All-New-NIO-ET7-2021

NIO (นิโอ) ได้ทำการเปิดตัว Nio ET7 คันนี้ ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 4 ประตูสัญชาติจีน ที่ตั้งใจออกมาเป็นคู่แข่งกับ Tesla Model S ชูจุดเด่นสามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร! ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง

NIO หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับบริษัทสตาร์ทอัพ ผู้ผลิตรถจากประเทศจีนแบรนด์นี้มากนัก ซึ่งในประเทศจีนตอนนี้ถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมียอดขายสูงมากต่อปี ซึ่งมีจุดเด่นที่ด้านการออกแบบ นวัตกรรม เทคโนโลยี เรียกได้ว่าไม่แพ้รถยนต์ไฟฟ้าชาติใดในโลกเลยทีเดียว แถมยังได้ชื่อว่าเป็น Tesla (เทสล่า) แห่งประเทศจีนอีกด้วย!

All-New-NIO-ET7-William-Li

สำหรับ NIO ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย William Li (วิลเลียม หลี่) หรือ หลี่ปิน มหาเศรษฐีที่ได้ชื่อว่าเป็น Elon Musk (อีลอน มัสก์) แห่งประเทศจีน! ซึ่งลูกของเจ้าของฟาร์มเล็กๆ ในมณฑลอันฮุยคนนี้ ไม่ได้มุ่งสู่ธุรกิจแบบเดียวกับทางบ้านของตัวเอง

โดยหลังจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, สังคมวิทยา และโทกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ก็ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านไอทีของตัวเองขึ้นมาตอนอายุ 21 จนถึงในปัจจุบัน ได้ลงทุนในอุตสาหกรรมไอที และรถยนต์ไปแล้วกว่า 40 บริษัท รวมทั้ง NIO รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์นี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ด้วย

แม้ว่าก่อนหน้านั้น NIO จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และผลกระทบจากโควิด-19 ก็ตาม จนบริษัทก็เกือบแย่อยู่เหมือนกัน แต่เศรษฐกิจจีนก็กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จนในปี 2020 NIO สามารถส่งมอบรถยนต์ได้มากถึง 43,728 คัน เพิ่มขึ้น 112.6% เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่ผ่านมา

และยังได้รับเงินระดมทุนจากเทศบาลเมืองเหอเฟยถึง 7 พันล้านหยวน (หรือ 1,000 ล้านดอลลาร์ หากเทียบเป็นเงินไทยก็ราว 30,130 ล้านบาท) และมีมูลค่าตลาดมากกว่า 92,000 ล้านดอลลาร์ (2.77 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง GM หรือ Daimler AG ซะอีก

All-New-NIO-ET7

ในส่วนของ Nio ET7 ใหม่ เป็นรถขนาด Mid-Size ที่ดูหรูหราไม่แพ้รถจากค่ายยุโรปเลยทีเดียว จะแข่งกับยักษ์ใหญ่ ต้องสวยไปให้สุด การดีไซน์ได้พัฒนามาจากรถต้นแบบ ET Preview ที่ออกมาในปี 2019 ตัวรถให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd = 0.23

All-New-NIO-ET7

โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Dual Beam LED พร้อมไฟ Daytime Running Light, ไฟท้ายแบบ Heartbeat Taillight แบบ 3 มิติ, กระจกหน้าต่างแบบไร้กรอบ ที่เปิดประตูแนบไปกับตัวถัง พร้อมไฟส่องสว่าง LED และบานพับประตูไฟฟ้า E-Latch ที่ปิดประตูได้เองเพียงแค่ดึงเบาๆ และกุญแจแบบ UWB Digital Key เป็นต้น

ช่วงล่างเป็นแบบ Smart Air Suspension พร้อมระบบควบคุมการทรงตัว Continuous Damping Control เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

มิติตัวรถมีขนาดยาว 5,098 มม. กว้าง 1,987 มม. สูง 1,505 มม. ระยะฐานล้อ 3,060 มม.

All-New-NIO-ET7

ห้องโดยสารภายใน ขายความกว้างสบายราวกับนั่งในห้องนั่งเล่น ชุดหลังคาแบบ All Glass Roof ขนาดใหญ่ถึง 1.9 ตร.ม. แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุอย่าง Karuun ที่ทำมาจากหวายจำนวนทั้งหมด 14 ชิ้น พร้อมช่องแอร์แบบ Invisible Smart Air Vents ที่ฝังตัวไปกับแผงคอนโซลทั้งด้านหน้า-หลัง ให้ความรู้สึกดูใกล้ชิดธรรมชาติมาก

All-New-NIO-ET7

ขับขี่อย่างปลอดภัยไประบบขับขี่อัตโนมัติ Aquila ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR ที่นิยมในรถที่ขับเองได้ ใช้เลเซอร์ในการตรวจจับวัตถุต่างๆ รอบๆ ด้านหน้ารถ 120 องศา ในระยะทางไกลถึง 500 เมตร ซึ่งทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รอบคันอีกกว่า 33 จุด ซึ่งรวมถึงกล้อง Hi-Definition ขนาด 11.8 ล้านเมกะพิกเซล เสริมด้วยหน่วยประมวลผลจาก Nvidia แบบ 8GB บนคอมพิวเตอร์ออนบออร์ดที่ชื่อ Adam

Nio ET7 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว บริเวณล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 241 แรงม้า และ 402 แรงม้า สำหรับล้อหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร

สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้น มั่นใจด้วยเบรกหน้าแบบ 4-Pot จาก Brembo สามารถเบรกจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนถึง 0 กม./ชม. ในระยะทางเพียง 33.5 เมตรเท่านั้น

All-New-NIO-ET7

สำหรับชุดแบตเตอรี่ก็มีด้วยกัน 3 แบบ ได้แก่

  • แบตเตอรี่ขนาด 70 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • แบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 700 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) และ …
  • แบตเตอรี่ขนาด 150 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

นอกจากรถของ NIO จะชาร์จแบตเตอรี่ได้แบบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปแล้ว ยังสามารถสลับแบตเตอรี่เปลี่ยนแทนได้อีกด้วย ซึ่งใช้เวลาเร็วที่สุดในโลก เพียง 3 นาทีเท่านั้น มีชื่อว่า Power Swap Station 2.0

โดยหากรถของคุณพลังงานไฟฟ้าใกล้หมด ก็สามารถขับรถไปยังสถานีที่มีอยู่กว่า 135 แห่ง ใน 59 เมืองของจีนได้เลย ซึ่งทางสถานีจะทำการถอดแบตเตอรี่ลูกเดิมออก เพื่อนำไปชาร์จไว้ รอเปลี่ยนให้รถคันต่อๆ มา ที่จะเข้ามาใช้บริการ และรถที่ถอดแบตเตอรี่ออกไปก็จะได้แบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้เต็มแล้วเข้ามาแทน ซึ่งทางรัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนด้วย

ราคาจำหน่าย NIO ET7 เคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 378,000 หยวน หรือประมาณ 1,754,755 บาทไทย ซึ่งเป็นราคาที่ไม่รวมแบตเตอรี่ ส่วนในรุ่นที่รวมแบตเตอรี่ จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 448,000 หยวน หรือประมาณ 2,078,315 บาท

ส่วนถ้าใครอยากขายรถเพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Lucid-Air-Electric-Car

คู่แข่งใหม่ของ Tesla (เทสล่า) มาแล้ว! สำหรับ Lucid Air (ลูซิด แอร์) รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู เตรียมเปิดตัวในสหรัฐฯ วันที่ 9 กันยายน 2020 นี้!

หลายคนอาจจะไม่รู้จักกับบริษัทรถยนต์หน้าใหม่รายนี้ สำหรับ Lucid Motors, Inc. เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 (ก่อนหน้านั้นใช้ชื่อว่า Atieva) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Newark รัฐแคลิฟอร์เนีย มีพนักงานทำการประมาณ 500 คน ซึ่งบางส่วนเคยเป็นพนักงานที่เคยทำงานให้กับ Tesla และ Mazda

Lucid-Air-Electric-Car

ก่อตั้งโดย Bernard Tse, Sheaupyng Lin และ Sam Weng ผู้อำนวยการอาวุโสของ Oracle โดยได้รับเงินทุนจาก Tsing Capital บริษัทจัดการกองทุนแห่งแรกของจีน, Mitsui, Venrock และ JAFCO เป็นต้น โดยปัจจุบันมีผู้ลงทุนหลัก คือ Public Investment Fund of Saudi Arabia, Mitsui, JAFCO, China Environmental Fund และ Venrock ของสหรัฐฯ

สำหรับ CEO และ CTO คือ Peter Rawlinson ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าวิศวกรของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S มาก่อน และอดีตหัวหน้าทีมออกแบบรถยนต์ของ Mazda อเมริกาเหนืออย่าง Derek Jenkins ซึ่งเคยออกแบบ Mazda MX-5 (เจเนอเรชั่นที่ 4) เข้าเป็นรองประธานด้านการออกแบบรถของ Lucid Motors

แต่เดิมนั้นบริษัท ทำหน้าที่ในการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สำหรับรถประเภทอื่นๆ พร้อมกับการพัฒนารถยนต์คันแรกในปี 2014 ก่อนจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบในปี 2016

Lucid-Air-Electric-Car

ในเดือนตุลาคม 2016 รีแบรนด์ชื่อบริษัทเป็น Lucid Motors และเริ่มการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใน Casa Grande รัฐแอริโซนา ด้วยมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งโรงงานแห่งนี้ วางแผนเดินสายการผลิตรถยนต์ตั้งแต่ 20,000 – 130,000 คัน/ปี ซึ่งตัวโรงงานดีไซน์มาให้รองรับการผลิตรถยนต์ได้สูงสุดถึง 380,000 คัน/ปี

ต่อมาในเดือนเมษายน 2019 ได้รับเงินอัดฉีดจาก Public Investment Fund of Saudi Arabia มูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 67% ของบริษัทฯ

Lucid-Air-Electric-Car

Lucid Air รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู 4 ประตู จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ ด้วยรูปโฉมอันล้ำสมัย มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่น้อยที่สุดในโลก สำหรับรถเก๋ง เพียงแค่ 0.21 เท่านั้น ที่ถือว่าน้อยกว่า Tesla ซะอีก! ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และมีระยะทางในการวิ่งได้ไกลกว่าคู่แข่ง! ซึ่ง Lucid Air คาดว่าจะมีระบบยานยนต์ไร้คนขับติดตั้งมาให้ด้วย

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้า ออกแบบให้มีกำลังมากถึง 400 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 390 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Lucid-Air-Electric-Car

และรุ่น Top เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังที่ให้กำลังมากถึง 600 แรงม้า รวมแล้วมีกำลังถึง 1,000 แรงม้า พร้อมใช้ระบบไฟฟ้า 900 โวลต์ ซึ่งจัดหาแบตเตอรี่โดยแผนก Atieva สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 640 กิโลเมตร (มาตรฐาน EPA) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

และยังน่าทึ่ง! กับความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. (217 ไมล์/ชม.) จากการทดสอบในสนามโดยหน่วยงานที่ชื่อว่า Transportation Research Center ของรัฐโอไฮโอ

Lucid-Air-Electric-Car

จนล่าสุดตอนนี้ ทาง Lucid Motors ได้ออกมาเปิดเผยอีกครั้งว่า Lucid Air จะสามารถให้ระยะทางวิ่งได้มากกว่า 517 ไมล์ (832 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

Lucid-Air-Electric-Car

ตอนนี้นี้ Lucid Air ได้เปิดให้สั่งจองแล้ว ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.8 – 3 ล้านบาท)

ส่วนถ้าใครอยากขายรถเพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Lucid-Air-Electric-Car

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Covid-19-Motivate-Electric-Car-Growth-Up-In-Thailand

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ฯ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “แนวโน้มและการปรับตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังวิกฤต โควิด-19” เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้ผลิต จากผู้บริหารค่ายรถชั้นนำ ซึ่งต่างนำเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังจากหมดโควิด-19 จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลหันมาสนับสนุน

ในการสัมมนา มี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากร

ภายในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ทาง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 หายไป ส่วนหนึ่งมารถที่หายจากท้องถนนไปเยอะ

ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญ ที่จะมาแก้ปัญหามลพิษบนท้องถนนของประเทศไทยในอย่างถาวร โดยอยากให้ประชาชนร่วมมือสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อรักษามลภาวะสิ่งแวดล้อม

MINE-SPA1-2019

ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เผยว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน จะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีนัก ค่ายรถยนต์จึงจำเป็นต้องปรับการผลิต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช้าหรือเร็วคงต้องรอดูต่อไป

อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19 หรือฝุ่น PM2.5 ลดลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นมุมที่สะท้อนให้คนเร่งหันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น

BMW-i8

ด้าน กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว จะช่วยเร่งการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างมีเทคโนโลยี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคในไทยที่เริ่มรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

โดยสิ่งที่จะกระตุ้นตลาดในไทยก็คือความต้องการซื้อ ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมการลดภาษีฯ การเพิ่มที่ชาร์จไฟฟ้าสาธารณะให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสถานีชาร์จประมาณ 500 สถานี 700 หัวจ่าย พร้อมทั้งขยายโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งหมด

Nissan-Leaf-2019

ขณะที่ สรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ขณะนี้ Nissam (นิสสัน) ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า ญี่ปุ่นจะปรับตัวมีรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เมื่อไร แต่ทาง Nissan มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้นแบบมานานแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : Nissan Hypermini : รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ในยุค 2000

ซึ่งในประเทศไทย Nissan ขอนำเสนอระบบ e-Power ไปก่อน จนกว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดรถ BEV

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Tesla-Model-3-LFP-Battery-China

ปี 2020 นี้ อาจเป็นปีแห่งความลำบากของรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงสันดาปภายในแทบทุกยี่ห้อทั่วโลก แต่ในปีนี้เอง กลับกลายเป็นแสงสีทองผ่องอำไพของ Tesla (เทสล่า) ด้วยยอดขายที่มากเป็นประวัติการณ์

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของจีนเปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ Tesla ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 11,095 คัน หรือ 3 เท่าจากยอดขายเดือนเมษายนที่มีเพียง 3,635 คัน นับเป็นสัญญาณที่ดี ภายหลังจากที่โควิด-19 เริ่มซาลงในประเทศจีน

Tesla-Model-3-Factory-In-China

ที่สิ่งสำคัญที่ทำให้ Tesla ยอดขายพุ่งด้วย นั่นคือการที่ Tesla Model 3 ต้องลดราคาลงมา 10% โดยมีราคาต่ำกว่า 300,000 หยวน เพื่อรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจีน และครองความเป็นที่ 1 ของ Tesla ในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเวลานี้

ราคาเริ่มต้นของ Tesla Model 3 Standard Range Plus ลดลงมาที่ 271,550 หยวน (ประมาณ 1,189,554 บาท) โดยได้รับเงินอุดหนุนคันละ 20,250 หยวน (ราว 88,729 บาท) โดยมีผลตั้งแต่ 23 เมษายน ซึ่งในปี 2021 รัฐบาลจีนจะลดเงินอุดหนุนลง 20% และในปี 2022 ลดลง 30%

นี่ก็นับว่าเป็นส่วนที่ช่วยให้ Tesla สามารถขายรถ ขายได้ขายดีในจีน และดันมูลค่าของบริษัทให้ขึ้นไปเป็นแบรนด์รถยนต์อันดับ 1 ของโลกได้!

Tesla-Model-3

และเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา Tesla ยังได้รับการอนุมัติจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน อนุญาตให้ Tesla ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Model 3 ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ผลิตโดย CATL ได้ ซึ่งจะนำมาทดแทนแบตเตอรี่ Lithium Nickel Cobalt Auminum Oxide (หรือ NCA) ที่ใช้ใน Tesla Model 3 รุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่า

โดยข้อดีของแบตเตอรี่ NCA สามารถชาร์จประจุได้เร็ว ปลอดภัยสูง อายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทางผู้ผลิตเผยว่าสามารถใช้งานได้มากเกือบ 2 ล้านกิโลเมตร หรือ 16 ปี แต่ก็มีข้อด้อย คือ น้ำหนักมาก

Tesla-Model-3

โดย Elon Musk (อีลอน มัสก์) CEO ของ Tesla เตรียมจะผลิตรถยนต์ SUV Model Y ในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ปีหน้านี้ และยังมีแผนจะเปิดศูนย์ออกแบบรถยนต์ในจีนสำหรับเป็นต้นแบบ ผลิตขายทั่วโลกอีกต่อไปด้วย

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

ยังคงเป็นข่าวได้อย่างต่อเนื่องตลอดสำหรับพ่อหนุ่มวัย 48 อย่าง Elon Musk (อีลอน มัสก์) CEO ของ Tesla (เทสล่า) นับตั้งแต่เพิ่งมีลูกคนที่ 6 ในชื่อ “X Æ A-12 Musk” กับภรรยาคนที่สองชาวแคนาดา ซึ่งสร้างกระแสในโลกโซเชียลทันที ด้วยความแปลกของตัวอักษรว่าจะอ่านออกเสียงว่าอะไรดี ถึงจะถูกต้อง? รวมไปถึงความฉุนที่โรงงานใน Fremont ไม่สามารถเปิดอีกครั้งได้!

ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา Tesla ที่มีโรงงานอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ก็มีข่าวว่ายอมลดราคา Tesla Model 3 (เทสล่า โมเดล 3) ลง ซึ่ง Tesla รั้งยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากเป็นอันดับ 1 ของโลกในจีน และยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดขายมากที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน คือ 2018 และ 2019

เพราะรัฐบาลจีน ประกาศลดเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาไม่เกิน 300,000 หยวน (หรือประมาณ 1,361,520 บาท) ยกเว้นรถยนต์ไฟฟ้าราคาที่สูงกว่า และติดตั้งแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งรัฐบาลจีนตอนนี้กำลังส่งเสริม และมีแบรนด์รถจีนหลายเจ้ากำลังทำอยู่

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูง อย่าง Tesla, BMW, Audi หรือ Mercedes-Benz ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เพราะถูกลดเงินอุดหนุนลง 10% โดยมีผลตั้งแต่ 23 เมษายน แต่จะมีช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านให้สามเดือน และหลังจากช่วงการเปลี่ยนผ่านในปี 2021 จะลดเงินอุดหนุนลง 20% และในปี 2022 เป็น 30%

ผลกระทบครั้งนี้ ต้องทำให้รถ Tesla ต้องปรับลดราคาของรถยนต์ไฟฟ้าตัวเอง โดยลดราคา Tesla Model 3 Standard Range Plus เหลือเพียง 271,550 หยวน (1,232,483 บาท) หลังจากได้รับเงินอุดหนุนคันละ 20,250 หยวน (91,908 บาท)

แต่ในรุ่นที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ อย่าง Tesla Model 3 Standard Range ราคาปรับขึ้นมาที่ 303,550 หยวน (1,378,045 บาท) จาก 299,050 หยวน (1,357,616 บาท)

ส่วน Model 3 Long Range ที่เตรียมเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2020 ราคาอยู่ที่ 344,050 หยวน (1,561,905 บาท) ซึ่งเทียบกับราคาก่อนหน้าที่โพสต์ไว้ในเว็บไซต์ 339,050 หยวน (1,539,206 บาท) ส่วนราคาก่อนรับเงินอุดหนุน ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

เป็นที่ทราบกันดีว่า Tesla เริ่มลงทุนใหญ่ในจีนโดยสร้างโรงงานผลิตรถของตัวเองที่เซี่ยงไฮ้ กว่า 2 พันล้านดอลล่าร์ และในเดือนมีนาคม 2020 ที่ผ่านมา Tesla มียอดจดทะเบียนในจีนมากถึง 12,709 คัน เมื่อเทียบจากในเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีแค่ 2,314 คัน

ซึ่งในจีนตอนนี้ ธุรกิจยานยนต์ต่างก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปเต็มๆ โดยยอดขายรถในจีน 3 เดือนแรกของปี 2020 ตกลงไปมากถึง 42% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่รัฐบาลจีนก็ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะสนับสนุนธุรกิจยานยนต์ เพื่อกระตุ้นยอดขายรถให้ขึ้นมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Tesla-Top-Sales-In-China-2020

สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประเทศจีน (CPCA – China Passenger Car Association) เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 เมษายน ว่า Tesla มียอดขายรถยนต์ในประเทศจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2020 มากถึง 10,160 คัน! ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายสูงสุด ทำเอา Elon Musk (อีลอน มัสก์) ต้องดีใจกันอีกรอบ!

ในเวลานี้ Tesla (เทสลา) มีแผนที่จะผลิตรถ Tesla Model 3 ทั้งหมด 150,000 คัน ในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้มูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็นยอดขายราวๆ 30% ของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตขายในจีน ซึ่ง Cui Dongshu เลขาธิการของ China Passenger Car Association เป็นผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

Tesla-Top-Sales-In-China

จากข้อมูลข้างต้น CPCA แม้ว่ายอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในภาพรวมทั้งหมดของเดือนมีนาคม จะลดลง 40.8% เมื่อเทียบจากปี 2019 อีกทั้ง CPCA ยังเผยถึงยอดขายรถของ Tesla ในเดือนกุมภาพันธ์ มียอดขายประมาณ 3,900 คันที่เพิ่มจากเดือนมกราคมถึง 2,620 คัน โดยการนับที่แตกต่างจากยอดการส่งมอบรถยนต์ของ Tesla

แม้ว่าในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ระบาดอย่างหนักในทั่วโลก กระทบถึงยอดขายรถใหม่และอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นแถวๆ แต่ Tesla กลับสร้างความตะลึงให้กับวงการรถยนต์ทั่วโลก ด้วยการทำยอดขายในจีนได้สูงเป็นประวัติการณ์ ที่ในอนาคต ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในจีนต้องมากกว่านี้แน่นอน!

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้ในช่วงโควิด-19 ระบาด CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Tesla-One-Million-Cars-Production

หากเราจะเปรียบเทียบบริษัทรถยนต์ Tesla (เทสลา) ในแง่ของกำลังการผลิต ก็อาจจะสู้กับยักษ์ใหญในโลกยานยนต์อย่าง Toyota (โตโยต้า), GM (จีเอ็ม) หรือ Volkswagen (โฟล์คสวาเกน) ที่มียอดผลิตรถยนต์นับล้าน หรือสิบล้านคันต่อปีไม่ได้ก็ตาม แต่ล่าสุด CEO คนดังของเทสล่า อย่าง Elon Musk (อีลอน มัสก์) ได้ออกมาแสดงความยินดีพร้อมกับรถยนต์ Tesla Model Y ด้วยความภาคภูมิใจ

Tesla-Model-3

Tesla ถือกำเนิดครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2003 โดยการก่อตั้งของ Martin Eberhard และ Marc Tarpenning ซึ่งตั้งตามนามสกุลนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง นักประดิษฐ์ นักฟิสิกส์ และวิศวกรไฟฟ้าผู้สร้างนวัตกรรมล้ำยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ชาวเซอร์เบีย-อเมริกัน “Nikola Tesla” (นิโคลา เทสลา) ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2004 ก็ได้ Elon Musk เจ้าของฉายา “Iron Man” ก็ได้เข้ามาลงทุนในบริษัทก่อนจะได้ขึ้นเป็นประธานบริษัท ก่อนจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแบบสปอร์ตเปิดประทุนของค่ายคันแรก Tesla Roadster ในปี 2008 ซึ่งในไทยก็เคยมีผู้นำเข้ามาจำหน่าย

ต่อมา Tesla เริ่มทำรถยนต์ไฟฟ้า ให้ทุกคนเข้าถึงเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดยออกแบบรถออกมา 4 รูปแบบ ในชื่อ “S E X Y” แม้ว่ารถ Tesla Model E จะถูกเปลี่ยนเป็น 3 ก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการเล่นคำ เป็นอักษรตัว E ในภาษาอังกฤษ ก็สามารถกลับด้านมาให้ดูคล้ายเลข 3 ได้

Tesla-One-Million-Cars-Production

Tesla อาจจะใช้เวลายาวนานถึง 12 ปี กว่าจะผลิตรถยนต์ได้มากถึง 1 ล้านคัน แต่จากรายงานผลประกอบการเดือนมกราคม ของ Tesla ประกาศว่าจะส่งมอบรถยนต์กว่า 500,000 คันไปยังทั่วโลกในปี 2020 นี้ ซึ่งคาดได้เลยว่า ล้านที่สองของ Tesla คงไม่ไกลเกินฝันแน่ๆ ซึ่ง Tesla ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้ลูกค้ามากที่สุด แซงหน้ารถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง BYD ไปแล้วด้วย

ซึ่งรถ Model Y ซึ่งเป็นรถแบบ Crossover ก็คือรถคันที่ 1 ล้าน ที่ออกมาจากโรงงานของ Tesla นั่นเอง ซึ่งพร้อมส่งมอบในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2020 ของสหรัฐฯ

และในปี 2019 ที่ผ่านมา Tesla เพิ่งเปิดตัวรถกระบะ Cybertruck ที่จะขายในปี 2021 นี้ ก็สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยรูปทรง Polygon ที่แปลกตา ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม ในราคาที่จับต้องได้ แต่ก็มีเรื่องหน้าแตกอยู่นิดหน่อยตรงที่ Elon Musk เคลมว่ากระจกของรถ Tesla Armor Glass นั้นแข็งแกร่งนัก แต่ตอนเปิดตัวกลับกระจกร้าว ตอนสาธิตความแข็งแกร่งด้วยการขว้างลูกบอลเหล็กใส่ซะงั้น!

Tesla-One-Million-Cars-Production

อีกทั้ง Tesla ยังเริ่มต้นผลิตรถยนต์นอกสหรัฐฯ พร้อมส่งมอบรถยนต์คันแรกที่ผลิตจากโรงงาน Gigafactory 3 ในเซี่ยงไฮ้ เมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมา และกำลังเตรียมสร้าง Gigafactory 4 ใกล้กับกรุงเบอร์ลินในประเทศเยอรมนี หลังจากศาลตัดสินให้สามารถตัดไม้ เพื่อสร้างโรงงานต่อไปได้ ท่ามกลางการคัดค้านของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Gruene Liga Brandenburg …

และนี่ก็คือความฝัน ความตั้งใจของ Elon Musk ที่มาได้ไกลเกินฝันจริงๆ!

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

EV-Car-Thailand-From-Government

จะทำได้ไหม? หรือ ขายฝัน? เป็นสิ่งที่หลายคน กำลังคิดกันอยู่ ในระหว่างหาทางป้องกันตัวเองจากไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้!

สำหรับ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เตรียมชงมาตรการ “EV ประชารัฐ” ให้เจ้าของรถอายุ 10 ปี สามารถนำมาแลกซื้อรถยนต์ EV หรือ รถแบบ Plug-In Hybrid ได้ใหม่ โดยจะได้เงินสมทบมากถึง 1 แสนบาท ส่วนวินมอเตอร์ไซค์ รับซื้อรถเก่า 15,000 บาท ให้ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่อีก 30,000 บาท เคาะแคมเปญให้ดำเนินการภายในปี 2564-2566

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดประชุมนัดแรก มีรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธาน พร้อมกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์

ร่วมหารือในมาตรการผลักดันให้เกิดการผลิตและการใช้รถยนต์-รถบัส-จักรยานยนต์ไฟฟ้า อย่างแพร่หลายหวังลดปัญหามลพิษ และ PM 2.5 โดยวางเป้าหมายผลิตรถ EV ให้ได้ 30% จากกำลังผลิต 2.5 ล้านคัน/ปี ในปี 2030

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่นำเสนอคือ โครงการ EV ประชารัฐ ใช้ดำเนินการระหว่างปี 2564-2566 โดยให้สิทธิประโยชน์ คือ รับซื้อรถยนต์เก่า (อายุ 10 ปี) สูงสุด 100,000 บาท/คัน เพื่อนำเงินไปแลกเป็น รถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ หวังให้เกิดการซื้อ-ขาย รถ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) (หรือ PHEV) 25,000 คัน และ EV พลังงานไฟฟ้า 100% จำนวน 25,000 คัน

EV-Car-Thailand-From-Government

ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ใช้ชื่อแคมเปญ “วินสะอาด” ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020-2023 เป้าหมายคือผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่มีเสื้อวินเป็นชื่อตนเอง จำนวน 53,000 คัน ให้เปลี่ยนมาใช้ รถจักรยานยนต์ อีวี

สำหรับสิทธิประโยชน์คือ รับซื้อรถเก่า (10 ปี) 15,000 บาท/คัน และชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง 10,000 บาท/คัน ภายในระยะเวลา 3 ปี และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ 30,000 บาท/คัน ภายในระยะเวลา 6 ปี

MG-ZS-EV

แม้ว่าจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่หลายฝ่ายยังไม่มั่นใจว่า แนวคิดนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ บางคนบอกนำรถอายุมากกว่า 20 ปี ไปแลกเลย น่าจะคุ้ม เนื่องจากรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 10 ปีหลายคัน ก็ยังมีสภาพที่ดีและสมบูรณ์ ดังนั้นการใช้แนวคิดนี้อาจไม่ถูกใจเท่าไหร่นัก

เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าแทบทั้งหมดล้วนมีราคาที่สูงมาก ราคาหนึ่งล้านบาทขึ้นไป การลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า หรือภาษีแบตเตอรี่ อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า ในการกระตู้น หรือเป็นแรงจูงใจให้คนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งสถานีชาร์จ แบตเตอรี่ และระบบรองรับต่างๆ ยังไม่พร้อมแบบในหลายๆ ประเทศ จึงทำให้การผลักดันรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าในไทย เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง!

แล้วคุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?

แหล่งที่มาจาก: