CARRO แนะนำรถมือสอง Honda Civic FB

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถยนต์แบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในไทยมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น แต่ก็รุ่นที่ออกแบบได้อย่างพลิกโฉมพอสมควร เมื่อเทียบกับโฉมที่แล้วที่ดูล้ำมาก มาเป็นความสวยที่มีเหลี่ยมมุม คุณจะนึกถึงรุ่นไหน?

สำหรับ MR.CARRO ต้องนึกถึง “Honda Civic” โฉม “FB” เจเนอเรชั่นที่ 9 ครับ ที่แม้ว่าคนชอบฮอนด้า จะวิพากษ์วิจารณ์กันถึงรูปทรงของรถรุ่นนี้พอสมควร ว่าทำไม Civic ถึงสวยรุ่นเว้นรุ่นอีกแล้ว! แต่ก็สร้างยอดจองได้ 5,000 คันแรก ตั้งแต่เดือนแรกของการเปิดตัวเลยนะ!

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังว่า Civic FB มีประวัติความเป็นมา และน่าใช้ตรงไหนบ้าง …

Honda Civic FB เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจเนอเรชั่นที่ 9 เริ่มพัฒนาในเดือนพฤษภาคม 2010 ก่อนจะนำเสนอรถต้นแบบและออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 20 เมษายน 2011 มีให้เลือกทั้งในแบบ Sedan 4 ประตู และแบบ Coupe 2 ประตู

Honda Civic Hatch - Tourer FK เวอร์ชั่นยุโรป

สำหรับในเวอร์ชั่นยุโรป มีเฉพาะแบบ Hatchback 5 ประตู, รุ่น Tourer และรุ่นพลังแรงอย่าง Type R ในรหัส FK ที่พัฒนาจากรุ่นเดิมใหม่หมด ให้เลือกซื้อ เปิดตัวตามมาในช่วงเดือนกันยายน 2011 เป็นรถที่ผลิตจากโรงงาน Honda of the UK Manufacturing ในเมือง Swindon ประเทศอังกฤษ

Honda Civic Type R FK เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ซึ่งเดิมทีนั้น Honda เตรียมทยอยเปิดตัว Civic FB ตามประเทศต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2011 แต่ด้วยวิกฤตแผ่นดินไหวใหญ่ และเกิดสึนามิถล่มในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2011 ทำให้ Honda R&D และโรงงานผลิตชิ้นส่วนได้รับความเสียหาย Honda จึง ต้องเลื่อนการเปิดตัว Civic FB ในหลายประเทศทั่วโลก

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

ไม่เว้นแม้แต่ในไทย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ซึ่งทำให้โรงงานผลิตรถยนต์ Honda ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมไปด้วย จึงถูกเลื่อนการเปิดตัวเช่นกัน โดยในไทยเปิดตัวเมื่อ 10 พฤษภาคม 2555 ครับ และการมาครั้งนี้ต้องยิ่งใหญ่ โดยคาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 35,000 คัน/ปี!

และหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า … นี่เป็น Honda Civic 4 ประตู รุ่นแรก ที่ไม่มีการผลิตหรือนำเข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่น เนื่องจากยอดขาย Honda Civic โฉม FD ที่ลดลงอย่างมาก จนทาง Honda ในญี่ปุ่นจึงตัดสินใจหยุดทำตลาดโฉม 4 ประตูรุ่นนี้ไป รวมไปถึงในรุ่น Civic Hybrid (ซีวิค ไฮบริด) ด้วย

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

เอาล่ะ … มาพูดถึงตัวรถกันดีกว่า รูปโฉมภายนอก ทาง Honda คุยว่านี่เป็นการออกแบบระดับ Top Class เลยเชียวนะ! ด้วยการใช้โครงสร้างแบบ Mono form ผสานดีไซน์เฉียบคม กับแนวคิด “เรียบ มีพลัง” ผนวกกับโครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON) ตามมาตรฐานของฮอนด้า

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารมีความล้ำสมัยแบบ Futuristic Cockpit กับแนวคิด “ฉลาด ล้ำยุค” เพิ่มความเหลี่ยมสันมากขึ้นกว่าโฉมที่แล้วมาก ครบครันด้วยฟังก์ชั่นล้ำๆ อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ i-MID (Intelligent Multi-Information Display) เป็น Smart Interface ที่คนขับสามารถควบคุมการทำงานระบบต่างๆ ได้ตามความต้องการ รวมไปถึงระบบ Eco Assist ซึ่งช่วยแนะนำการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

ติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานมากมาย เช่น ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Assist (VSA) และระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ (Motion Adaptive Electric Power Steering) ควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดอาการหน้าดื้อโค้งหรือท้ายปัด

ขุมพลังมี 2 แบบให้เลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (ซึ่งเป็น Civic รุ่นสุดท้ายในไทย ที่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก) และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร รหัส R20A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

ซึ่งเครื่องยนต์ทั้งสอง ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของการลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วน มีมลพิษในไอเสียต่ำลง และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ และอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน EURO4

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

Honda Civic FB มือสอง โฉมแรก มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ในระดับราคาที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ตามนี้

– รุ่น 1.8 S M/T ราคา 773,000 บาท และ 1.8 S A/T ราคา 828,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ อาทิ

– ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์
– ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
– ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
– ปุ่ม ECON
– มาตรวัดระบบ MultiplexMeter พร้อมระบบเรืองแสง
– หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID
– เครื่องเสียง ช่องเชื่อมต่อ USB ช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
– กุญแจรีโมทมัลติฟังก์ชั่น
– ถุงลมคู่หน้า Dual SRS
– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD

– รุ่น 1.8 E A/T ราคา 909,000 บาท และ 1.8 E A/T Navi ราคา 964,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 S …

– ไฟตัดหมอกคู่หน้า
– ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
– เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์
– เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– วิทยุ-ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์พร้อมเครื่องเล่น DVD กล้องส่องภาพด้านหลัง (เฉพาะรุ่น 1.8 E A/T Navi)

และรุ่น Top สุด 2.0EL AT Navi ราคา 1,124,000 บาท มีอุปกรณ์โดดเด่นเพิ่มเติมจากรุ่นอื่นๆ อาทิ

– ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
– ไฟหน้าแบบ HID พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ
– ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเครื่องเล่น DVD และกล้องส่องภาพด้านหลัง
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA

มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีน้ำตาลเออร์เบินไทเทเนียม (เมทัลลิก) ซึ่งเป็น 2 สีใหม่ นอกจากนี้ ยังมีสีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโพลิชเมทัล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวทาฟเฟต้า

สำหรับสีภายในห้องโดยสาร ในรุ่น 1.8 จะเป็นสีเบจ และรุ่น 2.0 เป็นสีดำ

Honda Civic Hybrid FB เวอร์ชั่นไทย

ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 Honda ก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Honda Civic Hybrid (ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด) มาผลิตขายครั้งแรกในไทย หลังจากที่เคยนำเข้า Civic Hybrid ในโฉม Civic ES มาขาย แต่ขายแทบไม่ได้ และในครั้งนี้ยังนำแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มาใช้กับรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในไทยเป็นรายแรกอีกด้วย ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ที่ 7,200 คัน/ปี แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามคาด

Honda Civic Hybrid FB เวอร์ชั่นไทย

โดดเด่นด้วยกระจังหน้า ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมกรอบสีฟ้า ไฟท้าย LED พร้อมเลนส์สี Clear Blue สปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ EV Mode ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน เมื่อใช้รถด้วยความเร็วต่ำ หรือ Idling Stop ดับเครื่องอัตโนมัติเมื่อรถจอดติดนิ่งๆ เป็นต้น

Honda Civic Hybrid FB เวอร์ชั่นไทย

เครื่องยนต์ระบบไฮบริดอัจฉริยะ Integrated Motor Assist หรือ IMA ของฮอนด้า มีระบบการทำงานแบบคู่ขนาน ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC และมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 132 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตัน-เมตร ที่ 500-1,546 รอบ/นาที กำลังสูงสุด 23 แรงม้า ที่ 1,546-3,000 รอบ/นาที

Honda Civic Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,035,000 บาท และรุ่น Hybrid Navi ราคา 1,095,000 บาท

มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวออร์คิด (มุก) สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) พร้อมรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่เพิ่มอีก 5 ปี เป็น 10 ปี (สำหรับรถที่ลูกค้า ซื้อก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เท่านั้น)

Honda Civic Modulo FB เวอร์ชั่นไทย

เดือนตุลาคม 2556 Honda เปิดตัวรุ่นพิเศษ Honda Civic Modulo โดยนำรุ่น 1.8 E มาตกแต่งด้วยชุดแต่งรอบคันของ Modulo ในราคา 939,000 บาท

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

14 มีนาคม 2557 Honda Civic ปรับโฉมใหม่ พร้อมเพิ่มรุ่นพิเศษ คือ รุ่น 1.8 ES และรุ่น 2.0 ES ซึ่งใส่ชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ทั้งสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง สเกิร์ตข้าง พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Wing ปลายท่อไอเสียสเตนเลส และสัญลักษณ์ Sport บนฝากระโปรงท้าย

สำหรับรุ่น 1.8 E AT Navi มาพร้อมวัสดุตกแต่งแบบ Piano Black, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ, ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ และล้ออัลลอย 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

พร้อมเพิ่มระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และม่านถุงลมด้านข้างเพื่อความปลอดภัยเหนือระดับ ในรุ่น 2.0 ES

มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า เงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) ดำคริสตัล (มุก) และเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) ในราคา 780,000 – 1,145,000 บาท

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

สำหรับเจ้า Honda Civic FB รุ่นนี้ บรรดาสาวกซีวิคอาจไม่ค่อยถูกใจนัก บางคนบอกถึงขั้น Fail เลยทีเดียว แม้ว่าตัวนี้จะมีความคล้ายก้บเจ้าโฉม FD เป็นอย่างมาก แต่ด้วยความที่เหลี่ยมคมขึ้น บางคนอาจไม่ถูกใจ แต่พูดถึงก็เป็นรถที่น่าใช้ ออพชั่นมากพอสมควร เมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง และราคามือสองไม่แพงอีกรุ่น ที่มีคนมองหากันอยู่ตลอด

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

การขับขี่ค่อนข้างเกาะถนน นุ่มนวล ความเสถียรดีกว่ารุ่นเดิม จะมีสะเทือนหน่อยเมื่อลงหลุมบ่อ ช่วงล่างหลังปรับจากรุ่นเดิมแบบดับเบิลวิชโบน มาเป็นแบบมัลติลิงค์

เครื่องยนต์ของทั้ง 1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร รุ่นนี้ถือว่าปรับปรุงมาได้ดี เพราะประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม (กรณีไม่ได้เติม E85) โดยทำงานร่วมกับระบบ ECO Assist กับ ECON Mode ที่ควบคุมการทำงานลิ้นปีกผีเสื้อ คล้ายกับการทำงานของกล่องคันเร่งไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ด้วย (แต่ถ้าใช้ E85 แล้วจะกินมากหน่อย ตามปกติ ใช้งานในเมือง อาจเหลือ 7-8 กม./ลิตร ถ้านอกเมืองประมาณ 10-11 กม./ลิตร)

ห้องโดยสารภายใน ค่อนข้างนั่งสบายกว่ารุ่นเดิม ภายในดูเรียบง่าย รวมไปถึงมีเบาะไฟฟ้า พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง แถมเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า เบามือ ใช้งานง่าย และช่องแอร์ด้านหลัง เหมาะสำหรับคนนั่งหลังประจำ

แต่ข้อเสียก็มีอยู่เหมือนกัน คือ ห้องโดยสารภายใน การเก็บเสียงได้ไม่ดีนักเมื่อวิ่งที่ความเร็วสูง จะรู้สึกค่อนข้างดังหน่อย (แต่ถ้าเปิดวิทยุดังหน่อย ก็ไม่ได้ยินเสียงลม) เสียงคันเร่งที่มีอาการคล้ายหอน เวลาถอนคันเร่ง

และวัสดุภายในไม่ค่อยดีนัก แผงพลาสติกตรงที่วางแขนประตู มักเหนียวเยิ้มเมื่อใช้งานไปนานๆ หรือจอดรถตากแดดบ่อยๆ งานประกอบมีเสียงตามจุดต่างๆ และมุมกระจกบานหน้าจะมีน้ำซึมตรงเสา ที่เกิดจากมาจากรอยตะเข็บที่เชื่อมปริแตก จากตัวถังบิดตัว รวมถึงปุ่ม Multifunction ที่หากคนไม่คุ้นเคยตั้งแต่แรก อาจจะงงๆ ในตอนใช้งานได้อยู่

ส่วนถ้าใครต้องการความแรง ก็สามารถ Upgrade ไปวางเครื่องรหัส K20 หรือเคยี่ของขาซิ่ง หรือรหัส K24 ได้เลย แรงม้าเยอะสะใจ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เครื่องยนต์กับเกียร์ ค่อนข้างทนทาน ไม่ค่อยจุกจิกนัก อะไหล่หาง่าย ค่าบำรุงรักษาไม่แพง เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาท

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 350,000 – 530,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Civic มือสอง (ฮอนด้า ซีวิค มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Civic ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย! 

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

  • Catalogue และ Press Kit Honda Civic / Civic Hybrid
  • LIM-Catalogue

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว All-New Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11 ตอกย้ำความเป็นไอคอนของยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่ได้รับการพัฒนา DNA ความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้ก้าวล้ำตลอด 10 เจเนอเรชันที่ผ่านมา

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ครั้งนี้ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 11 พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 3 โหมด

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อย ให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic นับเป็นยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2515 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้รับการพัฒนาและสร้างมาตรฐานใหม่มาอย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชั่น โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายมากกว่า 27 ล้านคัน ในมากกว่า 170 ประเทศ และวันนี้ ไทยเป็นประเทศแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือที่จะเปิดตัว Honda Civic Sedan (ฮอนด้า ซีวิค ซีดาน) ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11

ซึ่ง ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นรถซีดานที่เติบโตคู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ Compact ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 600,000 คัน และยังส่งผลให้ล่าสุด ฮอนด้า ซีวิค สามารถครองอันดับ 1 ในเซกเมนต์ถึง 5 ปีซ้อน

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic 2022 เจเนอเรชั่นที่ 11 มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน หรูหราในทุกมุมมองด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED สไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่

ยกระดับความสปอร์ตในรุ่น RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า ดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียแบบคู่พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และสะกดทุกสายตาด้วย สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย พร้อมเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย* สำหรับรุ่น RS อาทิ

  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

สำหรับรุ่น EL+ และ EL อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน* อาทิ

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และ
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

แรงทรงพลังกับขุมพลังเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว พัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อม Turbo Charger อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบ/นาที

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.2 กม./ลิตร อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

  • ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
  • Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic 2022 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น EL ราคา 964,900 บาท
  • รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท
  • รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) อีกทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

ส่วนสีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ง่ายขึ้นกับ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

นอกจากนี้ ยังเสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Make the CIVIC 3F (Fashion, Function and Featured)” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 10,000 บาท แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ราคา 1,800 บาท คิ้วบันได LED ราคา 5,100 บาท ฝาครอบกระจกมองข้าง ราคา 1,000 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,950 บาท ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ราคา 5,250 บาท คิ้วตกแต่งกระจังหน้า ราคา 3,900 บาท คิ้วตกแต่งกันชนหลัง ราคา 5,900 บาท ไฟส่องสว่างที่เท้า ราคา 2,200 บาท เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Exhaust Pipe Finisher Package ราคา 1,950 บาท ประกอบด้วย ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส 2 ชิ้น
  • Sport Package ราคา 8,900 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และคิ้วตกแต่งกันชนหลัง
  • Exclusive Sport Package ราคา 17,200 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า คิ้วตกแต่งกันชนหลัง และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
  • Modulo Aero Package ราคา 18,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

หมายเหตุ

  • *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
  • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
  • ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่รวม VAT 7%
  • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ – https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-civic/

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

แม้ว่า Honda Civic 2022 ใหม่ จะสวยถูกใจคุณมากมาย แต่ถ้าหากว่างบไม่พอ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Honda เปิดตัว Honda Civic Hatchback 2022 ใหม่

แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายท่านอาจได้เห็นข่าวคราวการเปิดตัวของ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในเจเนอเรชั่นที่ 11 กันไปแล้ว โดยในรุ่น 4 ประตู Sedan ได้เปิดตัวกันในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมความคล้ายกับ Accord ย่อส่วนมา ทั้งในด้านการออกแบบและหน้าตา โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 158 แรงม้า และ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 180 แรงม้า

สำหรับในบ้านเรา ในเดือนหน้านี้เตรียมเก็บตังค์รอซื้อ All-New Honda Civic Sedan กันได้เลย เพราะเริ่มมีจดหมายเชิญสื่อ ให้ไปทดลองขับกันแล้วครับ!

แม้ว่าตลาดรถยนต์ในญี่ปุ่น (และในบ้านเรา) ขณะนี้ ผู้เล่นหลายราย จะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปโฟกัสการพัฒนารถ SUV และ Crossover ออกมาขายกันอย่างมากแล้ว เนื่องจากสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ รวมไปถึงสามารถลุยน้ำท่วมเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ตลาดรถ 4 ประตูซีดาน ก็ยังคงต้องมีผลิตขายต่อไป แม้ว่าความนิยมอาจลดลงไปบ้างในหลายประเทศก็ตาม

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

สำหรับ All-New Honda Civic (เนื่องจากที่ญี่ปุ่น ไม่มีการนำรุ่น 4 ประตู Sedan มาจำหน่าย ในตลาดญี่ปุ่นจึงเรียกว่า Honda Civic ไม่มีพ่วงคำว่า Hatchback ต่อท้าย) เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา ก็เป็นที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์นิดหน่อย เพราะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นเร็วมาก ตามหลังตลาดอเมริกาเหนือเพียงแค่ไม่กี่วัน โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

รูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบเสาเอด้านหน้าให้ลาดไปมากกว่าเดิมถึงเกือบ 2 นิ้ว ช่วยให้ฝากระโปรงหน้าดูยาวขึ้นแบบรถหรู ใช้ชุดไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ LED ทรงแนวนอน ดูหรูหรา และมีไฟ Daytime Running Light คู่หน้า แถมกระจังหน้าทรงรังผึ้ง ช่องดักลมบริเวณกันชนขนาดใหญ่ ดูสปอร์ต บวกกับติดตั้งกระจกมองข้างไว้ที่ประตู ช่วยเพิ่มมุมมองด้านข้างมากขึ้น และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ห้องโดยสารภายในของ Honda Civic Hatchback เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ออกแบบให้ดูคลีน เรียบง่าย แต่ใช้งานได้สะดวกสบาย กับแผงคอนโซลหน้าที่ลดเส้นสาย ลดแสงสะท้อนเวลาขับ และยังช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายที่สุด กับการออกแบบเบาะนั่งในแนวคิด Body Stabilizing Seat โอบกระชับสรีระ นั่งสบายยิ่งขึ้น ซึ่งยังเป็นแบบเบาะไฟฟ้าด้านคนขับแบบ 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าแบบ 4 ทิศทาง

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

เย็นสบายกับระบบแอร์อัตโนมัติ แบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster จากชุดช่องแอร์ลายรังผึ้ง รวมไปถึงระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT ที่สามารถใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจรถได้ รวมถึงสั่งงานต่างๆ เช่น เปิด-ปิดแอร์, เช็คสถานะและตำแหน่งของรถ รวมถึงระบบ Wi-Fi ในรถ และที่ชาร์จไฟแบบ Wireless Charger

ที่สำคัญ ยังมาพร้อมชุดมาตรวัดแบบ แบบจอ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว ส่วนรุ่นรองเป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ทำงานคู่กับมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก ขณะที่หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสมีให้เลือกทั้งขนาด 9 นิ้ว และขนาด 7 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Apple CarPlay (แบบ Wireless ในรุ่น 9 นิ้ว) และ Android Auto พร้อมระบบเสียง Bose Sound System ที่มากถึง 12 ลำโพง (เฉพาะรุ่น EX)

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ LX และ EX โดยมีเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo มาให้เลือกเท่านั้น ซึ่งต่างจากเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ ที่มีเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ใหเลือกด้วย

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ส่วนระบบส่งกำลัง มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในรุ่น EX และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมกับ “Drive Mode Switch” สามารถเลือกโหมดการขับขี่ตามต้องการได้ถึง 3 แบบด้วยกัน ในรุ่น LX

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ในส่วนของราคาขาย Honda Civic Hatchback เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ตอนนี้ยังไม่มี ทาง Honda จะเปิดราคาจำหน่ายอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2021 นี้

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

เช็คราคารถมือสอง Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK ทุกรุ่น

รถยอดนิยมของคนวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ไปจนถึงวัยกลางคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ดซีดาน หรือสปอร์ตแฮทช์แบค คงต้องยกให้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในรหัส “FC” และ Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัส “FK” เพราะมียอดขายสะสมทะลุ 100,000 คัน กับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาดรถ Compact 4 ปีซ้อน

ซึ่ง Honda Civic ของทั้ง 2 โฉมนี้ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจทั้งเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 173 แรงม้า ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอย Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK มือสอง แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Honda-Civic-Hatchback

Honda Civic FC โฉมปี 2016 – ปัจจุบัน

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 520,000 – 750,000 บาท
  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 530,000 – 760,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 800,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 900,000 บาท

ปี 2020 เพิ่มสีแดงอิกไนต์ (Ignite Red)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2020 ราคามือสองโดยประมาณ 700,000 – 950,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-MY2020

Honda City Hatchback FK โฉมปี 2017 – ปัจจุบัน

  • Turbo MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 780,000 – 900,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • Turbo MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 840,000 – 900,000 บาท

ปี 2019 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีเทาโซนิค (มุก)

  • Turbo MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท
  • Turbo MY2020 ราคามือสองโดยประมาณ 880,000 – 1,000,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ … แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Honda-Civic-FC-FK-G10

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เป็นรถแบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในไทย ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่น แต่เวอร์ชั่นที่สร้างความฮือฮา พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมด แถมยังสร้างยอดจำหน่ายที่เรียกได้ว่าสูงกว่าคู่แข่งมาก แม้จะออกมาหลายปีก็ตาม ก็ยังขายได้เรื่อยๆ และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก

คงต้องยกให้ “Honda Civic” โฉม “FC” เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่ในบ้านเรา ยังมีทั้งเวอร์ชั่นป้ายแดง และรถมือสองขายกันในตลาด เป็นรถ 4 ประตูสปอร์ตซีดาน ที่ดีไซน์ได้สวยงาม สมบูรณ์แบบในทุกมิติและก้าวล้ำนำสมัยที่สุดอีกรุ่น

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกันว่า ประวัติความเป็นมาของรถรุ่นนี้ น่าสนใจแค่ไหน

Honda-Civic-Design-FC-FK

แนวความคิด และขั้นตอนการออกแบบพัฒนา Honda Civic ใหม่ ให้เป็น “男前” (Otokomae) หรือ “ผู้ชายหล่อ” ที่มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ทันสมัย น่าจับตามอง

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจนเนอเรชั่นที่ 10 เริ่มพัฒนาตัวรถในรูปแบบสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา ออกแบบให้มีความทันสมัย และหรูหราในสไตล์สปอร์ต สำหรับรุ่น Sedan ตัวรถออกแบบโดย Jarad Hall ตั้งแต่ปี 2013

Honda-Civic-Concept-FC-FK

ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือเพียง 6 เดือน Civic FC สามารถคว้ารางวัลยนตรกรรมยอดเยี่ยมถึง 14 รางวัล จาก 10 สถาบันชั้นนำ

Honda-Civic-FC-2016-TH

ได้เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเจ้าพ่อเครื่อง N/A หรือเรียกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้ระบบอัดอากาศเพิ่มเติม ชูจุดเด่นด้วยขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่! 173 แรงม้า ที่ให้สมรรถนะที่ทรงพลังและมีอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่เหนือระดับ

Honda-Civic-Design-FC-FK

ขั้นตอนการพัฒนา Honda Civic FC และ FK

ตัวรถภายนอก จัดวางโครงสร้างโดยออกแบบให้ตัวรถดูสปอร์ต น้ำหนักรถเบาลง ตัวถังกว้างขึ้น และความสูงของตัวรถที่ลดลง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด กระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีก วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า ดูดุดัน เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

Honda-Civic-Design-FC-FK

มิติตัวรถของ Honda Civic FC และ FK ยาวขึ้น กว้างขึ้น แต่ลดความสูงลง เมื่อเทียบกับ Civic รุ่นเดิม โดยในรุ่น Sedan ความยาวตัวรถเพิ่มขึ้น 95 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 30 มม. ความสูงตัวรถลดลง 20 มม. ความสูงฝากระโปรงหน้าปรับลดลง 35 มม. ช่วงเบาะนั่งหน้าปรับต่ำลง 20 มม. และความจุห้องโดยสารท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 519 ลิตร (มาตรฐาน VDA)

มิติตัวรถยาว 4,630 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,416 มม. ระยะฐานล้อ 2,698 มม. บนน้ำหนักตัวรถ 1,227 – 1,317 กิโลกรัม

Honda-Civic-Concept-Interior-FC-FK

การออกแบบภายใน ให้ความรู้สึกกว้างขวาง เหมือนกำลังวิ่ง

การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment และมีให้เลือกทั้งเบาะนั่งแบบผ้า และเบาะหนังแท้

Honda-Civic-FC-2016-TH

ทั้งนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น)

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูลและค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์

พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้นประตูรถยังคงล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

ระบบช่วงล่างได้ถูกปรับปรุงใหม่ ชุดล้อหน้าหันมาใช้แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับ Honda Civic FC มีเครื่องยนต์ให้เลือกกัน 2 แบบ คือ …

  • เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15B7 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC TURBO พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) ให้แรงม้าสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่
  • และยังมีเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18Z แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ทั้งยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-Civic-Engine-FC-FK

เป็นครั้งแรกที่ Honda Civic ใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด Direct Injection และท่อไอดีแบบตรง โดยหัวฉีด Direct Injection จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบ และการไหลของไอดีแบบตรง ช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง

พร้อมระบบ Turbo Charger (เทอร์โบ ชาร์จเจอร์) ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

และระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย โดย Valve Timing Control (VTC) ช่วยควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ

ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับฮอนด้า ซีวิค FC มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น 1.8 E ราคา 869,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ อาทิ

– เบาะผ้า
– ระบบ Push Start
– ระบบ Engine Remote Start
– Honda Smart Key System
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– ปุ่ม Econ
– พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และไฟส่องสว่างท้ายรถ
– หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว
– ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth
– พวงมาลัย Multifunction
– ช่องเชื่อมต่อ USB 1 ตำแหน่ง
– ลำโพง 4 จุด

  • รุ่น 1.8 EL ราคา 959,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 E …

– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple Car Play
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
– ช่องเชื่อมต่อ HDMI
– ลำโพง 8 จุด

  • รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 EL …

– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา
– เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

  • รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย Turbo …

– กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
– แป้นเหยียบคันเร่ง และเบรค แบบสปอร์ต
– ระบบนำทาง Navigator

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก), สีดำคริสตัล (มุก), สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก)

ซึ่งก็ขายดีมากไปตามคาด ลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม! จนภายใน 1 ปี มียอดจองสะสมแล้วกว่า 35,000 คัน

Honda-Civic-Hatchback-FK-2017-TH

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2560 Honda ได้เปิดตัว Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัสรุ่น FK ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต หรูหรา และดีไซน์ด้านท้ายที่ดูโฉบเฉี่ยว ซึ่งตัวรถออกแบบโดย Daisuke Tsutamori พร้อมใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร VTEC Turbo 173 แรงม้า

ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลาย ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 414 ลิตร โดยเบาะหลังพับแบบ 60:40 ได้ ออกมาจำหน่ายเพิ่มเติมในราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) นอกจากนี้ยังมี สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

Honda-Civic-FC-FK-2017-JDM

วันที่ 27 กรกฎาคม 2017 Honda Civic โฉม FC และ FK นี้ ก็ได้กลับไปเปิดตัวขายในตลาดญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ Civic ได้หายไปจากตลาดญี่ปุ่นนานถึง 7 ปี

Honda-Civic-RED-FC-2017

เดือนตุลาคม 2560 Honda เอาใจวัยรุ่นด้วย Civic สีแดงใหม่ Rallye Red

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 Honda Civic FC แล FK มียอดขายสะสมกว่า 68,000 คัน (พ.ศ. 2559 – 2561) และยังมียอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2560 จากรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

Honda-Civic

และในเดือนเดียวกันนี้เอง Honda ได้ปรับปรุง Honda Civic รุ่นนี้เพิ่มเติม ด้วยสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue) ใหม่, เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ในราคา 874,000 – 1,219,000 บาท พ่วงด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDM)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

ในเดือนกันยายน 2562 ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอมแพคท์ได้ถึง 3 ปีซ้อน ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน มีนาคม 2559 – กันยายน 2562 ยอดขายรวมทั้งฮอนด้า ซีวิค และ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก)

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

เดือนพฤศจิกายน 2562 Honda ปรับปรุง Honda Civic Hatchback ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน พร้อมท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลางสไตล์สปอร์ต และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) มาพร้อมสีใหม่ สีเทาโซนิค (มุก) จำหน่ายในราคา 1,229,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

ภายใน ตกแต่งเบาะหนังด้วยสีดำเดินด้ายสีแดง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT สีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต มาพร้อมกับการตกแต่งคอนโซลสีดำแบบ Piano Black

Honda-Civic-Ignite-Red-FC-2020

ล่วงมาถึงเดือนพฤษภาคม 2563 Honda ได้แนะนำ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ในรุ่น TURBO RS เพิ่มเติม

และ Honda Civic โฉม FC กับ FK ก็ยังขายมาได้จนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่ต้องปรับโฉมใหญ่ใดๆ เลย!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมที่สุดของ Honda อีกหนึ่งรุ่น โดยกลุ่มวัยรุ่น วันเพิ่งทำงานใหม่ๆ นิยมซื้อมาใช้งาน หรือแต่งซิ่ง ขับสนุก เกาะถนนดีสมราคา รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้อัตราเร่งดีแบบ VTEC Turbo ส่วนขนาด 1.8 ลิตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ วิ่งทางไกลประหยัด ออพชั่นสมราคา

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รูปโฉมภายนอกมีส่วนดึงดูดสายตาจากผู้พบเห็น เห็นรุ่นนี้ค่อนข้างดูสปอร์ตมาก ส่วนห้องโดยสารภายในกว้าง นั่งสบาย คนสูง 170 เซนติเมตร ก็นั่งสบายทั้งในเบาะหน้า (แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ อาจลุกยาก หรือขาโดนขอบขันไดก่อน เนื่องจากตำแหน่งเบาะต่ำ บวกกับขาต้องยกชันขึ้นมาค่อนข้างสูง) ส่วนเบาะหลังหากคนตัวสูงมากหน่อย หัวอาจชิดกับเพดานได้

ตกแต่งภายในด้วยสีโทนสีเบจ และสีดำ พร้อมแทรกสีเมทัลลิกตามจุดต่างๆ ช่วยให้ดูไม่อับทึบ ปุ่มควบคุมต่างๆ ดูใช้งานได้ง่าย ยกเว้นช่องต่อ USB หรือช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ อยู่ใต้คอนโซลกลาง ใช้งานค่อนข้างยากหน่อย พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ค่อนข้างเบามือ ตอบสนองดีเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยว

แต่ข้อเสียก็มีอยู่เหมือนกัน เนื่องจากตัวรถที่มีความสูงค่อนข้างต่ำ การก้มหยิบของจากฝากระโปรงท้าย อาจหยิบลำบากหน่อยสำหรับคนตัวสูงๆ และเสียงดังก๊อกๆ แก๊กๆ ในห้องโดยสาร ส่วนการเก็บเสียงภายในรถ ทำได้ดีในความเร็วต่ำ ยกเว้นช่วงใช้ความเร็วสูงๆ ทั้งเสียงยาง เสียงลมเข้า จะค่อนข้างดังทีเดียว

ด้านเครื่องยนต์ VTEC Turbo น้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนถ่ายเร็ว เนื่องจากน้ำมันเครื่องเป็นตัวลดอุณหภูมิของแกนเทอร์โบ หากใช้งานหนัก น้ำมันเครื่องจะเสื่อมสภาพเร็ว ก็ต้องเปลี่ยนบ่อยหน่อย ทางฮอนด้าจึงมีการแจ้งเตือนแก่ผู้ใช้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ต้องระวังในส่วนของแร็คพวงมาลัย ที่มีปัญหาเสียงดังเวลาเลี้ยวค่อนข้างบ่อย และแบตเตอรี่ ระบบเกียร์ สายพานในเกียร์ขาด ลูกรอกสายพาน คอมเพรสเซอร์แอร์ หรือสนิมตามดบนตัวถัง ต้องเคลมกันอยู่เรื่อย นอกนั้นก็เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาท

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 530,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถ ตอนนี้ CARRO Automall เรามี Honda Civic FC มือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรืออยากหารถฮอนด้า ซีวิค มือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ เปลี่ยนรถคันใหม่ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถตู้ก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Honda-Civic-4-Door-EG

ถ้าจะย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังบูมสุดๆ ยุคฟองสบู่กำลังเบิกบาน ทุนต่างชาติกำลังเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมหาศาล ส่งผลกระทบให้คนไทยที่อยู่ในวัยทำงาน มีเงินใช้มือเติบกันเป็นแถว กล้าตัดสินใจซื้อรถใหม่ โดยไม่หวั่นแม้ดอกเบี้ยรถยนต์จะสูงมากก็ตาม

และอีกหนึ่งในรถยนต์ที่ยอดฮิต ของคนที่เล่นรถ Honda อีกรุ่น ผมก็คงจะต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้ Honda Civic 4 ประตู (EG) (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งเป็น Civic รุ่นที่ได้เผยโฉมเครื่องยนต์ VTEC เป็นครั้งแรกในไทย (ซึ่งจริงๆ แม้ว่าเครื่องยนต์ VTEC จะมีอยู่ใน Civic โฉมก่อนแล้วก็ตาม เพียงแต่ว่าบ้านเรายังไม่มีมา)

ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 20 กว่าปี แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ก็ยังมีการซื้อ-ขาย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิยมเอามาแต่งซึ่งของวัยรุ่น หรือจิ๊กโก๋ในไทย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic 4 ประตู (EG) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ …

โฆษณา Honda Civic (EG) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จ้าง Jodie Foster มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมใช้เพลงดัง “She Drives Me Crazy” ในปี 1988 จากวง Fine Young Cannibals มาเป็นเพลงประกอบโฆษณา

Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ทีมวิศวกรของ Honda R&D เริ่มต้นวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 1988 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Civic (EF) ของ Honda ที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอยู่ โดยทาง Honda มุ่งหมายให้รถรุ่นนี้ ต้องออกมาเป็น “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่ง” (“New Benchmark Car”) ที่ชนะใจคนทั่วโลกให้ได้! คือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นอันดับ 1 ในบรรดารถยนต์นั่งขนาด Compact ด้วยกัน

Honda-Civic-Ferio-EG-Design

Honda-Civic-Ferio-EG-Design

ขั้นตอนการออกแบบ Honda Civic (EG) 4 ประตู

ทีมวิศวกรของ Honda เริ่มคิดว่าคนหนุ่มสาวในยุค 2000 จะใช้ชีวิตกันแบบไหน? ที่ต้องออกแบบรถมาให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายนี้ที่สุด จึงถูกส่งไปศึกษาความต้องการของลูกค้า หรือพฤติกรรมในการใช้รถ หรือใช้ชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หรือเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี ที่สหรัฐอเมริกา (ใน West Coast และ Florida) หรือที่บราซิล

Honda-Civic-Ferio-EG-Dimension

มิติตัวรถ ที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่า Civic รุ่นเดิมในแทบทุกมิติ

เพื่อพัฒนา Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ออกมาให้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด และต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เตะตา กว้างขวาง และต้องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

Honda-Civic-JDM

Honda Civic SIR-II รุ่นพลังแรง

Honda เปิดตัว Honda Civic EG ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1991 ซึ่ง Honda Civic รุ่นนี้ จะเป็น Civic รุ่นสุดท้าย ที่ Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนด้า) ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda Motor ได้เห็นในขั้นตอนการพัฒนา แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1991 ก่อนที่ Honda Civic รุ่นนี้จะเปิดตัวเพียง 1 เดือน

พอรถรุ่นนี้เปิดตัวมาไม่นานนัก ก็คว้ารางวัล “Car of the Year Japan 1991-1992” ไปในทันที!

Honda-Civic-Ferio-EG

Honda Civic Ferio

Honda-Civic-Coupe-EG

Honda Civic Coupe นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไปขายในญี่ปุ่น

โดยโฉมนี้ ทาง Honda ที่ญี่ปุ่น ก็ยังได้ตั้งชื่อเล่นประจำรถรุ่นนี้ด้วย ในชื่อ “Sport Civic” ซึ่งมาพร้อม 3 แบบให้เลือก นั่นคือ แบบ 3 ประตู Hatchback, 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan ที่มีพ่วงชื่อต่อท้ายด้วย “Ferio” (เฟริโอ้) เป็นครั้งแรก ก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2005 ในโฉม ES

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EG) 3 ประตู เปิดโลกฮอนด้า สร้างยอดขายถล่มทลาย!

Honda-Civic-Ferio-EG-1991

รูปทรงภายนอก มาแบบรูปทรงลิ่ม ไร้กระจังหน้า เน้นความเรียบ หรู หลังคาเตี้ยกว่ารุ่นเดิม

Honda-Civic-Ferio-EG-1991

ห้องโดยสารภายใน มาในรูปแบบ “Space Design Concept” ด้วยแนวคิดของคนหนุ่มสาวในโลกกว้าง ต้องชมก่อนเลยว่าแผงคอนโซลออกแบบมาได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกัน มีส่วนโค้งนูน ดูทันสมัย และหรูหรา ปุ่มต่างๆ จัดวางในระดับที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปคลำหากันด้านล่างเลย อีกทั้งยังมีกระจกบานหน้าที่ใหญ่มาก รับกับรูปทรงรถที่เตี้ยๆ แบนๆ หน่อย ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดีทีเดียว

Honda-Civic-Ferio-EG-JTCC

ยุค 90 รถแข่งกำลังบูม ในรายการ JTCC ของญี่ปุ่น ก็มี Honda Civic Ferio เข้าแข่งขันกันหลายคัน

Honda Civic 4 ประตู เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ 85 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 100 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.8 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC-E เน้นความประหยัด จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 94 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรงอย่าง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที
  • สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4WD ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับที่ใส่ใน Honda หลายรุ่น รหัส ZC แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.8 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • ส่วนรุ่น 4WD INTRAC ซึ่งย่อมาจาก “INnovative TRAction Control system” เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เชื่อมระบบเบรก ABS เอาไว้ด้วย รหัส ZC แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที

Honda-Civic-JDM

มิติตัวรถของ Civic (EG) 4 ประตู ยาว 4,395 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,375-1,395 มม. และระยะฐานล้อ 2,620 มม. ซึ่งขนาดความยาวของฐานล้อรุ่นนี้ ยังคงใช้เป็นพื้นฐานต่อเนื่องมาจนถึงในรุ่น Civic (EK) หรือรุ่น “ตาโต” และใน Civic (ES) หรือรุ่น “Dimension” กันเลยทีเดียว

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

บรรยากาศงานเปิดตัว Honda Civic เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2535 (ภาพจาก Grand Prix)

ย้อนกลับมาดูในเวอร์ชั่นไทยบ้างดีกว่า สำหรับ Honda Civic (EG) 4 ประตูโฉมนี้ ในไทยเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2535 มาใน Slogan “ศิลปะแห่งยนตรกรรมระดับโลก” หรือ “A New World Standard” แม้ว่าออพชั่นต่างๆ ที่แบบไต๋ออกมา จะดูต่างกันลิบโลกกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเลยก็ตาม …

ในปี 1992 มีให้เลือกกันแค่ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 539,000 บาท

ด้านเต็นท์รถมือสอง ต่างเรียกรุ่นนี้ว่า “ซีวิคเตารีด” (ซึ่งเจ้า Civic “เตารีด” นี่ เรียกกันว่าตั้งแต่ช่วงโฉม EF แล้ว!)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

สำหรับรุ่นย่อย LX และ EX มาพร้อมออพชั่นที่มีแค่เท่าที่จำเป็น (ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดไปหน่อยของ Honda เมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง) เริ่มต้นด้วยล้อแบบกะทะเหล็ก 13 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ ภายในเบาะหนังไวนิล, พวงมาลัยเพาเวอร์ (เฉพาะรุ่น EX), กระจกมือหมุน, กระจกมองข้างปรับภายในรถ, เข็มขัดนิรภัยหน้า-หลัง (แม้ว่าด้านหลังจะเป็นแบบ 2 จุด 2 ตำแหน่งก็เถอะ แต่รถหลายๆ ค่าย ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัยหลังให้ด้วยซ้ำไปนะ)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง และระบบยางรองรับแท่นเครื่องยนต์ 5 ตำแหน่ง อีกทั้งยังติดตั้งระบบกรองไอเสียจากเครื่องยนต์ (Catalytic Converter)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 990 กิโลกรัม และ 1,030 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สีรถที่มีให้เลือก รุ่นปี 1992 มีเฉพาะสีขาว Frost White, สีเงิน Frosty Silver Metallic, สีแดง Phoenix Red, สีน้ำตาล Silk Brown และน้ำเงิน Blue Mica

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1993

มาจนถึงเดือนมิถุนายน 2536 มีการเพิ่มรุ่น LXi และ EXi เพิ่มขนาดเครื่องยนต์เป็น 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,057 กิโลกรัม และ 1,075 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 560,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์เกียร์อัตโนมัติ ราคา 590,000 บาท

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1993

พร้อมปรับและเพิ่มออพชั่นในทุกรุ่นย่อย อาทิ คิ้วขอบกระจกโครเมียม (เฉพาะรุ่น 1.6), ฝาครอบล้อลายใหม่, พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับระดับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะรุ่น 1.6), พวงมาลัยเพาเวอร์ (รุ่น 1.5 EX), กระจกไฟฟ้า 4 บาน, เซ็นทรัลล็อก, เข็มขัดนิรภัยหลังแบบ 3 จุด และคานเหล็กนิรภัยข้างประตู!

และปรับเพิ่ม กับเปลี่ยนสีรถใหม่ด้วย อาทิ สีแดง Milano Red, สีเทา Pewter Gray, สีเขียว Lausanne Green Pearl และ สีน้ำเงิน Harvard Blue Pearl เป็นต้น

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2537 Honda ตัดสินใจปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ อีกครั้ง เช่น เพิ่มล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว ในรุ่น LXi และ EXi, และปรับสีเงินเป็น Sky Silver, สีน้ำเงินเป็น Cobalt Blue Pearl เป็นต้น

Honda-Civic-EG-4-Door-VTi-1994

Honda Civic VTi ตัวนำเข้าแท้ๆ จากญี่ปุ่น ต้องแบบนี้!

เดือนมิถุนายน 2537 Honda เริ่มปรับภาพลักษณ์ ให้รู้ว่าเทคโนโลยีของรถ Honda ไม่ใช่เล่นๆ อีกต่อไป โหมโฆษณาเครื่องยนต์ VTEC กันยกใหญ่ รวมถึง สร้างรูประบายสีเหมือนคนวิ่ง พร้อมเขียนว่า “I AM VTEC” ผ่านทางสื่อต่างๆ และเริ่มส่งรถที่ใช้เครื่องยนต์ VTEC ของ Honda มาขายในไทยหลายรุ่น อาทิ Accord, Integra, Prelude หรือ NSX เป็นต้น

แผนกรถนำเข้า (CBU) เลยเปิดตัว Honda Civic VTi รุ่นนำเข้าจากญี่ปุ่นตามมาด้วย ซึ่งถือว่ามีราคาแพงพอสมควรเลย 745,000 บาท มีออพชั่นเด็ดๆ อย่าง หลังคาซันรูฟไฟฟ้า, ดิสก์เบรก 4 ล้อ, เบาะหลังพับได้, ไฟเตือนเข็มขัดนิรภัย และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับได้ เป็นต้น

มีให้เลือกเพียง 2 สีเท่านั้น คือ สีแดง Torino Red และ สีเงิน Vogue Silver

จุดเด่นอย่างเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม.ที่ 5,200 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,088 กิโลกรัม และ 1,119 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มาแนะนำความเป็น VTEC กับ Civic ครั้งแรกในไทย แม้ว่าจะมียอดขายได้แค่เพียงไม่กี่สิบคันก็ตาม …

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1995

ต่อมา … 7 กุมภาพันธ์ 2538 ฮอนด้าต้องเปิดหน้าตัก สู้กับคู่แข่งเต็มตัว จึงนำรุ่นเครื่องยนต์ VTEC กับรุ่นย่อย VTi-L และ VTi-E มาประกอบขายในไทย ทำราคาถูกลง ขายควบคู่ไปกับรุ่นนำเข้าจากญี่ปุ่น ในช่วงปลายอายุตลาด พร้อมเพิ่มออพชั่นในรุ่นล่างลงมาด้วย เช่น รุ่น 1.5 LX เพิ่มพวงมาลัยเพาเวอร์ และเบาะนั่งแบบกึ่งสักหลาด และล้อแม็กในรุ่น LXi กับ EXi แบบเดียวกับในรุ่น VTEC …

จนกระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม 2538 Honda Civic (EK) หรือรุ่น “ตาโต” โฉมใหม่ ก็เข้ามาแทนที่โฉมนี้นั่นแล …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ แต่หายากหน่อย หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 4 ประตู (EG) เครื่องเดิมๆ มา ซึ่งทนทานก็จริง แต่อาจไม่ทันใจนักในเรื่องของขุมพลังเรี่ยวแรงตกไปตามอายุ และความประหยัด กับแอร์ไม่ค่อยเย็นนัก และชอบมีสนิมขึ้นบริเวณเบ้าไฟหน้า-ไฟท้าย (ยอดฮิต เป็นทุกคัน) ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า กับมุมเสาเอ และตรงซุ้มล้อหลัง กับเบ้ายางอะไหล่ ซึ่งถ้ารถคันไหนยังไม่เคยทำสี สีเดิมๆ เลย หรือทำสีมาแล้วทำมาไม่ดี มีสนิมปูดขึ้นมาทักทายแน่นอน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดีจะมาก แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ถ้าเจอรถที่ช้ำมามาก ก็ต้องซ่อมกันค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ มีของใหม่ให้เบิกอยู่ด้วย แม้ว่าอะไหล่ช่วงล่างจะแพงหน่อยก็ตาม (เพราะใช้บูชยางเยอะด้วย) ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Honda-Civic-3-Door-EG

ถ้าจะย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังบูมสุดๆ ยุคฟองสบู่กำลังเบิกบาน ทุนต่างชาติกำลังเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมหาศาล ส่งผลกระทบให้คนไทยที่อยู่ในวัยทำงาน มีเงินใช้มือเติบกันเป็นแถว กล้าตัดสินใจซื้อรถใหม่ โดยไม่หวั่นแม้ดอกเบี้ยรถยนต์จะสูงมากก็ตาม

และอีกหนึ่งในรถยนต์ที่ยอดฮิตตลอดกาล ของ Honda ผมก็คงจะต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้ Honda Civic 3 ประตู (EG) (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งเป็น Civic รุ่นแรก และรุ่นเดียวของไทย ที่บริษัท ฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตขายในไทย เป็นรถที่สร้างชื่อด้วยราคาสุดเซอร์ไพรส์ ที่มาพร้อมยอดจองถล่มทลาย 10,000 คัน ใน 7 วัน! รวมถึงการซื้อขายใบจองรถ และคำครหาในเรื่องของคุณภาพการผลิต เรื่องวัสดุซับเสียงในหลังคา ว่ามาจากลังกระดาษ …

ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 20 กว่าปี แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ก็ยังมีการซื้อ-ขาย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิยมเอามาแต่งซึ่งของวัยรุ่น หรือจิ๊กโก๋ในไทย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic 3 ประตู (EG) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ …

โฆษณา Honda Civic (EG) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จ้าง Jodie Foster มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมใช้เพลงดัง “She Drives Me Crazy” ในปี 1988 จากวง Fine Young Cannibals มาเป็นเพลงประกอบโฆษณา

Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ทีมวิศวกรของ Honda R&D เริ่มต้นวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 1988 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Civic (EF) ของ Honda ที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอยู่ โดยทาง Honda มุ่งหมายให้รถรุ่นนี้ ต้องออกมาเป็น “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่ง” (“New Benchmark Car”) ที่ชนะใจคนทั่วโลกให้ได้! คือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นอันดับ 1 ในบรรดารถยนต์นั่งขนาด Compact ด้วยกัน

Honda-Civic-JDM

ทีมวิศวกรของ Honda เริ่มคิดว่าคนหนุ่มสาวในยุค 2000 จะใช้ชีวิตกันแบบไหน? ที่ต้องออกแบบรถมาให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายนี้ที่สุด จึงถูกส่งไปศึกษาความต้องการของลูกค้า หรือพฤติกรรมในการใช้รถ หรือใช้ชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หรือเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี ที่สหรัฐอเมริกา (ใน West Coast และ Florida) หรือที่บราซิล

เพื่อพัฒนา Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ออกมาให้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด และต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เตะตา กว้างขวาง และต้องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

Honda-Civic-JDM

Honda Civic SIR-II รุ่นพลังแรง

Honda เปิดตัว Honda Civic EG ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1991 ซึ่ง Honda Civic รุ่นนี้ จะเป็น Civic รุ่นสุดท้าย ที่ Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนด้า) ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda Motor ได้เห็นในขั้นตอนการพัฒนา แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1991 ก่อนที่ Honda Civic รุ่นนี้จะเปิดตัวเพียง 1 เดือน

พอรถรุ่นนี้เปิดตัวมาไม่นานนัก ก็คว้ารางวัล “Car of the Year Japan 1991-1992” ไปในทันที!

Honda-Civic-Ferio-EG

Honda Civic Ferio

Honda-Civic-Coupe-EG

Honda Civic Coupe นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไปขายในญี่ปุ่น

โดยโฉมนี้ ทาง Honda ที่ญี่ปุ่น ก็ยังได้ตั้งชื่อเล่นประจำรถรุ่นนี้ด้วย ในชื่อ “Sport Civic” ซึ่งมาพร้อม 3 แบบให้เลือก นั่นคือ แบบ 3 ประตู Hatchback, 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan ที่มีพ่วงชื่อต่อท้ายด้วย “Ferio” (เฟริโอ้) เป็นครั้งแรก ก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2005 ในโฉม ES

Honda-Civic-JDM-Aero

รูปทรงภายนอก เน้นความเรียบ หรู หลังคาเตี้ยกว่ารุ่นเดิม และในส่วนของรุ่น Hatchback 3 ประตู ตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจาก ทีมออกแบบ ที่ได้ไปดูการเต้นรำสไตล์แซมบ้า ในเทศกาลคาร์นิวัล ณ เมือง Rio De Janeiro ประเทศบราซิล

Honda-Civic-JDM

ทั้งยังชูจุดเด่นด้วยกระจกบานท้าย แบบฝาท้ายแบบเปิดแยกส่วนได้ ทำให้งานหยิบสัมภาระต่างๆ ทำได้ง่ายและสบายมาก

Honda-Civic-JDM

ห้องโดยสารภายใน มาในรูปแบบ “Space Design Concept” ด้วยแนวคิดของคนหนุ่มสาวในโลกกว้าง ต้องชมก่อนเลยว่าแผงคอนโซลออกแบบมาได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกัน มีส่วนโค้งนูน ดูทันสมัย และหรูหรา ปุ่มต่างๆ จัดวางในระดับที่้ใช้งานง่าย ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปคลำหากันด้านล่างเลย อีกทั้งยังมีกระจกบานหน้าที่ใหญ่มาก รับกับรูปทรงรถที่เตี้ยๆ แบนๆ หน่อย ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดีทีเดียว

Honda Civic รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี Civic (1972-1992) ในไทยมีโผล่มาแว๊บๆ อยู่ 1 คัน …

Honda Civic 3 ประตู เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ 85 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 100 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.8 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC-E เน้นความประหยัด จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 94 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรงอย่าง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที

Honda-Civic-JDM

มิติตัวรถของ Civic (EG) 3 ประตู ยาว 4,070 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,345-1,350 มม. และระยะฐานล้อ 2,570 มม.

Honda-Civic-EG-TH

ย้อนกลับมาดูในเวอร์ชั่นไทยบ้างดีกว่า สำหรับ Honda Civic (EG) 3 ประตูโฉมนี้ ในไทยเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2536 มาใน Slogan “Drive Your City Life” พร้อมบุกตลาดรถซิตี้คาร์! ตามหลังจากการเปิดตัว Civic รุ่น 4 ประตู Sedan 1 ปีกว่า (ตัว Sedan เปิดตัวเมื่อเมษายน 2535)

ด้วยราคาที่ถูกเหลือเชื่อ! จึงได้รับการต้อนรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามเพียงระยะเวลาแค่ 7 วัน มียอดสั่งจองถึง 10,000 คัน แม้ว่าจะต้องรอคิวรับรถกันไปถึงต้นปี 2537 เลยก็ตาม จน บริษัท ฮอนด้าคาร์ส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ชื่อบริษัทในตอนนั้น) ต้องออกมาประกาศหยุดรับจองลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าจะผลิต และส่งมอบให้กับลูกค้าไม่ทันตามกำหนด ทำยอดขายในปี 2536 – 2537 ของ Honda นั้น พุ่งกระฉูด!

Honda-Civic-EG-TH

สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 361,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 396,000 บาท (สำหรับรุ่นปี 1994 เกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 398,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 433,000 บาท)

ด้านเต็นท์รถมือสอง ต่างเรียกรุ่นนี้ว่า “ซีวิคสามดอ” หรือไม่ก็ “ซีวิคเตารีด” (ซึ่งเจ้า Civic “เตารีด” นี่ เรียกกันว่าตั้งแต่ช่วยโฉม EF แล้ว!)

Honda-Civic-EG-TH

เวอร์ชั่นบ้านเรามีให้เลือกแค่รุ่นย่อย LX และ EX ซึ่งต่างจากในญี่ปุ่นลิบลับ พร้อมกับออพชั่นที่มีแค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะต้องทำราคาสู้กับรถค่ายคู่แข่ง มีอะไรบ้าง ก็มีเบาะหนังไวนิล, พวงมาลัยเพาเวอร์ (เฉพาะรุ่น EX), กระจกไฟฟ้า (อันนี้ถือว่าแจ๋ว ที่มีมาให้ในรถยุค 90 เวลานั้น), เข็มขัดนิรภัยหน้า-หลัง (นี่ก็ใช้ได้ แม้ว่าด้านหลังจะเป็นแบบ 2 จุด 2 ตำแหน่งก็เถอะ แต่รถหลายๆ ค่าย ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัยหลังให้ด้วยซ้ำไปนะ) แล้วก็มีปัดน้ำฝนหลังให้ด้วย!

รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง 4 ล้อ และระบบยางรองรับแท่นเครื่องยนต์ 5 ตำแหน่ง อีกทั้งยังติดตั้งระบบกรองไอเสียจากเครื่องยนต์ (Catalytic Converter)

Honda-Civic-EG-TH

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 989 กิโลกรัม และ 1,029 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สีรถที่มีให้เลือก รุ่นปี 1993 มีเฉพาะสีขาว Frost White, สีเงิน Frosty Silver, สีแดง Milano Red และน้ำเงิน Harvard Blue

พอรุ่นปี 1994 มีการเพิ่มคิ้วกันกระแทกด้านข้างตัวรถ มีเหล็กกันโคลงหลัง เพิ่มคานนิรภัยในประตู และปรับเปลี่ยนสีรถใหม่ เปลี่ยนสีน้ำเงินของเดิมเป็น สีน้ำเงิน Atlantic Blue, สีเงินเดิมเปลี่ยนเป็นสีเงิน Sky Silver และเพิ่มสีเหลือง Daisy Yellow เข้ามา …

ต่อมาในช่วงปี 2538 Honda ตัดสินใจปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ให้รุ่น 3 ประตู กันอีกครั้ง เพิ่มสีเขียว และสีส้ม ในรุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาขึ้นมาเป็น 418,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 453,000 บาท

พร้อมปรับปรุงภายในใหม่ ใช้เบาะนั่งแบบกึ่งหนังกึ่งผ้า ลายตาราง และใส่ล้อแม็กขนาด 13 นิ้ว ของ Enkai ติดมาให้ด้วย ก่อนที่จะจากลาไปช่วงประมาณต้นปี 2539 ซึ่งก็ได้ Honda City 4 ประตูรุ่นแรก ลงมาเล่นในตลาดนี้แทน Civic 3 ประตูตลอดไป …

Mugen Civic

บทสรุป

Honda Civic 3 ประตู รหัสตัวถัง EG โฉมนี้ จัดเป็นรถที่ขายดีไปทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับ Civic รุ่นอื่นๆ จนกระทั่งปี 1992 Honda ต้องฉลองครบรอบ 10 ล้านคันเลยทีเดียว แม้ว่าบ้านเราจะเปิดมาด้วยราคาถูก ออพชั่นน้อยก็ตาม แต่ไปๆ มาๆ ก็ครองใจคนใช้รถได้สำเร็จ กลายเป็นรถยอดนิยมของคนชอบรถแต่งซิ่งในยุค 90 ไปอีกรุ่นเช่นกัน …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ แต่หายากหน่อย หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 3 ประตู (EG) เครื่องเดิมๆ มา ซึ่งทนทานก็จริง แต่อาจไม่ทันใจนักในเรื่องของขุมพลังเรี่ยวแรงตกไปตามอายุ และความประหยัด กับแอร์ไม่ค่อยเย็นนัก และชอบมีสนิมขึ้นบริเวณเบ้าไฟหน้า-ไฟท้าย (ยอดฮิต เป็นทุกคัน) ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า กับมุมเสาเอ และตรงซุ้มล้อหลัง กับเบ้ายางอะไหล่ ซึ่งถ้ารถคันไหนยังไม่เคยทำสี สีเดิมๆ เลย หรือทำสีมาแล้วทำมาไม่ดี มีสนิมปูดขึ้นมาทักทายแน่นอน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดีจะมาก แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ถ้าเจอรถที่ช้ำมามาก ก็ต้องซ่อมกันค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ มีของใหม่ให้เบิกอยู่ด้วย แม้ว่าอะไหล่ช่วงล่างจะแพงหน่อยก็ตาม (เพราะใช้บูชยางเยอะด้วย) ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ ด้วยราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก