Carro-Honda-Freed-GB

“ผมมีครอบครัว มีภรรยาแล้ว มีลูกชายหนึ่งคน พร้อม พ่อ-แม่ ที่อยู่ในวัยผู้สูงอายุ มีงบอยู่ไม่เกิน 5 แสนบาท กำลังหารถมือสองมินิแวนมาใช้สักคัน เอาแบบที่เด็กๆ และผู้สูงอายุ เข้า-ออกง่าย จะเลือกรุ่นไหน มาใช้ดีครับ?”

คุณคงเคยได้ยินคำถามแนวๆ นี้ มาบ้าง ไม่มากก็น้อย … บางคนอาจจะกำลังขายรถคันเก่า และต้องการเปลี่ยนรถใหม่

สำหรับในตลาดรถมือสอง เมื่อเช็คราคารถดูแล้ว งบประมาณ 5 แสนบาท สามารถเลือกเล่นรถในระดับ MPV ไซส์ใหญ่ ได้หลากหลายรุ่นเลยทีเดียว

แต่บางคันก็อาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ที่เวลาขึ้น-ลง นัก หรือมีขนาดที่ใหญ่โต (ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลายๆ คนมากกว่า) จนอาจจะไม่สะดวกในการใช้งานในเมือง หรือการดูแลรักษา และอัตราสิ้นเหลืองเชื้อเพลิง

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งรุ่น ที่ในวันนี้ Mr.Carro จะมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน …

Honda-Odyssey

Honda Odyssey รุ่นแรก ผู้เปิดตลาดรถ MPV ใหกับ Honda อย่างเป็นทางการ

ต้นกำเนิดของ Honda Freed นั้น คงต้องย้อนขึ้นไปตั้งแต่ Honda ผลิตรถ MPV ขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงต้นๆ ยุค 90 ซึ่งได้แก่ Honda Odyssey (ฮอนด้า โอดีสซีย์) ต่อมาจึงอยากเล่นในตลาดที่เล็กลงมา เพื่อสู้กับคู่แข่งบ้าง อย่างเช่น Honda Stream (ฮอนด้า สตรีม) และก็รถ MPV ในระดับหรูอย่าง Honda Elysion (ฮอนด้า อิลิชั่น)

Honda-Mobilio-GB

Honda Mobilio รุ่นแรก ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ด้านการขายนัก

เมื่อมองดูไปถึงรถ MPV ตลาดที่เล็กกว่า Honda Stream นั้นก็ยังมีอยู่ และก็มีกำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่พอสมควร Honda ยังจับทางไม่ถูกนัก ในปี 2001 Honda จึงเปิดตัว Honda Mobilio (ฮอนด้า โมบิลิโอ้) (ซึ่งเป็นคนละแบบ กับ Mobilio รุ่นที่ขายในไทยปัจจุบัน) และ Honda Mobilio Spike ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น ในรูปแบบ Compact Minivan ตั้งใจจะชนกับ Toyota bB ในสไตล์รถทรงกล่อง ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ Honda Jazz

แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ Honda Mobilio ในญี่ปุ่น จึงต้องหายไป แต่ Honda ก็ยังไม่ลดละความพยายาม …

Honda-Freed-JDM

ในปี 2008 Honda จึงได้พัฒนาเจ้า Honda Freed ออกมาขายอีกครั้ง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากร้านกาแฟในย่าน เซตากายะ เมืองโตเกียว และในประเทศอิตาลี ส่วนชื่อรุ่นที่มาจากคำว่า “Freedom” (แต่ตัดคำว่า “OM” ออกไป) หรือจะหมายถึง Free + Do ก็ได้เช่นกัน

และเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2008 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยมีเดียว พร้อมคว้ารางวัล “Best Value” จากงานรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่น (Japan Car of the Year) ในปี 2008-2009

Honda-Freed-Free-Life-Creation

แนวคิดในการออกแบบ Honda Freed รุ่นแรก

ตัวรถพัฒนาขึ้นโดย Hiroshi Yasuda ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมออกแบบจาก Honda R&D ด้วย Concept “Free Life Creation” กับรูปแบบของตัวรถที่มาในสไตล์ European “Low Floor, Low Center of Gravity” (พื้นต่ำ + จุดศูนย์ถ่วงต่ำ) ทำให้เป็นมิตรกับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้า-ออก ตัวรถ พร้อมที่นั่งที่มีทั้งในรูปแบบ 5 ที่นั่ง, 7 ที่นั่ง และ 8 ที่นั่ง

Honda-Freed-Idea

การออกแบบภายในของ Honda Freed เน้นความกว้างขวาง เดินเข้าได้ง่ายทุกจุด

Honda-Freed-Idea

ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเบาะ 5 ที่นั่ง, 7 ที่นั่ง หรือ 8 ที่นั่ง ก็สามารถปรับพับเบาะนั่งแถวที่ 3 แล้วขนจักรยานเข้าไปได้

Honda-Freed-Idea

ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น Honda Freed สามารถประหยัดน้ำมันได้มากถึง 16.4 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า)

ด้วยรูปทรงสามเหลี่ยม แนวคิด “Tri-Angle + Square” ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง กว้างขวาง สะดวกสบาย ขับง่าย คล่องตัว รูปแบบเสาเอ ออกแบบให้มีขนาดไม่ใหญ่ ทำให้พื้นที่กระจกบานหน้าขนาดใหญ่มากขึ้น

Honda-Freed-2009

ย้อนกลับไปในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว “Honda Freed” ที่ Honda จัดเป็นรถยนต์นั่งเอนกประสงค์เซกเมนท์ใหม่ MUV (หรือ Multipurpose Utility Vehicle) จับกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ และคนวัยทำงานช่วงอายุ 25-35 ปี โดยรถยนต์ Honda Freed รุ่นที่ขายในไทย นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย

Honda-Freed-Dimensions

มิติตัวถังมีขนาดยาว 4,215 มม. กว้าง 1,700 มม. สูง 1,735 มม. ระยะฐานล้อ 2,740 มม. ความสูงในห้องโดยสาร 1,265 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร เลี้ยวรถ และจอดรถได้ง่าย เหมาะกับในเมืองมาก

Honda-Freed-2009

ตัวรถออกแบบให้นั่งได้ 7 ที่นั่ง แบ่งเป็น 3 แถว พื้นรถแบบแบนราบ Flat Floor สามารถเดินถึงกันได้แบบ Walk-Through ส่วนเบาะแถวสองดีไซน์แบบ Captain’s Seats ปีกเบาะโอบกระชับ เบาะแถวที่ 3 พับเก็บได้ โดยเบาะแถวที่ 3 เมื่อพับแล้วห้องสัมภาระจะมีขนาด 670 ลิตร

ในส่วนของประตู่คู่หน้านั้น สามารถแบ่งการเปิดได้เป็น 3 ระยะ เปิดได้กว้างสุดถึง 920 มม. ส่วนประตูสไลด์ด้านข้าง ให้ความกว้างถึง 600 มม.

Honda-Freed-2009

ภายในออกแบบคอนโซลด้วยลักษณะที่เรียกว่า Open Cafe เป็นแบบ 2 ชั้น กว้าง ใช้งานได้หลากหลาย ใช้วางข้าวกล่อง นั่งทานอาหารในรถตอนรถติดๆ ได้ด้วย มันดีตรงนี้ล่ะ! ส่วนระบบเครื่องเสียงของฟรีด สามารถเชื่อมต่อ iPod และ USB ได้

Honda-Freed-2009

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว SOHC แรงม้าสูงสุด 118 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 147 นิวตันเมตร (14.9 กก.-ม.) ที่ 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด Shift Hold Control Transmission พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 บนน้ำหนักตัวถัง 1,330 – 1,355 กิโลกรัม และความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร

ระบบกันสะเทือนหน้า แบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม แบบ H-Shape Torsion Beam

Honda-Freed-2009

Honda Freed เมื่อขายในบ้านเราครั้งแรก มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่นย่อย นั่นคือ

Honda Freed S

อุปกรณ์เด่นๆ … ได้แก่ ประตูข้างสไลด์ ซ้าย-ขวา ห้องโดยสารภายในสีเบจ มาตรวัดเรืองแสง กระจกไฟฟ้า กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อค เบรกมือที่เท้า วิทยุ-CD MP3 ช่อง USB/AUX พร้อมลำโพง 4 ตัว และระบบเบรก ABS + EBD กับ BA และระบบสัญญาณกันขโมย ในราคา 894,500 บาท

Honda Freed E

สำหรับรุ่น Top ของ Freed เพิ่ม! กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ แบบ 3 ชั้น พร้อมคิ้วโครเมียม ประตูข้างแบบสไลด์อัตโนมัติซ้าย-ขวา ควบคุมด้วยรีโมท และกระจกมองข้างพับ-ปรับไฟฟ้า ในราคา 974,500 บาท

Honda-Freed-2009

Honda Freed E Sport

เพิ่ม! กระจังหน้าแบบสปอร์ต สีเดียวกับตัวรถ ไฟตัดหมอกคู่หน้า สปอยเลอร์หลัง คิ้วบันไดแสตนเลส และหัวเกียร์หุ้มหนัง ในราคา 1,014,500 บาท

Honda Freed E Navi Sport

เพิ่ม! Navigator + เครื่องเล่น DVD กล้องมองภาพด้านหลัง กระจังหน้าแบบสปอร์ต ไฟตัดหมอกคู่หน้า สปอยเลอร์หลัง คิ้วบันไดแสตนเลส และหัวเกียร์หุ้มหนัง ในราคา 1,074,500 บาท

Honda-Freed-Limited

ในเดือนสิงหาคม เพิ่มรุ่น Limited เพิ่ม NAVI + DVD และกล้องมองภาพด้านหลัง เข้ามา

สำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่ Honda Freed ขายตั้งแต่ช่วงปลายปี 2552 เป็นต้นมา สามารถขายได้มากถึง 11,400 คัน (นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2553 – ก.ค. 2555)

Honda-Freed-2012

Honda Freed ถึงเวลาไมเนอร์เชนจ์เสียที โดยเปิดตัวในวันที่ 4 กันยายน 2555 ภายนอกมากับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม คิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม ล้ออัลลอยลายใหม่ รุ่น Top อย่าง EL มีสปอยเลอร์หลัง กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวในตัว

ห้องโดยสารภายในปรับปรุงใหม่ รุ่น Top มาพร้อมเบาะหนังแท้ เพิ่มที่วางแขนผู้โดยสารแถวหน้า และแถว 2

ส่วนชุดเครื่องเสียงแบบวิทยุ MP3 พร้อมจอ LCD ทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว มี Port USB และ AUX รุ่น Top อย่าง EL มีสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วย Bluetooth ส่วนผู้โดยสารตอนหลังมีเครื่องเล่น DVD จอ LCD ขนาด 10 นิ้ว

Honda-Freed-2012

ต่อมา ในวันที่ 23 กันยายน 2556 Honda Freed เปิดรุ่นปรับปรุงใหม่อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มแอร์หลัง (ที่คนใช้รุ่นนี้เรียกร้องกันมามาก) ก่อนหายจากตลาดเงียบๆ ไป …

Honda-Freed-2012

สำหรับ Honda Freed รุ่น Minorchange มีรายดังเอียดคร่าวๆ ประมาณนี้ …

Honda Freed SE

มาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียม กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ โคมไฟหน้าสีเงิน ไฟท้ายและคิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม พร้อมสปอยเล่อร์หลัง ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งด้านคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้ มีพนักเท้าแขนทั้งผู้โดยสารแถวหน้า และแถว 2 เพิ่มมาให้ ในราคา 839,000 บาท (โฉมปี 2556 ราคา 834,000 บาท)

Honda Freed E

(โฉมปี 2556) ซึ่งเป็นรุ่นที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ให้ความหรูหราด้วยเบาะหนัง ระบบแอร์อัตโนมัติ และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และวิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น ในราคา 879,000 บาท

Honda Freed EL

ซึ่งเป็นรุ่น Top สุด เพิ่ม! เบาะหนัง วิทยุ MP3 พร้อมจอ LCD ระบบสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และระบบ Bluetooth กล้องส่องภาพด้านหลัง ส่วนก้านหลังมีเครื่องเล่น DVD พร้อม LCD ขนาด 10 นิ้ว ในราคา 949,000 บาท (โฉมปี 2556 959,000 บาท)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Freed (GE) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม สำหรับคนที่เพิ่งจะมีครอบครัว อารมณ์ประมาณแบบ พ่อ-แม่-ลูก รวมไปถึงอาจจะมีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน และต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางบ่อยๆ รุ่นนี้นับว่าลงตัวมาก

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

Honda Freed มือสอง จัดว่ามีข้อดีเยอะหลายอย่าง แต่จุดด้อยก็จะมีในเรื่องอัตราเร่งที่สู้รถครอบครัวที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไม่ได้ เพราะต้องแบกน้ำหนักรถที่มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 14.5 วินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างอืดสำหรับรถยนต์เครื่อง 1.5 ลิตร

แต่หากคุณไม่ได้รีบร้อนอะไร รถคันนี้เป็นรถครอบครัวที่ดี อัตราเร่งถือว่ารับได้ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้น ประมาณ 14.1 กม./ลิตร แม้จะเป็นการขับที่รถไม่ติดก็ตาม แต่ถ้ารถติดๆ ในชั่วโมงเร่งด่วนแล้วละก็ อาจเหลือไม่ถึง 10 กม./ลิตร

แต่ถ้าเน้นประหยัด รุ่นนี้ก็สามารถติดแก๊ส LPG ได้ ใช้ถังแบบโดนัท ก็จะช่วยให้ประหยัดได้มากขึ้นครับ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่ถูกไม่แพง ศูนย์บริการหาไม่ยาก เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีพอประมาณ ทั้งจากศูนย์บริการ รถเก่าในบ้านเรา หรือจะเป็นของเก่าจากญี่ปุ่นก็ตาม

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 278,000 – 550,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Freed (GE) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Freed ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

หลายปีมาแล้ว กับกระแสในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีทั้งตามกลุ่ม Facebook ต่างๆ หรือบรรดาเพจอวย เพจแซะ หรือเพจรวมปัญหาของรถต่างๆ ที่ออกมาพูดถึงรถยนต์หลายยี่ห้อ ที่มีปัญหากันไม่รู้จักจบสิ้น จนไปถึงการรวมตัวของผู้ใช้รถ ไปประท้วงกันถึงหน้าสำนักงานของผู้ผลิตกันเลยทีเดียว

ซึ่งหลายต่อหลายคน อุตส่าห์ขายรถคันเดิม หรือเก็บเงินซื้อรถป้ายแดง เพื่อหวังจะได้ขับรถใหม่ ไม่ต้องซ่อมอะไรมากมาย เป็นความภาคภูมิใจที่กว่าจะเก็บเงินซื้อมาได้ แต่กลับกลายเป็นว่า รถมือหนึ่งแท้ๆ กลับมีปัญหาความบกพร่องของตัวรถมาก จนแทบอยากจะขายรถกันอีกรอบ

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “MG” (เอ็มจี) รถน้องใหม่มาแรงเชื้อชาติอังกฤษ สัญชาติจีน (ภายใต้การกุมบังเหียนของ SAIC-CP ในขณะนี้) ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ขวัญใจรถยก” ซึ่งแลดูขัดกับความขายดีของ MG ZS ในขณะนี้ ที่ราคาตัวรถ ความสวยงามของตัวรถ กับออพชั่นของรถ ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

แต่ทำไมผู้บริโภคถึงว่างั้น? เราไปดูกัน …

โดยปกติแล้ว ปัญหาใหญ่ๆ ของรถป้ายแดง ส่วนมากจะมากับเหตุผลของคุณภาพ หรือหลุด QC ซึ่งมีเป็นกันแทบทุกค่าย เป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับว่าการรับมือของแต่ละค่าย จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะขอแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ครับ

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Hanny Man

ปัญหาตัวรถ และการขับขี่

เนื่องจากเป็นแบรนด์น้องใหม่ เพิ่งทำตลาดจริงๆ จังๆ ในบ้านเราได้ไม่กี่ปี การรับมือในด้านคุณภาพการผลิต อะไหล่ บริการหลังการขาย แม้ว่าจะทำอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบกับความบกพร่องของตัวรถ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่สบายใจ

หลายปัญหาที่ “ผู้บริโภค” หลายคนมักพูดถึง รู้สึกกังวล หรือกลัว ในหลากหลายอาการ เช่นในตัว MG ZS อาทิ

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Yui Kio

  • มีฝ้า หรือหยดน้ำในไฟหน้า หลังจากขับรถฝ่าฝนตก

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อใส่ซองกันชื้นในโคมไฟ แต่ถ้าแก้ไขด้วยวิธีการใส่ซองกันชื้นแล้วยังไม่ได้ผล ทางศูนย์บริการ จะทำการเคลมไฟหน้าใหม่ให้ และใส่ซองกันชื้นเพิ่มเติมให้เช่นกัน

วิธีการเคลม : ถ่าย Clip VDO ตอนขึ้นฝ้า และถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียน พร้อมภาพถ่ายนิ่งไฟหน้าที่ขึ้นฝ้า แล้วนำเข้าศูนย์ เพื่อให้ศูนย์แก้ไข

  • เหยียบเบรกแล้วรอบเครื่องยนต์พุ่งเอง ขณะเข้าเกียร์ D และจังหวะชลอรถ

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการเพื่อปิด ระบบ Idle Boost หรือการทำงานของระบบชดเชยรอบเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องเดินเบา

  • อาการอืด ในช่วงความเร็ว 50-70 กม./ชม.

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อทำการ Update แก้ไข ECM (Engine Control Module) หรือ กล่อง ECU นั่นเอง ทั้งนี้หลังจากการแก้ไขเสร็จสิ้น ปัญหาในการออกตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ไฟเตือนเบรคมือ, รถลื่นไถล, พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

การแก้ไขปัญหา : ปัญหานี้เกิดจาก Ground (กราวด์) หลวม (Ground คือ สายไฟที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด)

เข้าศูนย์บริการเพื่อแก้ไขให้ Ground ขันให้แน่น ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า มีผู้ใช้บางรายเกิดปัญหาขึ้นอีก หลังจากการแก้ไขปัญหาในครั้งแรกได้เช่นกัน

  • ขึ้นสัญลักษณ์เบรคมือ, และรถลื่นไถล และมีอาการขณะเข้าเกียร์แล้ว รถเดินสะดุดร่วมด้วย

การแก้ไขปัญหา : ปัญหานี้เกิดระบบไฟฟ้าในรถลัดวงจร (ถอดปลั๊กอุปกรณ์ภายในรถที่มีไฟเลี้ยงอยู่อย่างกระทันหัน) แล้วกระทบกระเทือนไปถึงกล่อง ECU จึงเกิดการอ่านค่าบางอย่างผิดเพื้ยนไป ทำให้กล่อง ECU เกิด Code Error ต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อลบ Code ที่มีปัญหาดังกล่าว (ข้อมูลจากผู้ใช้บางรายแจ้งว่า ECU หาระบบ ABS ไม่เจอ)

  • พวงมาลัยมีเสียงเกิดขึ้นขณะเลี้ยว

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ แจ้งเครมแกนพวงมาลัย จากข้อมูลผู้ใช้ล่าสุด หลังจากผู้ใช้บางรายเข้าไปเปลี่ยนแกนพวงมาลัยมาแล้วนั้นพบว่าปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นอีก ปัญหาจึงไปตกอยู่ที่ Supplier อะไหล่ของชิ้นนี้อาจมีปัญหา

ดังนั้น อาจจะต้องทำเดินเรื่องเครมอะไหล่ชิ้นนี้หลายครั้ง จนกว่าทางบริษัท MG Thailand จะดำเนินการแก้ปัญหาการผลิตอะไหล่ชิ้นนี้ ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Boonyaratdit Boonyarat

  • เมื่อหักพวงมาลัยโดยรถไม่เคลื่อนที่ มีเสียงดัง

สาเหตุปัญหาจากผู้ใช้งานจริง

ตอนออกจากปากซอย จะมีเนินเล็กๆ ระบบจะทำการล็อคล้อให้เพื่อให้รถไหล แต่ก็มีหักพวงมาลัยรอไว้แล้ว พอได้จังหวะก็เร่งเครื่องยนต์เพื่อออกรถ ระบบมันก็จะคลายล็อค หลังจากนั้นมาก็เจอปัญหาว่า พอหักพวงมาลัยโดยไม่เคลื่อนรถ จะมีเสียงดังกึก ดังมาก

การแก้ไขปัญหา : นำรถเข้าศูนย์บริการ ช่างทำการอัดจารบีให้ในจุดที่มีปัญหา (เครดิต @ลูกเจี๊ยบน้อย)

  • ปิดประตูรถยาก หรือใช้แรงมากกว่าปรกติ

สาเหตุ และการแก้ไขปัญหา : จากข้อมูลพบว่ารถที่ผลิตในบางล็อต อาจมีการเสื่อมสภาพของลูกยางตามขอบประตู ก่อนระยะเวลาที่ควรจะเป็น หรือเป็นปัญหาของคุณภาพยางที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือผิดสเป็คไป แก้ไขได้ด้วยการนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนใหม่

  • คอมเพรสเซอร์แอร์เสีย, ตัดการทำงาน, แอร์ไม่เย็น

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อใส่ชิ้นส่วนที่เรียกว่า ไดโอด เพื่อทำหน้าที่เรียงกระแสไฟ และกันไฟย้อน กระชาก ทำให้ยืดอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์แอร์

สำหรับปัญหาของรถ MG ดังกล่าวนี้ หากรถคุณมีปัญหา สามารถนำรถเข้าแก้ไขที่ศูนย์บริการได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ (แต่อาจจะเสียเวลาหน่อย) เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากการผลิตรถยนต์ หรือชิ้นส่วนของ Supplier ที่ส่งให้กับทาง MG อีกที

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ปัญหาอะไหล่

หลายต่อหลายเคส ที่ผู้ใช้ MG ขับไปประสบอุบัติเหตุมา จะชนอะไรก็แล้วแต่ หรือการรอเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนที่บกพร่อง เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการแล้ว กลับต้องใช้เวลารอนานกว่ารถตลาดทั่วไป นานกันไปจนถึงตั้งแต่ 1-3 เดือนเลยก็มี จนลูกค้าบางท่าน โทรไปจี้ทุกฝ่าย สอบถามตั้งแต่เซลล์ บริษัทประกัน และอู่ซ่อมรถ ก็ยังต้องรอ …

ซึ่งอะไหล่หลายอย่างที่ไม่มีผลิตในไทย อาจจะต้องรอนำเข้าจากต่างประเทศ การรออะไหล่นานหลายสัปดาห์ในปัจจุบันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ “ผู้บริโภค” ไม่ประทับใจนัก หรืออาจจะเป็นความผิดพลาดทางการประสานงาน เช่น บริษัทประกันภัยอนุมัติช้า กว่าอู่จะทำเรื่องมาที่ศูนย์ ศูนย์เบิกของล่าช้า ช้าไปช้ามา เลยต้องรอหลายเดือน

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ปัญหาศูนย์บริการ

ปัญหาการซ่อมของศูนย์บริการ ซ่อมไม่จบ มีบ้างครับ เหมือนช่างไม่เก่ง หาสาเหตุไม่เจอ

ก่อนหน้านั้น MG จะมีปัญหาเรื่องศูนย์บริการที่น้อย แต่รถมีปัญหาหลายคันมาก ทำให้รถรับบริการเป็นจำนวนมากและต้องรอคิดยาว แต่ปัจจุบัน ศูนย์บริการ MG มีมากขึ้นในหลายๆ พื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาจจะแก้ปัญหาเรื่องศูนย์บริการน้อยลงไปได้บ้าง

ซึ่งศูนย์บริการที่ลูกค้าชม มีอยู่หลายที่ที่ให้บริการดี แต่ศูนย์บริการหลายที่ก็มีปัญหา มีลูกค้าด่ากันอยู่บ่อยๆ ถ้าอยากรู้ว่าศูนย์ไหน ก็คงต้องเข้ากลุ่ม Facebook ไปติดตามกันดู

สำหรับปัญหาต่างๆ ที่รวบรวมมาในครั้งนี้ มิได้เป็นการโจมตีรถแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของ “ผู้บริโภค” ที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการใช้รถ MG ทั้งนี้ ก็เป็นการรวบรวมปัญหา เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแก้ปัญหาได้เองไปก่อนเฉพาะหน้า ไม่ต้องเป็น “ขวัญใจรถยก” กันเสมอไป

ก็ได้แต่หวังว่า ทาง MG Thailand ก็คงจะมีมาตรการในการรับมือ และแก้ปัญหา กันต่อไป ให้สมกับการรับประกันคุณภาพ 4 ปี/120,000 กม. ครับผม!

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

แหล่งที่มา:

Frank-X-Carro-Car-Insurance-Type3-Plus

สวัสดีครับชาว Carro หากคุณสงสัยว่า “รถมือสองจำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ไหม?” คงต้องบอกว่า “จำเป็นครับ” หากคุณมีงบไม่มากแต่ต้องการความดูแลทุกการขับขี่ แนะนำประกันรถยนต์ชั้น 3+ หรือประกันชั้น 3 พลัสก็เหมาะ เพราะเบี้ยไม่แพงความคุ้มครองก็ไม่เบาเลยครับ

ด้วยข้อดี คือ “เบี้ยถูก” ประกันชั้น 3+ เบี้ยประกันรถยนต์จึงมีราคาถูกที่สุดตามทุนประกันที่ 100,000 บาท และประกัน 3+ ยังเหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุ 4-15 ปีขึ้นไป หมายความว่า รถมือสองซื้อประกันชั้นนี้ได้แน่ๆ และดูแลค่าซ่อมรถยนต์เราหากเกิดอุบัติเหตุด้วยนะครับ ซึ่งให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ ที่เรามี จึงช่วยให้ผู้ขับขี่รถมือสองอุ่นใจทุกการขับขี่ได้อีกเปราะ

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองเหตุอะไร ?

หากคุณกำลังสงสัยว่า ประกันชั้น 3+ นั้นคุ้มครองอะไรบ้าง เดี๋ยวจะสรุปให้เข้าใจแบบสั้น ๆ ตามนี้ครับ

  • คุ้มครองหากเกิดเหตุรถชนรถ ดูแลค่ารักษาพยาบาล ดูแลกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ เพิ่มเติมจากพ.ร.บ.
  • หากเกิดอุบัติเหตุประกันชั้น 3+ จะช่วยรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตามทุนประกันของคุณ
  • ดูแลเฉพาะเหตุรถชนรถเท่านั้น และต้องระบุคู่กรณีให้ชัดเจน มีหลักฐานในการแจ้งเคลม
  • กรณีขับรถชนคนเสียชีวิต ประกัน 3+ จะช่วยประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญาที่ต้องส่งฟ้องศาล ตามทุนประกันที่เลือกไว้

เรียกได้ว่า ประกันชั้น 3+ ช่างเป็นประกันภัยที่ดีต่อใจรถมือสอง เพราะมีความคุ้มครองแบบพลัสๆ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

Carro-Sell-Car-In-Hatyai

จังหวัดสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสงขลา เป็นที่ตั้งของเทศบาลนครหาดใหญ่ นับเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไทย และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยที่หาดใหญ่ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการท่องเที่ยว เป็นศูนย์รวมของสินค้าหลักในภาคใต้ และเป็นประตูผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลเซีย และสิงคโปร์

ตัวเมืองหาดใหญ่ ที่นับว่าเจริญมาได้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมีการทางตัดทางรถไฟสายใต้ ต่อมามีผู้มองการณ์ไกลว่า บริเวณสถานีรถไฟหาดใหญ่นี้ ต่อไปจะต้องเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน จึงได้มีการจับจองและซื้อที่ดินแปลงใหญ่จากราษฏรพื้นบ้าน สร้างอาคารบ้านเรือน พัฒนามาจนเป็นเมืองขนาดใหญ่ อย่างในทุกวันนี้

ในส่วนของอำเภอหาดใหญ่ รวมไปถึงในสงขลา พัทลุง สตูล หรือใน 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น ตลาดรถมือสองในตอนนี้อาจจะซบเซาไปบ้าง จากผลกระทบหลายๆ อย่าง ทั้งสินค้าราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ยางพาราที่จำหน่ายไม่ได้ราคาที่ต้องการ ค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมาก กับตลาดรถมือสองในหัวเมืองปักษ์ใต้ตอนนี้

เรามาดูกันว่า อยู่หาดใหญ่ สงขลา หรือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พี่บ่าวหรือสาวนุ้ย จะขายรถด้วยวิธีใด ได้แขบที่สุด ราคาดีหลายๆ …

Carro-Sell-Car-In-Hatyai

1. ประกาศขาย

ไม่ว่านายหัวจะประกาศขายรถในรูปแบบต่างๆ เช่น ตั้งขายจอดขายรถข้างทาง หรือขายในเว็บซื้อ-ขายรถมือสอง ในกลุ่ม Facebook นายหัวก็ต้องรอเวลา ว่าจะมีใครติดต่อกลับมานัดดูรถบ้าง หรือซื้อรถของเจ้าบ้าง อาจจะรอเป็นอาทิตย์ หรือนานเป็นเดือน ไม่ได้เร็วอย่างที่คิดเสมอไป

ยิ่งคนพื้นที่บางคนถ้าไม่ได้เล่นอินเตอร์เนต ก็อาจจะไม่ได้เห็นรถคุณด้วยซ้ำไป ทั้งที่เขาอาจจะกำลังมีเงินพร้อมซื้อด้วยก็ตาม

Carro-Sell-Car-In-Hatyai

2. ขายเต็นท์

ในหาดใหญ่ และในสงขลาเอง ก็มีเต็นท์รถอยู่หลากหลายที่ ทั้งในตัวเมือง และในอำเภอต่างๆ รอบๆ จังหวัด ซึ่งถ้าพี่บ่าว นายหัว หรือสาวนุ้ยขับรถตระเวนไปเช็กราคาแต่ละที่ ก็ต้องใช้เวลาอีก ซึ่งเต็นท์รถแต่ละที่ ก็ตั้งอยู่กันค่อนข้างห่างพอสมควร บางทีไปเสนอรถให้ทางเต็นท์แล้ว ราคาไม่ได้ดั่งใจก็มี

Carro-Sell-Car-In-Hatyai

3. ขายรถกับ Carro หาดใหญ่ (สงขลา)

ถ้าพี่บ่าว นายหัว หรือสาวนุ้ยตัดสินใจมาขายรถที่ “Carro หาดใหญ่” ซึ่ง Carro Thailand หรือ คาร์โร เป็น Startup ผู้ให้บริการซื้อ-ขายรถมือสองออนไลน์ชั้นนำ ที่ได้มาตรฐานจากประเทศสิงคโปร์ ตั๋วจะขายออกได้ไว ได้ราคาดี สามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนลงขายง่าย อีกทั้งยัง “ฟรี!” ตั๋วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วย รับรอง สบายใจหลาย และทาง Carro ยังมีพนักงานคอยบริการ คอยติดต่อประสานงานผู้ขายกับผู้ซื้อให้ด้วย

Carro-Sell-Car-In-Hatyai

ออฟฟิศของ Carro หาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 377 ถ.นวลแก้วอุทิศ ต.คอหงษ์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110

ถ้าพี่บ่าว นายหัว หรือสาวนุ้ยสนใจ สามารถเข้าไปเช็กราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี้ > https://th.carro.co/sell-car/express

นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มตามข้างต้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับ Carro ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1800-012-288, 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

สำหรับเบอร์โทร “02” นั้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะลังเลว่า เป็นเบอร์โทรที่ขายรถในพื้นที่ใช่หรือไม่? ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเบอร์โทร 02 ของเรานั้น เป็นเบอร์ Call Center ที่ทางเราได้รับข้อมูลรายละเอียดรถของคุณล้ว ทางเราก็จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คอยติดตามดูแลการขายรถให้คุณครับ

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Renew-Or-Choose-New-Company-Car-Insurance

ลังเลใจไม่น้อยเมื่อประกันรถยนต์ใกล้หมดแบบนี้ จะต่อประกันรถยนต์ที่เก่าดี หรือที่ใหม่ดีนะ มีข้อดีข้อเสียต่างกันยังไง ตามเรามาดูกันเลยดีกว่า 

ต่อประกันรถยนต์กับที่เดิม

ใครที่อยากจะต่อประกันรถยนต์ที่เดิมนั่น เหมาะมากๆ สำหรับใครที่ธุรกิจรัดตัว เวลาว่างไม่เยอะ ไม่ต้องการความยุ่งยากให้กับชีวิต เพราะจะต่อประกันรถยนต์ใหม่สักเจ้า นอกเหนือจากเบี้ยประกันแล้ว เราต้องศึกษาเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม แถมต้องคอยเปรียบเทียบประกันอีก ทำให้หลายคนตัดปัญหาที่แสนยุ่งยากเหล่านั้นดว้ยการต่อประกันภัยรถยนต์ที่เดิมแทน

นอกจากนี้ ข้อดีของการต่อประกันรถยนต์ที่เดิม คือ มีส่วนลดเบี้ยประกันภัยในปีต่อไป หากคุณต้องการตัดรายจ่าย ถ้าได้ความคุ้มครองเท่าเดิม แต่จ่ายน้อยลง ที่เดิมนี่แหละที่ตอบโจทย์! แถมยังสะดวกสบายไม่ต้องตระเตรียมเอกสารใหม่ๆ ให้ยุ่งยาก 

ถ้าประกันรถยนต์เจ้าเดิมของคุณไม่มีปัญหา ตอบโจทย์ครบถ้วนอยู่แล้ว ก็คงไม่มีใครคิดจะอยากเปลี่ยนเจ้าประกันรถยนต์หรอก จริงไหมล่ะ

Renew-Or-Choose-New-Company-Car-Insurance

ต่อประกันรถยนต์เปลี่ยนที่ใหม่

ถ้าประกันรถยนต์เจ้าเก่าไม่ค่อยตอบโจทย์เอาเสียเลย การเปลี่ยนไปต่อประกันรถยนต์เจ้าใหม่ๆ น่าจะตอบโจทย์มากกว่า! นอกจากนี้การเปลี่ยนเจ้าต่อประกันรถยนต์นั้น ให้ข้อดีใจแง่การเคลมนั่นเอง เพราะหากคุณเคลมบ่อย อยากจ่ายเบี้ยปีหน้าถูกลง จะต้องย้ายค่ายไปหาเจ้าใหม่จะช่วยให้เบี้ยประกันคุณถูกลงมากกว่า

นอกจากนี้ อาจจะมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดมากกว่าอีกด้วย เพราะหลายเจ้ามักมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมให้กับลูกค้าใหม่ๆ  แต่การเปลี่ยนเจ้า เปลี่ยนที่ต่อประกันรถยนต์ใหม่นั่น มีข้อเสียคือเสี่ยงนั่นเอง เสี่ยงว่าถ้าเราเปรียบเทียบไม่ดี ก็อาจจะเจอประกันรถยนต์ที่แย่กว่าเจ้าเก่าได้ และกว่าจะเปลี่ยนก็ต้องรออีกทีปีหน้าเลยนะ! 

แบบนี้เลือกยังไงให้ชัวร์ ? 

สำหรับใครที่ยังลังเล ชั่งใจว่าจะต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี ที่เก่า หรือที่ใหม่ดีนะ ขอแบบนี้บอกเลยว่าไม่ตายตัว และขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ปัจจัยต่างๆ ขอแต่ละคน เช่น ถ้าประกันเจ้าเดิมดี มีส่วนลดต่างๆ ที่น่าสนใจ เวลาเคลม ไปอู่ซ่อมก็สบาย ไม่ยากอะไร คุณก็อาจจะต่อที่เดิมก็ได้

แต่ถ้าใครที่อยากจะเปลี่ยนที่ใหม่ แสวงหาประกันรถยนต์ที่ดีกว่าประกันรถยนต์เดิมๆ ลองมาทำความรู้จักกับ บริการเปรียบเทียบประกันรถยนต์จาก rabbit finance ที่ให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ได้สะดวกสบาย ไม่ต้องยุ่งยาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถค้นหาประกัรรถยนต์พร้อมโปรโมชั่นที่โดนใจ เหมาะกับเงินในกระเป๋าได้ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยากอีกต่อไป

Masii-Auto-Insurance-And-Secondhand-Car

หากพูดถึงรถยนต์มือสอง แน่นอนว่าหลายๆ คน ก็มักจะเลือกซื้อใช้ เพราะเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่ารถยนต์มือหนึ่งป้ายแดงอย่างเห็นได้ชัดเจน และรวมไปถึงเรื่องของคุณภาพ และสภาพรถยนต์มือสองทั่วไปในปัจจุบัน ก็คงสภาพได้ดีด้วยอีกด้วย ดังนั้น ไม่แปลกใจเท่าไรที่เพื่อนๆ หลายคนเลือกใช้รถยนต์มือสองกันมากขึ้น

Carro-Masii-Auto-Insurance-And-Secondhand-Car

ใช้รถมือสอง ประกันรถยนต์ยังจำเป็นอยู่ไหม?

แน่นอนว่าอาจจะมีเพื่อนๆ หลายคนที่มักมีความคิดว่าการซื้อรถยนต์มือสองคือการซื้อขาย หรือใช้รถยนต์ต่อจากคนอื่น ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องมีประกันรถยนต์ก็ได้เหมือนกัน อาจจะดูเป็นความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไรนัก แต่เชื่อสิว่ายังมีคนคิดแบบนี้อยู่จริงๆ นะ ทางมาสิ ขอแนะนำให้เพื่อนๆ พักความเชื่อเหล่านี้เอาไว้ก่อน

เราอยากจะบอกว่ากับเพื่อนๆ ทุกคนว่า ประกันภัยรถยนต์ยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับเพื่อนๆ ที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งป้ายแดงหรือมือสองก็ตาม เพราะหน้าที่หลักของการทำประกันรถยนต์ คือ การคุ้มครองทั้งตัวเราและรถยนต์ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เกิดเหตุที่ไม่คาดคิด เห็นไหมว่า มันไม่เกี่ยวกันเลยว่าต้องเป็นรถยนต์มือหนึ่งอย่างเดียวที่ควรทำ รถยนต์ใดๆ ก็สามารถทำประกันรถยนต์ได้ทั้งนั้น

แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ซื้อรถมือสองมาใช้งาน แล้วพบว่าไม่รู้ว่า เราควรจะเลือกทำประกันรถมือสองประเภทไหนดีถึงจะเหมาะสม วันนี้ มาสิ มีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน ไปดูกันว่า รถมือสอง ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี

Carro-Masii-Auto-Insurance-And-Secondhand-Car

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีอายุรถมือสองที่ไม่เก่ามากนัก และใช้งานเป็นประกันทางเราขอแนะนำให้ทำประกันชั้น 1 ไปเลยเพราะว่า จะให้ความคุ้มครองที่มากกว่าชั้นอื่นๆ นอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยต่างๆ แต่ยังครอบคลุมไปถึงการคุ้มครองกรณีรถชนไม่มีคู่กรณีอีกด้วยนะ เช่น รถชนต้นไม้ ชนกำแพง เป็นต้น

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากประหยัดค่าเบี้ยประกันน้อยลง ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับรถมือสอง โดยเฉพาะหากรถมือสองมีอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป สำหรับความคุ้มครองนั้นจะใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 เลย แตกต่างตรงกันที่ชั้น 2+ จะชดเชยความเสียหายกรณีรถชนที่มีคู่กรณีเท่านั้น

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

ประหยัดได้เพิ่มขึ้นด้วยเบี้ยประกันที่ถูกลง แต่ความคุ้มครองสำหรับชั้น 3+ นั้นไม่ได้แตกต่างกับชั้น 1 และ 2+ โดยเฉพาะรถมือสองที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ประกันชั้นนี้จะเหมาะกับรถของเพื่อนๆ เลย สำหรับความคุ้มครองจะแตกต่างตรงที่ไม่ครอบคลุมถึงรถหาย และไฟไหม้รถ

เพียงเท่านี้ทาง มาสิ ก็หวังว่าเพื่อนๆ ที่มีรถมือสองอยู่น่าจะทราบและหาได้แล้วว่ารถยนต์ของเราเหมาะกับประกันรถยนต์ชั้นไหน หากใครสนใจหรือมองหาประกันรถยนต์ สามารถโทรเข้ามาสอบถามเบี้ยได้เลยที่ 02-710-3100 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Carro-Masii-Trick-To-Save-Oil-Your-Car

ในปัจจุบันนี้ สิ่งหนึ่งที่คอยรบกวนเราอยู่ทุกวัน คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไปเกือบจะทุกๆ วัน เดี๋ยวราคาขึ้นบ้าง ราคาลงบ้าง เท่ากับว่าถ้าเป็นแบบนี้ในแต่ละเดือน เราจะเสียเงินไปกับค่าน้ำมันของรถยนต์ตัวเองประมาณกี่บาทนะ

แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นที่เราต้องใช้จ่ายทุกเดือนสำหรับค่าน้ำมัน แต่ถ้าเราลองมองว่าให้เรื่องจำเป็นสามารถประหยัดขึ้นมาได้ จะถือว่าเป็นการช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของเราได้ไม่มากก็น้อย

เคล็ดลับทำอย่างไรให้ประหยัดค่าน้ำมัน

ถ้าหากเกิดคำถามที่ว่าเราจะสามารถหาวิธีประหยัดค่าน้ำมันได้จากที่ไหนบ้าง ซึ่งทาง masii อยากจะบอกเพื่อนๆ เลยว่า จริงๆ การอัปเดตคอยหมั่นดูราคาน้ำมันก็ถือว่าเป็นวิธีที่ช่วยในเบื้องต้นได้แล้ว แต่วันนี้ทางเราได้รวบรวมวิธีการเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยประหยัดค่าน้ำมันมากฝากเพื่อนๆ ชาว Carro จ้า

ตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์

Carro-Masii-Trick-To-Save-Oil-Your-Car

สิ่งแรกเลย วิธีที่จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้มากขึ้นคือ การหมั่นเช็กดูสภาพรถยนต์ของตัวเอง โดยหลักๆ ทาง มาสิ แนะนำว่าให้เพื่อนๆ ตรวจดูอะไหล่เครื่องยนต์ เพราะถ้าหากเราไม่เปลี่ยนอะไหล่เดิมให้เป็นอะไหล่ที่มีสภาพที่พร้อมใช้งาน จะทำให้อายุการใช้งานของรถสั้นลง ส่งผลให้รถกินน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม

บรรทุกของตามความเหมาะสม

มาสิเข้าใจว่าเพื่อนๆ หลายคนมักจะใช้ชีวิตอยู่บนรถยนต์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวบนรถยนต์ แต่งหน้าบนรถยนต์ หรือแม้แต่การรับประทานอาหารรถยนต์ก็ต้องทำมาบ้างแล้ว แบบนี้ส่งผลทำให้รถยนต์ของเราบรรทุกของมากขึ้น อาทิเช่น กระเป๋าเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง รวมไปถึงสัมภาระอื่นๆ เท่ากับว่ายิ่งรถยนต์ของเรามีน้ำหนักมากขึ้น ก็จะทำให้รถทำงานมากขึ้นกว่าเดิม

รักษาความเร็วให้มั่นคง

วิธีที่จะช่วยให้รถยนต์ของเพื่อนๆ ประหยัดค่าน้ำมันได้มากขึ้นคือ การขับขี่รถยนต์ด้วยอัตราความเร็วที่เหมาะสมคือ 60-70 กม./ชม. ซึ่งถ้าเพื่อนๆ สามารถทำได้จะเป็นการประหยัดน้ำมันไปได้ถึง 15-20% และลดความเสี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกิดท้องถนนได้อีกด้วย

ทำบัตรเครดิตสำหรับการเติมน้ำมัน

Carro-Masii-Trick-To-Save-Oil-Your-Car

สิ่งสุดท้ายที่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ หลายคนคือ การทำบัตรเครดิตสำหรับการเติมน้ำมัน แน่นอนว่าธนาคารหรือสถาบันทางการเงินได้จับมือรวมกับปั๊มน้ำมันมากมาย เพื่อเสนอสิทธิพิเศษ โปรโมชั่น และส่วนลดต่างๆ ยิ่งถ้าหากเราจำเป็นต้องเติมน้ำมันอยู่แล้ว ลองรูดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติมน้ำมันอาจจะได้รับส่วนลด เครดิตเงินคืน สูงสุดถึง 3-5% ก็เป็นไปได้ อาจจะเป็นยอดจำนวนเงินที่ไม่มากไม่น้อย แต่ที่แน่ๆ คือช่วยเราประหยัดค่าน้ำมันได้มากขึ้นนั่นเอง

เพียงเท่านี้ หากเพื่อนๆ ลองปฎิบัติตามกันดูสัก 2-3 ข้อบอกเลยว่า ค่าน้ำมันแต่ละเดือนที่เพื่อนๆ ใช้จ่ายไป จะประหยัดขึ้นได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีเงินเก็บ เงินออมไว้ใช้ในยามจำเป็นอีกด้วยจ้า ถ้าอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถโทรเข้ามาได้ที่ 02 710 3100 หรือไลน์ @masii

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com

Sell-Car-In-Khonkaen

จังหวัดขอนแก่น จัดเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (หรือภาคอีสาน) และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นจังหวัดศูนย์ปฏิบัติการ ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง

สำหรับจังหวัดขอนแก่น นับเป็นอีกจังหวัดที่เจริญมากในภาคอีสาน เพราะมีทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ตั้งกันอยู่มากมาย รวมไปถึงบริษัทเอกชน และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP เป็นอันดับที่ 2 ของภาคอีสาน มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีมากที่สุด คือ 107,607 บาท

สำหรับในจังหวัดขอนแก่นเองนั้น รถยนต์ที่นับว่ามียอดขายเยอะ ซึ่งนับได้ทั้งรถใหม่ และรถมือสอง โดยมากผู้คนที่นี่ มักนิยมรถยนต์ Eco-Car เพราะประหยัด นั่งได้หลายคน ขนของเล็กๆ น้อยๆ ได้ และรถกระบะรูปแบบต่างๆ ที่ใช้ในด้านการเกษตร ธุรกิจขนส่งต่างๆ รวมไปถึงใช้ในหน่วยงานราชการ เป็นต้น

เรามาดูกันว่า อยู่ขอนแก่น อ้ายหรือเอื้อย จะขายรถด้วยวิธีไส ได้ฟ่าวที่สุด ราคาดีคักๆ …

Carro-Sell-Car-In-Khonkaen

1. ประกาศขาย

ไม่ว่าเจ้าจะประกาศขายในที่ต่างๆ เช่น ตั้งขายจอดขายรถข้างทาง หรือขายในเว็บซื้อ-ขายรถมือสอง ในกลุ่ม Facebook เจ้าก็ต้องรอเวลา ว่าจะมีใครติดต่อกลับมานัดดูรถบ้าง หรือซื้อรถของเจ้าบ้าง อาจจะรอเป็นอาทิตย์ หรือนานเป็นเดือน ไม่ได้ฟ่าวอย่างที่คิดเสมอไป

Carro-Sell-Car-In-Khonkaen

2. ขายเต็นท์

ในขอนแก่นเองก็มีเต็นท์รถอยู่หลากหลายที่ ทั้งในตัวเมือง และในอำเภอต่างๆ รอบๆ จังหวัด ซึ่งถ้าอ้ายขับรถตระเวนไปเช็กราคาแต่ละที่ ก็ต้องใช้เวลาอีก บางทีไปเสนอรถให้ทางเต็นท์แล้ว ราคาไม่ได้ดั่งใจอ้ายก็มี

Carro-Sell-Car-In-Khonkaen

3. ขายรถกับ Carro ขอนแก่น

ถ้าอ้ายหรือเอื้อยตัดสินใจมาขายรถที่ “Carro ขอนแก่น” ซึ่ง Carro Thailand หรือ คาร์โร เป็น Startup ผู้ให้บริการซื้อ-ขายรถมือสองออนไลน์ชั้นนำ ที่ได้มาตรฐานจากประเทศสิงคโปร์ ตั๋วจะขายออกได้ไว ได้ราคาดี สามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนลงขายง่าย อีกทั้งยัง “ฟรี!” ตั๋วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วย รับรอง สบายใจเด้อ และทาง Carro ยังมีพนักงานคอยบริการ คอยติดต่อประสานงานผู้ขายกับผู้ซื้อให้ด้วย

Carro-Sell-Car-In-Khonkaen

ออฟฟิศของ Carro ขอนแก่น ตั้งอยู่ที่ 222/21 หมู่บ้านเอเวอร์เรสต์ ถ.มะลิวัลย์ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000

ถ้าอ้ายหรือเอื้อยสนใจ สามารถเข้าไปเช็กราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี้ > https://th.carro.co/sell-car/express

นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มตามข้างต้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับ Carro ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1800-012-288, 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

สำหรับเบอร์โทร “02” นั้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะลังเลว่า เป็นเบอร์โทรที่ขายรถในพื้นที่ใช่หรือไม่? ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเบอร์โทร 02 ของเรานั้น เป็นเบอร์ Call Center ที่ทางเราได้รับข้อมูลรายละเอียดรถของคุณล้ว ทางเราก็จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คอยติดตามดูแลการขายรถให้คุณครับ

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่เด้อ —> เพิ่มเพื่อน

Carro x Frank - จะให้ดี... ควรต่อประกันรถตอนไหน

มีรถยนต์ก็ต้องดูแล! ต้องเทคแคร์อย่าให้ขาดทั้งน้ำมัน ทั้งซ่อมบำรุง ทั้งเติมลมยาง และอื่นๆ มากมาย และที่ลืมไม่ได้เลยคือการต่อประกันรถยนต์เพิ่มความคุ้มครองนอกเหนือจาก พ.ร.บ.รถยนต์

ถามว่าเราควรต่อประกันรถยนต์ตอนไหน ?

คงต้องตอบตรงๆ ว่า มีให้เลือกต่อประกันรถยนต์หลายช่วงเวลาตามนี้

1. ต่อล่วงหน้า 3 เดือนก่อนหมดอายุ
2. ต่อล่วงหน้า 1 เดือนก่อนหมดอายุ
3. ต่อล่วงหน้า 1 วันก่อนหมดอายุ

และเพื่อชาว Carro ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพนกวิน Frank.co.th โบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ขออธิบายตามนี้ครับ!!

Car-Insurance-For-New-Driver

1. ต่อประกันรถล่วงหน้า 3 เดือน

คงต้องบอกว่า “หากกลัวลืม!!” และต้องการความดูแลต่อเนื่อง
เราสามารถต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้า 3 เดือนก่อนประกันหมดอายุ

สำหรับการต่อประกันล่วงหน้ามีข้อดียังไงบ้าง ?

  • มีเวลาได้พิจารณาเงื่อนไขที่ดีที่สุด
  • มีเวลาอ่านข้อตกลง และเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยที่ต้องการ
  • มีเวลาผ่อนจ่ายยาว ๆ สบาย ๆ ไม่ตึงมือ
  • มีเวลาเคลมรถยนต์และนำเข้าซ่อมก่อนต่อประกันกับที่ใหม่
  • และที่สำคัญคือมีความคุ้มครองต่อเนื่อง

ดังนั้น การต่อประกันภัยล่วงหน้า 3 เดือนนั้น เหมาะสำหรับคนขี้ลืมและเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนบริษัทฯ ประกันรถยนต์เป็นบริษัทใหม่ แนะนำให้ซื้อประกันล่วงหน้าเลย หากใครเงินไม่พออยากได้ประกันชั้น 1 บางโบรกเกอร์มีผ่อน 0% ให้เลือกด้วยนะ

What-Is-Excess-In-Insurance

2. ต่อประกันรถล่วงหน้า 1 เดือน

ไม่มากไม่น้อยครับสำหรับช่วงเวลา 1 เดือน สำหรับคนที่ต้องการต่อประกันกับเจ้าใหม่ เมินบริษัทฯ เดิม เรายังมีเวลาได้หายใจหายคอดูเบี้ยประกันภัย เทียบความคุ้มครอง เลือกทุนประกัน และมองหาบริการเสริมอื่นๆ จากโบรกเกอร์ออนไลน์เจ้าดังทั้งหลายที่พร้อมให้บริการ

ข้อดีของการต่อประกันรถล่วงหน้า 1 เดือน คือ

  • ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้านานเกินไป
  • มีเวลาเคลมรอยรอบคัน หรือเคลมแห้งซ่อมกับประกันเจ้าเดิม
  • รับความคุ้มครองต่อเนื่อง (แต่ต้องตัดสินใจในทันนะ)

Old-Car-Over-7-Years-With-Insurance

3. ต่อประกันรถล่วงหน้า 1 วันก่อนหมดอายุ

ถ้าเลือกเพลินเกินห้ามใจ อันนี้ก็ดีอันโน้นก็ดี ตัดใจไม่ได้สักที อันนี้ก็ต้องบอกว่าอาจเสี่ยงหน่อย ๆ ครับ สำหรับการซื้อล่วงหน้า 1 วันก่อนหมดอายุ เพราะประกันรถยนต์บางเจ้าอาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบรถยนต์ก่อนรับประกันก็มี และอาจจะมีระยะเวลาดำเนินการอยู่บ้างครับ

อ่านมาถึงตรงนี้เลือกได้หรือยังครับ ? ว่าต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้าแบบไหนเหมาะกับเรา ?

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก จส.100

Carro-Sell-Car-In-Chiangmai

จังหวัดเชียงใหม่ หรือในภาษาคำเมือง เรียกว่า “เจียงใหม่” เป็นจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 20,107 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีประชากรราว 1.76 ล้านคน มากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ในจำนวนนี้ เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชานเมืองราว 960,000 คน

จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณ มี “คำเมือง” เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านประเพณีวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก

ซึ่งในตอนนี้ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก อาทิเช่น นักท่องเที่ยวชาวจีน ชาวยุโรป หรือชาวเอเชียชาติอื่นๆ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่น ถือว่าค่อนข้างใช้ได้ เพราะมีรายได้จากการท่องเที่ยวมาช่วยไว้

เนื่องด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยว มีการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างดี (แต่ระบบขนส่งมวลชนยังไม่ค่อยดี) ทำให้ชาวเชียงใหม่ในปัจจุบันก็นิยมการใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ย่อมมีการเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถคันเก่า กันอยู่เสมอๆ ทั้งการซื้อไปใช้เอง หรือการใช้ในหน่วยงานธุรกิจเอกชน ราชการ หรือรัฐวิสาหกิจก็ตาม

เรามาดูกันว่า อยู่เจียงใหม่ ตั๋วจะขายรถด้วยวิธีไหน ได้เร็วที่สุด หื่อราคาดีสุด …

arro-Sell-Car-In-Chiangmai

1. ประกาศขาย

ไม่ว่าตั๋วจะประกาศขายในที่ต่างๆ เช่น ตั้งขายจอดขายรถข้างทาง หรือขายในเว็บซื้อ-ขายรถมือสอง ในกลุ่ม Facebook ตั๋วก็ต้องรอเวลา ว่าจะมีใครติดต่อกลับมานัดดูรถบ้าง หรือซื้อรถของตั๋วบ้าง อาจจะต้องใช้เวลานานเป็นอาทิตย์ หรือนานเป็นเดือนเลยก็ได้

arro-Sell-Car-In-Chiangmai

ภาพจาก ลูกสามารถ แล้วไง‎

2. ขายเต็นท์

ในเจียงใหม่เองก็มีเต็นท์รถกระจายอยู่หลากหลายที่ หลากหลายสาขา ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่ และในอำเภอต่างๆ ซึ่งถ้าตั๋วขับรถตระเวนไปเช็กราคาแต่ละที่ ก็ต้องใช้เวลาอีก บางทีไปเสนอรถให้ทางเต็นท์แล้ว ราคาไม่ได้ดั่งใจตั๋วก็มี

arro-Sell-Car-In-Chiangmai

3. ขายรถกับ Carro เจียงใหม่

ถ้าตั๋วตัดสินใจมาขายรถที่ “Carro เชียงใหม่” ซึ่ง Carro Thailand หรือ คาร์โร เป็น Startup ผู้ให้บริการซื้อ-ขายรถมือสองออนไลน์ชั้นนำ ที่ได้มาตรฐานจากประเทศสิงคโปร์ ตั๋วจะขายออกได้ไว ได้ราคาดี สามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนลงขายง่าย อีกทั้งยัง “ฟรี!” ตั๋วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วย รับรอง ซว่างอกซว่างใจ๋ และทาง Carro ยังมีพนักงานคอยบริการ คอยติดต่อประสานงานผู้ขายกับผู้ซื้อให้ด้วย

ออฟฟิศของ Carro เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ 230 บ้านช่างทอง หมู่ 7 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50200

ถ้าตั๋วสนใจสามารถเข้าไปเช็กราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี้ > https://th.carro.co/sell-car/express

นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มตามข้างต้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับ Carro ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1800-012-288, 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

สำหรับเบอร์โทร “02” นั้น เชื่อว่าหลายคนอาจจะลังเลว่า เป็นเบอร์โทรที่ขายรถในพื้นที่ใช่หรือไม่? ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเบอร์โทร 02 ของเรานั้น เป็นเบอร์ Call Center ที่ทางเราได้รับข้อมูลรายละเอียดรถของคุณล้ว ทางเราก็จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คอยติดตามดูแลการขายรถให้คุณครับ

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่เน้อเจ้า —> เพิ่มเพื่อน