Thailand-Car-Sales-Volume-2020

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2562 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2563 ในเศรษฐกิจยุคลุง คาดยอดขายตลาดรถยนต์ไทยโดยรวม 940,000 คัน ลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปี 2562

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2562 ลดลง 3% โดยมียอดขายอยู่ที่ 1,007,552 คัน แต่อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของตลาดรถยนต์ไทย ที่มียอดขายถึงระดับหนึ่งล้านคัน ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์มีการหดตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือนกันยายนผ่านมา

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศปี 2562

 ยอดขายปี 2562 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ปริมาณการขายรวม 1,007,552 คัน -3.3%
รถยนต์นั่ง 398,386 คัน
-0.3%
รถเพื่อการพาณิชย์ 609,166 คัน -5.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
492,129 คัน -3.8%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
431,677 คัน
-3.4%

ส่วนแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2563 คาดการณ์ว่า ปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่ง ตลาดรถยนต์ยังคงเผชิญกับหลายปัจจัย จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน และมาตรการควบคุมสินเชื่อรถยนต์ที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศ จะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563

ยอดขาย
ประมาณการปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม 940,000 คัน -6.7%
รถยนต์นั่ง 358,500 คัน -10.0%
รถเพื่อการพาณิชย์ 581,500 คัน -4.5%

แต่สำหรับยอดขายรถโตโยต้าในปี 2562 สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น สวนทางกับสถานการณ์ตลาดที่หดตัวลง โดยโตโยต้า มียอดขายอยู่ที่ 332,380 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ครองส่วนแบ่งการตลาด 33.0% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.8 จุด

ปัจจัยหลักมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นปรับปรุงใหม่ของรถยนต์นั่งอย่าง New Camry และ New Corolla Altis รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของ Yaris และ ATIV ตลอดจนรถเพื่อการพาณิชย์ อย่าง Hilux Revo Z Edition, Commuter และ Majesty

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2562

ยอดขายปี 2562 เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ส่วนแบ่งตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
เติบโต (จุด)
ปริมาณการขายโตโยต้า 332,380 คัน +5.5% 33.0% +2.8
รถยนต์นั่ง 117,708 คัน +4.7% 29.5% +1.4
รถเพื่อการพาณิชย์ 214,672 คัน +5.9% 35.2% +3.6
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 191,669 คัน +8.3% 38.9% +4.3
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 165,452 คัน +9.6% 38.3% +4.5

สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี 2563 มีเป้าหมายการขายที่ 310,000 คัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.0% ลดลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Thailand-Car-Sales-Volume-2020

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563

ยอดขาย เปลี่ยนแปลง
ประมาณการปี 2563
ส่วนแบ่งตลาด
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการขายรวม 310,000 คัน -6.7% 33.0%
รถยนต์นั่ง 103,000 คัน -12.5% 28.7%
รถเพื่อการพาณิชย์ 207,000 คัน -3.6% 35.6%

ด้านการส่งออกรถในปี 2562 โตโยต้าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 264,775 คัน ลดลง 10% ทั้งนี้ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 570,850 คัน ลดลง 3% สืบเนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ดีในหลายภูมิภาค เช่น โอเชียเนีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2562

ปริมาณ
ปี 2562
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2561
ปริมาณการส่งออก 264,775 คัน -10%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 570,850 คัน -3%

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 263,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศคู่ค้ายังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้แผนการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก จะอยู่ที่ 556,000 คัน ลดลง 3%

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและการผลิตของโตโยต้าปี 2563

ปริมาณ
ปี 2563
เปลี่ยนแปลง
เทียบกับปี 2562
ปริมาณการส่งออก 263,000 คัน -1%
ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ 556,000 คัน -3%

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อไปถอยรถ Toyota รุ่นใหม่ๆ ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายคันเก่ากับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สรุปตัวเลขยอดขายรถ ในเดือนธันวาคม 2562

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 2562

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 89,285 คัน ลดลง 21.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 29,487 คัน ลดลง 5.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,767 คัน ลดลง 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 17.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 9,537 คัน ลดลง 28.2% ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 32,766 คัน ลดลง 18.7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 10,080 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 6,843 คัน ลดลง 26.1% ส่วนแบ่งตลาด 20.9%
อันดับที่ 3 มาสด้า 3,369 คัน ลดลง 27.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 56,519 คัน ลดลง 22.9%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,407 คัน ลดลง 11.5% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,767 คัน ลดลง 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 27.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 4,623 คัน ลดลง 22.8% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 45,025 คัน ลดลง 23.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,128 คัน ลดลง 11.8% ส่วนแบ่งตลาด 38.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,677 คัน ลดลง 27.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 4,623 คัน ลดลง 22.8% ส่วนแบ่งตลาด 10.3%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 5,432 คัน
โตโยต้า 2,164 คัน – มิตซูบิชิ 1,355 คัน – อีซูซุ 768 คัน – ฟอร์ด 703 คัน –  เชฟโรเลต 298 คัน –  นิสสัน 144 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 39,593 คัน ลดลง 23.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,964 คัน ลดลง 12.5% ส่วนแบ่งตลาด 37.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 13,909 คัน ลดลง 25.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 3,890 คัน ลดลง 21.2% ส่วนแบ่งตลาด 9.8%


สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2562

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 1,007,552 คัน ลดลง 3.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 332,380 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 168,215 คัน ลดลง 5.4% ส่วนแบ่งตลาด 16.7%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 125,833 คัน ลดลง 1.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 398,386 คัน ลดลง 0.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 117,708 คัน เพิ่มขึ้น 4.7% ส่วนแบ่งตลาด 29.5%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 96,154 คัน เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 มาสด้า 96,154 คัน ลดลง 8.8% ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 609,166 คัน ลดลง 5.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 214,672 คัน เพิ่มขึ้น 5.9% ส่วนแบ่งตลาด 35.2%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 168,215 คัน ลดลง 5.4% ส่วนแบ่งตลาด 27.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 49,842 คัน ลดลง 24.3% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 492,129 คัน ลดลง 3.8%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 191,669 คัน เพิ่มขึ้น 8.3% ส่วนแบ่งตลาด 38.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 153,170 คัน ลดลง 5.5% ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 49,841 คัน ลดลง 23.5% ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 60,452 คัน
โตโยต้า 26,217 คัน – มิตซูบิชิ 13,558 คัน – อีซูซุ 9,477 คัน – ฟอร์ด 6,355 คัน – เชฟโรเลต 3,091 คัน –  นิสสัน 1,754 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 431,677 คัน ลดลง 3.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 165,452 คัน เพิ่มขึ้น 9.6% ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 143,693 คัน ลดลง 3.9% ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 43,486 คัน ลดลง 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.1%

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

Get-Driving-License-At-Saturday-Sunday

ข่าวดีที่มีทุกปี! กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชน เดินหน้า!!! จัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชนิดชั่วคราว เฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ประจำปี 2563 รวม 11 รุ่น ฟรี! ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2533 สมัครและอบรมที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร เท่านั้น!

แต่ถ้าใครอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ป้ายแดง แทนรถคันเก่าที่หัดขับ สามารถนำรถคันเดิมมาขายได้ที่ CARRO! เราขอแนะนำ CARRO Express พร้อมรับซื้อรถของคุณ! เพียงลงขายได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อนขาย สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Driving-License

โดยใช้ระยะเวลา 2 วัน ดังนี้

  • วันเสาร์ อบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับรถ และเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ ก่อนเข้าทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam)
  • วันอาทิตย์ ทดสอบขับรถในสนามสอบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ผ่านการทดสอบ จะได้รับใบอนุญาตขับรถ มาตรฐานและระเบียบเดียวกับการขอรับใบขับขี่ในวันเวลาราชการ

ที่ผ่านมา ทางขนส่งฯ จัดอบรมแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศแล้ว จำนวนกว่า 50,000 คน

Driving-License

DLT-Get-Driving-License-Saturday-Sunday-2020

สำหรับปี 2563 เฉพาะในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 11 รุ่น ดังนี้

  • วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563
  • วันที่ 21 – 22 มีนาคม 2563
  • วันที่ 25 – 26 เมษายน 2563
  • วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2563
  • วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2563
  • วันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2563
  • วันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 26 – 27 กันยายน 2563
  • วันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 และ
  • วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563

Driving-License

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน และยื่นใบสมัครล่วงหน้าด้วยตนเองที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

โดยเตรียมหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน

อ่านเพิ่มเติม : สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ … ง่ายนิดเดียว

อ่านเพิ่มเติม : เอกสารที่ต้องเตรียมตอนไปต่อใบขับขี่ ปี 2563

Driving-License

ติดตามกำหนดการอบรมเพิ่มเติมได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-271-8888 ต่อ 4202-3

New-Cars-In-Thailand-2020

เป็นธรรมดาของปีใหม่ทุกปีที่บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แทบทุกเดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อรถกันเยอะๆ เศรษฐกิจไทยจะได้คึกคัก ในปี 2563 นี้ ก็มีรถหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งแบบ All-New ใหม่หมดจรด หรือจะเป็นแบบ Minorchange ปรับโฉมแต่งหน้าทาปากหน่อย โดยเฉพาะ “รถ SUV” ปีนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

โดย CARRO ขอคาดการณ์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเตรียมเปิดตัวกันในปีนี้ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยังถือว่าย่ำแย่ก็ตามที MR.CARRO ขอพาไปดูกันเลยว่า ปีนี้ตลาดรถยนต์ไทย จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้ตื่นเต้นกันบ้าง …

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

แม้ว่าการเปิดตัวของ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ ทำให้หลายฝ่ายต้องมาลุ้นกันต่อว่า Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เปิดตัวไปในเมื่อปีที่ผ่านมา และจะวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธุ์นี้ จะมาขายในบ้านเราหรือไม่? จากรูปโฉมที่ดูอ้วนป่องน่ารัก มากกว่าความเป็นสปอร์ตแบบโฉมที่ผ่านมา จึงยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนัก

บางแห่งข่าวบอกด้วยซ้ำว่าทาง Honda จัดสินใจจะผลิต Honda City Hatchback มาจำหน่ายแทน …

ซึ่งถ้าหากทาง Honda คิดผลิต Jazz โฉมใหม่นี้ขายในบ้านเราจริง เครื่องยนต์ Hybrid คงไม่มาแน่นอน แต่อาจจะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับ Honda City นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร VTEC Turbo 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda (มาสด้า) ยังคงเดินหน้ากวาดยอดขายรถอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายรถของ Mazda ในปีที่แล้ว อาจจะร่วงลงไปบ้างก็ตามหากเทียบกับยอดในปี 2561 ที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วก็ยังดูสูงอยู่ดี โดยรถ Crossover ยอดฮิตที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นอย่าง Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) ที่มีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ต้องสะเทือนกันอย่างแน่นอน

โดย Mazda CX-30 2020 มีหน้าตาและรูปร่างคล้าย Mazda3 โฉมใหม่ล่าสุด ในแบบยกสูง ภายใต้เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ เบนซินขนาด 1.5 ลิตร, 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร และแบบดีเซลขนาด 1.8 ลิตร แต่เครื่องยนต์ที่จะขายในไทยคงเป็นตัวเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และดีเซลขนาด 1.8 ลิตร 116 แรงม้า

Nissan-Kicks-2020

3. Nissan Kicks

ปีนี้อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Nissan (นิสสัน) ที่หวนกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่เกือบๆ 10 ปีที่ผ่านมา โดย Nissan Almera 2020 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ในเดือนเมษายน 2563 นี้ Nissan มีแพลนที่จะเปิดตัว Nissan Kicks 2020 (นิสสัน คิกส์) ใหม่ เอามาขายแทน Nissan Juke ในราคาเริ่มต้นประมาณ 895,000 บาท

โดย Nissan Kicks คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 124 แรงม้า และอาจได้เห็นรุ่น e-Power มาอีกด้วย Nissan Ju

Nissan-Sylphy-2020

4. Nissan Sylphy

ต้องยอมรับว่า รถยนต์แบบ Compact Car ของ Nissan อย่าง Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) เป็นรถที่ดูเงียบมากๆ ของนิสสันในช่วงหลายปีมาผ่าน ซึ่งหลายต่อหลายฝ่ายต่างคิดว่า Nissan บ้านเราคงถอดใจกับการขายรถรุ่นนี้ไปแล้ว

แต่ Nissan Sylphy โฉมใหม่ล่าสุด ก็เปิดตัวไปแล้วในจีน และสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 139 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 149 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่า รถรุ่นนี้ผลิตขายและจำหน่ายในบ้านเราเวลาใด

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) โฉมใหม่หมดจด นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรุ่นนี้ แม้ว่าในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและยุโรป จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กับรูปทรงที่สวยสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด แถมมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid ให้ได้เลือกสรรกันด้วย

พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.0 ลิตร พร้อมระบบไฮบริด รวมถึงยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่เน้นไปที่เรื่องของความปลอดภัย ในบ้านเราก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่ารุ่นนี้จะมาเข้าโครงการ Eco-Car เฟส 2 ด้วยหรือเปล่า

Toyota-Rush-2020

6. Toyota Rush

มาแน่แต่ไม่รู้มาเดือนไหน? สำหรับ Toyota Rush (โตโยต้า รัช) เป็นรถแบบ Crossover SUV ที่ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไปแล้วในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โอกาสที่จะเข้ามาไทย (แทนที่ Avanza) นี้ ก็ถือว่ามีสูงมากเลยทีเดียว พร้อมท้าชนกับเจ้า Honda BR-V หรือ Mitsubishi Xpander แน่นอน

Toyota Rush ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR 104 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

Suzuki-Ciaz-2020

7. Suzuki Ciaz

สำหรับค่าย Suzuki (ซูซูกิ) หลังจากที่สร้างความตื่นเต้นไปในปีที่ผ่านมา กับรถใหม่ๆ หลายรุ่นแล้ว ในปีนี้ก็ถึงเวลาที่ Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รุ่นปรับโฉมมามาแทนที่รุ่นเดิม

Mercedes-Benz-GLB-Class-2020

และสำหรับแบรนด์อื่นๆ เช่น Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ช่วงต้นปีนี้ก็เตรียมพบกับ Mercedes-Benz GLA รุ่นใหม่ล่าสุด และ Mercedes-Benz GLB รถ SUV รุ่นใหม่ที่คั่นกลางระหว่าง GLA และ GLC ที่มาพร้อม 7 ที่นั่ง! และ New A-Class ใหม่ ในเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ ที่ต้องรอติดตามดูกันว่าจะมาหรือไม่

ส่วน BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ก็ต้องรอลุ้นกับ Series-3 รุ่นเพิ่มเติมที่มาเอาใจแฟนๆ Bimmer อย่างแน่นอน รวมไปถึง BMW New X6 และรถธงอย่าง BMW Series-7 โฉมใหม่ล่าสุด รุ่นประกอบในประเทศ เปิดตัวกันไปแล้วในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท และ 745Le xDrive M Sport ในราคา 6,439,000 บาท

เป็นอันว่า หากใครที่อยากได้รถรุ่นใหม่ๆ ดังกล่าว ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้เลย แต่วิธีการที่จะช่วยให้คุณดาวน์รถใหม่ หรือผ่อนรถใหม่ได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้คุณนำรถคันเดิมมาขายกับทาง CARRO ได้ตาม Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Mazda-Annual-Sales-Volume-In-Thailand

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประจำปี 2562 ที่ผ่านมา ยอดขายพุ่งสูงสุดเกือบ 6 หมื่นคัน Mazda2 (มาสด้า2) ยังคว้าแชมป์สองปีติดต่อกัน

มั่นใจปี 2563 ตลาดรถยนต์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เน้นการบริหารงานแบบครบวงจร เตรียมเสริมทัพรถใหม่อีกเพียบ ทั้งรถเก๋ง รถอเนกประสงค์ รถครอสโอเวอร์ Mazda CX-30 และรถปิกอัพ รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

มั่นใจปีนี้ยอดขายมากกว่า 60,000 คัน และครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 6%

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อไปถอยรถ Mazda รุ่นใหม่ๆ ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายคันเก่ากับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมา ถูกคาดการณ์ว่ายอดรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2561 ซึ่งมียอดรวมอยู่ที่ 1.04 ล้านคัน แม้จะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเข้ามากระทบ แต่ท้ายที่สุดตัวเลขรวมก็ทะลุ 1 ล้านคัน (ประมาณการ) ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

All-New-Mazda-CX-8-2019

ในส่วนของมาสด้าสามารถบรรลุยอดขายรวมได้สูงถึง 58,129 คัน ลดลงประมาณ 17.5% และครองส่วนแบ่งการตลาด 5.8% แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 46,704 คัน รถอเนกประสงค์จำนวน 5,736 คัน โดยเฉพาะการเปิดตัว CX-8 Crossover 7 ที่นั่ง ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าแบบครอบครัวจนสร้างกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า รวมทั้งรถปิกอัพจำนวน 5,664 คัน และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 25 คัน

เนื่องจากตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมามีการแข่งขันที่สูงมาก แม้ว่ามาสด้าจะส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาดถึง 6 รุ่น แต่ทั้งหมดอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่กลับทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สาเหตุสำคัญเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อตัวโปรดักซ์ทุกรุ่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมในทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียมที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี

ส่งผลให้ยอดขายรวมทะลุถึง 58,129 คัน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 5.8%

All-New-Mazda-CX-8-2019

“ภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2.5% โดยรวมต้องบอกว่า “ดีขึ้น” แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ปัจจัยสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ไปได้ด้วยดี แต่ก็ใช้เวลานานกว่าที่จะจัดการแต่งตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้โครงการสำคัญๆ ชะลอออกไป ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงไม่มีกลไกมาช่วยส่งเสริม”

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.8 – 3.0% ค่าเงินและเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ หากค่าเงินบาทเฉลี่ยที่ 30/ดอลลาร์ฯ ในปีนี้จะกระทบสินค้าเกษตร รถยนต์ และท่องเที่ยว การผลิตอาจลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน ด้านการท่องเที่ยว ปัญหานักท่องเที่ยวที่ลดลงจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะประเทศไทยยังถือเป็นประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหลัก จากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อาเซียน รวมทั้งจากไทยเที่ยวไทย

The-All-New-Mazda3-2019

ประเด็นทางเศรษฐกิจไทย ปี 2563 จำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ รัฐต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและการคลัง การลงทุนโครงการของภาครัฐคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง อาทิ ท่าอากาศยาน ทางหลวงพิเศษ รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าในเมือง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ สถานการณ์ทางการเมืองของไทยและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงส่งผลมาถึงเศรษฐกิจไทย ส่วนปัญหาภัยแล้ง อาจกระทบภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในห่วงโซ่ แต่จะส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดมีแนวโน้มดีขึ้น

Mazda2-2020

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2562 ยอดขายรวมทะลุ 1 ล้านคัน และที่สำคัญ มาสด้า2 ครองแชมป์เบอร์หนึ่งและตลาดรวมรถยนต์เก๋งมาสด้าครองอันดับ 3 อย่างถาวร ก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของ B Car และ Eco Car เป็นปีที่สองติดต่อกัน

ล่าสุดการปรับโฉมของ New Mazda2 จะส่งผลให้มาสด้ายังคงรักษาแชมป์ในเซกเม้นต์นี้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับคู่แข่งรอบด้าน

ดังนั้น การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รถยนต์มาสด้า มียอดขายสะสมสูงถึง 2.6 แสนคัน ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี เท่านั้น

The-All-New-Mazda3-2019

สำหรับปี 2563 มาสด้ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการสื่อสารวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom 2030 โดยยังคงเน้นเรื่อง “ความสนุกในการขับขี่” หรือ “Joy of Driving” ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เราไม่เคยเปลี่ยน

โดยในปีนี้ Mazda Motor Corporation กำลังจะครบ 100 ปี ในวันที่ 30 มกราคม นี้ และทาง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เตรียมจัดกิจกรรมไปพร้อมกันกับมาสด้าทั่วโลกตลอดทั้งปี 2020 และแน่นอนว่าเรากำลังเตรียมงานสำคัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกัน

นโยบายเกี่ยวกับผู้จำหน่าย การปรับปรุงโชว์รูมทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จ 100% ภายในปีงบประมาณ 2562 นี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายจะถูกยึดถือเป็นนโยบายหลักเพื่อให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศดำเนินการ ทุกคนต้องออกไปเจอลูกค้าด้วยตัวเอง เน้นสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง และดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด

ด้านผลิตภัณฑ์ ปี 2563 เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Crossover SUV และครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ และรถปิกอัพ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า ทั้งกลุ่มคนโสด คู่สมรส และกลุ่มครอบครัว ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้านอะไหล่และการขนส่ง มาสด้าปรับปรุงทั้งคุณภาพและราคาจนสามารถใกล้เคียงกับตลาด หรือบางชิ้นส่วนมีราคาที่ต่ำกว่าตลาด ด้านการจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการ มีบริการจัดส่ง 2 รอบต่อวัน สำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด 1 รอบต่อวัน

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2562 เปรียบเทียบกับปี 2561

ข้อมูลการขายรถ มกราคม – ธันวาคม 2561 มกราคม – ธันวาคม 2562 % เปลี่ยนแปลง
มาสด้า2 45,972 41,987 – 8.6
มาสด้า3 5,255 4,717 – 10.2
มาสด้า CX-3 3,536 1,971 – 44.2
มาสด้า CX-5 8,184 3,020 – 63.0
มาสด้า CX-8 n/a 745 n/a
มาสด้า BT-50 โปร 7,498 5,664 – 24.4
มาสด้า MX-5 30 25 – 16.6
ยอดรวม 70,475 58,129 – 17.5
Bangkok-International-Motor-Show-2020

Motor Show 2020 – “Inspiration Unlocks The Future – แรงบันดาลใจ”

Motor-Show-2020

“Motor Show 2020” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41) หรือ The 41th Bangkok International Motor Show 2020 ภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจ” หรือ “Inspiration Unlocks The Future” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2020 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ในปีนี้ มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ และแบรนด์รถจักรยานยนต์มาร่วมมากมาย พร้อมด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงานไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ที่จะถูกนำมาจัดแสดงจากหลายค่าย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านยานยนต์ในอนาคต

Bangkok-Motorshow-2019-Logo

กำหนดการจัดงาน

– รอบ VIP (VIP Day) วันที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 12.00 – 20.00 น.
– รอบสื่อมวลชน (Press Day) วันที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 9.59 – 18.00 น.
– รอบบุคคลทั่วไป (Public Day) วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
บัตรเข้าชมงาน ราคา 100 บาท

CEO-Honda-Confident-Hybrid-Popular-More-EV-Car

แม้ว่าในโลกยุคปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” นับได้ว่าเป็นเทรนด์ของโลกที่มาพร้อมๆ กับยุค Disruption ของอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่หลายรูปแบบ หนึ่งในผู้ที่สร้างความโดดเด่นที่สุดในวงการรถยนต์ไฟฟ้า คงต้องยกให้กับเขา “Elon Musk (อีลอน มัสก์)” ที่เมื่อวานที่ผ่านมา ก็เพิ่งถอดสูท เต้นระบำส่ายเอว ในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla (เทสล่า) ที่ประเทศจีน!

แต่เนื่องด้วยจากอุตสาหกรรมน้ำมัน และส่วนประกอบเกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ ยังคงเป็นผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน และบรรดา Supplier ทั่วโลก

จึงให้บรรดาค่ายรถยนต์หลายค่าย ที่แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่น และนำแสดงออกมาในรูปแบบรถ Concept Car (เรียกแบบไทยๆ ก็ รถต้นแบบ หรือ รถแนวคิด) ออกมาบ่อยๆ แต่ตัวเองก็ต้องพยายามปกป้องและผลักดัน ให้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปด้วยเชื้อเพลิง อยู่ในตลาดรถยนต์ไปให้นานที่สุด

ถ้าเบื่อรถคันเดิม อยากเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า มาขายรถคันเดิม กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และทำไมล่ะ CEO Honda อย่าง Takahiro Hachigo (ทาคาฮิโระ ฮาจิโกะ) ถึงมองเทรนด์รถใหม่ คนนิยมรถไฮบริด มากกว่ารถ EV? MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกัน …

https://s3-prod-europe.autonews.com/s3fs-public/styles/width_792/public/Honda%20CEO%20Takahiro%20Hachigo%20web.jpg

Takahiro Hachigo

ทาง Takahiro Hachigo CEO ของ Honda Motor Co. ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Auto News Europe ยังคงวางเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ไฮบริด และขายรถยนต์ไฮบริดให้มากขึ้น และปรัชญาสำคัญของ Honda ก็ยังคงตั้งใจผลิตรถที่ประหยัดน้ำมันที่สุด ออกมาจำหน่ายเช่นเคย

แม้ว่าในปี 2030 นี้ Honda จะคาดหวังว่า ยอดขายรถยนต์ 2 ใน 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ไปตามวิสัยทัศน์ปี 2030 “Honda e:TECHNOLOGY” แล้วก็ตาม

แต่ CEO Honda ยังเชื่อว่ารถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ยังคงเป็นเทรนด์ของรถใหม่อยู่ในเวลานี้ ไม่คิดว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นกระแสหลักของวงการรถยนต์โลกในตอนนี้ และยังไม่เชื่อด้วยซ้ำไปว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เวลานี้จะต้องการรถยนต์ EV จริงๆ หรือ?

เพราะบรรดาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในหลายๆ ประเทศ รวมไปถึงกฎหมายบางอย่าง ยังคงไม่พร้อมรองรับต่อรถยนต์ไฟฟ้านัก รถยนต์ไฟฟ้า จึงอาจไม่ใช่รถที่ผู้คนส่วนใหญ่ในเวลานี้ต้องการ และทาง Honda เองคิดว่า เราก็ยังคงต้องพัฒนารถยนต์ EV กันต่อไป

ซึ่งทาง Honda เราพยายามเน้นปรับปรุงรถยนต์ไฮบริด ให้เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน และใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้สภาวะแวดล้อมของโลกอยู่ในภาวะที่มลพิษน้อยที่สุด พร้อมกับผ่านมาตรฐานไอเสียอันเข้มงวดให้ได้อีกด้วย

พอมองในส่วนของระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยไร้คนขับ (Autonomous Driving) ทาง CEO Honda เอง กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยบอกว่าเรามีการลงทุนไปถึงเรื่องนี้เช่นกัน รวมไปถึงการผลิตรถยนต์ที่ทำให้ผู้ขับขี่ เกิดอุบัติเหตุได้น้อยที่สุด หรือไม่เกิดขึ้นเลย

Honda-Accord-2019

หนึ่งในสิ่งที่ Honda ภูมิใจนำเสนอในรถหลายๆ รุ่น ที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน อาทิเช่น ระบบ “Honda Sensing” ที่ติดตั้งในรถยนต์รุ่น Civic และ Accord ซึ่งก็มีการใช้เรดาร์ ในการตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้า เพื่อช่วยผู้ขับขี่รถให้อยู่ในเลน รวมไปถึงการเบรกโดยอัตโนมัติ หากเข้าไปวัตถุด้านหน้ามากเกินไป เป็นต้น

แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง แต่ทาง Honda ก็จะพยายามพัฒนาฟังก์ชั่นเหล่านี้ ให้มีราคาที่ย่อมเยาว์ เพื่อจะได้ติดตั้งในรถทุกระดับได้ในอนาคต

https://www.synopsys.com/content/dam/synopsys/solutions/images/cs327718450-automotive-levels-infographic-v4.jpg.imgw.850.x.jpg

Levels of Driving Automation (แหล่งที่มา Synopsys.com)

เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปถึงระดับ 3 ทาง Honda ก็คงต้องใช้ระบบ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งทางเรายังคงคิดอยู่ว่า จะตัดสินใจนำระบบนี้ไปติดตั้งในรถรุ่นใดเป็นรุ่นแรก สำหรับระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยอัตโนมัตินี้

สำหรับรถยนต์ EV ในปี 2020 Honda จะเริ่มจำหน่าย Honda e ในญี่ปุ่น (เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีรูปทรงคล้ายกับ Honda Civic รุ่นแรก) และจะดำเนินธุรกิจโดยมีวิสัยทัศน์ 2030 เป็นแนวทาง เพื่อตอบสนองผู้คนทั่วโลก นอกจากจะส่งมอบความสุขแล้ว ยังเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนอีกด้วย

แหล่งที่มาจาก:

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

อันนี้น่าจะถือว่าเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ 2563 ปีแห่งความตื่นเต้นในสังคมไทยอีกปีในหลายๆ เรื่อง อีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่สร้างความน่าสนใจให้กับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีกำลังมากพอ ที่จะเปลี่ยนรถยนต์ใหม่ป้ายแดงได้ทุกๆ 5-10 ปี

นั่นคือ “กรมสรรพสามิต” ดับฝันนายทุนค่ายรถยนต์ในไทยทั้งหลาย ที่ทางโฆษกกรมสรรพสามิตชี้แจงไปก่อนหน้าว่า กรมสรรพสามิต และรัฐบาลไม่เอาด้วย เพราะเสียงต่อต้านจากประชาชนมากแน่ๆ

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

ซึ่งนโยบายที่ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำเสนอความต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี เก็บค่าธรรมเนียมซากรถเก่าที่ไม่ใช้งาน หรือมีมาตรการสนับสนุนให้ซื้อรถใหม่ในราคาพิเศษ โดยผู้ใช้รถยนต์สามารถนำซากรถเก่ามาแยกชิ้นส่วน

ถ้าเห็นข่าวแล้วรู้สึกว่า อยากขายรถเก่า เพื่อเปลี่ยนรถใหม่ หรือรถมือสองที่ปีใหม่ขึ้นมาหน่อย นำรถมาขายที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวเก่า >>> สรุป ข้อดี ข้อเสีย เก็บภาษีรถเก่าอายุเกิน 10 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายรถใหม่ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ครรชิต ไชยสุโพธิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้มีนัดหมายว่า จะนำเรื่องนี้เสนอไปยังกรมสรรพสามิต เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่มีเหตุขัดข้อง โดยทางโฆษกกรมสรรพสามิตชี้แจงว่า กรมสรรพสามิต และรัฐบาลไม่มีนโยบายสนับสนุน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในการประชุมกลุ่มอุตฯยานยนต์ ครั้งหน้า ทางกลุ่มจะหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา ทุกฝ่ายได้คุยกันจนตกผลึกต้องการให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน ให้มีการกำจัดรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน หรือซากรถเก่าให้หมดไป รวมถึงรถเก่าเครื่องยนต์เก่ามากๆ ซึ่งปล่อยค่าไอเสียจำนวนมาก เพื่อช่วยลดมลพิษบนท้องถนน และที่สำคัญ หากเจ้าของรถเก่ามีแรงจูงใจทางด้านภาษี หรือสิทธิพิเศษกรณีต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่ ก็จะช่วยให้ตลาดรถใหม่มียอดขายมากขึ้น

“เรื่องนี้ทำเองไม่ได้ รัฐบาลต้องให้ความร่วมมือและเข้ามาสนับสนุน เพราะเราวางแนวทางเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ขยับจาก กทม. ไปต่างจังหวัด รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย ทุกอย่างก็จบ ไอเดียที่ระดมสมองกันมาก็คงต้องพับไป อย่าลืมว่าทุกวันนี้รถเก่ามีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ข้อมูลจากกรมขนส่งฯระบุว่า ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงสิ้นปี 2562 รถยนต์ในบ้านเรามียอดจดทะเบียนสะสมถึง 40 ล้านคันเข้าไปแล้ว ส่วนรถใหม่ปีหนึ่งๆ ขายเป็นล้านคัน ถ้าไม่มีแนวทางการจัดการที่ดี คงวุ่นวายแน่ๆ”

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวท้ายที่สุดแล้วคงจะต้องรอดูการประชุมกลุ่มในวาระต่อไป ว่าจะมีการนำมาหารือกันอีกรอบหรือไม่ หรือจะพับเก็บไปเลย

ส่วนยอดการผลิตรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมานั้น มียอดผลิตรวมราวๆ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตสำหรับตลาดในประเทศ 1 ล้านคัน และส่งออกอีก 1 ล้านคัน จากเดิมคาดว่าการผลิตเพื่อส่งออกจะอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน แต่จากสถานการณ์ภาวะสงครามการค้า ทำให้มียอดส่งออกลดลง 20%

ส่วนปี 2563 ประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะใกล้เคียงปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูวันที่ 15 ม.ค. นี้ ที่อเมริกาและจีนจะมีการเซ็นสัญญายุติสงครามการค้าระหว่างกันว่า จะมีความชัดเจนมากน้อยเพียงใด ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของค่ายรถต่างๆ โดยเฉพาะ Eco-Car (อีโคคาร์) และกระบะ ว่าจะมีผลขับเคลื่อนกับตลาดได้มากน้อยเพียงใด

The-Excise-Department-Deny-Tax-Idea-In-Thailand

“ปีที่แล้วหลายยี่ห้ออยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสินค้า ทำให้ยอดส่งออก Eco-Car และกระบะหดลง แต่ปีนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น รวมทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์เองก็ยังคงได้อานิสงส์จากกลุ่มรถบิ๊กไบค์ ที่ช่วยทำให้มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังสูงอยู่ แม้ว่าจำนวนจะลดลง”

ขณะที่ตลาดในไทย ยังต้องดูสถานการณ์ภัยแล้งว่ารุ่นแรงแค่ไหน แต่เบื้องต้นกลุ่มประเมินว่า ยอดผลิตรถยนต์ของปี 2563 นั้น ใกล้เคียงปีที่แล้ว คือประมาณ 2 ล้านคัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พชร อนันตศิลป์ excise.go.th

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องกองทุนรถยนต์เก่า เป็นแนวคิดจากภาคเอกชนที่คิดขึ้นมา โดยมองว่าหากเอกชนต้องการทำ ก็ควรใช้หลักการตลาด ส่วนการจะให้แรงจูงใจด้านภาษีสรรพสามิตคงทำไม่ได้ เนื่องจากหลักการของภาษีสรรพสามิต จะจัดเก็บจากผู้ผลิต ณ โรงงานอุตสาหกรรม เพียงครั้งเดียว ไม่สามารถไปเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นรายปีได้

“รถยนต์เก่าจะใช้กระบวนการต่อทะเบียนผ่านทางกรมการขนส่งทางบกอยู่แล้ว ซึ่งอัตราที่ขนส่งเก็บก็จะเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงอัตราสูงสุด หลังจากนั้นก็จะเป็นอัตราเดียวต่อไป ส่วนการจะใช้ภาษีสรรพสามิตไปสร้างแรงจูงใจคงทำไม่ได้ เพราะผิดหลักการ” นายพชรกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก “ประชาชาติธุรกิจ”https://www.prachachat.net/finance/news-407669

New-Car-Promotion-Jan-2020

สวัสดีในเดือนมกราคม 2563 ปีใหม่แล้ว ทาง CARRO ก็ขออวยพรให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง กันมากมายครับผม …

ปี 2563 นับเป็นปีที่เหนื่อยยากของค่ายรถอีกครั้งต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่หลายค่ายไม่สามารถผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินบาทแข็งค่า กำลังซื้อหดหาย หนี้ครัวเรือนสูง และปัจจัยจากนอกประเทศ อย่างสงครามการค้า ก็ทำให้หลายค่ายอ่วมกันไปเป็นแถบๆ

สำหรับข่าวคราวรถเปิดตัวใหม่ในบ้านเรา ด้านรถตระกูล Eco-Car ก็ยังคงแรงไม่หยุด อาทิ Nissan Almera 2020 (นิสสัน อัลเมร่า) และ Honda City 2020 (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ตั้งหน้าตั้งตา กวาดยอดจองจากผู้ใช้รถอย่างล้นหลาม!

ปี 2563 นี้ เตรียมได้ลุ้นกันหลายโมเดลแน่นอน เริ่มต้นตั้งแต่ Nissan Kicks (นิสสัน คิกส์) ที่จะมาแทน Nissan Juke (นิสสัน จู๊ค) ที่เคยขายในไทย รวมไปถึง Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) ใหม่, Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) โฉมใหม่ และ Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) ที่จะมาแทน Mazda CX-3 ในเร็วๆ นี้ เป็นต้น

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ในเดือนมกราคม 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-1-2020

ซื้อไฮลักซ์ รีโว่ วันนี้ ดาวน์ 0.-*

เงื่อนไข

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ Z Edition ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab 2.4J Plus Z Edition ราคา 595,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Z Edition 2.4J Plus ราคา 682,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab Prerunner 2.4J Plus  ราคา 672,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Prerunner 2.4J Plus ราคา 770,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ 4×4  : ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี

  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

เงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม

  • สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถตั้งแต่ 1 – 31 ม.ค. 63 และเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดไม่ได้
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 มกราคม 2563

Nissan Terra Offer

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 37%, ผ่อนนาน 60 เดือน)
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง เอเนอร์เจติกแพ็กเกจ*

หรือ

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท**
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ**

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น
** สำหรับรุ่น 2.3 V 2WD 7AT เท่านั้น

nissan note

Note

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ดอกเบี้ย 1.92% และงวดที่ 61 (198,800), คำนวณจากรุ่น E CVT ราคา 568,000 บาท]*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น 1.2E CVT เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ราคาพิเศษ 359,000 บาท

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • เริ่มต้นเพียง 3,799 บาท*, คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.18%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

NISSAN ALMERA

Almera

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 1.79%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษา (SAVE SAFE)  3ปี/42,000 กม.*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

NISSAN TEANA

Leaf

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 1.79%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรีเครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 72,000 บาท
  • ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษาและค่าแรงเช็คระยะและอะไหล่ใช้งานสิ้นเปลือง 4 รายการ**  3ปี/60,000 กม.
  • ฟรีขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร
  • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี (Premium Roadside Assistance)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และ บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)

** อะไหล่ใช้งานสิ้นเปลือง 4 รายการ ได้แก่ แบตเตอรี่ 12 V 1 ชุด, ผ้าเบรก (หน้า-หลัง) 1 ชุด, ยาง 1 ชุด (4 เส้น), ยางปัดน้ำฝน (ซ้าย-ขวา) 3 ชุด (รวมค่าแรงและค่าอะไหล่)

New Nissan X-Trail

X-Trail

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

NISSAN SYLPHY

Sylphy

MY2018

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.6V CVT เท่านั้น

NISSAN TEANA

Teana

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

New NISSAN NAVARA Black Edition

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition ใหม่ รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition ใหม่ รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara Double Cab Calibre E 6MT รุ่นปี 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2018, 2018.1 และ 2019

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 72 เดือน)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)
  • บัตรน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018 และ 2019

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน)

หรือ

  • ราคาพิเศษ 499,000 บาท*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT 19MY เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

All-New-Honda-City-Turbo-2020

ข้อเสนอสุดพิเศษ Double Smile

  • เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2563 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2563

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท
พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.39%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี
หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท
พิเศษสุด! ฟรีโต๊ะปิกนิกแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มูลค่า 1,590 บาท
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ Double Smile* หรือรับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
หรือรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท
ฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือ ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE**
ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท
พิเศษ! ฟรีค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม.  พร้อมรับ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”

All-New Honda Accord Hybrid
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท 
รับสิทธิพิเศษ “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรีค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กม. 
พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
หรือ รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.39 %* พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาทนาน  12 เดือน
หรือ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาทหรือผ่อนเริ่มต้น 8,000 บาท

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี 
หรือรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กม.
หรือข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

Mazda

Mazda2-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-3

ส่วนลด 100,000 บาท สำหรับ 500 คันสุดท้ายเท่านั้น
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ดาวน์เริ่มต้น 25,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

Mitsubishi-Promotion-1-2-2020

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอสุดพิเศษ โปร เฮง รับปีใหม่ เมื่อซื้อรถมิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563

New Attrage and New Mirage

รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (3)
เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน (4)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

Xpander

รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (3)
เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน (4) หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (5) หรือ แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (6.1) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (6.2)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563\

New Pajero Sport

รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ (2) ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (2.1) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (2.2)
รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)
เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน (5) หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (6) หรือ ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี (7)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

Triton

รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (3)
เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน (4) หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% (5)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
รับ SUZUKI AirPods SET**
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับ SUZUKI AirPods SET *
พร้อมเลือกรับข้อเสนอ
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 60,000 บาท*(2)
หรือเลือกผ่อนสบายๆเริ่มต้นเดือนละ 3,399 บาท*(3)
หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0%* (4) หรือเลือกรับดาวน์เริ่มต้น 5%*(5)
ทุกเงื่อนไข ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1),
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(3)
พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน​​​จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท*(3)
หรือเลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1),
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.69%* (6)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***
และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก บริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki Carry ทุกรุ่น
ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ Suzuki Ciaz รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 60,000 บาท (เฉพาะรุ่น GA/MT รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 55,000 บาท) โดยเงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการทั้ง 4 แห่ง เท่านั้น
*(3) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 655,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท ดาวน์ 24.6% (เงินดาวน์ 161,300 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Ciaz GL PLUS ราคา 568,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,399 บาท ดาวน์ 25.9% (เงินดาวน์ 147,112 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท ดาวน์ 20% (เงินดาวน์ 63,600 บาท) ผ่อน 84 งวด
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz ดอกเบี้ย 0% ที่ดาวน์เริ่มต้น15% ผ่อนสูงสุด 60 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 6,050 บาท คำนวณจากรุ่น Ciaz GA MT ราคา 484,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์121,000 บาท) ผ่อน 60 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ciaz ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนสูงสุด84 งวด กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด , ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(6) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิรุ่น Ertiga ดอกเบี้ย 1.69% ที่ดาวน์เริ่มต้น 20% ผ่อนสูงสุด 60 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 9,472 บาท คำนวณจากรุ่น New Ertiga GL AT ราคา 655,000 บาท ดาวน์ 20% (เงินดาวน์ 131,000 บาท) ผ่อน 60 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่ 1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

Isuzu-MU-X-Promotion-1-2020

ฉลองปีใหม่ สุดพิเศษ! ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือเลือกผ่อนสบายๆ เริ่มต้นเพียง 10,xxx บาท ต่อเดือน

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนมกราคม 2563
  2. ผ่อนเริ่มต้น 10,905 บาทต่อเดือน คำนวณจาก อีซูซุมิวเอ็กซ์-บลูเพาเวอร์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน โดยคำนวณค่างวดต่อเดือน สำหรับกรณีดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน
  3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของอีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

Subaru-XV-2019

Subaru XV ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ เอ็กซ์วี ฟรีค่าบำรุงรักษา 10 ปี !!! หรือ 100,000 กม. พร้อมดอกเบี้ย 0%*

Subaru Forester ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี !!! พร้อมดอกเบี้ย 1.85%*

ข้อเสนอ Motor Expo 2019 สุดพิเศษ ซูบารุ เอาท์แบค ซูบารุ บีอาร์ซี และซูบารุ ดับบลิวอาร์เอ็กซ์ ฟรีค่าบำรุงรักษา 10 ปี !!! หรือ 100,000 กม.*

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-11-12-2019

ที่สุด… ของข้อเสนอ Chevrolet

โปรเด็ดแห่งปี ยกนี้จัดหนัก! พบข้อเสนอจัดหนักจากเชฟโรเลต ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1734

Ford

Retail Campaign Q4 on Latest Offer

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 มกราคม 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับรุ่น Trend และ Titanium

อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 36 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับรุ่น Titanium + 4×2 และ 4×4

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 1,399,000 บาท (จากราคาปกติ 1,469,000 บาท) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

MG

New-MG-HS-2019

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3 ราคาเริ่มต้นพิเศษ 469,000 บาท ดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG5 ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG6 ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG GS ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือดาวน์เริ่มต้น 5% ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG ZS ราคาเริ่มต้นพิเศษ 641,000 บาท หรือผ่อนเพียง 6,790 บาทต่อเดือน และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG HS ราคาเริ่มต้นพิเศษ 885,000 บาท ดอกเบี้ย 1.89% และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี

MG EXTENDER: พิเศษ! สำหรับรุ่น Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ ฟรีพื้นปูกระบะไลเนอร์แท้ จาก MG

MG V80 พิเศษส่วนลด หรือวงเงินตกแต่งกว่า 65,000 บาท

Hyundai

ผ่อนสบายกับดอกเบี้ย 0% เมื่อซื้อ Hyundai H-1 และ Grand Starex ทุกรุ่น

เงื่อนไขพิเศษ: เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 ทุกรุ่น หรือ Grand Starex ทุกรุ่น

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด หรือ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

(2) ฟรีคูปองค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการ ตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 36 เดือน หรือ 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 38,877 บาท สามารถตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่นี่

(3) ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และสูงสุด 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) เฉพาะ H-1 รุ่น Elite ฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว และระบบกล้องมองหลัง รวมมูลค่า 20,000 บาท (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ความบันเทิงเป็นเงินสดหรือสิ่งอื่นใดทดแทน)

*ราคาเริ่มต้นที่ 1,329,000 บาท สำหรับ H-1 รุ่น Touring

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ช่วงไม่กี่วันมานี้ ในโลกโซเชียลมีเดีย มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือด ถึงการที่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ตบเท้าหารือกรมสรรพสามิต 16 ธ.ค. นี้ เสนอตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี พร้อมให้สิทธิพิเศษผู้ใช้ซื้อรถใหม่ หวังกระตุ้นยอดขาย ลดมลพิษ …

แนวคิดนี้ เกิดขึ้นจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ในช่วง 10 เดือน ที่ผ่านมา (ม.ค. -ต.ค.) ตัวเลขยอดขายตกลงมาก ทำได้เพียง 838,847 คัน ขยายตัว 0.6%

จนผู้คนออกมาโจมตี ทั้งฝ่ายเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลตั้งกองทุนเก็บค่าธรรมเนียมกำจัดรถยนต์เก่า 10 ปี และภาพลักษณ์ของรัฐบาลตอนนี้ที่เป็นอย่างไร ทุกคนก็รู้ๆ กันอยู่ เลยกลายเป็นกระแสของคนเล่นรถเก่า รักรถเก่า รักรถมือสอง ออกมาด่ารัฐบาลกันเป็นชุด

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ถ้าคุณคิดอยากขายรถเก่ามาก ขยับมาซื้อรถใหม่ หรือรถมือสองที่ปีใหม่ขึ้นมาหน่อย เพราะไม่อยากรับภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมาในอนาคต ก็นำรถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express คลิกที่นี่ https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี นั้น มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

การจัดเก็บภาษีรถยนต์ประจำปี ของ กรมการขนส่งทางบก

แนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ตั้งแต่ในยุคของกองทะเบียน กรมตำรวจ มาจนถึงยุคกรมการขนส่งทางบก ในอดีตนั้น จัดเก็บภาษีตามน้ำหนักรถยนต์ (ทั้งรถเก๋ง, รถกระบะ และรถตู้) ต่อมา ช่วงประมาณปี 2525 กรมการขนส่งทางบก จึงปรับรูปแบบการจัดเก็บภาษีของรถยนต์นั่ง (เฉพาะรถเก๋ง) ใหม่ ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่เก็บตามความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์

ปัจจุบัน มีการจัดเก็บภาษี 4 ประเภทด้วยกัน คือดังนี้

1) จัดเก็บตามกระบอกสูบ ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน

600 ซีซีแรก ซีซี ละ 0.50 บาท
601 – 1,800 ซีซีๆ ละ 1.50 บาท
เกิน 1,800 ซีซีๆ ละ 4.00 บาท

หากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อๆ ไป ดังนี้

– ปีที่ 6 ร้อยละ 10
– ปีที่ 7 ร้อยละ 20
– ปีที่ 8 ร้อยละ 30
– ปีที่ 9 ร้อยละ 40
– ปีที่ 10 และปีต่อๆ ไป ร้อยละ 50

2) จัดเก็บเป็นรายคัน ได้แก่ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร

– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 100 บาท
– รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ 100 บาท
– รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 50 บาท
– รถพ่วงนอกจากข้อข้างต้น คันละ 100 บาท
– รถบดถนน คันละ 200 บาท
– รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท

3) จัดเก็บตามน้ำหนัก ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้าง

น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดรถยนต์บริการ รถยนต์รับจ้าง รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลรถลากจูงรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร
ไม่เกิน 500 150 450 185 300
501 – 750 300 750 310 450
751 – 1,000 450 1,050 450 600
1,001 – 1,250 800 1,350 560 750
1,251 – 1,500 1,000 1,650 685 900
1,501 – 1,750 1,300 2,100 875 1,050
1,751 – 2,000 1,600 2,550 1,060 1,350
2,001 – 2,500 1,900 3,000 1,250 1,650
2,501 – 3,000 2,200 3,450 1,435 1,950
3,001 – 3,500 2,400 3,900 1,625 2,250
3,501 – 4,000 2,600 4,350 1,810 2,550
4,001 – 4,500 2,800 4,800 2,000 2,850
4,501 – 5,000 3,000 5,250 2,185 3,150
5,001 – 6,000 3,200 5,700 2,375 3,450
6,001 – 7,000 3,400 6,150 2,560 3,750
7,001 ขึ้นไป 3,600 6,600 2,750 4,050

4) รถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า

– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตรารถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน
– รถอื่นนอกจาก 4.1 ให้เก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของรถตามข้อ 2 และ 3

รถใครภาษีขาดเกิน 3 ปี ดูวิธีการต่อภาษี พร้อมจดทะเบียนใหม่ ได้ใน Link นี้ – 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการต่อทะเบียนรถ “ภาษีขาดเกิน 3 ปี”

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

แล้วภาษีสรรพสามิต ของรถยนต์ป้ายแดงที่ออกใหม่จากโรงงานล่ะ?

ปัจจุบัน กรมสรรพสามิต จัดเก็บภาษีเฉพาะรถยนต์ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือนำเข้าจากต่างประเทศ โดยจัดเก็บภาษีตามหลักสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดอัตราภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงาน และลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม จากการปล่อย CO2 อันเป็นสาเหตุหลักให้เกิดสภาวะโลกร้อน และฝุ่น PM 2.5

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ข้อดี ของ แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี

  • ปริมาณรถยนต์เก่าในบ้านเราลดลง เพราะผู้คนส่วนหนึ่ง ยอมขายรถเก่าทิ้ง เนื่องจากสู้กับภาษีที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว
  • ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์รถยนต์ น้อยลง
  • ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ มียอดขายรถยนต์ใหม่มากขึ้น กับบรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
  • ซากรถคันเก่า จะเข้าสู่กระบวนการกำจัดซากที่ได้มาตรฐาน แบบโรงงานรีไซเคิลรถยนต์ เช่นในประเทศจีน หรือ ญี่ปุ่น และได้รับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนคืนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะเป็นการลดภาษีสรรพสามิตของรถใหม่ ที่จะซื้อออกไป

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

ข้อเสีย ของ แนวคิดของการเก็บภาษีรถเก่า อายุเกิน 10 ปี

  • ผู้บริโภคต้องยอมซื้อรถยนต์ป้ายแดงคันใหม่ ในราคาจำหน่ายที่แพงกว่าหลายประเทศทั่วโลกพอสมควร ทั้งๆ ที่ ซื้อรถมือสองคุณภาพดี (แต่อายุมากหน่อย) ซึ่งคุ้มค่าเงินกว่า
  • ไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ มิได้มากพอที่จะสามารถเปลี่ยนรถยนต์ได้ทุกๆ 5-10 ปี เนื่องจากรถยนต์ใหม่ ก็มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
  • บางคนอาจใช้เวลาในการผ่อนรถยนต์ นานถึง 6-7 ปี พอผ่อนหมด ใช้งานได้อีก 3 ปี ก็ต้องเจอการปรับภาษีรถยนต์ที่สูงขึ้น ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น
  • ในต่างประเทศ ที่เป็นทั้งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง สามารถทำราคาจำหน่ายรถยนต์ที่เหมาะสมได้ ซึ่งต่างไปจากบ้านเรา
  • รถเก่าหลายคัน อายุมากแล้ว แต่ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ดี ก็ยังน่าใช้ไม่แพ้รถใหม่ๆ
  • คนที่มีรถยนต์มากกว่า 1 คัน และถ้าเป็นรถยนต์เก่า ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่อปีมากขึ้น
  • ระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ ที่มีอายุมากถึง 20-40 ปี สภาพเก่าโทรม ควันดำ ยังวิ่งให้บริการผู้คนในเมืองใหญ่ ค่อนข้างย้อนแย้งกับข้อเสนอในการลดมลพิษ

Old-Car-Tax-Idea-In-Thailand

สำหรับตัวเลขของ กรมการขนส่งทางบก พบว่า รถยนต์เก่าอายุเกิน 10 ปี ที่จดทะเบียนก่อนปี 2552 ในปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 26 ล้านคัน จำนวนนี้ เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 9 ล้านคัน แยกออกได้เป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 4.07 ล้านคัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน 3.8 แสนคัน และรถกระบะ 4.6 ล้านคัน

คือต้องบอกก่อนว่า แนวคิดนี้ “ดี” ในประเทศที่ “พัฒนาแล้ว” คุณภาพชีวิตประชาชนดี มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง มีค่าครองชีพสูง และมีระบบขนส่งมวลชนที่ได้คุณภาพ จนทำให้รู้สึกว่า ไม่มีรถยนต์ใช้งาน ชีวิตก็ไม่ลำบากในการเดินทาง

【短期連載】「ユーザー車検」必勝マニュアル『初心者は検査ラインでハザードを点灯』(その3)

การตรวจสภาพรถ ของประเทศญี่ปุ่น

เช่น ในประเทศญี่ปุ่น รถยนต์ใหม่มีราคาถูกกว่าในไทยมาก แต่เมื่อคุณใช้รถยนต์ไปจนถึงปีที่ 4 นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียน คุณก็ต้องนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ (ของญี่ปุ่นเรียกว่า “車検” Shaken = ชาเกง) ซึ่งคล้ายกับ ตรอ. ในบ้านเรา เป็นการตรวจสภาพรถยนต์ทุกๆ 2 ปี แต่มีความละเอียดในการตรวจสอบรถยนต์มากกว่ามาก และค่าตรวจสภาพที่ค่อนข้างแพงมาก ครั้งนึงต้องจ่ายหลายหมื่นเยนเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าตรวจสภาพรถไม่ผ่าน ก็ต้องกลับไปซ่อมแซมแก้ไข เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก (โดยการตรวจสภาพรถนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ภาษีรถยนต์ ที่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของรถ, ประกันภัยรถยนต์ 24 เดือน, ภาษีค่าใช้ถนน และค่าอากร เป็นต้น)

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2019/11/29220240/40ac879c58a8b005491a1f3d4ed1ec38.jpg

อัตราค่าตรวจสภาพรถ ของประเทศญี่ปุ่น

และยิ่งรถเก่ามากเท่าไหร่ ค่าตรวจสภาพก็ยิ่งสูงมากขึ้น ทำให้คนญี่ปุ่นหลายคนรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ค่าซ่อมก็ไม่คุ้ม เพราะค่าซ่อมแพงกว่าซื้อรถใหม่ แถมตอนลากเอาไปทิ้ง ต้องเสียเงินค่ากำจัดขยะอีก

https://www.ft.com/__origami/service/image/v2/images/raw/https%3A%2F%2Fs3-ap-northeast-1.amazonaws.com%2Fpsh-ex-ftnikkei-3937bb4%2Fimages%2F3%2F7%2F5%2F9%2F8909573-1-eng-GB%2F20140609_Myanmar1.jpg?source=nar-cms

รถมือสองเก่าจากญี่ปุ่น ที่อยู่ในประเทศพม่า

ด้วยเหตุนี้ จึงมีพ่อค้ารถมือสอง ทำธุรกิจส่งรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่น ไปขายที่ภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย พม่า หรือแถบโอเชียเนีย แถบแคริเบียน หรือประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวากันมากมาย จนบางทีก็ตัดขายเป็นอะไหล่ แบบเชียงกงในบ้านเรา หรือขับไปทิ้งเป็นซาก อยู่ตามป่าตามเขาในต่างจังหวัด ยังดีกว่า (คนญี่ปุ่นขี้เหนียวก็เยอะนะ! รู้ว่าค่าใช้จ่ายแพง ทิ้งแล้วซื้อใหม่คุ้มกว่า)

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จึงใช้รถยนต์เฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี ก็เปลี่ยนคันใหม่แล้ว

แต่ถ้าในบ้านเรา หากมีการบังคับใช้จริงๆ แล้วล่ะก็ คนที่จะเดือดร้อนจำนวนมาก ก็คงหนีไม่พ้นคนไทยส่วนใหญ่ ที่ใช้รถเก่า และรถมือสอง นี่ล่ะครับ …

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

The-3-Best-MPV-Toyota-Kia-Hyundai

รถ MPV ป้ายแดงยอดนิยม ในราคาประมาณ 1-2 ล้านบาท ปีนี้ถือว่าแข่งกันดุเดือดกันเลยทีเดียว เพราะตลาดกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร จนค่ายรถหลายค่าย ต่างพยายามที่จะทำราคา เจาะกลุ่มคนมีครอบครัวขนาดใหญ่ นักธุรกิจ เจ้าของกิจการต่างๆ ที่นิยมใช้รถประเภทนี้ ให้ได้มากที่สุด

CARRO Thailand จึงขอนำรถ MPV ยอดฮิตในหมู่คนไทย 3 แบรนด์ 3 รุ่น ได้แก่ Toyota Majesty (โตโยต้า มาเจสตี้), KIA Grand Carnival (เกีย แกรนด์ คานิวัล) และ Hyundai H-1 (ฮุนได เอชวัน) พร้อมตารางราคา และอัตราดอกเบี้ย จากในงาน Motor Expo 2019 มาเปรียบเทียบกันให้เห็น แบบช้าๆ ชัดๆ!

หากใครสนใจรุ่นไหนอยู่ ลองคำนวณงบประมาณที่มี แล้วเลือกดูว่า จะผ่อนกันแบบไหนได้เลย 

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ ต้อนรับปีใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota Majesty 2020

Toyota-Majesty

ข้อดี : คันใหญ่ ตัวรถยาว (5,265 มม.) และกว้าง (1,950 มม.) พื้นที่ภายในกว้าง นั่งสบาย เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร หรือครอบครัวใหญ่ๆ ที่มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ราคารับได้ ออพชั่นเยอะ ศูนย์บริการและอะไหล่มีพร้อม วงเลี้ยวแคบสุดในระดับเดียวกัน พวงมาลัยไม่หนัก ช่วงล่างดี

ข้อด้อย : ตัวรถยาว สูง และกว้าง หาที่จอดรถในเมืองยาก ขึ้น-ลง ลานจอดรถบางที่ลำบาก เจ้าของรถถ้าขับเอง ความรู้สึกเหมือนคนขับรถให้ผู้บริหาร

รายละเอียดตัวรถ : รถตู้ระดับพรีเมี่ยม หรือ Luxury Van มาใน Concept “Live Beyond the Class” ดีไซน์อันโดดเด่น หรูหรา และเป็นเอกลักษณ์ ที่นั่งแบบ Captain seat พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า และการออกแบบเครื่องยนต์วางหน้า (Semi-Bonnet) ให้ความเงียบภายในห้องโดยสาร และระบบ ระบบ T-Connect Telematics

ควบคู่ไปกับระบบช่วงล่างแบบใหม่ ช่วยซับแรงสั่นสะเทือน และมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก อย่าง Toyota Safety Sense และสามารถรองรับน้ำมันดีเซล B20 ได้

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน
  • ไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED
  • ไฟตัดหมอก
  • กระจกมองข้างพร้อมสัญญาณไฟเลี้ยว
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
  • เบาะหลังพับได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • ประตูบานสไลด์ไฟฟ้า 2 ด้าน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • พวงมาลัยตกแต่งด้วยลายไม้พร้อมปุ่มควบคุม
  • มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID
  • ที่นั่งปรับนอนไฟฟ้าพร้อมที่รองขาปรับอัตโนมัติ
  • จุดยึดเบาะหนังสำหรับเด็ก 4 ตำแหน่ง
  • ที่นั่งแบบ Captain Seat พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า
  • ที่วางแก้วน้ำและช่องต่อ USB 7 ตำแหน่ง
  • ม่านบังแดดและไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
  • ไฟกะพริบเมื่อเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal)
  • ระบบควบคุมเฟืองท้าย (Auto Limited Slip Difference)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)
  • กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-Start Assist Control)
    Toyota Safety Sense (เฉพาะรุ่น Grande)
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert)
  • ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร Turbo รหัส 1GD-FTV ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,200 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร

มิติตัวรถ : ยาว 5,265 มม. กว้าง 1,950 มม. สูง 1,990 มม. ระยะฐานล้อ 3,210 มม. ล้อแบบล้อแม็ก 17 นิ้ว

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2562)

  • รุ่น Standard ราคา 1,799,000 บาท
  • รุ่น Premium ราคา 1,899,000 บาท
  • รุ่น Grande ราคา 2,199,000 บาท

KIA Grand Carnival 2020

KIA-Grand-Carnival

ข้อดี : คันใหญ่ กว้างสุดในระดับเดียวกัน (1,985 มม.) นั่งสบาย ขับง่าย พื้นฐานแบบรถเก๋ง เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ หรือผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ งานประกอบดี กำลังเครื่องให้เยอะสุดในรถระดับเดียวกัน ช่วงล่างค่อนข้างนุ่มนวล เกาะถนน การทรงตัวค่อนข้างดี เจ้าของรถ สามารถขับเองได้อย่างมั่นใจ ภาพลักษณ์แบบรถครอบครัวมากกว่า

ข้อด้อย : อะไหล่หายาก ศูนย์บริการมีน้อย ไม่ครอบคลุมในต่างจังหวัด ราคาตกมากกว่า ห้องโดยสารภายใน หลังคาเตี้ยไปหน่อย สำหรับคนที่สูง 170 ซม. ขึ้นไป

รายละเอียดตัวรถ : เป็นรถยนต์ Premium MPV อเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง ได้รับการตอบรับที่ดีมาตลอดตั้งแต่เปิดตัวในปี 2015 โดยในช่วงปลายปี 2019 นี้ ได้เปิดตัวรุ่นย่อย LX ที่นำเข้าจากประเทศเวียดนาม สามารถทำราคาได้ถูกลงกว่าเดิม ส่วนในรุ่น EX และ SXL ยังคงนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้เหมือนเดิม พร้อมฟังก์ชัน และระบบอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ภายในรถที่ครบครัน

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • หน้าปัดแบบ Supervision Cluster ที่มาพร้อมกับจอแสดงผล 7″ TFT LED
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น
  • ระบบวิทยุที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (เฉพาะรุ่น EX และ SXL)
  • เบาะหลังแถวที่ 4 สามารถพับเก็บแบบ Pop-Up Sinking ที่สามารถดึงออก และพับเก็บได้อย่างง่ายดาย ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
  • Dual Sunroof ระบบซันรูฟไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง บริเวณเหนือศีรษะคนขับ และเหนือเบาะแถวที่ 2 (เฉพาะรุ่น SXL)
  • ระบบประตูข้างไฟฟ้า สามารถเปิด-ปิดได้อย่างง่ายดาย ด้วยรีโมทคอลโทรลแผงควบคุมเหนือศีรษะคนขับ หรือด้วยระบบ Smart Entry ด้วยปุ่มที่ตำแหน่งด้ามจับของประตูด้านนอก
  • ระบบประตูท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิด-ปิดประตูท้ายอย่างง่ายดาย
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ ที่ออกตัวได้ทันทีหลังจากเบรก เพียงแค่เหยียบคันเร่ง (เฉพาะรุ่น EX และ SXL)
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ และ กระจกมองข้าง 2 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น SXL)
  • ระบบเบาะทำความเย็นคู่หน้า (เฉพาะรุ่น SXL)
  • Blind Spot Detector ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง
  • Rear Cross Traffic Alert ระบบเตือนเมื่อมีรถขับผ่านด้านหลัง
  • Electronic Stability Control Package ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพในการขับขี่ (ESC) ที่มาพร้อมกับระบบช่วยเบรก (ฺBAS) และระบบช่วยออกตัวขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HAC)
  • ISOFIX หูเกี่ยวติดตั้งเบาะสำหรับเด็กบนเบาะแถวที่ 2

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว CRDi ให้แรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีด รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร

มิติตัวรถ : ยาว 5,115 มม. กว้าง 1,985 มม. สูง 1,740 มม. ระยะฐานล้อ 3,060 มม. ล้อแบบล้อแม็ก 18 นิ้ว

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2562)

  • รุ่น LX ราคา 1,397,000 บาท
  • รุ่น EX ราคา 1,991,000 บาท
  • รุ่น SXL ราคา 2,292,000 บาท

Hyundai H-1 2020

Hyundai-H-1

ข้อดี : เป็นรถ MPV แบบ 11 ที่นั่ง ที่ออกมานานที่สุด (ตั้งแต่ปี 2551) ในบรรดา 3 คันนี้ ย่อมมั่นใจได้ว่า อะไหล่ต่างๆ หาได้ง่ายกว่าแน่นอน และมีราคาไม่แพง เพราะผลิตที่อินโดนีเซีย (ในส่วนของ Grand Starex มาในแบบ MPV หรู 7 ที่นั่ง ราคาแพงขึ้นมาอีกนิดนึง) อีกทั้ง Hyundai ยังมีศูนย์บริการที่กระจายอยู่หลายที่ในประเทศ และเป็นรถที่เจ้าของขับเองได้ แม้ว่าจะคันใหญ่ไปสักหน่อย แต่เหมาะมากสำหรับคนที่มีครอบครัวใหญ่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ขึ้น-ลงรถ สะดวก

ข้อด้อย : ตัวรถสูง การเข้า-ออก ลานจอดรถ อาจต้องระวังนิดนึง และ H-1 พื้นฐานแบบรถตู้ ช่วงล่างค่อนข้างไม่นุ่มนวลนัก คนขับดูเหมือนคนขับรถให้ผู้บริหารนั่ง

รายละเอียดตัวรถ : ห้องโดยสารขนาดใหญ่ของ H-1 รองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง สามารถปรับเลื่อนตำแหน่งเบาะที่นั่งได้หลากหลายเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอย และพื้นที่วางสัมภาระได้ตามความต้องการ

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่โครเมียมสลับดำ
  • สเกิร์ตหน้า / ข้าง และกันชนหลังตกแต่งด้วยแถบโครเมียม
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
  • ไฟตัดหมอก
  • ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองข้าง พร้อมรีโมท (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ไฟส่องพื้นที่กระจกมองข้าง (Puddle Lamps) (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • เบาะหนัง / เบาะแถวที่ 2 ปรับหมุน 180 องศา
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
  • ภายในตกแต่งลายไม้
  • พนักพิงศีรษะแบบปีกผีเสื้อ (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ระบบเบาะ อุ่น/เย็น สำหรับคนขับ (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • คันเกียร์หุ้มหนัง (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED พร้อม Mood Lighting เปลี่ยนได้ 6 สี (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ช่องจ่ายไฟ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless Charger) (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • เครื่องเสียง DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • จอภาพ LCD ติดเพดานพับไฟฟ้าแบบ Full HD 13.3 นิ้ว (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทางอัจฉริยะ Smart View (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP (เฉพาะรุ่น Deluxe)
  • Entertainment Counter ระบบบันเทิงเต็มรูปแบบ หน้าจอขนาดใหญ่ 22 นิ้ว แบบ Full HD พร้อมเครื่องเล่น DVD เบสนุ่มลึกด้วยลำโพงคุณภาพสูง 4 ตำแหน่ง จาก Pioneer (เฉพาะรุ่น Grand Starex)
  • Electric VIP Seats เบาะหนัง ปรับเอนพนักพิงและที่รองขาด้วยระบบไฟฟ้า หมอนรองศีรษะออกแบบพิเศษในลักษณะปีกผีเสื้อ (เฉพาะรุ่น Grand Starex)
  • Heated/Ventilated Seat เบาะนั่งตำแหน่งคนขับสามารถปรับความเย็นหรืออุ่นได้ 3 ระดับ (เฉพาะรุ่น Grand Starex)
  • Wireless Charger ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายบริเวณที่นั่งข้างคนขับ (เฉพาะรุ่น Grand Starex)

เครื่องยนต์ : ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส D4CB Variable Geometry Turbocharger และ Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 441 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 2,250 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Sequential Shift ทุกรุ่น รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร

มิติตัวรถ : ยาว 5,169 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,925 มม. ระยะฐานล้อ 3,200 มม. ล้อแบบอัลลอยขนาด 16 นิ้ว

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนธันวาคม 2562)

  • รุ่น Touring ราคา 1,329,000 บาท
  • รุ่น Elite ราคา 1,529,000 บาท
  • รุ่น Deluxe ราคา 1,729,000 บาท
  • รุ่น Grand Starex Premium ราคา 2,349,000 บาท
  • รุ่น Grand Starex VIP ราคา 2,399,000 บาท

ตารางผ่อนดาวน์ All-New Toyota Majesty 2020 ใหม่

Toyota-Majesty-Price-Motor-Expo-2019

ตารางผ่อนดาวน์ New KIA Grand Carnival 2020 ใหม่

KIA-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

ตารางผ่อนดาวน์ New Hyundai H-1 2020 ใหม่

Hyundai-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

สำหรับใครที่ต้องการดูไฟล์ภาพขนาดใหญ่ สามารถ “ดาวน์โหลด” ได้ข้างล่างนี้

ราคา และตารางผ่อนดาวน์ All-New Toyota Majesty 2020 ใหม่

ราคา และตารางผ่อนดาวน์ New KIA Grand Carnival 2020 ใหม่

ราคา และตารางผ่อนดาวน์ New Hyundai H-1 2020 ใหม่

ในเวลานี้ ใครที่อยากขายรถ เพื่อซื้อรถใหม่ ต้อนรับปีใหม่นี้ ต้องนึกถึงเรา Carro! เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand จ้า แค่นี้การเปลี่ยนรถใหม่ของคุณ ก็ง่ายขึ้นแล้ว