Nissan-Skyline-R32-GTR-Godzilla

ถ้าจะให้ผมพูดถึงรถในตำนานของ Nissan (นิสสัน) อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งถ้าใครที่เป็นคนเล่นรถอยู่แล้ว ย่อมไม่มีทางไม่รู้จักกันอย่างแน่นอน กับ Nissan Skyline (นิสสัน สกายไลน์) จากต้นกำเนิดที่เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางระดับหรู Prince Skyline (พรินซ์ สกายไลน์) ของแบรนด์ Prince Motor (พรินซ์ มอเตอร์) ที่ถือกำเนิดในเดือนเมษายน 1957

ต่อมา ทาง Nissan Motor (นิสสัน มอเตอร์) ไปควบรวมกิจการของ Prince Motor เป็นผลสำเร็จในช่วงเดือนสิงหาคม 1966 จากนี้ Nissan จึงพัฒนาต่อเป็นรถยนต์ในชื่อ Nissan Skyline และก็ได้เริ่มปฐมบทแห่งตำนานรถซิ่ง ที่นักสะสมรถตัวจริงจากทั่วโลกต้องหามาเก็บไว้ จวบจนปัจจุบัน

Nissan-Skyline-R32-GTR-1989

แต่ถ้าเราจะโฟกัสไปถึงประวัติและรายละเอียดของ Nissan Skyline แต่ละรุ่น ก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่ามีค่อนข้างเยอะมากๆๆๆ เนื่องจากเป็นรถที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ส่วนหนึ่งเพราะจากชื่อเสียงของ GT-R (จีทีอาร์) ที่ถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1969 ภายใต้รหัส C10 และ C110 นั่นเอง

ก่อนที่โลกนี้จะเจอวิกฤตการณ์ทางด้านพลังงานช่วงกลางยุค 70 ทำให้ชื่อของ GT-R ก็พลอยหายไปด้วย … และกลับมาใหม่ในอีก 16 ปีต่อมา (ปี 1989) นี่ถือว่าเป็นจุดที่ GT-R เริ่มกลับมาโดดเด่นอย่างแท้จริง ในโฉม R32, R33 และบูมสุดขีดกับในรหัส R34

Nissan-Skyline-R32-GTR-1989

ทำให้รถยนต์ในตระกูล Skyline มือสอง ไม่ว่าจะในไทย ในญี่ปุ่น หรือในโลกนี้ ต่างมีราคาพุ่งขึ้นมาอย่างมหาศาล! และโดดเด่นถึงขั้นเทียบเท่าระดับรถสปอร์ตระดับ Super Car ไปแล้วในยุคปัจจุบัน

ทำไม Skyline R32 ยังได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ เพราะอะไรนั้น? MR.CARRO จะพาท่านไปรู้จักกับประวัติ Skyline R32 กันให้ละเอียดหนำใจครับ

Nissan-Skyline-R32-Naganori-Ito

ผู้ออกแบบ Nissan Skyline (R32) – Naganori Ito

Nissan Skyline (R32) ได้เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 8 พฤษภาคม 1989 เป็นผลงานการออกแบบโดย Naganori Ito (伊藤修令) ในฐานะลูกศิษย์ผู้รับช่วงต่อจาก Shinichiro Sakurai (桜井眞一郎) ในปี 1986 ที่สร้างผลงานการออกแบบ Nissan Skyline มานับตั้งแต่รหัสรุ่น S50 ยาวนานจนถึงโฉม R31 อย่างเต็มตัว (โดย Skyline R31 Naganori Ito ก็ยังได้มีส่วนช่วยในการออกแบบร่วมกับ Shinichiro Sakurai ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม)

Nissan-Skyline-R32-GTS-t-Coupe-1989

Nissan-Skyline-R32-GTS-t-Sedan-1989

Nissan Skyline (FR32/HR32/HCR32/HNR32/ER32/ECR32/BNR32) ในโฉมนี้ให้เลือกเฉพาะรูปแบบ 4 ประตู Hardtop และ 2 ประตู Coupe เท่านั้น รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล กับตัวถังแบบแวกอน ไม่มีในโฉมนี้อีกต่อไป (ซึ่งต่อมาแตกไลน์ออกไปเป็น Nissan Stagea) ตัวรถผลิตที่โรงงานใน Musashimurayama ประเทศญี่ปุ่น โดยเจ้า R32 ออกมาในช่วงที่ Skyline ผลิตครบ 3 ล้านคันพอดี!

ได้รับคำชมเชยอย่างมากในเรื่องของการออกแบบตัวรถภายนอก ที่ดูไหลลื่น สวยงามอย่างไร้ที่ติ เสมือน “Space Fish” (ปลาอวกาศ) ที่ทาง John Dykstra ผู้อำนวยการสร้าง Special Effects โฆษณาของ Skyline รุ่นนี้ (ในชุดแรก) ให้ฉายาไว้ บวกกับไฟท้ายแบบโดนัท 4 ดวงอันโดดเด่น

Nissan-Skyline-R32-AD-1989-1991

สำหรับโฆษณาของ Skyline ที่ฉายทาง TV ในชุดต่อๆ มา (ในตัว Minorchange) นั้น อาจจะออกดูหวานๆ โรแมนติก เน้นกลุ่มสาวๆ ซื้อไปขับด้วยซ้ำไป! I Love You, SKYLINE.

มิติตัวรถของทุกรุ่น ยาว 4,530 – 4,580 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,325 – 1,345 มม. ระยะฐานล้อ 2,615 มม.

Nissan-Skyline-R32-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้ชุดแผงคอนโซลดูเรียบง่าย พร้อมเบาะนั่งหนานุ่ม กระชับ มาพร้อมพวงมาลัย 3 ก้านรูปทรงผอมเพรียว พร้อมนำสวิทช์ควบคุมปัดน้ำฝน และสวิทช์ไฟหน้า ไปติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของตัวชุดแผงหน้าปัด ดูล้ำสมัย มาพร้อมระบบ Active Amenity System หรือ แอร์ไฟฟ้า และชุดเครื่องเสียง PRO Acoustic Sound ส่วนถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ยังเป็นอุปกรณ์ติดตั้งพิเศษ

Nissan-Skyline-R32-Interior

Nissan-Skyline-R32-Interior

ชุดช่วงล่างหน้า-หลัง แบบมัลติลิงค์อิสระ พร้อมระบบเลี้ยวทั้งสี่ล้อ HICAS (High Capacity Actively Controlled Steering) ที่ใช้แรงดันจากปั๊มเพาเวอร์ 2 ห้อง ควบคุมการเลี้ยวของล้อหน้าและล้อหลัง ช่วงให้วงเลี้ยวแคบขึ้น และทำงานร่วมกับดิสก์เบรก 4 ล้อ ส่วนระบบส่งกำลัง มีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

Nissan-Skyline-R32-Engine

สำหรับรุ่นย่อย โอ โอ้ว! บอกได้เลยว่ามีหลากหลายมากๆ เริ่มด้วยตั้งแต่ …

– รุ่น GXi, GXi Type X (FR32) แบบ 4 ประตู Sedan มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส CA18i แบบ 4 สูบ SOHC ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม. ที่ 3,200 รอบ/นาที

– รุ่น GTE, GTE Type-X/X.V, SV/V (HR32) ในรุ่น Sedan มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส RB20E แบบ 6 สูบ SOHC ให้แรงม้าสูงสุด 125 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.5 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบ/นาที

– รุ่น GTS, GTS SV/V, Type-J/X, Urban Road (HR32), GTS (HCR32 – เพิ่ม Super HICAS) ในรุ่น Sedan และ Coupe มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส RB20DE แบบ 6 สูบ DOHC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.8 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

– รุ่น GTS-t, GTS-t Type-M/S (HCR32), GTS-4 (HNR32 – ขับ 4WD + เพิ่ม Super HICAS ตามมาในเดือนสิงหาคม 1989) ในรุ่น Sedan และ Coupe มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส RB20DET แบบ 6 สูบ DOHC Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 215 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 27.0 กก.-ม. ที่ 3,200 รอบ/นาที

*รหัสรุ่น H หมายถึงเครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร

Nissan-Skyline-R32-Suspension

ส่วนรายละเอียดเครื่องยนต์ในรุ่น Minorchange อ่านต่อด้านล่างเน้อ …

Nissan-Skyline-R32-GTR-1989

Nissan-Skyline-R32-GTR-1989

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 1989 Nissan ได้เปิดตัว “Nissan Skyline GT-R (BNR32)” อีกครั้ง หลังจากที่ยุติการผลิตไป 16 ปี เพื่อต้องการส่งรถเข้าแข่งขันในรายการ Japanese Touring Car Championship (JTCC) ใน Group A จึงพัฒนา Nissan Skyline GT-R ในรหัส BNR32 ออกมาโดยเฉพาะ แล้วส่งรถเข้าแข่งขัน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จทั้งในประเทศ และต่างประเทศเสียด้วยสิ และกลายเป็นรถในตำนานของ Skyline จวบจนปัจจุบัน

Nissan-Skyline-R32-JTCC

นอกจากจะชนะการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในญี่ปุ่น 29 รางวัล และชนะ Super GT 2 ปีซ้อนติดต่อกัน แถมยังชนะการแข่งขัน Australian Touring Car Championship (ATCC) ถึง 3 ปีติดต่อกัน ระหว่างปี 1990 – 1992

Nissan-Skyline-R32-ATCC

ซึ่ง R32 ได้ฉายา “Godzila” (ก็อตซิลล่า) ก็มาจากการแข่งขันที่ครองแชมป์มาหลายปี Skyline สามารถล้มยักษ์ตัวเต็งได้ จนสื่อออสเตรเลียเอาไปเรียกว่าเป็น “Monster From Japan” นี่ล่ะครับ!

Nissan-Skyline-R32-GTR-1989

วางขุมพลังอันลือลั่นระดับโลก ของคนรักรถซิ่งตลอดกาล กับรหัส RB26DETT ขนาด 2.6 ลิตร (2,568 ซีซี) แบบ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 280 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 36.0 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ต่อจากนี้ Nissan ก็จะออกรุ่นพิเศษให้กับ Skyline มาเยอะมากๆ เริ่มตั้งแต่ …

Nissan-Skyline-R32-GTR-NISMO-1990

ในเดือนกุมภาพันธ์ 1990 NISMO (นิสโม) สำนักแต่งของนิสสัน ทำ Skyline GT-R NISMO รุ่นพิเศษออกมาจำหน่าย จำนวนจำกัดแค่ 500 คันเท่านั้น (และยังมีรุ่นสำหรับการแข่งขัน อีก 60 คัน)

26 กันยายน 1990 เปิดตัวรุ่นพิเศษ Urban Road แบบ 4 ประตู GTS ใช้เครื่องยนต์ RB20DE

24 มกราคม 1991 เปิดตัวรุ่นพิเศษ V Selection แบบ 2 ประตู Sports Coupe GTS ฉลองแชมป์ All-Japan Touring Car Championship ในปี 1990 ของญี่ปุ่น

Nissan-Skyline-R32-V-Selection-Reebok

เดือนพฤษภาคม 1991 เปิดตัวรุ่นพิเศษ Reebok Version แบบ 2 ประตู Sports Coupe GTS

ส่วนรุ่น GT-R N1 สำหรับแข่งขันในสนาม ตามออกมาในเดือนกรกฎาคม 1991 ผลิตออกมาประมาณ 228 คัน

Nissan-Skyline-R32-1991

พอถึง 20 สิงหาคม 1991 ก็ได้เวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์สักที … พร้อมเพิ่มรุ่น GTS-25 SV, Type-X (ER32) และ GTS-25 Type-S/XG (ECR32) ลงมาเล่นในตลาด 2.5 ลิตร เป็นครั้งแรก และปลดเครื่องยนต์รหัส RB20DE ขนาด 2.0 ลิตร ออกไป

วางขุมพลังรหัส RB25DE ขนาด 2.5 ลิตร แบบ 6 สูบเรียง DOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 23.0 กก.-ม.ที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด 5E-AT

Nissan-Skyline-R32-V-Selection-II-Autech

17 มกราคม 1992 เปิดตัวรุ่นพิเศษ GTS-V Selection-II ฉลองแชมป์ All-Japan Touring Car Championship อีกครั้ง

20 เมษายน 1992 Autech Japan บริษัทลูกของนิสสัน จับรุ่น 4 ประตู มาแต่งในชื่อ Autech Version GTS-4 (HNR32) ยัดพลังรหัส RB26DE ที่ตัด Turbo คู่ใน RB26DETT ออกไป ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 220 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.0 กก.-ม.ที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด E-AT

พร้อมระบบ ATTESA 4WD (ย่อมาจาก Advance Total Traction Engineering System For All-Terrain) และ Super HICAS ผลิตจำนวนจำกัด 201 คัน

เดือนพฤษภาคม 1992 เปิดตัวรุ่นพิเศษ GTS SV แบบ 2 ประตู Sports Coupe ฉลองครบรอบการผลิตรถยนต์ครบ 40 ล้านคัน

5 พฤศจิกายน 1992 เปิดตัวรุ่นพิเศษ GTE Type X / V แบบ 4 ประตู ฉลองครบรอบ 35 ปี ของสกายไลน์

เดือนมกราคม 1993 เปิดตัวรุ่นพิเศษ GTS type J และรุ่น GTS-t Type M แบบ 2 ประตู Sports Coupe ฉลองครบรอบ 60 ปี Nissan

Nissan-Skyline-R32-GTR-V-Spec-1993

3 กุมภาพันธ์ 1993 เปิดตัว GT-R V-Spec (V-Spec ย่อมาจาก Victory Specification) รุ่นปรับแต่งของ GT-R ให้แรงขึ้นไปอีก โดดเด่นด้วยชุดฝากระโปรงและกันชนหน้าจาก NISMO ระบบเบรก Brembo หรือล้อแม็ก BBS ขนาด 17 นิ้ว เป็นต้น

เดือนพฤษภาคม 1993 เปิดตัวรุ่นพิเศษ GTE Type X แบบ 4 ประตู และรุ่น GTS Type J แบบ 2 ประตู Sports Coupe ฉลองครบรอบ 60 ปี Nissan

แม้ว่า Nissan Skyline (R33) เจเนอเรชั่นที่ 9 จะเปิดตัวจำหน่ายแล้ว ในเดือนสิงหาคม 1993 Nissan ก็ยังเดินหน้าผลิต R32 GT-R ต่อไปจนถึงเดือนตุลาคม 1994 (ส่วนรุ่น R32 เวอร์ชั่นธรรมดา เลิกผลิตตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 1993 แล้ว)

Nissan-Skyline-R32-GTR-V-Spec-II-1994

จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 1994 ก็มีรุ่นทิ้งทวนอย่าง GT-R V-Spec II ปรับออพชั่น ลดน้ำหนักตัวรถ ออกมาจำหน่ายให้เป็นตำนานของ R32 ก่อนจะปิดตำนานในเดือนพฤศจิกายน 1994 …

บทสรุป … Nissan Skyline (R32) มียอดการผลิตทั้งหมด 313,491 คัน แบ่งออกเป็นรุ่นปกติ 269,554 คัน และรุ่น GT-R 43,937 คัน ส่วนแบบ V-Spec มียอดผลิตรวม 2,756 คัน

Nissan-Skyline-R32-Modify

นอกจากนี้ ยังมีบรรดาสำนักแต่งรถต่างๆ จับเอาเจ้า Skyline R32 มาแต่งในสูตรของตัวเองเพื่อออกจำหน่ายกันอยู่ก็ค่อนข้างเยอะ อาทิ Tommykaira M20 (จากรุ่น GTS-t Coupe), Tommykaira M30 (จากรุ่น GTS-t Coupe), Tommykaira R (จากรุ่น GT-R), HKS EN2-A (จากรุ่น GTS-t Coupe), HKS Zero-R (จากรุ่น GT-R), HKS Zero-R 2006 Spec (จากรุ่น GT-R), IMPUL R32 Sports Limited (จากรุ่น GTS-t Type M), IMPUL R32-R (จากรุ่น GT-R)

และ Skyline GT-R S&S Limited Version ที่พัฒนาโดย Shinichiro Sakurai หรือ “บิดาแห่ง Skyline” ในเดือนตุลาคม 2000 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 32 คัน ซึ่งขายหมดภายในนาทีเดียว! และเป็น GT-R R32 เพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น ที่เป็นเกียร์อัตโนมัติ

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

สำหรับ Skyline R32 จัดว่าเป็นรถยนต์ในตำนานไปแล้ว มีแต่คนมองหา มาสะสมกัน ทั้งในแบบ 2 ประตู และ 4 ประตู และกฎหมายนำเข้ารถใช้แล้ว (หรือรถจดประกอบ) หรือนำเข้าสิทธินักเรียนนอก ในบ้านเราไม่อนุญาตแล้ว ส่งผลให้ราคาตัวรถยิ่งดีดขึ้นกระฉูด ในบ้านเรานำรุ่นธรรมดาหลายคัน มาแปลงเป็น GT-R ก็เยอะ หากเป็นรุ่น V-Spec แท้ๆ ยิ่งเป็นที่ต้องการ เพราะหายากมากในไทย!

ส่วนตัวแท้ๆ ที่นำเข้ามาในยุคสยามกลการ ผมเคยได้ยินเสียงเล่าเสียงลือจากในอดีต เห็นว่านำเข้ามาแค่ 2 คันเท่านั้น และก็มีทาง เอม มอเตอร์ สปอร์ต นำเข้าตัวแข่งของ GT-R ในยุคนั้น

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รถแนวนี้ การใช้งานในชีวิตประจำวันคงมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เน้นแต่งซิ่ง เก็บสะสม การขับขี่ค่อนข้างจะแบบดิบๆ หน่อย เน้นความมันส์

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รถรุ่นนี้แทบจะร้อยทั้งร้อยมักอัดของแต่งมาเต็มที่ เปลี่ยนเครื่อง โมเครื่อง กันมาเกือบหมด มาทีหลายร้อยแรงม้า การดูแลก็ย่อมต้องเต็มที่ไปด้วยเช่นกัน เตรียมงบไว้ดูแลปีละ 50,000 – 200,000 บาท ส่วนอะไหล่เก่าของรุ่นนี้ ตามเชียงกงยังพอมี เพราะที่ญี่ปุ่นยังเล่นกันเยอะ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 1,000,000 – 6,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

สำหรับใครที่อยากขายรถ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ได้ เราให้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการ Copy เป็นอันขาด! หากมิได้รับอนญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

7-New-Cars-Manual-Transmission

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่า รถยนต์เกียร์ธรรมดา ค่ายรถส่วนใหญ่เลิกผลิตกันแล้ว เนื่องจากตัวเลขยอดขายที่น้อยลงเรื่อยๆ ราคามือสองขายต่อตกมากกว่า อุปกรณ์มาตรฐานน้อย เพราะมักจะเป็นรุ่นเริ่มต้นเสมอ การใช้งานไม่เหมาะกับบรรยากาศรถติดๆ ในเมืองกรุงซะเลย ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ในไทย แต่เป็นแบบนี้ในหลายประเทศทั่วโลก

แม้ว่ารถเกียร์ธรรมดา จะทำให้บรรยากาศการขับรถของเราได้สนุกขึ้นมาบ้าง ขาซ้ายไม่ว่าง มือซ้ายไปสับเกียร์กันตลอด ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังอยากสัมผัสอะไรแบบนี้กันอยู่

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 7 อันดับ รถเกียร์ธรรมดาป้ายแดง ที่ค่ายรถยังผลิตขายประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL MT ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2S MT – 1.2E MT ราคา 420,000 – 480,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : สปอยเลอร์หลัง, ไฟท้าย LED (เฉพาะรุ่น E), กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น E), เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่อง AUX/USB (เฉพาะรุ่น E), ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, กุญแจรีโมท (เฉพาะรุ่น E) และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ (เฉพาะรุ่น E)

Mitsubishi-Mirage-2020

3. Mitsubishi Mirage GLX MT ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้ายแบบ LED, มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast, จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ,ช่องต่ออุปกรณ์ USB และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

New-Mitsubishi-Attrage-2020

4. Mitsubishi Attrage GLX MT ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้ายแบบ LED, มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast, จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ,ช่องต่ออุปกรณ์ USB และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

Suzuki-Ciaz

5. Suzuki Ciaz GL MT ราคา 529,000 บาท

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่องต่อ USB, กุญแจรีโมท, ที่เปิดฝาท้ายรถแบบไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า และล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

Honda-Jazz

6. Honda Jazz S MT ราคา 555,000 บาท

Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รถยนต์หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดาเหลืออยู่ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ชูจุดเด่นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลายรูปแบบ เหมาะอย่างยิ่งกับการใข้งานในเมือง ขนของก็ได้ มีออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E85 อีกด้วย ประหยัดน้ำมัน ใช้งานในเมือง ลงตัวสุดๆ

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง, เครื่องเสียงวิทยุ, Bluetooth/USB/AUX, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

All-New-Isuzu-MU-X-2020

7. Isuzu MU-X 1.9 Luxury MT ราคา 1,254,000 บาท

All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์) ใหม่ ยังเป็นรถ PPV เพียงรุ่นเดียว ที่ผลิตรุ่นเกียร์ธรรมดาออกมาจำหน่าย เป็นรถระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector, ไฟตัดหมอกหน้า LED, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า, ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว, ระบบแนะนำการเปลี่ยนเกียร์ GSI, เบาะนั่งหุ้มหนัง COOLMAX, เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, เครื่องเสียงจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto, ช่องจ่ายไฟ USB 2.4A สำหรับผู้โดยสารหลัง 2 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว ESC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC

MR.CARRO หวังว่า 7 อันดับ รถธรรมดาป้ายแดงที่ยังมีผลิตขายอยู่ หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง เกียร์ธรรมดาอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

รถถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจซื้อรถ ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เน้นเจาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ใหม่ K15B ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

Honda-Brio

7. Honda Brio ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car ที่จำหน่ายในบ้านเรานานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น คือออกมาตั้งแต่ปี 2553 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวแล้ว คือรุ่นย่อย V CVT

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

All-New-Nissan-Almera-2020

8. Nissan Almera ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda-Brio-Amaze

9. Honda Brio Amaze ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่จำหน่ายในบ้านเรามานานอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2554 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

MG3

10. MG3 ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี 3) รถแฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode และยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยอีกด้วย

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ลองเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall ซึ่งรถของเราคัดมาแล้วทุกคัน ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ส่ง Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) ใหม่ บุกตลาดเป็นประเทศแรกในโลก ด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ และติดตั้ง Nissan Intelligent Mobility เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบ เพื่อลูกค้าคนไทยด้วยพลังที่กล้า เพื่อคนแกร่ง

New-Nissan-Navara-2021

ดีไซน์ Concept “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน กระจังหน้าใหม่แบบ Interlock และซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความโดดเด่น ระบบไฟหน้าแบบ QUAD – LED คุณภาพสูง 4 ดวงพร้อม Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED แบบเส้นเดียวที่ทันสมัย โดยไม่ละทิ้ง DNA ของนิสสันที่ท้าทายทุกขีดจำกัด และพร้อมให้ลูกค้าสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ จากชื่อเสียงมากกว่า 80 ปีของรถกระบะนิสสันที่ลูกค้ายอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งทนทาน

New-Nissan-Navara-2021

การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Nissan NEXT ที่ประเทศไทย เป็น 1 ใน 2 ฐานการผลิตนิสสัน นาวารา ใหม่ เพื่อลูกค้าชาวไทยและส่งออกไปกว่า 26 ประเทศ

New-Nissan-Navara-2021

เครื่องยนต์ของนิสสัน มีชื่อเสียงทั้งด้านประสิทธิภาพ และความทนทาน โดย นาวารา ใหม่ มีเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่

  • เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ Twin Turbo เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมด Manual ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • เครื่องยนต์ YS23DDT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • เครื่องยนต์ YD25DDTTi ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันแบบ VGS ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)

นอกจากนี้ ยังคงความสมบูรณ์แบบที่สามารถลุยได้ทุกที่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อาทิ ระบบป้องกันการลื่นไถล (Brake Limited Slip Differential: B-LSD) และ ระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (Electronic Rear Locking Differential) รวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่เสริมฟังก์ชัน Off-Road Meter เมื่ออยู่ในโหมด 4L

เทคโนโลยีที่ให้ความมั่นใจ ปลอดภัย และสะดวกสบายทุกการขับขี่

มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี อาทิ เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Breaking) เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) เทคโนโลยีป้องกันการชนจากจุดอับสายตาอัจฉริยะ (Intelligent Blind Spot Intervention) เทคโนโลยีควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention) รวมถึง เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor ที่มีฟังก์ชัน Off-Road Meter เป็นต้น

ตลอดจนเทคโนโลยีความปลอดภัย เซฟตี้ ชิลด์ (Safety Shield Technology) ที่ครบครัน อาทิ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control: TCS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัจฉริยะ (Vehicle Dynamic Control: VDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (Trailer Sway Assist: TSA) เป็นต้น

New-Nissan-Navara-2021

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ

การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน สามารถทำได้ผ่าน NissanConnect ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto* เพื่อใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ระบบนำทาง (Navigation system) หรือ แอปพลิเคชันฟังเพลงต่างๆ ผ่านหน้าจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงหรือ Voice Recognition

พร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ร่วมกับแอปพลิเคชัน NissanConnect Service บนสมาร์ทโฟน* เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อและดูข้อมูลของรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยมีฟังก์ชั่นเด่นๆ อาทิ การแสดงพิกัดรถยนต์ สถานะรถยนต์ การช่วยเหลือฉุกเฉิน และ ประวัติการขับขี่ เป็นต้น

*เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน

New-Nissan-Navara-2021

สะดวกสบายในทุกการเดินทาง และเต็มที่กับทุกการใช้งาน

ห้องโดยสารของนิสสัน นาวารา ใหม่ ใช้กระจกแบบ Noise-Reducing Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน และกระจกตอนหลังกรองแสงสีชาเพื่อความสบายตา หรูหราด้วยการตกแต่งภายในด้วยหนังแท้รอบห้องโดยสารโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังปรับไฟฟ้า ในตำแหน่งผู้ขับขี่ ที่นั่งด้านหลังเพิ่มความสบายด้วยดีไซน์ใหม่นุ่มสบาย (Comfort rear seating cushions) มีที่พักแขนและที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง รวมถึงพอร์ต USB Type C บริเวณคอนโซลกลาง

สมรรถนะด้านการบรรทุก เป็นที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาโดยตลอด นาวารา ใหม่ ยังตอบโจทย์การบรรทุกหนักด้วยโครงสร้างแชสซีส์ เหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน ที่พื้นที่กระบะตอนท้ายได้เพิ่ม Step ด้านท้ายรถ เพื่อความสะดวกในการใช้งานขึ้นลง รวมถึงการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

New-Nissan-Navara-2021

PRO4X และ PRO2X อีกขั้นของกระบะ Adventure สำหรับทุกความท้าทาย

นิสสัน นาวารา PR04X และ PRO2X ใหม่ถ่ายทอด DNA มาจาก Nissan Titan กระบะ Full-Size ในสหรัฐอเมริกา เสริมความดุดันของดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย กระจังหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ ผสานกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางแบบ All Terrain นิสสัน นาวารา ใหม่ PRO Series

มาพร้อมสีพิเศษ สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เสริมด้วยชุดแต่ง แอคเซนท์สีส้ม-แดง ภายในห้องโดยสาร และเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต พร้อมโลโก้ PRO4X

New-Nissan-Navara-2021

สำหรับสีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีขาว White Solid, สีขาว White Pearl, สีเงิน Brilliant Silver, สีดำ Black Star, สีแดง Burning Red และสีใหม่ Forged Copper

ขณะที่รุ่น PRO series ทั้ง PRO4X และ PRO2X จะมี สีเทา Stealth Gray เพิ่มเป็นทางเลือกเฉพาะรุ่นอีกด้วย

ลูกค้าสามารถจองนิสสัน นาวารา ใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และดูตัวจริงได้ในงาน Motor Espo 2020 โดย นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จะเริ่มส่งมอบนาวารา ใหม่ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563

New-Nissan-Navara-2021

สำหรับราคา Nissan Navara มีดังนี้ครับ / Nissan Navara (Minorchange) Price. Shown in Thai Baht.

King Cab

  • รุ่น S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • รุ่น Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • รุ่น Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • รุ่น Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • รุ่น 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • รุ่น PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • รุ่น PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

ส่วนใครที่อยากขายรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง ก็สามารถปรึกษากับทางเราดูก่อนได้ เพียงแค่คุณขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-Promotion-Motorshow-2020
Covid-19-Motivate-Electric-Car-Growth-Up-In-Thailand

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ฯ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “แนวโน้มและการปรับตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังวิกฤต โควิด-19” เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้ผลิต จากผู้บริหารค่ายรถชั้นนำ ซึ่งต่างนำเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังจากหมดโควิด-19 จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลหันมาสนับสนุน

ในการสัมมนา มี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากร

ภายในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ทาง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 หายไป ส่วนหนึ่งมารถที่หายจากท้องถนนไปเยอะ

ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญ ที่จะมาแก้ปัญหามลพิษบนท้องถนนของประเทศไทยในอย่างถาวร โดยอยากให้ประชาชนร่วมมือสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อรักษามลภาวะสิ่งแวดล้อม

MINE-SPA1-2019

ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เผยว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน จะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีนัก ค่ายรถยนต์จึงจำเป็นต้องปรับการผลิต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช้าหรือเร็วคงต้องรอดูต่อไป

อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19 หรือฝุ่น PM2.5 ลดลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นมุมที่สะท้อนให้คนเร่งหันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น

BMW-i8

ด้าน กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว จะช่วยเร่งการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างมีเทคโนโลยี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคในไทยที่เริ่มรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

โดยสิ่งที่จะกระตุ้นตลาดในไทยก็คือความต้องการซื้อ ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมการลดภาษีฯ การเพิ่มที่ชาร์จไฟฟ้าสาธารณะให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสถานีชาร์จประมาณ 500 สถานี 700 หัวจ่าย พร้อมทั้งขยายโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งหมด

Nissan-Leaf-2019

ขณะที่ สรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ขณะนี้ Nissam (นิสสัน) ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า ญี่ปุ่นจะปรับตัวมีรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เมื่อไร แต่ทาง Nissan มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้นแบบมานานแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : Nissan Hypermini : รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ในยุค 2000

ซึ่งในประเทศไทย Nissan ขอนำเสนอระบบ e-Power ไปก่อน จนกว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดรถ BEV

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Nissan-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Nissan (นิสสัน) Update 5/5/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Nissan (นิสสัน) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการอยากขายรถคันเก่า เอารถของคุณกับ CARRO สิ เรารับซื้อรถมือสอง พร้อมให้ราคาดีที่สุด! คุยง่าย ขายไว ปิดการขายได้เลยใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Nissan-March

March

  • 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท
  • 1.2 S CVT ราคา 495,000 บาท
  • 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Almera

Almera

  • 1.2 S MT ราคา 445,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 476,000 บาท
  • 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท
  • 1.2 E Sportech Special Edition ราคา 550,000 บาท
  • 1.2 V Sportech ราคา 580,000 บาท
  • 1.2 VL Sportech ราคา 637,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New Almera 2020

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท
  • รุ่น N Sport ราคา 650,000 บาท

Nissan-Note

Note

  • 1.2 E CVT ราคา 529,000 บาท
  • 1.2 V CVT ราคา 559,000 บาท
  • 1.2 VL CVT ราคา 589,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Note-2020

Note 2020

  • 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท
  • 1.2 V CVT ราคา 565,000 บาท
  • 1.2 VL CVT ราคา 595,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Sylphy

Sylphy

  • E CVT (E85) ราคา 833,000 บาท
  • V CVT ราคา 869,000 บาท
  • SV CVT ราคา 895,000 บาท
  • DIG Turbo ราคา 1,015,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาว เพิ่ม 8,000 บาท

Nissan-Leaf-2019

Leaf

  • Leaf ราคา 1,990,000 บาท

Nissan-Teana

Teana

  • 2.0 XE ราคา 1,339,000 บาท
  • 2.0 XL ราคา 1,426,000 บาท
  • 2.0 XL Navi ราคา 1.476,000 บาท
  • 2.5 XL Navi ราคา 1,674,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 12,000 บาท

Nissan-GT-R

GT-R

  • GT-R ราคา 10,700,000 บาท
  • GT-R 50th Anniversary ราคา 11,300,000 บาท

Nissan-Kicks-ePower-2020

Kicks e-POWER 2020

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,049,000 บาท ปรับขึ้น 50,000 บาท)
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,103,900 บาท ปรับขึ้น 54,900 บาท)

*หมายเหตุ : สีขาว Storm White (เพิ่มเงิน 10,000 บาท), สีส้ม Monarch Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

สีทูโทน หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น VL) อีก 4 สี

  • สีขาว Storm White – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีส้ม Monarch Orange – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีเทา Gun Metallic – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

Nissan-X-Trail-2019

X-Trail

  • 2.5 S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
  • 2.5 V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
  • 2.5 VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท
  • 2.0 V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
  • 2.0 VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาว เพิ่ม 12,000 บาท

Nissan-Terra-2019

Terra

  • 2.3 V 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD ราคา 1,459,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan-Navara-Black-Edition-2019

Navara

Single Cab

  • SL 6MT ราคา 559,500 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 655,000 บาท
  • SWB 6MT ราคา 769,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 637,000 บาท
  • E 6MT ราคา 667,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 799,500 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 790,000 บาท

Double Cab

  • S 6MT ราคา 693,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 840,500 บาท
  • Calibre EL 6MT ราคา 869,000 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 877,000 บาท
  • Calibre EL 7AT ราคา 914,500 บาท
  • Calibre EL 7AT Black Edition ราคา 950,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 943,500 บาท
  • VL 4WD 7AT ราคา 1,096,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 7,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

Nissan-Navara-Single-Cab-2021

Navara 2021

Single Cab

  • Chassis Cab 6MT ราคา 519,000 บาท
  • S 6MT 6MT ราคา 559,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 575,000 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 649,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน

Nissan-Urvan

Urvan

  • Diesel MT ราคา 1,216,500 บาท

ดูโปรโมชั่น Nissan ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/nissan-new-car-promotion/

10-Cheapest-New-Automatic-Cars-2020

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้เลือกซื้อเลือกใช้กัน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 398,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2E CVT ราคา 495,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Honda-Brio

3. Honda Brio V CVT ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) อีโคคาร์อเนกประสงค์ 5 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าในการใช้งาน ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ เปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : แอร์อัตโนมัติ, เครื่องเสียงแบบ 2DIN พร้อม USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว

Nissan-Almera-2020

4. Nissan Almera Turbo S CVT ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในรูปแบบ “เรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เครื่องยนต์สมรรถนะดี เร่งแซงได้ทันใจ ในรหัส รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

https://www-asia.nissan-cdn.net/content/dam/Nissan/th/vehicles/almera/All-New-Nissan-Almera-2019/Thumb/All-New-Almera-Thumb-S.jpg.ximg.l_12_m.smart.jpg

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC), เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบกุญแจ Immobilizer และล้อกระทะเหล็ก 15 นิ้ว

Suzuki-Swift

5. Suzuki Swift GA CVT ราคา 499,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

New-Mitsubishi-Mirage-2020

6. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Honda-Brio-Amaze

7. Honda Brio Brio V CVT ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าในการใช้งาน ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ เปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : แอร์อัตโนมัติ, เครื่องเสียงแบบ 2DIN พร้อม USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว

 

MG3

8. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

9. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 529,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Toyota-Yaris-ATIV-2020

10. Toyota Yaris ATIV Entry ราคา 529,000 บาท

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

https://www.toyota.co.th/media/files_usage/product/large/9735db93bc875c36a3c7b65b9991cb1d3194c55c144293800b5d5ca84e38ad3f.png

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

ถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Carro-Nissan-Cefiro-A31

หากเราจะย้อนกลับไปดูตลาดรถของไทยสักเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังบูมสุดขีดจากนโยบาย “เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า” ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2531 ทำให้อัตราการโตของเศรษฐกิจไทยสูงมาก และมีคนรวยเกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงต้นยุค 90

เวลานั้น “รถยนต์” ก็เป็นอีกสิ่งที่เรียกได้ว่ากำลังเฟื่องฟูสุดๆ แม้ว่าก่อนปี 2534 ภาษีรถบ้านเรายังคงสูงมากก็ตาม ต่อมาในปี 2534 บ้านเราจึงลดกำแพงภาษีรถยนต์ ทำให้รถรุ่นใหม่ๆ แปลกๆ มากมาย ต่างทยอยนำเข้าขายในบ้านเราอย่างเต็มที่ มีให้เลือกกันสารพัดแบบ แม้กระทั่งรถหรูๆ สำหรับผู้บริหาร ก็มีตัวเลือกหลายยี่ห้อทีเดียว

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

อีกหนึ่งรถยอดนิยมตลอดกาล ที่เกิดขึ้นจากการเป็นรถหรูอย่าง “Nissan Cefiro (นิสสัน เซฟิโร่)” รหัส “A31” กับ “ลีลาแห่งอนาคต” เกิดขึ้นมาพร้อมกันในยุคนี้ กลับกลายเป็นรถที่ชาว “รถซิ่ง” นิยมเป็นอย่างมากทั้งในสนามซิ่ง และสนามดริฟท์ ที่เปิดตัวขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2533 นับถึงวันนี้ก็ครบ 30 ปี พอดี!

ทำไม Cefiro A31 ยังได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ เพราะอะไรนั้น? MR.CARRO จะพาท่านไปรู้จักกับ Cefiro A31 กันให้มากขึ้นครับ

Nissan Cefiro (A31) Live Catalogue

Nissan-Cefiro-A31-Drawing

ขั้นตอนการออกแบบ Nissan Cefiro (A31)

สำหรับ Nissan Cefiro นั้น มีชื่อรุ่นมาจากภาษาสเปน ความหมายในภาษาไทยนั้นหมายถึง “ลมตะวันตก” หรือ “ลมอ่อนๆ” (หรือ Zephyr ในภาษาอังกฤษ)

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน 1988 มาพร้อมกับรูปทรงเพรียวล้ำยุค แบบ Personal Sedan หรือ Executive Car ที่ชอบเรียกกันในยุคนั้น ที่ละม้ายคล้ายกับ Nissan Silvia รถสปอร์ต 2 ประตู ที่ออกมาในเวลานั้น โดยตัวรถออกแบบโดย Satoshi Wada ตั้งใจให้เป็นรถ 4 ประตูขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ แต่มีความสูงไม่มากนักแบบรถสปอร์ต

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

ห้องโดยสารภายใน หรูหรา เบาะนั่งกระชับ มีให้เลือกทั้งรูปแบบ Modern, Elegant และ Dandy

โดย Cefiro A31 รุ่นนี้ ผลิตขึ้นในโรงงาน Musashimurayama เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

ชูจุดเด่น จุดขาย ด้วยความล้ำยุค (ในช่วงปลายยุค 80 ถึงต้นยุค 90) ด้วยชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ เปิด-ปิด อัตโนมัติ, เบาะปรับไฟฟ้า, กระจกมองข้างตัดแสงได้ พร้อมไล่ฝ้า ระบบการควบคุมการขับเคลื่อน 4 ล้อ ATTESA-ETS พร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ HICAS-II และระบบเบรก ABS

กับเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ อย่าง “โช๊คอัพปรับความอ่อน-แข็ง ด้วยไฟฟ้า และปรับน้ำหนักพวงมาลัยตามความเร็วรถ DUET-SS (Super Sonic Suspension)” ที่พัฒนาจากระบบโซนาร์ โดยส่งคลื่นโซนาร์ออกไปที่พื้นถนนและสะท้อนกลับมายังตัวรับสัญญาณบริเวณแชสซีส์หน้า และระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็จะปรับความแข็งอ่อนให้ จะเอาแบบไหน Comfort หรือ Sport เลือกได้ จนหลายคนอยากขโมยไปหาปลา!

Nissan-Cefiro-A31

Nissan-Cefiro-A31

เนื่องจากรถรุ่นนี้ มีพื้นฐานของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างหลัง ใช้ร่วมกันกับ Nissan Skyline (นิสสัน สกายไลน์) รหัส “R32” รถยอดนิยมตลอดกาลของชาวรถซิ่ง รวมถึงในรุ่น Leopard รหัส F31 และ Laurel รหัส C33 ทำให้รถหรูรุ่นนี้ จึงกลายร่างมาเป็นรถซิ่งกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งในไทย และในญี่ปุ่นเอง

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ลุยกับด้วยตระกูล 6 สูบแถวเรียงรหัส RB ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส RB20E 125 แรงม้า, รหัส RB20DE 155 แรงม้า, รหัส RB20DET Turbo 205 แรงม้า มีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด, เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด กับ 5 สปีด ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 1991 Nissan ปรับปรุงระบบความปลอดภัยของ Cefiro ทุกรุ่นย่อย และมีถุงลมนิรภัยด้านคนขับให้เลือกเป็นออพชั่นอีกด้วย ต่อมาในปี 1992 จึงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ พร้อมเพิ่มรุ่น Top สุด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส RB25DE 180 แรงม้า

Nissan-Cefiro-A31

แน่นอนว่ารถรุ่นนี้ Nissan ก็มีผลิตเป็นเวอร์ชั่นส่งออกไปขายยังต่างประเทศ ในแถบลาตินอเมริกา ตุรกี จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงในตะวันออกกลางด้วย ทั้งแบบพวงมาลัยซ้าย และพวงมาลัยขวา ใช้ชื่อรุ่นว่า “Nissan Laurel Altima” (ในไทย มีรุ่นนี้แท้ๆ นำเข้ามาใช้งานด้วย 1 คัน) แต่รายละเอียดหลายอย่างก็ต่างไปจาก Cefiro เช่น เครื่องยนต์ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 102 แรงม้า รหัส CA20S และเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส RB24 141 แรงม้า

สำหรับในไทย …

Nissan Cefiro A31 รุ่นนี้ จุดเริ่มต้นของการขายในประเทศไทยคงต้องยกเครดิตให้กับ บริษัท สยามกลการ จำกัด ที่ได้ไปชมตัวจริง และกล้าตัดสินใจนำความคิดว่ารถรุ่นนี้ขายในไทยได้แน่ๆ เสนอต่อฝ่าย Product Planning บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ในการขอสิทธิ์นำเข้ามาขาย และผลิตจำหน่ายในประเทศไทย

Nissan-Cefiro-A31-XO-Autosport

รถคันแรก ออกจากสายการผลิตของโรงงาน Nissan เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2533 (ภาพจาก LIM-Catalogue)

Nissan-Cefiro-A31-XO-Autosport

ภาพจาก XO-Autosport

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อ 14 มีนาคม 2533 ที่โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา โดยงานนี้ผู้บริหาร นิสสัน จากประเทศญี่ปุ่น ยูทากะ คูเม ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น บินมาเพื่อร่วมงานนี้โดยเฉพาะ

แถมมีลูกค้าสั่งจองไว้ล่วงหน้า กว่า 1,000 คันแล้ว ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ก่อนเปิดตัว! ขายดีจนต้องปิดจองเลยทีเดียว เพราะผลิตไม่ทัน จนเกิดธุรกิจขายใบจองกันเป็นล่ำเป็นสัน

Nissan-Cefiro-A31-XO-Autosport

ภาพจาก XO-Autosport

สนนราคารุ่น 12 วาล์ว เกียร์ธรรมดาอยู่ที่ 950,000 บาท และราคา 990,000 บาท ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ (ในปี 2534 ปรับราคาขึ้น รุ่น Top ขึ้นไปเหยียบล้านนิดๆ! ก่อนจะปรับลดราคาลงมาอย่างมาก จากการจัดเก็บภาษีที่ลดลง เหลือเพียง 790,000 บาท ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และราคา 830,000 บาท ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ คนที่ซื้อไปก่อนหน้าก็ช้ำใจกันไป)

มิติตัวถังยาว 4,710 มม. (ในรุ่น 24 วาล์ว ยาว 4,690 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,375 มม. และระยะฐานล้อ 2,670 มม. น้ำหนักรถ 1,290 – 1,380 กิโลกรัม

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

เวอร์ชั่นไทย เริ่มแรกมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส RB20E แบบ 6 สูบ OHC 12 วาล์ว หัวฉีด ECCS ให้แรงม้าสูงสุด 121 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.6 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ในโฉม 24 วาล์ว ตามมาทีหลัง เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส RB20DE แบบ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว หัวฉีด ECCS ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.5 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด (5E-AT) พร้อมระบบ DUET-EA ควบคุมการส่งกำลังของเกียร์และการทำงานของเครื่องยนต์ให้เต็มประสิทธิภาพ สามารถเลือกได้ทั้ง Auto Mode ใช้งานในเมือง ขับขี่ธรรมดา และ Sport Mode ไว้เรียกพลัง ลากรอบได้นานขึ้น และ Hold สำหรับการล็อกตำแหน่งเกียร์ตามที่เลือกไว้

Nissan-Cefiro-A31-XO-Autosport

ภาพจาก XO-Autosport

ช่วงล่างของ Cefiro A31 ก็ถือเป็นจุดขายสำคัญ ด้านหน้าแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริงชนิดเยื้องศูนย์ พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังเป็นแบบ อิสระ Multi-Link (มัลติลิงค์) พร้อมเหล็กกันโคลง เอกลักษณ์ของช่วงล่างรถ Nissan ในยุค 90

Nissan-Cefiro-A31-Lineup

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานเวอร์ชั่นไทย … ในรุ่น 12 วาล์ว ที่เด่นๆ จุดขายก็ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์, ภายในใช้ชุดลำโพงแบบ Active Sound, เบาะหนังชามัวร์, พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับสูง-ต่ำ ใกล้-ไกล ได้ และคอนโซลหน้า ติดตั้ง Sensor ควบคุมอุณหภูมิให้ทำงานสัมพันธ์กับแอร์แบบอัตโนมัติ กับปุ่มปรับโหมดการทำงานของโช๊คอัพไฟฟ้า DUET-SS และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

ในรุ่น 24 วาล์ว เพิ่มจากรุ่น 12 วาล์ว ได้แก่ กันชนหน้าใหม่ ช่องดักลมยาวขึ้น, ไฟท้ายและแผงทับทิมหลังใหม่ สีแดงเลือดหมูแบบเรียบ ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติ, ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวที่กันชนหน้า, ระบบล็อคประตูรถอัตโนมัติ เมื่อรถวิ่งเกิน 15กม./ชม., ที่วางแขนด้านหลัง มีฝาเปิดไปห้องเก็บของท้ายได้, พวงมาลัย 4 ก้าน เบาะหนังแท้สีดำ, เบาะปรับไฟฟ้า, มาตรวัดรอบดีไซน์ใหม่ มีถึง 9,000 รอบ/นาที และระบบเบรก ABS ในราคา 1,025,000 บาท!

Nissan-Cefiro-A31-Color-Variation

มีสีรถให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White, สีเงิน Greenish Silver M., สีทอง Beige M., สีเขียว Dark Green M., สีดำ Black Mica และสีโปรโมทอย่าง สีฟ้า Blue Grey M.

Nissan-Cefiro-A31-Catalogue

ในปี 2536 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ทั้งรุ่น 12 วาล์ว และรุ่น 24 วาล์ว ปรับกันชนหน้าใหม่ ยาวขึ้น กระจังหน้าใหม่ ชุดไฟท้ายสีแดงสด แบบเรียบ

หลังจากนั้นก็ขายกันไปแบบเรื่อยๆ จนถึงประมาณปี 2538 Nissan Cefiro A32 ขับหน้ารุ่นแรก ที่เข้ามาแทนที่เจ้า Cefiro A31 ที่หมดอายุตลาดไป

บทสรุป

การกำเนิดของ Nissan Cefiro รหัสตัวถัง A31 โฉมนี้ในอดีต แม้ว่าจะเป็นรถหรู ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เหล่าผู้จัดการ หรือผู้บริหาร “ขับเอง” มากกว่า “นั่งข้างหลัง” บ้าง กลับกลายมาเป็นรถซิ่งขับหลัง รถยอดนิยมตลอดกาลของขาซิ่งไปซะงั้น

Nissan-Cefiro-A31

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

สำหรับใครที่เคยเล่นรถรุ่นนี้ หรืออยากจะเล่นรถรุ่นนี้ ก็ต้องเป็นคนนิยมชมชอบในความหรู หรือไม่ก็ความแรงแบบรถขับหลัง (สำหรับรถที่เปลี่ยนเครื่องมาแล้ว)

แต่รถรุ่นนี้ส่วนใหญ่ สภาพจะช้ำซะเยอะ เพราะถูกนำไปแต่งซิ่งกันเยอะสุดๆ จนรถสภาพเดิมๆ กลายเป็นรถหายากไปเลย! ควรเลือกบอดี้รถที่ยังสวยๆ หรือว่าทำสีมาแล้ว ดูด้วยว่าหลังคามีผุหรือเปล่า เพราะรุ่นนี้เป็นกันเยอะ! กับภายในว่าเบาะเน่า หนังแตก มากน้อยแค่ไหน กับระบบ DUET-SS ยังใช้ได้หรือไม่

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าจะเล่นรุ่นนี้แบบเครื่องยนต์เดิมๆ 12 วาล์ว RB20E ตรงรุ่น ที่ดูโบราณไปหน่อย เมื่อเทียบกับรถในยุคเดียวกันที่เป็น ต้องทำใจรับได้กับเรื่องกินน้ำมันแบบดุเดือด และเรี่ยวแรงที่หดหายไปมาก รวมไปถึงเครื่องยนต์แบกน้ำหนักตัวรถไว้มากพอสมควร แต่ก็ได้ความทนทานและความนิ่งเมื่อขับทางไกล ถ้าอยากอนุรักษ์ของเดิมไว้ และต้องใช้รถบ่อยๆ (แต่เงินในกระเป๋าไม่อำนวย) ทางที่ดีควรติดแก๊ส LPG ซะ จะได้ประหยัดขึ้น

และห้องโดยสารภายในที่ค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะชุดเบาะด้านหลัง อาจไม่ถูกใจคนตัวสูงใหญ่เท่าไหร่นัก (หัวแทบติดเพดาน!)

ในยุคที่รถซิ่งกำลังบูม คนที่ซื้อรถรุ่นนี้ไปแต่งจึงนิยมเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่จำนวนมาก นับตั้งแต่เครื่องยนต์ของ Nissan อย่างรหัส RB20DET, RB25DET หรือ RB26DETT หรือแม้กระทั่ง “เครื่อง JZ” จาก Toyota อย่างรหัส 1JZ-GE, 1JZ-GTE, 2JZ-GE และ 2JZ-GTE เป็นต้น

ข้อดีอีกอย่างของรุ่นนี้คือ ของแต่งยังมีมาก แม้ว่าจะมีราคาเริ่มสูงแล้วก็ตาม แม้กระทั่ง “ไฟหน้าอเมริกา” ที่บ้านเราเรียกกัน ทำเอางง! เพราะรถรุ่นนี้ ไม่มีขายที่อเมริกา!

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง ไม่ค่อยจุกจิก ดูแลง่าย หาที่ซ่อมได้ไม่ยาก เตรียมงบไว้ดูแลปีละ 10,000 – 30,000 บาท ส่วนอะไหล่เก่าของรุ่นนี้ ตามเชียงกงยังพอมี

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 40,000-150,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสอง ตอนนี้ CARRO Automall เรามีรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรืออยากหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

จะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ เปลี่ยนรถคันใหม่ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถตู้ก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :