Carro-Honda-Jazz-GE

สานต่อความสนุก ไปกับ Honda Jazz เจเนอเรชั่นที่ 2 อันยอดนิยม!

หากจะเล่าถึงเรื่องรถยอดนิยมของ Honda (กันอีกครั้ง) ต้องย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) เจเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายๆ คน แน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ดูน่ารัก กะทัดรัด ออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย เหมาะกับการใช้งานในเมืองใหญ่

สำหรับ Honda Jazz (หรือ Honda Fit ในญี่ปุ่น) เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2007 พัฒนาขึ้นตามหลักการ “Human FIT” ใช้แนวคิดหลักๆ 3 อย่าง นั่นคือ “Driving” – Evolution of Running, “Package” – Package Evolution และ “Utility” – Ease-of-use Evolution เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารและผู้ขับขี่มากขึ้น และลูกเล่นที่มากขึ้นกว่าเดิม

ทำให้ Honda Fit โฉมนี้คว้ารางวัล Car of the Year Japan 2007-2008 ไปแบบไม่ต้องสงสัย …

Honda-Fit-GE-Drawing

Honda Fit ขณะกำลังออกแบบ

Honda-Fit-GE-Japan

Honda Fit ที่ออกแบบเสร็จแล้ว

ด้วยภายนอกชูจุดเด่นที่มากขึ้น ทั้งไฟหน้าขนาดใหญ่ เส้นสายตัวถังดูคมขึ้น ตัวถังกว้างขึ้นถึง 20 มม. ส่วนฐานล้อขยายให้ยาว (จากหน้ารถถึงหลังรถ) อีก 50 มม. และเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหน้า (ซ้ายถึงขวา) อีก 35 มม. ส่วนล้อหลังเพิ่ม 30 มม. รวมถึงล้อถูกวางอยูในตำแหน่งมุมสุดทั้ง 4 ด้านของตัวถัง ขณะที่ความสูงเท่าเดิม

ทำให้ Jazz ตัวนี้ดูอวบขึ้น ประตูรถเปิดได้กว้างถึง 80 องศา ปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่เป็นแบบ i-VTEC ให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มรุ่นสปอร์ต “RS” (Road Sailing) ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น …

Honda-Fit-Test-in-Bangkok

Honda Fit ที่ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) นำเข้ามาจากญี่ปุ่นให้สื่อมวลชนวิ่งทดสอบในกรุงเทพฯ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2551 ก่อนที่ Honda Jazz จะเปิดตัว (ขอขอบคุณภาพจาก mgronline.com)

Honda-Jazz-Thai-2008

สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda Jazz โฉมนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อม Slogan โฆษณา “I’m So Jazz” ชูจุดเด่นด้วยสีฟ้า Cerulean Blue รองรับพลังงานทางเลือกใหม่ “แก๊สโซฮอล์ E20” ระบบเกียร์ชุดใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ของเดิมเป็นแบบ CVT 7 สปีด) ซึ่งเซ็ทมาเป็นพิเศษสำหรับเมืองไทย

Honda-Jazz-Thai-2008

โดย ฮอนด้า เลือกใช้พรีเซ็นเตอร์วัยใส (ในตอนนั้น) อย่าง มาริโอ เมาเร่อร์ และ มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน มาแทนที่ พอลล่า เทเลอร์ ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการเปิดตัว Jazz รุ่นแรก มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S, V และ SV ในราคา 550,000 – 695,000 บาท

Honda-Jazz-Thai-2008

ห้องโดยสารภายใน แผงคอนโซลหน้าปรับปรุงใหม่ แลดูคล้ายกับรถรุ่นพี่อย่าง Civic มากขึ้น พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาทง มีที่วางแก้วน้ำมีมากถึง 10 จุด พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย และระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัย

พื้นที่ด้านหลังสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 380 ลิตร (เวอร์ชั่นไทย ต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นของ Fit ไม่ได้ใช้ยางอะไหล่ แต่ใช้เป็น Tire Fix ชุดปะยางฉุกเฉิน จึงมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 427 ลิตร)

Honda-Fit-Ultr-Seat

เบาะนั่งยังคงอัตลักษณ์ของ “Ultr Seat” สุดอเนกประสงค์เอาไว้เช่นเดิม แบบ Utility Mode สามารถวางของได้ยาวถึง 1,720 มม. ในด้านคนนั่ง และ 1,425 มม. ในด้านคนขับ

ในส่วนของ Long Mode สามารถพับเบาะคนนั่งด้านหน้าลง วางของได้ยาวถึง 2,400 มม.

ส่วน Tall Mode เบาะหลังสามารถยกขึ้นได้ วางของได้สูงถึง 1,290 มม.

และ Refresh Mode ปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ พับเบาะลงทำเป็นที่นอนก็ได้

Honda-Fit-GE-Design

Honda Fit ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร และ 1.5 ลิตร ออกแบบให้ถังน้ำมันอยู่ใต้เบาะคู่หน้า

Honda-Fit-GE-Design

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น SV 3,920 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 1,050-1,115 กิโลกรัม

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก

Honda-Jazz-Thai-2008

ในเดือนมิถุนายน 2552 Honda ประเทศไทย ออกรุ่นพิเศษเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ด้วยรถสีขาว Brilliant White Pearl ภายใต้ชื่อรุ่น “Wise Edition” (ไวซ์ เอดิชั่น) ครอบคลุมทุกโมเดลของฮอนด้าในขณะนั้น รวมถึง Jazz ด้วย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 642,000 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 662,000 บาท

Honda-Jazz-Thai-2009

และในเดือนกรกฏาคม 2552 ฮอนด้า ตัดสินใจเพิ่มสีใหม่ “Helios Yellow” (Pearl) ให้กับ Honda Jazz เพิ่มเติม โดยตัดสีแดง Rallye Red ออก พร้อมกับเปลี่ยนสีเทาใหม่เป็น Polished Metal …

Honda-Jazz-Active-Plus

ในเดือนกรกฎาคม 2553 Honda ได้แนะนำ Jazz รุ่นพิเศษ “Active Plus” (แอคทีฟ พลัส) มาพร้อมชุดแต่งที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าและสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Active Plus” ส่วนด้านความปลอดภัย เพิ่มไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และสัญญาณกะระยะหลัง 4 จุด ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

Honda-Jazz-Active-Plus

มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 679,500 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 699,500 บาท และมี 3 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเหลืองเฮลิออส (มุก) และ สีฟ้าเซรูเลียน (เมทัลลิก)

Honda-Fit-Minorchange-2010

ในเดือนตุลาคม 2010 Honda ในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ปรับโฉม Minorchange Honda Fit ให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น พร้อมกับแนะนำ “Fit Hybrid” ใหม่ด้วย

Honda-Fit-Shuttle

โดย Honda Fit โฉมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก จน Honda ต้องผลิตรุ่นแวนออกมาในชื่อ “Fit Shuttle” (เหมือนตอนที่ Honda ผลิตรุ่น “Airwave” ช่วงก่อนหน้า) พร้อมทั้ง Fit Shuttle Hybrid และเปิดตัวในวันที่ 16 มิถุนายน 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น

Honda-Jazz-Minorchange-2011

สำหรับเวอร์ชั่นไทย เปิดตัว Honda Jazz Minorchange เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 โดยนับแต่เปิดตัว ฮอนด้า แจ๊ซ โฉมแรกในปี 2546 จนถึงปี 2554 ทำสถิติยอดขายในไทยไปแล้วมากกว่า 130,000 คัน … ชูจุดเด่นด้วยสีส้ม Brilliant Orange มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น S รุ่น V และรุ่นสูงสุด SV

ทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เฉพาะรุ่น S) และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ในราคา 590,000 – 715,000 บาท

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น SV 3,915 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 1,060-1,115 กิโลกรัม

เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาถึง โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย โดยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจำนวนรวม 1,055 คัน มี Honda Jazz จำนวน 213 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งทาง Honda เริ่มต้นทำลายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2554 …

Honda-Jazz-JP-2012

Honda จึงต้องนำรุ่นเฉพาะกิจช่วงน้ำท่วม “Honda Jazz JP” ส่งตรงจากญี่ปุ่น เข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 2554 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ชูการขายด้วยสีส้ม “Orange Sunset” (แตกต่างจากสีส้มเวอร์ชั่นไทย) เพียงรุ่นย่อยเดียว ในราคา 747,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างต่างจากเวอร์ชั่นไทย อาทิ โคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟหน้า HID ปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ i-SRS และม่านนิรภัยด้านข้าง เป็นต้น

Honda-Jazz-Hybrid-2012

ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 Honda แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz Hybrid IMA ถือเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่ม Sub-Compact ในไทย รับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ในราคา 768,000 บาท … แต่ผลการตอบรับ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก

Honda-Jazz-Hybrid-2012

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที

และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 21.3 กม./ลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.)

