Driving-License-And-Medical-Certificate

กรมการขนส่งทางบก ระบุ!!! 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ขอใบขับขี่ใหม่ หรือต่ออายุใบขับขี่ทุกประเภท ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานในการดำเนินการ พร้อมเผยความคืบหน้า อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมการอบรมและทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ภายหลังจากกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2563 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564

Driving-License

โดยสาระสำคัญ นอกจากเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big Bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม ยังมีสาระสำคัญในเรื่องของใบรับรองแพทย์ ที่ต้องใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินการ ต้องแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัว หรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ ตามที่แพทยสภากำหนด

ซึ่งในส่วนนี้ กรมการขนส่งทางบก จะประสานความร่วมมือกับแพทยสภา ในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถและจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาให้เรียบร้อย ก่อนกฎกระทรวงจะมีผลใช้บังคับ

นอกจากนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวยังกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการอีกด้วย ซึ่งแต่เดิมการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ไม่มีการกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ แต่ด้วยข้อเท็จจริงสมรรถภาพของร่างกายของผู้ขับรถย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น และอาจมีโรคประจำตัว หรือมีสมรรถภาพของร่างกายที่บกพร่อง จนไม่สามารถขับรถได้ จึงกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์มาประกอบในการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการขอรับ และขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด ทุกประเภท ต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการดำเนินการด้วย

Motorcycle-Test-Riding

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าการกำหนดหลักเกณฑ์อบรม และทดสอบเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ (ใบขับขี่บิ๊กไบค์) ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (47 แรงม้า) ขึ้นไป หรือขนาดความจุของกระบอกสูบตั้งแต่ 400 ซีซี ขึ้นไป อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อม เพื่อรองรับเมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการกำหนดหัวข้อหลักสูตรการอบรมและทดสอบ ประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับผู้ขับขี่ ยานพาหนะ สภาพแวดล้อม เป็นต้น การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เป็นการฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อย่างปลอดภัย และการทดสอบขับรถ เพื่อคัดกรองการออกใบอนุญาตขับรถมีความเหมาะสม และได้มาตรฐานการออกใบขับขี่บิ๊กไบค์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นโดยเฉพาะผู้ขับรถ (บิ๊กไบค์) ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และเป็นกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะการขับรถสูงกว่าปกติ

Driving-Lifetime-License

กรมการขนส่งทางบก ยืนยัน! ไม่ยึดคืนใบขับขี่ตลอดชีพ และไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมดมาทดสอบสมรรถนะใหม่ หรือทดสอบขับรถใหม่ ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน

แต่จะศึกษาถึงแนวทางการคัดกรองผู้ที่ขาดสมรรถนะ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่า มีความเสี่ยง หรือมีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย

Driving-License

จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าจะไม่ยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพและไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมด มาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่ หรือทดสอบขับรถใหม่ ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน

แต่จะมีการศึกษาว่าจะทำอย่างไร จึงจะคัดกรองผู้ที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ หรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น โรคทางสมอง โรคปัญหาการมองเห็นที่รักษาไม่หาย เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

Driving-License

โดยการศึกษาดังกล่าว ต้องหารือร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา และต้องพิจารณาข้อกฎหมายประกอบอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ดังนั้น ที่มีการแชร์ข้อมูลว่าจะมีการยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพที่ออกให้แล้วหรือการให้เข้ามาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่หรือทดสอบขับใหม่จึงไม่เป็นความจริง การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถยังคงเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามปกติ

Driving-License

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบก ยังได้มีการนำสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และผลการศึกษาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาตขับรถ โดยแบ่งเป็น 7 มิติ ประกอบด้วย

1.การกำหนดสภาวะโรค

2.การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

3.การอบรมและทดสอบความรู้ของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ภาคทฤษฎี) โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรการอบรม ให้สอดคล้องกับการขอรับใบอนุญาต พร้อมทั้งจัดทำระบบอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์แบบ e-Learning

4.การอบรมการขับรถและทดสอบความสามารถในการขับรถของผู้ขอรับใบอนุญาตภาคปฏิบัติ

5.การบริหารจัดการ

6.การปรับปรุงรูปแบบใบอนุญาตขับรถ โดยจะปรับปรุงให้สอดคล้องกับอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการจราจรทางถนน ค.ศ. 1968

7.การควบคุมพฤติกรรมการขับรถด้วยมาตรการตัดแต้ม (การติดตามประเมินผล) เพื่อพัฒนามาตรฐานใบอนุญาตขับรถของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

DLT-Help-People-Renew-Driving-License

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ทางกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทุกคนต้องไปทำใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือใบขับขี่ประเภทอื่นๆ ได้ปิดให้บริการไปด้วย ซึ่งมีผลกระทบสำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุเวลานั้นพอดี

ตอนนี้มีข่าวดี! กรมการขนส่งทางบก ได้ออกมาตรการเยียวยาให้แก่ผู้ที่ใบขับขี่รถหมดอายุแล้ว ในช่วงกรมการขนส่งทางบกงดให้บริการ

Driving-License

1. ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ “สิ้นอายุเกิน 1 ปี” ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 – 30 กันยายน 2563

–> ยกเว้นการทดสอบข้อเขียน แต่ยังต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี ซึ่งเป็นการเยียวยาจากเดิม ที่ต้องเข้ารับเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี และทดสอบข้อเขียน

Driving-License

2. สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ “สิ้นอายุเกิน 3 ปี” ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 – 30 กันยายน 2563

–> ยกเว้นการทดสอบขับรถ แต่ยังต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี และทดสอบข้อเขียน ซึ่งเป็นการเยียวยาจากเดิม ที่ต้องเข้ารับเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ

BMTA-Bus

3. สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก “สิ้นอายุเกิน 3 ปี” ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 – 30 กันยายน 2563

–> ยกเว้นการทดสอบขับรถ แต่ยังต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และอบรมภาคทฤษฎี ซึ่งเป็นการเยียวยาจากเดิม ที่ต้องเข้ารับเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี และทดสอบขับรถ ทั้งนี้ สำหรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภท ท. ต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมด้วย

4. เอกสารประกอบคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ

  • ใบรับรองแพทย์
  • หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ
  • คำขอที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
  • ผลผ่านการอบรมผ่านระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุในระหว่างที่กรมการขนส่งทางบกงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถ (อ่านเพิ่มเติม : )

–> อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2563

ทั้งนี้ การให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถทุกชนิด ขอให้ประชาชนต้องจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เท่านั้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการคิวและจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างปลอดภัยตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
iOS Link: https://apple.co/2GIHARd
แอนดรอยด์ Link: http://bit.ly/2IkLpyO

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

5-Steps-Renew-Driving-License-Online

เนื่องจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ ในขณะนี้ ทำให้หลายหน่วยงานอาจต้องตัดสินใจ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดและแพร่เชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในช่วงปีใหม่ 2564 นี้

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รับวิถีชีวิต New Normal และไม่ต้องไปแออัดกันรอคิวอบรมที่สำนักงานขนส่งต่างๆ ทำให้กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบการอบรมต่ออายุใบอนุญาติขับรถ ผ่านระบบ DLT e-learning โดยกรอกข้อมูล และชมวิดีโออบรมความรู้ ตามขั้นตอนต่างๆ ง่ายนิดเดียว

5-Steps-Renew-Driving-License-Online-2020

แต่สำหรับใครก็ตาม ที่ยังต้องการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิด สามารถเข้ารับการอบรมผ่านระบบออนไลน์ได้ ผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ https://dlt-elearning.com/ ซึ่งรองรับทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเลต และคอมพิวเตอร์

แต่วิธีการจะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะเล่าให้ฟังตามขั้นตอนดังนี้

5-Steps-Renew-Driving-License-Online-2020

ขั้นตอนที่ 1

คลิกปุ่ม “ลงทะเบียน” (สีเหลือง) กรณีใช้งานครั้งแรก จากนั้นกรอกข้อมูล เลขบัตรประจำตัวประชาชน (กรอก 2 ครั้ง) วันเดือนปีเกิด จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “ยืนยัน”

ขั้นตอนที่ 2

จากนั้น เลือกการอบรม ตามใบอนุญาตขับรถที่ประสงค์จะต่ออายุ (เช่น ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล อบรม 1 ชั่วโมง, ใบอนุญาตขับรถขนส่ง อบรม 2 ชั่วโมง และใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง)

ขั้นตอนที่ 3

เลือกที่หัวข้อ “แบบทดสอบก่อนอบรม” แล้วตอบคำถาม

ขั้นตอนที่ 4

ดูวิดีโอการอบรมตามที่เลือก เมื่อรับชมวิดีโอจนจบ ตอบคำถามแบบทดสอบหลังอบรมอีกรอบ

ขั้นตอนที่ 5

เมื่อสิ้นสุดการอบรมแล้ว นำผลการอบรมติดต่อสำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และออกใบอนุญาตขับรถได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผ่านการอบรม

อย่าลืมนะครับ การอบรมผ่านระบบ e-Learning เฉพาะผู้ที่ใบอนุญาตขับรถหมดอายุไม่เกิน 1 ปี หรือผู้ต้องการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน เท่านั้นจ้า

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุค COVID-19 กลับมาอีกรอบ สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

  • กรมการขนส่งทางบก

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะนำรถไปขับขี่บนท้องถนน จำเป็นต้องมีใบขับขี่กันเสียก่อนแล้ว รู้ไหมครับว่าเวลาไป “สอบใบขับขี่ เราต้องเตรียมอะไรไปบ้าง” วันนี้แฟรงค์มิตรรักนักขับได้รวบรวมมาบอกคุณแล้ว

เอกสารที่ต้องเตรียมตอนไปสอบใบขับขี่

5-Tricks-For-Get-Driving-License

1.ใบเอกสารการจองอบรม

ก่อนจะไปสอบใบขับขี่ แฟรงค์แนะนำให้จองคิวอบรมก่อนนะครับ โดยสามารถเข้าไปจองได้ที่ DLT e-Booking ได้เลยครับ เมื่อจองเสร็จแล้วเราจะได้เป็นไฟล์ Ticket ที่จะบอกรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ รวมถึงวัน – เวลาในการอบรมของเรามา ให้เราปรินท์ใบนี้แล้วนำไปในวันสอบใบขับขี่ด้วยนะครับ

2. บัตรประชาชนตัวจริง

ต้องเป็นบัตรประชาชนตัวจริงนะครับ ใช้สำเนาไม่ได้นะ โดยต้องใช้บัตรที่ชื่อและใบหน้าในบัตรยังชัดเจน ไม่เลือนด้วยนะครับ

3.ใบรับรองแพทย์

เนื่องจากผู้ขอใบขับขี่ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน โดยเราจะต้องนำหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่มีผู้รับรองกำหนด และตราประทับสถานพยาบาลชัดเจน มาด้วยในวันสอบใบขับขี่ โดยที่ใบรองแพทย์จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนด้วยนะครับ

5-Tricks-For-Get-Driving-License

4.ใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม (ในกรณีที่ไปต่อใบขับขี่)

อันนี้เฉพาะคนที่มีใบขับขี่อยู่แล้ว และต้องการไปต่อใบขับขี่นะครับ คนที่ไม่เคยมีหรือต้องการไปทำใบขับขี่ใบแรกไม่ต้องนะ

5. เตรียมความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ไปด้วยนะ

เพราะเมื่อถึงวันสอบ เราจะต้องผ่านการทดสอบมากมาย ทั้งการอบรมเบื้องต้น การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

ถ้าใครกังวล กลัวว่ายังเตรียมความรู้ไม่แน่นพอ ก็สามารถอ่าน ข้อสอบใบขับขี่ 2563 สำหรับรถยนต์และมอไซค์ ฉบับอัปเดต! เตรียมความพร้อมได้นะครับ ไปถึงจะได้สอบผ่านฉลุย และที่สำคัญ ต้องทำ “ประกันรถยนต์” จาก Frank.co.th ไว้ดูแลด้วยนะครับ

บัตรประชาชน

เตือนภัย ! สำหรับคนที่ทำบัตรประชาชนหาย แต่ไม่ได้ไปแจ้งความ

ที่ผ่านมาได้มีข่าวใหญ่ออกมาว่า “นางสาวณิชา ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีรับจ้างเปิดบัญชีให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ได้อ้างว่าตัวเองทำบัตรประชาชนหาย ! และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เลย”

ณิชา

เครดิตภาพจาก ไทยรัฐ

กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต และยังมีสำนักข่าวบ้างราย ได้นำบัตรประชาชนของรุ่นพี่ที่แก่กว่านับสิบปี ลองแอบไปเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถเปิดบัญชีได้อย่างง่ายดาย

ทำให้วันนี้ คาร์โร จึงอยากออกมาเตือนภัยเรื่องใกล้ตัวของใครหลายคนที่ต้องระวังกันให้มากขึ้น และมาแชร์วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเดียวกันกับ “นางสาวณิชา” ไปดูกันเลย

อย่างแรก หากทำบัตรประชาชนหายก็สามารถไปทำใหม่ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้เลย โดยไม่ต้องมีใบแจ้งความจากตำรวจ

แต่ทว่า คุณก็สามารถไปแจ้งลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจได้ เพื่อป้องกันกรณีมิจฉาชีพนำบัตรประชาชนไปกระทำทุจริต เช่น นำไปเปิดบัญชีธนาคารหรือนำไปกระทำผิดโดยที่คุณไม่รู้เรื่อง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้อย่างกรณี “นางสาวณิชา” ได้

ส่วนการขอทำบัตรใหม่ ต้องภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรหายหรือถูกทำลาย หากพ้นกำหนดจะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท โดยเอกสารที่ต้องใช้ขอทำบัตรใหม่ คือ

  1. เอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่ที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบอนุญาตขับขี่ หลักฐานการศึกษา หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
  2. หากไม่มีหลักฐานตามข้อ 2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง

โดยเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท และที่สำคัญต้องเช็กให้แน่ใจก่อนด้วยว่าบัตรประชาชนใบเก่าของคุณได้ทำการอายัดแล้วแน่นอน

อย่างที่ 2 วิธีการการป้องกันไม่ให้ใครสามารถแอบอ้าง หรือสวมสิทธิ์ปลอมแปลงตัวคุณได้ มีดังนี้

1. ไม่ควรมอบบัตรประชาชนไปให้บุคคลอื่นไปทำธุรกรรมแทน
2. การให้สำเนาบัตรประชาชนเพื่อการทำธุรกรรม ควรขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
3. การยินยอมรับเปิดบัญชีเพื่อให้บุคคลอื่นใช้แทนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
4. หากบัตรประชาชนหาย ควรรีบไปขอทำบัตรทดแทนโดยเร็ว และต้องแจ้งความ