ซื้ออะไรก่อนดี-ระหว่าง-บ้าน-กับ-รถ

ปัญหาโลกแตก สำหรับคนที่อยากจะมีทั้งรถ และ บ้าน ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะบรรดามนุษย์เงินเดือน หรือเด็กจบใหม่ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว มีเงินเก็บได้ประมาณก้อนหนึ่ง หรือว่ามีแฟนแล้ว ก็อยากที่จะหาอะไรที่เป็นหลักประกันในชีวิต รวมไปถึงความสะดวกสบายในการเดินทางไปไหนมาไหนด้วย

แต่การจะซื้อทั้งบ้าน และรถ พร้อมๆ กัน มันก็จะดูหนักมากสำหรับใครหลายๆ คน ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณโชคดี มีฐานเงินเดือนที่สูงมากจริงๆ หรือฐานะทางบ้านดี (หรือ “รวย” ก็ได้) มีครอบครัวคอยช่วยผ่อน ช่วยอุดหนุนให้

และนี่ก็เป็นคำถามที่ผมได้ยินมาอย่างสม่ำเสมอ ตลอดเวลาระยะหลายปีมานี้ Mr.Carro จะมาอธิบายให้ฟัง ว่าการซื้อบ้าน หรือ ซื้อรถ อะไรควรซื้อก่อนหลังดี …

Car-VS-House-What-Should-I-Buy-First

1. เพราะ “รถ” มีแต่ “ลด”

ปกติแล้ว รถยนต์ เป็นทรัพย์สินที่มีการเสื่อมมูลค่าลงทุกปี ส่วนทางกับบ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่แทบจะไม่มีการเสื่อมมูลค่า มีแต่เก็บไว้แล้วมูลค่าเพิ่มยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัย หรือซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร ล้วนแล้วแต่มูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น

แต่ในบางอาชีพ ที่อาจจะต้องใช้รถยนต์เป็นเครื่องมือทำมาหากิน เช่น ขับรถแท็กซี่, รถกระบะส่งของ, เซลส์แมน หรือจะขับ Grab Car อะไรก็สุดแท้แต่ … การมีรถไว้ใช้หาเงินได้ ถือเป็นเครื่องมือที่จำเป็น และทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายขึ้น อาจจะต้องมองตรงจุดนี้ด้วยเช่นกัน

และถ้าคุณมีรายได้น้อย ก็ควรจะซื้อรถ ก่อนซื้อบ้าน … แต่ถ้าคุณเป็นลูกคนรวย มีเงินเหลือเฟือ จะซื้อทั้งสองอย่างเลยก็ได้ ไม่มีใครว่า!

2. ผ่อนรถ น้อยกว่าผ่อนบ้าน

ทำไมถึงควรซื้อรถก่อนซื้อบ้าน ก็เพราะว่าการซื้อรถนั้น เราใช้เงินดาวน์ไม่มาก และก็ใช้เวลาผ่อนก็ไม่มาก (โดยส่วนใหญ่ ผ่อนกัน 4 – 7 ปี) ซึ่งต่างจากบ้าน, คอนโดมิเนียม หรือที่ดิน ที่เวลาทำสัญญาผ่อนแล้ว คุณก็จะต้องผ่อนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ 25 – 30 ปี

การซื้อรถนั้น ยิ่งถ้าคุณวางดาวน์ไว้เยอะ หรือสามารถโปะค่างวดได้มากกว่าเดิม เงินต้นก็ยิ่งหมดเร็วขึ้นเท่านั้น … หรือจะเลือกซื้อรถมือสองก็ได้เช่นกัน

รถที่มีราคาถูกๆ อย่างรถราคาหลักหมื่นบาท ผมเชื่อว่าหลายๆ คน สามารถซื้อรถด้วยเงินสดได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องผ่อนด้วยซ้ำไป! แต่ก็ต้องลุ้นกับการเก็บงาน เตรียมเงินไว้ซ่อม เช่นเดียวกันกับการซื้อบ้านมือสอง ที่ก็ต้องเตรียมงบไว้ตกแต่ง หรือซ่อมแซมด้วยเช่นกัน

Car-VS-House-What-Should-I-Buy-First

3. การผ่อนรถ เครดิตมาถึงการซื้อบ้าน

ถ้าคุณมีประวัติการผ่อนชำระที่ดี นั่นคือเครดิตที่ช่วยให้คุณกู้เงินซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น และได้วงเงินมากขึ้น เนื่องจากบริษัทไฟแนนซ์ จะส่งข้อมูลประวัติการชำระเงิน ให้กับทางเครดิตบูโรอีกที

4. ถามตัวเองว่าผ่อนไหวมั้ย

การที่จะผ่อนอะไรต่อมิอะไร ไม่ว่าจะเป็น รถ หรือ บ้าน ต้องถามฐานะทางการเงินของคุณก่อนว่า “ผ่อนไหวมั้ย” เพราะถ้าหากคุณตัดสินใจผ่อนอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว เกิดค้างค่างวด ผ่อนไม่ไหวขึ้นมา ก็อาจจะโดนยึดทั้งบ้าน ทั้งรถ ขายทอดตลาดได้ ยิ่งถ้าของที่คุณโดนยึดขายทอดตลาดไปแล้ว ขายได้ต่ำกว่าราคาประเมิน คุณก็จะต้องควักเงินใช้หนี้เพิ่มอีกด้วยครับ

สำหรับความสามารถในการผ่อนชำระ ถ้าคุณคิดจะซื้อบ้าน ต้องผ่อนไม่เกิน 40% ของเงินรายได้ต่อเดือน และสำหรับการผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ ต้องไม่เกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน แต่ถ้าจะซื้อทั้งบ้าน ทั้งรถ 2 อย่างพร้อมกัน การผ่อนชำระรวมกันต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน

เพราะนอกจากเงินผ่อนที่คุณต้องจ่ายทุกเดือนแล้ว อย่าลืมว่า มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงตามมาตลอด เช่า ค่าน้ำมัน ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าซ่อมบำรุง เป็นต้น

Car-VS-House-What-Should-I-Buy-First

5. ความจำเป็น

ความจำเป็น และความพร้อม นับว่าสำคัญมาก เพราะการซื้อรถสักคัน หรือบ้านสักหลัง (หรือจะผ่อนคอนโดมิเนียมก็เหมือนกัน) มีเงื่อนไขในการผ่อนชำระต้องต่อเนื่องยาวนานหลายปี ดูสิว่ามีเงินวางดาวน์เท่าไหร่ เงินเดือนในแต่ละเดือน รายรับเท่าไหร่ รายจ่ายเท่าไหร่ ถ้ามีลูกแล้ว ต้องจ่ายค่ากิน ค่าเทอมเท่าไหร่ ฯลฯ

เมื่อหักลบกลบค่าใช้จ่ายกินอยู่แล้ว จะเหลือเงินเท่าไหร่ ในการผ่อนรถ หรือ บ้าน บ้าง อันนี้สำคัญนะครับ

มาดูกันว่า เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะได้วงเงินกู้สูงสุด และจำนวนเงินผ่อนต่องวดบ้าง …

เงินเดือน (บาท)

จำนวนเงินผ่อนต่องวด

วงเงินกู้สูงสุด

15,000 6,000 1,000,000
20,000 8,000 1,300,000
25,000 10,000 1,600,000
30,000 12,000 2,000,000
35,000 14,000 2,300,000
40,000 16,000 2,600,000
45,000 18,000 3,000,000
50,000 20,000 3,300,000
55,000 22,000 3,600,000
60,000 24,000 4,000,000
65,000 26,000 4,300,000
70,000 28,000 4,600,000
75,000 30,000 5,000,000
80,000 32,000 5,300,000
85,000 34,000 5,600,000
90,000 36,000 6,000,000
95,000 38,000 6,300,000
100,000 40,000 6,600,000

Car-VS-House-What-Should-I-Buy-First

ในยุคที่คนรุ่นใหม่ มีช่องทางในการหาเงินง่ายกว่าคนรุ่นเก่ามาก แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งราคารถที่แพงขึ้น ราคาบ้านที่สูงขึ้น หรือเงินเฟ้อ ข้าวของขายยากขึ้น กำลังซื้อของผู้คนหายไปมาก ก็ทำให้คนรุ่นใหม่ หลายๆ คน ตอนนี้ ตั้งตัวได้ยากกว่าคนรุ่นเก่าด้วยเช่นกัน

Carro-How-Much-Should-You-Spend-On-A-Car

ใกล้ช่วงสิ้นเดือนทีไร เหล่ามนุษย์เงินเดือนก็เริ่มลืมตาอ้าปาก กับช่วงเวลาของความปลื้มปิติปราโมทย์ ที่กำลังมาถึง … หลายต่อหลายคน ได้เงินเดือนที่ได้มา ไปใช้จ่ายต่างๆ นาๆ หรือใช้จ่ายไปกับการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนสิ่งของต่างๆ เป็นต้น

ว่าพูดถึงการผ่อนรถ เชื่อได้เลยว่า บรรดามนุษย์เงินเดือนหลายคน ที่เพิ่งเป็นเด็กจบใหม่ (First Jobber) หรือจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานมาหลายปีแล้วก็ตาม หลายคนอยากได้เงินเดือนสูง อยากทำงานในบริษัทดัง อยากได้สวัสดิการที่ดี หลายคนอาจจะได้อย่างที่ใจหวังแล้ว ส่วนมากก็อยากได้สิ่งที่เป็นหน้าตาของตัวเองตามมาอย่าง “รถยนต์” ด้วยเช่นกัน

Mr.Carro จะมาเล่าให้ฟังว่า มนุษย์เงินเดือน ต้องมีเงินเดือนแค่ไหน? ถึงจะซื้อรถมาใช้ได้

How-Much-Should-You-Spend-On-A-Car

แม้ว่ายุคนี้ จะออกรถกันง่ายเหลือเกิน ดาวน์ 0% ก็ออกรถมามได้แล้ว แต่สถาบันทางการเงินก็ต้องพิจารณาจากเงื่อนไขหลายๆ อย่าง กับผู้ที่มาขอสินเชื่อ ตั้งแต่สลิปเงินเดือน, ใบรับรองเงินเดือน รวมไปถึงประวัติค้างชำระหนี้ย้อนหลัง รวมไปถึงความสามารถในการชำระหนี้อีกด้วย เพราะบางทีคุณอาจจะมีเงินเดือนเท่าเพื่อนคุณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะออกรถรุ่นเดียวกับเพื่อนคุณได้

ในส่วนของรายรับอื่นๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่น, เงินโบนัส ฯลฯ บริษัทไฟแนนซ์บางที่ อาจไม่นำมาพิจารณา และอายุงานก็จัดว่าสำคัญ ถ้ามีการเปลี่ยนงานบ่อยๆ ไฟแนนซ์บางที่ ก็อาจจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ก็เป็นได้

