DFSK เทพนคร เปิดตัว DFSK Glory i-Auto ใหม่

สำหรับชื่อชั้นของ DFSK (ดีเอฟเอสเค) หรือ “Dongfeng” (ตงฟง) รถยนต์ชื่อดังจากจีนแดง หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันอยู่บ้านในช่วงเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ที่มีการทำตลาดรถ “ฟู้ดทรัค” ในบ้านเรา ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่ภายหลังก็ยุติการจำหน่ายรถไป เหลือแต่เพียงบริการหลังการขายอย่างเดียว

DFSK Glory i-Auto

ล่าสุด DFSK Thepnakorn ซึ่งเป็นดีลเลอร์รถยนต์ DFSK ใน จ.นครราชสีมา ได้แจ้งว่าจะสั่งนำเข้า DFSK Glory i-Auto (ดีเอฟเอสเค กลอรี่ ไอ-ออโต้) ใหม่ เป็นรถ Crossover SUV สัญชาติจีนแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดจีนเองใช้ชื่อว่า Dongfeng Fengguang 580 (ตงฟง เฟิงกวง 580) เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2016 ก่อนจะส่งรุ่นที่หรูกว่าอย่าง 580 Pro ตามออกมาในปี 2019

DFSK Glory i-Auto

ส่วนรุ่นที่ขายในไทยนั้น คาดว่าเป็นแบบเดียวกับในอินโดนีเซีย ในชื่อ DFSK Glory i-Auto ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2020

มิติตัวรถยาว 4,680 มม. (ตัวรถยาวกว่า MG HS ที่ 4,574 มม. และ Haval H6 ที่ 4,653 มม.) กว้าง 1,845 มม. สูง 1,715 มม. และระยะฐานล้อ 2,780 มม.

DFSK Glory i-Auto

ตัวถังภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Infinite Starlight Design ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential, หลังคาแบบ Panoramic Sunroof ที่สั่งการเปิดได้ด้วยเสียง, ประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เท้า, กล้อง 360 องศารอบคันรถ และล้อแม็กแบบสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว เป็นต้น

DFSK Glory i-Auto

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตกแต่งหรูหราพร้อมลายไม้ มาพร้อมด้วยหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมปุ่มสั่งงานบริเวณแผงคอนโซล, ระบบสั่งการด้วยเสียง i-Talk, เบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง พร้อมปรับไฟฟ้าด้านคนขับ 6 ทิศทาง ด้านผู้โดยสาร 4 ทิศทาง, ปุ่มปรับเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, เบรกมือไฟฟ้า, แอร์อัตโนมัติพร้อมแอร์ด้านหลัง, กล้องบันทึกภาพขณะรถวิ่ง และระบบความปลอดภัยมากมาย เป็นต้น

DFSK Glory i-Auto

ด้านขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร ที่เสริมความแรงไว้ด้วย Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT บนน้ำหนักตัวรถ 1,510 กิโลกรัม

DFSK Glory i-Auto

DFSK Glory i-Auto ราคารถอยู่ที่ 899,000 บาท นำเข้ามาถึงไทยในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ครับ

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

Great Wall Motor (เกรท วอลล์ มอเตอร์) เปิดโรงงานเต็มรูปแบบแห่งที่สองนอกประเทศจีน ณ ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2564 วางแผนสร้างฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา พร้อมเฉลิมฉลองรถคันแรกจากสายการผลิต เตรียมส่งมอบให้กับผู้บริโภคชาวไทย

  • เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย ถือเป็นโรงงานผลิตแบบเต็มรูปแบบแห่งที่สอง นอกประเทศจีนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์
  • พร้อมเดินสายการผลิตด้วยมาตรฐานระดับโลกและเทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัยภายใต้แนวคิด “ฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” (Intelligence, Safety and Green)
  • เฉลิมฉลองรถคันแรก All New HAVAL H6 Hybrid SUV จากสายการผลิตในประเทศ ตอกย้ำความพร้อมเพื่อส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย โดยจะเริ่มเปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ 15 มิถุนายนนี้

โรงงาน Great Wall Motor จังหวัดระยอง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดพิธีเปิดโรงงานอัจฉริยะ ฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “GWM Smart Factory for Smart xEV World” โรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานการผลิตแบบเต็มรูปแบบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สอง ของโรงงานการผลิตนอกประเทศจีน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง ตอกย้ำความเป็น “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company)” ด้วยการเปิดโรงงานอัจฉริยะ หรือ “Smart Factory” ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์เต็มรูปแบบแห่งที่ 2 ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ นอกประเทศจีนเป็นทางการ ในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จังหวัดระยอง ภายใต้แนวคิด “ฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” (Intelligence, Safety and Green)

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

พร้อมเผยโฉม All New HAVAL H6 Hybrid SUV คันแรกจากสายการผลิตในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอกย้ำความพร้อมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยในเร็วๆ นี้

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เผยว่า “โรงงานที่จังหวัดระยองนี้ ถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์ในต่างประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ และเป็นโรงงานผลิตอัจฉริยะแห่งใหม่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมสำหรับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดอาเซียนอย่างเป็นทางการ และภายในปลายปีนี้ เราจะสร้างอาชีพกว่า 1,000 ตำแหน่ง ในประเทศไทย และในอนาคตทรัพยากรบุคคลของเราจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

การเปิดโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แห่งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญตามกลยุทธ์โลกาภิวัตน์ของเราในการขยายธุรกิจมาสู่ตลาดอาเซียนโดยเฉพาะตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เชื่อมั่นเต็มที่ในศักยภาพของประเทศไทย ที่พร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี องค์ความรู้ ทักษะและฝีมือของพนักงาน รวมไปถึงความร่วมมือกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ที่จะช่วยเติมเต็มและผลักดันให้โรงงานระยองเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

โดยโรงงานแห่งนี้ ถือเป็นโรงงานอัจฉริยะที่มีมาตรฐานระดับโลกที่พลิกโฉมและสร้างมาตรฐานใหม่ เราได้นำเทคโนโลยีหลักจำนวนมากมาใช้ เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะ ระบบข้อมูลอัจฉริยะ และนำ Big Data มาใช้เชิงอุตสาหกรรม ในกระบวนการจัดการ เรายังได้นำเทคโนโลยีล่าสุดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาใช้ในด้านการผลิตอัจฉริยะ การขนส่งโลจิสติกส์อัจฉริยะ และการปฏิบัติการเชิงดิจิทัล (Digital Operation) เพื่อให้เป็นโรงงานที่มีวิธีการผลิต กระบวนการ และการจัดการอัจฉริยะอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ และการออกแบบประสบการณ์ใหม่มาสู่ผู้บริโภคชาวไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานประสบการณ์ลูกค้าให้ก้าวไปอีกขั้น พร้อมดำเนินการเปิด GWM Store และ Partner Store อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าชาวไทย

ความสำเร็จต่างๆ นี้ เป็นเพราะเราได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจ และแฟนๆ ชาวไทยของเราเป็นอย่างดีเสมอมา เราขอขอบคุณและขอยืนยันความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและรักษามาตรฐานที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นให้ผู้บริโภคชาวไทย

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

โรงงานอัจฉริยะ ฐานการผลิตเต็มรูปแบบแห่งที่ 2 นอกประเทศจีนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอเตอร์ ประเทศไทย จัดตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด “ฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” (Intelligence, Safety and Green) ตั้งอยู่ที่ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่ 412 ไร่ โดยหลังจากการเข้ามาเริ่มดำเนินงานในระยะเพียง 7 เดือน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้พัฒนาในระบบและปรับปรุงโรงงานให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) มีกำลังการผลิตแบบเต็มกำลังอยู่ที่ 80,000 คันต่อปี และจะเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวาโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของภูมิภาคอาเซียน

มีสัดส่วนของการผลิตและส่งออกอยู่ที่ 60:40 ซึ่งจะเป็นการจำหน่ายภายในประเทศ 60% และเป็นการส่งออกไปยังประเทศที่เป็นรถยนต์พวงมาลัยขวา 40% โดยมี All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถรุ่นแรกจากสายการผลิต

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

การจัดตั้งโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่จังหวัดระยองในประเทศไทย นับตั้งแต่การเริ่มดำเนินการที่โรงงานระยองในเดือนพฤศจิกายน 2563 มีการจ้างงานไปแล้วกว่า 700 ตำแหน่ง และมีแผนที่จะเพิ่มอัตราการจ้างงานขึ้นให้ครบ 1,000 ตำแหน่งภายในปลายปีนี้

รถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่ผลิตจากสายการผลิตของโรงงานระยอง โดยรถยนต์ทุกคันได้ผ่านกระบวนการผลิต การทดสอบ และการประเมิน ทั้งในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคชาวไทย โดย HAVAL H6 Hybrid SUV ที่มาจากสายการผลิตจากโรงงานในประเทศไทย จะมาพร้อมกับแนวคิด LIFE+ คือ 

  • L: การขับขี่อัตโนมัติระดับ L2
  • I: ระบบอัจฉริยะ Intelligence V3.5 รองรับคำสั่งงานด้วยเสียง
  • F: FOTA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถอัพเกรดซอฟต์แวร์ผ่านทคโนโลยีการอัปเกรดระยะไกล
  • E: ชิปอัจฉริยะ EYEQ4 และ + (Plus): ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่

โดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV จะเริ่มเปิดจองสิทธิลงทะเบียนเพื่อซื้อ ในวันที่ 15 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

Smart Factory ที่เพียบพร้อมด้วยความอัจฉริยะในทุกขั้นตอน

โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอเตอร์ จังหวัดระยอง ประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก อันได้แก่

  1. Press Shop
  2. Body Shop
  3. Paint Shop
  4. General Assembly (GA) Shop

โดยแต่ละส่วนจะประกอบไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการผลิตอันล้ำสมัย ทั้งระบบ Artificial Intelligence (AI) การใช้หุ่นยนต์และระบบควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งมีกว่า 10 แห่ง ใน 7 ประเทศทั่วโลก

โดยทุกๆ กระบวนการทำงานภายในโรงงาน จะมีการควบคุมดูแล ตรวจเช็คคุณภาพ และรักษาความปลอดภัยอย่างละเอียดและเคร่งครัดจากทีมทำงานที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและความเชี่ยวชาญของเกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างใกล้ชิด

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

Press Shop จุดเริ่มต้นการสายการผลิตรถยนต์อัจฉริยะ

กระบวนการผลิตใน Press Shop ถือเป็นขั้นตอนแรกของการผลิตรถยนต์ โดยมีหน้าที่หลักในการผลิตแผงตัวถังขนาดใหญ่และชิ้นส่วนโลหะที่สำคัญ โดย Press Shop ของโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในปัจจุบันยังไม่ได้เปิดทำงานในส่วนนี้ แต่ในอนาคต Press Shop แห่งนี้ จะโดดเด่นด้วยการทำงานของ 2 สายการผลิต อันได้แก่ สายการผลิต JINAN ของประเทศจีน และสายการผลิต WIA ของประเทศเกาหลีใต้ ทำงานร่วมกับการใช้ หุ่นยนต์ FANUC อัจฉริยะแบบ 6 แกน นอกจากนี้ สายการผลิตยังมีฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ระบบเปลี่ยนแม่พิมพ์อัตโนมัติ (Automatic Die Change System) และระบบตรวจสอบการผลิตอันล้ำสมัยที่จะมาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่ยังช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

Body Shop ที่มาพร้อมระบบหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์อันล้ำสมัย

Body Shop ของโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ จ.ระยอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 30,000 ตร.ม. ที่เต็มไปด้วยแนวคิดการออกแบบที่ชาญฉลาดและประสิทธิภาพสูง และอัดแน่นไปด้วย

  • หุ่นยนต์อัจฉริยะกว่า 53 ตัว โดยแบ่งเป็นหุ่นยนต์ FANUC จำนวน 47 ตัว ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญ ในการเชื่อมตัวถังรถยนต์ซึ่งผลิตจากเหล็กคุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทาน โดยทำงานร่วมกับหุ่นยนต์อีก 6 ตัว ซึ่งทำหน้าที่ในการส่งต่อชิ้นส่วนในการผลิตในแต่ละสถานี ทำให้การทำงานใน Body เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพในการประกอบมากที่สุด
  • ระบบประมวลผลภาพ MES Process Visualization ซึ่งเป็นการแสดงข้อมูลการประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ และการสร้างตัวถังรถยนต์ (Body In White) ในรูปแบบดิจิทัลแทนที่การใช้กระดาษ ซึ่งแผนการผลิตจะถูกส่งผ่านระบบ MES โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความผิดพลาดต่าง ๆ เช่น การประกอบชิ้นส่วนไม่ถูกต้อง หรือมีการติดตั้งออปชั่นที่ไม่ถูกต้อง โดยระบบจะแสดงข้อมูลชิ้นส่วนยานยนต์ที่กำลังอยู่ในกระบวนการผลิตปัจจุบันเป็นรูปภาพบนหน้าจออุปกรณ์พกพา (PDA) เพื่อความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
  • ระบบ VIN number เป็นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI มาใช้เพื่อเพื่อบอกตำแหน่ง ความลึก ความยาว และข้อมูลต่างๆ  อัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการจับภาพเพื่อบ่งบอกอัตลักษณ์ของชิ้นส่วนต่างๆ การวิเคราะห์และการเปรียบเทียบชิ้นส่วน ซึ่งสามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลได้จากกาประทับเลข VIN Number การบันทึกแผนการผลิตลงในระบบ MES หรือการประทับบาร์โค้ด
  • Automatic Model Switching เทคโนโลยีการสลับรุ่นแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะเฉพาะของเกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยเป็นอุปกรณ์หยิบและยึดจับหลากหลายรูปแบบที่ทำให้สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น สามารถผลิตรถยนต์ได้หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เอสยูวีหรือรถกระบะร่วมกันได้ภายในสถานีเดียวกัน

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

Paint Shop สร้างสรรค์สีสันอันสวยงามผ่านอัจริยภาพแห่งเทคโนโลยี

Paint Shop ของโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ จังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 39,744 ตร.ม. โดยมีกระบวนการการทำสีที่ละเอียดอ่อนกว่า 10 ขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิวของตัวถังให้พร้อมสำหรับการทำสี การเคลือบกันสนิมโดยการใช้ประจุไฟฟ้าเพื่อให้สามารถเคลือบสีให้ติดบนพื้นผิวรถได้มากที่สุด ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพอีกครั้งก่อนจะส่งไปยังโรงงานประกอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ที่ผลิตทุกคันจะมีสีสันสวยงาม คงทน ดูเหมือนรถยนต์ใหม่อยู่เสมอ โดยมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในขั้นตอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • การเคลือบสีด้วยไฟฟ้า แบบ The 8th Generation Ultra-high Penetration Electrophoretic Paint ซึ่งเป็น เทคโนโลยีการเคลือบสีขั้นสูงด้วยไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดกร่อนให้กับโครงรถ
    ทั้งคันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยการเคลือบสีอิเล็กโตรโฟเรชั่นสูงสามารถป้องกันการกัดกร่อนแบบ 15 ไมครอนขึ้นไป
  • เทคโนโลยี Regenerative Thermal Oxidation ซึ่งเป็นอุปกรณ์ออกซิเดชั่นความร้อนที่เกิดใหม่ขั้นสูงที่นำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดก๊าซเสียได้มากกว่า 99% ทำให้ลดการปล่อยก๊าซและสารพิษในกระบวนการพ่นสีให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
  • ระบบการพ่นสีแบบ 24-Color Robot Automatic Spraying ซึ่งเป็นระบบหุ่นยนต์พ่นสีอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถควบคุมความสม่ำเสมอในการพ่นสีให้เหมือนกันในทุกๆ ครั้ง รวมไปถึงโหมดการทำงานที่สามารถเลือกเปลี่ยนสีรถยนต์แต่ละคันได้ตามที่กำหนด และใช้งานได้มากถึง 24 สี

นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนที่จะช่วยเติมเต็มให้การพ่นสีเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้กาวพีวีซีแบบพิเศษเพื่อช่วยป้องกันการซึมและรั่วไหลได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการ Top Coating พื้นผิวด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้ตัวรถมีสีสันสดใสสวยงามมากยิ่งขึ้น

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

General Assembly (GA) Shop เติมเต็มความสมบูรณ์แบบของรถยนต์ด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัย

GA Shop ถือเป็นกระบวนการสุดท้ายในการผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนการประกอบรถยนต์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ โดย GA Shop ของโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ จังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 63,000 ตารางเมตร ได้รับการปรับปรุงพื้นที่และระบบใหม่ทั้งหมดด้วยวิธีการอันชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อาทิ

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

  • ระบบ PDA Smart Scan & QA System เป็นระบบสแกนอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยระบบจะรวมรวมข้อมูลอะไหล่ทั้งหมด 99 ชนิด โดยจะมีการสแกนข้อมูลชิ้นส่วนเพื่อบันทึกลงในระบบก่อนการเริ่มประกอบรถยนต์ผ่านแทนที่จะเป็นการบันทึกด้วยมือเพื่อป้องกันความผิดพลาด 4 ประเภทในระหว่างการผลิต ไม่ว่าจะเป็นจากการลืมสแกน การประกอบผิดพลาด การลืมประกอบ หรือการประกอบซ้ำ เป็นการลดปัญหาเรื่องความผิดพลาดในการประกอบชิ้นส่วนหลักหรือชิ้นส่วนที่คล้ายคลึงกันให้กลายเป็นศูนย์ และมีประสิทธิภาพในการติดตามชิ้นส่วนต่างๆ มากถึง 100%
  • Intelligent Chassis Line นับเป็นครั้งแรกของ Chassis Line ที่เป็นการออกแบบอย่างอัจฉริยะ โดยมีเสาสำหรับแขวนโครงรูปตัว L เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย โดยโครงแขวนนี้สามารถรองรับรูปแบบแผนการผลิตที่หลากหลาย เพื่อทำให้การทำงานมีความยืดหยุ่นและรวดเร็วขึ้น และสามารถผลิตรถยนต์ได้หลายรุ่น
  • เทคโนโลยี Dual-Life AGV ระบบเคลื่อนย้ายอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพื่อการประกอบตัวถังที่รวดเร็ว พร้อมกับระบบติดตามกระบวนการผลิตและการป้องกันการกระแทกระหว่างผลิตอันชาญฉลาด สามารถทำงานได้หลากหลายในเวลาเดียวกัน สามารถทำให้การขยายหรือปรับเปลี่ยนแผนการผลิตทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • Assembly Manipulator การใช้หุ่นยนต์ที่มีระบบการทำงานที่ชาญฉลาดและทันสมัยมาช่วยในการประกอบรถยนต์ โดยเฉพาะในส่วนที่มีความซับซ้อนอย่างการประกอบ Panoramic Sunroof มีความแม่นยำ ถูกต้อง รวดเร็วที่สุด และเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

นอกจากนี้ใน GA Shop ยังมีการติดตั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบกล้องอัจฉริยะแบบ 360 องศา (360 Degree Smart Camera) เป็นระบบกล้องที่สามารถมองรอบทิศทางได้ 360 องศา ช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวรถ โดยกล้องจะจับภาพแสดงวัตถุที่อยู่รอบๆ ตัวรถและส่งสัญญานเตือนเมื่อมีวัตถุเข้ามาในรัศมีต่างๆ ตามระยะห่าง ซึ่งใน GA workshop จะมีอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบตำแหน่งการติดตั้งกล้องรอบตัวรถอย่างแม่นยำ ซึ่งจะติดตั้งกล้องไว้ที่ตำแหน่งมุมมองกว้างพิเศษของด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวาของตัวรถ อย่างความถูกต้องและแม่นยำสูงสุด และจะมีการเชื่อมต่อไปยังหน้าจอคอนโซลเพื่อแสดงผลภาพรอบตัวรถทั้ง 4 มุมได้อย่างถูกต้อง
  • หน้าจอแสดงข้อมูลขับขี่อัจฉริยะ (HUD System) เป็นระบบประมวลภาพและข้อมูล เพื่อนำข้อมูลที่เอื้อต่อการขับขี่ เช่น สภาพถนนและความเร็ว มาปรากฏบนกระจกที่หน้าจอคนขับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการขับขี่อัตโนมัติ

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

ทั้งนี้ ในสายการผลิตรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV จะมีการใช้อุปกรณ์กึ่งอัตโนมัติที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการติดตั้งแบตเตอรี่พร้อมด้วยอุปกรณ์อันทันสมัยสำหรับทดสอบแบตเตอรี่ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน และจะมีการตรวจคุณภาพของรถยนต์ทุกคันที่ออกมาจากสายการผลิตอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนที่ได้มาตรฐานระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

โรงงานอัจฉริยะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ จังหวัดระยอง มาพร้อมแนวคิดด้านความชาญฉลาด ความปลอดภัย อีกทั้งยังตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่ของการผลิตและทดสอบรถยนต์พลังงานใหม่ตามกลยุทธ์ xEV Leader ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นต่อโลก

นอกจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ปรับปรุงทัศนียภาพของโรงงานให้ร่มรื่น โอบล้อมด้วยสวนและพื้นที่สวนสาธารณะ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตร มีการบำบัดของเสียจากโรงงานควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดการจัดการขยะ และของเสียตามกฏหมายสิ่งแวดล้อมของไทยในทุกแง่มุม ซึ่งสะท้อนถึงความตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงของบริษัท

Great Wall Motor โรงงานอัจฉริยะ ฐานผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย

การเปิดโรงงานใหม่ล่าสุดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ประเทศไทยในวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในฐานะ “บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) และยังเป็นการบันทึกอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย ในการก้าวผ่านไปสู่ยุคของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ไปด้วยกัน

และสำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Great Wall Motor Haval SUV ใน Motor Show 2013

เชื่อว่า ในช่วง Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่ผ่านมา หลายคนอาจได้ยลโฉมรถยนต์ของ Haval (ฮาวาล) รถ SUV จากดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ ที่มาเปิดตัวกันเป็นครั้งแรกในไทยของ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประเทศไทย จํากัด (GWM ประเทศไทย) ที่ทำให้หลายคนต้องตะลึง และเปลี่ยนทัศนคติของรถยนต์จากจีนแดง (หรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน) ไปอย่างมาก

แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า จริงๆ แล้ว Great Wall Motor (เกรท วอลล์ มอเตอร์) เคยมีแผนจะเข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ และขายรถยนต์ในแบรนด์ Haval ในไทยตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว! โดยลงทุนมาเช่าบูธเปิดตัวบริษัท ภายในงาน Motor Show 2013 (มอเตอร์โชว์ 2013) ด้วย ซึ่งในตอนนั้นก็นำรถยนต์ในแบรนด์ Haval มาโชว์หลากหลายรุ่นด้วยกัน

เพื่อเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำ MR.CARRO ขอคัดข่าวจากในสต๊อกที่มีเก็บไว้ มาให้ได้อ่านกันครับ …

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (Great Wall Motors) ผู้ผลิตรถยนต์เอสยูวี และรถปิคอัพรายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน เตรียมเปิดตลาดครั้งสำคัญในไทยและอาเซียน ประเดิมโชว์ศักยภาพในงานมอเตอร์โชว์ 2013 พร้อมเปิดแผนเมกกะโปรเจคลงทุนครั้งยิ่งใหญ่กว่าหมื่นล้านบาท สร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยป้อนตลาดอาเซียน

มร.หวัง ซือ ฮุย รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายส่งออก บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำกัด ในเวลานั้น ได้เปิดเผยว่า “สาเหตุที่เราเลือกนำรถยนต์เอสยูวี ภายใต้แบรนด์ Haval (ฮาวาล) มาเข้าร่วมแสดงในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2013 ก็เพื่อต้องการบอกให้คนไทยได้ทราบว่าเรามีแผนจะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย และสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

โดยเลือกจะผลิตรถยนต์เอสยูวี Haval ก่อน และคาดว่านำรถยนต์เอสยูวี Haval H6 (ฮาวาล H6) มาประเดิมเปิดตัวสู่ตลาดไทยเป็นรุ่นแรก โดยดูจากผลการวิเคราะห์ทางการตลาดพบว่า ตลาดอาเซียนมีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์เอสยูวีทั่วโลกนั้น มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

Great Wall Haval E SUV Concept รถต้นแบบที่มาโชว์ในงาน Motor Show 2013

สำหรับแบรนด์ Haval นั้น ถือเป็นแบรนด์หลักในการวางกลยุทธ์ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งในแง่จุดเด่นและการพัฒนา จนทำให้เป็นแบรนด์รถยนต์เอสยูวีระดับชั้นนำของโลก และยังครองตำแหน่งรถ SUV ที่ขายดีที่สุดในจีนติดต่อกันมานานถึง 10 ปีซ้อน ใน Concept “Haval- Asia New SUV Leader”

นอกจากนี้ ยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศอีกกว่า 80 ประเทศ ทั่วโลก อาทิ รัสเซีย ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ชิลี อิตาลี ฯลฯ และจุดหมายสำคัญต่อไปของเราคือประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน” มร.หวัง กล่าว

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

Great Wall Haval E SUV Concept รถต้นแบบที่มาโชว์ในงาน

โดยการมาเข้าร่วมงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2013 บริษัทฯ เน้นการนำเสนอนวัตกรรมและ เทคโนโลยียานยนต์อันล้ำสมัย ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ส ภายใต้แบรนด์ HAVAL ซึ่งเป็นรถในตระกูลเอสยูวีอันเลื่องชื่อด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์อันยอดเยี่ยมและรูปทรงที่ทันสมัย โดยภายในบูธจะมีการจัดแสดงรถยนต์เอสยูวี Haval ทั้งรถต้นแบบและรถรุ่นปัจจุบันที่ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก จำนวนทั้งสิ้น 5 รุ่น พร้อมด้วยเครื่องยนต์ 3 รุ่น

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

โดยรถเอสยูวี Haval เป็นรถที่ได้รับรางวัลที่การันตีคุณภาพในแวดวงยานยนต์มากมาย อาทิ “รางวัลรถ SUV แห่งปี 2011” (SUV of 2011) ที่ประเทศมาเลเซีย, “รางวัลรถ SUV แห่งปี 2012” ที่ประเทศจีน (รุ่น Haval H6) และยังสามารถทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับที่ 6 ของโลกในการแข่งขันแรลลี่ ดาการ์ (Dakar Rally) ในปี 2012-2013 ส่งผลให้แบรนด์ Haval เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในเวทียานยนต์โลก

ในส่วนของแผนการลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองไทยนั้น มร.หวัง กล่าวว่า เราได้วางแผนสร้างโรงงานใหญ่ บนพื้นที่ขนาด 800,000 ตรม. มีกำลังการผลิตจำนวน 100,000 คัน ต่อปี ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณหมื่นล้านบาท) โดยในเบื้องต้นจะเป็นการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศไทยและอาเซียน รวมไปถึงการส่งออกไปยังประเทศที่เป็นตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา อาทิ ออสเตรเลีย แต่อย่างไรก็ดี ณ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกับทางภาครัฐและศึกษาความเป็นไปได้และภาพรวมการทำตลาด

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

Great Wall Haval H8 ที่มาโชว์ในงาน

ผู้บริหารระดับสูงของเกรท วอลล์ มอเตอร์ส กล่าวต่อว่า เมืองไทยนั้นเป็นตลาดรถยนต์ที่มีศักยภาพอย่างมาก ดูจากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการประเมินของสถาบัน IHS ชี้ให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ในเมืองไทยมีแนวโน้มจะขยายตัวขึ้นถึง 1.16 ล้านคันภายในปี 2017 ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ในขณะที่ภาพรวมของตลาดรถยนต์อาเซียนจะขยายเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านคัน ซึ่งนับเป็นตลาดยานยนตร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก

“ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น ดีทรอยต์แห่งโลกตะวันออก ดูจากการที่แบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกหลายสิบแบรนด์ต่างมาลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ที่นี่ ในขณะที่ตัวเลขการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยก็พุ่งทยานขึ้นในแต่ละปี จนก้าวสู่ระดับเกิน 2 ล้านคันเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต ดังนั้น บริษัทฯเราจึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตของเกรท วอลล์ มอเตอร์จะสามารถเติบโตไปได้ด้วยดีในไทย” มร.หวังย้ำ แบล็กกราวน์บริษัทฯ

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

Great Wall Haval H6 ที่มาโชว์ในงาน

ปัจจุบัน บริษัท เกรทวอลล์ มอเตอร์ จำกัด เป็นบริษัทฯยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถเอสยูวีและรถปิกอัพจากประเทศจีน เกียร์ มีบริษัทในเครือมากกว่า 30 บริษัทและพนักงานมากกว่า 54,000 คน มีกำลังการผลิตรวม 8 แสนคันต่อปีและยังมีความสามารถในการผลิตอะไหล่สำคัญๆ ได้ครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ทั้งในและนอกประเทศมาเป็นเวลานาน

ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรถยนต์รวม 3 แบรนด์ (ในตอนนั้น) ประกอบไปด้วย รถเอสยูวีภายใต้แบรนด์ Haval, รถยนต์นั่งภายใต้แบรนด์ Great Wall และรถปิคอัพ Wingle โดยรถเอสยูวี Haval มียอดจำหน่ายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดจีนติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี นับจนถึงปี 2555 มียอดจำหน่ายรวมแล้วกว่า 6 แสนคัน ส่วนรถปิคอัพ Wingle ก็มียอดจำหน่ายเป็นอันดับหนึ่ง และมีสัดส่วนครองตลาดสูงสุดมาเป็นเวลา 14 ปี สำหรับรถยนต์นั่งที่เพิ่งออกสู่ตลาดได้ไม่นานอย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ก็ติด “ชาร์ตรถซีดานที่ขายที่ดีที่สุด 10 รุ่น” เป็นเวลาหลายเดือนในปี 2554

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส มีแผนการผลิตยานยนต์ทั่วโลก 1.5 ล้านคัน ในปี 2558 พร้อมกันนี้ในอีก 5 ปี ข้างหน้า บริษัทจะเน้นการด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยเตรียมแผนลงทุนจำนวน 5,000 ล้านหยวน เพื่อพัฒนาสู่การเป็นศูนย์วิจัยระดับโลก ในปี 2558 บริษัท เกรทวอลล์ มอเตอร์ จำกัด ตั้งเป้าสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศจีนและก้าวสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีลิขสิทธิ์หลากหลายด้านในฐานะ “รถยนต์จีนที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด”

Great-Wall-Motors-Haval-SUV-In-Motor-Show-2013

Great Wall Haval M4 ที่มาโชว์ในงาน

ในปี 2013 บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำกัด ได้ส่งออกรถยนต์ไปประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศ โดยตลาดหลักได้แก่ อิตาลี ออสเตรเลีย รัสเซีย และชิลี นอกจากนี้ยังได้ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ใน 10 กว่าประเทศ โดยโรงงานที่บัลแกเรีย (ซึ่งเริ่มทำการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2555) เป็นโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกของประเทศจีน ที่ตั้งขึ้นในสหภาพยุโรป พร้อมฐานการผลิตรถยนต์ทั้งคัน 4 แห่ง

GWM มีการเติบโตทางธุรกิจ และกำไรอย่างไรสูงติดต่อกันมาเป็นเวลา 10 กว่าปี มีผลการดำเนินการดีเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆ ในวงการธุรกิจยานยนต์จีน และได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ของประเทศจีนที่มีศักยภาพในการพัฒนามากที่สุด ตั้งแต่ปี 2547

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ เราให้ราคาดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ภาพประกอบจาก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

Wuling Hongguang Mini EV Cabrio (วูหลิง หงกวง มินิ อีวี คาบริโอ้) นำเสนอรถต้นแบบในรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้าเปิดประทุน ราคาจับต้องได้ ในงาน Auto Shanghai 2021 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเป็นไปได้มากว่าถ้าเสียงตอบรับดี อาจผลิตขายจริงด้วย!

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

สำหรับ Wuling Hongguang Mini EV รถจีนคันนี้ เป็นที่พูดถึงอย่างมากว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีมากในจีน ยอดจองถล่มทลาย สูงกว่า Tesla และ BYD บางรุ่นเสียอีก! แล้วในช่วงก่อนหน้านั้น Wuling ก็ได้ออกรุ่นแต่งพิเศษอย่าง Mini EV Macaron ออกมาเอาใจสาวๆ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของรถรุ่นนี้

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

แม้ว่าตลาดรถเปิดประทุนในจีน อาจจะไม่ได้บูมนัก เช่นเดียวกับประเทศไทย เพราะเจอปัญหาที่คล้ายกัน เช่น สภาพอากาศไม่ดี ฝนตก แดดร้อนจัด แต่ก็ถือว่าเป็นสีสันบนท้องถนนได้อีกรุ่นหนึ่ง ถ้ามีขายกันจริงๆ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

ตัวรถภายนอกดูแตกต่างจากรุ่นธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด ตกแต่งชุดไฟหน้า-หลัง และด้านข้าง ด้วยแถบไฟ LED พร้อมล้อแม็ก หลังคาเป็นแบบ Soft Top พร้อมโรลบาร์เสริมบริเวณเบาะหลัง เพื่อความปลอดภัย

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

ห้องโดยสารภายในใช้โทนสีขาวดูสะอาดตา พวงมาลัยแบบ 2 ก้านท้ายตัด ส่วนบริเวณคอนโซลหน้า ใช้หน้าจอขนาด 10 นิ้ว 2 จอเชื่อมต่อกัน รวมข้อมูล Infotainment และรายละเอียดต่างๆ ของตัวรถ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

ด้านขุมพลัง คาดว่าใช้แบบเดียวกับรุ่น Mini EV รุ่นปกติ ที่ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 27 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง)

สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-Cabrio-2021

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ภาพประกอบบางส่วนจาก

MG-Cyberster-Concept-2021

ในงาน Auto Shanghai 2021 ครั้งนี้ ค่ายรถเมืองจีนหลายค่ายต่างนำรถยนต์รุ่นเด็ดๆ มาประชันกันในงานนี้สารพัด เพื่อเอาใจลูกค้าชาวจีนให้หันมาซื้อรถกันอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 กันไปอย่างหนักหน่วงในปีที่ผ่านมา

และทางด้านค่าย SAIC Motor ผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน และยังเป็นเจ้าของแบรนด์ MG (เอ็มจี) ได้นำรถต้นแบบ MG Cyberster (เอ็มจี ไซเบอร์สเตอร์) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมห้องโดยสารสไตล์ E-Sport คันแรกในโลก มาโชว์ในงานนี้ด้วย

ซึ่ง MG Cyberster โดดเด่นด้วยความทันสมัย ความอัจฉริยะ และก้าวล้ำนำหน้า โดยสืบทอดรูปทรงคลาสสิคของรถเปิดประทุน และจิตวิญญาณของรถยนต์ MGB Roadster ไว้อย่างเต็มขั้น MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง ว่ารถสปอร์ตขวัญใจชาวอีสปอร์ตรุ่นนี้ จะมีอะไรเป็นที่น่าสนใจบ้าง

MG-Cyberster-Concept-2021

MG Cyberster คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มากับพร้อมห้องโดยสารสไตล์เกมมิ่งคันแรกในโลก สร้างสรรค์โดยทีมนักออกแบบของเอ็มจี สืบทอดรูปทรงคลาสสิคและความเป็นผู้นำเทรนด์ของรถยนต์ MGB Roadster เข้ากับแนวทางการออกแบบใหม่ ระหว่างความสุนทรียภาพ และจินตนาการเชิงศิลป์ ที่สะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง

MG-Cyberster-Concept-2021

ด้านหน้าของ MG Cyberster สืบทอดดีไซน์สไตล์คลาสสิคของ MG ด้วยไฟหน้าทรงกลม กระจังหน้าเรียวยาว พร้อมชุดไฟหน้า “Magic Eye” แบบ Interactive และกระจังหน้าที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้านข้างตัวรถใช้ชุดไฟ LED “Laser Belt” ลงตัวกับล้อดีไซน์ใหม่แบบ “Hacker Blade” ทำให้ตัวรถดูทรงพลังมากยิ่งขึ้น

MG-Cyberster-Concept-2021

ด้านท้ายของ MG Cyberster ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์แบบยุโรปในลักษณะท้ายสั้น หรือ Kammback พร้อมชุดไฟท้ายดีไซน์สุดล้ำแบบ “Red Wing” ด้วยเส้นไฟที่เรียวเล็กดูชัดเจน

MG-Cyberster-Concept-2021

นอกจากนี้ การออกแบบโลโก้เรืองแสง ไฟเลี้ยวรูปทรงลูกศร และสปอยเลอร์หลังที่ฝังตัวอยู่ในชิ้นเดียวกัน ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวของรถสปอร์ตอย่างเต็มที่

MG-Cyberster-Concept-2021

ภายในของ MG Cyberster ดูล้ำยุค มาพร้อมการเชื่อมต่ออัจฉริยะรองรับเทคโนโลยี 5G และชุดแบตเตอรี่ ยังให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 800 กิโลเมตร และให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาต่ำกว่า 3 วินาที

สำหรับแนวทางการออกแบบภายใน จะเป็นแบบ “Digital Fiber” วางผังที่นั่งให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ออกแบบตำแหน่งที่นั่งแยกฝั่งซ้าย-ขวา ออกจากกัน และมีแผงหน้าปัด LED ขนาดใหญ่พร้อมจอกลาง

MG-Cyberster-Concept-2021

โดยแผงหน้าปัดแบบชิ้นเดียว ที่ผสานหลากหลายธีมไว้ด้วยกัน ไม่เพียงแค่แสดงข้อมูลสำคัญๆ แต่ยังให้อารมณ์สปอร์ตคลาสสิคในสไตล์ยุโรป เบาะรองนั่งแบบ Zero-Gravity Seat มือจับหุ้มหนังสีแดงที่บริเวณแผงประตู ลงตัวกับ Laser Belt ในขณะที่เส้นสายภายในและผิวสัมผัสสร้างโมเมนตัมได้อย่างทรงพลัง

MG-Cyberster-Concept-2021

นอกจากนี้ เอ็มจี และ Bilibili E-Sports ซึ่งเป็นบริษัทด้าน E-Sport รายใหญ่ในจีน ยังได้ร่วมกันสร้าง Cockpit เกมซูเปอร์คาร์รุ่นแรกในรถ MG ซึ่งมีดีไซน์ภายในที่รองรับการออกแบบเสียงและแสงในธีม E-sport ให้อารมณ์ความรู้สึกเสมือนหนึ่งอยู่ในโลกของเกมอย่างแท้จริง ให้ผู้ใช้โดยเฉพาะ Gen Z จะชื่นชอบมาก

MG-Cyberster-Concept-2021

ทางด้านสมรรถนะ MG Cyberster ติดตั้งแบตเตอรี่ไร้โมดูล (Moduleless Battery) เทคโนโลยี CTP ในเวอร์ชั่นอัพเกรดใหม่ ซึ่งให้ระยะการขับขี่ที่ไกลถึง 800 กิโลเมตร สามารถทำความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 3 วินาที

และมีเทคโนโลยีอัจฉริยะชั้นสูง ด้วยระบบขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) เทคโนโลยีการอัพเกรดแบบแอคทิฟ (Active-upgrading) และสมาร์ท ค็อกพิท (Smart Cockpit) นอกจากนี้ MG Cyberster ยังมีเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 อีกด้วย

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า MG Cyberster แบบสปอร์ตโรสเตอร์ต้นแบบคันนี้ น่าจะถูกใจคอเกมมิ่งกันอย่างมากครับ!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ORA-Lightning-Cat-2021

นี่นับว่าเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดที่ชาวเน็ตจีนพูดถึงกันอย่างมาก สำหรับ ORA Lighting Cat (โอร่า ไลท์นิ่ง แคท) หรือรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่ทาง ORA นำเสนอออกมาตั้งแต่ก่อนงาน Auto Shanghai 2021 ที่จัดงานในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 21 – 28 เมษายน 2021 เสียอีก ตั้งแต่ภาพชุดสำหรับถ่ายโฆษณา

และในตอนนี้เราก็ได้เห็นตัวรถเป็นๆ กันเสียที กับน้องใหม่ตระกูลแมว ภายใต้ Concept “แค่รักก็โอเคแล้ว”

ORA-Lighting-Cat-2021

แม้ว่าเจ้า ORA Lightning Cat หรือเจ้าแมวสายฟ้า (ORA Shandian Mao) จะเป็นรถต้นแบบในเวลานี้ก็จริง แต่ก็มีแนวโน้มในการนำมาต่อยอด และผลิตขายกันจริงๆ อย่างแน่นอน ในราคาอยู่ที่ประมาณ 2 แสนหยวน (961,000 บาท) กับดีไซน์ที่ดูโค้งมน ลู่ลมเป็นพิเศษ แลดูคล้ายกับรถในแบรนด์ของ Porsche มากทีเดียว อีกทั้งยังมีการปรับทิศทางการเคลื่อนไหว โดยใช้เทคโนโลยีล่าสุดของแพลตฟอร์ม GWM LEMON

ORA-Lighting-Cat-2021

ORA Lightning Cat ใช้ชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบกลมมน ล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว ใช้ตัวรถสีทูโทน เทา-ทอง ที่ดูแปลกตา ประตูแบบไร้กรอบทั้ง 4 บาน สไตล์รถ Hardtop ด้านหลังใช้ชุดสปอยเลอร์แบบไฟฟ้า สามารถพับเก็บได้ และกระจกมองข้างแบบกล้อง และชุดหลังคาแบบ Panoramic Sunroof

ORA-Lighting-Cat-2021

ส่วนห้องโดยสารภายใน แม้ว่าในงานนี้ จะไม่ได้เปิดประตูให้ผู้ชมงานเช้าชมเต็มๆ แต่ก็พอดูได้จากภายนอก ใช้วัสดุโทนสีน้ำตาลอ่อน ดูอบอุ่น ส่วนชุดเบาะหนังแท้ 4 ที่นั่ง ด้านเบาะหลังจะตกแต่งด้วยหนังแท้สีดำ พวงมาลัยหุ้มหนัง บริเวณแผงคอนโซลหน้ายังคงติดตั้งจอ Infotainment ขนาดใหญ่ พร้อมประดับด้วยแถบสีเงิน ตามเทรนด์รถในยุคนี้

มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 ระบบจอดอัตโนมัติ รวมไปถึงแพลตฟอร์มอัจฉริยะรุ่นที่ 3 ของ Qualcomm ระบบ V2X และระบบการรับรู้รอบทิศทางเอกสิทธิ์เฉพาะของ ORA

ORA-Lighting-Cat-2021

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าทาง ORA ยังไม่ระบุว่ามีขนาดกำลังเท่าไหร่ ระบุแค่เพียงว่าใช้แบตเตอรี่แบบไร้โคบอลต์ (NMX) แบบแท่ง ที่มีชื่อเรียกว่า Jelly Battery มีประสิทธิภาพสูง ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ดีถึง 4 วินาที ถือว่ายอดเยี่ยมพอๆ กับ Porsche Panamera Turbo เลยก็ว่าได้ พร้อมทีเด็ดที่ทาง ORA คุยไว้ ว่าวิ่งได้ระยะทางมากถึง 700 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งเลยทีเดียว

ORA-Lighting-Cat-2021

สำหรับใครที่สนใจรถรุ่นนี้ ก็เตรียมเก็บเงินซื้อได้เลยจ้า เพราะผลตอบรับถือว่าดีทีเดียว คาดว่า ORA จะเปิดตัวผลิตจริงในไม่นานนี้แน่นอน

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ORA-Punk-Cat-2021

ในงาน Auto Shanghai 2021 ครั้งที่ 19 จัดขึ้นในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 21 – 28 เมษายน 2021 ครั้งนี้ ทางค่าย ORA ได้นำรถยนต์ไฟฟ้ามาโชว์มากมายหลายรุ่น รวมไปถึง อีกรุ่น ORA Punk Cat (โอร่า พังก์ แคท) หรือชื่อรุ่นในภาษาจีน 欧拉朋克猫 (ORA Pengke Mao) มาร่วมเซอร์ไพรส์ผู้เข้าร่วมชมงานในครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Time Machine” ผสานความคลาสสิค และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว

ORA-Punk-Cat-2021

ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ ทาง ORA (โอร่า) หนึ่งในแบรนด์รถยนต์ของค่าย Great Wall Motor (เกรท วอลล์ มอเตอร์) ได้เปิดตัวภาพ Teaser ไปก่อนหน้า ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวจีน ที่ชื่นชอบรถยนต์ในรูปทรงย้อนยุคของ Volkswagen Beetle (โฟล์คสวาเกน บีทเทิล) เป็นอย่างมาก

ORA-Punk-Cat-2021

สำหรับรูปทรงภายนอก การดีไซน์แลดูคล้ายกับ โฟล์ค เต่า เป็นอย่างมาก แต่ความแตกต่างตรงที่เจ้า ORA Punk Cat คันนี้ ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ 5 ประตู Hatchback กับสีรถแบบทูโทน ขาว-เขียว ร่วมกับชุดไฟหน้าทรงกลม ไฟท้ายทรงรี พร้อมกันชนโคมเมียมขนาดใหญ่ ทรงคลาสสิค และประดับด้วยแถบสแตนเลสยาวรอบคัน ภายใต้เทคโนโลยีจากแพลตฟอร์ม GWM LEMON

ORA-Punk-Cat-2021

ด้านห้องโดยสารภายในดูแพรวพราว ออกแนวรถในเทพนิยาย เล่นด้วยโทนสีขาว-เขียว เหมือนสีรถภายนอก ตกแต่งภายในด้วยวัสดุหนัง ตรงกลางใช้จอ Infotainment แสดงข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอลสำหรับคนขับ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมก้านแตรแบบย้อนยุค เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ กับหัวเกียร์แบบหมุน

รวมไปถึงระบบปรับอุณหภูมิเบาะนั่ง และระบบเบาะนั่งเจ้าหญิง ที่สามารถปรับเอนนอนลงพร้อมการเปิดเพลงแบบอัตโนมัติ รวมถึงยังมีระบบจดจำบุคคล ที่สามารถเก็บข้อมูลและจดจำได้แม้กระทั่งช่วงวันนั้นของเดือน พร้อมกระจกที่รายล้อมด้วยไฟ LED สำหรับการแต่งหน้าในรถของสาวๆ โดยเฉพาะ

แต่ในส่วนของขุมพลัง ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ให้ทราบ แม้ว่าจะยังเป็นเพียงแค่รถยนต์ต้นแบบที่ทาง ORA ทำขึ้นมาเพื่อโชว์ในงานนี้ แต่ถ้ามีเสียงตอบรับดีเมื่อไหร่ ก็อาจเป็นไปได้ในการผลิตจริงครับ

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ฮ่า ถ้าจะให้ผมพูดถึงชื่อ Wuling (วู่หลิง) หลายคนอาจจะงง แบรนด์นี้ คือสินค้าอะไรของจีน!?! ขนม? กระเป๋า? รองเท้า? ไม้ตียุง? หรือไฟ LED? … ไม่ใช่เลยครับ เพราะแบรนด์นี้ ผลิตรถยนต์ขายครับ!

Wuling ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ SAIC Motor, General Motors (GM) และ Liuzhou Wuling Motors

ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารยานยนต์มานานสักหน่อย อาจจะพอนึกว่าบ้างว่า รถจากค่ายนี้ บริษัท พี วี เอ มอเตอร์ 2056 จำกัด เคยนำเข้ารถรุ่น Wuling Scorpian (วู่หลิง สกอร์เปี้ยน) ซึ่งเป็นรถในรูปแบบกระบะขนาดเล็ก (หรือรถกระป๊อนั่นเอง) และรุ่นอื่นๆ มาขายในไทยได้สักพัก แล้วก็หายไป …

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

เอาล่ะ เข้าประเด็นที่เราจะนำเสนอกันดีกว่า … สำหรับ Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) หรือ 五菱宏光 ในภาษาจีน เริ่มจำหน่ายในจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินไทยราคาอยู่ที่แสนกว่าบาท จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพร้อมห้องโดยสารนั่งได้ 4 ที่นั่ง ดีไซน์เรียบง่าย ออกแบบมาสำหรับใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ มีมีน้ำหนักเบาเพียง 665 – 705 กิโลกรัม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ด้วยมิติตัวรถยาว 2,917 มม. ความกว้าง 1,493 มม. ความสูง 1,621 มม. และระยะฐานล้อ 1,940 มม.

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบได้เรียบง่าย ช่องแอร์มีขนาดยาว พร้อมเบาะผ้า มีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ เช่น แอร์ วิทยุ กระจกไฟฟ้า เกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้หมุนไป-มา ในการเปลี่ยน

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ชูจุดเด่นด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 741 ลิตร เมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังลง สามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 26 ลิตร จำนวน 2 ใบ หรือรถเข็นเด็กได้อย่างสบาย โดยมีจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะนั่งแถวที่ 2 มาให้

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบขับเคลื่อน มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 27 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบเบรก มาพร้อมระบบเบรก ABS และ EBD เป็นมาตรฐาน และเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง ติดตั้งมาให้พร้อม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ไม่ใช่เรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์แต่ประการใด เพราะตลาดจีนนี่ถือว่ามีความต้องการสูงมาก เพราะพบเมืองมีมากที่สุดในโลก ถ้าสินค้าชิ้นไหนที่ทำออกมาถูกและดี (แบบเดียวกับสโลแกนร้านฟู้ดแลนด์!) ก็สามารถทำยอดจำหน่ายพุ่งกระฉูดในจีนได้ไม่ยากเลย

สำหรับราคาจำหน่าย เริ่มต้นที่ 28,800 หยวน (ประมาณ 130,000 บาท) ถึง 38,800 หยวน (ประมาณ 180,000 บาท)

โดย Wuling Hongguang Mini EV ในเดือนมกราคม 2021 สร้างยอดขายได้สูงถึง 25,778 คัน เมื่อเทียบกับ Tesla Model 3 ที่ทำยอดขายในจีนได้เพียง 13,843 คันเท่านั้น!

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับในไทยเองนั้น Wuling Hongguang Mini EV ตอนนี้ได้มีผู้จำหน่ายอิสระ ÖKO Automobile สั่งนำเข้ารุ่นพวงมาลัยซ้าย เข้ามาขายในบ้านเราแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 369,000 บาท! (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% และ ยังไม่รวมค่าจดทะเบียน 3,000 – 5,000 บาท)

มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีขาว, ฟ้า, ชมพู และสีทอง อีกทั้งยังพร้อมรับซื้อรถคืนภายใน 5 ปี ด้วย! แต่ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับสภาพรถ

และยังได้มอบรถให้กับ EVTG : EVeryThing’s Good ของทาง อตก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้เป็น Smart Mobile Market สำหรับนำส่งผลไม้พรีเมี่ยมจากตลาด อตก. ถึงมือผู้บริโภคด้วยครับ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Forecast-Volume-Car-Sales-In-Thailand-2021

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2564 ทิศทางยอดขายมีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้ง หากภาวะเศรษฐกิจในประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้น กับภาวะโควิด-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ในปีนี้ รัฐบาลสามารถหยุดยังได้ทัน และไม่ล็อกดาวน์อีกครั้งเสียก่อน

ประกอบกับในปี 2021 หลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งไทย จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งจะกลายมาเป็นปัจจัยช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย เมื่อการท่องเที่ยว การลงทุน และการค้าขายระหว่างประเทศกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง แม้จะยังไม่กลับสู่ระดับปกติ

“ปัจจัยเหล่านี้ ผนวกกับการออกแคมเปญแข่งขันกันของค่ายรถ จึงมีผลโดยตรงต่อทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564 ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะขยายตัวได้ 7-11% คิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 825,000 – 855,000 คัน” บทวิเคราะห์ระบุ

Hyundai-Kona-Electric-Motor-Expo-2020

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าว ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ภาครัฐ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง ซึ่งในปี 2564 คาดว่ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือรถยนต์กลุ่ม xEV ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฮบริด (HEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) จะเป็นกลุ่มที่มีการขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มการเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเช่นเดียวกับตลาดโลก แม้ว่าจะยังเป็นตัวเลขที่น้อยกว่ามาก เนื่องจากไทยยังนับเป็นตลาดเกิดใหม่ของกลุ่มรถยนต์ xEV แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศที่แม้จะยังไม่มีมาตรการกระตุ้นตลาดอย่างชัดเจนจากทางภาครัฐเข้ามา จะมีก็เพียงแต่มาตรการส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบัน แต่เมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่นแล้ว ตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศกลับเติบโตรุดหน้าสวนทางตลาด เนื่องจากผู้บริโภคหลักเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากนัก

“คาดว่าในปี 2564 ถ้าการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ยอดขายรถยนต์กลุ่มนี้ในไทยน่าจะยิ่งเร่งตัวขึ้น หลังการเข้ามาแข่งขันของค่ายรถที่ทวีความดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรถยนต์หลายรุ่นกลุ่ม xEV เริ่มเข้ามารุกตลาดกลุ่มราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปิดตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ขึ้น” บทวิเคราะห์ระบุ

Mitsubishi-Outlander-PHEV-2020

สำหรับคาดการณ์ยอดขายของรถยนต์แต่ละประเภทในปีหน้า มีรายละเอียดดังนี้

  • สำหรับรถยนต์กลุ่ม HEV และ PHEV ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2564 นี้ ค่ายรถจะเริ่มดันให้รถยนต์รุ่น HEV และ PHEV กลายมาเป็นโมเดลมาตรฐานของแต่ละค่ายรถมากขึ้น ซึ่งจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้ปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีประมาณ 48,000-50,000 คัน หรือขยายตัว 10-23% ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2563 ที่คาดว่าจะขยายตัว 17% คิดเป็นยอดขาย 31,000 คัน
  • สำหรับรถยนต์ BEV ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2564 นี้ มีโอกาสเติบโตจากการเข้ามาบุกตลาดของรถยนต์ BEV สัญชาติจีนได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และยังได้สิทธิ์ภาษีนำเข้า 0% ผ่านข้อตกลงการค้าเสรีไทย-จีน ทำให้สามารถนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงแรกได้ด้วยระดับราคาไม่สูงนัก ก่อนจะผลิตเพื่อทำตลาดในประเทศในอนาคต ขณะที่ค่ายรถหรูยุโรปที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอก็จะเริ่มรุกตลาดรถยนต์ BEV ในปีนี้เช่นเดียวกัน ทำให้มีโอกาสจะขยายตัวได้สูง แต่ตัวเลขยอดขายอาจจะยังไม่สูงนักเนื่องจากยังเป็นตลาด niche โดยน่าจะมียอดขายประมาณ 4,000-5,000 คัน ขยายตัว 176-245% และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 102% คิดเป็นยอดขาย 1,450 คัน

MG-ZS-EV-Motor-Expo-2020

“ปัจจัยสนับสนุนหลักของตลาด BEV ในอนาคต คือ การที่ภาครัฐและเอกชนจะสามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดซึ่งมีกำลังซื้อพร้อม แต่ยังขาดความมั่นใจในเรื่องของการวางเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ทั่วถึง เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ BEV ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในเรื่องระยะทางวิ่งอยู่” บทวิเคราะห์ระบุ

ส่วนรถยนต์ในกลุ่ม ICE ในปี 2564 ถ้าการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และไม่ทำให้รัฐบาลต้องออกมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสที่จะขยายตัวได้ดีนอกจากจะเป็นเพราะฐานที่ต่ำในปี 2563 แล้ว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะทยอยเกิดขึ้นตลอดช่วงปีหน้าก็คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ ICE เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ที่ขยายตัวตามเทรนด์ตลาดปัจจุบัน และรถปิกอัพที่คาดว่าจะเติบโตตามทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ ICE รวมน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 773,000 – 800,000 คันได้ หรือขยายตัว 5-8% จากปีนี้ที่คาดว่าจะหดตัวอย่างรุนแรงถึง 24.8% คิดเป็นยอดขายเพียง 737,550 คัน

Mini-Electric-2020

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าปริมาณการผลิตรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศปี 2564 น่าจะทำได้ 72,000 – 80,000 คัน ขยายตัว 60-78% จากที่คาดว่าจะผลิตประมาณ 45,000 คันในปี 2563 และปริมาณการผลิตรถยนต์รวมของประเทศน่าจะทำได้ 1,550,000 ถึง 1,620,000 คัน ขยายตัว 10-15% จากปีนี้ที่คาดว่าจะผลิตได้ 1,410,000 คัน หดตัว -30% จากปีก่อน ในกรณีที่ไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจให้ชะลอลงกว่าที่คาด

สำหรับมาตรการกระตุ้นตลาด “รถเก่าแลกใหม่” ที่แม้ตอนนี้จะถูกดึงกลับไปพิจารณาถึงผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ อีกครั้งนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หากมีการผลักดันนำเข้ามาใหม่ด้วยมาตรการที่ชัดเจนและเหมาะสม ก็คาดว่าจะน่าจะช่วยเร่งให้ตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยเร่งสำคัญที่ภาคส่วนต่างๆ ควรพิจารณาด้วย คือ การเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ หากมีเป้าหมายต้องการเร่งตลาด BEV และ PHEV ให้กลายเป็นรถรุ่นมาตรฐานดังเช่นหลายตลาดหลักของโลกในอนาคต

ส่วนถ้าหากใครกำลังอยากขายรถคันเดิมในเวลานี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก:

ORA-Good-Cat

Great Wall Motor ผู้ผลิตรถยนต์ SUV และรถกระบะรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวจีนและชาวโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) ไปในงาน Chengdu Auto Show 2020

และ ORA Good Cat จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 1 ใน 4 รุ่นของแบรนด์ ORA ซึ่งประกอบด้วย White Cat, Black Cat, iQ และรุ่นล่าสุดอย่าง Good Cat ถือเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งในสื่อต่างๆ และทุกช่องทางออนไลน์

ที่สำคัญ ราคาของ ORA Good Cat ถึงแม้ว่าในการเปิดตัว Great Wall Motor จะไม่ได้ชี้แจงราคาอย่างเป็นทางการของรถรุ่นนี้ แต่ ORA Good Cat ราคาในไทย คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 850,000 – 900,000 บาท ได้!

ORA-Good-Cat

และ ORA เซอร์ไพรส์ด้วยการเผยโฉม ORA Good Cat GT ปรับลุคให้รถไฟฟ้า ORA Good Cat ดูสปอร์ต ปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น ที่งาน Beijing International Automotive Exhibition 2020 ที่ผ่านมาอีกด้วย

ORA-Good-Cat

สำหรับเจ้า ORA Good Cat (หรือในภาษาจีน 好猫) นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ในแบรนด์ ORA ที่ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย บนแพลทฟอร์มที่ชื่อ L.E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบ Modular แบบ 5 ประตู Hatchback โดยเริ่มจำหน่ายในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา

ORA-Good-Cat

ตัวรถภายนอก มาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก รับกับไฟหน้าทรงกลมดูคล้ายกับ Porsche 911 และ Volkswagen Beetle ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ Cd. = 0.27 และด้านท้ายที่ดูแปลกตา ด้วยตำแหน่งไฟเบรกที่ไว้บริเวณกันชนท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ขนาดยาว ฝังในกระจกบานหลัง พร้อมล้อแม็กแบบ 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว ให้เลือก

ORA-Good-Cat

มิติตัวรถยาว 4,235 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,596 มม. ระยะฐานล้อ 2,650 มม. ความสูงจากพื้นรถ 120 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,510 กก.

ORA-Good-Cat

ช่วงล่างหน้า แบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังแบบเทลิ่งอาร์ม ทอร์ชั่นบีม

ORA-Good-Cat

ภายในยังคงเน้นรูปแบบความคลาสสิค เรียบง่าย เช่นเคย ด้วยโทนสีแบบครีมตัดชมพู หรือน้ำเงิน ใช้เบาะหนังแท้ พวงมาลัยหุ้มหนัง ขับสนุกไปกับ ORA-Enjoyment ปรับเปลี่ยนสภาวะในห้องโดยสารได้ตามต้องการ และระบบ Smart Quick Start แค่เสียบเข็มขัดนิรภัยและเหยียบเบรก ก็สตาร์ทรถได้ทันที

โดดเด่นด้วยหน้าจอมาตรวัดความเร็ว รวมอยู่กับหน้าจอ Infotainment หรือ ORA Smart-Café ผนวกกับ OS Coffee Intelligent Car Control System ที่ใช้ระบบ AI ในการประมวลผล ทำงานผ่านหน้าจอขนาด 17.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ มีระบบจดจำเสียงและใบหน้า และผู้ช่วยอย่าง ORA CAT Avatar ที่แสดงผลเป็นรูปแมวบนหน้าจออีกด้วย

ความโดดเด่นอีกอย่าง คือ การออกแบบให้ช่องแอร์เป็นแถบยาว พร้อม ORA-Fragrance ที่สามารถสั่งฟอกอากาศในรถจากสมาร์ทโฟนได้ ส่วนคันเกียร์ใช้เป็นแบบมือหมุน เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ และด้านท้ายเมื่อพับเบาะลง ให้พื้นที่เก็บสัมภาระที่มากถึง 858 ลิตร

ORA-Good-Cat

โดยอีกหนึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ คือมีระบบ Autopilot ขับเคลื่อนอัตโนมัติ อย่าง ORA-Pilot Driving ให้ด้วย ซึ่งใช้ชิพประมวลผลของ Intel ติดตั้งในรถรุ่นนี้ ทำงานร่วมกับ Millimeter Wave Radar 2 ตัว, เซ็นเซอร์ Ultrasonic จำนวน 12 ตัว, กล้องความละเอียดสูงรอบคัน 6 ตัว และระบบตรวจจับพิกัดด้วยดาวเทียม ที่คอบตรวจจับสภาวะของรถของคัน ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุในเวลาขับขี่ได้มากขึ้น และระบบ Intelligent Cruise Assist System

ORA-Good-Cat

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วไว้สูงสุดที่ 150 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

กับแบตเตอรี่แบบ CTP ขนาดความจุ 47.8 kWh และ 59.1 kWh ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที (ตามมาตรฐาน NEDC)

ให้ระยะทางวิ่ง 401 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ 501 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) ของยุโรป)

ORA-Good-Cat-Price

สำหรับรุ่นย่อย และราคาของ ORA Good Cat สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 รุ่นย่อยหลักๆ ได้แก่

  • รุ่น Muse Edition 401 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 105,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 488,351 บาท
  • รุ่น Venus Edition 401 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 115,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 534,860 บาท
  • รุ่น Athena Edition 401 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 125,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 581,370 บาท
  • รุ่น Apollo Edition รุ่น 501 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 135,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 627,879 บาท
  • รุ่น Poseidon Edition รุ่น 501 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 145,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 674,389 บาท

สำหรับในบ้านเรา ต้องรอติดตามดูกันครับ ว่า Great Wall Motors หลังจากเซ็นสัญญาซื้อขายโรงงานกับทาง GM แล้ว จะมีโอกาสขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ หรือว่านำเข้ามาจำหน่ายหรือไม่ แต่ดูจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว น่าจะขายดีในประเทศจีนอย่างแน่นอน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งาน ขายรถกับ CARRO สิ! เราพร้อมรับซื้อรถคุณ เอารถมาเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน