Carro-Automall-Highlight-Cars-Hot-Deal

“CARRO Automall” (คาร์โร ออโต้มอลล์) คือ ทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการคัดสรรแล้วจาก CARRO  หลังจากที่ประสบความสำเร็จในประเทศสิงคโปร์ และอินโดนีเซียมาแล้ว ซึ่งอัดแน่นด้วยรถหลากหลายแบรนด์ ทุกคันผ่านการตรวจสภาพจาก Goo Inspection Trust Center มาตรฐานเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง พร้อมให้บริการหลังการขายที่คุณประทับใจ

สำหรับข้อดีของ CARRO Automall คือคุณสามารถซื้อรถยนต์ที่ซื้อไปแล้ว พร้อมใช้งานได้ทันที! ไม่ต้องกังวลในเรื่องสภาพรถ เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสภาพรถถึง 344 จุด ใน 20 นาที! รวมถึงเอกสารสำหรับโอนรถ เล่มทะเบียน ถูกต้องครบถ้วนทุกคัน พร้อมรับการการันตี 2 ปี ไปเลย!

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถผ่านทาง CARRO Automall อยากซื้อรถกับเรา เรามีบริการให้เลือก 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ

  • ให้เราหารถให้คุณ ง่ายๆ เพียงแค่ระบุรุ่นรถ และงบประมาณที่ต้องการ พร้อมกับข้อมูลในการติดต่อกลับ และเลือกบริการการชำระ (ซื้อด้วยเงินสด หรือ จัดไฟแนนซ์) ที่ https://th.carro.co/buy-car เมื่อเราหารถตามที่คุณต้องการได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกลับไปหาคุณ
  • เลือกชม หรือซื้อรถของ CARRO Automall ผ่านหน้าตลาดรถ (คลิกที่นี่) หรือติดต่อผ่าน Inbox ใน Fanpage CARRO Automall – รถบ้านมือสอง

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall

CARRO Automall ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

สำหรับรถเด่นๆ ราคาพิเศษ Hot Deal! ของทาง CARRO Automall ประจำเดือนมีนาคม 2564 จะมีรุ่นไหนบ้าง ติดตามชมกันได้เลย …

Image

1. Honda Mobilio 1.5 RS ปี 2017 ลดราคา! เหลือ 445,000 บาท

***จองวันนี้มีสิทธิ์ลุ้นรับ Iphone12 ทันที*** คุ้มมาก ***จัดไฟแนนช์ได้เต็ม เครดิตดีฟรีดาวน์**** เป็นรถมือเดียวผู้หญิงใช้งาน รถสีเดิมๆ จากโรงงาน เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่างสมบูรณ์ทุกจุด รถมีการเข้าศูนย์บริการตลอด

ฟังก์ชั่นการใช้งานรถเบื่องต้น – ไฟตัดหมอกคู่หน้า – ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ – ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ – ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ – กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับไฟฟ้า – ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1″ – ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED – ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ – ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ – กล้องมองภาพด้านหลัง

จองวันนี้‼️ ✅ล้าง ขัด เคลือบพ่นสี ก่อนส่งมอบ ✅รับประกันเครื่องยนต์ 6 เดือน หรือ 10,000 Km. ✅รับประกันเกียร์ 6 เดือน หรือ 10,000 Km.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-mobilio-2017-EN973N.html

Image

2. Honda Civic 1.8 E (AS) ปี 2017 ลดราคา! เหลือ 559,000 บาท

เครดิตดีฟรีดาวน์ออกรถ 0 บาท ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 2.79% รายได้รวม 24,000 บาท ซื้อคนเดียวจบ ไม่ถึงกู้ร่วมได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2017-DR4MXN.html

Image

3. Mazda CX-5 2.0S ปี 2017 Skyactiv-G ลดราคา! เหลือ 582,000 บาท

***จองวันนี้มีสิทธิ์ลุ้นรับ iPhone12 ทันที *** ฟังก์ชันการใช้งานเบื่องต้น – ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED + ไฟ Daytime Running Light แบบ LED – แอร์ดิจิตอล – พวงมาลัย MULTIFUNCTION + Cruise Control – วิทยุ – BlueTooth – จอ DVD + กล้องมองหลัง – ปุ่มสตาร์ท กุญแจรีโมท Immobilizer – ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Keyless Entry – ระบบเบรค ABS – Airbag – เบาะปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง – ระบบจดจำตำแหน่งเบาะคนขับ (Memory Seat) – ระบบ i-Stop – ระบบขับขี่โหมด Sport – ยาง TOYO ปี 2020 – เครื่อง เกียร์ สมบูรณ์ – ช่วงล่างปกติ (แน่นตามสไตล์มาสด้า)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/mazda-cx-5-2017-D5M590.html

Image

4. Isuzu MU-X 3.0 DVD Navi ปี 2017 ลดราคา! เหลือ 844,000 บาท

Isuzu MU-X 3.0 DVD NAVI AT สีขาว 2017 🎉 🎉ราคาปกติ : 849,000 บาท 🎉 🎉เชื้อเพลิง : ดีเซล 🎉 💲 ผ่อนเพียง : 18,xxx /72 งวด ไมล์ 13x,xxx กิโลเมตร

$ เครดิตดีฟรีดาวน์ 0 บาท ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 2.79% รายได้รวม 36,000 บาท ซื้อคนเดียวจบ ไม่ถึงกู้ร่วมได้ *****************กรณีซื้อสดบวกภาษีเพิ่ม 7% นะครับ 🖍 จัดได้ทุกอาชีพ ติดเครดิต ฯลฯ ออกได้ ปรึกษาฟรี ดูรถที่ CARRO Automall แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า รับประกันความพอใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/isuzu-mu-x-2017-DR6ZKP.html

Image

5. Honda Civic 1.8 EL (FC) AT ปี 2016 ราคา 629,000 บาท

รถคุณภาพ ***สามารถต่อรองได้ ซื้อสด + จดไฟแนนช์ ได้หมด – ประกันชั้นหนึ่งซ่อมห้างยังเหลือ – เครื่องยนต์ 1800 cc. – แรงประหยัดน้ำมัน – รถบ้านแท้ – ปุ่ม Push Start – พวงมาลัย Multifunction – Cruise Control – แอร์ออโต้ – เบาะหนังปรับไฟฟ้า – SRS AIRBAG/ABS – เบรคมือไฟฟ้า – กระจกปรับพับไฟฟ้า -กล้องมองหลัง -ออฟชั่นครบ ตอบโจทย์แน่นอน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2016-GYWMPX.html

Image

6. Honda CR-V 2.0S ปี 2012 ลดราคา! เหลือ 469,000 บาท

***จองวันนี้มีสิทธิ์ลุ้นรับ iPhone 12*** ผ่อนเพียง 11,xxx บาท 60 งวด ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.79% เครดิตดีฟรีดาวน์ ออกรถง่าย Option ครบ ดูแลง่าย ขับสบาย กล้องมองหลัง เบาะหนังนั่งสบาย ขับ 2 ดูแลง่าย ประหยัดน้ำมัน แอร์หลัง พวงมาลัย Multifunction เกียร์ 5 สปีด ล้อ 17 นิ้ว โหมดขับขี่ ECON Mode

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-crv-2012-EW4K8Y.html

Image

7. Toyota Camry 2.0 G Extremo ปี 2013 (ภายในดำ) ราคา 497,000 บาท

🎉 . 💲 ผ่อนเพียง : 10,xxx /72 งวด ไมล์ 15x,xxx กิโลเมตร $ เครดิตดีฟรีดาวน์ 0 บาท ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 2.79% รายได้รวม 20,000 บาท ซื้อคนเดียวจบ ไม่ถึงกู้ร่วมได้ *****************กรณีซื้อสดบวกภาษีเพิ่ม 7% นะครับ

จัดได้ทุกอาชีพ ติดเครดิต ฯลฯ ออกได้ ปรึกษาฟรี ดูรถที่ CARRO Automall แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า รับประกันความพอใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2013-DX5NQ1.html

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @carroautomall ครับ

Carro-Automall-Highlight-Cars

“CARRO Automall” (คาร์โร ออโต้มอลล์) คือ ทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการคัดสรรแล้วจาก CARRO  หลังจากที่ประสบความสำเร็จในประเทศสิงคโปร์ และอินโดนีเซียมาแล้ว ซึ่งอัดแน่นด้วยรถหลากหลายแบรนด์ ทุกคันผ่านการตรวจสภาพจาก Goo Inspection Trust Center มาตรฐานเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง พร้อมให้บริการหลังการขายที่คุณประทับใจ

สำหรับข้อดีของ CARRO Automall คือคุณสามารถซื้อรถยนต์ที่ซื้อไปแล้ว พร้อมใช้งานได้ทันที! ไม่ต้องกังวลในเรื่องสภาพรถ เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสภาพรถถึง 344 จุด ใน 20 นาที! รวมถึงเอกสารสำหรับโอนรถ เล่มทะเบียน ถูกต้องครบถ้วนทุกคัน พร้อมรับการการันตี 2 ปี ไปเลย!

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถผ่านทาง CARRO Automall อยากซื้อรถกับเรา เรามีบริการให้เลือก 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ

  • ให้เราหารถให้คุณ ง่ายๆ เพียงแค่ระบุรุ่นรถ และงบประมาณที่ต้องการ พร้อมกับข้อมูลในการติดต่อกลับ และเลือกบริการการชำระ (ซื้อด้วยเงินสด หรือ จัดไฟแนนซ์) ที่ https://th.carro.co/buy-car เมื่อเราหารถตามที่คุณต้องการได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกลับไปหาคุณ
  • เลือกชม หรือซื้อรถของ CARRO Automall ผ่านหน้าตลาดรถ (คลิกที่นี่) หรือติดต่อผ่าน Inbox ใน Fanpage CARRO Automall – รถบ้านมือสอง

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall

CARRO Automall ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

สำหรับรถเด่นๆ ของทาง CARRO Automall ประจำเดือนมีนาคม 2564 จะมีรุ่นไหนบ้าง ติดตามชมกันได้เลย …

Image

1. Mercedes-Benz C 200 ปี 2015 ราคา 1,390,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/benz-c-class-2015-E72VKO.html

Image

2. Honda Accord 2.0 EL ปี 2018 ราคา 859,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-accord-2018-D52M4O.html

Image

3. Mercedes-Benz GLC 43 4MATIC AMG Coupe ปี 2019 ราคา 3,390,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/benz-glc-class-2019-GY1X26.html

Image

4. Honda Civic 1.8 E ปี 2013 ราคา 429,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2013-EN6JKJ.html

Image

5. Honda Civic 1.8 EL ปี 2019 ราคา 769,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2019-DL693K.html

Image

6. Honda Mobilio 1.5 RS ปี 2018 ราคา 549,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-mobilio-2018-EKVZ2W.html

Image

7. Honda Civic 1.8 EL ปี 2018 ราคา 739,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-mobilio-2018-EKVZ2W.html

Image

8. Honda HR-V 1.8 RS ปี 2019 ราคา 889,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-EN6MKJ.html

 

Image

9. Toyota Yaris ATIV 1.2 E ปี 2018 ราคา 399,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2018-EN6M60.html

Image

10. Toyota Corolla Altis 1.8 E Sport ปี 2015 ราคา 469,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-corolla-2015-GM6L6R.html

Image

11. Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD ปี 2017 ราคา 929,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2017-DL6K6N.html

Image

12. Toyota Yaris 1.2 G ปี 2019 ราคา 469,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2019-GJRZR5.html

Image

13. Toyota Hilux Revo Double Cab Prerunner E ปี 2019 ราคา 639,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-hilux-revo-2019-G9171N.html

Image

14. Nissan Juke 1.6 V ปี 2013 ราคา 299,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/nissan-juke-2013-DO92V2.html

Image

15. Honda City 1.5 S CVT ปี 2019 ราคา 439,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2019-DX527L.html

Image

16. Toyota Hilux Revo Smart Cab ปี 2019 ราคา 449,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-hilux-revo-2019-GJR6M4.html

Image

17. Isuzu MU-X ปี 2016 ราคา 799,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/isuzu-mu-x-2016-DL61O3.html

Image

18. Toyota Yaris ปี 2020 ราคา 439,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2020-GJR6MY.html

Image

19. Toyota Hilux Revo 2.8 G Double Cab Prerunner ปี 2017 ราคา 719,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-hilux-revo-2017-EN613V.html

Image

20. Mercedes-Benz C 250 Coupe ปี 2018 ราคา 2,499,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/benz-250-2018-G021ZX.html

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @carroautomall ครับ

Honda-Civic-FC-FK-G10

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เป็นรถแบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในไทย ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่น แต่เวอร์ชั่นที่สร้างความฮือฮา พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมด แถมยังสร้างยอดจำหน่ายที่เรียกได้ว่าสูงกว่าคู่แข่งมาก แม้จะออกมาหลายปีก็ตาม ก็ยังขายได้เรื่อยๆ และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก

คงต้องยกให้ “Honda Civic” โฉม “FC” เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่ในบ้านเรา ยังมีทั้งเวอร์ชั่นป้ายแดง และรถมือสองขายกันในตลาด เป็นรถ 4 ประตูสปอร์ตซีดาน ที่ดีไซน์ได้สวยงาม สมบูรณ์แบบในทุกมิติและก้าวล้ำนำสมัยที่สุดอีกรุ่น

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกันว่า ประวัติความเป็นมาของรถรุ่นนี้ น่าสนใจแค่ไหน

Honda-Civic-Design-FC-FK

แนวความคิด และขั้นตอนการออกแบบพัฒนา Honda Civic ใหม่ ให้เป็น “男前” (Otokomae) หรือ “ผู้ชายหล่อ” ที่มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ทันสมัย น่าจับตามอง

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจนเนอเรชั่นที่ 10 เริ่มพัฒนาตัวรถในรูปแบบสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา ออกแบบให้มีความทันสมัย และหรูหราในสไตล์สปอร์ต สำหรับรุ่น Sedan ตัวรถออกแบบโดย Jarad Hall ตั้งแต่ปี 2013

Honda-Civic-Concept-FC-FK

ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือเพียง 6 เดือน Civic FC สามารถคว้ารางวัลยนตรกรรมยอดเยี่ยมถึง 14 รางวัล จาก 10 สถาบันชั้นนำ

Honda-Civic-FC-2016-TH

ได้เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเจ้าพ่อเครื่อง N/A หรือเรียกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้ระบบอัดอากาศเพิ่มเติม ชูจุดเด่นด้วยขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่! 173 แรงม้า ที่ให้สมรรถนะที่ทรงพลังและมีอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่เหนือระดับ

Honda-Civic-Design-FC-FK

ขั้นตอนการพัฒนา Honda Civic FC และ FK

ตัวรถภายนอก จัดวางโครงสร้างโดยออกแบบให้ตัวรถดูสปอร์ต น้ำหนักรถเบาลง ตัวถังกว้างขึ้น และความสูงของตัวรถที่ลดลง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด กระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีก วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า ดูดุดัน เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

Honda-Civic-Design-FC-FK

มิติตัวรถของ Honda Civic FC และ FK ยาวขึ้น กว้างขึ้น แต่ลดความสูงลง เมื่อเทียบกับ Civic รุ่นเดิม โดยในรุ่น Sedan ความยาวตัวรถเพิ่มขึ้น 95 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 30 มม. ความสูงตัวรถลดลง 20 มม. ความสูงฝากระโปรงหน้าปรับลดลง 35 มม. ช่วงเบาะนั่งหน้าปรับต่ำลง 20 มม. และความจุห้องโดยสารท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 519 ลิตร (มาตรฐาน VDA)

มิติตัวรถยาว 4,630 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,416 มม. ระยะฐานล้อ 2,698 มม. บนน้ำหนักตัวรถ 1,227 – 1,317 กิโลกรัม

Honda-Civic-Concept-Interior-FC-FK

การออกแบบภายใน ให้ความรู้สึกกว้างขวาง เหมือนกำลังวิ่ง

การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment และมีให้เลือกทั้งเบาะนั่งแบบผ้า และเบาะหนังแท้

Honda-Civic-FC-2016-TH

ทั้งนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น)

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูลและค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์

พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้นประตูรถยังคงล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

ระบบช่วงล่างได้ถูกปรับปรุงใหม่ ชุดล้อหน้าหันมาใช้แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับ Honda Civic FC มีเครื่องยนต์ให้เลือกกัน 2 แบบ คือ …

  • เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15B7 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC TURBO พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) ให้แรงม้าสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่
  • และยังมีเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18Z แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ทั้งยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-Civic-Engine-FC-FK

เป็นครั้งแรกที่ Honda Civic ใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด Direct Injection และท่อไอดีแบบตรง โดยหัวฉีด Direct Injection จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบ และการไหลของไอดีแบบตรง ช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง

พร้อมระบบ Turbo Charger (เทอร์โบ ชาร์จเจอร์) ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

และระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย โดย Valve Timing Control (VTC) ช่วยควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ

ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับฮอนด้า ซีวิค FC มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น 1.8 E ราคา 869,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ อาทิ

– เบาะผ้า
– ระบบ Push Start
– ระบบ Engine Remote Start
– Honda Smart Key System
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– ปุ่ม Econ
– พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และไฟส่องสว่างท้ายรถ
– หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว
– ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth
– พวงมาลัย Multifunction
– ช่องเชื่อมต่อ USB 1 ตำแหน่ง
– ลำโพง 4 จุด

  • รุ่น 1.8 EL ราคา 959,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 E …

– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple Car Play
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
– ช่องเชื่อมต่อ HDMI
– ลำโพง 8 จุด

  • รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 EL …

– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา
– เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

  • รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย Turbo …

– กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
– แป้นเหยียบคันเร่ง และเบรค แบบสปอร์ต
– ระบบนำทาง Navigator

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก), สีดำคริสตัล (มุก), สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก)

ซึ่งก็ขายดีมากไปตามคาด ลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม! จนภายใน 1 ปี มียอดจองสะสมแล้วกว่า 35,000 คัน

Honda-Civic-Hatchback-FK-2017-TH

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2560 Honda ได้เปิดตัว Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัสรุ่น FK ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต หรูหรา และดีไซน์ด้านท้ายที่ดูโฉบเฉี่ยว ซึ่งตัวรถออกแบบโดย Daisuke Tsutamori พร้อมใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร VTEC Turbo 173 แรงม้า

ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลาย ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 414 ลิตร โดยเบาะหลังพับแบบ 60:40 ได้ ออกมาจำหน่ายเพิ่มเติมในราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) นอกจากนี้ยังมี สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

Honda-Civic-FC-FK-2017-JDM

วันที่ 27 กรกฎาคม 2017 Honda Civic โฉม FC และ FK นี้ ก็ได้กลับไปเปิดตัวขายในตลาดญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ Civic ได้หายไปจากตลาดญี่ปุ่นนานถึง 7 ปี

Honda-Civic-RED-FC-2017

เดือนตุลาคม 2560 Honda เอาใจวัยรุ่นด้วย Civic สีแดงใหม่ Rallye Red

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 Honda Civic FC แล FK มียอดขายสะสมกว่า 68,000 คัน (พ.ศ. 2559 – 2561) และยังมียอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2560 จากรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

Honda-Civic

และในเดือนเดียวกันนี้เอง Honda ได้ปรับปรุง Honda Civic รุ่นนี้เพิ่มเติม ด้วยสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue) ใหม่, เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ในราคา 874,000 – 1,219,000 บาท พ่วงด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDM)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

ในเดือนกันยายน 2562 ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอมแพคท์ได้ถึง 3 ปีซ้อน ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน มีนาคม 2559 – กันยายน 2562 ยอดขายรวมทั้งฮอนด้า ซีวิค และ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก)

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

เดือนพฤศจิกายน 2562 Honda ปรับปรุง Honda Civic Hatchback ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน พร้อมท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลางสไตล์สปอร์ต และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) มาพร้อมสีใหม่ สีเทาโซนิค (มุก) จำหน่ายในราคา 1,229,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

ภายใน ตกแต่งเบาะหนังด้วยสีดำเดินด้ายสีแดง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT สีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต มาพร้อมกับการตกแต่งคอนโซลสีดำแบบ Piano Black

Honda-Civic-Ignite-Red-FC-2020

ล่วงมาถึงเดือนพฤษภาคม 2563 Honda ได้แนะนำ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ในรุ่น TURBO RS เพิ่มเติม

และ Honda Civic โฉม FC กับ FK ก็ยังขายมาได้จนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่ต้องปรับโฉมใหญ่ใดๆ เลย!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมที่สุดของ Honda อีกหนึ่งรุ่น โดยกลุ่มวัยรุ่น วันเพิ่งทำงานใหม่ๆ นิยมซื้อมาใช้งาน หรือแต่งซิ่ง ขับสนุก เกาะถนนดีสมราคา รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้อัตราเร่งดีแบบ VTEC Turbo ส่วนขนาด 1.8 ลิตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ วิ่งทางไกลประหยัด ออพชั่นสมราคา

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รูปโฉมภายนอกมีส่วนดึงดูดสายตาจากผู้พบเห็น เห็นรุ่นนี้ค่อนข้างดูสปอร์ตมาก ส่วนห้องโดยสารภายในกว้าง นั่งสบาย คนสูง 170 เซนติเมตร ก็นั่งสบายทั้งในเบาะหน้า (แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ อาจลุกยาก หรือขาโดนขอบขันไดก่อน เนื่องจากตำแหน่งเบาะต่ำ บวกกับขาต้องยกชันขึ้นมาค่อนข้างสูง) ส่วนเบาะหลังหากคนตัวสูงมากหน่อย หัวอาจชิดกับเพดานได้

ตกแต่งภายในด้วยสีโทนสีเบจ และสีดำ พร้อมแทรกสีเมทัลลิกตามจุดต่างๆ ช่วยให้ดูไม่อับทึบ ปุ่มควบคุมต่างๆ ดูใช้งานได้ง่าย ยกเว้นช่องต่อ USB หรือช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ อยู่ใต้คอนโซลกลาง ใช้งานค่อนข้างยากหน่อย พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ค่อนข้างเบามือ ตอบสนองดีเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยว

แต่ข้อเสียก็มีอยู่เหมือนกัน เนื่องจากตัวรถที่มีความสูงค่อนข้างต่ำ การก้มหยิบของจากฝากระโปรงท้าย อาจหยิบลำบากหน่อยสำหรับคนตัวสูงๆ และเสียงดังก๊อกๆ แก๊กๆ ในห้องโดยสาร ส่วนการเก็บเสียงภายในรถ ทำได้ดีในความเร็วต่ำ ยกเว้นช่วงใช้ความเร็วสูงๆ ทั้งเสียงยาง เสียงลมเข้า จะค่อนข้างดังทีเดียว

ด้านเครื่องยนต์ VTEC Turbo น้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนถ่ายเร็ว เนื่องจากน้ำมันเครื่องเป็นตัวลดอุณหภูมิของแกนเทอร์โบ หากใช้งานหนัก น้ำมันเครื่องจะเสื่อมสภาพเร็ว ก็ต้องเปลี่ยนบ่อยหน่อย ทางฮอนด้าจึงมีการแจ้งเตือนแก่ผู้ใช้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ต้องระวังในส่วนของแร็คพวงมาลัย ที่มีปัญหาเสียงดังเวลาเลี้ยวค่อนข้างบ่อย และแบตเตอรี่ ระบบเกียร์ สายพานในเกียร์ขาด ลูกรอกสายพาน คอมเพรสเซอร์แอร์ หรือสนิมตามดบนตัวถัง ต้องเคลมกันอยู่เรื่อย นอกนั้นก็เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาท

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 530,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถ ตอนนี้ CARRO Automall เรามี Honda Civic FC มือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรืออยากหารถฮอนด้า ซีวิค มือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ เปลี่ยนรถคันใหม่ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถตู้ก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

10-Most-Car-Dealers-And-Service-In-Thailand

ปัจจัยหลักของคนเราที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่สักคัน นอกจากจะเป็นรถยนต์ใหม่ หรือรถมือสองแล้ว ล้วนมองถึงความต้องการหลักๆ ในการใช้รถหนึ่งคัน เริ่มตั้งแต่รูปร่างหน้าตาของตัวรถ เครื่องยนต์ สมรรถนะ ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน

แต่เป็นธรรมดาของทุกสิ่งที่ใช้งานไปนานๆ ย่อมต้องมีปัญหา ขนาดคนยังต้องมีไปหาหมอที่โรงพยาบาล รถยนต์ก็ต้องมีเข้าหาหมอ (ช่าง) ในศูนย์บริการด้วยเช่นกัน เพื่อให้การดูแลรักษายนต์ที่ถูกต้อง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งศูนย์บริการ ยิ่งมีมาก หรือมีในทุกจังหวัดทั่วไทย ยิ่งดี เพราะเวลารถเสีย รถมีปัญหา ก็ไม่ต้องกังวล หาที่ซ่อมได้เลย

วันนี้ MR.CARRO จะมานำเสนอให้ดูกันครับว่า 10 อันดับ รถยนต์แบรนด์ดังแต่ละยี่ห้อในตอนนี้ จะมีโชว์รูม และศูนย์บริการทั่วประเทศ อยู่กี่แห่งบ้างครับ …

Toyota-Dealer

1. Toyota

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Toyota นับได้ว่ามีมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีด้วยกันถึง 471 สาขา

ซึ่งแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นออฟฟิศ 10 สาขา, โชว์รูม 467 สาขา, ศูนย์บริการทั่วไป 462 สาขา และศูนย์บริการตัวถังและสี 255 สาขา

Isuzu-Dealer

2. Isuzu

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Isuzu มีด้วยกันถึง 335 สาขา

ซึ่งแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นโชว์รูม 329 สาขา, ศูนย์บริการ 332 สาขา และศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง 53 สาขา

Honda-Dealer

3. Honda

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Honda มีด้วยกันถึง 240 สาขา

Mitsubishi-Dealer

4. Mitsubishi

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Mitsubishi มีด้วยกันถึง 231 สาขา

Ford-Dealer

5. Ford

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Ford มีด้วยกันถึง 179 สาขา

Nissan-Dealer

6. Nissan

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Nissan ซึ่งมีด้วยกันถึง 177 สาขา

ซึ่งแบ่งออกไปเป็นโชว์รูมที่จำหน่าย Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) 32 สาขา และศูนย์บริการเปิด 7 วัน อีกด้วยกัน 29 สาขา

MG-Dealer

7. MG

โชว์รูม และศูนย์บริการของ MG มีด้วยกันถึง 150 สาขา ตามแผนงานที่วางไว้ และตั้งเป้าการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเป็น 170 แห่ง ภายในปี 2564

Mazda-Dealer

8. Mazda

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Mazda ซึ่งมีด้วยกันถึง 140 สาขา

Suzuki-Dealer

9. Suzuki

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Suzuki มีด้วยกันถึง 125 สาขา

Mercedes-Benz-Dealer

10. Mercedes-Benz

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Mercedes-Benz มีด้วยกันถึง 46 สาขา จัดว่ามากที่สุด ในบรรดาแบรนด์รถยุโรปทั้งหมด

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ ต้อง CARRO! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลโชว์รูมและศูนย์บริการ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่บริษัทรถยนต์หรือตัวแทนจำหน่ายอีกครั้ง

Honda-Odyssey-G1

หากเราย้อนกลับไปในช่วงประมาณปลายยุค 80 ในเวลานั้นตลาดรถยนต์ทั่วโลกเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง (ซึ่งก็ไม่ต่างกับในยุคปัจจุบัน ที่ค่ายรถทั่วโลกตื่นตัวกับรถยนต์ไฟฟ้านั่นล่ะครับ) นั่นคือ รถยนต์ในรูปแบบ Minivan หรือรถ MPV (Multi-Purpose Vehicle) เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีครอบครัวใหญ่ หรือแม่บ้าน ที่มีลูกหลายคน

ด้านค่ายรถญี่ปุ่นหลายแบรนด์ ซึ่งจากเดิมเน้นการนำรถแวกอน หรือรถตู้ในค่าย มาตกแต่งให้เป็นรถแนว RV (หรือ Recreational Vehicle) สำหรับใช้ในการท่องเที่ยว ผจญภัย มากไปกว่ารถที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือใช้งานในเมืองแบบรถ MPV ซึ่งแทบทุกค่ายก็เตรียมพัฒนารถยนต์รูปแบบ Minivan กันอย่างยกใหญ่

ไม่เว้นแม้แต่ Honda ยังต้องประกาศเปิดตัว Honda Odyssey (ฮอนด้า โอดีสซีย์) ซึ่งเป็น Minivan รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ ช่วงต้นยุค 90 ขึ้นมาขายกับเขาด้วย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Odyssey (RA) มือสองรุ่นแรก ที่คนไทยหลายคนชื่นชอบให้ฟัง ว่าในเวลานี้ ยังน่าใช้อยู่หรือไม่ …

Honda-Odyssey-Concept-RA

Honda ได้เริ่มต้นวางแผนในการพัฒนา Honda Odyssey รุ่นแรกนี้ในช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 1990 เกิดขึ้นจาก Koichi Amemiya ประธานของ American Honda Motor เวลานั้น อยากให้ทางทีมงานของ Honda R&D Center ที่โรงงาน Sayama ประเทศญี่ปุ่น พัฒนารถยนต์ Minivan ขึ้นมาสักหนึ่งรุ่น สำหรับตลาดอเมริกาเหนือเป็นพิเศษ ซึ่งต้องใช้พื้นฐานและเครื่องยนต์ V6 ของ Honda Legend ได้

Kunimichi Odagaki วิศวกรของ Honda R&D Center จึงถูกเรียกตัวไปเพื่อโครงการนี้ ก่อนจะถูกแต่งตั้งให้เป็น Chief Engineer (CE) พัฒนารถรุ่นใหม่ ก่อนจะเดินทางไปยัง USA ในเดือนกันยายน 1990 พร้อมกับสมาชิกในทีม 5-6 คน ไปดูศึกษาข้อมูลและตลาดของรถ Minivan ในตลาดสหรัฐฯ

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า รถ Minivan ในตลาดสหรัฐ มีราคาจำหน่ายอยู่ประมาณ 20,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่ถ้า Honda ผลิตรถแนวนี้ขาย ราคาอาจพุ่งไปที่ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ ด้วยต้นทุนของการต้องตั้งโรงงานใหม่ เพื่อติดตั้งเครื่องยนต์ V6 จากในรุ่น Legend ซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากเลือกเครื่องยนต์ 4 สูบ จาก Accord เป็นทางเลือกก็พอจะได้

แต่จู่ๆ ทางทีมผู้บริหาร Honda ก็ตัดสินใจยกเลิกโครงการนี้ทิ้งไปซะงั้น! ทำให้ทางทีมวิศวกรรู้สึกว่า Honda กำลังทิ้งบ่อน้ำบ่อทองเสียแล้ว เลยใช้ “อารยะขัดขืน” แอบพัฒนารถรุ่นนี้เป็นโปรเจค “ใต้ดิน” แบบไม่ต้องอยู่ใน Honda R&D Center ซะเลย!

แต่กว่าจะสรุปรูปแบบการพัฒนาตัวรถ พัฒนาภายในห้องโดยสาร ขายไอเดียให้ผู้บริหาร Honda รวมถึงสร้างแบบจำลองภายในห้องโดยสารจาก Styrofoam Mocl-Up ที่ทำจากโฟมยักษ์ เพื่อนำเสนอในบริษัทอีก …

จากการผลักดันจนสุดตัวของ Kunimichi Odagaki ในที่สุด จึงได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาอย่างเต็มตัว ในเดือนเมษายน 1991 ด้วยชื่อโปรเจค “PJ” ที่เปรียบเหมือน Odyssey รุ่นนี้ ราวกับเป็นเครื่องบินส่วนตัวติดล้อ (หรือ Personal Jet) โดยรถที่พัฒนาขึ้น ต้องมีลักษณะการใช้งานที่อเนกประสงค์แบบรถแวน และมีขุมพลัง ความปลอดภัย และขับง่ายแบบรถเก๋ง ด้วยต้นทุนที่ถูกสุดเท่าที่ทำได้ Honda Odyssey รุ่นนี้ จึงสามารถใช้อะไหล่ร่วมกันได้หลายอย่างกับ Honda Accord

Honda-Odyssey

ตัวรถออกแบบโดย Motoaki Minowa ภายใต้แนวคิด “Creative Mover”

ชื่อรุ่นมีความหมายว่า “การเดินทางผจญภัยอันยาวนาน” มาจากบทประพันธ์มหากาพย์กรีกโบราณ หนึ่งในสองเรื่องของ Homer (โฮเมอร์) คาดว่าประพันธ์ขึ้นในราว 800 ปีก่อนคริสตกาล ในชื่อ “Odusseia” ว่าด้วยการเดินทางกลับบ้านที่อิธาคา ของวีรบุรุษกรีกชื่อ Odysseeus (โอดิซูส) (หรือ Ulysses (ยูลิซีส) ตามตำนานโรมัน) หลังจากการล่มสลายของทรอย

Honda Odyssey Video Catalogue

Honda Odyssey รหัส RA1-RA4 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นเมื่อ 20 ตุลาคม 1994 ด้วยโฆษณาในธีมครอบครัวสุดประหลาดแต่ดูฮา จากการ์ตูนชื่อดังอย่าง “The Addams Family” พร้อมทั้งส่งออกไปจำหน่ายยังอเมริกาเหนือด้วย

Honda-Odyssey-RA-1994-JDM

รูปลักษณ์ภายนอก ยังไม่ทิ้งความเป็นรถเก๋งนัก ดีไซน์ในแบบเรียบง่าย เน้นความลู่ลม ด้านข้างประตูบานใหญ่ทั้งหน้าและหลัง ขึ้นลงสะดวก ฝากระโปรงบ้านท้ายมีขนาดใหญ่ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ด้านบน

มิติตัวรถยาว 4,750 มม. กว้าง 1,790 มม. สูง 1,640 มม. ระยะฐานล้อ 2,830 มม.

Honda-Odyssey-RA-1994-JDM

ส่วนภายในห้องโดยสาร มีให้เลือกทั้งในรุ่นแบบ 6 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง ชูความโดดเด่นด้วยพื้นห้องโดยสารต่ำ (Low-Floor) ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งและสูงขึ้น ในลักษณะพื้นเล่นระดับ ด้วยมิติความยาว 2,810 มม. กว้าง 1,505 มม. และสูง 1,200 มม. สามารถเดินไปมาภายในได้สะดวก

เบาะนั่งแบบผ้าเล่นโทนสีเทา ปรับได้หลายรูปแบบ เบาะแถวกลางพับและหมุนได้ รวมไปถึงจุดเด่นอย่างเบาะนั่งในแถวที่สาม ที่สามารถพับเก็บเป็นแนวราบกับพื้นได้ หรือสามารถพลิกมายังด้านท้ายรถ เพื่อใช้นั่งชมวิวได้!

เย็นฉ่ำกับระบบแอร์แยกทั้งหน้าและหลัง อุ่นใจกับระบบความปลอดภัย กับเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และที่เก็บของมากมายจุใจ

Honda-Odyssey-RA-1994-JDM

ระบบช่วงล่างหน้า-หลัง เป็นแบบ ดับเบิลวิชโบน อิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโคลง ที่พัฒนาใหม่ ควบคู่กับระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม ABS และจัดวางถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ ขนาด 65 ลิตร ไว้ที่บริเวณใต้เบาะนั่งแถวที่สอง

Honda Odyssey เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือก ได้แก่ ….

2.2 ลิตร รหัส F22B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 145 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.0 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 10.2 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคอพวงมาลัย 4 สปีด PROSMATEC (Type II) บนระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD แบบ Real-time 4WD

แรกเริ่มมีให้เลือกด้วยกันเพียง 3 รุ่นย่อย ได้แก่ B (มีเฉพาะ 7 ที่นั่งเท่านั้น) กับ S และ L (มีทั้งแบบ 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ให้เลือก)

ในปี 1994 ก็ได้รางวัล Japan Car of The Year และรางวัล Automotive Researchers’ and Journalists’ Conference Car of the Year award (หรือ RJC Car of The Year) ไปครองถึง 2 รางวัลรวด

Isuzu-Oasis

Isuzu Oasis ที่ขายในสหรัฐอเมริกา

อีกทั้งยังมีส่งออกไปจำหน่ายในทั่วโลก ทั้งในอเมริกา (พร้อมผลิตรถแบบ OEM ส่งให้ Isuzu นำเข้าไปขายในชื่อ Isuzu Oasis ด้วย) ออสเตรเลีย รวมไปถึงในยุโรปด้วย (ในชื่อ Honda Shuttle)

Honda-Odyssey-Field-Deck-RA-1996-JDM

ในเดือนมกราคม 1996 เพิ่มรุ่นหรูอย่าง Exclusive และเพิ่ม Sunshine Roof หลังคากระจกในเบาะนั่งแถวที่สองและสาม ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เล็กๆ ในวันที่ 2 กันยายน 1996 ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่าง พร้อมเพิ่มรุ่น Field Deck ที่มี Fiberglass Reinforced Plastics หรือ (FRP) หรือ แผ่นหลังคาโปร่งแสงแบบพับเก็บได้ ทำเป็นที่นอนบนหลังคาได้ 2 คน เป็นต้น

ในเดือนสิงหาคม 1997 ไมเนอร์เชนจ์อีกรอบ ปรับขนาดเครื่องยนต์ใหม่เป็นขนาด 2.3 ลิตร รหัส F23A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.8 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 11.2 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น)

Honda-Odyssey-Prestige-RA-1997-JDM

และเริ่มขยับสู่ความหรูมากขึ้น ในเดือนตุลาคม 1997 กับ Odyssey Prestige (รหัสรุ่น RA5) ในรูปแบบ 5 ที่นั่ง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร ในรหัส J30A แบบ V6 สูบ SOHC 24 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 200 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 27.0 กก.-ม. ที่ 4,700 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 8.8 กม./ลิตร (วัดตามโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น)

ส่วนตลาดอเมริกา ทาง Honda เห็นว่า Odyssey ที่ขายในญี่ปุ่นนั้นแลดูมีขนาดเล็กไปเมื่อเทียบกับไซส์ฝรั่งนั่งแล้ว จึงแยก Odyssey เจเนอเรชั่นต่อไป ออกไปเป็นพิเศษให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นปกติ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ หรือตลาดตะวันออกกลาง เป็นต้น

โดย Honda Odyssey เวอร์ชั่นต่อจากนี้ จึงผลิตขึ้นที่โรงงาน Honda Of Canada เมือง Ontario ประเทศแคนาดา ทำตลาดในชื่อ Honda Odyssey ในเดือนสิงหาคม 1998 ซึ่งก็ได้ยอดขายพุ่งพรวดสมใจอยาก! และยังมีส่งกลับมาขายในญี่ปุ่น ในชื่อ Honda Lagreat เปิดตัวเมื่อ 3 มิถุนายน 1999

และนี่ก็คือประวัติของเวอร์ชั่นญี่ปุ่น โดยสังเขปประมาณนี้ …

Honda-Odyssey-RA-1995-TH

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทย เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2538 มีให้เลือกเพียงรุ่น 6 ที่นั่ง แบบเดียวเท่านั้น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร 140 แรงม้า มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดง Bordeaux Red Pearl และ สีน้ำเงิน Nocturne Blue Pearl ซึ่งก็ได้รับความนิยมพอสมควร