ตามปกติ ไฟแนนซ์มักพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้า กรณีที่รายได้ของผู้กู้แต่ละเดือน สูงกว่าค่างวด 1-1.5 เท่า ซึ่งหมายถึง หากคุณมีเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท คุณต้องมีความสามารถผ่อนรถเดือนละประมาณ 7,500 บาท ได้ (ซึ่งไฟแนนซ์แต่ละที่ อาจประเมินต่ำกว่านี้อีก)

Mazda2

ถ้าเงินเดือนคุณอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท ก็อาจจะเลือกเล่นรถระดับประมาณ Eco-Car แต่หากมีเงินเดือน 20,000 – 30,000 บาท ก็ขยับมาเล่นรถในกลุ่มของ Sub-Compact Car ได้ เพราะต้องคิดเผื่อไว้ด้วยเสมอว่า เราไม่ได้ผ่อนรถอย่างเดียว ต้องมีกินใช้อย่างอื่นด้วย แต่ถ้าฐานเงินเดือนมากกว่านั้น ก็ค่อนข้างอิสระในการเลือกรถมากขึ้นไปด้วย

แต่ถ้าคุณยอมเก็บหอมรอมริบเงิน วางดาวน์รถให้เยอะหน่อย (เช่น เงินดาวน์ 25%) ก็จะช่วยให้อัตราการผ่อนชำระนั้นน้อยลงไปด้วย รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ย จำไว้เลยว่าถ้าผ่อนน้อยปีเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยก็จะน้อยลงเท่านั้น ยิ่งผ่อนนาน (72 เดือน, 84 เดือน) จ่ายค่างวดต่อเดือนน้อยก็จริง แต่เขาก็คิดอัตราดอกเบี้ย ที่คุณจะต้องจ่ายมากขึ้นรวมไปแล้วด้วย!

How-Much-Should-You-Spend-On-A-Car

สมมติว่า คุณตัดสินใจซื้อรถ Sub-Compact Car รุ่นหนึ่ง ราคา 620,000 บาท ถ้าคุณวางดาวน์ 25% คุณต้องจ่ายเงินดาวน์ 155,000 บาท นั่นหมายความว่ายอดจัดของคุณจะอยู่ที่ 465,000 บาท กรณีที่คุณมีเงินเดือนอยู่ประมาณ 15,000 บาท อาจจะต้องเลือกเงื่อนไขในการผ่อนรถที่นานถึง 84 เดือน (7 ปี) โดยต้องจ่ายค่างวดประมาณ 6,733 บาท/เดือน (ในอัตราดอกเบี้ย 3.09%) ซึ่งถือเป็นค่างวดที่ไฟแนนซ์สามารถพิจารณาอนุมัติให้คุณได้

ในส่วนของโปรโมชั่น ที่ลดแลกแจกแถม และดอกเบี้ยต่ำ ก็ถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะรถที่มีอายุในตลาดนานแล้ว หรืออยู่ในฤดูที่ขายรถได้น้อย บรรดาค่ายรถ ก็จะจัดโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งดอกเบี้ยต่ำ ก็จะช่วยให้ค่างวดรถคุณต่อเดือน ลดลงไปได้รับพันบาทเลยทีเดียว

How-Much-Should-You-Spend-On-A-Car

ภาพจาก Motor Expo

แต่ก็ต้องนึกอยู่อย่างหนึ่งว่า มีรถ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ลด” สมชื่อ เพราะนอกจากค่างวดแล้ว มีรายจ่ายอย่างอื่นตามมาแน่นอนตั้งแต่ ภาษีรถ, พรบ., ประกันภัย, ค่าบำรุงรักษารถตามระยะ, ค่าน้ำมัน, ค่าแก๊ส, ค่าซ่อม, ค่าอะไหล่ ฯลฯ

สำหรับมนุษย์เงินเดือนคนไหน ที่อยากจะตัดสินใจซื้อรถสักคันแล้ว ก็ลองคำนวณรายได้รายจ่ายของแต่ละเดือนดู ว่าเรามีความสามารถในการผ่อนหรือไม่ เพราะถ้าผ่อนส่งไม่ไหว รถก็อาจจะโดนยึด เป็นหนี้กับไฟแนนซ์ ได้หมายศาล แถมยังเสียประวัติในเครดิตบูโรอีก!

การซื้อรถมาใช้สักคัน ก็ลองดูฐานะทางการเงินด้วย เพราะแทนที่จะมีความสุข เดี๋ยวจะกลายมีความทุกข์ซะงั้น ยังไงก็ลองไปคิดดูกันก่อนนะครับ

Choose-Car-For-Your-Life

เลือกสีรถ ตรงกับวันเดือนปีเกิดคุณ ถูกโฉลก ถูกใจ ขับแล้วรุ่ง ขับแล้วรวย

ในปี 2562 นี้ อาจจะเป็นที่หลายๆ คน เจอทั้งเรื่องดีๆ และเรื่องมรสุม ซึ่งบางคนอาจจะเชื่อในเรื่องของโชคชะตา อาจจะคิดว่าสิ่งของบางอย่าง ส่งผลในเรื่องของโชคชะตาของเราได้

แม้ว่าช่วงนี้ก็ใกล้เข้าสู่งาน Motor Show  2019 (มอเตอร์โชว์ 2019) แล้ว หลายคนคงกำลังมองหาของขวัญชิ้นใหญ่อย่าง “รถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ป้ายแดง หรือจะเป็นรถมือสองก็ตาม ซึ่งบางคนก็อาจจะคิดแล้วล่ะว่า จะเลือกสีรถที่ถูกโฉลก ด้วยสีอะไรดี?

ตามความเชื่อของคนไทย ที่ชื่นชอบสีรถเป็นที่มงคลกับวันเกิดของตัวเอง Carro จึงขอนำเสนอข้อมูลสำหรับการเลือกรถสีไหน ให้ถูกโฉลกกับ วัน เดือน ปีเกิด ของคุณ!

Choose-Car-For-Your-Life

วันอาทิตย์ สีรถถูกโฉลก คือ

แดง ม่วงเปลือกมังคุด – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ขาว ครีม ดำ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
เขียว บรอนซ์ เทา ทอง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันจันทร์ สีรถถูกโฉลก คือ

เขียว – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ส้ม เหลืองแก่ ดำ ฟ้า – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
น้ำเงิน ทอง ชมพู ม่วงเปลือกมังคุด – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันอังคาร สีรถถูกโฉลก คือ

ดำ – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ม่วงแก่ ทอง แสด น้ำตาล – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
บรอนซ์ เทา แดง ชมพู เขียว – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพุธ (กลางวัน) สีรถถูกโฉลก คือ

น้ำเงิน ฟ้า ทอง ม่วงแก่ น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
เทา บรอนซ์ ม่วงแก่ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ขาว ดำ เขียว เหลืองอ่อน – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพุธ (กลางคืน) สีรถถูกโฉลก คือ

แดง น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ดำ เทา บรอนซ์ น้ำตาล – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ชมพู ม่วงแก่ น้ำเงิน ฟ้า – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพฤหัสบดี สีรถถูกโฉลก คือ

ฟ้า – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
แดง ส้ม ทอง – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ขาว เขียว บรอนซ์ เทา – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันศุกร์ สีรถถูกโฉลก คือ

น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
แดง ทอง ชมพู ฟ้า น้ำเงิน- ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
เขียว ดำ เหลือง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันเสาร์ สีรถถูกโฉลก คือ

เทา บรอนซ์ – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
น้ำเงิน ฟ้า ดำ ม่วงแก่ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
แดง ชมพู ทอง เหลือง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

สำหรับสีรถต้องห้าม หรือสีรถที่เป็นกาลกิณี สำหรับคนที่เกิดวันต่างๆ มีดังต่อไปนี้

คนที่เกิดวันอาทิตย์ สีรถต้องห้ามคือ สีฟ้า น้ำเงิน
คนที่เกิดวันจันทร์ สีรถต้องห้ามคือ สีแดง
คนที่เกิดวันอังคาร สีรถต้องห้ามคือ สีขาว สีครีม
คนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) สีรถต้องห้ามคือ สีชมพู สีแสด
คนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) สีรถต้องห้ามคือ สีส้ม สีทอง
คนที่เกิดวันพฤหัสบดี สีรถต้องห้ามคือ สีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
คนที่เกิดวันศุกร์ สีรถต้องห้ามคือ สีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง
คนที่เกิดวันเสาร์ สีรถต้องห้ามคือ สีเขียว สีแสด

แต่การเลือกสีรถที่ถูกใจคุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถสีไหนก็ตาม การขับรถด้วยความปลอดภัย มีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมท้องถนน ก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการใช้รถในถนน นะครับ …

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ

5-Ways-For-Women-Sell-Car

เคล็ดลับขายรถง่าย ขายรถไว สำหรับคุณผู้หญิง

ช่วงนี้ก็เรียกได้ว่าเข้าใกล้สู่เทศกาลของงาน Motor Show 2019 กันแล้ว คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะถือโอกาสอันดีนี้ ได้ปล่อยรถคันเดิมออกไป แล้วเป็นหนี้ก้อนใหม่ ด้วยการซื้อรถใหม่ป้ายแดงซะที

แต่การที่จะขายรถคันเดิมออกไปนั้น ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยเวลาที่มากหน่อย หรือการต่อรองราคาที่ในเศรษฐกิจแบบนี้ ขายเทิร์นไปในราคาถูกๆ เพราะตอนนี้คนซื้อย่อมได้เปรียบมากกว่าคนขายเสมอ รวมไปถึงสภาพรถ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน

Carro ขอแนะนำ 5 วิธีขายรถง่ายๆ สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ครับ

1. เวลาลงขาย ไม่ต้องบอกก็ได้ว่า “รถผู้หญิงใช้”

5-Ways-For-Women-Sell-Car

เคยสังเกตตามโฆษณาขายรถในเว็บไซต์ หรือตามกลุ่มใน Facebook ไหมครับว่า? ผู้ขายหลายคนมักจะมีคำว่า “รถผู้หญิงใช้” ประกอบอยู่ ซึ่งผู้หญิงใช้ ซึ่งเป็นวิธีของผู้ขายรถ อยากให้คนเข้าใจว่า รถใช้น้อย เพียงแค่เอาไว้ใช้รับส่งลูกที่โรงเรียน เอาไว้จ่ายตลาด ซื้อกับข้าว เข้าศูนย์บริการตลอด ประมาณนั้น

แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่สนใจในจุดนี้ ร้อยทั้งร้อย สนใจสภาพรถมากกว่า เพราะรถผู้หญิงใช้ (หรือรถผู้ชายใช้ก็ตาม) หลายคันใช้รถแบบ ขับ กับเติมน้ำมันแค่นั้น สภาพโทรมทั้งตัวรถทั้งเครื่องยนต์ หรือภายในเบาะขาดเละเทะก็มี ขับเบียดขับชน เห็นหลุมอะไรก็วิ่งลงไป จนช่วงล่างเยิน น้ำมันเครื่องแห้งก็มี … ถ้าเป็นไปได้ ดูแลรถให้ดีก่อนขายดีกว่าครับ

2. ราคาขายอย่าเว่อร์

5-Ways-For-Women-Sell-Car

ราคารถที่คุณจะขาย คุณควรลองศึกษาดูก่อนว่า รถที่คุณใช้ ในตลาดตอนนี้ขายกันอยู่เท่าไหร่? หลักการตั้งราคารถ มันก็ขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ รุ่น ปี ของรถ ถ้าหากเป็นรถยี่ห้อ-รุ่นยอดนิยมหน่อย ราคามือสองก็จะสูงหน่อย ก็ตั้งราคาขายเผื่อคนต่อไว้ได้ กรณีที่ไม่ได้รีบร้อนอะไร …

แต่ถ้าเป็นรถรักเจ้าของ ยี่ห้อ-รุ่นแบรนด์ที่คนไม่เล่นกัน เครื่องชอบพัง เกียร์ชอบเสีย อะไรเนี่ย ก็ลองตั้งราคาขายถูกกว่าในท้องตลาดหน่อยละกัน เผื่อจะมีเนื้อคู่มาสนใจ เพราะเก็บไว้นาน ก็เป็นภาระเปล่าๆ ในกรณีที่ “ใจ” คุณอยากจะออกรถใหม่ไวๆ แล้ว

3. ขายรถผ่านเพื่อนหรือคนรู้จัก

5-Ways-For-Women-Sell-Car

คนซื้อรถมือสองทั้งหมดนั่นล่ะ เขาก็อยากได้ประวัติการดูแลรักษารถยนต์ที่ดี (เช่น มี Book Service เช็คประวัติรายละเอียดต่างๆ ของรถคันนั้น ว่าทำอะไรบ้างจากศูนย์บริการ) ซึ่งการซื้อรถผ่านเพื่อนหรือคนรู้จักนี่ล่ะ อย่างน้อยก็ทำให้มั่นใจได้ว่า เรารู้จักเจ้าของรถคนเดิมอยู่ รู้ว่าเขาใช้รถมานานเท่าไหร่ เวลามีปัญหาอะไรก็พอสอบถามได้

ดังนั้น ถ้าคุณมีเพื่อนหรือคนรู้จัก สนใจรถคุณอยู่ ก็ลองเสนอเขาดูนะ …

4. เอกสารต้องครบ

5-Ways-For-Women-Sell-Car

ก่อนที่คุณจะขายรถ ควรจะเตรียมเอกสารไว้ให้ครบๆ ไม่ให้มีปัญหาในภายหลัง พวกสัญญาซื้อ-ขาย สำเนาบัตรประชาชน ต้องขีดคร่อม ระบุวันที่ พร้อมเขียนกำกับไว้ว่าทำอะไร และชุดโอนรถ เป็นต้น

เวลาขายรถไปแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง

5. เอาง่ายๆ ก็มาขายรถที่ Carro สิ

5-Ways-For-Women-Sell-Car

ถ้าคุณผู้หญิงไม่อยากรอคอย หรือใจอยากจะไปออกรถใหม่ไวๆ ในงาน Motor Show 2019 แล้ว ก็มาลงขายรถที่ Carro ดูสิ ซึ่ง Carro เป็นบริษัท Startup ซื้อ-ขาย รถยนต์มือสองจากสิงคโปร์ และได้รับการยอมรับในกลุ่มผู้สนใจรถยนต์มือสองในวงกว้าง มีสาขาอยู่ทั้งในประเทศไทย และในอินโดนีเซีย

ถ้าคุณมั่นใจว่ารถคุณมีสภาพที่ดี เป็นยี่ห้อรถตลาดที่คนใช้กันเยอะ อีกทั้งราคาที่ตั้งขายไม่แพงอย่างที่คนทั่วไปเห็น โอกาสที่คุณจะขายรถได้ง่ายๆ เร็วไว ก็มีแค่นี้ล่ะครับ

พอคุณกรอกข้อมูลอยากขายรถไปแล้ว แป๊ปเดียว เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ที่ดูแลลูกค้าก็โทรมาหาคุณภายในไม่กี่ชั่วโมง หากปิดการขายได้สำเร็จ ก็รับเงินสดหลังจบการขายทันที แนะนำลงขายที่ Carro เลย —> https://th.carro.co/sell-car/express

Hyundai-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Hyundai (ฮุนได) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Hyundai (ฮุนได) Update 27/12/2018

Hyundai-H1

H-1

  • Touring ราคา 1,329,000 บาท
  • Elite ราคา 1,529,000 บาท
  • Deluxe ราคา 1,729,000 บาท

Hyundai-Grand-Starex

Grand Starex

  • Premium ราคา 2,349,000 บาท
  • VIP ราคา 2,399,000 บาท

Hyundai-Ioniq

ioniq

  • Electric ราคา 1,749,000 บาท

ดูราคา Hyundai ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.hyundai.co.th/th/shopping-tools/payment-estimator/

ดูโปรโมชั่น Hyundai ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/hyundai-new-car-promotion/

MG-Car-Price-List

ราคารถใหม่ MG (เอ็มจี) Update 9/8/2019

MG3

MG3

  • 1.5 C ราคา 519,000 บาท
  • 1.5 D ราคา 549,000 บาท
  • 1.5 X ราคา 589,000 บาท
  • 1.5 X Limited Edition ราคา 599,000 บาท
  • 1.5 V ราคา 629,000 บาท

*รุ่น D, X และ V ตัวถังสีทูโทน เพิ่มเงิน 5,000 บาท
**ราคารุ่น X Limited Edition เป็นราคารวมของ ราคารถมาตรฐาน 594,000 บาท และราคาอุปกรณ์ตกแต่ง 5,000 บาท

MG5

MG5

  • 1.5 D ราคา 649,000 บาท
  • 1.5 X Sunroof ราคา 699,000 บาท
  • 1.5 T D ราคา 719,000 บาท
  • 1.5T X Sunroof ราคา 759,000 บาท

MG6

MG6

รุ่น Sedan

  • Turbo 1.8 C ราคา 898,000 บาท
  • Turbo 1.8 D ราคา 988,000 บาท
  • Turbo 1.8 D Sunroof ราคา 1,018,000 บาท
  • Turbo 1.8 X ราคา 1,098,000 บาท
  • Turbo 1.8 X Sunroof ราคา 1,128,000 บาท

รุ่น Hatchback

  • Turbo 1.8 C ราคา 908,000 บาท
  • Turbo 1.8 D ราคา 998,000 บาท
  • Turbo 1.8 D Sunroof ราคา 1,028,000 บาท
  • Turbo 1.8 X ราคา 1,108,000 บาท
  • Turbo 1.8 X Sunroof ราคา 1,138,000 บาท

*สี Arctic White – Black Top เพิ่มเงิน 10,000 บาท

MG-ZS-2019

MG ZS

  • 1.5 C ราคา 679,000 บาท
  • 1.5 D ราคา 729,000 บาท
  • 1.5 X ราคา 789,000 บาท
  • EV ราคา 1,190,000 บาท

MG-GS

MG GS

  • 1.5 T D ราคา 890,000 บาท
  • 1.5 T X ราคา 990,000 บาท
  • 2.0 T D ราคา 1,210,000 บาท
  • 2.0 T X ราคา 1,310,000 บาท

สี Brick Orange / Black Top และ Arctic White / Black Top เพิ่มเงิน 7,000 บาท

MG-V80

MG V80

  • 2.5 MT ราคา 988,000 บาท
  • 2.5 Selematic ราคา 1,038,000 บาท

MG-Extender

MG Extender

New MG Extender รุ่น Giant Cab (กระบะตอนครึ่ง)

  • GC 2.0 C 6MT ราคา 549,000 บาท
  • GC 2.0 D 6MT ราคา 619,000 บาท
  • GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000 บาท
  • GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000 บาท
  • GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000 บาท

New MG Extender รุ่น Double Cab (4 ประตู)

  • DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000 บาท
  • DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000 บาท
  • DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000 บาท
  • DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคา 1,029,000 บาท

พิเศษ! สำหรับรุ่น Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ มาพร้อมพื้นปูกระบะไลเนอร์แท้จาก MG

ดูราคา MG ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://mgcars.com/

ดูโปรโมชั่น MG ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/mg-new-car-promotion/

Subaru-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Subaru (ซูบารุ) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Subaru (ซูบารุ) Update 18/12/2018

Subaru-XV

XV

  • 2.0i ราคา 1,234,221 บาท
  • 2.0i-P ราคา 1,279,221 บาท

Subaru-WRX

WRX / WRX STi

  • 2.0 6MT ราคา 2,783,000 บาท
  • 2.0 Lineartronic ราคา 2,883,000 บาท
  • 2.5 6MT ราคา 3,453,000 บาท

Subaru-BRZ

BRZ

  • 2.0 6MT ราคา 2,266,000 บาท
  • 2.0 6AT ราคา 2,336,000 บาท

Subaru-Levorg

Levorg

  • 1.6 GT-S ราคา 2,229,000 บาท

Subaru-Outback

Outback

  • 2.5 i-S ราคา 2,511,600 บาท

Subaru-Forester-2018

Forester

  • 2.0 i-L ราคา 1,330,000 บาท
  • 2.0 i-S ราคา 1,380,000 บาท
  • 2.0 i-S (Eyesight) ราคา 1,450,000 บาท

(ราคาทั้งหมดเป็นราคาขายปลีก + Option Pack แล้ว)

ดูราคา Subaru ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.subaru.asia/th/th/home/

ดูโปรโมชั่น Subaru ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/subaru-new-car-promotion/

Car-Pawn-For-Sale

รถหลุดจำนำ ราคาถู้กถูก แต่ขับแล้ว ไม่รู้จะโดนตำรวจจับเมื่อไหร่!!!

Car-Pawn-For-Sale

“รถหลุดจำนำ” ที่หลายต่อหลายคน เห็นมีการประกาศลงขายในกลุ่ม Facebook มากมายนั้น ราคามันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน! กับรถที่สภาพยังดูใหม่ บางคันมีเอกสารด้วย แต่ประกาศขาย ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ!!!

ใช่ครับ แต่ … เพราะถ้ารถโอนได้ปกติ ราคาขายคงไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ ขนาดรถย้อมแมว หรือรถอุบัติเหตุมาทำใหม่ ยังขายไม่ได้ราคาแบบนี้เลย

เรามารู้กันดีกว่าครับว่า รถหลุดจำนำ คือรถอะไร ประเภทไหน และถูกกฎหมายหรือไม่ …

Car-Pawn-For-Sale

รถหลุดจำนำ คือ รถที่เจ้าของรถมีปัญหาด้านการเงิน จึงเอารถไปจำนำกับคนที่รับจำนำ หรือปล่อยตามบ่อน โดยทำสัญญากันเพียงแค่โอนลอย และต้องจ่ายดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไถ่ถอนคืนได้ทั้งหมด เหมือนเราเอาของไปเข้าโรงรับจำนำนั่นล่ะครับ พอเจ้าของรถไม่มาไถ่ถอนตามเวลาที่กำหนด รถยนต์คันนั้นจะกลายเป็นรถหลุดจำนำทันที พ่อค้าที่จำนำรถไว้ก็เอารถมาขายทอดตลาดอีกที

หรือ รถหลุดจำนำชื่อบุคคล มีเอกสารหน้าเล่ม กับสัญญารับจำนำ หรือ รถที่ถูกขโมยมา

คนที่ซื้อรถหลุดจำนำมาใช้ จะเรียกได้ว่า เป็นรถที่ผิดกฎหมายก็ไม่เชิง คือสามารถซื้อได้ขายได้ แต่แทบจะร้อยทั้งร้อย ไม่สามารถโอนได้ แม้ว่าพ่อค้าจะรับจำนำรถที่มีเอกสารถูกต้อง

Car-Pawn-For-Sale

โดยหลักแล้ว รถหลุดจำนำ จะมีเอกสารดังกล่าวนี้

  • สำเนาหน้าเล่มทะเบียนรถยนต์
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของรถ
  • เอกสารโอนลอยรถยนต์ (เจ้าของรถเซ็นชื่อไว้เรียบร้อย)
  • เอกสารมอบอำนาจ (เจ้าของรถเซ็นชื่อไว้เรียบร้อย)

Car-Pawn-For-Sale

เพราะรถหลุดจำนำรถส่วนใหญ่ มัก “ติดไฟแนนซ์” ยังผ่อนไม่หมด กรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถ (ในเล่มทะเบียน) ก็ยังเป็นของไฟแนนซ์อยู่ การต่อ พ.ร.บ. หรือการทำประกันภัยต่างๆ ก็คงไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะมีแค่รถ และกุญแจที่เป็นของเราเท่านั้น โดยกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของรถและชื่อผู้ครอบครองยังเป็นของเจ้าของคนเดิมอยู่

บางคันแจ๊คพอต ดันเป็นรถที่ถูกขโมยมา หรือนำซากรถมาสวมทะเบียน เพื่อให้ตามจับได้ยาก โดยใช้รถที่มีสี รุ่น และปีเดียวกัน มาสวมทะเบียน และมีการดัดแปลงเลขตัวถังให้ตรงกัน เอาทะเบียนรถคันอื่นมาสวม ดังที่เป็นข่าวเรื่อง “รถฝาแฝด” อยู่บ่อยๆ นั่นล่ะครับ

Car-Pawn-For-Sale

รถฝาแฝด รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน และทะเบียนเหมือนกัน!

คนที่ซื้อรถหลุดจำนำไป ก็ต้องรับความเสี่ยงให้ได้ครับ เพราะเหมือนเอาของที่ยังผ่อนไม่หมดไปขายต่อ ถ้าไฟแนนซ์และตำรวจตามรถจนเจอ ก็จะโดนยึดรถ ถ้ามีการฟ้องร้อง หรือมีคนแจ้งรถหายไว้ (ในกรณีที่เป็นรถถูกขโมยมา) คนที่ซื้อไป อาจจะโดนข้อหารับของโจรไปอีกกระทง

และยังเสี่ยงต่อการเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นที่ขายรถพวกนี้ รู้กันกับคนมีสีไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว อาจถูกตำรวจไปตามยึดรถ หลังจากซื้อมาขับเพียงไม่กี่เดือน พร้อมข่มขู่เอาเงินคุณก็ได้ หากคุณไม่ยอมก็จะถูกจับดำเนินคดี จนต้องยอมจ่ายไป

Car-Pawn-For-Sale

รถฝาแฝด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเรื่องจริง!

ทางที่ดี อย่าไปเล่นเลยครับรถประเภทนี้ ถึงจะราคาถูกมากๆ ก็เถอะ ได้ไม่คุ้มเสียหรอกครับท่าน

ซื้อรถทั้งที เราควรจะวางแผนทางการเงินดีๆ มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อย เหลือเก็บใช้หนี้ (แบบที่คุณน้าวีระ ธีรภัทร ชอบพูดในรายการวิทยุบ่อยๆ นั่นละครับ) ซื้อรถที่มีเอกสาร มีเล่มทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง ก็ตาม …

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สวพ.91

Carro-Mitsubishi-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) Update 12/12/2018

Mitsubishi-Mirage

Mirage

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 467,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 501,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 567,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT Limited Edition ราคา 574,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT Limited Edition (สีขาวมุก/ดำ) ราคา 581,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi-Attrage

Attrage

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 483,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 517,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 572,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 613,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi-Xpander

Xpander

  • GLS-LTD ราคา 779,000 บาท
  • GT ราคา 849,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi-Triton-Minorchange

Triton

  • Single Cab 2.5D GL 5MT ราคา 524,000 บาท
  • Mega Cab 2.5D GL 5MT ราคา 579,000 บาท
  • Mega Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 621,000 บาท
  • Double Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 672,000 บาท

โฉมใหม่

  • Single Cab 4WD 2.4D GL 6MT ราคา 654,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 729,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 776,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 826,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 779,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 819,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6AT ราคา 882,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 873,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 923,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT-Premium 6MT ราคา 930,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT-Premium 6AT ราคา 983,000 บาท

*หมายเหตุ : สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท สีขาวมุก เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi-Pajero-Sport

Pajero Sport

  • 2.4D GT 2WD ราคา 1,301,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD ราคา 1,404,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD ราคา 1,544,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,459,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,574,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 15,000 บาท (รุ่น Elite Edition เพิ่ม 20,000 บาท)

ดูราคา Mitsubishi ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.mitsubishi-motors.co.th/

ดูโปรโมชั่น Mitsubishi ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/mitsubishi-new-car-promotion/

Carro-Mazda-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Mazda (มาสด้า) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Mazda (มาสด้า) Update 12/12/2018

Mazda2

2

  • 1.3 Sports Standard ราคา 530,000 บาท
  • 1.3 Sports High ราคา 590,000 บาท
  • 1.3 Sports High Connect ราคา 620,000 บาท
  • 1.3 Sports High Plus ราคา 670,000 บาท
  • XD Sports ราคา 680,000 บาท
  • XD Sports High Connect ราคา 750,000 บาท
  • XD Sports High Plus L ราคา 789,000 บาท

*หมายเหตุ : สี Snowflake White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท, สี Machine Gray เพิ่ม 10,000 บาท และสี Soul Red Crystal เพิ่ม 12,000 บาท

Mazda3

3

  • 2.0 E Sports ราคา 857,000 บาท
  • 2.0 C Sports ราคา 951,000 บาท
  • 2.0 S Sports ราคา 998,000 บาท
  • 2.0 SP Sports ราคา 1,149,000 บาท

*หมายเหตุ : สี Snowflake White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท, สี Machine Gray เพิ่ม 15,000 บาท และสี Soul Red Crystal เพิ่ม 17,000 บาท

Mazda-CX-3

CX-3

  • 2.0 E ราคา 879,000 บาท
  • 2.0 C ราคา 955,000 บาท
  • 2.0 S ราคา 1,029,000 บาท
  • 2.0 SP ราคา 1,083,000 บาท
  • 1.5 XDL ราคา 1,189,000 บาท

*หมายเหตุ : สี Snowflake White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท, สี Machine Gray เพิ่ม 10,000 บาท และสี Soul Red Crystal เพิ่ม 12,000 บาท

Mazda-CX-5

CX-5

  • 2.0 C ราคา 1,290,000 บาท
  • 2.0 S ราคา 1,400,000 บาท
  • 2.0 SP ราคา 1,530,000 บาท
  • XD ราคา 1,560,000 บาท
  • XDL ราคา 1,770,000 บาท

*หมายเหตุ : สี Snowflake White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท, สี Machine Gray เพิ่ม 15,000 บาท และสี Soul Red Crystal เพิ่ม 17,000 บาท

Mazda-MX-5

MX-5

  • 2.0 ราคา 2,890,000 บาท
  • 2.0 6MT ราคา 2,890,000 บาท

*หมายเหตุ : สี Snowflake White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท, สี Machine Gray เพิ่ม 10,000 บาท และสี Soul Red Crystal เพิ่ม 12,000 บาท

Mazda-BT-50-Pro

BT-50 PRO

  • Standard Cab 2.2 S ราคา 562,000 บาท
  • Freestyle Cab 2.2 S ราคา 623,000 บาท
  • Freestyle Cab 2.2 V ราคา 668,000 บาท
  • Freestyle Cab 2.2 Hi-Racer ราคา 689,000 บาท
  • Freestyle Cab 2.2 Hi-Racer Thunder ราคา 708,000 บาท
  • Freestyle Cab 2.2 Hi-Racer (ABS) ราคา 755,000 บาท
  • Double Cab 2.2 S ราคา 663,000 บาท
  • Double Cab 2.2 V (ABS) ราคา 795,000 บาท
  • Double Cab 2.2 Hi-racer ราคา 780,000 บาท
  • Double Cab 2.2 Hi-Racer Thunder ราคา 799,000 บาท
  • Double Cab 2.2 Hi-racer (ABS) ราคา 856,000 บาท
  • Double Cab 2.2 Hi-Racer 6AT ราคา 866,000 บาท
  • Double Cab 2.2 Hi-Racer 6AT (Leather) ราคา 933,000 บาท
  • Double Cab 2.2 Hi-Racer Navi Thunder ราคา 952,000 บาท
  • Double Cab 4×4 3.2 R ราคา 1,046,000 บาท
  • Double Cab 4×4 3.2 R 6AT ราคา 1,090,000 บาท

*หมายเหตุ : สีเมัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท, สีขาวมุก ราคาเพิ่ม 14,000 บาท (เฉพาะรุ่น)

ดูราคา Mazda ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.mazda.co.th/offers/overview/#car-sub-nav-panel

ดูโปรโมชั่น Mazda ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/mazda-new-car-promotion/