Honda-Jazz-2012

ในเดือนพถศจิกายน 2555 Honda Jazz สีแดง “Rallye Red” ก็กลับมา (อีกครั้ง) แล้วสีส้ม Brilliant Orange ก็หายไปแทน …

Honda-Jazz-Modulo-2013

มาถึงเดือนมกราคม 2556 Honda ได้เปิดตัว “Jazz Modulo” โฉบเฉี่ยวกับกระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือก 3 สี กับ สีแดง Rallye Red สีขาว Taffata White และ สีดำ Crystal Black (Pearl) จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น V AT ในราคา 682,500 บาท

Honda-Fit-EV
อันนี้แถมให้ …  ในวันที่ 31 สิงหาคม 2012 (ปี 2555) Honda ประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำ “Fit EV” รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Li-Ion ของ Toshiba ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 92 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 26.1 กก.-ม. ในการขับเคลื่อน โดยสามารถแล่นได้ระยะทางถึง 225 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว โดยใช้เวลาชาร์จ 12 ชม. ผ่านไฟฟ้าแบบ 120 โวลท์ ในราคา 4 ล้านเยน!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Jazz (GE) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมมากๆ ไปตรงไหนก็เจอ เหมาะสำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยรูปทรงสวยน่ารัก แต่งขึ้น คุณภาพแจ๋ว ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้อเนกประสงค์ ราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง วงเลี้ยวแคบ หาที่จอดง่าย ภายในกว้างขวาง อเนกประสงค์ พับเบาะขนของได้เยอะ พวงมาลัยไม่หนัก มุมมองด้านหน้าคนขับถือว่าดี (ยกเว้นบริเวณเสา A ที่ดูเป็นมุมอับอยู่บ้าง) นั่งขับได้สบายๆ ระบบความปลอดภัยมีพอสมควร ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยล่ะ …

ส่วนข้อด้อยก็มี ช่วงล่างแข็งกระด้าง ไม่นิ่ม ขนาดยางติดรถ ขนาด 175/65R15 ที่หน้าไม่กว้างพอ เวลาขับเร็วๆ แล้วจะรู้สึกหวิวๆ (แต่ปัญหานี้จะหายไป ถ้าเปลี่ยนยางรถที่มีหน้ายางกว้างขึ้น) และการเก็บเสียงในห้องโดยสารไม่ดีนัก

ถ้าเป็นรุ่นไฮบริด ต้องดูแบตเตอรี่ไฮบริด ที่อีกไม่กี่ปีก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว รวมถึงอะไหล่ต่างๆ ของตัวไฮบริด (เช่น Motor หรือ Inverter) จ่ายหนักแน่นอน …

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่ถูกไม่แพง ศูนย์บริการหาไม่ยาก เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีเยอะพอสมควร ทั้งจากศูนย์บริการ รถเก่าในบ้านเรา หรือจะเป็นของเก่าจากญี่ปุ่นก็ตาม

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2561 – 2562 อยู่ที่ประมาณ 278,000 – 550,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Jazz (GE) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Jazz ได้เลยครับผม

(สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Car-Loan-And-Finance-In-Motor-Expo-2018

ใครกำลังอยาก … จะซื้อรถใหม่ ซื้อรถมือสอง หรือรีไฟแนนซ์รถ ในงาน Motor Expo 2018 ต้องอ่าน!

3-Steps-For-Buying-Used-Car

ช่วงนี้ใกล้ถึงเวลาของงาน Motor Expo 2018 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2018) เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว ตามสถาบันการเงินต่างๆ ก็ผุดแคมเปญต่างๆ ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเช็กวงเงินก่อนออกรถ ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ดอกเบี้ยต่ำ หรือมีของแจกของแถมต่างๆ เป็นต้น นับเป็นข้อดีของผู้บริโภคเลยล่ะครับ แต่คุณต้องมีวินียทางการเงินที่ดีด้วยเช่นกัน

Carro ขอรวบรวมโปรโมชั่นสินเชื่อรถยนต์ + ไฟแนนซ์ ในงาน Motor Expo 2018 มาให้ท่านดูแบบครบๆ ครับ …

ส่วนอันนี้ ทบทวนกันอีกครั้ง สำหรับคนที่อยากซื้อรถ (ไม่ว่าจะรถใหม่ หรือรถมือสองก็ตาม) หากต้องการขอสินเชื่อ หรือ จัดไฟแนนซ์รถ เอกสารที่ต้องเตรียม สำหรับขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ มีดังนี้ …

เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 – 70 ปี หรือนิติบุคคล ที่จัดตั้งในประเทศไทย

กรณีบุคคลธรรมดา

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอสินเชื่อ 3 ชุด
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน 2 ชุด
3. เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน เช่น สมุดบัญชีคู่ฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน และใบสำคัญจ่ายเงินเดือน (สลิปเงินเดือน) หรือหนังสือรับรองเงินเดือนของผู้ขอสินเชื่อและผู้ค้ำประกัน อย่างละ 1 ชุด

กรณีนิติบุคคล

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจที่เซ็นขอสินเชื่อ 3 ชุด
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจที่เซ็นค้ำประกัน 2 ชุด หนังสือรับรองบริษัท 3 ชุด
3.เอกสารแสดงฐานะการเงิน เช่น สมุดบัญชีคู่ฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ใบสำคัญจ่ายเงินเดือน (สลิปเงินเดือน) หรือหนังสือรับรองเงินเดือนของผู้เซ็นค้ำประกัน 1 ชุด 

สำหรับการคำนวณดอกเบี้ยรถมือสอง ดูได้ใน Link นี้ครับ –> https://th.carro.co/blog2/news-finance-used-car-ep3/

ธนาคารไทยพาณิชย์ (CAR.SCB)

SCB-Car-Finance

สินเชื่อรถยนต์ใหม่ พิเศษ! ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 1.99%

ปี 2561 อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ อยู่ที่ 8%-16% ต่อปี

สำหรับรถเก๋ง

  • ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 8% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 16% ต่อปี
  • วงเงินสูงสุดที่สามารถให้กู้ยืมได้ 95% ของราคาสินทรัพย์
  • อายุของสัญญา (ระยะเวลาสิ้นสุดของสัญญา) สูงสุดไม่เกิน 84 เดือน หรือ 7 ปี

ถอยรถใหม่ กับไทยพาณิชย์ ในงาน Motor Expo 2018 อนุมัติภายใน 1 ชั่วโมง

จัดแคมเปญส่งท้ายปลายปี ถอยรถใหม่ กับไทยพาณิชย์ ในงาน Motor Expo 2018 สมัครง่าย ได้รถไว อนุมัติภายใน 1 ชั่วโมง ที่บูธ SCB D01-1 ชาลเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี พร้อมรับฟรี บัตรเข้าชมงาน 2 ใบ มูลค่า 200 บาท และรับฟรี บัตรกำนัล Central มูลค่า 1,000 บาท

*เงื่อนไขการรับบัตรกำนัล Central มูลค่า 1,000 บาท สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และจ่ายเงินดาวน์ 15% ขึ้นไปเท่านั้น สินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว และสินเชื่อรถคือเงิน และได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับธนาคาร ภายในงาน Motor Expo 2018 (29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2561) รวมทั้งได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร และออกรถภายใน 31 มกราคม 2562 เท่านั้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://car.scb/new-car

ลีสซิ่งกสิกรไทย (Kasikorn Leasing)

KLeasing-Promotion-Motor-Expo-2018

สิทธิพิเศษ ​​​​​​​​​​​​​​​​ออกรถใหม่กับ KLeasing ช่วงงาน Motor Expo 2018

เงื่อนไข 
1. แคมเปญขับฟรี 90 วัน เฉพาะลูกค้ากลุ่มพนักงานที่มีรายได้ประจำหรือกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีที่พักอาศัยปัจจุบันตรงตามทะเบียนบ้าน ที่สมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถกสิกรไทย (รถใหม่ป้ายแดง) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งได้รับการอนุมัติและเกิดเป็นสัญญาเช่าซื้อ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2562 *เฉพาะแบรนด์ที่เข้าร่วมรายการตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดจะได้รับเงื่อนไขขับฟรี 90 วัน
2. ลูกค้าที่สมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถกสิกรไทย (รถใหม่ป้ายแดง) กับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 14 ธันวาคม 2561 ซึ่งได้รับการอนุมัติและเกิดเป็นสัญญาเช่าซื้อ โดยชำระเงินดาวน์รถผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย ภายในวันที่ 31 มกราคม 2562 เลือกรับสิทธิ์ผ่อนชำระเงินดาวน์ 0% นาน 6 เดือน (ดาวน์สูงสุด 15%) หรือผ่อน 0% นาน 3 เดือน (ดาวน์สูงสุด 20%) และฟรีค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิต ทั้งนี้สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้แทนจำหน่ายรถที่เข้าร่วมรายการ
3. ลูกค้าที่สมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถกสิกรไทย (รถใหม่ป้ายแดง) ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 14 ธันวาคม 2561 ซึ่งได้รับการอนุมัติและเกิดเป็นสัญญาเช่าซื้อ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2562 รับเพิ่มฟรี! ของสมนาคุณ ลำโพงบลูทูธ JBL Clip 2 มูลค่า 2,490 บาท (จำกัดสิทธิ์ รับของสมนาคุณ 1 ชิ้น ต่อ 1 สัญญา) และขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงของสมนาคุณโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
4. ลูกค้าที่สมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถ (รถใหม่ป้ายแดง) และผ่านการพิจารณาเบื้องต้น (Pre- Approved) ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2018 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2561 รับเพิ่มฟรี! ของสมนาคุณ Teddy House Exclusive for KLeasing 2 ชิ้น มูลค่ารวม 850 บาท ประกอบด้วยหมอนรองคอ มูลค่า 500 บาท และม่านบังแดดด้านข้าง 1 คู่ มูลค่า 350 บาท (จำกัดสิทธิ์ รับของสมนาคุณ 1 ชุด ต่อ 1 สัญญา)
5. บริษัทฯ จะดำเนินการจัดส่งของสมนาคุณให้แก่ลูกค้า ภายใน 60 วันนับถัดจากวันสิ้นสุดแคมเปญ ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นเงื่อนไขขับฟรี 90 วัน และยกเว้นการแจกของสมนาคุณ สำหรับสัญญาที่เป็นลูกค้ากลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อแบบ Fleet สัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง และสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุก ทุกประเภท
6. การพิจารณาเครดิตเป็นไปตามนโยบายเครดิตของบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
7. เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด

KLeasing on Mobile Application : โหลด ลุ้น รับ! จ่ายผ่านแอป รับของชิลๆ!

สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จ่ายค่างวดรถลีสซิ่งกสิกรไทยผ่าน KLeasing on Mobile Application เป็นครั้งแรก ลุ้นของสมนาคุณกว่า 20 รางวัล

KLeasing-Auto-Finance-Promotion-11-2018สินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย อัศจรรย์ 8 สามต่อ มีรถยังไงก็ไม่ขาดเงิน

เงื่อนไข

1. สำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย ผ่อนชำระค่างวดทั้งแบบอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกและอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2561 เกิดเป็นสัญญาและเบิกใช้วงเงินภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561
2. เฉพาะลูกค้าที่ผ่อนชำระค่างวดตรงตามกำหนด ไม่มีค่าเบี้ยปรับหรือค่าติดตามทวงถามหนี้ จนครบ 6 งวดแรก รับสิทธิ์เงินคืน (Cash back) 8% ของค่างวดต่อเดือน (เฉพาะเดือนแรก) โดยรับเงินคืนภายใน 60 วัน ภายหลังผ่อนชำระครบ 6 งวด
3. รับฟรี! บัตรกำนัลเทสโก้ โลตัส มูลค่า 800 บาทเมื่อสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติกสิกรไทย (K-Direct Debit) 3 งวดแรก บริษัทจะจัดส่งบัตรกำนัลเทสโก้ โลตัส ให้กับลูกค้าภายใน 60 วัน ภายหลังมีการหักบัญชีอัตโนมัติ 3 งวดแรก
4. รับส่วนลดดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0.88% ต่อปี (เฉพาะ 3 งวดแรก) กรณีเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เมื่อมีระยะเวลาการผ่อนชำระขั้นต่ำ 60 เดือนขึ้นไป
5. เงื่อนไขอื่นๆเป็นไปตามข้อกำหนดของ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
6. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถโอนสิทธิไปให้ผู้อื่นหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.kasikornleasing.com/th/Promotion/Pages/index.aspx

ธนาคารธนชาต (Thanachart Bank)

สินเชื่อรถยนต์ธนชาต-Thanachart-Auto

ธนาคารธนชาต ออกแคมเปญ ลุ้นบินฟรี

ธนชาตมาพร้อมเคมเปญออกรถใหม่กับ ธนาคารธนชาต ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ลุ้นบินฟรี ชมงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา มูลค่ารวม 3 ล้านบาท พร้อมแพคเกจทัวร์ รางวัลละ 2 ที่นั่ง จัดเต็ม 10 รางวัล รวมมูลค่า 3 ล้านบาท และเมื่อดาวน์โหลด Thanachart Connect Mobile Application เลือกรับ Gadget สุดคูล มูลค่าสูงสุด 2,200 บาท อาทิ เครื่องฟอกอากาศในรถ, หูฟังไร้สาย (บลูทูธ) หรือกล้องหน้ารถ สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้มาร่วมงาน แต่สมัครสินเชื่อรถยนต์ธนชาตในช่วงเดียวกันนี้ (เกิดสัญญาภายในวันที่ 28 กพ. 2562) ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลร่วมงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา เช่นเดียวกัน

ดีลโดนใจ ดอกเบี้ยถูกจัง

ปี 2561 อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ อยู่ที่ 2.75%-10.74% ต่อปี

สำหรับรถเก๋ง

  • ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.75 – 5.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 5.21 – 10.34% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ 

  • ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.95 – 5.95% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 5.58 – 10.50% ต่อปี

สำหรับรถบรรทุก

  • ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.50 – 7.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.36 – 12.55% ต่อปี

สำหรับรถตู้

  • ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.75 – 6.10% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.03 – 10.74% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.thanachartbank.co.th/

ธนาคารเกียรตินาคิน (Kiatnakin Bank)

Kiatnakin-Bank

KK New Car ให้วงเงินอนุมัติสูง ผ่อนสบาย ง่ายเรื่องเอกสาร

  • วงเงินอนุมัติสูงสุด 95% ของราคารถยนต์
  • ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 84 งวด
  • มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อคอยให้บริการลูกค้าถึงที่ทั่วประเทศ
  • มีโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เหมาะสมกับอาชีพและรายได้ลูกค้า

ปี 2561 อัตราดอกเบี้ยรถใหม่ อยู่ที่ 2.65%-15.81% ต่อปี

สำหรับรถยนต์ใหม่

  • ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 2.65 – 8.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 4.77 – 15.81% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.kiatnakin.co.th/th/personal-banking/loan/auto-loan/kk-new-car

กรุงศรีออโต้ (Krungsri Auto)

Krungsri-Auto-Promotion-2018

ถอยรถใหม่ป้ายแดง ทั้งได้รถ ทั้งได้ลุ้น ที่งาน Motor Expo 2018

พบ กรุงศรี ออโต้ ที่งาน Thailand International Motor Expo ถอยรถใหม่ป้ายแดง ทั้งได้รถ ทั้งได้ลุ้น รับข้อเสนอพิเศษ กรุงศรี นิว คาร์ สินเชื่อรถใหม่ ดาวน์เริ่มต้นที่ 5%* ผ่อนสบายสูงสูด 84 เดือน* ดอกเบี้ยพิเศษ* ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน (สำหรับผู้สมัครที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น) อนุมัติไวภายใน 15 นาที (เมื่อเอกสารครบ) *เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ

สมัครสินเชื่อรถใหม่ รับทันที กระเป๋าถือสุดหรู มูลค่า 550 บาท รับตุ๊กตาหมี กรุงศรี ออโต้ สำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อภายในงาน และ Add Friend กรุงศรี ออโต้ พิเศษสำหรับลูกค้าเก่า กรุงศรี นิว คาร์ รับเพิ่ม บัตรน้ำมัน มูลค่า 2,000 บาท

ลุ้นรับของกำนัลรวมกว่า 1.7 ล้านบาท ที่บูธ กรุงศรี ออโต้ V09 – V13 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ประตู 1 เมืองทองธานี วันที่ 29 พ.ย. 61 – 10 ธ.ค. 61 เวลา 12.00 – 22.00 น.

กรุงศรี นิว คาร์ สินเชื่อรถใหม่
– ดาวน์เริ่มต้นที่ 5%*
– ผ่อนสบายสูงสูด 84 เดือน*
– ดอกเบี้ยพิเศษ*
– ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน (สำหรับผู้สมัครที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น)
– อนุมัติไวภายใน 15 นาที (เมื่อเอกสารครบ)

* เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.krungsriauto.com/auto/Promotion.html

Carro-Toyota-Hiace-Commuter-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถตู้รุ่นถือได้ว่า ขายดีและขายได้มากที่สุดของ Toyota นั่นคือ … Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1967 ถึงปัจจุบันก็ 52 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น และยังเป็นที่นิยมของรถตู้ในบ้านเราอีกด้วย

สำหรับรถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) จัดได้ว่าเป็นรถตู้ยอดนิยมในตลาดอันดับ 1 ก็ว่าได้ มีทั้งรถตู้ขนของ รถตู้รับจ้าง รถตู้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งทนทาน ซ่อมง่าย ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง (ประจำปี 2562) Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ทาง Carro ขอประเมินราคาเฉพาะรุ่น “หัวจรวด” และรุ่นปัจจุบัน ที่ทาง Toyota เริ่มต้นขายรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2532 – 2547 และ 2547 – ปัจจุบัน นะครับ ไปเช็คราคากันได้เลยครับ!

Toyota Hiace โฉมปี 1989-2004

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1989-1993

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 80,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 80,000 บาท
  • Hiace ตู้ Hi-Roof ดีเซล 2.4 ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 90,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1993-1996

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงยาว หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 150,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 1997-2000

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 180,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 180,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 230,000 บาท
  • Super Wagon ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงสั้น ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 160,000 บาท
  • Super Custom ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 160,000 บาท

Toyota-Hiace

รุ่นปี 2001-2004

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ -150,000 – 250,000 บาท
  • ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ -150,000 – 250,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 200,000 – 310,000 บาท
  • Super Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • Grand Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 190,000 บาท

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2004-ปัจจุบัน

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2004-2006 (Hiace / Commuter ประกอบในญี่ปุ่น)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 400,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 650,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2006-2011 (Hiace ประกอบในมาเลเซีย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 500,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 600,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 600,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 840,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 630,000 บาท
  • Ventury Majesty เบนซิน 2.7 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 730,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2012-2015 (Commuter ประกอบในไทย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 Eco ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 700,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 1,180,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 660,000 – 1,140,000 บาท

Toyota-Commuter

รุ่นปี 2015-ปัจจุบัน

  • ดีเซล 3.0 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 780,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 M/T – A/T หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 1,100,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 G – ดีเซล 3.0 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 860,000 – 1,300,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้รถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) หรือ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองติดต่อสอบถามกับทาง Carro ได้ครับ หรือคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถใช้งานได้อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

Ford-Mustang-USA-2018

Ford Mustang ใหม่ มาแน่ นำเข้าจาก USA มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ในราคา 3,599,000 – 4,799,000 บาท

https://www.youtube.com/watch?v=g9D5hkYoXbU

หากจะพูดถึง Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ขึ้นมา บรรดาหนุ่มใหญ่ หรือคนที่รักในรถอเมริกัน ต่างรู้จัก “ม้าป่า” ตัวนี้ กันดีแน่นอน เพราะรถรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของ Ford เลยก็ว่าได้ ในการให้กำเนิดรถสไตล์ Pony Car และ Muscle Car นับตั้งแต่ปี 1964 และได้รับความนิยมไปทั่วโลกอีกหนึ่งรุ่น

Ford-Mustang-USA-2018

แน่นอนว่า ตั้งแต่ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ตัดสินใจนำเข้า และเปิดรับจอง Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ฟอร์ด เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยวันที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยขายผ่านตัวแทนจำหน่าย Ford Mustang จำนวน 19 แห่ง ทั่วประเทศ

Ford-Mustang-USA-2018

Ford-Mustang-USA-2018 Ford-Mustang-USA-2018

โดย Ford Mustang เวอร์ชั่นไทย มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack และ 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack มาพร้อมออพชั่นมากมาย

Ford-Mustang-USA-2018 Ford-Mustang-USA-2018

ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบ SYNC 3 ใหม่ล่าสุด พร้อมโหมด Application  Tracl Apps ช่วยจำลองการขับขี่แบบสนามแข่ง ชุดเฟืองท้าย Limited Slip และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว โดยรุ่น 5.0 GT ใช้ระบบเบรกของ Brembo 

รายละเอียดเครื่องยนต์ Ford Mustang 2018 เวอร์ชั่นอเมริกา (อาจแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย)

  • เครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost ความจุ 2.3 ลิตร Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 310 แรงม้า (HP) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 475 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที
  • เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 5.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 460 แรงม้า (HP) ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 570 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที

ทั้งสองรุ่น ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด SelectShift

Ford-Mustang-USA-2018

Ford Mustang ที่จะขายในประเทศไทย ถูกประกอบที่โรงงาน Rock Assembly Plant รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา

ราคาจำหน่าย Ford Mustang 2018 อย่างเป็นทางการในไทย มีดังนี้

  • 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท
  • 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท
IphoneXs-Xr-VS-UsedCar

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ 10 รถมือสอง ที่ราคาเท่า “iPhone Xr, Xs และ Xs Max

เป็นที่ทราบกันแล้วนะครับว่า สำหรับ iPhone Xr / iPhone Xs และ iPhone Xs Max ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ไปใน USA ตั้งแต่เมื่อคืนของวันที่ 13 กันยายน 2561 (ตามเวลาในประเทศไทย) ซึ่งมีคุณสมบัติและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น จอใหญ่ขึ้น ขยายความจุเป็น 512GB! (ถูกใจสาวก Apple กับ iPhone หรือเปล่า ไม่แน่ใจนะ?)

iPhone-XR-Thai-Price

iPhone-XS-Thai-Price

iPhone-XS-Max-Thai-Price

ภาพจาก IPhoneMod.net

และแน่นอนอยู่แล้วว่าราคาของ iPhone Xr / iPhone Xs และ iPhone Xs Max ต้องปรับสูงขึ้นกว่ารุ่นเดิมแน่นอน ทำให้สาวก iPhone ต้องคิดแล้วล่ะว่า ตีราคาออกมาเป็นเงินไทย สูงมากเลยทีเดียว (รุ่น Top สุด ราคาเหยียบครึ่งแสนเข้าไปแล้ว! เราจะย้อนกลับไปใช้โทรศัพท์มือถือ ราคาครึ่งแสน เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีแล้วหรือเนี่ย!)

เอาเงินนี้ ไปซื้ออย่างอื่นดีกว่าหรือเปล่า? ซื้อรถมือสองดีมั้ย?

Carro ขอแนะนำ 10 รถมือสอง ที่คุณสามารถซื้อได้ในราคาของ iPhone Xr / iPhone Xs และ iPhone Xs Max ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ว่ามือถือรุ่น Top ราคาจะสามารถซื้อรถมือสองได้ 1 คัน!

Carro จึงขอนำเสนอรถยนต์มือสอง ในช่วงประมาณยุค 90 ที่มีราคาตั้งแต่ 3 – 5 หมื่นบาท ที่มีความทนทาน ดูแลง่าย อะไหล่พอหาได้เยอะหน่อย จะมีรุ่นใดบ้าง … เชิญอ่านได้เลยครับ

Toyota Corolla 1.3 / 1.6 (EE100/AE101)

Toyota-Corolla-AE101

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) เป็น Corolla “สามห่วง” รุ่นที่ถือว่าสร้างตำนานในบ้านเราอีกรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ ถือเป็นรุ่นแรกที่ใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง เปิดตัวในไทยเมื่อ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ (แค่พอวิ่งได้) ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ก็มีคนลงขายแล้วครับ แต่ถ้าจะเอาแบบสภาพดีๆ หน่อย ก็ต้องเพิ่มงบไปอยู่ที่ประมาณ 5 – 6 หมื่นบาทครับ …

Toyota Corona 1.6 (AT191/ST191)

Toyota-Corona-ST191

Toyota Corona (โตโยต้า โคโรน่า) รุ่น “ท้ายโด่ง” “ท้ายแยก” ยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่น และถือเป็นโคโรน่ารุ่นสุดท้ายที่ขายในไทย โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง ในภายหลังเพิ่มรุ่น Exsior ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงินประมาณ 4 หมื่นบาท ก็สามารถหารุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร (หรือรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร สภาพโทรมๆ บางคัน) มาขับได้แล้ว แต่ถ้าอยากได้ดีกว่านี้ ก็ต้องจ่ายแพงเพิ่มขึ้นกว่านั้น

Honda Civic 1.5 / 1.6 (EG)

Honda-Civic-EG

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อปี 2535 โดยเป็นรุ่น 4 ประตูมาก่อน พอในปี 2536 ถึงจะเป็นตัวแฮทช์แบค 3 ประตู เปิดตัวตามมาทีหลัง สร้างยอดจองถล่มทลาย 10,000 คัน หลังจากเปิดตัวไปใน 7 วัน

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ 91 แรงม้า, 1.6 ลิตร หัวฉีด 120 แรงม้า และ 1.6 ลิตร VTEC 130 แรงม้า ที่ตามมาในภายหลัง และยังมีรุ่น 4 ประตู VTi นำเข้าจากญี่ปุ่นอีกด้วย มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด มีเงินแค่ 3 หมื่นบาทกลางๆ ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้ 4 ประตู (ถ้าตัว 3 ประตู อาจต้องเพิ่มเงินอีกนิดนึง) มาขับได้แล้ว แต่ก็ตามสภาพนะครับ

Honda Accord 2.0 (CB)

Honda-Accord-CB

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) รุ่นนี้มีฉายาว่า “ตาเพชร” ซึ่งก็ถือเป็นรถรุ่นแรกๆ ในไทย ที่ใช้ไฟหน้าแบบ “มัลติรีเฟล็กเตอร์” (Multi-Reflector) ที่ให้ความสว่างกว่าไฟหน้าโคมแก้วทั่วไป จนกลายมาเป็นฉายาของรุ่นนี้ โดยเปิดตัวเมื่อปี 2533 ในยุคนั้นถือว่าขายดีมาก ตั้งแต่เป็นรถครอบครัว ไปยันเป็นรถระดับผู้บริหารใช้ …

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ 112 แรงม้า และ 2.0 ลิตร หัวฉีด 135 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีเงินประมาณ 3 หมื่นบาทปลายๆ ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับเท่ๆ (กับซ่อมไปด้วย) ได้แล้ว!

Nissan Sunny 1.5 / 1.6 (B14)

Nissan-Sunny-B14

Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) อีก 1 รถยอดนิยมจากค่ายสยามกลการในอดีต สำหรับ นิสสัน ซันนี่ B14 เปิดตัวในปี 2537 ออกมาในหลายโฉมมาก ขายมาจนถึงช่วงปี 2543

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส GA15DE 105 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส GA16DE 120 แรงม้า ต่อมาปรับปรุงใหม่เป็นรหัส GA16DNE 110 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด แบบตามสภาพ มีให้เลือกเยอะแยะ ตั้งแต่ราคาประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ไปจนถึง 5 หมื่นบาท

Nissan Bluebird 2.0 SSS (U13)

Nissan-Bluebird-SSS-U13

Nissan Bluebird (นิสสัน บลูเบิร์ด) “SSS” เป็น Bluebird รุ่นสุดท้ายที่ขายในบ้านเรา โดยการนำเข้าจากญี่ปุ่นของ สยามกลการ สมัยนั้น ถ้าใครที่ชอบรถนำเข้ารูปทรงสวย ดูไม่ล้าสมัย ออพชั่นเพียบ เครื่องแรง ก็ลองหาตัวนี้มาเล่นกันดูครับ (แต่ก็หาสภาพดีๆ ยากหน่อยนึง)

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส SR20DE 145 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด เอาแบบรถเน่าๆ เลยนะ 2 หมื่นกว่าบาท ก็มีคนขายให้เห็นมาแล้ว ส่วนตามสภาพ มีเงิน 3 – 4 หมื่นบาท ก็สามารถหาซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้แล้ว

Mitsubishi Galant Ultima

Mitsubishi-Galant-Ultima

Mitsubishi Galant Ultima (มิตซูบิชิ กาแลนท์ อัลติม่า) ถือเป็น Galant รุ่นสุดท้าย ที่ประกอบขายในบ้านเรา ในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมจากคนชอบแต่งรถบ้าง เปิดตัวในปี 2537 ขายลากยาวกันมาจนถึงช่วงปี 2541 ได้ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 4G63 140 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร V6 รหัส 6A12 155 แรงม้า

ราคาในตลาด แบบตามสภาพนะ มีเงิน 3 หมื่นกว่าบาท ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้แล้ว ถือเป็นรถรุ่นใหญ่น่าใช้ ในราคามือสองที่ขายกันถูกมากๆ

Mazda 323 (BH) / 323 Astina 1.8 (BH)

Mazda-323

Mazda-323-Astina

Mazda 323 (มาสด้า 323) และ Mazda 323 Astina (มาสด้า 323 แอสติน่า) ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่มี Astina ขายพ่วงด้วย และอยู่ภายใต้การจำหน่ายของกมลสุโกศล เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2537 และขายมาเรื่อยๆ จนถึงประมาณปี 2541 ก่อนที่ มาสด้า กมลสุโกศล จะโดนบริษัทแม่เข้ามาควบรวมกิจการไปในปี 2542

มาสด้า 323 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส B6 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ส่วนในรุ่น Astina ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส BPD 125 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาในตลาด มีเงิน 3 หมื่นปลายๆ ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้แบบตามสภาพมาขับได้แล้ว ส่วน Astina อาจจะต้องเพิ่มเงินนิดๆ แต่จริงๆ แล้ว แค่ 4 หมื่น ก็พอหารถแบบตามสภาพได้แล้วครับ

อันสุดท้าย เผื่อคนอยากได้รถยุโรป … BMW 520i / 525i (E34)

BMW-Series-5-E34

BMW ซีรี่ส์ 5 โฉม E34 ในยุคที่บริษัท ยนตรกิจ จำกัด เป็นผู้จำหน่าย เริ่มเผยโฉมในไทยเมื่อปี 2532 มีให้เลือกทั้งรุ่น 520i, 525i, 520iS และยังมีรุ่นแวกอน นำเข้ามาตามสั่งอีกด้วย ตัวรถภายนอกดูสปอร์ต เท่ ภายในหรูหรา ถูกใจวัยรุ่นวัยเฒ่าทั้งหลาย ที่ชอบรถหรูๆ แนวผู้บริหารใช้ ในราคาที่สมัยก่อนตอนออกใหม่ซื้อไม่ไหว …

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 150 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 192 แรงม้า … รุ่นนี้ได้ขายเรื่อยๆ ในบ้านเรา จนถึงปลายปี 2539 แล้วลากขายรถในสต๊อกจนถึงปี 2540

ราคาในตลาดยุคนี้ มีรถมือสองรุ่นนี้ โผล่มาแบบถูกอย่างเหลือเชื่อ ถ้าแบบเน่าๆ เลยนะ มีเงิน 3 หมื่นปลายๆ ก็สามารถซื้อรถรุ่นนี้มาขับได้แล้ว! สุดยอดจริงๆ! (แต่ค่าซ่อม ไม่รู้ต้องเตรียมไว้เท่าไหร่นะ …) ถ้าจะให้ดี หารุ่นนี้ราคาประมาณ 6 – 7 หมื่นบาท หรือหลักแสนดีกว่า ได้สภาพรถที่ดีกว่าด้วยครับ …

(สงวนลิขสิทธิ์)

Carro-Honda-Jazz-GD

Honda Jazz (GD) : ผู้เปิดตลาดรถ Sub-Compact แบบ 5 ประตู ให้กลับมานิยมในไทยอีกครั้ง

ก่อนที่ผมจะพูดถึง Honda Jazz มือสอง เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รู้ลึกถึงรายละเอียด ต้องเล่าย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 1996 … หลังจากที่ Honda เลิกขาย Honda City (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ไปไม่นานนัก

Honda-Logo

ในเดือนตุลาคม 1996 Honda ได้ผลิตรถรุ่น “Logo” ในรูปแบบ Sub-Compact 3 ประตู และ 5 ประตู (GA3/4/5) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร จำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงส่งออกไปยังแถบเอเชียบางประเทศ และในยุโรป แต่ไม่ประสบความสำเร็จ …

ตอนหลังฮอนด้าต้องไปแก้โหงวเฮ้งใหม่ พัฒนาปรับปรุงรถออกมาใหม่ จนออกมาเป็น “Honda Fit” ผลิตขายไปทั่วโลก และมาเป็น “Honda Jazz” (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นแรกในไทยครับ.

Honda-Fit-GD
Honda Jazz รุ่นแรก สร้างขึ้นภายใต้รหัสโครงการ MK พัฒนาให้มีรูปทรงคล้ายรถ MPV ย่อส่วน บนพื้นฐานโครงสร้างใหม่ “Global Small Platform” มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “i-series” ภายใต้หลักการพัฒนาแบบ “SMALL MAX Series” (Mileage MAX, Fun MAX, Coolness MAX และ Personal MAX) ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา อเนกประสงค์ หลากหลายการใช้งาน ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยี G-Force Control เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
Honda-Fit-Zenshin

รูปทรงภายนอก ออกแบบตามหลัก “ZENSHIN (Zhen Shin) Cabin Form” ตัวถังลู่ลม เน้นประหยัดน้ำมัน ไฟหน้ากลมโตแบบ Bubble Canopy กระจกด้านข้างตัวรถแบ่งเป็น 4 ส่วน ประตูบานหน้าแบ่งการเปิดได้ 3 ตอน เปิดได้กว้างสุดถึง 970 มม. และไฟท้ายรูปทรงแบบ Cylinder Design

Honda-Fit-GD
Honda-Fit-GD

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบในรูปแบบ “Sporty & Personal” ด้วยแผงคอนโซลเรียบง่าย เน้นการใข้งานสะดวก โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมแบบสปอร์ต วิทยุ Bulit-In พร้อมทั้งออกแบบให้ถังน้ำมันอยู่บริเวณใต้เบาะนั่งคู่หน้า

Honda-Fit-GD
Honda-Fit-GD

เบาะนั่งภายในห้องโดยสารแบบ “Ultr Seat” ปรับพับได้หลายรูปแบบ ทั้ง Utility Mode, Long Mode, Tall mode และ Refresh Mode นอกจากจะสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถยกเก็บเบาะนั่งแบบราบหรือพับขึ้น เมื่อต้องการวางสัมภาระทรงสูงได้ พร้อมเนื้อที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมากถึง 382 ลิตร

แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 21 มิถุนายน 2001 (ปี 2544) มาพร้อมกับจุดเด่นและคุณสมบัติที่กล่าวมา ซึ่งถูกใจคนเมืองและคุณผู้หญิงมากๆ ทำให้ได้รับความนิยมทันทีที่เปิดตัว! และคว้ารางวัล Car of the Year Japan 2001-2002 ไปในปีเดียวกัน

Honda-Jazz-GD-Thai
ส่วน Honda Jazz ในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 ณ สยามสแควร์ (ซึ่งช้ากว่าประเทศญี่ปุ่นประมาณ 2 ปีกว่า โดยในบ้านเราตอนนั้น Honda เปิดตัว Honda City ขายกันไปก่อน) โดย Honda Jazz รุ่นนี้มาพร้อม Concept “Jazz Up Your Life” สีสันแห่งความสนุกใหม่ที่เป็นคุณ
Honda-Jazz-GD-Thai

ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถที่ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แบบ i-DSi (Intelligent-Dual & Sequential Ignition) และห้องโดยสารภายในแบบ Space Magic ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ระบบพวงมาลัยแบบ Steermatic ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT กดปุ่ม +- เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ 7 สปีด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ในราคา 508,000 – 603,000 บาท

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม. ที่ 2,700 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีเฉพาะล้อหน้า

รุ่นย่อยในช่วงแรก มีให้เลือกตั้งแต่ S MT – AT – AT (AS) และ E MT – AT – AT (AS)

Honda-Jazz-GD-Thai

เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นอายุ 18-30 ปี และคนวัยทำงานใหม่ๆ (กลุ่มคน Young at Heart ก็ได้ด้วยเช่นกัน) รวมถึงผู้หญิง ซึ่งได้รับความนิยมในบ้านเราสุดขีด สร้างยอดจอง 10,000 คันแรกในระยะ 2 เดือนหลังเปิดตัว ถือเป็นปรากฏการณ์การจองรถที่สูงมากในตลาด

ทำให้ Honda Jazz กลายเป็นรถ Sub-Compact ที่ขายได้สูงสุดในประเทศไทยนับแต่เปิดตัวมา ถึงขนาดที่บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ ต้องซื้อไปเป็นของรางวัลสำหรับแจกให้คนร่วมสนุกชิงโชคของสินค้านั้นๆ เป็นจำนวนมาก

ช่วงกลางปี 2547 Honda ได้แนะนำรุ่นพิเศษ Honda Jazz Sport Version รุ่น E (AS) AT ใส่ชุดแต่งรอบคันจากโรงงาน มีเฉพาะสีขาว สีเทา และสีดำ ในราคา 679,000 บาท

Honda-Jazz-GD-Thai-2004
ในเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่ม Jazz รุ่น E-V ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ในราคา 617,000 – 685,000 บาท
Honda-Jazz-GD-Thai-2004
มาพร้อม Slogan โฆษณา “The Fun Never Stops” กับ “พอลล่า เทเลอร์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์รถรุ่นนี้ ชูสีตัวรถที่เพิ่มมาใหม่ เช่น สีชมพู และสีขาว เป็นต้น ซึ่งกล่าวได้ว่า Honda Jazz เป็นรถรุ่นที่ทำให้คนไทยหันกลับมานิยมรถยนต์สีขาวและสีขาวมุก จนรถยนต์หลายๆ ค่ายต้องตามเทรนด์ ออกรถยนต์สีขาวกันมาเป็นแถว และทำให้รถยนต์สีขาวมุก เป็นที่นิยมมาจนถึงบัดนี้
Honda-Jazz-GD-Thai-2004
Honda-Fit-Dynamite
และในปี 2547 ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษ ที่ผลิตออกมาโดยผู้จำหน่ายอิสระอย่าง revo (ปัจจุบันบริษัทปิดไปแล้ว) ทำ “Jazz Dynamite” ออกมาขายแบบเดียวกับ “Mugen Fit Dynamite” เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในชื่อ Jazz by revo สไตล์ Dynamite by revo
Honda-Jazz-Dynamite-Revo
ภาพจาก mgronline.com

โดยชุดแต่งที่นำมาติดนั้นมีเกือบ 20 ชิ้น อาทิ กันชนหน้า-หลัง แบบสปอร์ต, สเกิร์ตรอบคัน, สคูประบายลมฝากระโปรงหน้า, สปอยเลอร์หน้า-หลัง, โป่งล้อรอบคัน, ท่อไอเสียคู่, กระจังหน้าแบบตะแกรงสไตล์สปอร์ตพร้อมคาดโครเมียม, ล้อแม็ก Dynamite 7 X 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/40 R17 และ โลโก้ Honda สีแดง

นอกจากชุดแต่งรอบคันเพิ่มความสวยแล้ว ทาง revo ยังเพิ่มสมรรถนะให้กับแจ๊ซ โดยเฉพาะรุ่นที่นำเครื่อง K20A Turbo 260 แรงม้า พร้อมเบรก Brembo 4 ล้อ, ไฟหน้า Projector, เบาะหนังสปอร์ตแบบ Bucket Seat และมาตรวัด Mugen มาใส่แบบจัดเต็ม ในราคาหลักล้าน!

Honda-Jazz-Dynamite-Revo
ภาพจาก mgronline.com

Jazz by revo ในตอนนั้นมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สี คือรุ่น i-DSI เกียร์ธรรมดา ราคา 830,000 บาท รุ่น i-DSI เกียร์อัตโนมัติ ราคา 995,000 บาท รุ่น VTEC เกียร์ธรรมดา ราคา 1,302,000 บาท และรุ่น VTEC เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,337,000 บาท สำหรับสีมีให้เลือก 4 สี คือ ฟ้า, เหลือง, ขาว และสีแดง (รุ่น Top)

เดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Cool ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ไฟตัดหมอกหน้า, กระจังหน้าสปอร์ต, คิ้วกันสาด, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน, ชุดตกแต่งเรือนไมล์โครเมียม, ชุดตกแต่งสวิตช์แอร์-ฝาครอบเกียร์-ฝาปิดที่วางแก้ว-แผงควบคุมกระจกไฟฟ้า 4 บาน สีเงิน, คิ้วบันไดสแตนเลส และสัญลักษณ์ Cool ด้านท้าย

ในเดือนตุลาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Plus สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มาพร้อมกับไฟตัดหมอก, คิ้วกันสาด, สปอยเลอร์หลัง, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, คิ้วบันไดสแตนเลส และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน

Honda-Jazz-X-Treme

อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Jazz Safety มาพร้อมระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi ในราคา 552,000 – 620,000 บาท, Jazz X-Treme ใส่ชุดแต่งสปอร์ตทั้งคัน, ไฟตัดหมอก, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และท้อไอเสียคู่ DOOV สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 657,000 – 725,000 บาท และ Jazz Cool II ออกมาเพิ่มเติมอีก สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 634,000 – 712,000 บาท

Honda ยังได้ร่วมกิจกรรมเพื่อการโปรโมทรถ อย่างรายการ Channel [V] Thailand VJ Search Take 4By Honda Jazz Cool โดย Honda ร่วมกับ แชนแนล วี ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมประกวดค้นหาวีเจหน้าใหม่ ภายใต้ชื่อ “Channel[V]Thailand VJ Search Take 4” ในเวลานั้นอีกด้วย

Honda-Jazz-2006
ส่วนในไทย 28 กุมภาพันธ์ 2549 Honda ได้เปิดตัว Honda Jazz (Minorchange) ที่มาพร้อม Slogan โฆษณา “Make The Move.” “ขยับชีวิตให้มีสีสัน กับความสนุกเร้าใจใหม่” เพื่อชนกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyota Yaris ที่ออกมาในช่วงนั้นพอดี
Honda-Jazz-2006
Honda-Jazz-2006

Honda Jazz (Minorchange) งวดนี้ชูจุดเด่นด้วยการใช้สีเหลือง Helios Yellow Pearl ที่เป็นสี Premium ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น หน้าตาตกแต่งใหม่แบบสปอร์ต ชุดไฟท้ายแบบ LED ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ i-DSi และ VTEC เหมือนเดิม พร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S, V และ SV โดยเริ่มรุ่นย่อยของรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มีเฉพาะรุ่น S เท่านั้น ในราคา 539,000 – 705,000 บาท (สีเหลือง เฮลิออส มีเฉพาะรุ่น SV และต้องเพิ่มเงินอีก 10,000 บาท)

Honda-Jazz-2006
ขณะที่รุ่น SV จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่นปกติ คือ โคมไฟหน้าด้านในสีเดียวกับตัวรถ, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, เบาะสีดำ, กุญแจรีโมท, มาตรวัดเรืองแสง, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า, มือจับเปิดประตูด้านในโครเมียม และไฟอ่านแผนที่
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Body-Color
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Specifications
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Specifications

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Jazz (GD) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม รูปทรงสวยน่ารัก แต่งสวย สมรรถนะดี (ตัว VTEC) คุณภาพเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน อเนกประสงค์ในการใช้งาน ไว้ขับรถไปเที่ยวก็ได้ รับลูก ส่งของ ขนของ ไปซื้อของ เรียกได้ว่าได้หมด! แถมขาซิ่งยังหาของแต่งได้ง่ายอีกด้วย

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถือเป็นรถท้ายตัดแบบ B-Segment ที่ยังน่าใช้อีกหนึ่งรุ่น ช่วงล่างนิ่มนวล เกาะถนนดี (แต่ถ้าวิ่งเกิน 160 กม./ชม. ก็จะเริ่มบินแล้ว) ส่วนเรื่องวัสดุภายใน ก็ถือว่าพอได้ การเก็บเสียงภายในรถค่อนข้างดี

แต่รถอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มันก็มีบ้างที่จะต้องซ่อม ถ้าเตรียมงบก้อนใหญ่ไปเลยก้อนนึงไว้ก็ดี สำหรับดูแลรักษาตัวรถ ก็ถือว่าคุ้มเพราะจะได้ใช้ยาวๆ ไปอีก 10 ปี แต่โดยรวมแล้วรุ่นนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหรอกครับ ถ้าชอบประหยัด ก็เลือกรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi แต่ถ้าชอบแรงหน่อย ก็เลือกรุ่นเครื่องยนต์ VTEC

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง อะไหล่เพียบ แต่ต้องระวังเรื่องเกียร์ CVT เป็นพิเศษ เพราะหลายคันเริ่มมีปัญหา (พัง) ต้องเตรียมงบไว้ยกเกียร์ หรือซ่อมเกียร์ แต่ในกรณีทั่วไป เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ก็ตกปีละ 10,000 – 15,000 บาท

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า ไม่ต้องห่วง เพราะมีเพียบ ทั้งของเก่าไทย เก่าญี่ปุ่น ของแท้ ของเทียบ ของเทียม มีเพียบ …

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 155,000 – 300,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Jazz (GD) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Jazz ได้เลยครับผม

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Cover-เก็บเงินวันละ 100 บาท ซื้อรถมือสองรุ่นไหนได้บ้าง

มีสลึง พึงบรรจบ ให้ครบบาท … เก็บเงินวันละร้อยบาท ก็ซื้อรถมือสองได้ …

แม้ว่าช่วงนี้ เศรษฐกิจจะไม่ดีนัก การเงินฝืดเคือง จะเก็บเงินซื้ออะไรสักอย่าง ก็อาจจะต้องใช้เวลา โดยต้องวางเป้าหมายไว้ เริ่มจากเก็บเงินน้อยๆ ไปก่อน รวบรวมให้ได้มากๆ ก็จะเป็นเงินก้อนใหญ่ขึ้นมาเอง …

Carro จะมาแนะนำครับ ว่า หากคุณเก็บเงินเพียงวันละ 100 บาท จะซื้อรถอะไรได้บ้าง …

Keep-100-Baht-Toyota-Corolla-EE101-AE101-Blog

เก็บเงินวันละ 100 บาท 1 ปี …

เพียงคุณเก็บเงินวันละ 100 บาท แค่ 1 ปี เป็นจำนวนเงิน 36,500 บาท คุณก็สามารถซื้อ Toyota Corolla (EE100/AE101) แบบตามสภาพได้ 1 คัน เหมาะสำหรับคนที่กำลังตั้งเนื้อตั้งตัว ได้รถที่อึด ถึก ทน ไว้ใช้หาเงิน หรือให้เมียไว้ใช้ขับไปส่งลูกที่โรงเรียน

Keep-100-Baht-BMW-Series-5-E34-Blog

เก็บเงินวันละ 100 บาท 2 ปี …

เพียงคุณเก็บเงินวันละ 100 บาท แค่ 2 ปี เป็นจำนวนเงิน 75,000 บาท คุณก็สามารถซื้อ BMW Series 5 (E34) สภาพต้องไปลุ้นเอา (ว่าซ่อมมากน้อยแค่ไหน) ได้ 1 คัน เหมาะสำหรับคนชอบรถหรูคันใหญ่ๆ หน่อย จากแดนเยอรมนี และยังมีเงินส่วนต่างเหลือไว้ซ่อม อีกนิดหน่อยครับ

Keep-100-Baht-Mercedes-Benz-C-Class-W202-Blog

เก็บเงินวันละ 100 บาท 5 ปี …

เพียงคุณเก็บเงินวันละ 100 บาท แค่ 5 ปี เป็นจำนวนเงิน 179,000 บาท คุณก็สามารถซื้อ Mercedes-Benz C-Class (W202) สภาพงามๆ ได้ 1 คัน เหมาะสำหรับคนชอบรถหรูรุ่นเริ่มต้น กับรถตราดาวสามแฉกครับ

Keep-100-Baht-Toyota-Vios-Honda-City-Blog

เก็บเงินวันละ 100 บาท 10 ปี …

เพียงคุณเก็บเงินวันละ 100 บาท แค่ 10 ปี เป็นจำนวนเงิน 365,000 บาท คุณก็สามารถซื้อ Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) หรือ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ได้แล้วครับ แถมยังเหลือเงินส่วนต่าง เอาไว้ซ่อมได้อีกด้วยครับ

Keep-100-Baht-Toyota-Vios-Honda-CR-V-Blog

เก็บเงินวันละ 100 บาท 15 ปี …

เพียงคุณเก็บเงินวันละ 100 บาท แค่ 15 ปี เป็นจำนวนเงิน 523,000 บาท คุณก็สามารถซื้อ Honda CR-V (เจเนอเรชั่นที่ 3) ได้ 1 คันครับ แถมยังเหลือเงินส่วนต่าง เอาไว้ซ่อมได้อีกด้วยครับ

ซื้อรถมือสอง ต้องเก็บเงินวันละ 100 บาท แต่ถ้าจะขายรถมือสอง ต้องมาขายที่ Carro (คาร์โร) ครับ …

Carro-Honda-City-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Honda City ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถยนต์นั่งในรูปแบบ Sub-Compact ยอดนิยมที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของ Honda นั่นคือ … Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2539 ถึงปัจจุบันก็ 22 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 4 เจเนอเรชั่น เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ยอดขายนั้นมีมากมายขนาดไหน

แถมยังเป็นรถที่คนเล่นรถมือสอง นิยมซื้อมาใช้ในหลากหลายภารกิจ ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ขับรถไปส่งลูก ส่งของ ทำธุระ หรือจะได้ขับออกต่างจังหวัดก็ได้ เป็นรถที่จัดว่าขับสนุก ช่วงล่างใช้ได้ ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง Honda City (ประจำปี 2562) ตอนนี้ อยู่ในตลาดที่ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Honda City โฉมปี 1996-2002

Honda-City-Gen-1

รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ปี 1996-1999 (นับรวม City S ที่ออกมาในปี 1997 ด้วย)

  • 1.3 Li / LXi / EXi ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 70,000 บาท

เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในปี 1997

รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทุกรุ่นย่อย ปรับเป็นรุ่น “Limited” (เพิ่มกุญแจรีโมท / พนักเท้าแขน / ไฟเบรกดวงที่ 3 / แผ่นรองป้ายทะเบียนโครเมียม / คิ้วบันไดสแตนเลส) ในปี 1998

  • 1.5 LXi / EXi / EXi Airbag / LXi-S / EXi-S ราคามือสองโดยประมาณ 40,000 – 75,000 บาท
  • 1.5 R ใส่ชุดแต่งทั้งคัน (ปี 1997) ไม่พบการซื้อ-ขาย รุ่นนี้ ในท้องตลาด

ปี 1999 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City Type Z” + เครื่องยนต์ VTEC LEV

  • 1.5 Li / EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 110,000 บาท
  • รุ่น Millennium (ปี 2000) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 110,000 บาท
  • 1.5 LXi (ปี 2001) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 90,000 บาท
  • รุ่น Smart เพิ่มเครื่องเสียงชุดใหญ่จาก KENWOOD และสัญญาณกันขโมย (ปี 2001) 1.5 EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 65,000 – 110,000 บาท

Honda City โฉมปี 2002-2009

Honda-City-Gen-2

ปี 2002 เครื่องยนต์ i-DSi

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 190,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 200,000 บาท

ปี 2004 เพิ่มเครื่องยนต์ VTEC

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 190,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 140,000 – 200,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 210,000 บาท
  • 1.5 E-V MT (AS) / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 210,000 บาท
  • 1.5 Sports E-V MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 150,000 – 210,000 บาท

ปี 2005 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City ZX”

  • 1.5 A (เครื่อง i-DSi) MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 145,000 – 250,000 บาท
  • 1.5 V MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 170,000 – 250,000 บาท
  • 1.5 SV MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 180,000 – 260,000 บาท
  • 1.5 EV AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 180,000 – 260,000 บาท
  • 1.5 LV (เบาะหนังแท้) AT (AS) (ปี 2006) ราคามือสองโดยประมาณ 180,000 – 260,000 บาท

Honda City โฉมปี 2009-2014

Honda-City-Gen-3

*รวมรุ่นปี 2011 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 230,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 V AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 SV AT (SRS) ราคามือสองโดยประมาณ 290,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V Society AT / AT (SRS) (ปี 2011) ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 380,000 บาท
  • 1.5 V Modulo AT (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 390,000 – 430,000 บาท
  • 1.5 V Wise Edition AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 380,000 บาท
  • 1.5 SV AT (VSA) (ปี 2013) ราคามือสองโดยประมาณ 425,000 – 460,000 บาท

ปี 2012 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 295,000 – 400,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 440,000 บาท

Honda City โฉมปี 2014-ปัจจุบัน

Honda-City-Gen-4

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 530,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 420,000 – 550,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 460,000 – 599,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 480,000 – 600,000 บาท

ปี 2014 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 420,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 430,000 – 500,000 บาท

ปี 2017 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 455,000 – 510,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 520,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 520,000 – 530,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 530,000 – 600,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 620,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

Cover-Carro-Toyota-Fortuner-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Toyota Fortuner ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถยนต์อเนกประสงค์ที่ขายดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่งของโตโยต้า นั่นคือ “Toyota Fortuner” ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2548 ของโครงการ IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์อย่างล้นหลาม ยอดจองมากมาย กลายเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV ในประเทศไทย และยังเป็นรถยอดฮิตในตลาดต่างประเทศ อีกด้วย

ย้อนไปเวลานั้น … หลายคนอาจจะซื้อรุ่นนี้ ในตอนที่ยังเป็นรถป้ายแดงไม่ไหว เนื่องจากมีราคาอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านบาทได้ ก็ต้องมามองหารถมือสองดู เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า และสามารถนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจ หรือจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นได้

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง Toyota Fortuner (ประจำปี 2562) ตอนนี้ อยู่ในตลาดที่ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Toyota Fortuner โฉมปี 2004 (ปลายปี) -2008

Toyota-Fortuner

  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 405,000 – 520,000 บาท
  • 3.0 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 385,000 – 670,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Exclusive (ปี 2005-2006) ราคามือสองโดยประมาณ 550,000 – 620,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Smart (ปี 2006-2007) ราคามือสองโดยประมาณ 540,000 – 650,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 385,000 – 570,000 บาท

Toyota Fortuner โฉมปี 2008-2011

Toyota-Fortuner

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 580,000 – 730,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 495,000 – 780,000 บาท
  • 3.0 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 950,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 800,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto (ปี 2009) ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 750,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto II ปี 2010) ราคามือสองโดยประมาณ 750,000 – 850,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo I / II (ปี 2009-2010) ราคามือสองโดยประมาณ 625,000 – 800,000 บาท

Toyota Fortuner โฉมปี 2011-2015

Toyota-Fortuner

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 640,000 – 850,000 บาท
  • 2.5 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 700,000 – 900,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 860,000 บาท
  • 3.0 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 760,000 – 1,120,000 บาท
  • 3.0 V 2WD 50 ปี โตโยต้า (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 780,000 – 1,050,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo (ปี 2012 – 2015) ราคามือสองโดยประมาณ 760,000 – 1,120,000 บาท

Toyota Fortuner โฉมปี 2015-2018

Toyota-Fortuner

  • 2.4 G MT 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,000,000 – 1,120,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,050,000 – 1,350,000 บาท
  • 2.7 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,230,000 – 1,360,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,350,000 – 1,490,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 1,140,000 – 1,530,000 บาท
  • 2.8 V 4WD TRD Sportivo ราคามือสองโดยประมาณ 1,380,000 – 1,560,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมินอาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ถึงไม่มีเงินล้าน คุณก็เป็นเจ้าของ Toyota Fortuner ได้เช่นกัน ถึงจะเป็น Toyota Fortuner มือสองก็ตามที การได้เป็นเจ้าของรถยอดนิยม รถใช้งานได้ดี จ่ายถูกกว่าแต่ใช้งานได้คุ้มกว่าน่าจะเป็นความสุขของคนใช้รถ ที่สำคัญหากวันไหนคุณเบื่ออยากเปลี่ยนรถใหม่ รถ Toyota Fortuner มือสองของคุณ น่าจะซื้อง่ายขายคล่องเป็นที่ต้องการของตลาดรถยนต์มือสองแน่นอน

Used-Car-Loan-Rates

3-Steps-For-Buying-Used-Car

เมื่อคุณคิดจะซื้อรถมือสองสักคันหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยความอยากได้ ความจำเป็นในการใช้งาน ถ้าหากซื้อด้วยเงินสดได้เลยก็คงจะดี เพราะไม่ต้องมีภาระมาผ่อนรถทุกเดือนในภายหลัง ส่วนใหญ่มักติดเรื่องงบประมาณมีไม่เพียงพอ ต่อการซื้อรถมือสองด้วยเงินสดทีเดียวได้

การพึ่งพาสถาบันทางการเงิน หรือบริษัทไฟแนนซ์ต่างๆ ก็เหมือนจะเป็นทางออกของคนอยากมีรถมือสอง เลือกปฏิบัติกัน …

แต่การเลือกซื้อรถมือสองนั้น ดอกเบี้ยย่อมต่างไปจากรถมือหนึ่งอยู่พอสมควร กล่าวคือ ปีรถยิ่งเก่า ดอกเบี้ยยิ่งแพง และดอกเบี้ยรถกระบะ หรือรถตู้ จะแพงกว่าดอกเบี้ยรถเก๋ง ซึ่งหากคุณคิดจะซื้อรถมือสอง และนำรถเข้าไฟแนนซ์ ถ้าเป็นไปได้ อายุรถไม่ควรเกิน 5 ปี จะได้ดอกเบี้ยถูก ไม่เกิน 4.5% ต่อปี

ส่วนการคำนวณดอกเบี้ยรถมือสอง ดูได้ใน Link นี้ครับ –> https://th.carro.co/blog2/news-finance-used-car-ep3/

ธนาคารไทยพาณิชย์ (CAR.SCB)

SCB-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2018

SCB-Bank-Car-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2562 รถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ไม่เกิน 9 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) 10% และรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป 17%

และ รถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ไม่เกิน 9 ปี อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี
(Effective Interest Rate) 20% และรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป 34%

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://car.scb/used-car

ลีสซิ่งกสิกรไทย (Kasikorn Leasing)

KLeasing-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 3.75 – 14.97 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

สำหรับรถเก๋ง

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2554 – 2555 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.95 – 6.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.78 – 13.49% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2558 – 2559 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.50 – 6.70% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 6.90 – 13.20% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2560 – 2561 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.25 – 6.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 6.40 – 12.71% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2554 – 2555 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.20 – 7.60% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.27 – 14.97% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2558 – 2559 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.95 – 7.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.78 – 14.68% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2560 – 2561 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.70 – 7.20% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.29 – 14.18% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.kasikornleasing.com/th/loan/Pages/auto-hire-purchase-used.aspx

กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง (KTB Leasing)

KTB-Leasing

KTB-Leasing-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2562 ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 2.60 – 4.55 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.ktbleasing.co.th/Content/System/MainSaleCar

ธนาคารธนชาต (Thanachart Bank)

Thanachart-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2019

ปี 2562 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.90%-18.80% ต่อปี

สำหรับรถเก๋ง

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2005 – 2009 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.95 – 11.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.15 – 18.09% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2010 – 2011 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.65 – 9.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.63 – 16.44% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2012 – 2013 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.35 – 9.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.10 – 15.86% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2014 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.90 – 9.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.29 – 15.19% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ / รถตู้

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2005 – 2009 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 5.65 – 11.50% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 10.37 – 18.80% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2010 – 2011 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 5.25 – 10.40% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.68 – 17.23% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2012 – 2013 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.75 – 10.10% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.80 – 16.80% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2014 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.40 – 9.75% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.19 – 16.29% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.thanachartbank.co.th/TbankCMSFrontend/PersonalTHDetail.aspx?PTypeID=9&ProID=127&PName=Personal

ธนาคารเกียรตินาคิน (Kiatnakin Bank)

Kiatnakin-Bank

ปี 2562 อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 3.75 – 15.00% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.kiatnakin.co.th/th/personal-banking/loan/auto-loan/kk-used-car

ธนาคารทิสโก้

Tisco-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ร้อยละ 6.00 – 7.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 10.97 – 13.51% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.tisco.co.th/th/rates.html

กรุงศรีออโต้ (Krungsri Auto)

Krungsri-Auto

ปี 2562 กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เริ่มต้น ร้อยละ 4.00 – 19.00 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน

กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน เป็นบริการสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองโดยตรงจากเจ้าของรถหรือที่เรียกกันว่า รถซื้อ-ขายกันเอง หรือรถบ้าน

จุดเด่นของสินเชื่อรถบ้าน “กรุงศรี รถบ้าน” (Rod Baan)
  • ให้วงเงินสูงสุดถึง 90% ของราคาประเมินรถยนต์ของธนาคารฯ
  • ดอกเบี้ยต่ำ
  • ผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน
  • ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน (เฉพาะผู้สมัครที่มีสัญชาติไทย)
  • ให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อขายจนถึงการขอสินเชื่อเช่าซื้อ ทำสัญญา และประเมินราคารถ และสะดวกรวดเร็วกับ บริการดิลิเวอรี่ ที่ให้บริการทำสัญญาถึงบ้าน

กรุงศรี ยูสด์ คาร์ สินเชื่อรถเต็นท์

ให้ท่านเป็นเจ้าของรถเต็นท์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องรอเก็บเงินก้อน ด้วยสินเชื่อรถเต็นท์ กรุงศรี ยูสด์ คาร์

พบข้อเสนอที่หลากหลาย พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของท่านจากธนาคาร อาทิ วงเงินสินเชื่อประมาณ 80% ของราคารถ ระยะเวลาการเช่าซื้อนานสูงสุด 84 เดือน ดาวน์น้อย หรือไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.krungsriauto.com/auto/Products.html

ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ (CIMB Thai Auto)

CIMB-Thai-Auto

CIMB-Thai-Auto-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ร้อยละ 11.75 – 22.75% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 19.15 – 34.98% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.cimbthaiauto.com/product-usedcar-cal.htm

เงินติดล้อ

Ngerntidlor-เงินติดล้อ-Interest-Rate-2019

ปี 2562 รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถบัส รถบรรทุก อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่สูงสุด

  • ปีรถ 2542-2546 1.75% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2547-2551 1.50% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2552-2556 1.25% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2557-2562 1.00% ต่อเดือน

(เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 21.46%-36.74% ต่อปี)

ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.88% ต่อเดือน

สินเชื่อทะเบียนรถ โปะได้ ปลดหนี้เร็ว ต้นลด ดอกลด
ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. 62 ถึง 31 พ.ค. 62

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.ngerntidlor.com/