เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์รถ Toyota รุ่นอะไร ที่ทำจากเหล็กหล่อ ทนทาน ชนิดที่ว่า น้ำแห้ง รอให้เครื่องเย็น เติมน้ำ สตาร์ทแล้วไปอู่ ก็ยังวิ่งต่อไปได้ สายพานไทมิ่งขาด ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องวาล์ว เพราะออกแบบมาให้หลบวาล์ว จะติดแก๊ส LPG หรือ NGV ก็ได้สบายบรื๋อ แถมยังพิสูจน์การใช้งาน จากคนแท็กซี่มาแล้วนับล้านกิโลเมตร และยังมีอะไหล่ ทั้งแท้ เทียบ เทียม ให้เลือกในตลาดรถยนต์อยู่มากในปัจจุบัน

หลายคนคงต้องตอบกันว่า ต้องเป็น “เครื่องตระกูล A” ของ Toyota (โตโยต้า) แน่นอน

เพราะเครื่องยนต์ตระกูล A เป็นเครื่องยนต์ที่ทาง Toyota เริ่มใช้กับรถตระกูล Corolla ในบ้านเราตั้งแต่ปี 2527 ยาวนานมาจนถึงในปี 2544 อีกทั้งยังมีการวางเครื่องตระกูล A ในรถรุ่นอื่นๆ ของ Toyota ด้วย อาทิ Soluna, Corona หรือ Paseo เป็นต้น และรถรุ่นดังอย่าง Toyota AE86 (หรือ Toyota Sprinter Trueno / Toyota Corolla Levin) ก็ยังใช้เครื่อง 4A-GE ตระกูลนี้เช่นกัน

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา … MR.CARRO ขอพาทุกท่าน มารู้จักกับเครื่องบล็อค A ของ Toyota กันครับ ว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มีให้เลือกกันกี่แบบ ข้อดี ข้อเสีย เป็นอย่างไร ซึ่งในบทความนี้ เราจะขอเน้นหนักในส่วนที่ Toyota ประเทศไทย เลือกใช้เครื่องบล็อค A กับรถที่ขายในบ้านเรา อาทิ 4A, 5A และ 7A เป็นหลัก ไปอ่านกันเลยครับ …

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

สำหรับจุดเริ่มต้นของเครื่องยนต์บล็อค A นั้น เริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่ในช่วงยุค 70 ก่อนจะออกมาและติดตั้งในรถยนต์ Toyota Tercel ในปี 1978 โดยเน้นจุดเด่นเป็นเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะดี ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และปล่อยมลพิษน้อยลง โดยออกแบบให้สามารถวางได้ทั้งในรถขับเคลื่อนล้อหน้า และรถขับเคลื่อนล้อหลัง แทนที่เครื่องยนต์ตระกูล K ที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุค 60

ส่วนในรุ่น Corolla เริ่มต้นใช้กันนับตั้งแต่ในโฉม AE70 (หรือ KE70 ที่ขายในบ้านเรา) เพื่อทดแทนเครื่องยนต์ตระกูล K ที่ใช้กันมานาน จนกระทั่ง Toyota ได้พัฒนาเครื่องยนต์ตระกูล ZZ ขึ้นมาแทนที่เครื่องบล็อค A ช่วงประมาณยุค 2000 ก่อนจะค่อยๆ ทยอยปลดออกจากรุ่นต่างๆ จนหมดในช่วงก่อนปี 2010

ความหมายของเครื่องยนต์ตระกูล A

– ตำแหน่งที่ 1 ตัวเลข 1-8 หมายถึงลำดับของการผลิตในรุ่น เช่น 4A, 5A หรือ 7A เป็นต้น
– ตำแหน่งที่ 2 ตัวอักษร 1 ตัว A หมายถึงชื่อรุ่น
– ตำแหน่งที่ 3 ตัวอักษร G, E, F, H, S, L หมายถึงรายละเอียดการทำงานทั่วไปของเครื่องยนต์
– G DOHC แบบต้องการกำลังมากกว่าปกติ
– E ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า
– F DOHC แบบประหยัด
– ZE ติดตั้งระบบอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วย Supercharger
– T ติดตั้งระบบอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วย Turbo
– U ติดตั้งเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยา (Catalytic Converter)

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 1A

เครื่องยนต์ 1A มีขนาด 1.5 ลิตร เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว ใช้รหัสว่า 1A-C และ 1A-U (เพิ่ม Toyota Two-Way Catalyst ฟอกไอเสีย) ถือเป็นตัวแรกของตระกูล A ที่ Toyota วางใน Toyota Tercel และ Corsa ระหว่างปี 1978 – 1980 ให้แรงม้าสูงสุด 80 แรงม้า

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 2A

เครื่องยนต์ 2A มีขนาด 1.3 ลิตร เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว เริ่มผลิตและวางในรถรุ่น Tercel, Corsa, Corolla II, Corolla และ Sprinter ตั้งแต่ปี 1978 – 1989 ซึ่งได้เพิ่มโช๊คอัตโนมัติ ให้เครื่องยนต์อุ่นเครื่อง จ่ายน้ำมันหนาขึ้นเอง และอัตราส่วนกำลังอัดเครื่องยนต์มากขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์ 2A มีทั้งแบบ 2A, 2A-L, 2A-LC ให้แรงม้าสูงสุด 65 แรงม้า กับ 2A-U และ 2A-LU (เพิ่ม Toyota TTC-C Catalytic Converter) ให้แรงม้าสูงสุด 75 แรงม้า

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 3A

เครื่องยนต์ 3A ยังคงมีขนาด 1.5 ลิตร เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว ถือเป็นบล็อกเครื่องยนต์ตระกูล A ที่ประสบความสำเร็จตัวแรก เริ่มผลิตและวางในรถรุ่น Tercel, Corsa, Corolla II, Corolla, Sprinter, Sprinter Carib, Corona, Carina และรถสปอร์ตอย่าง MR2 ตั้งแต่ปี 1979 – 1989

โดยมีการเลิกใช้ห้องเผาไหม้แบบลีน ที่โตโยต้าที่​เรียกว่า TGP (Turbulence Generating Pot) ที่ใช้มาตั้งแต่เครื่องยนต์รหัส 1A

สำหรับเครื่องยนต์ 3A มีทั้งแบบ 3A, 3A-C ให้แรงม้าสูงสุด 60-72 แรงม้า, รหัส 3A-U ให้แรงม้าสูงสุด 80 แรงม้า, 3A-LU (เพิ่ม Toyota TTC-C Catalytic Converter) ให้แรงม้าสูงสุด 83.5 แรงม้า ส่วนรหัส 3A-HU เพิ่มแรงม้าเป็น 86 แรงม้า

และรุ่น Top สุดอย่างรหัส 3A-SU คาร์บูเรเตอร์คู่ + Toyota TTC-C Catalytic Converter เผยโฉมในปี 1984 มีหน้าตาตัวเครื่อง ฝาสูบ ฝาครอบวาล์ว ดูต่างไปจากแบบอื่นๆ ในบล็อกเดียวกัน ให้แรงม้าสูงสุด 90 แรงม้า ซึ่งต่อมา เครื่องยนต์ตัวนี้พัฒนาไปเป็นรหัส “E” ในปี 1985

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

เครื่องยนต์ 4A

นี่ล่ะ … ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ในตำนานของ Toyota อีกรุ่น ที่คนเล่นรถมักกล่าวถึง …

เครื่องยนต์บล็อค 4A มีขนาด 1.6 ลิตร เริ่มต้นใช้ในรถโตโยต้ามาตั้งแต่ปี 1980 – 2002 เริ่มผลิตและวางในรถรุ่น Tercel, Corsa, Corolla II, Corolla, Corolla Ceres, Sprinter, Sprinter Marino, Sprinter Carib, Corona, Carina, Carina II – Avensis (เวอร์ชั่นยุโรป), Celica และ Daihatsu Charmant (เวอร์ชั่นส่งออก) กับ GEO Prizm (รถที่ Toyota ผลิตร่วมกับ GM)

ส่วนในไทย เครื่องยนต์รหัส 4A “ATOP” เริ่มใช้เป็นครั้งแรก ใน Corolla รุ่น “ท้ายตัด”

พัฒนาขนาดกระบอกสูบให้ใหญ่ขึ้น 81 มม. ส่วนระยะชัก ยังคงเท่ากับเครื่องยนต์รหัส 3A นั่นคือ 77 มม. ส่วนระบบวาล์วก็มีหลากหลายแบบมาก นับตั้งแต่แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว ไปจนถึงแบบ 4สูบ DOHC 20 วาล์ว

เครื่องยนต์รหัส 4A-LC (เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ 71 แรงม้า – เวอร์ชั่นออสเตรเลีย สวิส และสวีเดน 78 แรงม้า) , 4A-C 75 แรงม้า (เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ) ส่วนรหัส 4A-L (เวอร์ชั่นอินโดนีเซีย / ไทย 79 แรงม้า และเวอร์ชั่นยุโรป 84 แรงม้า) , 4A-LC ให้แรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า

เครื่องยนต์รหัส 4A-ELU จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด EFi (Electronic Fuel Injection) + Toyota TTC-C Catalytic Converter ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า (เวอร์ชั่นส่งออก) และ 100 แรงม้า (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น)

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจากคุณ Sit Sanga

มาถึงเครื่องยนต์รหัส 4A-F … ตัวนี้ เริ่มใช้ในไทยกับ Corolla โฉม “โดเรม่อน” และ Corona โฉม “หน้ายักษ์” “หน้ายิ้ม” เป็นครั้งแรก ในช่วงประมาณปี 1987 – 1992 ชูจุดเด่นด้วยระบบมัลติวาล์ว DOHC เพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ ให้สมรรถนะดียิ่งขึ้น และทวินแคม 16 วาล์ว ตอบสนองทันใจ ดุจรถแข่ง!

เครื่องตัวนี้ มาแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความกว้างกระบอกสูบ 81 มม. X ช่วงชัก 77 มม. ให้แรงม้าสูงสุด 94 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์เดี่ยว ชนิดท่อคู่ดูดลงล่าง

และรุ่นพิเศษสำหรับ Corolla Sporty เวอร์ชั่นไทย ใช้เครื่องยนต์รหัส 4A-F คาร์บิวคู่ แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.9 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์เวบเบอร์คู่ ชนิดดูดข้าง พร้อมอุปกรณ์ระบายความร้อนน้ำมันเครื่อง

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

และนี่คือจุดสูงสุด ของเครื่องยนต์ตระกูล 4A เป็นต้นไป เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์รหัส 4A-FE …..

เป็นการต่อยอดพัฒนามาจากเครื่องยนต์รหัส 4A-F โดยเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1987 – 2001 ซึ่งในเจเนอเรชั่นแรก ตัวฝาสูบจะเหมือนกันกับ 4A-F เพียงแต่บริเวณตัวหนังสือ “16 VALVE” จะมีคำว่า “EFI” พ่วงเพิ่มมาด้วย

สำหรับเครื่องยนต์ 4A-FE เจเนอเรชั่นที่ 2 (ซึ่งบ้านเราจะคุ้นเคยกับตัวนี้มาก เพราะเป็นเครื่องที่ใส่ใน Corolla รุ่น “สามห่วง”) ตัวฝาสูบได้รับการปรับปรุงลูกสูบใหม่ ปรับปรุงชุดท่อร่วมไอดี ท่อไอดีออกแบบให้ดูแบนลง พร้อมแปะโลโก้ “Toyota” (ในรุ่นสามห่วง ไมเนอร์เชนจ์ และใน Toyota Corona ท้ายโด่ง)

เครื่องยนต์รหัส 4A-FE เจเนอเรชั่นที่ 2 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจากคุณ Narucha Cha Cha

พอมาถึงในรุ่น ตองหนึ่ง หรือ AE111 ช่วงปี 1996 – 1998 หน้าตายังคงเหมือนเดิม แต่ชุดกรองอากาศเปลี่ยนหน้าตาใหม่ พร้อมเพิ่มกล่องสำรองอากาศและดักฝุ่นก่อนเข้าลิ้นปีกผีเสื้อ ปรับแรงม้าเป็น 115 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 4,800 – 5,400 รอบ/นาที

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจากคุณ Rak Rattanamaytanon

และในส่วนของเครื่องยนต์ 4A-FE เจเนอเรชั่นที่ 3 เฉพาะตลาดในแถบเอเชียและ ASEAN กับตัวที่ใส่ในรุ่น Hi-Torq ที่ออกมาในช่วงปี 1998 – 2001 ปรับชุดท่อไอดีใหม่ดูกลมขึ้น แต่ลดแรงม้าลงมาเหลือ 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจาก อู่เรืองยนต์

พื้นฐานเครื่องเดิมของ 4A-FE ออกแบบมาเน้นการใช้งานทั่วไป เน้นความประหยัด ทนทาน ให้แรงบิดดีในตอนต้น ยิ่งในรถแท็กซี่เป็นที่นิยมมาก (ก็ขนาดเป็นยุคที่ใช้ Altis หน้าหมู หน้าแบน แล้ว ยังยอมขายเครื่องเดิม แล้วกลับมาใส่ 4A-FE กันเลย!) อะไหล่มีให้เลือกเยอะ ทั้งแท้ เทียบ เทียม ซึ่งไม่ลำบากในการหาอะไหล่เปลี่ยน และช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ ระบบไม่ซับซ้อน แต่ต้องสังเกตตรงจานจ่ายหน่อย เพราะซีลชอบรั่วซึมเมื่อใช้เกิน 5 ปี

ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ อายุการใช้งานส่วนใหญ่ก็มักขึ้นหลักแสนกิโลเมตรกันไปแล้ว ตามอายุของรถที่น้อยสุด ก็ปาเข้าไป 20 ปีแล้ว แต่ถ้าถามว่าคนใช้งานเครื่องยนต์รุ่นนี้ ใช้รถวิ่งแค่หลักหมื่นกิโลเมตรยังมีหรือไม่? ผมคิดว่ามี แต่ก็คงหายากมากเลยล่ะ

เจาะลึกจุดเด่น จุดด้อย ประวัติเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota

ภาพรถจาก อู่เรืองยนต์

ถ้าคุณอยากโอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์ใหม่หมด ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 21,000 บาท (แต่ละที่ไม่เท่ากัน) แต่ถ้าเลือกเครื่องเก่าญี่ปุ่นจากเชียงกงมาลง ยุคนี้ถือว่าราคาค่อนข้างแพง เพราะมีเข้ามาค่อนข้างน้อยแล้ว ตกประมาณ 2-3 หมื่นบาทได้ ซึ่งราคานี้อาจรวมทั้งเกียร์ และกล่อง ECU ส่วนสายซิ่งอยากแต่งรถ ก็อาจจะเอา Turbo มาใส่ในเครื่องยนต์ 4A-FE รุ่นธรรมดาก็ยังได้! แต่จะคุ้มหรือเปล่า ไม่รู้ เพราะถ้าจะโมทั้งระบบ น่าจะหลายหมื่นบาทอยู่

และสำหรับในส่วนของเครื่องยนต์ 4A-GE, 4A-GZE รวมไปถึงเครื่องยนต์ตระกูล A ของ Toyota ในแบบอื่นๆ จะมีอะไรบ้างนั้น โปรดติดตามในตอนต่อไป ภาค 2 ครับ! …

สำหรับใครที่อยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

  • Catalogue Toyota หลากหลายรุ่น
  • Wikipedia

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รถตู้รุ่นถือได้ว่า ขายดีและขายได้มากที่สุดของ Toyota นั่นคือ … Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1967 ถึงปัจจุบันก็ 54 ปีพอดี ผ่านการขายมาแล้วถึง 6 เจเนอเรชั่น และยังเป็นที่นิยมของรถตู้ในบ้านเราอีกด้วย

สำหรับรถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) จัดได้ว่าเป็นรถตู้ยอดนิยมในตลาดอันดับ 1 ก็ว่าได้ มีทั้งรถตู้ขนของ รถตู้รับจ้าง รถตู้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งทนทาน ซ่อมง่าย ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า เช็คราคารถมือสอง (ประจำปี 2564) Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ทาง CARRO ขอเสนอราคากลางเฉพาะรุ่น “หัวจรวด” จนถึงรุ่นก่อนรุ่นปัจจุบัน ที่ทาง Toyota เริ่มต้นขายรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2532 – 2547 และ 2547 – 2562 นะครับ ไปเช็คราคากันได้เลยครับ!

Toyota Hiace โฉมปี 1989 – 2004

Toyota Hiace หัวจรวด

รุ่นปี 1989 – 1993

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 30,000 – 70,000 บาท
  • Hiace ตู้ Hi-Roof ดีเซล 2.4 ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 90,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 1993 – 1996

  • ตู้เบนซิน 2.0 ช่วงสั้น / ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงสั้น / ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 2.4 ช่วงยาว หลังคาสูง (LH125) ราคามือสองโดยประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 1997 – 2000

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 150,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 160,000 บาท
  • Super Wagon ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงสั้น ราคามือสองโดยประมาณ 100,000 – 150,000 บาท
  • Super Custom ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว ราคามือสองโดยประมาณ 100,000 – 150,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 2001 – 2004

  • ตู้เบนซิน 2.4 ช่วงยาว – ตู้ดีเซล 3.0 ช่วงยาว / ช่วงยาว GL ราคามือสองโดยประมาณ -100,000 – 180,000 บาท
  • Commuter ตู้ดีเซล 3.0 มาตรฐาน / หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 180,000 บาท
  • Super Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 180,000 บาท
  • Grand Wagon ตู้เบนซิน 2.5 ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 190,000 บาท

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2004 – 2019

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter ทุกรุ่น

รุ่นปี 2004 – 2006 (Hiace / Commuter ประกอบในญี่ปุ่น)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ / ดีเซล 2.5 Eco / ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 600,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter / Ventury ทุกรุ่น

รุ่นปี 2006 – 2011 (Hiace ประกอบในมาเลเซีย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ / ดีเซล 2.5 Eco / ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 500,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 2.5 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 550,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 250,000 – 500,000 บาท
  • Ventury Majesty เบนซิน 2.7 ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 550,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter / Ventury ทุกรุ่น

รุ่นปี 2012 – 2015 (Commuter ประกอบในไทย)

  • ดีเซล 2.5 Eco ตู้ทึบ / ดีเซล 2.5 Eco / ดีเซล 2.5 GL ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 550,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 760,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 480,000 – 730,000 บาท

เช็คราคารถมือสอง Toyota Hiace / Commuter / Ventury ทุกรุ่น

รุ่นปี 2015 – 2019

  • ดีเซล 3.0 Eco ตู้ทึบ ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 550,000 บาท
  • Commuter ดีเซล 3.0 M/T – A/T หลังคาสูง ราคามือสองโดยประมาณ 500,000 – 900,000 บาท
  • Ventury เบนซิน 2.7 G – ดีเซล 3.0 V / G ราคามือสองโดยประมาณ 450,000 – 890,000 บาท

Toyota-Commuter-2019

Toyota Hiace / Commuter โฉมปี 2019 – ปัจจุบัน

  • ราคามือสองโดยประมาณ 920,000 – 1,050,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้รถตู้ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) หรือ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถใช้งานได้อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

4/10/2018

CARRO Automall มาตรการป้องกันโควิด-19

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (Covid-19) ในประเทศไทยเป็นเวลานี้ จะยังคงทวีความรุนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกภาคส่วนต่างร่วมใจกันในการยับยั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19 กันอย่างเต็มที่ โดยทาง CARRO Thailand ก็ได้เตรียมพร้อมในการเพิ่มความมั่นใจ ให้กับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมรถยนต์ภายใน CARRO Automall อย่างสูงสุด

ซึ่ง CARRO Automall เราพร้อมมอบบริการซื้อรถยนต์มือสองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ ตามคอนเซ็ปต์ #ClickBuyDrive ด้วยบริการ Test Drive at Home นำรถที่ลูกค้าสนใจ ไปให้ทดลองขับถึงที่บ้าน ซึ่งรถยนต์ของเราผ่านการทำความสะอาดทุกจุด พร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร ซึ่งพนักงานขายจะนั่งบริเวณเบาะหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ให้คุณได้ทดลองขับได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจ ซึ่งถ้าถูกใจก็สามารถทำการซื้อได้ทันที!

Carro-Automall-Highlight-Cars

Test Drive at Home ให้บริการสำหรับทดลองขับรถเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต้องไม่ใช่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่สำหรับลูกค้าที่มีความสนใจอยากดูตัวรถของจริง สามารถนัดวันทดลองขับรถได้ที่ CARRO Automall ซึ่งในช่วงนี้เรายังเปิดให้บริการตามปกติทุกวัน

แต่ถ้าคุณยังมีความกังวลในสถานการณ์ปัจจุบัน CARRO Automall อีกบริการเสริมอย่างการทดลองขับเสมือนจริงผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวโดยการ Video Call กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชมรถตัวจริง พร้อมอธิบายข้อมูล รายละเอียด รถรุ่นที่คุณกำลังสนใจอยู่ อีกทั้งเปิดให้คุณดูจุดต่างๆ ของรถยนต์ รวมไปถึงสตาร์ทรถให้ฟังเสียงเครื่องยนต์ได้ เสมือนว่าคุณกำลังมาดูที่โชว์รูมจริงๆ ก่อนตัดสินใจนัดทดลองขับ เพื่อที่คุณจะได้มีโอกาสเลือกรถที่คุณถูกใจที่สุดด้วยเช่นกัน

หากคุณสนใจสามารถคลิก “สนใจนัดดูรถ” พร้อมกรอกชื่อ เบอร์โทรศัพท์ เวลานัดหมายที่คุณสะดวกภายในเว็บไซต์ของ CARRO หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับหาคุณภายใน 1 ชั่วโมง (เฉพาะในเวลาทำการ) ซึ่งคุณสามารถแจ้งความต้องการว่าสนใจบริการ Test Drive At Home หรือนัดดูรถที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้าน กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายได้เลย

สำหรับในส่วนของผู้ที่มาเยี่ยมชม หรือใช้บริการทางศูนย์ CARRO Automall เรามีมาตรการในการดูแลสถานที่ รวมทั้งการต้อนรับผู้มาเยี่ยมชม หรือมาซื้อรถที่โชว์รูมดังนี้

  1. ตั้งจุดคัดกรองตรวจคนเข้า-ออก พร้อมคัดกรองสุขภาพที่ปรึกษาการขาย และพนักงานทุกเช้า
  2. มี QR Code ไทยชนะ ให้สแกนทุกครั้งก่อนเข้าเยี่ยมชม
  3. มีบริการจุดวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน และผู้มาใช้บริการ
  4. จัดให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร
  5. บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ภายในโชว์รูม
  6. ทำความสะอาดโชว์รูมทุกจุด ตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการทุกวัน

และนี่คือบริการของเรา เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่สะดวก อุ่นใจ และปลอดภัย โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ก็สามารถซื้อรถได้เลยจ้า

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall

CARRO Automall ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

ส่วนใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

เช็คราคารถมือสอง Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK ทุกรุ่น

รถยอดนิยมของคนวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ไปจนถึงวัยกลางคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ดซีดาน หรือสปอร์ตแฮทช์แบค คงต้องยกให้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในรหัส “FC” และ Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัส “FK” เพราะมียอดขายสะสมทะลุ 100,000 คัน กับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาดรถ Compact 4 ปีซ้อน

ซึ่ง Honda Civic ของทั้ง 2 โฉมนี้ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจทั้งเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 173 แรงม้า ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอย Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK มือสอง แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Honda-Civic-Hatchback

Honda Civic FC โฉมปี 2016 – ปัจจุบัน

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 520,000 – 750,000 บาท
  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 530,000 – 760,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 800,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 900,000 บาท

ปี 2020 เพิ่มสีแดงอิกไนต์ (Ignite Red)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2020 ราคามือสองโดยประมาณ 700,000 – 950,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-MY2020

Honda City Hatchback FK โฉมปี 2017 – ปัจจุบัน

  • Turbo MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 780,000 – 900,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • Turbo MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 840,000 – 900,000 บาท

ปี 2019 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีเทาโซนิค (มุก)

  • Turbo MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท
  • Turbo MY2020 ราคามือสองโดยประมาณ 880,000 – 1,000,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ … แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

เช็คราคารถมือสอง Toyota Fortuner

รถยนต์อเนกประสงค์ที่ขายดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่งของโตโยต้า นั่นคือ “Toyota Fortuner” (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2548 ของโครงการ IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถยนต์อย่างล้นหลาม ยอดจองมากมาย อีกทั้งความทนทาน อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง ราคามือสองไม่ตกมาก Fortuner ยังคงเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ ประเภท PPV ในประเทศไทย และยังเป็นรถยอดฮิตในตลาดต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันขายมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 แล้ว

ย้อนไปเวลานั้น … หลายคนอาจจะซื้อรุ่นนี้ ในตอนที่ยังเป็นรถป้ายแดงไม่ไหว เนื่องจากมีราคาอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านกว่าบาทได้ ก็ต้องมามองหารถมือสองดู เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า และสามารถนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจ หรือจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นได้ อีกทั้งเวลาขายต่อก็ไม่ขาดทุนมาก เนื่องจากเป็นรถที่คนนิยมอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นรถที่หลายคนมักบอกว่าไฟหน้าชอบแยงตารถคันอื่นก็ตาม เพราะตัวรถสูงนั่นเอง ฮ่า ฮ่า

ที่นี้เรามาดูกันครับว่า เช็คราคารถมือสอง Toyota Fortuner (ประจำปี 2564) ตอนนี้ มีราคาในท้องตลาดที่ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2004 (ปลายปี) – 2008

  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 400,000 บาท
  • 3.0 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 500,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Exclusive (ปี 2005-2006) ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 500,000 บาท
  • 3.0 V 4WD Smart (ปี 2006-2007) ราคามือสองโดยประมาณ 430,000 – 500,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 370,000 – 420,000 บาท

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2008 – 2011

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 580,000 – 730,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 495,000 – 780,000 บาท
  • 3.0 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 950,000 บาท
  • 3.0 G 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 600,000 – 800,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto (ปี 2009) ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 750,000 บาท
  • 3.0 V 2WD Aperto II ปี 2010) ราคามือสองโดยประมาณ 750,000 – 850,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo I / II (ปี 2009-2010) ราคามือสองโดยประมาณ 625,000 – 800,000 บาท

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2011 – 2015

  • 2.5 G 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 540,000 – 650,000 บาท
  • 2.5 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 580,000 – 700,000 บาท
  • 2.7 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 450,000 – 600,000 บาท
  • 3.0 V 2WD / 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 760,000 บาท
  • 3.0 V 2WD 50 ปี โตโยต้า (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 570,000 – 700,000 บาท
  • 3.0 V 4WD TRD Sportivo (ปี 2012 – 2015) ราคามือสองโดยประมาณ 680,000 – 850,000 บาท

Toyota Fortuner โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

Toyota Fortuner โฉมปี 2015 – 2020

  • 2.4 G MT 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 780,000 – 1,000,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 1,150,000 บาท
  • 2.7 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 870,000 – 1,150,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคามือสองโดยประมาณ 870,000 – 1,250,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคามือสองโดยประมาณ 880,000 – 1,250,000 บาท
  • 2.8 V 4WD TRD Sportivo ราคามือสองโดยประมาณ 1,050,000 – 1,450,000 บาท

Toyota-Fortuner-Legender

Toyota Fortuner โฉมปี 2020 – ปัจจุบัน

  • ราคามือสองโดยประมาณ 1,100,000 – 1,450,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหนอย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

CARRO Automall รถ SUV รถ Crossover

“CARRO Automall” (คาร์โร ออโต้มอลล์) คือ ทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการคัดสรรแล้วจาก CARRO  หลังจากที่ประสบความสำเร็จในประเทศสิงคโปร์ และอินโดนีเซียมาแล้ว ซึ่งอัดแน่นด้วยรถหลากหลายแบรนด์ ทุกคันผ่านการตรวจสภาพจาก Goo Inspection Trust Center มาตรฐานเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง พร้อมให้บริการหลังการขายที่คุณประทับใจ

สำหรับข้อดีของ CARRO Automall คือคุณสามารถซื้อรถยนต์ที่ซื้อไปแล้ว พร้อมใช้งานได้ทันที! ไม่ต้องกังวลในเรื่องสภาพรถ เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสภาพรถถึง 344 จุด ใน 20 นาที! รวมถึงเอกสารสำหรับโอนรถ เล่มทะเบียน ถูกต้องครบถ้วนทุกคัน พร้อมรับการการันตี 2 ปี ไปเลย!

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถผ่านทาง CARRO Automall อยากซื้อรถกับเรา เรามีบริการให้เลือก 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ

  • ให้เราหารถให้คุณ ง่ายๆ เพียงแค่ระบุรุ่นรถ และงบประมาณที่ต้องการ พร้อมกับข้อมูลในการติดต่อกลับ และเลือกบริการการชำระ (ซื้อด้วยเงินสด หรือ จัดไฟแนนซ์) ที่ https://th.carro.co/buy-car เมื่อเราหารถตามที่คุณต้องการได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกลับไปหาคุณ
  • เลือกชม หรือซื้อรถของ CARRO Automall ผ่านหน้าตลาดรถ (คลิกที่นี่) หรือติดต่อผ่าน Inbox ใน Fanpage CARRO Automall – รถบ้านมือสอง

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall

CARRO Automall ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

สำหรับรถกระบะ รถ SUV รถ Crossover และรถ MPV ราคาพิเศษ! น่าซื้อ ประจำเดือนมิถุนายน 2564 จะมีรุ่นไหนบ้าง ติดตามชมกันได้เลย …

HYUNDAI H-1 2.5 ELITE AUTO 2019 ดำ

1. Hyundai H-1 Elite ปี 2019 ราคา 1,069,000 บาท

เลขไมล์ 28,393 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/hyundai-h-1-2019-DLPW7O.html

MAZDA CX-3 2.0 SP 2015 เทาดำ

2. Mazda CX-3 2.0 SP ปี 2015 ราคา 499,000 บาท

เลขไมล์ 70,756 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/mazda-cx-3-2015-DLPJ1Y.html

TOYOTA FORTUNER 2.8 V TRD BLACK TOP 2017 ขาว

3. Toyota Fortuner TRD Sportivo 2.8 Black Top ปี 2017 ราคา 1,189,000 บาท

เลขไมล์ 46,531 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-fortuner-2017-D8RJY7.html

TOYOTA FORTUNER 2.8 V TRD BLACK TOP 2016 ขาว

4. Toyota Fortuner TRD Sportivo 2.8 Black Top ปี 2016 ราคา 1,039,000 บาท

เลขไมล์ 126,323 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-fortuner-2016-GJN274.html

TOYOTA FORTUNER 2.8 TRD Sportivo 2017 ขาว

5. Toyota Fortuner TRD Sportivo 2.8 Black Top ปี 2017 ราคา 1,129,000 บาท

เลขไมล์ 81,944 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-fortuner-2017-EZVJ02.html

MITSUBISHI XPANDER 1.5 GT 2018 ขาว

6. Mitsubishi Xpander GT ปี 2018 ลดราคา! เหลือ 499,000 บาท

เลขไมล์ 107,331 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-xpander-2018-G3MVZR.html

MAZDA CX-3 2.0 S SKYACTIV-G 2016 ขาว

7. Mazda CX-3 2.0 S ปี 2016 ราคา 499,000 บาท

เลขไมล์ 59,126 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/mazda-cx-3-2016-GYR29Q.html

TOYOTA SIENTA 1.5V 2016 ส้ม

8. Toyota Sienta 1.5 V ปี 2016 ลดราคา! เหลือ 459,000 บาท

เลขไมล์ 69,914 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-sienta-2016-GY13Q6.html

HONDA FREED 1.5 SE 2012 เงิน

9. Honda Freed ปี 2012 ราคา 479,000 บาท

เลขไมล์ 100,299 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-freed-2012-G0J0NX.html

HONDA CRV 2.0 S ( i-VTEC) 2016 ดำ

10. Honda CR-V 2.0 S ปี 2016 ราคา 649,000 บาท

เลขไมล์ 112,707 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-crv-2016-G3MPVP.html

HYUNDAI H-1 2.5 DELUXE 2014 ดำ

11. Hyundai H-1 Deluxe ปี 2014 ราคา 699,000 บาท

เลขไมล์ 127,485 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/hyundai-h-1-2014-GVOKX5.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

12. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 ราคา 659,000 บาท

เลขไมล์ 47,124 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-DXQ2KQ.html

TOYOTA FORTUNER 3.0 V 2012 ดำ

13. Toyota Fortuner 3.0 V ปี 2012 ราคา 629,000 บาท

เลขไมล์ 165,362 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-fortuner-2012-EQJ67K.html

TOYOTA VELLFIRE 2.4 V 2010 ขาว

14. Toyota Vellfire 2.4 V ปี 2010 ราคา 899,000 บาท

เลขไมล์ 155,952 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-vellfire-2010-GVOYO4.html

HONDA FREED 1.5 E 2011 ดำ

15. Honda Freed 1.5 E ปี 2011 ราคา 399,000 บาท

เลขไมล์ 115,087 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-freed-2011-GPW67V.html

HONDA CRV 2.0 E 4WD 2012 ขาว

16. Honda CR-V 2.0 E 4WD ปี 2012 ราคา 519,000 บาท

เลขไมล์ 127,020 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-crv-2012-DRK7M9.html

HONDA CRV 2.4 S 2019 ขาว

17. Honda CR-V 2.4 S ปี 2019 ราคา 999,000 บาท

เลขไมล์ 44,920 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-crv-2019-DL6R7N.html

MAZDA CX-3 2.0 SP 2019 ขาว

18. Mazda CX-3 ปี 2019 2.0 SP ราคา 649,000 บาท

เลขไมล์ 51,949 กิโลเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/mazda-cx-3-2019-GPW7VV.html

ถ้าใครอยากขายรถในช่วงโควิด-19 เพื่อนำเงินมาใช้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการของเรา! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

เช็คราคารถมือสอง Honda City ทุกรุ่น

รถยนต์นั่งในรูปแบบ Sub-Compact ยอดนิยมที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของ Honda นั่นคือ … Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2539 ถึงปัจจุบันล่วงเข้า 25 ปีละ ผ่านการขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ยอดขายของ Honda City นั้นมีมากมายขนาดไหน

แถมยังเป็นรถที่คนเล่นรถมือสอง นิยมซื้อมาใช้ในหลากหลายภารกิจ ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ขับรถไปส่งลูก ส่งของ ทำธุระ หรือจะใช้ขับออกต่างจังหวัดก็ได้ เป็นรถที่จัดว่าทนทานในระดับหนึ่ง ช่วงล่างใช้ได้ ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อ Honda City มือสอง แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า เช็คราคารถมือสอง Honda City (ประจำปี 2564) ตอนนี้ อยู่ในตลาดรถมือสอง ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Honda-City-Gen-1-1

Honda City โฉมปี 1996 – 2002

รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ปี 1996-1999 (นับรวม City S ที่ออกมาในปี 1997 ด้วย)

  • 1.3 Li / LXi / EXi ราคามือสองโดยประมาณ 30,000 – 50,000 บาท

เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในปี 1997

  • 1.5 R ใส่ชุดแต่งทั้งคัน (ปี 1997) ไม่พบการซื้อ-ขาย รุ่นนี้ ในท้องตลาด

รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทุกรุ่นย่อย ปรับเป็นรุ่น “Limited” (เพิ่มกุญแจรีโมท / พนักเท้าแขน / ไฟเบรกดวงที่ 3 / แผ่นรองป้ายทะเบียนโครเมียม / คิ้วบันไดสแตนเลส) ในปี 1998

  • 1.5 LXi / EXi / EXi Airbag / LXi-S / EXi-S ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 50,000 บาท

ปี 1999 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City Type Z” + เครื่องยนต์ VTEC LEV

  • 1.5 Li / EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 45,000 – 70,000 บาท
  • รุ่น Millennium (ปี 2000) ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 70,000 บาท
  • 1.5 LXi (ปี 2001) ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 80,000 บาท
  • รุ่น Smart เพิ่มเครื่องเสียงชุดใหญ่จาก KENWOOD และสัญญาณกันขโมย (ปี 2001) 1.5 EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 80,000 บาท

Honda-City-Gen-2

Honda City โฉมปี 2002 – 2009

ปี 2002 เครื่องยนต์ i-DSi

  • 1.5 A MT / AT / (AS), 1.5 S MT / AT (AS) และ 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 55,000 – 90,000 บาท

ปี 2004 เพิ่มเครื่องยนต์ VTEC

  • 1.5 A MT / AT / (AS), 1.5 S MT / AT / (AS) และ 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 70,000 – 130,000 บาท
  • 1.5 E-V MT (AS) / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 130,000 บาท
  • 1.5 Sports E-V MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 100,000 – 130,000 บาท

ปี 2005 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City ZX”

  • 1.5 A (เครื่อง i-DSi) MT / AT, 1.5 V MT / AT / AT (AS), 1.5 SV MT / AT / AT (AS) และ 1.5 EV AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 150,000 บาท
  • 1.5 LV (เบาะหนังแท้) AT (AS) (ปี 2006) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 150,000 บาท

Honda-City-Gen-3

Honda City โฉมปี 2009 – 2014

*รวมรุ่นปี 2011 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 200,000 – 300,000 บาท
  • 1.5 V AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 210,000 – 350,000 บาท
  • 1.5 SV AT (SRS) ราคามือสองโดยประมาณ 230,000 – 360,000 บาท
  • 1.5 V Society AT / AT (SRS) (ปี 2011) ราคามือสองโดยประมาณ 220,000 – 300,000 บาท
  • 1.5 V Modulo AT (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 320,000 บาท
  • 1.5 V Wise Edition AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 320,000 บาท
  • 1.5 SV AT (VSA) (ปี 2013) ราคามือสองโดยประมาณ 270,000 – 360,000 บาท

ปี 2012 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 290,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 270,000 – 320,000 บาท

Honda-City-Carro-Express

Honda City โฉมปี 2014 – 2019

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 300,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 360,000 – 490,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 370,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 500,000 บาท

ปี 2014 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 290,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 310,000 – 490,000 บาท

ปี 2017 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 460,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 400,000 – 480,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 430,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 450,000 – 530,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 470,000 – 580,000 บาท

All-New-Honda-City-RS-2020

Honda City โฉมปี 2020 – ปัจจุบัน

  • ราคามือสองโดยประมาณ 490,000 – 650,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ แต่ถ้าเงินไม่พอ! เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ย้ายประเทศ ซื้อรถในอเมริกา USA

ช่วงนี้กระแส “ย้ายประเทศ” กำลังมาแรงมากเลยทีเดียว นับตั้งแต่กลุ่มเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย”) ที่ตอนนี้มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคนแล้ว ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ในไทยนั้นตื่นตัวกันอย่างมากถึงการออกไปทำงานในประเทศอื่นๆ ของโลกใบนี้

สำหรับ “สหรัฐอเมริกา” ก็นับได้ว่าเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของคนไทยที่อยากย้ายประเทศไปทำมาหากินที่นั่น ซึ่งในปัจจุบันเองก็มีคนไทยที่อพยพไปเรียนหนังสือ แต่งงาน ทำธุรกิจ หรือมีลูกหลานอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เป็นจำนวนประมาณราวๆ 3 แสนคน

เมื่อหลายคนเริ่มลงหลักปักฐาน ทำมาหากิน ก่อนอื่นก็ต้องซื้อรถก่อนเลย เพราะถ้าหากคุณไปอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ถ้าไม่มีรถก็เหมือนไม่มีขาเดิน สำหรับประเทศที่มีเนื้อที่ใหญ่ระดับทวีป อีกทั้งระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น

ที่สำคัญ อัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์ในสหรัฐฯ ที่มีถึงร้อยละ 80 ของประชากรทั้งหมด คุณก็คิดดูเอาละกันว่าปริมาณคนใช้รถยนต์ใน USA มันมากแค่ไหน แค่จำนวนประชากรที่มีใบขับขี่ ก็ปาเข้าไป 227 ล้านคนแล้ว

เอาล่ะ ไปเรียนรู้กับสิ่งที่คุณต้องรู้กันเลยดีกว่า เมื่อจะซื้อรถในอเมริกาครับ

Howto-Purchase-Car-In-USA

1. ใบขับขี่

เมื่อไปอยู่อเมริกา จะซื้อรถ ก็ต้องมีใบขับขี่ก่อน …

กรณีที่คุณต้องการใช้ใบขับขี่ที่มีจากไทยไป (กรณีที่คิดว่าไปอยู่ ไปเรียนต่อ หรือไปทำงานไม่นาน) ก็ให้ทำใบขับขี่สากลเตรียมตัวไปก่อน

ซึ่งกรมการขนส่งทางบก สามารถดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาเวียนนา 1968 เพิ่มเติมจากใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาเจนีวา 1949 เดิมที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้ว ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 มีอายุ 1 ปี นำไปใช้ได้ใน 101 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ เป็นต้น
  • ส่วนใบขับขี่สากลแบบใหม่ของกรมการขนส่งทางบก (เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2564) เป็นไปตามอนุสัญญาเวียนนา 1968 นำไปใช้ได้ใน 84 ประเทศทั่วโลก

และสำหรับประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาทั้งสองฉบับ เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน รวมถึงประเทศไทย สามารถใช้ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศที่ออกตามอนุสัญญาเวียนนา 1968 เพียงฉบับเดียวได้

สำหรับผู้ที่ต้องการขอรับใบขับขี่สากล สามารถแจ้งรายชื่อประเทศที่ต้องการนำใบอนุญาตขับรถไปใช้ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความเกี่ยวข้องในการร่วมเป็นภาคีตามอนุสัญญา และออกใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศให้ได้อย่างถูกต้องตามแบบที่กำหนด

โดยใบขับขี่สากล มีอายุ 3 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต หรือไม่เกินกว่าอายุของใบอนุญาตขับรถภายในประเทศที่ผู้ถือมีอยู่ โดยมีหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

1. สำเนาหนังสือเดินทาง เล่มที่ใช้ในการเดินทาง ประวัติหน้าที่แก้ไข (พร้อมฉบับจริง) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
2. บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
3. ใบขับขี่ประเภทต่างๆ แล้วแต่กรณี (ต้องไม่ใช่ชนิดชั่วคราว)
4. รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป (รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ถ่ายรูปหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือสวมแว่นตาสีเข้ม, ไม่มีภาพวิวหลังรูป
5. สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อ- สกุล, ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า
6. ค่าธรรมเนียม 505 บาท

กรณีมอบอำนาจ เตรียมหลักฐานเพิ่มดังนี้

1. หนังมือสองอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
2. สำเนาหลักฐานผู้มอบอำนาจพร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนา
3. บัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบ (กรณีต่างชาติต้องแนบตัวจริงพร้อมสำเนา)

สามารถติดต่อทำได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5

หรือจะให้ทางสถานทูตไทยในสหรัฐฯ ที่ฝ่ายกงสุล งานนิติกรณ์ แปลและรับรองคำแปลให้ กรณีที่ไม่ได้ทำใบขับขี่สากลมาจากประเทศไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://thaiembdc.org/th/translation/ (การรับรองคำแปลสำหรับเอกสารราชการไทย)

โดยในการรับรองคำแปล คุณต้องจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษมา หรือจะให้ใครแปลมาให้ก็ได้ โดยต้องพิมพ์มาให้เรียบร้อย และผู้แปลต้องลงชื่อรับรองคำแปลถูกต้อง และจะต้องเป็นเอกสารต้นฉบับเท่านั้น

สถานเอกอัครราชทูตฯ จะประทับตรา “Seen at the Royal Thai Embassy” ในการรับรองคำแปล โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่รับรองข้อความใดๆ ที่ปรากฎในเอกสาร

Howto-Purchase-Car-In-USA

แต่ในส่วนของใครที่ต้องการทำใบขับขี่ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากใบขับขี่เดิมหมดอายุแล้ว หรือต้องการอยู่นานกว่านั้น อันนี้รายละเอียดจัดว่าค่อนข้างเยอะ ผู้เขียนขอรวบรวม Link ที่คนไทยในอเมริกามาแนะนำการทำใบขับขี่ในหลายๆ รัฐของสหรัฐอเมริกา สามารถกดดูได้ในด้านล่างครับ (รัฐที่คนไทยอยู่เยอะๆ การสอบใบขับขี่ มีข้อสอบภาษาไทยให้เลือกด้วยครับ)

Howto-Purchase-Car-In-USA

2. เริ่มซื้อรถ

ซื้อรถที่อเมริกา ต้องเช็คราคา และประวัติของรถก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง ก่อนจะซื้อ ก็ลองเข้าไปดูตามกลุ่ม Facebook ของรถรุ่นนั้นๆ ดูก่อน อ่าน User Voice ดู Consumer Report ดูก่อน ดูว่ารถรุ่นนี้มี Recall มั้ย หรือมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อที่ซื้อมาแล้ว จะได้เตรียมตัวซ่อมหรือเปลี่ยนได้

Howto-Purchase-Car-In-USA

ที่อเมริกานั้น รถญี่ปุ่น จะได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เนื่องจากคุณภาพทนทาน ไม่จุกจิก (หลายคนอาจไม่ทราบว่า ค่าซ่อมรถในอเมริกานี่แพงแค่ไหน บางเคสค่าซ่อมแพงกว่าราคารถมือสองถูกๆ เสียอีก) ซึ่งรถญี่ปุ่นมือสอง ซื้อง่าย ขายคล่อง ราคาดีกว่า รถเกาหลี รถยุโรป และรถอเมริกัน โดยส่วนมากจะใช้งานกันไม่กี่ปีก็ขายแล้ว

ราคาขายรถมือสอง ก็มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยเหรียญ (ส่วนใหญ่นะ สภาพรถจะปีเก่าๆ หรือสภาพแย่ๆ หน่อย) แต่ถ้าสภาพรถดีๆ ก็จะมีราคาพันเหรียญขึ้นไป จนถึงหลักหมื่นเหรียญต้นๆ กรณีรถปีไม่เก่ามากนัก ทั้งนี้ราคาก็ขึ้นอยู่กับประเภทรถ ปีรถ สภาพรถ และยี่ห้อรถด้วย

Howto-Purchase-Car-In-USA

แต่ถ้าไม่มั่นใจ ที่อเมริกาก็มีบรรดา Pre-Purchase Car Inspections รับดูรถให้คุณด้วย ซึ่งก็คล้ายๆ กับที่มีในไทย เสียค่าบริการนะครับ! (ไม่ฟรี) เริ่มต้นค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 100 ดอลล่าร์สหรัฐ เป็นต้น (*แต่อย่าลืมว่า Dealer ส่วนใหญ่ เขาอนุญาตให้ Inspection ไปดูรถได้เฉพาะที่ศูนย์ของเขานะครับ ไม่ให้เรานำรถออกไป Inspection นอกสถานที่ได้ ยกเว้นว่าคุณจะจ้างไปดูรถบ้านที่เจ้าของขายเอง)

แนะนำว่าถ้า Dealer ที่เราจะซื้อรถมีหน้าเว็บ ให้เช็คราคาจากหน้าเว็บไซต์ก่อน (หรือเช็คราคากลางรถยนต์ได้ที่ KBB (Kelly Blue Book) – https://www.kbb.com/) ลองเช็คราคารถจากหลายๆ โชว์รูมก่อน แล้วค่อยไปดูรถตัวจริง แนะนำให้ต่อราคาให้ได้ Invoice Price เลย เพราะเขาบวกราคาตัวรถไปค่อนข้างเยอะ

กรณีซื้อรถใหม่ ถ้าหากคุณเข้าไปดูรถแบบ Walk-In เข้าไปในโชว์รูมเลย เซลล์ขายรถก็จะให้ราคาแบบ Walk-In ซึ่งอาจจะแพงกว่าราคาที่เราเข้าไปดูหน้าเว็บไซต์ แล้วดูพวกของที่ใส่เข้ามาในรายการรถ ที่บางทีเราอาจมีในสิ่งที่เราไม่ต้องการ ทำให้ราคาสูงตัวรถขึ้นไปอีก

กรณีที่ซื้อรถมือสองที่ศูนย์ขายรถ หรือรถบ้านเจ้าของขายเอง ก็ต้องเช็ครายละเอียดของรถดูก่อนว่า เป๊ะ! ทุกอย่างหรือไม่ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ใช้ดูรถได้ทั่วโลก การดูรถก็ไม่ต่างกัน ดูตัวถัง การทำงานเครื่องยนต์ ของเกียร์ องค์ประกอบภายในรถ ทดลองขับ ฯลฯ อันนี้เป็น Basic เหมือนๆ กัน

Howto-Purchase-Car-In-USA

ยิ่งบางคัน เป็นรถ Rebuilt Title หรือ Salvage Title มา อันนี้ไม่น่าเล่นเท่าไหร่ แม้ว่าราคาตัวรถจะถูกมาก แต่เวลาคุณจะเอาไปขายต่อ ขายยาก ถ้าบ้านเราก็อาจจะเป็น รถย้อมแมวววววว …

รถ Rebuilt Title หรือ Salvage Title อาจจะเคยเป็นรถเคยโดนชนมา จะน้อยจะมาก หรือรถที่บริษัทประกันภัยตีเป็น Total Loss จ่ายเงินสดเป็นมูลค่าของตัวรถ หรือค่าซ่อมแพงกว่าราคาตัวรถ เลยขายทอดตลาดออกมา แล้วอู่ซ่อมรถเอามาซ่อมขาย หรือขายตามสภาพนั่นเอง รถประเภทนี้เบี้ยประกันภัยตัวรถจะแพงเป็นพิเศษ

ซึ่งรถประเภทนี้เมื่อซ่อมมาแล้ว เจ้าของรถต้องส่งเรื่องให้ DMV (กฎระเบียบตามรัฐนั้นๆ) กรณีจะใช้รถคันนี้ต่อ จากนั้น DMV จะส่ง Inspector มาเช็คสภาพรถ ถ้ารถผ่าน Inspection จะได้สถานะเป็น Rebuilt Title นั่นเอง

Howto-Purchase-Car-In-USA

ซึ่งคุณอาจจะเช็คใน Carfax ดูว่าข้อมูลรถของคุณจากเจ้าของเก่า รายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ไมล์แท้ๆ เลยหรือไม่ เพราะคนอเมริกัน มักใช้รถกันแบบสมบุกสมบัน ไม่ค่อยดูแลรักษารถกันเท่าไหร่ อีกทั้งใช้รถกันเลขไมล์ค่อนข้างเยอะ

วิธีเช็คก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กรอกรหัสตัวถังรถ (VIN = Vehicle Identification Number) ที่คุณจะซื้อเข้าไป แค่นี้ก็มีข้อมูลขึ้นมาแล้ว

เมื่อคุณตกลงปลงใจเลือกรถได้เรียบร้อย ก็เตรียมบัตรเครดิต หรือ Cashier Check ไปจ่ายเงินกับทางศูนย์ หรือถ้าคุณซื้อรถบ้าน ก็อาจจะจ่ายเงินสดก็ได้ พร้อมจ่าย Sales Tax ไปด้วย

Howto-Purchase-Car-In-USA

3. ประกันภัย

คุณรู้หรือไม่ว่าที่อเมริกา รถยนต์ทุกคัน จะต้องทำประกันภัยทุกคัน มิฉะนั้นจะนำออกมาวิ่งบนถนนไม่ได้เลย เพราะถ้าหากถูกตำรวจตรวจเจอ อาจติดคุกและโดนปรับหนักได้ หรือถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา อาจต้องจ่ายกันจนหมดตัวได้

ซึ่งไม่ว่าคุณจะซื้อรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง ทางศูนย์ หรือบริษัทไฟแนนซ์ ก่อนจ่ายเงินซื้อ เขาจะบังคับให้คุณซื้อประกันภัยรถ (ที่ทางศูนย์มีดีลไว้อยู่แล้ว) ก่อนเลย หรือเราจะซื้อประกันรถออนไลน์ไปเองก็ได้

สำหรับประกันภัยรถยอดฮิตในอเมริกา หลักๆ ก็จะมีอยู่สองอย่าง คือ Full-Coverage และ Liability …

1. Full-Coverage เปรียบเหมือนประกันภัยชั้นหนึ่งในไทย ไม่ว่าเราจะผิด หรือ ถูก ประกันก็จ่ายให้หมด เรียกได้ว่า คุ้มครองทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ว่าค่าเบี้ยประกันภัยก็แพงด้วยเช่นกัน

2. Liability เปรียบเหมือนกับประกันภัยชั้นสาม ที่คุ้มครองเฉพาะบุคคลอื่นเท่านั้น คือถ้าเราเป็นฝ่ายผิด คุณต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีเอง แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกชน คู่กรณีของคุณเป็นคนรับผิดชอบ

ทั้งนี้ เบี้ยประกันก็มีราคาแตกต่างกันไป ตั้งแต่ เพศ, อายุของผู้ถือใบขับขี่, ประเภทใบขับขี่ (ถ้าหากคุณใช้ใบขับขี่สากลที่มาจากไทย ค่าเบี้ยประกันก็จะแพงกว่าใบขับขี่ใน USA มาก) ยี่ห้อรถยนต์, อายุของรถยนต์, ปีที่ซื้อรถ, เลขไมล์, ประวัติการขับรถ หรือสถานที่เก็บรถ

ซึ่งถ้าหากคุณมีประวัติชนบ่อย หรือเป็นรถที่มีราคาแพง, รถรุ่นยอดฮิตของขโมย หรืออายุผู้ขับขี่ที่ต่ำกว่า 25 ปี มือใหม่หัดขับ ค่าเบี้ยประกันก็จะแพงขึ้น ทางที่ดีไม่อยากจ่ายแพง ให้ทำใบขับขี่ของอเมริกาครับ

แต่ถ้าหากคุณขับรถดี ใช้รถยี่ห้อตลาดทั่วไป ขับรถไม่เคยโดนใบสั่ง ไม่เคยไปชนอะไร มีอายุมากกว่า 25 ปี และมีประสบการณ์ขับรถมาก หรือรถเลขไมล์ใช้งานไม่เยอะ อันนี้ก็จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยถูกกว่า

ในเรื่องเพศสภาพ เพศหญิง จ่ายเบี้ยประกันภัยถูกกว่าเพศชาย เพราะบริษัทประกันศึกษามาแล้วว่า ผู้ชายขับรถอันตรายและมีอุบัติเหตุบ่อยกว่าผู้หญิง

และการย้ายบริษัทประกันภัยไปทำเจ้าใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าฐานข้อมูลจะเริ่มต้นใหม่แบบไทยๆ นะครับ เพราะที่ USA มีหน่วยงานกลางเพื่อเก็บข้อมูลประกันภัยไว้เลย!

Howto-Purchase-Car-In-USA

4. จดทะเบียนรถ

กรณีที่คุณซื้อรถป้ายแดงจากศูนย์ อันนี้ง่ายหน่อย เพราะทางศูนย์เขาจะจัดการเดินเรื่องทำทะเบียนรถให้เสร็จสรรพ แต่ต้องจ่าย Dealer Fee เพิ่มต่างหาก

แต่ถ้าหากคุณซื้อรถมือสองจากรถบ้านมา (ซึ่งเจ้าของรถเดิมเขาจะเก็บทะเบียนรถเอาไว้) คุณต้องไปจดทะเบียนรถใหม่เอง โดยนำ Certificate of Title (ประมาณเล่มทะเบียนในบ้านเรา) ที่เจ้าของรถคนเดิมต้องเซ็นโอนรถมาให้ด้านหลัง พร้อม Bill of Sale (ใบซื้อขาย) หรือ Pink Slip (ใบรับรองการเป็นเจ้าของรถ)

แล้วคุณก็มีหน้าที่ไปจัดแจงโอนรถที่ Department of Motor Vehicles (DMV) ทันที! เพราะขับแบบไม่มีป้ายทะเบียน มิสิทธิ์โดนตำรวจเรียกทุกวัน แม้ว่ากฎหมายให้เวลาในการโอนรถ 30 วัน ก็ตาม (ถ้าโอนรถหลังจากนั้น โดนปรับนะครับ) เว้นเสียแต่ว่าคุณซื้อรถจาก Dealer จะมีป้ายของศูนย์มาให้ ตำรวจไม่จับ ขับได้ 30 วันก่อนได้ป้ายจริง ซึ่งคุณต้องเตรียม Title รถไว้ + ประกันภัย เตรียมให้ตำรวจดูได้เลย

ทางที่ดี กรณีซื้อรถบ้านเสร็จ นัดเจ้าของไปโอนรถที่ Tag Office เลย จะได้ขอทะเบียนใหม่ทีเดียว พร้อมใช้งาน

สำหรับการโอนรถ ในบางรัฐ หรือการโอนรถต่างรัฐ (คล้ายๆกับในไทย รถ กทม. โอนไปต่างจังหวัด) ก็อาจจะต้องตรวจสภาพรถ Brake And Lamp Inspection / Smog Check ก่อนนะครับ ถึงจะจดทะเบียนใหม่ได้ ซึ่งก็มีอู่ทั่วไปรับ Adjusting ด้วย (คล้ายๆ กับตรวจ ตรอ. ในไทย) แต่บางรัฐก็ไม่ต้องตรวจสภาพ กรณีที่โอนรถในรัฐเดียวกัน

สำหรับหลักฐานในการโอนรถ แต่ละรัฐก็มีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน คร่าวๆ คือต้องใช้ …

  • Title
  • เอกสารยืนยันที่อยู่ 2 ฉบับ
  • ใบขับขี่
  • ประกันภัย
  • Emission Test / Smog Check ในบางรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย … ตอนซื้อรถถามเจ้าของด้วยว่า รถตรวจสภาพไอเสีย (Emission Control) ผ่านหรือยัง ถ้ายังไม่ผ่าน โอนรถไม่ได้นะครับ ข้อมูลจะขึ้นในระบบออนไลน์ โดยใบ Smog สามารถใช้ได้ภายใน 90 วันจากวันที่ตรวจผ่าน (เหมือนการตรวจไอเสีย ของ ตรอ. ในไทย)

ซึ่งคนซื้อรถต้องแจ้ง DMV ภายใน 10 วัน จากวันที่มีการซื้อขาย ส่วนคนขายรถต้องแจ้ง DMV ภายใน 5 วัน หลังจากการขายรถให้กับเจ้าของใหม่ พร้อมกรอกแบบฟอร์ม Notice of Transfer and Release of Liability (NRL) ให้ DMV ทันที เพื่อที่คนขายไม่ต้องรับผิดชอบ ในกรณีเช่น ผู้ซื้อขับไปชนใคร หรือนำรถไปใช้ทำอะไรผิดกฎหมาย คนขายไม่ต้องรับผิดชอบหากมีการฟ้องร้องในภายหลัง

Howto-Purchase-Car-In-USA

ไปวันเดียวก็ได้ป้ายทะเบียนมาเลย พร้อมจ่ายค่าป้ายทะเบียน + ภาษี ถ้าอยากได้ป้ายทะเบียนเป็นตัวอักษรแจ๋วๆ ใส่เลขสวยๆ หน่อย แค่เพิ่มเงินก็ได้แล้ว

ในส่วนของภาษีรถยนต์ประจำของสหรัฐ ก็จัดเก็บในแต่ละปีไม่เหมือนกันอีก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละรัฐ

ขอให้สนุกกับการไปเรียน ไปทำงาน หรือแต่งงานไปอยู่ประเทศใหม่ และการซื้อรถยนต์คันใหม่ ใน USA นะครับ!

สำหรับใครที่อยากขายรถก่อนย้ายประเทศ เอารถคันเดิมของคุณมาขายที่ CARRO สิ ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

แหล่งที่มาบางส่วนจาก

โปรโมชั่น CARRO Automall พฤษภาคม 2564

ต่อ 1 : ซื้อรถที่ CARRO Automall ภายในพฤษภานี้ ลุ้นรับ iPad มูลค่าถึง 10,900 บาท

ต่อ 2 : ชมปั๊บรับพอยท์! แค่เข้าชมรถที่ CARRO Automall และ CheckIn + Review ผ่าน Facebook รับเลย 200 True Points ทันที แจกจุกๆ ถึง 14,000 Point

คุ้มเกินคุ้ม ซื้อรถ [คลิกเลย] >> https://bit.ly/3aOLOVV

Carro-Automall

เงื่อนไข “ต่อ 1”

  • ระยะเวลาร่วมสนุก ตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. 64
  • สุ่มผู้โชคดีประจำเดือน รางวัลมีจำนวนจำกัด
  • ประกาศผลภายในวันที่ 5 มิ.ย. 2564 ผ่านทาง Facebook CARRO Automall
  • ผู้โชคดีสามารถแสดงรับสิทธิ์ผ่านทางเบอร์ Call Center 02-508-8425 หรือ Facebook CARRO Automall ภายใน 9 มิ.ย. 2564 เท่านั้น หากไม่มีการแสดงสิทธิ์ ทางทีมงานจะถือว่าสละสิทธิ์ และหาผู้โชคดีในระดับถัดไป
  • ผู้ได้รับรางวัลสามารถรับของรางวัลที่ CARRO Automall โดยสามารถรับได้ในวันและเวลาทำการเท่านั้น
  • การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นอันสิ้นสุด
  • ไม่สามารถแลกของรางวัลเป็นเงินได้
  • ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถกับ CARRO Automall เท่านั้น
  • ลูกค้าที่ได้รับรางวัลที่มีมูลค่า 1,000 บาท ขึ้นไป จะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัลที่ได้รับ ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด กรณีลูกค้าปฏิเสธการชำระภาษีดังกล่าว ถือว่าสละสิทธิ์ที่จะรับรางวัล

เงื่อนไข “ต่อ 2”

  • เพียงเข้าชมรถที่ CARRO Automall พร้อม CheckIn + Review ผ่าน Facebook รับเลย 200 True Points ทันที
  • ระยะเวลาร่วมสนุก ตั้งแต่ 1 พ.ค. – 31 พ.ค. 2564
  • 1 สิทธิ์ ต่อ 1 การเข้าชมรถ
  • แคมเปญนี้สำหรับสมาชิกที่มีบัญชีทรูไอดีเท่านั้น
  • รอรับทรูพอยท์ภายใน 30 วัน
  • รางวัลมีจำนวนจำกัด
  • การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นอันสิ้นสุด
  • ไม่สามารถแลกของรางวัลเป็นเงินได้
  • ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้านัดเข้าชมรถกับทาง CARRO Automall เท่านั้น

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ท่านใดสนใจเยี่ยมชมรถยนต์ของทาง CARRO Automall สามารถเดินทางไปชมตัวรถจริงๆ กันได้เลยที่ …

CARRO Automall ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

Carro-Automall-Highlight-Cars-Hot-Deal

“CARRO Automall” (คาร์โร ออโต้มอลล์) คือ ทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม ที่ผ่านการคัดสรรแล้วจาก CARRO  หลังจากที่ประสบความสำเร็จในประเทศสิงคโปร์ และอินโดนีเซียมาแล้ว ซึ่งอัดแน่นด้วยรถหลากหลายแบรนด์ ทุกคันผ่านการตรวจสภาพจาก Goo Inspection Trust Center มาตรฐานเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง พร้อมให้บริการหลังการขายที่คุณประทับใจ

สำหรับข้อดีของ CARRO Automall คือคุณสามารถซื้อรถยนต์ที่ซื้อไปแล้ว พร้อมใช้งานได้ทันที! ไม่ต้องกังวลในเรื่องสภาพรถ เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสภาพรถถึง 344 จุด ใน 20 นาที! รวมถึงเอกสารสำหรับโอนรถ เล่มทะเบียน ถูกต้องครบถ้วนทุกคัน พร้อมรับการการันตี 2 ปี ไปเลย!

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถผ่านทาง CARRO Automall อยากซื้อรถกับเรา เรามีบริการให้เลือก 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ

  • ให้เราหารถให้คุณ ง่ายๆ เพียงแค่ระบุรุ่นรถ และงบประมาณที่ต้องการ พร้อมกับข้อมูลในการติดต่อกลับ และเลือกบริการการชำระ (ซื้อด้วยเงินสด หรือ จัดไฟแนนซ์) ที่ https://th.carro.co/buy-car เมื่อเราหารถตามที่คุณต้องการได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกลับไปหาคุณ
  • เลือกชม หรือซื้อรถของ CARRO Automall ผ่านหน้าตลาดรถ (คลิกที่นี่) หรือติดต่อผ่าน Inbox ใน Fanpage CARRO Automall – รถบ้านมือสอง

สถานที่ตั้งของ CARRO Automall

CARRO Automall ตั้งอยู่ ณ ตลาดรถยนต์มอเตอร์ สแควร์ 289/5 บล็อก H2 ถ.ประเสริฐมนูกิจ (แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02-508-8690

สำหรับรถเด่นๆ ราคาพิเศษ Hot Deal! ของทาง CARRO Automall ประจำเดือนเมษายน 2564 จะมีรุ่นไหนบ้าง ติดตามชมกันได้เลย …

Image

1. Isuzu MU-X 3.0 DVD Navi ปี 2017 ลดราคา! เหลือ 769,000 บาท

Isuzu MU-X 3.0 DVD NAVI AT สีขาว 2017 🎉 🎉ราคาปกติ : 849,000 บาท 🎉 🎉เชื้อเพลิง : ดีเซล 🎉 💲 ผ่อนเพียง : 18,xxx /72 งวด ไมล์ 13x,xxx กิโลเมตร

$ เครดิตดีฟรีดาวน์ 0 บาท ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 2.79% รายได้รวม 36,000 บาท ซื้อคนเดียวจบ ไม่ถึงกู้ร่วมได้ *****************กรณีซื้อสดบวกภาษีเพิ่ม 7% นะครับ 🖍 จัดได้ทุกอาชีพ ติดเครดิต ฯลฯ ออกได้ ปรึกษาฟรี ดูรถที่ CARRO Automall แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า รับประกันความพอใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/isuzu-mu-x-2017-DR6ZKP.html

Image

2. HONDA CIVIC 1.8 E ปี 2013 ราคา 369,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2013-EN6JKJ.html

Image

3. Mercedes-Benz CLA 250 ปี 2017 ราคา 1,529,000 บาท

New Arrival !!! (6กท 5983) Mercedes Benz CLA250 AMG 2017 เกียร์อัตโนมัติ เชื้อเพลิง : เบนซิน 2,000 Turbo 💲 ผ่อนเพียง : 30,xxx /72งวด ไมล์ 56,xxx กิโลเมตร $ เครดิตดีฟรีดาวน์ 0 บาท ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 2.79 % รายได้รวม 60,000 บาทซื้อคนเดียวจบ ไม่ถึงกู้ร่วมได้ ********กรณีซื้อสดบวกภาษีเพิ่ม 7% นะครับ

จัดได้ทุกอาชีพ ติดเครดิตฯลฯ ออกได้ ปรึกษาฟรี ดูรถที่ แยกไฟแดงนวลจันทร์ตัดใหม่ ตลาดรถไฟนวลจันทร์เก่า ตลาดรถยนต์มอเตอร์สแควร์ H2 – CARRO Automall รับประกันความพอใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/benz-cla-class-2017-GM64OR.html

Image

4. Honda HR-V 1.8 RS ปี 2019 ราคา 809,000 บาท

จองวันนี้ ซื้อรถ ดาวน์ 0 บาท ฟรี! ค่าจัดโอน ตรวจสภาพรถแบบ Double Check จาก คาร์โร และผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น รับประกัน 2 ปี หรือ 20,000 กม. | 179 รายการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.79% เครดิตดีฟรีดาวน์ ออกรถง่าย Option ครบ ดูแลง่าย ขับสบาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-EKVVXP.html

Image

5. Toyota Hilux Revo 2.4 E Double Cab Prerunner ปี 2018 ราคา 509,000 บาท

จองวันนี้ ซื้อรถ ดาวน์ 0 บาท ฟรี! ค่าจัดโอน ตรวจสภาพรถแบบ Double Check จาก คาร์โร และผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น รับประกัน 2 ปีหรือ 20,000 กม. | 179 รายการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.79% เครดิตดีฟรีดาวน์ ออกรถง่าย Option ครบ ดูแลง่าย ขับสบาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-hilux-revo-2018-D52M05.html

Image

6. Toyota Hilux Revo 2.8 G Double Cab Prerunner Navi ปี 2017 ราคา 659,000 บาท

จองวันนี้ ซื้อรถ ดาวน์ 0 บาท ฟรี! ค่าจัดโอน ตรวจสภาพรถแบบ Double Check จาก คาร์โร และผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น รับประกัน 2 ปีหรือ 20,000 กม. | 179 รายการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.79% เครดิตดีฟรีดาวน์ ออกรถง่าย Option ครบ ดูแลง่าย ขับสบาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://th.carro.co/cardetail/toyota-hilux-revo-2017-EN613V.html

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall