10 อันดับ รถอเนกประสงค์ SUV - PPV และ Crossover ถูกสุดในไทย ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

New-MG-ZS-2020

1. MG ZS 1.5 C ราคา 689,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV รุ่นไมเนอรเชนจ์ล่าสุด ตามประสารถใหม่ 2020 เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง หรูหรา ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ส่งกำลังผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ใหม่

Honda-BR-V-2019

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

ชูจุดเด่นด้วยภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-แดงสไตล์สปอร์ต มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 หรือพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) ปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อให้ผู้โดยสาร แถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น และพนักพิงปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City (รุ่นเก่า) ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85

Mazda-CX-3-2021-Collection

3. Mazda CX-3 2.0 Base 2021 Collection ราคา 769,000 บาท

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์โฉมใหม่ 2021 Collection ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถอเนกประสงค์ Compact SUV โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ตัวรถดูเรียบหรู ภายใต้ Concept “Less is More”

ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเข้าไปจนล้นคัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) เป็นต้น

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Nissan-Kicks-e-Power-Motor-Expo-2020

4. Nissan Kicks e-POWER S ราคา 889,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

DFSK Glory i-Auto

5. DFSK Glory i-Auto ราคา 899,000 บาท

การกลับมาใหม่อีกครั้ง สำหร้บ DFSK (ดีเอฟเอสเค) ที่เคยผลิตและนำเข้ารถบรรทุกเล็กกับรถตู้มาขายในไทย ก่อนจะเลิกไป งวดนี้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ ได้นำเข้า DFSK Glory i-Auto (ดีเอฟเอสเค กลอรี่ ไอ-ออโต้) รถ Crossover SUV สัญชาติจีนแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดจีนเองใช้ชื่อว่า Dongfeng Fengguang 580 (ตงฟง เฟิงกวง 580) เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2016 มาขายในไทย

ภายนอกมาพร้อมกระจังหน้าแบบ Infinite Starlight Design ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential, หลังคาแบบ Panoramic Sunroof ที่สั่งการเปิดได้ด้วยเสียง, ประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เท้า, กล้อง 360 องศารอบคัน และล้อแม็กแบบสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตกแต่งหรูหราพร้อมลายไม้ มาพร้อมหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กับปุ่มสั่งงานบริเวณแผงคอนโซล, ระบบสั่งการด้วยเสียง i-Talk, เบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง พร้อมกล้องบันทึกภาพขณะรถวิ่ง และระบบความปลอดภัยมากมาย

ขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร ที่เสริมความแรงไว้ด้วย Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT บนน้ำหนักตัวรถ 1,510 กิโลกรัม

New-MG-HS-2019

6. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้โค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมเล่นระดับ และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า แผงประตูหน้า-หลัง และเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมหน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ส่วนหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Honda-HR-V-2019

7. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากเมื่อหลายปีก่อน ช่วงตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

Mazda-CX-30-2020

8. Mazda CX-30 2.0 C ราคา 979,000 บาท

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion เป็นรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Toyota-Corolla-Cross-2020

9. Toyota Corolla Cross 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Subaru-Forester-2019

10. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน, ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน, ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่, ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย และพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น มีประตูพาวเวอร์ด้านหลัง ช่วยให้เปิด-ปิด และล็อคประตูทุกด้านของรถ ได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด และฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย

อันนี้แถมให้ …

All-New-Isuzu-MU-X-2020

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,109,000 บาท

“All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 190 แรงม้า และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

New Toyota C-HR 2021

10. Toyota C-HR HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ ช่วงก่อนหน้านี้มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า แต่ตอนนี้เลิกผลิตไปแล้ว

เหลือเพียงแต่ในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี!

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

ช่วงหน้าฝนนี้ บรรดารถ SUV นี่ถือว่ามีบทบาทสำหรับคนใช้รถในไทยมานานสามสิบปีแล้วก็ว่าได้ ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย ออฟชั่นเพียบ และเพิ่มความหรูหรามากกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

แต่รถอีกประเภทหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มรถ SUV เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีแชสซีส์เหมือนรถกระบะ แล้วใช้ตัวถังรถครอบลงไป ที่ในไทยมักเรียกกันว่ารถ “PPV” (Pick-Up Passenger Vehicle = รถอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะ) โดยมากแล้วจะเป็นรถ 7 ที่นั่ง ซึ่งก็มียอดขายที่สูงมากต่อด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสองก็ตาม

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

สำหรับรถยนต์ที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) จะมาแนะนำให้คนที่กำลังมองหารถใช่วงหน้าฝนนี้ ได้ซื้อไว้ใช้งาน เป็นเจ้าของรถครอบครัวกันสักคัน โดยต้องเป็นรถที่มีที่เก็บของจุกจิกได้ เบาะพับได้หลายรูปแบบ แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์ตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต) รุ่นปี 2015 – ปัจจุบัน ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

Mitsubishi Pajero Sport เจเนอเรชั่นที่ 2 (รุ่นปัจจุบัน) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 มีความล้ำสมัยที่สุดและครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เริ่มจากการออกแบบตัวรถที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับงานดีไซน์ด้วยการถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบล่าสุด “Dynamic Shield” ตัวถังใหญ่ แข็งแกร่ง และบึกบึน งานออกแบบยังสะท้อนแนวคิด “รูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับการใช้งาน” ผสมผสานการปกป้อง สมรรถนะการขับขี่

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

ภายในห้องโดยสารของ ปาเจโร สปอร์ต หรูหราและอเนกประสงค์ยิ่งขึ้น ด้วยคอนโซลกลางเสริมด้วยวัสดุนุ่มบริเวณด้านข้าง มาตรวัดแบบ High Contrast พร้อมการแสดงผลแบบอนิเมชั่น 3 มิติ และระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร เทคโนโลยีนาโนอิ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ยังรวมถึงช่องชาร์จไฟฟ้า 220V AC ช่องเก็บสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบรกมือไฟฟ้า ช่องระบบปรับอากาศดีไซน์ใหม่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ตลอดจนระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวางที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง

ความหรูหราและสะดวกสบาย ยังรวมถึงระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ Dual Zone แยกปรับซ้าย-ขวา พวงมาลัยแบบปรับขึ้นลงและเข้าออกได้ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติและระบบปรับอากาศด้านหลัง

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

Pajero Sport รุ่นนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ด้วย T-Shaped High Console ที่จัดวางทุกฟังก์ชั่นให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน รวมถึงหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว และระบบ Navigator พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ควบคุมระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ และสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง พร้อม Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าถึงแม้รถคันหน้าจะชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ระบบนี้จะช่วยรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยไว้ได้

Pajero Sport ยังมาพร้อมระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอัจฉริยะ (ETACS) ระบบนี้ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตัวรถ ทั้งใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนช่องทาง ระบบเตือนลืมปิดไฟหรี่ ระบบสัญญาณไฟกระพริบเมื่อหยุดรถฉุกเฉิน ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็ว ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์และเมื่อกดรีโมท ระบบกุญแจนิรภัยและกุญแจอัจฉริยะ

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC บล็อกอลูมิเนียม ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และระบบ INC (Idle Neutral Control) + G-Sensor

ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD-II ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีทั้งหมด 4 โหมด ประกอบด้วย โหมด 2H ระบบขับเคลื่อนสองล้อ (2WD High-Range) โหมด 4H ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full Time – All Wheel Control (4WD High-Range) โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-range with Locked Transfer) และโหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) ระบบนี้ ยังมาพร้อมโหมดออฟโรดที่หลากหลาย และเฟืองท้ายดิฟล็อก ที่สืบทอดมาจากตำนานในสนามแข่ง

สำหรับ Pajero Sport โฉมนี้ มีรุ่นย่อยให้เลือก ได้แก่ 2.4 GT 2WD, 2.4 GT Premium 2WD และ 2.4 GT Premium 4WD

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 Mitsubishi เปิดตัวรุ่นพิเศษให้กับ Pajero Sport ด้วย “Elite Edition” มาพร้อมชุดหรูๆ ประกอบด้วยสัญลักษณ์ Pajero Sport บนฝากระโปรงหน้า, กระจังหน้าสีดำ, ชุดแต่งใต้กันชนหน้า-หลังสีดำ, ราวหลังคาสีดำ, สปอยเลอร์หลัง, ปลายท่อไอเสียสเตนเลส และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนตัวถังสีขาว White Pearl มาพร้อมหลังคาสีดำ Jet Black Mica

ห้องโดยสารภายใน มาพร้อมเบาะหนังแท้สีน้ำตาลแบบ Horizontal Stripe พร้อมกับเทคโนโลยี Quole Modure สะท้อนความร้อนจากแสงแดด, แผงข้างประตูและกล่องเก็บของคอนโซลกลางตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาล, กันรอยขอบประตูสเตนเลสพร้อมไฟ LED และพรมปูพื้นห้องโดยสาร

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 Mitsubishi เปิดตัว Mitsubishi Pajero Sport โฉมไมเนอร์เชนจ์ ครั้งแรกในโลก (อีกแล้ว) มาพร้อมหน้าตารูปลักษณ์ภายนอกใหม่ เพิ่มชุดไฟหน้า Bi-LED ปรับลำแสงอัตโนมัติ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED คู่กับล้ออัลลอย 18 นิ้ว หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น

ส่วนภายในห้องโดยสารใช้จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้า สามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน และระบบแฮนด์ฟรี

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2563 ตามมาติดๆ กับรุ่นพิเศษอย่าง Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต อีลิท เอดิชั่น) มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำ (Jet Black Mica) และสีขาว (White Diamond) ตัดกับหลังคาสีดำ

มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมาตรฐาน ได้แก่ กระจังหน้ารถสีดำตกแต่งด้วยโลโก้ “Pajero Sport” บนฝากระโปรงหน้า และโลโก้ “Elite Edition” ที่ฝาประตูท้าย พร้อมปลายท่อไอเสียสเตนเลส ทั้งนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งสีดำทั้งหมด ได้แก่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, ชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ภายในห้องโดยสารหรูกราด้วยเบาะนั่งสีน้ำตาล “Quole Modure” ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด และตกแต่งพิเศษด้วยแผงข้างประตู กับคอนโซลกลาง บุด้วยวัสดุนุ่มสีน้ำตาล พร้อมสัญลักษณ์ “Pajero Sport” เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED พรมห้องโดยสารปักโลโก้ “Pajero Sport” และกล้องบันทึกภาพหน้ารถ DVR (Digital VDO Recorder)

สำหรับคนนั่งตอนหลังเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงตลอดการเดินทางด้วยจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ พร้อมรีโมทคอนโทรล รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI เป็นต้น

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนตุลาคม 2564 เดือนหน้าฝนนี้ เรามี Mitsubishi Pajero Sport รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 8 คันครับ ได้แก่ …..

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2010 ขาว

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2010 ขาว

1. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2010 เลขไมล์ 178,136 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2010-GYPZNZ.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 ขาว

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 ขาว

2. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2012 เลขไมล์ 156,898 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 459,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2012-DXOYM9.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 น้ำตาล

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 น้ำตาล

3. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2012 เลขไมล์ 185,695 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 429,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2012-G6019R.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2013 ดำ

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2013 ดำ

4. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2013 เลขไมล์ 149,159 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 429,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2013-EW86J2.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT PREMIUM 2WD 2015 น้ำตาล

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT PREMIUM 2WD 2015 น้ำตาล

5. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT ปี 2015 เลขไมล์ 155,896 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 749,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2015-E40Z4X.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT PREMIUM 2WD 2016 ดำ

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT PREMIUM 2WD 2016 ดำ

6. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT Premium 2WD ปี 2016 เลขไมล์ 102,216 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 779,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2016-DXO1LL.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 เทา

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 เทา

7. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT ปี 2018 เลขไมล์ 58,091 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 859,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2018-DO1894.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 ขาว

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 ขาว

8. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT ปี 2018 เลขไมล์ 66,539 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 879,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2018-E15024.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Mitsubishi Pajero Sport มือสอง (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Mitsubishi Pajero Sport ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย! 

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

Mitsubishi-New-Car-Promotion

รวม Promotion รถใหม่ 2022 Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนมกราคม 2565

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

all-Model-Promotion-campaign

Mitsubishi Outlander PHEV

  • เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% (1)
  • รับฟรี แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 20,200 บาท และ ฟรีช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท (2)
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 34,300 บาท (3)
  • รับฟรี ค่าติดตั้งจุดชาร์จไฟ มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท (4)
  • รับฟรี เครื่องฟอกอากาศ Nanoe X (5)
  • รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (6)
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (7) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (8)
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive (9)

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2565 รับ (1) (2) (3) (4) (5) และ (9)

all-Model-Promotion-campaign

New Attrage and New Mirage

  • ผ่อนเริ่มต้น 5,XXX บาท
  • ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 21,963 บาท และ ฟรีช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 17,600 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (4) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ หรือ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่น SMART ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

Mitsubishi Xpander

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 26,810 บาท และ ฟรีช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 – 31 มกราคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

Mitsubishi Xpander Cross

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 26,810 บาท และ ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,800 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่ 1 – 31 มกราคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Pajero Sport และ New Pajero Sport Elite Edition

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 12,XXX บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
  • เลือกรับ แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 26,376 บาท และฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 29,300 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 30,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ และ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น 1 – 31 มกราคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ (LR) 

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 5,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 18,900 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ (4WD)

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 6,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 18,900 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นเมกะ แค็บ (LR)

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 6,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 21,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นเมกะ แค็บ (HR)

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 7,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 21,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ (LR)

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 6,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 23,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ (HR) ผ่อนเริ่มต้น 8,XXX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 8,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 23,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 กราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ (4WD) รับ ดอกเบี้ย 0.59%* นาน 48 เดือน

  • รับ ดอกเบี้ย 0.59% นาน 48 เดือน
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 23,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 – 31 มีนาคม 2565

ดู Promotion Mitsubishi เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/buy/promotion

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ในยุคที่ “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กำลังบูมสุดขีดในปัจจุบันนี้ ที่ทั่วโลกต่างเล็งเห็นถึงวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติเริ่มลงโทษมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเทรนด์รักษ์โลกของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการลดการปล่อยไอเสียออกสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยที่สุด รถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นสิ่งที่พูดถึงเป็นอันดับต้นๆ

บรรดาค่ายรถตั้งแต่ในยุค 90 ต่างก็เริ่มเข็นรถยนต์ไฟฟ้าออกมามีให้เลือกกันหลายประเภท หลายขนาด ตามรูปแบบการใช้งาน ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงรถขนาดจิ๋วที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ผู้คนมักนึกถึงรถจากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า รถ K-Car หรือ “รถกระป๊อ” และ “รถตู้เล็ก” ที่ในบ้านเรานิยมเล่นกัน ก็มีรถ EV ทำออกมาขายกันเขาอยู่เหมือนกัน

MR.CARRO วันนี้เลยจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ Mitsubishi Minicab MiEV (มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ) กันครับ.

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

Mitsubishi Minicab (มิตซูบิชิ มินิแค็บ) จัดเป็นรถ K-Car เพื่อการพาณิชย์ของ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ที่เริ่มผลิตขึ้นมานับตั้งแต่ปี 1966 จนถึงปัจจุบัน โดยใน Minicab โฉมนี้รุ่น จัดอยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 1999 และผ่านการปรับโฉมมาแล้วหลายครั้ง

ส่วน Mitsubishi Minicab MiEV (มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ) จัดเป็นรถตู้เล็กแบบ EV หรือรถพลังงานไฟฟ้าขนาดจิ๋ว ที่ในตลาดแทบจะไร้คู่แข่งเลยทีเดียว (คู่แข่งที่เห็น ก็มีแค่ Daihatsu Hijet EV และ Suzuki Every EV) เปิดตัวในเดือนเมษายน 2011 ด้วยการนำเทคโนโลยีของ Mitsubishi i-MiEV มาต่อยอดในรูปแบบรถเชิงพาณิชย์ ก่อนจะประกาศขายจริงในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2011ในราคา 2,400,000 – 2,971,000 เยน (ที่จัดว่าแพงมากทีเดียว)

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

สำหรับโฉมแรก มีให้เลือกด้วยกัน 2 รูปแบบ นั่นคือ แบบ CD 10.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 100 กิโลเมตร และ CD 16.0 kW ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 150 กิโลเมตร

และยังผลิตรถบรรทุกเล็กอย่าง Mitsubishi Minicab Truck MiEV ตามออกมาภายหลังอีกด้วย โดยขายตั้งแต่ปี 2013 – 2017

ซึ่ง Mitsubishi ยังได้ร่วมมือกับทาง Suzuki (ซูซูกิ) ในการให้จัดหารถไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ป้อนให้กับทาง Suzuki นำไปติดยี่ห้อของตัวเองขายอีกด้วย ซึ่งเริ่มขายในชื่อ Suzuki Every EV ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2012

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ก่อนจะปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ในเดือนพฤศจิกายน 2013, เดือนตุลาคม 2014, เดือนกรกฎาคม 2015, เดือนมกราคม 2017 และล่าสุดในเดือนกันยายน 2020 ที่เหลือเพียงรุ่นย่อยเดียว CD 16.0 kW ก่อนจะประกาศยุติการผลิตในวันที่ 31 มีนาคม 2021 แต่ก็ยังจะขายรถตู้เล็กรุ่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสต๊อก

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

Mitsubishi Minicab MiEV มีมิติตัวรถยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,915 มม. ระยะฐานล้อ 2,390 มม. น้ำหนักรถ 1,100 – 1,110 กิโลกรัม

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ห้องโดยสารภายใน มีอุปกรณ์ให้เท่าที่จำเป็น แอร์ วิทยุ รองรับการบรรทุกสินค้าที่หลากหลาย ถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุด 350 กก. พร้อมผู้โดยสาร 2 คน (หรือ 4 คน) พื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะผู้โดยสารลงมีความยาว 2,685 มม. และประตูแบบสไลด์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนถ่าย

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส Y51 ให้กำลังสูงสุด 30 กิโลวัตต์ (41 แรงม้า) ที่ 2,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที และแบตเตอรี่ขนาด 16 kWh กำลังไฟ 330V รองรับการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO สามารถชาร์จไฟได้สูงสุด 80% ภายใน 35 นาที หรือด้วยการชาร์จไฟแบบปกติจนเต็มแบตเตอรี่ 100% ใช้เวลา 7 ชั่วโมง โดยให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 150 กิโลเมตร (ตามโหมด JC-08)

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีระบบคืนพลังงานขณะเบรก ที่จะช่วยแปลงพลังงานจากการเบรกเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงาน ภายใต้ Concept ระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต หรือ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (Dendo Drive House) เหมือนกับ Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) อีกด้วย

ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,431,000 เยน ในรุ่น 2 ที่นั่ง และ 2,453,000 เยน ในรุ่น 4 ที่นั่ง

ซึ่ง Mitsubishi Minicab MiEV เป็นรถตู้เล็กที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจในบ้านเรา หามาใช้งานจริงๆ ทั้งขับง่าย สะดวก คล่องตัว ช่วยลดต้นทุนกิจการของคุณ และทุกการเดินทาง ยังเงียบสงบ และไม่ปลอยมลพิษอีกด้วย ว่าแต่คุณสู้ราคาไหวหรือเปล่าล่ะ?

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Mitsubishi-i-MiEV-End-Production

ย้อนกลับไปช่วงประมาณกลางยุค 2000 ค่าย Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ที่ตอนนั้นยังอยู่ภายใต้อาณาจักรเดียวกับ DaimlerChrysler ได้ผลิตรถ K-Car ออกมาให้ชาวโลกให้ชอบใจกับการดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร และใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี วางด้านท้ายของรถ อย่าง “Mitsubishi i (มิตซูบิชิ ไอ)” ผลงานการสร้างสรรค์ของ Olivier Boulay ชาวฝรั่งเศสที่เป็นผู้ออกแบบรถรุ่นนี้ ที่พัฒนามาจากรถต้นแบบ “i” Concept ในปี 2003 ก่อนจะลุยตลาดทั่วโลก

Mitsubishi-i-Concept-2003

ชื่อรุ่น “i” นั้น มาตัวคันจิของภาษาญี่ปุ่น (และภาษาจีน) “愛” ที่แปลว่า “รัก” และยังสื่อในภาษาอังกฤษหมายถึง ฉัน หรือ เจ้าของรถ และยังตีความหมายไปเป็น Innovation, Intelligence และ Imagination ได้ด้วย

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับเจ้า Mitsubishi i เวอร์ชั่นเครื่องยนต์สันดาปภายในกันไปแล้ว Mitsubishi จึงริเริ่มผลิต รถ EV (Electric Vehicle) อย่างรถยนต์ไฟฟ้า Mitsubishi i-MiEV (MiEV ย่อมาจาก Mitsubishi innovative Electric Vehicle) ขึ้นมาจำหน่ายกับเขาบ้าง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่จำหน่ายกันเป็นกิจจะลักษณะรุ่นแรกของโลก

Mitsubishi-i-MiEV-Debut-2010

โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในวันที่ 5 มิถุนายน 2009 ก่อนจะส่งมอบรถให้ลูกค้า Corporate และหน่วยงานราชการของญี่ปุ่นเช่า ในเดือนกรกฏาคม 2009 และจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ในเดือนเมษายน 2010 ด้วยราคาที่ถือว่าสูงพอสมควร 4,599,000 เยน

ก่อนจะผลิตส่งไปจำหน่ายกว่า 52 ประเทศทั่วโลก และให้ทาง PSA ใช้ติดยี่ห้อรถของตัวเองขายในชื่อ Peugeot iOn กับ Citroën C-Zero และจำหน่ายใน USA ในชื่อ Mitsubishi i ซึ่งยอดขายจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ที่ประมาณ 32,000 คันทั่วโลก ซึ่งต่างจากยอดขายของ Nissan Leaf ที่ทำได้มากถึง 500,000 คัน!

การไฟฟ้านครหลวง-MEA-EV

ที่สำคัญ ทาง Mitsubishi Motors ประเทศไทย ก็ได้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ มาให้ลูกค้าได้ทดลองขับกันในปี 2553 รวมถึงมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ ด้วย อาทิเช่น การไฟฟ้านครหลวง ที่ได้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ไปใช้งานหลายคัน

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ต่อมาในเดือนเมษายน 2018 Mitsubishi ได้ปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่ ชุดกันชนหน้า-หลังใหม่ เพิ่มสีตัวรถใหม่ ให้เจ้า Mitsubishi i-MiEV อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ปรับปรุงอะไรใดๆ เลย จนดูล้าสมัยไปซะแล้ว โดยแบ่งออกเป็นรุ่นย่อย M ใช้แบตเตอรี่ความจุ 10.5 kWh (ต่อมาเลิกผลิตไป) และรุ่นย่อย X ใช้แบตเตอรี่ความจุ 16.0 kWh

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ตัวรถภายนอก หน้าตาดูจิ้มลิ้ม น่ารักน่าชัง รูปทรงแบบ 5 ประตู Hatchback นั่งได้ 4 คน ในราคาตัวรถ 3,003,000 เยน

มิติตัวรถยาว 3,480 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,610 มม. ระยะฐานล้อ 2,550 มม. ความสูงจากพื้นรถ 150 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,100 กก.

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า รหัส Y51 ให้กำลังสูงสุด 47 กิโลวัตต์ (64 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร (16.3 กก.-ม.) ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที พร้อมระบบเกียร์แบบลดความเร็วรอบเดียว ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง

กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 16.0 kWh ขนาด 330 โวลต์ ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ที่ 7-14 ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่ง 164 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Mitsubishi-i-MiEV-2018

แต่เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ก็มีข่าวใหญ่ทาง Nikkei Asia ซึ่งเป็นสื่อใหญ่ของญี่ปุ่น รายงานว่า Mitsubishi จำเป็นต้องยุติการผลิต Mitsubishi i-MiEV ในสิ้นปี 2020 นี้ เนื่องจากไม่มีเงินและบุคลากรเพียงพอ ที่จะลงทุนพัฒนาระบบ EV ต่อไป

ถือเป็นการปิดตำนานรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก ที่จำหน่ายกันอย่างจริงจัง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับค่ายรถคู่แข่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างมากมาย อาทิ Nissan Leaf เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ก็ยังไม่ทิ้งตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งในตอนนี้ได้ร่วมมือกับ Nissan พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ร่วมกัน โดยมีแผนเปิดตัวเร็วที่สุดภายในปี 2023

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

10 อันดับ รถเมล์ใช้งานมานานที่สุด ของ ขสมก.

ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในประเทศไทยทุกปี กำลังเป็นที่วิตกของหลายๆ ฝ่าย เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งอีกหนึ่งในแนวทางที่ภาครัฐ ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันปฏิบัติตาม ได้แก่ “การออกมาใช้ระบบขนส่งมวลชน” เพื่อลดปัญหาฝุ่นและมลพิษ

แต่ทว่า … ระบบขนส่งมวลชนบ้านเราอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ ไม่สามารถจูงใจให้คนมาใช้บริการได้ เมื่อรถเมล์มีสภาพเก่ามาก ควันดำ สกปรก กะเวลารอไม่ค่อยได้ บริการไม่ค่อยดีในบางคัน และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

อีกทั้งรถไฟฟ้าก็ค่าโดยสารแพง และคนแน่น หลายคนที่บ้านอยู่ไกล เข้าซอยลึก หรือต้องไปติดต่อธุระ ส่งของหลายที่ต่อวัน จึงเป็นเหตุผลใหญ่ที่คนไทย สมัครใจและจำเป็นต้องซื้อรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสองก็ตาม ทำให้ในกรุงเทพฯ มีการจราจรที่ติดหนักทุกวัน

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า รถเมล์ ขสมก. หลายคันที่คุณๆ เห็นวิ่งกันอยู่ บางคันมีอายุมากกว่าเด็กเพิ่งเรียนจบ เพิ่งทำงานใหม่ๆ ซะอีก! MR.CARRO ขอนำเสนอข้อมูลของ รถเมล์ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากที่สุด 10 อันดับ ให้ทุกคนได้ตะลึงกันครับ!

Hino-AK176

ภาพจาก Ian Fuller

1. Hino AK176 (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino AK176 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

โดย Hino AK176 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส EH700 ขนาด 6.4 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 168 แรงม้า

สำหรับ Hino AK176 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 540 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 40XXX (40001 – 40540) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 3, 4 และ 5

Isuzu-MT111QB

ภาพจาก Ian Fuller

2. Isuzu MT111QB (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu MT111QB นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

โดย Isuzu MT111QB ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6BD1 ขนาด 5.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ MLH5B น้ำหนักรถ 9,140 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu MT111QB จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 540 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 50XXX (50001 – 50540) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 6, 7 และ 8

Mitsubishi-Fuso-RP118

ภาพจาก 

3. Mitsubishi Fuso RP118 (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mitsubishi Fuso RP118 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

และรุ่นนี้ ยังเป็นรุ่นที่มีราคาต่อคันแพงที่สุด เพราะเครื่องยนต์วางท้ายรถ แบบรถเมล์โดยสารที่นิยมใช้รถทั่วโลก รวมถึงตัวรถด้านหน้า ถอดแบบมาจากรถเมล์ Mitsubishi Fuso ของญี่ปุ่น ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6D22-1A ขนาด 11.1 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 225 แรงม้า

สำหรับ Mitsubishi Fuso RP118 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 510 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 80XXX (80001 – 80510) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 2, 4 และ 8

Isuzu-LT112P

ภาพจาก Noltawat Rattanawan‎

4. Isuzu LT112P (2537 – 2564)

รถเมล์ Isuzu LT112P คันนี้ จัดว่าเป็นรถ Rare Item ของ ขสมก. เพราะมีไว้ใช้ในฐานะรถสแปร์ ซึ่งเป็นของบริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือของ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ให้สำหรับไว้ยืมใช้ในระหว่างการนำรถเมล์คันใดคันหนึ่งเข้าศูนย์บริการ จัดได้ว่าเป็นรถเมล์ที่หายาก (เพราะมีทำออกมาแค่คันเดียว) และวนเวียนไปในหลายสาย หลายเขตที่มีรถเมล์ Isuzu ใช้งานอยู่

สำหรับความพิเศษของรถคันนี้คือ เครื่องยนต์วางด้านท้าย ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6HE1 ขนาด 5.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 195 แรงม้า และใช้เกียร์อัตโนมัติ ของ Allison MTB643 ภายในเบาะนั่งขนาดใหญ่ กว้างขวาง น้ำหนักรถ 9,000 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu LT112P มีเลขข้างรถ 7-50542 ในอดีตเคยใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 6, 7 และ 8 ซึ่งล่าสุดทางบริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นเจ้าของรถเมล์คันนี้ ได้ประกาศขายจนเป็นข่าวดังในเดือนพฤษภาคม 2564

Hino-HU3KSKL

5. Hino HU3KSKL (6 มีนาคม 2538 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino HU3KSKL นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อไว้ด้วยกัน 80 คัน เพื่อใช้งานในเขตการเดินรถที่ 11 (เขตรถปรับอากาศ) ในสาย ปอ.2 มีนบุรี-สีลม , ปอ.12 จตุจักร-ปากคลองตลาด และ ปอ.18 จตุจักร-ลาดกระบัง

ต่อมาภายหลังจากการยุบเขตการเดินรถที่ 11 จึงเปลี่ยนเขตการเดินรถ เป็นเขตการเดินรถที่ 2 และย้ายไปใช้งานในเขตการเดินรถที่ 4 จนถึงปัจจุบัน โดย Hino HU3KSKL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส K13U ขนาด 13.2 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 260 แรงม้า

สำหรับ Hino HU3KSKL มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 40XX (4001 – 4080) (และรถสำรองอีก 1 คัน 4081) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 4

Isuzu-CQA650

6. Isuzu CQA650 (2538 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu CQA650 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อไว้ด้วยกัน 100 คัน เพื่อใช้งานในเขตการเดินรถที่ 11 (เขตรถปรับอากาศ) ต่อมาภายหลังจากการยุบเขตการเดินรถที่ 11 จึงเปลี่ยนเขตการเดินรถ ไปใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1 และ 7 จนถึงปัจจุบัน

โดย Isuzu CQA650 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6RB2 ขนาด 13.7 ลิตร แบบ 6 สูบ Boxer ให้แรงม้าสูงสุด 275 แรงม้า

สำหรับ Isuzu CQA650 มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 30XX (3001 – 3100)

Hino-RU1JSSL

ภาพจาก Express502

7. Hino RU1JSSL (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino RU1JSSL นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

โดย Hino RU1JSSL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส J08C-TK ขนาด 8.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 250 แรงม้า ภายหลังจึงได้ดัดแปลงติดตั้งก๊าซ NGV เข้าไป

สำหรับ Hino RU1JSSL จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 200 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 44XXX (44001 – 44200) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 2, 3 และ 5

แต่ต่อมาในปี 2545 จึงได้จัดซื้อรถเมล์รุ่นเดียวกันนี้เพิ่มเติม อีก 125 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 45XXX (45001 – 45125)

Isuzu-LV223S

ภาพจาก Wikipedia

8. Isuzu LV223S (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu LV223S นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

โดย Isuzu LV223S ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6SD1-TC ขนาด 9.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 270 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติของ ZF 4HP500 น้ำหนักรถ 11,600 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu LV223S จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 200 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 55XXX (55001 – 55200) ผลิตที่อู่เชิดชัย ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

Mercedes-Benz-OH1829-63

ภาพจาก Sira Sripairojkul

9. Mercedes-Benz OH1829/63 (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mercedes-Benz OH1829/63 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

สำหรับ Mercedes-Benz OH1829/63 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM441LA ขนาด 11.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 285 แรงม้า

สำหรับ Mercedes-Benz OH1829/63 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 397 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 66XXX (66001 – 66397) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

แต่ทว่ารถเมล์รุ่นนี้ มีปัญหาในเรื่องของควันดำมาก และในเรื่องของการจัดหาอะไหล่ซ่อมแซม ทำให้ต้องถูกปลดระวางไปจนหมดในปี 2561 ในตอนนี้จึงเหลือใช้งานอยู่แค่เพียงคันเดียว นั่นคือ 8-66249 ซึ่งเป็นรถที่ปรับสภาพใหม่ และซ่อมแซมโดยช่างของ ขสมก.

Daewoo-BH115

ภาพจาก Wikipedia

10. Daewoo BH115 (2544 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Daewoo BH115 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. จัดซื้อรถเมล์แบบ Euro II รอบสอง จำนวน 250 คัน เริ่มออกให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2544 มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 67XXX (67001 – 67250) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ เหลือใช้งานในเขตการเดินรถที่ 8 เพียงเขตเดียว

สำหรับ Daewoo BH115 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส DE12 ขนาด 11.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 235 แรงม้า

แต่ทว่ารถเมล์รุ่นนี้ เคยมีปัญหาในเรื่องของควันดำมาก และถุงลมช่วงล่างที่ชอบแตก จนต้องปลดระวางรถที่มีปัญหาไปเกือบๆ 200 คัน แต่รถเมล์ที่เหลือภายหลังได้รับการแก้ไขซ่อมแซมแล้ว

Isuzu-LV423R

ภาพจาก nighteye

อันนี้แถมให้ … Isuzu LV423R (2545 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu LV423R นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์แบบ Euro II อีกครั้ง ในปี 2545 จำนวน 250 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino และ Isuzu ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู)

โดย Isuzu LV423R ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6SD1 ขนาด 9.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 270 แรงม้า

สำหรับ Isuzu LV423R จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 125 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 56XXX (56001 – 56125) ผลิตที่อู่เชิดชัย ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

*หมายเหตุ 10 อันดับ รถเมล์ใช้งานมานานที่สุด ของ ขสมก. เป็นข้อมูล ณ เดือนฤษภาคม 2564

ถ้าเบื่อรอรถเมล์แล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรืออยากขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:

Price-List-Promotion-In-MotorShow-2020

CARRO รวบรวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Show 2020 (มอเตอร์โชว์ 2020)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ CARRO ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Suzuki, Subaru, Ford, BMW และ MG เป็นต้น

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ หากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ ลองดู Promotion เด็ดๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ CARRO คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Show 2020 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

สำหรับท่านใดที่ดูตัวเลขเล็กๆ ไม่ชัด อยากดูแบบใหญ่ๆ เต็มตา สามารถ Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน มาขอไฟล์ภาพใหญ่ได้ครับผม …

Toyota

Toyota-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Toyota-Price-Promotion-Motor-Show-2020

ราคา Toyota Corolla Cross 2020

Toyota-Corolla-Cross-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Nissan

Nissan-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Nissan-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Honda

Honda-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Honda-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Honda-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Honda-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Mazda

Mazda-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Mazda-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Mitsubishi

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Suzuki

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Suzuki

Subaru-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Isuzu

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Ford

Ford-Price-Promotion-Motor-Show-2020

Ford-Price-Promotion-Motor-Show-2020

MG

MG-Price-Promotion-Motor-Show-2020

MG-Price-Promotion-Motor-Show-2020

BMW

BMW-Price-Promotion-Motor-Show-2020

โปรดฟังอีกครั้ง! ใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Price-List-Promotion-In-Motor-Expo-2019

อยากรู้ราคารถใหม่ในงาน Motor Expo 2019 มียอดดาวน์ ยอดจัด ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่

รวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ Carro ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Ford, Mercedes-Benz, BMW และ MG เป็นต้น

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ลองดูงบประมาณที่ตัวเองมี Promotion แจ๋วๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ CARRO คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Expo 2019 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan

ดูตารางราคา Nissan Almera 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda

ดูตารางราคา Honda City 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford 

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

BMW

BMW-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

โปรดฟังอีกครั้ง! ใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-In-BIG-Motor-Sale-2019

งานมหกรรมยานยนต์ เพื่อขายแห่งชาติ (Bangkok International Grand Motor Sale) หรือ BIG Motor Sale 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดย ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ในแนวคิด “เปิดโลกยานยนต์สรรสร้าง”

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน BIG Motor Sale 2019 โดยในเดือนสิงหาคม บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันหลายค่าย Carro ขอแนะนำให้ได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

1. Toyota Sienta

Toyota-Sienta-2019

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เพิ่งไปตัวไปสดๆ ร้อนๆ ในเดือนนี้ ปรับปรุงใหม่ภายใต้แนวคิด “คลิก ให้ชีวิตสุดชิค” ให้มีความทันสมัย (Chic) และง่ายต่อการใช้งานแค่เพียงสัมผัส (Click) ดีไซน์ภายนอกปรับกระจังหน้า กันชนหน้าใหม่ มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED พร้อมสีใหม่ Citrus Mica Metallic

ส่วนภายใน เบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์สีดำ เดินด้ายส้ม แผงข้างประตูดีไซน์ใหม่ ติดตั้งจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว ใหม่ พร้อมฟังก์ชัน T-Link พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา 4 จุดรอบคัน และกล้องบันทึกภาพ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ในราคา 765,000 – 875,000 บาท

2. Toyota Majesty

All-New-Toyota-Majesty

Toyota Majesty (โตโยต้า มาเจสตี้) รถตู้สุดหรูจากค่ายโตโยต้า ที่จะมาแทนรุ่น Ventury โดยเตรียมขายเป็นครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale 2019 นี้ ใช้พื้นฐานเดียวกับ Hiace และ Commuter โฉมใหม่ อัดแน่นออพชั่นเต็มพิกัด

ขุมพลังเป็นแบบรหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร VG Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ในราคาเท่าไหร่ โปรดติดตาม …

3. Mitsubishi Pajero Sport

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต) รถ SUV หรือที่เรียกกันว่ารถ PPV ยอดฮิตในบ้านเรา เปิดตัวไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรกในโลกที่ไทย ปรับชุดไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า และไฟท้าย ใหม่ และปรับปรุงภายในใหม่ อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยมากขึ้น เช่น ระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

มาพร้อมเครื่องยนต์ MIVEC Turbo Diesel ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD GT, 2WD GT Premium และ 4WD GT Premium ในราคา 1,299,000 – 1,599,000 บาท

4. Suzuki Carry

All-New-Suzuki-Carry-2019

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) โฉมใหม่หมดจด ขวัญใจชาวฟู้ดทรัค ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจดซะที หลังจากที่ขายรุ่นเดิมมาอย่างยาวนานถึงสิบปีกว่า ครั้งนี้ด้านหน้ารถออกแบบเป็นตัดหน้าตรง เหมือนรถตู้ กระบะหลังเปิดได้ 3 ด้าน และสามารถบรรทุกได้มากถึง 1 ตัน! พร้อมการออกแบบห้องโดยสารภายในใหม่ เน้นที่เก็บของเต็มพิกัด!

มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K15B-C ขนาด 1.5 ลิตร 95 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด บนระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนราคาโปรดติดตามได้ในงาน BIG Motor Sale 2019 นี้!

5. Mercedes-Benz A-Class

Mercedes-Benz-A-Class-Sedan

Mercedes-Benz A-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส) ใหม่! มาไทยแน่นอน พร้อมเปิดตัวในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ ในชื่อ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ซึ่งภายในมีฟังก์ชั่นเด่นๆ อย่าง หน้าจอคู่ Dual Screen Cockpit ขนาด 10.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ, ระบบควบคุม Multimedia “MBUX”, หรือช่องแอร์เรืองแสง illuminated Air Vents แบบ Turbine เป็นต้น

ในเวอร์ชั่นอาจมาพร้อมขุมพลังขนาด 1.3 ลิตร Turbo 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ในราคาที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

6. Audi TT

Audi-TT

Audi TT (ออดี้ ทีที) ยนตรกรรมสปอร์ตตระกูล TT ที่ได้รับความนิยมและตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก เมื่อเดือนที่ผ่านมาได้ทาง Audi ได้เปิดตัว Audi TT สเปคไทย ทีเดียว 3 รุ่น คือ The New Audi TT Roadster, Audi TTS Coupé และ Audi TT Coupé ใหม่

มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร Turbo 230 แรงม้า และ 286 แรงม้า ในรุ่น TTS Coupé ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 สปีด และยังเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ quattro เอกลักษณ์ของ Audi สามารถทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ในราคา 3,299,000 – 4,699,000  บาท

7. Peugeot 3008 & 5008

Peugeot-3008

Peugeot 3008 & 5008 (เปอโยต์ 3008 และ 5008) เป็นรถแบบ SUV 5 ที่นั่ง ขนาด Compact ส่วนรุ่น 5008 จะเป็นแบบ 7 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาได้อย่างล้ำสมัย ภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่ มีอุปกรณ์เด่นๆ อาทิ เบาะหนังแท้, ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone, หน้าปัดแสดงผลแบบดิจิตอลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น

ส่วนเครื่องยนต์ของเวอร์ชั่นไทย คาดว่าแบบเดียวกับที่จำหน่ายที่มาเลเซีย แบบเบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร Twin Scroll Turbo High Pressure (THP) ให้กำลังสูงสุด 165-167 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Paddle Shifts ที่พวงมาลัย และโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 5 รูปแบบ

ซึ่งราคาของ 3008 เริ่มต้นที่ 1,549,000 ล้านบาท และรุ่น 7 ที่นั่งอย่าง 5008 เริ่มต้น 1,749,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.

8. MG Extender

MG-Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) ครั้งแรกของ MG ที่เปิดตัวรถกระบะ เตรียมชิมลางสมรภูมิรถกระบะอันดุเดือดครั้งแรกในไทย ใน Concept “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” โดยมาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic ตัวถังขนาดใหญ่ ระบบความปลอดภัยครบครัน และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ครั้งแรกของโลกในรถกระบะ

มาพร้อมเครื่องยนต์ Diesel Commonrail Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ มี 9 รุ่นย่อย ครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ในราคา 549,000 – 1,029,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถใหม่ในงาน BIG Motor Sale 2019 แต่ยังไม่รู้ว่าว่าจะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ที่ได้ราคาที่ดีที่สุด … ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi เผยโฉม Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) ใหม่ ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในราคา 1,299,000 – 1,599,000 บาท

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) หรือในชื่อที่ใช้ในบางประเทศ นั่นคือ Mitsubishi Montero Sport (มิตซุบิชิ มอนเทโร สปอร์ต) ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต คือหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ Mitsubishi Motors (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ด้วยยอดจำหน่ายราว 77,000 คันทั่วโลกในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา

Mitsubishi Pajero Sport ผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ในประเทศไทย โดย Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ จะเปิดตัวเพื่อจำหน่ายในอีกกว่า 90 ประเทศ รวมถึง ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอื่นๆ

เปลี่ยนอะไรบ้าง?

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajero Sport ได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “ความสำเร็จที่เป็นคุณ” ดีไซน์ภายนอกดูทรงพลังและหรูหรายิ่งขึ้น ปรับชุดไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า และไฟท้าย ใหม่ และปรับปรุงภายในใหม่ เป็นต้น

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

1) ดีไซน์เน้นสง่างาม และทรงพลัง

การดีไซน์ด้านหน้าแบบ Dynamic Shield ของ Mitsubishi ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นใน Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ ให้วิสัยทัศน์ดีขึ้น และเน้นความกว้างขวางโอ่อ่าของด้านหน้ารถ ด้วยตำแหน่งไฟหน้าที่ทอดตัวต่อเนื่องจากกระจังหน้าพร้อมชุดไฟ Combination Lamps ติดตั้งที่มุมของกันชน ฝากระโปรงหน้าสูงขึ้นกว่าเดิม ช่วยเพิ่มมิติความลึกให้กับด้านหน้ารถ และตกแต่งด้วยชิ้นส่วนโครเมียม ยังดูประณีตหรูหราอีกด้วย

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

2) อุปกรณ์เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใหม่

  • จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ที่ง่ายต่อการอ่าน พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA
  • ระบบเปิดและปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบแฮนด์ฟรี

ระบบรีโมทคอนโทรลของ มิตซูบิชิ มอบความสะดวกสบายด้วยคำสั่งการทำงานต่างๆ ซึ่งจะส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ในกรณีที่เปิดประตูท้ายหรือไฟหน้าทิ้งไว้ อีกทั้งยังสามารถสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน

โดยระบบจะส่งคำสั่งการเปิดและปิดประตูท้ายอัตโนมัติเมื่อเจ้าของรถอยู่ในระยะใกล้ตัวรถ และสามารถส่งคำสั่งได้จากทุกที่ในระยะของการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยทำงานควบคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS หรือเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

3) ภายในห้องโดยสาร ใหม่!

  • คอนโซลกลางและมือจับประตูแบบใหม่ พร้อมด้วยวัสดุบุนุ่มพิเศษ
  • เพิ่มช่องเก็บของใต้คอนโซล พร้อมปรับปรุงการจัดวางตำแหน่งช่องจ่ายกระแสไฟ และช่องต่ออุปกรณ์ USB ที่ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลางด้านหลัง เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น สำหรับผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

4) สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

  • เครื่องยนต์ MIVEC เทอร์โบดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
  • เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ SUPER-SELECT 4WD-II ถ่ายทอดกำลังได้อย่างเหมาะสมต่อการขับเคลื่อนไปบนทุกสภาพพื้นผิวถนนและสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ
  • พร้อมระบบควบคุมใหม่ เพื่อปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนสำหรับเส้นทางออฟโรดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ

ราคาของ Pajero Sport ใหม่ …

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

ราคาของ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ มีดังนี้ / Mitsubishi Pajero Sport. Shown in Thai Baht.

– รุ่น 2WD GT ราคา 1,299,000 บาท
– รุ่น 2WD GT Premium ราคา 1,469,000 บาท
– รุ่น 4WD GT Premium ราคา 1,599,000 บาท

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

มาพร้อมสีใหม่ 2 สี ได้แก่ White Diamond และ Graphite Gray

ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่

มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กรกฏาคม 2562 – 30 กันยายน 2562

• ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% (1)
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี (2)
• ฟรี รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3)
• ฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)
• ฟรี อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle) (5)

(1) สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 62 – 30 ก.ย. 62 และออกรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 62 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษในอัตราร้อยละ 1.99 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินดาวน์เริ่มต้นในอัตราร้อยละ 25 ของราคารถยนต์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเป็นจำนวน 48 งวดเท่านั้น (เงื่อนไขและรายละเอียดการให้สินเชื่อเช่าซื้อโปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ ได้แก่ มิตซู ลิสซิ่ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)

สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020)
(2) รับฟรี ค่าเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 28,499 บาท ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทรับประกันกำหนด และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับจะมีความแตกต่างกันตามมูลค่าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย

(3) รับฟรี การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรับประกันโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมในคู่มือรถ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(4) รับรายการฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 8,150 บาท อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็กระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็กระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

(5) สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) รุ่น 2WD 2.4D GT-Premium และ 4WD 2.4D GT-Premium ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 62 ถึง 31 ต.ค.62 และออกรถภายในวันที่ 30 พ.ย. 62 รับฟรี อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle) จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 1,690 บาท ในวันออกรถ ณ ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิที่ท่านออกรถ