Carro-Tiresbid-Evolution-Of-Tires

สวัสดีครับ วันนี้จอร์จจากไทร์บิดกลับมาอีกครั้งครับ กับบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องยางรถยนต์ครับผม ถ้าพูดถึงยางเพื่อนๆคงอยากรู้ใช่ไหมครับ ว่ายางรถยนต์ในอนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไรบ้างมันจะยังคงหน้าตาแบบเดิมอยู่ไหม หรือ ว่าจะมีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ เข้ามาอีก ซึ่งจากที่จอร์จทราบมา ณ ปัจจุบันมีความพยายามมากๆ ในการพัฒนาให้ยางนั้นมีความอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้นครับ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย การนำกลับมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของความอเนกประสงค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

Evolution-Of-Tires

ถ้าพูดถึงเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ยางก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะมีหลายๆครั้งที่อุบัติเหตุเกิดจากยางแตกทำให้รถเสียหลักจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องว่าจะทำอย่างไร ให้ยางที่สูญเสียลมหรือยางแตกนั้นสามารถใช้งานได้ต่อไปซึ่งถามว่าในปัจจุบันก็มี ยางรันแฟลต ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้ในระดับที่เรียกว่าดีมากแล้วสำหรับปัจจุบัน แต่ข้อเสียก็คือ หากแตกเสียหายแบบนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นระยะทาง หรือว่ายางก็จะเสียหายไปเลยไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งทำให้บริษัทยางต่างๆ พยายามคิดค้นยางที่ไม่ใช้ลม (ไม่ใช่ยางตันนะครับเพื่อนๆ ที่มาทดแทน)

Evolution-Of-Tires

ซึ่งยางในอนาคตต้องมีนวัตกรรมที่มีความนุ่มเงียบ และปลอดภัยมากขึ้นเสียหายได้ยากขึ้นครับ โดยจริงๆ ปัจจุบันได้มีการนำเอายางที่ไม่ใช้ลมและโดนตะปูมาใช้จริงแล้วนะครับ แต่ว่าเป็นรถที่ใช้สำรวจบนอวกาศ ซึ่งยังมีการใช้ที่น้อยมาก แต่ว่าหลังๆเพื่อนๆ อาจจะได้เห็นว่ามีตัวอย่างยางดังกล่าวออกมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้นำมาจำหน่ายหรือขายกันครับ เพราะในเรื่องของราคาและกระบวนการผลิตต่างๆ ครับ ก็เป็นนวัตกรรมเรื่องยางอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่บนท้องถนนปลอดภัยเพิ่มมากยิ่งขึ้นครับ

Evolution-Of-Tires

ส่วนต่อมาถ้าพูดถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อนๆ คงสังเกตเห็นแล้วใช่ไหมละครับ ว่ากองยางที่ใช้แล้ว หรือเสียนั้น ปัจจุบันอาจเห็นได้ตามขยะ แม่น้ำลำคลองเต็มไปหมด เพราะว่ายางปัจจุบันใช้แล้วนั้นสามารถทำลายยางได้ครับ

ถ้านำไปทำลายก็มีอยู่ 2-3 วิธีการ คือ นำเอาไปแยกเส้นลวดกับยางออก แล้วนำเอาไปแปรรูปเป็นยางรองพื้นให้สัตว์เดินบ้าง เส้นลวดก็นำไปหลอมทำใหม่ต่อไป หรือ ไม่ก็นำไปเผาเพื่อให้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงใช้งานในโรงงานต่อๆ ไป ซึ่งก็ยังช่วยลดปริมาณขยะส่วนนี้ได้พอสมควร แต่จะทำยังไงให้วิธีพวกนี้หมดไป และดีต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด

Evolution-Of-Tires

ซึ่งบริษัทยางแต่ละที่ก็คิดพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง ถามว่าปัจจุบันมีการยืดอายุได้ยังไงก็คือก็แกะร่องดอกยางในยางรถบรรทุก ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้ยางใช้ได้นานขึ้น แต่กับยางรถเก๋งนั้นไม่ค่อยนิยมทำกันครับ ดังนั้นบริษัทยางก็ต้องออกยางที่ใช้ให้ได้คุ้มที่สุด โดยทำยังไงก็ได้ให้ยางใช้ได้จนหมดอายุการใช้งานแม้โดนเบียดแตกก็ยังใช้ได้อยู่

ส่วนต่อมา วัสดุที่ใช้นั้นยังมีการคิดวิเคราะห์และค้นหาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้วัตถุดิบ สารเคมีที่นำมาทดแทนทำให้การใช้งานได้ทั้งแบบยางที่ดีและสามารถย่อยสลายได้ง่ายด้วยครับ ก็จะเป็นสองส่วนที่ทางผู้ผลิตยางยังค้นหาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจอร์จคิดว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นกันครับ

ส่วนสุดท้ายก็คือ ทำยังไงให้ยางนั้นอเนกประสงค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ตามที่ได้แจ้งเพื่อนๆไวตั้งแต่ในช่วงต้นบทความ โดยปัจจุบันเพื่อนๆก็เห็นยางมีหน้าที่แค่เกาะถนนกับใช้ในการขับเคลื่อนของรถใช่ไหมครับ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ยางรถนั้นอเนกประสงค์เพิ่มมากยิ่งขึ้นรองรับไลฟ์สไตล์การใช้งานหลากหลายมากขึ้นในอนาคตต่อไป จากรถที่ต้องใช้งานการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์กลาง จะถูกปรับเปลี่ยนให้ยางแต่ละวงนั้น สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของยางเอง ซึ่งมีรูปภาพที่ออกมาแล้วในการพัฒนารูปแบบนี้ คือจะมีเครื่องยนต์ที่ติดกับล้อแต่ละล้อเลยครับ ซึ่งจะทำให้โลกของเราลดปริมาณการใช้เครื่องยนต์อีกเป็นจำนวนมากครับ

ซึ่งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องครับ สำหรับยางรถทุกประเภทเพื่อให้โลกเราได้ใช้ของที่ดียิ่งขึ้นไปครับ เพื่อนๆที่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องยางต่างๆสามารถเข้ามาหาอ่านบทความรู้ยางรถยนต์ฟรี หรือเช็กราคายางเปรียบเทียบได้ที่เว็บไซต์ www.tiresbid.com ครับเรามีความรู้เรื่องยางและรีวิวยางมากมายหลายๆรุ่นครับ พร้อมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ทางไทร์บิดได้ฟรีที่ Line official : @tiresbid ขอขอบคุณมากครับที่ติดตามอ่านมาจนจบครับ โอกาสหน้าติดตามบทความดีดีจากไทร์บิดใหม่ครับ

Carro-Roojai-The-Keys-To-Driving-Safety

ถ้าคุณคิดว่าการไปสอบใบขับขี่รถยนต์ ทั้งข้อเขียนและปฎิบัติ จะช่วยให้คุณรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้รถบนท้องถนนอย่างปลอดภัยแล้วล่ะก็… คุณกำลังคิดผิด เพราะในความจริงการใช้รถมันมีอะไรมากกว่านั้น คุณจึงไม่ควรพลาดเนื้อหาเหล่านี้ที่เรากำลังจะบอก เพื่อให้คุณขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น

วันนี้ Roojai.com จะพาคุณไปดูสิ่งที่มากกว่าแค่เรื่อง กฎจราจร หรือสิ่งที่ได้รู้จากตอน อบรมใบขับขี่ แต่เป็นความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับใครที่ต้องใช้รถในเมือง ความหนาแน่นในการจราจรมีสูง ทำให้ความเสี่ยงแปรผกผันตาม ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

The-Keys-To-Driving-Safety

1. จอดรถให้ปลอดภัย

การจอดรถใช่ว่ามีที่ว่างตรงไหนก็จอดได้ เพราะมันอาจส่งผลต่อเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถของคุณด้วย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงควรเลี่ยงจอดรถในที่เปลี่ยว หรือถ้าต้องจอดรถค้างคืนในที่ที่ไม่เคยจอด ควรเลือกจอดให้อยู่ใน “สายตา” ของกล่องวงจรปิดสักหน่อย ที่เดี๋ยวนี้มีติดอยู่ทั่วไปตามหน้าบ้านหรือร้านค้า

จอดรถในที่ปลอดภัยแล้ว เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงว่ารถของคุณจะอยู่ในอันตราย ก็ไม่ควรเก็บทรัพย์สินมีค่าใด ๆ ไว้ในรถด้วย ขโมยขโจรมันเยอะ บางทีสิ่งที่คุณคิดว่าไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย เกิดหายไปก็ไม่เสียดาย แต่ก็ต้องอย่าลืมนึกด้วยล่ะ ว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมหลังจากรถถูกงัดหรือโดนทุบไปแล้วอยู่ที่ราคาเท่าไร หลายคนก็คงไม่อยากต้องมาเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยไม่จำเป็นหรอก

2. ใช้ไฟสัญญาณรถให้เป็นนิสัย

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากสัญญาณไฟมีอยู่ไม่น้อย และเรารู้ว่าตอน อบรมใบขับขี่ เขาให้ใช้ แต่คุณให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน? ทั้งการเปิดไฟส่องสว่างบ้าง ไฟสัญญาณบ้าง หรือไฟเบรกที่เสีย คุณใช้มันเป็นนิสัยแล้วหรือยัง?

ควรใช้เป็นประจำไม่ว่าในซอยเล็กๆ หรือถนนใหญ่ เพราะอย่าลืมว่า คุณไม่ใช่คนเดียวที่ใช้รถใช้ถนน คนอื่น ๆ ที่เขาใช้ร่วม เขาไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณจะเลี้ยวหรือเบรก หรือจะขับรถไปทางไหน และมันคงไม่แฟร์กับพวกเขาถ้าต้องมาสูญเสียจากอุบัติเพราะความมักง่ายไม่ใช้ไฟสัญญาณ ดังนั้นใช้ไฟสัญญาณให้เป็นนิสัยไว้ดีที่สุด

The-Keys-To-Driving-Safety

3. ถ้ารถพร้อม การขับขี่ก็ปลอดภัยกว่า

ในตอนที่ สอบใบขับขี่ หลายคนน่าจะเน้นจำในเรื่องของ กฎจราจร เป็นสำคัญ ในตอนอบรมก็มีแทรกให้ความรู้เรื่องการดูแลรถอยู่บ้าง แต่ความจริงการดูแลรถมันมีอะไรมากกว่านั้น การเป็นเจ้าของรถจริง ๆ มันก็เหมือนเป็นภาระอันใหญ่ยิ่ง และถ้ารู้จักรถที่ตัวเองใช้ให้มากกว่าแค่ทั่วไป มันจะไม่ใช่เรื่องยากเลย

ขอแนะนำให้คุณหมั่นตรวจเช็ครถในส่วนของพื้นฐานการใช้งาน ตั้งแต่ในส่วนของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ระบบหล่อเย็น เบรก ยาง และอื่น ๆ มากไปกว่านั้น คุณควรหาความรู้เกี่ยวกับรถที่ตัวเองใช้ไว้บ้างด้วย ว่าถ้ามีปัญหาจากการใช้งานตรงไหนต้องซ่อมยังไง คอยหมั่นสังเกตความผิดปกติของตัวรถ รถมีปัญหาอะไรก็รีบแก้ อย่าปล่อยให้ลุกลามไปเสียที่จุดอื่นๆ จนเสียหายใหญ่ ซ่อมแพง หรือพาให้การใช้รถของคุณต้องปลอดภัยน้อยลงจากเดิม

4. โทรศัพท์ต้องพร้อมอยู่เสมอ

จริง ๆ เราไม่แนะนำให้ใช้โทรศัพท์บนรถหรอกนะ เพราะมันจะเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งนี้ “มันก็ต้องมี” และจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อคุณใช้รถ รถดับ รถพังกลางทาง หรือเกิดอุบัติเหตุ โทรศัพท์นี่แหละคือตัวช่วยที่ดีที่สุดแล้ว

โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มีอินเทอร์เน็ต ควรมีติดตัวไว้เสมอในตอนที่ใช้รถ เมมเบอร์ฉุกเฉินไว้ด้วยทั้งเบอร์ประกันรถของคุณ เบอร์ช่าง เบอร์อู่ หรือแม้แต่เบอร์รถยก เพื่อให้ตอนที่จะใช้จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาหา และควรมีพวกสายชาร์จไว้สำหรับชาร์จไฟโทรศัพท์ในรถด้วย

The-Keys-To-Driving-Safety

5. ออกจากซอย ระวังซ้ายมากขึ้นอีกนิด

หลายคนน่าจะเจอบ่อยเวลาที่ออกจากซอย เราก็มองขวาแล้วอย่างดี แต่มักจะมีรถมอเตอร์ไซค์ประเภท “ชอบแทรก” ขอไปก่อนเพราะเห็นว่ารถตัวเองเล็กกว่า แทรกแซงไปทางซ้าย บางคนไม่ระวังหรือไม่เห็นแล้วหักเลี้ยวมากไป ก็จะไปเบียดกับรถมอเตอร์ไซค์ แนะนำคือเวลาที่จะออกจากซอยให้ระวังซ้ายสักหน่อย มองขวาเห็นแล้วว่ารถไม่มีมีก็เหลียวระวังทางซ้ายไว้เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

6. ไม่ชัวร์ก็อย่าเปลี่ยนเลน

โดยเฉพาะสายซิ่งยิ่งต้องห้ามใจไว้สักหน่อย ทางแคบ ๆ ที่คิดว่าแซงได้หรือเคยแซงได้มันอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป ตอนสอบใบขับขี่ก็บอกอยู่ว่าถ้าจะเปลี่ยนเลนให้มั่นใจว่ารถที่ตามมาต้องอยู่ในระยะห่างพอสมควร เห็นช่องเล็ก ๆ คิดจะแซง เปลี่ยนเลน ต้องให้ชัวร์ก่อนว่ารถคันหลังขับตามมาอยู่ไกลพอให้ไป อย่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไปเพราะ “ถ้าไม่พ้น” ขึ้นมาจงจำไว้ว่ามันไม่ใช่แค่คุณหรอกนะที่จะต้องสูญเสีย

The-Keys-To-Driving-Safety

7. ใจกว้างขึ้นบนถนนก็ปลอดภัยขึ้น

ดูจากคลิปมากมายของพวก “หัวร้อน” ในการใช้รถ และคิดว่าตัวเองคงไม่ทำเรื่องแบบนั้น แต่พออยู่ในสถานการณ์จริงกลับทำไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยที่มากกว่า เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนใจกว้างในการใช้รถสักหน่อย เข้าใจว่าทุกคนมีพฤติกรรมในการใช้รถไม่เหมือนกัน บางคนนิสัยไม่ดีขี่แซงในจังหวะที่ไม่ควร แทรกรถเข้าไปทั้งที่แทรกไม่ได้

ทุกพฤติกรรมทำให้การใช้รถมีความสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น แต่ถ้าทุกคนขับขี่ด้วยน้ำใจ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย ไม่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบนท้องถนนจะปลอดภัย มากขึ้นอีกเยอะ

และทั้งหมดน่าจะช่วยให้ทุกคนใช้รถกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น รู้ว่า ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย  เริ่มนับที่หนึ่งจากคุณและอีกหลาย ๆ คน บนท้องถนนก็จะเป็นที่ที่มีความสุขมากขึ้นได้แล้ว ปลอดภัยมากขึ้น อุบัติเหตุที่เกิดจากรถก็จะน้อยลง และที่สำคัญรถทุกคันต้องทำประกันรถยนต์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ เรามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้คุณอีกด้วยนะ สามารถเช็คราคาออนไลน์ พร้อมทั้งซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ซื้อง่าย ไม่ซับซ้อน ราคาดี และเชื่อใจได้ ต้อง Roojai.com รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า คลิกเลย

ดับกลิ่น “ทุเรียน” ในรถอย่างไรให้ได้ผล?

ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของทุเรียน เราจึงเริ่มเห็นทุเรียนตามท้องตลาด ตามสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ซึ่งทำให้ทุเรียนเลิฟเวอร์หลายคนทนไม่ไหว ต้องขับรถออกไปซื้อกันเลยทีเดียว แต่หลายคนก็เกิดอาการเซ็งเพราะไม่ชอบ “กลิ่น” ของทุเรียนที่รุนแรงและกำจัดได้ยาก ยิ่งถ้ากลิ่นติดอยู่ในรถยิ่งพาให้ปวดหัว ในวันนี้ Carro จึงมีวิธีที่จะช่วยดับกลิ่นทุเรียนในมาฝากผู้อ่านกัน


1. กาแฟ

ไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือสำเร็จรูป หรือเป็นกากกาแฟยิ่งดี (ขอได้ตามร้านกาแฟสดทั่วไป)  นำมาใส่ในกล่อง ไม่ต้องปิดฝา แล้วใส่ไว้ในรถ ประมาณ 2-3 วัน กาแฟจะช่วยดูดกลิ่นให้จางหายไป



2. ถ่านหุงข้าว

ทุเรียน-2-100

ถ่านหุงข้าว นับว่าเป็นวัตถุดิบที่ให้ประสิทธิภาพในการดับกลิ่นได้ดี เพียงนำถ่านสัก 3-4 ก้อน นำใส่กระป๋องแล้วใส่ไว้ในรถ ในตู้เย็น หรือในบ้านก็ได้ ถ่านจะช่วยลดกลิ่นทุเรียนได้ภายใน 2-3 วัน

 

3. ใบชา, ถุงชา

ทุเรียน3-100

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีฤทธิ์ช่วยสะกดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้ดีมาก เพียงใส่ใบชาลงไปในซองหรือกล่องพลาสติกเจาะรู หรือใช้ถุงชาที่ใช้แล้วก็ได้ ยิ่งใช้หลายๆ ซองยิ่งได้ผลไวขึ้น นำไปวางไว้ในรถ ทิ้งไว้สักพักหรือสัก 1 วัน จะช่วยบรรเทากลิ่นทุเรียนได้อย่างดี


4. ใบเตย

ทุเรียน4-100

คุณสามารถไปซื้อใบเตยที่พับเป็นดอกให้แล้วจากตลาด หรือถ้าที่บ้านมีต้นใบเตยก็เด็ดมาล้าง แล้วเอาพับหรือม้วนเป็นช่อ แล้ววางไว้ในรถ เพียง 1-2 วัน ก็จะไม่มีกลิ่นกวนใจในรถหลงเหลืออยู่

 

และนี่ก็คือวิธีดับกลิ่นทุเรียนอย่างง่ายๆ ที่ปลอดภัยต่อรถและสุขภาพ เพราะใช้แต่วัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยดับกลิ่น ไร้สารเคมีตกค้างในรถอย่างแน่นอน หรือถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก่อนนำทุเรียนขึ้นรถ ควรนำทุเรียนใส่กล่องมีฝาปิดมิดชิด หรือใส่ถุง 2 ชั้น แล้วปิดปากถุงอย่างแน่นหนา ก็จะช่วยไม่ให้กลิ่นกระจายไปทั่วรถได้ในระดับนึงค่ะ

8-Checklists-Trip-In-Songkran-Day

ในช่วงสงกรานต์นี้ CARRO มีคำแนะนำดีๆ ให้กับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ไม่ว่าจะผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ผู้ที่ขับรถโดยสาร รวมถึงผู้ใช้บริการรถโดยสารด้วย เพื่อการเตรียมตัวและเตรียมรถยนต์ของคุณให้พร้อม สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือทริปต่างๆ ในอนาคต เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับคนขับรถทุกคน ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ถึงแม้จะขับรถหรือเดินทางตอนกลางวันก็ตาม เพราะคุณสามารถเกิดอาการง่วงในช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเสร็จ ฉะนั้น และแม้ว่าจะนอนหลับเพียงพอก็อย่ากินเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงนอนจนอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

2. เช็กสภาพรถ

ก่อนการเดินทาง ควรตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรค เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ไฟสัญญาณ ไฟหน้า ไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝน ลมยาง ตรวจเช็กว่าทุกส่วนทำงานปกติหรือไม่ ถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ควรตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากอาจมีปัญหาหลายอย่างที่เราไม่เคยทราบ และควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะได้เดินทางยาวๆ อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด

3. เช็กจำนวนผู้ร่วมเดินทาง

ถ้าหากคุณเดินทางไปกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ หรือมีสมาชิกครอบครัวจำนวนเยอะๆ การเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับจำนวนคนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะทุกคนจะได้มี Space ที่พอดี ไม่เบียดจนอึดอัด หรือไม่ใช้รถหลายคันเกินไป เพราะต้องขับรถรอต่อท้ายกัน ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมัน และทำให้การเดินทางล่าช้า

4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในยุคนี้ เกือบทุกคนก็คงอยากเก็บภาพความประทับใจในทุกๆทริป ไปอวดเพื่อนๆใน Social Media กันอย่างแน่นอน สิ่งที่คุณก็ต้องทำก็แค่เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม! เช่น กล้องชนิดต่างๆ โทรศัพท์ โดรน แบตเตอรี่สำรองและเมมโมรี่การ์ด

ในยุคนี้สมัยนี้ ถ้าคุณยังไม่มี Gadgets เป็นของตัวเองก็สามารถเช่าได้! และทุกอย่างควรเตรียมให้เพียงพอกับความต้องการในการใช้งาน คุณจะได้ไม่หมดสนุกกลางคัน

5. ศึกษาเส้นทาง

ก่อนออกเดินทางทุกๆครั้ง คุณควรศึกษาเส้นทางหรือเลือกเส้นทางที่จะใช้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะในช่วงเทศกาลปริมาณผู้คนและรถบนท้องถนนจะเยอะสุดๆ หากหลงทางจะทำให้เสียเวลาและอารมณ์เสียได้

6. ขับความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

เพราะการขับรถเร็ว จะเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เสมอ ด้วยความเร็วที่มากเกินไปจะทำให้คุณแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ซึ่งอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ การขับรถที่ 80 กม./ชม. ก็ถือว่ามีความเร็ว แต่คุณก็ยังสามารถเบรคเพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งถ้าคุณขับเร็วมากกว่านี้แล้วต้องหักหลบหรือเบรคกระทันหัน ก็จะทำให้ท้ายรถปัดจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น อย่าขับรถเร็วเกินความจำเป็นหรือขับรถช้าเกินไป เพราะจะสร้างความรำคาญให้รถคันอื่นๆได้เช่นกัน

7. หยุดพักเป็นระยะ

เพื่อเป็นการผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง คุณอาจจะแวะปั้ม เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ยืดเส้นยืดสาย หรือซื้อกาแฟดื่มเพิ่มความกระฉับกระเฉงขณะขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน แต่สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ทานแล้วง่วงหรือใจสั่น ก็เปลี่ยนไปทานน้ำผลไม้เพิ่มความสดชื่นแทนได้ค่ะ

8. เลือกเวลาในการเดินทาง

หากเป็นไปได้คุณควรเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงกลางคืน เพราะตอนกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดี คนขับมีโอกาสผิดพลาดเยอะกว่า คุณจึงควรเลือกช่วงเวลาที่คนขับรถจะขับรถได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และควรเลี่ยงเวลาโพล้เพล้เพราะช่วงเวลาตี 4 ถึง 6 โมงเช้า และช่วง 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่แสงกำลังเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้คนขับรถอาจมองสิ่งต่างๆ ผิดพลาดได้

สำหรับผู้โดยสาร

คุณควรเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยมากกว่าราคาถูก ยิ่งถ้าได้นั่งในรถที่มีเข็มขัดนิรภัยได้จะยิ่งดี เนื่องจากเวลารถเบรก เราจะไม่กระแทกกับเบาะด้านหน้าหรือกระจก ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้ส่วนหนึ่ง และควรเลือกรถโดยสารประจำทางหรือสายการบินที่คุณไว้ใจมากที่สุด เพราะจะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้

การหาข้อมูลเปรียบเทียบข้อดี, ข้อเสียของรถแต่ละสาย หรือระหว่างสายการบิน จะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นมากค่ะ

Carro-Transfer-Cars-Ep3-โอนรถ

บทความนี้ Carro จะมาเปิดเผยเคล็ดลับ สำหรับผู้ซื้อ ผู้ขาย และเต็นท์รถมือสอง ที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเสี่ยงต่อการโดนหลอกอีกต่อไป

เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ ดังนั้นถ้าหากคุณได้นำหลัก 5 ข้อนี้ไปใช้ ก็รับรองได้เลยว่า การโอนกรรมสิทธิ์ ที่เป็นขั้นตอนสำคัญของการซื้อ-ขาย รถมือสองของคุณ จะปลอดภัยอย่างแน่นอน

Carro-คนขายรถ

เคล็ดลับสำหรับผู้ขาย

  • เซ็นเอกสารต้องบอกจุดประสงค์
    ในการเซ็นเอกสารทุกอย่างสำหรับผู้ขาย หรือแม้แต่หนังสือมอบอำนาจที่ผู้ขายจะต้องเซ็นในช่องผู้รับโอน ทุกครั้งที่มีการลงลายเซ็นเกิดขึ้น รวมถึงการเซ็นสำเนาถูกต้อง แนะนำให้เขียนบอกจุดประสงค์ลงไปข้างๆ ด้วย อาทิ “การใช้เอกสารเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน … เท่านั้น” หรือ “หนังสือมอบอำนาจสำหรับการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์เท่านั้น” เป็นต้น
  • สัญญาซื้อ-ขาย ต้องห้ามหาย
    เอกสารที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือ “สัญญาซื้อ-ขายรถ” เพราะถือว่าเป็นหลักฐานการซื้อขายเพียงอย่างเดียวตามกฎหมาย ส่วนเอกสารพวกสำเนาบัตรประชาชน หนังสือมอบอำนาจ หรือทะเบียนบ้าน นั้นถือเป็นแค่เอกสารประกอบการโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้น ( สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ > th.carro.co/download )

Carro-คนซื้อรถ

เคล็ดลับสำหรับผู้ซื้อ

  • วันหมดอายุของสำเนาบัตรประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
    ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ขาย เวลาที่เตรียมสำเนาบัตรประชาชน อย่าลืมดูวันหมดอายุของบัตรประชาชนให้ดี เพราะถ้าหากวันที่คุณไปดำเนินการโอน เอกสารสำเนาบัตรประชาชนได้หมดอายุไปแล้ว ก็จะไม่สามารถดำเนินการโอนได้ หรือถ้าหากผู้ขายจงใจให้สำเนาบัตรประชาชนที่หมดอายุมา แสดงว่าอาจจะเป็นเอกสารปลอมก็เป็นได้
  • แต่งรถได้แต่ห้ามผิดหลัก พรบ.
    ก่อนที่จะไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ คุณต้องแน่ใจให้ดีว่า รถคันนั้นเคยผ่านการดัดแปลงมาก่อนหรือไม่ และถ้าหากมีการดัดแปลง เจ้าของรถได้นำไปแจ้งต่อนายทะเบียนหรือเปล่า เพราะการแต่งรถบางประเภท อาจจะผิด พรบ. ก็ได้ ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณเสียเวลาในการเตรียมเอกสารเพิ่ม ( อ่านต่อ เรื่องแต่งรถที่ไม่ผิด พรบ. )

Carro-เต็นท์รถ

เคล็ดลับสำหรับเต็นท์รถ

  • ห้ามระบุวันที่ถ้าหากยังไม่รู้จะไปโอนเมื่อไหร่
    การระบุวันที่ไว้ในแบบคำขอร้องขอโอนและรับโอน นั้นสำคัญมาก เพราะถ้าหากคุณได้ระบุวันที่ไปแล้ว และไม่ไปทำการโอนภายใน 15 วัน ก็จะถูกปรับ และเอกสารใบนั้นจะเป็นโฆฆะ ดังนั้นถ้าหากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะไปทำการโอนวันไหน หรือแม้แต่กระทั่งการโอนลอย ก็ห้ามระบุวันที่ลงไป ถ้ายังไม่แน่ใจ
  • ลายเซ็นต้องครบ
    ลายเซ็นที่อยู่บนเอกสารทุกอย่าง รวมไปถึงการเซ็นสำเนาถูกต้อง ต้องครบ และทุกลายเซ็นจะต้องเป็นชื่อเดียวกัน และลายเซ็นเดียวกับชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์รถคนสุดท้าย ในหนังสือคู่มือจดทะเบียนรถ

TIPS: อย่าลืมตรวจว่าชื่อผู้ขาย ตรงกับชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์รถคนสุดท้ายในหนังสือจดทะเบียนรถหรือเปล่า เพราะผู้ทีมีสิทธิ์ในการโอนกรรมสิทธิ์ นั้นต้องเป็นรายชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์รถคนสุดท้ายเท่านั้น

เมื่อคุณอ่านบทความนี้จบแล้ว และอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมของการเตรียมเอกสาร หรือข้อมูลอื่นๆ สามารถอ่านได้ที่ ‘การโอน Ep1 และ การโอน Ep2

ช่องทางการขายรถที่ด่วนและดีที่สุด

Carro-Sell-Car-Express-ขายรถบ้านด่วน

หากใครที่อยากขายรถ ก็ต้องอย่าลืมเตรียมเอกสารให้ครบ ทั้งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเล่มทะเบียน แล้วก็มาขายรถกับทาง Carro ดูสิ รับรองได้ราคาที่ดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

สามารถเข้าไปกรอกรายละเอียดได้ที่ https://th.carro.co/sell-car/express ครับ หรือ Inbox สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage Carro Thailand ครับ