ในเวลานั้น บรรดาผู้จำหน่ายอิสระ ต่างก็มีนำเข้ารุ่น Spec ญี่ปุ่นมาขายด้วยเช่นกัน

Honda-Odyssey-RA-1997-TH

พอในเดือนมีนาคม 2540 Honda ได้นำเข้า Odyssey อีกล็อต เปลี่ยนล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่แบบในรุ่น Prestige พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ เพิ่มสีเงิน Sapphire Silver ใหม่ และสีน้ำเงิน Mystric Blue Pearl ใหม่ เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ Immobilizer เป็นต้น ก่อนจะหายไปจากท้องตลาดราวปี 2541

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถ Minivan ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ที่มีราคาหลักล้านบาทเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว พร้อมด้วยออพชั่นและความอเนกประสงค์ที่ดูน่าใช้มากๆ นั่งสบายทุกที่นั่ง มีแอร์แยกหน้าหลัง เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวใหญ่ หรือมีลูก 2-3 คน

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รุ่นนี้แม้ว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตรและ 2.3 ลิตร ให้สมรรถนะพอตัว ทนทาน อะไหล่ส่วนใหญ่ (ยกเว้นตัวถัง) ใช้ร่วมกับ Civic, Accord หรือ CR-V ได้ อาจจะไม่สะใจขาซิ่งสักเท่าไหร่ แต่การปรับเซ็ตเกียร์มาให้เพิ่งแรงบิด ออกตัวได้เร็วขึ้น ก็น่าจะทดแทนกันได้ ผนวกกับช่วงล่างที่ค่อนข้างเกาะถนน เข้าโค้งขับสนุก และเบาะนั่งที่ปรับได้อเนกประสงค์ น่าจะถูกใจคุณหนูๆ ไม่น้อย

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ถ้าจะซื้อต้องหารถคันนี้สภาพไม่ช้ำมาก เครื่องยนต์ยังกำลังดี เกียร์ยังใช้งานได้ปกติ แต่ถ้ารถสภาพไม่ดีแล้ว ก็สามารถหาเครื่องในตระกูล Honda วางใหม่ได้ แถมด้านท้ายรถ ยังพอติดแก๊ส LPG ได้ สำหรับคนใช้รถเยอะ ตัวรถยังซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาทก็พอเพียง (แต่อะไหล่ตัวถัง หายากหน่อยนะ)

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 120,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Fastest-Growing-Companies-2021

สื่อใหญ่อย่าง The Straits Times หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษของประเทศสิงคโปร์ ได้ร่วมกับ Statista เว็บไซต์รวมฐานข้อมูลสถิติทางธุรกิจอันดับ 1 ของโลก เผย 75 อันดับ บริษัทที่มีการเติบโตไวที่สุดในสิงคโปร์ประจำปี 2021

ซึ่งอันดับ 1 ของการจัดอันดับในครั้งนี้ ต้องยกให้ CARRO สตาร์ทอัพด้านการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองแบบครบวงจรของประเทศสิงคโปร์ และยังขยายธุรกิจครอบคลุมตลาดรถมือสองในหลายประเทศ มีการเติบโตโดยรวมสูงเป็นอันดับ 1 ที่มากถึง 14,158.5% และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate หรือ CAGR) อยู่ที่ 422.40%

Carro-Manit-Ghogar

สำหรับในตลาดประเทศไทยของ CARRO นายมานิต โกการ์ Country Manager (ผู้จัดการสาขาประเทศไทย) บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยทิศทางธุรกิจภาพรวมที่ผ่านมา ว่า “ณ ปัจจุบันนี้เราได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 4 ปี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบกันทุกส่วนทั่วโลก

ซึ่งภาพรวมของ CARRO เองนั้น ทั้งในสาขาที่ต่างประเทศและประเทศไทยเอง นับว่ารายได้ของเราในช่วงโควิด-19 ดีเกินคาดจากที่ประเมินไว้ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ ผู้คนจำเป็นต้องใช้เงินสด และความต้องการใช้รถยนต์ยังมีอยู่ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการเดินทาง หรือการหลีกเลี่ยงจากผู้คนมากมายในระบบขนส่งมวลชน เราจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ ที่คนส่วนใหญ่ใช้บริการ จึงทำให้เราตัดสินใจขยายธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ที่ผ่านมา โดยได้ทำการแบ่งแฟลตฟอร์ม การซื้อ – ขายรถยนต์มือสองไว้ 4 กลุ่มใหญ่ๆ อย่างชัดเจน ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 Website : CARRO Express บริการสำหรับลูกค้าบ้านทั่วไปต้องการขายรถด่วน
  • กลุ่มที่ 2 CARRO Wholesale Application เป็นช่องทางการซื้อและขายผ่านการประมูลตลอดทั้งวัน
  • กลุ่มที่ 3 Partnership team การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจของเรา เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ต้องการขายรถจากโชว์รูม รถองค์กร หรือ รถตัดทั่วประเทศ และ
  • กลุ่มที่ 4 ตลาดรถ ซึ่งเป็นช่องทางอีกทางหนึ่งที่ช่วยดีลเลอร์ขายรถในระบบออนไลน์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทั้ง 4 ช่องทางนี้ เรียกได้ว่าครอบคลุมและครบวงจรที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ อีกทั้งเรายังสวนกระแสวิกฤติเศรษฐกิจโดยขยายทีมงานเพิ่ม ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังแข็งแกร่งในสภาวะเช่นนี้ จึงทำให้ CARRO Thailand นั้นเป็นครอบครัวที่ใหญ่มาก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน CARRO ทั่วโลกมีสาขาอยู่ 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ (HQ) อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย

Carro-Automall

และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองโดยตรงกับเรา CARRO จึงได้ขยายธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ด้วยการเปิดโชว์รูม CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) ในย่านเกษตร-นวมินทร์ ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม รับประกันคุณภาพทุกคัน จากทาง CARRO โดยตรงอีกด้วย

CARRO จัดว่าเป็นตลาดค้าส่งยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพสูงมาก เมื่อเทียบกับธุรกิจสตาร์ทอัพเจ้าอื่น ซึ่งเรายังคงมุ่งเน้นและพัฒนาการให้บริการการซื้อและขายรถมือสองในรูปแบบออนไลน์ที่ดีที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนในการขายรถให้กับลูกค้าของ CARRO ทั่วประเทศไทย”

Carro-Fastest-Growing-Companies-2021

สำหรับผลการจัดอันดับ สามารถดูได้ตามตารางนี้

อันดับ บริษัท ประเภทธุรกิจ   อัตราการเจริญเติบโต (%) อัตราเติบโตเฉลี่ย ต่อปี (Compound Annual Growth Rate – CAGR) (%)   รายได้ในปี 2019 (สิงคโปร์ดอลล่าร์) รายได้ในปี 2016 (สิงคโปร์ดอลล่าร์) จำนวนพนักงาน 2019 จำนวนพนักงาน 2016
1 Carro Technology 14158.5% 422.40% 117,800,000 826,176 400 10
2 SCI Ecommerce E-commerce 7479.7% 323.20% 62,860,749 829,332 92 12
3 Roadbull Logistics Technology 3961.6% 243.70% 9,227,079 227,178 135 34
4 Ninja Van Logistics Transport 2736.7% 205.00% 340,400,000 12,000,000 25655 1633
5 Blue Wireless Telecoms 2367.5% 191.10% 3,818,537 154,752 25 4
6 RedDoorz Travel and leisure 2262.5% 186.90% 11,600,000 491,000 1556 49
7 BR Metals Waste management and recycling 1927.1% 178.90% 146,509,106 7,227,568 16 6
8 Coda Payments Fintech 1581.7% 162.00% 109,574,188 6,515,847 104 19
9 Thermomix Singapore/The Future of Cooking Retail 1488.8% 151.40% 11,395,916 717,285 10 8
10 WAVE Life Sciences Health 1267.9% 144.60% 21,609,815 1,579,775 301 96
11 Nium Fintech 999.2% 122.30% 9,981,000 908,000 334 118
12 SQREEM Technologies Technology 941.2% 118.40% 7,596,009 729,554 101 32
13 Ecommerce Enablers E-commerce 851.4% 111.90% 38,608,803 4,058,029 465 120
14 Redhill Communications Advertising 788.4% 107.10% 4,345,204 489,126 75 16
15 Prince Education Education 700.0% 100.00% 2,000,000 250,000 8 3
16 Grain Food and beverage 612.9% 92.50% 13,580,000 1,905,000 155 33
17 Sing Fuels Transport 515.9% 87.50% 571,201,043 92,739,790 28 13
18 I Switch Energy 552.5% 86.90% 129,738,185 19,882,095 57 11
19 Declarators Transport 539.4% 85.60% 1,512,319 236,539 24 9
20 2C2P Fintech 480.1% 83.80% 109,973,865 18,957,088 343 168
21 Fundnel Fintech 493.6% 81.10% 5,796,679 976,567 28 14
22 A-Plus Automation Industrial goods 376.3% 68.30% 27,930,782 5,863,775 13 11
23 Aem Holdings Industrial goods 360.8% 66.40% 323,130,000 70,123,000 527 295
24 Ahrefs Technology 311.6% 63.90% 68,199,278 16,568,173 25 13
25 Penguin International Industrial goods 308.1% 59.80% 136,337,000 33,405,000 n/a n/a
26 Sunseap Group Energy 308.0% 59.80% 103,410,983 25,346,563 185 82
27 Align Group Management consulting 306.2% 59.60% 1,913,558 471,137 18 8
28 AJ2 Holdings Interiors 256.7% 52.80% 5,350,000 1,500,000 34 10
29 MiRXES Technology 255.5% 52.60% 3,592,530 1,010,529 40 7
30 SirionLabs Technology 229.4% 52.20% 15,396,141 4,673,885 450 180
31 Gushcloud Media 248.2% 51.60% 23,853,108 6,850,632 200 50
32 Bluconnection Fashion 212.3% 49.50% 51,861,504 16,604,818 8 6
33 Vita Group Industrial goods 208.8% 45.60% 15,049,463 4,873,202 8 4
34 KSE Marine Works Construction 208.6% 45.60% 24,700,000 8,003,000 120 30
35 90 Seconds Technology 181.1% 44.30% 10,095,757 3,591,872 67 87
36 Wewe Media Group Sales and marketing 175.5% 43.40% 13,026,783 4,728,733 8 7
37 OneCare Medical Health 183.9% 41.60% 16,406,221 5,778,103 180 80
38 The Drinkery Food and beverage 179.0% 40.80% 3,411,324 1,222,675 10 4
39 FoodLine.sg E-commerce 159.9% 37.50% 2,561,723 985,730 18 8
40 Atlantic Navigation Holdings Support services 139.9% 36.90% 103,456,162 43,119,744 n/a n/a
41 Mlion Corporation Industrial goods 130.9% 35.20% 74,619,684 32,313,957 13 10
42 Union Gas Holdings Energy 120.6% 30.20% 78,801,000 35,725,000 228 121
43 Rewind Networks Media 95.0% 27.80% 7,478,889 3,835,192 12 9
44 Resonant Networks Telecoms 98.0% 25.60% 5,328,687 2,690,803 18 12
45 GKE Corporation Transport 91.1% 24.10% 107,262,000 56,130,000 939 332
46 Data Connect Technologies Technology 88.8% 23.60% 5,671,945 3,003,687 45 16
47 UnUsUal Travel and leisure 82.8% 22.30% 61,942,680 33,883,020 n/a n/a
48 Rolling Arrays Consulting Technology 81.5% 22.00% 7,346,132 4,046,369 45 37
49 Actspand Food and beverage 81.0% 21.90% 2,082,430 1,150,283 18 9
50 ESCO Technology 77.4% 21.10% 37,218,835 20,979,521 61 45
51 clickTRUE Management consulting 75.7% 20.70% 9,003,000 5,124,000 35 40
52 Yongmao Holdings Industrial goods 55.4% 18.80% 186,003,395 119,667,100 n/a n/a
53 Boustead Singapore Industrial goods 67.5% 18.80% 726,561,000 433,847,000 1135 748
54 DTC World Corporation Sales and marketing 65.2% 18.20% 17,323,663 10,484,852 31 19
55 Connect Group Travel and leisure 63.6% 17.80% 10,758,586 6,574,689 159 92
56 Procurri Corporation Technology 63.0% 17.70% 221,289,000 135,750,000 496 350
57 Baker & Cook Food and beverage 60.7% 17.10% 12,187,585 7,586,015 147 95
58 Sen Yue Holdings Waste management and recycling 59.9% 16.90% 243,442,000 152,224,000 n/a n/a
59 Builders Alliance Construction 59.4% 16.80% 12,777,334 8,015,920 88 79
60 Ti2 Logistics Transport 59.3% 16.80% 12,707,284 7,975,492 22 19
61 Koda Interiors 45.8% 16.00% 78,272,879 53,686,295 2070 n/a
62 IFAST Corporation Fintech 55.6% 15.90% 125,411,120 80,596,370 n/a n/a
63 The Advocators & Co Sales and marketing 55.1% 15.70% 2,137,208 1,378,332 6 4
64 Tesha Corporation Retail 43.4% 15.30% 3,375,229 2,354,459 2 1
65 INTELORG Retail 42.8% 15.20% 310,753,807 217,688,955 15 11
66 QXY Resources Construction 50.3% 14.60% 38,606,778 25,682,101 109 83
67 Katrina Group Restaurants 48.5% 14.10% 84,356,000 56,823,000 n/a n/a
68 EDIT SUITS Fashion 43.6% 12.80% 3,681,152 2,562,814 19 12
69 Decision Science Agency Management consulting 43.3% 12.70% 6,284,908 4,385,306 37 35
70 Powermatic Data Systems Technology 41.0% 12.10% 21,756,000 15,432,000 n/a n/a
71 Benjamin Barker Aust Retail 39.9% 11.80% 13,401,773 9,579,210 77 53
72 Singapore O&G Health 38.7% 11.50% 39,800,000 28,700,000 82 55
73 Geo Energy Group Energy 27.8% 11.00% 336,807,626 263,452,939 188 163
74 E-Tech Building Services Support services 30.8% 9.40% 9,524,276 7,279,974 180 75
75 EOS Furniture Retail 30.2% 9.20% 4,381,917 3,366,612 14 15

หมายเหตุ : ผลการจัดอันดับนี้ เป็นการรวมรายได้จากผลประกอบการของแต่ละบริษัทต่างๆ ในระหว่างปี 2016 ถึง 2019

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Honda-Civic-4-Door-EG

ถ้าจะย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังบูมสุดๆ ยุคฟองสบู่กำลังเบิกบาน ทุนต่างชาติกำลังเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมหาศาล ส่งผลกระทบให้คนไทยที่อยู่ในวัยทำงาน มีเงินใช้มือเติบกันเป็นแถว กล้าตัดสินใจซื้อรถใหม่ โดยไม่หวั่นแม้ดอกเบี้ยรถยนต์จะสูงมากก็ตาม

และอีกหนึ่งในรถยนต์ที่ยอดฮิต ของคนที่เล่นรถ Honda อีกรุ่น ผมก็คงจะต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้ Honda Civic 4 ประตู (EG) (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งเป็น Civic รุ่นที่ได้เผยโฉมเครื่องยนต์ VTEC เป็นครั้งแรกในไทย (ซึ่งจริงๆ แม้ว่าเครื่องยนต์ VTEC จะมีอยู่ใน Civic โฉมก่อนแล้วก็ตาม เพียงแต่ว่าบ้านเรายังไม่มีมา)

ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 20 กว่าปี แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ก็ยังมีการซื้อ-ขาย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิยมเอามาแต่งซึ่งของวัยรุ่น หรือจิ๊กโก๋ในไทย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic 4 ประตู (EG) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ …

โฆษณา Honda Civic (EG) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จ้าง Jodie Foster มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมใช้เพลงดัง “She Drives Me Crazy” ในปี 1988 จากวง Fine Young Cannibals มาเป็นเพลงประกอบโฆษณา

Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ทีมวิศวกรของ Honda R&D เริ่มต้นวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 1988 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Civic (EF) ของ Honda ที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอยู่ โดยทาง Honda มุ่งหมายให้รถรุ่นนี้ ต้องออกมาเป็น “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่ง” (“New Benchmark Car”) ที่ชนะใจคนทั่วโลกให้ได้! คือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นอันดับ 1 ในบรรดารถยนต์นั่งขนาด Compact ด้วยกัน

Honda-Civic-Ferio-EG-Design

Honda-Civic-Ferio-EG-Design

ขั้นตอนการออกแบบ Honda Civic (EG) 4 ประตู

ทีมวิศวกรของ Honda เริ่มคิดว่าคนหนุ่มสาวในยุค 2000 จะใช้ชีวิตกันแบบไหน? ที่ต้องออกแบบรถมาให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายนี้ที่สุด จึงถูกส่งไปศึกษาความต้องการของลูกค้า หรือพฤติกรรมในการใช้รถ หรือใช้ชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หรือเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี ที่สหรัฐอเมริกา (ใน West Coast และ Florida) หรือที่บราซิล

Honda-Civic-Ferio-EG-Dimension

มิติตัวรถ ที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่า Civic รุ่นเดิมในแทบทุกมิติ

เพื่อพัฒนา Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ออกมาให้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด และต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เตะตา กว้างขวาง และต้องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

Honda-Civic-JDM

Honda Civic SIR-II รุ่นพลังแรง

Honda เปิดตัว Honda Civic EG ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1991 ซึ่ง Honda Civic รุ่นนี้ จะเป็น Civic รุ่นสุดท้าย ที่ Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนด้า) ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda Motor ได้เห็นในขั้นตอนการพัฒนา แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1991 ก่อนที่ Honda Civic รุ่นนี้จะเปิดตัวเพียง 1 เดือน

พอรถรุ่นนี้เปิดตัวมาไม่นานนัก ก็คว้ารางวัล “Car of the Year Japan 1991-1992” ไปในทันที!

Honda-Civic-Ferio-EG

Honda Civic Ferio

Honda-Civic-Coupe-EG

Honda Civic Coupe นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไปขายในญี่ปุ่น

โดยโฉมนี้ ทาง Honda ที่ญี่ปุ่น ก็ยังได้ตั้งชื่อเล่นประจำรถรุ่นนี้ด้วย ในชื่อ “Sport Civic” ซึ่งมาพร้อม 3 แบบให้เลือก นั่นคือ แบบ 3 ประตู Hatchback, 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan ที่มีพ่วงชื่อต่อท้ายด้วย “Ferio” (เฟริโอ้) เป็นครั้งแรก ก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2005 ในโฉม ES

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EG) 3 ประตู เปิดโลกฮอนด้า สร้างยอดขายถล่มทลาย!

Honda-Civic-Ferio-EG-1991

รูปทรงภายนอก มาแบบรูปทรงลิ่ม ไร้กระจังหน้า เน้นความเรียบ หรู หลังคาเตี้ยกว่ารุ่นเดิม

Honda-Civic-Ferio-EG-1991

ห้องโดยสารภายใน มาในรูปแบบ “Space Design Concept” ด้วยแนวคิดของคนหนุ่มสาวในโลกกว้าง ต้องชมก่อนเลยว่าแผงคอนโซลออกแบบมาได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกัน มีส่วนโค้งนูน ดูทันสมัย และหรูหรา ปุ่มต่างๆ จัดวางในระดับที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปคลำหากันด้านล่างเลย อีกทั้งยังมีกระจกบานหน้าที่ใหญ่มาก รับกับรูปทรงรถที่เตี้ยๆ แบนๆ หน่อย ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดีทีเดียว

Honda-Civic-Ferio-EG-JTCC

ยุค 90 รถแข่งกำลังบูม ในรายการ JTCC ของญี่ปุ่น ก็มี Honda Civic Ferio เข้าแข่งขันกันหลายคัน

Honda Civic 4 ประตู เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ 85 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 100 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.8 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC-E เน้นความประหยัด จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 94 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรงอย่าง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที
  • สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4WD ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับที่ใส่ใน Honda หลายรุ่น รหัส ZC แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.8 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • ส่วนรุ่น 4WD INTRAC ซึ่งย่อมาจาก “INnovative TRAction Control system” เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เชื่อมระบบเบรก ABS เอาไว้ด้วย รหัส ZC แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที

Honda-Civic-JDM

มิติตัวรถของ Civic (EG) 4 ประตู ยาว 4,395 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,375-1,395 มม. และระยะฐานล้อ 2,620 มม. ซึ่งขนาดความยาวของฐานล้อรุ่นนี้ ยังคงใช้เป็นพื้นฐานต่อเนื่องมาจนถึงในรุ่น Civic (EK) หรือรุ่น “ตาโต” และใน Civic (ES) หรือรุ่น “Dimension” กันเลยทีเดียว

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

บรรยากาศงานเปิดตัว Honda Civic เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2535 (ภาพจาก Grand Prix)

ย้อนกลับมาดูในเวอร์ชั่นไทยบ้างดีกว่า สำหรับ Honda Civic (EG) 4 ประตูโฉมนี้ ในไทยเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2535 มาใน Slogan “ศิลปะแห่งยนตรกรรมระดับโลก” หรือ “A New World Standard” แม้ว่าออพชั่นต่างๆ ที่แบบไต๋ออกมา จะดูต่างกันลิบโลกกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเลยก็ตาม …

ในปี 1992 มีให้เลือกกันแค่ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 539,000 บาท

ด้านเต็นท์รถมือสอง ต่างเรียกรุ่นนี้ว่า “ซีวิคเตารีด” (ซึ่งเจ้า Civic “เตารีด” นี่ เรียกกันว่าตั้งแต่ช่วงโฉม EF แล้ว!)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

สำหรับรุ่นย่อย LX และ EX มาพร้อมออพชั่นที่มีแค่เท่าที่จำเป็น (ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดไปหน่อยของ Honda เมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง) เริ่มต้นด้วยล้อแบบกะทะเหล็ก 13 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ ภายในเบาะหนังไวนิล, พวงมาลัยเพาเวอร์ (เฉพาะรุ่น EX), กระจกมือหมุน, กระจกมองข้างปรับภายในรถ, เข็มขัดนิรภัยหน้า-หลัง (แม้ว่าด้านหลังจะเป็นแบบ 2 จุด 2 ตำแหน่งก็เถอะ แต่รถหลายๆ ค่าย ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัยหลังให้ด้วยซ้ำไปนะ)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง และระบบยางรองรับแท่นเครื่องยนต์ 5 ตำแหน่ง อีกทั้งยังติดตั้งระบบกรองไอเสียจากเครื่องยนต์ (Catalytic Converter)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 990 กิโลกรัม และ 1,030 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สีรถที่มีให้เลือก รุ่นปี 1992 มีเฉพาะสีขาว Frost White, สีเงิน Frosty Silver Metallic, สีแดง Phoenix Red, สีน้ำตาล Silk Brown และน้ำเงิน Blue Mica

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1993

มาจนถึงเดือนมิถุนายน 2536 มีการเพิ่มรุ่น LXi และ EXi เพิ่มขนาดเครื่องยนต์เป็น 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,057 กิโลกรัม และ 1,075 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 560,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์เกียร์อัตโนมัติ ราคา 590,000 บาท

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1993

พร้อมปรับและเพิ่มออพชั่นในทุกรุ่นย่อย อาทิ คิ้วขอบกระจกโครเมียม (เฉพาะรุ่น 1.6), ฝาครอบล้อลายใหม่, พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับระดับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะรุ่น 1.6), พวงมาลัยเพาเวอร์ (รุ่น 1.5 EX), กระจกไฟฟ้า 4 บาน, เซ็นทรัลล็อก, เข็มขัดนิรภัยหลังแบบ 3 จุด และคานเหล็กนิรภัยข้างประตู!

และปรับเพิ่ม กับเปลี่ยนสีรถใหม่ด้วย อาทิ สีแดง Milano Red, สีเทา Pewter Gray, สีเขียว Lausanne Green Pearl และ สีน้ำเงิน Harvard Blue Pearl เป็นต้น

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2537 Honda ตัดสินใจปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ อีกครั้ง เช่น เพิ่มล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว ในรุ่น LXi และ EXi, และปรับสีเงินเป็น Sky Silver, สีน้ำเงินเป็น Cobalt Blue Pearl เป็นต้น

Honda-Civic-EG-4-Door-VTi-1994

Honda Civic VTi ตัวนำเข้าแท้ๆ จากญี่ปุ่น ต้องแบบนี้!

เดือนมิถุนายน 2537 Honda เริ่มปรับภาพลักษณ์ ให้รู้ว่าเทคโนโลยีของรถ Honda ไม่ใช่เล่นๆ อีกต่อไป โหมโฆษณาเครื่องยนต์ VTEC กันยกใหญ่ รวมถึง สร้างรูประบายสีเหมือนคนวิ่ง พร้อมเขียนว่า “I AM VTEC” ผ่านทางสื่อต่างๆ และเริ่มส่งรถที่ใช้เครื่องยนต์ VTEC ของ Honda มาขายในไทยหลายรุ่น อาทิ Accord, Integra, Prelude หรือ NSX เป็นต้น

แผนกรถนำเข้า (CBU) เลยเปิดตัว Honda Civic VTi รุ่นนำเข้าจากญี่ปุ่นตามมาด้วย ซึ่งถือว่ามีราคาแพงพอสมควรเลย 745,000 บาท มีออพชั่นเด็ดๆ อย่าง หลังคาซันรูฟไฟฟ้า, ดิสก์เบรก 4 ล้อ, เบาะหลังพับได้, ไฟเตือนเข็มขัดนิรภัย และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับได้ เป็นต้น

มีให้เลือกเพียง 2 สีเท่านั้น คือ สีแดง Torino Red และ สีเงิน Vogue Silver

จุดเด่นอย่างเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม.ที่ 5,200 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,088 กิโลกรัม และ 1,119 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มาแนะนำความเป็น VTEC กับ Civic ครั้งแรกในไทย แม้ว่าจะมียอดขายได้แค่เพียงไม่กี่สิบคันก็ตาม …

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1995

ต่อมา … 7 กุมภาพันธ์ 2538 ฮอนด้าต้องเปิดหน้าตัก สู้กับคู่แข่งเต็มตัว จึงนำรุ่นเครื่องยนต์ VTEC กับรุ่นย่อย VTi-L และ VTi-E มาประกอบขายในไทย ทำราคาถูกลง ขายควบคู่ไปกับรุ่นนำเข้าจากญี่ปุ่น ในช่วงปลายอายุตลาด พร้อมเพิ่มออพชั่นในรุ่นล่างลงมาด้วย เช่น รุ่น 1.5 LX เพิ่มพวงมาลัยเพาเวอร์ และเบาะนั่งแบบกึ่งสักหลาด และล้อแม็กในรุ่น LXi กับ EXi แบบเดียวกับในรุ่น VTEC …

จนกระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม 2538 Honda Civic (EK) หรือรุ่น “ตาโต” โฉมใหม่ ก็เข้ามาแทนที่โฉมนี้นั่นแล …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ แต่หายากหน่อย หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 4 ประตู (EG) เครื่องเดิมๆ มา ซึ่งทนทานก็จริง แต่อาจไม่ทันใจนักในเรื่องของขุมพลังเรี่ยวแรงตกไปตามอายุ และความประหยัด กับแอร์ไม่ค่อยเย็นนัก และชอบมีสนิมขึ้นบริเวณเบ้าไฟหน้า-ไฟท้าย (ยอดฮิต เป็นทุกคัน) ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า กับมุมเสาเอ และตรงซุ้มล้อหลัง กับเบ้ายางอะไหล่ ซึ่งถ้ารถคันไหนยังไม่เคยทำสี สีเดิมๆ เลย หรือทำสีมาแล้วทำมาไม่ดี มีสนิมปูดขึ้นมาทักทายแน่นอน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดีจะมาก แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ถ้าเจอรถที่ช้ำมามาก ก็ต้องซ่อมกันค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ มีของใหม่ให้เบิกอยู่ด้วย แม้ว่าอะไหล่ช่วงล่างจะแพงหน่อยก็ตาม (เพราะใช้บูชยางเยอะด้วย) ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Auto-Finance-Leasing-Help-Debtor-From-Covid-19

นับตั้งแต่สถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) เริ่มมียอดผู้ป่วยในประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 จนถึงขณะนี้ มียอดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มส่งผลต่อหลายกิจการอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ภาคการท่องเที่ยว บริษัทรับจัดงานอีเวนท์ จัดออแกไนซ์ ร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ต่างได้รับผลกระทบไปถ้วนหน้า

ซึ่งหลายคนอาจจะถูกลดเงินเดือน ถูกเลิกจ้างชั่วคราว หรือแม้กระทั่งต้องปิดบริษัทเลยก็มี ซึ่งส่งผลกระทบทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาสถาบันทางการเงิน บริษัทไฟแนนซ์ ลีสซิ่ง หรือธนาคาร ต่างก็ตกอยู่ในสภาวะการณ์ที่ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน จึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ติดค่างวดรถ ต่างได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 กันถ้วนหน้า ซึ่งคุณต้องเตรียมเช็กค่างวดรถไว้ล่วงหน้าได้เลย …

MR.CARRO ขอรวมข้อมูลไฟแนนซ์ ลีสซิ่ง สถาบันการเงิน ช่วยเหลือลูกหนี้ ขอผ่อนผันค่างวดรถ ขอพักชำระหนี้ จากไวรัสโควิด-19 Update ล่าสุด! ครับ

https://www.tlt.co.th/photo/c/1050/700/content_photo/20210127131739-0.png

Toyota Leasing

มาตรการช่วยเหลือลูกค้า โตโยต้า ลีสซิ่ง ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ระลอกใหม่

ทางเลือกที่ 1 พักชำระหนี้ 3 งวด โดยเลื่อนการชำระค่างวดสูงสุดไม่เกิน 3 งวด โดยมีค่าดำเนินการที่แสดงอยู่บนแอป TLT Simply

ทางเลือกที่ 2 ปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อลดค่างวดในแต่ละเดือนลงขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ได้ขยาย ซึ่งคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยใหม่

เกณฑ์การสมัคร

1.สำหรับลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อมาตรฐานที่ผ่อนมาแล้วตั้งแต่ 1 งวดขึ้นไป และค้างชำระไม่เกิน 60 วัน หรือ 2 งวด ในวันที่ลงทะเบียน (ไม่รวมลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อสบายดี, สินเชื่อเช่าซื้อสมปองและสมใจ, สินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่, สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกฮีโน่ และบริการเช่าระยะยาว Kinto)

2.การปรับโครงสร้างหนี้จะขยายงวดการชำระตลอดสัญญาเช่าซื้อสูงสุดรวมไม่เกิน 120 เดือน

สามารถลงทะเบียนผ่านทางแอปพลิเคชัน TLT Simply (คลิกที่นี่) https://tltsimply.page.link/tltsimplyได้ตั้งแต่ 27 มกราคม 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2564​

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://www.tlt.co.th/news_detail/V1qPMN46xY

https://www.hondaleasing.co.th/upload/banner/banner-1610959939.jpg

Honda Leasing

มาตรการช่วยเหลือลูกค้า ฮอนด้า ลีสซิ่ง ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ระลอกใหม่

ทางเลือกที่ 1 ลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้)

ทางเลือกที่ 2 พักชำระค่างวดสูงสุด 3 เดือน

มาตรการดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ผ่อนมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และค้างชำระไม่เกิน 60 วัน ในวันที่ลงทะเบียน และไม่เคยทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับ ฮอนด้า ลิสซิ่ง มาก่อน

เอกสารประกอบการลงทะเบียนออนไลน์

หลักฐานแสดงการลดลงของรายได้ เช่น หนังสือเลิกจ้างงาน, บัตรพนักงานและประกาศลดเงินเดือน หรือประกาศปิดโรงงานหรือบริษัท เป็นต้น

ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ Honda Leasing (คลิกที่นี่) ได้ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม – 30 มิถุนายน 2564

B มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าพื้นที่สีแดง

ธนาคารออมสิน

ลูกค้าในพื้นที่สีแดง 28 จังหวัดเสี่ยงโควิด-19

1. เป็นลูกค้าในพื้นที่สีแดง 28 จังหวัดที่เสี่ยงโควิด-19 สูง กรณีประกอบอาชีพใน 28 จังหวัด แต่บัญชีเงินกู้อยู่นอกพื้นที่ ลงทะเบียนไม่ได้ ให้ติดต่อสาขาเจ้าของบัญชีเงินกู้

2. เอกสารที่ต้องเตรียม สำเนาบัตรประชาชน, หลักฐานแสดงรายได้ปกติ/รายได้หลังได้รับผลกระทบ, รูปถ่ายหรือหลักฐานที่ระบุว่าได้รับผลกระทบ

3. ลงทะเบียนในเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th จากนั้นกรอกข้อมูล และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 14 วัน

ระยะเวลา 3-12 เดือน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://www.gsb.or.th/news/gsbpr2/

https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2021/01/Info_.jpg

ธนาคารไทยพาณิชย์

ตามที่สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องแก่ลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยของธนาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้ขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือระยะ 3 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับลูกค้าจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยมีมาตรการดังนี้

  • มาตรการลดดอกเบี้ยสูงสุด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563

บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ ทุกประเภท ลดดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 16%

สินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash และสินเชื่อบุคคล Speedy Loan ลดดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

  • มาตรการเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อแต่ละประเภท สมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ : ลูกค้าสามารถผ่อนเงินต้นค้างชำระ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี นาน 48 เดือน (ยกเว้นบัตร JCB และรายการใช้จ่ายที่ขอใช้บริการดีจังแบ่งชำระรายเดือน)

สินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash : ลูกค้าสามารถผ่อนเงินต้นค้างชำระ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 22% นาน 48 เดือน (ยกเว้นรายการใช้จ่ายที่ขอใช้บริการดีจังแบ่งชำระรายเดือน)

สินเชื่อบุคคล Speedy Loan : ลูกค้าสามารถปรับลดอัตราผ่อน 30% ของอัตราผ่อนเดิม ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

สินเชื่อรถยนต์ : ลูกค้าสามารถพักชำระค่างวด 3 เดือน หรือ ปรับลดอัตราผ่อน และขยายระยะเวลาผ่อน

สินเชื่อบ้าน : ลูกค้าสามารถพักชำระค่างวด 3 เดือน หรือ พักชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม หรือ ปรับลดอัตราผ่อน และขยายระยะเวลาผ่อน

สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย (ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาทต่อปี) : ลูกค้าสามารถพักชำระค่างวดสูงสุด 3 เดือน หรือ ปรับลดอัตราผ่อน และขยายระยะเวลาผ่อน

ธนาคารกสิกรไทย

ประเภทที่ 1 มาตรการช่วยเหลือที่ไม่ต้องลงทะเบียน

– บัตรเครดิตกสิกรไทย : จาก 18% เป็น 16%
– บัตรเงินด่วน : จาก 28% เป็น 25%
– สินเชื่อเงินด่วน จาก 28% เป็น 25%* (*มีผลเฉพาะสินเชื่อที่อนุมัติตั้งแต่ 1 ส.ค. 2563 เป็นต้นไป)
สินเชื่อรถช่วยได้ประเภทจำนำทะเบียนรถ จาก 28% เป็น 24%* (*มีผลเฉพาะสินเชื่อที่อนุมัติตั้งแต่ 1 ส.ค. 2563 เป็นต้นไป)

ประเภทที่ 2 มาตรการช่วยเหลือที่ต้องลงทะเบียน

– บัตรเครดิตกสิกรไทย

  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน หากท่านเข้าร่วมมาตรการพักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยอยู่แล้ว แนะนำให้ท่านลงทะเบียนล่วงหน้าไม่เกิน 30 วัน ก่อนมาตรการเดิมจะสิ้นสุดลง
  • ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้างเป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี ธนาคารอาจพิจารณายกเลิกบัตรของท่าน กรณีเลือกทางเลือกนี้

– บัตรเงินด่วน

  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 รอบบัญชี นับจากเดือนที่ลงทะเบียน หากท่านเข้าร่วมมาตรการพักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยอยู่แล้ว แนะนำให้ท่านลงทะเบียนล่วงหน้าไม่เกิน 30 วัน ก่อนมาตรการเดิมจะสิ้นสุดลง
  • ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี ธนาคารอาจพิจารณายกเลิกบัตรของท่าน กรณีเลือกทางเลือกนี้

– สินเชื่อเงินด่วน

  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 รอบบัญชี นับจากเดือนที่ลงทะเบียน หากท่านเข้าร่วมมาตรการพักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยอยู่แล้ว แนะนำให้ท่านลงทะเบียนล่วงหน้าไม่เกิน 30 วัน ก่อนมาตรการเดิมจะสิ้นสุดลง
  • ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิมเป็นเวลา 6 รอบบัญชี ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

– สินเชื่อบ้านกสิกรไทย

  • ทางเลือกที่ 1 จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและลดอัตรา ดอกเบี้ยลง 0.1% เป็นเวลา 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 50% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 3 พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน

– สินเชื่อเงินด่วน แบบผ่อนระยะยาวเพื่อธุรกิจ

  • ทางเลือกที่ 1 จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 2 ลดยอดผ่อนชำระ 30% เป็นเวลา 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 3 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://kasikornbank.com/th/announcement/Pages/stronger-together2-personal.aspx

https://www.bangkokbank.com/-/media/feature/page-content/bbl-corporate/banners/1280x450/covid-1280x450.jpg

ธนาคารกรุงเทพ

บัตรเครดิต

– ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้
– รับสิทธิ์อัตโนมัติโดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์
– ปรับลดเพดานดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 16% ต่อปี (จากเดิม 18% ต่อปี) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563
– ขยายวงเงินให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง
– สำหรับลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่า เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 – 31 ธ.ค. 64

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

ประเภทสินเชื่อเงินกู้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment Loan)

– ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

ประเภทสินเชื่อเงินกู้ที่มีลักษณะหมุนเวียน (Revolving Loan)

– ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้
– เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา (term loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

– เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน
– หรือเลื่อนชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน
– ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการรวมหนี้ (Debt Consolidation)

– เพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 สงครามการค้า หรือภัยธรรมชาติ

สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี

– สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เงินกู้เสริมสภาพคล่อง
– มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย

บัตรเครดิต กรุงศรี

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

มาตรการที่ 1: ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าทุกราย (โดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือโทรฯแจ้งความจำนงกับบริษัท)

  • บัตรเครดิต: จากเดิม 10% เหลือ 5% ถึง 31 ธันวาคม 64
  • สินเชื่อส่วนบุคคลแบบชำระขั้นต่ำ: จากเดิม 5% เหลือ 3% ตามรอบบัญชี 31 ธันวาคม 64

มาตรการที่ 2: ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษและขยายเวลาผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (โดยต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านโมบายแอพ UCHOOSE เท่านั้น)

  • บัตรเครดิต: ลดดอกเบี้ยพิเศษ 12% และขยายเวลาผ่อนสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)
  • สินเชื่อบุคคล: ลดดอกเบี้ยพิเศษ 22% ลดการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 3% หรือขยายเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

มาตรการที่ 3: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน (ปรับโครงสร้างหนี้)

  • บัตรเครดิต: ลดดอกเบี้ยพิเศษ และขยายเวลาผ่อนสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)
  • สินเชื่อบุคคล: ลดดอกเบี้ยพิเศษ และขยายเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

ลงทะเบียนผ่าน – https://www.krungsricard.com/th/AboutUs/COVID-19-Relief-Phase2.html

ดูรายละเอียดเพิ่ม – https://www.krungsricard.com/th/AboutUs/COVID-19-Relief-Phase2.html

ธนาคารทหารไทย / ธนชาต

สินเชื่อรถยนต์ธนชาต สินเชื่อรถ

  1. สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม ตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี
  2. สินเชื่อรถ สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทโอนเล่มทะเบียนรถ /สินเชื่อรถ (รถใหม่) /สินเชื่อรถ (รถใช้แล้ว)
  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน โดยขยายเวลาผ่อนชำระอีก 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 50% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 6 เดือน โดยขยายเวลาผ่อนชำระอีก 3 เดือน

ดูรายละเอียดเพิ่ม – https://www.tmbbank.com/page/view/loan-covid19.html

ธนาคารกรุงไทย

สินเชื่อบุคคล (ประเภทวงเงินหมุนเวียน)
– เปลี่ยนเป็นวงเงินกู้แบบกำหนดระยะเวลา (Term Loan) 48 งวด หรือ ขยายระยะเวลาได้ตามความสามารถในการชำระหนี้

สินเชื่อบุคคล (แบบกำหนดระยะเวลา)
– ลดการผ่อนชำระลง 30% จากการผ่อนชำระตามสัญญากู้เดิม นานสูงสุด 6 เดือน

สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่มี ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อ Home for Cash, สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน)
– พักชำระเงินต้น (ชำระเฉพาะดอกเบี้ย) นาน 3 เดือน หรือ ลดค่างวด โดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ – https://krungthai.com/covid19-2/main

ดูรายละเอียดเพิ่ม – https://krungthai.com/th/personal/loan/personal-loan/441

ธนาคารยูโอบี

บัตรเครดิตยูโอบี และ บัญชียูโอบีแคชพลัส

  1. ปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบีและแคชพลัสทุกท่าน โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบ
  2. เข้าร่วมโปรแกรมรวมหนี้ (Debt Consolidation) (คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ)

ลูกค้าสินเชื่อบ้าน

โครงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

สินเชื่อลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี และลูกค้าองค์กร

สินเชื่อซอฟต์โลน ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ไม่มีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

  • สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารไม่เกิน 500 ล้านบาท (ตามเกณฑ์คุณสมบัติซอฟท์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2564 เรื่อง คำนิยาม “กลุ่มธุรกิจ”)
  • โดยเป็นวงเงินกู้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้างชำระทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562
  • สามารถยื่นขอสินเชื่อซอฟต์โลนได้ภายในวันที่ 18 เมษายน 2564 (ทั้งนี้ ธนาคารสามารถส่งคำขอสินเชื่อไปยัง ธปท. เพื่อพิจารณาภายในกำหนดการดังกล่าว หลังจากที่สินเชื่อนั้นๆ ได้รับอนุมัติจากธนาคารเรียบร้อยแล้ว)

หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน หรือ UOB Biz Call Centre โทร. 02-343-3555 อีเมล [email protected]

whatsnew

ธนาคารทิสโก้

สินเชื่อเงินกู้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ

– ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี
สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
– ปรับลดค่างวด โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

– เลื่อนการจ่ายเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้
ลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือภายในวันที่ 31 มกราคม 2564

ดูรายละเอียดเพิ่ม – https://www.tisco.co.th/th/fi-support-2.html

161104325670

161104325725

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)

โครงการสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19

ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการเยียวยาเกษตรกรเพิ่มเติมจากการพักชำระหนี้ต้นเงินทั้งระบบ เป็นเวลา 1 ปี ที่ดำเนินไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา และเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs  สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและอยู่ในพื้นที่ 28 จังหวัดที่อยู่ในเขตควบคุมสูงสุดและที่รัฐบาลประกาศเพิ่มเติม โดยธนาคารจะดำเนินการ

1) พักชำระต้นเงินสำหรับเกษตรกร 1 ปี

2) พักชำระต้นเงินผู้ประกอบการ SMEs สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน ระยะเวลา 6 เดือน

กรณีเป็นสินเชื่อใหม่ที่มีหนี้ถึงกำหนดชำระในเดือนธันวาคม 2563 ถึงพฤษภาคม 2564 ให้พักชำระต้นเงินสินเชื่อฉุกเฉินโควิด-19 ที่ถึงกำหนดชำระออกไปอีก 6 เดือน รวมถึงพักชำระต้นเงินสินเชื่อผู้ที่เข้าร่วมโครงการแก้หนี้นอกระบบออกไปอีก 1 ปี

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)  ระลอกใหม่ ในภาพรวม ธ.ก.ส.ได้เตรียมวงเงินสนับสนุนรวมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นในครัวเรือน ผ่านโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรและครอบครัวของเกษตรกร ในอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียงร้อยละ 0.1 ต่อเดือน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 2 ปี 6 เดือนนับจากวันกู้ มีระยะเวลาปลอดการชำระ 6 เดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน และสามารถแบ่งงวดชำระได้ตามความสามารถในการชำระคืน โดยขยายเวลาในการขอสินเชื่อดังกล่าวได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

อิออน ธนสินทรัพย์

มาตรการที่ 1 ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ

– ลดอัตราชำระคืนขั้นต่ำ (เดิม 10%) เป็นดังนี้

  • 5% ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ถึง 2 ธันวาคม 2564
  • 8% ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 มกราคม 2565 ถึง 2 ธันวาคม 2565
  • 10% ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

บัตรสมาชิกอิออน (สินเชื่อยัวร์แคช)

– ลดอัตราชำระคืนขั้นต่ำ (เดิม 3%) เป็นดังนี้

  • 1% แต่ไม่น้อยกว่า 300 บาท* ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ถึง 2 มิถุนายน 2564

มาตรการที่ 2 พักหรือลดค่างวด (สินเชื่อทุกประเภท)

– พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนแต่สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป
– และ/หรือ ลดค่างวดสินเช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ 30% – 50% เป็น- ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

มาตรการที่ 3 เปลี่ยนประเภทสินเชื่อเป็นสินเชื่อระยะยาว อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12%

– สามารถขอเปลี่ยนประเภทสินเชื่อเป็นสินเชื่อระยะยาว โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี อัตราชำระคืนขั้นต่ำ 3% ต่อเดือน

ดูรายละเอียดเพิ่ม – https://www.aeon.co.th/aeon/news-events/news-customers-affected-by-covid-19

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อื่นๆ

ทางธนาคาร สถาบันทางการเงินหลายแห่ง ก็ได้ออกมาช่วยผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบอีกด้วยเช่นกัน

 

อย่าลืมนะครับ เช็กค่างวดรถของคุณก่อน ก่อนจะพักชำระหนี้รถยนต์กันนะครับ

ช่วงเวลาแบบนี้ CARRO มีบริการรับซื้อรถด่วน CARRO Express สะดวกสบายถึงบ้าน แถมไม่เสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วย เพียงลงขายรถที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาของภาพจาก:

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย
Bangkok-International-Motor-Show-2021

“Motor Show 2021” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42) หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานคับคั่ง บนพื้นที่กว่า 170,960 ตร.ม. พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวในงาน หลังจากต้องเผชิญศึกโควิด-19 ไปอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา และในช่วงต้นปีนี้ พร้อมนำเสนอโซนพิเศษ Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ยืนยันแน่นอนถึงจัดงานในวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ท่ามกลางการจัดงานจัดแสดงรถยนต์ตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ New Normal วางมาตรการด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และทั่วโลกในช่วงระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ที่ถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แต่ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของภาครัฐ และเอกชนในการรับมือวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้ความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจภายในประเทศไทยเริ่มมีสัญญาณที่ดีในการฟื้นตัว พร้อมการเริ่มต้นฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ในไทยเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า

https://www.bangkok-motorshow.com/assets/img/bims42_poster_jpg.jpg

สำหรับบริษัทรถยนต์ ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มาด้วย 34 แบรนด์ ประกอบไปด้วย Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Mazda, Hyundai, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi, Porsche , Bentley, Volvo, Kia, Subaru, Hyundai Truck& Bus และ Takano

และในส่วนของค่ายรถมอเตอร์ไซค์ มาด้วยกัน 7 ค่าย ได้แก่ A.P.Honda, Suzuki Moto, Yamaha, Harlay-Davidson, BAJAJ, KTM และ Husquavana เป็นต้น

นอกจากนี้จะมีการเพิ่มโซน Smart EV City เพื่อนำเสนอความเป็นเมืองแห่งอนาคตตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของยุคปัจจุบันที่ต้องการสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลาย รวมทั้งเอื้อต่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าชมงานจะได้พบนวัตกรรมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า นวัตกรรมสินค้าอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

รวมถึงโซน GLAMPING ที่เป็นไลฟ์สไตล์สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว สัมผัสชีวิตกับธรรมชาติ แต่ยังคงต้องการความสะดวกสบาย ที่ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับโซนแสดงรถยนต์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการตั้งแคมป์ภายในรถยนต์

สำหรับมาตรฐานการคัดกรองผู้เข้าชมเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่าจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์เหมือนการจัดงานในปีที่ผ่านมา

Motor-Show-2021-Press-Conference

การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ จะมีการเพิ่มระยะห่างของแต่ละบูธ เพื่อขยายพื้นที่ทางเดินให้กว้างขึ้นจากเดิมเป็นการลดความแออัดขณะเข้าชมงาน โดยมีการกำหนดมาตรการให้เป็นไปตามการจัดงานแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ตรงตามมาตรการทางสาธารณสุข และ ศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงอยู่บนบรรทัดฐาน Amazing Thailand Safety & Health (SHA) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจให้กับผู้ร่วมออกงาน และผู้เข้าชมงานรู้สึกปลอดภัย

นอกจากนี้บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ เพิ่มความเชื่อมั่นให้บริษัทรถยนต์ที่ร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงาน หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA)  รับรองว่าการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มีการจัดเตรียมมาตรการทั้งด้านบริการ และด้านสุขอนามัยเป็นไปตามที่ภาครัฐกำหนด

ที่สำคัญ ในงาน Motor Show 2021 ครั้งนี้ ยังจัดร่วมกันกับงาน Bangkok Used Car Show 2021 รวมรถมือสองไว้มากมาย ณ Challenger 1-2, Loading Area, Impact เมืองทองธานี ในวันที่ 24 มีนาคม 2564 – 4 เมษายน 2564

และ BUS & TRUCK ’21 งานแสดงรถใหญ่รถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษระดับภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด Smart Transportation ณ Hall 5, Impact เมืองทองธานี ในวันที่ 26 – 28 มีนาคม 2564 อีกด้วยครับ!

กำหนดการจัดงาน

  • รอบ VIP (VIP Day) วันที่ 22 มีนาคม 2564
  • รอบสื่อมวลชน (Press Day) วันที่ 23 มีนาคม 2564
  • รอบบุคคลทั่วไป (Public Day) วันพุธที่ 24 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2564 รวมระยะเวลา 12 วัน
  • จันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น.
  • เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00 น.
  • บัตรเข้าชมงาน ราคา 100 บาท รับสิทธิ์ได้รับรางวัลรถยนต์ Ford Everest รถปิคอัพ Ford Ranger และรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท เพียงตอบคำถามจากการสแกน QR Code ด้านหลังบัตร

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

และสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า ขายรถที่ไหนดี? มีแพลนจะเปลี่ยนรถใหม่ ขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota-Corona-TT140-TT141

สวัสดีปีใหม่ 2564 กับบทความแนะนำรถมือสองจาก CARRO บทความแรกของปี 2564 นี้ ในช่วงที่ “โคโรนาไวรัส” หรือ “โควิด-19” ที่กลับมาระลอกใหม่อีกครั้งในบ้านเรา ซึ่งหลายคนอาจต้องทำงานกันแบบ Work From Home อยู่บนฐานวิถีชีวิตใหม่ New Normal กันเป็นแถว

ในช่วงที่วิกฤตโควิด กำลังสร้างความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าทั่วโลกในขณะนี้ การหาซื้อรถมือสองรุ่นที่ตัวเองชอบสักคันมาใช้งานในตอนนี้ มันก็น่าจะดีตรงที่เราอาจซื้อได้เลยไม่ต้องผ่อน หรือผ่อนน้อยๆ ไม่กระทบกับการเงินในเวลานี้ แถมได้ความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

ยิ่งช่วงนี้คนพูดถึง โควิด-19 (COVID-19) เยอะ ก็ทำให้ผมนึกถึงรถยนต์ชื่อดังในอดีตรุ่นหนึ่งของ Toyota ที่ผลิตขายในชื่อ “Corona” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับชื่อไวรัสนี้ …

MR.CARRO เลยขอแนะนำรถมือสอง Toyota Corona (โตโยต้า โคโรน่า) (TT140/TT141) ที่เคยขายในบ้านเราตั้งแต่ปี 2525 – 2528 กันครับ

ก่อนอื่นของเล่าประวัติรุ่นนี้ในญี่ปุ่นสั้นๆ สำหรับ Toyota Corona ท้ายโด่ง (เจนเนอเรชั่นที่ 7) ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มกราคม 1982 ตัวรถถูกออกแบบใหม่หมด ด้วยรูปทรงที่เหลี่ยมคม สไตล์รถทรงกล่อง Boxy Car ยอดฮิตในต้นยุค 80 ที่ Toyota ตั้งใจออกแบบให้ Corona รุ่นนี้ ออกมาชนกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Nissan Bluebird (910) (นิสสัน บลูเบิร์ด) ที่ขายในเวลานั้น

Toyota-Corona-JDM-1982

Toyota-Corona-JDM-1982

จุดเด่นของรุ่นนี้ คือ มุมหน้ารถที่มีลักษณะเหมือนแหลมยื่นออกมาจากฝากระโปรงหน้า และกันชนหน้า จนได้ฉายาจากคนขายรถมือสองในบ้านเราว่า “โคโรน่า หน้าแหลม” แบ่งออกเป็นรุ่นหลักๆ ได้ด้วยกัน 3 แบบ นั่นคือ

Toyota-Corona-JDM-1982

Toyota-Corona-JDM-1982

แบบ 4 ประตู Sedan, แบบ 2 ประตู Hardtop และแบบ Van ขนของ นับเป็น Corona รุ่นสุดท้ายที่ขับเคลื่อนล้อหลัง และมีอายุการขายในตลาดที่สั้น เมื่อเทียบกับโฉมอื่นๆ แต่ในส่วนของเวอร์ชั่น Taxi กลับได้ชื่อว่าเป็น Toyota Corona รุ่นเชิงพาณิชย์ที่ผลิตขายยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 1982 – 1998

Toyota-Corona-Van-JDM

รวมไปถึงการเริ่มลดบทบาทการทำตลาดลง โดยไม่มีการส่ง Corona โฉมนี้ ไปขายในตลาดสหรัฐอเมริกาแล้ว

ส่วนในรุ่น Liftback 5 ประตู ที่เคยมีในโฉมก่อนหน้า สำหรับโฉมหน้าแหลมได้ถูกเว้นวรรคไป ก่อนที่ Toyota จะเปิดตัว Corona Liftback รุ่นเจเนอเรชั่นที่ 8 ขับเคลื่อนล้อหน้า ในเดือนมกราคม 1983 แล้วก็ขายควบคู่ไปกับโฉมหน้าแหลมด้วย

Toyota-Corona-JDM-1982

อีกทั้งยังดึงตัวเอาพรีเซ็นเตอร์จากพระเอกหนังพยัคฆ์ร้าย 007 ชื่อดังชาวอังกฤษ “Roger Moore” (โรเจอร์ มัวร์) มาโฆษณารถรุ่นนี้ด้วย

Toyota-Corona-JDM-1982

สำหรับ Toyota Corona โฉมนี้ ได้พัฒนาขึ้นร่วมกันบนพื้นฐานเดียวกับ Toyota Carina (โตโยต้า คาริน่า) และ Toyota Celica (โตโยต้า เซลิก้า) (เจเนอเรชั่นที่ 3) ทำให้อะไหล่หลายๆ อย่าง สามารถใช้งานร่วมกันได้

และโฉมนี้ยังมีการปรับปรุงที่มากพอสมควร เช่น ระบบพวงมาลัย เปลี่ยนมาใช้แบบ Rack & Pinion เป็นครั้งแรก และโซนาร์ถอยหลัง (Back Sonar) ติดตั้งบริเวณกันชนท้าย ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

มิติตัวรถ (รุ่น Sedan 2000GT) ยาว 4,570 มม. กว้าง 1,660 มม. สูง 1,395 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม.

เครื่องยนต์มีให้เลือกหลากหลายจริงๆ ถึง 5 แบบ! เริ่มต้นตั้งแต่แบบ LASRE Engine (LASRE ย่อมาจาก Light-Weight Advanced Super Response Engine) ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 3A-U (II) 83 แรงม้า, ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1S-U 100 แรงม้า และแบบดีเซล ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1C 65 แรงม้า ส่วนในรุ่น Van ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12T-J

ส่วน Sporty Engine เริ่มต้นกับขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T-EU 105 แรงม้า และรุ่น Top สุด ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 18R-GEU 135 แรงม้า

Toyota-Corona-JDM-1982

ในเดือนกันยายน 1982 มีการปรับปรุงรุ่นย่อยใหม่ ตัดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรออกไป เพิ่มรุ่น 1800GT-T และ 1800GT-TR แล้วบรรจุเครื่องยนต์ (ที่ปรับปรุงใหม่) กับ DOHC Turbo รุ่นแรกของ Toyota ที่ Yamaha มีส่วนในการพัฒนาด้วย ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T-GTEU แบบ 4 สูบ DOHC 8 วาล์ว Twin Cam Turbo พร้อมจุดเด่นอย่างทวินปลั๊ก (2 หัวเทียนต่อ 1 สูบ) 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 21.0 กก.-ม.

Toyota-Corona-JDM-1983

ต่อมาในเดือนตุลาคม 1983 ก็ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ปรับปรุงหน้าตาและไฟท้ายใหม่ และอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ

ในส่วนของหน้าแหลม ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่อีกแล้ว ในรุ่น 1600GT หันมาคบกับขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-GEU ตัวเดียวกับใน Corolla Levin และ Sprinter Trueno AE86 130 แรงม้า

เอาล่ะ ว่าจะเล่าสั้นๆ ก็เล่นซะยาวเลย มาเข้าถึงรายละเอียดของเวอร์ชั่นไทยดีกว่า สำหรับคนที่กำลังมองหารุ่นนี้มาใช้กัน

Toyota-Corona-TH-1982-Press

บรรยากาศงานแถลงข่าว Toyota Corona ’82

สำหรับเวอร์ชั่นไทย Toyota Corona หน้าแหลม รุ่นนี้เปิดตัวกันเมื่อ 23 กรกฎาคม 2525 ที่โรงแรมดุสิตธานี ซึ่งในงานแถลงข่าวเปิดตัวนี้ ก็ได้ทำการแจกโปสเตอร์ ให้เป็นของที่ระลึกสำหรับผู้มางานนี้ด้วย (ซึ่งรูป Poster ก็คือรูป Cover อันแรกของบทความนี้ไงครับ) แถมคุยโม้อีกว่า นี่คือ “เทคโนโลยีใหม่แห่งวิศวกรรมยานยนต์”

ตัวรถ … รายละเอียดถือว่าต่างไปจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นพอสมควร โดยเฉพาะอุปกรณ์มาตรฐาน บ้านเราตัดออกไปเยอะ! … มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.6 DX 4 เกียร์, 1.6 DX 5 เกียร์, 1.8 GL 5 เกียร์ และรุ่น Top สุด อย่าง 1.8 GL Automatic 3 สปีด ในราคา 275,000 – 349,000 บาท

Toyota-Corona-TH-1982

ภายนอกของรุ่น 1.6 DX

ตัวรถภายนอก สังเกตได้ไม่ยากเลยว่ารุ่นไหน 1.6 รุ่นไหน 1.8 … ในรุ่น 1.6 ไฟหน้าจะมีขนาดเล็ก กันชนหน้า-หลังขนาดเล็ก ส่วนด้านท้ายกันชนหลังขนาดเล็ก และไม่มีที่ครอบป้ายทะเบียนด้านข้าง

Toyota-Corona-TH-1982-AD

ภายนอกของรุ่น 1.8 GL

ส่วนรุ่น 1.8 ไฟหน้าโคมขนาดยาว มีสปอตไลท์ในตัว กันชนหน้าแบบยูรีเทนขนาดใหญ่ ด้านข้างมีคิ้วสแตนเลสที่ล้อ 4 ล้อ และคิ้วกันกระแทกข้างตัวรถ ส่วนด้านท้ายกันชนหลังขนาดใหญ่ มีที่ครอบป้ายทะเบียนด้านข้าง

ส่วนเรื่องสนิมไม่ต้องกลัว เพราะรุ่นนี้ผ่านการชุบสี Epoxy ด้วยไฟฟ้าแบบ Cation E.D.P. (E.D.P. ย่อมาจาก Electro Deposition Painting) ที่ได้ชื่อว่า “Ultra Body” ที่โตโยต้าโหมโฆษณาอย่างหนักว่า “สู้ความชื้น ชนะความเค็ม”

Toyota-Corona-TH-1982

ห้องโดยสารภายใน ถือว่าแปลกตาทีเดียวในยุคนั้น กับโทนสีครีมตัดสีน้ำตาล ดูอบอุ่น ในรุ่น 1.6 4 เกียร์ เบาะนั่งแบบกึ่งหนังไวนิลกึ่งผ้า มาตรวัดไม่มีวัดรอบ ส่วนรุ่น 1.6 5 เกียร์ จึงจะมีวัดรอบมาให้

และในรุ่น 1.8 ลิตร จัดอุปกรณ์มาตรฐานมากหน่อยนึง ตั้งแต่กระจกมองข้างด้านคนขับ เบาะกำมะหยี่แบบเต็ม พวงมาลัย 2 ก้านแบบหรู พนักพิงศีรษะขนาดใหญ่, ที่ปรับดันหลังด้านคนขับ, ไฟส่องรูกุญแจสตาร์ท, ไฟส่องพื้นด้านคนขับ, สวิตช์ปรับไฟหน้าปัด, พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้, ที่วางแขนคอนโซลกลางมีฝาปิด และที่วางแขนด้านหลัง เป็นต้น

Toyota-Corona-TH-1982

ส่วนเครื่องยนต์ เวอร์ชั่นบ้านเรายังล้าหลังอยู่ เพราะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับ Corona โฉมที่แล้ว แต่โตโยต้าก็คุยว่าได้ปรับปรุงคอยล์จุดระเบิด ปรับปรุงจังหวะการเปิดปิดของวาล์ว และระบบการจ่ายเชื้อเพลิงคาร์บูเรเตอร์แล้ว

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T แบบ 4 สูบ OHV ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า (SAE) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.0 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 4 สปีด และ 5 สปีด

ส่วนเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3T แบบ 4 สูบ OHV ให้แรงม้าสูงสุด 108 แรงม้า (SAE) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.8 กก.-ม. ที่ 3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 3 สปีด

ระบบช่วงล่างหน้า แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท หลังแบบคานยึด 4 จุด พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง

แม้ว่าโคโรน่า หน้าแหลม รุ่นนี้ในบ้านเราจะไม่มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ใดๆ แต่ในปี 2527 ก็ได้ปรับปรุงอุปกรณ์มาตรฐานนิดหน่อย อาทิ ชื่อรุ่นด้านท้ายในรุ่นย่อย 1.8 GL คำว่า “GL” จะติดตั้งบริเวณด้านซ้ายมือแทนตัวเลข กันชนหน้า-หลัง เพิ่มสีเดียวกับตัวรถเข้าไป และเบาะนั่งภายใน ใช้เบาะกำมะหยี่ลายใหม่ ดูนุ่มยิ่งขึ้น

พร้อมกับฉลองรถออกจากสายการผลิต คันที่ 200,000 ในไทย เป็นรถ Toyota Corona หน้าแหลม พอดี …

Toyota Corona หน้าแหลม รายละเอียดก็มีแค่นี้แหละ จบ!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Corona “หน้าแหลม” ในปัจจุบัน ไม่ใช่รถมือสองรุ่นยอดนิยมแบบในยุค 80 หรือ 90 แล้ว แต่ในวงของคนที่ชอบเล่นรถ Retro รุ่นนี้ก็ยังมีคนเล่นกันอยู่บ้าง มีกลุ่มผู้ใช้งานอยู่ เช่น คนรักรถหน้าแหลม เป็นต้น โดยมากแล้วรถจะช้ำ เก่าโทรมตามสภาพ สภาพดีๆ หายากเลยล่ะ

ถ้าจะซื้อต้องหาคันที่สภาพดีๆ หน่อย ตัวถังไม่ผุมากๆ เป็นใช้ได้ (แต่ส่วนใหญ่จะผุเยอะ จุดยอดฮิตก็หลังคา ใต้บังโคลนล้อหน้า-หลัง ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า เป็นต้น)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ยังพอใช้งานประจำวันได้ ภายในนั่งสบาย ให้ทัศนวิสัยดีมาก ทนทาน ติดแก๊ส LPG ได้เลย เพราะเครื่องยนต์เดิมๆ ตัวนี้ จะกินน้ำมันดุเดือดสุดๆ และเรี่ยวแรงไม่มี ส่วนใหญ่มักนิยมเปลี่ยนเครื่องยนต์กัน อาทิในตระกูล A ก็ 4A-GE ตระกูล S เน้นประหยัด ก็ 3S-FE, 4S-FE

ส่วนเน้นขับมันส์ๆ ก็ตระกูล G อย่างรหัส 1G-GE, 1G-GTE หรือตระกูล JZ อย่างรหัส 1JZ-GE, 1JZ-GTE, 2JZ-GE และ 2JZ-GTE ห้องเครื่องวางลงได้สบายๆ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน แต่ก็ต้องมีซ่อมเยอะตามอายุ อะไหล่ส่วนใหญ่จัดว่าหายากแล้ว ต้องอาศัยคนที่ระเบิดซากรถเก่ามาขาย หรือบางอย่างต้องแปลงเอา เตรียมงบไว้ดูแลเครื่องยนต์ หม้อน้ำ ท่อยางต่างๆ ช่วงล่าง เกียร์ ระบบไฟ เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 – 20,000 บาท ละกัน

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 15,000 – 35,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ) ซึ่งสภาพรถส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่รถบ้านๆ เดิมๆ ก็แต่งจนเละ

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก