ตอนนี้ในทุกๆ วัน ปฎิเสธไม่ได้ว่าฝนได้เริ่มตกทุกวี่ทุกวันแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราได้เข้าสู่หน้าฝนแล้ว ซึ่งการที่ฝนตกนั้นอาจทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เกิดความไม่สะดวกในขณะเดินทาง บางคนก็จอดหยุดพักรอฝนซา แล้วค่อยออกเดินทาง แต่บางคนกลับเลือกดั้นด้นขับเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย การทำแบบนั้นถือว่าอันตรายมากๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบนท้องถนนได้

ข้อไม่ควรทำระหว่างขับรถขณะฝนตก

สำหรับช่วงนี้ที่มีฝนตกหนัก และมาพร้อมกับลมแรง Masii เลยรวบรวม ข้อไม่ควรทำขณะขับขี่รถยนต์ ในช่วงนี้มาฝากเพื่อนๆ ชาว CARRO กัน จะได้เตรียมตัว และป้องกันอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝนได้

Dont-Do-While-Driving-At-Raining

เปิดไฟสูง

เพื่อนๆ หลายคนมักคิดว่า ขณะที่ฝนตกอยู่นั้นต้องใช้ไฟสูง แต่จริงๆ แล้วลำแสงของไฟสูงจะไปชนกับดวงตาของรถคันที่สวนกับเรา จนสามารถเกิดตาพร่ามัวได้ เพราะฉะนั้นการเปิดไฟต่ำ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

อย่าเหยียบเบรกแรง

หากสภาพพื้นถนนเปียก และมีความลื่นอยู่นั้น หลายคนมักจะเลือกเหยียบเบรกแบบชอบเหยียบกดแรงๆ ในยามที่กระชั้นชิด ซึ่งแน่นอนว่าจะได้ผลกับพื้นถนนที่แห้งสนิท แต่สำหรับช่วงที่ฝนตกนั้น น้ำฝนจะส่งผลให้การสัมผัสของหน้ายางกับถนนน้อยลงไป จนทำให้รถของเราเสียหลักได้ ดังนั้นควรเลือกผ่อนเบรกเบาๆ เรื่อยๆ จะดีกว่า

Dont-Do-While-Driving-At-Raining

อย่าลุยน้ำลึก

ในขณะที่ฝนกำลังตกหนักจนน้ำท่วมพื้นนั้น เพื่อนๆ มักจะเลือกขับลุยฝ่าระดับน้ำที่ท่วมได้ แต่การขับรถลุยน้ำแบบนี้จะสามารถทำได้กับเฉพาะรถบางรุ่นเท่านั้น แต่สำหรับบางรถรุ่นที่ไม่สามารถทำได้ การดั้นด้นขับฝ่าลุยน้ำไป จะทำให้ห้องเครื่องดับทันที วิธีที่ดีที่สุดคือควรประเมินดูว่าหากจะขับลุยน้ำ อย่าให้น้ำสูงเกินกว่าขอบประตูด้านล่าง

ไฟฉุกเฉิน

การเปิดไฟฉุกเฉิน และไฟกะพริบอยู่ตลอดเวลาขณะที่ฝนตกอยู่นั้น อย่าได้ทำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นอาจเกิดอาการตาลาย และรวมไปถึงยากที่จะแยกแยะว่ารถของเรานั้น กำลังจะจอด หรือกำลังขับเคลื่อนอยู่

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ อันตราย และอุบัติเหตุ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลย ดังนั้นการเลือกทำประกันรถยนต์ติดตัวไว้จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจขณะขับขี่ตลอดเส้นทางเดินทางได้แน่นอน คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันได้ทันที หากมีข้อมูลสงสัยอยากสอบถามโทร 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำปรึกษา

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Roojai-Saving-Fuel-Even-In-A--Traffic-Jam

“น้ำมันก็เหลือน้อย รถก็ดันมาติดชนิดที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน” เคยมั้ย ที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ สถานการณ์ที่ตลอดเส้นทาง ฝนตก รถติด การจราจรไม่เป็นใจ แล้วที่คิดไว้ว่าน้ำมันที่เหลือในถัง “คงพอ” ให้ไปถึงปลายทาง กลับต้องมาคิดใหม่อีกครั้งว่าจุดหมายอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นแวะเติมน้ำมันรถที่ปั๊ม และต้องใช้ วิธีแก้รถซดน้ำมัน เข้าไปช่วย

เงื่อนไขที่คุณจะทำได้ในตอนที่รถติด น้ำมันก็เหลือในถังไม่มาก แล้วต้องการให้รถประหยัดน้ำมัน อาจมีข้อจำกัดสักหน่อย เทคนิคพื้นๆ ที่ว่าของเยอะๆ ที่อยู่ในรถ ให้เอาออกไป ให้รถแบกน้ำหนักน้อยลงเพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน หรือจะบอกให้ไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เป่ากรองอากาศ มันก็เหมือนเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ซึ่งนำมาใช้ไม่ได้กับสถานการณ์เร่งด่วนนี้

Saving-Fuel-Even-In-A--Traffic-Jam

สิ่งที่คุณสามารถทำได้ คือการปรับลักษณะการขับขี่ในขณะที่น้ำมันรถเหลือในถังเพียงน้อยนิดซะมากกว่า ให้ทุกหยดของน้ำมันที่เหลือถูกใช้อย่างคุ้มค่า ไปได้ไกลมากที่สุด ถึงจุดเติมน้ำมันรถที่ปลายทางและไม่ดับตายอยู่กลางถนน

Roojai.com จะพาคุณไปดูวิธีประหยัดน้ำมันรถที่จะช่วยให้รถของคุณไปได้ไกลกว่าเดิม โดยเฉพาะตอนที่รถติดหนักๆ คุณจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์น้ำมันรถหมด ต้องจอดตายอยู่กลางทาง วิธีการมีดังต่อไปนี้

Saving-Fuel-Even-In-A--Traffic-Jam

1. ปิดแอร์ ปิดเครื่องเสียง

ส่วนของอุปกรณ์ในรถยนต์ที่มีการใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ มีผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศในรถ ยิ่งเปิดแรงมาก รถก็กินน้ำมันมาก ด้วยการทำงานของไดชาร์จที่ต้องทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าไปในแบตฯ ให้เต็ม และการปิดแอร์จะเป็นการช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ให้ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนปกติ ส่งผลให้มีการดึงน้ำมันมาใช้สำหรับการเผาไหม้น้อยลง รถก็ใช้น้ำมันน้อยลง

และเช่นเดียวกัน ที่ส่วนของเครื่องเสียงภายในรถนั้นก็เป็นอีกส่วนของอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าในรถที่คุณสามารถเลือกปิดไม่ใช้งานได้ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย ถึงแม้จะไม่มากถึงขั้นต้องว้าว! แต่มันก็อาจจะทำให้รถของคุณไปถึงจุดเติมน้ำมันรถและเลี่ยงไม่ต้องไปจอดกลางทางได้เหมือนกัน

Saving-Fuel-Even-In-A--Traffic-Jam

2. รถติดนาน ๆ ให้ใส่เกียร์ว่าง

บางคนด้วยความเคยชินก็เลือกที่จะใส่เกียร์ D ทิ้งไว้ทั้งที่รถยังติดอยู่วิ่งไปไหนไม่ได้ เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็ไฟเขียวรถก็เลื่อนออกไป ไม่ต้องมานั่งเลื่อนเกียร์ไปมา ทว่าบ่อยครั้งสิ่งที่คาดไว้ไม่เป็นอย่างที่คิด รถเลื่อนไปได้นิดเดียวก็ติดอีกยาวๆ เผลอๆ คุณก็ใส่เกียร์ D ทิ้งไว้นานเกินไปด้วย จนทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าที่ควรจะเป็น ด้วยเหตุของการทำงานจากตัวเกียร์ ถ้าเกียร์มาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่างหรือตัว N จะสามารถประหยัดน้ำมันรถได้มากกว่า

เพราะฉะนั้นเพื่อความประหยัดน้ำมันรถสูงสุด เมื่อคุณพิจารณาสภาพการจราจรแล้วว่าติดหนัก อย่าลืมเปลี่ยนเกียร์ให้ไปอยู่ในสถานะที่เหมาะสม ยิ่งบางคันที่มีระบบ Auto Hold ตัวรถช่วยเบรกไว้ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ ยิ่งควรที่จะคอยปรับเลื่อนเกียร์ให้เหมาะ เพราะบางทีขับรถเพลิน ๆ อาจทำให้เข้าใจผิดว่าคุณเปลี่ยนเกียร์เป็น N ใส่เกียร์ว่างแล้ว แต่ที่จริงรถยังเร่งอยู่เบาๆ ที่เกียร์ D อยู่จากการทำงานของระบบนี้

Saving-Fuel-Even-In-A--Traffic-Jam

3. ค่อยๆ ออกตัว

เหยียบคันเร่งหนักๆ ให้รถออกตัวกระชากแรงๆ ก็ไม่ต่างกับการเร่งให้น้ำมันรถหมดเร็วขึ้น เพราะตัวเครื่องยนต์ต้องมีการดึงน้ำมันมาใช้เยอะกว่าปกติเพื่อตอบสนองการเหยียบคันเร่งแรง ๆ และนั่นอาจไม่เหมาะเท่าไรในยามที่น้ำมันทุกหยดมีค่า รถติดๆ แล้วน้ำมันรถใกล้หมด ดังนั้นการเลือกที่จะค่อยๆ เร่งออกตัวอย่างช้าๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าถ้าปลายทางท้ายสุดของคุณคือเรื่องความประหยัดเป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด

Saving-Fuel-Even-In-A--Traffic-Jam

4. เปลี่ยนเส้นทางใหม่

จะเปลี่ยนเพื่อให้ได้เจอปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด หรือเพื่อหนีรถติดก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าข้อแม้ของคุณเป็นเรื่องระดับของน้ำมันรถที่อยู่ในถังซึ่งใกล้จะหมด ควรเลือกใช้เส้นทางใหม่ถ้าเป็นไปได้ ที่สำคัญอาจต้องรีบตัดสินใจด้วยอย่าปล่อยทิ้งไว้จนน้ำมันรถใกล้หมด อาจจะเป็นการใช้แอปฯ เพื่อช่วยหาปั๊มน้ำมันรถที่ใกล้ที่สุดก่อนเพื่อแวะไปเติม แล้วค่อยกลับเข้าสู่เส้นทาง หรือหาเส้นทางใหม่เพื่อหนีรถติด ก็ได้ทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มีทางเลือก จำเป็นที่จะต้องอยู่บนเส้นทางที่รถติด คำแนะนำในข้อก่อนหน้าก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะที่คุณอยู่หลังพวงมาลัย

ทั้งหมดนี้ คือวิธีประหยัดน้ำมันยามรถติด เพียงปรับรูปแบบการขับขี่ของคุณเท่านั้น หลังจากแนะนำเทคนิคประหยัดน้ำมันรถไปแล้ว เราขอแนะนำเทคนิคประหยัดเบี้ยประกันรถยนต์บ้าง ถ้าคุณกำลังมองหาทางเลือกในการทำประกันรถยนต์ Roojai.com เสนอราคาที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ปลอดภัย หากเจอที่อื่นถูกกว่า เราคืนเงิน 100% สามารถผ่อนชำระได้ผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เช็คราคาออนไลน์ หรือปรับแผนความคุ้มครองเองได้ตามความเหมาะสมเลย

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ปัญหาการหาที่จอดรถไม่ได้สักที ยอมรับเลยว่าเป็นปัญหาที่คอยกวนใจให้กับเราได้ตลอดเวลาเลย จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะพึ่งพาไสยศาสตร์ให้ช่วยเราหาที่จอดรถให้ได้สักที แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จอดรถที่เราจะเจอจะสร้างความสบายใจให้แก่เรา บางทีรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ก็ต้องการความปลอดภัย หากเจอที่ที่ดูไม่เหมาะกับการจอดรถ ก็ขอเลือกไม่จอดดีกว่า รวมไปถึงอันตราย และการเสี่ยงต่อรถหายด้วย

ดังนั้นวันนี้ masii เลยมีเคล็ดลับมาบอกว่าที่จอดรถแบบไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงบ้าง

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ใต้ต้นไม้ใหญ่

หากอากาศร้อนระอุ หลายคนมักจะมองหาที่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะต้นไม้สามารถให้ร่มเงากับรถของเราได้ แต่เพื่อนๆ ทราบกันไหมครับว่า การจอดรถใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่นั้น ต้องแลกกับความเสี่ยงที่กิ่งไม้ต่างๆ จะโค่นหักใส่รถของเราได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ และในช่วงหน้าฝนแบบนี้ หากเลี่ยงได้ทาง มาสิ แนะนำให้เลี่ยงไปก่อนเลยครับ

ที่มืดและเปลี่ยว

การเลือกจอดรถในที่มืดและเปลี่ยวนั้น รวมไปถึงการจอดรถห่างไกล และลับสายตานั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่าเลยว่าการกระทำนี้เป็นการง่ายต่อการที่รถของเราจะหายจากการถูกโจรกรรมแน่ๆ และสิ่งของในรถอาจจะโดนขโมย หรืออาจจะโดนทุบกระจกก็เป็นไปได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่ในการเลือกจอดรถ ควรหาที่จอดที่เหมาะสม มีแสงสว่างพอเพียง อีกทั้งยังมีผู้คนพลุกพล่าน

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ทางลาดชัน

มือใหม่ต้องฟังเลย เวลาเดินทางออกต่างจังหวัด อาจจะเห็นว่าไม่ค่อยจะมีรถวิ่งสักเท่าไรนั้น และมีเหตุจำเป็นต้องจอดข้างทาง สิ่งที่เพื่อนๆ ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน คือ การจอดรถบนลาดชัด หรือบนเนินเขา ครับ เพราะว่านอกจากจะส่งผลต่อระบบเบรกรถของเราแล้ว ยังเสี่ยงต่อการรถไหลอีกด้วย สร้างความเสียหายให้กับรถของเรา และคนอื่นด้วย

และเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกันรถยนต์ไว้จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่าย และค่ารักษาพยาบาลให้เราได้ เรียกได้ว่าสร้างความอุ่นใจ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ หากใครสนใจประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลสงสัยโทร 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Roojai-How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

ช่วงที่ ไวรัส โคโรนา (COVID-19) กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว ทุกคนต้องปรับตัวเองกับคำว่า “Social Distancing” เว้นระยะห่างจากบุคคลทั่วไป หลายคนก็ต้องทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) อยู่แต่บ้านไม่ค่อยได้ไปไหน ซึ่งรถของคุณก็จะไม่ค่อยได้ใช้งานไปโดยปริยาย ต้องจอดรถไว้นานควรทำอย่างไร ต้องดูแลยังไงให้รถพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

Roojai.com ไม่ได้เป็นห่วงรถคุณแค่เรื่องประกันภัยเพียงอย่างเดียว เราก็อยากให้คุณไม่เกิดปัญหาในการใช้งานรถด้วย ยิ่งในสภาวะเช่นนี้ รถไม่ค่อยได้ใช้งาน ต้องจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ย่อมส่งผลให้ตัวรถเกิดปัญหา แล้วพอจะใช้ทีก็ต้องมานั่งซ่อมที แบบนี้ไม่ดีแน่! ควรทำอย่างไรไปดูกันเลย

จอดรถไว้นานควรทําอย่างไร ในช่วงที่ โคโรนา เป็นภัย

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

1. หมั่นดูแลรถให้สะอาดอยู่เสมอ

ไม่ได้ใช้รถนานๆ บางทีคราบขี้นก ยางต้นไม้หยดใส่รถแต่ว่าคุณไม่รู้ ต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ ถ้ามีคราบมีรอยเมื่อเห็นให้ล้างออกโดยทันทีก่อนที่ตัวคราบนั้น ๆ จะเข้าไปทำลายสีรถของคุณ ล้างไม่ออก ขัดยังไงก็ไม่หลุด เป็นเหมือน “ตราบาป” ติดรถของคุณไปตลอด

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

2. หาที่จอดรถที่เหมาะสม

คำว่า “เหมาะสม” ในที่นี้บริบทของมันใช่เพียงแค่ว่าจอดรถในที่ร่มไม่โดนแดดไม่โดนฝนเท่านั้น แต่พื้นที่โดยรอบของที่จอดรถและตำแหน่งการจอดนั้น ไม่ควรเป็นพื้นที่รกร้างที่อาจมีสัตว์นานาชนิดแอบใช้รถของคุณเป็นที่พักผ่อนได้ เช่น หนูหรืองู จอดรถนาน ๆ ไม่ได้ใช้ทุกวันตรงจุดนี้ต้องระวังให้ดี

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

3. หมั่นเปิดฝากระโปรงบ่อยๆ

ใต้ฝากระโปรงอาจเป็นแหล่ง “มั่วสุม” ของพวกหนูซึ่งมันอาจนำความพินาศมาสู่รถคุณได้ เข้าไปกัดสายไฟจนขาด นำอาหารไปกินแล้วทิ้งไว้ในห้องเครื่องเป็นขยะ ซึ่งถ้าไม่คอยเปิดเช็กฝากระโปรง ปิดสนิททิ้งไว้เป็นอาทิตย์บอกเลยว่า “บันเทิงแน่นอน” เปิดมาดูที รถของคุณอาจจะสตาร์ทไม่ติดหรือเห็นเศษขยะสะสมมากมายที่พวกมันมาแทะกัดแล้วทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า การเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้หรือคอยเปิดบ่อย ๆ สามารถช่วยได้ เพื่อไม่ให้พวกสัตว์ต่าง ๆ เห็นว่าในห้องเครื่องของรถคุณเป็นที่หลบภัยของมันนั่นเอง

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car-4

4. 3-4 วัน สตาร์ทรถสักที

บางคนอาจแนะนำว่าให้สตาร์ทรถสัปดาห์ละครั้งก็ได้ แต่เราอยากให้ความถี่ในการสตาร์ทรถของคุณมากขึ้นสักหน่อย เป็นสัก 3-4 วันให้เครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ของตัวรถได้ทำงาน ทั้งระบบไฟ ระบบแอร์ และอื่น ๆ รอบคัน สตาร์ททิ้งไว้สัก 10-15 นาทีให้ไฟได้ชาร์ทเข้าแบตฯ ไว้บ้าง หรือจะให้ดีกว่านั้นสตาร์ททั้งทีก็ขับวนรอบหมู่บ้านสักรอบสองรอบ ก็จะยิ่งช่วยให้ระบบช่วงล่างของรถได้ทำงานบ้างได้ด้วยอีกต่างหาก

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

5. เติมลมให้ “แข็งขึ้น” สักเล็กน้อย

รถไม่ค่อยได้ขับ จอดทิ้งไว้นาน ๆ ขับอุ่นเครื่องแต่ในหมู่บ้านไม่ได้เอาออกไปไหน เพื่อรักษาสภาพยางรถยนต์ของคุณให้ยังดีอยู่เสมอก็ควรเติมลมยางให้แข็งกว่าปกติสักหน่อย เพิ่มขึ้นสัก 5 ปอนด์จากมาตรฐานก็สามารถช่วยให้ตอนที่น้ำหนักเมื่อกดทับยางตอนจอดนิ่งนาน ๆ ไม่เสียรูป ใช้งานได้อีกยาวๆ

สำคัญไปกว่านั้นต้องหมั่นตรวจเช็กแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอด้วย ไม่ควรปล่อยให้ลมยางอ่อนจนยางแบนล้อเกือบติดพื้น นอกจากมันจะไม่ดีกับสภาพยางของรถคุณแล้ว ตอนจะขับใช้งานทีก็อาจต้องถอดล้อไปเติมลมยาง เสียเวลาซ่อมอีกต่างหาก วัดลมยางบ่อย ๆ พอเห็นว่าเริ่มอ่อนก็ขับไปเติมไว้นี่แหละดีที่สุด

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

6. อย่ามองข้ามของเหลวของเครื่องยนต์

แม้ว่าคุณจะไม่ค่อยได้ใช้รถบ่อย ๆ ก็ตาม แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครปลื้มหลอกถ้าจะขับทีต้องซ่อมที ดังนั้นเรื่องของเหลวในส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์คือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ควรหมั่นตรวจเช็กให้อยู่ในระดับที่ตัวรถต้องการอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นระบบหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก ฯลฯ ต้องเช็กให้ดีทุกส่วน

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

7. ถอดขั้วแบตเตอรี่

ถ้ารู้ว่าจะไม่ค่อยได้สตาร์ทรถนาน ๆ หลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ถอดขั้วแบตฯ ไปเลยน่าจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่าแม้รถจะไม่ได้สตาร์ทแต่ระบบต่าง ๆ ของรถที่ต้องใช้ไฟยังทำงานอยู่ ซึ่งหมายความว่าตัวแบตฯ ก็ต้องจ่ายไฟ แล้วถ้าไม่ได้สตาร์ทรถชาร์จไฟก็อาจทำให้แบตฯ “เกลี้ยง” ได้ พอตอนจะสตาร์ทก็สตาร์ทไม่ติด ทางที่ดีถ้ารู้ว่าจะไม่ได้ใช้รถนาน ๆ ให้ถอดขั้วแบตฯ ออกเลยดีที่สุด

โคโรนา ไวรัสอาจทำให้หลาย ๆ คนต้องปรับตัว ซึ่งคนใช้รถ จอดรถไว้นานควรทำอย่างไร ทั้งหมดน่าจะเป็นคำตอบให้กับทุกคนแล้ว และถึงแม้รถจะจอดไว้ไม่ได้ใช้นาน ๆ เรื่องประกันภัยรถยนต์ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี เพื่อให้ตอนที่ใช้รถก็จะสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้ อันตรายไม่น้อยกว่า ไวรัส โคโรนา (COVID-19) ซึ่งสามารถซื้อประกันโควิดออนไลน์ เบี้ยต่ำ คุ้มครองสูง กับเราได้แล้ววันนี้ เลือกทำประกันไว้อุ่นใจกว่า

Trick-To-Choose-Secondcand-Car-And-Cost

ในช่วงสถานการณ์วิกฤตอย่างโควิด-19 หรือเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลกแบบนี้ แน่นอนว่าเพื่อนๆ คนไหนที่ปกติต้องอาศัยระบบขนส่งสาธารณะในบ้านเมืองเราตอนนี้ คงปฎิเสธกันไม่ได้ว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้อย่างเต็มๆ จนเพื่อนๆ หลายคนให้ความสนใจกับการซื้อรถยนต์มือสองสภาพดีๆ มาขับใช้เป็นการส่วนตัวแทน

แบบนี้ Masii เลยมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากเพื่อนๆ ชาว CARRO กันว่า หากซื้อรถมือสองเราต้องมีค่าใข้จ่ายอะไรบ้างนะ

เลือกซื้อรถมือสอง ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

โดยปกติแล้วเพื่อนๆ สามารถซื้อรถมือสองได้ 2 รูปแบบคือ เงินสด และไฟแนนซ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่ความสะดวกของเพื่อนๆ เลย รวมไปถึงการเลือกซื้อทั้งสองแบบจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันดีกว่าว่าเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนะ

Trick-To-Choose-Secondcand-Car-And-Cost

ซื้อรถด้วยเงินสด

แม้เราจะเก็บเงิน หรือหาเงินสด และเงินก้อน มาซื้อรถมือสองให้จบไปเลยรวดเดียว เพราะไม่อยากจะมีค่าใช้จ่ายหรือผ่อนชำระเพิ่มเติม แต่อย่าลืมนะครับ ยังมีอีกหลายส่วนที่เพื่อนๆ ต้องเตรียมรับมือไว้เลย สำหรับค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

  • ค่ารถยนต์ – ค่าใช้จ่ายตรงนี้เป็นเรื่องปกติ โดยเป็นราคาตามที่ได้ตกลงการซื้อขายไว้
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% – ราคารถมือสองที่เราซื้อไปนั้นยังไม่ใช่ราคาสุทธินะครับ ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไปด้วย
  • ค่าโอนรถ – เป็นค่าใช้จ่ายที่ทางกรมขนส่งทางบกจะเรียกเก็บ
  • ค่าประกันรถยนต์ – เพื่อความอุ่นใจ การเลือกทำประกันรถยนต์จะช่วยความคุ้มค่าให้เราได้

Trick-To-Choose-Secondcand-Car-And-Cost

ซื้อรถแบบผ่อนด้วยไฟแนนซ์

สำหรับการเลือกซื้อรถด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเราไม่ต้องหาเงินก้อนมาจ่ายทีเดียว แต่เลือกเป็นวิธีการผ่อนชำระไปในแต่ละเดือน ทั้งนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างจากการเลือกซื้อรถมือสองด้วยเงินสดอยู่เล็กน้อย ดังต่อไปนี้

  • ค่างวด – ค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้จ่ายสำหรับผ่อนค่ารถมือสองของเราในแต่ละเดือน และเพิ่มค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเติม 7% ไปด้วย
  • ดอกเบี้ย – ดอกเบี้ยรถมือสองจะถูกคิดตามสภาพรถที่เราเลือกซื้อมา ทั้งรุ่น ปี และยี่ห้อ โดยปกติส่วนมากดอกเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 7% หรือตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็สามารถทราบถึงรายละเอียดสำหรับค่าใช้จ่ายของการเลือกซื้อรถมือสองแล้ว รวมไปถึงการเลือกทำประกันรถยนต์ เน้นย้ำว่ารถมือสองที่เราซื้อมาก็สามารถทำประกันรถยนต์ได้เช่นกัน คลิกที่นี่ เพื่อเช็กเบี้ยประกันได้ทันที หากมีข้อมูลสงสัยอยากสอบถามเรื่องประกันรถยนต์ สินเชื่อรถ โทร 02 710 3100

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Appraisal-Secondhand-Car

“การตีราคารถ” หรือ “การประเมินราคารถ” นี่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่คนอยากขายรถควรรู้ไว้ เพื่อที่คุณจะได้ตั้งราคารถได้ หากเวลาต้องการขายรถ เนื่องจากถ้าคุณตั้งราคาได้อย่างสมเหตุสมผล นอกจากคุณจะขายรถได้ไวแล้ว ยังได้มูลค่าที่เหมาะสมกับราคาประเมินในเวลานั้นอีกด้วย

แต่ก็ยังมีคำถามมากมายเข้ามาอยู่เรื่อย ว่า ทำไมรถผมตั้งราคาแบบนี้ ถึงขายไม่ออกสักที? หรือทำไมเต็นท์รถ ดีลเลอร์รถมือสอง ถึงไม่ให้ราคาตามที่ใกล้เคียงกับที่เขาขาย?

MR.CARRO จะมาแนะนำการประเมินราคาง่ายๆ ให้สำหรับคนที่กำลังต้องการขายรถ ทำอย่างไรให้ขายรถได้ไว ได้ราคาดี จะได้มีไว้เป็นเกณฑ์ในการตั้งราคาครับ

Carro-Appraisal-Secondhand-Car

1. หาราคากลางของตลาด

ก่อนคุณจะขายรถสักรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ลองเปรียบเทียบกับราคากลางในตลาดดูก่อน ว่ารถยี่ห้อ-รุ่น ปีเดียวกับรถคุณ ราคาประมาณเท่าไหร่? เพราะรถมือสอง ช่วง 1-2 ปีแรก ราคาจะตกไวมาก ถ้าไม่ใช่รถที่เป็นแบรนด์ยอดนิยม ราคาก็จะยิ่งตกมากกว่ารถแบรนด์ตลาด หรือแบรนด์ญี่ปุ่น โดยมาแล้ว รถมือสองอายุ 4-5 ปี ราคาจะตกไปประมาณครึ่งหนึ่ง ของมูลค่าตอนออกป้ายแดง

ถ้าหากเป็นรถอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ราคาก็จะตกเริ่มค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ 5-10% จนไปถึงจุดที่ค่อนข้างคงที่แล้ว ในรถที่อายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป

ส่วนประเภทรถ … มีผลครับ รถแบบ Eco-Car, Sub-Compact Car และ Compact Car ราคาจะตกน้อยกว่ารถเก๋งประเภท Mid-Size Car หรือ Full-Size Car ส่วนรถ MPV และ SUV (บางรุ่น) ราคาจะตกมากกว่ารถกระบะ ถ้าเป็นรถคลาสสิค รถซูเปอร์คาร์ ราคากลางนั้นอาจจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย มากกว่า

กรณีถ้ารีบ ร้อนเงิน ช่วงนี้จำเป็นต้องใช้เงินด่วน ก็ตั้งราคาให้ต่ำกว่าราคาตลาดหน่อย เพื่อที่จะได้ดึงดูดใจผู้ซื้อ และสามารถปล่อยรถออกได้ไว

กรณีไม่รีบร้อน อาจจะขายรถด้วยเหตุที่ไม่ใช่เรื่องร้อนเงิน ก็อาจจะตั้งราคาไม่พอๆ กับราคากลางในเวลานั้นก็ได้ แต่ถ้ามั่นใจว่าสภาพรถดีจริง มีประวัติครบๆ รวมถึง Book Service เช็คศูนย์ครบทุกครั้งจากศูนย์บริการ สามารถตรวจสอบประวัติรถย้อนหลังได้ ก็ตั้งราคาไว้สูงหน่อยได้

แต่ถ้าจะขายรถแบบผ่อนไม่หมด ผ่อนไม่ไหว (ยิ่งช่วงนี้หาเงินลำบาก กรณีผ่อนรถไม่ไหวมีเยอะมาก) ก็อาจจะต้องยอมขายแบบขาดทุน เข้าเนื้อ ด้วยการขายดาวน์ และนำสัญญาผ่อนไปทำการรีไฟแนนซ์ ให้คนที่ซื้อไปเป็นคนจัดการไปผ่อนต่อแทน

หรือกรณีในที่นำรถไปตีราคาที่เต็นท์รถ หรือดีลเลอร์รถ มัก “เสนอราคา” มาให้คุณเท่านี้ๆ แล้ว (ซึ่งอาจจะต่ำกว่าราคากลาง 10-30% เพราะการทำธุรกิจก็ต้องมีค่าใช้จ่าย และกำไรเพื่อความอยู่รอด รถที่ขายได้ไว ดอกเบี้ยก็จ่ายน้อย แต่ถ้ารถคนไม่นิยม ใช้เวลานานกว่าจะขายออก ดอกเบี้ยเดินตลอด ต้องแบกต้นทุนสูง ราคารถก็จะถูกกดมากขึ้น) ถ้าคุณไม่พึงพอใจ ก็อาจจะขอเพิ่มก็ได้ หรือถ้าไม่พึงพอใจอีก ก็ต้องตระเวนนำรถไปตีราคากลางหลายๆ ที่ จนกว่าจะพอใจ

Carro-Appraisal-Secondhand-Car

2. คำนวณราคารถด้วยตัวเอง

ถ้าเกิดราคารถมือสองที่ทางเต็นท์รถ หรือดีลเลอร์รถ เสนอมาให้คุณแล้วรู้สึกไม่ถูกใจ ไม่พึงพอใจ ก็ลองคำนวณราคารถด้วยตัวเองกันก่อน ตามข้อมูลด้านล่างนี้

การคำนวณราคารถด้วยตัวเอง ราคาขึ้นอยู่กับการจัดของไฟแนนซ์ช่วงนั้นๆ เช่น …

ราคาไฟแนนซ์เสนอมา X 0.7 (รถสวยสภาพเยี่ยม คุณด้วย 0.7) ก็จะตีราคาได้สูงขึ้นมาหน่อย

ตอนนี้ ราคาไฟแนนซ์มา X 0.6 (ตอนนี้ คูณด้วย 0.6)

กรณีที่คุณต้องการขายรถคันเดิม สมมติ ราคารถตอนซื้อมาป้ายแเดง 1 ล้านบาท

หักค่าเสื่อมราคา 25% ก็จะเหลือ 750,000 บาท ภาษี VAT 7% ประมาณ 52,500 บาท รวมก็ 825,000 บาท

ถ้าคุณต้องการขายแบบได้ส่วนต่างเพิ่มประมาณ 10% หรือ 82,500 บาท ก็จะตั้งขาย 900,000 บาท บวกลบ ซึ่งขึ้นอยู่กับปีรถ ยี่ห้อรถ รุ่นรถ และสภาพรถด้วย เพราะบางทีถ้าตั้งราคานี้ ก็อาจจะขายออกได้ช้า ในช่วงสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ หรือความนิยมในรถรุ่นที่คุณใช้ นิยมกันมากหรือน้อย

การคำนวณยังมีแบบอื่นๆ แบ่งออกได้เป็น 3 แบบ

1. แบบทางบัญชีทั่วไป คิด ลดลงเท่ากันทุกปี จนปีสุดท้ายเหลือมูลค่า 1 บาท เป็นราคาซาก

เช่น รถ ราคา 5 แสนบาท มีอายุใช้งาน 5 ปี

ค่าเสื่อม ปีที่ 1 = 100,000 // ปีที่ 2 = 100,000 // ปีที่ 3 = 100,000 // ปีที่ 4 = 100,000 // ปีที่ 5 = 99,999 เหลือค่าทางบัญชี 1 บาท

ถ้าขายได้มากกว่า 1 บาท ถือเป็นกำไร

2. คิดแบบเชิงบัญชีบริหาร จะคิดโดยอ้างอิงราคาตลาด หรือ Flat Rate ก็ได้ แต่มูลค่าสุดท้ายจะเท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะขายได้

ช่น รถ ราคา 5 แสนบาท มีอายุใช้งาน 5 ปี เมื่อสิ้นปีที่ 5 จะขายซากได้ในราคา 30% ของราคาที่ซื้อในปีแรก

ดังนั้น ค่าเสื่อมระหว่างปีที่ 1 ถึงปีที่ 5 = ราคาซื้อ – ราคาขายซาก = 500,000 – (500,000 * 30%) = 350,000 บาท

คิดค่าเสื่อม แบบเส้นตรง 5 ปี

ค่าเสื่อม ปีที่ 1 = 70,000 // ปีที่ 2 = 70,000 // ปีที่ 3 = 70,000 // ปีที่ 4 = 70,000 // ปีที่ 5 = 70,000 เหลือค่าซาก 150,000 บาท

แบบที่ 3 คิดตามราคาตลาด

เช่นจากข้อมูลทางสถิติ พบว่า ราคาขายต่อรถยนต์เมื่อสิ้นปีที่ 1 – 5 เมื่อเทียบกับราคารถใหม่ พบว่ามีมูลค่า 70%, 65%, 50%, 40%, 30% ของราคารถที่ซื้อในปีปัจจุบันตามลำดับ

ดังนั้น ค่าซากในปีที่ i = ราคาค่าซากเมื่อสิ้นปีก่อนหน้า – ราคาค่าซากเมื่อสิ้นปีปัจจุบัน
ราคาค่าซากเมื่อสิ้นปีที่ 1, 2, 3, 4, 5 = 350,000 // 325,000 // 250,000 // 200,000 // 150,000

ดังนั้น ค่าเสื่อม ปีที่ 1 = 150,000 // ปีที่ 2 = 25,000 // ปีที่ 3 = 75,000 // ปีที่ 4 = 50,000 // ปีที่ 5 = 50,000 เหลือค่าซาก 150,000 บาท

แต่ต้องจำไว้ว่า ค่าเสื่อมราคา ในรถแต่ละยี่ห้อ และรุ่น ก็ต่างกันไปนะครับ

Carro-Appraisal-Secondhand-Car

3. เช็กราคากับ CARRO

อีกวิธีการตรวจเช็กราคาที่ง่าย สะดวกสบาย เชื่อถือได้ ต้อง “CARRO” เพราะถ้าหากคุณนึกตัดสินใจอยากขายรถคันเดิมเมื่อไหร่ สามารถกรอกชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อได้ รูปรถ รายละเอียดต่างๆ และเลขไมล์ของรถของคุณ และราคาที่คุณต้องการ มาเช็กราคารถได้ที่ CARRO ได้เลย ตาม Link นี้ https://th.carro.co/sell-car/express/check-car-price เราพร้อมให้บริการ

เมื่อคุณกรอกรายละเอียดไม่ครบ เจ้าหน้าที่จากคาร์โร ก็จะติดต่อกลับมาหาคุณภายใน 24 ชม. เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้นเราจะเสนอราคารถของคุณโดยคร่าวๆ ถ้าหากคุณตกลง เราก็จะนัดคุณเพื่อทำการPrivacyตรวจสภาพรถทั่วประเทศ ก่อนจะตกลงราคาสุดท้ายกันอีกครั้ง

เมื่อตกลงราคากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เซ็นสัญญาซื้อขาย พร้อมปิดการขาย คุณสามารถรับเงินสดกลับบ้านไปได้เลย!

สำหรับใครที่มีคำถาม หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการตีราคารถ หรือประเมินราคารถ สามารถโทรสอบถามได้กับทาง CARRO เบอร์โทร 02-508-8425 หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือจะ Add Line มาที่ @Carrothailand ก็ได้เช่นกันครับ —> เพิ่มเพื่อน

สูตรคำนวณราคารถจาก:

Carro-And-Doctor-Car-Prevent-Covid-19

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ในขณะนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบนอกต่อบุคคลทั่วไปแล้ว ยังส่งผลต่อผู้ที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน ที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงกว่าบุคคลทั่วไป ที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวอย่างมาก

“CARRO” หรือ “คาร์โร” สตาร์ทอัพด้านตลาดรถยนต์จากประเทศสิงคโปร์ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ส่งมอบความปรารถนาดี ช่วยเหลือคนไทย ผ่านแคมเปญ “พ่นน้ำยา ด้วยน้ำใจ สู้ภัยโควิด” อาสาดูแลรถตู้โดยสารปรับอากาศ ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ลดความเสี่ยง COVID-19

Carro-And-Doctor-Car-Prevent-Covid-19

นางสาวฐปณีย์ จ๋วงพานิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เนื่องจากคาร์โร คือผู้ประกอบการด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ เราเข้าใจดีถึงผลกระทบจาก COVID- 19 ที่ทุกคนกำลังเจอในทุกรูปแบบ รวมถึงในระบบขนส่งสาธารณะ เนื่องจากมีประชาชนเป็นจำนวนมาก ที่ยังต้องเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน รวมถึงรถตู้สาธารณะ ใน 1 วัน มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

เราจึงตั้งใจทำแคมเปญ “พ่นน้ำยา ด้วยน้ำใจ สู้ภัยโควิด” เพื่ออาสา พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ให้แก่รถตู้โดยสารปรับอากาศ ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เพื่อลดความเสี่ยง COVID-19 และคาร์โรขอเป็นกำลังใจ ให้เราทุกคนร่วมกันผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างดีที่สุด”

Carro-And-Doctor-Car-Prevent-Covid-19

โดยแคมเปญ “พ่นน้ำยา ด้วยน้ำใจ สู้ภัยโควิด” คาร์โร ยังได้รับการสนับสนุนจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ Doctor Car ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 260,000 คน ร่วมสนับสนุนงบประมาณในการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ COVID-19 ในครั้งนี้ด้วย

เราคนไทยทุกคน สามารถมีส่วนช่วยเหลือสังคมให้ก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ได้ แค่ร่วมมือกันเราจะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-Roojai-Prevent-Air-Your-Car-From-Virus

ว่าด้วยเรื่องของการดูแล แอร์รถยนต์ ให้สะอาดสดชื่น นับเป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ผู้ใช้รถหลาย ๆ คนละเลย ทั้งที่ความจริงแล้วด้วยระบบปิดของห้องโดยสาร ส่วนของแอร์นี่แหละคือปัจจัยหลักในเรื่องความสะอาดของอากาศภายในรถที่คนในรถต้องสูดเข้าไป และคงไม่ดีแน่ถ้าในส่วนนี้สกปรก สูดฝุ่นละอองเข้าไปทุกวันๆ

Roojai.com อยากชวนให้ทุกคนมาดูแลอากาศในรถให้ดีขึ้น ยิ่งในปัจจุบันอากาศภายนอกต่างล้อมรอบด้วยมหันตภัยมากมายในอากาศ ไม่ว่าจะมาจากฝุ่น PM2.5 หรือแม้กระทั้ง ไวรัสโควิด-19 และเมื่อการอยู่ในรถอาจจะปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำ รู้อย่างนี้แล้วก็มาทำให้อากาศในรถคุณน่าอยู่ขึ้นด้วยแอร์รถยนต์ที่สะอาดมากขึ้นกันดีกว่า

อากาศสะอาดของ แอร์รถยนต์ เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยเรื่องของ “กรองแอร์”

ระบบแอร์รถยนต์ จะมีส่วนของกรองแอร์ฯ หรือที่เรียกว่า “Car air filter” อยู่ในส่วนของระบบแอร์ ทำหน้าที่กรองลมแอร์ที่ออกมาจากระบบให้สะอาดที่สุด ช่วยกรองเศษฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ขนาดเล็กที่อาจหลุดเข้ามาจากระบบทำความเย็น ไม่ให้ออกไปถึงในห้องโดยสารผ่านช่องลมแอร์ และคุณต้องสูดมันเข้าไป

Prevent-Air-Your-Car-From-Virus

อย่างไรก็ตามเมื่อรถผ่านการใช้งาน กรองแอร์ทำหน้าที่กรองเศษฝุ่นทุกวัน แน่นอนว่าย่อมมีเศษสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ในส่วนของกรองแอร์สะสมเป็นจำนวนมาก และเมื่อมากขึ้น ความสามารถในการดักจับฝุ่นของตัวกรองก็จะลดลงตามไป จนสุดท้ายเศษฝุ่นสกปรกเหล่านั้นก็จะหลุดเข้าไปในห้องโดยสารในท้ายที่สุด อีกทั้งยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ลมแอร์ไม่แรง แอร์รถยนต์ไม่เย็น ได้ด้วยจากสาเหตุที่เศษสิ่งสกปรกไปบังลมแอร์ให้ผ่านออกมาได้ยากกว่าปกตินั่นเอง

อาจจะมีคำถามว่า กรองแอร์ ควรเปลี่ยนตอนไหนดี ต้องบอกเลยว่า ส่วนของกรองแอร์ไม่สามารถทำความสะอาดได้ แต่ข่าวดีก็คือ มันสามารถถอดเปลี่ยนใหม่ได้เลย ราคาไม่กี่บาท ในรถทั่วไปจะเปลี่ยนกรองแอร์ทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้การันตีตายตัว เพราะคุณสามารถเปลี่ยนมันก่อนได้โดยเฉพาะรถบางคันที่ต้องใช้เส้นทางที่มีฝุ่นควันหรือถนนลูกรังบ่อย ๆ ซึ่งเป็นเหตุทำให้ตัวกรองแอร์สกปรกหรือตันเร็วกว่า

Prevent-Air-Your-Car-From-Virus

วิธีที่จะช่วยให้อากาศในรถสะอาดและสดชื่นมากขึ้น

หลังจากที่ทำให้จุดเริ่มต้นของอากาศภายในห้องโดยสารสะอาดแล้ว ยังมีอีกหลาย ๆ วิธีที่จะช่วยให้ในรถคุณสดชื่นและสะอาดขึ้นได้อีก ดังนี้

ติดตั้ง เครื่องฟอกอากาศ ในรถ

บางทีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกทางอากาศไม่ได้มาจากทางช่องแอร์เพียงอย่างเดียว การเปิดกระจกหรือเปิดประตูบางจังหวะก็ทำให้สิ่งสกปรกและฝุ่นควันเข้าไปได้แล้ว การมีเครื่องฟอกอากาศในรถติดไว้ก็จะช่วยทำให้อากาศในรถสะอาดได้ อีกทั้งเครื่องฟอกอากาศบางรุ่นก็ยังสามารถฆ่าเชื้อไวรัสที่เป็นอันตรายต่อคนได้ด้วย หาซื้อมาติดไว้ในรถของคุณ ยังไงก็มีแต่ข้อดี

Prevent-Air-Your-Car-From-Virus

ทำความสะอาดภายในห้องโดยสารอยู่เสมอ

ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก เพียงนำผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ หมั่นคอยลูบฝุ่นที่ติดอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของรถอยู่เสมอ ทั้งเบาะนั่ง คอนโซลหน้า แผงประตู และดูดฝุ่นพรมพื้นรถร่วมด้วย เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้อากาศในรถที่คุณสูดหายใจเข้าไปสะอาดขึ้นอย่างรู้สึกได้แน่นอน

เปิดประตูจอดรถตากแดดไล่กลิ่นอับ

กลิ่นอับสะสมตลอดการใช้รถมาอย่างยาวนาน สะอาดขึ้นได้ง่าย ๆ แค่จอดรถเปิดประตูทิ้งไว้กลางแดด วิธีพื้นฐานง่าย ๆ ว่าด้วยความร้อนช่วยฆ่าเชื้อรา และถ้ารถของคุณไม่เคยทำมันเลยก็ควรลองทำสักหน่อย เพื่อบรรยากาศที่ดีกว่าในรถของคุณเอง

Prevent-Air-Your-Car-From-Virus

ล้างแอร์รถยนต์

ในส่วนของตู้แอร์รถยนต์ แม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักในเรื่องของความสะอาดของสภาพอากาศภายในห้องโดยสาร แต่ก็มีผลทำให้ฝุ่นละอองเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารได้ ดังนั้น การล้างแอร์รถยนต์ ตามระยะที่ใช้รถก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณมองข้ามไม่ได้

อย่าเปิดกระจก หรือเปิดประตูไว้นาน ๆ

การเปิดกระจกหรือเปิดประตูเพียงไม่นานก็ทำให้ฝุ่นควันต่าง ๆ เข้ามาในรถของคุณได้อย่างรวดเร็ว เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงที่จะเปิดทั้งกระจกหรือประตูรถทิ้งไว้ ยิ่งถ้าไปจอดเปิดประตูหรือเปิดกระจกขับรถย่านที่มีฝุ่นมาก ๆ จะสังเกตเห็นได้เลยว่าในรถของคุณจะมีฝุ่นเกาะเต็มในทันที นี่แค่ที่ตาเห็นนะ ไม่นับรวมที่ยังมองไม่เห็นอีก

เพียงเท่านี้ แอร์รถยนต์ ของคุณก็จะช่วยมอบอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับรถคุณได้แล้ว ดูแลกรองแอร์ของรถให้ดีพร้อมกับนำเทคนิคที่จะช่วยให้อากาศในรถของคุณสะอาดขึ้นไปใช้ แค่นี้สภาพอากาศในรถคุณก็ดีขึ้นได้แล้ว มาดูแลพื้นที่ส่วนตัวอย่างบนรถของคุณให้ปลอดภัยที่สุดกันดีกว่า

ยิ่งในตอนนี้อากาศที่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้ด้วย ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เหมือนกับอุบัติเหตุที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นกับรถคุณเมื่อไร เลือกทำประกันก็ต้องดูที่น่าเชื่อถือ มั่นใจได้ในคุณภาพบริการ เลือกใช้ประกันรถออนไลน์จาก Roojai.com รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า เช็คราคาออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. และหากใครสนใจประกันโควิดออนไลน์ ราคาดี คุ้มครองสูง คลิกดูข้อมูลได้เลย https://www.roojai.com/covid/

Work-Invest-Less-Income-Much

ในช่วงสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) กำลังระบาด ทำให้การทำงาน การเดินทางไปติดต่อพบปะลูกค้าของหลายคนสะดุด ลำบากกันเป็นแถว เพราะต่างก็กลัวโควิด-19 กัน หลายบริษัทจึงให้พนักงานทำงานแบบ Work From Home ที่อาศัยช่องทางการทำงาน ผ่านระบบอินเตอร์เนตเป็นหลัก

แต่ก็อย่าเพิ่งถอดใจไป เพราะในทุกครั้งที่มีวิกฤต มักมีโอกาสใหม่ๆ ให้คนทำงานอย่างพวกเราได้พิสูจน์และทดสอบอยู่เสมอ ยิ่งมีช่องทางออนไลน์ ที่สามารถเข้าถึงคนทั่วโลก (แบบไม่ต้องเจอหน้ากันเป็นๆ ก็ได้) ที่พร้อมขยายธุรกิจไปได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหารายได้หลัก หรือการหารายได้เสริม หรือจะเป็นการจับเสือมือเปล่า เลือกธุรกิจที่ตัวเองชอบ แล้วปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ …

สำหรับคนที่มีการเตรียมตัว และมีแผนเตรียมพร้อมในช่วงวิกฤต หรือแผนสำรองทางธุรกิจหลายๆ แผน ที่มักเรียกกันว่า BCP (Business Continuity Plan หรือ Business Contingency Plan) รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้ ท่ามกลางความเสี่ยงหลายรูปแบบในสถานการณ์ตอนนี้

MR.CARRO จะมาแนะนำอาชีพเสริม กับวิธีที่ลงทุนน้อย แต่มีรายได้เข้ามาอยู่กับคุณมากๆ ในยุคที่โควิด-19 ระบาดครับ …

Carro-Work-Invest-Less-Income-Much

1. ซื้อมาขายไป

วิธีการที่ง่ายดายอย่างแรกนั่นก็คือการ “ซื้อมาขายไป” แต่กรณีนี้คุณก็อาจจะต้องมีทุนประเดิมไว้สักก้อนหนึ่ง ลองติดตามดูว่า อะไรที่จำเป็นในชีวิต หรือดูลู่ทางแล้วน่าจะมีโอกาสขายได้มาก ขายได้เร็ว และพอบวกกำไรเข้าไปได้ โดยเพียงคุณทำหน้าที่เป็นคนกลาง รอดูคนขาย และหาคนซื้อ ให้ได้

แต่ถ้าไม่มีทุนประเดิม คุณก็ทำหน้าที่เป็น “คนกลาง” ทำ Dropship ได้เช่นกัน เมื่อคุณเห็นนาย ก. ขายสินค้าชิ้นหนึ่ง ราคา 300 บาท คุณอาจจะนำรูปสินค้าของนาย ก. มาลงประกาศขายในเว็บไซต์แนวๆ Affiliate Program ในราคา 400 บาท เมื่อมีคนซื้อ นาย ข. สนใจ คุณก็ทำการติดต่อซื้อขายกับนาย ข. เสร็จ ก่อนจะซื้อของนาย ก. ในราคา 300 บาท และก็แจ้งให้นาย ก. ส่งของไปตามที่อยู่ของนาย ข. ได้เลย

แค่นี้ คุณก็ได้ส่วนต่างเป็นกำไรถึง 100 บาทแล้ว!

Carro-Work-Invest-Less-Income-Much

2. ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร

อันนี้ไม่เชิงจับเสือมือเปล่าเสียทีเดียว อย่างน้อยๆ คุณก็ต้องมีมอเตอร์ไซค์ละ … ยิ่งในช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาด ภาครัฐต่างพยายามให้ผู้คนอยู่บ้านกันมากที่สุด เพื่อลดการรับเชื้อและแพร่เชื้อ บวกกับวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ ส่วนมากนิยมอยู่คอนโดมิเนียมกัน ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องการทำอาหาร

การไปสมัคร App Delivery ส่งอาหาร สามารถทำรายได้มากเกินคาด! ถึงเดือนละหลายหมื่นบาท ก็มีให้เห็นมาแล้ว แต่ก็ต้องแลกกับเวลาทำงานสิบกว่าชั่วโมงต่อวัน ซึ่งในตอนนี้ก็มี Food Delivery (ฟู้ดเดลิเวอรี่) อยู่ด้วยกันหลายเจ้า ซึ่งในแต่ละเจ้าก็มีเงื่อนไขการวิ่ง การจ่ายเงิน ที่แตกต่างกันไป

Carro-Work-Invest-Less-Income-Much

3. งานอดิเรกก็เปลี่ยนเป็นเงินได้

ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่างานอดิเรก ก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งยังเป็นรายได้เสริมยอดนิยมตลอดกาล เพราะเรามีความรู้ ความชอบ ความสามารถ ในสิ่งที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ที่ยังสามารถหารายได้จากสิ่งที่รักได้อีกด้วย และไม่รู้สึกเบื่อกับการหาเงินในสิ่งที่ชอบ

งานอดิเรกยอดฮิตที่สร้างรายได้ได้ง่ายๆ เช่น ช่างภาพ, ขายภาพออนไลน์, วาดภาพเหมือน, วาดภาพการ์ตูน, ทำงานฝีมือ รับจ้างเขียนบทความ หรือจะเป็น Youtuber ก็ได้เช่นกัน

Carro-Agent-Rewards

4. เป็นนายหน้า

กรณีนี้ คุณสามารถทำได้ตั้งแต่ขายสินค้าเล็กๆ ไปจนถึงขายของชิ้นใหญ่ๆ เช่น ตัวแทนขายประกันชีวิต ขายรถยนต์ ขายที่ดิน ขายบ้าน หรือขายคอนโดมิเนียม เป็นต้น

หรือถ้าหากใครชื่นชอบการขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์มือสอง สามารถมาร่วมขายรถกับ CARRO ได้ ซึ่ง CARRO คือ แพลตฟอร์ม Startup ออนไลน์สำหรับรถมือสองจากประเทศสิงคโปร์ ที่เข้ามาเป็นสื่อกลางระหว่างการซื้อ-ขาย รถยนต์มือสองออนไลน์ในไทย ที่ลูกค้าบ้าน กับ Agent สามารถเข้ามาขายรถ และมีดีลเลอร์ประมูลรถได้พร้อมๆ กัน หลายพันเจ้าในครั้งเดียว

ซึ่ง CARRO Wholesale Application คือ แอพลิเคชั่นที่ช่วยให้คุณสามารถขายรถได้ง่ายๆ และขายลงรถได้หลายๆ คัน เพียงแค่กรอกรายละเอียด รุ่นรถยนต์ที่ต้องการขาย และรูปถ่ายรถยนต์ในมุมต่างๆ

Carro-Agent-Rewards

การลงขายรถของ Agent ในแต่ละครั้ง สามารถเข้าถึง Dealer รถมือสองทั่วประเทศไทยกว่า 3,000 ราย และสามารถดูการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวการประมูลรถ เช่น ราคาสูงและต่ำสุด, จำนวนบิดหรือจำนวนการประมูล, จำนวน Dealer ที่เข้ามาดูรถ และ ประมูลรถ ได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะนี่คือ Concept ของเรา “ความเร็ว ความโปร่งใส และ ราคาดี”

หากท่านใดยังไม่มี App นี้ สามารถดาวน์โหลด Application “CARRO Wholesale” จากใน iOS และ Android สามารถคลิก Download ที่ Link นี้ได้เลย Link นี้เลย —> icon_ios icon_android

เพียงเปิด App CARRO Wholesale ใส่ข้อมูลรถที่ต้องการขาย พร้อมรูปภาพให้ครบ ก็โพสต์ขายรถได้เลย สำหรับรอบการประมูลรถ เรามีเวลาดำเนินการตามนี้

สำหรับระบบ Agent นั้น ถ้าหากรถที่คุณลงขายได้ราคาสูงสุด เราก็จะติดต่อให้คุณเจอกับผู้ซื้อ พร้อมตกลงปิดการขายกันได้ ซึ่งหากคุณขายได้หลายคัน เรายังมีสิทธิพิเศษมอบให้คุณอีกด้วย เช่น ขายครั้งแรก ได้รับ 2,000 Points สามารถนำไปแลกของรางวัลต่างๆ ได้ เป็นต้น

ถ้าคุณมีลูกค้า เอารถมาเทิร์นเมื่อไหร่ อย่าลืมมาขายรถกับเรา เพราะนี่ก็เป็นอีกวีธีการหนึ่ง ที่ช่วยให้คุณมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมาได้ง่ายๆ แล้วล่ะครับ

ดูรายละเอียด และวิธีการใช้งานของ CARRO Wholesale Application เพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/blog/carro-agent-rewards/

หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carropartner —> เพิ่มเพื่อน

ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ ขอให้คุณรับมืออย่างมีสติ อย่าท้อแท้ แม้ว่าโรคระบาดทำให้หลายธุรกิจสะดุด แต่อาจเป็นโอกาสในป้องกันตัว และกลับมาตั้งหลัก ให้มุ่งไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง เพียงแต่คุณต้องหาโอกาสของคุณให้เจอโดยเร็วไว

Carro-Work-From-Home

นับตั้งแต่สถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 จนถึงขณะนี้ ส่งผลต่อความวิตกกังวลของประชาชน เนื่องจากในสถานที่มีคนพลุกพล่าน ทางภาครัฐจังขอให้งดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงสั่งปิดสถานบริการต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพร่เชื้อโรคทางอ้อมได้ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของห้างร้านต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้านบริษัท CARRO ซึ่งเป็นบริษัท Startup ดำเนินงานเกี่ยวกับรถมือสองชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ มิได้นิ่งนอนใจกับการระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) จึงได้วางแผนรับมือกับการระบาดของ COVID-19 อย่างเต็มที่

อีกทั้งยังเป็นการทดสอบการทำหน้าที่ว่า หากทำงานจากนอกสถานที่ หรือทำงานจากที่บ้านแล้ว ประสิทธิภาพในการทำงาน จะต่อเนื่องหรือลดลงหรือไม่? ในสถานการณ์ที่จำเป็นเช่นนี้

Carro-Rebrand-To-2020

ด้าน นายมานิต โกการ์ ผู้อำนวยการ บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ทาง CARRO มีความห่วงใยพนักงานทุกท่าน ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเดินทาง ผ่านสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นเพื่อมาทำงาน และสุขภาพอนามัยของทุกๆ ท่าน จึงจัดให้มีการทำงานแบบ Work From Home ซึ่งทาง CARRO ยังคงพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ ต่อเนื่องทุกเวลา จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น”

Carro-Work-From-Home

นับตั้งแต่วันที่ 17-20 มีนาคม 2563 ทาง CARRO ได้ให้พนักงานทำงานแบบ “Work From Home” เพื่อความต่อเนื่องของการทำงาน การให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน และให้ความสำคัญในการบริการลูกค้า ซึ่งก็ยังมีพนักงานปฏิบัติงานในสำนักงานปกติ และในพื้นที่อื่น หรือทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ซึ่งมีผลดีดังนี้

  • พนักงานทำงานในสำนักงานลดลง ทำให้โอกาสแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 ลดลงตาม
  • มีพนักงานสองทีม หากทีมหนึ่งไม่พร้อมทำงาน หรือมีผู้ป่วย ก็จะมีอีกทีมหนึ่ง ที่สามารถทำงานแทนกันได้ โดยไม่ต้องถูกกักบริเวณเพื่อเฝ้าระวังอาการ
  • เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน ที่จะให้พนักงานทำงานได้ทุกสถานที่ แม้ว่าจะมีการปิดสถานที่ต่างๆ แต่ยังปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งขณะนี้ (19 มีนาคม 2563) ยังไม่พบพนักงาน CARRO ที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 หรือมีพนักงานที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หรือเกี่ยวข้องกับผู้ที่เดินทางในประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่อย่างใด ซึ่งหากตรวจพบหรือมีข้างต้น พนักงานจะต้องเฝ้าระวังอาการอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ถึงจะกลับมาทำงานปกติ

Carro-Pantip-Workshop-Event-2019

สำหรับเรา CARRO เรายังพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ ตลอดเวลาของการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งท่านใดหากต้องการขายรถในช่วงนี้ CARRO ยินดีต้อนรับท่านเสมอทุกโอกาส และมั่นใจได้กับระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของคุณลูกค้า และรถยนต์ของคุณ แม้ว่าจะปฏิบัติงานนอกสถานที่ก็ตาม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

และในส่วนของท่านใดที่มีรถยนต์อยู่ในมือหลายคัน ต้องการขายรถแบบ Fleet คราวละหลายๆ คัน ก็สามารถสมัครขายรถแบบ Agent กับทางเราได้เช่นกัน เพียง Download Application CARRO Wholesale ซึ่งระบบการซื้อรถกับทาง CARRO ไม่ว่าคุณจะขายรถแค่เพียงคันเดียว หรือจะขายรถหลายคันก็ได้

หากท่านใดยังไม่มี App นี้ สามารถดาวน์โหลด Application “CARRO Wholesale” จากใน iOS และ Android โดย Download ได้จาก Link นี้เลย —> icon_ios icon_android

ดูรายละเอียด และวิธีการใช้งานของ CARRO Wholesale Application เพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/blog/carro-agent-rewards/

หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carropartner —> เพิ่มเพื่อน

1 2 3 8