กรมการขนส่งทางบก เปิดให้เจ้าของรถที่แผ่นป้ายทะเบียนรถมีสีบนตัวอักษร หมายเลขทะเบียน หรือตัวอักษรบอกชื่อจังหวัดซีดจาง หมวดอักษร “3กก – 4กฆ” กรุงเทพมหานคร และบางหมวดของจังหวัดต่างๆ ที่ให้ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. – 31 ธ.ค. 2557 สามารถนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาเคลือบสีใหม่ได้ ฟรี! จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564

สำหรับป้ายทะเบียนซึ่งส่วนใหญ่จะพบในหมวด “3กก – 4กฆ” กรุงเทพมหานคร รวมถึงบางหมวดของต่างจังหวัด มีสีบนตัวอักษร หมายเลขทะเบียน หรือตัวอักษรบอกชื่อจังหวัดซีดจาง ที่กรมการขนส่งทางบกผลิตและออกให้ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. – 31 ธ.ค. 2557 อาจเกิดจากสารที่เป็นส่วนผสมของสีที่มีคุณลักษณะและการผสมที่ไม่เหมือนหรือเท่ากัน ทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลงกว่าปกติ เจ้าของรถสามารถนำแผ่นป้ายทะเบียนมาเคลือบสีแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 

ตรวจสอบหมวดป้ายทะเบียนซีดจางได้ ที่นี่

DLT-Renew-License-Plate-2021

สำหรับหลักฐานขอเข้ารับการเคลือบสีป้ายทะเบียนใหม่ ที่ต้องเตรียมไปด้วย คือ

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถ หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ
  • กรณีเป็นนิติบุคคล ให้ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

ส่วนเจ้าของรถที่ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

โดยนำป้ายทะเบียนรถที่ต้องการเคลือบสีใหม่ ที่ผ่านการทำความสะอาดเบื้องต้น และแผ่นป้ายทะเบียนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น ไม่บิดงอ เจาะรู เป็นต้น ติดต่อขอเคลือบสีใหม่ได้ที่งานแผ่นป้ายทะเบียนรถ อาคาร 7 กรมการขนส่งทางบกโดยตรง ซึ่งสามารถรอรับได้ภายในวันที่ติดต่อทันที

หรือให้ยื่นความประสงค์ได้ที่สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนหรืออยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้สำนักงานขนส่งที่รับแจ้งจัดส่งแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาเคลือบสีที่กรมการขนส่งทางบก แล้วส่งกลับคืนไปยังสำนักงานขนส่งอีกครั้ง กรณีดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวมจัดส่งไม่เกิน 7 วันทำการ

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาการส่งแผ่นป้ายเพื่อเคลือบสีใหม่ เจ้าของรถสามารถใช้ใบนัดรับแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นหลักฐานชั่วคราว แสดงกับเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ แทนแผ่นป้ายทะเบียนรถที่อยู่ระหว่างส่งเคลือบสีได้

DLT-Renew-License-Plate-2021

กรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถไม่ได้อยู่ในหมวด “3กก – 4กฆ” กรุงเทพมหานคร หรือแผ่นป้ายทะเบียนที่มิได้ผลิตและออกให้ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. – 31 ธ.ค.57 หรือพบว่าสาเหตุสีหลุดลอกมาจากการใช้งาน การขัดล้างที่ไม่ถูกวิธี แผ่นป้ายทะเบียนรถชำรุดจากสาเหตุอื่น หรือสูญหาย เจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ทดแทนของเดิม โดยติดต่อที่สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนหรืออยู่ในความรับผิดชอบ ซึ่งเจ้าของรถต้องเสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายแผ่นละ 100 บาท

ดังนั้น เพื่อรักษาและยืดอายุการใช้งานแผ่นป้ายทะเบียนรถ ขอให้เจ้าของรถให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาแผ่นป้ายทะเบียนรถให้ถูกวิธี ไม่ใช้น้ำยาขัดล้างถูรุนแรงบริเวณแผ่นป้าย ตัวอักษรหรือตัวเลข ให้ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำผสมแชมพูอ่อนๆ และใช้ผ้านุ่มบางหรือสำลีเช็ดทำความสะอาด

ส่วนเจ้าของรถที่ต้องการใส่กรอบแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อป้องกันการชำรุดก็สามารถกระทำได้ โดยต้องเป็นกรอบใสที่มองเห็นรายละเอียดของแผ่นป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจน ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของกรอบบดบังส่วนที่เป็นหมวดอักษร หมายเลขทะเบียน และตัวอักษรบอกชื่อจังหวัดโดยเด็ดขาด

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ค่ะ —> เพิ่มเพื่อน

กรมการขนส่งทางบก ปล่อยมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี หรือ 3 ปี ในช่วงที่กรมการขนส่งทางบก งดการอบรมที่สำนักงานขนส่งตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 1 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบข้อเขียน แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี

2. ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบขับรถ แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย, อบรมทฤษฎี และสอบข้อเขียน

3. ผู้ที่ถือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถว่าด้วยการขนส่งทางบกสิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564 ได้รับยกเว้นการสอบขับรถ แต่ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี

4. เอกสารประกอบคำขอรับ, ต่อใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์, หนังสือรับรองการผ่านอบรมและทดสอบ, คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และผลผ่านการอบรม DLT e-Learning ที่สิ้นอายุ อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินงานด้านใบอนุญาตขับรถได้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

 

ในส่วนของคนที่ทำรายการจองคิวดำเนินการด้านใบขับขี่ไว้ก่อนหน้าแล้วนั้น ยังได้รับสิทธิดำเนินการหลังจากสำนักงานขนส่งเปิดให้บริการตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลให้ผู้จองคิวทราบโดยตรงอีกครั้ง

สำหรับใครที่ต้องการจองคิวกับกรมการขนส่งทางบก สามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้ง ระบบปฏิบัติการ iOS: https://apple.co/2GIHARd และแอนดรอยด์: http://bit.ly/2IkLpyO หรือผ่านเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th

ต้องไวแล้วล่ะครับ งานนี้!

Driving-License-Extended-Expire

เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงนี้โควิด-19 กำลังกลับมาระลอกใหม่ ส่งผลให้การทำธุรกรรมที่ต้องมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ต้องถูกปิดให้บริการ หรือปรับการบริการแบบใหม่ อย่างกรมการขนส่งทางบกเองก็ได้ประกาศงดให้บริการทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ ในสำนักงานขนส่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

กรมการขนส่งทางบก จึงทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความร่วมมือผ่อนผันการบังคับใช้กฎระเบียบข้อบังคับกับผู้ใบขับขี่รถหมดอายุ ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อให้สามารถใช้ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุได้เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564

Police-Can-Seize-Driver-License

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถในกรณีที่ต้องเข้ารับการอบรม และทดสอบภายในสำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.งดการอบรมและทดสอบการขอรับใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใหม่ทุกชนิด

2.งดการอบรมและทดสอบเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับรถ, บัตรประจำตัวคนขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถทุกชนิด โดยผู้สนใจยังคงสามารถเข้ารับอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning หรือใช้ผลการอบรมจากโรงสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกได้

3.งดออกหน่วยให้บริการเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ และใบอนุญาตขับรถ ที่ห้างสรรพสินค้าและแหล่งชุมชน (Drive Thru for Tax)

4.งดการดำเนินงานของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (เฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร) ระหว่างวันที่ 2 มกราคม – 17 มกราคม 2564 ขณะที่เขตจังหวัดอื่นให้เป็นไปตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกประกาศให้ประชาชนใช้บริการผ่านระบบออนไลน์แทน ขณะที่ส่วนงานอื่นที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการ ณ สำนักงานขนส่ง จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่เชื้อของโรคระบาดอย่างเคร่งครัด

Driving-License-And-Medical-Certificate

กรมการขนส่งทางบก ระบุ!!! 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ขอใบขับขี่ใหม่ หรือต่ออายุใบขับขี่ทุกประเภท ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานในการดำเนินการ พร้อมเผยความคืบหน้า อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมการอบรมและทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2563 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564

Driving-License

โดยสาระสำคัญ นอกจากเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big Bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม ยังมีสาระสำคัญในเรื่องของใบรับรองแพทย์ ที่ต้องใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินการ ต้องแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัว หรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ ตามที่แพทยสภากำหนด

ซึ่งในส่วนนี้ กรมการขนส่งทางบก จะประสานความร่วมมือกับแพทยสภา ในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถและจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาให้เรียบร้อย ก่อนกฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับ

นอกจากนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวยังกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการอีกด้วย ซึ่งแต่เดิมการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ไม่มีการกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ แต่ด้วยข้อเท็จจริงสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น และอาจมีโรคประจำตัว หรือมีสมรรถภาพของร่างกายที่บกพร่อง จนไม่สามารถขับรถได้ จึงกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์มาประกอบในการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการขอรับ และขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด ทุกประเภท ต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการดำเนินการด้วย

Motorcycle-Test-Riding

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าการกำหนดหลักเกณฑ์อบรม และทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ (ใบขับขี่บิ๊กไบค์) ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (47 แรงม้า) ขึ้นไป หรือขนาดความจุของกระบอกสูบตั้งแต่ 400 ซีซี ขึ้นไป อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อม เพื่อรองรับเมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการกำหนดหัวข้อหลักสูตรการอบรมและทดสอบ ประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับผู้ขับขี่ ยานพาหนะ สภาพแวดล้อม เป็นต้น การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เป็นการฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อย่างปลอดภัย และการทดสอบขับรถ เพื่อคัดกรองการออกใบอนุญาตขับรถมีความเหมาะสม และได้มาตรฐานการออกใบขับขี่บิ๊กไบค์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นโดยเฉพาะผู้ขับรถ (บิ๊กไบค์) ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และเป็นกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะการขับรถสูงกว่าปกติ

Driving-Lifetime-License

กรมการขนส่งทางบก ยืนยัน! ไม่ยึดคืนใบขับขี่ตลอดชีพ และไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมดมาทดสอบสมรรถนะใหม่ หรือทดสอบขับรถใหม่ ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน

แต่จะศึกษาถึงแนวทางการคัดกรองผู้ที่ขาดสมรรถนะ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่า มีความเสี่ยง หรือมีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย

Driving-License

จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าจะไม่ยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพและไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมด มาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่ หรือทดสอบขับรถใหม่ ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน

แต่จะมีการศึกษาว่าจะทำอย่างไร จึงจะคัดกรองผู้ที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น โรคทางสมอง โรคปัญหาการมองเห็นที่รักษาไม่หาย เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

Driving-License

โดยการศึกษาดังกล่าว ต้องหารือร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา และต้องพิจารณาข้อกฎหมายประกอบอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ดังนั้น ที่มีการแชร์ข้อมูลว่าจะมีการยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพที่ออกให้แล้วหรือการให้เข้ามาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่หรือทดสอบขับใหม่จึงไม่เป็นความจริง การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถยังคงเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามปกติ

Driving-License

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบก ยังได้มีการนำสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และผลการศึกษาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาตขับรถ โดยแบ่งเป็น 7 มิติ ประกอบด้วย

1.การกำหนดสภาวะโรค

2.การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

3.การอบรมและทดสอบความรู้ของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ภาคทฤษฎี) โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรการอบรม ให้สอดคล้องกับการขอรับใบอนุญาต พร้อมทั้งจัดทำระบบอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์แบบ e-Learning

4.การอบรมการขับรถและทดสอบความสามารถในการขับรถของผู้ขอรับใบอนุญาตภาคปฏิบัติ

5.การบริหารจัดการ

6.การปรับปรุงรูปแบบใบอนุญาตขับรถ โดยจะปรับปรุงให้สอดคล้องกับอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการจราจรทางถนน ค.ศ. 1968

7.การควบคุมพฤติกรรมการขับรถด้วยมาตรการตัดแต้ม (การติดตามประเมินผล) เพื่อพัฒนามาตรฐานใบอนุญาตขับรถของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

Get-Driving-License-At-Saturday-Sunday

ข่าวดีที่มีทุกปี! กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชน เดินหน้า!!! จัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชนิดชั่วคราว เฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ประจำปี 2563 รวม 11 รุ่น ฟรี! ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2533 สมัครและอบรมที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร เท่านั้น!

แต่ถ้าใครอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ป้ายแดง แทนรถคันเก่าที่หัดขับ สามารถนำรถคันเดิมมาขายได้ที่ CARRO! เราขอแนะนำ CARRO Express พร้อมรับซื้อรถของคุณ! เพียงลงขายได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อนขาย สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Driving-License

โดยใช้ระยะเวลา 2 วัน ดังนี้

  • วันเสาร์ อบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับรถ และเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ ก่อนเข้าทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam)
  • วันอาทิตย์ ทดสอบขับรถในสนามสอบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ผ่านการทดสอบ จะได้รับใบอนุญาตขับรถ มาตรฐานและระเบียบเดียวกับการขอรับใบขับขี่ในวันเวลาราชการ

ที่ผ่านมา ทางขนส่งฯ จัดอบรมแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศแล้ว จำนวนกว่า 50,000 คน

Driving-License

DLT-Get-Driving-License-Saturday-Sunday-2020

สำหรับปี 2563 เฉพาะในกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 11 รุ่น ดังนี้

  • วันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563
  • วันที่ 21 – 22 มีนาคม 2563
  • วันที่ 25 – 26 เมษายน 2563
  • วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2563
  • วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2563
  • วันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2563
  • วันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2563
  • วันที่ 26 – 27 กันยายน 2563
  • วันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 และ
  • วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563

Driving-License

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ยังไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน และยื่นใบสมัครล่วงหน้าด้วยตนเองที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

โดยเตรียมหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน

อ่านเพิ่มเติม : สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ … ง่ายนิดเดียว

อ่านเพิ่มเติม : เอกสารที่ต้องเตรียมตอนไปต่อใบขับขี่ ปี 2563

Driving-License

ติดตามกำหนดการอบรมเพิ่มเติมได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-271-8888 ต่อ 4202-3

Vehicle-Registration-Book-Lost-Not-Worry

ทำความรู้จักกับเล่มทะเบียนรถ ถ้าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร?

หนึ่งในเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่นคือ “เล่มทะเบียนรถ” นั่นเอง ซึ่งเหมือนกับบัตรประชาชนนั่นล่ะ รถทุกคันจะต้องมีเล่มทะเบียน แต่ถ้าเกิดเล่มทะเบียนรถหายไปก็อย่าเพิ่งเครียดกันไปใหญ่ ให้ตั้งสติดีๆ ปัญหามีไว้แก้ไข และเรื่องแบบนี้ เรามีข้อแนะนำง่าย ๆ มาบอกกัน

ทำความรู้จักกับเล่มทะเบียนรถ

เล่มทะเบียนรถ (เล่มสีน้ำเงิน) คือ สมุดที่จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์คันนั้นๆ เอาไว้ และสามารถใช้แทนทะเบียนรถได้หากป้ายทะเบียนรถหาย ทะเบียนชำรุด แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจ

คุณสามารถยื่นเล่มทะเบียนให้คุณตำรวจดูพร้อมชี้แจงตามความจริงได้ ซึ่งบางคนอาจจะกลัวเล่มทะเบียนตัวจริงหายจึงเก็บไว้ที่บ้าน กรณีนี้ คุณสามารถทำเป็นสำเนายื่นแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เช่นกัน

แต่ในความเป็นจริงควรจะมีเล่มทะเบียนรถตัวจริงเก็บเอาไว้ที่รถเป็นประจำ เพราะของจริงยังไงก็ดีกว่าสำเนาอยู่แล้ว ยกเว้นใครที่ยังผ่อนรถอยู่แล้วเล่มทะเบียนตัวจริงอยู่ที่ไฟแนนซ์ สามารถนำสำเนาและเอกสารการผ่อนชำระกับไฟแนนซ์ยื่นแทนได้

โดยในเล่มทะเบียนรถจะระบุรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะรายละเอียดสำคัญอย่าง เลขทะเบียน รถ เลขตัวถังรถยนต์ ประวัติการครอบครองรถยนต์ ซึ่งจะระบุชื่อเจ้าของรถเอาไว้เพื่อป้องกันการขโมยแล้วนำไปขายต่อ

ตรงนี้ใครที่ซื้อรถมือสองต้องดูให้ละเอียดว่าชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนกับชื่อผู้ขายเป็นชื่อเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ถ้ามีความผิดปกติให้บอกผ่านไปเลย รวมทั้งในเล่มทะเบียนยังระบุบันทึกการโอนรถ
ปรับเปลี่ยน ยกเลิก ประวัติการเสียภาษีเอาไว้ทั้งหมด และที่ต้องสังเกตให้ดีคือ เล่มทะเบียนต้องอยู่ในสภาพปกติ หากมีการบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ในเล่มมาก่อนแล้ว เล่มต้องไม่ดูใหม่เกินไป หรือบางทีเล่มอาจจะมีการตีตรายกเลิกเล่มไปแล้ว และนำมาย้อมแมวอีกรอบ ต้องดูให้ดีๆ นะ

ถ้าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร?

อย่างแรกอย่าเพิ่งเครียดเกินไป ขั้นตอนอาจจะดูเยอะนิดนึง แต่ไม่ยากหรอกนะ เพราะตอนนี้ทางกรมการขนส่งทางบก ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นและให้ประชาชนผู้ติดต่อใช้เวลาในการใช้บริการน้อยที่สุด แต่ควรไปติดต่อตั้งแต่เช้า เพราะผู้ใช้บริการแต่ละวันเยอะมาก
กลัวว่าจะทั้งเครียดทั้งหงุดหงิดไปก่อน ส่วนขั้นตอนการแจ้งเล่มทะเบียนรถหาย หรือ เล่มทะเบียนรถหาย ยังไม่ได้โอน ให้ปฏิบัติตามนี้

1. เมื่อรู้ตัวว่าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องรีบไปแจ้งความ “แจ้งเล่มทะเบียนรถหาย” ที่สถานีตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกใบแจ้งความมาให้ เพื่อนำไปยื่นเรื่องกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อทำเรื่องขอสมุดเล่มทะเบียนใหม่

แต่หากคุณลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถไม่สามารถไปแจ้งความได้ด้วยตัวเอง สามารถเตรียมเอกสารสำคัญ คือ หนังสือมอบอำนาจสำหรับแจ้งความแทนและบัตรประชาชนตัวจริง ย้ำว่าตัวจริง รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถไปยื่นร่วมด้วย และผู้รับมอบอำนาจต้องเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์จำนวน 10 บาท ไปด้วย

2. นำใบแจ้งความไปยื่นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบก

ซึ่งต้องยื่นไปที่กรมการขนส่งทางบกในจังหวัดที่ออกเล่มทะเบียนรถให้ เช่น ถ้ารถจดทะเบียนในจังหวัดนนทบุรี ให้ไปยื่นที่กรมการขนส่งทางบก จ.นนทบุรี ถ.ติวานนท์ หรือหากจดทะเบียนที่กรุงเทพฯ ให้ไปยื่นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบก
จตุจักร นั่นเอง

3. ให้ตรงไปที่แผนกทะเบียน

หากไม่ทราบให้ติดต่อที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่จะอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้การติดต่อสอบถามง่ายขึ้น มีการกดคิวให้ติดต่อตามแผนกอีกด้วย

4. ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แล้วคุณจะได้รับแบบฟอร์มคำขอเล่มทะเบียนใหม่ รวมทั้งบันทึกถ้อยคำ กรณีแจ้งเอกสารหรือใบอนุญาตขับรถสูญหาย และเมื่อกรอกแบบฟอร์มเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งและให้บัตรคิว (ถ้ากรอกไม่ถูก ไม่ต้องกังวล เพราะที่ขนส่งมีตัวอย่างการกรอกเอาไว้ทั้งหมดแล้ว)

5. รอสักครู่..เมื่อประกาศเรียกบัตรคิวที่ถืออยู่ นั่นคือ คุณกำลังจะได้รับเล่มทะเบียนรถเล่มใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง และในเล่มที่ได้รับมาใหม่ จะมีตราประทับระบุเอาไว้ว่า “ออกแทนเล่มที่สูญหาย” เอาไว้ด้วย ซึ่งเมื่อก่อนต้องรอ 1-2 วัน แต่ปัจจุบันรอรับได้เลย

6. จ่ายค่าธรรมเนียมการออกเอกสารเล่มทะเบียนรถเพียง 55 บาท เท่านั้น

เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รับเล่มทะเบียนรถใหม่มาง่ายๆ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกตั้งแต่เช้าๆ เพราะตอนนี้หลายแห่งมีประชาชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ที่แน่ๆ เมื่อได้รับเล่มทะเบียนรถเล่มใหม่มาแล้ว ควรเก็บเอาไว้ให้ดี หาซองใส่ที่สะดุดตา และควรเก็บติดเอาไว้ในรถ รวมทั้งทำสำเนาเอกสารอีกชุดหนึ่งไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องมาแจ้งความแล้วไปติดต่อทำเล่มใหม่อีกครั้ง

เพราะถ้าไม่มีเล่มทะเบียน ก็ไม่สามารถต่อทะเบียนรถเสียภาษีประจำปี และพ.ร.บ. ประกันภัยได้ แต่ถ้าคุณถึงเวลาที่ต้องต่อทะเบียนรถเสียภาษีประจำปี แล้วต้องซื้อประกันรถยนต์ เราแนะนำ Roojai.com ประกันรถยนต์และบิ๊กไบค์ออนไลน์รูปแบบใหม่ ราคาดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ปลอดภัย รับประกันภัยโดยบริษัทกรุงไทยพานิชย์สำหรับรถยนต์ และแอลเอ็มจีสำหรับรถจักรยานยนต์ สามารถเช็คราคา ซื้อประกันรถผ่านเว็บไซต์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบความคุ้มครองเองได้ จะแจ้งเคลมผ่านแอปแบบเรียลไทม์ หรือตรวจสภาพรถผ่านวิดีโอคอลก็ได้อีกด้วย แถมยังผ่อนสบายผ่านบัตรเครดิตได้ 10 งวด

มีแค่บัตรเดบิตก็ผ่อนได้ และที่ Roojai.com ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ ประหยัดกว่าประกันอื่นทั่วไป แถมบริการโดนใจ ลองพิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวความพึงพอใจจากลูกค้าจริงที่หน้าเว็บไซต์

Police-Cannot-Hold-Driver-License

หลายท่านอาจทราบกันไปแล้วว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย. 2562 มีบางมาตราที่บัญญัติ ให้ยกเลิกความในมาตราเดิม และบัญญัติใหม่ โดยมีสาระสำคัญในการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานจราจร ดังนี้

  1. เดิม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140 วรรคสองในการออกใบสั่ง ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวโดยบัญญัติว่า “ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้”แต่เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวถูกยกเลิกโดยมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2562 เป็นต้นไป ตำรวจจะไม่มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ต่อไป
  2. ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไม่พบตัวผู้ขับขี่ และไม่สามารถติด ผูกหรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด มาตรา 140 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 บัญญัติให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเพื่อให้ชำระค่าปรับในกรณีดังกล่าว การส่งใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร ต้องส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐาน และต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงจะถือว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งนั้นแล้วเมื่อผลกำหนด 15 วัน นับแต่วันส่ง
  3. ในการแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ มาตรา 31/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 บัญญัติว่า “ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

ดังนั้นการแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ได้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

DLT-QR-LICENCE

หลายคนอาจจะงงว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ (หรือ ) จะได้มาด้วยวิธีการอย่างไร? ลงทะเบียนอย่างไร? ดูรายละเอียดได้ด้านล่างครับ

เพียงดาวน์โหลด Application DLT QR LICENCE ของกรมการขนส่งทางบก จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

  • กรอกข้อมูลรหัสบัตรประชาชน และอีเมล์
  • ทำการสแกน QR Code ที่อยู่ด้านหลังใบอนุญาตขับรถรูปแบบที่มี QR CODE จากนั้นกดยืนยัน แล้วรอรหัส OTP ที่ส่งเข้าอีเมล์ และให้นำรหัส OTP ที่ได้มา กรอกที่ช่องว่างและกดปุ่มตกลง
  • ระบบจะให้ผู้ใช้ตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลัก เพื่อเข้าถึงข้อมูลใบอนุญาตขับรถอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล ที่ปรากฏภาพใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • เพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนในการแสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงต่อเจ้าพนักงาน พร้อมทั้งแสดงข้อมูลส่วนบุคคลทั้งกรุ๊ปเลือด ประวัติการแพ้ยา, โรคประจำตัว,สิทธิรักษาพยาบาล มีเมนู SOS สามารถโทรศัพท์แจ้งหรือส่ง SMS ไปยังบุคคลที่ต้องขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ และมีการแชร์เส้นทางเพื่อแสดงตำแหน่งของผู้ใช้งาน
  • มีระบบแจ้งเตือนก่อนใบอนุญาตขับรถหมดอายุ
  • นอกจากนี้ยังสามารถทราบข่าวสารที่เป็นประโยชน์ อาทิ หลักฐาน ขั้นตอน ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถด้วย

เพียงแค่นี้ คุณก็ขับรถได้อย่างไร้กังวล และไม่ต้องกลัวตำรวจจะยึดใบขับขี่แล้วล่ะครับ

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือขับเคลื่อนธุรกิจคุณ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา :

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

กรมการขนส่งทางบก คุมเข้ม! โรงเรียนสอนขับรถ ต้องสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนทั้งผู้เรียนและผู้สอน โดยตอนนี้มีโรงเรียนสอนขับรถ ที่ได้รับการรับรอง จำนวน 275 แห่ง ใน 66 จังหวัดทั่วประเทศ

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ให้เอกชนที่มีความพร้อม เปิดโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้มาตรฐาน เพื่อดำเนินการอบรม และทดสอบให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ โดยมีมาตรการในการควบคุม กำกับ ดูแล อย่างมีคุณภาพและมาตรฐานและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของโรงเรียนสอนขับรถอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ ยังนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการควบคุม กำกับ การดำเนินการของโรงเรียนสอนขับรถ โดยกำหนดให้ผู้ฝึกสอนขับรถและผู้เรียนจะต้องมีการสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนก่อนทำการเรียนการสอน

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

ซึ่งกรมการขนส่งทางบก สามารถตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลการเรียนการสอน วันเวลาเรียน รายวิชาที่เรียน รายชื่อผู้ฝึกสอนขับรถได้ผ่านทางระบบ e-classroom รวมทั้งกำหนดให้โรงเรียนสอนขับรถจะต้องมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในห้องทดสอบข้อเขียน เพื่อทำการบันทึกข้อมูลภาพของผู้เรียน ในขณะทำการทดสอบข้อเขียนอีกทางหนึ่งด้วย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก จำนวนทั้งสิ้น 275 แห่ง ใน 66 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น รถที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก, รถยนต์ และรถจักรยานยนต์

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

ภาพจาก โรงเรียนสอนขับรถ ID Driver

มีผู้ผ่านการอบรมและทดสอบจากโรงเรียนสอนขับรถ ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ประจำปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 จำนวนทั้งสิ้น 454,691 ราย แบ่งเป็น หลักสูตรการสอนขับรถที่ใช้เพื่อการขนส่งทางบก จำนวน 6,903 ราย หลักสูตรการสอนขับรถยนต์ จำนวน 277,329 ราย และหลักสูตรการสอนขับรถจักรยานยนต์ จำนวน 170,459 ราย

ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีโรงเรียนสอนขับรถมีจำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ชัยภูมิ นครพนม แม่ฮ่องสอน น่าน อุทัยธานี สมุทรสงคราม ตราด สตูล พัทลุง และปัตตานี

DLT-Tightened-Inspection-School-Driver

ภาพจาก โรงเรียนสอนขับรถ ID Driver

สำหรับผู้สนใจเรียนขับรถกับโรงเรียนสอนขับรถเอกชน ที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง สามารถตรวจดูรายชื่อ หรือศึกษารายละเอียดการจัดตั้งและการดำเนินกิจการโรงเรียนสอนขับรถเอกชนได้ที่ https://www.dlt.go.th/site/ltsb/

แหล่งที่มา :

กรมขนส่ง-ห้ามคนเป็นโรคลมชัก-ขอใบขับขี่

กรมการขนส่งทางบก เข้ม ตามมติคณะกรรมการแพทยสภา ที่เพิ่มคนเป็นโรคลมชัก ห้ามขับรถ ยกเว้นแพทย์รับรอง

Driving-License

วันที่ 11 ก.พ. 2562 นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้การขอรับใบอนุญาตขับรถ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ แสดงว่าไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถเป็นหลักฐานประกอบ คณะกรรมการแพทยสภาได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ให้โรคลมชัก ในสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมอาการชักได้ เป็นโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ เว้นแต่แพทย์ผู้ให้การรักษารับรองว่าผู้ป่วยไม่มีอาการชักเกินกว่า 2 ปี

Driving-License

กรมการขนส่งทางบก ได้แจ้งแก่นายทะเบียนทั่วประเทศ โดยให้ตรวจสอบหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่ใช้ประกอบคำขอ โดยต้องเป็นใบรับรองแพทย์ตามแบบมาตรฐานที่แพทยสภารับรอง โดยส่วนที่ 1 ลงลายมือชื่อรับรองตนเอง ประวัติโรคประจำตัว ประวัติอุบัติเหตุและการเข้ารับการผ่าตัดที่สำคัญ และส่วนที่ 2 แพทย์ผู้ตรวจร่างกายรับรอง

Driving-License

นอกจากโรคชมชัก ยังต้องมีการรับรองในกรณีอื่น เช่น ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ จนไม่สามารถขับรถได้ ไม่ปรากฏอาการของโรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน หรือปัญญาอ่อน ไม่ปรากฏอาการของการติดยาเสพติดให้โทษ ไม่ปรากฏอาการของโรคพิษสุราเรื้อรัง และไม่ปรากฏอาการและอาการแสดงของโรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะปรากฏอาการ วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการ สำหรับใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง สถานพยาบาลส่วนใหญ่ใช้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ แจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เพื่อให้แพทย์ออกใบรับรองแพทย์ให้ถูกต้องตรงกับการนำไปใช้

Driving-License

สำหรับโรคประจำตัวบางกลุ่มอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ ยังอยู่ในระหว่างการหารือร่วมกันระหว่างกรมการขนส่งทางบกและแพทยสภาที่อาจกำหนดเพิ่มเติมในอนาคต เช่น โรคเบาหวานระยะที่ต้องฉีดอินซูลิน โรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางสมอง ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายที่ผ่านการผ่าตัดหัวใจ หรือขยายเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นอุปสรรคต่อการขับรถ

ขอขอบคุณข่าวจาก Workpoint News