เพื่อลดเสียงและการสั่นสะเทือน พร้อมโหมดการขับแบบ Sport ปรับการตอบสนองของคันเร่งและพวงมาลัย ตัวเกียร์ตอบสนองได้ดี ไม่มีช่วงวูบหรือย้วยขณะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูง เพิ่มความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง

ระบบกันสะเทือนให้ความรู้สึกนุ่มนวล และหนักแน่นขึ้น ส่วนห้องโดยสารเก็บเสียง และการดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี แทบไม่รู้สึกถึงการกระแทก พวงมาลัยนิ่งแน่น ไม่สะท้านมือ

ในโหมดออฟโรด ปรับรอบเดินเบาจาก 850 เหลือ 680 รอบต่อนาที เพื่อให้ควบคุมคันเร่งได้ง่ายขึ้น และสามารถบรรทุกของได้เยอะ อีกทั้งเวลาเป็นรถมือสอง ก็ซื้อง่ายขายคล่อง

ข้อด้อย : อาจจะเป็นในเรื่องของราคา ที่แพงกว่ารถในระดับเดียวกันครับ

รายละเอียดตัวรถ : Toyota Fortuner นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อ 15 ปีก่อน ก็จัดเป็นรถอเนกประสงค์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า และครองอันดับ 1 ในตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV มาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาด ภายใต้สโลแกน “Wisdom of a Leader” หรือ “สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ”

โดยรุ่นมาตรฐานนี้ได้ปรับปรุงเครื่องยนต์ 2.4 GD Super Power ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม และตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC (Variable Flow Control) ทำให้น้ำหนักพวงมาลัยแปรผันตามความเร็ว ควบคุมรถได้แม่นยำและมั่นใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Cruise Control และสัญญาณกะระยะ 6 ตำแหน่ง พร้อมกับระบบ Apple Carplay ที่จะเชื่อมต่อคุณและความบันเทิงได้อย่างอิสระ

ส่วนรุ่น Legender มาพร้อมกับดีไซน์หรูหรา โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าและกันชนหลังดีไซน์ใหม่ และเครื่องยนต์ 2.8 GD Super Power ใหม่ เพิ่มสมรรถนะการขับขี่แรงขึ้นกว่าเดิม 15% ด้วยกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และฟังก์ชัน Sport Mode

เพิ่มกล้องมองรอบคัน แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย และ ระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อม Kick Sensor และยังเป็นครั้งแรกในรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ที่ติดตั้งระบบ Toyota Safety Sense อีกด้วย

มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Pearl CS, สีแดง Emotional Red, สีเงิน Silver Metallic, สีน้ำเงิน Dark Blue Mica, สีเทา Dark Grey Metallic และสีดำ Attitude Black Mica

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้าแบบเลนส์ LED Dual Projector พร้อมไฟเลี้ยวหน้า-หลัง LED แบบ Sequential
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-me-home
  • ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
  • กระจกมองข้าง ระบบ Welcome Light
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • พวงมาลัยปรับได้ทั้ง สูง-ต่ำ และเข้า-ออก (Tilt & Telescopic)
  • เบาะหุ้มหนังแบบ Soft Touch เดินด้ายสีแดง หรือเทา พร้อมลายไม้แบบ Galaxy Black และแถบสีเงิน
  • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ และ MID ที่พวงมาลัย
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมแถบสีเงิน ส่วนฐานเกียร์ลายไม้แบบ Galaxy Black พร้อมแถบสีเงิน
  • มาตรวัดเรืองแสง Optitron
  • ฟังก์ชั่นแสดงสถานะการเลี้บวของล้อหน้า (Tire Turning Angle)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth/USB
  • ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL
  • กล้องมองรอบคัน (PVM) พร้อมมุมมองแบบ 3D View
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
  • ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
  • ระบบควบคุมเฟืองท้าย (Auto Limited Slip Differential)
  • ระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC (Variable Flow Control) ควบคุมพวงมาลัยแปรผันตามระดับความเร็ว
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านผู้ขับ ผู้โดยสาร และหัวเข่าผู้ขับ
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้าง และม่านนิรภัย
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมเบรกหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA
  • ระบบ Stop and Start พร้อม Evaporator เก็บความเย็น สำหรับระบบปรับอากาศ

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2KD-FTV (High) แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VN Turbo และ Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบ/นาที

และดีเซลขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1KD-FTV (High) แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VN Turbo และ Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที

สามารถใช้กับน้ำมันดีเซล B20 ได้ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.8 เมตร

มิติตัวรถ : ยาว 4,795 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,835 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 193 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2563)

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,454,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,557,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,564,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,627,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,634,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,762,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,769,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,832,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,839,000 บาท

*สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท

**สำหรับรุ่น Legender สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 20,000 บาท

Mitsubishi-Pajero-Sport-Elite-Edition

Mitsubishi Pajero Sport 2020

ข้อดี : Mitsubishi จัดเต็มด้วยออพชั่นที่มีมาให้กับ Pajero Sport กับจุดเด่นที่ช่วงล่าง ถ้าใช้งานในเมืองเป็นหลัก ก็เลือกรุ่น 2WD ช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษาได้มาก น้ำหนักรถเบากว่า ประหยัดน้ำมันกว่า แต่ถ้าชอบวิถีชีวิตลุยๆ ชอบการเดินทาง ต้องขึ้นเขา ลงห้วย กางเต๊นท์ หรือฝ่าสายฝนบ่อยๆ ก็เลือกรุ่น 4WD ได้เลย ค่าใช้จ่ายใในการดูแลรักษา ก็ไม่ต่างจากรถคู่แข่งนัก

ข้อด้อย : การออกตัวอาจอืดหน่อย พวงมาลัยหนักนิดๆ ส่วนช่วงล่างจะโคลงหน่อย เพราะพื้นฐานมาจากกระบะ Triton แต่ก็ถือว่าเกาะถนนพอตัว ส่วนเรื่องเบาะนั่งแถวที่ 3 ค่อนข้างเล็ก ก็ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นกันทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ

รายละเอียดตัวรถ : ยังคงเป็นรถ PPV รุ่นขายดีของ Mitsubishi ภายใต้แนวคิด “ความสำเร็จที่เป็นคุณ” ซึ่งเวลานี้มีให้เลือกทั้งรุ่นธรรมดา และรุ่นพิเศษ Elite Edition … ดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยว สไตล์สปอร์ต โดดเด่นทุกมุมมอง พร้อมการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย Advanced Dynamic Shield Design สะกดทุกสายตาด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบ Bi-LED ปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ Spectrum LED

สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรีและปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล็อกรถ (ทำงานคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS)

ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตกแต่งสีเงิน และเปียโนแบล็ค พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน เชื่อมต่อความบันเทิงด้วย Apple CarPlay เพียงเชื่อมต่อ iPhone ในรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต สามารถรับสายโทรเข้า-โทรออก และรับ-ส่งข้อความ พร้อมฟังเพลงได้อย่างง่ายดาย

มอบความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพถนน ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ให้คุณสามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) แบบ Full-Time All Wheel Control เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนถนนลื่น และเมื่อต้องการขับขี่บนเส้นทางแบบ Off-Road คุณยังสามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4HLc หรือ 4LLc ได้ตามความต้องการ

มีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond, สีเงิน Sterling Silver, สีเทา Graphite Grey, สีดำ Jet Black Mica และสีน้ำตาล Deep Bronze

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
  • ระบบเบรกแบบ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี และปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล็อกรถ
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า พร้อมสวิตช์เปิด-ปิด และไฟแสดงผล สำหรับด้านผู้โดยสาร
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, บริเวณหัวเข่าด้านคนขับ และม่านถุงลมนิรภัย
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
  • ระบบลดกำลังเครื่องยนต์ เพื่อช่วยเบรก
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว
  • ระบบ Brake Auto Hold
  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน
  • ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา
  • ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน
  • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด
  • สวิตช์ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ที่พวงมาลัย
  • จอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมเมนูภาษาไทย แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  • ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัยแบบแปรผันอัตโนมัติ
  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะ และเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ
  • ระบบปรับอากาศ แบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ แบบแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา
  • ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารนาโนอิ
  • หน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน SDA พร้อมระบบนำทางในรถยนต์
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • ช่องต่ออุปกรณ์ HDMI
  • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ แบบ A2DP
  • ระบบ Hands-Free และ Voice Command
  • จอภาพแบบ Wide Screen ขนาด 12.1 นิ้ว พร้อมรีโมท เชื่อมต่อ HDMI และ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • หูฟังอินฟราเรด 2 ชุด สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • รองรับการเชื่อมต่อระบบ M-Connect
  • ระบบสั่งการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนในระยะสัญญาณบลูทูธ
  • ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว MIVEC VG Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที

สามารถใช้กับน้ำมันดีเซล B20 ได้ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และระบบ INC (Idle Neutral Control) และ G-Sensor รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร น้ำหนักรถ 1,940 – 2,075 กิโลกรัม

มิติตัวรถ : ยาว 4,885 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,835 มม. ระยะฐานล้อ 2,800 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 218 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2563)

  • 2.4D GT 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.4D GT Plus 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD ราคา 1,469,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,629,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 15,000 บาท, สีขาวมุก รุ่น Elite Edition เพิ่ม 20,000 บาท

Nissan-Terra-2019

Nissan Terra 2020

ข้อดี : ช่วงล่างนิ่ม ไม่ย้วย ขับสนุก ห้องโดยสารเก็บเสียงได้ดี แถมจุดเด่นอย่างกล้องติดรถรอบคัน 360 องศา ส่วนเครื่องยนต์มีจุดเด่น อย่างระบบน้ำมัน ปั๊มหัวฉีด หัวฉีด ราง ทั้งระบบทำโดย Continental และค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

ข้อด้อย : การออกตัวอาจจะหน่วงไปบ้าง และเวลาถอยหลัง ช่องมองภาพจะอยู่บริเวณกระจกมองหลังแทน ซึ่งหลายคนอาจไม่ถนัด และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มากหน่อย

รายละเอียดตัวรถ : รูปโฉมภายนอกของ Nissan Terra มาพร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบบูมเมอร์แรง กระจังหน้าแบบ V-Motion ส่วนชุดประตูหน้านั้นเหมือน Navara และด้านท้ายถูกออกแบบใหม่หมด ไฟท้ายเป็นแบบ LED มาพร้อมล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/60 R18

ห้องโดยสารภายในยกชุดมาจาก Navara แต่ตกแต่งให้หรูหราขึ้น ด้วยโทนสีดำตัดด้วยสีเงิน แบบ Gliding Wing 7 ที่นั่ง กว้างขวาง และเงียบ มีเครื่องเสียงระบบหน้าจอสัมผัส, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน, กุญแจ Keyless Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งแถว 2 มีระบบพับอัตโนมัติแบบแบนราบ ระบบแอร์เพดานแยกส่วนกระจายทั่วห้องโดยสาร พร้อมระบบความบันเทิงด้วยจอมอนิเตอร์ ขนาด 11 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เป็นต้น

ระบบพวงมาลัย แร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) สามารถปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด คือ โหมด City สำหรับการขับขี่ในเมือง, โหมด Standard สำหรับการขับขี่ทั่วไป และโหมด Sport สำหรับการขับขี่สไตล์สปอร์ต พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน Nissan Intelligent Mobility

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีน้ำตาล Earth Brown, สีดำ Black Star, สีขาว White Pearl, สีเงิน Brilliant Silver และ สีเทา Twilight Gray

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ , ไฟหรี่แบบ LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light)
  • ไฟตัดหมอกหน้า พร้อมตกแต่งด้วยโครเมียม
  • บันไดข้าง
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และแถว 3 แบบอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา และระบบควบคุมความเร็วพัดลมเบาะตอนหลัง
  • เครื่องเสียง พร้อมวิทยุ FM/AM Apple CarPlay / Android Auto พร้อม จอ Touch Screen 8 นิ้ว
  • ระบบนำทาง
  • จอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ปรับระดับได้ ชนิดหุ้มหนัง 3 ก้าน พร้อมตกแต่งสีเงิน ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง การสั่งงานด้วยเสียง
  • มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT 5 นิ้ว และ Off Road Meter
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth
  • เบาะนั่งแถวที่ 1 ฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังปรับไฟฟ้า ฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมหมอนรองศีรษะ
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 ชนิด แบบแยก 60:40 ปรับระดับได้ เลื่อนตำแหน่งหน้า-หลัง, ปรับเอนและพับได้จากตำแหน่งคนขับ พร้อมหมอนรองศีรษะสำหรับ 2 ที่นั่ง
  • เบาะนั่งแถวที่ 3 ชนิดแบบแยก 50:50 ปรับระดับได้ ปรับแบนราบกับพื้นห้องโดยสารได้ พร้อมหมอนรองศีรษะสำหรับ 2 ที่นั่ง
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนพร้อมกล้องส่องภาพจากภายนอก (Smart rear view mirror)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ระบบ Push Start
  • ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA
  • ถุงลม 6 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลม
  • ระบบลิมิเต็ดสลิป B-LSD
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกทาง Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW)
  • กระจกบังลมหน้าแบบป้องกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) แบบอัดซ้อนนิรภัย (Laminated Glass)
  • กุญแจรีโมทพร้อม Immobilizer และสัญญาณกันขโมย
  • กล้องมองหลัง
  • กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (iAVM)
  • ระบบตรวจจับและส่งเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD)
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง 4 จุด
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.3 ลิตร รหัส YS23DDTT แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Twin Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 7 สปีด ทุกรุ่น ให้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร

มิติตัวรถ : ยาว 4,885 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,835 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 225 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2563)

  • 2.3 V 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD ราคา 1,459,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Ford-Everest-2021

Ford Everest 2020

ข้อดี : โฉมนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ที่มีขนาดเล็กลง แต่ให้กำลังมากขึ้น พร้อมชุดเกียร์ใหม่ พร้อมแก้ปัญหาต่างๆ ของตัวรถที่เคยได้รับเสียงตำหนิมาจากผู้บริโภคก่อนหน้า เช่น ปัญหาคราบน้ำมันเครื่องบริเวณฝาครอบหน้าเครื่องยนต์ เป็นต้น ทาง Ford ได้ปรับปรุงซีลหน้าเครื่องให้มิดชิด เฟืองปั้มเกียร์ที่แข็งแรงขึ้น ผนังลูกสูบที่เรียบลื่นขึ้น และ Torque Converter ที่แน่นหนากว่าเดิม

ข้อด้อย : เบาะนั่งในแถวที่สาม นั่งค่อนข้างยากสำหรับผู้ใหญ่ แต่ในโฉมนี้ก็ได้ชดเชยด้วยระบบปรับพับด้วยไฟฟ้ามาให้ กับปัญหาของตัวรถ ที่ต้องลุ้นกันต่อว่าจะมีหรือไม่

รายละเอียดตัวรถ : สำหรับ Ford Everest แม้ว่าจะขายกันมานานหลายปีได้ ในโฉมปี 2020 – 2021 ได้ตกแต่งชุดกระจังหน้าใหม่, ตัวอักษร Everest บนฝากระโปรงหน้าแบบนูนต่ำ, มือเปิดประตูโครเมียม, กระจกมองข้างโครเมียม, บันไดข้างสีดำ และชุดตกแต่งสีเงิน เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่สุดล้ำ และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ของฟอร์ด การทำงานของเทอร์โบทั้งสองเครื่องที่อิสระจากกัน มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังถึง 213 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความแรง และความเร็วได้ดั่งใจคุณต้องการ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมัน

ผสานความสะดวกสบายระดับพรีเมี่ยม ให้ทุกรายละเอียดของห้องโดยสารภายใน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหุ้มหนัง 7 ที่นั่งที่เดินเส้นปักแบบใหม่ หัวเกียร์ที่ออกแบบใหม่ เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ และหลังคา Panoramic Moonroof แบบปรับไฟฟ้า พร้อมระบบประตูไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

แถมทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่งไฟฟ้า (Electric Pack) มูลค่า 11,350 บาท

มีให้เลือกถึง 7 สี ได้แก่ สีขาวมุก Snowflake White Pearl, สีขาว Artic White, สีแดง Sunset Metallic, สีเงิน Aluminum Metallic, สีฟ้า Reflex Blue, สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue และสีดำ Absolute Black Metallic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • กุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท
  • หน้าจอ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3 ภาษาไทยพร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wi-fi
  • ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบ Hands Free
  • หลังคา Panoramic Moonroof
  • ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED
  • ชุดชายบันไดสแตนเลสแบบ LED
  • ปลั๊กไฟบ้าน AC 230 V
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวาล
  • เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมปรับดันหลัง 2 ทิศทาง ด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
  • เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
  • ระบบตรวจจับรถในจุดบอด
  • ระบบป้องกันล้อหมุน TC และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน
  • ระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA
  • จำนวนถุงลมนิรภัย ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / หัวเข่าฝั่งคนขับ / และม่านถุงลมนิรภัย

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที

และดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Bi-Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 – 2,000 รอบ/นาที

สามารถใช้กับน้ำมันดีเซล B20 ได้ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด พร้อม Selection Shift

มิติตัวรถ : ยาว 4,903 มม. กว้าง 1,869 มม. สูง 1,837 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 225 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2563)

  • Trend 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • Titanium 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,399,000 บาท
  • Titanium (Sport) 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,429,000 บาท
  • Titanium+ 2.0L Turbo 2WD ราคา 1,599,000 บาท
  • Titanium+ 2.0L Bi-Turbo 4WD ราคา 1,799,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ขอให้บทความนี้เป็นเครื่องมือช่วยให้ทุกท่าน เลือกรถคู่ใจได้ตามความต้องการ และตามงบที่มี เพราะการเลือกซื้อรถแต่ละคัน แต่ละคนย่อมมีรสนิยม ความชอบ ความพึงพอใจ ในหลายองค์ประกอบไม่เหมือนกัน

รวมไปถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์ด้วย ที่ต่างคนก็ต่างมีประสบการณ์ในการเจอที่ปรึกษาการขาย เจอดีลเลอร์ เจอการซ่อม การเคลม หรือราคาอะไหล่ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การที่คุณเลือกรถใช้แบรนด์ต่างจากคนอื่น ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใดจ้า

Hybrid-And-Plug-In-Hybrid-In-Motor-Expo-2020

ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์ในรูปแบบ Hybrid และ Plug-In Hybrid นั้น ตอนนี้ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นเทรนด์ของโลกกันไปซะแล้ว แม้ว่ากระแสอาจจะมีสูสีกับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ก็ตาม แต่เนื่องจากความสะดวกของรถแบบ Hybrid และ Plug-In Hybrid คือการใช้งานที่สะดวกสบาย ไม่ต้องหาที่ชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่หมด และช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มาก อีกทั้งยังสามารถใช้งานในโหมด EV วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ ได้เช่นกัน

ซึ่งตลาดรถแบบ Hybrid และ Plug-In Hybrid ก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท อาทิ รถเก๋ง, รถ SUV, หรือรถ MPV เป็นต้น

ในงาน Motor Expo 2020 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020) นี้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่มีไลน์การผลิตรถแนว Hybrid และ Plug-In Hybrid มาโชว์และเปิดตัวกันค่อนข้างหลากหลาย พร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายเต็มพิกัด ให้คุณได้ตัดสินใจเลือกซื้อกัน

CARRO ขอคัดสรรรถ Hybrid และ Plug-In Hybrid รุ่นเด่นๆ ที่ผู้บริโภคสนใจกันมากภายในงาน ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มาให้ชม 10 รุ่นครับ …

Toyota-Corolla-Cross-Motor-Expo-2020

1. Toyota Corolla Cross Hybrid

อีกหนึ่งรถยอดนิยมของคนมาดูงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้ Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

นอกจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซินธรรมดาแล้ว ยังมีในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ที่มาพร้อมชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

ราคาของ Toyota Corolla Cross Hybrid

  • รุ่น Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท**

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

Honda-City-eHEV-2021

2. Honda City e:HEV

Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อีเอชอีวี) ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive i-MMD ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 98 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid 109 แรงม้า ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กม./ลิตร และรองรับน้ำมัน E20

พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS เสริมเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และโลโก้ e:HEV

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม เช่น มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) เป็นต้น

ราคาของ Honda City e:HEV

  • รุ่น RS ราคา 839,000 บาท

Nissan-Kicks-e-Power-Motor-Expo-2020

3. Nissan Kicks

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) รถ Crossover ไฮบริด ที่มีจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ในงาน Motor Expo 2020 นี้ เสริมความสดใหม่ด้วยสีภายนอก 2 สี ได้แก่ สีเหลือง ซันไลท์ (Sunlight Yellow) (จ่ายเพิ่ม 10,000 บาท) และสีน้ำเงิน ไนท์บลู (Night Blue) พร้อมเสริมความหรูหราของห้องโดยสารภายในด้วยชุดแต่ง สไตลิช (Stylish package) ด้วยไฟแอมเบียนท์ที่ข้างแผงประตูและพื้นห้องโดยสารตอนหน้า พร้อมไฟ ‘Welcome’ เมื่อเปิดประตูหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งวัสดุสีเงินบริเวณแผงอุปกรณ์ต่าง ๆ เสริมความพรีเมียมในห้องโดยสาร

พร้อมเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอเครื่องเสียง ผ่าน Apple CarPlay พร้อมระบบนำทาง Navigation System ผ่าน Google Map กับระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition ที่ใช้งานง่าย แถมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมากถึง 432 ลิตร และยังมีความลึกของห้องเก็บสัมภาระที่มากถึง 900 มม. โดยที่ยังไม่พับเบาะหลัง

โดยมีให้เลือกในรุ่นย่อย V และ VL โดยยังคงราคาจำหน่ายในราคาเดิม พร้อมเสริมความอุ่นใจของลูกค้าขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการขยายเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเป็น 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

และขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

ราคาของ Nissan Kicks e-POWER

  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว – 31 ธ.ค. 2563)
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว – 31 ธ.ค. 2563)
  • รุ่น VL (ภายในสีทูโทน) ราคา 1,059,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว – 31 ธ.ค. 2563)

Mitsubishi-Outlander-PHEV

4. Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) เปิดตัวครั้งแรกในไทย เป็นรถ SUV ระดับพรีเมียมที่ประกอบในประเทศ ผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย “Pajero” สุดยอดตำนานแห่งรถเอสยูวี “Mitsubishi Lancer Evolution” เจ้าแห่งสนาม “เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ” (WRC) ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง “i-MiEV” (ไอ-มีฟ)

ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว และหรูหราเหนือระดับ ดีไซน์ภายในประณีตทุกรายละเอียด ห้องโดยสารกว้างขวาง ทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 305 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดอีวี (ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) โหมด ไฮบริด (ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่) และโหมดพาราเรล ไฮบริด (เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน)

พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม./ลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

ราคาของ Mitsubishi Outlander PHEV

  • รุ่น GT ราคา 1,640,000 บาท
  • รุ่น GT-Premium 2WD ราคา 1,759,000 บาท

Toyota-C-HR-Hybrid-Motor-Expo-2020

5. Toyota C-HR Hybrid

Toyota C-HR (โตโยต้า ซีเอชอาร์) ถือเป็นรถยนต์ SUV อีกรุ่นที่ยอดนิยมในบ้านเรามาก แม้ว่าจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2561 จนทำยอดขายได้มากกว่า 3 หมื่นคันแล้ว พร้อมทำตลาดด้วย Slogan ใหม่ “This is New Belief… มากกว่าทุกอย่างที่เคยเชื่อ”

ตัวรถภายนอกด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร ทำให้รูปลักษณ์ของ C-HR มีความเป็นเอกลักษณ์ สปอร์ต เฉียบคม และดูโดดเด่น พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วยสีขาวมุก หลังคาดำ ในขณะที่ห้องโดยสารทุกเกรดรุ่นย่อย จะมีการใช้หนังเป็นวัสดุหุ้มเบาะมาตรฐานทุกรุ่น

สำหรับขุมพลัง Hybrid ของ C-HR ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 600 โวลต์ ให้กำลัง 53 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock

ราคาของ Toyota C-HR Hybrid

  • รุ่น HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
  • รุ่น HV Hi ราคา 1,159,000 บาท

Lexus-IS300h

6. Lexus IS300h

Lexus IS (เลกซัส ไอเอส) รถสปอร์ตซีดานหรู ที่นำเสนอการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส หรือ Lexus Driving Signature ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง เกาะถนนเป็นเยี่ยม ภายใต้การพัฒนาด้วยการใช้ถนนออกแบบรถ และทดสอบในสนามแข่ง Shimoyama ประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากสนาม Nurburgring ประเทศเยอรมนี

ดีไซน์ภายนอกออกแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โฉบเฉี่ยว ดุดัน กว้างขวางและยาวขึ้น ติดตั้งไฟหน้า 3-LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว และ 19 นิ้ว ช่วยการเกาะถนนเป็นเยี่ยม

ภายในห้องโดยสาร ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง Smooth Leather พร้อมปรับไฟฟ้าคู่หน้า 8 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศเบาะนั่งคู่หน้า, มาตรวัดแสดงผลรวม TFT ขนาด 8 นิ้ว มีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ EMV ขนาด 10.3 นิ้ว (รุ่น Luxury ขนาด 8 นิ้ว) พร้อมปุ่มควบคุมกลางระบบสัมผัส Frameless Touch Pad พร้อมระบบเสียง Lexus Premium 10 ลำโพง

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 223 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 200 กม./ชม. รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

ราคาของ Lexus IS300h

  • รุ่น Luxury ราคา 2,690,000 บาท
  • รุ่น Premium ราคา 3,370,000 บาท
  • รุ่น F-Sport ราคา 3,890,000 บาท

BMW-330-e-M-Sport-Motor-Expo-2020

7. BMW Series-3

BMW 330e M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู 330อี เอ็ม สปอร์ต) มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวกับชุดแต่ง M Sport รอบคัน และยังมีเทคโนโลยีเจ๋งๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบ Parking Assistant Plus ที่มาพร้อมกับระบบช่วยถอยรถในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ตัวรถสามารถจดจำทิศทางที่ขับตรงไปข้างหน้าในระยะ 50 เมตรสุดท้าย ด้วยความเร็วไม่เกิน 36 กม./ชม.ได้ และสามารถถอยออกในทิศทางเดิมโดยอัตโนมัติ ระบบ Parking Assistant Plus กับกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera ที่มีมุมมองด้านบน มุมมองรอบทิศทาง และมุมมอง 3D และระบบ BMW ConnectedDrive ที่คนขับสามารถดูภาพของรถที่จอดผ่านมือถือได้อีก

มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมกับเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุด 292 แรงม้า และสามารถวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าอย่างเดียว ทำระยะทางได้สูงสุดอยู่ที่ 55-68 กิโลเมตร

และสามารถเพิ่มกำลังให้ตัวรถเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นในโหมด SPORT เพียงเหยียบคันเร่งเพื่อกระตุ้นการทำงานของ XtraBoost ซึ่งสามารถปลดปล่อยพละกำลังเพิ่มขึ้นอีก 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาที ทำให้ BMW 330e M Sport ใหม่ มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม.

ราคาของ BMW Series-3

  • รุ่น 330e M Sport ราคา 2,769,000 บาท

Mercedes-Benz-C-300-e-Motor-Expo-2020

8. Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) กับความเป็นรถในตระกูล EQ Power รุ่นประกอบในประเทศไทย ซึ่ง C 300 e Avantgarde และ C 300 e AMG Dynamic แม้ว่าจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนรุ่นย่อย AMG Sport ก็เปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงยอดนิยมในหมู่คนชอบรถค่ายดาวสามแฉกมาก

สำหรับ Mercedes-Benz C 300 e ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Plug-In Hybrid ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-1,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 122 แรงม้า โดยมีกำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 4,500-5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC

สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.4 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 13.5 kWh เพิ่มจากเดิม 111% พร้อมเซลล์แบตเตอรี่ชนิดใหม่ ซึ่งมีส่วนผสมของลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ (Li NMC) สามารถชาร์จประจุไฟจนเต็มได้ในเวลา 1 ชั่วโมง 50 นาที (จากระดับแบตเตอรี่ 10% ด้วยเครื่องประจุไฟฟ้า Wall Box)

ราคาของ Mercedes-Benz C-Class

  • รุ่น C 300 e Avantgarde ราคา 2,599,000 บาท
  • รุ่น C 300 e AMG Sport ราคา 2,699,000 บาท
  • รุ่น C 300 e AMG Dynamic ราคา 2,990,000 บาท

MG-HS-PHEV-Motor-Expo-2020

9. MG HS PHEV

All-New MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส พีเอชอีวี) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุดจากค่าย MG ที่คนถามถึงมากในงาน Motor Expo 2020 ชูแนวคิด “Refinement” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบายความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานพลังสุดยอดแห่งระบบขับเคลื่อน 2 ระบบ เข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid มีพละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จากขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล มีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds ที่ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาที ตอบสนองได้อย่างทันใจ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 7.5 วินาที สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ราคาของ MG HS PHEV

  • รุ่น PHEV ราคา 1,359,000 บาท

Volvo-XC40-Recharge

10. Volvo XC40 Recharge

Volvo XC40 Recharge (วอลโว่ เอ็กซ์ซี 40 รีชาร์จ) เปิดตัวในงาน Motor Expo เป็นครั้งแรก หลังจากที่ Volvo เริ่มเน้นรถยนต์ขุมพลัง Plug-In Hybrid ทำตลาดในบ้านเรามากขึ้น และเสริมทางเลือกให้กับกลุ่มตลาดรถ Crossover ขนาดเล็ก

ใช้ขุมพลังแบบเครื่องยนต์เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 180 แรงม้า ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 82 แรงม้า รวมกำลังสูงสุดทั้งระบบที่ 262 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 10.7 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 180 กม./ชม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางมากถึง 44 กิโลเมตร ในราคารุ่นเริ่มต้นเลย 2 ล้านมานิดๆ

ราคาของ Volvo XC40 Recharge

  • รุ่น XC40 Recharge T5 R-Design Expression ราคา 2,090,000 บาท
  • รุ่น XC40 Recharge T5 R-Design ราคา 2,390,000 บาท
  • รุ่น XC40 Recharge T5 Inscription ราคา 2,390,000 บาท

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน