Honda-Civic-FC-FK-Secondhand-Price

รถยอดนิยมของคนวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ไปจนถึงวัยกลางคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ดซีดาน หรือสปอร์ตแฮทช์แบค คงต้องยกให้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในรหัส “FC” และ Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัส “FK” เพราะมียอดขายสะสมทะลุ 100,000 คัน กับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาดรถ Compact 4 ปีซ้อน

ซึ่ง Honda Civic ของทั้ง 2 โฉมนี้ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจทั้งเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 173 แรงม้า ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอย Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK มือสอง แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Honda-Civic-Hatchback

Honda Civic FC โฉมปี 2016- 2019

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 525,000 – 750,000 บาท
  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 535,000 – 760,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 800,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 650,000 – 900,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-MY2020

Honda City Hatchback FK โฉมปี 2017- 2019

  • Turbo MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 790,000 – 880,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • Turbo MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 800,000 – 890,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • Turbo MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

10-New-Normal-In-Automotive-Society

ในเวลานี้เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับว่า การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่สร้างความเสียหาย และความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลกอย่างชนิดที่ว่า พลิกฝ่ามือเลยทีเดียว จนทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวหนีตาโควิด-19 กันเป็นแถว

และอีกสิ่งที่ทำให้พฤติกรรมผู้คน ต้องถูกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงในเวลาสั้นๆ ก็กลายมาเป็น “New Normal” หรือ “ความปรกติใหม่” หรือ “ฐานวิถีชีวิตใหม่” ในแทบทุกๆ ด้าน เพื่อสุขอนามัยและห่างไกลจากเชื้อโรค ทั้งไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ สาธารณสุข สั่งอาหาร ซื้อของ โอนเงิน หรือการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เป็นต้น

บริษัทรถยนต์ ดีลเลอร์รถยนต์ และผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ทั้งหลาย ก็ต้องปรับตัวตาม New Normal ไปด้วยเช่นกัน แต่จะมีอะไรบ้าง MR.CARRO สรุปมาเล่าให้ฟัง 10 อย่างด้วยกัน…

Carro-Express

1. ซื้อรถ – ขายรถ ที่บ้าน

ในยุคโควิด-19 ก่อนหน้านี้ทำให้หลายคนต้อง Work From Home อยู่บ้าน ลดเชื้อ เพื่อชาติ หรือต้องผันตัวมาทำอาชีพอิสระ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์ก็ต้องปรับตัว ด้วยการให้บริการลูกค้าถึงบ้าน ง่ายๆ ด้วยการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ หรือจะโทรไป จะใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ติดต่อไปตามช่องทางการสื่อที่โชว์รูมรถแต่ละแห่งมี ก็ได้เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นการ Test Drive รถยนต์ ก็จะมีการนำรถทดลองขับมาให้ลองกันถึงบ้าน หรือการจองรถ ซื้อรถ ถ้าลองแล้วถูกใจก็สามารถจองและซื้อได้เลย หรือจะผ่านระบบออนไลน์ก็ได้

ส่วนใครที่อยากจะขายรถคันเก่า เพื่อซื้อรถคันใหม่ ก็ง่ายนิดเดียว เพียงเข้าไปที่ “CARRO Express” กรอกรายละเอียดรุ่นรถ ปี เลขไมล์ ราคาที่คุณต้องการ และรูปรถของคุณ ก็สามารถขายรถออนไลน์ได้แล้ว ง่ายนิดเดียว

ทีนี้ก็รอการติดต่อกลับมาจากทางทีมงาน CARRO เพื่อตกลงราคาที่คุณพึงพอใจที่สุด ก่อนจะมาตรวจดูสภาพรถอีกที ถ้าคุณ OK ตกลง ก็พร้อมปิดการขาย ทำสัญญาซื้อขายรถ และรับเงินสดไปได้เลย

2. เปิดตัวรถออนไลน์

จากเหตุผลของการ Social Distrancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม และหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรค ทำให้หลายค่ายรถ ตัดสินใจเปิดตัวรถยนต์ออนไลน์

ที่ผู้สนใจสามารถติดตามการเปิดตัวรถรุ่นที่ตัวเองสนใจ ที่ไหนก็ได้ในโลก ขอให้มีแค่อินเตอร์เน็ตเข้าถึง และยังสามารถ Comment ร่วมกับผู้ติดตามคนอื่นๆ หรือถามคำถามสดๆ ผ่านระบบโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

10-New-Normal-In-Automotive-Society

3. บริการ Mobile Service

ต่อไปนี้ถ้ารถคุณเกิดมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ หรือต้องตรวจเช็ครถตามระยะ แค่อยู่ที่บ้าน หรือที่เกิดเหตุ ไม่ต้องขับรถไปที่โชว์รูม ก็สามารถรอทีมช่างมาตรวจเช็คได้ด้วยรถ Mobile Service เพียงแค่นัดล่วงหน้าเท่านั้น

4. รถมือสอง และรถใหม่ จะขายดีขึ้น

แม้ว่าจะมีผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตกงานเป็นจำนวนมาก กระทบต่อเศรษฐกิจ และการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ส่งผลให้รถมือสองราคาถูกๆ ขายดี และมีความต้องการมากขึ้น

เนื่องจากหลายคน พยายามหลีกเลี่ยงระบบขนส่งมวลชนบ้านเรา ถ้าไม่คุณภาพแย่ ไม่สะอาด เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค หรือค่าโดยสาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางแพง เมื่อคำนวณกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว แถมต้องแออัดเบียดเสียดกับคนเยอะๆ ยิ่งในหน้าฝนนี่ยิ่งแย่

ซึ่งส่งผลให้ตลาดรถมือสอง กับรถใหม่ หลังเศรษฐกิจพื้นจะขายดีขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว

10-New-Normal-In-Automotive-Society

5. Drive Thru และต่อใบขับขี่ออนไลน์ มาแรงขึ้น

ปกติ Drive Thru ก็มีอยู่แล้วในหลายประเภท ตั้งแต่เข้าร้านอาหาร Fast Food, ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู ส่งของไม่ต้องลงรถ หรือเลื่อนล้อต่อภาษี ไม่ต้องลงรถ สะดวก ปลอดภัย ต่อไปนี้จะมีหลายกิจการมากขึ้น ที่จะใช้วิธีการปฏิบัตินี้

อีกทั้งการต่อใบขับขี่ออนไลน์ จองคิวออนไลน์ จะเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น สำหรับผู้ที่ใบขับขี่รถหมดอายุไม่เกิน 1 ปี หรือผู้ต้องการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน เพียงแค่ลงทะเบียนเข้ารับการอบรม ก่อนที่จะไปรับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และออกใบอนุญาตขับรถใหม่ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผ่านการอบรม

อ่านเพิ่มเติม : 5 ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์ กับกรมการขนส่งทางบก ในช่วงโควิด-19 ระบาด!

6. ความสะอาดต้องเป็นที่หนึ่ง

โชว์รูมรถยนต์ นอกจากสถานที่จะต้องดูกว้างขวาง หรูหราใหญ่โต เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้อีกต่อไป ต้องมีทั้งเจลแอลกฮอลล์ หรือเจลล้างมือบริการ มีหน้ากากอนามัย และเฟซชิลด์ รวมถึงมีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ให้ตรวจสอบพนักงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน รวมไปถึงตรวจเช็คลูกค้า ก่อนเข้าใช้บริการ

และการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง และทำความสะอาดรถทดลองขับทุกครั้ง หลังเสร็จสิ้นการทดลองขับ และทำความสะอาดห้องบริการต่างๆ เป็นพิเศษ เช่น มุมเด็กเล่น ห้องละหมาด พร้อมทั้งมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อในศูนย์บริการเป็นประจำ

10-New-Normal-In-Automotive-Society

7. พ่นน้ำยาฆาเชื้อ เป็นเรื่องปกติ

การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถ และในโชว์รูมรถ ที่ปกติตามโชว์รูมรถมักไม่ค่อยได้ทำ แต่ตอนนี้จะกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์ทุกแบรนด์ สำหรับผู้นำรถมาซ่อม หรือตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ และเป็นแพคเกจของแถมสำหรับคนออกรถใหม่

8. จ่ายเงินแบบ Cashless

การจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเงินจอง เงินดาวน์ เงินค่างวด หรือค่าซ่อมรถ ค่าประกันภัย ค่าบริการต่างๆ ต่อไปนี้ไม่ต้องหอบเงินมาเป็นปึกๆ อีกแล้ว เพียงแค่คุณมีบัตรเครดิต หรือจ่ายเงินผ่าน Mobile Banking ในสมาร์ทโฟน บริษัทรถทุกแห่งก็พร้อมรับเงินจากคุณ โดยไม่ต้องสัมผัสธนบัตรที่อาจปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรค

10-New-Normal-In-Automotive-Society

9. รถยนต์ไฟฟ้า คนสนใจมากขึ้น

หลังยุคโควิด-19 จะเป็นการเร่งให้รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา เฟื่องฟูกันมากขึ้น แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โลกจะมียอดขายรถที่ตกฮวบฮาบไปทั่วโลก และดูถดถอยลงไปอย่างมาก แต่คนเริ่มตระหนักถึงมลพิษ และพลังงานสะอาด ที่ได้เห็นจากช่วงโควิด-19 ที่การใช้รถยนต์ลดลงเป็นอย่างมาก สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมไปในทางที่ดีขึ้น

10. คนขับรถเที่ยวกันมากขึ้น

ผลจากการ Social Distrancing ทำให้คนที่เคยขึ้นรถทัวร์ รถไฟ อาจไม่สะดวกในการเดินทาง หรือการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเล็ก อาจเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นการขับรถยนต์ส่วนตัว ท่องเที่ยวกันในช่วงวันหยุดมากขึ้น

ที่สำคัญ CARRO ขอเป็นพลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามความยากลำบาก ให้ผ่านพ้นหลังหมดช่วงวิกฤต COVID-19 จบสิ้น ซึ่งแต่ละคนอาจมีเรื่องราวมากมาย และประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ได้เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในหลังหมดยุคโควิด-19 สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Honda-CR-V-RD-G2

นับตั้งแต่ Honda (ฮอนด้า) ได้เริ่มกระโดดลงมาเล่นรถในกลุ่ม SUV อย่างเต็มตัวตั้งแต่ Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) โฉมแรก หรือ “G1” ที่คุ้นหูในบ้านเราเมื่อปี 1995 และเริ่มขายในไทยเมื่อปี 2539

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda CR-V (RD) แนวคิดรองเท้าเดินป่า สู่รถ SUV ยอดนิยมของโลก!

ก็ทำให้ทาง Honda เอง เริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ถ้าเราจะพัฒนารถในกลุ่ม SUV อย่างจริงจัง น่าจะเป็นผลดีต่อทาง Honda เองแน่นอน เพราะอย่าง CR-V โฉม G1 มียอดขายมากกว่า 1 คัน ตามหลังยอดขายของ Civic และ Accord มามากขนาดนี้

ด้วยเหตุนี้ Honda CR-V ในรุ่น G2 ทีมวิศวกรจึงต้องถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอย และความคุ้มค่าด้านต่างๆ เช่น การบำรุงรักษา ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อครองความเป็นอันดับ 1 ของรถ SUV ในไทยอย่างต่อเนื่อง

และในวันนี้ MR.CARRO จะมาแนะนำถึง Honda CR-V มือสอง ในรุ่น G2 กันต่อครับ ว่าเวลานี้ยังน่าใช้มากน้อยแค่ไหน

Honda-CR-V-2001-Concept

แนวคิดในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นที่สอง (G2)

Honda CR-V รุ่นนี้พัฒนาโดยใช้พื้นฐานจาก Honda Civic (ES) หรือ Small Global Platform ด้วยแนวคิดในการพัฒนา ที่เริ่มต้นจากการใช้จุดเด่น และความคาดหมายของลูกค้าที่มีต่อรุ่นแรกมาเป็นรากฐาน ผนวกกับแนวคิด “DQR” คือ

  • Durability ความทนทาน
  • Quality คุณภาพ
  • Reliability ประสิทธิภาพการใช้งาน

Honda-CR-V-2001-Concept

ทุกองค์ประกอบได้รับการปรับปรุง ให้ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติ นับตั้งแต่ความกว้างตัวรถที่เพิ่มขึ้น 30 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 65 มม. ยกเว้นความยาวของตัวรถลดลง 25 มม. รวมถึงมิติของเบาะนั่ง และพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

Honda-CR-V-2001

เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2001 ภายใต้ Concept การออกแบบ “Active Utility ‘More’ CR-V” ต้องให้ความรู้สึก “อิสระ” เวลาไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ออกแบบโดยแผนกดีไซน์ของ Honda เช่นเคย ภายใต้การนำของ Takahiro Hachigo Senior Researcher ของ Honda R&D และ Mitsuhiro Honda ด้วยการปรับรูปโฉมใหม่ทั้งคัน ภายนอกใหม่ หัวใจใหม่

Honda-CR-V-2001

รุ่นฝาท้ายไม่ติดยางอะไหล่ ในหลายเราก็นิยมเปลี่ยนกันหลายคัน

ปรับปรุงตัวรถให้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งคงเอกลักษณ์ของรุ่นเดิมเอาไว้ พร้อมชุดไฟท้ายแบบสี่เหลี่ยมแนวตั้งขนาดยาวขึ้น ฝาท้ายยังเปิดได้เฉพาะกระจก หรือจะเปิดฝาท้ายทั้งบานขึ้นก็ได้

มิติตัวรถยาว 4,535 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,710 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. ส่วนน้ำหนักรถ (เวอร์ชั่นไทย) อยู่ที่ 1,505-1,525 กิโลกรัม

Honda-CR-V-2002-Thai

เพิ่มเนื้อที่ห้องโดยสารให้โปร่งและกว้างขึ้น และถาดวางของ กับที่วางแก้วน้ำที่สามารถพับเก็บได้ ทำให้ผู้โดยสารเดินจากด้านหลัง ไปเบาะหน้า หรือจากเบาะหน้า ไปเบาะหลังได้ เป็นที่ถูกใจโดยเฉพาะเด็กๆ และเบรกมือซ่อนไว้บริเวณคอนโซลกลาง กับคันเกียร์อัตโนมัติ ปรับปรุงใหม่ไว้บริเวณด้านข้างแผงหน้าปัด และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัยคู่ กับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ กับกันขโมยแบบ Immobilizer

และในรุ่น G2 นี้ โต๊ะปิกนิกแบบพับเก็บได้ ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่มีมาให้! พร้อมปลั๊กไฟพิเศษ 12V บริเวณที่เก็บของด้านท้าย เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

Honda-CR-V-2002-Thai

เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเพิ่มจากรุ่น G1 374 ลิตร มาเป็นขนาด 527 ลิตร และสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 948 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงและเลื่อนไปชิดกับเบาะหน้า (ซึ่งในรุ่นนี้ เวลาพับเบาะแถวที่สอง สามารถพับได้ในรูปแบบ 60:40 และไม่ต้องถอดพนักพิงศีรษะแล้ว คล้ายกับรถแบบ MPV) หรือจะบรรทุกจักรยานเสือภูเขา ขนาด 26 นิ้ว ก็ได้ถึง 2 คัน โดยที่ไม่ต้องถอดล้อออก

เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ Toe Control Link แม็กเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยประหยัดเนื้อที่ และเกาะถนนได้ดี ซึ่งขยับตัวของชุดช่วงล่างใกล้เคียงกับรุ่นเดิมซึ่งใช้ระบบปีกนกคู่ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น ด้านหลังเป็นแบบ Reactive Link ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง ขนาดกะทัดรัด ช่วยให้เนื้อที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมากขึ้น พร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ กับระบบเบรก ABS, EBD และ BA …

Honda-CR-V-2002-Thai

สำหรับ Honda CR-V รุ่นนี้ในเวอร์ชั่นไทย ประกอบในไทย เปิดตัวในวันที่ 29 มกราคม 2545 นำเสนอในรูปแบบ SUV 5 ที่นั่ง มีเฉพาะแบบเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i-VTEC S ราคา 1,146,000 บาท และรุ่น 2.0 ลิตร i-VTEC E ราคา 1,196,000 บาท ซึ่งแพงกว่ารุ่นเดิมเพียง 50,000 บาท เท่านั้น

เครื่องยนต์เบนซินถูกเปลี่ยนมาใช้รหัส K มีระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC (Variable Valve Timing and Lift Electronic Control) เป็นครั้งแรกของ Honda ในไทย กับเครื่องยนต์รหัส K20A4 ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิด 19.4 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 18.53 กม./ลิตร ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. (จากการทดสอบโดยวิศวกรของฮอนด้า)

ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติแบบ Real Time

แค่นี้ก็ขายดิบขายดี ซะจนผลิตไม่ทัน!

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล ไม่มีในไทยก็จริง แต่ในเวอร์ชั่นยุโรป Honda CR-V รุ่นนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกในปี 2004 กับขุมพลังเครื่องยนต์รหัส N22A ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-CDTi ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 34.6 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา 5 สปีด และ 6 สปีด พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ 5 สปีด

Honda-CR-V-2003-Thai

ในมีนาคม 2546 ปรับปรุงเพิ่มเติม ภายในห้องโดยสารเพิ่มโทนสีน้ำตาล Saddle Brown ให้เลือก (มีเฉพาะรุ่นสีภายนอก สีแดง สีเทา สีทอง และสีดำ) และมีรุ่น 7 ที่นั่งให้เลือก ในรุ่นย่อย SF และ EF แต่ขอบอกไว้ก่อน ว่าเบาะนั่งแถวที่ 2 นั้น ปรับเลื่อนไม่ได้ และเหมาะสำหรับให้เด็กๆ นั่งมากกว่า เพราะมีขนาดเล็ก

Honda-CR-V-2003-Thai

Honda-CR-V-2003-Thai

และในปี 2546 Honda ได้เพิ่มรุ่น “Stylish Package” เพิ่มเติม กับชุดกันชนหน้าสปอร์ต, แผงใต้กันชน, บันไดข้าง, กระจกส่องหลัง และ สติ๊กเกอร์ฝาครอบยางอะไหล่สติ๊กเกอร์รูปคนกำลังปีนเขา ที่ได้แบบมาจากการประกวดชิงรางวัลออกแบบฝาครอบยางอะไหล่ของ Honda

Honda-CR-V-Prestige-2004

เดือนมีนาคม 2547 Honda ประเทศไทย ได้แนะนำ “CR-V Prestige” โดดเด่นด้วยสีขาวมุก, เครื่องเล่น DVD พร้อมกล้องมองหลัง และสัญลักษณ์ Prestige ติดด้านท้ายฝาครอบยางอะไหล่

Honda-CR-V-2004

ในรุ่น Minorchange เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส K24A มาเสริมความต้องการของลูกค้า แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที

มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ระบบควบคุมสายคันเร่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ECT (Electronic Throttle Control System) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) และระบบ Grade Logic Control

และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติใหม่ (Real Time 4WD) ให้การตอบสนองในทุกสภาวะของการขับขี่ ให้ความนุ่มนวลต่อเนื่องทั้งการขับขี่แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ส่วนรุ่นย่อยยังมีทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง (แบบ ELF) เหมือนเดิม

ทุบรถ-Honda-CR-V

ภาพจาก Login นายอู @ Pantip.com

แต่ในวันที่ 27 มกราคม 2548 Honda CR-V รุ่นนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้สะดุดขึ้น จนกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของผู้ใช้รถ เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ เมื่อคุณเดือนเพ็ญ ศิลาเกษ ได้ทำการ “ทุบรถ” Honda CR-V ป้ายแดง หน้าอาคารชินวัตร 3 เนื่องจากรถมีปัญหาตั้งแต่ซื้อมาใหม่ๆ ตั้งแต่เสียงดังที่เฟืองท้าย แบตเตอรี่เสื่อม สตาร์ทไม่ติด มีอาการกินซ้ายตลอด และยังมีเสียงดังออกมาจากบริเวณท้ายรถ

เข้าศูนย์ซ่อมมาหลายครั้งหลายหนแล้วก็ไม่หาย ทางศูนย์ฯ บอกว่ารถ 100 คัน จะมีปัญหาเพียง 1 คัน เขาบอกว่าลูกค้าคาดหวังเกินไป

จากนั้นจึงมีการเจรจากับทางผู้บริหารของฮอนด้าฯ แต่ได้คำตอบว่า บริษัทไม่มีนโยบายเปลี่ยนรถใหม่ให้ลูกค้า และประโยคที่ว่า “เสียใจ เขาจะไม่ให้ลูกค้ามามีอิทธิพลเหนือบริษัทฯ”

จึงต้องการร้องเรียนขอความเป็นธรรม และประกาศจะทุบรถคันนี้ทิ้งเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ โดยใช้ค้อนปอนด์ ทุบที่กระจกหน้ารถกว่า 10 ครั้ง จนกระจกรถแตก และได้ใช้พลั่วตีที่กระโปรงหน้ารถอีกนับ 10 ครั้ง จนกระโปรงหน้ารถบุบเสียหาย

วันรุ่งขึ้น ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต้องนัด 2 ฝ่ายเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายจึงสามารถตกลงกันได้ โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับซื้อรถยนต์คันดังกล่าวคืนในราคาเต็ม

เรื่องนี้ก็เป็นอันว่าจบซะที …

และในกรณี “Honda CR-V ย้อมแมว” เหตุจากดีลเลอร์ที่จังหวัดนครสวรรค์ ตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าที่เปลี่ยนอุปกรณ์ภายในจากรุ่น Top ที่ต้องเป็นเบาะหนังแท้เป็นเบาะปลอม จนผู้บริโภคออกมาเรียกร้อง ซึ่งทำให้ Honda ต้องแก้ปัญหา ด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในให้ และมีผลสรุปมาว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ แต่เป็นการกระทำของตัวแทนจำหน่ายเอง

รวมไปถึงการที่ Honda ออกมาโฆษณาถึงการประหยัดน้ำมันของรุ่น CR-V แต่ไม่เป็นความจริง จนมีการร้องเรียนไปทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.

ซึ่งก็ทำให้ยอดขาย Honda CR-V โฉมนี้ในเวลานั้น เป๋ไปเลยเหมือนกัน!

Honda-CR-V-Sports-2005

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Honda CR-V “Sports” มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ต ของรุ่นเครื่องยนต์ 2.0i-VTEC E และรุ่นเครื่องยนต์ 2.4i-VTEC EL ด้วยกันชนแบบสปอร์ต แผงกันกระแทกใต้กันชนหน้าและหลัง ฝาครอบไฟตัดหมอก คิ้วขอบล้อ บันไดข้าง สปอยเลอร์หน้า สัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง และสัญลักษณ์ “Sports”

แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนเป็นโฉม G3 ในปี 2550

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถแนวๆ Off-Road ที่พอจะลุยๆ ได้ และก็วิ่งใช้งานในเมืองได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้ เวลาฝนตก ถนนลื่น ก็มั่นใจกับระบบ 4WD แบบ Real Time ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยความอเนกประสงค์เช่นเดียวกับในโฉม G1 แต่ในตัว G2 คุณจะได้ความกว้างสบายขึ้นในทุกมิติ และเครื่องยนต์ใหม่ ที่ใช้ระบบ i-VTEC ช่วยให้ขับสนุกมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกเล็กๆ 1-2 คน กับงบประมาณแสนต้นๆ ก็ถอยออกมาขับได้แล้ว

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ตัวรถที่ออกได้ดูลงตัวมากขึ้น (แต่บางคนก็บอกว่าโฉม G1 ดูสวยสปอร์ตกว่า) อีกทั้งเครื่องยนต์ที่ให้อัตราเร่งที่ดีกว่า ทั้งในตัว 2.0 ลิตร แรงม้าเยอะ แรงบิดสูง รวมไปถึงช่วงล่าง ที่เกาะถนนมากขึ้นกว่าเดิม ทนทาน ไม่จุกจิก ขับไกลๆ ก็สบาย แต่เครื่องยนต์กลับกินน้ำมันมากขึ้น (ในขณะที่ถังน้ำมันลดขนาดลง เหลือเพียงความจุ 50 ลิตร) ตามอายุของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น พร้อมทั้งติดแก๊สก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องเนื้อที่เก็บยางอะไหล่

แต่ในรุ่น 2.0 ลิตร เครื่องยนต์จะไม่ทนแก๊สนัก ส่วนในรุ่น 2.4 ลิตร จะประหยัดขึ้นมาหน่อย เนื่องจากเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น (นิดหน่อย)

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบแท้ แบบเทียบ หรือแบบเทียม เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 15,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 130,000-  230,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Priceza-Insurance-For-Secondhand-Car

ในกรณีที่คุณซื้อรถมือหนึ่งป้ายแดงคุณจะได้รับประกันชั้น 1 มากับรถของคุณด้วย แต่หากคุณซื้อรถยนต์มือสองมาแล้ว ในบ้างครั้งก็อาจจะไม่มีประกันภัยมาให้ด้วย ซึ่งหลายๆ คนก็คงเกิดคำถามที่ว่า แล้วจะซื้อประกันแบบไหนดีให้กับรถมือสองละ?

ในส่วนนี้แนะนำให้ลองดูหลายๆ ปัจจัยเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่ลักษณะการขับขี่ หรือการใช้งานรถของคุณ จนไปถึงสภาพและอายุของรถ หากเป็นไปได้การเลือกใช้ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

แต่หากคุณไม่สามารถซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ที่นี้เรามาดูถึงเหตุผลกันบ้างดีกว่า ว่าทำไมถึงต้องเลือกใช้ประกันภัยรถยนต์ 2 ตัวนี้

Insurance-For-Secondhand-Car

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

จะทำให้คุณสามารถขับขี่รถยนต์มือสองได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น เนื่องจากประกันภัยชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นประกันภัยที่ให้การคุ้มครองทั้งคนทั้งรถครอบคลุมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ หากรถของคุณเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะจากรถชนกัน รถชนริมฟุตบาท หรือแม้แต่เศษหินกระเด็นมาชนกระจกก็สามารถเรียกเครมได้ทุกกรณี หากมีการได้รับบาดเจ็บประกันภัยชนิดนี้ก็ให้ความดูแลทั้งกับตัวคุณ และคู่กรณีอีกด้วย

Insurance-For-Secondhand-Car

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

เป็นประกันภัยที่ให้การคุ้มครองเกือบเทียบเท่ากับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพียงจะประกันภัยชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันตรงที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะต้องมีคู่กรณีร่วมด้วย นั่นจึงทำให้ประกันภัยชนิดนี้ไม่ได้คุ้มครองอุบัติเหตุชนสิ่งอื่น ๆ เช่น เสาไฟฟ้า รั้ว ต้นไม้ กำแพง หรือการพลิกคว่ำ และหากเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์คุณจะต้องทราบถึงเลขทะเบียนรถของฝ่ายคู่กรณีด้วยเพื่อใช้แจ้งเครมประกันกับเจ้าหน้าที่

ดังนั้น หากจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ แนะนำให้คุณติดตั้งกล้องหน้า-หลังรถ และขับขี่อย่างระมัดระวังมากกว่าการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ขึ้นมาเล็กน้อย

การทำประกันรถยนต์มือสองนั้น ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากการเลือกซื้อประกันภัยให้รถยนต์มือหนึ่งสักเท่าไร เพราะสุดท้ายแล้วคุณก็ต้องเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ตามความเหมาะสมกับประเภทรถ และลักษณะการขับขี่

ก่อนเลือกซื้อแนะนำให้คุณลองหาข้อมูลของบริษัทประกันภัยเอาไว้หลายๆ เจ้า ร่วมความถึงรีวิวต่างๆ จากผู้ใช้งานจริง เพื่อนำมาเปรียบเทียบถึงข้อดี-ข้อเสีย จะได้เลือกประกันภัยที่มีความคุ้มค่า และเหมาะกับคุณได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องของค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่าย ทุนประกันที่ให้ความคุ้มครอง ไปจนถึงรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาแล้วมานั่งปวดหัวในภายหลัง

หากสนใจเปรียบเทียบประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เปรียบเทียบฟรี ทั้งเบี้ย ความคุ้มครอง ครบทุกรูปแบบในที่เดียว หรือสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจ Pricezamoney เรามีแอดมินคอยให้คำแนะนำครับ

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

เป็นที่ทราบกันดีว่าปีนี้ เป็นปีที่ประเทศไทยเจอมรสุมจริงๆ นับตั้งแต่เปิดปี 2563 เป็นต้นมา เจอทั้งเรื่องเศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือกระทั่งเรื่องจากภายนอกประเทศ อย่างโควิด-19 ที่ระบาดและสร้างความเสียหายมหาศาลไปทั่วโลก ที่กระทบทุกภาคส่วนไปทั่ว ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถปี 2563 ยิ่งร่วงลดหนักลงกว่าเดิมอีก! ทั้งในตลาดรถใหม่ และในตลาดรถมือสอง

ผลกระทบจากเศรษฐกิจและสภาพสังคมแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อปากท้องของคนหาเช้ากินค่ำ อย่างเลี่ยงไม่ได้ การเก็บสะสมทรัพย์สินอะไรบางอย่างเอาไว้ ก็ต้องจำเป็นเอาของมาขาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายประทังชีวิต เสริมสภาพคล่อง เริ่มต้นกันที่ขายของชิ้นเล็กๆ ราคาหลักร้อยหลักพัน

ไปจนถึงของชิ้น “ใหญ่” ราคาหลักหมื่นหลักแสน (หรือหลักล้าน) อันดับต้นๆ ที่คนมักจะนิยมขายในยามเศรษฐกิจแย่ นั่นก็คือ “รถยนต์” เพราะมีราคาซื้อ-ขาย ที่ไม่สูงมากเกินไปแบบอสังหาริมทรัพย์ และสามารถซื้อขาย ขอไฟแนนซ์ ยื่นกู้ได้ง่ายกว่า

ถ้าคุณนึกสงสัยขึ้นมาว่า ขายรถที่ไหนดี ขายรถที่ไหนได้ราคาดี ราคาสูง หรือขายรถมือสองที่ไหนดี บทความนี้เราจะมาแนะนำกัน..

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

1. ลงประกาศขายรถเอง ต้องรอได้

การจะขายรถสักคัน ถ้าคุณไม่รีบร้อน ใจเย็นๆ หาเว็บไซต์ขายรถมือสองที่ในตอนนี้ก็มีทั้งแบบขายฟรี และขายไม่ฟรี (นั่นคือ ต้องเสียเงินลงประกาศขาย) ดูเว็บที่มีลูกค้ามารีวิวหน่อยก็ได้ ลองลงประกาศไว้

ถ้ารถคุณสภาพดี เป็นรถตลาด (หมายถึง รถยี่ห้อและรุ่นที่คนนิยมเล่นกัน อะไหล่หาง่าย ไม่แพง ซ่อมง่าย ไม่ใช่รถรักเจ้าของ หรือรถคนเล่าเฉพาะกลุ่ม) ตั้งราคาไม่สูงมาก เผลอๆ วันเดียวก็ขายได้แล้ว แต่ถ้าสภาพรถไม่ค่อยดี ต้องซ่อมเยอะ แต่ดันตั้งราคาซะสูง ลงประกาศขายครึ่งปี ยังขายไม่ได้ก็มี

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

2. ฝากขาย ต้อง “ถูก” และ “เอกสารถูกต้อง” ไว้ก่อน!

ถ้ามีคนรู้จัก หรือเพื่อที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับรถ หรือเป็นเต็นท์รถมือสอง คุณอาจจะฝากขายก็ได้ เพราะอาจจะ (ย้ำ “อาจจะ”) ได้ราคาสูงกว่าขายเต็นท์หน่อย แต่ก็ต้องแบ่ง % เป็นค่าฝากขายกับคน หรือเต็นท์ที่คุณเอารถไปฝากขาย ซึ่งก็ไม่มีหลักประกันว่า เมื่อไหร่รถคุณจะขายออกไปได้ และได้รับเงินสดจริงๆ เพราะอาจจะเจอคนนัดมาดูรถ ต่อรองราคาจนเบื่อซะก่อน

แต่ถ้าอยากขายได้ไว ต้องเอา “ถูก” และ “เอกสารถูกต้อง” ไว้ก่อน!

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

3. ขายรถผ่านเต็นท์รถ เร็ว! ได้เงินแน่นอน แต่น้อยกว่าขายเอง

ขายรถผ่านเต็นท์รถ ในปัจจุบันก็มีเต็นท์มากมายตามย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ หรือในหัวเมืองใหญ่ๆ ที่พร้อมรับซื้อรถของคุณทันที แต่คุณก็ต้องมีเวลาว่างมากพอ ขับรถไปตระเวนตามเต็นท์ ให้เขาตีราคารถคุณก่อน เพราะบางที่โทรไปแล้ว ไม่ตีราคาให้ก็มี เพราะมองไม่เห็นสภาพรถคุณ

แต่ก็ต้องทำใจอยู่อย่าง เพราะเต็นท์รถส่วนใหญ่ มักจะกดราคารถคุณต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว เพราะเต็นท์รถก็ต้องมีต้นทุนการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ เช่น การเก็บงานปรับสภาพรถของคุณ ซึ่งบางอย่างมันอาจจะใกล้เสีย หรือเสีย ซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ให้ใช้งานได้ปกติ ไหนจะค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าช่างซ่อมรถ ค่าคนดูแลรถ ฯลฯ ซึ่งทำให้ราคาที่รับซื้อเข้าของคุณ ไม่สูงเท่ากับการลงประกาศขายเอง

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

4. ขายรถผ่านผู้รับซื้อรถ

ถ้าคุณไม่มีเวลามากพอที่จะนำรถไปตระเวนตามเต็นท์ต่างๆ ได้ หรือลงประกาศขายรถได้หลายๆ เดือน ได้ ร้อนเงินขึ้นมาเมื่อไหร่ ลองมาขายรถออนไลน์ดูสิ เพราะในยุคออนไลน์ สามารถช่วยให้คุณสะดวกสบายได้ทุกสิ่ง

ซึ่งในปัจจุบัน การขายรถออนไลน์ก็มีให้บริการกันหลายเจ้า ด้าน CARRO เอง เราพร้อมรับซื้อรถของคุณด้วยเช่นกัน อีกทั้งสามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนลงขายก็ง่าย และ ฟรี!” ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือค่าดำเนินการใดๆ อีกด้วย และรถใครที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ด้วย และ CARRO ยังมีพนักงานคอยให้บริการ ติดต่อประสานงานผู้ขายกับผู้ซื้อให้เรียบร้อย

การขายรถผ่าน CARRO แตกต่างไปจากผู้การขายแบบอื่นๆ อย่างไร สามารถศึกษาได้จากตารางเปรียบเทียบด้านล่าง

CARRO บริษัท A บริษัท B
การบริการ รับเช็กราคา ตีราคารถ รับเช็กราคา ตีราคารถ รับซื้อรถเฉพาะยี่ห้อ และรุ่น
มีพื้นที่ขายรถฟรีในเว็บไซต์ มีการรับซื้อรถไว้เอง มีพื้นที่ขายรถในเว็บไซต์
มีการประมูลรถ มีการประมูลรถ มีการรับซื้อรถไว้เอง
มีบริการโอนรถ มีบริการโอนรถ มีบริการรีไฟแนนซ์รถ
มีบริการปิดไฟแนนซ์รถ มีบริการปิดไฟแนนซ์รถ มีบริการรับจัดไฟแนนซ์รถ
รับเงินสดทันทีหลังปิดการขาย รับเงินสดทันทีหลังปิดการขาย บริการตรวจสภาพรถ
ขายได้ง่าย ปลอดภัย มีบริการตรวจสภาพรถยนต์ มีบริการโอนรถ
มีระบบ Tracking ติดตามสถานะการขายรถ ต้องสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน
มีบริการตรวจสภาพรถยนต์
มีบริการรับซื้อรถจำนวนมาก หรือรถ Fleet
ราคารถ ราคาตามสภาพรถปัจจุบัน ราคาตามสภาพรถปัจจุบัน ประเมินจากราคากลาง
ค่าใช้จ่าย ฟรี ฟรี ค่าตรวจสภาพรถ 1,500 บาท
รู้ผลภายใน 1-2 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง
พร้อมปิดการขาย-รับเงิน ภายในระยะเวลา ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใน 24 ชั่วโมง (กรณีขายรถให้กับทางบริษัท)
ช่องทางการติดต่อ Website, Facebook, IG, [email protected] Website, Facebook, IG Website, Facebook, IG, [email protected]
สาขา ทั่วประเทศ กรุงเทพฯ และปริมณฑล กรุงเทพฯ และปริมณฑล

หากใครสนใจอยากขายรถ หรืออยากขายรถได้ราคาสูง สามารถเข้าไปตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี้ > https://th.carro.co/sell-car/express

หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.)

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

The-Excise-Department-Deny-Tax-Car-Reduce

จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเกิดความระส่ำระสายอย่างหนัก นับตั้งแต่การประกาศหยุดการผลิตรถยนต์หลายค่าย ยอดสั่งซื้อของซัพพลายเออร์ตก ไปจนถึงการเลิกจ้างขั่วคราว หรือการปิดกิจการ สร้างผลกระทบต่อคนไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์นับแสนคน

อีกทั้งยอดขายรถใหม่ที่ดิ่งเหว โดยยอดผลิตรถยนต์ในประเทศเดือนเมษายน 2563 มีจำนวน 24,711 คัน ลดลง 83.55 % เรียกว่าต่ำสุดในรอบ 30 ปี ส่วนยอดผลิตสะสมเดือนมกราคม – เมษายน 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 478,393 คัน ลดลง 32.78%

3-Way-To-Find-More-Money-For-Salesperson

โดยหลายฝ่ายทำใจแล้วว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในปี 2563 นี้ ไม่ถึง 1 ล้านคันอย่างแน่นอน และยังไม่รู้ด้วยว่า ในปี 2564 นี้ ตลาดรถยนต์ของใหม่โอกาสฟื้นตัวมีมากน้อยแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติม : กรมสรรพสามิต “ดับฝัน” กลุ่มยานยนต์ เสนอรีดภาษีรถเก่า บีบให้คนซื้อรถใหม่ ทำไม่ได้!

อ่านเพิ่มเติม : สรรพสามิต คิดดูก่อน! ค่ายรถขอลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 50% ผลจากโควิด-19

Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มทุนสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างเข้าหารือกับทางกรมสรรพสามิต เสนอลดภาษีรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ซึ่งล่าสุด ทางกรมสรรพสามิตเองก็ประกาศชัดแล้วว่า จะไม่มีการลดภาษีสรรพสามิตแต่อย่างใด งานนี้ งัดเหตุผลสู้กันแหลกแน่นอน!

ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้ประกอบการรถใช้แล้ว และตัวแทนภาคสถาบันการเงิน ลิสซิ่ง ว่า กรมสรรพสามิตยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 50% ตามข้อเสนอ เนื่องจากอาจเกิดผลกระทบกับการขายรถใหม่ รถเก่า หยุดซื้อขาย ที่จะเซ็นสัญญาก่อนหน้า

“กรมสรรพสามิตไม่ลดภาษีรถยนต์ 50% ซึ่งความชัดเจนนี้จะทำให้การขายรถใหม่และมือสองเข้าสู่ภาวะปกติ การลดภาษีไม่มีประโยชน์” นายพชร กล่าว

Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

อีกทั้งการปรับลดภาษีสรรพสามิต ก็ช่วยให้คนซื้อรถในราคาถูกลงไม่มาก เช่น รถกระบะรุ่นมาตรฐาน ลดราคาลงไปแค่ 2,000 บาท หรือถ้าเป็นรถซิตี้ คาร์ ก็ช่วยลดภาษีไปได้แค่ 30,000 บาท/คัน สำหรับรถในท้องตลาดเท่านั้น แต่กลุ่มที่ได้ประโยชน์ จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาสูง ซึ่งกรมสรรพสามิตเองไม่ต้องการลดภาษีให้

รวมไปถึงอาจเป็นการแทรกแซงกลไกตลาด กระทบต่อราคาซื้อ-ขาย รถมือสองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้านโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ แม้ว่าจะยังไม่ได้พิจารณาในเวลานี้ แต่ก็เป็นที่เห็นด้วยทั้งในกลุ่มผู้ผลิตรถใหม่ และผู้ขายรถมือสอง เนื่องจากเป็นการจัดการรถยนต์เก่าอย่างเป็นระบบ และช่วยลดมลพิษในอากาศได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ต้องมาถกกันในวาระต่อไปว่า ในทางปฏิบัตินั้น จะกำหนดอายุรถ หรือเงื่อนไขต่างๆ อย่างไร

อ่านเพิ่มเติม : สรุป ข้อดี ข้อเสีย เก็บภาษีรถเก่าอายุเกิน 10 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายรถใหม่

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Car Manufacturers-Need-Help-Reduce-Excise-Tax

ตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ร้องขอให้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยา หลังยอดขายร่วงหนัก กระทบโรงงานผลิต และซัพพลายเชนทั้งระบบ ซึ่งมีผลต่อการจ้างงาน ขณะที่ยอดผลิตรถ 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย. 2563) ทำได้ 478,000 คัน ลดลง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้

1. ขอลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 50% ช่วยให้รถยนต์ราคาถูกลง

2. เปิดโครงการ รถเก่าแลกคันใหม่ รัฐบาลสนับสนุน 1 แสนบาท

3. เลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานไอเสียยูโร 5 และ ยูโร 6 ออกไป ซึ่งเดิมจะเริ่มปี 2564 และ 2565 ตามลำดับ

Purchase-Car-In-Motor-Show

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมฯได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก สอท.เรียบร้อยแล้ว แต่ขอพิจารณาในรายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าวก่อน ซึ่งตามหลักการแล้วกรมสรรพสามิตพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ทุกราย จึงเร่งพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็วที่สุด

MG-ZS-EV-2019

อย่างไรก็ตาม หากให้มองถึงเหตุผลของผู้ประกอบการรถยนต์ที่ระบุว่า ยอดขายในประเทศและการส่งออกรถยนต์ชะลอตัวลงมากนั้น การช่วยเหลือด้านการ “ลดภาษีรถยนต์” ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากรถยนต์ที่ค้างสต๊อกอยู่นั้น ถูกเรียกเก็บภาษีแล้ว ดังนั้นคงต้องพิจารณาว่า หากจะต้องให้ความช่วยเหลือจะต้องเป็นในลักษณะใดถึงจะเหมาะสม

“กรมจัดเก็บภาษีตั้งแต่หน้าโรงงาน ตอนรถยนต์ผลิตออกมาขายที่โชว์รูมหรือเพื่อรอส่งออกแล้ว ดังนั้นไม่รู้ว่ายอดขายของรถยนต์กลุ่มนี้ลดลง กรมจะช่วยอะไรได้ ดังนั้นต้องไปดูก่อนว่าข้อเสนอของเขาคืออะไร และเราจะช่วยอะไรได้บ้าง ซึ่งตามหลักการแล้ว กรมอยากช่วยเต็มที่เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเรื่องวิกฤต” นายพชร กล่าว

สรุป ถ้าหากกรมสรรพสามิต มีผลสรุปลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 50% ตามข้อเสนอ ก็ต้องหารือเรื่องนี้กับ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และท้ายที่สุด ก็ต้องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข่าวจาก:

Carro-Honda-CR-V-RD

ถ้าจะให้พูดถึง รถ SUV ที่มาจากค่ายฮอนด้า ไม่ว่าจะถามคุณผู้ชาย หรือถามคุณผู้หญิง ส่วนมากมักจะนึกถึง “Honda CR-V” (ฮอนด้า ซีอาร์วี) กันมาเป็นอันดับแรก ในฐานรถยนต์แบบ Compact SUV (SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle) ช่วงที่ตลาดรถยนต์ประเภท SUV กำลังเริ่มบูม จนทำให้ Honda ต้องพัฒนารถ SUV รุ่นแรกของค่ายออกมาขายกับเขาบ้าง

ซึ่ง Honda CR-V ได้เปิดตัวสู่ชาวโลกเป็นครั้งแรกในปี 1995 และเป็นที่นิยมไปทั่วโลกจวบจนปัจจุบัน …

และในวันนี้ MR.CARRO จะมาแนะนำถึง Honda CR-V มือสองรุ่นแรก แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานาน 20 กว่าปีแล้ว แต่ CR-V โฉมนี้ก็ยังเป็นที่นิยมของคนรักฮอนด้า แต่ว่ารุ่นนี้ จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ในยุคปี 2020 ยังน่าใช้หรือไม่? เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

Honda-CR-V-1996

Honda CR-V รุ่นแรก ออกแบบโดยแผนกดีไซน์ของ Honda ภายใต้การนำของ Mr.Hiroyuki Kawase และ Mr.Ishibashi โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก “รองเท้าเดินป่า” หรือ “Trekking Shoes” รวมเอาความสะดวกสบายของรถยนต์แบบ Cross Country Off-Road และความเป็น Runabout ของรถซีดาน จนเกิดความมีเสน่ห์ ที่รถรุ่นอื่นไม่มี ซึ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยหลักในการพัฒนาแบบ Think “Right”, Make “Light”

Honda-CR-V-1996

ขั้นตอนในการพัฒนา Honda CR-V รุ่นแรก

สำหรับคำว่า CR-V เป็นอักษรที่ย่อมาจากคำว่า “Comfortable Runabout-Vehicle” (ยกเว้นในอังกฤษ Honda UK ใช้คำย่อว่า “Compact Recreational-Vehicle”)

Honda-CR-V-1996

แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 9 ตุลาคม 1995 (ปี 2538) แค่เปิดตัวมาเพียงไม่กี่เดือน ก็ได้รับรางวัล Golden My Car Thophy จากงาน Japan Car Design Award ’95-’96 ในเดือนมกราคม 1996 และรางวัล Best Styling Award จากหนังสือพิมพ์ Sport Nippon ไปครองทันทีในเดือนเดียวกัน!

Honda-CR-V-1996

Honda-CR-V-1996

ส่วนในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2539 มาพร้อมกับจุดเด่นที่หลายคนชอบมาก อาทิ ฝาปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย สามารถกางออกมาเป็นโต๊ะปิกนิกได้ เบาะปรับเอนราบได้หมด ใช้แทนเตียงนอนได้ และพื้นห้องโดยสารเรียบ สามารถเดินไปมาระหว่างเบาหน้า-เบาะหลังได้! เพราะมีความกว้างถึง 260 มม.

รุ่นแรกเริ่ม เปิดราคามาที่ 988,000 บาท พร้อมกับ 3 สี ให้เลือก ได้แก่ สีแดง Spanish Rose, สีเงิน Zinc และสีน้ำเงิน Adriatic

Honda-CR-V-1996

มิติตัวรถยาว 4,470 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,705 มม. ระยะฐานล้อ 2,620 มม. น้ำหนักรถ (เวอร์ชั่นไทย) 1,380 กิโลกรัม

ความสูงจากใต้ท้องรถ 205 มม. มีมุมระยะ Approach ด้านหน้า 31 องศา, มุม Brakeover ใต้ท้องรถ 23 องศา และมุม Departure ด้านท้าย 29 องศา

โดยรุ่นนี้มีการผลิตจำหน่ายในหลายที่ทั่วโลก อาทิ อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และในอังกฤษ

Honda-CR-V-1996

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส B20B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.0 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เวอร์ชั่นต่างประเทศ) และเกียร์อัตโนมัติตรงคอพวงมาลัย 4 สปีด ให้เลือก

Honda ชูจุดเด่นให้กับ CR-V ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Real Time 4WD ติดตั้งปั๊มไฮดรอลิก 2 ตัวที่เพลาขับด้านหน้าและด้านหลัง ปรับการขับเคลื่อนระหว่างขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อให้เอง โดยที่ผู้ขับไม่ต้องสั่งการหรือควบคุมใดๆ

Honda CR-V รุ่นนี้ได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยในช่วงแรก จุดสังเกตง่ายๆ คือมีรูน็อตล้อเพียง 4 รู

Honda-CR-V-50th-Anniversary-1998

ในปี 2542 Honda CR-V ออกรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ Honda 50th Anniversary Edition ด้วยสีดำมุก Starlight กับชุดแต่งทั้งคัน อาทิ สปอยเลอร์หลัง กรอบป้ายทะเบียนหลัง ขอบบังโคลนโครเมียม และปลายท่อไอเสียโครเมียม ในราคา 1,053,000 บาท

Honda-CR-V-1999

ในเดือนธันวาคม 1998 Honda CR-V เวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็ปรับโฉม Minorchange ในญี่ปุ่น พร้อมเปลี่ยนเครื่องยนต์จากรหัส B20B3 เป็น B20Z1 ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 150 แรงม้า (เวอร์ชั่นไทย 147 แรงม้า) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.8 กก.-ม. (เวอร์ชั่นไทย 18.2 กก.-ม.) ที่ 4,500 รอบ/นาที

ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติตรงคอพวงมาลัย 4 สปีด พร้อมระบบ Grade Logic Control ให้เลือก

โดยในโฉม Minorchange ในไทยเปิดตัวในปี 2542 เป็นรุ่นที่ประกอบในไทยแล้ว จุดสังเกตจะมีรูน็อตล้อ 5 รู คอนโซลลายไม้ ที่วางแขนด้านคนขับ และเบาะผ้าลายใหม่ ในราคา 1,073,500 บาท

Honda-CR-V-Limited-Version-2000

เดือนกรกฎาคม 2543 Honda ได้แนะนำ CR-V Limited Version ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษชุดกันชนสปอร์ต สเกิร์ตรอบคัน คิ้วกันสาด ไฟเลี้ยวข้างแบบใส และแผ่นสัญลักษณ์ Limited Version มีให้เลือก 3 สี ในราคา 1,135,000 บาท

Honda-CR-V-Sports-2001

15 มีนาคม 2544 Honda ได้ปรับโฉม Honda CR-V ทุกรุ่นย่อยเล็กน้อย พร้อมแนะนำ CR-V Sports และรุ่นเบาะหนังเพิ่มเติม มาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังและไฟเบรก กระจกส่องหลัง บันไดข้างสแตนเลส ฝาครอบกระจกมองข้าง กรอบป้ายโครเมียม คิ้วขอบบังโคลนโครเมียม ปลอกท่อไอเสียโครเมียม และแผ่นป้ายสัญลักษณ์ Sports ในราคา 1,139,000 บาท

และเพิ่มความหรูหราด้วยรุ่นเบาะหนัง และแผงข้างประตูหุ้มหนัง กันชนหน้าหลัง คิ้วกันกระแทกด้านข้าง กระจกมองข้าง กรอบมือจับเปิดประตู และกรอบป้ายทะเบียนมีสีเดียวกับตัวรถ วิทยุเทปแบบ 2DIN พร้อมเครื่องเล่น CD แบบ 6 แผ่นในตัว และฝาครอบล้ออะไหล่พร้อมสติกเกอร์ดีไซน์ใหม่ ในราคา 1,162,000 บาท

ในส่วนของ CR-V รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับล้ออัลลอยลายใหม่ ในราคา 1,115,000 บาท

Honda-CR-V-Limited-2001

และรุ่นทิ้งทวน … ในเดือนพฤศจิกายน 2544 Honda ได้แนะนำ CR-V Limited (อีกครั้ง) โดดเด่นกับชุดกันชนสปอร์ตพร้อมแผงใต้กันชน และชุดไฟตัดหมอกฮาโลเจนรุ่นเลนส์ใส บันไดข้างสแตนเลส สติกเกอร์ลายใหม่ และแผ่นป้ายสัญลักษณ์ Limited ในราคา 1,182,000 บาท มีจำหน่ายเพียง 400 คัน มีเฉพาะรุ่นเบาะหนังเท่านั้น

แล้วขายมาจนถึงปี 2545 … Honda CR-V โฉมนี้ กวาดยอดขายทั่วโลกได้มากถึง 1 ล้านคัน!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda CR-V จัดเป็นรถแนวๆ Off-Road ที่พอจะลุยๆ ได้ และก็วิ่งใช้งานในเมืองได้อย่างไม่ขัดเขิน เป็นรถที่ใช้งานทุกวันได้ เวลาฝนตก ถนนลื่น ก็มั่นใจกับระบบ 4WD ที่ทำงานเองอัตโนมัติ ด้วยความอเนกประสงค์ของตัวรถนี้เอง ทำให้ขายดีมากนับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2539 และก็ยังเป็นรถที่น่าใช้ในเวลานี้ เหมาะยิ่งสำหรับคนที่มีครอบครัวและมีลูกเล็กๆ 1-2 คน กับงบประมาณไม่ถึงแสน ก็ถอยออกมาขับได้แล้ว แต่ว่าจะหาสภาพดีๆ ยากหน่อยเท่านั้นเอง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ด้วยการออกแบบที่เน้นให้ใช้งานในเมือง และออกไปลุยๆ ได้บ้างในวันหยุด รวมถึงผู้หญิงก็ขับได้ง่าย ตัวยางอะไหล่ด้านหลัง ติดตั้งให้ต่ำกว่ากระจก ช่วยให้การมองด้านหลังนั้นง่ายขึ้น ไม่บังสายตาแบบรถ Off-Road ทั่วไป และการดีไซน์ภายใน คล้ายกับรถเก๋ง ส่วนชุดคอนโซลเมื่อใช้งานไปนานๆ จะมีความเหลือง หรือด่าง ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรจอดรถตากแดด เพื่อรักษาสภาพให้เดิมๆ ได้นานขึ้น

ส่วนช่วงล่างก็ถือว่าเกาะถนนได้ดีในแบบดับเบิลวิชโบน อิสระ 4 ล้อ เช่นเดียวกับใน Honda รุ่นอื่นๆ แต่จะกระด้างหน่อย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งดี วิ่งด้วยความเร็วสูงแล้วไม่ร่อน (แต่สภาพช่วงล่างก็ต้องดีด้วย!) ประหยัดน้ำมันในระดับหนึ่ง และยังสามารถติดแก๊ส LPG ได้ด้วย บวกกับหมั่นตั้งวาล์วหน่อย และยังมีของแต่งทำขายให้ใส่อีกเพียบ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ อะไหล่มีทั้งแบบเทียบหรือของเทียม ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้ เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 10,000 – 15,000 บาท ก็เพียงพอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 70,000-120,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

  • Catalogue Honda CR-V
  • นิตยสาร “ฮอนด้าคาร์ส”
  • ย้อนประวัติ Honda CR-V : 22 ปี แห่งความสำเร็จ
  • Honda Factbook
  • LIM-Catalogue
Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ปัญหาการหาที่จอดรถไม่ได้สักที ยอมรับเลยว่าเป็นปัญหาที่คอยกวนใจให้กับเราได้ตลอดเวลาเลย จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะพึ่งพาไสยศาสตร์ให้ช่วยเราหาที่จอดรถให้ได้สักที แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จอดรถที่เราจะเจอจะสร้างความสบายใจให้แก่เรา บางทีรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ก็ต้องการความปลอดภัย หากเจอที่ที่ดูไม่เหมาะกับการจอดรถ ก็ขอเลือกไม่จอดดีกว่า รวมไปถึงอันตราย และการเสี่ยงต่อรถหายด้วย

ดังนั้นวันนี้ masii เลยมีเคล็ดลับมาบอกว่าที่จอดรถแบบไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงบ้าง

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ใต้ต้นไม้ใหญ่

หากอากาศร้อนระอุ หลายคนมักจะมองหาที่จอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะต้นไม้สามารถให้ร่มเงากับรถของเราได้ แต่เพื่อนๆ ทราบกันไหมครับว่า การจอดรถใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่นั้น ต้องแลกกับความเสี่ยงที่กิ่งไม้ต่างๆ จะโค่นหักใส่รถของเราได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ และในช่วงหน้าฝนแบบนี้ หากเลี่ยงได้ทาง มาสิ แนะนำให้เลี่ยงไปก่อนเลยครับ

ที่มืดและเปลี่ยว

การเลือกจอดรถในที่มืดและเปลี่ยวนั้น รวมไปถึงการจอดรถห่างไกล และลับสายตานั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่าเลยว่าการกระทำนี้เป็นการง่ายต่อการที่รถของเราจะหายจากการถูกโจรกรรมแน่ๆ และสิ่งของในรถอาจจะโดนขโมย หรืออาจจะโดนทุบกระจกก็เป็นไปได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่ในการเลือกจอดรถ ควรหาที่จอดที่เหมาะสม มีแสงสว่างพอเพียง อีกทั้งยังมีผู้คนพลุกพล่าน

Parking-Safety-Tips-For-Your-Car

ทางลาดชัน

มือใหม่ต้องฟังเลย เวลาเดินทางออกต่างจังหวัด อาจจะเห็นว่าไม่ค่อยจะมีรถวิ่งสักเท่าไรนั้น และมีเหตุจำเป็นต้องจอดข้างทาง สิ่งที่เพื่อนๆ ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน คือ การจอดรถบนลาดชัด หรือบนเนินเขา ครับ เพราะว่านอกจากจะส่งผลต่อระบบเบรกรถของเราแล้ว ยังเสี่ยงต่อการรถไหลอีกด้วย สร้างความเสียหายให้กับรถของเรา และคนอื่นด้วย

และเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทั้งมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกันรถยนต์ไว้จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่าย และค่ารักษาพยาบาลให้เราได้ เรียกได้ว่าสร้างความอุ่นใจ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ หากใครสนใจประกันรถยนต์ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ทันที มีข้อมูลสงสัยโทร 02 710 3100 เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

ตอนนี้ต้องบอกได้เลยว่าตลาดรถมือสองบ้านเรา เจอวิกฤตช่วงโควิด-19 เข้าไป กระทบถึงบรรดาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ถ้วนหน้า นับตั้งแต่รถใหม่ป้ายแดง ที่สต๊อกรถยนต์ยังล้น ซัพพลายเออร์มีคำสั่งซื้อลดลงเรื่อยๆ จนค่ายรถยนต์หลายค่ายต้องประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราว

นับตั้งแต่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการรณรงค์ Work From Home “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ก็กระทบต่อภาวะการขายรถยนต์อย่างหนัก ซึ่งในวงการรถมือสองก็กระทบไปด้วย จากการที่ลูกค้าถูกเลิกจ้างชั่วคราว หยุดทำงานโดยไม่รับเงินเดือน หรือถูกปลดออกจากงาน

MR.CARRO จะมาวิเคราะห์ตลาดรถมือสอง ปี 2020 หลังจากหมดโควิด-19 จะเป็นอย่างไร? โอกาสทอง หรือ หน้ามืด!

Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

จากข้อมูลของ คุณภิญโญ ธนวัชราภรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้กล่าวถึงเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถมือสองที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไว้ในแฟนเพจของทางสมาคมฯ ว่า

“ผู้ประกอบการที่ดี ต้องปรับตัวให้เร็วและแม่นยำ การถือ Stock เป็นจำนวนมากเกินไปจะทำให้อุ้ยอ้าย และปรับตัวได้ช้า ผู้ประกอบการควรถือ Stock ที่ปลอดภัย เน้นรถที่ซื้อง่ายขายคล่อง และเน้นรถ Brand หลัก ที่มีความเสี่ยงต่ำ เน้นขายได้เร็ว และกำไรไม่ต้องมากลด Stock ที่ไม่มีความจำเป็นออก ถ้าจำเป็นต้อง Cut Loss ก็ให้ Cut Loss ให้เร็ว อย่าก่อหนี้เพิ่มถ้าไม่จำเป็น เพราะดอกเบี้ยไม่มีวันหยุด ในขณะที่รายได้ในปีนี้ อาจจะลดลงตลอดทั้งปี อาจต้องยอมขายรถในราคาที่เบียดกับต้นทุน เพื่อให้รถออกจากเต็นท์ไว อาจจะยอมขายขาดทุนด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องรีบขาย

ซึ่งทางนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ได้แนะนำถึงวิธีรับมืออีกว่า “ทางรอดของเราคือ ปรับตัวให้เร็วและแม่นยำ ถือสต๊อกในจำนวนที่ปลอดภัย เน้นแบรนด์หลักที่มีความเสี่ยงต่ำ ขายเร็วกำไรไม่ต้องมาก ที่สำคัญอย่าสร้างภาระหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น เพราะดอกเบี้ยจะไม่ลดลงตาม”

“และผู้ประกอบการ ควรมองหาช่องทางที่จะเพิ่มมูลค่าของการบริการ รวมถึงการสร้างความมั่นใจ เชื่อถือ และความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและสังคม เนื่องจากสถานการณ์เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ นี่จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้เราได้เข้าไปมีส่วนร่วมและอยู่ในใจของผู้บริโภค”

“ยอดขายรถมือสองในตอนนี้ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ยอดขายหายไปประมาณ 40% ขณะที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อสุดๆ เพราะปัจจุบัน 90% เป็นลูกค้าขอสินเชื่อผ่านไฟแนนซ์ และ 10% ซื้อรถด้วยเงินสด”

Covid-19-And-Secondhand-Cars-Dealer

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นปี 2563 บรรดาค่ายรถหลายค่ายในบ้านเรา ต่างประเมินถึงยอดขายรถยนต์ป้ายแดงปีนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจย่ำแย่ในปีที่ผ่านมา บางค่ายโชว์ตัวเลขที่หนึ่งล้านคัน ส่วนบางค่ายก็ต่ำกว่าล้านคัน ถ้าหลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไป ผมคาดว่ายอดขายรถป้ายแดงปีนี้น่าจะไม่ถึง 9 แสนคันด้วยซ้ำไป เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบไปอย่างหนัก ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ อาจจะเหลือเพียง 7 แสนคัน ซึ่งลดลงประมาณร้อยละ 30 และอาจจะลงไปถึง 5 แสนคัน ด้วยซ้ำไป!

ซึ่งภาคการผลิตรถยนต์ในประเทศปีนี้ ต่ำกว่าเป้าเยอะ รวมถึงยอดส่งออกด้วย สะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจได้ดีเลยทีเดียว

โดยปกติ กรณีเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายรถใหม่จะลดลง แต่ยอดขายรถมือสองนั้น มักได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากผู้ที่มีกำลังเล่นรถป้ายแดงไม่ไหว ก็จะหันไปซื้อรถมือสองแทน ซึ่งในตลาดรถมือสองตอนนี้ ก็มีหลายรุ่น ที่ถูกลงกว่าเดิมในหลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ถึงเราเชื่อว่าหากวิกฤตนี้ผ่านพ้นไป ราคารถมือสองคงไม่ได้ตกต่ำแบบในเวลานี้แน่นอน

จากการสำรวจของทีมงาน CARRO พบว่า รถหลายรุ่นที่ราคาลดเยอะพอสมควร อาทิ Toyota Yaris รุ่นปี 2014 ราคาลงมาอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท จากเดิมอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 3 แสนบาท ส่วน Honda Jazz (GK) ราคาปรับมาอยู่ที่ 370,000 บาท ซึ่งจากเดิมราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 4 แสนบาท

หรือ Honda Civic (FC) ราคาปรับลงมาเหลือเริ่มต้นที่ 5 แสนกว่าบาท จากเดิมเริ่มต้นอยู่ที่ 6 แสนกว่าบาท และ Toyota Camry รุ่นปี 2012 ราคาเริ่มต้นหล่นลงมาอยู่ที่ 4 แสนกว่าบาท ส่วนในตัวโฉม Hybrid ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาท

แต่ในครั้งนี้ ลูกค้ารายใหญ่ที่มีฐานเงินเดือนไม่มาก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของตลาดรถมือสอง ตกงานกันเป็นจำนวนมาก รถมือสองย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ คาดว่าจะมีลูกค้าทิ้งรถ เนื่องจากผ่อนไม่ไหวกันเป็นจำนวนมาก กำลังซื้อที่พอมีอยู่ประปราย ถึงตอนนี้ “นิ่งสนิท” มีแต่ผู้อยากขายรถเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ซื้อก็ยังมีอยู่ แต่ก็ต้องเป็นผู้ที่มีเงินเย็น รอช้อนของถูกอยู่ในมือจริงๆ

Buy-Secondhand-Car-Oldyear-Or-Newyear

สรุป

ผลกระทบของโควิด-19 ต่อวงการรถมือสองนั้น เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจำนวนมหาศาล จากแต่เดิมเศรษฐกิจของไทยก็แย่อยู่แล้วยิ่งส่งผลกระทบอย่างมาก จากธุรกิจบริการต่างๆ ต้องปิดบริการกันเยอะมาก ต้องขายรถเท่าทุน หรือขายตัดขาดทุนก็ต้องยอม

เมื่อคนขาดสภาพคล่อง จนต้องมีการขอพักชำระหนี้ ชลอการจ่ายค่างวดรถกันยกใหญ่ และการจะซื้อรถสักคัน การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์มือสองของไฟแนนซ์ ก็ต้องเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้ตลาดรถมือสองในปี 2563 นี้ ว่าหน้ามืดทีเดียว

แต่ก็ยังเป็นโอกาสอยู่บ้าง สำหรับดีลเลอร์ที่มีสะสมเงินเย็นไว้อยู่มาก เนื่องจากตอนนี้เองก็มีลูกค้านำรถมาขายกันเป็นจำนวนมาก เป็นโอกาสในการช้อนซื้อรถเข้าเต็นท์ได้ในราคาถูก เลือกรถคันที่ชอบได้ เพื่อเอาไว้ขายต่อในอนาคต แต่ก็เป็นส่วนน้อยอยู่ดี เพราะบรรดาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ก็เป็นเงินหมุน เงินกู้ ทั้งนั้น

ก็ได้แต่ต้องบอกคำว่า “สู้ สู้” ครับ!

สำหรับดีลเลอร์รายใด หรือผู้ประกอบการรายใด ตอนนี้ยังพอมีกำลังซื้อรถอยู่ หรือผู้ที่อยากขายรถแบบเยอะๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่นี่ครับ @Carropartner —> เพิ่มเพื่อน