Price-List-Promotion-In-MotorShow-2019

อยากรู้ราคารถใหม่ในงาน Motor Show 2019 มียอดดาวน์ ยอดจัด ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่

รวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Show 2019 (มอเตอร์โชว์ 2019)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ Carro ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Ford, ChevroletMercedes-Benz, BMW และ MG เป็นต้น

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ หากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ ลองดู Promotion เด็ดๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ Carro คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Show 2019 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

สำหรับท่านใดที่ดูตัวเลขเล็กๆ ไม่ชัด อยากดูแบบใหญ่ๆ เต็มตา สามารถ Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน มาขอไฟล์ภาพใหญ่ได้ครับผม …

Toyota

Toyota-MotorShow-2019-Price-List

Toyota-MotorShow-2019-Price-List

Nissan

Nissan-MotorShow-2019-Price-List

Honda

Honda-MotorShow-2019-Price-List

Honda-MotorShow-2019-Price-List-2

Honda-MotorShow-2019-Price-List-3

Honda-MotorShow-2019-Price-List

Mazda

Mazda-MotorShow-2019-Price-List

Mazda-MotorShow-2019-Price-List

Mitsubishi

Mitsubishi-MotorShow-2019-Price-List

Suzuki

 

Isuzu

Isuzu-MotorShow-2019-Price-List

Isuzu-MotorShow-2019-Price-List

Isuzu-MotorShow-2019-Price-List

Isuzu-MotorShow-2019-Price-List

Isuzu-MotorShow-2019-Price-List

Ford 

Ford-MotorShow-2019-Price-List

Ford-MotorShow-2019-Price-List

MG

MG-MotorShow-2019-Price-List

MG-MotorShow-2019-Price-List

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-MotorShow-2019-Price-List

BMW

BMW-MotorShow-2019-Price-List

New-Car-In-Motorshow-2019

รวมรถใหม่ล่าสุด พาเหรดเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2019

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” หรือ The 40th Bangkok International Motor Show 2019 ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2019 โดยในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างคับคั่ง Carro ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Honda Accord

Honda-Accord-2019

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) เจเนอเรชั่นที่ 10 มาพร้อมรูปทรงที่ฉีกแนวจากของเดิมทั้งหมด คู่กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC Turbo ใหม่ ที่ทรงพลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ในรุ่นเดิม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่

ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังเหนือระดับ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) เตรียมพบกับการเปิดตัวได้ในวันที่ 19 มีนาคม นี้ ก่อนเริ่มวางจำหน่ายพร้อมราคาอย่างเป็นทางการ ในเดือนพฤษภาคม 2562

Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์-เทรล) เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่ได้ชื่อว่าขายดีที่สุดในโลก เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมกันทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 171 แรงม้า และแบบ Hybrid 2.0 ลิตร 144 แรงม้า รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี ให้ความสะดวกทุกการเดินทาง เวลาต้องขนของเข้า-ออก ท้ายรถ

นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนระบบเครื่องเสียงรุ่นใหม่แบบ A-IVI รวมถึงระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น 2.5S 2WD, 2.5V 2WD, 2.5VL 4WD, 2.0V 4WD Hybrid และ 2.0VL 4WD Hybrid ในราคา 1,350,000 – 1,617,000 บาท

Isuzu MU-X The Onyx

suzu-MU-X-The-Onyx-2019

Isuzu MU-X (อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์) จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ … New Sensation Ignited ด้วยรุ่นพิเศษ กับชุดแต่งแบบฉบับ Onyx Design Edition อาทิ ชุดกันชนหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตดีไซน์พิเศษ กระจังหน้าแบบ Sport 3D คิ้วโป่งล้อสีดำด้าน ไฟท้ายรมดำแบบ LED ล้ออัลลอยด์ใหม่! Flash Black Design ขนาด 18 นิ้ว และ Roof Rail สไตล์สปอร์ต เป็นต้น

ห้องโดยสารโอ่โถงโทนเข้ม แต่งแต้มด้วย Ambient Light ช่วยเพิ่มบรรยากาศ เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำแบบ Sport Cut พร้อมความสะดวกสบายเต็มพิกัด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร และ 3.0 ลิตร Ddi Blue Power ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น ในราคา 1,364,000 – 1,421,000 บาท

Suzuki Jimny

Suzuki-Jimny-Sierra-2019

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) สุดยอดรถ Off-Road ขนาดเล็กในตำนานอีกหนึ่งรุ่น โดยในไทยจะนำเข้า Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเข้ามาขาย เป็นรุ่นฐานล้อยาวและมีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า Jimny รุ่นธรรมดาที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัสเดียวกับ Ertiga ใหม่ รหัส K15B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 102 แรงม้า

พบกันได้ในงาน Motor Show 2019 กับ ราคาหลักล้านกลางๆ! เพราะรถนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน เสียภาษีนำเข้า 80% บวกกับภาษีอื่นๆ และต้องรอรถอย่างน้อยๆ 6 เดือน เพราะที่ญี่ปุ่นก็ขายดีมาก จนผลิตไม่ทันทีเดียว ขณะนี้ Suzuki ประเทศไทย เปิดให้จองแล้ว

Suzuki Ertiga

Suzuki-Ertiga-2019

Suzuki Swift (ซูซูกิ เออร์ติก้า) ใหม่ ชูจุดเด่นการเป็นรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและความปลอดภัย พร้อมที่จะนำคุณ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT โดดเด่นด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถ ภายในออกแบบให้ดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง เหนือกว่าด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง

ทรงพลังด้วยสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ในราคา 655,000 – 695,000 บาท

Toyota Hilux Revo Z Edition

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition

Toyota Hilux Revo Z Edition (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น) แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ปรับปรุงใหม่ปี 2562 ในรุ่น Smart Cab (สมาร์ทแค็บ) และ Double Cab (ดับเบิ้ลแค็บ) ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ กับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ที่มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

สำหรับ Z Edition (แซดอิดิชั่น) โดย “Z” มีที่มาจากแนวทางในการแต่งรถ ซึ่งเป็นที่นิยมเรียกกันว่า แต่งแซ้ป (Zaap) หรือแต่งซิ่ง (Zing) โดยพัฒนาให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น เร้าใจ ด้วยกันชนและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มีไฟตัดหมอกหน้า และพรีเซนเตอร์คนใหม่ของไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ในราคา 599,000 – 784,000 บาท

Lexus UX

Lexus-UX250h

The All-New Lexus UX (เลกซัส ยูเอ็กซ์) ยนตรกรรมหรู Compact Crossover รุ่นใหม่ล่าสุด ออกแบบมาเพื่อคนเมืองจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) พร้อมด้วยการเชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์ และการใช้อลูมินัมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีการทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ และระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นล่าสุด

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 146 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 109 แรงม้า รวมแรงม้าทั้งระบบ 184 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ให้อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.5 วินาที มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ UX 250h Luxury, UX 250h Grand Luxury และ UX 250h F SPORT AWD ในราคา 2,490,000 – 3,620,000 บาท

Maserati Quattroporte

Maserati-Quattroporte-2019

Maserati Quattroporte (มาเซราติ ควอโตรปอร์เต้) เจเนอเรชั่นที่ 6 เป็นหนึ่งในรถซีดานหรูที่มีสมรรถนะดีสุดในโลก เปิดตัวครั้งแรกช่วงปี 1963 เด่นด้วยการใช้เครื่องยนต์จากรถแข่ง ผสานดีไซน์เฉียบคมสไตล์อิตาเลียน ที่แม้กระทั่งประธานาธิบดีของอิตาลี ยังใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง

อีกทั้งยังเป็น 1 ในซีดานหรูที่เร็วสุดในโลก กับ Top Speed 310 กม./ชม. มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง Diesel Turbo และเครื่องยนต์เบนซิน Twin Turbo โดยเครื่องยนต์เบนซินทั้ง V6 สูบ Twin Turbo และ V8 สูบ Twin Turbo ประกอบที่โรงงานในเมือง มาราเนลโล เช่นเดียวกับ Ferrari ในราคา 10,490,000 – 18,890,000 บาท

Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty

Rolls-Royce-Cullinan-Supreme-Liberty-2019

Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ซูพรีม ลิเบอร์ตี้) มาพร้อมสีพิเศษ พร้อมความอลังการยิ่งขึ้น Ultra Luxury SUV รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce สง่างามกับสีพิเศษ “Infinity-Black Metallic” ตัดด้วยโค้ชไลน์สี Mandarin เป็นเส้นสีส้มบางๆ คาดข้างตัวถังยาวจรดด้านหลัง เป็นเสมือนงานศิลป์จากปลายพู่กันของ Mr.Mark Court ผู้ที่ทำหน้าที่สุดพิเศษนี้เพียงคนเดียวในโลก

ห้องโดยสารของ Cullinan ใช้โทนสี Scivaro Gray (ซิวาโร่ เกรย์) ตัดกับสีดำ และเย็บตะเข็บเดินด้ายสี Mandarin ติดตั้งลายไม้ Blackwood Matted และเป็นคันแรกในไทยที่มาพร้อมออปชั่น “Immersive Seating with Centre Console” เป็นเบาะหลัง 2 ที่นั่งแบบแยกส่วน พร้อมคอนโซลคั่นกลาง ภายในเป็นตู้แช่ และชุดเครื่องดื่ม ติดตั้งแผงกั้นระหว่างห้องโดยสาร และห้องเก็บสัมภาระ เพื่อลดเสียงรบกวนให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

รวมทั้งมีอีก 2 ความพิเศษ ได้แก่ Commission Collection B-Spoke Umbrellas ร่มที่เดินด้ายบริเวณขอบเป็นสี Mandarin และ Signature Key กุญแจรถหุ้มหนังแท้สีเดียวกัน ในราคาประมาณ 30 กว่าล้านบาท

Aston Martin DBS Superleggera

Aston-Martin-DBS-Superleggera-2019

Aston Martin DBS Superleggera (แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจร่า) ยนตรกรรมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin ซึ่งคำว่า “Superleggera” หมายถึง “Super Light” ในภาษาอังกฤษ ด้วยตัวถังที่มีน้ำหนักเบา โครงสร้างอะลูมิเนียมผสานการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ กระจังหน้า 6 เหลี่ยม ฝากระโปรงหน้าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ใช้ขุมพลังเบนซิน V12 Twin Turbo 715 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 340 กม./ชม.

ภายในโดดเด่นด้วยเบาะหนังแท้เกรดดีที่สุด พวงมาลัยหุ้มหนัง Alcantara พร้อม Paddle Shifts เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมเครื่องเสียง Premium Audio กับระบบอินโฟเทนเมนท์ ควบคู่กับระบบ Navigator แสดงข้อมูลผ่านจอ TFT ขนาด 8 นิ้ว สั่งการผ่าน Touchpad ด้วยเสียง หรือการเคลื่อนไหว ในราคา 28.9 ล้านบาท มีเพียง 4 คัน เท่านั้น!

BMW Series-3

BMW-Series-3-2019

BMW Series-3 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3) กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชั่นที่ 7 กับการพัฒนาทั้งในด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการขับขี่ มาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น อันเป็นหัวใจสำคัญของ BMW เตรียมโชว์ตัวในงาน Motor Show 2019 ด้วยรุ่น BMW 320d Sport และ BMW 330i M Sport

BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์เทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด มอบพละกำลัง 190 แรงม้า จากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ของ BMW 320d Sport ส่วน BMW 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 258 แรงม้า โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด Comfort, Sport และ Eco Pro ในราคา 2,959,000 – 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW Z4

BMW-Z4-2019

BMW Z4 (บีเอ็มดับเบิลยู แซด4) รถสปอร์ตโรดสเตอร์สุดคลาสสิก … พร้อมแล้วที่จะกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในโฉมใหม่ มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสองรุ่น ได้แก่ BMW Z4 sDrive30i M Sport ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า

ส่วน BMW Z4 M40i เสริมความแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบที่ส่งพลังถึง 340 แรงม้าลงสู่ล้อหลัง ขณะที่ระบบ Driving Experience Control ในทั้งสองรุ่น สามารถปรับแต่งลักษณะการขับขี่ให้ตรงกับทุกความต้องการ ตั้งแต่ในโหมด Comfort ไปจนถึงความแม่นยำและเฉียบคมสไตล์สปอร์ตในโหมด Sport และ Sport+ ในราคา 3,999,000 – 4,999,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X7

BMW-X7

BMW X7 M50d (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์7) รถ SUV Full-Size จากค่ายใบพัดสีฟ้า นำเสนออีกก้าวแห่งความพึงพอใจจากการขับขี่ ด้วยนวัตกรรมความหรูหราและความกล้าที่จะแตกต่าง สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,000 รอบ/นาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SportSteptronic 8 สปีด

รวมทั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับอัตโนมัติ คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive … โดย BMW X7 M50d ใหม่ จะเริ่มเปิดรับจองในงาน Motor Show 2019 ในราคา 8,999,000 บาท

Mercedes-Benz E 53 4MATIC+ Coupé

Mercedes-AMG-E-53-4MATIC+-Coupe-2019

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อี 53 4แมติก+ คูเป้) รุ่นนำเข้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EQ Boost เพื่อเพิ่มพลังให้กับรถยนต์มากขึ้นกว่าเดิม คือรถยนต์คูเป้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตกแต่งทั้งคันในสไตล์ AMG โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ 435 แรงม้า ส่งกำกลังผ่านเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission ขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ในราคา 6,990,000 บาท

Mini Cooper S Hatch 60 Years Edition

Mini-Cooper-S-Hatch-60-Years-Edition-2019

Mini Cooper S Hatch 60 Years Edition (มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ รุ่นฉลองครบรอบ 60 ปี) ปี 2562 นี้ นับเป็นปีที่ 60 แห่งประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของมินิ รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก มินิได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปี ในดีไซน์สุดคลาสสิก ตามสไตล์มินิแบบ Retro ที่เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร

มาในสี British Racing Green สะดุดตา ตัดขอบสีดำ Piano Black พร้อมด้วยหลังคาและที่ครอบกระจกสีดำ รอบคันโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ 60 ปี ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในลาย 60 ปี 2 สีสุดพิเศษ และไฟท้าย LED ลายธงยูเนียนแจ็ค อันเฉพาะตัวของมินิ และภายในห้องโดยสาร ยังโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ออกแบบขึ้นเฉพาะ

มาพร้อมด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 192 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 สปีด ส่วนราคาจำหน่าย ติดตามได้ในงาน Motor Show 2019

Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva-2019

Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สไตล์โฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Show 2019 และพร้อมจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562

Chevrolet Captiva รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมด มีทั้งรุ่น 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สะท้อนแนวการออกแบบล่าสุดของ Chevrolet

MG V80

MG-V80

MG V80 (เอ็มจี วี80) รถตู้รุ่นใหม่ล่าสุด ขนาด 11 ที่นั่ง แบบเดียวกับ Maxus V80 Lativa เตรียมติดแบรนด์ MG เปิดตัวในงาน Motor Show 2019 ตัวรถแบบหลังคาเตี้ย มาพร้อมประตูเลื่อนแบบสไลด์ทั้ง 2 ด้าน พร้อมบันไดข้างแบบไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง โดยตัวรถมีความสูง 2.13 เมตร กว้าง 1.99 เมตร ประตูท้ายเปิดได้แบบตู้กับข้าว อ้าได้กว้างสุด 180 องศา

สำหรับขุมพลัง คาดว่าน่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร คอมมอนเรล มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ และราคายังไม่เปิดเผยในตอนนี้

จะมีรุ่นไหนถูกตาถูกใจคุณผู้ชมบ้าง ก็ลองไปเดินดูตัวจริงที่งานได้ แต่ถ้าอยากขายรถคันเดิมของคุณ ก็มาใช้บริการที่ Carro นะครับ

Top-Three-Cars-Customer-Satisfaction-In-Thailand

3 ที่สุดของรถยนต์ในแต่ละคลาส ที่คนไทยพึงพอใจ ในปี 2018 ที่ผ่านมา

ผลการศึกษาวิจัยสมรรถนะ, ระบบปฏิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ในประเทศไทย ประจำปี 2561 โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ เผยผลสำรวจ J.D. Power 2018 Thailand Automotive Performance, Execution and Layout (APEAL) Study โดยระบุว่า เครื่องเสียง, ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าของรถยนต์รู้สึกพอใจ เนื่องจากเจ้าของรถมีการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือเพื่อฟังเพลง หรือใช้แอปพลิเคชั่นนำทางกับระบบเครื่องเสียงรถยนต์

โดยครั้งนี้ Toyota คว้า 2 รางวัล ด้าน APEAL ส่วน Mitsubishi, Honda, Mazda, Chevrolet และ Ford ได้รับค่ายละ 1 รางวัล

Top-Three-Cars-Customer-Satisfaction-In-Thailand-2018

จากการศึกษาพบว่า คุณลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องเสียง, ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง (AENS) ที่ได้รับความพึงพอใจน้อยที่สุด ได้แก่ ความน่าสนใจของจอแสดงผลจากระบบเครื่องเสียงและระบบนำทาง, ความง่ายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ใช้เล่นเพลงกับตัวรถยนต์, คุณภาพเสียงของการโทร เมื่อเชื่อมต่อมือถือผ่านระบบบลูทูธ, รวมถึงลักษณะ และสัมผัสของปุ่มควบคุมเครื่องเสียง

การศึกษาในครั้งนี้ยังพบอีกว่า คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวม อยู่ที่ 846 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) ในปี 2561 โดยเจ้าของรถยนต์อเนกประสงค์ ให้คะแนนสูงสุดที่มีต่อความน่าดึงดูดใจของรถยนต์ (855 คะแนน) ตามมาด้วยเจ้าของรถกระบะ (845 คะแนน) และเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (843 คะแนน)

3 อันดับแรกของรถแต่ละประเภทที่ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน)

Mitsubishi-Mirage

รถยนต์ขนาดเล็ก (Compact Car)

  1. Mitsubishi Mirage – 849
  2. Nissan Note – 842
  3. Toyota Yaris – 838

Honda-Jazz

รถยนต์ขนาดกลางระดับต้น (Entry Midsize Car)

  1. Honda Jazz – 846
  2. Honda City – 840
  3. Toyota Vios – 838

Mazda3

รถยนต์ขนาดกลาง (Midsize Car)

  1. Mazda3 – 853
  2. Toyota Corolla Altis – 851
  3. Honda Civic – 847

Toyota-Fortuner

รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถสูงขนาดใหญ่ (Large SUV)

  1. Toyota Fortuner – 865
  2. Ford Everest – 863
  3. Mitsubishi Pajero Sport – 860

Chevrolet-Colorado-X-Cab

รถกระบะตอนขยาย (Pickup Extended Cab)

  1. Chevrolet Colorado X-Cab – 850
  2. Toyota Hilux Revo Prerunner Smart Cab – 850
  3. Isuzu D-Max Space Cab/V-Cross – 848

Ford-Ranger

รถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab)

  1. Ford Ranger Hi-Rider D-Cab – 859
  2. Isuzu D-Max Hi-Lander D-Cab – 857
  3. Toyota Hilux Revo D-Cab – 857

การศึกษาวิจัยดังกล่าว รวบรวมคำตอบจากเจ้าของรถยนต์ในประเทศไทยเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อสมรรถนะและการออกแบบในช่วง 2-6 เดือนแรก ของการเป็นเจ้าของ จำนวน 5,106 ราย ที่ซื้อรถใหม่ระหว่างเดือนกันยายน 2560 – กันยายน 2561 ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์ จำนวน 74 รุ่น จากทั้งหมด 13 ยี่ห้อ

การสำรวจดังกล่าวครอบคลุมองค์ประกอบของรถยนต์ 10 หมวดหมู่ ได้แก่ ภายนอกรถยนต์, ภายในห้องโดยสาร, พื้นที่เก็บสัมภาระและพื้นที่ว่าง, เครื่องเสียง/ระบบสื่อสาร/ระบบความบันเทิง/ระบบนำทาง, เบาะที่นั่ง, ระบบทำความร้อน, ระบบระบายอากาศ และระบบแอร์, สมรรถนะในการขับขี่, เครื่องยนต์ระบบเกียร์, ทัศนวิสัย และความปลอดภัยในการขับขี่ และการประหยัดเชื้อเพลิง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก J.D.Power

10-Cheapest-New-Automatic-Cars

10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ถูกสุดในไทย ปี 2019 มียี่ห้อไหน รุ่นอะไรบ้าง มาดูกัน

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้เลือกซื้อเลือกใช้กัน

Carro ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 443,000 บาท

Suzuki-Celerio

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

2. Toyota Yaris ATIV J ECO ราคา 479,000 บาท

Toyota-Yaris-ATIV

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) ใหม่ รถ Eco-Car 4 ประตู ที่โตโยต้า ออกมาเสริมตลาดสำหรับคนที่ต้องการใช้รถยนต์ 4 ประตู ทั้งเรื่องของดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ห้องโดยสารมีความเงียบเทียบเท่ากับรถยนต์ซีดานในรุ่นใหญ่ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 และเกีบร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

3. Toyota Yaris J ECO ราคา 489,000 บาท

Toyota-Yaris

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบ็ค) รถยนต์แฮทช์แบ็คขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Yaris ATIV J ECO

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

4. Nissan March 1.2E CVT ราคา 493,000 บาท

Nissan-March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

5. Suzuki Swift GA CVT ราคา 499,000 บาท

Suzuki-Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

6. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 501,000 บาท

Mitsubishi-Mirage

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว รองรับ Bluetooth, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

7. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 517,000 บาท

Mitsubishi-Attrage

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในกว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว รองรับ Bluetooth และระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

8. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายในต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

9. Mazda2 Hatchback 1.3 Sports Standard และรุ่น Sedan 1.3 Standard ราคา 530,000 บาท

Mazda2

Mazda2 (มาสด้า2) จัดเป็นรถยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นเลยทีเดียว ด้วยดีไซน์ที่บ่งบอกถึง DNA ความสปอร์ตพรีเมี่ยม พร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ SKYACITV-Vehicle Dynamics ให้สมรรถนะการขับขี่เหนือชั้น และ MZD Connect เชื่อมต่อโซเชียลได้ไม่มีสะดุด ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activesense มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, กระจกหน้าลดเสียงรบกวน, กุญแจรีโมท
วิทยุ CD/MP3, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

10. Nissan Almera 1.2E Sportech ราคา 537,000 บาท

Nissan-Almera

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในลุคหนูหนาและสปอร์ต ชูจุดเด่นด้วยห้องโดยสารพื้นที่กว้างขวาง ด้านหลังนั่งสบายมาก มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ชุดแต่ง Sportech, ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์รมดำ, ไฟหน้า Follow-Me-Home, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL, ปลายท่อไอเสียโครเมียม, กุญแจรีโมท, เครื่องเสียง CD/MP3, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้ออัลลอย 15 นิ้ว

Mr.Carro หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2562 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Sanook

Carro-Mitsubishi-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) Update 12/12/2018

Mitsubishi-Mirage

Mirage

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 467,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 501,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 567,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT Limited Edition ราคา 574,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT Limited Edition (สีขาวมุก/ดำ) ราคา 581,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi-Attrage

Attrage

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 483,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 517,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 572,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 613,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi-Xpander

Xpander

  • GLS-LTD ราคา 779,000 บาท
  • GT ราคา 849,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi-Triton-Minorchange

Triton

  • Single Cab 2.5D GL 5MT ราคา 524,000 บาท
  • Mega Cab 2.5D GL 5MT ราคา 579,000 บาท
  • Mega Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 621,000 บาท
  • Double Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 672,000 บาท

โฉมใหม่

  • Single Cab 4WD 2.4D GL 6MT ราคา 654,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 729,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 776,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 826,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 779,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 819,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6AT ราคา 882,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 873,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 923,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT-Premium 6MT ราคา 930,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT-Premium 6AT ราคา 983,000 บาท

*หมายเหตุ : สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท สีขาวมุก เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi-Pajero-Sport

Pajero Sport

  • 2.4D GT 2WD ราคา 1,301,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD ราคา 1,404,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD ราคา 1,544,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,459,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,574,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 15,000 บาท (รุ่น Elite Edition เพิ่ม 20,000 บาท)

ดูราคา Mitsubishi ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.mitsubishi-motors.co.th/

ดูโปรโมชั่น Mitsubishi ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/mitsubishi-new-car-promotion/

Price-List-Promotion-In-Motor-Expo-2018

อยากรู้ราคารถใหม่ในงาน Motor Expo 2018 มียอดดาวน์ ยอดจัด ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่

รวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Expo 2018 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2018)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ Carro ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Ford, Mercedes-Benz, BMW และ MG เป็นต้น

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ หากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ ลองดู Promotion เด็ดๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ Carro คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Expo 2018 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Nissan

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Honda

Honda-Civic-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

 

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Mazda

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Mitsubishi

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2018 Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Suzuki

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2018 Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Isuzu

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Ford 

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2018Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

MG

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2018 MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

BMW

BMW-Price-Promotion-Motor-Expo-2018

Mitsubishi-New-Car-Promotion

รวมโปรโมชั่นรถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุดทุกเดือน

Promotion ประจำเดือนพฤษภาคม 2562

Mitsubishi-Promotion-5-2019

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอสุดพิเศษ 

Mitsubishi SUPER PRO จัดให้ ใจถึง

• รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (1)
• รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (3)
• รับฟรีแพคเกจ 5 ปีดูแลดีถึงใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี (4) และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี (5)

เงื่อนไขตาม (1), (2) และ (3) ใช้สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ, แอททราจ, ไทรทัน, ปาเจโร สปอร์ต และเอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2562 เงื่อนไขตาม (4) และ (5)  ใช้สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ, แอททราจ, ไทรทัน และปาเจโร สปอร์ต รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2562

(1) รับฟรีค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท สำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 21,864 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 16,223 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ, มูลค่าสูงสุด 15,746 บาท สำหรับรุ่นมิราจ และ มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท สำหรับเอ็กซ์แพนเดอร์ ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันกำหนด และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(2) การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือการใช้รถโดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(3) รายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 8,150 บาท สำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 8,100 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน และมูลค่าสูงสุด 7,650 บาท สำหรับรุ่นแอททราจ มิราจ และเอ็กซ์แพนเดอร์ อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4) ฟรีค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามกำหนดการเช็กระยะ มูลค่าสูงสุด 25,858 บาท สำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, มูลค่าสูงสุด 27,794 บาท สำหรับรุ่นไทรทัน, มูลค่าสูงสุด 20,777 บาท สำหรับรุ่นแอททราจและมิราจ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ

(5) ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาทสำหรับรุ่น ปาเจโร สปอร์ต, ไทรทัน, แอททราจ และมิราจ

10-Secondhand-SUV-MPV-In-Price-500000-Baht

รถ 7 ที่นั่ง ทั้งแบบ SUV และ MPV 10 รุ่น ในงบไม่เกิน 500,000 บาท ที่คุณควรเลือก!

ตลาดรถในบ้านเราตอนนี้ หากจะพูดถึงรถที่ได้รับความนิยมมากๆ จากผู้ใช้รถในบ้านเรา เห็นทีคงต้องยกให้ รถ “SUV” และ “MPV” ที่ใช้งานได้สารพัดรูปแบบ ตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ลุยน้ำได้ ผู้สูงวัยนั่งด้านหลังได้สบายๆ หรือจะขนสัมภาระก็ได้

แต่ถ้าหากคุณมีงบประมาณที่จะซื้อจำกัดล่ะ? สมมติว่า งบคุณมีอยู่ 5 แสนบาท จะตัดสินใจเลือกรุ่นไหนที่คุณคิดว่าโดนใจ และซื้อมาใช้ น่าจะคุ้มค่าลงตัวที่สุด

Carro ขอรวบรวมข้อมูลรถ 7 ที่นั่ง มือสอง 10 รุ่น มีทั้งแบบ SUV และ MPV ในงบไม่เกิน “5 แสนบาท” ว่าจะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ไปอ่านได้เลยครับ.

Toyota Wish

Toyota-Wish

ราคามือสอง (ปี 2561) : 255,000 – 480,000 บาท

Toyota Wish (โตโยต้า วิช) เป็นรุ่นแรก และรุ่นเดียวที่ขายในไทย ถือเป็นรถ MPV ขนาด 6-7 ที่นั่งที่ขายดีมากในช่วงเปิดตัว ตัวรถดีไซน์ออกไปในทางสปอร์ต ภายในโทนสีดำดูหรูหรา ช่วงล่างแน่นหนึบแบบสปอร์ต แต่ข้อเสียก็อาจจะมีตรงที่ไม่มีแอร์ที่นั่งแถวที่ 3 และช่วงล่างที่กระด้างไปหน่อย

Toyota Wish มีจุดเด่นตรงที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1AZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i แบบเดียวกับในรุ่น Camry ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 19.6 กก.-ม. (192 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT + Sport Sequential

Toyota Innova

Toyota-Innova

ราคามือสอง (ปี 2561) : 230,000 – 500,000 บาท +

Toyota Innova (โตโยต้า อินโนวา) เป็นรถ MPV แบบ 7 และ 8 ที่นั่ง ที่ได้รับความนิยมในตลาดพอสมควร มีข้อดีคือใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับกระบะ Hilux Vigo ใช้อะไหล่เครื่องยนต์ และอะไหล่ตัวรถบางชิ้นร่วมกันได้ ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัว มีลูก 2-3 คน และเบาะแถวสามมีช่องแอร์มาให้ ส่วนข้อเสียคือ ถ้านั่งกันมากๆ รุ่นเครื่องยนต์เบนซินจะกินน้ำมันมากหน่อย และค่อนข้างอืด (แต่ไปติดแก๊ส LPG ได้)

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.6 กก.-ม. (182 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว D4-D Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 26.5 กก.-ม. (260 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Toyota Fortuner

Toyota-Fortuner

ราคามือสอง (ปี 2561) : 360,000 – 500,000 บาท +

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) ถือเป็นรถมือสองราคาขายต่อดีสุดรุ่นหนึ่งสำหรับรถประเภทนี้ เครื่องยนต์ดีเซลแรงดี เบาะนั่งแถวที่ 3 นั่งสบาย ผู้ใหญ่นั่งได้ อะไหล่หาง่าย ศูนย์บริการมีเยอะ ถ้าอยากได้รุ่นนี้ ในงบไม่เกิน 5 แสนบาท +- อาจจะได้รถที่ปีเก่าหน่อย สภาพอาจจะมีช้ำบ้าง

โฉมแรก มีให้เลือก 3 รุ่น คือดีเซล 1KD-FTV เกียร์ธรรมดา / เกียร์ออโต้ และ เบนซิน 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE เกียร์ออโต้ ช่วงประมาณปี 2555 ได้เปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ เฉพาะรุ่นดีเซลเปลี่ยนจากเดิม 4 สปีด เป็น 5 สปีด

Fortuner มีเครื่องยนต์ให้เลือก ดังนี้ ….. ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 1KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 – 3,200 รอบ/นาที (รุ่นปี 2554 ปรับแรงม้าขึ้นเป็น 171 แรงม้า)

ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo Intercooler Commonrail ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที (มาในปลายปี 2552) (รุ่นปี 2554 ขยับแรงบิดขึ้นเป็น 1,600 – 2,800 รอบ/นาที)

และเบนซินขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 241 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที

Honda Mobilio

Honda-Mobilio

ราคามือสอง (ปี 2561) : 430,000 – 500,000 บาท +

Honda Mobilio (ฮอนด้า โมบิลิโอ) รถแบบ Sub-Compact SUV ที่พัฒนาจากพื้นฐานของ Brio ยืดระยะฐานล้อให้ยาวขึ้น จัดเป็นรถอเนกประสงค์ของ Honda รุ่นแรก ที่ผลิตในประเทศไทย และเปิดตัวในปี 2557 ชูจุดเด่นห้องโดยสารกว้างสะดวกสบาย กับเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง แต่บางคนก็อาจจะไม่ชอบรูปทรง ไม่ชอบแผงคอนโซลภายใน ดูแล้วเหมาะกับคนวัย 30+ ซื้อมาใช้มากกว่า ก็ว่ากันไป …

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร จากในรุ่น City และ Jazz แบบ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC พ่วงด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ให้สมรรถนะดี ประหยัดน้ำมัน และเครื่องยนต์ที่ให้แรงม้ามากที่สุดในกลุ่มด้วย

Honda Freed

Honda-Freed

ราคามือสอง (ปี 2561) : 430,000 – 500,000 บาท +

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) เป็นรถแบบ Minivan MPV เกิดจากการที่ Honda ได้นำเข้า Honda Freed จากอินโดนีเซียเข้ามาลุยตลาดนี้ ในช่วงปลายปี 2552 มาพร้อมกับจุดเด่นที่ประตูด้านข้างแบบบานเลื่อน ซึ่งเหมาะมากๆ กับการให้เด็ก และผู้สูงอายุ ขึ้น-ลง จากรถ ภายในห้องโดยสารดูอบอุ่น ชุดคอนโซลแบบ Open Cafe แบบ 2 ชั้น กว้าง ใช้งานได้หลากหลาย จะวางอาหาร หรือเครื่องดื่มก็ได้ เบาะปรับได้อย่างอิสระ นั่งได้สบายๆ พร้อมแอร์แถวที่ 3 และที่วางสัมภาระท้ายพื้นเรียบแบบ Flat Floor

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 118 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับ City และ Jazz แต่เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงกว่า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

Mitsubishi Space Wagon

Mitsubishi-Space-Wagon

ราคามือสอง (ปี 2561) : 280,000 – 500,000 บาท +

Mitsubishi Space Wagon (มิตซูบิชิ สเปซแวกอน) เกิดมาในช่วงที่ตลาดรถ MPV บ้านเรากำลังคึกคัก ในช่วงปลายปี 2547 เป็น Mid-Size Minivan ที่ใหญ่กว่าคู่แข่ง ซึ่งก็ทำให้เบาะนั่งแถวที่ 3 นั่งสบายมากกว่าอีกด้วย และเครื่องยนต์ก็โตกว่าอีกด้วย แต่ข้อเสียก็อาจจะเป็นที่กินน้ำมันมาก

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส 4G69 แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว MIVEC ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 22.1 กก.-ม. (224 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด INVECS-II

Mitsubishi Pajero Sport

Mitsubishi-Pajero-Sport

ราคามือสอง (ปี 2561) : 440,000 – 500,000 บาท +

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เป็นอีกหนึ่งรถ PPV ยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่น แต่ถ้าพูดถึงในงบไม่เกิน 5 แสนบาท ก็จะได้รถปีเก่าๆ หน่อย (เพราะราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่ประมาณ 4 แสนกลางๆ แล้ว) เปิดตัวมาในปี 2551 ด้วยรูปโฉมครึ่งหน้าที่ดูคล้ายกับ Triton มีจุดเด่นอยู่ที่ช่วงล่างแน่น เครื่องยนต์แรง ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง

สำหรับเครื่องยนต์ มีให้เลือกทั้งแบบเบนซิน และดีเซล โดยแบบเบนซินขนาด 2.4 ลิตร รหัส 4G64 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 194 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

และแบบดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 4D56 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VG Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง V6 ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 6B31 แบบ V6 SOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 219 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 281 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เฉพาะรุ่น 2.4 ลิตร) และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด Invecs-II

Isuzu MU-7

Isuzu-MU-7

ราคามือสอง (ปี 2561) : 310,000 – 500,000 บาท +

Isuzu MU-7 (อีซูซุ มิว-เซเว่น) รูปทรงภายนอก อาจจะดูเหมือน D-Max ซะมาก แต่ MU-7 ก็ขยันปรับโฉมกันแทบทุกปี ตั้งแต่รุ่น Gold Series, Platinum Series รวมไปถึงรุ่นพิเศษอย่างรุ่น Limited, Executive, Groove หรือ Choiz เป็นต้น

จุดเด่นอยู่ที่ห้องโดยสารกว้างขวาง เครื่องยนต์ทนทาน ประหยัด และศูนย์บริการดี แต่ข้อเสียก็มีตรงอะไหล่มือสองบางอย่าง ไม่แพร่หลายนัก เบาะแถว 3 ที่เด็กนั่งน่าจะเหมาะกว่า (ผู้ใหญ่นั่งแล้วเหมือนยกขา) กับคานค้ำหลังคากระจกหน้าด้านคนขับขวามือ เป็นมุมอับเวลาเลี้ยว เป็นต้น

ใช้เครื่องยนต์ I-TEQ 3000 Ddi ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ1-TC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว Super Commonrail Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 146 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-3,400 รอบ/นาที

ต่อมา เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4 JJ1-TCX 3000 Ddi เทอร์โบแปรผัน VGS Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ใหญ่ขึ้น ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 34.0 กก.-ม. (333 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,600-3,200 รอบ/นาที

Suzuki Ertiga

Suzuki-Ertiga

ราคามือสอง (ปี 2561) : 320,000 – 500,000 บาท +

Suzuki Ertiga (ซูซูกิ เออร์ติกา) เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนมีนาคม 2556 เป็นรถอเนกประสงค์แบบ MPV 7 ที่นั่ง นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย มาพร้อมความกว้างขวาง (แต่เบาะนั่งแถวที่ 3 ก็คงคล้ายกันในทุกยี่ห้อ คือแคบหน่อย) ตกแต่งภายในได้สมราคา ส่วนข้อเสียก็อาจจะเป็นตอนออกตัวค่อนข้างอืด เนื่องจากเครื่องยนต์ขนาดเล็ก กับศูนย์บริการในต่างจังหวัดที่ไม่มาก

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร รหัส K14B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva

ราคามือสอง (ปี 2561) : 290,000 – 500,000 บาท +

Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) นี่ก็จัดเป็นรถ Compact SUV 7 ที่นั่งในตลาดเพียงรุ่นเดียว ที่ขายมาอย่างยาวนานมาก … นับถึงวันนี้ในตลาดบ้านเราก็ 12 ปีละ ปรับปรุงหน้าตากันไปก็หลายครั้ง มีจุดเด่นที่ความนุ่มนวล ความหนึบของช่วงล่าง รวมไปถึงพลังเครื่องยนต์ (ดีเซล) ที่เหลือเฟือ แต่เบาะนั่งแถวที่ 3 อาจนั่งไม่สบายนัก

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว Turbo แบบแปรผัน ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที

ส่วนเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Flex Fuel รองรับเชื้อเพลิง E20 และ E85 ทั้ง ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 2,200 รอบ/นาที

ภายหลังรุ่นเบนซิน 2.4 ลิตร เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ เป็นแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Double CVC ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 23.0 กก.-ม. (225 นิวตันเมตร) ที่ 4,600 รอบ/นาที

ใครที่กำลังมองหารถ SUV และรถ MPV สภาพดีๆ ในราคาที่ไม่เกิน 5 แสนบาท ก็ลองเข้ามาเลือกดูกันได้ครับ …

10-Secondhard-Cars-Price-Falls

10 รถมือสอง ที่คุณใช้แล้วต้องทำใจ เพราะราคาขายต่อถูกมากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในปีเดียวกัน!

“รถมือสอง” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นรถที่มีเจ้าของใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว ราคาก็ย่อมถูกกว่า “รถป้ายแดง” เช่นกัน โดยรถมือสองนั้น ก็มีทั้ง “แบรนด์หลัก” และ “แบรนด์รอง” … Mr.Carro จะมาอธิบายให้ฟัง …

“แบรนด์หลัก” ก็คือรถยี่ห้อใหญ่ๆ ที่ตลาดนิยม เช่น รถญี่ปุ่นหลายยี่ห้อ หรือรถยุโรปบางยี่ห้อ ที่แม้ว่าเราจะอาจจะเบื่อแล้ว หรือเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พอลงประกาศขาย (ในราคาที่เหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป) ก็จะมีผู้คนสนใจอยากซื้อไปใช้ต่อ แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะรถบางรุ่นของ “แบรนด์หลัก” เวลาขายต่อ ราคาก็ร่วงรูดได้เหมือนกัน

ส่วนรถยนต์ยี่ห้อที่เป็น “แบรนด์รอง” นั้น ไม่ต้องพูดถึง ส่วนใหญ่ตอนซื้อมาจ่ายราคาเต็ม พอขายต่อ ส่วนต่างหายไปมหาศาลก็มี ไม่ใช่ว่ารถคันนั้นคุณภาพ หรือสภาพรถไม่ดี! แต่เป็นเพราะหลายๆ ปัจจัย เช่น บริการหลังการขาย ราคาอะไหล่ ความหายากของศูนย์บริการ ก็มีผลทำให้รถคันนั้นๆ ราคาร่วงรูดได้เช่นกัน …

Carro ขอยกตัวอย่าง 10 รถมือสอง ราคาถูกกว่าตอนป้ายแดง มากอย่างไม่น่าเชื่อ (ภาค 1) มาให้ได้อ่านกันครับ.

Chery QQ

Chery-QQ

ราคาป้ายแดง (ปี 2552) : 389,400 – 434,400 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 70,000 – 100,000 บาท

Chery QQ (เฌอรี่ คิวคิว) รถแบรนด์จีนขนาดเล็กหน้าตาน่ารัก นำเข้าโดย บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัด ในเครือไทยยานยนตร์กรุ๊ป มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.1 ลิตร 68 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์แบบ AMT 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงถึง 19.23 กม./ลิตร (ที่ความเร็ว 90 กม./ชม.)

พอเจอโครงการรถ Eco-Car ของรัฐบาลเข้าไป บวกกับทาง CP เสนอให้ Chery บริษัทแม่ในจีนมาร่วมลงทุนในไทย แต่ทางจีนไม่เอา รถเฌอรี่ จึงเลือนหายไปจากตลาดรถบ้านเรา …

Proton Savvy

Proton-Savvy

ราคาป้ายแดง (ปี 2550) : 399,000 – 469,000 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 70,000 – 100,000 บาท

Proton Savvy (โปรตอน เซฟวี่) รถยนต์แห่งชาติของประเทศมาเลเซีย รูปทรงขนาดเล็กน่ารัก นำเข้ามาขายโดย บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 74 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์แบบ AMT 5 สปีด ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงถึง 19 กม./ลิตร และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 170 กม./ชม.

พอเจอโครงการรถ “รถคันแรก” ของรัฐบาลเข้าไป บวกกับทางตัวแทนจำหน่ายในไทย (ก็รู้ๆ กันอยู่) … ทำให้รถ Proton หลายๆ รุ่น และโชว์รูม ก็เลือนหายไปจากตลาดรถบ้านเรา (แม้ว่า โชว์รูม กับ ศูนย์บริการ ยังมีเหลืออยู่ แต่ก็น้อยนิดแล้วก็ตาม)

Chevrolet Sonic

Chevrolet-Sonic

ราคาป้ายแดง รุ่น 1.4 (ปี 2555) : 548,000 – 687,000 บาท
ราคาป้ายแดง รุ่น 1.6 (ปี 2556) : 677,000 – 709,000 บาท

ราคามือสอง (ปี 2561) : 200,000 – 400,000 บาท

Chevrolet Sonic (เชฟโรเลต โซนิค) เป็นตัวตายตัวแทนของรุ่น Aveo ที่เคยทำตลาดในบ้านเรา มีทั้งแบบ Northback 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ แต่ก็เจอมรสุมของตัวรถเอง จึงต้องหายไปจากตลาดอย่างเงียบๆ …

ในช่วงแรก Chevrolet เปิดตัว Sonic รุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 100 แรงม้า พอผ่านไป 1 ปี รุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 115 แรงม้า รองรับแก๊สโซฮอล์ E85 จึงตามมาให้เลือก ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ถ้าใครอยากเล่นรุ่นนี้ เราแนะนำให้เล่นรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เพราะสมรรถนะดีกว่ารุ่นเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร ครับ

Chevrolet Cruze

Chevrolet-Cruze

ราคาป้ายแดง (ปี 2553) : 729,000 – 1,149,000 บาท
ราคาป้ายแดง (ปี 2556) : 752,000 – 1,248,000 บาท

ราคามือสอง (ปี 2561) : 270,000 – 500,000 บาท

Chevrolet Cruze (เชฟโรเลต ครูซ) อันนี้ถือว่าเป็นตัวแทนของ Optra เดิม เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร 109 แรงม้า เบนซินขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Commonrail Turbo 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด DSC

พอถึงปี 2556 จึงปรับหน้าตาและเครื่องยนต์ให้รองรับแก๊สโซฮอล์ E85 ก่อนจะตัดรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ออก เหลือแค่รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร อย่างเดียว ปรับโฉมอีกครั้งช่วงปี 2558 ก่อนจะหายเงียบไป

หากใครอยากเล่นรุ่นนี้ เราขอแนะนำตัวดีเซลครับ เพราะขับสนุกสุดแล้ว (แต่ก็ดูแลเรื่องเกียร์หน่อยละกัน …)

Ford Fiesta

Ford-Fiesta

ราคาตอนป้ายแดง (ปี 2554) : 549,000 – 724,000 บาท
ราคาตอนป้ายแดง (ปี 2555) : 644,000 – 759,000 บาท
ราคาตอนป้ายแดง EcoBoost (ปี 2557) : 619,000 – 779,000 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 175,000 – 400,000 บาท

Ford Fiesta (ฟอร์ด เฟียสต้า) ถือเป็นรถ Ford อีกรุ่น ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกรุ่นเลยก็ว่าได้ มาทำตลาดในไทยครั้งแรกในแบบ 4 ประตู และ 5 ประตู ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 95 แรงม้า เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 121 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด กับแบบ PowerShift 6 สปีด

และในช่วงที่โครงการ “รถคันแรก” มา ทาง Ford จึงส่ง Fiesta รุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 109 แรงม้า มาแทนที่รุ่นเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร ซะเลย แถมยังได้เงินคืนถึง 100,000 บาทเชียวนะ!

สุดท้าย Ford Fiesta จึงปรับโฉมหน้าตาใหม่ ในปี 2556 (ก่อนจะเปลี่ยนหน้าตาของรุ่น 1.5 ตามมาในปี 2557) มาพร้อมเครื่องยนต์ Turbo ใหม่ ขนาด 1.0 ลิตร EcoBoost 125 แรงม้า … แต่พอเจอ User Voice มากมายของที่ใช้รุ่นรถนี้ บวกกับข่าวคราวหลายครั้งที่ผ่านมา ก็ทำให้ราคามือสองของ Fiesta นั้น ต่างจากราคาป้ายแดงลิบลับแบบไม่ต้องสงสัย …

Ford Focus

Ford-Focus

ราคาป้ายแดง (ปี 2555) : 759,000 – 1,079,000 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 290,000 – 500,000 บาท

Ford Focus (ฟอร์ด โฟกัส) รถขนาดกลางแบบ C-Segment ยอดนิยมของฟอร์ดทั่วโลกอีกหนึ่งรุ่น เปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 3 ในบ้านเราเมื่อปี 2555 มาพร้อมความสปอร์ตในแบบ Sedan 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 125 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 170 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ PowerShift 6 สปีด

สุดท้าย Ford Focus จึงปรับโฉมหน้าตาและเครื่องยนต์ใหม่ ในปี 2559 มาพร้อมเครื่องยนต์ Turbo ใหม่ ขนาด 1.5 ลิตร EcoBoost 180 แรงม้า …

แต่พอเจอ User Voice มากมายของที่ใช้รุ่นรถนี้ เกี่ยวกับเรื่องเกียร์ PowerShift เช่นเดียวกับรุ่นน้องอย่าง Fiesta ก็ทำให้ราคามือสองของ Focus นั้น ดำดิ่งต่างจากราคาป้ายแดงลิบลับเช่นกัน …

MG6

MG6

ราคาป้ายแดง (ปี 2557) : 988,000 – 1,128,000 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 280,000 – 520,000 บาท

MG6 (เอ็มจี6) ถือเป็นรถรุ่นแรกของ MG ในไทย ภายใต้การทำตลาดโดย CP ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปี 2557 มีให้เลือกทั้งโฉม Sedan 4 ประตู และแบบ Fastback 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร 161 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Dual Clutch Transmission (DCT) 6 สปีด

แต่เนื่องด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ของตัวแบรนด์ MG เอง จึงทำให้ราคาขายต่อรถมือสองของรุ่นนี้ ดูเบาๆ สำหรับคนกำลังมองหารถมือสอง MG มาใช้ อย่างไม่ต้องสงสัย …

Nissan Pulsar

Nissan-Pulsar

ราคาป้ายแดง (ปี 2556) : 776,000 – 976,000 บาท
ราคาป้ายแดง (ปี 2557) : 781,000 – 1,070,000 บาท

ราคามือสอง (ปี 2561) : 380,000 – 490,000 บาท

Nissan Pulsar (นิสสัน พัลซ่าร์) อาจจะเรียกได้ว่า เป็นรถนิสสัน ที่เคยขายในไทยเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ยุคสยามกลการนู่น แต่ไม่รุ่งเลยเลิกขายไป ก่อนจะ Come Back กลับมาขายใหม่อีกหลังในปี 2556 ในแบบสปอร์ต แฮทช์แบค ออพชั่นเพียบ แล้วก็แป๊กเหมือนในอดีตอีก …

มีให้เลือก 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ ขนาด 1.6 ลิตร 116 แรงม้า, ขนาด 1.8 ลิตร 131 แรงม้า และเบนซิน 1.6 ลิตร DIG Turbo 190 แรงม้า ซึ่งถ้าใครที่ชอบความแรงแล้ว คงต้องยกให้ไปลองเล่นรุ่น Turbo ดูครับ

Mitsubishi Lancer EX

Mitsubishi-Lancer-EX

ราคาป้ายแดง (ปี 2552) : 831,000 – 1,034,000 บาท
ราคาป้ายแดง (ปี 2554) : 794,000 – 1,151,000 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 280,000 – 460,000 บาท

Mitsubishi Lancer EX (มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์) แม้ว่าจะเป็น Lancer รุ่นสุดท้ายที่ขายในบ้านเราเวลานี้ จัดว่าเป็นรถ C-Segment ที่น่าใช้อีกรุ่น ดีไซน์สไตล์สปอร์ต ไปแต่งเป็นโฉม Evolution ก็หล่อใช่ย่อย ช่วงล่างก็ดีเกาะถนน ออพชั่นติดรถก็ถือว่ามากใช้ได้ และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร แบบ FFV เติมแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ รุ่นแรกในไทย … พอในปี 2554 ก็มีการปรับออพชั่นเพิ่มอีก อาทิเช่น เพิ่มระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS และแนะนำตัวถังสีใหม่ “แดงเมทัลลิก” เป็นต้น

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 139 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 154 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT INVECS-III แบบ 6 สปีด … แต่เพราะ Lancer ไม่ใช่รถตลาด เหมาะสำหรับคนชอบรถแต่งมากกว่า และเรื่องศูนย์บริการ กับราคาอะไหล่ ทำให้ราคามือสอง อาจจะทิ้งห่างจากตอนป้ายแดงอยู่พอสมควร

Toyota Prius

Toyota-Prius

ราคาป้ายแดง (ปี 2553) : 1,190,000 – 1,270,000 บาท
ราคาป้ายแดง (ปี 2555) : 1,199,000 – 1,369,000 บาท
ราคามือสอง (ปี 2561) : 330,000 – 600,000 บาท

Toyota Prius (โตโยต้า พริอุส) รถสำหรับคนรักษ์โลกจากค่ายโตโยต้า มาพร้อมขุมพลังไฮบริด กับรูปทรงที่ลู่ลม ผลิตในไทยด้วย! ซึ่งนับเป็นประเทศที่ 3 ของโลก สำหรับการผลิต Prius ขาย … มีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย เช่น ระบบ Head-Up Display รวมไปถึงประสิทธิภาพของระบบไฮบริดที่ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร 99 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 82 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน และให้อัตราเร่งเทียบเท่ารถยนต์เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ

Prius เป็นรถที่ดีและน่าใช้อีกคันหนึ่งเลยทีเดียว แต่ด้วยเวลาที่แบตเตอรี่ต้องใกล้เปลี่ยน กับ ราคาอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นเยอะ ทำให้ราคามือสองของรุ่นนี้ ทิ้งห่างจากตอนซื้อใหม่ไปมากพอสมควร …

ทางที่ดี ก่อนคุณจะซื้อตัดสินใจหารถมือสองมาใช้สักคัน (เช่น Inbox ไปถามใน Fanpage “Carro Thailand” ก็ได้) ก็ควรหาคนที่พอมีความรู้เรื่องรถยนต์ หรือช่างไปดูรถด้วย เพื่อให้ได้รถที่มีสภาพดี ไม่ชนหนัก ไม่ถูกย้อมแมว จะได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ยังไงล่ะครับ

หากใครที่คิดว่าตัวเองใจไม่ถึง อยากเปลี่ยนไปเล่นรถตลาด อยากขายรถที่มีในบทความนี้อยู่เพื่อไปเล่นรุ่นอื่น ก็ลองดูได้ครับผม …

10-Cheapest-Pickup-In-Thailand

ถ้าจะให้พูดถึง “รถกระบะ” แล้ว ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถที่สามารถใช้ขนของได้เยอะๆ คุ้มค่าในการทำธุรกิจ ใช้ในการเกษตร ขนผลไม้ ขนผลผลิตไปขาย หรือใช้ขนคน ไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว หรือจะไว้แต่งซิ่งก็ตาม

รถกระบะในตลาดรถ ก็มีให้เลือกในหลายประเภท อาทิ แบบตอนเดียว, แบบตอนเดียวยกสูง, แบบมีแค็บ, แบบ 4 ประตู หรือจะเป็นแบบ 2 ประตู กับ 4 ประตู ยกสูง หรือขับ 4X4 เป็นต้น

ราคารถกระบะก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถกระบะที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

Carro ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถกระบะถูกสุดในไทย ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

1. TATA Xenon Single Cab 150 NXpert Cab Chassis ราคา 414,000 บาท

TATA-Xenon-Single-Cab-NXpert-Cab-Chassis

TATA Xenon (ทาทา ซีนอน) รถกระบะเรือธงจาก “TATA” ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแดนภารตะ ที่เพิ่งประกาศเลิกผลิตรถยนต์ในไทยไปเมื่อไม่นานมานี้ “ซีนอน” เป็นรถกระบะที่ทาทาขายในไทยมานานนับสิบปี ชูจุดเด่นด้วยกระบะพื้นเรียบ เพลาท้ายแบบ Heavy Duty สามารถบรรทุกได้เต็มพื้นที่

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร VTT DICOR รายแรก ประหยัดน้ำมัน แต่ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดต่อเนื่อง ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ พร้อมอัตราเร่งที่ต่อเนื่อง พร้อมเกียร์ 5 สปีดใหม่ ทนทานทุกการใช้งาน

2. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi Cab-Chassis ราคา 507,000 บาท

Isuzu-D-MAX-Spark-Cab-Chassis

Isuzu D-Max Blue Power (อีซูซุ ดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์) พัฒนาภายใต้แนวคิด “The Power of Less” มาใช้ในรถปิกอัพครั้งแรกในโลก เป็นเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 150 แรงม้า ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทำให้ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างสูงจากผู้ใช้รถ

โดยในรุ่น Cab-Chassis สำหรับให้ผู้ประกอบการซื้อไปใส่ตู้แช่เย็น ใส่กระบะแบบพื้นเรียบได้ หรือจะไปดัดแปลงเป็นรถขายอาหารก็ได้เช่นกัน

3. Mitsubishi Triton Single Cab 2.5 VGT GL ราคา 524,000 บาท

Mitsubishi-Triton-Single-Cab

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) แกร่งเต็มพิกัด ทนจัด บรรทุกจุใจ ผนังกระบะแบบสองชั้น เพื่อติดตั้งรั้วกระบะอย่างมั่นคงและแข็งแรง ซุ้มล้อขนาดเล็กได้เพิ่มพื้นที่บรรทุกสินค้าได้มากเป็นพิเศษ คุ้มค่าทุกการเดินทางและงานบรรทุก ภายในห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย ดีไซน์หรูมีระดับ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร 128 แรงม้า สะดวกสบายด้วยกระจกไฟฟ้า และเซ็นทรัลล็อก

4. Toyota Revo Standard Cab 2.4J Cab Chassis ราคา 528,000 บาท

Toyota-Hilux-Revo-Standard-Cab-Chassis-Cab

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) รุ่นมาตรฐาน บนนิยามใหม่แห่ง “ความแกร่ง” สะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิด “ยุคใหม่แห่งกระบะ ทุกตารางนิ้วต้องไฮลักซ์” จนเป็นที่มาของสโลแกน “ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต” ซึ่งปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่ทุกปี ในรุ่น Cab Chassis นี้ เน้นกลุ่มตลาดที่ต้องการรถกระบะมีตู้แช่เย็น หรือดัดแปลงไปทำเป็นรถขายของก็ได้

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นล่าสุด (GD Efficient Boost) 150 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

5. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi B ราคา 538,000 บาท

Isuzu-D-MAX-Spark-1.9-Ddi

Isuzu D-Max Blue Power (อีซูซุ ดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์) พัฒนาภายใต้แนวคิด “The Power of Less” มาใช้ในรถปิกอัพครั้งแรกในโลก เป็นเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 150 แรงม้า ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ กระจังหน้าโครเมี่ยมดีไซน์ใหม่ บรรยากาศห้องโดยสารใหม่! โทนสีเทาเข้ม เท่ ลงตัว ทำให้ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างสูงจากผู้ใช้รถ

6. Ford Ranger Standard Cab 2.2 XL ราคา 559,000 บาท

Ford-Ranger-XL-Standard

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) กระบะ “เกิดมาแกร่ง” แกร่งเพื่อลูกเมีย ที่มามาดแข็งแกร่งแบบรุ่นพี่อย่าง “Ranger Raptor” จะขับลุยน้ำ บรรทุกของหนัก หรือขับบนพื้นทรายสูงชันก็ไม่หวั่น

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCI เทอร์โบ 2.2 ลิตร 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

7. Nissan Navara Single Cab 2.5 SL ราคา 559,500 บาท

Nissan-Navara-Single-Cab

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) ที่สุดของรถปิคอัพ เพื่องานบรรทุกหนัก สุดยอดของความคุ้มค่า โดดเด่นด้วย “ที่เหยียบขึ้นกระบะด้านข้าง” ที่เพิ่มความสะดวกในการขนของที่ออกแบบอย่างลงตัว ช่วยให้คุณขนของง่าย สะดวกสบายยิ่งขึ้น มั่นใจปลอดภัยด้วยกล้องมองหลังที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร 163 แรงม้า เพื่อให้คุณพร้อมลุยไปข้างหน้าได้ทุกสถานการณ์

9. Mazda BT-50 PRO Standard Cab 2.2S ราคา 562,000 บาท

Mazda-BT-50-PRO-Standard-Cab

Mazda BT-50 PRO (มาสด้า บีที-50 โปร) ฉีกทุกการออกแบบปิกอัพสไตล์เดิมๆ ปิกอัพแกร่งตัวจริง คุ้มค่าทุกการใช้งาน กระบะท้ายขนาดใหญ่ กว้างถึง 1,560 มม. และลึก 513 มม. เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกให้มากขึ้น

สมรรถนะแกร่ง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ Di-Thunder PRO ขนาด 2.2 ลิตร 125 แรงม้า ใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่ให้อัตราทดในแต่ละเกียร์ที่สัมพันธ์กัน ภายใต้คันเกียร์แบบสั้น (Short Shifter) สามารถควบคุมการส่งกำลังที่ดี ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ง่ายต่อการเปลียนเกียร์

8. Toyota Revo Standard Cab 2.4J ราคา 561,000 บาท

Toyota-Hilux-Revo-Standard-Cab

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) รุ่นมาตรฐาน บนนิยามใหม่แห่ง “ความแกร่ง” สะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิด “ยุคใหม่แห่งกระบะ ทุกตารางนิ้วต้องไฮลักซ์” จนเป็นที่มาของสโลแกน “ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต” ซึ่งปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่ทุกปี

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นล่าสุด (GD Efficient Boost) 150 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่พร้อมใช้น้ำมันดีเซล B20 และยังปรับราคาตัวรถลงมาอีกด้วย

10. Foton Tunland Single Cab 2WD E ราคา 566,000 บาท

Foton-Tunland-Single-Cab

Foton Tunland (โฟตอน ทุนแลนด์) เป็นรถกระบะแห่งอนาคตจากเมืองจีน ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจาก Foton มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ดีเซลจาก Cummins ขนาด 2.8 ลิตร 116 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีดจาก Getrag ที่คุณมั่นใจได้ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง

Mr.Carro หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนเมษายน 2562 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ เราจัดอันดับเพียงยี่ห้อละ 1 แบบ หากเป็นรถกระบะรุ่นที่เป็นแบบ Chassis Cab (แบบไม่มีกระบะหลัง) ทางเราจะจัดอันดับเป็นอันดับแรก และลำดับต่อมาจะเป็นรถกระบะรุ่นที่มีกระบะหลัง ที่ราคาถูกสุด